หน้าแรก ในประเทศ ชาวอีสาน ขนขอ...

ชาวอีสาน ขนของแห่กลับบ้านแน่นมิตรภาพ ผวจ.โคราชย้ำ ต้องกักตัว 14 วัน ไม่มีข้อยกเว้น

1.05.20 | 17:20 น.

หยุดยาววันแรงงาน ชาวอีสานแห่กลับบ้าน ถนนมิตรภาพโคราชรถหนาแน่น บางคนขนข้าวของกลับไปอยู่บ้าน ขณะที่หนุ่มสาวโรงงานโคราช อดกลับบ้าน หลังผู้ว่าฯ สั่งห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกพื้นที่

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ช่วงหยุดยาววันแรงงานแห่งชาติ และเสาร์-อาทิตย์ มีรถยนต์หนาแน่นหลายจุด โดยเฉพาะที่ถนนมิตรภาพ บริเวณหน้าตลาดเซฟวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ฝั่งขาขึ้นไปภาคอีสาน มีปริมาณรถยนต์หนาแน่นตลอดทั้งวัน ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงานที่ได้หยุดยาว ประกอบกับรัฐบาลเริ่มประกาศมาตรการผ่อนปรนหลายอย่าง ทำให้ถือโอกาสนี้เดินทางกลับภูมิลำเนาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือกันอย่างคึกคัก


นอกจากนี้ก็ยังพบว่ามีประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาภาคอีสาน วิ่งรถเข้าไปแวะจอดพัก รับประทานอาหาร ในปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาโคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา เป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเดินทางมาจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล โดยมีการขนข้าวของเครื่องใช้กลับด้วยเต็มคันรถ

จากการสอบถามนายสุเมธ โคตรทิพย์ อายุ 38 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า ตนทำงานเป็นพนักงานส่งของให้บริษัทแห่งหนึ่ง อยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งทางบริษัทได้หยุดยาวมาเป็นเดือนแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้กลับบ้านเสียที เพราะต้องรอให้ภรรยาและญาติหยุดยาวพร้อมกันก่อน อีกทั้งช่วงก่อนหน้านี้หลายพื้นที่มีมาตรการเข้มงวดมากเรื่องการเดินทางข้ามจังหวัด จึงไม่ได้โอกาสเดินทางกลับ แต่ครั้งนี้ภรรยาและญาติได้โอกาสหยุดยาวเนื่องในวันแรงงาน ซึ่งต่อเนื่องวันเสาร์-อาทิตย์ด้วย รวม 3 วัน จึงถือโอกาสเดินทางกลับทีเดียว
โดยครั้งนี้ตนได้ขนของทั้งหมดกลับด้วยเต็มท้ายรถกระบะ เพราะตั้งใจว่าจะกลับไปอยู่บ้าน ที่ อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด ช่วงที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากตอนอยู่ที่ทำงาน จะออกไปไหนก็ไม่ได้ หาซื้อของกินของใช้ก็ลำบาก แต่การอยู่ที่บ้านจะมีพื้นที่ปลูกผัก ทำการเกษตร ทำมาหากินได้สะดวกสบาย ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างมาก ส่วนการเดินทางช่วงนี้ก็ลำบากหน่อย เพราะต้องเจอด่านตรวจหลายจุด ซึ่งตนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และต้องรีบกลับให้ถึงบ้านทันก่อนเวลาเคอร์ฟิว 22.00 น. หลังจากนั้นก็จะกักตัวเองอยู่ในบ้าน เป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการป้องกันเข้มงวดของทางจังหวัดร้อยเอ็ดต่อไป

Advertisement

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่คอนโดมีเนียมแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ หน้าเขตอุตสหกรรมนวนครโคราช ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา พบว่ามีพนักงานบริษัทที่ไม่ได้เดินทางกลับบ้านอยู่เป็นจำนวนมาก จากการสอบถามทราบว่า แม้ทางโรงงานจะหยุดงานยาวเนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ แต่เมื่อวานนี้ (30 เม.ย. ) ทางนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้มีหนังสือคำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ออกนอกพื้นที่ จนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จะคลี่คลาย ส่งผลให้โรงงาน ที่อยู่ในเขตอุสาหกรรมต่างๆ ต้องสั่งไม่ให้พนักงานของตนเองเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงนี้

โดยนายกิตติพงษ์ คำภีระ อายุ 19 ปี พนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในเขตอุตสาหกรรมนวนครโคราช กล่าวว่า ตนเองนั้นเป็นชาว จ.ชัยภูมิ รู้สึกอยากกลับบ้านเหมือนกัน เพราะไม่ได้กลับบ้านมานานหลายเดือนแล้ว แม้ตอนนี้ทางโรงงานที่ตนทำงานอยู่ ได้มีประกาศให้หยุดยาว 6 วันก็ตาม แต่มีคำสั่งจากผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ให้เคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกพื้นที่ ซึ่งตนก็ต้องปฏิบัติตาม เพราะเป็นห่วงเหมือนกันว่าหากเราออกไปรับเชื้อจากพื้นที่อื่น เข้ามาติดคนในโรงงาน ก็จะทำให้ต้องสั่งปิดโรงงานตามไปด้วย จะสร้างความเสียหายอย่างมาก ดังนั้นช่วงนี้ก็จะอยู่ที่ จ.นครราชสีมาก่อน และอยากฝากถึงคนทางบ้านว่าไม่ต้องเป็นห่วง อยู่ทางนี้ปลอดภัยดี หากสถานการณ์ดีขึ้นก็จะได้กลับไปเจอพ่อ แม่ พี่ น้อง และเพื่อนๆ อย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้กำชับไปยังทุกพื้นที่ทั้ง 32 อำเภอ ให้เร่งสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนเกี่ยวกับมาตรการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้ความเข้าใจ และปฏิบัติตัวเองได้อย่างถูกต้อง พร้อมกันนี้ขอให้ประชาชนทุกคนได้ปรับการดําเนินชีวิตปกติแบบใหม่ หรือ New Normal เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามแนวทางที่กระทรวง สาธารณสุขแนะนํา และตามมาตรการของจังหวัดนครราชสีมา คือ ล้างมือทั้งวัน กินร้อน ช้อนฉัน ห่างกัน 2 เมตร และสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัยทุกคน

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมายังได้กำชับไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกพื้นที่ทั้ง 32 อำเภอ โดยให้สอดส่องดูแลในพื้นที่ หากพบใครเดินทางกลับมาจากต่างจังหวัดให้รีบแจ้งต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ อสม. ในพื้นที่ของตนเอง และทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้านเป็นระยะเวลา 14 วัน โดยไม่มีข้อยกเว้น โดยเจ้าหน้าที่จะเข้าไปสอบถามซักประวัติ รายละเอียดการเดินทาง พร้อมทั้งตรวจวัดไข้เป็นระยะ ทั้งนี้เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19