หน้าแรก ภูมิภาค ญาติพ่อค้าคนไ...

ญาติพ่อค้าคนไทยถูกอุ้ม ข้ามฝั่งขอลาวช่วย ยันไม่ขัดแย้งธุรกิจน้ำตาล

29.07.19 | 15:56 น.

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุคนร้ายอุ้มลักพาตัวนายสิงห์แก้ว วงค์ใหญ่ อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 382 หมู่ 10 ต.นางแล อ.เมืองเชียงราย ประธานสมาคมส่งออกสัตว์เชียงแสน อ.เชียงแสน หลังเดินทางข้ามแม่น้ำโขงไปติดต่อธุรกิจที่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และมีกลุ่มบุคคลไม่ทราบฝ่ายได้ใช้วีแซตของนายสิงห์แก้ว ส่งข้อความและคลิปวิดีโอตัวนายเสาร์แก้วถูกยิงที่ขาด้านขวาและปืนจ่อศีรษะส่งมายังโทรศัพท์ของญาติในพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อให้โอนเงินไปไถ่ตัวจำนวน 5 ล้านบาทนั้น


ล่าสุดนายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเชียงแสน จึงประสาน พ.ต.อ.ณัชธฤต ปิ่นปัก ผกก.ด่าน ตม.เชียงแสน พร้อม นายสันติ อินทนิล ปลัดอำเภอ หน.กลุ่มงานความมั่นคงฝ่ายปกครองร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เชียงแสน ร.อ.โกมินทร์ บุญภา ผบ.ร้อย ทพ.3103 ฉก.ทพ.31 กองกำลังผาเมือง นำญาติของนายสิงห์แก้วประกอบด้วยนางศรีวรรณ วงค์ใหญ่ ภรรยา อายุ 45 ปี น.ส.รสริน วงค์ใหญ่ อายุ 27 ปี บุตรสาว และนายประภาส วงค์ใหญ่ อายุ 22 ปี บุตรชาย มาสอบถามข้อมูล จากนั้นได้มีการประสานงานพร้อมกับเดินทางไปยังทางเมืองต้นผึ้งเพื่อขอให้ติดตามหาตัวนายสิงห์แก้วด้วยซึ่งได้รับความร่วมมือจากทางการ สปป.ลาว เป็นอย่างดี โดยมี นายไชยเสถียร เหรียญศักดิ์ รองเจ้าเมืองต้นผึ้ง นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและแลกเปลี่ยนข้อมูล

นายไชยเสถียร ชี้แจงว่า ภายหลังจากที่นายสิงห์แก้ว ออกจากท่าเรือที่ฝั่งคิงส์โรมัน โดยมีนายสะหวาด ชาวลาวเป็นคนขับรถให้ และมีนายจุ๋ม ซึ่งเป็นหุ้นส่วนชาวจีนนั่งไปด้วยเพื่อไปดูโรงงานที่กำลังก่อสร้าง พอรถขับมาถึงเขตบ้านต้นผึ้งก็มีชายฉกรรจ์ซึ่งดักอยู่ข้างทาง ได้ออกมาขวางรถแล้วใช้ปืนบังคับจี้เอาตัวนายสิงห์แก้วไป ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังออกติดตามกลุ่มคนที่ลักตัวนายสิงห์แก้วไป พอจะทราบแหล่งที่คนร้ายนำตัวนายสิงห์แก้วไปกักขังบ้างแล้ว และกำลังวางแผนเพื่อหาทางช่วยเหลืออยู่

จากกข้อมูลเบื้องต้นทราบว่าภายหลังนายสิงห์แก้วได้ทำธุรกิจที่เมืองต้นผึ้งเสร็จแล้ว ได้รับการติดต่อจากชาย 2 คนชื่อว่านายเหว่ยและนายจุ๋มให้ไปพบเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว คนหนึ่งที่เมืองห้วยทรายซึ่งเป็นเมืองเอกของแขวงบ่อแก้วตั้งอยู่ตรงกันข้าม อ.เชียงของ จ.เชียงราย ห่างจากเมืองต้นผึ้งประมาณ 58 กิโลเมตร ทำให้นายสิงห์แก้วเดินทางไปแต่ขณะขับรถผ่านหมู่บ้านดอนสวรรค์ เมืองต้นผึ้ง ได้ถูกกลุ่มคนลักพาตัวไปหายไปกระทั่งมีการส่งข้อความและคลิปไปเรียกค่าไถ่กับญาติดังกล่าว ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุคาดว่ามีจำนวนทั้งหมด 5 คน ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเอาไว้แล้วจำนวน 2 คนโดยหนึ่งในนั้นคือคนขับรถให้กับนายสิงห์แก้วโดยอยู่ระหว่างสอบปากคำว่าเกี่ยวข้องกับการอุ้มเรียกค่าไถ่ดังกล่าวหรือไม่อยู่ ทั้งนี้หลังจากนั้นคณะจากฝ่ายไทยได้เดินทางกลับเพื่อมารอฟังข่าวจากเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ต่อไป

Advertisement

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลจากพยานต่างๆสันนิฐานว่าสาเหตุของการอุ้มลักพาตัวอาจจะเกี่ยวข้องกับธุรกิจจำนวน 3 ธุรกิจได้แก่การซื้อขายน้ำตาลที่ต้องมีการจัดหาไปให้กับผู้ซื้อแต่ที่ผ่านมาเกิดปัญหาทางธุรกิจวงเงินกว่า 13 ล้านบาทจนมีการฟ้องร้องกันอยู่ และธุรกิจการซื้อขายต้นไม้ใหญ่ ไม้ดอกไม้ประดับมูลค่าประมาณ 300,000 บาท รวมถึงธุรกิจสร้างโรงฆ่าสัตว์ใน สปป.ลาว ที่มีกรลงนามร่วมก่อสร้างกันเมื่อเดือน มี.ค.2562 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามนางศรีวรรณ ภรรยาและนายประภาส บุตรชายของนายสิงห์แก้ว กล่าวว่าวันนี้เดินทางไปสปป.ลาวเพื่อขอให้ทางการลาวช่วยติดตามหาตัวของสิงห์คำ เพราะห่วงอันตราย เนื่องจากทางครอบครัวไม่ได้มีเงินอะไรที่จะให้ตามค่าไถ่ที่สูง 5 ล้านบาท ซึ่งปกตินายสิงห์คำจะเดินทางไปทำธุรกิจในฝั่ง สปป.ลาวอยู่บ่อยครั้งเพราะต้องทำธุถรกิจในการส่งออกสุกรและโคกระบือกับนักธุรกิจประเทศเพื่อนบ้าน ไม่เคยมีปัญหา จนกระทั่งครั้งนี้มาถูกจับและถูกถ่ายคลิปส่งมาเรียกเงิน ครอบครัวทราบข่าวพากันกันแปลกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งกับใคร เคยมีปัญหาด้านธุรกิจบ้างแต่ก็เรื่องเล้กและมูลค่าไม่ถึง 5 ล้านบาท ส่วนกรร๊ที่ปัญหาเรื่องการค้าน้ำตาลที่มีมูลค่ากว่า 13 ล้านบาทนั้นเป็นไปไม่ได้เนื่องจากทางนายสิงห์คำได้ธุรกิจนี้มานานนับ10ปีแล้ว และการเดินทางไป สปป.ลาวครั้งนี้ก็ไปติดต่อธุรกิจเรื่องโรงฆ่าสัตว์ ที่เป็นธุรกิจใหม่ที่กำลังจะลงทุน เพราะการค้าขายโคกระบือหรือสุกรในปัจจุบันไม่ค่อยดีนักเพราะการนำเข้าในจีนค่อนข้างยาก ออร์เดอร์เลยมีน้อยบางเดือนแทบไม่มี ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของการจับตัวนั้นไม่ทราบมีเพียงคนร้ายใช้วีแชทของนายสิงห์แก้วมาเรียกเอาเงินเท่านั้น ไม่ได้บอกเหตุผลด้านอื่นเลยและมีการติดต่อจนถึงเย็นวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมาแล้วเท่านั้นก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกเลย ทางญาติก็ยังไม่ได้โอนเงินแต่อย่างใดเพราะไม่มีเงินมากขนาดนั้น ซึ่งก็อยากให้ทางการลาวช่วยนายสิงห์แก้วให้ได้และขอให้ทางคนร้ายปล่อยนายสิงห์แก้วมาและหาทางออกร่วมกันต่อไป

สอดคล้องกับนายสุริยา อุดเจริญ กำนันตำบลนางแล กล่าวว่านายสิงห์แก้ว เดิมเป็นพื้นที่ อ.พาน จ.เชียงราย และได้ย้ายเข้ามาลูกบ้านที่บ้านป่าซางวิวัฒน์ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย มาได้ 10กว่าปี ซึ่งเป็นคนที่นิสัยดี พูดจาอ่อนน้อม อัธยาศัยดีกับทุกคน ไม่เคยเห็นมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใครในพื้นที่ และเห็นทำธุรชายแดนมานานหลายปีซึ่งไม่รู้ว่ามีความขัดแย้งกับใครหรือไม่ เท่าที่สอบถามจากญาติก็แจ้งว่าไม่มี อย่างไรก็ตามล่าสุดทางนายประจญ ปรัชญสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ก็ได้มีคำสั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวสข้อเร่งประสานความร่วมมือ กับ สปป.ลาวในการติดตามหาตัวนายสิงห์แก้วให้กลับมาโดยปลอดภัย