องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐอเมริกา ตัดสินใจสร้างฐานยิงจรวดเพิ่มขึ้นใหม่อีกฐานภายในบริเวณศูนย์การบินอวกาศเคนเนดี (เคเอสซี) ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา บริเวณแท่นที่ 39บี รู้จักกันในชื่อ “เอ็มแอล2” (Mobile Luancher 2-ML2) ซึ่งออกแบบและสร้างเป็นพิเศษสำหรับใช้เพื่อยิงจรวดส่งแบบ “สเปซ ลอนช์ ซิสเต็ม บล็อก 1บี” (เอสแอลเอส) ที่เป็นจรวดส่งขนาดใหญ่สำหรับใช้ส่งยานอวกาศ “โอไรออน” และการสำรวจในระดับ “เอ็กซ์พลอเรชัน อัปเปอร์ สเตจ” (ยูพีเอส) โดยเฉพาะ โดยกำหนดใช้งานเป็นฐานยิงจรวดเพื่อส่งมนุษย์อวกาศขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์แล้วกลับคืนสู่โลกจากแท่นปล่อยนี้นั่นเอง
ที่ศูนย์การบินอวกาศเคนเนดี ยังคงมีฐานยิงจรวดเดิม คือ เอ็มแอล1 ใช้งานอยู่ โดยฐานปล่อยเดิมนี้จะใช้งานในการยิงจรวดเพื่อส่งยานอวกาศตามโครงการอาร์เทมิส ที่เป็นโครงการสำรวจดวงจันทร์ต่อเนื่องจากโครงการอพอลโลใน 2 ครั้งแรก เนื่องจากยานที่ใช้ในโครงการอาร์เทมิส 2 ลำแรกนั้นสามารถจัดส่งโดยจรวดขนาดเล็กกว่าเอสแอลเอสนั่นเอง
ทั้งนี้ แคทเทอรีน ฮัมเบิลตัน โฆษกของนาซา เปิดเผยว่า เมื่อรวมกับโครงสร้างประกอบแล้ว เอ็มแอล2 จะสูงกว่าเอ็มแอล1 พร้อมโครงสร้างประกอบถึง 40 ฟุต หรือราว 12 เมตรเลยทีเดียว
นาซาตัดสินใจออกแบบและสร้างฐานยิงจรวดแห่งใหม่ขึ้นมาอีกจุด แทนที่จะใช้วิธีการปรับปรุงฐานยิงเดิมอย่างเอ็มแอล1 ให้สามารถรองรับการปล่อยจรวดส่งขนาดใหญ่แบบเอสแอลเอสได้ เนื่องจากต้องการใช้ฐานยิงจรวดเดิมในภารกิจเพิ่มเติมอื่นๆ ที่สามารถใช้จรวดส่งขนาดเล็กได้ต่อไป ดังนั้นจึงจำเป็นต้องบำรุงรักษาให้เอ็มแอล1 ยังคงอยู่ในสภาพใช้งานได้อย่างต่อเนื่องต่อไป เหตุผลหลักที่ต้องเลือกวิธีสร้างฐานยิงเพิ่มเติมเพราะการปรับปรุง ต้องใช้เวลานานถึง 3 ปี โดยในช่วงเวลาดังกล่าว เคเอสซีจะไม่สามารถใช้เป็นฐานส่งจรวดใดๆ ได้เลย
โครงการสร้างฐานปล่อยจรวดแห่งในของเคนเนดี สเปซ เซ็นเตอร์ ดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา กำหนดสร้าง ทดสอบและใช้งานให้ได้ภายในเวลา 44 เดือน

