ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จ.ตาก แถลงกรณีศูนย์อพยพถูกตัดงบประมาณจากสหรัฐ
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดตาก ออกแถลงการณ์เรื่อง การเตรียมความพร้อมกรณีองค์การอินเตอร์เนชั่นแนล เรสคิว คอมมิตตี (IRC) แจ้งหยุดดำเนินกิจกรรม/โครงการที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา 3 แห่ง ของ จ.ตาก ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไปว่า หลังจาก IRC แจ้งหยุดดำเนินกิจกรรม/โครงการที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวผู้หนี้ภัยการสู้รบจากเมียนมาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ได้ส่งผลกระทบต่อผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมาในพื้นที่พักพิงที่พักพิงชั่วคราวผู้หนีภัยการสู้รบจากเมือนมา 3 แห่งของ จ.ตาก ประกอบด้วย พื้นที่พักพิงชั่วคราว บ้านแม่หละ อ.ท่าสองยาง พื้นที่พักพิงชั่วคราว บ้านอุ้มเปี้ยม อ.พบพระ และพื้นที่พักพิงชั่วคราว บ้านโพ อ.อุ้มผาง มีผู้หนีผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา (ผภร.) จำนวนกว่า 45,000 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568) จากเมือนมา (ผภร.) ได้อาศัยในเขตพื้นที่พักพิงชั่วคราวมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 โดยรัฐบาลไทยได้พิจารณาตามหลักมนุษยธรรมผ่อนปรนให้ผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา (ผภร.) เหล่านี้อาศัยอยู่ในเขตประเทศไทยเป็นการชั่วคราวเพื่อรอการกลับสู่มาตุภูมิเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย รวมเป็นระยะถลา 41 ปี ทำให้การแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขและการจัดหาปัจจัยสี่ในการดำรงชีพเพื่อควบคุมสถานการณ์ และป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนคนไทย
ศูนย์สั่งการชายแดนแจ้งว่า การปฏิบัติของศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จังหวัดตาก ภายใต้การกำกับของศูนย์อำนวยการขับเคลื่อนการป้องกัน และแก้ไขปัญหาภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน (ศอ.ปชด.) ดังนี้ จ.ตาก โดยศูนย์สั่งการชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านเมียนมา จ.ตาก ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาสถานการณ์ ผลกระทบ มาตรการ และแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อหาข้อเสนอในระดับนโยบาย พร้อมทั้งหารือร่วมกับองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้หนีภัยจากการสู้รบจากเมียนมา (ผภร.) ดังกล่าว โดย จ.ตาก ได้กำหนดแผนการช่วยเหลือผู้หนีภัยการสู้รบ

ประกอบด้วย ด้านการแพทย์และสาธารณสุข (หน่วยรับผิดชอบ : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก) วางแผนจัดให้มีบริการด้านการแพทย์ และสาธารณสุข ดำเนินการโดยอาสาสมัครสาธารณสุข (Medic) ร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ โดยจ้างอาสมัครสาธารณสุข (Medic) ทำงานในอัตราเดือนละ 2,500 บาท จำนวน 80 คน รวมเป็นเงิน 2,000,0000 บาท/เดือน มีบริการผู้ป่วยนอกผู้ป่วยใน หากพบผู้ป่วยมีอาการหนักเกินศักยภาพให้ส่งต่อไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่
ด้านอาหาร (หน่วยประสานงาน : สำนักงานพัฒนาสังคมและความมันคงของมนุษย์จังหวัดตาก) ประสานงานกับมูลนิธิภาคเอกชน ขอรับบริจาคข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อแจกจ่ายให้กับผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา
ด้านการส่งเสริมอาชีพ (หน่วยประสานงาน : แรงหวัดตาก) ประสานงานกัประกอบการ เพื่อนำงานเข้าไปให้มีภัยการสู้รบจากเมียนมา (ผภร.) ทำภายในพื้นที่พักพิงชั่วคราว

ด้านการบริหารจัดการขยะ (หน่วยประสานงาน : ท้องจังหวัดตาก) ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เป็นที่ตั้งของพื้นที่พักพิงชั่วคราว เตรียมข้อมูลแผนงานการบริหารจัดการขยะร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดตาก
ด้านน้ำอุปโภค บริโภค (หน่วยประสานงาน : ที่ทำการปกครองอำเภอ ทั้ง 3 อำเภอ ซึ่งเป็นที่ตั้งพื้นที่พักพิงชั่วชั่วคราว) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการน้ำอุปโภค บริโภค และขอรับการสนับสนุนจากการประปาส่วนภูมิภาค
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าแผนการช่วยเหลือดังกล่าวจะสามารถบรรเทาปัญหาไปได้จนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2568 นี้โดยการใช้งบประมาณและการให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับทางการไทยนั้นเป็นไปเพื่อความจำเป็นเร่งด่วนทางมนุษธรรมต่อผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา (ผภร.) และเพื่อควบคุม จำกัดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อประชาชนชนคนไทย
นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่า ทางจังหวัดทำงานภายใต้ศูนย์สั่งการชายแดน จ.ตาก ได้ประชุมเรื่องนี้มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 แล้วว่าจะตัดงบดังกล่าว แต่ทางจังหวัดได้ดูแลด้านสาธารณสุข ด้านอาหารการกิน ทางอำเภอได้ร่วมกับคณะกรรมการพื้นที่พักพิงได้ทำงานร่วมกัน การดูแลสุขภาพนั้นทางหน่วยงานสาธารสุขของไทยดูแล ส่วนเรื่องขยะ ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเข้าไปดำเนินการ ผู้ลี้ภัยต้องอยู่ในพื้นที่พักพิง เป็นไปตามนโยบายของความมั่นคง และรอความช่วยเหลือจากรัฐบาล


