จาก ‘Susan Boyle’ ถึง ‘Nene Royal’ ทำไมคำว่า “This is twice Susan Boyle” ของ Howie Mandel จึงไม่ใช่คำชมธรรมดา
ชื่อของ Susan Boyle (ซูซาน บอยล์) ถูกพูดถึงอีกครั้ง หลัง Howie Mandel กรรมการ America’s Got Talent กล่าวถึงกระแสของ Nene Royal สาวไทยวัย 16 ปี ซึ่งกำลังสร้างปรากฏการณ์บนเวที AGT โดยเปรียบเทียบว่า “This is twice Susan Boyle”
หากไม่ย้อนกลับไปดูว่า Susan Boyle เคยสร้างปรากฏการณ์ขนาดไหนเมื่อ 17 ปีก่อน อาจทำให้เข้าใจคำพูดของ Howie เพียงว่า เขากำลังเปรียบเทียบความสามารถทางการร้องเพลงของทั้งคู่ แต่จากบริบทของบทสนทนา สิ่งที่เขากำลังพูดถึงคือ “ขนาดของปรากฏการณ์” และกระแสตอบรับที่เกิดขึ้นกับผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง มากกว่า

Susan Boyle เป็นนักร้องชาวสกอตแลนด์ เกิดวันที่ 1 เมษายน 1961 ชีวิตของเธอเปลี่ยนไปในปี 2009 เมื่อในวัย 47 ปี เธอเดินขึ้นเวทีออดิชัน Britain’s Got Talent ซีซั่น 3 และบอกว่า ความฝันของเธอคือการเป็นนักร้องอาชีพในระดับเดียวกับ Elaine Paige
ภาพของหญิงวัยกลางคนจากเมืองเล็ก ๆ ในสกอตแลนด์ ทำให้ทั้งผู้ชมและกรรมการในเวลานั้นไม่ได้คาดหวังมากนัก ถึงขั้นมีเสียงหัวเราะจากผู้ชมเมื่อเธอพูดถึงความฝันของตัวเอง
แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปทันทีที่ Boyle เริ่มร้อง “I Dreamed a Dream” จากละครเพลง Les Misérables

เสียงหัวเราะเปลี่ยนเป็นเสียงปรบมือ ผู้ชมลุกขึ้นยืน ขณะที่คลิปการออดิชันถูกเผยแพร่ออกไปอย่างรวดเร็วผ่านอินเทอร์เน็ต จนเธอกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกแทบข้ามคืน และการออดิชันครั้งนั้นกลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ถูกจดจำมากที่สุดในประวัติศาสตร์ Got Talent
ที่น่าสนใจคือ Susan Boyle ไม่ได้เป็นแชมป์ Britain’s Got Talent
เธอผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แต่จบการแข่งขันด้วยตำแหน่งรองแชมป์ โดยผู้ชนะในปีนั้นคือคณะเต้น Diversity ทว่าผลการแข่งขันแทบไม่ได้หยุดปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอ
หลังจบรายการ Boyle เซ็นสัญญากับค่ายเพลงของ Simon Cowell ก่อนออกอัลบั้มแรก I Dreamed a Dream ในเดือนพฤศจิกายน 2009 และสร้างสถิติยอดขายอย่างถล่มทลาย

เฉพาะในสหราชอาณาจักร อัลบั้มขายได้มากกว่า 410,000 ชุดในสัปดาห์แรก กลายเป็นอัลบั้มเปิดตัวที่ขายเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ ณ เวลานั้น
ส่วนในสหรัฐฯ I Dreamed a Dream เปิดตัวอันดับ 1 บน Billboard 200 ด้วยยอดขายประมาณ 701,000 ชุดในสัปดาห์แรก และท้ายที่สุดอัลบั้มชุดนี้มียอดขายทั่วโลกราว 10 ล้านชุด
จากผู้หญิงธรรมดาที่แทบไม่มีใครรู้จัก Susan Boyle จึงกลายเป็นศิลปินระดับโลกภายในเวลาไม่กี่เดือน และชื่อของเธอกลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างคลาสสิกของ “ปรากฏการณ์ไวรัลระดับโลก” ที่ถือกำเนิดจากเวที Got Talent
นั่นจึงทำให้คำพูดของ Howie Mandel ที่มีต่อ Nene Royal น่าสนใจเป็นพิเศษ
ระหว่างให้สัมภาษณ์ใน The Rich Eisen Show Howie กล่าวถึงกระแสของ Nene อย่างตื่นเต้น โดยบอกว่า ตลอด 16 ปีที่เขาทำงานกับ America’s Got Talent เขาไม่เคยเห็นอะไรที่ “viral”, “electric” และ “exciting” ในลักษณะนี้มาก่อน และเมื่อพิธีกรยกชื่อ Susan Boyle ซึ่งเคยเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกของแฟรนไชส์ Got Talent ขึ้นมาเปรียบเทียบ Howie ตอบทันทีว่า
“This is twice Susan Boyle.”

ดังนั้น ความหมายของประโยคนี้จึงไม่ใช่การบอกว่า Nene ร้องเพลงเก่งกว่า Susan Boyle สองเท่า แต่เป็นการประเมินของ Howie ว่า กระแสและปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับ Nene นั้น ใหญ่เสียจนเขานำไปเปรียบกับหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันที่เคยโด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ Got Talent และมองว่ากระแสครั้งนี้อาจใหญ่กว่านั้นด้วยซ้ำ

ยิ่งเมื่อ Howie ทิ้งท้ายถึงสาวไทยวัย 16 ปีว่า “Nene Royale. You will remember that name.” — “เนเน่ รอยัล จำชื่อนี้เอาไว้ คุณจะจำชื่อนี้ได้” การเปรียบเทียบกับ Susan Boyle จึงสะท้อนว่า ในสายตาของกรรมการ AGT รุ่นเก๋าคนนี้ เขาไม่ได้กำลังมอง Nene เพียงในฐานะผู้เข้าแข่งขันที่ทำโชว์ได้ดี แต่กำลังมองว่าเธออาจเป็น “ปรากฏการณ์” คนต่อไปที่ก้าวออกจากเวที Got Talent ไปสู่สายตาของผู้ชมทั่วโลก
สำหรับ Susan Boyle เอง เรื่องราวของเธอยังคงดำเนินต่อไป หลังประสบภาวะเส้นเลือดสมองในปี 2022 จนต้องฟื้นฟูทั้งการพูดและการร้องเพลง ก่อนจะกลับขึ้นเวที Britain’s Got Talent อีกครั้งในปี 2023 พร้อมร้องเพลง I Dreamed a Dream เพลงเดียวกับที่เปลี่ยนชีวิตของเธอเมื่อปี 2009
17 ปีหลัง Susan Boyle สร้างหนึ่งในตำนานของ Got Talent วันนี้ชื่อของเธอจึงถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง เพื่ออธิบายว่าปรากฏการณ์ของเด็กสาววัย 16 ปีจากประเทศไทยที่ชื่อ “Nene Royal” กำลังถูกมองว่าใหญ่เพียงใด

- ฮาวี่ ยก เนเน่ ฝีมือระดับ ‘เฮนดริกซ์’ หรืออาจเหนือกว่า เทียบปรากฏการณ์ ‘ซูซาน บอยล์’ 2 เท่า ลั่น 16 ปี AGT ไม่เคยเห็นกระแสแบบนี้
- เปิดโผ 6 ทีม/คน คะแนนโหวตสูงสุด AGT 2 สัปดาห์แรก ลิ่วรอบรองฯ ลุ้นอีก 6 ที่นั่ง ก่อนดวล ‘เนเน่-Hundred Fingers’ รอบ Final



