สนทนา‘พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช’ ปรับโฉมสอบสวนกลาง‘ไฮเทค’-ที่พึ่งประชาชน
หมายเหตุ – พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เปิดใจให้สัมภาษณ์ “มติชน” ถึงแนวไอเดียที่ผลักดันให้ บก.ภายในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) มาอยู่รวมกัน เพื่อให้การบริการและอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว ภายใต้มอตโต “มืออาชีพ เป็นกลาง เคียงข้างประชาชน”
ถ้าใครผ่านไปถนนพหลโยธินข้างสวนสนุกแดนเนรมิตเก่า จะเห็นที่ทำการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ใหม่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ทำพิธีเปิดที่ทำการ บช.ก.ชื่ออาคาร พิทักษ์สันติ และที่ทำการกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ชื่ออาคาร ประชาอารักษ์ ไปเมื่อ 3 สิงหาคมที่ผ่าน โดย บช.ก.ได้ย้ายที่ทำการหน่วยงานในสังกัด ทั้งกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.), กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.), กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) แต่เดิมตั้งอยู่ที่อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เดิม ตั้งอยู่ที่ถนนสาทร มาอยู่พื้นที่เดียวกัน บก.ป.ทั้งหมด ยกเว้น บก.ทล., บก.รฟ., บก.รน., บก.ปพ. และ บก.ปทส.
⦁ เหตุ บก.ภายใต้สังกัดมาอยู่ที่เดียวกัน แล้วเปิดศูนย์รับแจ้งความรวมสอบสวนกลาง
บช.ก.มี 13 บก.ภายใต้สังกัด เดิมกระจายกันอยู่ เช่น ตำรวจเศรษฐกิจอยู่สาทร สอบสวนกลางเมื่อก่อนอยู่อังรีดูนังต์ แล้วขยับมาเมืองทอง กองปราบอยู่พหลโยธิน อีก 4 กองบังคับการ มี ปอท. ปคบ. ปปป. ปคม. อยู่ศูนย์ราชการ กระจายกันอยู่ ผมมองว่าการกระจายไม่ใช่สิ่งดี หน่วยเดียวกันควรอยู่ด้วยกันแล้วจะมีประโยชน์หลายอย่าง เช่น 1.คนมาแจ้งความบางทีไปผิดที่ พอไปถึงบอกให้ต้องไปอีกทีหนึ่ง เขาเสียกำลังใจ เป็นปัญหาใหญ่ 2.ว่าถ้าอยู่รวมกัน แชร์คนได้คือ สอบสวนกลางทีมเดียวกัน เดิมมีแชร์คน คือ ตั้งคณะทำงานขึ้นมา เช่น กองปราบร่วมกับตำรวจเศรษฐกิจ ร่วมกับอาชญากรรมเทคโนโลยี เดี๋ยวนี้คดีหนีกันไม่ออก แต่พออยู่คนละที่ในทางปฏิบัติทำยาก เช่น ที่นี่ถือสำนวน อีกที่จะเรียกมาประชุมเพื่อมาทำงานมาแชร์กัน มันทำแทบไม่ได้ เรื่องจริงคือใครถือสำนวนก็ทำอยู่แบบนั้น ตั้งไป 3 บก.ร่วมกันก็ทำอยู่ที่เดียว มันเป็นแบบนี้
ดังนั้น คำว่าแชร์คนของผม พออยู่ที่เดียวกัน วันนี้กดลิฟต์มาเจอกัน เรียกประชุมกันวันละครั้งยังได้เลย ประชุมกันอาทิตย์ละครั้งก็ได้ แล้วมันได้แชร์จริงๆ ตอนนี้ผมพยายามให้ทุก บก.มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สมมุติอย่างการเงินผมให้ตำรวจเศรษฐกิจสืบ เรื่องเทคโนโลยีเอาอาชญากรรมเทคโนโลยีสืบ กองปราบลงพื้นที่ลุย แบบนี้จะผนึกกำลังกันทำงานร่วมกันโดยไร้รอยต่อ เพราะฉะนั้นเราใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการแชร์คน
3.การแชร์ของ ผมว่าของบางอย่างแชร์กันได้ รถ อาวุธปืน เสื้อเกราะ เครื่องมือพิเศษต่างๆ เมื่อก่อนต่างคนต่างอยากมี ทุกคนต่างอยากซื้อ บางคนซื้อได้ บางคนซื้อไม่ได้ ซื้อไม่ได้ก็ไม่มีของใช้ ซื้อได้ก็เป็นซื้อซ้ำซ้อน สมมุติอย่างกองปราบมี ตำรวจ ปอท.ก็มี ซ้ำซ้อนกัน ต่างคนต่างเก็บไว้ เท่ากับเสียงบประมาณสองเด้ง ถ้าเกิดมาอยู่ที่เดียวกัน อย่างรถตู้ 10 คัน ก็ใช้กันพอแล้วทั่วสอบสวนกลาง แทนที่จะซื้อที่ละ 5 คันกลายเป็น 50 คัน ผมมองว่าเป็นการแชร์ของทำให้ไม่สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดิน แล้วก็ใช้ประโยชน์ได้สูงสุด คือ หมุนกันไปหมุนกันมา ก็แชร์กันได้
เพราะฉะนั้น การรวมกันคิดว่าประโยชน์สามอย่าง คือเรื่องการรับคดีประชาชนสะดวก วัน สต๊อป เซอร์วิส ที่เดียวจบ พอมารวมกันได้ ผมเลยคิดว่าในเมื่อรวมกันแล้วทำให้ประชาชนสะดวกขึ้นไปอีก แทนที่จะไปแต่ละชั้นก็งงอีก เลยเอาตึกหน้าที่ประชาชนเข้ามาแล้วมีที่จอดรถแล้วถึงเลย เป็นตึกรับแจ้งความ แล้วเอาร้อยเวรที่เข้าเวรไปนั่งตึกหน้าทั้งหมด อยู่ชั้น 1 ชั้น 2 กองบังคับการละห้องเข้าผิดห้องก็เดินอีกห้องหนึ่งแค่นั้นเอง จะง่ายขึ้นคือ วัน สต๊อป เซอร์วิสอย่างแท้จริง อีกเหตุผลคือหมายอาญา จะต้องมีที่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ โดย บช.ก.เมื่อก่อนจะอยู่ที่เมืองทอง นนทบุรี ไม่ใช่กรุงเทพฯ เป็นเหตุผลที่ไม่สามารถขอหมายจากศาลอาญาได้
นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงอยากให้ทุก บก.ภายใต้สอบสวนกลางมาอยู่ร่วมกันให้มากที่สุด ตอนนี้อยู่รวมกันแล้ว 9 บก. ส่วนที่ไม่มา 4 บก. เช่น ตำรวจน้ำ ต้องอยู่ติดน้ำ อยู่กับโรงเรียนนายเรือ แถวสมุทรปราการ, ตำรวจรถไฟ ต้องอยู่กับการรถไฟแห่งประเทศไทย กำลังจะยุบภายใน 1 ปี ไม่จำเป็นต้องเข้ามา, ตำรวจป่าไม้ อยู่กับกรมป่าไม้ และจะยุบภายใน 5 ปี เลยไม่ได้เข้ามา, ตำรวจทางหลวงอยู่กับกรมทางหลวง ซึ่ง 4 บก.นี้ไม่ค่อยได้ทำหน้าที่สอบสวน ที่จำเป็นต้องรับแจ้งความจากประชาชน

⦁ ศูนย์ควบคุมสั่งการ หรือคอมมานด์ คอนโทรล โอเปอเรชั่น เซ็นเตอร์ หรือ CCOC ใช้เหตุการณ์ไหนบ้าง
เป็นหนึ่งในโครงการที่ทำเสร็จไปแล้ว มีไว้สำหรับเวลาเรามีโอเปอเรชั่น จะส่งกำลังไปหลายจุด เช่น วันนั้นค้น 20 กว่าจุด มีกำลังหลายที่ จะมี Body Worn Camera คือตำรวจปฏิบัติหน้าที่จะมีกล้องส่งภาพถ่ายทอดมาที่ศูนย์ปฏิบัติการจะเห็นเลยว่าใครเข้าที่จุดไหน ใครจับอะไรได้ สมมุติเจอพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในที่เกิดเหตุอาจจะไม่มีเวลาไปกดข้อมูล ศูนย์จะกดข้อมูลเช็กข้อมูลเพื่อส่งไปสนับสนุน เช่น คนนี้มีหมายจับ คนนี้เป็นเพื่อนคนนี้คนนี้เป็นลูกคนนี้ จะทำให้สามารถปฏิบัติการได้แบบเรียลไทม์ สั่งวิทยุสื่อสารได้ มีภาพส่งเข้ามา จะคล้ายเหมือนในหนัง เราได้ใช้ศูนย์นี้มาหลายครั้งแล้ว งานใหญ่ๆ จะใช้หมด ผู้บริหารระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ลงมาดู มาควบคุมสั่งการ คือพอมีหลายจุด ลงพื้นที่ไปก็ไม่เห็นภาพรวม แต่ถ้าตรงนี้เห็นภาพรวมของการโอเปอเรชั่นทั่วประเทศเลย
สมมุติค้น 50 จุด คือตรงนี้จบ ทุกคนก็จะรายงาน แล้วเราก็จะมี Dashboard คือสมมุติเป้าหมายมีทั้งหมด 18 เป้าหมาย เป้าหมายที่หนึ่งเป็นยังไง สถานะจับได้แล้ว คนนี้ยังจับไม่ได้ คนนี้อยู่ระหว่างติดตาม คนนี้อยู่จุดนี้ จะมีสรุปแบบเรียลไทม์ตลอด ไปเชื่อมกับระบบบิ๊กดาต้า ระบบต่างๆ ตรงนี้เป็นเหมือนศูนย์ควบคุมสั่งการ ส่วนบิ๊กดาต้าก็จะอยู่หลังบ้าน คนที่อยู่ในห้องได้ข้อมูลมาสามารถดึงให้คนทำงานได้แบบเรียลไทม์
⦁ การจับกุมใดบ้างที่ใช้ศูนย์ควบคุมสั่งการแล้วทำให้งานสำเร็จ จนประทับใจ
กรณี ฉุย รักจันทร์ มือปืนรายสำคัญ ที่ฉุยยิงลูกน้องเราเสียชีวิต ฉุยเป็นหมายจับค้างเก่า โดยเฉพาะคดีสำคัญ ฉุยเป็นตัวท็อปของประเทศ ตามมาเป็นปีแล้ว ฉุยหลบเก่งมาก ไม่เคยได้เจอตัว จนครั้งหนึ่งเช็กจนได้ข่าว รู้ว่าน่าจะอยู่ในวัดแถวที่เกิดเหตุไปวนดู 2-3 คัน ไปวนปกติ ไม่ได้คิดจะจับ คิดจะไปดูว่ามีรถฉุยอยู่ไหม หรือมีตัวฉุยอยู่ไหม ปรากฏว่าฉุยสังเกตเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่มาดู สงสัยว่ามาหาฉุยจัดกำลังเลยล็อกเป้ารถตำรวจ จัดกำลัง 4 คันขับไล่รถตำรวจออกมาเลย ตำรวจไม่ทันคิดเจอคันหน้าปาดหน้า แล้วก็คันที่ 2 ประกบข้าง คันที่ 3 ปิดท้าย คันที่ 4 ปิดท้าย แล้วเอาปืนไล่ยิงเลย ก็ยิงใส่เข้ามาในรถเจ้าหน้าที่เรา ตำรวจกอง 6 กองปราบก็ไม่กลัวลงมาจากรถเอาปืนยิงสู้กลับ มันหนีไปแตกคนละทาง พอแตกคนละทางเสร็จ มีคันหนึ่งหนีไปเข้าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกคันหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจติดไฟแดงอยู่ พอฉุยพยายามจะหนีแซงซ้ายกำลังจะถึงไฟแดง คันของตำรวจเห็นก็ปาดเข้าไป พอปาดเข้าไปคนร้ายคนนี้ยิงทะลุกระจกเข้าไปเลย
คนนั่งซ้ายเอนเบาะหลบ ไปเข้าหัวคนขับ นี่คือคนที่ตาย เสร็จแล้วคนที่มาช่วยยิงสู้กัน คนที่ยิงสวนกลับไปแล้วมาหลบอยู่หลังล้อ คือคนที่ผมติดดาวไปให้เมื่อวันก่อน คนนั้นเป็นชั้นประทวนผมเห็นว่าเขาต่อสู้กล้าหาญ โดยที่ไม่กลัวตายเลย คือยิงสู้เสร็จแล้วดึงคนเจ็บออกมา ไปตายที่โรงพยาบาลทีหลัง แล้วช่วยคนที่ไม่โดนยิงออกมาด้วย แล้วยิงจนคนร้ายตาย
พอเห็นว่าตำรวจทำงานเสียสละสูญเสีย ผมลงไปโอเปอเรชั่นเอง อีกชุดหนึ่งอยู่ที่คอมมานด์เซ็นเตอร์ คือลงไปเป็น 100 คน ในห้องคอมมานด์เซ็นเตอร์อยู่อีก 50 แล้วทุกคนไม่กลับบ้านเลย 16 วัน คืออยู่กันในห้องเอาผ้าห่มเอาหมอนเอาทุกอย่างมา แล้วก็ทำงานร่วมกันตลอด คือส่วนที่อยู่ข้างหน้าทำไป ก็ไปเข้าป่าไปค้นบ้าน พี่ปั๊ด พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ก็ลง ศูนย์ที่นี่มีข้อมูลละเอียด มีการเข้าเวร พอฉุยขยับตีสองออกมา ที่นี่ก็เป็นคนดู เพราะคนที่อยู่หน้างานในพื้นที่ดูไม่ทัน มีเวลานอนบ้าง แต่ที่นี่มอนิเตอร์ข้อมูลทั้งหมด พอขยับปุ๊บก็รู้ เป็นเวลา 16 วันที่ล่าฉุย จนล่าได้ทั้งแก๊ง จนได้ตัวฉุย ที่ซอยมหาดไทย กรุงเทพฯ อันนี้ก็เป็นความประทับใจ ของคอมมานด์เซ็นเตอร์ที่พยายามพัฒนามาแล้วได้ใช้ทำงานจริง
⦁ สิ่งที่อยากทำ แล้วยังทำไม่ได้เต็มที่ แล้วมุ่งหวังที่จะทำต่อ
ตอนนี้ทำหลายโครงการมาก พัฒนาในทุกด้าน ทั้งการทำงาน การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาสถานที่ทำงาน การพัฒนาสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและครอบครัว สิ่งที่อยากเห็นมากที่สุดคือ เทคโนโลยี ทำบิ๊กดาต้า คอมมานด์เซ็นเตอร์ ตอนนี้ที่ทำอยู่คือ Digital Transformation โดยเอากองปราบเป็นโครงการนำร่อง ผมแยกเป็น 2 แขนงอีก คือ E-office และ Smart Campus คือทุกวันนี้ยังเป็น Paper base อยู่ ต้องการให้เป็น Digital base เช่น การบริหารงานบุคคล การรายงานผลปฏิบัติ ทุกอย่างเมื่อทำ ทุก transaction ที่เกิดขึ้น จะเข้าไปในระบบหมด ถ้าใช้ระบบที่เป็นดิจิทัล ทุกอย่างจะเร็วขึ้นถูกต้องมากขึ้น ใช้กำลังพลน้อยลง
เพราะเป็นเรื่องค่อนข้างยากที่จะเปลี่ยนระบบ เป็นความฝันของผมที่จะเปลี่ยน ผมเปลี่ยนจากจุดเล็กๆ ก่อน อนาคตอยากเปลี่ยนไปที่กองบัญชาการ ถ้าทุกอย่างเข้าระบบหมด จะโปร่งใส ชัดเจน เร็ว ถูกต้อง แม่นยำ อันนี้คือความฝัน ยังไม่รู้จะทำได้หรือไม่ แต่ก็เริ่มจากจุดเล็กๆ ก่อน ทำที่กองปราบก่อน แล้วค่อยพัฒนาต่อไปที่สอบสวนกลาง แล้วถ้าเป็นไปได้ก็พัฒนาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติถ้าทำได้ผมว่ามันก็จะดี และเป็นตัวชี้วัด ต่อไปคนทำงาน ไม่ทำงานจะอยู่ในระบบหมด อยากให้นำไปสู่การพิจารณาแต่งตั้ง เลื่อนขั้น ให้เงินเดือน คือถ้ามีการจัดเก็บที่ดี ให้เห็นว่าใครทำงานเป็นยังไง ผมว่าจะมีหลักการมากขึ้น ในการพิจารณามีความโปร่งใส มีที่มาที่ไปชัดเจน คนจะมาเถียงอะไรก็เถียงยาก มีหลักฐานชัดเจน ใครทำอะไรที่ไหนยังไง อยู่ในระบบหมด ตอนนี้พอเป็น Paper base ทุกคนก็ใช้ความรู้สึกหมด

⦁ จะขยับการปราบปรามการค้ามนุษย์ จากเทียร์ 2 ขึ้นไปอย่างไร
หลังจากได้ปรับอันดับ ผมว่าปีนี้มีเวลามากขึ้น ครั้งที่แล้วมีเวลาเตรียมตัวน้อยมาถึงลุยเลย ปีนี้จะทำคล้ายๆ เดิมอีกแต่จะวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อการพิจารณาทิป รีพอร์ต เสมือนเป็นกระจกว่าเขาเห็นปัญหาอะไรในประเทศเราบ้าง ถ้าลิสต์ออกมาแล้ว 1, 2, 3, 4, 5 มีปัญหาไหนบ้าง จะไปแก้ปัญหานั้น ไม่ว่าด้วยการป้องกัน หรือการปราบปรามก็แล้วแต่จะทำต่อ คาดหวังจะทำเต็มที่ตลอดหนึ่งปี โดยใช้ ปคม.เป็นตัวหลักและกองบังคับการอื่นๆ ภายใต้สอบสวนกลางเป็นสนับสนุนเหมือนเดิม จะทำอย่างจริงจังต่อเนื่อง ความคาดหวังก็คงไม่ให้แย่กว่าเดิม และถ้าดีที่สุดก็คือดีขึ้นจากกี่อันดับก็แล้วแต่ ค่อยๆ แก้กันไป อันนี้คือแนวคิดที่ตั้งใจไว้
⦁ ใกล้เข้าสู่โหมดเลือกตั้งต้องดูแลความสงบเรียบร้อยอย่างไร
เมื่อก่อนพอจะเลือกตั้งที ตำรวจจะไปค้นตามนักการเมืองท้องถิ่นและกลุ่มหัวคะแนน สิ่งที่กังวลคือ ถ้าไปแล้วไปค้นไม่ครบทุกกลุ่ม สมมุติว่ามี 4 กลุ่มในจังหวัดนี้ ไปค้น 2 กลุ่ม หรือ 3 กลุ่ม แล้วเขาจะมองว่าเราเป็นพวกของกลุ่มที่ 4 หรือเปล่า ผมก็เลยมองว่าการไปค้น อาจจะค้นเพื่อปราม ผมอาจจะไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ แต่ประกาศแบบนี้ว่า ผมไม่สนใจว่านักการเมืองจะฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ถ้ากลุ่มไหนทำอะไรผิดกฎหมาย ผมเอาจริง ดำเนินการตามจริง ตรงไปตรงมา ถ้าทำผิดว่าไปตามผิด ใครไปยิงใครไล่จับ ใครไปทำผิดกฎหมายเรื่องอะไรก็ไล่จับ จะไปข่มขู่ ยิง ทำร้ายร่างกาย จะอยู่ฝั่งไหนผมไม่รู้ ว่าไปตามที่คุณทำผิด อันนี้เป็นสิ่งที่ผมประกาศไปแล้ว เชื่อว่าเขาก็รู้กันว่าเราทำจริง ในอดีตนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลอาจจะทำอะไรแล้วไม่ค่อยมีใครมายุ่ง เราเปลี่ยนใหม่ว่า คุณจะอยู่ฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ผมไม่รู้ คุณเท่ากัน และเราไม่ได้ไปแกล้งใคร ถ้าเมื่อไหร่มีเหตุที่คุณไปทำผิดกฎหมายก็ว่าไปตามข้อเท็จจริง ดำเนินการตามกฎหมาย อันนี้คือหลักที่ผมประกาศให้ทุกคนทราบว่า ถ้าคุณทำตามปกติเราไม่ยุ่งเลย คุณจะไปหาเสียงกัน ถ้าคุณทำถูกผมไม่ยุ่งเลย
แต่ถ้าคุณยิงกันเมื่อไหร่ ผมตามไล่จับ ทั้งคนยิง คนจ้างทั้งหมดนี่คือ หลักการที่เราจัดการกับเรื่องพวกนี้

