เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 9 สิงหาคม ร.ต.อ.สุเมธ ศรีหาวงษ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านกลาง อ.เมืองนครพนม รับแจ้งจากชาวบ้าน มีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนของชาวบ้าน ในหมู่บ้านดงติ้ว หมู่ 9 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม จึงประสานไปยัง นายสุนทา บรรหาร นายก อบต.บ้านกลาง ขอรับการสนับสนุนรถดับเพลิงของ อบต.บ้านกลาง รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง เข้าสนับสนุนควบคุมเหตุ โดยในที่เกิดเหตุในหมู่บ้าน พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้ บ้านไม้ 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไหม้หลังแรกอย่างรวดเร็ว ตรวจสอบเป็นบ้านเลขที่ 63 หมู่ 9 บ้านดงติ้ว ซึ่งเป็นร้านขายของชำ และมีการจำหน่ายน้ำมันเบนซินกรอกขวด ให้กับลูกค้ารายย่อย ก่อนลุกลามอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นบ้านไม้เก่า ทำให้บ้านอีกหลัง ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ เลขที่ 14 หมู่ 9 ที่อยู่ข้างเคียง ไฟได้ลุกลามโหมไหม้อีกหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมรถดับเพลิงฉีดน้ำ ใช้เวลานานร่วมชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่บ้านทั้ง 2 หลัง รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน ถูกเพลิงไหม้เสียหายวอดทั้งหมด โดยไม่สามารถขนย้ายได้ทัน
เบื้องต้นจากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีชาวบ้านใกล้เคียงพบเห็นว่ามีเพลิงลุกไหม้บริเวณชั้นล่างขงบ้านหลังแรก เลขที่ 63 หมู่ 9 บ้านดงติ้ว ทราบชื่อเจ้าของบ้าน คือ นายสุรพร เข็มปัญญา อายุ 60 ปี คาดว่าจะลุกลามจากจุดเก็บน้ำมันเบนซิน ที่มีการบรรจุในแกลลอนพลาสติก เนื่องจากเป็นร้านขายของชำ และมีน้ำมันกรอกขวดขายในหมู่บ้าน ทำให้ลุกลามอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งได้ลุกลามไปบ้านหลังที่ 2 ซึ่งอยู่ติดกัน คือ บ้านเลขที่ 14 ทราบชื่อเจ้าของ คือ นายสมชัย วงค์แสงคำ อายุ 70 ปี ซึ่งกำลังอยู่ได้บ้าน ทำให้วิ่งหนีออกมาจากบ้านเอาชีวิตรอด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมฉีดน้ำดับเพลิง จนกระทั่งสามารถควบคุมเพลิงได้ แต่เพลิงได้โหมลุกไหม้ เสียหายวอดทั้งหมด 2 หลัง รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้าน ไม่สามารถขนย้ายได้ทัน โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยเฉพาะเจ้าของบ้านต้นเพลิง ได้วิ่งเข้าไปช่วยเหลือ นำภรรยาที่ป่วยนอนติดเตียงในบ้าน และลูกสาว หนีออกจากบ้าน โดยไม่สามารถที่จะขนย้ายสิ่งของออกได้ทัน เหลือเพียงเสื้อผ้าคนละชุด บ้านเรือน ของใช้ ทรัพย์สินต่างๆ เสียหายวอดในกองเพลิง
เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุชัด ซึ่งจะต้องรอการตรวจสอบจากกองพิสูจน์หลักฐาน โดยทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ต้นเหตุน่าจะมาจากจุดเก็บน้ำมันเบนซิน ที่อาจจะอยู่ใกล้กับครัว ที่ใช้ทำอาหาร และเกิดเปลวไฟขึ้นไปติดน้ำมัน จนเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจจะได้เร่งสอบสวนหาสาเหตุโดยละเอียดดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

