<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:atom="https://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/terms/" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:mi="http://schemas.ingestion.microsoft.com/common/" xmlns:content="https://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dcterms="https://purl.org/dc/terms/" version="2.0"><channel><title>world</title><language>th-TH</language><version>1.23.2</version><link>https://www.matichon.co.th?feed=udgenfeedmsn&amp;slug=world</link><item><title><![CDATA[เกาะใต้นิวซีแลนด์สั่นสะเทือน แผ่นดินไหวขนาด 6.3 เตือนภัยคลื่นสึนามิ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5809353]]></link><pubDate>2026-07-16T17:40:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5809353</guid><description>เกาะใต้นิวซีแลนด์สั่นสะเทือน แผ่นดินไหวขนาด 6.3 เตือนภัยคลื่นสึนามิ สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.3 แมกนิจูด ขึ้นใกล้กับเมืองเทอาเนา ในเกาะใต้ของประ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เกาะใต้นิวซีแลนด์สั่นสะเทือน แผ่นดินไหวขนาด 6.3 เตือนภัยคลื่นสึนามิ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.3 แมกนิจูด ขึ้นใกล้กับเมืองเทอาเนา ในเกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ และมีการประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยคณะกรรมการจัดการเหตุฉุกเฉินแห่งชาตินิวซีแลนด์ (NEMA) ระบุว่า ศูนย์กลางแผ่นดินไหว อยู่ห่างจากมืองเทอาเนา ไปทางทิศเหนือราว 40 กิโลเมตร มีความรุนแรง 6.3 แมกนิจูด โดยอยู่ลึกลงไปใต้ดินราว 53 กิโลเมตร ซึ่งเมืองนี้ถือเป็นประตูสู่ &amp;#8220;ฟิออร์ดแลนด์&amp;#8221; ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ nzheral.co.nz รายงานว่า ผู้คนต่างพากันแตกตื่นวิ่งหนีออกจากอาคารเนื่องจากแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้น และ NEMA ได้ออกประกาศเตือนว่าอาจเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ จึงขอแจ้งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งตะวันตกของเกาะใต้ อพยพไปยังที่ปลอดภัยในทันที เนื่องจากคาดว่า อาจจะเกิดสึนามิขึ้นได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) และ ศูนย์วิจัยทางธรณีวิทยาแห่งเยอรมนี (GFZ) ต่างประเมินความรุนแรงของเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ไว้ที่ขนาด 5.9 และลึกลงไปใต้ดินกว่า 50 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5809353?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาะใต้นิวซีแลนด์สั่นสะเทือน แผ่นดินไหวขนาด 6.3 เตือนภัยคลื่นสึนามิ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาะใต้นิวซีแลนด์สั่นสะเทือน แผ่นดินไหวขนาด 6.3 เตือนภัยคลื่นสึนามิ</dc:alternative><dc:abstract>เกาะใต้นิวซีแลนด์สั่นสะเทือน แผ่นดินไหวขนาด 6.3 เตือนภัยคลื่นสึนามิ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T10:43:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T10:43:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nz-quake1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nz-quake1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nz-quake1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nz-quake1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nz-quake2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nz-quake2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สื่อใหญ่มะกัน ยื่นค้านออกหมายเรียก 3 นักข่าว ปมแฉเครื่องบิน แอร์ฟอร์ซวัน ลำใหม่ขาดคุณสมบัติ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808809]]></link><pubDate>2026-07-16T15:18:10+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5808809</guid><description>สื่อใหญ่มะกัน ยื่นค้านออกหมายเรียก 3 นักข่าว ปมแฉเครื่องบิน แอร์ฟอร์ซวัน ลำใหม่ขาดคุณสมบัติ เดอะ นิวยอร์กไทมส์ สื่อสิ่งพิมพ์ชั้นนำในสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อวันพุธ(15 ก.ค.) เพื่อคัดค้านการ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สื่อใหญ่มะกัน ยื่นค้านออกหมายเรียก 3 นักข่าว ปมแฉเครื่องบิน แอร์ฟอร์ซวัน ลำใหม่ขาดคุณสมบัติ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เดอะ นิวยอร์กไทมส์ สื่อสิ่งพิมพ์ชั้นนำในสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเมื่อวันพุธ(15 ก.ค.) เพื่อคัดค้านการออกหมายเรียกของคณะลูกขุนใหญ่ของรัฐบาลกลางสหรัฐ ต่อนักข่าวในสังกัดของนิวยอร์กไทมส์ 3 คน จากกรณีที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับเครื่องบินแอร์ฟอร์วัน ซึ่งเป็นเครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐลำใหม่ที่ได้รับมอบจากกาตาร์ ชาติพันธมิตรเมื่อไม่นานนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของนิวยอร์กไทมส์เปิดเผยว่า นักข่าว 3 คนของนิวยอร์กไทมส์ได้รับคำสั่งให้ไปปรากฏตัวต่อหน้าคณะลูกขุนใหญ่ที่ศาลรัฐบาลกลางในเขตแมนฮัตตันในวันพุธ หลังจากนายเจย์ เคลย์ตัน อัยการสหรัฐประจำเขตแมนฮัตตัน ได้ออกหมายเรียกดังกล่าวเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมา ไม่นานหลังจากนิวยอร์กไทมส์รายงานข่าวว่าเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำใหม่ขาดคุณสมบัติด้านความปลอดภัยบางประการที่เครื่องบินประจำตำแหน่งของประธานาธิบดีสหรัฐลำเดิมมีอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ตามที่ระบุไว้ในคำร้องของเรา หมายเรียกเหล่านี้ถูกออกโดยเจตนาที่ไม่สุจริต เพื่อลงโทษนิวยอร์กไทมส์จากการนำเสนอข่าวดังกล่าว เรากำลังจะดำเนินการทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของนักข่าวในการรายงานข่าวเกี่ยวกับรัฐบาลได้อย่างอิสระ และเพื่อนำเสนอเรื่องราวที่มีความสำคัญต่อสาธารณชน&amp;#8221; เดวิด แมคครอว์ รองประธานอาวุโสและรองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายของนิวยอร์กไทมส์ระบุในแถลงการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายแมคครอว์ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้เปิดเผยเอกสารที่ทางนิวยอร์กไทมส์ได้ยื่นต่อศาล ซึ่งในขณะนี้ยังคงถูกเก็บเป็นความลับ โดยเขาระบุว่าทางองค์กรสื่อของเขาเชื่อมั่นว่าสาธารณชนมีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายทอดด์ บลานช์ รักษาการอัยการสูงสุด ได้เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาสหรัฐในวันพุธว่า นักข่าวไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายของการสอบสวน แต่การออกหมายเรียกดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อระบุตัวบุคคลที่นำข้อมูลด้านความมั่นคงของชาติที่มีความอ่อนไหวไปเปิดเผย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นิวยอร์กไทมส์ได้ตีพิมพ์รายงานเกี่ยวกับเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำใหม่ที่ได้รับมอบเป็นของขวัญจากรัฐบาลกาตาร์ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใช้เดินทางไปตุรกีเมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าไม่มีระบบป้องกันและคุณสมบัติด้านความปลอดภัยเหมือนกับเครื่องบินรุ่นก่อน รวมถึงความสามารถในการต่อต้านขีปนาวุธ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้โดยสารบนเครื่องได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808809?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สื่อใหญ่มะกัน ยื่นค้านออกหมายเรียก 3 นักข่าว ปมแฉเครื่องบิน แอร์ฟอร์ซวัน ลำใหม่ขาดคุณสมบัติ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สื่อใหญ่มะกัน ยื่นค้านออกหมายเรียก 3 นักข่าว ปมแฉเครื่องบิน แอร์ฟอร์ซวัน ลำใหม่ขาดคุณสมบัติ</dc:alternative><dc:abstract>สื่อใหญ่มะกัน ยื่นค้านออกหมายเรียก 3 นักข่าว ปมแฉเครื่องบิน แอร์ฟอร์ซวัน ลำใหม่ขาดคุณสมบัติ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T08:18:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T08:18:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T114248Z_122187811_RC2Z8MAQE2BH_RTRMADP_3_NATO-SUMMIT-TRUMP-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่านขู่ ตัดเส้นทางส่งออกพลังงานในภูมิภาค ทรัมป์โว เตหะรานจะแพ้เร็วๆ นี้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808884]]></link><pubDate>2026-07-16T15:14:39+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5808884</guid><description>อิหร่านขู่ ตัดเส้นทางส่งออกพลังงานในภูมิภาค ทรัมป์โว เตหะรานจะแพ้เร็วๆ นี้ อิหร่านขู่ว่าจะตัดเส้นทางการส่งออกพลังงานของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเพิ่มเติม พร้อมประกาศว่าขณะนี้กำลังเผชิญ &amp;#8220;สงครามเพื่อค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อิหร่านขู่ ตัดเส้นทางส่งออกพลังงานในภูมิภาค ทรัมป์โว เตหะรานจะแพ้เร็วๆ นี้&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านขู่ว่าจะตัดเส้นทางการส่งออกพลังงานของประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเพิ่มเติม พร้อมประกาศว่าขณะนี้กำลังเผชิญ &amp;#8220;สงครามเพื่อความอยู่รอดของชาติ&amp;#8221; กับสหรัฐ โดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ระบุว่า ความมั่นคงของอิหร่านขึ้นอยู่กับการคงไว้ซึ่งสิ่งที่เขาเรียกว่า &amp;#8220;ระเบียบการของอิหร่าน&amp;#8221; ในช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ขณะนี้เรากำลังอยู่ในสงครามที่มีความสำคัญอย่างยิ่งและเป็นสงครามเพื่อความอยู่รอดของชาติกับสหรัฐ” กาลิบาฟกล่าว และว่า ไม่มีเหตุผลที่อิหร่านจะปฏิบัติตามข้อตกลงหากไม่ได้รับผลประโยชน์จากข้อตกลงนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เตือนสหรัฐว่า ควรเตรียมรับมือกับการปิดเส้นทางการส่งออกน้ำมันและก๊าซอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐและพันธมิตร แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าเส้นทางใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบ ทั้งยังบอกด้วยว่า ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐในภูมิภาค รวมถึงในบาห์เรน คูเวต และจอร์แดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่โฆษกกองทัพอิหร่านกล่าวว่า วิธีเดียวที่จะทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้ง คือสหรัฐต้องปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจ (MoU) 14 ข้อที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันเมื่อเดือนมิถุนายน รวมถึงยอมรับการบังคับใช้ &amp;#8220;ระเบียบของอิหร่าน&amp;#8221; เกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ แสดงท่าทีมั่นใจเช่นเดียวกับที่เขาทำมาโดยตลอด นับตั้งแต่เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยกล่าวว่า &amp;#8220;เราจะเอาชนะอิหร่านได้ในไม่ช้า พวกเขาจะพ่ายแพ้ในเร็ว ๆ นี้&amp;#8221; ทั้งยังอ้างว่า อิหร่านต้องการยุติเรื่องนี้อย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;พวกเขาไม่ชอบสิ่งที่เรากำลังทำ และพวกเขาต้องการยุติความขัดแย้งจริง ๆ เราจะได้รู้กันว่า เราจะตกลงกับพวกเขาได้หรือไม่ หรือเราจะจัดการเรื่องนี้ให้จบสิ้นไปเลย&amp;#8221; ทรัมป์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอีกรอบในวันที่ 15 กรกฎาคม โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) โดยระลอกแรกเริ่มขึ้นในเวลา 06.00 น. และใช้เวลาราว 90 นาที จากนั้นในอีก 9 ชั่วโมงต่อมาก็ได้ทำการโจมตีครั้งที่ 2 ก่อนจะระบุในคืนวันพุธว่า กองทัพสหรัฐได้เสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกล่าสุดแล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการตามคำสั่งของประธานาธิบดีทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ CENTCOM ระบุว่า กองทัพสหรัฐได้โจมตีศูนย์บัญชาการของอิหร่าน ฐานป้องกันภัยทางอากาศ ฐานยิงขีปนาวุธและโดรน และสิ่งอำนวยความสะดวกในการเฝ้าระวังชายฝั่ง ทั้งยังโจมตีเป้าหมายในบันดาร์ อับบาส ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และฐานทัพเรือและ IRGC ที่มีความสำคัญบนช่องแคบฮอร์มุซด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐ 3 คนเผยว่า การโจมตีของสหรัฐซึ่งมีเป้าหมายเพื่อบีบให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ทั้งยังมุ่งทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านที่ต้องการกำจัดก่อน หากจำเป็นต้องดำเนินปฏิบัติการทางทหารที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐยังระบุด้วยว่า ได้ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งซึ่งไม่มีน้ำมันบรรทุกอยู่และกำลังแล่นมุ่งหน้าไปยังเกาะคาร์กของอิหร่าน ไม่สามารถใช้งานได้ หลังเรือลำดังกล่าวเพิกเฉยต่อคำเตือนหลายครั้ง โดยสหรัฐได้ยิงขีปนาวุธเฮลล์ไฟร์ใส่ปล่องควันของเรือ  ทั้งนี้ นับตั้งแต่กลับมาบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม กองทัพสหรัฐได้บังคับให้เรือ 2 ลำเปลี่ยนเส้นทาง และทำให้เรืออีก 1 ลำไม่สามารถใช้งานได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808884?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่านขู่ ตัดเส้นทางส่งออกพลังงานในภูมิภาค ทรัมป์โว เตหะรานจะแพ้เร็วๆ นี้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่านขู่ ตัดเส้นทางส่งออกพลังงานในภูมิภาค ทรัมป์โว เตหะรานจะแพ้เร็วๆ นี้</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่านขู่ ตัดเส้นทางส่งออกพลังงานในภูมิภาค ทรัมป์โว เตหะรานจะแพ้เร็วๆ นี้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T08:14:39+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T08:14:39+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/iu.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/iu-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/iu.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/iu-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/iu-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/iu-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยูเอ็นหวั่น อาจมีผู้เสียชีวิตกว่า 500 ราย เหตุเรือ 2 ลำ อับปางนอกชายฝั่งเมียนมา หลังหนีออกจากยะไข่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808362]]></link><pubDate>2026-07-16T11:58:52+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5808362</guid><description>ยูเอ็นหวั่น อาจมีผู้เสียชีวิตกว่า 500 ราย เหตุเรือ 2 ลำ อับปางนอกชายฝั่งเมียนมา หลังหนีออกจากยะไข่ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ( [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยูเอ็นหวั่น อาจมีผู้เสียชีวิตกว่า 500 ราย เหตุเรือ 2 ลำ อับปางนอกชายฝั่งเมียนมา หลังหนีออกจากยะไข่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) และสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(UNHCR) ออกมาเตือนเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมว่า อาจมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 คน หลังได้รับรายงานเหตุเรืออับปางครั้งใหญ่ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่งประเทศเมียนมานับจากปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานร่วมที่ออกโดย IOM และ UNHCR ระบุถึงโศกนาฏกรรมดังกล่าวว่า เรือสองลำที่บรรทุกคนรวมกันมากกว่า 500 ชีวิต อาจประสบเหตุอับปางลงนอกชายฝั่งเมียนมาเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ว่าเรือทั้งสองลำดังกล่าวออกเดินทางมาจากรัฐยะไข่ของเมียนมาซึ่งตกอยู่ในภาวะสงคราม เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยผู้ที่อยู่บนเรือส่วนใหญ่เป็นชาวโรฮีนจา ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในเมียนมา และมีรายงานว่าส่วนหนึ่งเดินทางมาจากค่ายผู้ลี้ภัยในพื้นที่ค็อกซ์บาซาร์ของบังกลาเทศ ซึ่งเป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจานับล้านคนที่อพยพหนีภัยสู้รบออกมาจากรัฐยะไข่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;IOM และ UNHCR ระบุว่า เรือที่ประสบเหตุลำหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าบรรทุกคนมาประมาณ 250 คน ได้ขาดการติดต่อไปหลังจากออกเดินทางได้ไม่นาน ส่วนเรืออีกลำซึ่งบรรทุกผู้คนราว 280 คน ได้อับปางลงนอกชายฝั่งอริวดีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“แม้ทั้งสองเหตุการณ์และตัวเลขผู้เสียชีวิตยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ IOM และ UNHCR มีความกังวลเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีการสูญเสียชีวิตอย่างมากมาย” แถลงการณ์ระบุ และว่า การเดินทางดังกล่าวเกิดขึ้นนอกฤดูกาลเดินเรือปกติ ซึ่งสภาพทางทะเลมักมีความอันตรายมากกว่า อีกทั้งฝนตกหนักและน้ำท่วมใหญ่ในภูมิภาคเมื่อเร็วๆ นี้ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงภัยของการเดินทางทางทะเล อย่างไรก็ดี หากทั้งสองเหตุการณ์ข้างต้นได้รับการยืนยัน จะทำให้ยอดผู้เสียชีวิตหรือสูญหายในทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอลในปีนี้ที่มีรายงานแล้วเกือบ 300 ราย ส่วนมากเป็นผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาและชาวบังกลาเทศนั้นเพิ่มสูงมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของ IOM และ UNHCR ย้ำด้วยว่าเหตุโศกนาฏกรรมที่ได้รับรายงานล่าสุด ตอกย้ำให้เห็นถึงผลกระทบอันเลวร้ายจากสงครามความขัดแย้งและการพลัดถิ่นที่เรื้อรัง รวมถึงการไร้ทางออกที่ยั่งยืนสำหรับชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจา พร้อมกับเรียกร้องให้มีการยกระดับความพยายามในการค้นหาและช่วยเหลือ การเข้าถึงสิทธิในการขอลี้ภัยและความคุ้มครอง รวมถึงการจัดการกับเครือข่ายลักลอบขนคนเข้าเมืองและการค้ามนุษย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ข้อมูลจาก UNHCR ระบุว่า เฉพาะในปี 2025 เพียงปีเดียว มีรายงานผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาสูญหายหรือเสียชีวิตในทะเลตอนเหนือของมหาสมุทรอินเดียเกือบ 900 ราย จากจำนวนผู้ที่พยายามเสี่ยงชีวิตเพื่อเดินทางข้ามทะเลในลักษณะดังกล่าวที่มีมากกว่า 6,500 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808362?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยูเอ็นหวั่น อาจมีผู้เสียชีวิตกว่า 500 ราย เหตุเรือ 2 ลำ อับปางนอกชายฝั่งเมียนมา หลังหนีออกจากยะไข่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยูเอ็นหวั่น อาจมีผู้เสียชีวิตกว่า 500 ราย เหตุเรือ 2 ลำ อับปางนอกชายฝั่งเมียนมา หลังหนีออกจากยะไข่</dc:alternative><dc:abstract>ยูเอ็นหวั่น อาจมีผู้เสียชีวิตกว่า 500 ราย เหตุเรือ 2 ลำ อับปางนอกชายฝั่งเมียนมา หลังหนีออกจากยะไข่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T04:58:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T04:58:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HHZEQGHOYVINDASE6JDYW7XPBU.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HHZEQGHOYVINDASE6JDYW7XPBU-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HHZEQGHOYVINDASE6JDYW7XPBU.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HHZEQGHOYVINDASE6JDYW7XPBU-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HHZEQGHOYVINDASE6JDYW7XPBU-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HHZEQGHOYVINDASE6JDYW7XPBU-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แคนาดา เผชิญไฟป่า ดันโตรอนโต ผงาดเมืองคุณภาพอากาศแย่สุดโลก เตือนเสี่ยงด้านสุขภาพ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808200]]></link><pubDate>2026-07-16T10:44:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5808200</guid><description>แคนาดา เผชิญไฟป่า ดันโตรอนโต ผงาดเมืองคุณภาพอากาศแย่สุดโลก เตือนเสี่ยงด้านสุขภาพ คุณภาพอากาศของเมืองโตรอนโต เมืองใหญ่ที่สุดของแคนาดา ติดอันดับแย่ที่สุดในบรรดาเมืองใหญ่ของโลกในวันพุธ(15 ก.ค.) จากการจัด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;แคนาดา เผชิญไฟป่า ดันโตรอนโต ผงาดเมืองคุณภาพอากาศแย่สุดโลก เตือนเสี่ยงด้านสุขภาพ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;คุณภาพอากาศของเมืองโตรอนโต เมืองใหญ่ที่สุดของแคนาดา ติดอันดับแย่ที่สุดในบรรดาเมืองใหญ่ของโลกในวันพุธ(15 ก.ค.) จากการจัดอันดับของ IQAir บริษัทเทคโนโลยีด้านคุณภาพอากาศจากสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากควันไฟจากเหตุไฟป่าทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัฐออนแทรีโอ แผ่ปกคลุมท้องฟ้าและลุกลามไปยังทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา จนเป็นผลให้มีการออกคำเตือนด้านสุขภาพและให้ประชาชนจำกัดกิจกรรมกลางแจ้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย IQAir จัดอันดับให้เมืองโตรอนโตมีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก แซงหน้ากรุงกินชาซา เมืองหลวงของดีอาร์คองโก และกรุงเดลีของอินเดีย ส่วนนิวยอร์กอยู่ในอันดับที่ 5 ขณะไฟป่ากำลังลุกลามอย่างรุนแรงในพื้นที่ที่มีประชากรเบาบาง ห่างจากนครโตรอนโตไปหลายร้อยไมล์ และส่งควันปกคลุมพื้นที่กว้าง แม้จะไม่ได้คุกคามเมืองโดยตรงก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของแคนาดารายงานค่าดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ระดับ 10+ ซึ่งจัดเป็นระดับที่มี “ความเสี่ยงสูงมาก” สำหรับนครโตรอนโต ขณะที่พยากรณ์อากาศชี้ว่าสภาพอากาศที่เป็นอันตรายอาจคงอยู่จนถึงคืนวันพฤหัสบดี(16 ก.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นครนิวยอร์กของสหรัฐเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบหลายวันก่อนที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ที่อยู่ใกล้เคียงจะจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์(19 ก.ค.)นี้ ส่งผลให้ทางการท้องถิ่นได้ออกประกาศเตือนเนื่องจากคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และขอให้ประชาชนลดกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องใช้แรงมาก และพักผ่อนให้มากขึ้นหากอยู่กลางแจ้งในระหว่างวันสองวันนี้ ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติระบุว่าควันไฟป่าอาจยังคงอยู่ถึงสิ้นปลายสัปดาห์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังมีการเผยแพร่วิดีโอที่เป็นกระแสไวรัลบนโซเชียลมีเดีย แสดงให้เห็นขบวนรถไฟของบริษัทรถไฟแห่งชาติแคนาดาถูกล้อมรอบด้วยเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้ใกล้กับเมืองอาร์มสตรอง ในรัฐแอนแทรีโอ ซึ่งทางบริษัทผู้ให้บริการรถไฟระบุว่า พนักงานในพื้นที่และผู้คนในเมืองอาร์มสตรองได้รับการอพยพตั้งแต่คืนวันจันทร์ที่ผ่านมา และบริษัทได้ระงับการเดินรถไฟใกล้กับเมืองอาร์มสตรอง ซึ่งอยู่ห่างจากนครโตรอนโตไปทางทิศเหนือกว่า 500 กิโลเมตร เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อนเนื่องจากสถานการณ์ไฟป่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ทางการเมืองโตรอนโตได้ยกเลิกการจัดงาน FIFA Fan Festival และกิจกรรมรวมตัวรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกคู่ระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนตินาที่จัตุรัสนาธานฟิลิปส์ด้วย เนื่องจากคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe loading=&quot;lazy&quot; title=&quot;Wild Video Shows Freight Train Surrounded By Huge Flames in Canada&quot; width=&quot;500&quot; height=&quot;281&quot; src=&quot;https://www.youtube.com/embed/dg0SDFLlUHE?feature=oembed&amp;#038;enablejsapi=1&amp;#038;origin=https://www.matichon.co.th&quot; frameborder=&quot;0&quot; allow=&quot;accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share&quot; referrerpolicy=&quot;strict-origin-when-cross-origin&quot; allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808200?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แคนาดา เผชิญไฟป่า ดันโตรอนโต ผงาดเมืองคุณภาพอากาศแย่สุดโลก เตือนเสี่ยงด้านสุขภาพ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แคนาดา เผชิญไฟป่า ดันโตรอนโต ผงาดเมืองคุณภาพอากาศแย่สุดโลก เตือนเสี่ยงด้านสุขภาพ</dc:alternative><dc:abstract>แคนาดา เผชิญไฟป่า ดันโตรอนโต ผงาดเมืองคุณภาพอากาศแย่สุดโลก เตือนเสี่ยงด้านสุขภาพ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T04:37:49+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T04:37:49+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-15T170712Z_1630064578_RC2GEMAC0OSW_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-15T170712Z_1630064578_RC2GEMAC0OSW_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-15T170712Z_1630064578_RC2GEMAC0OSW_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-15T170712Z_1630064578_RC2GEMAC0OSW_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-15T170712Z_1630064578_RC2GEMAC0OSW_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-15T170712Z_1630064578_RC2GEMAC0OSW_RTRMADP_3_CANADA-WILDFIRES-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยอดเหยื่อเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งเฉียด 5 พัน กู้ภัย-ญาติลุยค้นหาร่างต่อ อีกกว่า 2 หมื่นยังไร้บ้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808064]]></link><pubDate>2026-07-16T09:25:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5808064</guid><description>ยอดเหยื่อเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งเฉียด 5 พัน กู้ภัย-ญาติลุยค้นหาร่างต่อ อีกกว่า 2 หมื่นยังไร้บ้าน จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงสองครั้งซ้อนเขย่าประเทศเวเนซุเอลาเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน เพิ่มขึ้นเป็น [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยอดเหยื่อเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งเฉียด 5 พัน กู้ภัย-ญาติลุยค้นหาร่างต่อ อีกกว่า 2 หมื่นยังไร้บ้าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงสองครั้งซ้อนเขย่าประเทศเวเนซุเอลาเมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน เพิ่มขึ้นเป็น 4,829 รายแล้ว จากการเปิดเผยความคืบหน้าของภัยพิบัติร้ายแรงดังกล่าวโดยนายฮอร์เก โรดริเกซ ประธานสภาแห่งชาติเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ซึ่งระบุเพิ่มเติมว่าสำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้มีรวม 16,740 ราย แต่ส่วนใหญ่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ธรณีพิบัติภัยครั้งนี้ยังส่งผลให้ชาวเวเนซุเอลาอย่างน้อย 20,857 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย โดยพวกเขาเหล่านี้ยังต้องอาศัยกันอยู่อย่างแออัดในค่ายพักพิง หลายแห่งขาดแคลน้ำและระบบสุขาภิบาลที่เหมาะสม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยและญาติของผู้เสียชีวิตในรัฐลาไกวรา ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงการากัส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ยังคงเร่งค้นหาร่างของผู้ที่ถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังของอาคารต่างๆ ที่กองทับถมกันอยู่ต่อไป แม้จะผ่านมา 3 สัปดาห์แล้วนับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด สั่นสะเทือนประเทศเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808064?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยอดเหยื่อเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งเฉียด 5 พัน กู้ภัย-ญาติลุยค้นหาร่างต่อ อีกกว่า 2 หมื่นยังไร้บ้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยอดเหยื่อเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งเฉียด 5 พัน กู้ภัย-ญาติลุยค้นหาร่างต่อ อีกกว่า 2 หมื่นยังไร้บ้าน</dc:alternative><dc:abstract>ยอดเหยื่อเซ่นดินไหวเวเนฯ พุ่งเฉียด 5 พัน กู้ภัย-ญาติลุยค้นหาร่างต่อ อีกกว่า 2 หมื่นยังไร้บ้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T02:29:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T02:29:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T220504Z_1594755605_RC23DMAEZZRL_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T220504Z_1594755605_RC23DMAEZZRL_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T220504Z_1594755605_RC23DMAEZZRL_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T220504Z_1594755605_RC23DMAEZZRL_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T220504Z_1594755605_RC23DMAEZZRL_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T220504Z_1594755605_RC23DMAEZZRL_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-14T212009Z_330625529_RC2XDMACG52M_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-14T212009Z_330625529_RC2XDMACG52M_RTRMADP_3_VENEZUELA-QUAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>486</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>486</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ครั้งแรก! ผลสำรวจ Pew ชี้ คนทั่วโลกมองจีนแง่บวกมากกว่าสหรัฐ เชื่อมั่นสีมากกว่าทรัมป์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5807998]]></link><pubDate>2026-07-16T08:31:18+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5807998</guid><description>ครั้งแรก! ผลสำรวจ Pew ชี้ คนทั่วโลกมองจีนแง่บวกมากกว่าสหรัฐ เชื่อมั่นสีมากกว่าทรัมป์ Pew Research Center หรือสำนักวิจัยพิว สถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลกในสหรัฐอเมริกา เผยผลการศึกษาฉบับใหม่ซึ่งระบุว่า ขณะน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ครั้งแรก! ผลสำรวจ Pew ชี้ คนทั่วโลกมองจีนแง่บวกมากกว่าสหรัฐ เชื่อมั่นสีมากกว่าทรัมป์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;Pew Research Center หรือสำนักวิจัยพิว สถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลกในสหรัฐอเมริกา เผยผลการศึกษาฉบับใหม่ซึ่งระบุว่า ขณะนี้ประชาชนในหลายประเทศทั่วโลกมีมุมมองเชิงบวกต่อจีนมากกว่าสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลการศึกษาของสถาบันวิจัยอิสระที่ไม่ฝักใฝ่การเมืองซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันจีนได้รับการมองและทัศนคติเชิงบวกเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในหลายประเทศ ขณะที่มุมมองและภาพลักษณ์ของสหรัฐกลับย่ำแย่ลง ถือเป็นครั้งแรกที่ผลสำรวจชี้ถึงแนวโน้มเช่นนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทั่วไป ผู้ตอบแบบสอบถามแสดงความเชื่อมั่นต่ำต่อทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน แต่ประธานาธิบดีสีก็ยังได้รับคะแนนความเชื่อมั่นสูงกว่าทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ยังคงเห็นว่าสหรัฐให้ความเคารพต่อเสรีภาพส่วนบุคคลมากกว่าจีน แต่ในอีกด้านหนึ่ง พวกเขามองว่าจีนเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่นน้อยกว่าสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Pew ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนมากกว่า 42,000 คน ใน 36 ประเทศ ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยผู้ตอบแบบสอบถามถูกถามว่า พวกเขามีความคิดเห็นต่อมหาอำนาจทั้งสองประเทศในระดับใด โดยแบ่งเป็น ดีมาก ดีพอสมควร ไม่ค่อยดี หรือไม่ดีอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลสำรวจพบว่า ใน 25 จากทั้ง 36 ประเทศ ผู้มีทัศนคติเชิงบวกต่อจีนมีจำนวนมากกว่าผู้ที่ทัศนคติเชิงบวกต่อสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โจนาธาน ชูลแมน หนึ่งในนักวิจัยในโครงการดังกล่าวระบุว่า นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่สถาบันวิจัยเริ่มติดตามทัศนคติของประชาชนทั่วโลกต่อมหาอำนาจทั้งสองประเทศมาตั้งแต่ปี 2002 ที่ได้ผลลัพธ์เช่นนี้ในหลายประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชูลแมนกล่าวว่า แม้ว่า Pew เคยพบว่าทัศนคติเชิงบวกต่อสหรัฐลดลงในอดีต ได้แก่ ในปี 2008 ช่วงปลายรัฐบาลของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช และในปี 2017 ช่วงเริ่มต้นวาระแรกของประธานาธิบดีทรัมป์ อย่างไรก็ตาม แม้ในช่วงเวลานั้น ความนิยมต่อจีนก็ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงหรือต่ำกว่าสหรัฐเพียงเล็กน้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงของทัศนคติไปในทางบวกต่อจีนมากที่สุด ได้แก่ สเปน อินโดนีเซีย อิตาลี กรีซ และแคนาดา ผลสำรวจปีนี้ มีเพียง 6 ประเทศเท่านั้นที่ประชาชนยังมีทัศนคติเชิงบวกต่อสหรัฐมากกว่าจีน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ ได้แก่ โปแลนด์ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ อินเดีย ญี่ปุ่น และอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Pew ยังพบว่า ค่ามัธยฐานของความคิดเห็นเชิงบวกต่อสหรัฐใน 20 ประเทศ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ค่ามัธยฐานของความนิยมต่อจีนกลับเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิจัยยังพบอีกว่า ความนิยมต่อจีนเพิ่มขึ้นในกว่า 1 ใน 3 ของประเทศที่ทำการสำรวจในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลที่ขยายให้ครอบคลุมสหรัฐด้วย อีกทั้งความเห็นเชิงบวกต่อจีนยังพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่ที่เคยมีมาในหลายประเทศ ได้แก่ อิตาลี สเปน โคลอมเบีย เม็กซิโก อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไนจีเรีย และตุรกี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลการศึกษายังพบว่า โดยทั่วไป ประเทศที่มีรายได้ปานกลางมักมีทัศนคติเชิงบวกต่อจีน ขณะที่ประเทศที่มีฐานะมั่งคั่งกว่ามักมีมุมมองเชิงลบต่อจีน ขณะที่สิงคโปร์ถือเป็นข้อยกเว้น เพราะแม้จะเป็นประเทศที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ต่อหัวสูงที่สุดในบรรดาประเทศที่สำรวจ แต่ประชาชนกลับมีทัศนคติเชิงบวกต่อจีนในระดับสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เป็นภูมิภาคที่มีทั้งประเทศซึ่งมีทัศนคติต่อจีนทั้งในแง่บวกที่สุดและลบที่สุด โดยชาวปากีสถานประมาณ 90% มีมุมมองเชิงบวกต่อจีน ขณะที่ชาวญี่ปุ่นมีเพียง 11% เท่านั้นที่มีความเห็นในลักษณะเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การสำรวจยังถามผู้ตอบแบบสอบถามด้วยว่า พวกเขามีความเชื่อมั่นต่อสีและทรัมป์ว่าทำในสิ่งที่ถูกต้องในประเด็นที่เป็นกิจการระหว่างประเทศหรือไม่ ความเชื่อมั่นต่อผู้นำทั้งสองโดยรวมอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ โดยคะแนนส่วนใหญ่ของทั้งคู่ต่ำกว่า 50% แต่ผู้คนหลายประเทศที่เข้าร่วมการสำรวจมีแนวโน้มเชื่อมั่นในตัวสีมากกว่าทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สี จิ้นผิงได้รับคะแนนความเชื่อมั่นสูงสุดจากชาวปากีสถานที่ 83% และต่ำสุดจากชาวญี่ปุ่นที่เพียง 7% ส่วนทรัมป์ได้รับคะแนนสูงสุดจากชาวฟิลิปปินส์ที่ 68% และต่ำสุดจากประชาชนในเขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออกที่เพียง 4%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชูลแมนกล่าวว่า ผลสำรวจพบว่า โดยทั่วไปแล้วผู้คนไม่ได้มีความเห็นที่ชัดเจนหรือรุนแรงต่อสีมากเท่ากับผู้นำคนอื่น ในขณะที่สำหรับทรัมป์ &amp;#8220;ผู้คนมีแนวโน้มที่จะตอบคำถามมากกว่า และให้คำตอบที่ค่อนข้างสุดขั้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลสำรวจยังพบอีกว่า แม้ประชาชนส่วนใหญ่ยังเชื่อว่ารัฐบาลสหรัฐให้ความเคารพต่อเสรีภาพส่วนบุคคลของประชาชนมากกว่ารัฐบาลจีน แต่ช่องว่างของการรับรู้ในประเด็นนี้แคบลงแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Pew ยังตั้งคำถามเพิ่มเติมในหลายประเทศที่มีรายได้ปานกลาง เพื่อสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของมหาอำนาจทั้งสอง ปรากฏว่า 75% ของผู้ตอบแบบสอบถามเห็นว่าสหรัฐเข้าไปแทรกแซงกิจการของประเทศอื่น &amp;#8220;มาก&amp;#8221; หรือ &amp;#8220;ค่อนข้างมาก&amp;#8221; ขณะที่เพียง 45% ที่กล่าวเช่นเดียวกันกับจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดร.ชอง เจีย เอียน นักวิชาการที่ไม่ประจำสถาบันของโครงการ Carnegie China กล่าวว่า ผลสำรวจล่าสุดของ Pew ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการใช้กำลังทางทหาร หรือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ทำให้หลายประเทศรู้สึกไม่สบายใจและวิตกกังวล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การสำรวจของ Pew เริ่มขึ้นไม่นานหลังจากทรัมป์เพิ่มความรุนแรงของถ้อยคำเกี่ยวกับแนวคิดที่จะผนวกเกาะกรีนแลนด์ และการที่สหรัฐจับกุมตัวนิโกลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา นอกจากนี้ สหรัฐยังได้เริ่มทำสงครามกับอิหร่านในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ไม่ว่าจีนจะได้รับความนิยมอย่างแท้จริงหรือไม่นั้น ยังเป็นประเด็นที่เปิดกว้างสำหรับการถกเถียง แต่ดูเหมือนว่าในปัจจุบันจีนจะเป็นประเทศที่คาดเดาได้มากขึ้น ปักกิ่งยังทำงานอย่างหนักเพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์ของตน โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา ดร.ชองกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามถึงเหตุใดผลสำรวจจึงพบว่า จีนได้รับคะแนนความนิยมในระดับสูง แต่ประธานาธิบดีสีกลับได้รับคะแนนความเชื่อมั่นต่ำกว่ามาก ดร.ชองกล่าวว่า แม้จีนอาจถูกมองว่าเป็นประเทศที่มีความแน่นอนและคาดเดาได้มากกว่า จึงทำให้หลายประเทศรู้สึกสบายใจในการติดต่อสัมพันธ์ด้วย แต่ข้อเท็จจริงที่ว่า สี จิ้นผิงเป็นผู้นำที่มีลักษณะอำนาจนิยมอย่างชัดเจนไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดร.ชองชี้ให้เห็นว่า ภายใต้การนำของสี จิ้นผิง จีนได้ดำเนินนโยบายที่แข็งกร้าวและขยายขอบเขตการอ้างสิทธิมากขึ้น รวมถึงเรียกร้องให้ประเทศอื่นยอมรับและทำตัวให้สอดคล้องกับมุมมองของจีนต่อระเบียบโลกมากยิ่งขึ้น และยังคงมีคำถามและข้อกังวลเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยภายในประเทศอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ผมคิดว่าผู้คนคงมองว่านโยบายที่ใช้กำลังบังคับและส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจเป็นความผิดของสี จิ้นผิง โดยตรง แต่กลับมองว่านโยบายเชิงบวก เช่น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีน ถูกเชื่อมโยงเข้ากับประเทศจีนในภาพรวม มากกว่าจะเป็นความดีความชอบของผู้นำเท่านั้น” ดร.ชองกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5807998?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ครั้งแรก! ผลสำรวจ Pew ชี้ คนทั่วโลกมองจีนแง่บวกมากกว่าสหรัฐ เชื่อมั่นสีมากกว่าทรัมป์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ครั้งแรก! ผลสำรวจ Pew ชี้ คนทั่วโลกมองจีนแง่บวกมากกว่าสหรัฐ เชื่อมั่นสีมากกว่าทรัมป์</dc:alternative><dc:abstract>ครั้งแรก! ผลสำรวจ Pew ชี้ คนทั่วโลกมองจีนแง่บวกมากกว่าสหรัฐ เชื่อมั่นสีมากกว่าทรัมป์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T01:31:18+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T01:31:18+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/xt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/xt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/xt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/xt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/xt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/xt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กรมยุโรปเปิดเวทีถกPPWR  เตรียมพร้อมธุรกิจไทยไปEU]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808654]]></link><pubDate>2026-07-15T13:52:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5808654</guid><description>กรมยุโรปเปิดเวทีถกPPWR เตรียมพร้อมธุรกิจไทยไปEU เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดเสวนา Circular Economy: Public-Private Forum ภายใต้หัวข้อ “From Europe to Thailand: Bes [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;กรมยุโรปเปิดเวทีถกPPWR&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เตรียมพร้อมธุรกิจไทยไปEU&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ จัดเสวนา Circular Economy: Public-Private Forum ภายใต้หัวข้อ&lt;strong&gt; “From Europe to Thailand: Best Practices and Partnerships for Sustainable Packaging Solutions”&lt;/strong&gt; ณ ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเป็นพื้นที่นำเสนอข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับกฎระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรป (อียู) ด้านบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์ (PPWR) ที่จะส่งผลต่อการส่งออกและการดำเนินธุรกิจของไทย โดยมีโดยมี &lt;strong&gt;นายวีระพงษ์ ประภา&lt;/strong&gt; ผู้แทนการค้าไทย และ นางสาว &lt;strong&gt;Renita Baskha&lt;/strong&gt; หัวหน้าฝ่ายการค้าและเศรษฐกิจของคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เข้าร่วม พร้อมกับผู้แทนจากหลายภาคส่วน ได้แก่ DG ENV จากคณะกรรมาธิการยุโรป บริษัท Danone, SCG Chemicals และ CPF จากภาคเอกชนชั้นนำ ร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจไทยมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวก็รักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายศรัณย์ เจริญสุวรรณ&lt;/strong&gt; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวเปิดงานว่า แม้กฎระเบียบใหม่นี้จะกำหนดความท้าทายแก่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง แต่ถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อโอกาสในการเข้าถึงตลาดโลก ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน และแสดงความพร้อมในการเป็นพันธมิตรที่ดีที่ได้รับความไว้วางใจในห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก (GVC) การปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐาน PPWR จะช่วยยกระดับภาคการผลิตและการส่งออกที่ยั่งยืนของไทย สะท้อนถึงความพร้อมของไทยในการเข้าเป็นสมาชิก OECD ตลอดจนความมุ่งมั่นสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี ค.ศ. 2050 ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศมุ่งมั่นสนับสนุนภาคเอกชนและอุตสาหกรรมไทยให้มีความพร้อมต่อกฎระเบียบใหม่นี้ของอียู&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;PPWR (Packaging and Packaging Waste Regulation) คืออะไร และไทม์ไลน์สำคัญ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการบรรยายช่วงพิเศษ &lt;strong&gt;Mr. Michael Bucki&lt;/strong&gt; ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม การเกษตร และสาธารณสุข คณะผู้แทนอียูประจำประเทศไทย อภิปรายข้อกำหนดและกฎระเบียบใหม่ของ PPWR ว่า กฎระเบียบใหม่ด้านบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ (PPWR) ของอียูว่าเป็นส่วนหนึ่งของ EU Green Deal ที่มุ่งเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยกฎระเบียบใหม่นี้จะกำหนดมาตรฐานการออกแบบและการจัดการบรรจุภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ มุ่งเน้นการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการรีไซเคิล การกำหนดสัดส่วนวัสดุรีไซเคิล การจัดการสารอันตราย การลดปริมาณบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนติดการฉลากที่ชัดเชน นอกจากนี้ กฎระเบียบนี้ยังครอบคลุมบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศในอียู และบรรจุภัณฑ์ที่ส่งออกไปยังอียู รวมถึงสินค้าจากประเทศอื่น เช่น จีน ที่ถูกนำมาบรรจุใหม่ในไทยก่อนส่งไปอียู ก็ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์นี้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดร.นุจรินทร์ รามัญกุล&lt;/strong&gt; ผู้เชี่ยวชาญวิจัยศูนย์เทคโนโลยีและวัสดุแห่งชาติ กล่าวเสริมว่า PPWR จะครอบคลุมบรรจุภัณฑ์ทุกชนิด ทุกประเภท ทุกแหล่งกำเนิด กล่าวคือ ทุกอย่างที่เข้าไปอยู่ในคลังสินค้า แม้จะไม่ใช่ตัวสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ จะถือว่าเป็นบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด อาทิเช่น โลหะ พลาสติก กระดาษและกระดาษแข็ง สิ่งทอ ไม้ เป็นต้น โดยการบังคับใช้ PPWR จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่ง ดร.นุจรินทร์ เสนอแนะว่า ผู้ประกอบการไทยและภาคธุรกิจไทยจะต้องขึ้นรถไฟขวนนี้ให้ทัน โดยมีข้อกำหนดที่สำคัญ 2-3 ประการ คือการจำกัดและห้ามใช้สารเคมีที่น่ากังวล (SOC) ข้อกำหนดที่เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ด้านอาหาร และข้อกำหนดด้านเอกสาร เช่น เอกสาร Declaration of Conformity  (DOC) และเอกสาร Technical Documentation (TD) เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5808682&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1725&quot; height=&quot;1155&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1.jpg 1725w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-300x201.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-1024x686.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-768x514.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-1536x1028.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-728x487.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-1068x715.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-627x420.jpg 627w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-400x268.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1725px) 100vw, 1725px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ความท้าทายของ PPWR คือผู้ผลิตหรือเจ้าของแบรนด์จะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบเรื่องของบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด ตั้งแต่เรื่องการทำเอกสารและรายละเอียดต่าง ๆ โดยภายในปี 2028 จะเริ่มใช้ฉลากบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกัน รวมถึงอาจมีการใช้ Digital Labeling เพื่อความโปร่งใสของข้อมูล ถัดมาภายในปี 2030 จะเป็นหมุดหมายสำคัญ โดยมีข้อกำหนดให้บรรจุภัณฑ์ทุกชนิดต้องรีไซเคิลได้ และบรรจุภัณฑ์พลาสติกจะต้องมีสัดส่วนวัสดุรีไซเคิลตามที่กำหนด ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2026 สหภาพยุโรปจะออกเกณฑ์ EU Equivalence ทซึ่งจะกำหนดให้บรรจุภัณฑ์ต้องผ่านเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพในการรีไซเคิลระดับสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ถอดรหัสวิสัยทัศน์และแนวปฏิบัติจากภาคเอกชน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และแนวปฏิบัติที่ดีจากบริษัทเอกชนชั้นนำต่าง ๆ มีผู้ดำเนินรายการ ได้แก่ ดร.นุจรินทร์ และ &lt;strong&gt;ดร. วศิมน เรืองเล็ก&lt;/strong&gt; กรรมการและอนุกรรมการสถาบัน สังกัดสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (circular economy driver) โดยมีผู้ร่วมเสวนาได้แก่ &lt;strong&gt;นายสิรภาคย์ หงส์วัฒนกุล&lt;/strong&gt; ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาธารณะและความยั่งยืนประจำประเทศไทยและลาว บริษัทดานอน สเปเชียลไลซ์นิวทริชั่น (ประเทศไทย) จำกัด &lt;strong&gt;นายทวิน สมบูรณ์ศักดิกุล&lt;/strong&gt; ตัวแทนกลยุทธ์ด้านความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ บริษัทไทยโพลิเอททีลีน จำกัด ในธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ (SCGC) &lt;strong&gt;นายกิตติ หวังวิวัฒน์ศิลป์&lt;/strong&gt; ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ บริษัทซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ&lt;strong&gt; นายคงศักดิ์ ดอกบัว&lt;/strong&gt; ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพลาสติก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสิรภาคย์กล่าวถึงวิสัยทัศน์และแนวปฏิบัติของบริษัทว่า บริษัทดานอนปฏิบัติตามเกณฑ์ของบริษัทแม่ในยุโรปอยู่แล้ว เนื่องจากบริษัทแม่ตั้งอยู่ในประเทศอียูโดยตรง โดยแนวทางกฎระเบียบ PPWR จะถูกบรรจุเข้าเป็นหนึ่งใน KPI ของบริษัททั่วโลก ด้านบริษัทดานอนนั้นมี sustainability roadmap ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงบวก ทั้งต่อธุรกิจ สุขภาพของผู้คน สิ่งอวดล้อม และชุมชน ดังนั้น นายสิรภาคย์ชี้ว่า PPWR จะตอบโจทย์สิ่งที่เรียกว่าส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและต่อชุมชนไปพร้อมๆ กัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายทวินระบุว่า บริษัท SCGC (SCG Chemical) มุ่งเน้นกลยุทธ์ 5 ด้าน ได้แก่ การรีไซเคิล, เพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิล, ลดสารอันตราย, ลดปริมาณวัสดุ และการสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)​&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5808693&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-scaled.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;2560&quot; height=&quot;1713&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-scaled.jpg 2560w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-300x201.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-1024x685.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-768x514.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-1536x1028.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-2048x1371.jpg 2048w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-728x487.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-1068x715.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-628x420.jpg 628w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-400x268.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 2560px) 100vw, 2560px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายกิตติกล่าวว่า มีแนวปฏิบัติตั้งเป้าให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมด Reuse, Recycle หรือ Compost ได้ภายในปี 2030 โดยความท้าทายอยู่ที่บรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหาร ที่ต้องรักษาความปลอดภัยของอาหารควบคู่ไปกับความยั่งยืน ขณะเดียวกันก็มี Roadmap ด้านการใช้บรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายคงศักดิ์ ในฐานะตัวแทนจากสถาบันพลาสติก ระบุว่า ผู้ประกอบการไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะ SMEs ยังไม่พร้อมและขาดความรู้เกี่ยวกับ PPWR ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามอาจถูกปฏิเสธสินค้านำเข้าได้ และจะเป็นความเสี่ยงที่รุนแรงกว่าการโดนปรับ ดังนั้น การกระจายความรู้ให้ผู้ประกอบการทั้งรายย่อยและรายใหญ่อย่างทั่วถึงจึงมีความสำคัญและเร่งด่วน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับหมุดหมายแรกในวันที่ 12 สิงหาคมที่กำลังจะถึงนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับข้อเสนอแนะและทางออกสำหรับประเทศไทย ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เนื่องจากกฎหมายมีความซับซ้อนและมาตรฐานยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดร.นุจรินทร์เสนอให้ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม PPWR Consortium Thailand ซึ่งจะเป็นเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเตรียมความพร้อมร่วมกัน นอกจากนี้ ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 กรมยุโรปร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลล์ จะจัดสัมมนาออนไลน์ เพื่อสอนวิธีวิธีการจัดทำเอกสาร Declaration of Conformity (DOC) และเอกสารทางเทคนิคสำหรับผู้ประกอบการไทยอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5808680&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-scaled.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;2560&quot; height=&quot;1714&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-scaled.jpg 2560w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-300x201.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-1024x686.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-768x514.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-1536x1028.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-2048x1371.jpg 2048w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-728x487.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-1068x715.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-627x420.jpg 627w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-400x268.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 2560px) 100vw, 2560px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวสมฤดี พู่พรอเนก&lt;/strong&gt; รองอธิบดีกรมยุโรป รักษาราชการแทนอธิบดีกรมยุโรป กล่าวว่า หนทางนับจากนี้ไปจะไม่ง่าย รวมถึงจะมีความยุ่งยากและสลับซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีความตั้งใจจริง อีกทั้งยังมีประสบการณ์ที่ได้จากการเรียนรู้และมีส่วนร่วมกับทางสหภาพยุโรปที่ผ่านมา อาทิ CBAM หรือ EUDR เป็นต้น โดยเราไม่ได้ริเริ่มจากศูนย์ ดังนั้น เราจึงรู้ว่าเราควรมีส่วนร่วมกับใคร อย่างไร ซึ่งจะเป็นพื้นฐานในการเตรียมความพร้อมที่ดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แม้กฎระเบียบ PPWR จะมีความท้าทาย สลับซับซ้อน และยังต้องอาศัยการเข้าถึงข้อมูลอีกมาก แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการและภาคธุรกิจไทยในการปรับตัวสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีมาตรฐานสากล เพราะในปัจจุบัน ความยั่งยืนไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่กลายเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ใครที่สามารถปรับตัวได้ก่อน ย่อมเป็นผู้อยู่รอดท่ามกลางสภาวะไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างแน่นอน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5808654?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กรมยุโรปเปิดเวทีถกPPWR  เตรียมพร้อมธุรกิจไทยไปEU&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กรมยุโรปเปิดเวทีถกPPWR  เตรียมพร้อมธุรกิจไทยไปEU</dc:alternative><dc:abstract>กรมยุโรปเปิดเวทีถกPPWR  เตรียมพร้อมธุรกิจไทยไปEU</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-16T07:07:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-16T07:07:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1714</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1714</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1725</mi:x1><mi:y1>1155</mi:y1><mi:x2>1725</mi:x2><mi:y2>1155</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1714</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1714</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eup3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1713</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1713</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อ่วม! ศาลสิงคโปร์สั่ง Bloomberg จ่ายเฉียด 12 ล้าน หมิ่นประมาท 2 รัฐมนตรี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806594]]></link><pubDate>2026-07-15T11:00:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5806594</guid><description>อ่วม! ศาลสิงคโปร์สั่ง Bloomberg จ่ายเฉียด 12 ล้าน หมิ่นประมาท 2 รัฐมนตรี ศาลสิงคโปร์มีคำสั่งให้สำนักข่าวบลูมเบิร์ก และนายโลว์ เดอ เว่ย ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 460,000 ดอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อ่วม! ศาลสิงคโปร์สั่ง Bloomberg จ่ายเฉียด 12 ล้าน หมิ่นประมาท 2 รัฐมนตรี&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ศาลสิงคโปร์มีคำสั่งให้สำนักข่าวบลูมเบิร์ก และนายโลว์ เดอ เว่ย ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 460,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 11.6 ล้านบาท ให้แก่รัฐมนตรีสิงคโปร์ 2 คน ซึ่งยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาท จากบทความที่กล่าวถึงธุรกรรมซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ของทั้งสอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปีที่ผ่านมา นายเค. ชานมูกัม ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทยและรัฐมนตรียุติธรรม และนายตัน ซี เล็ง ซึ่งขณะยื่นฟ้องดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแรงงานและรัฐมนตรีช่วยการค้าและอุตสาหกรรม ได้ยื่นฟ้องบลูมเบิร์กและนายโลว์ จากบทความที่เผยแพร่ในปี 2024 ซึ่งกล่าวถึงการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ของทั้งสองคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บลูมเบิร์กยืนยันว่า บทความดังกล่าวไม่ได้สื่อว่ารัฐมนตรีทั้งสองกระทำความผิดใดๆ และเพียงยกกรณีของทั้งคู่มาเป็นตัวอย่างของแนวโน้มที่เกิดขึ้นในวงกว้างเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าเมื่อพิจารณาเนื้อหาโดยรวมแล้ว บทความทำให้ผู้อ่านเข้าใจเป็นนัยว่ารัฐมนตรีทั้งสองมีพฤติกรรมไม่ชอบ อีกทั้งบทความยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องการปกปิดข้อมูลและการฟอกเงินด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จอห์น มิกเคิลธเวต บรรณาธิการบริหารของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ออกแถลงการณ์ว่า รู้สึกผิดหวังอย่างมากกับคำตัดสินครั้งนี้ แต่แน่นอนว่าเราจะเคารพคำพิพากษาของศาล แม้ว่าเราได้โต้แย้งระหว่างการพิจารณาคดีว่า การรายงานข่าวของเราถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และเรายังคงเชื่อว่ารัฐมนตรีทั้งสองตีความบทความของเราเกินกว่าที่เนื้อหาจริงจะสื่อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บทความที่เป็นข้อพิพาทมีชื่อว่า &amp;#8220;การซื้อขายคฤหาสน์ในสิงคโปร์ถูกปกคลุมด้วยความลับมากขึ้นเรื่อยๆ&amp;#8221; ได้ตรวจสอบวิธีการที่ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีฐานะร่ำรวยบางรายในสิงคโปร์ ใช้เพื่อปกปิดตัวตนในการซื้อ Good Class Bungalows (GCBs) ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวหรูมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์สิงคโปร์ โดยหนึ่งในวิธีที่กล่าวถึงคือการใช้บริษัทนอมินี เพื่อซ่อนตัวตนของผู้ซื้อตัวจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บทความระบุว่า นายเค. ชานมูกัม ได้ขายบ้าน GCB ของเขาในราคา 88 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 2,200 ล้านบาท ให้แก่ผู้ซื้อที่ไม่เปิดเผยชื่อ โดยใช้โครงสร้างการถือครองผ่านทรัสต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังระบุว่า นายตัน ซี เล็ง ได้ซื้อบ้าน GCB หลังหนึ่งในราคาประมาณ 27 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือกว่า 688 ล้านบาท โดยยกกรณีของเขาเป็นหนึ่งในตัวอย่างของบุคคลสาธารณะหลายคนที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์หรูผ่านธุรกรรมที่เรียกว่า &amp;#8220;ข้อตกลงที่ไม่ต้องมีคำคัดค้าน&amp;#8221; ซึ่งทำให้ยากต่อการติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระหว่างการพิจารณาคดีในเดือนเมษายน รัฐมนตรีทั้งสองและทีมทนายความโต้แย้งว่า การที่บทความกล่าวถึงธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ของพวกเขา ทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดและเชื่อมโยงธุรกรรมดังกล่าวเข้ากับประเด็นอื่นๆ ในบทความ ซึ่งมีการกล่าวถึงความไม่โปร่งใส การปกปิดข้อมูล และความกังวลเกี่ยวกับการฟอกเงิน ขณะเดียวกันชานมูกัมยังแย้งว่า บทความของบลูมเบิร์กมีเจตนาพุ่งเป้ามาที่ตัวเขาโดยเฉพาะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษาออเดรย์ ลิม ของศาลสูงสิงคโปร์ ระบุในคำพิพากษาว่า &amp;#8220;ความหมายตามธรรมชาติและสิ่งที่ผู้อ่านจะเข้าใจ&amp;#8221; จากบทความดังกล่าว คือ รัฐมนตรีทั้งสอง &amp;#8220;อาศัยช่องว่างหรือใช้ประโยชน์จากกฎระเบียบที่มีอยู่&amp;#8221; เพื่อดำเนินธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ของตนในลักษณะที่ไม่โปร่งใส เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการฟอกเงิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษาลิมยังระบุว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง ซึ่งกระทบโดยตรงต่อความซื่อสัตย์สุจริต บุคลิกลักษณะ และชื่อเสียงในการปฏิบัติหน้าที่ของโจทก์ จึงนี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ศาลกำหนดค่าเสียหายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกเหนือจากคดีหมิ่นประมาทแล้ว หน่วยงานของสิงคโปร์ยังมีคำสั่งให้บลูมเบิร์กติด &amp;#8220;ประกาศแก้ไขข้อมูล&amp;#8221; ไว้บนบทความดังกล่าว ภายใต้กฎหมายคุ้มครองจากการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและการบิดเบือนทางออนไลน์ (POFMA) ซึ่งรัฐบาลสิงคโปร์ประกาศใช้ในปี 2019 ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือกับข้อมูลเท็จบนโลกออนไลน์ โดยกำหนดให้ผู้เผยแพร่เนื้อหาที่ทางการเห็นว่าเป็นข้อมูลเท็จ ต้องติดประกาศแก้ไขข้อมูลไว้กับเนื้อหานั้น ขณะที่นักวิจารณ์จำนวนหนึ่งมองว่า กฎหมายดังกล่าวมักถูกนำมาใช้กับเนื้อหาที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บลูมเบิร์กปฏิบัติตามคำสั่งของ POFMA แต่ได้เพิ่มข้อความชี้แจงว่า แม้บริษัทจำเป็นต้องเผยแพร่คำชี้แจงของรัฐบาล &amp;#8220;ภายใต้การข่มขู่ว่าจะถูกลงโทษ&amp;#8221; หากไม่ปฏิบัติตาม แต่บลูมเบิร์กยังคงยืนยันว่าการรายงานข่าวของตนถูกต้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สื่อหลายแห่งที่นำบทความของบลูมเบิร์กไปเผยแพร่ต่อ หรือเขียนบทวิเคราะห์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ก็ได้รับคำสั่งให้ติดประกาศแก้ไขข้อมูลภายใต้กฎหมาย POFMA เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายหลังศาลมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม บทความดังกล่าวถูกนำออกจากเว็บไซต์ของบลูมเบิร์ก ตามคำสั่งของศาลอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806594?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อ่วม! ศาลสิงคโปร์สั่ง Bloomberg จ่ายเฉียด 12 ล้าน หมิ่นประมาท 2 รัฐมนตรี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อ่วม! ศาลสิงคโปร์สั่ง Bloomberg จ่ายเฉียด 12 ล้าน หมิ่นประมาท 2 รัฐมนตรี</dc:alternative><dc:abstract>อ่วม! ศาลสิงคโปร์สั่ง Bloomberg จ่ายเฉียด 12 ล้าน หมิ่นประมาท 2 รัฐมนตรี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-15T04:00:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-15T04:00:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/sp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปูติน ส่งสารถึง ร.10 เสียใจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ หวังคนเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806566]]></link><pubDate>2026-07-15T10:07:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5806566</guid><description>ปูติน ส่งสารถึง ร.10 เสียใจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ หวังคนเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กในวันที่ 15 กรกฎาคม ว่า นายวลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ปูติน ส่งสารถึง ร.10 เสียใจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ หวังคนเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย โพสต์เฟซบุ๊กในวันที่ 15 กรกฎาคม ว่า นายวลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย ได้ส่งสารแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เพลิงไหม้ถึงพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569  ความว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์เพลิงไหม้อันน่าสลดใจที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขอพระองค์ได้โปรดถ่ายทอดคำแห่งความอาลัย ความเห็นอกเห็นใจ และขอส่งกำลังใจอย่างจริงใจจากข้าพเจ้าไปยังครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตทุกคน และขออวยพรให้ผู้บาดเจ็บทุกคนฟื้นตัวในเร็ววันจากเหตุการณ์ในครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยความเคารพอย่างสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วลาดีมีร์ ปูติน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5806588&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;673&quot; height=&quot;538&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1.jpg 673w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1-300x240.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1-525x420.jpg 525w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1-400x320.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1-250x200.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 673px) 100vw, 673px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806566?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปูติน ส่งสารถึง ร.10 เสียใจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ หวังคนเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปูติน ส่งสารถึง ร.10 เสียใจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ หวังคนเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว</dc:alternative><dc:abstract>ปูติน ส่งสารถึง ร.10 เสียใจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ หวังคนเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-15T03:10:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-15T03:10:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ptt1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>673</mi:x1><mi:y1>538</mi:y1><mi:x2>673</mi:x2><mi:y2>538</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ตอ.กลางตึงเครียดหนัก! น้ำมันพุ่งต่อเนื่อง หุ้นมะกันปิดบวก หลังเงินเฟ้อลด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806545]]></link><pubDate>2026-07-15T09:45:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5806545</guid><description>ตอ.กลางตึงเครียดหนัก! น้ำมันพุ่งต่อเนื่อง หุ้นมะกันปิดบวก หลังเงินเฟ้อลด ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันที่ 15 กรกฎาคม หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และผลประ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ตอ.กลางตึงเครียดหนัก! น้ำมันพุ่งต่อเนื่อง หุ้นมะกันปิดบวก หลังเงินเฟ้อลด&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันที่ 15 กรกฎาคม หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และผลประกอบการของธนาคารขนาดใหญ่แข็งแกร่ง ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากความกังวลด้านอุปทาน หลังสหรัฐและอิหร่านต่างเปิดฉากโจมตีกันและต่อสู้เพื่อแย่งชิงการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นถึง 9% เมื่อวันจันทร์ การปรับขึ้นในวันอังคารเป็นไปอย่างจำกัด สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต ของสหรัฐ ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.20 ดอลลาร์ หรือ 1.5% อยู่ที่ 79.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ ปิดที่ 84.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.43 ดอลลาร์ หรือ 1.7% หลังจากราคาทั้งสองชนิดต่างแตะระดับสูงสุดในรอบประมาณหนึ่งเดือนในช่วงระหว่างวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ (CPI) เพิ่มขึ้น 3.5% ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนมิถุนายน ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หลังจากเมื่อเดือนพฤษภาคมเงินเฟ้อพุ่งขึ้นถึง 4.2%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ปรับลดลง 0.4% โดยมีสาเหตุสำคัญจากราคาน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดในรอบหลายปี หลังการหยุดยิงที่เปราะบางระหว่างสหรัฐกับอิหร่านในเดือนมิถุนายนช่วยคลายความตึงเครียดในตลาดพลังงานได้ชั่วคราว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้นักลงทุนในตลาดหุ้นจะยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับความตึงเครียดครั้งล่าสุดในตะวันออกกลางมากนัก แต่ทิม กริสกี นักกลยุทธ์การลงทุนอาวุโสของบริษัท Ingalls &amp;amp; Snyder กล่าวว่า สงครามยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นอยู่ แม้ว่าขณะนี้ตลาดยังไม่ได้ให้น้ำหนักกับประเด็นนี้มากนัก แต่ผลกระทบของมันยังคงอยู่ และกำลังบั่นทอนผลบวกจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทการเงิน และตัวเลข CPI ที่ดูดีในเดือนนี้ อาจแตกต่างไปอย่างมาก หากสถานการณ์ในตลาดน้ำมันยังเป็นอย่างที่เราเห็นอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 9.63 จุด หรือ 0.02% ที่ระดับ 52,508.27 จุด ดัชนี S&amp;amp;P 500 ปิดบวก 28.25 จุด หรือ 0.38% ที่ระดับ 7,543.59 จุด ส่วนดัชนี Nasdaq Composite ปิดบวก 233.83 จุด หรือ 0.90% ที่ระดับ 26,107.01 จุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านดัชนีหุ้นโลกของ MSCI ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.71 จุด หรือ 0.42% ปิดที่ 1,121.57 จุด ก่อนหน้านี้ ดัชนี STOXX 600 ของยุโรปปิดบวก 0.17% โดยฟื้นตัวจากการร่วงลงระหว่างวัน หลังการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐช่วยลดความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาทองคำในตลาดสปอตปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.29% มาอยู่ที่ 4,051.79 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และการลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806545?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ตอ.กลางตึงเครียดหนัก! น้ำมันพุ่งต่อเนื่อง หุ้นมะกันปิดบวก หลังเงินเฟ้อลด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ตอ.กลางตึงเครียดหนัก! น้ำมันพุ่งต่อเนื่อง หุ้นมะกันปิดบวก หลังเงินเฟ้อลด</dc:alternative><dc:abstract>ตอ.กลางตึงเครียดหนัก! น้ำมันพุ่งต่อเนื่อง หุ้นมะกันปิดบวก หลังเงินเฟ้อลด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-15T02:45:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-15T02:45:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ล้มแผน เก็บค่าคุ้มครอง 20% บีบชาติอาหรับลงทุนใหญ่ในสหรัฐ ปิดล้อมอิหร่านใหม่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806455]]></link><pubDate>2026-07-15T08:19:04+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5806455</guid><description>ทรัมป์ล้มแผน เก็บค่าคุ้มครอง 20% บีบชาติอาหรับลงทุนใหญ่ในสหรัฐ ปิดล้อมอิหร่านใหม่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยกเลิกแผนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากสินค้าที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสหรั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์ล้มแผน เก็บค่าคุ้มครอง 20% บีบชาติอาหรับลงทุนใหญ่ในสหรัฐ ปิดล้อมอิหร่านใหม่&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ยกเลิกแผนการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากสินค้าที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสหรัฐจะทำหน้าที่คุ้มครองการเดินทางผ่านช่องแคบสำคัญของการค้าโลกดังกล่าว โดยหันไปใช้แนวทางทำข้อตกลงการค้าและการลงทุนขนาดใหญ่กับประเทศอ่าวอาหรับแทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากเรือสินค้าทุกลำที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และแทนที่ด้วยข้อตกลงด้านการค้าและการลงทุนขนาดใหญ่กับบรรดาประเทศอ่าวอาหรับ โดยเขาประกาศเรื่องดังกล่าวเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่สหรัฐกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่านอีกครั้ง ท่ามกลางความพยายามทำลายการควบคุมของอิหร่านเหนือเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ ทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐได้กลายเป็น &amp;#8220;ผู้พิทักษ์&amp;#8221; ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมให้คำมั่นว่าจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 20% จากสินค้าทุกชนิดที่ขนส่งผ่านช่องแคบ เพื่อเป็นค่าตอบแทนสำหรับการที่สหรัฐทำหน้าที่ปกป้องเส้นทางเดินเรือแห่งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ในโพสต์ล่าสุดบน Truth Social ทรัมป์ระบุว่า &amp;#8220;ผมตัดสินใจแทนที่ค่าธรรมเนียมชดเชยให้สหรัฐ 20% ด้วยข้อตกลงด้านการค้าและการลงทุนที่ประเทศต่าง ๆ ในอ่าวอาหรับจะทำกับสหรัฐ การลงทุนเหล่านั้นจะมีมูลค่ามหาศาล แต่ในขณะเดียวกันก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศเหล่านั้นและอนาคตของพวกเขา&amp;#8221; แต่ทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า ช่องแคบแห่งนี้เปิดให้เรือทุกลำใช้ได้ ยกเว้นอิหร่าน และน้ำมันกำลังไหลเวียนมากกว่าที่เคย ต้องขอบคุณอำนาจอันแข็งแกร่งของกองทัพสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมา หลังการหารือกับอาลี อัล-ไซดี นายกรัฐมนตรีอิรักคนใหม่ที่กรุงวอชิงตัน ทรัมป์กล่าวว่า &amp;#8220;ผมไม่ชอบแนวคิดเรื่องการเก็บค่าธรรมเนียม แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ไม่ยุติธรรมที่เราต้องเป็นฝ่ายปกป้องช่องแคบแห่งนี้เพื่อคนทั้งโลก&amp;#8221; และว่า สาเหตุที่เปลี่ยนใจยกเลิกแผนเก็บค่าธรรมเนียม เป็นเพราะได้รับการติดต่อจากผู้นำประเทศอ่าวอาหรับหลายคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านอิหร่านตอบโต้คำประกาศของทรัมป์ด้วยการยืนยันว่า อิหร่านจะยังคงควบคุมช่องแคบฮอร์มุซต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายคาเซม การีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การตัดสินใจกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลของทรัมป์ได้ทำลายข้อตกลงหยุดยิงที่ทั้งสองฝ่ายเคยบรรลุไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมย้ำว่า ช่องแคบฮอร์มุซเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงแห่งชาติของอิหร่าน และอิหร่านจะใช้อำนาจอธิปไตยของตนเหนือช่องแคบแห่งนี้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ (CENTCOM) เผยเมื่อช่วงดึกวันอังคารที่ 14 กรกฎาคมว่า กองกำลังสหรัฐได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเพิ่มเติมระลอกใหม่ต่ออิหร่าน เพื่อลดขีดความสามารถของอิหร่านที่ใช้ในการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ CENTCOM ระบุว่า สหรัฐได้โจมตีอิหร่านเป็นคืนที่สามติดต่อกัน โดยมีเป้าหมายเดียวกัน ขณะที่สื่อทางการของอิหร่านรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดในหลายเมือง รวมถึงเมืองบุเชห์ร ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทางการอิหร่านระบุว่า ได้โจมตีฐานทัพของสหรัฐในบาห์เรนและจอร์แดน หลังจากก่อนหน้านี้ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) จำนวน 2 ลำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลด้านการเดินเรือแสดงให้เห็นว่า ปริมาณการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสองเดือน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันอ้างอิงของตลาดโลก ก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกมาเตือนเมื่อวันอังคารว่า หากอิหร่านเป็นฝ่ายโจมตีอิสราเอลก่อน การตอบโต้ของอิสราเอลจะรุนแรงกว่ามาก โดยเขาเผยแพร่วิดีโอผ่านโซเชียลว่า &amp;#8220;ผมจะบอกผู้นำอิหร่านว่า อย่าคิดว่าสถานการณ์จะยังคงสงบ หากพวกคุณโจมตีเรา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5806455?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ล้มแผน เก็บค่าคุ้มครอง 20% บีบชาติอาหรับลงทุนใหญ่ในสหรัฐ ปิดล้อมอิหร่านใหม่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ล้มแผน เก็บค่าคุ้มครอง 20% บีบชาติอาหรับลงทุนใหญ่ในสหรัฐ ปิดล้อมอิหร่านใหม่</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ล้มแผน เก็บค่าคุ้มครอง 20% บีบชาติอาหรับลงทุนใหญ่ในสหรัฐ ปิดล้อมอิหร่านใหม่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-15T11:47:14+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-15T11:47:14+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t15.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t15-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t15.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t15-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t15-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t15-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เผยครึ่งปีแรก กัมพูชา นำเข้าสินค้าไทย 3.3 หมื่นล้าน แม้ปลุกกระแสบอยคอต ท่ามกลางปัญหาพิพาทชายแดน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805699]]></link><pubDate>2026-07-14T15:44:10+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5805699</guid><description>เผยครึ่งปีแรก กัมพูชา นำเข้าสินค้าไทย 3.3 หมื่นล้าน แม้ปลุกกระแสบอยคอต ท่ามกลางปัญหาพิพาทชายแดน เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ขแมร์ไทมส์ สื่อกัมพูชารายงานว่า แม้จะมีปัญหาตึงเครียดตามแนวชายแดนและการจำกัดการข้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เผยครึ่งปีแรก กัมพูชา นำเข้าสินค้าไทย 3.3 หมื่นล้าน แม้ปลุกกระแสบอยคอต ท่ามกลางปัญหาพิพาทชายแดน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ขแมร์ไทมส์ สื่อกัมพูชารายงานว่า แม้จะมีปัญหาตึงเครียดตามแนวชายแดนและการจำกัดการข้ามแดนระหว่างกัน ทว่าในครึ่งปีแรกของปี 2569 นี้ กัมพูชายังคงนำเข้าสินค้าไทย มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท นั่นแสดงให้เห็นว่ากัมพูชายังคงพึ่งพาวัตถุดิบภาคอุตสาหกรรมจากไทยอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจะลดลงก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยจากข้อมูลสถิติด้านดุลการค้าเผยแพร่โดยกรมศุลกากรและสรรพสามิต(GDCE)ของกัมพูชา เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมระบุว่า มูลค่าการค้าระหว่างกัมพูชาและไทยในช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายนปีนี้ อยู่ที่ 1,370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 4.5 หมื่นล้านบาท) ซึ่งลดลง 37.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การส่งออกสินค้าของกัมพูชาไปไทย มีมูลค่า 357 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.25 หมื่นล้านบาท ลดลง 20.3% จาก 448 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 ส่วนการนำเข้าสินค้าจากไทยของกัมพูชา ลดลง 41.9% มีมูลค่าอยู่ 1,010 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.38 หมื่นล้านบาท ลดลงจาก 1,740 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศจะลดลงอย่างมาก แต่ตัวเลขต่างๆ นี้แสดงให้เห็นว่าไทยยังคงเป็นแหล่งป้อนสินค้าหลักให้กับกัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัตถุดิบภาคอุตสาหกรรมและปัจจัยการผลิตที่ยังคงสนับสนุนภาคการผลิต ก่อสร้างและกิจกรรมทางธุรกิจอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การปลุกกระแสเรียกร้องให้บอยคอตสินค้าไทยนั้นได้ส่งผลกระทบต่อสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าเครื่องใช้ภาคครัวเรือน ส่วนการนำเข้าสินค้าจำเป็นในภาคอุตสาหกรรมและสินค้ากึ่งสำเร็จรูปนั้นยังคงดำเนินต่อไป เนื่องจากภาคธุรกิจจำเป็นต้องใช้สินค้าเหล่านี้ในการดำเนินงาน และแม้ปริมาณการค้าระหว่างสองประเทศจะปรับลดลง แต่ไทยยังคงเป็นหนึ่งใน 5 คู่ค้าหลักของกัมพูชา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเจีย จันดารา ประธานสมาคมห่วงโซ่อุปทานทางโลจิสติกส์ของกัมพูชา เปิดเผยว่า กัมพูชายังคงนำเข้าสินค้าหลากหลายประเภทจากไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงวัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร ชิ้นส่วนยานยนต์และรถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์สำหรับภาคอุตสาหกรรม โดยสินค้าอุตสาหกรรมเหล่านี้จำนวนมากผลิตโดยบริษัทญี่ปุ่นและบริษัทข้ามชาติอื่นๆ ที่ดำเนินธุรกิจในไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับภูมิภาคและฐานการจัดหาสินค้าที่สำคัญสำหรับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงกัมพูชามาอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเจียยังเน้นย้ำว่าสินค้าไทยยังคงเข้าสู่ตลาดกัมพูชาได้อย่างต่อเนื่องแม้จะมีความตึงเครียดบริเวณชายแดน ขณะที่กระแสเรียกร้องให้บอยคอตสินค้าไทยนั้น ส่งผลกระทบหลักต่อกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ เนื่องจากสินค้าเหล่านี้สามารถจัดหาจากแหล่งอื่นในภูมิภาคได้ง่ายกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี นายเจียกล่าวว่า การจะเปลี่ยนคู่ค้าสำคัญไม่สามารถทำได้ชั่วข้ามคืน แต่ภาคธุรกิจจำเป็นต้องใช้เวลาในการหาแหล่งอุปทานทางเลือกอื่น สร้างห่วงโซ่อุปทานไม่ รวมถึงต้องมั่นใจในคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนของสินค้าก่อนที่จะตัดสินใจเปลี่ยนด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805699?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เผยครึ่งปีแรก กัมพูชา นำเข้าสินค้าไทย 3.3 หมื่นล้าน แม้ปลุกกระแสบอยคอต ท่ามกลางปัญหาพิพาทชายแดน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เผยครึ่งปีแรก กัมพูชา นำเข้าสินค้าไทย 3.3 หมื่นล้าน แม้ปลุกกระแสบอยคอต ท่ามกลางปัญหาพิพาทชายแดน</dc:alternative><dc:abstract>เผยครึ่งปีแรก กัมพูชา นำเข้าสินค้าไทย 3.3 หมื่นล้าน แม้ปลุกกระแสบอยคอต ท่ามกลางปัญหาพิพาทชายแดน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T08:44:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T08:44:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/124889.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/124889-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/124889.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/124889-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/124889-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/124889-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ระทึก! แผ่นดินไหวเวียดนาม ขนาด 5.2 ห่างอุบลราชธานี 361 กิโลเมตร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805466]]></link><pubDate>2026-07-14T14:40:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5805466</guid><description>ระทึก! แผ่นดินไหวเวียดนาม ขนาด 5.2 ห่างอุบลราชธานี 361 กิโลเมตร กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนยิมวิทยา แจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 13.48 น. ตามเวลาในไทย เกิดเหตุแผ่ดินไหวขึ้นที่ประเทศเวียดนาม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ระทึก! แผ่นดินไหวเวียดนาม ขนาด 5.2 ห่างอุบลราชธานี 361 กิโลเมตร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนยิมวิทยา แจ้งว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม เวลา 13.48 น. ตามเวลาในไทย เกิดเหตุแผ่ดินไหวขึ้นที่ประเทศเวียดนาม ขนาด 5.2 แมกนิจูด มีศูนย์กลางอยู่ลึกลงไปใต้ดิน 10 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากอ.เมือง จ.อุบลราชธานี ราว 361 กิโลเมตร เบื้องต้นเหตุแผ่นดินไหวไม่เข้าเกณฑ์การแจ้งเหตุแผ่นระบบ Cell Broadcast&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone wp-image-5805506 size-full&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1.jpg&quot; alt=&quot;แผ่นดินไหว&quot; width=&quot;1000&quot; height=&quot;707&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1.jpg 1000w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-300x212.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-768x543.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-100x70.jpg 100w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-728x515.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-594x420.jpg 594w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-400x283.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-250x177.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1000px) 100vw, 1000px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805466?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ระทึก! แผ่นดินไหวเวียดนาม ขนาด 5.2 ห่างอุบลราชธานี 361 กิโลเมตร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ระทึก! แผ่นดินไหวเวียดนาม ขนาด 5.2 ห่างอุบลราชธานี 361 กิโลเมตร</dc:alternative><dc:abstract>ระทึก! แผ่นดินไหวเวียดนาม ขนาด 5.2 ห่างอุบลราชธานี 361 กิโลเมตร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T07:41:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T07:41:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-quake1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-quake1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-quake1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-quake1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-quake2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-quake2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/vn-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>707</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อียู จ่อออกมาตรการคุม เด็ก-เยาวชน ใช้โซเชียลมีเดีย มีผลครอบคลุมทั่วทั้ง 27 ปท.สมาชิก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805360]]></link><pubDate>2026-07-14T13:56:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5805360</guid><description>อียู จ่อออกมาตรการคุม เด็ก-เยาวชน ใช้โซเชียลมีเดีย มีผลครอบคลุมทั่วทั้ง 27 ปท.สมาชิก นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เปิดเผยถึงแผนการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวกับผู้สื [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อียู จ่อออกมาตรการคุม เด็ก-เยาวชน ใช้โซเชียลมีเดีย มีผลครอบคลุมทั่วทั้ง 27 ปท.สมาชิก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เปิดเผยถึงแผนการควบคุมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมว่า สหภาพยุโรป(อียู)จะดำเนินมาตรการจำกัดการเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์ของกลุ่มเด็กในทั่วทั้ง 27 ประเทศสมาชิกของอียู ซึ่งถือเป็นความพยายามครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพื่อป้องกันภัยอันตรายทางออนไลน์ที่มีต่อเด็กและเยาวชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในความเคลื่อนไหวนี้ นางฟอน แดร์ ไลเอิน ได้อ้างอิงถึงเอกสารจากผู้เชี่ยวชาญ 2 ราย ที่แนะให้ใช้แนวทางแบบแบ่งระดับ โดยเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี จะได้รับอนุญาตให้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ได้ในระยะเวลาจำกัดและต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็กหรือครู ส่วนข้อจำกัดต่างๆ จะมีการผ่อนปรนแบบค่อยเป็นค่อยไปเมื่อเด็กโตขึ้นเป็นวัยรุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เป็นที่ชัดเจนว่าเราจำเป็นต้องมีมาตรการจำกัดการใช้งานแพลตฟอร์มต่างๆ ให้เหมาะสมกับช่วงวัย&amp;#8221; ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปกล่าว และว่า &amp;#8220;คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าเด็กจะเผชิญกับความเสี่ยงอันตรายบนโลกออนไลน์หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าเราจะทำอย่างไรเพื่อให้เด็กเริ่มต้นอย่างปลอดภัยขึ้นบนโลกออนไลน์&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟอน แดร์ ไลเอิน กล่าวว่า เธออาจจะดำเนินการตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ และคณะกรรมาธิการจะยื่นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมหลังฤดูร้อนนี้ โดยคาดว่าเธอจะประกาศมาตรการดังกล่าวในการกล่าวถ้อยแถลงของเธอในเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ออสเตรเลีย อังกฤษ จีน อินเดีย และสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มใช้มาตรการห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเด็กและเยาวชนแล้วหรือกำลังพิจารณามาตรการดังกล่าวอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่แพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง TikTok, YouTube ของบริษัท อัลฟาเบต รวมถึง Instagram และ Facebook ของบริษัท เมตา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์ระบุว่าบริษัทเหล่านี้ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความเห็นในเรื่องนี้ อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ต่างระบุว่ามีมาตรการปกป้องผู้ใช้งานที่เป็นเด็กและเยาวชนอยู่แล้ว และหลายแพลตฟอร์มได้กำหนดข้อจำกัดด้านอายุไว้แล้ว (รอยเตอร์)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805360?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อียู จ่อออกมาตรการคุม เด็ก-เยาวชน ใช้โซเชียลมีเดีย มีผลครอบคลุมทั่วทั้ง 27 ปท.สมาชิก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อียู จ่อออกมาตรการคุม เด็ก-เยาวชน ใช้โซเชียลมีเดีย มีผลครอบคลุมทั่วทั้ง 27 ปท.สมาชิก</dc:alternative><dc:abstract>อียู จ่อออกมาตรการคุม เด็ก-เยาวชน ใช้โซเชียลมีเดีย มีผลครอบคลุมทั่วทั้ง 27 ปท.สมาชิก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T06:56:14+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T06:56:14+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-14-135101.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-14-135101-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-14-135101.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-14-135101-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-14-135101-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-14-135101-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยูเครนผนึก 9 ชาติ ประกาศตั้ง พันธมิตรปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805219]]></link><pubDate>2026-07-14T12:48:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5805219</guid><description>ยูเครนผนึก 9 ชาติ ประกาศตั้ง พันธมิตรปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ ยูเครนและอีก 9 ประเทศประกาศเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมว่า พวกเขาได้จัดตั้งพันธมิตรเพื่อปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ โดยอาศัยประสบการณ์ของยูเครนจากการต่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ยูเครนผนึก 9 ชาติ ประกาศตั้ง พันธมิตรปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ยูเครนและอีก 9 ประเทศประกาศเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมว่า พวกเขาได้จัดตั้งพันธมิตรเพื่อปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ โดยอาศัยประสบการณ์ของยูเครนจากการต่อสู้กับการรุกรานเต็มรูปแบบของรัสเซียมานานกว่า 4 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของทั้ง 10 ประเทศที่เผยแพร่หลังการหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน ที่กรุงปารีส ของฝรั่งเศส ระบุว่า เป้าหมายของเราคือการสร้างขีดความสามารถในการป้องกันขีปนาวุธร่วมกันสำหรับยุโรป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราเชื่อว่าการปกป้องยุโรปต้องมีการแก้ปัญหาแบบครอบคลุม ซึ่งก็คือการสร้างสถาปัตยกรรมการป้องกันขีปนาวุธแบบบูรณาการ เพื่อยับยั้งและลอทอนภัยคุกคามจากขีปนาวุธในอนาคต เราตระหนักถึงประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของยูเครน ซึ่งได้มาจากการป้องกันประเทศในการเผชิญกับสงครามรุกรานที่รัสเซียเป็นผู้ก่อขึ้น” แถลงการณ์ดังกล่าวระบุ แต่ไม่ได้มีการกำหนดกรอบเวลาสำหรับการจัดตั้งระบบป้องกันดังกล่าว และยังบอกด้วยว่าแผนการนี้ยังเปิดกว้างสำหรับประเทศอื่นๆ ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เซเลนสกีกำลังขอให้ผู้นำจากราว 24 ประเทศสนับสนุนการพัฒนามาตรการต่อต้านการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซียที่ได้ถล่มยูเครนอย่างหนัก และทำให้ประเทศอื่นๆ ในยุโรปวิตกกังวลถึงความทะเยอทะยานที่กว้างไกลกว่าของมอสโกในทวีปยุโรป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เซเลนสกีและผู้นำเดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สเปน สวีเดน และสหราชอาณาจักร ระบุว่า พวกเขาตระหนักถึง “ภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากขีปนาวุธ” ซึ่งสกัดกั้นได้ยากกว่าขีปนาวุธร่อนหรือโดรน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้นำยูเครนกล่าวว่า ภายใน 12 เดือนข้างหน้า ยูเครนและพันธมิตรสามารถร่วมกันพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธต้นทุนต่ำที่ผลิตได้ในปริมาณมาก พร้อมทั้งพัฒนาขีปนาวุธสำหรับระบบดังกล่าว ซึ่งจะทำให้ยุโรปสามารถจัดหาขีดความสามารถใหม่ในการสกัดขีปนาวุธได้ด้วยตนเอง และยังสามารถส่งมอบให้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่ต้องการการคุ้มครองได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ยืนกรานว่าจะไม่ยอมอ่อนข้อ โดยให้คำมั่นเมื่อวันจันทร์ว่าจะตอบโต้การโจมตีระยะไกลของยูเครนต่อโรงกลั่นน้ำมัน เรือบรรทุกน้ำมัน และท่าเรือต่างๆ ของรัสเซีย จนทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงเป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปูตินกล่าวต่อที่ประชุมกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่สนับสนุนเครมลินว่า “ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามโจมตีดินแดนของรัสเซียที่ใด เราจะตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน แต่การโจมตีของเราจะรุนแรงกว่าหลายเท่า”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5805219?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยูเครนผนึก 9 ชาติ ประกาศตั้ง พันธมิตรปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยูเครนผนึก 9 ชาติ ประกาศตั้ง พันธมิตรปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ</dc:alternative><dc:abstract>ยูเครนผนึก 9 ชาติ ประกาศตั้ง พันธมิตรปกป้องยุโรปจากขีปนาวุธ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T05:48:14+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T05:48:14+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cm-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cm-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไม่รอดอีกราย! จีนขับ อดีตโปลิตบูโร รายที่ 3 พ้นพรรค เซ่นคดีคอร์รัปชั่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804797]]></link><pubDate>2026-07-14T12:28:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804797</guid><description>ไม่รอดอีกราย! จีนขับ อดีตโปลิตบูโร รายที่ 3 พ้นพรรค เซ่นคดีคอร์รัปชั่น จีนขับนายหม่า ซิงรุ่ย อดีตสมาชิกกรมการเมือง (โปลิตบูโร) ออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนในข้อหาคอร์รัปชั่น ทำให้เขาเป็นสมาชิกโปลิตบูโรคนท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไม่รอดอีกราย! จีนขับ อดีตโปลิตบูโร รายที่ 3 พ้นพรรค เซ่นคดีคอร์รัปชั่น&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;จีนขับนายหม่า ซิงรุ่ย อดีตสมาชิกกรมการเมือง (โปลิตบูโร) ออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนในข้อหาคอร์รัปชั่น ทำให้เขาเป็นสมาชิกโปลิตบูโรคนที่ 3 ที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ซึ่งถูกกวาดล้างนับตั้งแต่ปี 2025 ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินหน้ารณรงค์ปราบปรามการทุจริต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หม่า ซึ่งดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าคณะทำงานด้านการพัฒนาชนบทส่วนกลาง ถูกสอบสวนตั้งแต่เดือนเมษายน ในข้อหาต้องสงสัยว่าละเมิดกฎหมายและวินัยอย่างร้ายแรง ซึ่งคำที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนใช้ในการกล่าวถึงการทุจริตคอร์รัปชั่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผู้สอบสวนพบว่า หม่าใช้อำนาจหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นในการคัดเลือกและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ รวมทั้งจัดหาตำแหน่งงานให้บุคคลอย่างไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หม่ายังรับของขวัญโดยผิดกฎหมาย ช่วยเหลือญาติให้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในราคาต่ำกว่าราคาตลาด และมีพฤติกรรมนำอำนาจรัฐไปแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ทางการเงินและผลประโยชน์ทางเพศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ หม่าเปิดทางให้สมาชิกในครอบครัวใช้อิทธิพลจากตำแหน่งหน้าที่ของเขาในการแสวงหาผลประโยชน์มหาศาล โดยมีส่วนร่วมกับสิ่งที่ทางการจีนระบุว่าเป็น “การทุจริตทั้งครอบครัว” ในวงกว้าง พร้อมทั้งรับเงินและทรัพย์สินจำนวนมหาศาลโดยผิดกฎหมาย แต่ซินหัวไม่ได้ระบุถึงจำนวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การขับหม่าออกจากพรรคถือเป็นการยกระดับการปราบปรามคอร์รัปชั่นของประธานาธิบดีสี ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี เพื่อกำจัดการทุจริต ซึ่งพัวพันกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรค รัฐบาล และกองทัพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนมกราคม จีนได้เปิดการสอบสวนคดีคอร์รัปชั่นต่อนายจาง โย่วเสีย นายพลอาวุโสสูงสุดของกองทัพจีน ขณะที่นายเหอ เว่ยตง อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลาง (CMC) ก็ถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804797?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไม่รอดอีกราย! จีนขับ อดีตโปลิตบูโร รายที่ 3 พ้นพรรค เซ่นคดีคอร์รัปชั่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไม่รอดอีกราย! จีนขับ อดีตโปลิตบูโร รายที่ 3 พ้นพรรค เซ่นคดีคอร์รัปชั่น</dc:alternative><dc:abstract>ไม่รอดอีกราย! จีนขับ อดีตโปลิตบูโร รายที่ 3 พ้นพรรค เซ่นคดีคอร์รัปชั่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T06:06:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T06:06:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cp1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cp1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cp1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cp1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cp1-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cp1-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐห้ามพลเมืองกลับจากคองโกเข้าประเทศทันที ต้องกักตัวประเทศที่ 3 ก่อน หวั่นแพร่เชื้ออีโบลา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804999]]></link><pubDate>2026-07-14T11:48:07+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804999</guid><description>สหรัฐประกาศห้ามพลเมืองกลับจากคองโกในทันที ต้องกักตัวอยู่ในประเทศที่ 3 ก่อนอย่างน้อย 21 วัน เพื่อป้องกันการระบาดของอีโบลา ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้ออีโบลาในคองโก เพิ่มขึ้นเป็น 1,926 ราย ในจำนวนนี้ ตายแล้ว 70 [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สหรัฐประกาศห้ามพลเมืองกลับจากคองโกในทันที ต้องกักตัวอยู่ในประเทศที่ 3 ก่อนอย่างน้อย 21 วัน เพื่อป้องกันการระบาดของอีโบลา ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้ออีโบลาในคองโก เพิ่มขึ้นเป็น 1,926 ราย ในจำนวนนี้ ตายแล้ว 702 ราย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แจ้งว่า รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศห้ามพลเมืองอเมริกันในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เดินทางกลับประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยเครื่องบินพาณิชย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยคำสั่งดังกล่าว ออกภายใต้อำนาจด้านการขนส่ง มาตรา 49 ที่จะทำให้พลเมืองสหรัฐ ที่อยู่ในคองโก หรือผู้ที่เพิ่งเดินทางออกจากคองโก ถูกขึ้นบัญชี &amp;#8220;ห้ามขึ้นเครื่องบิน&amp;#8221; จนกว่าจะพวกเขาจะใช้เวลาอย่างน้อย 21 วันในประเทศที่ 3&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ข้อจำกัดใหม่นี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการระบาดของอีโบลา ที่กำลังขยายวงกว้างมากขึ้น ไปในหลายจังหวัดของคองโก ขณะที่ข้อมูลตัวเลขอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ทางการคองโกแจ้งว่า มีผู้ป่วยอีโบลาทั่วประเทศที่ยืนยันแล้ว 1,926 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 702 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐ เปิดเผยว่า มีชาวอเมริกันราว 24 คน มีกำหนดจะขึ้นเครื่องบินจากคองโก กลับประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งทางกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ จะคอยให้การสนับสนุคนคนเหล่านี้ และผู้ที่ได้รับผลกระทบคนอื่นๆในช่วงระยะเวลาที่ต้องรอคอยการกลับมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม นายโรเบิร์ต เอฟ.เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขของสหรัฐ ได้ลงนามในคำสั่งที่อ้างถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคอีโบลา รวมถึงการแพร่กระจายของไวรัสไปยังบริเวณนอกกรุงกินชาซา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคมว่า พลเมืองชาวอเมริกันที่ทำงานให้กับองค์กรด้านมนุษยธรรมในคองโก ถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่า มีชาวอเมริกันติดเชื้ออีโบลาอีกราย ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแฟรงก์เฟิร์ต ในเยอรมนี เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804999?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐห้ามพลเมืองกลับจากคองโกเข้าประเทศทันที ต้องกักตัวประเทศที่ 3 ก่อน หวั่นแพร่เชื้ออีโบลา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐห้ามพลเมืองกลับจากคองโกเข้าประเทศทันที ต้องกักตัวประเทศที่ 3 ก่อน หวั่นแพร่เชื้ออีโบลา</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐห้ามพลเมืองกลับจากคองโกเข้าประเทศทันที ต้องกักตัวประเทศที่ 3 ก่อน หวั่นแพร่เชื้ออีโบลา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T04:48:07+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T04:48:07+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/3054164_RC29CLAK3ZKW_RTRMADP_3_HEALTH-EBOLA-CONGO-REBELS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/3054164_RC29CLAK3ZKW_RTRMADP_3_HEALTH-EBOLA-CONGO-REBELS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/3054164_RC29CLAK3ZKW_RTRMADP_3_HEALTH-EBOLA-CONGO-REBELS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/3054164_RC29CLAK3ZKW_RTRMADP_3_HEALTH-EBOLA-CONGO-REBELS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HEALTH-EBOLA-CONGO-REBELS-222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/HEALTH-EBOLA-CONGO-REBELS-222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[การเมืองร้อน! รัฐสภาฮังการี ไฟเขียวแก้รธน. เปิดทางขับปธน. ที่ถูกตีตราเป็นหุ่นเชิด กลุ่มอำนาจเก่า]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804915]]></link><pubDate>2026-07-14T11:25:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804915</guid><description>การเมืองร้อน! รัฐสภาฮังการี ไฟเขียวแก้รธน. เปิดทางขับปธน. ที่ถูกตีตราเป็นหุ่นเชิด กลุ่มอำนาจเก่า รัฐสภาฮังการีได้ผ่านความเห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้ขับประธานาธิบดีตามาซ ซูโยกของฮังการีลง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;การเมืองร้อน! รัฐสภาฮังการี ไฟเขียวแก้รธน. เปิดทางขับปธน. ที่ถูกตีตราเป็นหุ่นเชิด กลุ่มอำนาจเก่า&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐสภาฮังการีได้ผ่านความเห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางให้ขับประธานาธิบดีตามาซ ซูโยกของฮังการีลงจากตำแหน่ง หลังจากนายปีแตร์ มอจยอร์ นายกรัฐมนตรีฮังการี กล่าวหาว่าเขาเป็นหุ่นเชิดของ นายวิกตอร์ ออร์บาน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งพ่ายศึกเลือกตั้งทั่วไปอย่างหมดท่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาฮังการีในวันจันทร์(13 ก.ค.) เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของนายมอจยอร์ นายกรัฐมนตรีจากพรรคทิสซา (Tisza Party) อันเป็นพรรคกลางขวา ที่จะทำลายฐานอำนาจของนายออร์บาน โดยนายมอจยอร์อ้างว่าเขาได้รับฉันทามติอย่างแข็งแกร่งจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หลังจากพรรคทิสซาของเขาสามารถยุติอำนาจปกครองประเทศของพรรคฟิเดสซ์ (Fidesz Party) ซึ่งเป็นพรรคชาตินิยมของนายออร์บานลงได้ด้วยชัยชนะอย่างถล่มทลายในศึกเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“จะถือเป็นการทรยศต่อชาติ หากเราไม่แตะต้องรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พวกเขา (พรรคฟิเดสซ์) ได้จัดวางโครงสร้างประเทศให้เจตจำนงของคนเพียงคนเดียว กลายเป็นที่มาของการออกกฎหมาย พรรคทิสซาได้รับฉันทามติอย่างท่วมท้นด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 เพื่อรื้อระบบนี้” นายมอจยอร์กล่าวต่อรัฐสภา ก่อนการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 139 ต่อ 6 เสียง จากสมาชิกรัฐสภาทั้งสิ้น 199 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวจะส่งผลให้วาระการดำรงตำแหน่งของนายซูโยกจะสิ้นสุดลงในทันที โดยอ้างเหตุผลที่สังคมสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเขาลงอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้รัฐสภาฮังการีจะทำการเลือกประธานาธิบดีคนใหม่ เพื่อปฏิบัติหน้าที่จนกว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ หรือเป็นระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี โดยนายมอจยอร์กล่าวว่า ช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้จะมีการเริ่มต้นโครงการร่วมขนาดใหญ่กับประชาชนชาวฮังการีเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และว่า หากนายซูโยกไม่ยอมลงนามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ภายใน 5 วัน รัฐสภาก็จะเริ่มกระบวนการถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้รัฐธรรมนูญฮังการี ประธานาธิบดีถือเป็นตำแหน่งประมุขแห่งรัฐที่มีบทบาทในเชิงพิธีการเป็นหลัก โดยมีอำนาจจำกัดในการยับยั้งร่างกฎหมายหรือส่งเรื่องให้มีการทบทวนกฎหมายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พรรคทิสซาของมอจยอร์ ครองเสียงข้างมากเด็ดขาดในรัฐสภา จึงทำให้พรรคของเขาสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญและยกเลิกการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่ดำเนินการในยุคของนายออร์บานซึ่งพรรคทิสซามองว่าเป็นการบ่อนเซาะประชาธิปไตยได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายซูโยก ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญมานานถึง 10 ปี ก่อนรัฐสภาแต่งตั้งเขาให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2024 กล่าวยืนยันว่าเขาไม่มีวาระการเมืองใดแอบแฝงและจนถึงขณะนี้เขายังปฏิเสธที่จะลงจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้นายซูโซกยังขอให้คณะกรรมาธิการเวนิส ซึ่งเป็นคณะทำงานของสภายุโรปด้านสิทธิมนุษยชนที่ให้คำแนะนำว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ให้ประเมินการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลฮังการี อย่างไรก็ดีคณะกรรมาธิการเวนิสปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในกรณีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พรรคฟิเดสซ์ของออร์บานยังได้จัดการประท้วงเพื่อแสดงความสนับสนุนนายซูโยก แต่นายออร์บานไม่ได้เข้าร่วม ขณะที่ส.ส.จากพรรคฟิเดสซ์ได้บอยคอตการประชุมรัฐสภาเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะกำหนดให้ สมาชิกสภานิติบัญญัติ สามารถดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 12 ปี และยังกำหนดอายุเกษียณของผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญไว้ที่ 70 ปี ซึ่งจะทำให้ ปีแตร์ โพลต์ ผู้ดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นพันธมิตรของนายออร์บานต้องพ้นจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804915?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;การเมืองร้อน! รัฐสภาฮังการี ไฟเขียวแก้รธน. เปิดทางขับปธน. ที่ถูกตีตราเป็นหุ่นเชิด กลุ่มอำนาจเก่า&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>การเมืองร้อน! รัฐสภาฮังการี ไฟเขียวแก้รธน. เปิดทางขับปธน. ที่ถูกตีตราเป็นหุ่นเชิด กลุ่มอำนาจเก่า</dc:alternative><dc:abstract>การเมืองร้อน! รัฐสภาฮังการี ไฟเขียวแก้รธน. เปิดทางขับปธน. ที่ถูกตีตราเป็นหุ่นเชิด กลุ่มอำนาจเก่า</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T04:25:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T04:25:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T143220Z_1130705564_RC22DMAD0LO4_RTRMADP_3_HUNGARY-POLITICS-PRESIDENT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T143220Z_1130705564_RC22DMAD0LO4_RTRMADP_3_HUNGARY-POLITICS-PRESIDENT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T143220Z_1130705564_RC22DMAD0LO4_RTRMADP_3_HUNGARY-POLITICS-PRESIDENT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T143220Z_1130705564_RC22DMAD0LO4_RTRMADP_3_HUNGARY-POLITICS-PRESIDENT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T143220Z_1130705564_RC22DMAD0LO4_RTRMADP_3_HUNGARY-POLITICS-PRESIDENT-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-13T143220Z_1130705564_RC22DMAD0LO4_RTRMADP_3_HUNGARY-POLITICS-PRESIDENT-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รบ.ทรัมป์เล่นงาน ICC บีบพันธมิตรโดดเดี่ยวศาล จ่อห้ามเดินทาง-ถอนวีซ่า-คว่ำบาตร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804778]]></link><pubDate>2026-07-14T09:25:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804778</guid><description>รบ.ทรัมป์เล่นงาน ICC บีบพันธมิตรโดดเดี่ยวศาล จ่อห้ามเดินทาง-ถอนวีซ่า-คว่ำบาตร นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ว่ารัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;รบ.ทรัมป์เล่นงาน ICC บีบพันธมิตรโดดเดี่ยวศาล จ่อห้ามเดินทาง-ถอนวีซ่า-คว่ำบาตร&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ว่ารัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเปิดฉากความพยายามเพื่อทำลายสิ่งที่สหรัฐเรียกว่า “ภัยคุกคามต่ออธิปไตยของสหรัฐ” จากศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ รูบิโอกล่าวว่า ในตอนแรก ICC มีวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งเพื่อดำเนินคดีเฉพาะความผิดที่ร้ายแรงที่สุดเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นองค์กรที่มีแนวคิดสุดโต่งและรุนแรงกว่านั้นมาก พร้อมย้ำว่ารัฐบาลทรัมป์จะไม่ยอมให้ศาลแห่งนี้คุกคามบุคลากรของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์ว่า ไม่มีทางเลือกทางการทูตใดถูกตัดออกจากการรณรงค์เพื่อรื้อถอนภัยคุกคามที่ศาล ICC มีต่อชาวอเมริกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รูบิโอเขียนบทความแสดงความคิดเห็นในวอลล์สตรีทเจอร์นัลเมื่อวันจันทร์ อ้างถึงเสียงเรียกร้องจากนักกิจกรรมและบุคคลอื่นๆ ให้ศาลดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่สหรัฐ รวมถึงกรณีการเนรเทศผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์ หรือการโจมตีเรือที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าบรรทุกยาเสพติด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ในขณะที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่นี้ ICC และมิตรสหายกำลังทำสงครามกับประเทศของเรา ไม่ใช่ด้วยกระสุนและขีปนาวุธ แต่ด้วยกฎหมาย ข้อตกลง และอำนาจของสิ่งที่เรียกว่ากฎหมายระหว่างประเทศ” รูบิโอกล่าวในคลิปวิดีโอ โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง นาวิกโยธิน และอัยการที่ทำงานในคดีก่อการร้ายอาจเผชิญกับการดำเนินคดีโดยศาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐรายหนึ่งบอกกับรอยเตอร์ว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาทางเลือกหลากหลายรูปแบบในการเล่นงานศาล ICC ซึ่งรวมถึงการห้ามเดินทาง การเพิกถอนวีซ่า การเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อศาล ICC และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการใช้แรงกดดันทางการทูตต่อประเทศต่างๆ เพื่อให้ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกศาล ICC&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐรายเดิมกล่าวว่า รูบิโอและเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่น ๆ ของสหรัฐกำลังกดดันประเทศต่าง ๆ ให้เข้าร่วมการรณรงค์ “เพื่อโดดเดี่ยวศาลอาญาระหว่างประเทศในทางการทูต และเพื่อให้แน่ใจว่าศาลจะไม่สามารถดำเนินคดีต่อชาวอเมริกันได้”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่รายนี้กล่าวว่า ประเทศที่มีความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐ เป็นที่ตั้งของกองกำลังทหารสหรัฐ หรือได้รับประโยชน์จากร่มคุ้มกันด้านความมั่นคงของสหรัฐ กำลังถูกเรียกร้องให้ปฏิเสธอำนาจที่ศาล ICC อ้างว่ามีในการดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลและกำลังพลของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ประเทศที่ปฏิเสธจะคัดค้านศาล ICC ทั้งที่ยังพึ่งพาความช่วยเหลือจากสหรัฐ มีแนวโน้มจะถูกสหรัฐจับตาและตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยเราจะจับตาด้วยความสนใจว่า ประเทศใดบ้างที่จะยืนเคียงข้างเราในการต่อต้านภัยคุกคามนี้ต่อชาวอเมริกัน ซึ่งยินดีเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องผู้อื่น” เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โอเรียนน์ มาเยต์ โฆษกศาล ICC กล่าวว่า ศาลยังไม่มีความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวในขั้นตอนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ICC ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 โดยประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อดำเนินคดีอาชญากรรมสงคราม การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ศาลจะใช้อำนาจพิจารณาคดีได้เฉพาะในกรณีที่ประเทศสมาชิกไม่สามารถหรือไม่เต็มใจดำเนินคดีต่อผู้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงเหล่านั้นด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐไม่เคยเป็นภาคีของศาล ICC อย่างไรก็ตาม ธรรมนูญกรุงโรม ซึ่งเป็นกฎหมายจัดตั้งศาล ยังให้อำนาจศาลในการดำเนินคดีอาชญากรรมร้ายแรงที่เกิดขึ้นในดินแดนของประเทศสมาชิก แม้ว่าผู้ต้องหาจะเป็นพลเมืองของประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และบุคคลอื่นๆ ในกรุงวอชิงตัน รวมถึงอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ต่างยืนยันมาเป็นเวลานานว่า ศาล ICC ไม่ควรมีอำนาจในการสอบสวนและดำเนินคดีต่อชาวอเมริกัน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่และกำลังพลของกองทัพสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลทรัมป์สนับสนุนการใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเจ้าหน้าที่ของศาล ICC ส่วนหนึ่งเพื่อสกัดกั้นความพยายามใด ๆ ในอนาคตที่อาจต้องการเอาผิดทางกฎหมายต่อประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน หรือเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลสหรัฐ จากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในต่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การต่อต้านศาลของทรัมป์ย้อนกลับไปถึงวาระแรกของเขา และปรากฏให้เห็นอีกครั้งด้วยแผนการลงโทษเจ้าหน้าที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นแนวคิดที่พัฒนาขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2024 เมื่อทรัมป์ได้รับเลือกตั้งอีกครั้ง และศาลอาญาระหว่างประเทศได้ออกหมายจับพันธมิตรของเขา คือ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศสามคนได้ฟ้องร้องทรัมป์และรัฐบาลของเขาเกี่ยวกับการคว่ำบาตรที่สหรัฐบังคับใช้ต่อบรรดาผู้พิพากษาเหล่านี้เมื่อปีที่แล้ว โดยอ้างว่ามาตรการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ศาล ICC ไม่ได้ดำเนินการใดๆ เพื่อสอบสวนเจ้าหน้าที่ของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804778?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รบ.ทรัมป์เล่นงาน ICC บีบพันธมิตรโดดเดี่ยวศาล จ่อห้ามเดินทาง-ถอนวีซ่า-คว่ำบาตร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รบ.ทรัมป์เล่นงาน ICC บีบพันธมิตรโดดเดี่ยวศาล จ่อห้ามเดินทาง-ถอนวีซ่า-คว่ำบาตร</dc:alternative><dc:abstract>รบ.ทรัมป์เล่นงาน ICC บีบพันธมิตรโดดเดี่ยวศาล จ่อห้ามเดินทาง-ถอนวีซ่า-คว่ำบาตร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T02:25:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T02:25:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/icc-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบเดือน เบรนท์ใกล้แตะ 85 ดอลล์ หลังสู้รบ ตอ.กลางทวีความรุนแรง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804746]]></link><pubDate>2026-07-14T08:39:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804746</guid><description>น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบเดือน เบรนท์ใกล้แตะ 85 ดอลล์ หลังสู้รบ ตอ.กลางทวีความรุนแรง ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 2% ในวันที่ 14 กรกฎาคม แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ หลังจากสหรัฐกลับมาบังคับใช้มาตรการปิดล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบเดือน เบรนท์ใกล้แตะ 85 ดอลล์ หลังสู้รบ ตอ.กลางทวีความรุนแรง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 2% ในวันที่ 14 กรกฎาคม แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 สัปดาห์ หลังจากสหรัฐกลับมาบังคับใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ขณะที่ทั้งสองประเทศยกระดับการโจมตีในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการขนส่งพลังงานในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเวลา 00.51 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช หรือ 07.51 น. ของวันที่ 14 กรกฎาคม ตามเวลาในไทย ราคาน้ำมันดิบเบรนท์สำหรับการส่งมอบล่วงหน้า เพิ่มขึ้น 1.68 ดอลลาร์ หรือ 2% มาอยู่ที่ 84.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.65 ดอลลาร์ หรือ 2.1% มาอยู่ที่ 79.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นถึง 9.6% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2020&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากการปรับขึ้นล่าสุดในวันอังคาร ทำให้ราคาน้ำมันขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐและอิหร่านลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานการณ์ดังกลาวมีขึ้นหลังจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เผยเมื่อวันจันทร์ว่า เรือบรรทุกน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ลำ ถูกขีปนาวุธร่อนของอิหร่าน 2 ลูกโจมตี บริเวณช่องเดินเรือฝั่งใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอยู่ในน่านน้ำอาณาเขตของโอมาน ส่งผลให้ลูกเรือชาวอินเดียเสียชีวิต 1 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 8 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐได้กลับมาบังคับใช้มาตรการปิดล้อมการเดินเรือของอิหร่านอีกครั้ง พร้อมระบุว่าเขาต้องการให้ประเทศต่างๆ ที่ได้รับการคุ้มครองจากสหรัฐในการรักษาความปลอดภัยบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ชดใช้ค่าใช้จ่ายที่สหรัฐเป็นผู้รับภาระ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทิม วอเตอร์เรอร์ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดของ KCM Trade กล่าวว่า การยกระดับความตึงเครียดครั้งล่าสุด ซึ่งรวมถึงการที่สหรัฐกลับมาใช้มาตรการปิดล้อม และการตอบโต้ของอิหร่าน ได้เพิ่มปัจจัยเสี่ยงใหม่ให้กับตลาดอย่างชัดเจน แม้จะยังไม่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยสมบูรณ์ แต่เป้าหมายที่ขัดแย้งกันของทั้งสองฝ่ายได้ทำให้แนวโน้มด้านอุปทานน้ำมันมีความไม่แน่นอนอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนี S&amp;amp;P 500 ปรับตัวลดลง 0.8% หลังจากเพิ่งปิดบวกมา 4 สัปดาห์จาก 5 สัปดาห์ล่าสุด ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลง 138 จุด หรือ 0.3% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นส่วนใหญ่ ร่วงลงถึง 1.6%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปเป็นตัวฉุดตลาดสำคัญ หลังการปรับขึ้นอย่างร้อนแรงของหุ้นเหล่านี้มีปัจจัยพื้นฐานรองรับจากผลกำไรที่เติบโตจริง เนื่องจากกระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้สร้างความต้องการหน่วยความจำคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนประมวลผลอื่นๆ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนเริ่มวิตกว่าราคาหุ้นอาจปรับตัวขึ้นมากเกินไปแล้ว และความต้องการดังกล่าวอาจไม่สามารถดำรงอยู่ได้ หาก AI ไม่สามารถสร้างผลกำไรและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากอย่างที่ตลาดคาดหวังไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หุ้น Nvidia ปรับตัวลง 3.5% และเนื่องจาก Nvidia เป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในตลาดหุ้นสหรัฐ จากกระแสความนิยมด้าน AI จึงกลายเป็นหุ้นที่กดดันดัชนี S&amp;amp;P 500 มากที่สุดในวันดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปิดการซื้อขาย ดัชนี S&amp;amp;P 500 ลดลง 60.06 จุด ปิดที่ 7,515.34 จุด ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 138.37 จุด ปิดที่ 52,498.64 จุด และดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลง 408.43 จุด ปิดที่ 25,873.18 จุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลาดหุ้นเอเชียก็เผชิญกับการร่วงลงเช่นกัน โดยดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลงถึง 8.9% ส่วนหุ้นของ SK Hynix ในตลาดกรุงโซลดิ่งลง 15.4% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่บริษัทเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 1997&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้รายนี้เพิ่งนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และสามารถระดมทุนได้ประมาณ 26,500 ล้านดอลลาร์ หุ้นดังกล่าวพุ่งขึ้น 13.1% ในวันแรกของการซื้อขาย แต่กลับร่วงลง 9.3% ในวันจันทร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หุ้นบางส่วนในอุตสาหกรรม AI ยังสามารถทรงตัวได้ดีกว่า โดยหุ้นของ Taiwan Semiconductor Manufacturing Co. (TSMC) ที่ซื้อขายในตลาดไต้หวัน ปรับตัวขึ้น 1% หลังบริษัทเปิดเผยว่ารายได้เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นเกือบ 68% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้รายได้รวมในช่วงครึ่งแรกของปีเติบโต 35.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หุ้น TSMC ที่ซื้อขายในตลาดสหรัฐฯ กลับปรับตัวลดลง 2.9% ในเวลาต่อมาของวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804746?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบเดือน เบรนท์ใกล้แตะ 85 ดอลล์ หลังสู้รบ ตอ.กลางทวีความรุนแรง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบเดือน เบรนท์ใกล้แตะ 85 ดอลล์ หลังสู้รบ ตอ.กลางทวีความรุนแรง</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบเดือน เบรนท์ใกล้แตะ 85 ดอลล์ หลังสู้รบ ตอ.กลางทวีความรุนแรง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-14T02:31:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-14T02:31:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/io-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804437]]></link><pubDate>2026-07-13T18:11:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804437</guid><description>เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัท Volkswagen ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของฝั่งยุโรปสัญชาติ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัท Volkswagen ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของฝั่งยุโรปสัญชาติเยอรมนี อาจจำเป็นต้องปลดพนักงานเพิ่มอีกประมาณ 50,000 ตำแหน่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนทัดเทียมกับบริษัทคู่แข่งรายอื่นได้ ซึ่งถือเป็นการยืนยันอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกว่าค่ายผลิตรถยนต์ยุโรปรายใหญ่นี้กำลังวางแผนที่จะลดตำแหน่งงานสูงสุดถึง 100,000 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย โอลิเวอร์ บลูม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร(ซีอีโอ) ได้แจ้งถึงแผนการนี้แก่พนักงานผ่านบันทึกภายในบริษัทที่ทางรอยเตอร์ได้เห็นในวันนี้ ซึ่งเขาระบุว่าหลังจากได้ตกลงที่จะลดพนักงานไปแล้ว 50,000 ตำแหน่งทั่วทั้งกลุ่มบริษัท ซึ่งรวมถึงบริษัทในเครืออย่าง Porsche และ Audi แล้วนั้น บริษัทยังจำเป็นต้องลดต้นทุนเพิ่มเติม หลังจากประเมินว่าบริษัทยังมีต้นทุนสูงกว่าบริษัทคู่แข่งในระดับเดียวกันอยู่ถึง 20%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อมูลในบันทึกภายในดังกล่าวระบุว่า นั่นหมายความว่าในทางทฤษฎี Volkswagen อาจต้องปลดพนักงานเพิ่มอีก 50,000 ตำแหน่งทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ขณะนี้เรากำลังประเมินในทุกแบรนด์ ทุกบริษัท และทุกภูมิภาค ว่าจำเป็นต้องมีการปรับลดมากน้อยเพียงใดและสามารถดำเนินการได้จริงในระดับไหนบ้าง&amp;#8221; บลูมระบุในบันทึกภายในดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ Volkswagen ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวที่ระบุว่าบริษัทกำลังพิจารณามาตรการที่อาจส่งผลให้มีการเลิกจ้างพนักงานมากถึง 100,000 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บันทึกภายในนี้มีขึ้นหลังจากที่กลุ่มคนงานแสดงความไม่พอใจและเรียกร้องให้ฝ่ายบริหารชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งบลูมได้นำเสนอต่อคณะกรรมการกำกับดูแลของบริษัทเมื่อวันพฤหัสบดี(9 ก.ค.)ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระบุว่า ตัวแทนฝ่ายแรงงานในคณะกรรมการฯได้คัดค้านข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งมีรายงานว่ารวมถึงการลดจำนวนพนักงานและการอาจต้องปิดโรงงานจำนวน 4 แห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในบันทึกภายใน บลูมระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าโรงงานในเมือง Emden, Hanover, Zwickau และ Neckarsulm ยังจะมีบทบาทที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดอย่างไรในช่วงทศวรรษ 2030 ซึ่งเขาต้องการหาทางออกที่ชาญฉลาดมากกว่าการปิดโรงงาน โดยก่อนหน้านี้เขาเคยเสนอแนวทางเลือกสำหรับโรงงานที่มีกำลังการผลิตเหลือเฟือหรือยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ เช่น การปรับเปลี่ยนไปรองรับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หรือการผลิตรถยนต์ Volkswagen รุ่นที่จำหน่ายในจีนเพื่อนำมาจำหน่ายในยุโรป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804437?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง</dc:alternative><dc:abstract>เผย Volkswagen มีแผนปลดพนง. เพิ่มอีกกว่า 5 หมื่นคน หวังลดต้นทุนการผลิต ทัดเทียมคู่แข่ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-13T11:11:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-13T11:11:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T061606Z_755033009_RC2MHEAKUSH5_RTRMADP_3_VOLKSWAGEN-REDUNDANCIES-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804094]]></link><pubDate>2026-07-13T16:20:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5804094</guid><description>จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ที่อ่อนกำลังลงกลายเป็นพายุโซนร้อนแ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์รายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ที่อ่อนกำลังลงกลายเป็นพายุโซนร้อนแล้วในวันอาทิตย์(12 ก.ค.)ไม่กี่ชั่วโมงหลังพัดขึ้นฝั่งที่มณฑลเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออกของจีน ได้ก่อให้เกิดฝนตกและน้ำท่วมรุนแรงในมณฑลเหอเป่ย์ ทางตอนเหนือและมณฑลเหลียวหนิง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ ส่งผลให้ถนนหลายสายจมอยู่ใต้น้ำและสามารถเห็นรถยนต์จำนวนมากถูกกระแสน้ำพัดพาไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอพีรายงานว่าในมณฑลเจ้อเจียง ประชาชนกว่า 2.2 ล้านคน ได้รับการอพยพ เนื่องจากผลกระทบจากพายุบาหวี่ โดยในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียงเช่นกัน ได้มีการอพยพประชาชนกว่า 290,000 คน ออกจากพื้นที่เสี่ยง และในมณฑลฝูเจี้ยนมีการอพยพประชาชนมากกว่า 180,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนรายงานว่า ที่เมืองเยว่ชิง เมืองชายฝั่งซึ่งอยู่ในมณฑลเจ้อเจียงเช่นกันมีต้นไม้หักโค่นล้มลงมากกว่า 1,300 ต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าสนามบินนานาชาติผู่ตงและสนามบินนานาชาติหงเฉียวในนครเซี่ยงไฮ้ คาดว่าจะต้องยกเลิกเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกรวมประมาณ 653 เที่ยวบิน เนื่องจากอิทธิพลของพายุบาหวี่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านรอยเตอร์รายงานว่า ที่เมืองกวนเฉิง ในมณฑลเหอเป่ย์ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหลวน มีระดับน้ำท่วมท้องถนนสูงกว่า 2 เมตร ภาพเหตุการณ์ที่มีการบันทึกไว้ได้แสดงให้เห็นรถยนต์หลายสิบคันลอยไปตามกระแสน้ำขุ่นอันเชี่ยวกรากที่พัดพาไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีรายงานว่ามีชาวบ้านในเมืองนี้ราว 1,800 คน ติดอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดหาที่พักพิงใหม่ให้กับผู้ประสบภัยเหล่านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิทธิพลของพายุบาหวี่ยังส่งผลให้โรงเรียนและภาคธุรกิจในหลายพื้นที่ต้องปิดทำการ รวมถึงในมณฑลจี๋หลิน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การสัญจรทั้งทางบกและอากาศได้รับผลกระทบ โดยบริษัทไชนา เรลเวย์ ระบุว่า บริการรถไฟหลายสายในเมืองเสิ่นหยางต้องระงับการให้บริการ โดยมีเส้นทางรถไฟกว่า 30 สายที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้มีรายงานว่าในบางพื้นที่ทางตอนกลางและตอนเหนือของมณฑลเจียงซูของจีน ยังประสบกับพายุฝนฟ้าคะนองหรือพายุลูกเห็บที่มีกำลังรุนแรงระดับ 10 หรือมากกว่านั้นพัดถล่มด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe loading=&quot;lazy&quot; title=&quot;Typhoon Bavi triggers flooding in northern China&quot; width=&quot;422&quot; height=&quot;750&quot; src=&quot;https://www.youtube.com/embed/dwVtp-LhL9c?feature=oembed&amp;#038;enablejsapi=1&amp;#038;origin=https://www.matichon.co.th&quot; frameborder=&quot;0&quot; allow=&quot;accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share&quot; referrerpolicy=&quot;strict-origin-when-cross-origin&quot; allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5804094?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน</dc:alternative><dc:abstract>จีนจมบาดาล แม้บาหวี่ อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน ต้องอพยพปชช.กว่า 2.2 ล้าน การสัญจรทางบก-อากาศป่วน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-13T09:20:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-13T09:20:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T004924Z_519614981_RC2ZBMASC0WD_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803462]]></link><pubDate>2026-07-13T13:03:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5803462</guid><description>ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างข้อมูลทางการระบุว่าประเทศต่างๆ ในยุโรปมีรายงานยอดผู้เสียชีวิตรวมกันพุ่งทะลุมา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างข้อมูลทางการระบุว่าประเทศต่างๆ ในยุโรปมีรายงานยอดผู้เสียชีวิตรวมกันพุ่งทะลุมากกว่า 10,000 ราย ในระหว่างที่คลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์แผ่ปกคลุมไปทั่วพื้นที่ทางตะวันตกของทวีปยุโรปในช่วงปลายเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจาก EuroMOMO ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคแห่งยุโรป(ECDC) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่หรือมากกว่า 9,000 รายนั้น เป็นผู้สูงวัยที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งนายลาสเซอ เวสเตอร์การ์ด หัวหน้าแพทย์ประจำสถาบัน Statens Serum Institut ของเดนมาร์ก ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลโครงการ EuroMOMO กล่าวว่า การมียอดผู้เสียชีวิตสูงมากถึงระดับนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวของปี ถือเป็นเรื่องผิดปกติและเป็นตัวเลขที่สูงมากซึ่งยากจะอธิบายสาเหตุของยอดผู้เสียชีวิตที่สูงขนาดนี้ด้วยปัจจัยอื่นนอกเหนือไปจากสภาพอากาศร้อนจัดที่รุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้สภาพอากาศที่ร้อนจัดสามารถคร่าชีวิตผู้คนได้โดยตรงจากการเกิดโรคลมแดด (heat stroke) หรือถูกซ้ำเติมด้วยอาการของโรคหัวใจและหลอดเลือดรวมถึงโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งผู้สูงอายุถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์อ้างนักวิทยาศาสตร์ระบุว่า คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนั้น แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดขึ้น หากปราศจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้คลื่นความร้อนเกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขผู้เสียชีวิตข้างต้นรวบรวมมาได้จากสถิติการเสียชีวิตทั่วประเทศใน 27 ชาติยุโรป ซึ่งครอบคลุมจากทุกสาเหตุ ไม่ใช่เพียงแค่สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความร้อนเท่านั้น โดยเป็นข้อมูลในช่วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 22-28 มิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่คลื่นความร้อนทวีความรุนแรงสูงสุดในฝรั่งเศส สเปน สหราชอาณาจักรและประเทศอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ระบุว่าไม่มีปัจจัยสำคัญอื่นใดที่ทราบแน่ชัด เช่น การระบาดของโรคโควิด-19 ที่จะส่งผลให้ยอดอัตราผู้เสียชีวิตที่สูงเกินกว่าปกติถึง 10,650 รายในช่วงสัปดาห์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คลื่นความร้อนรุนแรงในช่วงปลายเดือนมิถุนายนยังส่งผลกระทบต่อระบบจ่ายไฟฟ้า ทำให้ต้องปิดโรงเรียน และทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจนทำลายสถิติเดิมในฝรั่งเศส สเปน และสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลของ Sciensano ซึ่งเป็นสถาบันสาธารณสุขของเบลเยียมระบุว่า อัตราการเสียชีวิตที่สูงเกินปกติของเบลเยียมในช่วงคลื่นความร้อนที่ผ่านมานั้นสูงที่สุดเมื่อเทียบกับเหตุการณ์คลื่นความร้อนครั้งอื่นๆ นับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บข้อมูลในปีค.ศ. 2000&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์อีกชิ้นหนึ่งที่เผยแพร่ในวันจันทร์(13 ก.ค.)ยังประเมินว่า เฉพาะในพื้นที่อังกฤษและเวลส์ มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความร้อนจำนวน 2,700 ราย ในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อนเมื่อเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803462?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป</dc:alternative><dc:abstract>ยุโรป ดับทะลุหมื่น ขณะคลื่นความร้อนรุนแรงครั้งประวัติการณ์ แผ่ปกคลุมทวีป</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-13T06:05:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-13T06:05:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183641Z_1748386093_RC2ECMATGG5F_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183602Z_1280137600_RC2DCMAHMNHI_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-12T183602Z_1280137600_RC2DCMAHMNHI_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>486</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>486</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่ ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803210]]></link><pubDate>2026-07-13T11:31:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5803210</guid><description>สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่ บรรดาสื่อต่างประเทศอย่างสำนักข่าวรอยเตอร์ เอพี เดอะการ์เดียน และ อัลจาซีรา ต่างรายงานข่าวเหตุการณ์เพลิ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บรรดาสื่อต่างประเทศอย่างสำนักข่าวรอยเตอร์ เอพี เดอะการ์เดียน และ อัลจาซีรา ต่างรายงานข่าวเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่ร้านผับบาร์ชื่อดังในใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อกลางดึกคืนวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน่าเศร้าสลดจำนวน 27 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 63 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 22 ราย โดยอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ทางการไทย โดยรอยเตอร์ระบุว่าเหตุไฟไหม้สถานบันเทิงแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ลักษณะนี้ที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานอ้างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะเดินทางเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.57 น.ของวันอาทิตย์ว่า เราพบศพแล้ว 27 ราย ส่วนคนอื่นอยู่ระหว่างการส่งไปยังโรงพยาบาล พร้อมกับอ้างคำบอกเล่าของผู้รอดชีวิตว่าไฟได้ลุกลามอย่างรวดเร็วพร้อมกับกลุ่มควันหลังเกิดไฟไหม้ขึ้น ส่งผลให้หลายคนพากันวิ่งไปยังด้านหลังใกล้กับห้องน้ำ แต่ไม่มีทางหนีไฟ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์ยังอ้างนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ร้านนี้ได้รับใบอนุญาตถูกต้องและมีทางหนีไฟ แต่เนื่องจากเพลิงลุกลามอย่างรวดเร็วและมีควันปกคลุมไปทั่วร้าน จึงอาจทำให้ลูกค้าหนีออกมาได้ยากลำบาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่ามีคลิปวิดีโอหลายคลิปที่มีผู้บันทึกเหตุการณ์ไฟไหม้ดังกล่าวไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นเปลวไฟที่ลุกโชนพวยพุ่งออกมาจากร้านและสภาพที่เกิดเหตุภายหลังไฟถูกดับมอดลงซึ่งแสดงให้เห็นสภาพความเสียหายภายในร้านที่ถูกไฟเผาไหม้วอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานภาพเหตุการณ์ในทำนองเดียวกันรวมถึงคำให้สัมภาษณ์ของนายอนุทินที่อ้างนักดนตรีคนหนึ่งซึ่งกำลังแสดงอยู่ในผับบอกเขาว่าเห็นควันพวยพุ่งออกมาจากสวิตช์ไฟใกล้กับเวทีก่อนที่ไฟจะดับ จากนั้นก็ได้ยินเสียงระเบิดและควันหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอพีอ้างการเปิดเผยของนายชัชชาติเช่นกันว่า มีผู้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล 63 ราย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 22 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งระบุตัวตนของผู้ประสบเหตุ เนื่องจากหลายคนไม่มีบัตรประจำตัวหรืออยู่ในภาวะหมดสติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอพีรายงานว่า ประเทศไทยเคยเกิดเหตุโศกนาฏกรรมในลักษณะคล้ายกันนี้มาหลายครั้งแล้วในอดีตที่ผ่านมา โดยในปี 2565 มีผู้เสียชีวิต 14 รายในเหตุไฟไหม้ผับแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคตะวันออกของประเทศ และเหตุการณ์ไฟไหม้ผับซานติก้า ในกรุงเทพฯ ช่วงฉลองคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เมื่อวันที่ 1 มกราคมปี 2552 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 66 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 200 คน โดยมีสาเหตุมาจากการจุดพลุดอกไม้ไฟภายในร้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเดอะ การ์เดียน สื่ออังกฤษรายงานถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้ผับดังในเขตจตุจักรแห่งนี้ และอ้างโฆษกกระทรวงการต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลียระบุว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบถามข้อมูลจากทางการไทย เพื่อตรวจสอบว่ามีชาวออสเตรเลียได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือด้านกงสุล ชาวออสเตรเลียคงจะรู้สึกตกใจเมื่อได้ทราบข่าวการสูญเสียชีวิตอันน่าสลดใจจากเหตุไฟไหม้ร้านอาหารในกรุงเทพฯ เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคน” โฆษกกระทรวงต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลียกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803210?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่ &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่ </dc:alternative><dc:abstract>สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ผับในกรุงเทพฯ ดับ 27 ออสเตรเลีย เร่งขอข้อมูลไทย มีพลเมืองได้รับผลกระทบหรือไม่ </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-13T04:31:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-13T04:31:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26193690104713-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803022]]></link><pubDate>2026-07-13T10:17:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5803022</guid><description>ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความร้อนมากกว่า 2,700 คน ในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อนรุนแรงผิดปกติในสหราชอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับความร้อนมากกว่า 2,700 คน ในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อนรุนแรงผิดปกติในสหราชอาณาจักรช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขดังกล่าวมาจากการประเมินของคณะนักวิจัยของอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งสหราชอาณาจักร และคณะเวชศาสตร์เขตร้อนและสุขอนามัยแห่งลอนดอน โดยอ้างอิงจากองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่เกี่ยวกับอันตรายของสภาพอากาศร้อนจัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิจัยระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงคลื่นความร้อนของเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นเดือนมิถุนายนที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศ โดยอุณหภูมิพุ่งสูงถึง 37.7 องศาเซลเซียส ที่เมืองลิงวูด มณฑลนอร์ฟอล์ก ทำลายสถิติเดิมที่ 35.6 องศาเซลเซียส ซึ่งเคยบันทึกไว้เมื่อปี 1957&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงเวลาดังกล่าว ทางการได้ประกาศเตือนภัยความร้อนระดับสีแดง ซึ่งเป็นการเตือนระดับสูงสุดในพื้นที่บางส่วนของอังกฤษและเวลส์ พร้อมเตือนว่าอากาศร้อนจัดอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต แม้แต่กับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน อุณหภูมิในเดือนพฤษภาคมก็พุ่งสูงทำสถิติใหม่เช่นกัน โดยอุณหภูมิที่ สวนคิวแตะ 35.1 องศาเซลเซียส เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม สูงกว่าสถิติเดิมที่ 32.8 องศาเซลเซียส ซึ่งทำไว้ตั้งแต่ปี 1922 และเป็นความร้อนเทียบเท่ากับปี 1944&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า คลื่นความร้อนทั้งสองระลอกเกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า &amp;#8220;โดมความร้อน&amp;#8221; ซึ่งเกิดจากบริเวณความกดอากาศสูงที่หยุดนิ่งปกคลุมพื้นที่เป็นเวลานาน ทำให้อากาศร้อนถูกกักเก็บอยู่เหนือภูมิภาคนั้นและไม่สามารถระบายออกได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิจัยระบุว่า โดมความร้อนครั้งนี้มีความรุนแรงมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 1.4 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับช่วงก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม และเชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวทำให้อุณหภูมิสูงสุดที่วัดได้ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนสูงขึ้นอีกประมาณ 3-4 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในหลายคืนยังเกิดปรากฏการณ์ &amp;#8220;คืนเขตร้อน&amp;#8221; หรือช่วงกลางคืนที่อุณหภูมิยังคงสูงผิดปกติ ทำให้แทบไม่มีช่วงผ่อนคลายจากความร้อนแม้ในเวลากลางคืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การศึกษาครั้งนี้ใช้ข้อมูลสถิติการเสียชีวิตในช่วงหลายปีก่อนหน้า มาสร้างแบบจำลองและประมาณการจำนวนผู้เสียชีวิตจากความร้อนในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนปี 2026 อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานเกี่ยวกับระดับผลกระทบของความร้อนที่มีต่อประชาชน ดังนั้น ตัวเลขจริงอาจแตกต่างจากที่คาดการณ์ไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดร.แคลร์ บาร์นส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศสุดขั้วและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน กล่าวว่า หากการเผยแพร่ตัวเลขประมาณการเหล่านี้ช่วยให้ผู้คนตระหนักว่าคลื่นความร้อนมีอันตรายเพียงใด และทำให้พวกเขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับมือกับคลื่นความร้อนครั้งต่อไป จนสุดท้ายตัวเลขที่เราประเมินไว้สูงเกินจริง เธอก็จะยินดีอย่างยิ่ง เพราะตัวเลขเหล่านี้สูงมาก และเราไม่อยากเห็นมีผู้เสียชีวิตมากมายขนาดนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5803022?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ</dc:alternative><dc:abstract>ผู้เชี่ยวชาญคาด คลื่นความร้อน พ.ค.-มิ.ย. ทำคนอังกฤษกว่า 2,700 ดับ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-13T03:17:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-13T03:17:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lh-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802773]]></link><pubDate>2026-07-12T18:58:49+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802773</guid><description>ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม หลังเสร็จสิ้นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม หลังเสร็จสิ้นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับ นายติน หม่อง ชเว รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา รวมถึงการหารืออย่างไม่เป็นทางการแบบขยายเรื่องเมียนมา เทเรซา ลาซาโร รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน ได้แถลงข่าวร่วมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยลาซาโรกล่าวแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจของรัฐบาลฟิลิปปินส์ต่อนายสีหศักดิ์และไทย ที่ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและจัดเตรียมการต่าง ๆ เป็นอย่างดียิ่งในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสำคัญเกี่ยวกับเมียนมา นอกจากนี้ พร้อมกับขอขอบคุณรัฐมนตรีต่างประเทศประเทศสมาชิกอาเซียนทุกท่านที่เดินทางมาร่วมประชุมและมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการประชุมวันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยยึดหลักตามแถลงการณ์ของประธานการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 46 ซึ่งประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ของฟิลิปปินส์ได้กล่าวไว้ว่า เมียนมายังคงเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญและแยกออกจากอาเซียนไม่ได้ และพัฒนาการที่เกิดขึ้นในเมียนมาทำให้พวกเราจำเป็นต้องทบทวนและกำหนดแนวทางใหม่ว่า อาเซียนควรมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมาอย่างไรจึงจะเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็เป็นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวทางของอาเซียนต่อเมียนมากำลังมีการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประชุมของเราในวันนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เรามีความตั้งใจที่จะก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น และช่วยสนับสนุนให้เมียนมาบรรลุทางออกที่สันติและยั่งยืน โดยยึดหลักฉันทามติ 5 ข้อ เป็นกรอบสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์และไทยได้ร่วมกันจัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับนายติน หม่อง ซเว รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา ซึ่งมีรัฐมนตรีต่างประเทศจากประเทศสมาชิกอาเซียนเข้าร่วม และถือเป็นครั้งแรกที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้พบปะหารือแบบพบหน้ากันกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา นับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อปี 2564&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เราได้รับฟังการบรรยายสรุปอย่างครอบคลุมจากฝ่ายเมียนมา ซึ่งได้อธิบายสถานการณ์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงภายในประเทศอย่างละเอียด รวมทั้งความพยายามของรัฐบาลเมียนมาในการดำเนินมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ ตลอดจนประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นแก๊งหลอกลวงทางออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการค้ายาเสพติด เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระหว่างการประชุม อาเซียนได้ยืนยันอีกครั้งว่า ฉันทามติ 5 ข้อยังคงเป็นกรอบอ้างอิงหลักของอาเซียนในการรับมือกับสถานการณ์ในเมียนมา รวมถึงเป็นหลักการพื้นฐานในการดำเนินความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมกับเมียนมา โดยได้หารือเชิงลึกถึงแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในประเด็นต่างๆ เช่น การยุติความรุนแรง การส่งเสริมการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ และการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในประเด็นการยุติความรุนแรง เราได้รับทราบถึงความพยายามของทางการเมียนมาในการเชิญทุกฝ่ายเข้าสู่กระบวนการเจรจา รวมถึงได้รับทราบมาตรการของทางการเมียนมาในการปล่อยตัวผู้ต้องขังบางส่วน และการย้ายนางออง ซาน ซูจี ไปยังสถานที่พำนักที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อาเซียนเรียกร้องให้มีการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นเพื่อยุติการสู้รบ โดยเฉพาะการยุติการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน ดิฉันขอร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศประเทศสมาชิกอาเซียนในการเรียกร้องให้เกิดพัฒนาการเชิงบวก โดยเฉพาะในประเด็นสถานะของนางออง ซาน ซูจี ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของการเดินหน้าสู่กระบวนการเจรจาทางการเมืองระดับชาติที่สร้างสรรค์และครอบคลุมทุกฝ่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5802807&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1984&quot; height=&quot;1328&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1.jpg 1984w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-300x201.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-1024x685.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-768x514.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-1536x1028.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-728x487.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-1068x715.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-627x420.jpg 627w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-400x268.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1984px) 100vw, 1984px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับความพยายามด้านมนุษยธรรม เราได้เน้นย้ำอย่างต่อเนื่องถึงความสำคัญของการเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานด้านมนุษยธรรมสามารถปฏิบัติงานในเมียนมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับทราบถึงคำมั่นของรัฐบาลเมียนมาในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนด้านเมียนมา ดิฉันได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงแผนการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรมในเมียนมาในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายความร่วมมือด้านความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม ร่วมกับศูนย์ประสานงานอาเซียนเพื่อความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในการจัดการภัยพิบัติ (AHA Centre) องค์กรด้านมนุษยธรรม และพันธมิตรที่เกี่ยวข้องของอาเซียนและเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าการประชุมครั้งนี้จะไม่ใช่การประชุมอาเซียนอย่างเป็นทางการ แต่เราถือว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกของการหารือที่จะดำเนินต่อไปในอนาคต และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมียนมาจะใช้โอกาสนี้ในการสร้างความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมและสามารถตรวจสอบได้ตามเป้าหมายของฉันทามติ 5 ข้อ ไม่ว่าจะเป็นการยุติการสู้รบ การส่งเสริมการเจรจาทางการเมืองระดับชาติที่สร้างสรรค์และครอบคลุมทุกฝ่าย และการขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มโดยไม่เลือกปฏิบัติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้เราจะรับทราบถึงก้าวเชิงบวกที่เมียนมาได้ดำเนินการ แต่ก็ยังมีหลายด้านที่จำเป็นต้องปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นการยุติการสู้รบ การส่งเสริมการเจรจาที่สร้างสรรค์และครอบคลุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และการขยายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนด้านเมียนมา ดิฉันพร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อช่วยให้เมียนมาสามารถค้นหาทางออกจากวิกฤตที่สันติและยั่งยืน ซึ่งต้องเป็นกระบวนการที่เมียนมาเป็นเจ้าของและเป็นผู้ขับเคลื่อนด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในระยะต่อไป ดิฉันหวังว่าการประชุมอย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างอาเซียนกับเมียนมามากยิ่งขึ้น โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของฉันทามติ 5 ข้อ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมครั้งนี้จะช่วยให้เราขยับเข้าใกล้การบรรลุแนวทางแก้ไขวิกฤตเมียนมาที่สันติและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5802803&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;2508&quot; height=&quot;1672&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2.jpg 2508w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-1536x1024.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-2048x1365.jpg 2048w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 2508px) 100vw, 2508px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายสีหศักดิ์ได้ขอบคุณรัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ที่ได้ร่วมเป็นประธานการประชุมในครั้งนี้ เรามีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมา รวมทั้งหารือกันระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนด้วยกันเอง อย่างตรงไปตรงมา เปิดเผย และสร้างสรรค์ เกี่ยวกับแนวทางที่จะดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศไทยสนับสนุนแนวทาง &amp;#8220;การมีส่วนร่วมอย่างค่อยเป็นค่อยไปและมีเงื่อนไข&amp;#8221; โดยแนวทางที่เรากำลังผลักดันนั้น เป็นยุทธศาสตร์ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติตาม ฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศสมาชิกอาเซียนทุกประเทศต่างยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนฉันทามติ 5 ข้อ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า เราจะมียุทธศาสตร์อย่างไรในการทำให้ฉันทามติ 5 ข้อเกิดผลเป็นรูปธรรม และผมขอเน้นย้ำว่า แนวทางการกลับมามีส่วนร่วมอย่างค่อยเป็นค่อยไปนี้ เป็น กระบวนการที่ทั้งสองฝ่ายต่างต้องดำเนินการไปควบคู่กัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝ่ายอาเซียนกำลังยื่นมือเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ รับฟังสิ่งที่ฝ่ายเมียนมาต้องการสื่อสาร และรับฟังพัฒนาการล่าสุดที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกัน ฝ่ายเมียนมาก็จำเป็นต้องยื่นมือเข้าหาอาเซียนเช่นกัน ด้วยการตอบสนองต่อข้อกังวลของอาเซียนและของประชาคมระหว่างประเทศ เพราะสิ่งที่เราทุกคนต้องการคือ สันติภาพและเสถียรภาพในเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาได้บรรยายสรุปให้เราทราบถึงสิ่งที่รัฐบาลเมียนมากำลังดำเนินการ ทั้งในด้านกระบวนการสันติภาพ กระบวนการทางการเมือง ตลอดจนประเด็นอื่นๆ เช่น การปราบปรามขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ตามแนวชายแดน และยังได้อธิบายถึงแนวทางที่รัฐบาลเมียนมาตั้งใจจะดำเนินการต่อไปเพื่อผลักดันกระบวนการสันติภาพภายในประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ ฝ่ายอาเซียนได้สื่อสารอย่างชัดเจนถึง ความคาดหวังของเราว่าเราต้องการเห็นอะไรเกิดขึ้นในระยะต่อไป เราตระหนักดีและมองสถานการณ์อย่างเป็นจริงว่า สิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถบรรลุผลได้ในชั่วข้ามคืน แต่เราเชื่อว่าในที่สุดแล้วก็สามารถบรรลุผลได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราอยากเห็นคือ ความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องทีละขั้นตอน เป็นความคืบหน้าที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และเราได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่าความคาดหวังของอาเซียนต่อไปคืออะไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประการแรก คือการขยายพื้นที่สำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนด้านเมียนมา จะเดินทางเยือนเมียนมาเพื่อปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรม และหารือถึงแนวทางที่อาเซียนจะสามารถร่วมมือกับเมียนมาในการขยายการเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยยึดความต้องการของประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประการที่สอง เราขอเรียกร้องให้มีการลดความรุนแรงลงอีก โดยเฉพาะความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและพลเรือน นอกจากนี้ เรายังเรียกร้องให้มีการเดินหน้าการเจรจาอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ด้วยความหวังว่ากระบวนการดังกล่าวจะนำไปสู่การปรองดองแห่งชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เราอยากเห็นความพยายามในการสร้างบรรยากาศทางการเมืองที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหามากยิ่งขึ้น เช่น การปล่อยตัวนักโทษการเมืองเพิ่มเติม รวมถึงการมีพัฒนาการเชิงบวกเพิ่มเติมในกรณีของนางออง ซาน ซูจี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมคิดว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น เราจำเป็นต้องเดินหน้ากระบวนการมีส่วนร่วมนี้ต่อไป ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วจบลง และในขณะเดียวกัน เราก็มีความคาดหวังที่หวังว่าฝ่ายเมียนมาจะพยายามดำเนินการให้เป็นไปตามที่เราได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท้ายที่สุดแล้ว กระบวนการในระยะต่อไปจะต้องเป็น กระบวนการที่เมียนมาเป็นเจ้าของ และเมียนมาเป็นผู้มีบทบาทนำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พวกเราในฐานะมิตรประเทศ ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และในฐานะสมาชิกอาเซียนร่วมกัน เพราะเมียนมายังคงเป็นสมาชิกของอาเซียน เรายังคงพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุน เพื่อให้เมียนมาสามารถกลับคืนมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอาเซียนได้อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลาซาโรยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ระบุว่า การเชิญเมียนมามาประชุมจะทำให้เกิดความกังวลหรือความเสี่ยงหรือไม่ว่า เธอไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ตรงกันข้าม ยังมองว่านี่เป็นพัฒนาการในเชิงบวก เพราะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่กระบวนการนี้เริ่มต้นขึ้นในสมัยที่บรูไนดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้พบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมาแบบพบหน้ากัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างที่นายสีหศักดิ์กล่าว มีสัญญาณบางประการที่สะท้อนให้เห็นว่ากำลังเกิดความเคลื่อนไหว ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ภารกิจด้านมนุษยธรรมที่ดิฉันตั้งใจจะเดินทางไปดำเนินการในเมียนมา รวมถึงข้อเท็จจริงที่ว่าฝ่ายเมียนมาแสดงความพร้อมที่จะออกใบอนุญาตให้สามารถเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่บางแห่ง ซึ่งที่ผ่านมาเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวอย่างมากสำหรับรัฐบาลเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายสีหศักดิ์ย้ำว่า เรื่องนี้ไม่สามารถดำเนินการให้สำเร็จได้ในขั้นตอนเดียว หรือภายในช่วงเวลาสั้นๆ แต่คิดว่าสถานการณ์กำลังค่อยๆ พัฒนาและเปลี่ยนแปลงไป และการมีส่วนร่วมในลักษณะนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของเราก็คือ การพบปะกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น เราจะไม่ได้พบเฉพาะรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมาเท่านั้น แต่เรายังมีแผนที่จะพบกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายด้วย ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังทำจึงไม่ใช่การรับฟังหรือมีปฏิสัมพันธ์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว แต่เราต้องการดำเนินการอย่างเป็นกลางและให้ความสำคัญกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลาซาโรกล่าวว่า เชื่อว่าในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนที่จะจัดขึ้นที่กรุงมะนิลาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ประเด็นสำคัญหลายเรื่องที่มีการหยิบยกขึ้นในการประชุมครั้งนี้ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการหารือในการประชุมดังกล่าวเช่นกัน คิดว่าสถานการณ์ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่คงไม่อาจกำหนดกรอบเวลาใดๆ ได้ เพราะนี่คือกระบวนการที่ต้องค่อยๆ ดำเนินไป แต่บางครั้ง ตัวกระบวนการเองมีความสำคัญมากกว่าผลลัพธ์สุดท้ายที่เราจะไปถึง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลาซาโรยังกล่าวอีกว่า การที่เราได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาในวันนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่ง แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย แต่ก็มีความสำคัญ เพราะครั้งล่าสุดที่มีการพบหารือกับเมียนมา น่าจะเป็นเมื่อปี 2564 ซึ่งเป็นปีที่อาเซียนออกฉันทามติ 5 ข้อ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการประชุมในลักษณะนี้อีก ดังนั้น การพบกันในวันนี้จึงถือเป็นการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า อาเซียนได้กำหนดเส้นตายใดๆ ไว้ เพราะการตัดสินใจเกี่ยวกับสถานะปัจจุบันของเมียนมา ซึ่งยังไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเป็นมติที่ผู้นำอาเซียนร่วมกันตัดสินใจ หากพิจารณาในแง่นี้ การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งต่อไป ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงปลายปี จะถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่อาเซียนจะทบทวนและประเมินว่า เมียนมามีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในประเด็นหลักต่างๆ หรือไม่ และจะเป็นโอกาสสำคัญในการพิจารณาสถานะและการมีส่วนร่วมของเมียนมาภายในอาเซียนต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ยังกล่าวด้วยว่า ในระหว่างการบรรยายสรุป รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาได้ยืนยันว่า นางออง ซาน ซูจี ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี และบอกว่าเธอสามารถเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่จำเป็น และมีสุขภาพแข็งแรง ขณะที่อาเซียนแสดงความเห็นว่า หากผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนได้รับโอกาสให้เข้าพบนางออง ซาน ซูจี ด้วยตนเอง ก็จะเป็นเรื่องที่ดียิ่งกว่า เพราะจะทำให้อาเซียนสามารถตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิ่งที่รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาได้ชี้แจงต่อที่ประชุม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ตนก็เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน ที่รัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาได้ยืนยันต่อหน้ารัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนทุกคนว่า นางออง ซาน ซูจีได้รับการดูแลเป็นอย่างดี พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังคงพร้อมที่จะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้เกิดการเจรจาระหว่างรัฐบาลเมียนมากับกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ โดยเฉพาะกลุ่มที่ปฏิบัติการอยู่ตามแนวชายแดนด้านที่ติดกับประเทศไทย ขณะนี้ กระบวนการดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการและเตรียมการในหลายด้าน แต่คงต้องขอให้รอจนกว่าการพบหารือเหล่านั้นจะเกิดขึ้นเสียก่อน จึงจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802773?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย</dc:alternative><dc:abstract>ปธ.อาเซียนชี้ พัฒนาการเชิงบวก จ่อเยือนเมียนมา สีหศักดิ์หวัง ลาซาโรได้พบซูจี ไทยพร้อมจัดเวทีคุยทุกฝ่าย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T12:10:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T12:10:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2508</mi:x1><mi:y1>1672</mi:y1><mi:x2>2508</mi:x2><mi:y2>1672</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2508</mi:x1><mi:y1>1672</mi:y1><mi:x2>2508</mi:x2><mi:y2>1672</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/am1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1984</mi:x1><mi:y1>1328</mi:y1><mi:x2>1984</mi:x2><mi:y2>1328</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802553]]></link><pubDate>2026-07-12T16:06:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802553</guid><description>สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ รายงานการติดตามสถานการณ์ในกาตาร์และภูมิภาคตะวันออกกลางในวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า กระทร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ รายงานการติดตามสถานการณ์ในกาตาร์และภูมิภาคตะวันออกกลางในวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า กระทรวงกลาโหมกาตาร์ เปิดเผยว่า กองทัพกาตาร์ได้สกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธจำนวนหนึ่งที่มุ่งเป้ามายังรัฐกาตาร์ ซึ่งต่อมา กระทรวงมหาดไทยกาตาร์ รายงานว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการตามแผนปฏิบัติการตอบสนองทันที และพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเศษซากที่ตกลงมาจากปฏิบัติการสกัดกั้นดังกล่าวจำนวน 3 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเมื่อได้รับสัญญาณแจ้งเตือน และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ข่าวลือ ภาพ หรือวิดีโอ ซึ่งผู้เผยแพร่อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย และขอให้ติดตามข่าวสารจากทางการกาตาร์เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถานการณ์ในกาตาร์และภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความเปราะบางและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอความร่วมมือให้คนไทยทุกท่านยังคงปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการกาตาร์ โดยมีสติและระมัดระวัง หากอยู่นอกอาคารเมื่อได้รับสัญญาณเตือนภัย ขอให้รีบหาที่กำบังและอยู่ในที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย หากมีเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่หมายเลข +974 3380 9062 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802553?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3</dc:alternative><dc:abstract>สถานทูตในกาตาร์ ขอคนไทยทำตามคำแนะนำเคร่งครัด หลังสกัดมิสไซส์มีผู้บาดเจ็บ 3</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T09:06:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T09:06:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802516]]></link><pubDate>2026-07-12T15:41:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802516</guid><description>อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา สำนักพระราชวังอามิรี ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารสูงสุดของรัฐกาตาร์ ประกาศเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า ชีคฮาหมัด บิน คอลิฟะห์ อัล ธานี อดีตเจ้าผู้ครอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักพระราชวังอามิรี ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารสูงสุดของรัฐกาตาร์ ประกาศเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า&lt;strong&gt; ชีคฮาหมัด บิน คอลิฟะห์ อัล ธานี&lt;/strong&gt; อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ผู้ทรงพลิกโฉมกาตาร์ ประเทศที่มีรากฐานเป็นสังคมชาวเบดูอินและก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจระดับภูมิภาค ได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้วด้วยพระชนมายุ 74 พรรษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชีคฮาหมัดทรงดำรงตำแหน่งเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ตั้งแต่ปี 2538 ถึงปี 2556 ก่อนจะทรงสละราชสมบัติให้แก่พระโอรส คือ &lt;strong&gt;ชีคทามิม บิน ฮาหมัด อัล ธานี&lt;/strong&gt; ซึ่งทรงเป็นเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์พระองค์ปัจจุบันของประเทศอ่าวอาหรับที่ร่ำรวยด้วยก๊าซธรรมชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักพระราชวังอามิรีได้ประกาศการถึงแก่อสัญกรรมของสมเด็จพระบรมชนก ชีคฮาหมัด บิน คอลิฟะห์ อัล ธานี ในเช้าวันอาทิตย์ ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาดวงวิญญาณของพระองค์ และประทานผลตอบแทนอันประเสริฐที่สุดสำหรับทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างคุณูปการไว้แก่บ้านเมืองและประชาชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลอดรัชสมัยของพระองค์ ชีคฮาหมัดทรงยกระดับบทบาทของกาตาร์บนเวทีโลกอย่างมาก ผ่านการพัฒนาเครือข่ายโทรทัศน์อัลจาซีรา (Al Jazeera) ให้กลายเป็นสื่อข่าวระดับนานาชาติ รวมทั้งการผลักดันจนกาตาร์ได้รับสิทธิเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2022 ได้สำเร็จ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้กาตาร์จะเป็นประเทศขนาดเล็ก มีประชากรมากกว่า 2.5 ล้านคน แต่ปัจจุบันเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นประเทศที่มีอำนาจด้านการลงทุนในระดับโลก และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการทูตตะวันออกกลาง รวมถึงในแวดวงสื่อมวลชนระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชีคฮาหมัดทรงส่งมอบอำนาจการปกครองให้แก่ชีคทามิม ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งมกุฎราชกุมาร เมื่อเดือนมิถุนายน 2556 นับเป็นการสละราชสมบัติที่เกิดขึ้นได้ยากในหมู่ผู้ปกครองประเทศราชวงศ์ในภูมิภาคอ่าวอาหรับ โดยมีพระราชประสงค์เพื่อให้การถ่ายโอนอำนาจเป็นไปอย่างราบรื่น ทั้งนี้ พระองค์เองก็เคยเสด็จขึ้นครองอำนาจด้วยการรัฐประหารที่ปราศจากการนองเลือดต่อพระราชบิดาของพระองค์ในปี 2538&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802516?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา</dc:alternative><dc:abstract>อดีตเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ถึงแก่อสัญกรรม พระชนมายุ 74 พรรษา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T08:41:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T08:41:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/qe-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : สงครามอิหร่านของทรัมป์  ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802483]]></link><pubDate>2026-07-12T15:19:53+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802483</guid><description>สงครามอิหร่านของทรัมป์ ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ หลังจากเหตุสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเงียบสงบได้สักพัก เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (MOU) แต่ผ่านไปเพียง 3 สัปดาห์การเปิดฉากโจ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สงครามอิหร่านของทรัมป์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หลังจากเหตุสู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเงียบสงบได้สักพัก เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด (MOU) แต่ผ่านไปเพียง 3 สัปดาห์การเปิดฉากโจมตีตอบโต้ระลอกใหม่ก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง เพียงไม่นานที่มีรายงานว่าเรือพาณิชย์ 3 ลำถูกยิงในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทุกฝ่ายเชื่อว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน ทำให้ &lt;strong&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/strong&gt; ต้องสั่งการให้มีการโจมตีเพื่อสั่งสอนที่อิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างกัน ขณะที่อิหร่านก็ยืนยันว่าสหรัฐเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องที่อิหร่านมีสิทธิในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และการยุติการสู้รบในเลบานอนที่อิสราเอล พันธมิตรของสหรัฐยังไม่ยอมรามือจากพื้นที่ที่ยึดครองไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ประกาศระหว่างเข้าร่วมประชุมองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ว่า ข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติความขัดแย้งนั้นไม่มีผลอีกต่อไป และสั่งการให้มีการโจมตีอิหร่านรอบใหม่ต่อเนื่อง ด้านอิหร่านก็โจมตีตอบโต้กลับโดยพุ่งเป้าไปยังเป้าหมายทางทหารของสหรัฐในประเทศรัฐอ่าวอาหรับ ไล่เรียงไปตั้งแต่บาห์เรน คูเวต และกาตาร์ ทำให้สงครามที่หลายฝ่ายคิดว่ากำลังอยู่ในช่วงใกล้จบกลับร้อนแรงขึ้นมาใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำพูดของทรัมป์ยังคงสร้างความสับสน มีความไม่แน่นอน เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา และขัดแย้งกันเองอย่างที่เคยเป็นมาตลอด บางคนมองว่ามันอาจเป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มแรงกดดันให้อิหร่านยุติการโจมตีเรือขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในฮอร์มุซ และยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐโดยเฉพาะในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งก็เป็นวิธีที่ทรัมป์ทำมาตลอด ล่าสุดขณะอยู่บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะกลับไปทำสงครามเต็มรูปแบบกับอิหร่านอีกครั้ง และอิหร่านต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก หลังจากที่เขาบอกก่อนหน้านี้ว่า &amp;#8220;ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างจะจบลงอย่างรวดเร็วมาก และจะทำให้ทุกอย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมถึงตลาดน้ำมันด้วย&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้อยคำของผู้นำสหรัฐอาจสะท้อนถึงสิ่งที่เขากังวลอยู่ลึกๆ นั่นคือการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงในอีก 4 เดือนข้างหน้า ขณะที่ผลสำรวจความนิยมของรอยเตอร์/อิปซอส ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ระบุว่าคะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงเหลือ 34% ซึ่งเป็นการแตะระดับต่ำที่สุดอีกครั้งในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ทรัมป์จะเคยพูดว่าอิหร่านคงเข้าใจว่าเขาอยากจบสงครามนี้ให้เร็ว เพราะการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึง แต่เขาไม่แคร์ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ เมื่อคำนึงว่าคำพูดนี้ออกมาจากปากของนักการเมือง โดยเฉพาะทรัมป์ที่ตระหนักดีกว่า การผลักดันนโยบายแบบสุดโต่งและรวบอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของเขา จะไปต่อไม่ได้เลยหากเขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งกลางเทอมที่สำคัญยิ่งนี้ เพราะทรัมป์ยังเคยรับว่า ส่วนหนึ่งของเหตุผลที่เขาตกลงทำข้อตกลงชั่วคราวก็เพื่อหลีกเลี่ยง &lt;strong&gt;“หายนะทางเศรษฐกิจ”&lt;/strong&gt; ทั้งยังกล่าวชื่นชมที่ราคาน้ำมันลดลงหลังจากบรรลุข้อตกลงแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์มองว่า ทางเลือกของทรัมป์ในเวลานี้มีอยู่อย่างจำกัด และแทบทุกทางเลือกต่างก็มีข้อเสีย หากสหรัฐเลือกที่จะยกระดับการโจมตีเกินกว่าการตอบโต้กันไปมาเช่นในขณะนี้ ก็อาจทำให้กลับไปสู่สงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง ขณะที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งขึ้นไปแล้วราว 7% แม้จะปรับลดลงมาเล็กน้อยในปลายสัปดาห์ ในทางกลับกัน หากทรัมป์เลือกถอยท่ามกลางการท้าทายของอิหร่าน ก็อาจยิ่งทำให้อิหร่านเชื่อว่า พวกเขาสามารถใช้อำนาจต่อรองบีบสหรัฐผ่านการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกได้ทุกเมื่อที่ต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทรัมป์อาจหวังว่า การโจมตีทางทหารจะกดดันให้อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมป์ระบุว่าคือเป้าหมายหลักของเขาในสงครามครั้งนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ไม่เห็นสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่า อิหร่านพร้อมจะยอมอ่อนข้อในระดับที่ทรัมป์ต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การโจมตีของทั้งสองฝ่ายในสัปดาห์นี้ อาจมีเป้าหมายเพื่อกำหนดจุดยืนของแต่ละฝ่ายก่อนการเจรจาในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อาลี วาเอซ&lt;/strong&gt; ผู้อำนวยการฝ่ายอิหร่านของ International Crisis Group ให้ความเห็นว่า การยกระดับการข่มขู่และเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านในครั้งนี้ อาจเป็นยุทธวิธีที่มีความเสี่ยงมากกว่าที่ผ่านมา เพราะสหรัฐกำลังเผชิญทั้งแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศและแรงกดดันจากประชาคมระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;สถานการณ์ในเวลานี้ดูเหมือนเป็นความพยายามที่จะเพิ่มแรงกดดันทางทหารให้มากขึ้น โดยที่ยังไม่ถึงขั้นปิดประตูการเจรจาทางการทูตเสียทีเดียว แต่การต่อรองด้วยการใช้แรงกดดันบีบบังคับเป็นเกมที่อันตราย เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่ง การใช้มาตรการกดดันอาจสร้างพลวัตของตัวเองจนควบคุมไม่ได้ และท้ายที่สุดอาจกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ทั้งที่เดิมทีจุดประสงค์ของการกดดันนั้นคือเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดสงคราม&amp;#8221; วาเอซกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันวาเอซก็มองว่า อิหร่านยังคงมีเหตุผลทุกประการที่จะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา เพราะมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่อิหร่านจะต้องมีการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่ได้มีการสัญญาไว้ภายใต้ MOU&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักทั้งด้านเศรษฐกิจและศักยภาพทางทหาร ยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น หลังสหรัฐเพิกถอนข้อยกเว้นที่อนุญาตให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้เป็นเวลา 60 วัน ซึ่งกระทบกับผลประโยชน์สำคัญที่สุดประการหนึ่งที่อิหร่านได้รับจากข้อตกลงชั่วคราวถูกยกเลิก ถึงกระนั้น ผู้นำสายแข็งของอิหร่านก็ดูพร้อมจะรับมือกับแรงกดดันและความเสียหายเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;โฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่านระบุว่า มาตรการตอบโต้ที่อิหร่านกำลังพิจารณายังรวมถึง การถอนตัวจากสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) และการปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์บริเวณทะเลแดง และเป็นอีกหนึ่งเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญของโลก&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;แอรอน เดวิด มิลเลอร์&lt;/strong&gt; อดีตผู้เจรจาด้านตะวันออกกลางของรัฐบาลสหรัฐ ทั้งในสมัยพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน มองว่า ทรัมป์ทำให้ตัวเองจนมุม ไม่ว่าจะใช้วิธีทางทหารหรือการทูต และไม่น่าเป็นไปได้ที่เขาจะได้อะไรจากอิหร่านมากนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะแม้ก่อนหน้าที่จะเกิดการตอบโต้กันในคราวนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ก็ไม่เชื่อว่า สหรัฐและอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ถาวรได้ภายในกรอบเวลา 60 วันตามที่กำหนดไว้ใน MOU เพราะประเด็นที่ยากที่สุดที่ถูกเลื่อนออกมาเจรจาตามกรอบเวลาดังกล่าว จนถึงขณะนี้ก็แทบไม่มีความคืบหน้า และยังไม่แน่ชัดว่าจะมีการเจรจารอบต่อไปหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ข่าวกรองในภูมิภาคที่เกี่ยวข้องกับความพยายามไกล่เกลี่ยระบุว่า ขณะนี้ความขัดแย้งได้มาถึงขั้นวิกฤตแล้ว เพราะความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันเพิ่มสูงขึ้น กระนั้นก็ดี เจ้าหน้าที่รายหนึ่งยังยืนยันว่า การสื่อสารระดับสูงยังคงดำเนินอยู่ต่อไปตลอดเวลาเพื่อรักษาข้อตกลงหยุดยิง โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศของปากีสถานและกาตาร์ รวมถึงหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของอียิปต์ เป็นผู้นำความพยายามดังกล่าว ขณะเดียวกัน&lt;strong&gt;ประธานาธิบดีเรเจพ เทยิป แอร์โดอัน&lt;/strong&gt; ของตุรกี ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดนาโตที่เพิ่งจบลงเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม และผู้นำซาอุดีอาระเบียก็มีส่วนร่วมในความพยายามนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีกาตาร์ยังได้ออกแถลงการณ์ว่า กาตาร์สนับสนุนความพยายามทุกทางเพื่อควบคุมไม่ให้สถานการณ์บานปลายออกไป เช่นเดียวกับกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถานที่ระบุผ่านแถลงการณ์ว่า ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการมีส่วนร่วม การเจรจา และการทูตอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันคือสันติภาพในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โจนาธาน พานิคอฟ&lt;/strong&gt; อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐด้านตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจุบันทำงานที่สถาบันวิจัย Atlantic Council ในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า รูปแบบเช่นนี้น่าจะดำเนินต่อไปอีกระยะหนึ่ง แม้ว่าสถานการณ์ไม่น่าจะย้อนกลับไปเป็นสงครามเต็มรูปแบบ แต่ &lt;strong&gt;&amp;#8220;สภาพปกติใหม่&amp;#8221;&lt;/strong&gt; นี้จะกลายเป็นความไร้เสถียรภาพที่ถูกควบคุมไว้ คือมีความรุนแรงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ โดยไม่มีทางออกที่ถาวร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ทรัมป์ซึ่งเคยเรียกร้องให้อิหร่าน &lt;strong&gt;&amp;#8220;ยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข&amp;#8221;&lt;/strong&gt; กลับไม่สามารถบรรลุเป้าหมายหลายประการที่เขาตั้งไว้ และยังเปลี่ยนแปลงท่าทีไปมาตลอดช่วงสงคราม โดยประเด็นสำคัญที่กระทบกับโลกอย่างการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่วุ่นวายไม่จบสิ้นจนถึงนาทีนี้ ก็ล้วนมาจากการเปิดฉากทำสงครามของทรัมป์และอิสราเอลทั้งสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด &lt;strong&gt;โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ&lt;/strong&gt; ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะผู้เจรจาระดับสูงของอิหร่าน โพสต์ว่า &amp;#8220;ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดอีกครั้งภายใต้ข้อตกลงของอิหร่านเท่านั้น ไม่ใช่ผ่านการข่มขู่ของสหรัฐ&amp;#8221; ซึ่งชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์ทั้งหมดไม่น่าจะ &lt;strong&gt;&amp;#8220;จบง่าย&amp;#8221;&lt;/strong&gt; อย่างที่ทรัมป์คาดหวังหรือต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ยิ่งเหตุปะทะรอบใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่านยิ่งลากยาวออกไปเท่าไหร่ ความเสียหายก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญมันไม่เป็นผลดีกับใครเลย ไม่ว่าจะเป็นทรัมป์ อิหร่าน และประชาคมโลก (เรียบเรียงจากเอพี/รอยเตอร์)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802483?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : สงครามอิหร่านของทรัมป์  ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : สงครามอิหร่านของทรัมป์  ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ</dc:alternative><dc:abstract>โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : สงครามอิหร่านของทรัมป์  ภารกิจที่ยิ่งยื้อก็ยิ่งเจ็บ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T08:47:18+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T08:47:18+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/รูปโฟกัสโลก-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802393]]></link><pubDate>2026-07-12T14:17:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802393</guid><description>สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนายติน หม่อง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือกับนายติน หม่อง ซเว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา ในโอกาสที่ฝ่ายเมียนมาเดินทางเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนกับเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายยืนยันความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและยาวนานในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน และหารือความร่วมมือระหว่างกันในด้านความมั่นคงชายแดน การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะมลพิษในแม่น้ำ ตลอดจนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดนและความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายยังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับเมียนมา รวมถึงพัฒนาการเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพและการปรองดองในเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5802413&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;800&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802393?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์หารือ รมว.กต.เมียนมา มุ่งแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ส่งเสริม ศก. สองชาติ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T07:17:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T07:17:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tm1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802342]]></link><pubDate>2026-07-12T13:47:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802342</guid><description>เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงานว่า ทางการเกาหลีใต้ออกประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อน &amp;#8220;ระดับร้ายแรง&amp;#8221; เป็นครั้งแรกในวันอาท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงานว่า ทางการเกาหลีใต้ออกประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อน &amp;#8220;ระดับร้ายแรง&amp;#8221; เป็นครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม โดยมีผลกับเมืองคยองซานและเมืองโพฮัง ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ภายใต้ระบบการแจ้งเตือนระดับสูงสุดรูปแบบใหม่ที่รัฐบาลเพิ่งนำมาใช้เมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อเตือนประชาชนเกี่ยวกับสภาพอากาศร้อนจัดที่อาจเป็นอันตรายอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า ประกาศเตือนภัยระดับสูงดังกล่าวมีผลบังคับใช้ในทั้งสองเมืองตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันอาทิตย์ หลังจากอุณหภูมิเมื่อวันเสาร์พุ่งสูงถึง 39.9 องศาเซลเซียส ในเมืองคยองซาน และ 37.2 องศาเซลเซียส ในเมืองโพฮัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ คาดว่าอุณหภูมิในทั้งสองเมืองจะยังคงแตะระดับ 39 องศาเซลเซียส อีกครั้งในวันอาทิตย์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับร้ายแรงในเมืองคยองซานและโพฮังครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัฐบาลเกาหลีใต้เริ่มใช้ระบบแจ้งเตือนคลื่นความร้อนรูปแบบใหม่เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้รับมือกับภาวะอากาศร้อนจัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้ระบบเตือนภัยใหม่นี้ จะมีการประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับร้ายแรง เมื่อพยากรณ์ว่าอุณหภูมิสูงสุดของวันจะอยู่ที่ 39 องศาเซลเซียส ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิที่ร่างกายรับรู้หรือดัชนีความร้อนอยู่ที่ 35 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่านั้นติดต่อกันอย่างน้อย 2 วัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้คำเตือนคลื่นความร้อนระดับร้ายแรง ประชาชนจะได้รับคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง อยู่ในที่ร่ม และดื่มน้ำให้มาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802342?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีใต้เตือนภัย คลื่นความร้อนร้ายแรงครั้งแรก อุณหภูมิพุ่ง 39.9 องศา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T06:56:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T06:56:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/skhw-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802292]]></link><pubDate>2026-07-12T13:06:49+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802292</guid><description>สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย เฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ออกมาชี้แจงกรณีข่าวคดี “พ่อทิพย์” จากขบวนการรับจ้างจดแจ้งสูติบัตรเท็จ โดยโพสต์ข้อความข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ออกมาชี้แจงกรณีข่าวคดี “พ่อทิพย์” จากขบวนการรับจ้างจดแจ้งสูติบัตรเท็จ โดยโพสต์ข้อความของโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยตอบคำถามผู้สื่อข่าว ดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถาม: เมื่อเร็วๆ นี้ ตำรวจไทยได้ดำเนินการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีรายงานว่าคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับพลเมืองจีนบางราย ฝ่ายจีนมีความเห็นอย่างไรต่อกรณีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตอบ: ฝ่ายจีนได้รับทราบรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องแล้ว จากข้อมูลที่มีการเปิดเผยในรายงานข่าว บุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีมีความซับซ้อน โดยผู้กระทำผิดได้สมคบกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยกำลังดำเนินการสอบสวนคดีตามกฎหมาย ฝ่ายจีนไม่แสดงความเห็นในรายละเอียดของคดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รัฐบาลจีนยึดมั่นมาโดยตลอดในการกำชับให้พลเมืองจีนที่อยู่ในต่างประเทศปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับของประเทศที่พำนัก&lt;/strong&gt; สำหรับการกระทำที่ผิดกฎหมาย ฝ่ายจีนยึดหลักการดำเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับมาโดยตลอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝ่ายจีนเคารพการที่ฝ่ายไทยปฏิบัติหน้าที่ด้านการบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย พร้อมทั้งหวังว่าฝ่ายไทยจะคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของพลเมืองจีนในระหว่างการดำเนินคดี โดยเฉพาะการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของผู้เยาว์ ฝ่ายจีนพร้อมที่จะส่งเสริมการสื่อสารและความร่วมมือกับฝ่ายไทยต่อไป เพื่อร่วมกันรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชนและความร่วมมือในทุกสาขาของทั้งสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802292?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย</dc:alternative><dc:abstract>สถานทูตจีนแจง กรณี พ่อทิพย์ ยันย้ำพลเมืองทำตามกฎหมาย พร้อมร่วมมือไทย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T06:54:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T06:54:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/a3039.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/a3039-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cab.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cab-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cab-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cab-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/a3039.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/a3039-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802127]]></link><pubDate>2026-07-12T09:09:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802127</guid><description>มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง กองทัพสหรัฐระบุเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐระบุเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ หลังจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) โจมตีเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ลำหนึ่งที่กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันอาทิตย์ ขณะที่อิหร่านยังบอกด้วยว่า จะทำการปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไปจนกว่าสหรัฐจะยุติการแทรกแซงในภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดหลายวันในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศยุติข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกันที่ได้ลงนามไปเมื่อเดือนมิถุนายน แม้ว่าทรัมป์จะยังคงเปิดทางสำหรับการเจรจาต่อไปก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านระบุว่า ได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากได้ทำการยิงเตือนไปโดนเรือที่กำลังเดินเรือในเส้นทางซึ่งไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเตือนว่าการตอบโต้ใดๆ ต่อเหตุการณ์ดังกล่าว จะเผชิญกับการตอบโต้ที่รุนแรง และว่า มีเรือหลายลำพยายามเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซในเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต และเพิกเฉยต่อคำเตือนให้เปลี่ยนเส้นทาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า เรือที่ถูกโจมตีคือ M/V GFS Galaxy ซึ่งเป็นเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่จดทะเบียนภายใต้ธงไซปรัส โดยห้องเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีลูกเรือพลเรือนสูญหาย 1 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CENTCOM ได้เริ่มต้นปฏิบัติการโจมตีครั้งล่าสุดเมื่อเวลา 19.15 น.ของวันที่ 11 กรกฎาคม ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังจากอิหร่านเผยแพร่แถลงการณ์เตือนว่า หากสหรัฐตอบโต้เหตุการณ์เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ จะมีการโจมตี &amp;#8220;ฐานทัพใหม่ของศัตรู&amp;#8221; ในตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CENTCOM ระบุว่า ทรัมป์เป็นผู้สั่งการให้เปิดปฏิบัติการโจมตีดังกล่าว ขณะที่ทำเนียบขาวยังไม่ได้ตอบคำถามเมื่อรอยเตอร์ขอความเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐเผยว่า วอชิงตันเรียกร้องให้เตหะรานประกาศต่อสาธารณะว่าจะยุติการโจมตีเรือทุกลำในช่องแคบฮอร์มุซ และรับรองว่าเส้นทางเดินเรือทั้งหมดจะเปิดให้ใช้ได้อย่างเสรีโดยไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวหาสหรัฐว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง โดยเขาโพสต์บน X เมื่อวันศุกร์ว่า &amp;#8220;การปฏิบัติตามข้อตกลงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามร่วมกัน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวอาวุโสของอิหร่านเผยกับรอยเตอร์ว่า อิหร่าน สหรัฐ กาตาร์ และปากีสถาน ได้ตกลงที่จะเปิดการเจรจาในการสนทนาทางโทรศัพท์ โดยมีความพยายามของประเทศคนกลางที่จะจัดการเจรจาในวันเสาร์ ระหว่างที่นายอารักชีเดินทางเยือนโอมาน ซึ่งกำลังทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยเพื่อยุติสงคราม อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าความพยายามดังกล่าวประสบผลสำเร็จหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอารักชีและนายบัดร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน พบหารือกันที่โอมาน เพื่อแลกเปลี่ยน &amp;#8220;มุมมองเกี่ยวกับกลไกที่เหมาะสมในการทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมีความปลอดภัย&amp;#8221; ตามแถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ขณะที่สำนักข่าวทางการของโอมานรายงานว่า ผู้แทนเจรจาของโอมานและอิหร่านจะเดินหน้าการหารือต่อไป &amp;#8220;ทั้งในระดับเทคนิคและระดับการเมือง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าว CNN รายงานเมื่อวันเสาร์ว่า โอมานได้เสนอร่างข้อเสนอเกี่ยวกับการใช้ช่องแคบฮอร์มุซ โดยกำหนดให้เรือทุกลำสามารถเดินเรือได้อย่างเสรีผ่านช่องเดินเรือด้านใต้ซึ่งอยู่ในน่านน้ำของโอมาน ส่วนเรือที่ต้องการใช้ช่องเดินเรือด้านเหนือซึ่งอยู่ในน่านน้ำของอิหร่าน จะต้องได้รับการอนุมัติล่วงหน้าจากอิหร่าน แต่จะไม่มีการเรียกเก็บค่าผ่านทาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรของผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ที่เผยแพร่เมื่อวันเสาร์ ระบุว่า อิหร่านจะล้างแค้นต่อการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดคนก่อน บิดาของเขาซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีในช่วงแรกของสงคราม พร้อมระบุว่า การล้างแค้นจะเกิดขึ้นไม่ว่าอิหร่านจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ใดก็ตาม โดยระบุว่า &amp;#8220;เราขอปฏิญาณว่าจะล้างแค้นให้เลือดของผู้นำผู้พลีชีพ และผู้พลีชีพทุกคน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ดังกล่าวเผยแพร่ขึ้นเพื่อรำลึกถึงพิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยโมจตาบา คาเมเนอีไม่ได้เข้าร่วมพิธี และยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชนนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ทั้งนี้ มีรายงานว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์โพสต์ข้อความเมื่อวันศุกร์ว่า เขาได้สั่งให้กองทัพสหรัฐเตรียมพร้อมยิงขีปนาวุธหลายพันลูกเข้าใส่อิหร่าน หากเตหะรานพยายามลอบสังหารเขา หลังจากที่สื่อสหรัฐอีกหลายแห่งรายงานในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า อิสราเอลได้แบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้กับรัฐบาลสหรัฐ ว่าอิหร่านวางแผนที่จะลอบสังหารทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สงครามได้ทำให้ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเผชิญความไม่มั่นคง ขณะที่การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัยของอิหร่าน ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น และกระตุ้นเงินเฟ้อทั่วโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองสำหรับทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสในเดือนพฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802127?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง</dc:alternative><dc:abstract>มะกันถล่มอิหร่านอีกรอบ หลังเตหะรานย้ำ ปิดฮอร์มุซยาว จนกว่าสหรัฐจะหยุดแทรกแซง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T04:54:26+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T04:54:26+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hms-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802098]]></link><pubDate>2026-07-12T08:41:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5802098</guid><description>ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส พายุไต้ฝุ่นบาหวี่ขึ้นฝั่งเมื่อช่วงดึกของวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม ที่เมืองไถโจว เมืองชายฝั่งทางตะวันออกของจีน ซึ่งทางการได้สั่งอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;พายุไต้ฝุ่นบาหวี่ขึ้นฝั่งเมื่อช่วงดึกของวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม ที่เมืองไถโจว เมืองชายฝั่งทางตะวันออกของจีน ซึ่งทางการได้สั่งอพยพประชาชนเกือบ 2 ล้านคนซึ่งอยู่ในเส้นทางของพายุดังกล่าว บาหวี่ถือเป็นพายุลูกที่ 2 ที่พัดถล่มจีนในรอบสัปดาห์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ไต้ฝุ่นไมสักเพิ่งถล่มจีนตอนใต้เมื่อต้นสัปดาห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 39 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวกลุ่มฝนของพายุไต้ฝุ่นบาหวี่วัดจากปลายด้านหนึ่งจรดอีกด้านหนึ่งกินพื้นที่สูงสุดถึง 1,000 กิโลเมตร ซึ่งเทียบเท่าความยาวของประเทศฝรั่งเศส ได้พัดขึ้นฝั่งของจีนครั้งแรกที่เมืองไท่โจวในเย็นวันเสาร์ ก่อนจะพัดขึ้นฝั่งครั้งที่สองที่เมืองเหวินโจวประมาณเที่ยงคืนของวันเดียวกัน ซึ่งทั้งสองเมืองอยู่ในมณฑลเจ้อเจียง ติดทะเลจีนตะวันออก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีนระบุว่า ขณะขึ้นฝั่งเมื่อเวลาประมาณ 23.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น ไต้ฝุ่นบาหวี่มีความเร็วลมสูงสุดต่อเนื่องราว 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเทียบเท่าพายุเฮอริเคนระดับ 1&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถึงแม้ว่าพายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 1 จะเคลื่อนตัวช้าลงอย่างต่อเนื่องขณะมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ แต่พายุลูกนี้ยังคงเป็นอันตรายร้ายแรง เนื่องจากมีปริมาณความชื้นมหาศาลสะสมอยู่ในแนวกลุ่มฝนของพายุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อของทางการจีนรายงานว่า มีการอพยพประชาชนมากกว่า 1.7 ล้านคนในมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองไถโจว นอกจากนี้ยังมีการอพยพประชาชนมากกว่า 100,000 คนจากมณฑลฝูเจี้ยนและกรุงปักกิ่ง รวมถึงอีกประมาณ 34,000 คนจากนครเซี่ยงไฮ้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการจีนคาดว่า บาหวี่จะทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นพิเศษในพื้นที่ตะวันออกของมณฑลเจ้อเจียงและทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลฝูเจี้ยน พร้อมเสริมว่า การอพยพเป็นการดำเนินการเพื่อป้องกันสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากการอพยพประชาชนมากกว่า 1.7 ล้านในมณฑลเจ้อเจียง และอีกหลายพันคนในมณฑลใกล้เคียงแล้ว ยังมีการสั่งปิดโรงเรียน ที่ทำงาน และกิจกรรมกลางแจ้งในมณฑลเจ้อเจียง ด้านเที่ยวบิน 400 เที่ยวและบริการรถไฟหลายสิบเที่ยวถูกยกเลิก โดยมีรายงานว่า เมืองเหวินโจว ซึ่งมีประชากรประมาณ 10 ล้านคน ก็อยู่ใกล้กับเส้นทางของไต้ฝุ่นบาหวี่เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บาหวี่ได้ทวีกำลังเป็นซุปเปอร์ไต้ฝุ่นก่อนพัดถล่มเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ด้วยความเร็วลม 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่พายุเคลื่อนตัวผ่านมหาสมุทรแปซิฟิก ความเร็วลมลดลงเหลือ 144 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนพัดขึ้นฝั่งจีนในวันเสาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5802098?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส</dc:alternative><dc:abstract>ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่ง จีนสั่งอพยพ 2 ล้านคน อึ้ง! ขนาดเท่าประเทศฝรั่งเศส</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-12T05:26:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-12T05:26:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>716</mi:x1><mi:y1>482</mi:y1><mi:x2>716</mi:x2><mi:y2>482</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5800413]]></link><pubDate>2026-07-10T15:19:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5800413</guid><description>ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 11 ราย และมีผู้สูญหายอีก 19 ราย ในเหตุการณ์ไฟป่าที่ลุกลามเผาผลาญพื้นที่เป็นวงกว้างทางตอนใต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 11 ราย และมีผู้สูญหายอีก 19 ราย ในเหตุการณ์ไฟป่าที่ลุกลามเผาผลาญพื้นที่เป็นวงกว้างทางตอนใต้ของประเทศสเปนให้ได้รับความเสียหายหนัก เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานเบื้องต้นว่าในจำนวนเหยื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟป่าครั้งนี้มีชาวอังกฤษอยู่ด้วย 4 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ผจญเพลิงของสเปนราว 150 นาย เร่งระดมกำลังควบคุมไฟป่า ซึ่งคาดว่ามีสาเหตุมาจากสายไฟที่ขาดแล้วตกลงมา ก่อนที่เปลวไฟจะลุกลามสู่พื้นที่ป่ารอบเมืองลอสกัลลาร์ดอส ในจังหวัดอัลเมอเรียของสเปน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อันโตนิโอ ซานซ์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขและภาวะฉุกเฉิน กล่าวว่า เหตุไฟป่าครั้งนี้มีความซับซ้อนและลุกลามอย่างรวดเร็ว ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่หรืออาจทั้งหมดอาจเป็นชาวต่างชาติ โดยผู้เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งเชื่อว่าเป็นชาวอังกฤษ ถูกพบติดอยู่ในรถยนต์ของพวกเขา ส่วนเหยื่ออีกรายพบในที่อื่นที่ดูเหมือนว่าเขากำลังพยายามหนีไฟ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุไฟป่าครั้งนี้ยังส่งผลให้มีการปิดถนนและต้องอพยพประชาชนราว 1,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยในภูมิภาคดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้หลายชาติยุโรปทั้งสเปน ฝรั่งเศส และโปรตุเกสต่างกำลังต่อสู้กับเหตุไฟป่าในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ซึ่งมีสาเหตุมาจากคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมยุโรปอย่างต่อเนื่องและทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงสุดถึงราว 40 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5800413?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19</dc:alternative><dc:abstract>ไฟป่าโหมไหม้สเปน ดับแล้วอย่างน้อย 11 ศพ สูญหายอีก 19</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-10T08:19:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-10T08:19:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T035537Z_1628032307_RC2RAMA386BU_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-SPAIN-WILDFIRE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799875]]></link><pubDate>2026-07-10T12:06:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5799875</guid><description>อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่าอิสราเอลได้แบ่งปันข้อมูลข่าวกร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่าอิสราเอลได้แบ่งปันข้อมูลข่าวกรองให้กับสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ บ่งชี้ว่าอิหร่านวางแผนการใหม่ที่จะลอบสังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็นอ้างแหล่งข่าวระบุว่าอิสราเอลได้แจ้งเตือนเรื่องนี้กับสหรัฐในสัปดาห์นี้ แต่แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อน สหรัฐได้รับข้อมูลข่าวกรองอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะมีการวางแผนลอบสังหารทรัมป์ แต่การเตือนภัยครั้งนี้จากอิสราเอลถือเป็นเรื่องใหม่และเกี่ยวข้องกับแผนการลอบสังหารที่เจาะจงชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐยังตั้งข้อสังเกตว่าการให้ข้อมูลข่าวกรองดังกล่าวของอิสราเอลอาจเป็นความพยายามหวังผลที่จะโน้มน้าวการตัดสินใจของทรัมป์ ในขณะที่เขากำลังพิจารณาว่าจะยกระดับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐเพื่อตอบโต้อิหร่านหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็นระบุว่ารายละเอียดของแผนลอบสังหารที่อิสราเอลแจ้งเตือนต่อสหรัฐนั้นยังไม่มีความชัดเจนในทันที โดยแหล่งข่าว 2 รายระบุว่าสหรัฐยังไม่ได้ตรวจสอบข่าวกรองดังกล่าวและไม่ได้ตามเรื่องนี้มาก่อนที่จะได้รับคำเตือนจากอิสราเอล แม้รัฐบาลสหรัฐจะออกมาเตือนโดยตลอดว่าอิหร่านอาจพยายามสังหารทรัมป์ เพื่อแก้แค้นต่อการที่ทรัมป์ได้อนุมัติคำสั่งในการส่งโดรนโจมตีสังหารพลเอกคาเซม โซไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ของอิหร่านจนเสียชีวิตในปี 2020&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็นรายงานด้วยว่า แหล่งข่าว 2 รายที่คุ้นเคยกับข้อมูลข่าวกรองล่าสุดของสหรัฐกล่าวว่าหน่วยข่าวกรองกำลังติดตามกลุ่มบุคคลหลายกลุ่มที่ได้พูดคุยเกี่ยวกับการโจมตีแต่ยังไม่ได้ลงมือปฏิบัติ และแหล่งข่าวรายหนึ่งกล่าวว่า หน่วยข่าวกรองสหรัฐกังวลว่าอิหร่านจะเล็งเป้าหมายโจมตีเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งในปัจจุบันและอดีตหลายคนของสหรัฐด้วย แต่แหล่งข่าวคนดังกล่าวมองว่า การให้ข้อมูลข่าวกรองของอิสราเอลเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของอิสราเอลในการมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของทรัมป์เกี่ยวกับเรื่องอิหร่าน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวบางคนในหน่วยข่าวกรองสหรัฐมักไม่ได้เชื่อถือรายงานของอิสราเอลเสมอไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อมีการขอความเห็นเกี่ยวกับการให้ข้อมูลดังกล่าวของอิสราเอลซึ่งเดอะ วอลล์สตรีทเจอร์นัล เป็นผู้เปิดประเด็นข่าวนี้เจ้าแรกนั้น ทำเนียบขาวได้อ้างความเห็นของทรัมป์เมื่อไม่กี่วันนี้ที่กล่าวถึงความต้องการของอิหร่านที่จะสังหารเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พวกเขาต้องการกำจัดผู้นำสหรัฐ ซึ่งก็คือตัวผม ผมมีชื่ออยู่ในทุกบัญชีรายชื่อที่ว่านั่น เมื่อเช้านี้ผมเห็นแล้วว่าผมอยู่ในบัญชีของพวกเขาทุกฉบับเลย ถึงตอนนี้ถือว่าผมยังโชคดีอยู่บ้าง แต่อาจจะโชคดีได้ไม่นาน คนพวกนี้ชั่วร้าย เป็นคนป่วย และเราจำเป็นต้องกำจัดมะเร็งร้ายนี้ นั่นคือสิ่งที่ผมคิด” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธ(8 ก.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาทรัมป์กล่าวอีกว่าเขาเพิ่งรู้ข่าวเกี่ยวกับบัญชีรายชื่อใหม่ที่ระบุว่าเขาตกเป็นเป้าหมายอันดับ 1 ที่อิหร่านต้องการลอบสังหาร แต่ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์กล่าวถึงข้อมูลข่าวกรองชุดใหม่จากอิสราเอลหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังสหรัฐโจมตีอิหร่านเพื่อตอบโต้เตหะรานที่ยิงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซก่อนหน้านั้น โดยทั้งสองฝ่ายต่างยังข่มขู่และเปิดฉากโจมตีตอบโต้กัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799875?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน</dc:alternative><dc:abstract>อิสราเอล ให้ข่าวกรองมะกัน อ้างอิหร่าน มีแผนลอบสังหารทรัมป์ ชี้ยิวหวังผล ท่าทีกร้าวต่อเตหะราน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-10T05:06:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-10T05:06:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-09T052104Z_1675988392_RC2Z9MAZW6JT_RTRMADP_3_USA-TRUMP-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799767]]></link><pubDate>2026-07-10T11:04:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5799767</guid><description>ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก พายุไต้ฝุ่นบาวี ซึ่งมีขนาดใหญ่และมีกำลังรุนแรง กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้หมู่เกาะห่างไกลทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นในวันศ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;พายุไต้ฝุ่นบาวี ซึ่งมีขนาดใหญ่และมีกำลังรุนแรง กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้หมู่เกาะห่างไกลทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นในวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม ทำให้ทางการญี่ปุ่นต้องออกประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก ดินถล่ม และน้ำท่วม โดยคาดว่าบาหวี่อาจเป็นพายุที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดให้กับภูมิภาคนี้ในรอบหลายปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ช่วงเช้าวันศุกร์ พายุไต้ฝุ่นบาวีได้เคลื่อนเข้าใกล้หมู่เกาะซากิชิมะ ซึ่งเป็นหมู่เกาะที่ห่างไกลทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ใกล้กับไต้หวัน โดยมีความเร็วลมสูงสุด 162 กิโลเมตรต่อชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาชนในพื้นที่ต่างเร่งเตรียมรับมือกับพายุ โดยนำเทปกาวไปปิดกระจกหน้าต่างเพื่อป้องกันกระจกแตกจากแรงลม และติดตั้งตาข่ายกันลมบริเวณบ้านเรือนและร้านค้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สายการบินหลายแห่งประกาศยกเลิกเที่ยวบินหลายสิบเที่ยวในภูมิภาคดังกล่าว รวมถึงเที่ยวบินที่มีกำหนดเดินทางในวันเสาร์ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่อิชิงากิ ซึ่งเป็นหนึ่งในเกาะสำคัญของหมู่เกาะซากิชิมะและเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ประชาชนพากันกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค จนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งถูกซื้อจนเกลี้ยงชั้นวาง ขณะที่ชายหาดสาธารณะ สวนสาธารณะริมชายฝั่ง และท่าเรือเฟอร์รี่หลายแห่ง ดูเหมือนจะปิดให้บริการแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เกาะไต้หวันซึ่งอยู่ใกล้เคียง ตลาดการเงินประกาศปิดทำการตลาดตลอดทั้งวัน โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ทางภาคเหนือและภาคตะวันออกของไต้หวันก็ประกาศให้ผู้คนหยุดงานด้วย ด้านรัฐบาลไทเปได้จัดตั้งจุดแจกกระสอบทรายให้ประชาชนนำไปใช้ป้องกันน้ำท่วมตามบ้านเรือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าคาดว่าพายุบาหวี่จะไม่ขึ้นฝั่งไต้หวันโดยตรง แต่น่าจะทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงค่ำวันศุกร์นี้ โดยบางพื้นที่อาจมีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 1 เมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลไต้หวันระบุว่า ได้อพยพประชาชนมากกว่า 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งภูเขาทางภาคตะวันออกของเกาะ และได้จัดกำลังทหารเกือบ 29,000 นาย เตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายไล่ ชิง เต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวันโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า แม้ว่าพายุไต้ฝุ่นจะอ่อนกำลังลงเล็กน้อยและถูกลดระดับลงเป็นพายุไต้ฝุ่นกำลังปานกลางแล้ว แต่รัศมีของพายุยังคงกว้างมาก และยังอาจนำลมแรงและฝนตกหนักมาสู่หลายพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สายการบินของไต้หวันยังประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้ ที่ออกจากท่าอากาศยานนานาชาติเถาหยวน ซึ่งเป็นสนามบินหลักที่ตั้งอยู่นอกไทเป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงค่ำวันเสาร์ พายุไต้ฝุ่นบาวีจะขึ้นฝั่งบริเวณเมืองเวินโจว ทางชายฝั่งตะวันออกของจีน ซึ่งมีประชากรราว 10 ล้านคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799767?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่นเฝ้าระวังสูงสุด ไต้ฝุ่นบาหวี่จ่อขึ้นฝั่ง ไต้หวันหยุดงาน รับมือฝนตกหนักมาก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-10T04:04:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-10T04:04:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-10T032142Z_1534759493_RC2QAMARCMQ6_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-JAPAN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799692]]></link><pubDate>2026-07-10T10:31:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5799692</guid><description>ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ว่า ศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ว่า ศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ถูกฝังที่สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศ โดยมีประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมากข้าร่วมในพิธีศพดังกล่าว ซึ่งถือเป็นวันสุดท้ายของพิธีศพอันยิ่งใหญ่ ขณะที่นายโมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายและผู้สืบทอดตำแหน่งของเขา ยังคงไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การฝังศพมีขึ้นที่เมืองมัชฮัด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน เกิดขึ้นหลังจากการจัดขบวนแห่ศพ การชุมนุม และพิธีไว้อาลัยต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับการกลับมาปะทุของความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอีกครั้ง หลังจากสงบศึกกันเป็นเวลาหลายสัปดาห์ในสงครามที่ดำเนินมาเป็นเวลา 4 เดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาเมเนอีเสียชีวิตจากการโจมตีระลอกแรกของสงคราม ซึ่งสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก่อนที่สหรัฐและอิหร่านจะตกลงหยุดยิงกันได้เมื่อเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ร่างของคาเมเนอีถูกนำไปตั้งไว้บนรถบรรทุก ซึ่งเคลื่อนผ่านถนนที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คนในเมืองมัชฮัดอย่างช้าๆ มุ่งหน้าสู่ปูชนียสถานอิหม่ามเรซา ซึ่งมีโดมสีทองและหออะซานอันโดดเด่น โดยมีนักบวชนิกายชีอะห์สวมผ้าโพกศีรษะสีขาวเดินประกบอยู่ทั้งสองข้างรถ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหลังรถบรรทุกมีผู้ร่วมไว้อาลัยสวมชุดดำเดินตามมาอย่างหนาแน่น หลายคนโบกธงชาติอิหร่าน ชูภาพของคาเมเนอี และถือป้ายสีแดงที่มีข้อความปลุกเร้าอุดมการณ์การปฏิวัติอิสลาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พิธีฝังศพครั้งนี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของงานศพของอดีตผู้นำอิหร่าน ซึ่งมีการจัดกิจกรรมไว้อาลัยตลอดหนึ่งสัปดาห์โดยจัดขึ้นทั้งในอิหร่านและอิรัก ซึ่งผู้นำศาสนาของอิหร่านสนับสนุนให้ประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังและความศรัทธาทางอุดมการณ์ของรัฐที่ปกครองด้วยหลักศาสนา โดยสื่อของทางการอิหร่านรายงานว่า มีผู้เข้าร่วมพิธีศพดังกล่าวมากถึง 12-15 ล้านคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ชะตากรรมและที่อยู่ของโมจตาบา ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยสภาผู้นำศาสนาเมื่อต้นเดือนมีนาคม หนึ่งสัปดาห์หลังการเสียชีวิตของผู้เป็นบิดาของเขา ยังคงเป็นปริศนาสำหรับชาวอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โมจตาบาไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น แม้ว่าจะมีการเผยแพร่แถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรหลายฉบับ แต่ยังไม่มีการเผยแพร่ภาพถ่าย วิดีโอ หรือบันทึกเสียงของเขาแม้แต่ครั้งเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงในอิหร่านเผยว่า โมจตาบาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีที่คร่าชีวิตบิดาและครอบครัวของเขา ทำให้ใบหน้าของเขาเสียโฉมและแขนขาได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยขณะนี้โมจตาบากำลังฟื้นตัว แต่ยังไม่แข็งแรงพอที่จะปรากฏตัวต่อสาธารณชน ด้านหน่วยงานความมั่นคงของอิหร่านก็พยายามจำกัดการปรากฎตัวของเขา เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากสหรัฐเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝูงชนจำนวนมากเบียดเสียดกันในเมืองมัชฮัดเพื่อรอขบวนแห่ศพของคาเมเนอี ต่างตะโกนคำขวัญเรียกร้องให้ล้างแค้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นผู้สั่งสังหารคาเมเนอีว่า &amp;#8220;ขอสาบานด้วยเลือดของผู้นำสูงสุด ทรัมป์ พวกเราจะฆ่าคุณ!&amp;#8221; ขณะที่สตรีหลายคนชูป้ายข้อความว่า &amp;#8220;Kill Trump&amp;#8221; หรือ &amp;#8220;ฆ่าทรัมป์&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถึงช่วงพลบค่ำ ลานกว้างของปูชนียสถานอิหม่ามเรซาเต็มไปด้วยผู้ร่วมไว้อาลัยจำนวนมหาศาล มีเสียงตะโกนว่า &amp;#8220;อเมริกาจงพินาศ&amp;#8221; ดังไปทั่ว ท่ามกลางเสียงบทสวดไว้อาลัยและเสียงดนตรีเครื่องสายที่บรรเลงผ่านเครื่องขยายเสียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งยกโลงศพของคาเมเนอีขึ้นจากรถบรรทุก เพื่อนำข้ามฝูงชนที่หนาแน่นจนแทบไม่สามารถเคลื่อนผ่านได้ ไปยังซุ้มโค้งประดับกระเบื้องสีน้ำเงินภายในปูชนียสถาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โมสดาฟา คาเมเนอี บุตรชายคยนโตของอดีตผู้นำอิหร่าน เป็นผู้นำประกอบพิธีละหมาดศพ ก่อนที่ผู้ร่วมไว้อาลัยชายจำนวนมากจะช่วยกันแบกโลงศพ ซึ่งตกแต่งด้วยสีแดง สีขาว และสีเขียวของธงชาติอิหร่าน เข้าไปภายในปูชนียสถานอิหม่ามเรซา ท่ามกลางผู้ร่วมพิธีจำนวนมากที่ถือเทียน ยื่นมือไปทางโลงศพ และร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวทางการ IRNA รายงานในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคมว่า พิธีฝังศพของคาเมเนอี รวมถึงสมาชิกในครอบครัวอีก 4 คนที่เสียชีวิตพร้อมกัน ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799692?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว</dc:alternative><dc:abstract>ชาวอิหร่านหลั่งไหล ร่วมฝังศพ อดีตผู้นำสูงสุด โมจตาบายังไม่ปรากฏตัว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-10T07:07:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-10T07:07:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>900</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>900</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ai2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799581]]></link><pubDate>2026-07-10T08:22:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5799581</guid><description>น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง แม้เหตุปะทะตอบโต้กันไปมาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะเข้าสู่วันที่ 3 และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง แต่ล่าสุดราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงมากกว่า 2% เม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;แม้เหตุปะทะตอบโต้กันไปมาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะเข้าสู่วันที่ 3 และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง แต่ล่าสุดราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงมากกว่า 2% เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม แม้ว่าปริมาณการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จะชะลอตัวลงอีกครั้งก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ลดลง 2.5% ปิดที่ 76.05 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต ของสหรัฐ ปิดตลาดลดลง 2.3% อยู่ที่ 71.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สวนทางกับตลาดหุ้นวอลล์สตรีทพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากนักลงทุนกลับมามีความเชื่อมั่นต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอีกครั้ง และเลือกมองข้ามความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดที่พุ่งขึ้นอีกครั้งในตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนีหุ้นหลักทั้งสามของสหรัฐปิดตลาดในแดนบวกทั้งหมด โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 0.27% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับขึ้น 0.81% และดัชนีแนสแด็ก ซึ่งมีหุ้นเทคโนโลยีเป็นสัดส่วนสูง พุ่งขึ้นถึง 1.3% ด้านดัชนี MSCI ซึ่งสะท้อนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลก ปรับเพิ่มขึ้น 0.72%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับแรงหนุนจากรายงานข่าวที่ระบุว่า จีนอาจอนุญาตให้บริษัทพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายในประเทศสามารถเข้าถึงชิป H200 ของบริษัทเอ็นวิเดีย ซึ่งเป็นผู้นำด้านชิป AI ของโลก ได้ในวงจำกัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ นักลงทุนยังได้รับแรงกระตุ้นจากข่าวที่ว่า การเสนอขายหุ้นของบริษัท SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ในตลาดสหรัฐ ซึ่งมีมูลค่าราว 28,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม โดยมียอดจองซื้อสูงกว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขายมากกว่า 7 เท่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า SK Hynix มีแผนกำหนดราคาหุ้น American Depositary Receipts (ADR) ที่ 149 ดอลลาร์ต่อหน่วย ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถระดมทุนได้ประมาณ 26,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเงินทุนดังกล่าวจะถูกนำไปใช้สร้างโรงงานและจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่ เพื่อรองรับความต้องการชิปสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากการเสนอขายหุ้นครั้งนี้เป็นไปตามแผน จะกลายเป็นการเสนอขายหุ้นที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับสองของโลก รองจากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งระดมทุนได้เป็นสถิติถึง 85,700 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ซึ่งสะท้อนหุ้นกลุ่มผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่สองติดต่อกัน โดยเพิ่มขึ้นอีก 3%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.1% แตะ 4,121.12 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนตัวของราคาน้ำมันและความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุน แม้ว่าตลาดหุ้นจะยังคงปรับตัวขึ้นก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5799581?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันโลกร่วงกว่า 2% หุ้นเทคโนโลยีดันตลาดหลักทรัพย์พุ่ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-10T01:22:22+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-10T01:22:22+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ih-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798938]]></link><pubDate>2026-07-09T16:44:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798938</guid><description>จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ตอนใต้ของประเทศจีน กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่ หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก โดยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ทางการจี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ตอนใต้ของประเทศจีน กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่ หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก โดยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ทางการจีนแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 39 ราย หลังเกิดเหตุพายุโซนร้อนพัดถล่ม และทำให้เกิดฝนตกหนัก ขณะที่ไต้หวันและชายฝั่งตะวันออกของจีน เตรียมเจอกับไต้ฝุ่นที่กำลังจะพัดถล่มอีกลูกในเร็ววันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายติ่ง เว่ย รองนายกเทศมนตรีเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซี กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ อยู่ที่เมืองเหิงโจว ที่ซึ่งอ่างเก็บน้ำบางส่วนพังทลายลง ทำให้น้ำจำนวนมากหลากเข้าท่วมตัวเมือง ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 26 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 9 ราย ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า พายุโซนร้อนไมสัก ได้ทำให้มีฝนตกลงมาอย่างหนักสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในเขตพื้นที่กว่างซี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา และทำให้อ่างเก็บน้ำแตก ผู้คนติดค้างในบ้านและอาคารต่างๆหลายวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พายุอีกลูก คือ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ที่ขณะนี้ยังอยู่ในทะเล และคาดว่า จะพัดผ่านตอนเหนือของไต้หวัน ทำให้เกิดฝนตกหนักบนเกาะไต้หวัน ก่อนจะขึ้นฝั่งที่มณฑลเจ้อเจียง หรือ ฝูเจี้ยน ในวันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีน แจ้งว่า พายุดังกล่าวจะทำให้เกิดฝนตกหนักกว่าที่คาด ทางตอนใต้ของกว่างซี เป็นเวลาหลายวัน โดยบางพื้นที่คาดว่าจะมีฝน 10-40 เซนติเมตร และพื้นที่ที่เจอหนักที่สุดคาดว่าจะมีปริมาณน้ำฝนสูงถึงกว่า 90 เซนติเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ทีมกู้ภัยกำลังพยายามนำนักเรียนและครูกว่า 10,000 คน ออกจากโรงเรียนหลายแห่ง ในเมืองกุ้ยกัง ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเหิงโจว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798938?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย</dc:alternative><dc:abstract>จีนอ่วม ตอนใต้เจอพายุถล่มทำฝนตกหนัก น้ำท่วมใหญ่ เสียชีวิตแล้ว 39 ราย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T09:44:50+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T09:44:50+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189538691516.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189538691516-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189538692832.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189538692832-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>767</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>767</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/china-flood2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798879]]></link><pubDate>2026-07-09T16:20:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798879</guid><description>ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ศาลสูงสุดของเกาหลีใต้มีคำพิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล เป็นเวลา 7 ปี ฐานขัดขวางการ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ศาลสูงสุดของเกาหลีใต้มีคำพิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล เป็นเวลา 7 ปี ฐานขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่หลังการประกาศกฎอัยการศึกในปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำตัดสินข้างต้นมีขึ้นหลังจากศาลสูงกรุงโซล ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นมีคำตัดสินเมื่อเดือนเมษายน ให้ลงโทษจำคุกนายยุนจาก 5 ปี เป็น 7 ปี หลังจากพบว่าเขามีความผิดในข้อหาเพิ่มเติม ขณะที่ในการพิจารณาคดีในชั้นอุทธรณ์ ศาลระบุว่านายยุนมีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารและล้มเหลวที่จะปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายในการประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งกำหนดให้ต้องมีการหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ รวมถึงความผิดฐานเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อสื่อต่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการพิจารณาคดีนี้ศาลสูงสุดที่ตัดสินยืนตามคำตัดสินก่อนหน้านี้ชี้ว่า ไม่ได้มีการตีความผิดเกี่ยวกับการตีความในข้อกฎหมายใดๆ ในคำพิพากษาก่อนหน้านี้ของศาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายหลังคำพิพากษาทีมทนายความของนายยุนระบุว่าจะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้มีคำวินิจฉัยสืบเนื่องจากคำตัดสินในวันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราจะโต้แย้งความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของคำพิพากษานี้ผ่านกระบวนการตรวจสอบทางรัฐธรรมนูญ ซึ่งรวมถึงการยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลรัฐธรรมนูญ&amp;#8221; ทนายความของยุนกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้อัยการได้ร้องต่อศาลให้ลงโทษจำคุกอดีตประธานาธิบดียุนในคดีนี้เป็นเวลา 10 ปี โดยกล่าวหาว่าเขาใช้อำนาจโดยมิชอบและสร้างความเดือดร้อนให้กับสาธารณชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยุน อดีตอัยการที่ก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีก่อนถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง ปัจจุบันอยู่ในวัย 65 ปี ยังถูกศาลตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ในข้อหาวางแผนก่อการกบฎซึ่งเกี่ยวข้องกับการประกาศใช้กฎอัยการศึก นอกจากนี้เขายังถูกดำเนินคดีอื่นๆ อีก 7 คดี และได้ถูกคุมขังมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2025&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798879?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม</dc:alternative><dc:abstract>ศาลสูงสุดเกาหลีใต้ พิพากษายืน ลงโทษคุก 7 ปี อดีตปธน.ยุน ฐานขัดขวางการจับกุม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T09:20:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T09:20:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ysyv-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798601]]></link><pubDate>2026-07-09T14:54:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798601</guid><description>ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐยืนยันว่าสหรัฐจะอนุมติให้ยูเครนสามารถผลิตระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตขึ้นเองได้ ซึ่งจ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐยืนยันว่าสหรัฐจะอนุมติให้ยูเครนสามารถผลิตระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตขึ้นเองได้ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพด้านการป้องกันให้แก่ยูเครนอย่างมาก หลังจากยูเครนร้องขอการอนุมัติในการผลิตอาวุธป้องกันตนเองมาอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในที่ประชุดสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ทรัมป์กล่าวกับเซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนว่า สหรัฐจะอนุมัติให้ยูเครนสามารถผลิตขีปนาวุธแพทริออตได้ และเมื่อเป็นเช่นนี้ ยูเครนจะมาร้องเรียนว่าสหรัฐไม่ส่งความช่วยเหลืออย่างเพียงพอไม่ได้อีกต่อไป พร้อมกล่าวว่า ขีปนาวุธแพทริออตเป็นอาวุธเพื่อการป้องกันตนเอง ซึ่งเขาชอบมากกว่าอาวุธโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ทรัมป์ไม่ได้เปิดเผยถึงรายละเอียดที่เจาะจง แต่บรรยากาศระหว่างการประชุมมีแนวโน้มดีขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ทรัมป์เคยวิพากษ์เซเลนสกีว่าเป็นพวก ‘ไม่สำนึกบุญคุณ’ อย่างเห็นได้ชัด โดยทรัมป์ระบุว่า เขาและเซเลนสกีมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามว่าสหรัฐจะจัดส่งขีปนาวุธแพทริออตให้ยูเครนเพิ่มเติมทันทีหรือไม่ ทรัมป์ตอบกลับว่าจะส่งขีปนาวุธบางส่วนไปทันที เพราะสหรัฐมีขีปนาวุธแพทริออตในครอบครองไม่มากนัก และเรามีความจำเป็นที่จะต้องใช้มันด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์คิดว่ายูเครนสามารถเริ่มผลิตเองได้อย่างรวดเร็ว โดยกล่าวว่า &amp;#8220;ผมคิดว่าพวกเขาสามารถผลิตได้ค่อนข้างเร็ว เมื่อสหรัฐอธิบายเสร็จแล้ว จากนั้นจะนำบริษัทมาที่นี่เพื่อให้คุณทำงานร่วมกับบริษัทเหล่านั้น ซึ่งมีความสามารถอย่างยอดเยี่ยมด้านการผลิตอาวุธที่มีความสลับซับซ้อน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า เขาจะหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียในวันเดียวกัน ทั้งยังอวดอ้างด้วยว่า “เราได้จบสงครามไปเป็นจำนวนมาก และนี่อาจจะเป็นสงครามที่ผมคิดว่ามันจะง่ายที่สุด ปูตินเป็นคนที่คุยด้วยยาก และชายคนนี้ก็เป็นคนคุยด้วยยากเช่นกัน” โดยทรัมป์หมายถึงเซเลนสกีที่นั่งหารืออยู่ข้างตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เซเลนสกีร้องขอขีปนาวุธแพทริออตจากสหรัฐอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นอาวุธเพียงหนึ่งเดียวในบรรดาอาวุธทั้งหมดของยูเครนที่สามารถยิงสกัดกั้นขีปนาวุธต่าง ๆ ที่มีความเร็วสูงมากได้อย่างมีประสิทธิภพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กระทรวงต่างประเทศรัสเซียออกมาประณามการตัดสินใจของนาโตในการประชุมสุดยอดที่ตุรกี หลังจากที่พันธมิตรนาโตประกาศให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798601?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ไฟเขียว ยูเครนผลิตขีปนาวุธแพทริออตเอง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T07:54:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T07:54:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tz-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798525]]></link><pubDate>2026-07-09T14:33:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798525</guid><description>แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง ผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์ในสิงคโปร์ จำเป็นต้องจ่ายเงินถึงเกือบ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.33 ล้านบาท สำหรับค่าใบอนุญาตครอบครอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์ในสิงคโปร์ จำเป็นต้องจ่ายเงินถึงเกือบ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.33 ล้านบาท สำหรับค่าใบอนุญาตครอบครองรถยนต์ขนาดเล็ก(COE) เนื่องจากค่าใช้จ่ายในระบบโควตาจำกัดจำนวนรถยนต์ของสิงคโปร์ได้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก จากรายงานที่เปิดเผยเมื่อวันพุธ(8 ก.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยค่าใบอนุญาตครอบครองรถยนต์ขนาดเล็ก หรือรถที่มีขนาดเครื่องยนต์ต่ำกว่า 1.6 ลิตร ในสิงคโปร์ได้เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 และยังไม่มีทีท่าว่าจะปรับลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สิงคโปร์ ประเทศที่มีประชากรราว 6.1 ล้านคน ได้จัดประมูลใบอนุญาตครอบครองรถยนต์เป็นประจำ โดยกำหนดจำนวนใบอนุญาตที่จะออกในแต่ละรอบ เพื่อให้ผู้ได้รับใบอนุญาตมีสิทธิ์ครอบครองรถยนต์เป็นเวลา 10 ปี มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อควบคุมปริมาณรถยนต์บนท้องถนนในประเทศให้อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคัน ซึ่งระบบการประมูลนี้ทำให้สิงคโปร์ กลายเป็นประเทศที่มีค่าใช้จ่ายในการซื้อรถยนต์ที่แพงที่สุดในโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า ปัจจุบัน เฉพาะค่าใบอนุญาตครอบครองรถเพียงอย่างเดียวในสิงคโปร์ เทียบได้เท่ากับการซื้อรถยนต์โตโยต้า โคโรลลาในสหรัฐอเมริกา ได้ถึง 4 คัน ส่วนรถยนต์รุ่นเดียวกันนี้ในสิงคโปร์ หากรวมค่าใบอนุญาต ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนและภาษีต่างๆ แล้ว จะมีราคาอยู่ที่ 179,888 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 4.65 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรายได้ต่อปีของภาคครัวเรือนโดยเฉลี่ยในสิงคโปร์อยู่ที่ 149,352 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 3.86 ล้านบาท ขณะที่แฟลตที่พักขนาดเล็กที่ได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐมีราคาเริ่มที่ 139,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 3.59 ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเดือนตุลาคมปี 2023 ใบอนุญาตครอบครองรถยนต์ขนาดใหญ่ในสิงคโปร์พุ่งทะลุ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนสำหรับรถยนต์ขนาดเล็กในขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ 77,500 ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าใบอนุญาตได้ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 78,844 ดอลลาร์สหรัฐ (102,009 ดอลลาร์สิงคโปร์) ในการประมูลครั้งแรกของปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการตอบกระทู้ถามในรัฐสภาเมื่อเดือนพฤษภาคมเกี่ยวกับค่าใบอนุญาตที่เพิ่มสูงขึ้น นายเจฟฟรีย์ เซียว รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของสิงคโปร์ กล่าวว่า ความต้องการยังคงมีอยู่อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้ามีราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น ในขณะที่จำนวนใบอนุญาต COE สำหรับรถยนต์ขนาดเล็กที่เปิดให้ประมูลนั้นมีแนวโน้มลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798525?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง</dc:alternative><dc:abstract>แพงสุดโลก! คนสิงคโปร์จะมีรถ ต้องควักจ่าย 3.3 ล้านบ. ซื้อใบอนุญาตครอบครอง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T07:38:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T07:38:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-09-142534-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐโจมตี 90 เป้าหมายในอิหร่าน เตหะรานสวนกลับ ถล่มบาห์เรน-คูเวต-กาตาร์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798435]]></link><pubDate>2026-07-09T14:00:06+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798435</guid><description>สหรัฐโจมตี 90 เป้าหมายในอิหร่าน เตหะรานสวนกลับ ถล่มบาห์เรน-คูเวต-กาตาร์ กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) กล่าวเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ว่า กองกำลังได้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมอีกรอบหนึ่งแล้ว โดยเป็นก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สหรัฐโจมตี 90 เป้าหมายในอิหร่าน เตหะรานสวนกลับ ถล่มบาห์เรน-คูเวต-กาตาร์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) กล่าวเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ว่า กองกำลังได้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมอีกรอบหนึ่งแล้ว โดยเป็นการโจมตีเป้าหมายทางทหารของอิหร่านประมาณ 90 แห่ง ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศ ทรัพย์สินสำหรับการเฝ้าระวังชายฝั่ง คลังเก็บขีปนาวุธและโดรน ขีดความสามารถทางเรือ และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ทางทหารตามแนวชายฝั่งของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีรอบใหม่มีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร CENTCOM ได้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านด้วยการโจมตีเป้าหมายมากกว่า 80 แห่ง เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านได้ทำการโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำในหรือบริเวณใกล้เคียงกับช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองทัพอิหร่านกล่าวว่าได้ทำการโจมตีด้วยโดรนโดยมีเป้าหมายเป็นฐานทัพและศูนย์ยุทธศาสตร์ของสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย โดยการโจมตีดังกล่าวมีเป้าหมายที่ระบบขีปนาวุธแพทริออตในคูเวต สถานีเสาอากาศดาวเทียมเตือนภัยล่วงหน้าในกาตาร์ และถังเชื้อเพลิงของกองทัพสหรัฐในบาห์เรน โดยใช้โดรนหลายประเภทจำนวนมากในการโจมตีครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพอิหร่านย้ำว่า จะไม่ยอมให้เป้าหมายและความทะเยอทะยานของประธานาธิบดีสหรัฐผู้โง่เขลาประสบความสำเร็จไม่ว่าในกรณีใดๆ และจะปกป้องอุดมการณ์อันสูงส่งของการปฏิวัติอิสลามจนกว่าจะได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีรายงานเหตุระเบิดในเมืองต่างๆ ของอิหร่านตามแนวช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงบูเชห์ร ชาบาฮาร์ บันดาร์ อับบาส ซิริก จาสก์ และเกาะอาบู มูซา โดยมีมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยหนึ่งคนในอิหร่านชาห์ร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798435?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐโจมตี 90 เป้าหมายในอิหร่าน เตหะรานสวนกลับ ถล่มบาห์เรน-คูเวต-กาตาร์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐโจมตี 90 เป้าหมายในอิหร่าน เตหะรานสวนกลับ ถล่มบาห์เรน-คูเวต-กาตาร์</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐโจมตี 90 เป้าหมายในอิหร่าน เตหะรานสวนกลับ ถล่มบาห์เรน-คูเวต-กาตาร์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T07:00:06+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T07:00:06+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mi.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mi-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mi.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mi-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mi-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mi-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คนกรีนแลนด์ไม่เอาทรัมป์ นายกฯเดนมาร์กกร้าว พร้อมปกป้องนาโตทุกตารางนิ้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798388]]></link><pubDate>2026-07-09T13:37:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798388</guid><description>คนกรีนแลนด์ไม่เอาทรัมป์ นายกฯเดนมาร์กกร้าว พร้อมปกป้องนาโตทุกตารางนิ้ว เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก กล่าวขณะเข้าร่วมประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กรุงอังการาเมื่อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;คนกรีนแลนด์ไม่เอาทรัมป์ นายกฯเดนมาร์กกร้าว พร้อมปกป้องนาโตทุกตารางนิ้ว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก กล่าวขณะเข้าร่วมประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กรุงอังการาเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ว่า เดนมาร์กพร้อมที่จะปกป้องทุกตารางนิ้วของนาโต รวมถึงราชอาณาจักรเดนมาร์กด้วย หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐย้ำเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้าว่า กรีนแลนด์ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราพร้อมที่จะปกป้องทุกตารางนิ้วของนาโต รวมถึงดินแดนของเราเอง แน่นอนว่าเราจะปกป้องราชอาณาจักรเดนมาร์ก หนึ่งในเหตุผลที่เราสร้างนาโตขึ้นมาเมื่อหลายปีมาแล้วก็คือ หากเกิดอะไรขึ้นกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทุกคนควรจะลุกขึ้นช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” เฟรเดอริกเซนกล่าว พร้อมย้ำว่ากรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน แห่งกรีนแลนด์ ที่ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างล่าสุดของทรัมป์เช่นกัน โดยโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า “การเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้เข้ายึดครองหรือควบคุมประเทศของเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงสิ่งนี้” เขายังย้ำอีกว่ากรีนแลนด์ไม่สามารถขายได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่าสหรัฐต้องได้หรือต้องควบคุมกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้เดนมาร์ก ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและเดนมาร์ก ซึ่งต่างเป็นเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งนาโต และความสัมพันธ์ของสหรัฐกับยุโรปโดยรวมตึงเครียดขึ้น ขณะนี้ประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างการเจรจา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลาร์ส ล็อกเกอ ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก กล่าวว่า เดนมาร์กยังคงดำเนินการเจรจาทางการทูตกับกรีนแลนด์และสหรัฐอยู่ ผลลัพธ์ของการเจรจาเหล่านั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เรามีข้อตกลงกับฝ่ายบริหารของสหรัฐว่า ภายใต้กรอบของเส้นแดงของราชอาณาจักรเดนมาร์ก เราจะพยายามดูว่าเราสามารถหาทางออกที่คำนึงถึงผลประโยชน์ด้านความมั่นคงที่ชอบด้วยกฎหมายของสหรัฐได้หรือไม่ เพราะผลประโยชน์เหล่านั้นมีอยู่จริง และเราก็มีผลประโยชน์เหล่านั้นร่วมกัน และเราก็กำลังตอบสนองต่อผลประโยชน์เหล่านั้นด้วย&amp;#8221; ราสมุสเซนกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราสมุสเซนกล่าวว่าเขาเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงที่สร้างความพึงพอใจให้กับกรีนแลนด์ เดนมาร์ก และสหรัฐ โดยการขยายข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศระหว่างสหรัฐและเดนมาร์กปี 1951 ซึ่งให้วอชิงตันมีสิทธิ์เข้าถึงทางทหารในเกาะอาร์กติกอย่างกว้างขวาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ชาวกรีนแลนด์ก็ปฏิเสธข้อเรียกร้องรอบใหม่ของทรัมป์ที่ต้องการเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์เช่นกัน พร้อมยืนยันว่า อนาคตของกรีนแลนด์ควรเป็นสิทธิของชาวกรีนแลนด์ในการตัดสินใจด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798388?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คนกรีนแลนด์ไม่เอาทรัมป์ นายกฯเดนมาร์กกร้าว พร้อมปกป้องนาโตทุกตารางนิ้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คนกรีนแลนด์ไม่เอาทรัมป์ นายกฯเดนมาร์กกร้าว พร้อมปกป้องนาโตทุกตารางนิ้ว</dc:alternative><dc:abstract>คนกรีนแลนด์ไม่เอาทรัมป์ นายกฯเดนมาร์กกร้าว พร้อมปกป้องนาโตทุกตารางนิ้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T06:37:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T06:37:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/gl.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/gl-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/gl.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/gl-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/gl-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/gl-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไต้ฝุ่นบาหวี่ มุ่งหน้าไต้หวัน จ่อพัดขึ้นฝั่งจีนเสาร์นี้ จับตาอาจเป็นพายุรุนแรงสุด ในรอบ 2 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798147]]></link><pubDate>2026-07-09T11:29:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798147</guid><description>ไต้ฝุ่นบาหวี่ มุ่งหน้าไต้หวัน จ่อพัดขึ้นฝั่งจีนเสาร์นี้ จับตาอาจเป็นพายุรุนแรงสุด ในรอบ 2 ปี เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ที่มีความเร็วลมลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 200 กม./ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ไต้ฝุ่นบาหวี่ มุ่งหน้าไต้หวัน จ่อพัดขึ้นฝั่งจีนเสาร์นี้ จับตาอาจเป็นพายุรุนแรงสุด ในรอบ 2 ปี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ที่มีความเร็วลมลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 200 กม./ชม. กำลังเคลื่อนตัวอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวันในวันพฤหัสบดี(9 ก.ค.)นี้ ขณะที่ทางการได้เร่งเตือนให้ประชาชนเตรียมกักตุนสเบียงและเตรียมพร้อมรับมือกับพายุลูกนี้ที่อาจกลายเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจสัน ชาง นักพยากรณ์อากาศจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของไต้หวัน กล่าวว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่จะเป็นพายุที่มีขนาดใหญ่ที่สดุที่พัดถล่มไต้หวันนับตั้งแต่ปี 1987 ซึ่งพายุที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้ถือเป็นปรากฎการณ์ที่ค่อนข้างพบได้ยากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ขอให้ประชาชนเตรียมสเบียงที่จำเป็น ตั้งแต่อาหารไปจนถึงไฟฉาย พร้อมทั้งแชร์วิดีโอสอนการจัดกระเป๋าฉุกเฉินที่มีสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตได้เป็นเวลา 3 วันด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านข้อมูลของ AcucuWeather ระบุว่า หากไต้ฝุ่นบาหวี่ยังคงระดับความรุนแรงตามที่คาดการณ์ไว้ก็จะกลายเป็นไต้ฝุ่นที่ทรงพลังที่สุดนับตั้งแต่ซูเปอร์ไต้ฝุ่นกองเร็ยแผลงฤทธิ์ในปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจสัน นิโคลส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพยากรณ์อากาศของ AccuWeather กล่าวว่า แม้ว่าความเร็วลมของบาหวี่จะเริ่มอ่อนกำลังลงตั้งแต่วันพฤหัสบดี แต่พายุลูกนี้จะยังคงเป็นพายุอันตรายขณะเคลื่อนผ่านไต้หวันและทางตะวันออกของจีนตั้งแต่ค่ำวันศุกร์ไปจนถึงวันจันทร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด่านศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีนคาดการณ์ว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ ซึ่งขณะนี้เป็นพายุที่มีขนาดกว้างที่สุดราว 1,000 กม. หรือเทียบเท่ากับความกว้างของประเทศฝรั่งเศส จะเคลื่อนตัวผ่านทางตอนเหนือของไต้หวัน ก่อนจะพัดขึ้นฝั่งจีนที่มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกของประเทศในช่วงเย็นวันเสาร์(11 ก.ค.)นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นได้ประกาศเตือนเช่นกันให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บนเกาะโอกินาวา ทางตอนใต้ของสุดของประเทศเฝ้าระวังกำลังลมรุนแรง เหตุดินถล่ม น้ำท่วมและคลื่นซัดฝั่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังมีความเห็นของ เซียงโป เฟิง นักวิจัยด้านพายุหมุนเขตร้อนจากอิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน กล่าวว่า เราควรให้ความสำคัญกับไต้ฝุ่นบาหวี่อย่างมาก เพราะพายุลูกนี้ใช้เวลานานในการทวีกำลังเหนือมหาสมุทรแปซิฟิก โดยดูดซับพลังงานจากน้ำทะเลอุ่นและสะสมความชื้นจำนวนมหาศาล เมื่อพายุพัดขึ้นฝั่งหรือเคลื่อนเข้าใกล้พื้นที่ชายฝั่ง ความเสียหายอาจรุนแรงถึงขึ้นหายนะ และการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางพายุเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ จีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รวมถึงเพื่อนบ้านอย่างญี่ปุ่นและไต้หวัน กำลังเผชิญความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่รุนแรงและสร้างความเสียหายมากขึ้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่ามีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยปีนี้ยังเป็นปีที่น่ากังวลเป็นพิเศษ เนื่องจากปรากฎการณ์เอลนีโญที่คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้พายุไต้ฝุ่นเกิดบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798147?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไต้ฝุ่นบาหวี่ มุ่งหน้าไต้หวัน จ่อพัดขึ้นฝั่งจีนเสาร์นี้ จับตาอาจเป็นพายุรุนแรงสุด ในรอบ 2 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไต้ฝุ่นบาหวี่ มุ่งหน้าไต้หวัน จ่อพัดขึ้นฝั่งจีนเสาร์นี้ จับตาอาจเป็นพายุรุนแรงสุด ในรอบ 2 ปี</dc:alternative><dc:abstract>ไต้ฝุ่นบาหวี่ มุ่งหน้าไต้หวัน จ่อพัดขึ้นฝั่งจีนเสาร์นี้ จับตาอาจเป็นพายุรุนแรงสุด ในรอบ 2 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T04:47:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T04:47:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T095310Z_1184037314_RC2L9MADRW5G_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T095310Z_1184037314_RC2L9MADRW5G_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T095310Z_1184037314_RC2L9MADRW5G_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T095310Z_1184037314_RC2L9MADRW5G_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์สั่งระงับการค้ากับสเปน เคืองเรื่องเพิ่มงบนาโต-สงครามอิหร่าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798004]]></link><pubDate>2026-07-09T09:27:04+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5798004</guid><description>ทรัมป์สั่งระงับการค้ากับสเปน เคืองเรื่องเพิ่มงบนาโต-สงครามอิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ สั่งระงับการค้าทั้งหมดกับสเปน ซึ่งเป็นพันธมิตรสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) โดยให้มี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์สั่งระงับการค้ากับสเปน เคืองเรื่องเพิ่มงบนาโต-สงครามอิหร่าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ สั่งระงับการค้าทั้งหมดกับสเปน ซึ่งเป็นพันธมิตรสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) โดยให้มีผลในทันทีในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม นับเป็นการยกระดับความตึงเครียดระหว่างสองประเทศจากความขัดแย้งเรื่องงบประมาณการใช้จ่ายด้านกลาโหมและสงครามกับอิหร่าน แม้ว่ากฎของสหภาพยุโรป (EU) จะกำหนดให้การเจรจาการค้ากับประเทศนอก EU ต้องดำเนินการในนามของ EU ทั้งกลุ่ม ไม่ใช่กับประเทศสมาชิกเป็นรายประเทศก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวกับ มาร์ก รุตเตอ เลขาธิการนาโตว่า &amp;#8220;สเปนไม่เห็นด้วยกับอะไรเลย และคุณก็ไม่ควรแบกพวกเขาไว้&amp;#8221; ด้านรุตเตอพยายามลดความตึงเครียด โดยตอบว่า สเปนมีความก้าวหน้าอย่างมากเมื่อปีที่แล้ว จากการเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็น 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) แต่ก็ยอมรับว่ายังมีปัญหาที่ต้องร่วมกันแก้ไข&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อสเปนมาโดยตลอด หลังจากนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน ไม่อนุญาตให้สหรัฐใช้น่านฟ้าและฐานทัพในสเปน เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารในสงครามกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า &amp;#8220;ผมไม่ต้องการทำการค้ากับพวกเขา เข้าใจไหม?&amp;#8221; จากนั้นเขาหันไปหานายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ซึ่งตอบว่า ครับท่าน ขณะที่ทรัมป์กล่าวต่อว่า &amp;#8220;ผมไม่ต้องการมีอะไรเกี่ยวข้องกับสเปนอีก ตัดการค้ากับสเปนทั้งหมด รวมถึงการเดินทางไปเยือนด้วย ตกลงไหม?&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงขั้นตอนต่อไปตามคำสั่งของทรัมป์ เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐในกรุงวอชิงตันบอกกับรอยเตอร์ว่า กระทรวงการคลังจะร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) จัดทำ &amp;#8220;รายการสินค้าส่งออกของสเปนที่อาจถูกสหรัฐสั่งห้ามนำเข้า&amp;#8221; เพื่อนำเสนอให้ทรัมป์พิจารณาภายในไม่กี่วันข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการค้าระบุว่า ทรัมป์อาจใช้อำนาจตาม กฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจในภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) เพื่อประกาศมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าจากสเปนทั้งหมดหรือบางส่วนได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถือเป็นครั้งที่สองที่ทรัมป์สั่งให้เบสเซนต์ระงับการค้ากับสเปน เนื่องจากสเปนปฏิเสธที่จะให้คำมั่นว่าจะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็น 5% ของ GDP  ตามเป้าหมายใหม่ของนาโต อย่างไรก็ตาม หลังจากทรัมป์ประกาศในลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา การค้าระหว่างสหรัฐกับสเปนก็ยังคงดำเนินไปตามปกติ และไม่มีการระงับซื้อสินค้าสเปนใดๆ เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงอังการา ซึ่งบรรดาผู้นำยุโรปหวังว่าจะช่วยลดความขัดแย้งภายในพันธมิตรทางทหาร ทรัมป์ได้รื้อฟื้นข้อพิพาทกับสเปนขึ้นมาอีกครั้ง โดยกล่าวหาว่าสเปนเป็น &amp;#8220;พันธมิตรที่แย่มาก&amp;#8221; พร้อมทั้งกลับมาย้ำการอ้างสิทธิ์เหนือเกาะกรีนแลนด์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ต่อมาเขาได้เปลี่ยนท่าที โดยกล่าวว่าบรรยากาศในการประชุมเต็มไปด้วยความเป็นมิตรและมีความเป็นเอกภาพอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวว่า เขาไม่ต้องการขยายความขัดแย้ง และบอกด้วยว่า เขาได้พูดคุยกับทรัมป์ระหว่างการประชุมด้วยบรรยากาศที่เป็นมิตร อย่างมาก ทั้งคู่ได้พูดคุยกันเรื่องการแข่งขันฟุตบอลโลก ซึ่งสหรัฐเป็นเจ้าภาพร่วม รวมทั้งเรื่องกีฬากอล์ฟ แต่ไม่ได้หารือกันเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านกลาโหม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซานเชซย้ำว่า สเปนยังคงเป็นพันธมิตรนาโตที่น่าเชื่อถือ พร้อมประกาศว่า สเปนจะส่งกำลังทหารเพิ่มเติมไปยังฟินแลนด์ เพื่อเข้าร่วมภารกิจ Arctic Sentry ของนาโต แม้จะไม่ได้เปิดเผยจำนวนกำลังพล โดยกล่าวเสริมว่า &amp;#8220;ข้อเท็จจริงก็คือข้อเท็จจริง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซานเชซกล่าวว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมา สเปนเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกนาโตที่เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเร็วที่สุด และการที่เศรษฐกิจสเปนขยายตัวแข็งแกร่ง ทำให้รัฐบาลมีพื้นที่ทางการคลังมากขึ้นในการปฏิบัติตามพันธกรณีด้านการป้องกันประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้นำสเปนกล่าวอีกว่า ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสเปนกับสหรัฐมีความแข็งแกร่งอย่างมาก และดำรงอยู่มาได้ไม่ว่ารัฐบาลของทั้งสองประเทศจะมีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักนายกรัฐมนตรีสเปนยังระบุว่า สเปนเป็นฝ่ายขาดดุลการค้ากับสหรัฐ และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศส่วนใหญ่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน ไม่ใช่รัฐบาล พร้อมย้ำว่ากฎด้านศุลกากรและการค้าของสหภาพยุโรปไม่อนุญาตให้ประเทศนอก EU เลือกใช้มาตรการทางการค้ากับประเทศสมาชิกเพียงประเทศเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจนนิเฟอร์ ฮิลล์แมน อดีตสมาชิกคณะอุทธรณ์ขององค์การการค้าโลก (WTO) และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเศรษฐกิจ เคยให้ความเห็นไว้เมื่อเดือนมีนาคมว่า แม้การลงโทษสเปนเพียงประเทศเดียวจะสามารถทำได้ในทางกฎหมาย แต่การดำเนินการจะทำได้ยาก เนื่องจากทรัมป์จะต้องประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ และต้องแสดงหลักฐานว่าสเปนเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายต่างประเทศ หรือเศรษฐกิจของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5798004?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์สั่งระงับการค้ากับสเปน เคืองเรื่องเพิ่มงบนาโต-สงครามอิหร่าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์สั่งระงับการค้ากับสเปน เคืองเรื่องเพิ่มงบนาโต-สงครามอิหร่าน</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์สั่งระงับการค้ากับสเปน เคืองเรื่องเพิ่มงบนาโต-สงครามอิหร่าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T02:27:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T02:27:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn91.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn91-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn91.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn91-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn91-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn91-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เดือด! ทรัมป์ล่ม MOU อิหร่าน สั่งโจมตีซ้ำ เตหะรานโต้กลับทันควัน กร้าวปิดช่องแคบทะเลแดง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797963]]></link><pubDate>2026-07-09T08:28:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5797963</guid><description>เดือด! ทรัมป์ล่ม MOU อิหร่าน สั่งโจมตีซ้ำ เตหะรานโต้กลับทันควัน กร้าวปิดช่องแคบทะเลแดง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ซึ่งเป็นข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เดือด! ทรัมป์ล่ม MOU อิหร่าน สั่งโจมตีซ้ำ เตหะรานโต้กลับทันควัน กร้าวปิดช่องแคบทะเลแดง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ซึ่งเป็นข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านนั้นสิ้นสุดลงแล้ว โดยเขาโพสต์บน Truth Social ว่า &amp;#8220;นี่คือการตอบโต้เหตุที่อิหร่านทิ้งระเบิดโจมตีเรือเมื่อวานนี้ หากเกิดขึ้นอีก ผลที่ตามมาจะรุนแรงยิ่งกว่านี้มาก!&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ก่อนการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ในตุรกีว่า บันทึกความเข้าใจดังกล่าวถือว่าสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า &amp;#8220;เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก สำหรับผม ผมคิดว่ามันจบแล้ว ผมไม่ต้องการเจรจากับพวกเขาอีก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมในเวลาต่อมาว่า “แม้เราจะทำข้อตกลงกับอิหร่าน ผมก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะรักษาข้อตกลงนั้นไว้ ผมพบว่าพวกเขาเป็นคนที่ไม่มีเกียรติและไม่น่าไว้วางใจ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้หลายครั้งเคยขู่ว่าจะยกระดับปฏิบัติการทางทหาร ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีในเวลาต่อมา กล่าวว่า เขาไม่คาดว่าสงครามจะกลับมาปะทุเต็มรูปแบบอีกครั้ง และยังไม่ชัดเจนว่าการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงสันติภาพถาวรจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการแถลงข่าวช่วงค่ำวันพุธ ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่คิดว่าสงครามจะกลับมาอีก เพราะ &amp;#8220;ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างจะจบลงอย่างรวดเร็วมาก และจะทำให้ทุกอย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมถึงตลาดน้ำมันด้วย&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากทรัมป์โพตส์บนโซเชียล กองทัพสหรัฐกล่าวว่า ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาให้ช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเปิดให้มีการสัญจรได้ตามปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ซึ่งรับผิดชอบปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า กองกำลังของ CENTCOM ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเพิ่มเติมต่ออิหร่าน เพื่อทำลายขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;สหรัฐอเมริกาจะให้อิหร่านต้องรับผิดชอบต่อการกระทำอันเป็นการรุกรานโดยไม่มีเหตุอันสมควรต่อเรือพาณิชย์และลูกเรือพลเรือน ซึ่งกำลังเดินเรืออย่างเสรีในเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศที่มีความสำคัญยิ่ง&amp;#8221; แถลงการณ์ของ CENTCOM ระบุ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์ว่า การโจมตีในวันพุธจะมีขนาดใหญ่กว่าเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีระลอกล่าสุดของสหรัฐได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้หลายเมืองตามแนวชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่าน และทำให้เกิดไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ สำนักข่าวทางการของอิหร่านรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดในหลายเมืองตามแนวชายฝั่งทางใต้ของประเทศ ตั้งแต่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซไปจนถึงอ่าวโอมาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกโจมตีคือ เมืองบันดาร์อับบาส ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญของทั้งกองทัพเรืออิหร่านและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งยังรวมถึงเมืองโคนารักและชาบาฮาร์ ที่สื่ออิหร่านรายงานว่า หลายพื้นที่ไฟฟ้าดับ และหอควบคุมการจราจรทางทะเลได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเมห์ร์รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นในเมืองอิรันชาห์ร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าวนูร์นิวส์ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับสภาความมั่นคงสูงสุดของอิหร่าน อ้างแหล่งข่าวทางทหารว่า อิหร่านกำลังเตรียมเปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ต่อฐานทัพของกองทัพสหรัฐในภูมิภาค เพื่อแก้แค้นต่อการโจมตีครั้งล่าสุดของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความรุนแรงรอบล่าสุดนี้ยังทำลายความหวังว่า บันทึกความเข้าใจซึ่งมีการลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน จะสามารถพัฒนาไปสู่ข้อตกลงถาวรเพื่อยุติสงครามได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาอิหร่านประกาศเมื่อวันพุธว่า ได้โจมตีฐานทัพของสหรัฐในบาห์เรนและคูเวต เพื่อตอบโต้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านโดยสหรัฐก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิบัติการโจมตีครั้งล่าสุดของสหรัฐส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายหลังตลาดปิด โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่าสุดอยู่ที่ 79.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ราคายังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดในช่วงปลายเดือนเมษายน ซึ่งเคยพุ่งเกิน 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่สหรัฐจะเปิดปฏิบัติการโจมตีระลอกใหม่ในวันพุธ นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การโจมตีของสหรัฐถือเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ เพราะขัดต่อข้อกำหนดที่ &amp;#8220;ย้ำถึงความรับผิดชอบของอิหร่านในการกำหนดมาตรการเพื่อให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นไปอย่างปลอดภัย&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่านกล่าวว่า มาตรการตอบโต้ที่อิหร่านกำลังพิจารณา ได้แก่ การถอนตัวจาก สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) การเปลี่ยนแปลงหลักนิยมด้านนิวเคลียร์ของประเทศ และการปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์บริเวณปากทะเลแดง และเป็นอีกหนึ่งเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797963?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เดือด! ทรัมป์ล่ม MOU อิหร่าน สั่งโจมตีซ้ำ เตหะรานโต้กลับทันควัน กร้าวปิดช่องแคบทะเลแดง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เดือด! ทรัมป์ล่ม MOU อิหร่าน สั่งโจมตีซ้ำ เตหะรานโต้กลับทันควัน กร้าวปิดช่องแคบทะเลแดง</dc:alternative><dc:abstract>เดือด! ทรัมป์ล่ม MOU อิหร่าน สั่งโจมตีซ้ำ เตหะรานโต้กลับทันควัน กร้าวปิดช่องแคบทะเลแดง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T01:34:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T01:34:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn9.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn9-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn9.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn9-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn9-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn9-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันพุ่ง 5% สูงสุดรอบหลายสัปดาห์ หุ้นมะกันลด หลังสหรัฐถล่มอิหร่านซ้ำ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797942]]></link><pubDate>2026-07-09T07:45:05+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5797942</guid><description>น้ำมันพุ่ง 5% สูงสุดรอบหลายสัปดาห์ หุ้นมะกันลด หลังสหรัฐถล่มอิหร่านซ้ำ ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในวันที่ 8 กรกฎาคม หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันพุ่ง 5% สูงสุดรอบหลายสัปดาห์ หุ้นมะกันลด หลังสหรัฐถล่มอิหร่านซ้ำ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ทั่วโลกปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นในวันที่ 8 กรกฎาคม หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า ข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว และรัฐบาลสหรัฐประกาศปฏิบัติการโจมตีทางทหารครั้งใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันปิดตลาดเพิ่มขึ้นเกือบ 5% เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง ทำให้ตลาดกังวลว่าอุปทานพลังงานโลกอาจเผชิญความปั่นป่วนอีก หากการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกระงับอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 3.86 ดอลลาร์ หรือ 5.2% ปิดที่ 78.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.08 ดอลลาร์ หรือ 4.4% ปิดที่ 73.52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลที่เผยแพร่ในสัปดาห์นี้ยังแสดงให้เห็นว่า ปริมาณน้ำมันดิบใน คลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2526 ทำให้ตลาดมีความเปราะบางมากขึ้นต่อภาวะช็อกด้านอุปทานในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับลดลงแรงที่สุด โดยปิดลดลง 1.09% มาอยู่ที่ 52,348.09 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 0.28% ปิดที่ 7,482.59 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต ซึ่งได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ยังสามารถปิดบวกได้เล็กน้อย 0.2% ที่ 25,870.65 จุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บรรยากาศเชิงลบในตลาดหุ้นยิ่งรุนแรงขึ้น หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกมาเตือนครั้งใหม่ว่า ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ ทำให้ดัชนี MSCI ที่ใช้วัดผลการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลก ลดลง 0.60% ปิดที่ 1,114.54 จุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมารุนแรงขึ้น รวมทั้งความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นอีกครั้งจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น ยังส่งผลกดดันต่อตลาดทองคำ โดยราคาทองคำในตลาดสปอตลดลง 0.52% มาอยู่ที่ 4,084.19 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ ลดลง 1.45% ปิดที่ 4,085.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แม้ว่าทองคำมักถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยจึงมักสูญเสียความน่าสนใจในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797942?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันพุ่ง 5% สูงสุดรอบหลายสัปดาห์ หุ้นมะกันลด หลังสหรัฐถล่มอิหร่านซ้ำ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันพุ่ง 5% สูงสุดรอบหลายสัปดาห์ หุ้นมะกันลด หลังสหรัฐถล่มอิหร่านซ้ำ</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันพุ่ง 5% สูงสุดรอบหลายสัปดาห์ หุ้นมะกันลด หลังสหรัฐถล่มอิหร่านซ้ำ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-09T00:45:05+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-09T00:45:05+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ir1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกันฟ้องหัวหน้าแก๊งอินเดียคาคุก สั่งดับแกนนำซิกข์ในแคนาดา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797751]]></link><pubDate>2026-07-08T18:48:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5797751</guid><description>มะกันฟ้องหัวหน้าแก๊งอินเดียคาคุก สั่งดับแกนนำซิกข์ในแคนาดา รอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐได้ตั้งข้อหากับลอว์เรนซ์ บิชนอย หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมชาวอินเดียที่กำลังถูกคุมขัง และซาตินเดอร์จีต ซิงห์ หรือรู้จักในชื่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มะกันฟ้องหัวหน้าแก๊งอินเดียคาคุก สั่งดับแกนนำซิกข์ในแคนาดา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐได้ตั้งข้อหากับลอว์เรนซ์ บิชนอย หัวหน้าแก๊งอาชญากรรมชาวอินเดียที่กำลังถูกคุมขัง และซาตินเดอร์จีต ซิงห์ หรือรู้จักในชื่อโกลดี บรา ลูกน้องคนสำคัญของเขาที่อยู่ในอเมริกาเหนือ ฐานสั่งการให้มือปืนลอบสังหาร ฮาร์ดีป ซิงห์ นิจจาร์ ผู้นำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวซิกข์ บริเวณนอกวัดซิกข์แห่งหนึ่งในเมืองเซอร์รีย์ ชานเมืองแวนคูเวอร์ของแคนาดา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2023 โดยคำฟ้องระบุว่าบิชนอยได้ใช้โทรศัพท์มือถือลักลอบส่งรูปถ่ายและที่อยู่ของนิจจาร์จากในเรือนจำ ขณะที่ซิงห์ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเด็กทำหน้าที่ควบคุมปฏิบัติการในพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นิจจาร์เป็นพลเมืองแคนาดาซึ่งรณรงค์เรียกร้องให้จัดตั้งคาลิสถาน หรือมาตุภูมิอิสระของชาวซิกข์เพื่อแบ่งแยกดินแดนออกจากอินเดีย จนถูกรัฐบาลนิวเดลีขึ้นบัญชีดำเป็นผู้ก่อการร้าย การเสียชีวิตของเขาได้จุดชนวนวิกฤตทางการทูตครั้งใหญ่ หลังจากที่จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดาในขณะนั้น ออกมาเปิดเผยว่ากำลังเร่งสอบสวนข้อกล่าวหาที่ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีความเชื่อมโยงรัฐบาลอินเดีย แต่รัฐบาลอินเดียว่าปฏิเสธว่าเป็นเรื่องไร้สาระจนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตกต่ำย่ำแย่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทว่า คำฟ้องฉบับล่าสุดของศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ รวมถึงเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่แถลงข่าวในลอสแอนเจลิส กลับไม่ได้มีการกล่าวหาว่ารัฐบาลอินเดียมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรับรู้เกี่ยวกับการสังหารในครั้งนั้นแต่อย่างใด และไม่ได้ระบุชื่อกลุ่มมือปืนในฐานะจำเลย โดยเรียกคนเหล่านั้นเป็นเพียงผู้ร่วมสมคบคิดเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการสหรัฐระบุว่า คดีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนร่วมกันระหว่างสหรัฐและแคนาดา ซึ่งมีการตั้งข้อหาจำเลยรวม 37 คนที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมในอินเดีย 3 กลุ่ม ว่าความผิดฐานร่วมกันในข้อหารีดไถ กรรโชกทรัพย์ และค้ายาเสพติด ซึ่งในจำนวนนี้ถูกจับกุมหรือควบคุมตัวแล้ว 24 คน ขณะเดียวกัน ตำรวจแคนาดาได้จับกุมชาวอินเดีย 4 คนไปก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 ในคดีฆาตกรรมนิจจาร์ และยังคงอยู่ระหว่างสืบสวนความเชื่อมโยงของชายเหล่านั้นว่ามีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลอินเดียหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดากับอินเดียเริ่มผ่อนคลายและดีขึ้น ภายใต้การนำของ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาคนปัจจุบัน ซึ่งได้เดินทางเยือนอินเดียอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และเริ่มเปิดฉากเจรจาข้อตกลงการค้าที่มีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่แนวทางประนีประนอมดังกล่าวกลับถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มชาวซิกข์บางส่วน ที่มองว่ารัฐบาลแคนาดาล้มเหลวในการเอาผิดอินเดีย และไม่สามารถปกป้องชาวซิกข์เชื้อสายแคนาดาจากการแทรกแซงและปราบปรามข้ามชาติได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797751?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกันฟ้องหัวหน้าแก๊งอินเดียคาคุก สั่งดับแกนนำซิกข์ในแคนาดา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกันฟ้องหัวหน้าแก๊งอินเดียคาคุก สั่งดับแกนนำซิกข์ในแคนาดา</dc:alternative><dc:abstract>มะกันฟ้องหัวหน้าแก๊งอินเดียคาคุก สั่งดับแกนนำซิกข์ในแคนาดา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T11:48:50+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T11:48:50+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1202</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1202</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1202</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1202</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lb-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/lb-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1202</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1202</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ขู่ถอนทหารเพิ่ม ยันจะเอากรีนแลนด์ ฟาดนาโตไม่ช่วยทำสงคราม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797704]]></link><pubDate>2026-07-08T18:29:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5797704</guid><description>ทรัมป์ขู่ถอนทหารเพิ่ม ยันจะเอากรีนแลนด์ ฟาดนาโตไม่ช่วยทำสงคราม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งเดินทางไปถึงตุรกีเพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กล่าวว่า เ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์ขู่ถอนทหารเพิ่ม ยันจะเอากรีนแลนด์ ฟาดนาโตไม่ช่วยทำสงคราม&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งเดินทางไปถึงตุรกีเพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กล่าวว่า เขาอาจจะคว่ำบาตรหรือไม่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ หากไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีกับประธานาธิบดีตุรกี ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุม พร้อมทั้งไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะถอนกำลังทหารสหรัฐออกจากยุโรปเพิ่มเติมในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า เขาผิดหวังอย่างมากกับนาโต และมองว่าสหรัฐไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสมระหว่างสงครามระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลกับอิหร่าน และว่า &amp;#8220;ทำไมเราต้องใช้เงินหลายแสนล้านดอลลาร์ แต่เมื่อถึงเวลาที่เราต้องการ พวกเขากลับไม่อยู่เคียงข้างเรา เราอยู่เคียงข้างพวกเขามาโดยตลอด&amp;#8221; เพื่อตำหนิที่ยุโรปไม่ยอมให้กองทัพสหรัฐใช้ห้วงน่านฟ้าและฐานทัพระหว่างการทำสงครามกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่า กรีนแลนด์ ดินแดนปกครองตนเองที่อยู่ภายใต้เดนมาร์ก ซึ่งเป็นสมาชิกนาโต ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ เดนมาร์ก และย้ำว่ากรีนแลนด์เป็นส่วนสำคัญของสหรัฐ ทำให้ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ซึ่งอยู่ที่กรุงอังการาเช่นกัน กล่าวว่า เธอคาดหวังให้ประเทศพันธมิตรเคารพอธิปไตยของราชอาณาจักรเดนมาร์ก และยืนกรานว่ากรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำตำหนิของทรัมป์มีขึ้นแม้สมาชิกนาโตพยายามแสดงให้เห็นว่า กำลังตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของทรัมป์ที่ต้องการให้ยุโรปเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมและลดการพึ่งพาสหรัฐ โดยประกาศข้อตกลงจัดซื้ออาวุธหลายฉบับ รวมมูลค่าอย่างน้อย 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในระหว่างการพบกับ เรเจพ เทยิป แอร์โดอาน ประธานาธิบดีตุรกี ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อตุรกี ซึ่งเริ่มใช้หลังจากที่ตุรกีซื้อระบบป้องกันภัยอากาศหรือ S-400 จากรัสเซียในปี 2019 และทำให้ตุรกีถูกถอดถอนออกจากโครงการเครื่องบินรบ F-35 การซื้อ S-400 ของตุรกีจึงเป็นชนวนที่ก่อให้เกิดความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและตุรกีมานับตั้งแต่นั้นมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การยกเลิกการคว่ำบาตรทำให้ทรัมป์พิจารณาการขายเครื่องบิน F-35 ให้ตุรกีอีกครั้ง โดยทรัมป์กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการขายว่า  กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ท่ามกลางความสัมพันธ์ของทรัมป์และแอร์โดอานที่ปรากฎให้เห็นความแน่นแฟ้นมากขึ้น โดยทรัมป์ระบุว่า ตุรกีเป็นพันธมิตรที่ซื่อสัตย์ในหลากหลายมิติมากกว่าประเทศอื่นๆ ที่สหรัฐคิดว่าซื่อสัตย์เสียอีก อีกทั้งยังเสริมว่าทั้งสองประเทศมีเคมีที่ลงตัวระหว่างกัน ขณะที่แอร์โดอานแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนว่าต้องการได้รับสิทธิซื้อเครื่องบินไล่ F-35 อีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันเดียวกัน นาโตได้นำเสนอแผนการใช้จ่ายงบประมาณทางทหารซี่งมีมูลค่าสูงกว่าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในที่ประชุมสุดยอด โดยเป็นการใช้งบประมาณที่มาร์ค รุตเตอ เลขาธิการนาโตกล่าวเพื่อเอาใจทรัมป์ว่าคุ้มค่ามาก แผนการดังกล่าวรวมถึงข้อตกลงในการเปลี่ยนจากเครื่องบินตรวจการณ์ AWACS สัญชาติสหรัฐ ซึ่งมีอายุการใช้งานกว่า 50 ปีเป็นเครื่องบินตรวจการณ์ Globaleye สัญชาติสวีเดน โดยนายอูล์ฟ คริสเทอร์สัน นายกรัฐมนตรีสวีเดน ประกาศว่า บริษัท Saab ผู้ผลิตจากสวีเดน จะเป็นฝ่ายจัดหาเครื่องบินตรวจการณ GlobalEye รุ่นใหม่มากถึง 10 ลำ ให้แก่กลุ่มประเทศพันธมิตร 10 ประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ บางโครงการจะได้รับเงินทุนจากระบบเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการป้องกันประเทศที่จัดตั้งขึ้นโดยสหภาพยุโรป ซึ่งประกอบด้วยเงินทุนสูงถึง 1.7 แสนล้านดอลลาร์จากตลาดทุน ขณะเดียวกัน ตัวแทนจาก 15 ประเทศประกาศถึงความร่วมมือข้ามชาติในการจัดซื้อเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศและเครื่องบินขนส่งจากแอร์บัส และถัดมา รุตเตอก็ประกาศความร่วมมือของ 4 ประเทศในการจัดซื้อโดรนสอดแนมไทรทันใหม่มากถึง 5 ลำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797704?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ขู่ถอนทหารเพิ่ม ยันจะเอากรีนแลนด์ ฟาดนาโตไม่ช่วยทำสงคราม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ขู่ถอนทหารเพิ่ม ยันจะเอากรีนแลนด์ ฟาดนาโตไม่ช่วยทำสงคราม</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ขู่ถอนทหารเพิ่ม ยันจะเอากรีนแลนด์ ฟาดนาโตไม่ช่วยทำสงคราม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T11:29:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T11:29:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tn-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฮอนด้า เรียกคืนรถรุ่น Odyssey กว่า 3 แสนคันในสหรัฐ พบปัญหาที่กล้องมองหลัง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797257]]></link><pubDate>2026-07-08T15:50:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5797257</guid><description>ฮอนด้า เรียกคืนรถรุ่น Odyssey กว่า 3 แสนคันในสหรัฐ พบปัญหาที่กล้องมองหลัง เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม สำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ(NHTSA)ของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ อเมริ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ฮอนด้า เรียกคืนรถรุ่น Odyssey กว่า 3 แสนคันในสหรัฐ พบปัญหาที่กล้องมองหลัง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม สำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ(NHTSA)ของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ อเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทในเครือฮอนด้า มอเตอร์ ได้ประกาศเรียกคืนรถยนต์อเนกประสงค์รุ่น Odyssey จำนวน 325,588 คัน ในประเทศสหรัฐ เนื่องจากพบปัญหาที่กล้องมองหลังไม่แสดงภาพบนหน้าจอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเรียกคืนครั้งนี้ครอบคลุมรถยนต์อเนกประสงค์รุ่นนี้บางคันที่ผลิตในปี 2018-2020 เนื่องจากมีความเสี่ยงที่อาจมีน้ำซึมเข้าไปในกล้องมองหลัง ซึ่งอาจส่งผลให้ไม่สามารถแสดงภาพบนหน้าจอได้เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ในส่วนของมาตรการแก้ไขปัญหาคือการเรียกคืนรถรุ่นนี้และตัวแทนจำหน่ายจะดำเนินการเปลี่ยนกล้องมองหลังให้แก่เจ้าของรถที่ได้รับผลกระทบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5797257?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฮอนด้า เรียกคืนรถรุ่น Odyssey กว่า 3 แสนคันในสหรัฐ พบปัญหาที่กล้องมองหลัง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฮอนด้า เรียกคืนรถรุ่น Odyssey กว่า 3 แสนคันในสหรัฐ พบปัญหาที่กล้องมองหลัง</dc:alternative><dc:abstract>ฮอนด้า เรียกคืนรถรุ่น Odyssey กว่า 3 แสนคันในสหรัฐ พบปัญหาที่กล้องมองหลัง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T08:50:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T08:50:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T080004Z_1216701842_RC2K9MA9J1HF_RTRMADP_3_HONDA-RECALL.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T080004Z_1216701842_RC2K9MA9J1HF_RTRMADP_3_HONDA-RECALL-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T080004Z_1216701842_RC2K9MA9J1HF_RTRMADP_3_HONDA-RECALL.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T080004Z_1216701842_RC2K9MA9J1HF_RTRMADP_3_HONDA-RECALL-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T080004Z_1216701842_RC2K9MA9J1HF_RTRMADP_3_HONDA-RECALL-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-08T080004Z_1216701842_RC2K9MA9J1HF_RTRMADP_3_HONDA-RECALL-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ภาคใต้จีนยังระทม ฤทธิ์พายุไมสัก ชาวบ้านตื่น งูหลุดจากฟาร์มเลี้ยง สั่งเตรียมรับมือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ จ่อถล่ม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796866]]></link><pubDate>2026-07-08T13:15:04+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5796866</guid><description>ภาคใต้จีนยังระทม ฤทธิ์พายุไมสัก ชาวบ้านตื่น งูหลุดจากฟาร์มเลี้ยง สั่งเตรียมรับมือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ จ่อถล่ม เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศจีนยังคงเผชิญกับความเสียหายและน้ำท่วมเป็น [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ภาคใต้จีนยังระทม ฤทธิ์พายุไมสัก ชาวบ้านตื่น งูหลุดจากฟาร์มเลี้ยง สั่งเตรียมรับมือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ จ่อถล่ม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศจีนยังคงเผชิญกับความเสียหายและน้ำท่วมเป็นวงกว้างอันเกิดจากปริมาณฝนที่ตกมากเป็นประวัติการณ์จากอิทธิพลของไมสักที่กลายเป็นพายุโซนร้อน เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าจนถึง เย็นวันอังคาร (7 ก.ค.) มีผู้เสียชีวิต 6 ราย และสูญหายอีก 11 ราย ในเขตปกครองกว่างซี นอกจากนี้สภาพอากาศที่รุนแรงยังทำให้ประชาชนราว 130,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่ยังมีประชาชนบางส่วนยังคงรอความช่วยเหลือเพื่ออพยพออกจากพื้นที่น้ำท่วม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาชนอีกจำนวนมากได้โพสต์ร้องขอความช่วยเหลือผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมคลิปวิดีโอที่แสดงให้เห็นสภาพพื้นที่โดยรอบจมบาดาลและสะท้อนให้เห็นถึงการขาดแคลนทรัพยากรที่จำเป็น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อท้องถิ่นยังรายงานถึงปัญหาที่มีงูจำนวนหนึ่งถูกกระแสน้ำท่วมพาหลุดออกมาจากฟาร์มเพาะเลี้ยงในเมืองเหิงโจว และเลื้อยไปทั่วพื้นที่ บางตัวได้หนีน้ำเลื้อยเข้าไปในบ้านเรือนประชาชน ที่ไม่เพียงสร้างความหวาดกลัว แต่มีชาวบ้านในหมู่บ้านหนึ่งเล่าว่ามีผู้ถูกงูกัดมากกว่า 10 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีนระบุว่า ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา พื้นที่ทางตะวันออกตอนกลางและตอนใต้ของเขตปกครองตนเองกว่างซีเผชิญกับฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยบางพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมอยู่ที่ 100-400 มิลลิเมตร ขณะที่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงบางแห่งมีปริมาณฝนสะสมมากกว่า 900 มิลลิเมตร คาดว่าฝนตกหนักจะยังคงส่งผลกระทบต่อพื้นที่ดังกล่าวต่อเนื่องตลอดวันพุธนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้รถไฟโดยสารส่วนหนึ่งในภูมิภาคดังกล่าวยังถูกระงับให้บริการด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันทางการจีนยังได้สั่งให้ศูนย์พักพิงจัดเตรียมเสบียงให้เพียงพอสำหรับรองรับสถานการณ์อย่างน้อย 3 วัน และให้มีการรายงานพยากรณ์อากาศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเตรียมทีมกู้ภัยให้พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากคาดว่าซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางตะวันออกของจีนระหว่างคืนวันเสาร์ถึงเช้าวันอาทิตย์นี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;https://youtube.com/shorts/FZI5XtKKQZM?si=CGgViwmyDprcmumT&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796866?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ภาคใต้จีนยังระทม ฤทธิ์พายุไมสัก ชาวบ้านตื่น งูหลุดจากฟาร์มเลี้ยง สั่งเตรียมรับมือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ จ่อถล่ม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ภาคใต้จีนยังระทม ฤทธิ์พายุไมสัก ชาวบ้านตื่น งูหลุดจากฟาร์มเลี้ยง สั่งเตรียมรับมือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ จ่อถล่ม</dc:alternative><dc:abstract>ภาคใต้จีนยังระทม ฤทธิ์พายุไมสัก ชาวบ้านตื่น งูหลุดจากฟาร์มเลี้ยง สั่งเตรียมรับมือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ จ่อถล่ม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T06:30:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T06:30:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189087639884.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189087639884-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189087639884.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189087639884-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189087639884-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26189087639884-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ช็อก! นักบินอาร์เจนฯกระโดดออกจากเครื่องบินขณะสอนนักบินฝึกหัด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796676]]></link><pubDate>2026-07-08T12:34:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5796676</guid><description>ช็อก! นักบินอาร์เจนฯกระโดดออกจากเครื่องบินขณะสอนนักบินฝึกหัด ทำให้นักเรียนต้องนำเครื่องบินลงจอดเอง เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม มิร์เรอร์ รายงานเหตุการณ์ช็อกกลางอากาศ เมื่อครูฝึกนักบินกำลังสอนนักบินฝึกหัดบิน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ช็อก! นักบินอาร์เจนฯกระโดดออกจากเครื่องบินขณะสอนนักบินฝึกหัด ทำให้นักเรียนต้องนำเครื่องบินลงจอดเอง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม มิร์เรอร์ รายงานเหตุการณ์ช็อกกลางอากาศ เมื่อครูฝึกนักบินกำลังสอนนักบินฝึกหัดบินอยู่กลางอากาศ จู่ๆ ครูฝึกก็กระโดดออกจากเครื่องบิน ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิต ทำให้นักบินฝึกหัดต้องนำเครื่องบินลงจอดด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ครูฝึกนักบินรายนี้มีชื่อว่า ลีอันโดร อันเดรส เบอร์ตาซโซ ซึ่งทำงานให้กับโรงเรียนการบิน ฟรายอิ้ง แพร์ร็อต ในเมืองกอร์โดบา วัย 42 ปี ที่รายงานระบุว่า ขณะกำลังสอนนักบินฝึกหัดอยู่ เขาก็ได้เปิดประตูเครื่องบินและกระโดดออกจากเครื่องบิน ขณะบินอยู่เหนือเมืองโทเลโด ประเทศอาร์เจนตินา ทำให้นักบินฝึกหัดสาว วัย 22 ปี ต้องทำหน้าที่ควบคุมเครื่องบินและนำเครื่องบินลงได้อย่างปลอดภัยด้วยตนเอง โดยเครื่องบินที่เกิดเหตุเป็นเครื่องบินเล็ก เซสนา-150&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยนักบินฝึกหัดสาวรายนี้บอกว่า ก่อนที่ครูฝึกจะกระโดดออกจากเครื่องบิน เขาได้บอกกับเธอว่า &amp;#8220;คุณรู้ว่าคุณต้องทำอะไร และจงก้าวต่อไปข้างหน้า&amp;#8221; จากนั้นลีอันโดรได้ถอดหูฟังออก วางโทรศัพท์มือถือ และปลดเข็มขัดนิรภัยออก แล้วเขาก็เปิดประตูห้องโดยสาร ก่อนกระโดดลงมาจากความสูงประมาณ 250 เมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุ นักบินฝึกหัดได้วิทยุขอความช่วยเหลือในทันที และปฏิบัติตามขั้นตอนฉุกเฉิน ก่อนจะนำเครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัยที่สนามบิน หลังจากนั้น ทางโรงเรียนการบินดังกล่าวได้พากันค้นหาร่างของลีอันโดร โดยพบร่างของเขาอยู่กลางทุ่งนา และหน่วยบริการฉุกเฉินได้ยืนยันการเสียชีวิตของเขาในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ลีอันโดรได้ทำการสอนการบินให้กับนักเรียนอีกคนหนึ่งในเที่ยวบินฝึกหัดก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน โดยไม่มีปัญหาใดๆ บรรดาเพื่อนร่วมงานที่โรงเรียนการบินต่างบอกว่าลีอันโดรเป็นคนร่าเริง เป็นมืออาชีพ และแต่งกายเรียบร้อย ไม่มีสัญญาณของความทุกข์ใดๆ ให้เห็น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ลีอันโดรทำงานที่โรงเรียนการบินแห่งนี้มา 4 ปี หลังจากฝึกอบรมที่โรงเรียนนี้มา 10 ปี และเคยบินที่ชิลีมาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนึ่งในเพื่อนร่วมงานของลีอันโดรบอกว่า วันเกิดเหตุ เขามาถึงโรงเรียน ทักทายผู้คนด้วยการจูบและกอดเหมือนเช่นเคย สิ่งเดียวที่ผิดแปลกไปคือ แทนที่เขาจะขับรถมาเองตามปกติ แต่เขาได้ขอให้นักเรียนคนหนึ่งไปรับเขาที่บ้าน และมีการพูดคุยกันปกติทุกอย่าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุของการก่อเหตุของลีอันโดรว่าสาเหตุของการฆ่าตัวตายนี้เกิดจากอะไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796676?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ช็อก! นักบินอาร์เจนฯกระโดดออกจากเครื่องบินขณะสอนนักบินฝึกหัด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ช็อก! นักบินอาร์เจนฯกระโดดออกจากเครื่องบินขณะสอนนักบินฝึกหัด</dc:alternative><dc:abstract>ช็อก! นักบินอาร์เจนฯกระโดดออกจากเครื่องบินขณะสอนนักบินฝึกหัด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T06:28:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T06:28:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pilot1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pilot1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pilot1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pilot1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pilot2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/pilot2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกันถล่มกว่า 80 เป้าหมายอิหร่าน IRGC โจมตีกลับ ฐานทัพมะกันในบาห์เรน-คูเวต]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796688]]></link><pubDate>2026-07-08T12:20:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5796688</guid><description>มะกันถล่มกว่า 80 เป้าหมายอิหร่าน IRGC โจมตีกลับ ฐานทัพมะกันในบาห์เรน-คูเวต กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ประกาศว่าเสร็จสิ้นการโจมตีอิหร่านรอบใหม่แล้ว หลังทำการโจมตีเป้าหมายกว่า 80 แห่งแล้ว และกองกำลั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มะกันถล่มกว่า 80 เป้าหมายอิหร่าน IRGC โจมตีกลับ ฐานทัพมะกันในบาห์เรน-คูเวต&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ประกาศว่าเสร็จสิ้นการโจมตีอิหร่านรอบใหม่แล้ว หลังทำการโจมตีเป้าหมายกว่า 80 แห่งแล้ว และกองกำลัง CENTCOM ยังคงเตรียมพร้อมและจะดำเนินการกับอิหร่านหากไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ในความพยายามที่จะลงโทษอิหร่านอย่างหนักสำหรับการโจมตีเรือขนส่งสินค้าซึ่งเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของ CENTCOM ระบุว่า กองกำลังสหรัฐได้โจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน เครือข่ายบัญชาการและควบคุม สถานีเรดาร์ชายฝั่ง ขีดความสามารถของขีปนาวุธต่อต้านเรือ รวมถึงเรือเล็กของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กว่า 60 ลำในและใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อลดทอนความสามารถของอิหร่านในการโจมตีการค้าระหว่างประเทศที่ไหลผ่านเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CENTCOM ยังบอกด้วยว่า การรุกรานที่ไม่สมควรโดยกองกำลังอิหร่านเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ชัดเจนและอันตราย และบ่อนทำลายเสรีภาพในการเดินเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองบัญชาการทหารร่วมระดับสูงของอิหร่านกล่าวว่า กองทัพอิหร่านจะตอบโต้กลับอย่างรุนแรง โดยกล่าวหาว่า สหรัฐกระทำการรุกรานอย่างโจ่งแจ้ง พร้อมทั้งเตือนว่าเตหะรานจะไม่ยอมให้สหรัฐแทรกแซงการจัดการช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;IRGC กล่าวว่า พวกเขาได้โจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐในบาห์เรนและคูเวตเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม หลังจากที่สหรัฐเปิดฉากโจมตีทางทหารหลายระลอกต่ออิหร่าน โดย IRGC ได้ดำเนินปฏิบัติการร่วมกันโดยใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายทางทหารที่สำคัญของสหรัฐในบันดาร์ ซัลมาน เขตนาวิกโยธินที่ 5 ของบาห์เรน และฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเล็ม ในคูเวต และยิงโดรน MQ9 ของสหรัฐที่พยายามแทรกแซงปฏิบัติการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กล่าวว่า มีเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังขึ้นในบาห์เรนและคูเวต ด้านกองทัพคูเวตกล่าวว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศกำลังรับมือกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนที่เป็นภัยคุกคาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน กล่าวหาว่า สหรัฐละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การโจมตีทางทหารครั้งล่าสุด เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการคว่ำบาตรน้ำมันครั้งใหม่ การละเมิดมาตรการและการจัดระเบียบการเดินเรือของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ตลอดจนการโจมตีเลบานอนของอิสราเอลด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กาลีบาฟกล่าวในโพสต์บน X ว่า &amp;#8220;ยุคแห่งการข่มขู่และการบีบบังคับได้สิ้นสุดลงแล้ว พวกเราจะไม่ยอมจำนน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ สื่ออิหร่านรายงานว่าเกิดระเบิดขึ้นที่เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำมันหลักของอิหร่าน รวมถึงบนเกาะเกชมและในเมืองท่าทางตอนใต้ของซีริกและบันดาร์อับบาส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์เพรสทีวีของอิหร่านรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งทางตอนใต้ของเกาะคาร์ก แต่ CENTCOM ไม่ได้ระบุถึงเกาะคาร์กในแถลงการณ์ ซึ่งเป็นจุดที่อิหร่านใช้ส่งออกน้ำมันดิบถึง 90%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796688?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกันถล่มกว่า 80 เป้าหมายอิหร่าน IRGC โจมตีกลับ ฐานทัพมะกันในบาห์เรน-คูเวต&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกันถล่มกว่า 80 เป้าหมายอิหร่าน IRGC โจมตีกลับ ฐานทัพมะกันในบาห์เรน-คูเวต</dc:alternative><dc:abstract>มะกันถล่มกว่า 80 เป้าหมายอิหร่าน IRGC โจมตีกลับ ฐานทัพมะกันในบาห์เรน-คูเวต</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T05:53:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T05:53:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ia.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ia-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ia.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ia-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ia-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ia-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เลอ เปน ผู้นำขวาจัดฝรั่งเศส ประกาศลงศึกเลือกตั้งปธน. หลังศาลอุทธรณ์เปิดทาง แม้ฟันผิดคดียักยอกเงินอียู]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796630]]></link><pubDate>2026-07-08T11:59:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5796630</guid><description>เลอ เปน ผู้นำขวาจัดฝรั่งเศส ประกาศลงศึกเลือกตั้งปธน. หลังศาลอุทธรณ์เปิดทาง แม้ฟันผิดคดียักยอกเงินอียู นางมารี เลอ เปน ผู้นำฝ่ายขวาจัดจากพรรคเนชันแนลแรลลี(RN) ของฝรั่งเศส ประกาศจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เลอ เปน ผู้นำขวาจัดฝรั่งเศส ประกาศลงศึกเลือกตั้งปธน. หลังศาลอุทธรณ์เปิดทาง แม้ฟันผิดคดียักยอกเงินอียู&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นางมารี เลอ เปน ผู้นำฝ่ายขวาจัดจากพรรคเนชันแนลแรลลี(RN) ของฝรั่งเศส ประกาศจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในศึกเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2027 หลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาลดระยะเวลาการตัดสิทธิ์เธอไม่ให้ลงสมัครรับตำแหน่งทางการเมืองลง แม้ศาลจะยังคงยืนตามคำพิพากษาเดิมว่าเธอกระทำผิดฐานยักยอกเงินทุนของสหภาพยุโรป(อียู)ไปใช้โดยมิชอบก็ตาม โดยเลอ เปนลั่นจะยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาดังกล่าวในการต่อสู้ในชั้นศาลสูงสุดต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เลอ เปน ประกาศท่าทีดังกล่าวในระหว่างให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ TF1 ในวันอังคาร(7 ก.ค.) ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากศาลอุทธรณ์มีคำตัดสินข้างต้น โดยเลอ เปนกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ฉันจะเป็นผู้สมัครในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ตอนนี้ไม่มีอะไรที่จะขัดขวางไม่ให้ฉันลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2027 อีกแล้ว”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เลอ เปน บอกกับ TF1 อีกว่าเธอจะยื่นอุทธรณ์สู้คดีนี้ต่อศาลสูงสุด นั่นหมายความว่าเธอไม่จำเป็นต้องสวมอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์แต่อย่างใด พร้อมกันนี้เธอยังได้ประกาศเปิดเว็บไซต์สำหรับการรณรงค์หาเสียงของเธอขึ้นในทันทีและร้องขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสนับสนุนเธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการพิจารณาคดี ศาลอุทธรณ์ในกรุงปารีสระบุถึงการลดระยะเวลาการตัดสิทธิ์ทางการเมืองดังกล่าวลงว่าแม้ศาลจะยืนยันความผิดของเธอ แต่ศาลได้คำนึงถึงเสรีภาพในการเลือกของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญของการใช้สิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยควบคู่ไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ก่อนหน้านี้ศาลสูงสุดของฝรั่งเศสเคยระบุว่าในกรณีที่มีการยื่นอุทธรณ์ ศาลจะพยายามตัดสินคดีของเลอ เปนให้เสร็จสิ้นก่อนการเลือกตั้งจะมีขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เลอ เปน ถูกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำตัดสินเดิมว่าเธอมีความผิดฐานนำเงินทุนของอียูจำนวน 2.8 ล้านยูโร ไปใช้ในทางที่ผิดด้วยการนำเงินไปจ่ายให้กับทีมงานของพรรค RN ของเธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตัดสินใจลงสนามเลือกตั้งถือเป็นการเดิมพันทางการเมืองครั้งสำคัญของเลอเปนและยังเป็นการยุติข่าวลือที่ดำเนินมานานหลายเดือนว่า เลอ เปน อาจจะส่งต่อการเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีให้กับ จอร์แดน บาร์เดลลา ประธานพรรค RN วัย 30 ปีลงสมัครรับเลือกตั้งแทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นจากบาร์เดลลาต่อความเคลื่อนไหวทางการเมืองล่าสุดของเลอ เปนในทันที แต่ทั้งสองคนมีกำหนดจะลงพื้นที่ร่วมกันในแคว้นซาร์ต ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศในวันพุธนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า เลอ เปน ในวัย 57 ปี ยังคงครองความนิยมนำในโพลสำรวจต่างๆ ส่วนพรรค RN ได้กลายเป็นพรรคที่มีจำนวนที่นั่งส.ส.มากที่สุดในรัฐสภาฝรั่งเศสที่ยังคงแบ่งแยกออกเป็น 3 ขั้วหลัก ได้แก่ ฝ่ายขวาจัด ฝ่ายซ้ายจัด และสายกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796630?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เลอ เปน ผู้นำขวาจัดฝรั่งเศส ประกาศลงศึกเลือกตั้งปธน. หลังศาลอุทธรณ์เปิดทาง แม้ฟันผิดคดียักยอกเงินอียู&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เลอ เปน ผู้นำขวาจัดฝรั่งเศส ประกาศลงศึกเลือกตั้งปธน. หลังศาลอุทธรณ์เปิดทาง แม้ฟันผิดคดียักยอกเงินอียู</dc:alternative><dc:abstract>เลอ เปน ผู้นำขวาจัดฝรั่งเศส ประกาศลงศึกเลือกตั้งปธน. หลังศาลอุทธรณ์เปิดทาง แม้ฟันผิดคดียักยอกเงินอียู</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T04:59:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T04:59:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T184139Z_418185920_RC259MAK5N2Y_RTRMADP_3_FRANCE-POLITICS-LE-PEN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T184139Z_418185920_RC259MAK5N2Y_RTRMADP_3_FRANCE-POLITICS-LE-PEN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T184139Z_418185920_RC259MAK5N2Y_RTRMADP_3_FRANCE-POLITICS-LE-PEN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T184139Z_418185920_RC259MAK5N2Y_RTRMADP_3_FRANCE-POLITICS-LE-PEN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T184139Z_418185920_RC259MAK5N2Y_RTRMADP_3_FRANCE-POLITICS-LE-PEN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T184139Z_418185920_RC259MAK5N2Y_RTRMADP_3_FRANCE-POLITICS-LE-PEN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ป่วนนิวยอร์ก! เสาตึกสูงในแมนฮัตตันโก่งงอ อาคารทรุดตัว สั่งอพยพทันที]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796516]]></link><pubDate>2026-07-08T10:32:07+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5796516</guid><description>ป่วนนิวยอร์ก! เสาตึกสูงในแมนฮัตตันโก่งงอ อาคารทรุดตัว สั่งอพยพทันที เกิดเหตุวุ่นวายในวันที่ 7 กรกฎาคม ตามเวลาในสหรัฐ เมื่อคนงานต้องเร่งทำการซ่อมแซมฉุกเฉินเพื่อเสริมความมั่นคงให้กับอาคารสูงแห่งหนึ่งในย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ป่วนนิวยอร์ก! เสาตึกสูงในแมนฮัตตันโก่งงอ อาคารทรุดตัว สั่งอพยพทันที&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดเหตุวุ่นวายในวันที่ 7 กรกฎาคม ตามเวลาในสหรัฐ เมื่อคนงานต้องเร่งทำการซ่อมแซมฉุกเฉินเพื่อเสริมความมั่นคงให้กับอาคารสูงแห่งหนึ่งในย่านแมนฮัตตันของนครนิวยอร์ก หลังจากพบว่าเสาของอาคารบางต้นเกิดการโก่งงอและพื้นอาคารบางชั้นทรุดตัว จนทางการต้องสั่งอพยพผู้คนออกจากอาคารที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง รวมถึงอาคารโดยรอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อมองจากถนนด้านล่างสามารถมองเห็นเสาโครงสร้างต้นหนึ่งที่โก่งงออย่างรุนแรงผ่านกระจกบานใหญ่บริเวณชั้น 21 โดยหน่วยดับเพลิงได้เผยแพร่ภาพของเสาดังกล่าว พร้อมระบุว่า ยังพบรอยแตกร้าวหลายแห่ง รวมถึงพื้นอาคารที่ทรุดตัวลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามในช่วงเช้าว่ามีความเสี่ยงที่อาคารจะถล่มหรือไม่ จอห์น เอสโปซิโต หัวหน้าหน่วยดับเพลิง กล่าวว่า จากลักษณะการก่อสร้างของอาคารที่ใช้โครงสร้างเหล็ก หากเกิดการพังถล่มก็ไม่น่าจะเป็นการถล่มทั้งอาคาร แต่จะเป็นการพังถล่มเฉพาะบางส่วน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความปั่นป่วนตลอดทั้งวัน หลังพบปัญหาตั้งแต่ช่วงเช้าวันอังคาร จากสภาพความเสียหายอันตรายในอาคารซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1970 และกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงให้เป็นอพาร์ตเมนต์หรู คนงานก่อสร้างที่ปฏิบัติงานอยู่ภายในอาคาร รวมถึงผู้ที่อยู่ในอาคารใกล้เคียง ตั้งแต่โรงเรียน สำนักงานทางการทูต และโรงแรมหลายแห่งในย่านมิดทาวน์ ซึ่งเป็นย่านธุรกิจที่มีผู้คนพลุกพล่าน ถูกสั่งอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน หลังจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ช่วงบ่ายวันเดียวกัน โซห์ราน มามดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กล่าวว่า อาคารหลังดังกล่าวยังคงอยู่ในสภาพไม่มั่นคง และย้ำว่า นี่เป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ของเมืองได้เข้าตรวจสอบอาคารทีละชั้น และไม่พบการเคลื่อนตัวเพิ่มเติมของเสาที่ได้รับความเสียหาย ทำให้ทางเมืองอนุญาตให้ผู้รับเหมาก่อสร้างสามารถเริ่มดำเนินการซ่อมแซมฉุกเฉินได้ โดยในช่วงเย็นวันอังคาร สามารถเห็นคนงานกำลังติดตั้งโครงค้ำยันภายในอาคารสูงระฟ้าที่มีผนังกระจกและโครงสร้างเหล็กดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการซ่อมแซมดังกล่าวเป็นเพียงการแก้ไขชั่วคราวเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้แก่อาคาร และคาดว่าจะต้องดำเนินต่อไปอีกหลายวัน แต่มันส่งผลกระทบต่อพื้นที่ส่วนหนึ่งของแมนฮัตตัน ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟแกรนด์เซ็นทรัล ซึ่งเป็นสถานีรถไฟสำคัญที่เป็นศูนย์กลางการเดินทางของผู้โดยสารในเขตมหานครนิวยอร์ก ทั้งประชาชน คนทำงาน และนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ควบคุมอาคารของนครนิวยอร์กได้ตรวจสอบอาคารโดยรอบแต่ละแห่ง เพื่อพิจารณาว่าจะสามารถยกเลิกการปิดถนนหรือคำสั่งอพยพได้หรือไม่ โดยช่วงค่ำวันอังคาร สำนักงานของมามดานีระบุว่า ชาวบ้านบางส่วนในพื้นที่ได้รับแจ้งว่าสามารถกลับเข้าอาคารได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;MetroLoft เจ้าของโครงการดังกล่าวระบุในแถลงการณ์ที่ส่งให้หนังสือพิมพ์ The New York Times ว่า ตัวอาคารไม่ได้อยู่ในความเสี่ยงที่จะพังถล่ม และไม่มีเศษวัสดุใดตกลงมาจากอาคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายนาธาน เบอร์แมน ผู้ก่อตั้งบริษัท MetroLoft ให้สัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal ว่า ความเสียหายน่าจะเกิดจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น หลังจากมีการขยายพื้นที่ของอาคารบริเวณชั้นบนสุดประมาณ 15 ชั้น โดยเสาโครงสร้าง 2 ต้นที่เกิดการโก่งงออาจไม่ได้รับการเสริมความแข็งแรงอย่างเพียงพอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ทำไมถึงเป็นเสาสองต้นนี้ และไม่ใช่ส่วนอื่นของอาคาร? เรายังไม่ทราบคำตอบ เรากำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่&amp;#8221; เบอร์แมนกล่าว พร้อมยืนยันว่า ความแข็งแรงโดยรวมของอาคารไม่ได้รับผลกระทบ เพราะโครงสร้างของอาคารประมาณ 95% ยังคงแข็งแรงและสมบูรณ์ ไม่มีทางที่ส่วนต่อเติมเล็กๆ ตรงมุมอาคารจะทำให้อาคารทั้งหลังพังลงมาได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796516?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ป่วนนิวยอร์ก! เสาตึกสูงในแมนฮัตตันโก่งงอ อาคารทรุดตัว สั่งอพยพทันที&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ป่วนนิวยอร์ก! เสาตึกสูงในแมนฮัตตันโก่งงอ อาคารทรุดตัว สั่งอพยพทันที</dc:alternative><dc:abstract>ป่วนนิวยอร์ก! เสาตึกสูงในแมนฮัตตันโก่งงอ อาคารทรุดตัว สั่งอพยพทันที</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T07:43:53+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T07:43:53+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2118</mi:x1><mi:y1>1170</mi:y1><mi:x2>2118</mi:x2><mi:y2>1170</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mh2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เลิกผ่อนปรนคว่ำบาตร ถอนใบอนุญาตขายน้ำมัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796404]]></link><pubDate>2026-07-08T08:05:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5796404</guid><description>สหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เลิกผ่อนปรนคว่ำบาตร ถอนใบอนุญาตขายน้ำมัน กองทัพสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พร้อมทั้งเพิกถอนใบอนุญาตให้อิหร่านสามารถจำหน่ายน้ำมันได้ หลังจากมีเรือบรร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เลิกผ่อนปรนคว่ำบาตร ถอนใบอนุญาตขายน้ำมัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม พร้อมทั้งเพิกถอนใบอนุญาตให้อิหร่านสามารถจำหน่ายน้ำมันได้ หลังจากมีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำถูกกระสุนหรือวัตถุโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางอยู่แล้วต้องเผชิญแรงกดดันมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ประกาศว่าได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีหลายระลอก โดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้อิหร่านชดใช้และเกิดความเสียหายอย่างหนัก เพราะการกระทำอันก้าวร้าวของอิหร่านไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการกระทำที่อันตราย และถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่ออิหร่านรายงานว่า ช่วงเช้ามืดวันพุธที่ 8 กรกฎาคม ตามเวลาท้องถิ่น ได้เกิดเหตุระเบิดในเมืองท่าซีริก ทางตอนใต้ของประเทศ บนเกาะเกชมและในเมืองบันดาร์อับบาส ยังไม่มีรายงานพลเรือนเสียชีวิต แต่ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์ของอิหร่านรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคนจากสะเก็ดกระสุนของศัตรูที่ตกใส่ท่าเรือพาณิชย์ในเมืองซีริก นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าการโจมตีได้สร้างความเสียหายแก่ท่าเทียบเรือประมงทั้งในเมืองซีริกและบันดาร์อับบาส และทำให้เรือประมงหลายลำเกิดเพลิงไหม้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเผยกับรอยเตอร์ว่า เป้าหมายของการโจมตี ได้แก่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน ระบบเฝ้าตรวจชายฝั่ง ระบบขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ ขีปนาวุธร่อนต่อต้านเรือ และฐานปล่อยโดรน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นความตึงเครียดครั้งล่าสุดที่คุกคามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งทั้งสองฝ่ายบรรลุร่วมกันเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อระงับความขัดแย้งที่เริ่มต้นขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทั่วอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันรัฐบาลสหรัฐได้ยกเลิกมาตรการผ่อนปรนสำคัญที่เคยเปิดทางให้อิหร่านสามารถจำหน่ายน้ำมันในตลาดโลกได้ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อข้อตกลงระหว่างสองประเทศ ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 3% หลังสหรัฐประกาศมาตรการดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ผู้แทนเจรจาทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินการด้วยความจริงใจเพื่อบรรลุข้อตกลงถาวรกับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม การที่อิหร่านสามารถควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้ ทำให้เตหะรานมีอำนาจต่อรองมหาศาล จนสามารถบีบให้เกิดภาวะชะงักงันกับมหาอำนาจทางทหารอย่างสหรัฐได้ ขณะที่นักวิเคราะห์ระบุว่า อิหร่านใช้การโจมตีเรือพาณิชย์เพื่อแสดงตอกย้ำถึงอำนาจต่อรองดังกล่าว ในขณะที่กำลังเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงสันติภาพระยะยาวกับสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้ข้อตกลงชั่วคราวระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน กระทรวงการคลังสหรัฐได้ออกใบอนุญาตทั่วไปเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน อนุญาตให้มีการจำหน่ายน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่มีแหล่งกำเนิดจากอิหร่านได้จนถึงวันที่ 21 สิงหาคมนี้ แต่เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม สหรัฐได้เพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว พร้อมกำหนดให้อิหร่านยุติธุรกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายในวันที่ 17 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประณามการดำเนินการของสหรัฐว่า เป็นการละเมิดกรอบข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม และระบุว่าสหรัฐจะต้องรับผิดชอบต่อผลที่จะตามมา พร้อมย้ำว่า อิหร่านจะดำเนินทุกมาตรการที่เห็นว่าจำเป็น เพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงแห่งชาติของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกาตาร์ออกมากล่าวหาอิหร่านว่าเป็นผู้โจมตีเรือพาณิชย์ดังกล่าว รวมถึงเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ขนาดใหญ่ของกาตาร์ ชื่อ Al Rekayyat ซึ่งรายงานว่าถูกโดรนโจมตีในช่วงกลางดึก ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในห้องเครื่องยนต์ ลูกเรือทุกคนปลอดภัยและอยู่ระหว่างการอพยพออกจากเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคงทางทะเลเปิดเผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบติดธงชาติซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเชื่อว่าเป็นเรือซูเปอร์แทงเกอร์ Wedyan ก็ได้รับความเสียหายนอกชายฝั่งประเทศโอมานเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ระบุว่า ได้เรียกตัวรองเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าพบ และยื่นหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการต่อเหตุโจมตีเรือลำดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า ข้อกล่าวหาของกาตาร์นั้นน่าสับสนงุนงง พร้อมยืนยันว่า อิหร่านได้ปฏิบัติตามพันธกรณีของตนอย่างเคร่งครัด แต่ก็กล่าวอ้างว่า เรือพาณิชย์ที่ใช้เส้นทางเดินเรือซึ่งไม่ได้ประสานกับอิหร่าน ย่อมต้องเผชิญความเสี่ยง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐอีกรายเผยว่า ข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ว่า อิหร่านเป็นผู้ยิงโจมตีเรือพาณิชย์ทั้ง 3 ลำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ บรรดาผู้นำศาสนาของอิหร่านมีเป้าหมายจัดตั้งระบบเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือถาวรในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงจะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจครั้งสำคัญในภูมิภาคที่สหรัฐทำหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกันความมั่นคงมาอย่างยาวนาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796404?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เลิกผ่อนปรนคว่ำบาตร ถอนใบอนุญาตขายน้ำมัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เลิกผ่อนปรนคว่ำบาตร ถอนใบอนุญาตขายน้ำมัน</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐโจมตีอิหร่านรอบใหม่ เลิกผ่อนปรนคว่ำบาตร ถอนใบอนุญาตขายน้ำมัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T01:05:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T01:05:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tsh-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันโลกพุ่ง 3% หลังสหรัฐเปิดฉากถล่มอิหร่าน สั่งสอนกลับหลังโจมตีเรือในฮอร์มุซ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796380]]></link><pubDate>2026-07-08T07:46:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5796380</guid><description>น้ำมันโลกพุ่ง 3% หลังสหรัฐเปิดฉากถล่มอิหร่าน สั่งสอนกลับหลังโจมตีเรือในฮอร์มุซ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรร่วงลงในวันพุธ หลังจากสหรัฐโจมตีอิหร่าน เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือบร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันโลกพุ่ง 3% หลังสหรัฐเปิดฉากถล่มอิหร่าน สั่งสอนกลับหลังโจมตีเรือในฮอร์มุซ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรร่วงลงในวันพุธ หลังจากสหรัฐโจมตีอิหร่าน เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ตลาดหุ้นผันผวนเนื่องจากพลวัตของแรงส่งจากการพุ่งขึ้นของหุ้นที่ในกลุ่มเกี่ยวข้องปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พุ่งขึ้นทำลายสถิติก่อนหน้านี้เริ่มปรับตัวลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันเบรนท์ปรับขึ้น 2.98% มาอยู่ที่ 76.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้านน้ำมันเวสต์เท็กซัสก็เพิ่มขึ้น 3.15% มาอยู่ที่ 72.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจสัน หว่อง นักกลยุทธ์อาวุโสของ BNZ ในนิวซีแลนด์กล่าวว่า เห็นได้ชัดว่าตลาดไม่ชอบการโจมตีเหล่านี้ แต่ยังไม่ถึงขั้นตื่นตระหนกอย่างเต็มที่ หลังจากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของตลาดน้ำมันต่อภาวะช็อกด้านอุปทานครั้งใหญ่ แม้ว่าความเปราะบางในขณะนี้คือปริมาณสำรองทั่วโลกที่ต่ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลในสัปดาห์นี้แสดงให้เห็นว่าปริมาณสำรองน้ำมันดิบในคลังสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1983&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สัญญาซื้อขายล่วงหน้า Nikkei NKc1 ชี้ให้เห็นถึงการลดลงของหุ้นญี่ปุ่น และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S&amp;amp;P 500 ESc1 ลดลงประมาณ 0.1% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลง 7 จุด เนื่องจากนักลงทุนประเมินความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนีวอลล์สตรีทปรับตัวลดลงเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากหุ้น Samsung Electronics ร่วงลงอย่างมาก แม้ว่าจะมีผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมก็ตาม แสดงให้เห็นว่านักลงทุนระมัดระวังที่จะขยายการปรับตัวขึ้นที่ทำให้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ซึ่งมีหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปเป็นส่วนใหญ่เพิ่มขึ้น 82% ในปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5796380?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันโลกพุ่ง 3% หลังสหรัฐเปิดฉากถล่มอิหร่าน สั่งสอนกลับหลังโจมตีเรือในฮอร์มุซ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันโลกพุ่ง 3% หลังสหรัฐเปิดฉากถล่มอิหร่าน สั่งสอนกลับหลังโจมตีเรือในฮอร์มุซ</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันโลกพุ่ง 3% หลังสหรัฐเปิดฉากถล่มอิหร่าน สั่งสอนกลับหลังโจมตีเรือในฮอร์มุซ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-08T00:46:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-08T00:46:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/o19-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795998]]></link><pubDate>2026-07-07T18:08:26+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795998</guid><description>เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน รอยเตอร์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากทางการเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ 2 ครั้งติดต่อกันในเวเนซุเอลาเมื่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานโดยอ้างข้อมูลจากทางการเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ 2 ครั้งติดต่อกันในเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน เพิ่มขึ้นเป็น 3,535 ราย ขณะที่ยังมีประชาชนเกือบ 18,000 คนต้องไร้ที่อยู่อาศัย แม้เวลาจะผ่านไปกว่าหนึ่งสัปดาห์หลังภัยพิบัติถล่มกรุงการากัสและพื้นที่ชายฝั่งใกล้เคียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮอร์เฆ โรดริเกซ ประธานสมัชชาแห่งชาติของเวเนซุเอลา เผยตัวเลขทางการล่าสุดว่า แผ่นดินไหวซึ่งมีขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16,740 คน และมีผู้ไม่มีที่อยู่อาศัย 17,854 คน ตัวเลขความสูญเสียดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่รอบกรุงการากัส และแถบชายฝั่งลาไกวรา ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน รัฐบาลเวเนซุเอลาก็กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับประสิทธิภาพในการรับมือกับภัยพิบัติ และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ได้ออกมาปกป้องการทำงานของภาครัฐ โดยชี้แจงว่ารัฐบาลได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเข้าพื้นที่ในทันทีหลังเกิดเหตุ พร้อมทั้งประกาศจัดตั้งหน่วยทหารใหม่เพื่อยกระดับการรับมือภัยพิบัติในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การชี้แจงดังกล่าวสวนทางกับความไม่พอใจของประชาชน และองค์กรด้านมนุษยธรรมระดับนานาชาติ รวมถึงคณะกรรมการกู้ภัยระหว่างประเทศ (IRC) ก็วิพากษ์วิจารณ์การตอบสนองของรัฐบาลเวเนซุเอลาในวิกฤตครั้งนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานรองประธานาธิบดีฝ่ายสังคมของเวเนซุเอลาระบุว่า มีประชาชนอย่างน้อย 12,800 คน ที่กำลังพักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวจำนวน 80 แห่ง ทั่วกรุงการากัสและลาไกวรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว ดร.เมาริซิโอ เซอร์ปา คาลเดรอน ที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินขององค์การอนามัยแพนอเมริกัน (PAHO) ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ออกมาเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสาธารณสุขในศูนย์พักพิงชั่วคราวที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากความแออัด การระบายอากาศที่จำกัด การขาดแคลนน้ำดื่มสะอาด ตลอดจนระบบสุขอนามัยและการจัดการขยะที่ไม่เหมาะสม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของโรคต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาลเดรอนระบุว่า สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการเป็นลำดับแรกคือการเฝ้าระวังโรคต่างๆ เช่น โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โรคอุจจาระร่วง โรคผิวหนัง โรคการติดเชื้อที่บาดแผล โรคไข้เลือดออก รวมถึงโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน อาทิ บาดทะยัก หัด คอตีบ ไอกรน และโปลิโอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานการณ์ความสูญเสียในพื้นที่ชายฝั่งก็ยังคงอยู่ในสภาวะวิกฤต โดยผู้สื่อข่าวรายหนึ่งในเมืองลาไกวรารายงานว่า พบเห็นเจ้าหน้าที่นิติเวชและรถบรรทุกกำลังเร่งขนส่งโลงศพ ท่ามกลางเครื่องจักรที่กำลังขุดหลุมฝังศพขนาดใหญ่ในพื้นที่โล่งซึ่งมีไม้กางเขนสีขาวปักไว้ นอกจากนี้ ภาพถ่ายจากหนังสือพิมพ์ El País ของสเปน ยังเผยให้เห็นว่า หลุมศพบางแห่งมีการระบุชื่อผู้เสียชีวิตชัดเจน ขณะที่บางแห่งมีเพียงหมายเลขกำกับไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพื่อรองรับจำนวนผู้เสียชีวิตที่หลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก ดร.เซอร์ปา เปิดเผยว่า PAHO และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เข้ามาสนับสนุนการจัดการศพตามแนวทางปฏิบัติทางเทคนิค พร้อมทั้งส่งมอบถุงบรรจุศพ และจัดหาตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นจำนวน 3 ตู้ สำหรับเก็บรักษาศพที่ท่าเรือลาไกวรา รวมถึงสนับสนุนเมรุเผาศพอีก 2 แห่งในพื้นที่อื่น ส่วนในด้านการควบคุมโรคนั้น หน่วยงานสาธารณสุขแห่งชาติกำลังเร่งประเมินเพื่อเตรียมดำเนินโครงการฉีดวัคซีนแบบมุ่งเป้าในศูนย์พักพิงชั่วคราว โดยพิจารณาตามระดับความเสี่ยงและความพร้อมของวัคซีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางด้านสหประชาชาติ (UN) กล่าวว่า กำลังเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยประสานงานร่วมกับรัฐบาลเวเนซุเอลาอย่างใกล้ชิด นายสเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษก UN แถลงว่า ในขณะที่ทีมค้นหาและกู้ภัยบางส่วนยังคงปักหลักปฏิบัติงานในพื้นที่ภัยพิบัติ ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญรวมถึงทีมสนับสนุนทางการแพทย์ชุดอื่นๆ ก็กำลังทยอยเดินทางเข้ามาสมทบอย่างต่อเนื่องเพื่อคลี่คลายวิกฤตในครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795998?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน</dc:alternative><dc:abstract>เวเนฯระทม ยอดดับดินไหวพุ่ง 3,535 ราย คนหลายหมื่นยังไร้บ้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T11:59:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T11:59:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q7-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795982]]></link><pubDate>2026-07-07T18:07:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795982</guid><description>จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง อิหร่าน &amp;#8211; วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 ได้กลายเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์การเม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 18pt;&quot;&gt;&lt;strong&gt;จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อิหร่าน&lt;/strong&gt; &amp;#8211; วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2026 ได้กลายเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองตะวันออกกลาง เมื่อผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านถูกลอบสังหาร ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาค ในสายตาของนักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อย เหตุการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่ความอ่อนแอของรัฐอิหร่าน การแตกแยกภายในประเทศ หรือแม้กระทั่งการสั่นคลอนของระบอบการเมืองที่ดำรงอยู่มากว่าครึ่งศตวรรษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ภาพที่ปรากฏระหว่างวันที่ 4–8 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 กลับสะท้อนความจริงอีกด้านหนึ่ง เมื่อประชาชนชาวอิหร่านจำนวนมหาศาลออกมาร่วมพิธีไว้อาลัยและพิธีฝังศพของผู้นำสูงสุด ขณะที่ผู้นำและผู้แทนจากประเทศพันธมิตรของอิหร่านในภูมิภาคต่างเดินทางเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ภาพดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงความเศร้าโศกต่อการสูญเสียผู้นำ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพของสังคมอิหร่านและความต่อเนื่องของอุดมการณ์ที่ดำรงอยู่เหนือบุคคล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การทำความเข้าใจปรากฏการณ์นี้จำเป็นต้องก้าวข้ามการวิเคราะห์เชิงการเมืองแบบรัฐชาติสมัยใหม่ และหันไปทำความเข้าใจอิหร่านในฐานะรัฐอารยธรรมที่มีรากฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมยาวนานหลายพันปี อิหร่านมิได้เป็นเพียงรัฐที่มีพรมแดนและสถาบันทางการเมือง แต่เป็นสังคมที่หล่อหลอมขึ้นจากความทรงจำร่วม ศรัทธาทางศาสนา และวัฒนธรรมแห่งการอดทนและการเสียสละ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในหลายวัฒนธรรม ความตายเป็นสัญลักษณ์ของการสูญเสียและการสิ้นสุด แต่ในวัฒนธรรมของอิหร่าน โดยเฉพาะในโลกทัศน์ของอิสลามนิกายชีอะห์ ความตายมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น ความตายสามารถเป็นการแสดงออกถึงศรัทธา เป็นการยืนยันคุณค่าของความยุติธรรม และเป็นการเดินทางสู่ความสมบูรณ์ทางจิตวิญญาณ โดยเฉพาะการเสียชีวิตในฐานะ “ชะฮีด” หรือผู้พลีชีพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวคิดเรื่องชะฮีดมีรากฐานสำคัญมาจากเหตุการณ์กัรบาลาเมื่อกว่าพันสามร้อยปีก่อน เมื่ออิหม่ามฮูเซ็น หลานของศาสดามุฮัมมัด ยืนหยัดต่อสู้กับอำนาจที่ชาวชีอะห์มองว่าไม่ชอบธรรม แม้จะทราบว่าการต่อสู้นั้นจะนำไปสู่ความตายของตนและครอบครัวก็ตาม เหตุการณ์กัรบาลาจึงไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ในอดีต แต่ได้กลายเป็นความทรงจำร่วมที่หล่อหลอมอัตลักษณ์ทางศาสนาและการเมืองของชาวชีอะห์ทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับชาวอิหร่านจำนวนมาก การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดจึงมิได้เป็นเพียงการสูญเสียผู้นำทางการเมืองหรือผู้นำทางศาสนา หากแต่เป็นการเดินตามแบบอย่างของอิหม่ามฮูเซ็น เป็นการเสียชีวิตในฐานะผู้พลีชีพเพื่อศรัทธา ความยุติธรรม และศักดิ์ศรีของชาติ ความตายเช่นนี้ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นความพ่ายแพ้ แต่เป็นชัยชนะทางศีลธรรมและเป็นการต่ออายุความทรงจำแห่งกัรบาลาในโลกสมัยใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ พิธีไว้อาลัยและพิธีฝังศพในสังคมอิหร่านจึงมีความหมายมากกว่าการอำลาผู้เสียชีวิต น้ำตา การเดินขบวน และการรวมตัวของผู้คนจำนวนมหาศาลมิใช่สัญลักษณ์ของความอ่อนแอ แต่เป็นกระบวนการทางสังคมที่ทำหน้าที่ยืนยันความเป็นชุมชนแห่งศรัทธา และเปลี่ยนความเจ็บปวดให้กลายเป็นพลังทางการเมืองและความเป็นเอกภาพของชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในอีกด้านหนึ่ง เหตุการณ์ดังกล่าวยังสะท้อนข้อจำกัดของยุทธศาสตร์ที่เชื่อว่า การกำจัดผู้นำสามารถทำลายรัฐและอุดมการณ์ได้ หากการลอบสังหารมีเป้าหมายเพื่อทำให้อิหร่านอ่อนแอ ภาพที่ปรากฏในพิธีฝังศพกลับสะท้อนผลลัพธ์ในทิศทางตรงกันข้าม เพราะความตายของผู้นำได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการระดมพลังทางสังคมครั้งใหม่ และยิ่งตอกย้ำความชอบธรรมของอุดมการณ์แห่งการต่อต้านการครอบงำจากภายนอก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ พิธีฝังศพครั้งนี้ยังมีนัยสำคัญต่อภูมิรัฐศาสตร์ของตะวันออกกลาง การเข้าร่วมของตัวแทนจากประเทศและขบวนการพันธมิตรสะท้อนให้เห็นว่า อิหร่านยังคงมีบทบาทในฐานะศูนย์กลางทางอุดมการณ์และการเมืองของภูมิภาค แม้จะเผชิญกับการสูญเสียผู้นำสูงสุดก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ตะวันออกกลางถูกกำหนดโดยระเบียบที่ตั้งอยู่บนการครอบงำของมหาอำนาจภายนอก การใช้กำลังทางทหาร การคว่ำบาตร และการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองจากภายนอก แต่เหตุการณ์ในอิหร่านกำลังแสดงให้เห็นข้อจำกัดของระเบียบดังกล่าว เพราะแม้ผู้นำจะจากไป แต่อุดมการณ์ยังคงอยู่ แม้บุคคลจะเสียชีวิต แต่ความทรงจำร่วมและศรัทธาของประชาชนยังคงดำรงอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในความหมายเชิงสัญลักษณ์ พิธีฝังศพของผู้นำสูงสุดอิหร่านจึงมิใช่เพียงการสิ้นสุดของชีวิตบุคคลหนึ่ง หากแต่เป็นการประกาศว่าการเมืองของตะวันออกกลางกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ยุคที่อัตลักษณ์ทางอารยธรรม ศรัทธาทางศาสนา และพลังของสังคมภายในภูมิภาคมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดอนาคตของตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากกัรบาลาเป็นสัญลักษณ์แห่งการเสียสละในอดีต เตหะรานในวันนี้ก็กำลังกลายเป็นพื้นที่ที่ความทรงจำนั้นถูกทำให้มีชีวิตขึ้นอีกครั้ง จากกัรบาลาสู่เตหะราน ความตายของผู้พลีชีพจึงมิใช่จุดจบ หากแต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ของประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และบางที สิ่งที่กำลังสิ้นสุดลงอาจไม่ใช่อิหร่าน แต่คือระเบียบโลกเดิมในตะวันออกกลางที่เชื่อว่าอำนาจทางทหารและการกำจัดผู้นำเพียงอย่างเดียวสามารถกำหนดชะตากรรมของรัฐและสังคมได้ เพราะในอิหร่าน ความตายอาจไม่ใช่จุดจบ หากแต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธา ชาติ และวิสัยทัศน์ต่อระเบียบใหม่ของภูมิภาคตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;strong&gt;ผศ.ดร.พรพรรณ โปร่งจิตร&lt;br /&gt;
ผู้อำนวยการศูนย์เอเชียแปซิฟิกศึกษา&lt;br /&gt;
คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-large wp-image-5796002&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-683x1024.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;683&quot; height=&quot;1024&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-683x1024.jpg 683w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-200x300.jpg 200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-768x1152.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-1024x1536.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-1366x2048.jpg 1366w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-728x1092.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-1068x1602.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-280x420.jpg 280w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-400x600.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-250x375.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472.jpg 1707w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 683px) 100vw, 683px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795982?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง</dc:alternative><dc:abstract>จากกัรบาลาสู่เตหะราน: เมื่อความตายไม่ใช่จุดจบของอิหร่าน แต่เป็นการเกิดใหม่ของศรัทธาและระเบียบตะวันออกกลาง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T11:09:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T11:09:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/156465846541635132.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/156465846541635132-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/S__4382767-scaled-e1783422573472-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1707</mi:x1><mi:y1>2560</mi:y1><mi:x2>1707</mi:x2><mi:y2>2560</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/156465846541635132.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/156465846541635132-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795893]]></link><pubDate>2026-07-07T17:13:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795893</guid><description>กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม กระทรวงการต่างประเทศออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีเหตุระเบิดในฝั่งกัมพูชา โดยระบุว่า ตามที่ฝ่ายกัมพูชากล่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม กระทรวงการต่างประเทศออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหากรณีเหตุระเบิดในฝั่งกัมพูชา โดยระบุว่า ตามที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่าทหารไทยได้ขว้างระเบิดมือเข้าไปยังที่ตั้งของกัมพูชาเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 พร้อมทั้งมีการเผยแพร่ภาพทหารกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บในสื่อสังคมออนไลน์นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพบกและศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย–กัมพูชา (Joint Information Center on the Thailand-Cambodia Situation: JIC) ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหน่วยทหารในพื้นที่พบว่า เป็นเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในฝั่งกัมพูชาเอง ไม่ใช่เกิดจากการกระทำโดยฝ่ายไทยตามที่กล่าวอ้าง และประเมินว่า เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเกิดจากการที่กำลังพลชุดใหม่ของกัมพูชาขาดความชำนาญและไม่คุ้นเคยพื้นที่ จนอาจประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดที่ตกค้างในพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศไทยขอยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทยอยู่ภายใต้คำสั่ง กฎการใช้กำลัง กฎหมายระหว่างประเทศ และถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ของการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 ระหว่างไทยกับกัมพูชา เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 อย่างเคร่งครัด โดยยึดมั่นในหลักความอดกลั้น ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชายุติการกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน ซึ่งนอกจากถือเป็นการขาดวิจารณญาณ บิดเบือนข้อมูลซึ่งก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและแสดงถึงความไม่จริงใจ ยังจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อบรรยากาศความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795893?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน</dc:alternative><dc:abstract>กต. ปัดตกคำอ้างเขมร ชี้เหตุระเบิดเกิดในฝั่งกัมพูชา อย่ากล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T10:13:29+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T10:13:29+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/กต-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795868]]></link><pubDate>2026-07-07T16:56:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795868</guid><description>Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน Microsoft บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกประกาศปลดพนักงาน 4,800 ตำแหน่ง หรือคิดเป็นประมาณ 2.1% ของพนักงานทั้งหมดของบริษัท โดยธุรกิจเกม Xbo [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;&lt;strong&gt;Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน&lt;/strong&gt;&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;Microsoft บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกประกาศปลดพนักงาน 4,800 ตำแหน่ง หรือคิดเป็นประมาณ 2.1% ของพนักงานทั้งหมดของบริษัท โดยธุรกิจเกม Xbox จะได้รับผลกระทบจากการปลดพนักงานครั้งนี้มากที่สุด เนื่องจากตำแหน่งงานมากกว่า 1,600 ตำแหน่งใน Xbox ได้ถูกยกเลิกทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอมี่ โคลแมน รองประธานบริหารของไมโครซอฟท์ แจ้งพนักงานผ่านบันทึกภายในว่า บริษัทจำเป็นต้องมุ่งเน้นการลงทุนและทรัพยากรไปยังธุรกิจที่สามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้ ท่ามกลางอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โคลแมนระบุว่า ความต้องการของลูกค้ากำลังเปลี่ยนแปลงไป จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ไมโครซอฟท์ต้องปรับลดพนักงานทั้งบริษัท เพราะบริษัทต่าง ๆ ไม่สามารถเลือกได้ว่าอุตสาหกรรมของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ สิ่งที่เลือกได้คือพวกเขาจะปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงนั้นหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โคลแมนยังย้ำว่า แม้ตำแหน่งงานที่ถูกยกเลิกจะไม่ได้ถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่ก็เป็นความจริงที่ว่า AI กำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของผู้คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านอาชา ชาร์มา ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Xbox ได้ส่งบันทึกถึงพนักงานว่า นี่คือจุดเริ่มต้นการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Xbox&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาร์มายังบอกด้วยว่า สตูดิโอพัฒนาเกมของ Xbox 4 แห่ง ได้แก่ Compulsion Games, Double Fine Productions, Ninja Theory และ Undead Labs จะถูกแยกออกไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ Xbox จะลดตำแหน่งงานลงอีกประมาณ 1,600 ตำแหน่ง อันเป็นผลจากการปรับโครงสร้างดังกล่าว ชาร์มาระบุในข้อความผ่าน X ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีขึ้นเพื่อสร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่กว่าให้กับ Xbox ไม่ใช่ทำให้อนาคตของ Xbox เล็กลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยบริษัทที่เข้าใจผิดว่าการอยู่รอดมายาวนานหมายความว่าจะอยู่รอดต่อไปได้อย่างแน่นอน เราจะไม่เป็นหนึ่งในบริษัทเหล่านั้น&amp;#8221; ชาร์มากล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประกาศปลดพนักงานของ Microsoft ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมเกมกำลังเผชิญความยากลำบาก หลังจากสตูดิโอเกมจำนวนมากยังคงได้รับผลกระทบจากการเลิกจ้างครั้งใหญ่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปี 2024 Xbox ได้ปลดพนักงานมากกว่า 2,000 คน และปิดสตูดิโอเกม 4 แห่งที่บริษัทเคยเข้าซื้อกิจการไว้ ก่อนการซื้อกิจการครั้งใหญ่ของ Activision Blizzard ผู้พัฒนาเกม Call of Duty เพียงหนึ่งปีเศษหลังจากนั้น ไมโครซอฟท์ก็ประกาศแผนลดพนักงานเพิ่มเติมอีกสูงสุด 9,000 ตำแหน่ง พร้อมเดินหน้าลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ด้าน AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่พุ่งสูงขึ้นยังทำให้บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง รวมถึง Microsoft ต้องปรับขึ้นราคาคอนโซลเกมและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค แม้ว่าผลิตภัณฑ์บางรุ่นจะวางจำหน่ายมาหลายปีแล้วก็ตาม โดยหลายฝ่ายมองว่า สาเหตุสำคัญมาจากศูนย์ข้อมูล AI ที่ต้องการชิปและฮาร์ดแวร์จำนวนมาก จนทำให้อุปทานไม่เพียงพอกับความต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795868?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน</dc:alternative><dc:abstract>Microsoft ปลดพนง. 4,800 ตำแหน่ง Xbox อ่วม เจอตัดทิ้งกว่า 1,600 คน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T09:56:22+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T09:56:22+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795832]]></link><pubDate>2026-07-07T16:41:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795832</guid><description>บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม สื่อทางการซีเรียรายงานว่า เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อนใกล้กับโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย ใน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม สื่อทางการซีเรียรายงานว่า เกิดเหตุระเบิด 2 ครั้งซ้อนใกล้กับโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรีย ในเช้าวันอังคาร(7 ก.ค.) ที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส พบปะกับภาคประชาสังคมอยู่ ในระหว่างการเยือนประเทศซีเรียอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ผู้นำฝรั่งเศสปลอดภัยดีและได้เดินทางเข้าพบกับประธานาธิบดีอาห์เหม็ด อัล-ชาราของซีเรียไม่นานหลังจากนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นในย่านที่พลุกพล่านระหว่างกระทรวงท่องเที่ยวของซีเรียกับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโรงแรมโฟร์ซีซันส์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่นายมาครงพบหารือกับกลุ่มภาคประชาสังคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อทางการซีเรียรายงานว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 18 ราย รวมถึงตำรวจ 4 นาย โดยเหตุระเบิดครั้งแรกเกิดขึ้นไม่นานหลังจากขบวนรถของผู้นำฝรั่งเศสออกเดินทางไปยังทำเนียบประธานาธิบดีซีเรีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจากสำนักข่าวรอยเตอร์เผยให้เห็นเปลวไฟและกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากถังขยะ ในขณะที่กล้องสามารถบันทึกภาพเหตุระเบิดครั้งที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรได้ โดยระเบิดขึ้นใกล้กับรถพยาบาลคันหนึ่งที่จอดอยู่ ซึ่งมีผู้คนอยู่ในจุดดังกล่าวประมาณ 20 กว่าคน แรงระเบิดส่งผลให้เกิดเปลวไฟลุกไหม้และกลุ่มควันลอยขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินระดมกำลังดับไฟ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิดีโอที่รอยเตอร์บันทึกไว้ยังแสดงให้เห็นขบวนรถของมาครงกำลังมุ่งไปหน้าไปยังทำเนียบประธานาธิบดีซีเรียก่อนจะเกิดระเบิดขึ้น และยังมีรูปถ่ายที่ประธานาธิบดีมาครงถ่ายร่วมกับประธานาธิบดีชารา เจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ทางการซีเรีย ขณะพบกันที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงดามัสกัสเผยแพร่ออกมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังฝ่ายความมั่นคงภายในของซีเรียได้เปิดปฏิบัติการค้นหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดครั้งนี้ และมีการปิดกั้นถนนและวางมาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วพื้นที่หลังเกิดเหตุระเบิดอย่างเข้มข้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงานประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุว่าไม่ได้ยินเสียงระเบิดจากขบวนรถของประธานาธิบดีมาครง และนักข่าวรอยเตอร์ที่ติดตามมาครงก็ไม่ได้ยินเสียงระเบิดหรือเห็นความวุ่นวายใดๆ ระหว่างการปฏิบัติภารกิจในช่วงเช้าของผู้นำฝรั่งเศส ซึ่งมีรายงานว่าเขาจะยังปฏิบัติภารกิจตามกำหนดการที่ไว้วางสำหรับวันนี้ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุระเบิดที่เกิดครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความท้าทายด้านความมั่นคงที่ซีเรียยังเผชิญอยู่ หลังจากประเทศตกอยู่ในความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่ม รวมถึงกองกำลังรัฐอิสลาม(ไอเอส) ขณะที่ประธานาธิบดีมาครง เป็นผู้นำมหาอำนาจชาติยุโรปคนแรกที่เยือนซีเรีย นับตั้งแต่กลุ่มกบฎที่นำโดยชาราโค่นล้มระบอบอำนาจบาชาร์ อัล-อัสซาด อดีตผู้นำเผด็จการซีเรียลงได้ในปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เมื่อสัปดาห์ก่อนยังเกิดเหตุระเบิดโจมตีคาเฟ่แห่งหนึ่งในกรุงดามัสกัส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และได้รับบาดเจ็บ 20 ราย โดยยังไม่มีกลุ่มใดออกมากล่าวอ้างว่าเป็นผู้ลงมือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795832?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย</dc:alternative><dc:abstract>บึ้ม 2 ครั้งซ้อน เขย่ากรุงดามัสกัส เจ็บ 18 รับปธน.มาครง เยือนซีเรีย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T09:41:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T09:41:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T075456Z_1831489698_RC2V8MAKAC5N_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T080440Z_909252295_RC2V8MAHVB3F_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T080440Z_909252295_RC2V8MAHVB3F_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T080823Z_1741349235_RC2V8MAYRJVJ_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T080823Z_1741349235_RC2V8MAYRJVJ_RTRMADP_3_SYRIA-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>491</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>491</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795586]]></link><pubDate>2026-07-07T15:48:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795586</guid><description>นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้นำองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เตรียที่จะเปิดเผยข้อตกลงขายอา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้นำองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) เตรียที่จะเปิดเผยข้อตกลงขายอาวุธมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่กรุงอังการาในวันที่ 7 กรกฎาคม เพื่อแสดงให้เห็นว่านาโตรับฟังข้อเรียกร้องของสหรัฐ ที่ต้องการให้สมาชิกนาโตเพิ่มงบประมาณในการป้องกันยุโรปให้มากขึ้น ก่อนที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดนาโตร่วมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลต่างๆ ของยุโรปซึ่งเป็นสมาชิกนาโตเตรียมประกาศข้อตกลงเหล่านี้ในเวทีการประชุมเรื่องอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของนาโต ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะเดินทางมาพบกับ เรเจพ เทยิป แอร์โดอาน ประธานาธิบดีตุรกี และเข้าร่วมกับเหล่าผู้นำนาโต ซึ่งจะเริ่มต้นการประชุมด้วยการจัดเลี้ยงอาหารค่ำในช่วงเย็นวันอังคานี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม มาร์ค รุตเตอ เลขาธิการนาโตกล่าวว่า รัฐบาลของชาติในยุโรปได้เพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศเป็นจำนวนมาก เนื่องจากความเกรงกลัวต่ออิทธิพลของรัสเซียซึ่งเพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่การรุกรานยูเครนในปี 2022 และอีกส่วนหนึ่งก็เพราะทรัมป์ได้ ‘กดดันอย่างมหาศาล’ ให้พวกเขาตัดสินใจเช่นนี้  เนื่องจากทรัมป์วิจารณ์ยุโรปว่ามักพึ่งพาสหรัฐในการป้องกันประเทศผ่านนาโตมากเกินไป และว่า “ขณะนี้เรากำลังสร้างพันธมิตรที่ยั่งยืน และสหรัฐรู้ดีว่านี่เป็นข้อตกลงที่เป็นธรรม”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ รายละเอียดของข้อตกลงด้านอาวุธที่จะประกาศออกมายังคงไม่ถูกเปิดเผย ซึ่งเป็นความพยายามของนาโตในการปลุกความสนใจก่อนการประชุมสุดยอดจะเริ่มขึ้น อย่างไรก็ดี ดิลาน เยซิลโกซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า เนเธอร์แลนด์จะประกาศข้อตกลงและแผนการลงทุนมูลค่ากว่า 3 พันล้านยูโร ซึ่งรวมถึงความร่วมมือกับเบลเยียมในด้านการป้องกันภัยทางอากาศและกับอังกฤษในด้านเรือรบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังบอกกับรอยเตอร์ว่า นาโตยังวางแผนประกาศถึงแผนการเปลี่ยนเครื่องบินตรวจการณ์ AWACS ซึ่งมีอายุการใช้งานนานแล้วและผลิตโดยสหรัฐ เป็นเครื่องบิน GlobalEye ของ Saab จากสวีเดนอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795586?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา</dc:alternative><dc:abstract>นาโตเผยดีลอาวุธล็อตใหญ่ ก่อนพบทรัมป์ ร่วมประชุมสุดยอดในอังการา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T08:50:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T08:50:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/nt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็นกม.ปิดปาก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795574]]></link><pubDate>2026-07-07T15:25:10+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795574</guid><description>มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็น กม.ปิดปาก เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เกาหลีใต้ได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายซึ่งเปิดทางให้มีการเรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็น กม.ปิดปาก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เกาหลีใต้ได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายซึ่งเปิดทางให้มีการเรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษในอัตราสูงจากสำนักข่าวและผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ (อินฟลูเอนเซอร์) ที่เผยแพร่เฟคนิวส์หรือข้อมูลอันเป็นเท็จแล้ว ท่ามกลางเสียงเตือนขององค์กรสื่อที่มองว่ากฎหมายดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวในการแสดงความคิดเห็นสาธารณะและเปิดช่องให้มีการเซ็นเซอร์ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มนักข่าวและกลุ่มสิทธิพลเมืองชี้ว่ากฎหมายฉบับนี้ใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือ โดยไม่ได้ระบุชัดเจนว่าข้อมูลประเภทใดเป็นสิ่งต้องห้าม อีกทั้งยังขาดมาตรการคุ้มครองสื่อที่เพียงพอ จึงอาจทำให้การรายงานข่าวเชิงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง และธุรกิจขนาดใหญ่ลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กฎหมายใหม่นี้เปิดทางให้ศาลสั่งให้องค์กรสื่อและช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ รวมถึงผู้สร้างคอนเทนต์บนยูทูบ จ่ายชดเชยค่าเสียหายสูงสุดถึง 5 เท่าของความเสียหายที่พิสูจน์ได้ หากมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมาย เป็นเท็จหรือถูกบิดเบือน โดยมีเจตนาที่จะสร้างความเสียหายหรือแสวงหาผลกำไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ผู้ที่ยังเผยแพร่ข้อมูลเดิมมากกว่า 2 ครั้ง หลังจากศาลมีคำชี้ขาดยืนยันแล้วว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จหรือถูกบิดเบือน อาจถูกหน่วยงานกำกับดูแลสื่อของเกาหลีใต้ ปรับเป็นเงินสูงสุด 1,000 ล้านวอน หรือประมาณ 21.8 ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนบริษัทอินเตอร์เน็ตที่ให้บริการแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีผู้ใช้งานมากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน จะต้องดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น ลบเนื้อหาที่ถูกร้องเรียน หรือระงับบัญชีผู้ใช้งาน เมื่อได้รับรายงานเกี่ยวกับข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยมิชอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กฎหมายฉบับนี้ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีอี แจมยอง และพรรคประชาธิปไตยซึ่งเป็นพรรครัฐบาล และผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา แม้ว่าพรรคฝ่ายค้านจะบอยคอตการลงมติก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝ่ายรัฐบาลระบุว่ากฎหมายดังกล่าวมีความจำเป็นในการต่อสู้กับข่าวปลอมและการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะทำให้เกิดความแตกแยกและสร้างความเกลียดชังในสังคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีท่าทีจากสมาคมผู้สื่อข่าวเกาหลีระบุว่า เพียงแค่มีความเป็นไปได้ที่องค์กรข่าวจะต้องเผชิญกับการถูกเรียกร้องค่าเสียหายจำนวนมหาศาล หรือข้อพิพาททางกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;แม้วัตถุประสงค์ของกฎหมายจะเป็นสิ่งที่ชอบธรรม แต่หากมีการบังคับใช้ในลักษณะที่ทำให้สื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบผู้มีอำนาจ กฎหมายดังกล่าวก็อาจบ่อนทำลายรากฐานของระบอบประชาธิปไตยได้&amp;#8221; แถลงการณ์ของสมาคมผู้สื่อข่าวเกาหลีระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำกรุงโซล แสดงความกังวลเช่นกันว่า กฎหมายฉบับนี้อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของสื่อมวลชนและการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารอย่างเสรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนคณะกรรมการสื่อและการสื่อสารแห่งเกาหลี ได้ลดทอนความกังวลที่ว่ากฎหมายฉบับนี้อาจถูกรัฐใช้เป็นเครื่องมือในการเซ็นเซอร์ โดยระบุว่า ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มออนไลน์ของภาคเอกชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าเนื้อที่มีการรายงานเข้ามานั้น เข้าข่ายเป็นข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่ถูกบิดเบือนหรือไม่ ไม่ใช่รัฐบาล อีกทั้งกฎหมายฉบับนี้ยังกำหนดข้อยกเว้นไม่ให้มีการเรียกร้องค่าเสียหายสำหรับการรายงานข้อมูลที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795574?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็นกม.ปิดปาก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็นกม.ปิดปาก</dc:alternative><dc:abstract>มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็นกม.ปิดปาก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T09:51:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T09:51:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188205418470-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795149]]></link><pubDate>2026-07-07T12:27:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795149</guid><description>ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน ศาลจีนมีคำพิพากษาประหารชีวิต หยาง โหย่วหลิน วัย 69 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลท้องถิ่นในเมืองหนานจิง เมืองเอกของมณฑลเจียงซู ซึ่ง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ศาลจีนมีคำพิพากษาประหารชีวิต หยาง โหย่วหลิน วัย 69 ปี อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลท้องถิ่นในเมืองหนานจิง เมืองเอกของมณฑลเจียงซู ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของจีน หลังเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานทุจริตคอรัปชัน รวมถึงใช้อำนาจโดยมิชอบ ฟอกเงิน และข้อหาอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลประชาชนกลางเมืองฉางโจว ในมณฑลเจียงซู เผยแพร่คำพิพากษาเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ว่า ระหว่างปี 1993-2023 หยาง โหย่วหลิน ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการหลายตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ รับเงินรวมถึงทรัพย์สินต่างๆ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2.2 พันล้านหยวน หรือกว่า 1.06 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นจำนวนเงินจากการทุจริตที่สูงที่สุดในรอบหลายปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลระบุว่า หยางซึ่งรับราชการมานานถึง 30 ปี รับผิดชอบงานเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในเมืองหนานจิง และยังเคยดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการบริหารคณะกรรมการบริหารเขตพัฒนาเศรษฐกิจนครหนานจิง ได้กระทำความผิดที่มีความร้ายแรงอย่างยิ่ง และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลต่อผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน โดยเจ้าตัวได้ยอมรับผิดและแสดงความสำนึกผิดในการปรากฎตัวครั้งสุดท้ายต่อศาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การปราบปรามการทุจริตครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทำให้เจ้าหน้าที่หลายล้านคนในระบบราชการจีนถูกสอบสวนในข้อหาทุจริต แต่ส่วนใหญ่จบลงที่การดำเนินมาตรการทางวินัย ขณะที่คดีที่ถูกส่งฟ้องต่อศาลและลงโทษด้วยการประหารชีวิต รวมถึงการนำโทษประหารไปบังคับใช้จริงในคดีทุจริตถือว่าเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทั่วไป เจ้าหน้าที่ที่รับสินบนเป็นเงินจำนวนมากมักถูกตัดสินให้รับ โทษประหารชีวิตแบบรอลงอาญา ซึ่งเป็นรูปแบบที่มักได้รับการลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิต หากผู้ต้องโทษไม่มีความผิดเพิ่มเติมในช่วงระยะเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี หากย้อนดูคดีทุจริตสำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะพบว่า ศาลจีนมักพิจารณาลงโทษประหารชีวิตในคดีที่เกี่ยวข้องกับการรับสินบนหรือยักยอกเงินที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านหยวน หรือราว 4.8 พันล้านบาทขึ้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795149?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน</dc:alternative><dc:abstract>ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตจนท.รัฐ รับสินบนมโหฬาร 1.06 หมื่นล้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T06:07:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T06:07:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795026]]></link><pubDate>2026-07-07T11:54:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5795026</guid><description>จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม สำนักข่าวซินหัว สื่อทางการรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย หลังเกิดพาย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม สำนักข่าวซินหัว สื่อทางการรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย หลังเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงในมณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของจีน ขณะที่ในวันจันทร์(6 ก.ค.) มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 รายจากเหตุน้ำท่วม ในเมืองหนานหนิง ทางตอนใต้ของประเทศ อันเป็นผลจากฤทธิ์ของไต้ฝุ่นไมสักที่พัดถล่ม ซึ่งก่อฝนตกหนัก จนทำให้แม่น้ำและอ่างเก็บน้ำหลายแห่งของจีนมีระดับน้ำสูงขึ้นจนเอ่อทะลักท่วมหลายพื้นที่ ท่ามกลางคำเตือนของนักพยากรณ์อากาศที่กำลังเฝ้าระวังพายุอีกลูก คือ ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ที่กำลังเคลื่อนตัวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมุ่งหน้าสู่ไต้หวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักอุตุนิยมวิทยากล่าวว่า ไต้ฝุ่นไมสัก ซึ่งพัดถล่มประเทศเวียดนามและเกาะไห่หนานทางตอนใต้ของจีนในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จะปล่อยปริมาณน้ำฝนจำนวนมหาศาลที่ดูดซับมาระหว่างเคลื่อนตัวข้ามทะเลจีนใต้ ขณะที่พายุอ่อนกำลังลงและเคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเว่ย เจียง รองนายกเทศมนตรีเมืองหนานหนิง เปิดเผยเมื่อค่ำวันจันทร์ว่า มีประชาชนราว 55,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมในเมืองหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองกว่างซีแล้ว โดยระดับน้ำได้ล้นหรือทะลุแนวกั้นของอ่างเก็บน้ำ 3 แห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการได้ยกระดับการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินด้านการควบคุมน้ำท่วมขึ้นสู่ระดับสูงสุด เนื่องจากคาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงและเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่เมืองกุ้ยกัง น้ำท่วมได้ทำให้ถนนสายใหญ่กลายเป็นทะเลสาบ รถยนต์หลายคันจมอยู่ใต้น้ำ และกระแสน้ำสีน้ำตาลขุ่นไหลบ่าลงจากเนินเขาเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้างแห่งหนึ่ง ขณะที่กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนระบุว่า ระดับน้ำที่สถานีอุทกวิทยาเมืองกุ้ยกังเพิ่มสูงถึง 42 เมตร เมื่อเวลา 12.30 น.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนที่มณฑลหูเป่ย ทางตอนกลางของประเทศ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย หลังจากพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงพัดถล่ม ซึ่งนักพยากรณ์อากาศเตือนว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของประชาชนราว 200 ล้าน โดยเพียง 4 ชั่วโมงในช่วงเย็นวันจันทร์ ลมกระโชกแรงที่มีความเร็วสูงสุด 149 กม./ชม. ได้พัดถล่มเมืองหวงสือ, หวงกัง, เอ้อโจว และ เซียนหนิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีนยังเตือนว่า พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกว่างซีและพื้นที่ทางตะวันออก ได้แก่ มณฑลเจียงซูและซานตง ควรเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก ปริมาณสูงสุด 260 มิลลิเมตร ภายใน 24 ชม.ข้างหน้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดดินถล่มขึ้นได้ ขณะที่พื้นที่อื่นๆ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ของจีนมีความเสี่ยงที่จะเกิดพายุทอร์นาโด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน จีนยังคงเฝ้าระวังซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ที่กำลังเคลื่อนตัวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมุ่งหน้าสู่ไต้หวัน ซึ่งสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐระบุว่า ซุปเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่มีความเร็วลมสูงสุดถึง 290 กม./ชม. ขณะเคลื่อนผ่านเกาะกวม, ทิเนียน, ไซปัน และ โรตา เมื่อวันจันทร์ โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของจีนเตือนว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่จะก่อลมแรงและฝนตกหนักทางตะวันออกของจีนตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคมเป็นต้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้นักอุตุนิยมวิทยาจีนระบุว่า สภาพอากาศสุดขั้วที่ทวีความรุนแรงขึ้นมีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ กำลังคุกคามจีนด้วยการสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยอุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายแก่หลายเมือง ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม และทำลายผลผลิตทางการเกษตรของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5795026?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่</dc:alternative><dc:abstract>จีนอ่วมฤทธิ์พายุ ไต้ฝุ่นไมสัก ก่อฝนถล่ม-น้ำท่วมหนัก ดับรวมแล้ว 12 เตรียมรับมือทอร์นาโด-ไต้ฝุ่นบาหวี่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T09:22:05+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T09:22:05+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26188103774051-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T021649Z_1216044457_RC2F8MAFW3SC_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-07T021649Z_1216044457_RC2F8MAFW3SC_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>460</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>460</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794871]]></link><pubDate>2026-07-07T10:31:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794871</guid><description>ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนรายงานว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง 16 คน ในเขตภูเขาแห่งหนึ่งในมณฑลกานซูทางตะวันตกของจีน หลังจากเกิด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนรายงานว่า มีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง 16 คน ในเขตภูเขาแห่งหนึ่งในมณฑลกานซูทางตะวันตกของจีน หลังจากเกิดดินถล่มเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CCTV ระบุว่า ในตอนแรกมีผู้ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังทั้งหมด 33 คน และขณะนี้ได้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือออกมาได้แล้ว 17 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในเขตตันชาง อย่างไรก็ดียังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของดินถล่มครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794871?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง</dc:alternative><dc:abstract>ดินถล่มในกานซู จีนเร่งช่วยคน คาด 16 ชีวิต ยังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T03:31:08+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T03:31:08+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794779]]></link><pubDate>2026-07-07T10:20:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794779</guid><description>เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐสองคนว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 2  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าว Axios รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐสองคนว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 2 ลูกใส่เรือพาณิชย์ที่กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในคืนวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม ทำให้เรือพาณิชย์ 2 ลำได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือผู้ได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเลของสหราชอาณาจักร United Kingdom Maritime Trade Operations (UKMTO) เผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งเกิดเพลิงไหม้ หลังถูกวัตถุไม่ทราบชนิดพุ่งชน บริเวณทางตะวันออกของเมืองลิมาห์ ในประเทศโอมาน ช่วงเช้าของวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;UKMTO ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวถูกวัตถุปริศนาพุ่งชนบริเวณกราบซ้ายของเรือ ขณะกำลังแล่นมุ่งหน้าลงใต้ ห่างจากเมืองลิมาห์ไปทางตะวันออกราว 15 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ทั้งยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านรอยเตอร์ระบุว่า ยังไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องของรายงานข่าวจาก Axios ได้ในทันที และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า เรือที่ Axios รายงานว่าถูกโจมตีนั้น เป็นเรือลำเดียวกับเรือบรรทุกน้ำมันที่ UKMTO แจ้งเตือนหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ยังไม่ได้มีคำตอบเมื่อรอยเตอร์ขอความเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานดังกล่าวเน้นย้ำเห็นถึงความเสี่ยงต่อการเดินเรือในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางน้ำแคบๆ ระหว่างอิหร่านกับโอมาน และเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลก ขณะที่ในช่วงสงครามที่ปะทุขึ้นจากการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐและอิสราเอล เรือพาณิชย์หลายลำตกเป็นเป้าหมายการโจมตี แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีข้อตกลงชั่วคราวที่รวมถึงการรับประกันการเดินเรืออย่างปลอดภัยก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐและอิหร่านสิ้นสุดลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยไม่มีสัญญาณใดๆ ต่อสาธารณะว่ามีความคืบหน้าไปสู่การบรรลุข้อตกลงสันติภาพระยะยาว แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะอยู่ภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 60 วัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้การทูตดำเนินต่อไป หลังจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลที่จุดชนวนให้เกิดความขัดแย้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า “สหรัฐจะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน หรือไม่ก็จะจัดการให้เสร็จสิ้น” ซึ่งเป็นการตอกย้ำคำขู่ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารอีกครั้ง ขณะที่อิหร่านยังคงแสดงท่าทีท้าทาย ภายหลังพิธีศพของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า IRGC ได้ส่งคำเตือนผ่านวิทยุสื่อสารทางทะเลในช่วงสุดสัปดาห์ว่า &amp;#8220;ขีปนาวุธและโดรนของเราพร้อมที่จะยิงใส่พวกคุณ&amp;#8221; โดยอ้างอิงจากบันทึกเสียงที่ได้รับมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วอลล์สตรีทเจอร์นัลระบุว่า หนึ่งในเรือที่ถูกโจมตีดูเหมือนจะเป็น Al Rekayyat ซึ่งเป็นเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่บริษัท Nakilat ที่มีบริษัทขนส่งก๊าซกาตาร์จำกัดเป็นเจ้าของและผู้บริหาร โดยบริษัทแห่งนี้ดำเนินงานกองเรือบรรทุก LNG ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยเรือถูกโจมตีบริเวณกราบซ้าย เหนือห้องเครื่องยนต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วอลล์สตรีทเจอร์นัลยังอ้างข้อความจากบันทึกเสียงว่า ห้องเครื่องยนต์เกิดเพลิงไหม้และเต็มไปด้วยควัน ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายเพิ่มเติมได้ ลูกเรือทุกคนปลอดภัยและรวมตัวกันอยู่บริเวณกราบขวาของเรือ ทั้งนี้ เรือลำดังกล่าวอยู่บริเวณปากทางเข้าช่องแคบฮอร์มุซในอ่าวโอมานเมื่อถูกโจมตี ขณะที่บริษัทต่างๆ ยังไม่ตอบสนองใดๆ เมื่อถูกตามความเห็นเกี่ยวกับรายงานข่าวดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794779?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก</dc:alternative><dc:abstract>เดือดอีก! อิหร่านยิงขีปนาวุธ 2 ลูก ใส่เรือพาณิชย์ในฮอร์มุซ เสียหายหนัก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T03:20:50+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T03:20:50+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/hmss-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794762]]></link><pubDate>2026-07-07T08:33:52+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794762</guid><description>รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว บีบีซีรายงานว่า ซัมซุง อิเล็กโทรนิคส์ บริษัทด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ เผยว่า บริษัทคาดว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า หรือคิดเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า ซัมซุง อิเล็กโทรนิคส์ บริษัทด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ เผยว่า บริษัทคาดว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า หรือคิดเป็นประมาณ 1,800% โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซัมซุงคาดการณ์ว่า เพียงแค่ช่วงไตรมาสเดียวตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน บริษัทจะมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 89 ล้านล้านวอน หรือ 58,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติกำไรรายไตรมาสที่สูงสุดติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทใหญ่ๆ ของเกาหลีใต้ เช่น ซัมซุง มักจะประกาศตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการล่วงหน้า ก่อนเปิดเผยผลประกอบการฉบับเต็มอย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินแนวโน้มผลประกอบการและใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การคาดการณ์ผลประกอบการล่าสุดของซัมซุง ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม ก่อนที่จะมีประกาศผลประกอบการฉบับเต็มในช่วงปลายเดือนนี้ มีขึ้นในขณะที่ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกยังคงสูงกว่าปริมาณอุปทานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาชิปปรับตัวสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซัมซุงระบุในเอกสารคาดการณ์ผลประกอบการ หรือ earnings guidance ว่า บริษัทมียอดขายในช่วงไตรมาสดังกล่าวประมาณ 171 ล้านล้านวอน ซึ่งมากกว่ายอดขายในช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงกว่าสองเท่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาร์ค ไอน์สไตน์ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมจาก Counterpoint Research กล่าวว่า ตัวเลขกำไรที่ซัมซุงคาดการณ์ไว้นั้นถือเป็น &amp;#8220;หนึ่งในผลประกอบการรายไตรมาสที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา&amp;#8221; และอยู่ในระดับใกล้เคียงกับสถิติของบริษัทเทคโนโลยี Nvidia ที่ทำไว้เมื่อต้นปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไอน์สไตน์กล่าวว่า ทั้งหมดนี้เป็นผลโดยตรงจากกระแสความนิยมของ AI เพราะผู้ผลิตชิปหน่วยความจำยังคงได้รับอานิสงส์จากคลื่นความต้องการขนาดมหาศาล ซึ่งเกิดจากอุปทานที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ความต้องการกลับสูงเป็นประวัติการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ซัมซุงได้ปรับขึ้นราคาชิปหน่วยความจำของบริษัท เนื่องจากอุปทานยังคงตึงตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทวิจัยตลาด International Data Corporation (IDC) ระบุว่า ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อื่นๆ นั้น แตกต่างจากทุกสิ่งที่อุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำเคยเผชิญมา และยังส่งผลกระทบต่ออุปทานของชิปที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไบรอัน มา นักวิจัยด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีของ IDC คาดว่า อุปทานชิปจะยังคงตึงตัวไปจนถึงปีหน้า เนื่องจากความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI ยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซัมซุงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยผลิตชิปให้กับบริษัทต่างๆ เช่น Nvidia และ Google ควบคู่ไปกับการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายใต้แบรนด์ของตนเอง ทั้งนี้ ราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่งได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการชิปที่พุ่งสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หุ้นของซัมซุงกลับปรับตัวลดลงประมาณ 4% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันอังคารที่กรุงโซล แต่ในภาพรวม มูลค่าหุ้นของซัมซุงก็เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่านับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่บริษัทคู่แข่งในเกาหลีใต้อย่าง SK Hynix มีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นมากกว่า 200%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของทั้งสองบริษัท ยังช่วยหนุนดัชนีหุ้น KOSPI ของเกาหลีใต้ ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 80% นับตั้งแต่ต้นปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Nvidia รายงานยอดขายและกำไรรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีรายได้ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมสูงกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ Nvidia กลับปรับตัวลดลงหลังการประกาศผลประกอบการ ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายมองว่าเป็นสัญญาณที่สะท้อนว่า นักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมชิป AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้เผยแผนการลงทุนมูลค่าอย่างน้อย 880,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงการต่างๆ ที่นำโดยซัมซุงและ SK Hynix เพื่อขยายขีดความสามารถในการผลิตชิปของประเทศในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน บริษัทคู่แข่งในเอเชีย ทั้งในญี่ปุ่น จีน และไต้หวัน ต่างก็เร่งลงทุนสร้างโรงงานผลิตชิปเช่นกัน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794762?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว</dc:alternative><dc:abstract>รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-07T01:33:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-07T01:33:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/su-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794439]]></link><pubDate>2026-07-06T18:27:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794439</guid><description>ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เหตุไฟป่าที่ลุกลามอย่างหนักและยังควบคุมไม่ได้ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ส่งผลให้ต้องมีการอพยพประ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เหตุไฟป่าที่ลุกลามอย่างหนักและยังควบคุมไม่ได้ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ส่งผลให้ต้องมีการอพยพประชาชนกว่า 10,000 คน ออกจากพื้นที่ในเมืองและหมู่บ้านกว่า 24 แห่งของฝรั่งเศสที่ติดกับพรมแดนของสเปน ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่ากระแสลมแรงในวันนี้จะยิ่งโหมกระพือให้เปลวเพลิงรุนแรงมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสหภาพยุโรป(อียู)ประกาศในวันเดียวกันว่าจะส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำสำหรับดับไฟป่าจำนวน 4 ลำ จากไซปรัสและสวีเดนไปยังฝรั่งเศสเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในพื้นที่โดยรอบเมืองเปร์ปินญองซึ่งกำลังเผชิญกับไฟป่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเปิดเผยว่า ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่บริเวณเชิงเขาพีเรนิสในฝรั่งเศสไปแล้วประมาณ 46 ตารางกิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายโลรองต์ นูเนซ์ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส กล่าวเตือนผ่านสถานีโทรทัศน์ TF1 ว่าเช้าวันนี้สถานการณ์กลับมาเลวร้ายลงอีกครั้ง แต่การต่อสู้กับไฟป่าจะเริ่มต้นขึ้นอีกรอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นฤดูร้อนในฝรั่งเศสและทั่วภูมิภาคยุโรปตะวันตกตลอดเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ได้แผดเผาพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ส่งผลให้พื้นที่เหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดไฟป่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่มไฟป่าที่ลุกไหม้ที่เมืองเทรวิลลัคซึ่งส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว 5 ราย กำลังลุกลามอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับเส้นทางการแข่งขันจักรยานทางไกล &amp;#8220;ตูร์เดอฟรองซ์&amp;#8221; (Tour de France) ช่วงที่ 3 โดยทางการท้องถิ่นได้สั่งปิดเส้นทางดังกล่าวไม่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานฉุกเฉินในการเข้าปฏิบัติหน้าที่ แม้การแข่งขันจะยังคงดำเนินต่อไป แต่จะมีการจำกัดจำนวนขบวนรถของทีมแข่งที่ติดตามขบวนนักกีฬาให้เหลือน้อยที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนทางฝั่งประเทศสเปน ไฟป่าได้เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วคิดเป็นขนาดประมาณ 22 ตารางกิโลเมตร โดยร้อยละ 97 ของพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตคุ้มครองทางธรรมชาติ Les Gavarres อย่างไรก็ตาม ทางการแคว้นกาตาลุญญาของสเปนระบุมื่อคืนวันเสาร์ว่าสถานการณ์ไฟป่าเริ่มทรงตัวแล้วและคาดว่าจะสามารถดับไฟได้สนิทภายในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794439?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ</dc:alternative><dc:abstract>ฝรั่งเศส อพยพปชช.นับหมื่น หนีไฟป่าลามไหม้ อียู ส่งเครื่องบินบรรทุกน้ำช่วยดับ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T11:27:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T11:27:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T104026Z_1977404197_RC2A8MACW0IS_RTRMADP_3_EUROPE-WEATHER-FRANCE-WILDFIRE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794312]]></link><pubDate>2026-07-06T17:30:57+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794312</guid><description>นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์นักโทษ 2 กลุ่ม ก่อเหตุปะทะทำร้ายกันในเรือนจำเมืองเนกอมโบ เมืองชายฝั่งข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์นักโทษ 2 กลุ่ม ก่อเหตุปะทะทำร้ายกันในเรือนจำเมืองเนกอมโบ เมืองชายฝั่งของประเทศศรีลังกา ในเหตุการณ์ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันอาทิตย์(5 ก.ค.) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 25 ราย และได้รับบาดเจ็บราว 100 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวในวงการตำรวจเปิดเผยว่า เหตุการณ์ตะลุมบอมกันของนักโทษเริ่มขึ้นในวันอาทิตย์ระหว่างนักโทษเด็ดขาดที่ถูกตัดสินความผิดแล้วกับกลุ่มนักโทษที่อยู่ระหว่างการฝากขังภายในเรือนจำเมืองเนกอมโบ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงโคลัมโบ ศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศไปทางตอนเหนือราว 35 กม.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของการเปิดศึกตะลุมบอนกันครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเคลียร์พื้นที่ภายในเรือนจำพร้อมทั้งตรวจสอบจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่ชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านพลจัตวา วารูนา กาเมจ โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า มีการร้องขอให้กองทัพเข้ามาสนับสนุนการทำงานของตำรวจ แต่ในขณะนี้กำลังพลยังคงเตรียมพร้อมรอคำสั่งอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพข่าวจากสถานีโทรทัศน์เดเรนายังเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากวางกำลังกันอยู่บริเวณหน้าประตูเรือนจำ ขณะที่รถบัสของตำรวจซึ่งบรรทุกนักโทษที่ได้รับบาดเจ็บโดยบางคนนอนกองอยู่กับพื้นรถกำลังแล่นออกจากพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794312?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย</dc:alternative><dc:abstract>นักโทษสองกลุ่ม ตะลุมบอนเดือด กลางเรือนจำศรีลังกา ดับ 25 เจ็บนับร้อย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T10:37:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T10:37:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T101234Z_57911744_RC2A8MAK9TM9_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T101234Z_57911744_RC2A8MAK9TM9_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>497</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>497</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-06T095936Z_1155372327_RC298MALE45J_RTRMADP_3_SRI-LANKA-PRISON-VIOLENCE-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794139]]></link><pubDate>2026-07-06T16:40:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5794139</guid><description>จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.01 ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของกองทัพเรือแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน(PLA) ได้ทำการทดสอบยิงขีปนาวุธติดหัวรบจำลองไปยังน่านน้ำสากลในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยขีปนาวุธดังกล่าวได้ตกลงในพื้นที่ทางทะเลที่กำหนด แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระบอกเสียงทางการปักกิ่งระบุว่าการทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกำหนดการตามปกติในการฝึกซ้อมทางทหารประจำปีของจีน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเป้าหมายที่จะมุ่งเป้าไปที่ประเทศหรือเป้าหมายใดเป็นการเฉพาะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การทดสอบอาวุธครั้งนี้ของกองทัพจีนได้ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความกังวลให้กับชาติมหาอำนาจในภูมิภาคอย่างญี่ปุ่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ต่อความพยายามที่จะขยายขีดความสามารถทางทหารของกองทัพจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางเพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่าแม้จีนได้แจ้งต่อรัฐบาลออสเตรเลียถึงแผนการทดสอบยิงขีปนาวุธดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่การกระทำเช่นนั้นจะสร้างความไม่มั่นคงในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การทดสอบขีปนาวุธของจีนยังเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากออสเตรเลียและฟิจิได้ลงนามเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศครั้งสำคัญในวันนี้ โดยทั้งสองประเทศต่างให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หากประเทศใดประเทศหนึ่งถูกโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายวินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศของนิวซีแลนด์ กล่าวว่า นิวซีแลนด์มีความกังวลอย่างยิ่งต่อการทดสอบครั้งนี้ โดยนิวซีแลนด์ได้รับแจ้งถึงแผนการดังกล่าวเพียงมีกี่ชั่วโมงก่อนการทดสอบยิง เช่นเดียวกับรัฐบาลญี่ปุ่นที่ระบุว่าได้รับแจ้งเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธดังกล่าวและได้เรียกร้องให้จีนทบทวนการกระทำนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นของกองทัพจีน&amp;#8221; ทางการญี่ปุ่นกล่าว และว่า ทางการจีนได้แจ้งต่อหน่วยยามฝั่งของญี่ปุ่นเมื่อวันอาทิตย์ว่าอาจมีเศษซากชิ้นส่วนจากอวกาศที่อาจตกลงมาในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของญี่ปุ่นได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี สำนักข่าวเกียวโดรายงานในวันจันทร์อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ขีปนาวุธของจีนได้ตกลงนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5794139?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า</dc:alternative><dc:abstract>จีน ทดสอบยิงขีปนาวุธ จากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ลงสู่แปซิฟิก เพื่อนบ้านกังวล แม้แจ้งล่วงหน้า</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T09:40:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T09:40:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/Screenshot-2026-07-06-162949-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793894]]></link><pubDate>2026-07-06T15:19:32+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793894</guid><description>ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างสื่อจีนว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นครหนานหนิง เมืองเอกของมณฑลกวางซีทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งมีประชากรเกือบ 9  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างสื่อจีนว่า เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม นครหนานหนิง เมืองเอกของมณฑลกวางซีทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งมีประชากรเกือบ 9 ล้านคน ได้ปรับการรับมือน้ำท่วมขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นระดับ 3 จากเดิมที่ระดับ 1 หลังฝนตกหนักหลังพายุไต้ฝุ่นไมสักพัดผ่าน ทำให้แม่น้ำและอ่างเก็บน้ำมีระดับน้ำสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุดมีรายงานว่า คันกั้นน้ำของอ่างเก็บน้ำขนาดกลางแห่งหนึ่งในเมืองเหิงโจว ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของนครหนานหนิงเกิดการพังทลาย และกำลังมีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ พายุไต้ฝุ่นไมสักขึ้นฝั่งครั้งแรกที่มณฑลไห่หนาน ทางตอนใต้ของจีนเมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม นับเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกแรกที่ขึ้นฝั่งในจีนแผ่นดินใหญ่ในปีนี้ พายุลูกนี้ได้ขึ้นฝั่งเป็นครั้งที่ 2 ในประเทศเวียดนามเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งมีพรมแดนติดกับเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นักอุตุนิยมวิทยาของจีนคาดว่า พายุไต้ฝุ่นไมสักจะอ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเคลื่อนตัวเข้าสู่แผ่นดิน แต่หย่อมความกดอากาศที่หลงเหลือจากพายุ ประกอบกับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ตามฤดูกาล จะยังคงทำให้หลายพื้นที่ ได้แก่ กว่างซี กุ้ยโจว หูหนาน และพื้นที่อื่นๆ เผชิญกับฝนตกหนักต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793894?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด</dc:alternative><dc:abstract>ไมสักแผลงฤทธิ์ เขื่อนจีนแตก หนานหนิงเตือนภัยน้ำท่วมสูงสุด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T09:20:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T09:20:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/m1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/m1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1212</mi:x1><mi:y1>2159</mi:y1><mi:x2>1212</mi:x2><mi:y2>2159</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/c1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793891]]></link><pubDate>2026-07-06T15:08:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793891</guid><description>อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น ทางการอิหร่านได้เริ่มแห่ขบวนศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านผู้ล่วงลับ พร้อมสมาชิกในครอบครัวที่เสียชีวิตจากกา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ทางการอิหร่านได้เริ่มแห่ขบวนศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านผู้ล่วงลับ พร้อมสมาชิกในครอบครัวที่เสียชีวิตจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริการ่วมกับอิสราเอลในวันแรกของการเปิดฉากสงคราม ซึ่งถูกคลุมด้วยธงชาติอิหร่านและนำขึ้นรถบรรทุกที่ได้รับการประดับตกแต่ง แห่ไปตามถนนทั่วกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ซึ่งแน่นขนัดไปด้วยฝูงชนที่ออกมาร่วมอาลัยอดีตผู้นำสูงสุดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ขบวนศพของคาเมเนอีจะมุ่งหน้าไปยังท่าอากาศยานนานาชาติเมห์ราบัด โดยใช้เวลาเดินทางราว 12 ชั่วโมง จากการเปิดเผยของพล.อ.ฮาซัน ฮาซันซาเดห์ แห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ซึ่งรับหน้าที่กำกับดูแลขบวนแห่ศพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลอิหร่านคาดหวังว่าจะมีประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมพิธีตามจุดต่างๆ ทั่วเมือง เพื่อแสดงพลังสนับสนุนรัฐบาล โดยขณะนี้มีประชาชนหลายแสนคนมารวมตัวกันตามจัตุรัสต่างๆ ในกรุงเตหะราน พร้อมทั้งโบกธงและชูป้ายเพื่อแสดงการสนับสนุนคาเมเนอี&lt;br /&gt;
ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นในพื้นที่รายงานว่า เส้นทางที่ขบวนแห่ศพเคลื่อนผ่านนั้นเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนเต็มพื้นที่ บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงตะโกนกึกก้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ก่นสาปแช่งว่า &amp;#8220;อเมริกาจงพินาศ อิสราเอลจงพินาศ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ คลิปวิดีโอจากสำนักข่าวรอยเตอร์ยังเผยให้เห็นชาวอิหร่านส่วนหนึ่งกำลังเผาธงชาติสหรัฐและสหราชอาณาจักร ขณะที่บางส่วนชูป้ายภาพผู้นำสหรัฐปรากฎอยู่บนเป้าเล็งด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับพิธีศพของคาเมเนอีที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม จะดำเนินไปถึงวันที่ 9 กรกฎาคม หลังจากการเคลื่อนไปประกอบพิธีศพทางศาสนามที่เมืองกุมของอิหร่าน เมืองนาจาฟและเมืองคาร์บาลาของอิรัก ก่อนจะนำไปฝังที่เมืองมัชฮัด ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคาเมเนอี ในวันที่ 9 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793891?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่าน แห่ขบวนศพ อดีตผู้นำสูงสุด ทั่วเตหะราน ปชช.ร่วมอาลัยเนืองแน่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T08:09:26+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T08:09:26+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26187278684773-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793805]]></link><pubDate>2026-07-06T14:39:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793805</guid><description>ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์ตุรกี (TKP) ออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตุรกีควบคุมตัวผู้ประท้วงต่อต้านองค์การสนธิส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์ตุรกี (TKP) ออกแถลงการณ์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตุรกีควบคุมตัวผู้ประท้วงต่อต้านองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) มากกว่า 100 คน ก่อนการประชุมสุดยอดพันธมิตรนาโตที่จะจัดขึ้นในกรุงอังการาในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ประท้วงเกิดขึ้นไม่นานก่อนที่ตุรกีจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำจาก 32 ประเทศพันธมิตรนาโต รวมถึงผู้แทนจากประเทศหุ้นส่วนนาโต ในการประชุมที่จะจัดขึ้น วันที่ 7-8 กรกฎาคม ณ กรุงอังการา ส่งผลให้ทางการเพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยทั่วกรุงอังการาก่อนการประชุม โดยสั่งห้ามการประท้วง  ปิดกั้นพื้นที่ส่วนใหญ่ของเมือง และปิดถนนหลายสาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านพรรค TKP ออกมาชี้แจงในแถลงการณ์ว่า ทางพรรคเป็นผู้จัดการชุมนุมประท้วงที่จตุรัสคิซิไล ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงอังการา และกล่าวเสริมว่า ขณะนี้สมาชิกพรรคกว่า 100 คน รวมถึงผู้บริหารกำลังถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ในนครอิสตันบูล การประท้วงอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งจัดโดย TKP ผู้คนหลายร้อยคนเดินขบวนจากจัตุรัสทักซิมไปยังโดลมาบาห์เช และยังมีการประท้วงอีกสองกลุ่มซึ่งจัดแยกโดยกลุ่มฝ่ายซ้ายในเขตคาดิคอย ทั้งนี้ แม้จะมีตำรวจในพื้นที่การชุมนุมจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีการปะทะกันเกิดขึ้นระหว่างการประท้วง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เคมาล โอคูยา เลขาธิการพรรค TKP กล่าวในอิสตันบูลว่า “ในวันนี้ พวกเรารวมตัวกันทั่วประเทศตุรกีเพื่อประท้วงนาโต เราเคยให้คำมั่นว่าเราจะไม่ยอมให้อังการาสนับสนุนนาโต ไม่ยอมให้อังการานิ่งเฉย และตอนนี้เรากำลังทำตามสัญญา” ขณะที่รัฐบาลยังไม่ออกมาชี้แจงใด ๆ เกี่ยวกับการประท้วงและการควบคุมตัวผู้ประท้วง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีการควบคุมตัวดังกล่าวจากหลากหลายฝ่าย โดย ทันเซอร์ บาคีร์ฮาน ประธานร่วมของพรรค DEM ซึ่งสนับสนุนชาวเคิร์ดของตุรกี กล่าวว่า การควบคุมตัวดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และเป็นการขัดขวางสิทธิขั้นพื้นฐานก่อนการประชุมสุดยอดนาโต พร้อมทั้งระบุว่า ประเทศนี้กลายเป็นศูนย์กักกันอย่างเต็มตัว โดยใช้การประชุมสุดยอดนาโตเป็นข้ออ้างเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกที่ไม่ได้ประกาศใช้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793805?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ</dc:alternative><dc:abstract>ฝ่ายซ้ายตุรกีถูกจับกว่า 100 หลังรวมตัวประท้วงต่อต้านนาโตทั่วประเทศ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T07:39:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T07:39:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/tp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793651]]></link><pubDate>2026-07-06T13:55:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793651</guid><description>Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน สื่อจีนรายงานว่า ศาลเมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ได้มีคำพิพากษาให้แบรนด์ชา Molly Tea ยุติการใช้โลโก้ที่เป็นข้อพิพาท เผยแพร่คำขอโทษต่อส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อจีนรายงานว่า ศาลเมืองซูโจว มณฑลเจียงซู ได้มีคำพิพากษาให้แบรนด์ชา Molly Tea ยุติการใช้โลโก้ที่เป็นข้อพิพาท เผยแพร่คำขอโทษต่อสาธารณะ และชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ Louis Vuitton เป็นจำนวน10.3 ล้านหยวน (ประมาณ 49 ล้านบาท) หลังศาลชี้ว่าแบรนด์ชาดังกล่าวลอกเลียนลวดลาย &amp;#8220;ดอกไม้สี่กลีบ&amp;#8221; อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์หรูระดับโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ศาลยังเปิดเผยว่า Molly Tea เคยพยายามยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามาแล้วหลายครั้ง แต่ถูกสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติจีนปฏิเสธทั้งหมด มีเพียงเครื่องหมายการค้าที่เป็นตัวอักษรภาษาจีนคำว่า “Molly Tea” เท่านั้นที่ได้รับการอนุมัติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตัดสินของศาลในคดีระหว่าง Molly Tea กับ Louis Vuitton ได้จุดกระแสถกเถียงในโลกออนไลน์ของจีน โดยแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องกับคดีมียอดเข้าชมกว่า 400 ล้านครั้งและมีความคิดเห็นนับหมื่นรายการ ขณะที่ BBC ได้ติดต่อทั้งสองบริษัทเพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ ชาวจีนจำนวนมากออกมาปกป้องการออกแบบโลโก้ของ Molly Tea ว่า ลวดลายที่ใช้ในแบรด์หรูของตะวันตกหลายแบรนด์ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะโบราณวัตถุของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ โดยผู้ใช้เว่ยเป๋อรายหนึ่งระบุว่าจะดื่ม Molly Tea วันละแก้ว เพื่อเป็นกำลังใจให้บริษัท พร้อมแสดงความเห็นว่า Louis Vuitton กำลังฉวยโอกาสจากการที่บรรพบุรุษชาวจีนไม่ได้จดสิทธิบัตรหรือคุ้มครองลวดลายเหล่านั้นไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ใช้เรดโน๊ตอีกรายมองว่า รูปทรงเรขาคณิตพื้นฐานเช่นนี้ถูกใช้กันทั่วโลกมาตลอดประวัติศาสตร์ ไม่ได้เป็นเอกลักษณ์ของจีนเพียงแห่งเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ชาวเน็ตอีกส่วนหนึ่งเห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลและสนับสนุนการคุ้มครองเครื่องหมายการค้า โดยระบุว่าผู้ที่สนับสนุนโลโก้ของ Molly Tea ควรไปศึกษากฎหมายก่อน เพราะ Louis Vuitton ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวไว้แล้ว อีกทั้งยังมองว่า Louis Vuitton มีสิทธิ์โดยชอบธรรมในการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของตน และแบรนด์อื่นไม่มีสิทธิ์ลอกเลียนแบบ ไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมใดก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793651?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน</dc:alternative><dc:abstract>Molly Tea ชาเจ้าดังจีน ก๊อปโลโก้ Louis Vuitton โดนปรับอ่วมเกือบ 50 ล้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T06:55:08+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T06:55:08+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/mtt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793399]]></link><pubDate>2026-07-06T12:37:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793399</guid><description>ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง นิวยอร์กโพสต์รายงานว่า ไบรอัน จอห์นสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการยืดอายุขัย และไบโอแฮ็กเกอร์ที่มีชื่อเสียงจากการทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อช [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นิวยอร์กโพสต์รายงานว่า ไบรอัน จอห์นสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการยืดอายุขัย และไบโอแฮ็กเกอร์ที่มีชื่อเสียงจากการทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อชะลอความแก่และยืดอายุด้วยการย้อนวัยเซลล์ในร่างกายของตนเอง ออกมาเผยว่า เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองชนิดหนึ่งที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ และกระเพาะอาหารของเขากำลังกินตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชายวัย 48 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักจากความพยายามในการทำทุกอย่างเพื่อให้มีอายุยืนที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ได้โพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า เขาป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (AIG) โดยผู้คนเพียง 2-5% เท่านั้นที่เป็นโรคนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฐานะของไบโอแฮ็กเกอร์ หรือผู้ที่พยายามปรับแต่งการทำงานของร่างกายและสมองเพื่อให้สามารถทำงานได้ดีที่สุด จอห์นสันระบุว่า เขาจะพยายามหาวิธีแก้ปัญหานี้ แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีวิธีรักษาโรค AIG ให้หายขาดก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบัน จอห์นสันใช้ชีวิตภายใต้การดูแลสุขภาพที่เข้มงวด โดยพยายามปรับทุกองค์ประกอบของร่างกายให้เหมาะสมที่สุด ตั้งแต่คุณภาพการนอนหลับไปจนถึงสุขภาพด้านการเจริญพันธุ์ จอห็นสันเล่าว่า ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างดีต่อสุขภาพเพราะรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดและดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นประจำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากใช้ชีวิตอยู่กับความเครียดเป็นเวลาหลายปี มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และเผชิญกับภาวะซึมเศร้าเรื้อรัง ร่างกายของเขาก็เริ่มเกิดกระบวนการที่ระบบภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง และหันมาโจมตีอวัยวะของตัวเอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต่อมไทรอยด์และเยื่อบุกระเพาะอาหาร และนำไปสู่โรค AIG&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวโน้มในการรักษาก็ไม่ค่อยดีนัก การดูแลรักษาในปัจจุบันไม่สามารถรักษาโรคนี้ให้หายได้ แพทย์ทำได้เพียงควบคุมอาการและภาวะแทรกซ้อนเท่านั้น จอห์นสันยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นโรคดังกล่าว แม้ว่ามันจะสร้างความเสียหายต่อร่างกายอย่างถาวรไปแล้ว ซึ่งรวมถึงภาวะขาดสารอาหาร โลหิตจาง และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ย้อนกลับไปเมื่ออายุ 21 ปี เขาได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำหรือภาวะที่ต่อมไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนได้น้อยกว่าปกติ เขาจึงต้องรับประทานยาทดแทนฮอร์โมนไทรอยด์ เพื่อให้การทำงานของต่อมไทรอยด์อยู่ในระดับปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ในช่วงเวลานั้นเขาจะไม่สังเกตเห็นอาการผิดปกติใดๆ แต่เมื่อมองย้อนกลับไป จอห์นสันเชื่อว่าร่างกายเริ่มส่งสัญญาณเตือนของโรค AIG มาตั้งแต่แรก เพียงแต่เขาไม่ได้เชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะการที่ระดับเฟอร์ริติน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่สะสมธาตุเหล็กในร่างกายต่ำ โดยที่เขาไม่มีภาวะโลหิตจาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จอห์นสันไม่ได้เป็นคนเดียวที่เผชิญกับปัญหาดังกล่าว เพราะผู้ป่วยโรคนี้จำนวนมากแทบไม่มีอาการที่สังเกตชัดเจน ซึ่งอาจรวมถึงอาการปวดท้อง ขาดธาตุเหล็ก เบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้จอห์นสันจะรับประทานอาหารเสริมธาตุเหล็ก แต่ระดับเฟอร์ริตินของเขายังคงต่ำกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง ทำให้แพทย์ต้องส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุว่าทำไมธาตุเหล็กในร่างกายของเขาจึงหายไปเรื่อยๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เขาเข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ซึ่งผลตรวจไม่พบมะเร็งลำไส้ใหญ่ จากนั้นทีมแพทย์จึงตรวจเพิ่มเติมด้วยการส่องกล้องทางเดินอาหารทั้งส่วนบนและส่วนล่าง เพื่อตรวจดูทางเดินอาหารทั้งหมด พร้อมทั้งตรวจตัวบ่งชี้ทางชีวภาพในเลือดหลายชนิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลตรวจเลือดพบว่า เขามีระดับแอนติบอดีต่อเซลล์พาไรเอตัลสูงกว่าปกติ ซึ่งบ่งชี้ถึงโรค AIG เนื่องจากโรคนี้เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันสร้างแอนติบอดีขึ้นมาโจมตีเซลล์พาไรเอตัลในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างกรดในกระเพาะและผลิตสารที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินบี 12 ได้ โดยโรคนี้มักพบในผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง หรือผู้ที่มีโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเองชนิดอื่นอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่ยืนยันการวินิจฉัยคือ ผลการตัดชิ้นเนื้อจากกระเพาะอาหาร ซึ่งพบว่าเยื่อบุกระเพาะอาหารของเขาเริ่มอ่อนแอลง และมีการเปลี่ยนแปลงในระยะเริ่มต้นที่สอดคล้องกับโรค AIG&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จอห์นสันอธิบายเพิ่มเติมว่า ปัญหาสุขภาพแต่ละอย่างของเขาล้วนเชื่อมโยงกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการขาดธาตุเหล็ก โรคไทรอยด์จากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง และโรค AIG ที่เป็นต้นเหตุให้ระดับธาตุเหล็กลดต่ำ ซึ่งทำให้การรักษาทำได้ยากมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้โรค AIG จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมโรคได้ด้วยการรักษาภาวะแทรกซ้อน เช่น การฉีดวิตามินบี 12 ทดแทน หรือการให้ธาตุเหล็กทางหลอดเลือดดำ ซึ่งจอห์นสันได้รับโมโนเฟอร์ริก ขนาด 1,000 มิลลิกรัม ทางหลอดเลือดดำแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จอห์นสันยืนยันว่าจะไม่หยุดความพยายามในการค้นหาวิธีรับมือกับโรค โดยวางแผนติดตามค่าต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ทีมแพทย์ของเขาจะทำการตัดชิ้นเนื้อจากกระเพาะอาหารเพื่อตรวจซ้ำเป็นระยะ และจะพัฒนาแนวทางการรักษาแบบทดลองเพิ่มเติม จากผลการตรวจที่ได้ในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793399?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง</dc:alternative><dc:abstract>ไบรอัน จอห์นสัน เจ้าพ่อแห่งการชะลอวัย ป่วยโรคหายาก กระเพาะอาหารกินตัวเอง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T06:25:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T06:25:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bjs-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793339]]></link><pubDate>2026-07-06T12:18:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793339</guid><description>ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน. เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ศาลต่อต้านการทุจริตของฟิลิปปินส์ได้ออกคำสั่งจับกุมวุฒิสมาชิกโรดันเต มาร์โคเลตา พันธมิตรทางการเมือง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ศาลต่อต้านการทุจริตของฟิลิปปินส์ได้ออกคำสั่งจับกุมวุฒิสมาชิกโรดันเต มาร์โคเลตา พันธมิตรทางการเมืองของนางซารา ดูแตร์เต รองประธานาธิบดี ในข้อกล่าวหาทุจริต ซึ่งการสั่งจับกุมสว.คนดังกล่าวมีขึ้นก่อนหน้าที่วุฒิสภาฟิลิปปินส์ จะเริ่มการพิจารณาคดีถอดถอนรองประธานาธิบดีดูแตร์แตออกจากตำแหน่งหรือไม่ ซึ่งจะเป็นการชี้ชะตาอนาคตครั้งสำคัญของนางดูแตร์เตว่าจะได้ไปต่อหรือไม่บนเส้นทางทางการเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ วุฒิสมาชิกมาร์โคเลตา มีกำหนดจะทำหน้าที่เป็นหนึ่งในคณะตุลาการวุฒิสภาในการพิจารณาคดีถอดถอนนางดูแตร์เต ซึ่งถูกกล่าวหาว่าประพฤติมิชอบในหลายข้อหาที่จะเริ่มขึ้นในวันจันทร์นี้ หากคณะตุลาการวุฒิสภาที่มีสมาชิกทั้งหมด 24 คน มีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ให้ถอดถอน นางดูแตร์เตก็อาจถูกตัดสิทธิ์จากการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ที่จะมีขึ้นในปี 2028 โดยขณะนี้เธอยังคงเป็นตังเต็งที่จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งต่อจากประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ พันธมิตรที่กลายมาเป็นคู่ปรับของเธอที่ไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้อีกตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งได้เพียงสมัยเดียวซึ่งมีวาระ 6 ปีเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลต่อต้านการทุจริตได้มีคำสั่งให้จับกุมนายมาร์โคเลตา หลังจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินกล่าวหาว่าเขารับเงินจำนวน 75 ล้านเปโซ หรือประมาณ 39.8 ล้านบาท จากผู้บริจาคภาคเอกชนระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในปี 2025 ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายป้องกันการทุจริต นอกจากนี้ศาลยังสั่งห้ามนายมาร์โคเลตาเดินทางออกนอกประเทศอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระแสข่าวการเตรียมจับกุมวุฒิสมาชิกมาร์โคเลตาได้ก่อให้เกิดการประท้วงขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนโดยกลุ่มเคลื่อนไหวทางศาสนาที่มีสมาชิก 2 ล้านคน ส่งผลให้การจราจรในกรุงมะนิลาเป็นอัมพาตและเป็นผลให้ประธานาธิบดีมาร์กอสต้องยกเลิกภารกิจนอกทำเนียบประธานาธิบดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การพิจารณาคดีถอดถอนรองประธานาธิบดีดูแตร์เตครั้งแรกนี้การไต่สวนจะมุ่งเน้นไปที่ข้อกล่าวหาว่านางดูแตร์เตใช้เงินกองทุนสาธารณะในทางที่ผิด ครอบครองทรัพย์สินที่มีที่มาไม่ชัดเจน และการข่มขู่เอาชีวิตประธานาธิบดีมาร์กอส และภริยาของเขาซึ่งเป็นสตรีหมายเลข 1 รวมถึงอดีตประธานผู้แทนราษฎรฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793339?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน.</dc:alternative><dc:abstract>ศาลต้านทุจริตปินส์ สั่งจับสว. พันธมิตรดูแตร์เต ก่อนเริ่มพิจารณาคดีถอดถอนรองปธน.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T05:18:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T05:18:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T224645Z_1307132019_RC2FPCABVFPJ_RTRMADP_3_PHILIPPINES-POLITICS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793050]]></link><pubDate>2026-07-06T10:33:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793050</guid><description>สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 9.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเมืองโฮโนลูลู ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 17 ชั่วโมง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 เวลา 9.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเมืองโฮโนลูลู ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 17 ชั่วโมง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติแดเนียล เค. อิโนเอ รัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา โดยมี  นายสุริยา จินดาวงษ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน และ ผู้แทนกองบัญชาการภาคพื้นแปซิฟิกสหรัฐ ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะได้พบหารือกับ นางเซเลสต์ คอนเนอร์ส ประธานสถาบัน East-West Center เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทั้งในภาคประชาชนและภาควิชาการ ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะได้พบหารือกับ พลเรือเอก ซามูเอล เจ ปาปาโร ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐประจำภาคพื้นแปซิฟิก (U.S. Pacific Command : USPACOM) เพื่อหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือด้านการทหารและความมั่นคงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ และ ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก บนพื้นฐานของผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ร่วมกัน โดยเฉพาะในสาขาไซเบอร์ อวกาศ ออนไลน์สแกม การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และ การฝึกอบรมทางทหาร ขณะเดียวกันทั้งสองจะมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์โลก รวมถึงสถานการณ์ภูมิภาคในปัจจุบันด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการเยือนรัฐฮาวายระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคมในครั้งนี้ ถือเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 15 ปีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความเป็นพันธมิตร และความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับสหรัฐในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งรัฐฮาวายมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ต่อความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างตะวันออกกับตะวันตก รวมถึงเป็นที่ตั้งของสถาบันวิชาการชั้นนำของสหรัฐ ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือ ตลอดจนเชื่อมโยงประชาชนของสหรัฐกับประเทศในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793050?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์เยือนฮาวาย พบ ผบ. USPACOM ยกระดับความร่วมมือทหาร-ความมั่นคง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T03:33:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T03:33:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/shw-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793023]]></link><pubDate>2026-07-06T09:10:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793023</guid><description>ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ รอยเตอร์รายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ 2 ครั้งซ้อนในเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เพิ่มข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ 2 ครั้งซ้อนในเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น เพิ่มขึ้นเป็น 3,342 ราย ตามตัวเลขที่กระทรวงสารสนเทศของเวเนซุเอลาเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขที่ทางการเวเนซุเอลาเผยแพร่ใหม่นี้ยังระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16,470 คน ขณะที่จำนวนผู้ไร้ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นเป็น 17,345 คน อย่างไรก็ดีรัฐบาลไม่ได้ระบุถึงจำนวนผู้สูญหาย ซึ่งคาดว่ายังอยู่ที่หลายหมื่นคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในวันอาทิตย์ เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสวันประกาศอิสรภาพครบรอบ 215 ปีของประเทศเวเนซุเอลา โดยเธอได้ปกป้องการดำเนินการของรัฐบาลหลังเกิดแผ่นดินไหว ท่ามกลางความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่หลายคนเรียกว่า เป็นการตอบสนองต่อภัยพิบัติที่ล่าช้าและไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โรดริเกซยืนยันว่า เธอได้ส่งกำลังทหารไปให้ความช่วยเหลือในทันที และประกาศจัดตั้งหน่วยทหารใหม่เพื่อช่วยรับมือกับเหตุฉุกเฉินและภัยพิบัติอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793023?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ</dc:alternative><dc:abstract>ยอดดับดินไหวเวเนฯ ทะลุ 3.3 พัน เจ็บ 1.6 หมื่น สูญหาย-ไร้ที่อยู่เพียบ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T02:10:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T02:10:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/q-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793008]]></link><pubDate>2026-07-06T08:43:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5793008</guid><description>ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่งดินแดนของสหรัฐในมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้เกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเผชิญกับลมกระโช [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่พัดขึ้นฝั่งดินแดนของสหรัฐในมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งผลให้เกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเผชิญกับลมกระโชกแรงและฝนตกหนักอย่างรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐ (NWS) ระบุว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่มีความเร็วลมคงที่เกือบ 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีลมกระโชกสูงสุดถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NWS เตือนว่า พายุลูกนี้เป็นพายุที่ &amp;#8220;อันตรายอย่างยิ่ง&amp;#8221; และอาจก่อให้เกิดความเสียหายในระดับหายนะ โดยทะเลอาจมีคลื่นสูงเกือบ 11 เมตร ขณะที่เจ้าหน้าที่รายหนึ่งระบุว่า ได้รับรายงานความเสียหายร้ายแรงหลายจุดในหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกเป็นพื้นที่ที่เผชิญกับพายุเขตร้อนอยู่เป็นประจำ อย่างไรก็ตาม พายุที่มีความรุนแรงระดับนี้ถือว่าพบได้ไม่บ่อยนักสำหรับดินแดนของสหรัฐในภูมิภาคดังกล่าว นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ซูเปอร์ไต้ฝุ่นที่มีกำลังรุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต่างทยอยอพยพไปอาศัยในศูนย์พักพิงฉุกเฉิน และเร่งเตรียมความพร้อมในนาทีสุดท้ายก่อนที่ซูเปอร์ไต้ฝุ่นจะมาถึง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามข้อมูลของ NWS หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาและเกาะโรตาเป็นเกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่ทางใต้สุดของหมู่เกาะ ตั้งห่างจากเกาะกวมไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 50 กิโลเมตร กำลังเผชิญกับการพัดขึ้นฝั่งของซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานนายกเทศมนตรีของเกาะโรตาได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้เตรียมรับมือกับลมพายุรุนแรงระดับทำลายล้าง พร้อมระบุว่า สภาพอากาศจะเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่ปลอดภัยที่จะอยู่กลางแจ้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่เกาะไซปัน ซึ่งอยู่ทางเหนือของเกาะโรตา มาร์คัส แลนดอน ไอดเลตต์ นักอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ที่สนามบินบนเกาะวัดความเร็วลมกระโชกได้มากกว่า 161 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ประชาชนจำนวนมากบนเกาะยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้จากผลกระทบของซูเปอร์ไต้ฝุ่นซินลาคุครั้งล่าสุด ซึ่งพัดถล่มเกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 คน และสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NWS ยังเตือนว่า ความเร็วลมจะยังคงอยู่ในระดับพายุไต้ฝุ่นอย่างน้อยจนถึงช่วงบ่ายต้นๆ ของวันจันทร์ และจะไม่ลดลงต่ำกว่าระดับพายุโซนร้อนจนกว่าจะเลยช่วงเที่ยงคืนไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกาะกวม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้านชายหาดและแสงแดด และมีประชากรราว 170,000 คน ได้เปิดศูนย์อพยพ 5 แห่งภายในโรงเรียนต่าง ๆ โดยรองรับผู้ประสบภัยได้รวมประมาณ 1,700 คน และจัดไว้สำหรับกลุ่มเปราะบางเป็นหลัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของเกาะกวมเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ศูนย์อพยพแห่งหนึ่งมีผู้เข้าพักเต็มความจุแล้ว และเจ้าหน้าที่กำลังส่งประชาชนที่เดินทางมาเพิ่มเติมไปยังศูนย์อพยพแห่งอื่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศูนย์เตือนไต้ฝุ่นร่วม (JTWC) ซึ่งเป็นหน่วยงานของกองทัพสหรัฐที่ทำหน้าที่ติดตามพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ได้จัดให้บาหวี่เป็น &amp;#8220;ซูเปอร์ไต้ฝุ่น&amp;#8221; ซึ่งหมายถึงพายุที่มีความเร็วลมตั้งแต่ 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ขณะที่ NWS ระบุว่า ซูเปอร์ไต้ฝุ่นมีศักยภาพในการทำลายล้างเทียบเท่ากับ เฮอริเคนระดับ 4 หรือระดับ 5&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บาหวี่นับเป็นพายุหมุนเขตร้อนระดับ 4 หรือระดับ 5 ลูกที่ 11 ที่พัดขึ้นดินแดนของสหรัฐในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าจำนวนพายุระดับเดียวกันทั้งหมดที่เกิดขึ้นในช่วง 57 ปีก่อนหน้านั้น รวมกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิทยาศาสตร์คาดว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรง ซึ่งเป็นการอุ่นขึ้นของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบางส่วนของมหาสมุทรแปซิฟิก ส่งอิทธิพลต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลก จะทำให้พายุหมุนเขตร้อนมีแนวโน้มทวีกำลังรุนแรงมากขึ้น ขณะเดียวกันอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้นยังทำให้มีความชื้นสู่ชั้นบรรยากาศมากกว่าเดิม ส่งผลให้พายุทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5793008?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร</dc:alternative><dc:abstract>ซุเปอร์ไต้ฝุ่นบาหวี่ ขึ้นฝั่งหมู่เกาะแปซิฟิกของสหรัฐ เตือนภัยคลื่นสูง 11 เมตร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T02:10:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T02:10:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/bv-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792978]]></link><pubDate>2026-07-06T08:13:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792978</guid><description>รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียได้เปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ด้วยขีปนาวุธในช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองทัพอากาศยูเครนระบุว่า รัสเซียได้เปิดฉากโจมตีกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน ด้วยขีปนาวุธในช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน โดยมีรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นทั่วใจกลางกรุงเคียฟในช่วงเช้ามืด ก่อนเกิดระเบิดไม่นาน มีการเปิดไซเรนเตือนภัยทางอากาศทั่วทั้งกรุงเคียฟ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีดังกล่าวเป็นปฏิบัติการแบบผสมผสาน ทั้งการใช้โดรน ขีปนาวุธร่อน และขีนปยาวุธพิสัยใกล้ และยังคงดำเนินไปต่อเนื่อง นายวิทาลี คลิทช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ ระบุบนเทเลแกรมว่า มีพื้นที่อย่างน้อยสองเขตในกรุงเคียฟที่มีรายงานว่าเกิดไฟไหม้หรือความเสียหายจากเศษซากต่างๆ ที่ตกลงมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่า ข้อมูลข่าวกรองบ่งชี้ว่ารัสเซียกำลังเตรียมการโจมตีครั้งใหญ่ครั้งใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ การโจมตีดังกล่าวยังเกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ครั้งสำคัญในตุรกี ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ มีแผนจะเข้าร่วมประชุมด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ รัสเซียได้ทำการโจมตีเคียฟอย่างรุนแรงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย ถือเป็นการโจมตีเมืองหลวงของยูเครนที่รุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 3 นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สงครามของรัสเซียในยูเครนจะเป็นประเด็นสำคัญของการประชุมสุดยอดนาโตที่จะเริ่มขึ้นในวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม ที่กรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกี ขณะที่กองกำลังรัสเซียได้เพิ่มความพยายามในการยึดครองพื้นที่ทางตะวันออกของภูมิภาคโดเนตสก์ของยูเครน ด้านยูเครนก็เพิ่มการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในพื้นที่ควบคุมของรัสเซียในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงโรงกลั่นน้ำมัน ท่าเรือ และโรงงานผลิตอาวุธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้สนทนากับทรัมป์ทางโทรศัพท์ เนื่องในโอกาสวันชาติสหรัฐในวันที่ 4 กรกฎาคม เป็นเวลานานเกือบ 90 นาที โดยกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเผยว่า ผู้นำสหรัฐได้เสนอความช่วยเหลือในการยุติสงครามในยูเครนอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792978?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี</dc:alternative><dc:abstract>รัสเซียจัดชุดใหญ่ ถล่มเคียฟเช้าตรู่วันนี้ ก่อนประชุมสุดยอดนาโตที่ตุรกี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-06T01:16:19+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-06T01:16:19+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/k-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792684]]></link><pubDate>2026-07-05T17:40:56+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792684</guid><description>ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม สำนักข่าวเกียวโดรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าทางการได้ส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าไปช่วยเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม สำนักข่าวเกียวโดรายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าทางการได้ส่งเฮลิคอปเตอร์เข้าไปช่วยเหลือนักปีนเขา 4 คน ที่ติดอยู่บนภูเขาราอูสุ ในจังหวัดฮอกไกโด ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลานานกว่า 3 ชั่วโมงครึ่งออกมา หลังจากนักปีนเขาทั้ง 4 คน เผชิญหน้ากับหมีสีน้ำตาลตัวหนึ่งขณะกำลังเดินลงจากภูเขาลูกดังกล่าวเมื่อวันเสาร์ (4 ก.ค.) ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 14.30 น.ของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ชายนักปีนเขารายหนึ่ง อายุ 60 ปี พบเห็นหมีสีน้ำตาลอยู่ห่างจากเขาไปราว 50 เมตร บนเส้นทางเดินเขา ขณะที่เขากำลังเดินลงจากภูเขาราอูสุ ตำรวจระบุว่าหมีตัวดังกล่าวมีขนาดตัวสูงประมาณ 1.5 เมตร ก่อนที่นักปีนเขาอีก 3 คนจะเดินมาสมทบกับนักปีนเขาคนก่อนหน้า กระทั่งเวลาประมาณ 16.50 น.ของวันเกิดเหตุ หนึ่งในนั้นได้โทรศัพท์แจ้งเหตุฉุกเฉินว่า พวกเขาไม่สามารถเดินทางต่อไปได้หลังจากพบหมีป่าดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นักปีนเขาทั้งหมดไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ จากเหตุการณ์พบเจอหมีสีน้ำตาลดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นในขณะที่ภูเขาราอูสุซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรชิเระโทโกะ บนเกาะฮอกไกโด และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ได้กลับมาเปิดให้นักปีนเขาใช้เส้นทางนี้ได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม หลังจากเส้นทางดังกล่าวถูกปิดมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หลังจากนักเดินป่าวัย 26 ปีเสียชีวิตจากการถูกหมีทำร้าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้กระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นและหน่วยงานท้องถิ่นได้ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์หมีป่าออกมาทำร้ายผู้คน โดยมีการกำหนดระบบแจ้งเตือนภัยหมีสีน้ำตาลไว้ 4 ระดับ โดยเมื่อเร็วๆ นี้เกิดเหตุการณ์ที่มีผู้พบเห็นหมีและเหตุการณ์ที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากหมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น ทำให้ทางการต้องเร่งประเมินพื้นที่อยู่อาศัยของหมีและหาแนวทางลดความเสี่ยงภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันเดียวกันยังมีรายงานว่า ที่จังหวัดอากิตะ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ได้เกิดเหตุชายอายุ 83 ปีรายหนึ่ง ถูกหมีทำร้ายขณะออกไปเก็บผักบนภูเขาในเช้าวันนี้เช่นกัน โดยได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและใบหน้า แต่เขายังสามารถสื่อสารได้เมื่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792684?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี</dc:alternative><dc:abstract>ผวา! ญี่ปุ่น ส่งเฮลิคอปเตอร์ ช่วย 4 นักปีนเขา ติดค้างบนภูเขา หลังเผชิญหน้ากับหมี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T11:44:19+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T11:44:19+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-03T100913Z_2058831721_RC266MAEMIYV_RTRMADP_3_JAPAN-BEARS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792605]]></link><pubDate>2026-07-05T16:28:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792605</guid><description>ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม เอบีซีนิวส์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์กราดยิงขึ้นในย่านโคนีย์ไอแลนด์ เขตบรูคลิน ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม เอบีซีนิวส์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์กราดยิงขึ้นในย่านโคนีย์ไอแลนด์ เขตบรูคลิน ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงดึกของวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่ชาวอเมริกันทั่วประเทศร่วมกันฉลองวาระครบรอบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพของสหรัฐ หรือวันชาติสหรัฐ ส่งผลให้มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 8 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 4 ราย จากการเปิดเผยของกรมตำรวจนิวยอร์ก(NYPD)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรมตำรวจนิวยอร์กระบุว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รุดไปยังที่เกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 22.37 น.ของวันเสาร์(4 ก.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น หลังได้รับแจ้งว่ามีเหตุการณ์ยิงเกิดขึ้นบริเวณช่วงตึกเลขที่ 2900 บนถนนเวสต์ 31 ในย่านโคนีย์ไอแลนด์ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย ชายอายุ 37 ปี ชายอายุ 33 ปี หญิงอายุ 25 ปี หญิงอายุ 21 ปี เด็กชายอายุ 14 ปี, 12 ปี, 7 ปี และเด็กชายอายุ 6 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรมตำรวจนิวยอร์กระบุต่อว่า ผู้บาดเจ็บทั้งหมดถูกหน่วยกู้ชีพนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่แล้ว โดยมี 7 คนที่มีอาการคงที่ ส่วนหญิงอายุ 21 ปี มีอาการสาหัส นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนในที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่มีการจับกุมผู้ใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792605?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1</dc:alternative><dc:abstract>ด่วน! เกิดเหตุยิงในนิวยอร์ก กลางดึกคืนฉลองวันชาติสหรัฐ เจ็บ 8 สาหัส 1</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T09:28:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T09:28:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือ ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792484]]></link><pubDate>2026-07-05T14:29:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792484</guid><description>ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือลม-ฝน ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม เจแปนนิวส์ สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ หรือไต้ฝุ่นหมายเลข 9 ได้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือลม-ฝน ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม เจแปนนิวส์ สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ หรือไต้ฝุ่นหมายเลข 9 ได้ทวีความรุนแรงเป็นไต้ฝุ่นกำลังรุนแรงจัด โดยเมื่อเวลา 10.05 น.ของวันอาทิตย์(5 ก.ค.) ไต้ฝุ่นลูกนี้มีความกดอากาศที่ศูนย์กลางอยู่ที่ 920 เฮกโตปาสกาล และมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางที่ 55 เมตรต่อวินาที คาดว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่จะเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกในขณะที่ทวีความรุนแรง และคาดว่าความกดอากาศที่ศูนย์กลางจะลดลงอยู่ที่ระดับประมาณ 905 เฮกโตปาสกาล ในเช้าวันจันทร์(6 ก.ค.) ส่วนไต้ฝุ่นไมสัก ได้พัดขึ้นฝั่งบริเวณแผ่นดินใหญ่ของประเทศจีนแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านอินไควเรอร์ อ้างสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์ คาดการณ์ว่า อิทธิพลของไต้ฝุ่นบาหวี่จะก่อให้เกิดลมแรงและฝนตกในประเทศฟิลิปปินส์ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคมเป็นต้นไป แม้ว่าในวันที่ 5 กรกฎาคม พายุลูกนี้ยังอยู่นอกเขตพื้นที่ฟิลิปปินส์ แต่คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตพื้นที่ฟิลิปปินส์ในวันที่ 8 กรกฎาคม ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกกระจายในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี สำนักงานบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ระบุว่า ไต้ฝุ่นบาหวี่ไม่น่าจะพัดขึ้นฝั่งฟิลิปปินส์ แต่ทางหน่วยงานได้เตือนว่าอาจมีการประกาศเตือนภัยลมพายุหมุนเขตร้อนในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกของเกาะลูซอนเหนือของฟิลิปปินส์ โดยอาจเริ่มมีผลตั้งแต่ช่วงวันที่ 7 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792484?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือ ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือ ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่นชี้ ไต้ฝุ่นบาหวี่ ทวีกำลังแรง บ่ายหน้าไปทางตต. ฟิลิปปินส์ เตรียมรับมือ ส่วนไมสักขึ้นฝั่งจีนแล้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T07:29:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T07:29:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26184037335112-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792369]]></link><pubDate>2026-07-05T13:50:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792369</guid><description>ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น พิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่จัดขึ้นเป็นวันที่ 2 ณ มัสยิดอิหม่าม โค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;พิธีศพของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่จัดขึ้นเป็นวันที่ 2 ณ มัสยิดอิหม่าม โคมัยนี แกรนด์ มอสซาลา ในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน เมื่อเช้าวันอาทิตย์ (5 ก.ค.) ยังคงไร้การปรากฏตัวของ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ ซึ่งเป็นบุตรชายของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เข้าร่วมในพิธีศพของบิดา ท่ามกลางชาวอิหร่านจำนวนมากที่ยังคงหลั่งไหลออกมาร่วมพิธีศพของอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่านที่ถูกสังหารเสียชีวิตในปฏิบัติการร่วมโจมตีอิหร่านของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า โลงบรรจุศพของคาเมเนอีถูกเคลื่อนออกมาจากสถานที่ประกอบพิธีละหมาดกลางแจ้ง ขณะที่มีการนำสวดภาวนาผ่านเครื่องขยายเสียงแพร่ไปยังฝูงชนซึ่งต่างร่วมกันสวดรับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจากวิดีโอถ่ายทอดสดของสำนักข่าวรอยเตอร์เผยให้เห็นผู้มาร่วมพิธีศพหลายคนต่างร่ำไห้ซับน้ำตาด้วยความเสียใจ ก่อนที่โลงศพของคาเมเนอีและโลงศพที่บรรจุศพสมาชิกหลายคนในครอบครัวของอดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ซึ่งรวมถึงภรรยาและลูกชายของโมจตาบาที่ถูกสังหารเสียชีวิตในเหตุโจมตีเดียวกันด้วย ได้ถูกเคลื่อนไปวางบนแท่นยกสูง ณ สถานที่ประกอบพิธีสวดศพ โดยมีโลงศพขนาดเล็กกว่าวางอยู่ด้านบนสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า ผู้นำทางศาสนาระดับสูงได้เป็นผู้นำสวดภาวนาให้กับร่างของคาเมเนอี ขณะที่ภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยสื่อทางการแสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ยืนเรียงแถวอยู่ด้านหน้าโลงศพ โดยมีรายงานว่า พลจัตวาอาห์หมัด วาฮิดี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อันทรงอิทธิพลของอิหร่าน เป็นหนึ่งในบุคคลที่ยืนอยู่แถวหน้าที่ได้แสดงความเคารพและร่วมไว้อาลัยด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พิธีสวดเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ตามเวลาท้องถิ่น ณ มัสยิดอิหม่าม โคมัยนี แกรนด์ มอสซาลา ซึ่งร่างของคาเมเนอีได้ถูกตั้งไว้ตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ กระทั่งรุ่งสางวันอาทิตย์ ผู้คนหลายพันคนได้มารวมตัวกันอยู่ด้านนอกมัสยิดเพื่อแสดงความเคารพ ซึ่งเสียงสวดมนต์ดังก้องไปทั่วบริเวณผ่านลำโพงกระจายเสียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้เป็นที่จับตาว่า โมจตาบา บุตรชายของคาเมเนอี ที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่แทนนั้นจะมาร่วมพิธีศพของบิดาของเขาด้วยหรือไม่ ที่ผ่านมา โมจตาบา ยังไม่ได้ปรากฏตัวให้สาธารณชนได้เห็นเลยนับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางกระแสข่าวว่าเขาได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐร่วมกับอิสราเอลตั้งแต่วันแรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกทั้งเขายังไม่ได้เข้าร่วมพิธีไว้อาลัยเป็นการส่วนตัวแก่ภรรยาผู้ล่วงลับของเขาที่มีขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย มีเพียงการสื่อสารกับกลุ่มผู้สนับสนุนผ่านแถลงการณ์ที่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งเผยแพร่ผ่านสื่อของอิหร่านเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พิธีศพของคาเมเนอี อดีตผู้นำที่ทรงอิทธิพลสูงสุดของอิหร่าน จะจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลา 6 วัน จนถึงปลายสัปดาห์หน้า โดยในต้นสัปดาห์นี้จะมีการเคลื่อนศพของคาเมเนอีไปยังเมืองกุม อันเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา ก่อนไปยังเมืองนาจาฟและคาร์บาลา เมืองสำคัญทางศาสนาในอิรัก และเคลื่อนศพนำกลับมาประกอบพิธีและฝังที่เมืองมัชฮัดของอิหร่าน อันเป็นบ้านเกิดของคาเมเนอีในวันที่ 9 กรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด รอยเตอร์รายงานอ้างสถานีโทรทัศน์ทางการอิหร่าน เผยแพร่ภาพในวันอาทิตย์นี้ ขณะลูกชายอีก 3 คน ของคาเมเนอี ได้แก่ มอสตาฟา, เมย์ซัม และ มาซูด คาเมเนอี ได้ร่วมพิธีสวดอยู่ข้างโลงบรรจุศพของบิดา รวมถึงสมาชิกอีก 4 คนในครอบครัว แต่ไม่มีโมจตาบาแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมีประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชกียาน และนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาของอิหร่าน ได้ร่วมสวดมนต์อยู่หลังโลงศพของอดีตผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับของอิหร่านด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792369?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น</dc:alternative><dc:abstract>ยังไร้เงา โมจตาบา ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ร่วมพิธีศพบิดา จัดใหญ่ต่อเนื่องวันที่ 2 ปชช.แห่ไว้อาลัยแน่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T08:19:57+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T08:19:57+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T054307Z_10622095_RC2F7MACKMOT_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T054307Z_10622095_RC2F7MACKMOT_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T194535Z_476748060_RC257MA6NE0W_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T194535Z_476748060_RC257MA6NE0W_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>486</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>486</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T182458Z_1541939181_RC2K6MA4DQ71_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T182458Z_1541939181_RC2K6MA4DQ71_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>546</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>546</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T173742Z_574373632_RC257MASGROP_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T173742Z_574373632_RC257MASGROP_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-KHAMENEI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26186211567431-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792260]]></link><pubDate>2026-07-05T11:34:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792260</guid><description>คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม สำนักข่าวกลางเกาหลี(เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงทางการเปียงยางรายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม สำนักข่าวกลางเกาหลี(เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงทางการเปียงยางรายงานว่า คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้ร่วมสังเกตการณ์การทดสอบยิงขีปนาวุธร่อนเชิงยุทธศาสตร์จากเรือพิฆาตคังกน(Kang Kon) และการประเมินระบบอาวุธต่อต้านเรือ ต่อต้านเรือดำน้ำและระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ติดตั้งบนเรือรบลำดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยการทดสอบดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันศุกร์(3 ก.ค.)ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งของการประเมินระบบการรบของเรือรบลำนี้ของเกาหลีเหนือที่เพิ่งสร้างเสร็จ ซึ่งการประเมินทดสอบอครอบคลุมถึงการตรวจสอบความสามารถในการตรวจจับเป้าหมาย การประมวลผลข้อมูลของอำนาจการยิงแบบบูรณาการ ปืนใหญ่ประจำเรือ ปืนกลอัตโนมัติและยุทโธปกรณ์ทางทหารในการทำสงครามอิเล็กทรอนิกส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อเปียงยางรายงานว่าผู้นำคิมได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับแผนการประเมินระบบอาวุธของเรือพิฆาตลำดังกล่าว ก่อนจะชมการทดสอบยิงขีปนาวุธร่อนเชิงยุทธศาสตร์และการทดสอบระบบอาวุธอื่น ๆ โดยผู้นำคิมชื่นชมความก้าวหน้าล่าสุดในการพัฒนาอาวุธและเรียกร้องให้เร่งเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันทางทหารและศักยภาพในการรบของเกาหลีเหนือให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้เขายังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทดสอบเรือพิฆาตคังกนให้เสร็จสมบูรณ์และนำเรือลำนี้เข้าประจำการในกองทัพเรือภายใน 2 เดือนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาเกาหลีเหนือได้ประกาศนำเรือพิฆาตโชฮยอน ขนาด 5,000 ตัน เข้าประจำการในกองทัพเรือ พร้อมประกาศแผนที่จะนำเรือพิฆาตคังกน ซึ่งเป็นเรือรบในชั้นเดียวกันเข้าประจำการเพิ่มเติมภายใต้โครงการปรับปรุงและพัฒนากองทัพเรือของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คิม จองอึนยังได้ประกาศแผนสร้างเรือรบชั้นนี้ปีละ 2 ลำต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี และเปิดเผยแผนการสร้างเรือรบขนาดใหญ่กว่าซึ่งมีระวางขับน้ำประมาณ 10,000 ตัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับเรือพิฆาตคังกนเคยได้รับความเสียหายจากการพลิกเอียงบางส่วนระหว่างพิธีปล่อยเรือลงน้ำเมื่อปีที่แล้วก่อนจะได้รับการซ่อมแซม ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือให้ความสำคัญกับการพัฒนากองทัพเรือมากขึ้น เนื่องจากคิม จองอึนมองว่ากองทัพเรือเป็นเหล่าทัพที่อ่อนแอที่สุดของประเทศและต้องการยกระดับศักยภาพของกองกำลังส่วนนี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792260?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ</dc:alternative><dc:abstract>คิม จองอึน คุมทดสอบยิงขีปนาวุธร่อน จากเรือพิฆาต จี้เร่งต่อเรือรบ เสริมแกร่งทัพเกาหลีเหนือ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T04:34:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T04:34:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225949Z_728395315_RC297MA8LJOQ_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225949Z_728395315_RC297MA8LJOQ_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>482</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>482</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1308114742_RC297MAJMZXT_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1308114742_RC297MAJMZXT_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1694</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1694</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-04T225640Z_1032064035_RC297MA9OMYW_RTRMADP_3_NORTHKOREA-MISSILES-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792230]]></link><pubDate>2026-07-05T11:10:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792230</guid><description>เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ทางการเวเนซุเอลา แจ้งว่าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง เมื่อวันที่ 24 [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ทางการเวเนซุเอลา แจ้งว่าเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา ยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว อยู่ที่ 2,954 ราย และตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการของผู้สูญหาย อยู่ที่กว่า 41,000 คน ขณะที่ประชาชนกว่า 16,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย โดยต้องอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิงต่างๆ ที่รัฐบาลจัดไว้ให้ บางส่วนอาศัยอยู่ในค่ายพักชั่วคราว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปีเตอร์ โฮลซ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ของโรงพยาบาลสนาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประสานงานระหว่างกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ กับกลุ่มต่างๆที่ให้ความช่วยเหลือในเวเนซุเอลา เปิดเผยว่า โรงพยาบาลได้ให้การรักษาผู้ป่วยไปแล้วราว 400 ราย รวมถึงการผ่าตัดซึ่งคาดว่ามีเกือบ 30 ราย ในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม ในเบื้องต้นเป็นการรักษาอาการบาดเจ็บจากแผ่นดินไหว จากนั้นจะเป็นการติดตามผลการผ่าตัด และจะส่งมอบการดำเนินงานให้กับแพทย์ท้องถิ่นต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792230?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น </dc:alternative><dc:abstract>เวเนฯแจ้งยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวใหญ่ ยืนยันแล้วดับเกือบ 3 พัน ยังสูญหายกว่า 4.1 หมื่น </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T04:11:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T04:11:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-23.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/VENEZUELA-QUAKE-23-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792209]]></link><pubDate>2026-07-05T10:25:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5792209</guid><description>สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าเขาจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เพื่อเฉลิมฉลองใหญ่เนื่องในวัน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศว่าเขาจะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เพื่อเฉลิมฉลองใหญ่เนื่องในวันชาติหรือวันประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกาครบรอบ 250 ปี ในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคมตามเวลาท้องถิ่น ที่บริเวณเนชันแนลมอลล์ อย่างแน่นอน “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” แม้ว่าพายุฝนฟ้าคะนองในช่วงฤดูร้อน อาจทำให้การจัดงานล่าช้าหรือได้รับผลกระทบก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้สั่งให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ใกล้อนุสาวรีย์วอชิงตัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทรัมป์มีกำหนดขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่ม Freedom 250 ซึ่งเป็นผู้จัดงานกิจกรรมการเฉลิมฉลองวันชาติครั้งนี้ระบุว่า ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าสู่พื้นที่อีกครั้ง และทรัมป์จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ในเวลา 23.00 น.ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ ซึ่งช้ากว่ากำหนดเดิม 1 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ผมจะไปที่นั่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คืนนี้เป็นคืนวันเสาร์ มาสนุกกันเถอะ ถึงแม้ว่างานจะเลิกดึกก็ตาม&amp;#8221; ทรัมป์โพสต์บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เข้าร่วมงานจำนวนมากต้องรอหลายชั่วโมงเพื่อเข้าสู่พื้นที่จัดงาน โดยต้องเผชิญกับมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดยิ่งขึ้น และสภาพอากาศร้อนที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 39 องศาเซลเซียส โดยคลื่นความร้อนจัดที่ทำลายสติถิ ทำให้ต้องมีการยกเลิกขบวนพาเหรดและกิจกรรมอื่นๆ หลายรายการในพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เข้าร่วมงานอย่างกลุ่มแนวร่วมรักชาติ(Patriot Front) ซึ่งเป็นกลุ่มชาตินิยมผิวขาว โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่าได้เดินทางมาถึงกรุงวอชิงตันแล้ว และมีผู้คนหลายร้อยคนที่สวมเครื่องแต่งกายของกลุ่มเดินทางเข้าสู่เมืองด้วยรถไฟใต้ดินซึ่งให้บริการในเขตกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ตำรวจท้องถิ่นระบุว่ายังไม่ได้รับรายงานเหตุการณ์ความรุนแรงใด ๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า โดยปกติแล้วประธานาธิบดีสหรัฐในอดีตมักหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองวันชาติสหรัฐด้วยตนเอง แต่ทรัมป์ได้ทำให้เส้นแบ่งระหว่างการเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการและการเมืองแบบหาเสียงนั้นเลือนหายไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่ม Freedom 250 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทรัมป์ ได้ลดบทบาทของคณะกรรมการที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายการเมืองซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2016 ลงเพื่อรับผิดชอบควบคุมการจัดงานครบรอบ 250 ปีของประเทศแทน และยังได้ปิดพื้นที่ส่วนใหญ่ของเนชันแนลมอลล์ ซึ่งมีความยาวประมาณ 2.4 กิโลเมตร เพื่อจัดงาน &amp;#8220;Great American State Fair&amp;#8221; ซึ่งภายในงานมีทั้งชิงช้าสวรรค์ รวมถึงบูธจัดแสดงของกลุ่มอนุรักษนิยมและบริษัทผู้รับเหมาด้านกลาโหม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่ม Freedom 250 ระบุว่า งานเทศกาลนี้มีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นถึงผู้คนและนวัตกรรมที่ทำให้สหรัฐอเมริกาเป็น”ประเทศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลายรัฐที่มีพรรคเดโมแครตเป็นผู้บริหารปฏิเสธที่จะส่งคณะผู้แทนเข้าร่วมงาน ขณะที่ศิลปินหลายคนที่มีกำหนดขึ้นแสดงก็ได้ถอนตัว โดยให้เหตุผลว่ากังวลเกี่ยวกับการเมืองแบบแบ่งฝักแบ่งฝ่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้เริ่มเปิดงานกิจกรรมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีวันประกาศอิสรภาพของสหรัฐด้วยการจัดการชุมนุมเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ในช่วงแรกของการจัดงานมีผู้เข้าร่วมไม่มากนัก แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จำนวนผู้คนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ผู้เข้าชมต้องต่อแถวยาวรอเพื่อเข้าชมสถานที่ที่มีการจัดกิจกรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แฟรงก์ ดิโจวีน ผู้บริหารของสถาบันสมิธโซเนียนกล่าวว่า ร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารภายในพิพิธภัณฑ์ของสถาบันซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่จัดงาน มียอดขายสินค้าที่ระลึกในวันศุกร์สูงเกือบทำสถิติใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กิจกรรมอื่น ๆ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกลุ่ม Freedom 250 ยังรวมถึงการชุมนุมทางศาสนา ซึ่งมีวิทยากรส่วนใหญ่เป็นคริสเตียนสายอนุรักษนิยม และการแข่งขันกีฬาหลายรายการ รวมถึงการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน ที่จัดขึ้นภายในบริเวณทำเนียบขาวเพื่อเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 80 ปีของทรัมป์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีกำหนดจัดการแข่งขัน IndyCar ที่กรุงวอชิงตันในเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการฉลองด้วยการยิงพลุดอกไม้อันไฟตระการตาเพื่อเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้ รวมถึงที่มหานครนิวยอร์กของสหรัฐ ในคืนวันที่ 4 กรกฎาคมตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลสำรวจของรอยเตอร์/อิปซอสพบว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ รวมถึง 3 ใน 4 ของผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครต และครึ่งหนึ่งของผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันมองว่ากิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีวันชาติสหรัฐ ได้กลายเป็นเรื่องที่เป็นการเมืองมากเกินไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทรัมป์พยายามปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงพื้นที่หลายส่วนของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อรับการเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีของประเทศ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมามีทั้งที่ประสบความสำเร็จและมีปัญหา เช่น น้ำพุและอนุสรณ์สถานหลายแห่งจะได้รับการบูรณะแล้ว แต่โครงการปรับปรุงสระสะท้อนภาพ(Reflecting Pool) หน้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น ที่มีมูลค่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับการประชาสัมพันธ์อย่างมาก แต่กลับประสบปัญหาหลายด้าน โดยสีของโครงสร้างเริ่มลอกและน้ำในสระมีตะไคร่น้ำขึ้นจนดูสกปรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5792209?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ</dc:alternative><dc:abstract>สภาพอากาศเลวร้าย ป่วนทรัมป์ ฉลองใหญ่ครบ 250 ปี วันประกาศอิสรภาพสหรัฐ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-05T03:36:19+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-05T03:36:19+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024049Z_1718573700_RC2D7MA393DR_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024836Z_1561725622_RC2E7MAVFJGT_RTRMADP_3_USA-250-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024836Z_1561725622_RC2E7MAVFJGT_RTRMADP_3_USA-250-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>1005</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>1005</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024523Z_801530467_RC2D7MAAXNI0_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T024523Z_801530467_RC2D7MAAXNI0_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T021128Z_1358325118_RC2E7MAA5A2U_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/2026-07-05T021128Z_1358325118_RC2E7MAA5A2U_RTRMADP_3_USA-250-NEW-YORK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791512]]></link><pubDate>2026-07-05T06:28:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791512</guid><description>คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา รายงานการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินประจำปี 2025 ของ ประธานาธิ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา รายงานการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินประจำปี 2025 ของ &lt;strong&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/strong&gt; ระบุว่า ทรัมป์มีรายรับรวมกว่า 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 4 หมื่นล้านบาท จากธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโทเคอร์เรนซี หลังจากที่เขากลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีวาระที่สองได้เพียงหนึ่งปีเศษเท่านั้น โดยที่ในจำนวนเงินมหาศาลนี้ยังไม่นับรวมรายได้และกำไรจากการสะสมอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก ธุรกิจสินค้าแบรนด์ตนเอง รวมถึงการฟ้องร้องคดีชนะสำนักข่าวต่างๆ หลายแห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์เผยว่าเขาทำเงินได้มากกว่า 500 ล้านดอลลาร์จากธุรกิจ World Liberty Financial  ผ่านการขาย &amp;#8220;&lt;strong&gt;โทเค็นเพื่อการกำกับดูแล&amp;#8221; &amp;#8220;สเตเบิลคอยน์&amp;#8221; &lt;/strong&gt;และสินทรัพย์คริปโทอื่นๆ ขณะที่รายได้จากธุจกิจคริปโทอีกแห่งหนึ่งคือ CIC Digital LLC ซึ่งทำเงินให้เขาราว 635 ล้านดอลลาร์ผ่านการขายเหรียญมีมซึ่งเป็นของที่ระลึกพิมพ์ลายประทับใบหน้าของทรัมป์ เพียงแค่รายได้จากธุรกิจคริปโทก็สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจนทรัมป์แทบจะกลายเป็น &amp;#8220;ราชาคริปโท&amp;#8221; คนใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านภาคธุจกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่หลักที่เคยเป็นฐานในการส่งให้ทรัมป์ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐก็เฟื่องฟูอย่างต่อเนื่องไม่แพ้กัน โดยทรัมป์ได้รับเงินอีกหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐจากธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท และคอนโดมิเนียม ที่สร้างขึ้นใหม่ในต่างประเทศ ซึ่งนับเป็นการขยายการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบศตวรรษนับตั้งแต่ทรัมป์ก่อตั้งธุรกิจดังกล่าวขึ้น โดยประเทศเหล่านี้หลายประเทศกำลังอยู่ในระหว่างเจรจากับสหรัฐในเรื่องภาษีนำเข้า ความช่วยเหลือทางทหาร และเรื่องสำคัญอื่นๆ ในขณะที่ธุรกิจของครอบครัวของทรัมป์บรรลุข้อตกลงทางธุรกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ อสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สร้างรายได้ให้ธุรกิจของทรัมป์ถึง 10.4 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ส่วนอีกแห่งในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งกำลังก่อสร้างโดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใกล้ชิดกับราชวงศ์ สร้างรายได้ให้บริษัทของทรัมป์ราว 9 ล้านดอลลาร์ และอีกแห่งในบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย และอีกแห่งในกาตาร์ สร้างรายได้ให้เขาแห่งละ 5 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความมั่งคั่งของทรัมป์ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ โดยสนามกอล์ฟและสมาคมกอล์ฟของทรัมป์ 16 แห่งทั่วโลกสร้างรายได้มากกว่า 470 ล้านดอลลาร์ผ่านการเก็บค่าธรรมเนียมและใบอนุญาต ขณะเดียวกัน การขายหนังสือ MAGA และสินค้าอื่นๆ ที่มีตราทรัมป์ประดับสร้างรายได้หลายล้านดอลลาร์ อาทิ หนังสือ Save America ทำเงินได้ 1,893,965 ดอลลาร์ หนังสือ Letters to Trump ทำเงินได้ 590,730 ดอลลาร์ และหนังสือ A MAGA Journey ทำเงินได้ 552,685 ดอลลาร์ อีกทั้งยังมีสินค้า อาทิ กีตาร์แบรนด์ทรัมป์ทำเงินได้ 35,920 ดอลลาร์ รองเท้าผ้าใบและน้ำหอมตราทรัมป์ทำเงินได้ 67,634 ดอลลาร์ เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทรัมป์ยังฟ้องร้องสำนักข่าวและสื่อรวมกันหลายคดี ซึ่งทำให้เขาได้รับเงินค่าชดเชยเป็นจำนวนมาก  แม้จะไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าทำไมสำนักข่าวต่างๆ ถึงตัดสินใจยอมความในคดีฟ้องร้องของทรัมป์ที่กล่าวหาว่าฉ้อโกงและหมิ่นประมาท แต่ผลสุดท้ายพวกเขาก็ยอมความและจ่ายเงินไปแล้ว โดยคดีฟ้องร้องสำนักข่าว ABC, CBS, Meta และอื่นๆ ทำให้ได้เงินมามากกว่า 80 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้สร้างห้องสมุดในไมอามีตามแผนการของทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;ปรากฎการณ์ความมั่งคั่งระดับพันล้านดอลลารณ์สหรัฐของทรัมป์ได้สร้างความประหลาดใจให้แก่สาธารณชนและกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวาง คำถามมากมายเช่นว่า ในเม็ดเงินจำนวนมหาศาลนี้มีผลประโยชน์ทับซ้อนแฝงอยู่หรือไม่ ทรัมป์แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนจากการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมากน้อยเพียงใด หรือกระทั่งการออกนโยบายที่ผ่านมามีส่วนเกี่ยวข้องกับความมั่งคั่งนี้อย่างไรบ้าง ล้วนผุดขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากนี่คือระดับความร่ำรวยที่ไม่เคยปรากฎขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ทศวรรษก่อน &lt;strong&gt;แฮร์รี่ ทรูแมน&lt;/strong&gt; ประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 33 ได้ก้าวลงจากตำแหน่งพร้อมกับเงินบำนาญทหารราว 113 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน (หรือเพียง 3,700 บาท)  เท่านั้นในเวลาต่อมาทรูแมนได้เขียนไว้ว่า &amp;#8220;การแสวงหากำไรในนามของเกียรติภูมิและความมีเกียรติของประธานาธิบดีแห่งสหรัฐเป็นความผิด&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หรือกระทั่งก่อนการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีไม่นาน&lt;strong&gt; จอร์จ ดับเบิลยู บุช&lt;/strong&gt; นำเงินลงทุนของเขาไปไว้ในกองทุนที่บริหารจัดการโดยบุคคลที่สามโดยไม่เปิดเผยข้อมูล (blind trust) บุชกล่าวในสัปดาห์สุดท้ายของการดำรงตำแหน่งว่า เขาไม่รู้เลยว่าวิกฤตเศรษฐกิจปี 2008 จะส่งผลกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สินของเขาเช่นนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในทางตรงกันข้าม โดนัลด์ ทรัมป์ ทำเงินได้อย่างน้อยราว 1.2 พันล้านดอลลาร์ในปีแรกที่เขากลับเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่ารายได้ 622 ล้านดอลลาร์ที่เขาเคยรายงานในปี 2024 หรือเกือบ 4 เท่า จากเมื่อหนึ่งปีก่อนที่เขาจะกลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัย 2&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนเริ่มวาระแรกในปี 2017 ทรัมป์ระบุว่า ได้มอบการควบคุมธุรกิจครอบครัวของเขา คือ องค์กรทรัมป์ (The Trump Organization) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจของครอบครัวทรัมป์ ให้กับลูกชายที่บรรลุนิติภาวะแล้ว แต่การกระทำดังกล่าวเป็นการแหวกแนวจากแบบอย่างที่ประธานาธิบดีคนก่อนๆ เคยทำ เพราะทรัมป์ไม่ได้นำผลประโยชน์ทางธุรกิจของเขาไปไว้ในทรัสต์แบบปิด หรือขายทรัพย์สินอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนอื่นๆ ของเขา และทรัมป์ได้ดำเนินการในลักษณะเดียวกันก่อนเริ่มวาระที่สองของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;องค์กรทรัมป์ระบุก่อนพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งสมัยที่สองของเขาว่า ทรัมป์จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารงานประจำวันของบริษัทในขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ขณะที่ &lt;strong&gt;เอริก ทรัมป์&lt;/strong&gt; บุตรชายซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในบริษัทของครอบครัว กล่าวว่า องค์กรทรัมป์จะปฏิบัติตาม&lt;strong&gt; &amp;#8220;มาตรฐานทางจริยธรรมที่เข้มงวด&amp;#8221;&lt;/strong&gt; ในระหว่างการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของผู้เป็นบิดา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ธุรกิจของครอบครัวทรัมป์และผู้ใกล้ชิดบางคนได้รับผลกำไรในอุตสาหกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากสกุลเงินดิจิทัลนับตั้งแต่เขากลับมาที่ทำเนียบขาวเมื่อปีที่แล้ว ตามรายงานของ New York Times ทรัมป์ได้ทำข้อตกลงกับประธานาธิบดีของคาซัคสถาน ทำให้บริษัทอเมริกันเข้าถึงโครงการแร่ธาตุสำคัญขนาดใหญ่ในประเทศ หลังจากนั้น เอริก และ &lt;strong&gt;โดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์&lt;/strong&gt; ได้เข้าถือหุ้นจำนวนหนึ่งในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการเหมืองแร่ ขณะที่บริษัทลงทุนแคนเตอร์ ฟิตซ์เจอรัลด์ ซึ่งบริหารงานโดยบุตรชายของ &lt;strong&gt;ฮาวเวิร์ด ลุตนิค&lt;/strong&gt; รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ก็มีส่วนร่วมในข้อตกลงนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า รายได้ที่เพิ่มพูนขึ้นในขณะที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีมาจากการเพิ่มขึ้นของตลาดหุ้น และอ้างว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของครอบครัว  และบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเงินส่วนตัวของผม เรามีกองทุนที่บริหารเงินของผม ผมหาเงินได้มากมายก่อนที่จะเป็นประธานาธิบดี และพวกเขานำเงินของผมไปลงทุน และผมก็ไม่ได้คุยกับพวกเขา”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทำเนียบขาวออกมาปฏิเสธว่าทรัมป์และครอบครัวไม่ได้รับผลประโยชน์จากการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแต่อย่างใด โดย &lt;strong&gt;แอนนา เคลลี&lt;/strong&gt; รองโฆษกทำเนียบขาวชี้แจว่า การกระทำทั้งหมดของประธานาธิบดีทรัมป์และคณะบริหารของเขา ล้วนเป็นไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชนชาวอเมริกัน และบรรดา &lt;strong&gt;&amp;#8220;นักข่าว&amp;#8221;&lt;/strong&gt; ที่พยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง ก็กำลังนำเสนอเรื่องราวเดิมๆ ที่น่าเบื่อและไม่มีมูลความจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคเดโมแครตและสื่อกระแสหลักได้พยายามนำเสนอมานานกว่าทศวรรษแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่ว่าทรัมป์และคนใกล้ตัวจะพยายามชี้แจงอย่างไร แต่รายงานที่ยาวกว่า 900 หน้า ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งต้องยื่นทุกปีชี้ให้เห็นว่า ทรัมป์ได้ค้นพบแหล่งรายได้ใหม่หลายช่องทางในปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;บาร์บารา เพอร์รี&lt;/strong&gt; นักประวัติศาสตร์ด้านประธานาธิบดีจากศูนย์มิลเลอร์ มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย กล่าวว่า ไม่มีเหตุการณ์ใดที่เทียบได้กับเรื่องนี้มาก่อน มันเกินกว่าที่เราเคยเห็นมาในประวัติศาสตร์การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“นี่คือความแตกต่างที่สำคัญระหว่างทรัมป์และครอบครัวของเขากับประธานาธิบดีคนอื่นๆ การหาเงินอย่างมหาศาลในระหว่างดำรงตำแหน่งนั้น ไม่ผิดกฎหมาย แต่ผิดจริยธรรม ประธานาธิบดีส่วนใหญ่ในอดีตไม่ต้องการทำเช่นนั้น” เพอร์รีกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน &lt;strong&gt;ริชาร์ด เพนเตอร์&lt;/strong&gt; อดีตหัวหน้าทนายความด้านจริยธรรมของทำเนียบขาวในสมัยจอร์จ ดับเบิลยู บุช กล่าวกับบีบีซีว่า  &amp;#8220;มันคือผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างแน่นอน และสถานการณ์ในตอนนี้เป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลอย่างยิ่งสำหรับประชาชนชาวอเมริกัน ที่เห็นประธานาธิบดีของพวกเขาได้รับเงินจำนวนมากเช่นนี้&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่ว่าใครจะชอบหรือจะชัง จะเชื่อหรือไม่กับคำอธิบายของทรัมป์และทีมงาน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือการกระทำของทรัมป์ ไม่เพียงแต่ทำลายบรรทัดฐานในการพยายามที่จะหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อนที่ประธานาธิบดีสหรัฐในอดีตสร้างขึ้น และเลือกเดินไปบนเส้นทางที่มีเพียงเขาเองเป็นผู้กำหนด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;อนาคตจะเป็นผู้ให้คำตอบว่า ทรัมป์ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งของการไม่เอาธุรกิจมาปนกับการเมืองจริงหรือไม่ ในขณะที่เขาได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับตัวเองอีกครั้ง ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐที่สร้างรายได้สูงสุดแตะระดับ 1.2 พันล้านดอลลาร์ในระหว่างดำรงตำแหน่งเพียง 1 ปีเท่านั้น&lt;/strong&gt; &lt;strong&gt;(เรียบเรียงจากบีบีซี/เอพี)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791512?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง</dc:alternative><dc:abstract>คำถามจริยธรรมสะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์ทำเงินกว่าพันล้านดอลล์ในปีเดียว เส้นแบ่งที่เลือนหายของธุรกิจกับการเมือง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T07:19:06+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T07:19:06+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/t4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791893]]></link><pubDate>2026-07-04T17:20:30+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791893</guid><description>อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค. ชาวอิหร่านจำนวนมากหลั่งไหลไปยังสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขนาดใหญ่ในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม เพื่อร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค.&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ชาวอิหร่านจำนวนมากหลั่งไหลไปยังสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขนาดใหญ่ในกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม เพื่อร่วมพิธีศพของอยาตอลลาห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งจะมีการจัดพิธีนาน 1 สัปดาห์ โดยพิธีเริ่มต้นด้วยการบรรเลงเพลงชาติ การกล่าวคำไว้อาลัยทางศาสนา และการอ่านคัมภีร์อัลกุรอาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านจัดพิธีศพครั้งใหญ่เพื่อไว้อาลัยแด่คาเมเนอี ซึ่งปกครองประเทศมานานถึง 37 ปี ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศครั้งแรกในสงครามที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ รัฐบาลอิหร่านใช้พิธีศพของผู้นำสูงสุดเพื่อแสดงให้เห็นถึงความภักดีของประชาชนต่อระบบการปกครองโดยผู้นำศาสนา และอุดมการณ์การปฏิวัติอิสลาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพที่มีการเผยแพร่ทางโทรทัศน์แสดงให้เห็นโลงศพของคาเมเนอีที่คลุมด้วยธงชาติอิหร่าน โลงศพของเขาถูกจัดวางเคียงข้างโลงศพอีก 4 โลง ของสมาชิกในครอบครัวที่เสียชีวิตจากการโจมตีในคราวเดียวกัน ตั้งบนแท่นสีดำขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้มีลักษณะคล้ายกะอ์บาห์ สิ่งก่อสร้างทรงลูกบาศก์ที่ตั้งอยู่ใจกลางมัสยิดอัลฮะรอมในนครเมกกะ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลานกว้างของอิหม่าม โคไมนี แกรนด์ มอสซัลลา ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีละหมาดขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยผู้มาร่วมไว้อาลัย หลายคนโบกธงชาติอิหร่านและถือภาพของผู้นำผู้ล่วงลับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ของรัฐ Seda va Sima รายงานว่า มีเสียงตะโกน “อเมริกาจงพินาศ” ดังก้องไปทั่วสถานที่ดังกล่าวในกรุงเตหะราน ในวันไว้อำลาต่อ “ท่านผู้พลีชีพ” ขณะที่ในคลิปวิดีโออื่นๆ ยังได้ยินประชาชนตะโกนว่า &amp;#8220;คำขวัญของเรามีเพียงคำเดียว คือ การแก้แค้น การแก้แค้น&amp;#8221; และ &amp;#8220;เราจะฆ่า เราจะฆ่า ผู้ที่ฆ่าอิหม่ามของเรา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางอากาศร้อนในช่วงฤดูร้อน มีการพ่นละอองน้ำจากหลังคาอาคารเพื่อช่วยคลายความร้อนให้ผู้ร่วมพิธี โดยโลงศพของคาเมเนอีจะถูกประดิษฐานอยู่ที่อิหม่าม โคไมนี แกรนด์ มอสซัลลา ไปจนถึงเย็นวันอาทิตย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากนั้น คาดว่าจะมีการเคลื่อนย้ายร่างของเขาไปยังเมืองกอม นาจาฟ และเคอร์บาลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของชาวชีอะห์ในอิหร่านและอิรัก ก่อนที่จะนำไปฝังในวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม ที่เมืองมาชาด ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่แสวงบุญที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของอิหร่านต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791893?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค.</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่านหลั่งไหล ร่วมพิธีไว้อาลัยอดีตผู้นำสูงสุด จัดพิธีทั่วประเทศ 1 สัปดาห์ ก่อนฝัง 9 ก.ค.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T10:23:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T10:23:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ik1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>799</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>799</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791844]]></link><pubDate>2026-07-04T16:59:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791844</guid><description>ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ได้มีพิธีลงนามแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย-ฝรั่งเศส ปี 2569-2571 ระหว่าง นา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ได้มีพิธีลงนามแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย-ฝรั่งเศส ปี 2569-2571 ระหว่าง &lt;strong&gt;นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว&lt;/strong&gt; รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กับ &lt;strong&gt;นายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ&lt;/strong&gt; เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เพื่อร่วมกันวางกรอบความร่วมมือและยกระดับความสัมพันธ์ไปสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับรายละเอียดของแผนปฏิบัติการร่วมฉบับใหม่นี้ จะเป็นการสานต่อจากแผนฉบับเดิม (ปี 2022-2024) โดยมีการขยายกรอบความร่วมมือมุ่งเน้นไปที่ 5 สาขาใหม่แห่งอนาคต ได้แก่ การเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล การวิจัยและนวัตกรรม การศึกษา และเทคโนโลยีการบินและอวกาศ ขณะเดียวกันยังคงรักษาฐานความร่วมมือเดิมที่แข็งแกร่ง ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า แผนปฏิบัติการร่วมฉบับนี้จะเป็นแนวทางสำคัญในการเดินหน้าสู่เป้าหมายร่วมกัน คือการยกระดับความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศสไปสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์  พร้อมทั้งได้กล่าวย้อนรำลึกถึงความสัมพันธ์อันยาวนาน โดยระบุว่าทั้งสองประเทศได้ร่วมฉลองครบรอบ 340 ปีของการติดต่อกันครั้งแรกนับตั้งแต่ครั้งที่เจ้าพระยาโกษาปานเป็นราชทูตเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรี ณ ราชสำนักของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 และในปีนี้ยังเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 170 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5791863&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;803&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-300x201.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-1024x685.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-768x514.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-728x487.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-1068x715.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-628x420.jpg 628w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-400x268.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยการลงนามในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่มีความใกล้ชิดอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  ตลอดจนการเยือนฝรั่งเศสขของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล และนายสีหศักดิ์เองที่ได้หารือทวิภาคีกับ นายฌอง-โนแอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ณ กรุงปารีสก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ นายฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ กล่าวว่า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ลงนามในแผนปฏิบัติการร่วม ฉบับใหม่ (2569–2571) พร้อมตอกย้ำถึงเป้าหมายสูงสุดที่มีร่วมกันในการยกระดับความสัมพันธ์สู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือที่จับต้องได้ในแผนงานฉบับใหม่นี้ จะเป็นรากฐานสำคัญที่ผลักดันให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้อย่างมั่นคงต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5791864&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;800&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791844?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต</dc:alternative><dc:abstract>ไทย-ฝรั่งเศส ลงนาม แผนปฏิบัติการร่วมหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ เน้น 5 สาขาอนาคต</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T09:59:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T09:59:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>803</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>803</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791822]]></link><pubDate>2026-07-04T16:45:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791822</guid><description>ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศแถลงข่าวในพิธีปิดการประชุมหารือเชิงปฏิบัต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศแถลงข่าวในพิธีปิดการประชุมหารือเชิงปฏิบัติการนานาชาติ ครั้งที่ 2 ว่าด้วยการต่อต้านการหลอกลวงทางไซเบอร์และอาชญากรรมที่เกิดจากการบังคับ โดย&lt;strong&gt; นายนิกร โสมกลาง&lt;/strong&gt; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะตัวแทนนายกรัฐมนตรี กล่าวปิดงานโดยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกท่านในฐานะหุ้นส่วนที่ได้รับความไว้วางใจ เพราะเป้าหมายของเราไม่ได้มีเพียงแค่การขจัดอาชญากรให้หมดไปเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการคุ้มครองประชาชน การฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการสร้างอนาคตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน ผ่านการสร้างกรอบกฎหมายที่เข้มแข็งขึ้น ความร่วมมือระหว่างประเทศที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น การบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ และการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ในการต่อต้านการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากภาครัฐและภาคประชาสังคม โดยนายนิกรย้ำว่าจะมุ่งเสริมสร้างหลักนิติธรรม ยึดมั่นในความโปร่งใส และดำเนินนโยบายโดยไม่ยอมรับการทุจริตหรือการมีส่วนร่วมในอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเด็ดขาด หากเจ้าหน้าที่รัฐคนใดก็ตามที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะผ่านการทุจริต การใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยเจตนา จะต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายระบุไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นางสาวพินทุ์สุดา ชัยนาม &lt;/strong&gt;อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ ได้บรรยายสรุปสถานการณ์การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีว่า ในระหว่างการหารือเชิงปฏิบัติการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 2 ภายใต้วาระการรับมือกับกลโกงทางไซเบอร์และการบังคับให้ก่ออาชญากรรม แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและความหลากหลายมิติของอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตและการบังคับให้ก่ออาชญากรรม ซึ่งได้พัฒนาเครือข่ายอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นปัญหาที่ประเทศหนึ่งๆ ไม่สามารถรับมือได้เพียงลำพัง กลุ่มอาชญากรแสวงหาประโยชน์จากช่องโหว่ในการบังคับใช้กฎหมายข้ามพรมแดน ผ่านการนำเหยื่อจากการค้ามนุษย์มาใช้เป็นเครื่องมือในการก่อเหตุหลอกลวงผู้อื่นต่อไป นางสาวพินทุ์สุดาจึงย้ำถึงความจำเป็นและแสดงถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตและปัญหาการค้ามนุษย์เพื่อบังคับให้กระทำผิดต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ &lt;strong&gt;พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร&lt;/strong&gt; รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  บรรยายถึงสถานการณ์การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน พร้อมนำเสนอ&lt;strong&gt;ระบบ &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;Scam &amp;amp; Human Trafficking information Exchange and Linked Database (SHIELD)&lt;/strong&gt; ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มศูนย์กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเชื่อมโยงฐานข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมการหลอกลวงและการค้ามนุษย์แห่งแรกของโลก โดย SHIELD ได้รับการออกแบบเพื่อสร้างมาตรฐานในการแบ่งปันข้อมูล 4 ด้านหลัก ได้แก่ การสืบสวนอาชญากรรมทางไซเบอร์ การติดตามที่อยู่ IP และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) การวิเคราะห์กิจกรรมและความถี่ในการใช้งาน IP และการแสดงภาพความหนาแน่นของเครือข่ายผ่านการใช้งานรหัสสีสำหรับที่อยู่ IP&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ SHIELD ยังสามารถติดตามธุรกรรมทางการเงินและการเคลื่อนย้ายเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม เพื่อให้สามารถระงับธุรกรรมทางการเงินข้ามพรมแดนได้อย่างรวดเร็วและสนับสนุนการติดตามทรัพย์สินคืนให้แก่ผู้เสียหาย อีกทั้งยังใช้ข้อมูล GPS และข้อมูลเชิงพื้นที่เพื่อระบุตำแหน่งของเครือข่ายแก๊งหลอกลวง โดยการระบุพิกัดละติจูดและลองจิจูดที่เชื่อมโยงกับสถานที่เกิดเหตุ ตำแหน่งของผู้เสียหาย และฐานปฏิบัติการหลักของกลุ่มมิจฉาชีพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แพลตฟอร์ม SHIELD จะเชื่อมโยงประเทศไทยเข้ากับองค์กรต่าง ๆ อาทิ UNODC, Interpol และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นกลไกสำคัญในการทลายอุปสรรคด้านความล่าช้าในการสื่อสาร แลและมาตรฐานข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน โดยกลไกเหล่านี้จะเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อต้านขบวนการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตและปัญหาการค้ามนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791822?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก</dc:alternative><dc:abstract>ไทยนำถกนานาชาติ รับมือ กลโกงไซเบอร์-อาชญากรรมบังคับ ชู SHIELD แพลตฟอร์มกลาง เชื่อมฐานข้อมูลโลก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T09:45:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T09:45:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ss-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791490]]></link><pubDate>2026-07-04T13:26:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791490</guid><description>อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน เว็บไซต์ jakartaglobe.id รายงานว่า ทางการอินโดนีเซียประกาศชื่อชาวต่างชาติ 2 คนที่ถูกระบุว่าเป็นผู้หลบหนี หลังจากการทลายเครือข่ายลักลอบขนก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เว็บไซต์ jakartaglobe.id รายงานว่า ทางการอินโดนีเซียประกาศชื่อชาวต่างชาติ 2 คนที่ถูกระบุว่าเป็นผู้หลบหนี หลังจากการทลายเครือข่ายลักลอบขนกัญชาข้ามชาติ ที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นหนึ่งในคดีลักลอบขนกัญชาข้ามชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยยึดกัญชาคุณภาพสูงได้ 3.37 ตัน ซึ่งคาดว่ามีเป้าหมายเพื่อผลิตน้ำยาสำหรับบุหรี่ไฟฟ้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (BNN) ของอินโดนีเซีย กล่าวว่า กำลังติดตามตัวพลเมืองมาเลเซียที่ระบุชื่อว่า CKF หรือที่รู้จักกันในชื่อ L และพลเมืองจีนที่ระบุชื่อว่า ZL หรือที่รู้จักกันในชื่อ J ซึ่งเชื่อว่าเป็นหัวหน้าใหญ่ของเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดนดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอัศวิน สิปายุง รองผู้อำนวยการฝ่ายปราบปรามของ BNN กล่าวว่า เราได้ระบุตัวชาวต่างชาติสองคนว่าเป็นผู้ควบคุมหลักของเครือข่ายนี้ ซึ่งดำเนินการจากต่างประเทศ และเราจะเดินหน้าติดตามตัวพวกเขาต่อไปจนกว่าจะสามารถจับกุมและนำตัวกลับมาดำเนินคดีในอินโดนีเซียได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 12 คน รวมถึงชาวต่างชาติ 1 คนที่ระบุเพียงชื่อย่อว่า A ขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายผลถึงบทบาทของสมาชิกคนอื่นๆ ในเครือข่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตรวจยึดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการปฏิบัติการร่วมกันของ BNN, ศุลกากรและสรรพสามิต, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทหาร หลังจากเจ้าหน้าที่สกัดตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัยที่เดินทางมาจากประเทศไทยที่ท่าเรือตันจุงปรีอ็อก ในกรุงจาการ์ตา แม้ว่าตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวมีเอกสารศุลกากรถูกต้องครบถ้วน แต่มีการซุกซ่อนกัญชาไว้ภายในกระเป๋าเดินทาง 500 ใบ และถุงบรรจุสินค้าที่ทำจากยางลาเท็กซ์ 80 ถุง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ทำการส่งมอบสินค้าแบบควบคุม โดยติดตามการส่งสินค้าผิดกฎหมายดังกล่าวเพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ และเฝ้าติดตามรถบรรทุกสองคันที่ขนส่งสินค้าไปยังโกดังในเมืองเกรสิก จังหวัดชวาตะวันออก ก่อนเข้าตรวจค้นและยึดกัญชาทั้งหมด พร้อมรถบรรทุก 4 คัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;BNN กล่าวว่ากัญชาดังกล่าวไม่ได้มีไว้สำหรับการจำหน่ายแบบทั่วไป แต่ดอกกัญชาที่มีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) เชื่อว่าจะถูกนำไปสกัดเป็นสาร THC เพื่อผลิตตลับเติมสำหรับบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์สูบไอ (Vape) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดกำลังหันไปผลิตสินค้าจากกัญชาที่มีมูลค่าสูงมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า กัญชาดังกล่าวมีเป้าหมายกระจายไปยังหลายพื้นที่ทั่วอินโดนีเซีย ได้แก่ กรุงจาการ์ตา เกาะบาหลี จังหวัดชวาตะวันออก เมืองเซอมารัง จังหวัดสุมาตราใต้ และเมืองบาลิกปาปัน ปฏิบัติการนี้ยังเปิดโปงเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดในท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงคนขับรถบรรทุก คนงานขนส่งสินค้า ผู้ประกอบการคลังสินค้า และผู้ประสานงานด้านโลจิสติกส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การยึดยาเสพติดที่เกรซิกเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการยึดกัญชา 22 กิโลกรัมในปูร์วาการ์ตา ชวาตะวันตก ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดเดียวกัน ทำให้ยอดรวมของกัญชาที่ถูกยึดได้ทั้งหมดอยู่ที่ 3.37 ตัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791490?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน</dc:alternative><dc:abstract>อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T06:26:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T06:26:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/cb-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791240]]></link><pubDate>2026-07-04T09:57:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791240</guid><description>คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามปกติรวมกัน 3,700 ราย ในช่วงที่มีคลื่นความร้อนเดื [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามปกติรวมกัน 3,700 ราย ในช่วงที่มีคลื่นความร้อนเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งทำให้อุณหภูมิทั่วทวีปยุโรปพุ่งสูงอย่างมาก โดยทางการของทั้งสามประเทศเตือนว่า ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น และอาจเพิ่มสูงขึ้นได้เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลครบถ้วน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า คลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 20-28 มิถุนายน นับเป็นคลื่นความร้อนที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในยุโรป ส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าหยุดชะงัก สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน และทำให้ระบบสาธารณสุขต้องรองรับผู้ป่วยเกินขีดความสามารถ ขณะที่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า สภาพอากาศร้อนจัดครั้งนี้เกือบจะแน่นอนว่าเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สเตฟานี ริสต์ รัฐมนตรีสาธารณสุขของฝรั่งเศส กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นเมื่อวันศุกร์ว่า ในช่วงคลื่นความร้อนดังกล่าว ฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิตเกินกว่าระดับปกติ 2,025 ราย โดยพบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในกลุ่มประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานสาธารณสุขของฝรั่งเศสระบุในรายงานว่า ระหว่างวันที่ 22-28 มิถุนายน จำนวนผู้เสียชีวิตที่บ้านเพิ่มขึ้น 91% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตในสถานดูแลผู้สูงอายุและสถานพยาบาลก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน พร้อมกับเตือนว่า จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดน่าจะสูงกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่มีอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับเบลเยียม กระทรวงสาธารณสุขระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าระดับปกติประมาณ 1,200 ราย ในช่วงระหว่างวันที่ 18-29 มิถุนายน โดยในจำนวนนี้ 530 ราย เป็นผู้ที่มีอายุ 85 ปีขึ้นไป ขณะที่ประชาชนอายุต่ำกว่า 65 ปี คิดเป็น 180 ราย ของจำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขเบลเยียมระบุในแถลงการณ์ด้วยว่า การมีผู้เสียชีวิตเกินกว่าระดับปกติในช่วงคลื่นความร้อนมากถึงระดับนี้ ถือเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศเบลเยียม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทางการเนเธอร์แลนด์ระบุว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเกินกว่าระดับปกติประมาณ 480 ราย โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 80 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791240?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป</dc:alternative><dc:abstract>คลื่นความร้อนมิ.ย. ทำผู้เสียชีวิตเกินปกติอย่างน้อย 3.7 พัน ใน 3 ชาติยุโรป</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T04:33:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T04:33:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/eh-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[‘JUST&#038;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791199]]></link><pubDate>2026-07-04T08:54:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5791199</guid><description>‘JUST&amp;amp;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว เทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องป๊อปซูเปอร์สตาร์ และ ทราวิส เคลซี นักอเมริกันฟุตบอล แต่งงานกันแล้ว โดยประชาสัมพันธ์ของสวิฟต์ประก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;‘JUST&amp;amp;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องป๊อปซูเปอร์สตาร์ และ ทราวิส เคลซี นักอเมริกันฟุตบอล แต่งงานกันแล้ว โดยประชาสัมพันธ์ของสวิฟต์ประกาศยืนยันเมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม ขณะที่แขกผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองที่จัดขึ้น ณ เมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในนครนิวยอร์ก ซึ่งถือเป็นบทสรุปของเรื่องราวความรักที่ดำเนินมายาวนาน 3 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อความ &amp;#8220;JUST&amp;amp;T MARRIED&amp;#8221; หรือ เพิ่งแต่งงานกัน โดยมีลูกเล่นเป็นอักษร  T&amp;amp;T ที่มาจากชื่อของคู่รักคนดังทั้งคู่ ปรากฏบนจอขนาดยักษ์ด้านนอกสนามกีฬาใจกลางแมนฮัตตัน พร้อมกับอีเมลยืนยันโดยประชาสัมพันธ์ของสวิฟต์ว่า ศิลปินเจ้าของรางวัลแกรมมีได้เข้าพิธีวิวาห์กับดาวดังของทีม แคนซัส ซิตี ชีฟส์ แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของฝ่ายประชาสัมพันธ์ ใช้หัวอีเมลว่า &amp;#8220;Taylor Swift &amp;amp; Travis Kelce Are Married!&amp;#8221; โดยมี อดัม แซนด์เลอร์ นักแสดงตลก ซึ่งเป็นเพื่อนของทั้งคู่ ทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบพิธีแต่งงาน ขณะที่ออสติน สวิฟต์ น้องชายของเทย์เลอร์ รับหน้าที่เป็น &amp;#8220;man of honor&amp;#8221; หรือ &amp;#8220;เพื่อนเจ้าสาว&amp;#8221; ซึ่งเป็นผู้ชาย ส่วน เจสัน เคลซี อดีตนักอเมริกันฟุตบอลชื่อดังและพี่ชายของทราวิส ทำหน้าที่เป็น best man หรือเพื่อนเจ้าบ่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ระบุว่า ทั้งเจ้าสาวและเจ้าบ่าวสวมชุดที่ออกแบบโดย Christian Dior&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บรรดาคนดังที่ถูกพบเห็นว่าเดินทางไปยังเมดิสัน สแควร์ การ์เดน ในวันที่อากาศร้อนจัดโดยอุณหภูมิสูงกว่า 38 องศาเซลเซียส อาทิ เจนนิเฟอร์ โลเปซ, เอ็ด ชีแรน, อีธาน ฮอว์ก, จิมมี ฟอลลอน และ แอบบี วอมบาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้คนที่มารอชมเหตุการณ์ รวมถึงแฟนคลับของสวิฟต์ที่รู้จักกันในชื่อ Swifties ต่างพยายามมองหาคนดังที่เดินทางมาร่วมงาน ซึ่งหลายคนขนานนามว่าเป็น &amp;#8220;งานอภิเษกแห่งราชวงศ์ของอเมริกา&amp;#8221; ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เนื่องจากสถานที่จัดงานตั้งอยู่เหนือศูนย์กลางระบบขนส่งสำคัญแห่งหนึ่งของนครนิวยอร์ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แฟนคลับคนหนึ่งสวมกำไลมิตรภาพสีชมพู-ขาวที่มีข้อความว่า &amp;#8220;Team Bride&amp;#8221; หรือทีมเจ้าสาว เจนทรี วอห์น วัย 14 ปี จากรัฐมิชิแกน และ แดเนียล ผู้เป็นแม่ หยุดยืนมองป้าย &amp;#8220;JUST&amp;amp;T MARRIED&amp;#8221; และกล่าวว่า &amp;#8220;พวกเราติดตามเธอ เพราะเรารักเธอมาก นี่มันเจ๋งมาก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจน โลว์รี นักเรียนมัธยมวัย 15 ปีจากรัฐเท็กซัส ซึ่งเดินทางมาท่องเที่ยวนครนิวยอร์ก ได้ปีนขึ้นไปบนนั่งร้านฝั่งตรงข้ามเมดิสัน สแควร์ การ์เดน เพื่อหวังจะได้เห็นบรรดาคนดังที่เดินทางมาถึง โดยเธอบอกว่า &amp;#8220;ฉันอยากเห็นเทย์เลอร์ สวิฟต์ เพราะฉันชอบเพลงของเธอมาก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สวิฟต์เป็นศิลปินที่มักถ่ายทอดเรื่องราวความรักและการเลิกราของตัวเองผ่านบทเพลง และโลว์รีกล่าวว่า เธอตั้งตารออัลบั้มใหม่ของนักร้องสาวหลังจากแต่งงานแล้ว &amp;#8220;ฉันคิดว่าเธอน่าจะเขียนเพลงน่ารักๆ เกี่ยวกับชีวิตแต่งงานของเธอ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ไฟประดับบนยอดตึก เอ็มไพร์สเตต ก็ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อนในคืนวันศุกร์ เพื่อสื่อถึงธรรมเนียมการแต่งงานที่ว่า เจ้าสาวควรมี &amp;#8220;something blue&amp;#8221; หรือของบางอย่างที่เป็นสีฟ้า ซึ่งเชื่อกันว่าจะนำโชคดีมาให้ ตามข้อมูลจากโซเชียลมีเดียของแลนด์มาร์กสำคัญของมหานครนิวยอร์กแห่งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อสหรัฐรายงานว่า ทั้งคู่วางแผนจัดงานเลี้ยงค็อกเทลสำหรับแขกประมาณ 1,000 คน ในช่วงเริ่มต้นวันหยุดยาว ซึ่งชาวอเมริกันกำลังเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีของการประกาศอิสรภาพจากการปกครองของอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดี ทั้งคู่ยังประกาศผ่านประชาสัมพันธ์ส่วนตัวว่า ได้บริจาคเงิน 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่องค์กรการกุศลหลายแห่ง ทั้งในนครนิวยอร์กและพื้นที่อื่นๆ ในช่วงสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรื่องราวความรักของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นในปี 2023 เมื่อทราวิส เคลซี พยายามเข้าไปพบสวิฟต์หลังเวทีคอนเสิร์ตของเธอแต่ไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เขาสามารถดึงดูดความสนใจและชนะใจเธอได้ด้วยการเล่าถึงความผิดหวังครั้งนั้นผ่านพอดแคสต์ ทั้งคู่มีอายุ 36 ปีเท่ากัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อความสัมพันธ์พัฒนาขึ้น ทั้งสองก็ปรากฏตัวต่อสาธารณะร่วมกัน ทั้งในคอนเสิร์ตของสวิฟต์ เกมแข่งขันของทีมแคนซัส ซิตี ชีฟส์ และรายการ Saturday Night Live ก่อนจะประกาศหมั้นกันผ่านอินสตาแกรมในเดือนสิงหาคม 2025 พร้อมข้อความว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ครูภาษาอังกฤษของคุณกับครูพละของคุณกำลังจะแต่งงานกัน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อความดังกล่าวเป็นการล้อเล่นกับภาพลักษณ์ของทั้งคู่ โดยสวิฟต์ถูกมองว่าเหมือน &amp;#8220;ครูภาษาอังกฤษ&amp;#8221; จากการเป็นนักแต่งเพลงและศิลปิน ส่วนเคลซีเป็นนักกีฬา จึงเปรียบเหมือน &amp;#8220;ครูพละ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สวิฟต์เป็นหนึ่งในศิลปินที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล เจ้าของผลงานเพลงดังอย่าง Love Story และ Shake It Off เธอคว้ารางวัลแกรมมีมาแล้ว 14 รางวัล และสร้างสถิติใหม่จากการทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นมหาเศรษฐี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเคลซี ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นอเมริกันฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดในลีก NFL โดยเขาช่วยให้ทีมแคนซัส ซิตี ชีฟส์ คว้าแชมป์ ซูเปอร์โบวล์ ได้ถึง 3 สมัย ร่วมกับควอเตอร์แบ็กชื่อดัง แพทริก มาโฮมส์ นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้ดำเนินรายการร่วมในพอดแคสต์ด้านกีฬาและวัฒนธรรมป๊อปยอดนิยม New Heights&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เคลซีพยายามพบสวิฟต์ครั้งแรกหลังจากที่เธอแสดงคอนเสิร์ตที่สนาม แอร์โรว์เฮด สเตเดียม ในเมืองแคนซัสซิตี รัฐมิสซูรี ซึ่งเป็นสนามเหย้าของทีมชีฟส์ ในการทัวร์ Eras Tour ที่รวบรวมผลงานตลอดกว่า 20 ปีในวงการของเธอ แต่เขาไม่สามารถผ่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปได้ และเล่าในพอดแคสต์ของตัวเองว่า เขา &amp;#8220;รู้สึกนอยด์นิดหน่อย&amp;#8221; ที่ไม่ได้มีโอกาสพบสวิฟต์และมอบกำไลมิตรภาพที่สลักหมายเลขโทรศัพท์ของเขาไว้ให้เธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สวิฟต์เปิดเผยในเวลาต่อมาในรายการ New Heights ว่า เธอรู้สึกประทับใจกับการกระทำดังกล่าว โดยบอกว่ามันทำให้เธอนึกถึงภาพยนตร์ของ จอห์น ฮิวจส์ ในยุคทศวรรษ 1980 ที่พระเอกมายืนอยู่หน้าต่างบ้านนางเอก พร้อมถือเครื่องเล่นเพลงบูมบ็อกซ์ และพูดว่า &amp;#8220;ผมอยากออกเดตกับคุณ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เธอกล่าวว่า ตอนนั้นเธอคิดกับตัวเองว่า &amp;#8220;ถ้าผู้ชายคนนี้ไม่ได้บ้า ซึ่งก็ต้องบอกว่ายังไม่แน่ใจนะ นี่แหละคือเหตุการณ์แบบที่ฉันเฝ้าเขียนเพลงถึงมาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น ว่าอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองสักครั้ง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5791199?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;‘JUST&amp;#038;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>‘JUST&amp;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว</dc:alternative><dc:abstract>‘JUST&amp;T MARRIED’  ขึ้นจอยักษ์ ยืนยัน เทย์เลอร์ สวิฟต์-ทราวิส เคลซี แต่งแล้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-04T02:03:29+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-04T02:03:29+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/ttt-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790829]]></link><pubDate>2026-07-03T17:58:06+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5790829</guid><description>ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล จากกรณีเกิดเหตุนักบินขับเครื่องบินเล็กพุ่งชนอาคาร ซีทิค ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นตึกสูงระฟ้าที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่งของจีนเมื่อปลายสัป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;จากกรณีเกิดเหตุนักบินขับเครื่องบินเล็กพุ่งชนอาคาร ซีทิค ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นตึกสูงระฟ้าที่สูงที่สุดในกรุงปักกิ่งของจีนเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักบินบนเครื่องบินเล็กลำดังกล่าวเสียชีวิตในทันทีและทำให้มีผู้อื่นได้รับบาดเจ็บอีก 13 รายนั้น ล่าสุด บีบีซีรายงาน ทางการจีนเปิดเผยเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมว่า นักบินผู้ขับเครื่องบินลำดังกล่าว ซึ่งมีการเปิดเผยเพียงว่า แซ่หลิว อายุ 66 ปี เป็นผู้อาศัยอยู่ในกรุงปักกิ่งนั้น มีปัญหาของอาการนอนไม่หลับเรื้อรังและโรควิตกกังวล และก่อเหตุดังกล่าวด้วยเหตุผลส่วนตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการเขตเฉาหยางแถลงว่า นายหลิวทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ซึ่งหย่าร้างกับภรรยาแล้วและใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง จากการสอบสวนพบบันทึกส่วนตัวของเขามีข้อความที่แสดงเจตนาจะจบชีวิตของตนเองอยู่หลายครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ผลการสอบสวนอย่างละเอียดสรุปได้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นกรณีของการกระทำที่เป็นอันตรายต่อความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งมีสาเหตุมาจากเรื่องส่วนตัว&amp;#8221; แถลงการณ์ของทางการเขตเฉาหยางระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการเขตเฉาหยางระบุอีกว่า ในช่วงบ่ายของวันเกิดเหตุ นายหลิวได้นำเครื่องขึ้นบินจากสนามบินแห่งหนึ่งในเขตผิงกู่ โดยมีการบินทั้งในลักษณะที่มีผู้ร่วมบินประกบไปด้วยและการบินเดี่ยว แต่ในระหว่างการบินเดี่ยว เขาได้บินออกนอกเส้นทางที่กำหนดและขาดการติดต่อกับสนามบินไป ก่อนจะเกิดเหตุพุ่งชนอาคารสูงและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลทางการระบุว่านายหลิวได้รับใบอนุญาตนักบินประเภท Sport Pilot ในปี 2021 และใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคลในปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ข้อมูลจากเว็บไซต์บริการติดตามเที่ยวบิน Flightradar24 ระบุว่า เครื่องบินที่นายหลิวใช้บินเมื่อสัปดาห์ที่แล้วคือรุ่น Aurora SA60L ซึ่งเป็นเครื่องบินชนิดเครื่องยนต์เดี่ยวขนาด 2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัท Sunward Aircraft ของจีน เครื่องบินรุ่นนี้มีความยาวลำตัว 6.9 เมตร และมีช่วงปีกกว้าง 8.6 เมตร ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับการบินเพื่อการท่องเที่ยว การถ่ายภาพทางอากาศและการบินเพื่อสันทนาการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า คลิปวิดีโอเหตุการณ์เครื่องบินพุ่งชนอาคารซีทิค ทาวเวอร์ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนที่จะถูกลบออกจากระบบอินเทอร์เน็ตของจีน ในขณะที่ทางการจีนกำลังสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวที่ผู้สังเกตการณ์จำนวนมากมองว่าเป็นความบกพร่องด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับอาคารซีทิค ทาวเวอร์ ซึ่งเป็นตึกระฟ้ามีความสูง 109 ชั้นและเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า “ไชน่า ซุน” ตั้งอยู่ห่างจากจงหนานไห่ ซึ่งเป็นที่ทำการของพรรคคอมมิวนิสต์จีนไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร อาคารแห่งนี้ถือเป็นสิ่งนำโชคสำหรับคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน แต่หลังจากเกิดเหตุเครื่องบินพุ่งชนตึกเมื่อวันศุกร์ที่แล้วได้ไม่นาน แม้แต่ภาพถ่ายและภาพล้อเลียนของตึกระฟ้าแห่งนี้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้โดยตรงก็ถูกลบออกจากแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของจีนเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5790829?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล</dc:alternative><dc:abstract>ผลสอบ เหตุบินเล็ก ชนตึกระฟ้าปักกิ่ง พบนักบินเขียนบันทึก ป่วยโรควิตกกังวล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-07-03T11:15:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-07-03T11:15:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/07/AP26177437933561-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item></channel></rss>
