⦁…“จิตวิญญาณแห่งประชาธิปไตย ไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ท่ามกลางความรุนแรงทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคประชาชน” วาทะ มหาตมา คานธี ผู้นำอินเดียและศาสนาฮินดู
⦁…สัปดาห์หน้าอุณหภูมิการเมืองฮอต จับตา 13 กรกฎาคม ประชุมร่วมรัฐสภา โหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 จะผ่าน 376 เสียงหรือไม่ คาดการณ์ มวลชน “ด้อมส้ม” แห่ให้กำลังใจ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมๆ กดดัน ส.ว. ล้นหลามย่านเกียกกาย บช.น.เตรียมแผนรักษาความปลอดภัย และจราจร เต็มพิกัด ประกาศห้ามชุมนุมสาธารณะในรัศมีไม่เกิน 50 เมตรรอบรัฐสภา เหมือนวันเลือกประมุขนิติบัญญัติ เตรียมห้องควบคุมตัวชั่วคราว 3 โรงพัก ทุ่งสองห้อง, ฉลองกรุง และจรเข้น้อย
⦁…ฟังดูเหมือน “ตำรวจนครบาล” เกินกว่าเหตุ แต่จริงๆ เป็นแผนรูทีนทุกเดือน เตรียมรับมือเหตุการณ์ความไม่สงบอาจเกิดขึ้นได้ ลองคิดดูถ้ามีผู้ชุมนุมจำนวนมาก ฝ่าฝืนกฎหมายพร้อมๆ กัน แล้วมีการจับกุม หากไม่ได้เตรียมที่คุมขังไว้ ย่อมฉุกละหุก ทุลักทุเล ที่สำคัญไม่ปฏิบัติโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน พึงระลึกผู้ชุมนุมแสดงออกทางการเมืองไม่ใช่อาชญากร ดังนั้นการเตรียมสถานที่ควบคุม เพื่อความปลอดภัย สุขอนามัย ไม่ปะปนผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมอื่น และเลือก สน.ห่างไกล ป้องกันเครือข่ายตามไปก่อความวุ่นวาย
⦁…“บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พร้อมทีมพนักงานสอบสวนเตรียมเข้า หารือ กุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธ.อัยการการสอบสวน เคาะว่าคดีรีดเงิน 140 ล้าน เข้า พ.ร.บ.อุ้มหาย หรือไม่ กฎหมายให้อำนาจอัยการเข้าควบคุมกำกับการสอบสวนไม่ใช่เฉพาะข้อหาเดียว แต่ภาพรวมทั้งหมด หลัง ผบ.ตร.ออกสื่อชี้เข้าข่าย มีหลายขั้นตอนทำไม่ถูกต้อง
⦁…เนื่องจาก คดีนี้ ตำรวจที่มีสถานะผู้ต้องหาร้อง “นารี ตัณฑเสถียร” อสส. ที่มีอำนาจชี้ขาด เช่นเดียวกัน จึงจำเป็นต้องรอคำสั่งเพื่อเป็นแนวทางเดียวกัน น่าจับตา คดีนี้เป็นกรณีแรกๆ หลังบังคับใช้กฎหมาย อัยการมีบทบาทร่วมสอบสวนมากขึ้นเหมือนในต่างประเทศ ถ่วงดุลอำนาจคุ้มครองประชาชน ยิ่งคดีนี้คนร้องขอให้เพิ่มข้อหาตัวเองเป็นตำรวจชั้นผู้น้อยถึงระดับกลาง โดนพิษจากพญาคชสารชนกันในองค์กร
⦁…อีกทั้งตอนนี้ทางอัยการสูงสุดเองก็เปิดโครงการฝึกอบรม หลักสูตรการฝึกอบรมการปฏิบัติภารกิจตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย ผู้เข้ารับการอบรมเป็นระดับผู้บริหารจากอัยการทั่วประเทศที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องและต้องปฏิบัติเข้าอบรม โดยเชิญวิทยากรจากสำนักงานการสอบสวนของอัยการหลายคนไปบรรยาย 1 ในนั้นมี ‘อาจารย์กุ๊กเอฟบีไอ’ วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รอง อธ.อัยการมือสอบสวนชื่อดังร่วมติวเข้มแนวทางปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายครบถ้วนสมบูรณ์
⦁…หลังโดนชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง ตรวจค้นสถานบันเทิงในพื้นที่สน.บางมด และปทุมวัน จนเป็นที่มา เด้ง 5 เสือโรงพักระนาว ถือว่าบกพร่อง ปล่อยปละละเลย ทั้งที่ ‘น.1’ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ขันนอตในการประชุมบริหารทุกเดือนให้กวดขันสถานบันเทิงให้พื้นที่ ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่ยังไม่วาย จนหน่วยนอกเข้าไปจับเอง เสมือน “ตบหน้า” ตำรวจท้องที่ ว่ากันว่ากลายเป็นที่มา เปิดปฏิบัติการ “ปิดกล่อง ซอยคาวบอย” มี พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ทองหล่อ สนธิกำลัง กก.สส.บก.น.5 และ ปปส.กทม. ลุยตรวจค้นผับ 2 แห่ง เจอพนักงานเสพยาบ้า 2 ราย ไม่พบอาวุธปืน และเด็กต่ำกว่า 20 ปีไปเที่ยว รวมทั้ง การค้ามนุษย์ งานนี้มีคนตาดี เห็นหลัง ‘น.1’ ไวๆ ติวเข้มก่อนปฏิบัติการ กำชับตรวจสถานบันเทิงตามวงรอบ ป้องปรามอาชญากรรม
⦁…ผลผลิตต้นกล้ายังโชว์ฝีมือไม่หยุดล่าสุด ทราบข่าวอดีตเยาวชนต้นกล้าตุลาการรุ่น 1 พัชริดา เชียงอินทร์ สอบติดผู้ช่วยผู้พิพากษารุ่น 78 ทำเอา สุริยัณห์ หงษ์วิไล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดจันทบุรี ในฐานะประธานค่ายยิ้มแก้มปริ สะท้อนโครงการดีมีคุณภาพ เยาวชนค้นพบตัวเอง
⦁…เหล่าบรรดาผู้พิพากษาและกัลยาณมิตรร่วมกันแสดงความอาลัยเนืองแน่นวัดพระศรี มหาธาตุ บางเขน กับการจากไป พินิจ สุเสารัจ อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เสียชีวิตโดยโรคมะเร็ง โดยมี ฐิติ สุเสารัจ ผู้พิพากษา ชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ บุตรชายคนเดียวคอยต้อนรับ
⦁…คุกอ่วมอดีตคนดี ประสิทธิ์ เจียวก๊ก นักธุรกิจดัง โดนไป 1,155 ปี ปรับรายละ 145 ล้าน ร่วมกับอีก 2 บริษัท หลอกตุ๋นเหยื่อ 321 ราย ร่วมลงทุน ซื้อ-ขายกระเป๋าแบรนด์เนม เสียหายกว่าพันล้าน พร้อมให้ชดใช้เงินคืนเหยื่อ ส่วนจำเลยอื่นที่ศาลพิพากษายกฟ้อง ให้ขังไว้ระหว่างอุทธรณ์ พวกที่ยกฟ้องคดีนี้ยังมีหนาวหลัง ศักดิ์ชัย รังษีวงศ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ทำความเห็นแย้ง เห็นว่าจำเลยทั้ง 9 รายกระทำผิดร่วมกัน คดีนี้จึงควรต้องอุทธรณ์ขึ้นต่อศาลสูงต่อไป…⦁

