โจรกรรมกุฏิเจ้าอาวาสวัดปทุมบูชา วอนโจรอย่าเอาอัญมณีไปขายเลย ขอให้ส่งคืนวัดด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง เพราะพุทธศาสนิกชนทำบุญกับพระใหญ่ปางประทานพรสูง 26 เมตร ใหญ่ที่สุดในปราจีนฯ เนื่องจากพลังศรัทธาได้บุญมาก
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 20 ส.ค. ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี รายงานความคืบหน้าจากกรณีวัดประทุมบูชา ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ทำการโจรกรรมงัดกุฏิ ลักเงินสด รวมจำนวนเงิน สามแสนกว่าบาท และอัญมณี ที่ญาติโยมนำมาถวาย มูลค่านับสิบล้านบาท สำหรับบรรจุในหัวใจ และบรรจุที่พระเมาลี พระใหญ่ปางประทานพรขนาดหน้าตักกว้าง 16 เมตร สูง 21 เมตร ที่กำลังก่อสร้าง หายไปในวันพระใหญ่ ช่วงที่พระในวัดทั้งหมด ขึ้นปฏิบัติศาสนกิจบนศาลาการเปรียญ
สถานที่เกิดเหตุภายในกุฏิเจ้าอาวาส พบร่องรอยการงัดที่บานประตูด้านนอกเข้าไป ในห้องรับแขก พบมีการรื้อค้นกระเป๋าของเจ้าอาวาส ได้เงินสดที่อยู่ในกระเป๋า ซึ่งเจ้าอาวาส ได้เบิกเงินสดส่วนตัวมาจำนวนห้าหมื่นบาท แบ่งซื้อของไปบ้างแล้วครึ่งหนึ่ง เหลือเพื่อที่จะนำมาทำบุญ ให้กับโยมแม่ที่ครบวันเสียชีวิตในวันที่ (18 ส.ค.)
นอกจากนี้ คนร้ายได้เข้าไปงัดประตูห้องนอนของเจ้าอาวาสที่อยู่ด้านใน คนร้ายงัดประตูและงัดตู้เซฟ 2 ใบ แต่ไม่เห็นเงินสดกว่าเจ็ดแสนบาท คนร้ายรื้อที่นอนได้เงินสดที่วางอยู่ข้างหัวเตียงอีก รวมจำนวนสามแสนบาทไป และ คนร้าย ยังได้นำอัญมณีต่างๆมูลค่านับสิบล้าน หนีไปได้อย่างลอยนวล เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เร่งเก็บรวบรวมหลักฐานหาร่องรอยนิ้วมือ และพบรอยเท้าใหม่ๆที่เดินย่ำออกไปทางหลังวัด พระครูพิพัฒน์ธรรมภาณีสิลวิทโธ เจ้าอาวาสวัดและเจ้าคณะตำบลบ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ระบุว่าทางวัดมีกล้องวงจรปิดกว่า 30 ตัว
แต่จากการไล่ตรวจดูกล้องวงจรปิดด้านหลังยังไม่พบผู้ต้องสงสัยผ่านออกไป แต่ด้านหลังมืดที่ติดกับถนนที่พบรอยเท้าใหม่ๆ คาดว่าน่าจะเป็นของคนร้าย กล้อง 2 ตัวเสีย ไม่สามารถบันทึกภาพได้ และชุดสืบสวนได้สอบถามลูกศิษย์วัดที่เห็นชายรูปร่างผอมถือถังสังฆทานเข้ามาในวัด ก่อนเกิดเหตุไม่กี่นาที ทางเจ้าหน้าที่จะได้เร่งหาเบาะแสของคนร้ายอย่างเร่งด่วนและได้เบาะแสคนร้ายแล้ว แต่ยังไม่ระบุเนื่องจากเกรงเสียรูปคดี ตามที่เสนอ ไปก่อนหน้านั้น
คืบหน้าล่าสุด ที่ สภ.ศรีมาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พบสื่อมวลชนมาดักรอ ทำข่าวความคืบหน้าของคดี พ.ต.อ.วิวัฒน์ พิสิษฐ์ศักดิ์ ผกก.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า “ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เร่งทำงานทุกวัน โดยได้สอบพยานเพิ่มเติม รวมถึงนัดฝ่ายที่รู้ข้อมูล ให้มาเก็บข้อมูลของคดีที่ซับซ้อน รวมถึงติดตามกล้องวงจรปิด ติดตามตรวจสอบลายนิ้วมือ ผลตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ.ของฝ่ายพิสูจน์หลักฐาน
“สำหรับหมายจับคนร้าย ยังไม่ออกหมายจับกุม ต้องให้ได้หลักฐานต่าง ๆ ที่ชัดเจนก่อน คาดว่าประมาณต้นอาทิตย์น้านี้”พ.ต.อ.วิวัฒน์ กล่าว
ขณะที่กุฏิเจ้าอาวาส วัดปทุมบูชา เลขที่ 1 หมู่ 1 ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พระครูพิพัฒน์ธรรมภาณีสิลวิทโธ อายุ 51 ปี เจ้าอาวาสวัดและเจ้าคณะตำบลบ้านทาม พบญาติโยมที่ทราบข่าวเดินทางมาให้กำลังใจเจ้าอาวาสตั้งแต่เช้า
พระครูพิพัฒน์ธรรมภาณีสิลวิทโธ กล่าวว่า “ทางพนักงานสอบสวนได้เบาะแสคนร้ายที่เข้ามาโจรกรรมทรัพย์สินภายในวัด แล้ว คนร้ายเป็นบุคคลภายนอก ปลอมเป็นคนเข้ามาทำบุญก่อนหน้าหลายวันแล้ว ไม่ใช่บุคคลภายในวัด หรือช่างกล้องวงจรปิด เพราะล้วนแต่เป็นญาติ แต่ในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากต้องรักษารูปคดี
สำหรับทรัพย์สิน เงินสดนั้นไม่เสียดาย แต่เสียดายอัญมณี ที่ญาติโยมทำบุญถวายมา เตรียมที่จะบรรจุในหัวใจและพระเมาลีพระใหญ่ปางประทานพร ที่พุทธศาสนิกชน ใครๆ ก็อยากทำบุญกับพระใหญ่ ซึ่งกำลังก่อสร้างขนาดหน้าตักกว้าง 16 เมตร สูงกว่า 26 เมตรเศษ เป็นพระปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดในปราจีนบุรี และในกำหนดทอดกฐินสามัคคีปีนี้ในวันที่ 18 ต.ค.63 จะจัดทอดผ้ากฐินสามัคคี ถวาย สร้างพระใหญ่กองละ 2,000 บาทด้วย” พระครูพิพัฒน์กล่าว
“ฝากคนร้ายที่ขโมยอัญมณีไป หาก ต้องการที่จะส่งคืน ทางใดทางหนึ่ง อาทิ ทางเคอรี่ ก็สามารถส่งคืนได้เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของญาติโยม” พระครูพิพัฒน์ธรรมภาณีสิลวิทโธ กล่าว


