<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:atom="https://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/terms/" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:mi="http://schemas.ingestion.microsoft.com/common/" xmlns:content="https://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dcterms="https://purl.org/dc/terms/" version="2.0"><channel><title>world</title><language>th-TH</language><version>1.23.2</version><link>https://www.matichon.co.th?feed=udgenfeedmsn&amp;slug=world</link><item><title><![CDATA[ปธน.สีดัน Greater BRICS เพิ่มบทบาทเวทีนานาชาติ ปูตินหวัง ขับเคลื่อนระเบียบโลกหลายขั้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888161]]></link><pubDate>2026-09-14T13:43:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5888161</guid><description>ปธน.สีดัน Greater BRICS เพิ่มบทบาทเวทีนานาชาติ ปูตินหวัง ขับเคลื่อนระเบียบโลกหลายขั้ว ะธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเปิดตัวโครงการริเริ่มด้านต่าง ๆ ในวันที่ 13 กันยายน บนเวทีการประชุมสุดยอด BRICS ตั้งแต่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ปธน.สีดัน Greater BRICS เพิ่มบทบาทเวทีนานาชาติ ปูตินหวัง ขับเคลื่อนระเบียบโลกหลายขั้ว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ะธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเปิดตัวโครงการริเริ่มด้านต่าง ๆ ในวันที่ 13 กันยายน บนเวทีการประชุมสุดยอด BRICS ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ไปจนถึงการค้า เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในนาม &amp;#8220;Greater BRICS&amp;#8221; ขณะที่จีนพยายามผลักดันให้กลุ่ม BRICS พัฒนาเป็นเวทีที่สามารถใช้ได้จริง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของกลุ่มประเทศซีกโลกใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ตั้งแต่การเมืองและความมั่นคง ไปจนถึงเศรษฐกิจและการเงิน ถือเป็นประเด็นสำคัญของกลุ่ม BRICS โดยอินเดียซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มในปีนี้ และจีนจะรับตำแหน่งประธานในปี 2070 ต่างพยายามขยายความร่วมมือ เพื่อเพิ่มอิทธิพลของกลุ่มในเวทีโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า สี จิ้นผิง กล่าวต่อบรรดาผู้นำในการประชุมสุดยอดประจำปีของกลุ่ม BRICS ที่กรุงนิวเดลีว่า ความสำเร็จของ “โครงการริเริ่ม Greater BRICS” ขึ้นอยู่กับการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สี จิ้นผิงกล่าวในช่วงปิดการประชุมสุดยอดว่า ประเทศต่าง ๆ ใน “Greater BRICS” ควรเพิ่มพูนความร่วมมือ รักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนส่งเสริมการสร้างตลาดแบบบูรณาการที่มีความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสีกล่าวว่า จีนจะเป็นผู้นำในการจัดตั้ง “เขตโอเพนซอร์สด้าน AI  ของ BRICS” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านโมเดลภาษาขนาดใหญ่ การฝึกฝน AI และระบบนิเวศ AI แบบเปิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้นำจีนยังเสนอให้จัดตั้งความร่วมมือในรูปแบบ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ BRICS” และระบุว่า จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้านการค้าบริการ BRICS ในปีหน้า เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่ม BRICS ได้ขยายสมาชิก โดยมีอิหร่าน อินโดนีเซีย อียิปต์ เอธิโอเปีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เข้าร่วม นอกเหนือจากสมาชิกดั้งเดิม ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ซึ่งรวมตัวกันเมื่อราว 2 ทศวรรษก่อน โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระเบียบโลกที่ในขณะนั้นถูกครอบงำโดยสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีประเทศหุ้นส่วนอีก 10 ประเทศ ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ส่งผลให้กลุ่มมีขอบเขตความร่วมมือครอบคลุมประเทศในกลุ่มซีกโลกใต้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยบางครั้งจีนและรัสเซียเรียกกลุ่มที่ขยายตัวนี้ว่า “Greater BRICS”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย กล่าวว่าประโยชน์จากแนวทางหรือแนวทางแก้ไขปัญหาที่พัฒนาขึ้นภายในกลุ่ม BRICS ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เฉพาะประเทศสมาชิก BRICS เท่านั้น แต่ควรสามารถนำไปปรับใช้และเปิดให้ประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มซีกโลกใต้เข้าถึงได้ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศเหล่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยกย่อง BRICS ว่าเป็นพลังขับเคลื่อนที่ทรงพลังในการสร้างระเบียบโลกใหม่ที่มีความเป็นธรรมและเป็นระบบหลายขั้วอำนาจมากขึ้น พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกหาทางผสมผสานหรือใช้ประโยชน์จากจุดแข็งด้านการแข่งขันของเศรษฐกิจแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888161?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปธน.สีดัน Greater BRICS เพิ่มบทบาทเวทีนานาชาติ ปูตินหวัง ขับเคลื่อนระเบียบโลกหลายขั้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปธน.สีดัน Greater BRICS เพิ่มบทบาทเวทีนานาชาติ ปูตินหวัง ขับเคลื่อนระเบียบโลกหลายขั้ว</dc:alternative><dc:abstract>ปธน.สีดัน Greater BRICS เพิ่มบทบาทเวทีนานาชาติ ปูตินหวัง ขับเคลื่อนระเบียบโลกหลายขั้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T06:47:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T06:47:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ ประกาศสหรัฐจะอยู่ในอิหร่าน ครอบครองน้ำมัน เหมือนที่ทำกับเวเนซุเอลา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888055]]></link><pubDate>2026-09-14T13:22:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5888055</guid><description>ทรัมป์ ประกาศสหรัฐจะอยู่ในอิหร่าน ครอบครองน้ำมัน เหมือนที่ทำกับเวเนซุเอลา สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 กันยายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาจะยังคงอยู่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทรัมป์ ประกาศสหรัฐจะอยู่ในอิหร่าน ครอบครองน้ำมัน เหมือนที่ทำกับเวเนซุเอลา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 กันยายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาจะยังคงอยู่ในอิหร่าน และ &amp;#8220;ริบน้ำมันเอาไว้&amp;#8221; โดยเปรียบเทียบกับกรณีที่สหรัฐเข้าควบคุมพื้นที่ 1 ใน 5 ของคลังน้ำมันสำรองอันมหาศาลของเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ทรัมป์พูดเรื่องดังกล่าวระหว่างเดินทางเยือนไอร์แลนด์เพื่อเข้าร่วมการประชุมและชมการแข่งขันกอล์ฟ &amp;#8220;ไอริช โอเพ่น&amp;#8221; โดยทรัมป์ยืนยันว่า เขายังคงคาดหวังให้สงครามอิหร่านยุติลงภายในปีนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า อาจเกิดขึ้นทันทีหลังจากการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ กล่าวเสริมว่า ราคาน้ำมันเบนซินจะร่วงลงอย่างรวดเร็วปานดิ่งพสุธา ทันทีที่สงครามอิหร่านสิ้นสุดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ความวุ่นวายในตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบปั่นป่วนตลาดน้ำมันอย่างหนัก โดยบรรดาผู้ค้าเอกชนในตลาดน้ำมันคาดการณ์ว่า ราคาจะพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในวันจันทร์ (14 ก.ย.) หลังจากเกิดเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะยอมทำเฉพาะข้อตกลงที่ถูกต้องเท่านั้น และจะไม่ยอมทำตามข้อตกลงที่แย่ หรือไม่มีประโยชน์ พร้อมกับกล่าวว่า อิหร่านกำลังต่อสายโทรศัพท์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอเปิดเจรจาสันติภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างดังกล่าว รัฐบาลเตหะรานได้เคยออกมาปฏิเสธและปัดตกไปแล้วในอดีต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ยังได้เสนออีกทางเลือกหนึ่งขึ้นมา คือการคงการแทรกแซงในอิหร่านต่อไป โดยเขาได้เปรียบเทียบกับข้อตกลงของสหรัฐ ในเวเนซุเอลา ซึ่งได้ประกาศไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า &amp;#8220;ท้ายที่สุดเราก็คงจะถอนตัวออก (จากอิหร่าน) เว้นเสียแต่ว่า เราจะตัดสินใจอยู่ต่อ และยึดถือครอบครองน้ำมันไว้เหมือนกรณีเวเนซุเอลา และว่า รายได้ที่สหรัฐได้รับจากเวเนซุเอลานั้น คุ้มค่าจนครอบคลุมค่าใช้จ่ายทำสงครามไปหลายต่อหลายรอบแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888055?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ ประกาศสหรัฐจะอยู่ในอิหร่าน ครอบครองน้ำมัน เหมือนที่ทำกับเวเนซุเอลา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ ประกาศสหรัฐจะอยู่ในอิหร่าน ครอบครองน้ำมัน เหมือนที่ทำกับเวเนซุเอลา</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ ประกาศสหรัฐจะอยู่ในอิหร่าน ครอบครองน้ำมัน เหมือนที่ทำกับเวเนซุเอลา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T06:22:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T06:22:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/C2IINA1K182_RTRMADP_3_USA-TRUMP-IRELAND.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/C2IINA1K182_RTRMADP_3_USA-TRUMP-IRELAND-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/C2IINA1K182_RTRMADP_3_USA-TRUMP-IRELAND.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/C2IINA1K182_RTRMADP_3_USA-TRUMP-IRELAND-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/RTRMADP_3_USA-TRUMP-IRELAND.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/RTRMADP_3_USA-TRUMP-IRELAND-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รบ.เมียนมา ลุยถอนสถานะ-เอาผิด จอ โม ตุน ทูตเมียนมาประจำ UN ชี้ทำผิดกฎหมาย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887951]]></link><pubDate>2026-09-14T12:16:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5887951</guid><description>รบ.เมียนมา ลุยถอนสถานะ-เอาผิด จอ โม ตุน ทูตเมียนมาประจำ UN ชี้ทำผิดกฎหมาย รัฐบาลเมียนมาซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายนว่า นายจอ โม ตุน เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรเมียนมาป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;รบ.เมียนมา ลุยถอนสถานะ-เอาผิด จอ โม ตุน ทูตเมียนมาประจำ UN ชี้ทำผิดกฎหมาย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเมียนมาซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายนว่า นายจอ โม ตุน เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรเมียนมาประจำสหประชาชาติ (UN) ณ นครนิวยอร์ก ได้ทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ทำให้สถานะของเขาได้ถูกเพิกถอนและยกเลิกแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเมียนมาระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านสื่อของทางการว่า จอ โม ตุน ถูกไล่ออกจากราชการเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2021 เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2021 จอ โม ตุน กล่าวถ้อยแถลงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกต่อที่ประชุม UN โดยขอให้ประชาคมระหว่างประเทศไม่รับรองหรือให้ความชอบธรรมแก่กองทัพเมียนมา ที่ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จอ โม ตุน ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งโดยรัฐบาลเมียนมาชุดก่อน ซึ่งนำโดยนางออง ซาน ซู จี ก่อนที่รัฐบาลดังกล่าวจะถูกโค่นล้มจากการรัฐประหารของกองทัพในปี 2021 ซึ่งเป็นชนวนเหตุให้เกิดสงครามกลางเมืองที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานะของจอ โม ตุน ในฐานะผู้แทนถาวรของเมียนมาประจำ UN ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากคณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบหนังสือแต่งตั้งผู้แทนของ UN ได้เลื่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับผู้แทนของเมียนมาออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่าคณะกรรมการรับรองผู้แทนจะประชุมกันหลังการประชุมสมัชชาใหญ่ (UNGA) ซึ่งจะจัดขึ้นที่นครนิวยอร์กในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งอาจมีการหารือเรื่องข้อพิพาทเกี่ยวกับผู้แทนเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ซึ่งเป็นกลุ่มประชาธิปไตยและรัฐบาลพลเรือนคู่ขนานของเมียนมา ได้ช่วยให้จอ โม ตุน สามารถรักษาตำแหน่งของเขาไว้ได้ ผ่านการรณรงค์ทางการทูตและการล็อบบี้ในระดับนานาชาติเพื่อสนับสนุนสถานะของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NUG ระบุในอีเมลที่ส่งถึงรอยเตอร์ว่า ตำแหน่งทางการทูตของชาติที่ปฏิบัติหน้าที่ใน UN ไม่อาจถูกเพิกถอนโดยฝ่ายเดียวจากกองทัพได้ หากปราศจากฉันทามติหรือการยอมรับอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการตรวจสอบหนังสือรับรองผู้แทนของ UN&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กองทัพเมียนมากล่าวหาจอ โม ตุนว่าใช้ทรัพย์สินของรัฐและงบประมาณของคณะผู้แทนถาวรโดยไม่ได้รับอนุญาต ระหว่างที่เขาทำงานร่วมกับ NUG อีกทั้งนายจอ โม ตุน ไม่ได้ตอบกลับอีเมลที่มีการสอบถามความเห็นในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเมียนมาระบุว่า กำลังดำเนินการผ่านองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (INTERPOL) สำนักกลางตำรวจแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (USNCB) หน่วยงานของสหรัฐ และผ่านช่องทางการทูต เพื่อดำเนินการทางกฎหมายกับจอ โม ตุน ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887951?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รบ.เมียนมา ลุยถอนสถานะ-เอาผิด จอ โม ตุน ทูตเมียนมาประจำ UN ชี้ทำผิดกฎหมาย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รบ.เมียนมา ลุยถอนสถานะ-เอาผิด จอ โม ตุน ทูตเมียนมาประจำ UN ชี้ทำผิดกฎหมาย</dc:alternative><dc:abstract>รบ.เมียนมา ลุยถอนสถานะ-เอาผิด จอ โม ตุน ทูตเมียนมาประจำ UN ชี้ทำผิดกฎหมาย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T05:16:33+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T05:16:33+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jmt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jmt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jmt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jmt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jmt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jmt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สื่อเปียงยางตีข่าว เกาหลีเหนือ ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง-ขีปนาวุธ-โดรน อวดพลังทำลายล้างมหาศาล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887802]]></link><pubDate>2026-09-14T11:45:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5887802</guid><description>สื่อเปียงยางตีข่าว เกาหลีเหนือ ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง-ขีปนาวุธ-โดรน อวดพลังทำลายล้างมหาศาล เมื่อวันที่ 14 กันยายน สำนักข่าวกลางเกาหลี(KCNA) กระบอกเสียงทางการเปียงยางรายงานว่า เกาหลีเหนือได้ทำการยิงขีปนา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สื่อเปียงยางตีข่าว เกาหลีเหนือ ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง-ขีปนาวุธ-โดรน อวดพลังทำลายล้างมหาศาล&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 กันยายน สำนักข่าวกลางเกาหลี(KCNA) กระบอกเสียงทางการเปียงยางรายงานว่า เกาหลีเหนือได้ทำการยิงขีปนาวุธหลายลูกเมื่อวันเสาร์(12 ก.ย.) เป็นส่วนหนึ่งของการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงที่มีหน่วยปืนใหญ่พิสัยไกลและหน่วยขีปนาวุธเข้าร่วมในการซ้อมรบที่แสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจทำลายล้างมหาศาลของคลังแสงอาวุธของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าว KCNA รายงานว่าการซ้อมโจมตีด้วยกำลังรบร่วมครั้งนี้เกี่ยวข้องกับหน่วยทหาร 5 หน่วยของกองทัพเกาหลีเหนือและการทดสอบระบบอาวุธหลายชนิด รวมถึงโดรนโจมตี ขีปนาวุธร่อนทางยุทธวิธี ขีปนาวุธข้ามทวีปทางยุทธวิธีและเครื่องยิงจรวดขนาดใหญ่หลายลำกล้อง ซึ่งผู้อำนวยหน่วยปืนใหญ่กล่าวว่า การซ้อมรบนี้จะช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจของทหารและพัฒนาขีดความสามารถในการทำลายล้างศัตรูอย่างราบคาบเมื่อได้รับคำสั่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ประธานเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ออกมาเปิดเผยในวันเสาร์ว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้หลายลูกที่ทะยานออกไปราว 250 กม.ลงสู่ทะเลทางชายฝั่งตะวันออก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การซ้อมรบดังกล่าวของเกาหลีเหนือมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นได้เสร็จสิ้นการซ้อมรบร่วม 3 ฝ่ายที่ใช้ชื่อว่า “ฟรีดอม เอจ” รวม 5 วันซึ่งมีเป้าหมายเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ โดยรายงานข่าวของ KCNA มีขึ้นสองวันหลังจากการซ้อมยิงขีปนาวุธซึ่งเชื่อกันว่าเป็นครั้งที่ 13 แล้วในปีนี้ที่มีการตรวจพบการปล่อยขีปนาวุธนำวิถีของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายลิม อึลชอล ศาสตราจารย์ประจำสถาบันตะวันออกไกลศึกษาในกรุงโซล กล่าวให้ความเห็นถึงการซ้อมรบครั้งนี้ของเกาหลีเหนือว่านี่ไม่ใช่การทดสอบระบบอาวุธเพียงชนิดเดียว แต่เป็นการแสดงศักยภาพของเครือข่ายการโจมตีแบบบูรณาการ และดูเหมือนเกาหลีเหนือต้องการแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการประสานงานโดรน ขีปนาวุธร่อน ขีปนาวุธข้ามทวีปและปืนใหญ่จรวดผ่านระบบบัญชาการและควบคุมแบบรวมศูนย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายลิมกล่าวด้วยว่าการที่คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือไม่ปรากฏตัวและรายงานข่าวที่ล่าช้านี้ บ่งชี้ว่าเปียงยางพยายามทำให้เห็นว่าเหตุการณ์นี้เป็นการฝึกซ้อมทางทหารเชิงเทคนิคและเชิงปฏิบัติการ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการยกระดับความตึงเครียด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887802?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สื่อเปียงยางตีข่าว เกาหลีเหนือ ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง-ขีปนาวุธ-โดรน อวดพลังทำลายล้างมหาศาล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สื่อเปียงยางตีข่าว เกาหลีเหนือ ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง-ขีปนาวุธ-โดรน อวดพลังทำลายล้างมหาศาล</dc:alternative><dc:abstract>สื่อเปียงยางตีข่าว เกาหลีเหนือ ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง-ขีปนาวุธ-โดรน อวดพลังทำลายล้างมหาศาล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T04:45:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T04:45:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254862805257.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254862805257-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254862805257.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254862805257-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254862805257-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254862805257-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เรือโดยสารอินโดนีเซียล่ม ดับ 6 เร่งค้นหา 130 ผู้สูญหาย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887693]]></link><pubDate>2026-09-14T09:51:21+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5887693</guid><description>เรือโดยสารอินโดนีเซียล่ม ดับ 6 เร่งค้นหา 130 ผู้สูญหาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินโดนีเซียมากกว่า 600 คนระดมกำลังเร่งค้นหาผู้โดยสารเรือ 130 คนที่ยังคงสูญหาย หลังเรือโดยสารลำหนึ่งพลิกคว่ำในทะเลชวาเมื่อช่วงสุด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เรือโดยสารอินโดนีเซียล่ม ดับ 6 เร่งค้นหา 130 ผู้สูญหาย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินโดนีเซียมากกว่า 600 คนระดมกำลังเร่งค้นหาผู้โดยสารเรือ 130 คนที่ยังคงสูญหาย หลังเรือโดยสารลำหนึ่งพลิกคว่ำในทะเลชวาเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 6 ราย และมีผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 107 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานค้นหาและกู้ภัยอินโดนีเซียระบุว่า เรือโดยสาร เวอร์โก ทรานสปอร์ต 8 ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 243 คน สูญหายไปท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้ายในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน เรือดังกล่าวกำลังเดินทางจากเมืองสุราบายาในจังหวัดชวาตะวันออก ไปยังเมืองบันจาร์มาซินในจังหวัดกาลิมันตันใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อี ปูตู สุทายานา หัวหน้าสำนักงานค้นหาและกู้ภัยเมืองบันจาร์มาซิน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เดินหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันจันทร์ โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 622 คน พร้อมเรืออีกราว 12 ลำเข้าร่วมภารกิจ อย่างไรก็ดี จนถึงช่วงเช้าวันจันทร์ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่ม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 6 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานค้นหาและกู้ภัยเผยแพร่วิดีโอที่แสดงให้เห็นเรือขนาดใหญ่สีแดงสลับดำพลิกคว่ำและจมอยู่ในน้ำบางส่วน ในน่านน้ำที่มีคลื่นลมแรง โดยสามารถมองเห็นท้องเรือที่ทาสีแดงโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา ในบริเวณใกล้เคียงยังมีเรือขนาดเล็ก 2 ลำที่มีคนอยู่บนเรือ ลอยอยู่ใกล้กับเรือที่พลิกคว่ำท่ามกลางคลื่นลมแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอ็ดดี ปราโกโซ เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งของสำนักงานค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติอินโดนีเซีย กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า เรือเอียงอย่างหนักไปด้านหนึ่ง หลังจากถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าทางกราบขวาของเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านดดี ปูร์วากันดี รัฐมนตรีคมนาคมอินโดนีเซีย กล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์ที่บินผ่านบริเวณดังกล่าวเป็นผู้พบเห็นว่าเรือพลิกคว่ำ ขณะที่สาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อินโดนีเซียพึ่งพาเรือเฟอร์รี่ในการเดินทางระหว่างหมู่เกาะต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ราว 17,000 เกาะ เนื่องจากการเดินทางทางทะเลมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าและประชาชนเข้าถึงได้ง่ายกว่าการเดินทางโดยเครื่องบิน แต่ก็เกิดอุบัติเหตุทางเรือขึ้นบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแยกกันเมื่อเดือนที่แล้ว มีเรือเฟอร์รี่ 2 ลำซึ่งมีผู้โดยสารหลายร้อยคนเกิดไฟไหม้กลางทะเล โดยเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นนอกเกาะมาดูรา มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ขณะที่อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นบนเรือเฟอร์รี่ที่กำลังเดินทางออกจากเกาะบาหลี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอินโดนีเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887693?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เรือโดยสารอินโดนีเซียล่ม ดับ 6 เร่งค้นหา 130 ผู้สูญหาย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เรือโดยสารอินโดนีเซียล่ม ดับ 6 เร่งค้นหา 130 ผู้สูญหาย</dc:alternative><dc:abstract>เรือโดยสารอินโดนีเซียล่ม ดับ 6 เร่งค้นหา 130 ผู้สูญหาย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T02:51:21+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T02:51:21+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ห่วงสถานการณ์ ตอ.กลาง ทำน้ำมันทะลุ 107 ดอลล์ หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงทันควัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887672]]></link><pubDate>2026-09-14T09:05:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5887672</guid><description>ห่วงสถานการณ์ ตอ.กลาง ทำน้ำมันทะลุ 107 ดอลล์ หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงทันควัน ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงทันทีที่เปิดซื้อขายในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งจากความกังวลเกี่ยวกับอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ห่วงสถานการณ์ ตอ.กลาง ทำน้ำมันทะลุ 107 ดอลล์ หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงทันควัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงทันทีที่เปิดซื้อขายในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทาน หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ขณะที่นักลงทุนเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารกลางญี่ปุ่นจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 3% หลังเกิดการโจมตีครั้งใหม่ต่อซาอุดีอาระเบียและเรือหลายลำในพื้นที่ ส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลมากขึ้น ล่าสุดน้ำมันเบรนท์ปรับขึ้น 3.01% มาอยู่ที่ 107.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนปรับตัวขึ้นเกือบ 9% ขณะที่น้ำมันเวสต์เท็กซัสของสหรัฐปรับขึ้น 2.79% มาอยู่ที่ 102.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปรับขึ้นของราคาน้ำมันมีขึ้นหลังจากปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่งเกิดการโจมตีท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ทำให้ต้องปิดท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งเป็นเส้นทางส่งน้ำมันหลักจากตะวันออกกลางป้อนตลาดโลกในช่วงสงครามอิหร่าน ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนรุกคืบและยึดครองเมืองรวมถึงเกาะยุทธศาสตร์บริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบ ปากทะเลแดง  ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์หยุดชะงักด้านการจัดหาพลังงานทั่วโลกที่เกิดขึ้นจากสงครามอิหร่านเลวร้ายลงไปอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การประชุมระหว่างอิหร่านกับชาติอาหรับในรัฐอ่าวที่มีกำหนดจะจัดขึ้นในโอมานวันจันทร์นี้ เพื่อหารือข้อตกลงเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ถูกเลื่อนออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางภัยคุกคามการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับเอลมันเดบที่ยังคงน่าวิตกกังวล นักวิเคราะห์แสดงความเป็นห่วงว่าราคาน้ำมันอาจอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐที่เผยแพร่ออกมาในวันศุกร์ที่สูงกว่าคาดการณ์ ทำให้ตลาดประเมินว่ามีโอกาส 86% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันพุธนี้ และจะปรับขึ้นอีกครั้งภายในเดือนธันวาคม ซึ่งหากเป็นไปตามการคาดการณ์ ก็จะถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่กลางปี 2023&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไมเคิล เฟโรลี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของเจพีมอร์แกน กล่าวว่า ขณะนี้เราคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ คือในเดือนกันยายนและธันวาคม พร้อมเตือนว่า หากเฟดไม่ดำเนินการตามที่กล่าวไว้ อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เฟโรลีกล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนนโยบายในวงจำกัด หรือเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรการขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจในอนาคต แต่คาดการณ์ว่าสถานการณ์แรกมีแนวโน้มเกิดขึ้นมากกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นร่วงลง 1.7% ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้ลดลง 3.3% ส่วนดัชนีเอ็มเอสซีไอซึ่งครอบคลุมหุ้นเอเชียแปซิฟิกโดยรวม แต่ไม่รวมญี่ปุ่น ลดลง 0.8%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในยุโรป สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนียูโรสต็อกซ์ 50 ลดลง 0.5% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีแด็กซ์ของเยอรมนีลดลง 0.4% และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีฟุตซีของอังกฤษลดลง 0.1% ส่วนตลาดหุ้นวอลล์สตรีท สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 0.5% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีแนสแด็กร่วงลง 1.1%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่ที่ 4.967% ลดลงเล็กน้อย หลังจากพันธบัตรถูกเทขายอย่างหนักในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 0.26% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 0.19% ส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นและระยะยาวแคบลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบน สนิดเดอร์ หัวหน้านักยุทธศาสตร์ด้านหุ้นสหรัฐของโกลด์แมน แซคส์ กล่าวว่า ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทต่าง ๆ น่าจะช่วยพยุงตลาดหุ้นวอลล์สตรีทได้ หากต้นทุนการกู้ยืมปรับตัวสูงขึ้น โดยทั่วไปตลาดหุ้นมักเผชิญแรงกดดันเมื่อเฟดเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่โกลด์แมน แซคส์คาดว่าภาวะตลาดกระทิง (หมายถึงภาวะตลากหุ้นขาขึ้น) จะยังเดินหน้าต่อไป โดยดัชนีเอสแอนด์พี 500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -2% ในช่วง 3 เดือนแรกของวงจรการขึ้นดอกเบี้ยทั้ง 7 ครั้งในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 9% ในช่วง 12 เดือนหลังจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลาดยังประเมินว่ามีโอกาสประมาณ 76% ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในการประชุมวันศุกร์นี้ นอกจากนี้ คาดว่า BOJ จะส่งสัญญานว่าจะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น เนื่องจากต้องพยายามสกัดกั้นไม่ให้เงินเยนอ่อนค่าลงอีก หลังจากการแทรกแซงตลาดก่อนหน้านี้ช่วยดึงค่าเงินเยนกลับขึ้นมาจากระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีได้สำเร็จ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำลดลง 0.3% มาอยู่ที่ 4,336 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นทำให้ทองคำซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยมีความน่าดึงดูดลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887672?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ห่วงสถานการณ์ ตอ.กลาง ทำน้ำมันทะลุ 107 ดอลล์ หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงทันควัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ห่วงสถานการณ์ ตอ.กลาง ทำน้ำมันทะลุ 107 ดอลล์ หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงทันควัน</dc:alternative><dc:abstract>ห่วงสถานการณ์ ตอ.กลาง ทำน้ำมันทะลุ 107 ดอลล์ หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงทันควัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T02:05:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T02:05:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/o19.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/o19-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/o19.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/o19-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/o19-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/o19-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์ ย้ำไทยพร้อมเจรจากัมพูชา ชี้ &#8216;ทวิภาคี&#8217; ยั่งยืนที่สุด ยืนยันเส้นตายคือ &#8216;เกาะกูด&#8217; กัมพูชาข้ามเส้นไม่ได้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887631]]></link><pubDate>2026-09-14T07:33:05+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5887631</guid><description>สีหศักดิ์ ย้ำไทยพร้อมเจรจากัมพูชา ชี้ &amp;#8216;ทวิภาคี&amp;#8217; ยั่งยืนที่สุด ยืนยันเส้นตายคือ &amp;#8216;เกาะกูด&amp;#8217; กัมพูชาข้ามเส้นไม่ได้ เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีแล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สีหศักดิ์ ย้ำไทยพร้อมเจรจากัมพูชา ชี้ &amp;#8216;ทวิภาคี&amp;#8217; ยั่งยืนที่สุด ยืนยันเส้นตายคือ &amp;#8216;เกาะกูด&amp;#8217; กัมพูชาข้ามเส้นไม่ได้&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 กันยายน &lt;strong&gt;นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว&lt;/strong&gt; รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ภายหลังเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ครั้งที่ 18 ว่า ไม่มีผู้นำหรือรัฐมนตรีต่างประเทศประเทศใดสอบถามหรือแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา แม้ทุกฝ่ายจะรับทราบสถานการณ์อยู่แล้ว โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ทั้งสองประเทศควรแก้ไขผ่านการพูดคุยกันโดยตรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ซึ่งเตรียมเดินทางไปยังสิงคโปร์ต่อเพื่อเข้าร่วมการนัดหมายครั้งแรกในกระบวนการประนอมข้อพิพาทภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ในประเด็นเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา ยืนยันว่า ไทยเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวด้วยความมั่นใจ เนื่องจากจุดยืนของไทยตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;strong&gt; อย่างไรก็ตาม ไทยยังเห็นว่าแนวทางที่เหมาะสมที่สุดควรเริ่มจากการเจรจาทวิภาคีก่อน หากไม่สามารถหาข้อสรุปได้ จึงค่อยพิจารณากลไกอื่นที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่กัมพูชาระบุว่า การเข้าสู่กลไกดังกล่าวเป็นผลจากการที่ไทยยกเลิก MOU44 นายสีหศักดิ์ชี้แจงว่า MOU ดังกล่าวมีอายุประมาณ 26 ปี และที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้า ไทยจึงต้องการเริ่มต้นกระบวนการใหม่ โดยเสนอให้ทั้งสองฝ่ายลองกลับมาเจรจากันก่อน และอาจกำหนดกรอบเวลา เช่น 6 เดือน เพื่อดูว่าสามารถสร้างความคืบหน้าได้หรือไม่ ก่อนพิจารณากลไกอื่นต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ชี้ว่า &lt;strong&gt;วิธีการของกัมพูชาคือพยายามสร้างความได้เปรียบ สร้างแรงกดดัน แต่สำหรับเราไม่มีปัญหา เพราะไทยพร้อม&lt;/strong&gt; พร้อมย้ำว่า การที่ไทยให้ความสำคัญกับการเจรจาทวิภาคี ไม่ได้หมายความว่าไทยปฏิเสธกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ไทยมองตามความเป็นจริงว่า กฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาทุกมิติระหว่างสองประเทศได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone wp-image-5887633 size-full&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0.jpg&quot; alt=&quot;สีหศักดิ์&quot; width=&quot;1567&quot; height=&quot;1045&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0.jpg 1567w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-1536x1024.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1567px) 100vw, 1567px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้แต่กระบวนการประนอมข้อพิพาทภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ผลของกระบวนการก็ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย โดยผู้ประนอมจะเสนอแนวทางที่เห็นว่าสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและมีความเที่ยงธรรม ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องกลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อกระบวนการได้เดินมาถึงจุดนี้แล้ว นายสีหศักดิ์ยืนยันว่า ไทยมีความพร้อม รู้ว่าผลประโยชน์ของประเทศอยู่ตรงไหน และจะยืนอยู่บนหลักกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถามถึง&lt;strong&gt; “เส้นแดง”&lt;/strong&gt; ของไทยในกระบวนการประนอมข้อพิพาท โดยเฉพาะประเด็นเกาะกูด นายสีหศักดิ์ยืนยันอย่างชัดเจนว่า อธิปไตยเหนือเกาะกูดไม่ใช่ประเด็นที่มีข้อสงสัยหรือสามารถนำมาต่อรองได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;#8220;เรื่องเกาะกูดไม่ได้เด็ดขาด เราก็ยืนยันว่าเกาะกูดไม่มีปัญหาใด ๆ เกาะกูดเป็นของไทย&amp;#8221;&lt;/strong&gt; นายสีหศักดิ์กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ระบุว่า เกาะกูดเป็นของไทยภายใต้อนุสัญญาที่จัดทำขึ้นตั้งแต่ช่วงที่กัมพูชาอยู่ภายใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส ขณะที่ &lt;strong&gt;“Red Line”&lt;/strong&gt; ของไทยในการหารือเรื่องเขตแดนทางทะเล คือการอ้างสิทธิ์และเส้นเขตแดนต่าง ๆ จะต้องเป็นไปตามบรรทัดฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จุดยืนของไทยจึงยังคงเป็นการเปิดกว้างต่อการเจรจา พร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เห็นว่าทางออกที่ยั่งยืนที่สุดของปัญหาไทย–กัมพูชา คือการฟื้นการพูดคุยโดยตรง สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และหาข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศยอมรับร่วมกัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887631?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์ ย้ำไทยพร้อมเจรจากัมพูชา ชี้ &amp;#8216;ทวิภาคี&amp;#8217; ยั่งยืนที่สุด ยืนยันเส้นตายคือ &amp;#8216;เกาะกูด&amp;#8217; กัมพูชาข้ามเส้นไม่ได้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์ ย้ำไทยพร้อมเจรจากัมพูชา ชี้ ‘ทวิภาคี’ ยั่งยืนที่สุด ยืนยันเส้นตายคือ ‘เกาะกูด’ กัมพูชาข้ามเส้นไม่ได้</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์ ย้ำไทยพร้อมเจรจากัมพูชา ชี้ ‘ทวิภาคี’ ยั่งยืนที่สุด ยืนยันเส้นตายคือ ‘เกาะกูด’ กัมพูชาข้ามเส้นไม่ได้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T05:33:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T05:33:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/thaiprompt1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/thaiprompt1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1567</mi:x1><mi:y1>1045</mi:y1><mi:x2>1567</mi:x2><mi:y2>1045</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/thaiprompt1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/thaiprompt1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/thaiprompt2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/thaiprompt2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต.ชี้ เขมรบิดเบือนข้อมูล โฆษก ปธน.เมียนมายัน ใช้ สันติวิธี-เจรจา แก้ปัญหาชายแดน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887264]]></link><pubDate>2026-09-13T16:00:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5887264</guid><description>กต.ชี้ เขมรบิดเบือนข้อมูล โฆษก ปธน.เมียนมายัน ใช้ สันติวิธี-เจรจา แก้ปัญหาชายแดน เมื่อวันที่ 13 กันยายน กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่า ตามที่มีสื่อมวลชนสอบถามถึงกรณีสื่อกัมพูชารายงานการแถลงข่าวของโฆษกว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;กต.ชี้ เขมรบิดเบือนข้อมูล โฆษก ปธน.เมียนมายัน ใช้ สันติวิธี-เจรจา แก้ปัญหาชายแดน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 กันยายน กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่า ตามที่มีสื่อมวลชนสอบถามถึงกรณีสื่อกัมพูชารายงานการแถลงข่าวของโฆษกวุฒิสภากัมพูชาเกี่ยวกับการเยือนกัมพูชาของประธานาธิบดีเมียนมา โดยระบุว่าเมียนมาสนับสนุนท่าทีของกัมพูชาอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาชายแดนกับไทย นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ควรพิจารณาบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง โดยเมื่อคืนวันที่ 12 กันยายน โฆษกประธานาธิบดีเมียนมาได้ชี้แจงประเด็นนี้ว่า ประธานาธิบดีเมียนมากล่าวว่า ในการแก้ไขประเด็นชายแดน แนวทางที่ดีที่สุดคือสันติวิธี และสิ่งสำคัญคือการเจรจาหารือให้ได้ทางออกที่ดีที่สุด นอกจากนี้ เมียนมาเรียกร้องให้กัมพูชาแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี และให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ระดับภูมิภาคในภาพรวม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเป็นอีกครั้งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางของกัมพูชาที่มักจะบิดเบือนข้อมูลเพื่อประโยน์ของตน ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมบรรยากาศที่จะเอื้อต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887264?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต.ชี้ เขมรบิดเบือนข้อมูล โฆษก ปธน.เมียนมายัน ใช้ สันติวิธี-เจรจา แก้ปัญหาชายแดน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต.ชี้ เขมรบิดเบือนข้อมูล โฆษก ปธน.เมียนมายัน ใช้ สันติวิธี-เจรจา แก้ปัญหาชายแดน</dc:alternative><dc:abstract>กต.ชี้ เขมรบิดเบือนข้อมูล โฆษก ปธน.เมียนมายัน ใช้ สันติวิธี-เจรจา แก้ปัญหาชายแดน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-13T09:00:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-13T09:00:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เรือโดยสารอินโดนีเซียอับปาง เร่งค้นหา 140 ผู้สูญหาย ดับแล้ว 1]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887000]]></link><pubDate>2026-09-13T15:19:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5887000</guid><description>เรือโดยสารอินโดนีเซียอับปาง เร่งค้นหา 140 ผู้สูญหาย ดับแล้ว 1 เจ้าหน้าที่กู้ภัยของอินโดนีเซียกำลังเร่งค้นหาผู้โดยสาร 140 คน หลังเรือโดยสารลำหนึ่งอับปางในทะเลชวาเมื่อวันที่ 13 กันยายน ขณะที่มีผู้ได้รับ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เรือโดยสารอินโดนีเซียอับปาง เร่งค้นหา 140 ผู้สูญหาย ดับแล้ว 1&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยของอินโดนีเซียกำลังเร่งค้นหาผู้โดยสาร 140 คน หลังเรือโดยสารลำหนึ่งอับปางในทะเลชวาเมื่อวันที่ 13 กันยายน ขณะที่มีผู้ได้รับการอพยพออกจากเรือแล้ว 103 คน และในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าเรือโดยสารของอินโดนีเซีย ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 243 คน สูญหาย หลังขาดการติดต่อในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ ระหว่างเผชิญสภาพอากาศเลวร้าย สำนักงานค้นหาและกู้ภัยของอินโดนีเซียระบุว่า เรือดังกล่าวคือเรือเวอร์โก ทรานสปอร์ต 8 ซึ่งออกเดินทางเมื่อวันเสาร์จากเมืองสุราบายา จังหวัดชวาตะวันออก มุ่งหน้าไปยังเมืองบันจาร์มาซิน จังหวัดกาลิมันตันใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาในวันอาทิตย์ สำนักงานค้นหาและกู้ภัยระบุว่า เรือได้อับปางลงแล้ว แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมใดๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อี ปูตู สุทายานา หัวหน้าสำนักงานค้นหาและกู้ภัยประจำเมืองบันจาร์มาซิน กล่าวว่า มีการอพยพผู้ประสบภัยออกจากเรือแล้ว 103 คน โดยใช้เรือหลายลำเข้าช่วยเหลือ และผู้ประสบภัยบางส่วนจะถูกนำตัวไปยังท่าเรือในจังหวัดชวาตะวันออก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุทายานากล่าวว่า ทีมกู้ภัยได้เริ่มปฏิบัติการค้นหา โดยส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัย เรือหลายลำ และเฮลิคอปเตอร์ไปยังตำแหน่งล่าสุดที่ทราบว่าตำแหน่งเรือโดยสารลำดังกล่าว ก่อนจะขาดการติดต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อินโดนีเซียเป็นประเทศหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ราว 17,000 เกาะ และพึ่งพาเรือเฟอร์รี่เป็นหลักในการเดินทาง เนื่องจากการเดินทางทางทะเลมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าและเข้าถึงได้ง่ายกว่าการเดินทางทางอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มาตรฐานด้านความปลอดภัยในการเดินเรือไม่ได้ถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดเสมอไป ส่งผลให้อินโดนีเซียมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางเรืออยู่ค่อนข้างสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887000?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เรือโดยสารอินโดนีเซียอับปาง เร่งค้นหา 140 ผู้สูญหาย ดับแล้ว 1&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เรือโดยสารอินโดนีเซียอับปาง เร่งค้นหา 140 ผู้สูญหาย ดับแล้ว 1</dc:alternative><dc:abstract>เรือโดยสารอินโดนีเซียอับปาง เร่งค้นหา 140 ผู้สูญหาย ดับแล้ว 1</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-13T08:19:08+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-13T08:19:08+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปฏิญญาร่วมผู้นำ BRICS กังวลสถานการณ์ ตอ.กลาง-ภาษีฝ่ายเดียว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886888]]></link><pubDate>2026-09-13T12:13:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5886888</guid><description>ปฏิญญาร่วมผู้นำ BRICS กังวลสถานการณ์ ตอ.กลาง-ภาษีฝ่ายเดียว ผู้นำกลุ่ม BRICS มีมติรับรอง “ปฏิญญานิวเดลี” ร่วมกันเมื่อวันที่ 12 กันยายน ซึ่งเป็นวันแรกของการประชุมผู้นำ BRICS โดยแสดง “ความวิตกอย่างยิ่ง”  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ปฏิญญาร่วมผู้นำ BRICS กังวลสถานการณ์ ตอ.กลาง-ภาษีฝ่ายเดียว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ผู้นำกลุ่ม BRICS มีมติรับรอง “ปฏิญญานิวเดลี” ร่วมกันเมื่อวันที่ 12 กันยายน ซึ่งเป็นวันแรกของการประชุมผู้นำ BRICS โดยแสดง “ความวิตกอย่างยิ่ง” ต่อสงครามในตะวันออกกลาง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด พร้อมสนับสนุน “แนวทางพหุภาคี” ที่เคารพมุมมองและจุดยืนของแต่ละประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิญญาดังกล่าวได้รับการรับรองด้วยมติเอกฉันท์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่สหรัฐและอิหร่านกลับมาโจมตีตอบโต้กันอีกครั้ง หลังจากการสู้รบหยุดชะงักไปเกือบตลอดเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;BRICS มีทั้งอิหร่านและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐเป็นสมาชิก ทำให้ก่อนหน้านี้คาดว่าการบรรลุฉันทามติเพื่อออกแถลงการณ์ร่วมจะเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับอินเดียในฐานะเจ้าภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราขอแสดงความวิตกอย่างยิ่งต่อความตึงเครียดที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก” ปฏิญญานิวเดลีระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิญญาดังกล่าวยังย้ำถึงพันธกรณีของประเทศสมาชิกในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศโดยสันติ ผ่านการเจรจา การหารือ และการทูต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ประเทศสมาชิก BRICS ยังแสดงความวิตกต่อการเพิ่มขึ้นของ “มาตรการด้านภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษีฝ่ายเดียว” ซึ่งบิดเบือนกลไกการค้า ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่านจากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน และมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่ม BRICS ประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน แอฟริกาใต้ อียิปต์ เอธิโอเปีย อินโดนีเซีย อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่ในส่วนของไทยซึ่งเป็นประเทศหุ้นส่วนของกลุ่มบริกซ์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางไปร่วมประชุมกับผู้นำ BRICS ในฐานะผู้แทนของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีอินเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5886975&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;628&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-300x157.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-1024x536.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-768x402.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-728x381.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-1068x559.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-803x420.jpg 803w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-400x209.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-250x131.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-600x315.jpg 600w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เป้าประสงค์หลังของรองนายกฯ และรมว.กต.ในการเข้าร่วมการประชุม BRICS ครั้งนี้ คือการขับเคลื่อนความร่วมมือกับกลุ่ม BRICS ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศหุ้นส่วน และขับเคลื่อนความร่วมมือกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา หรือ Global South  เพื่อขับเคลื่อนประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะการรับมือกับประเด็นท้าทายต่าง ๆ ในบริบทของความผันผวนของสถานการณ์โลก นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ ทั้งการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ ห่วงโซ่อุปทาน การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และความมั่นคงทางด้านพลังงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รองนายกฯ และรมว.กต. ยังได้พบหารือกับภาคเอกชนไทยในอินเดีย โดยนางสาวใจไทยกล่าวว่า การพบหารือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการทูตเศรษฐกิจที่กระทรวงการต่างประเทศช่วยทำหน้าที่ส่งเสริมโอกาสการขยายการค้าการลงทุน รวมถึงรับฟังประเด็นที่อาจจะยังเป็นข้อติดขัดต่าง ๆ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐก็มีหน้าที่ในการช่วยเสริมสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งหลายบริษัทได้ให้ข้อมูลและมุมมองที่น่าสนใจ และกระทรวงการต่างประเทศจะนำข้อคิดเห็นต่าง ๆ ของภาคเอกชนไปช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสนับสนุนการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะยังติดขัดอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5886993&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1481&quot; height=&quot;778&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20.jpg 1481w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-300x158.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-1024x538.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-768x403.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-728x382.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-1068x561.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-800x420.jpg 800w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-400x210.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-250x131.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-600x315.jpg 600w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1481px) 100vw, 1481px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้นายสีหศักดิ์ได้หารือทวิภาคีนายมักซิม รีเจนคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเบลารุส โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า เป็นการหารือเพื่อสานต่อความพยายามของไทยในการผลักดันความคืบหน้าให้เกิดการเริ่มการเจรจา FTA ระหว่างไทยกับกลุ่มสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) ซึ่งก่อนหน้านี้ รองนายกฯ และรมว.กต. ได้ผลักดันเรื่องนี้ขณะเดินทางไปเยือนรัสเซีย ซึ่งเบลารุสเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิก EAEU จึงขอให้เบลารุสได้ช่วยสนับสนุนให้เกิดการเริ่มการเจรจาโดยเร็ว นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องกระชับความสัมพันธ์ผ่านกรอบกลไกการหารือทวิภาคี ส่งเสริมการค้าการลงทุน และความเชื่อมโยงระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการหารือทวิภาคีกับนางสาวมาเรีย เทเรซ่า พี. ลาซาโร่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ นางสาวใจไทยกล่าวว่า เป็นการหารือกระชับความร่วมมือในกรอบอาเซียน ซึ่งฟิลิปปินส์เป็นประธานอาเซียนในปีนี้ ตลอดจนได้พูดคุยถึงพัฒนาการความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์เมียนมา หลังจากที่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยได้จัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการเพื่อให้รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5886995&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-scaled.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;2560&quot; height=&quot;1707&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-scaled.jpg 2560w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-1536x1024.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-2048x1365.jpg 2048w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 2560px) 100vw, 2560px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การหารือกับดร. เอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวียลา ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การการค้าโลก (WTO) ก็เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและระบบการค้าพหุภาคี ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความเข้มแข็งของระบบการค้าพหุภาคีที่ตั้งอยู่บนกฎกติกาในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886888?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปฏิญญาร่วมผู้นำ BRICS กังวลสถานการณ์ ตอ.กลาง-ภาษีฝ่ายเดียว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปฏิญญาร่วมผู้นำ BRICS กังวลสถานการณ์ ตอ.กลาง-ภาษีฝ่ายเดียว</dc:alternative><dc:abstract>ปฏิญญาร่วมผู้นำ BRICS กังวลสถานการณ์ ตอ.กลาง-ภาษีฝ่ายเดียว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-13T06:13:08+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-13T06:13:08+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bs-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bs-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>628</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>628</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1481</mi:x1><mi:y1>778</mi:y1><mi:x2>1481</mi:x2><mi:y2>778</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โจมตีเรือในฮอร์มุซต่อเนื่อง หวั่นดันราคาน้ำมันพุ่ง จับตาอิหร่านถกชาติอาหรับ 14 ก.ย.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886842]]></link><pubDate>2026-09-13T11:42:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5886842</guid><description>โจมตีเรือในฮอร์มุซต่อเนื่อง หวั่นดันราคาน้ำมันพุ่ง จับตาอิหร่านถกชาติอาหรับ 14 ก.ย. UKMTO หน่วยงานติดตามสถานการณ์ทางทะเลของอังกฤษ ได้รับรายงานว่า เกิดเหตุโจมตีเรืออีกลำหนึ่งขณะกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;โจมตีเรือในฮอร์มุซต่อเนื่อง หวั่นดันราคาน้ำมันพุ่ง จับตาอิหร่านถกชาติอาหรับ 14 ก.ย.&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;UKMTO หน่วยงานติดตามสถานการณ์ทางทะเลของอังกฤษ ได้รับรายงานว่า เกิดเหตุโจมตีเรืออีกลำหนึ่งขณะกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ซึ่งยิ่งเพิ่มความวิตกเกี่ยวกับภัยคุกคามต่อแหล่งพลังงานที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านเพิ่มสูงขึ้น หลังจากซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมันสำคัญ ที่เคยใช้ขนส่งน้ำมัน 4-5 ล้านบาร์เรลต่อวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;UKMTO ระบุว่า ได้รับรายงานว่าเหตุวัตถุพุ่งชนเรือลำหนึ่งขณะกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงเช้าวันอาทิตย์ แต่ยังไม่ทราบขอบเขตความเสียหายและสถานะของลูกเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานของหน่วยงานดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากซาอุดีอาระเบียระบุว่า ได้สั่งปิดท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกเป็นการชั่วคราวเพื่อเป็นมาตรการป้องกัน หลังจากถูกโจมตีด้วยโดรน โดยทั้งอิรักและซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมีต้นทางมาจากอิรัก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านปฏิบัติการอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีที่ยังคงเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างขึ้น อาจผลักดันราคาพลังงานให้สูงขึ้นอีก หลังจากในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งกลับขึ้นไปเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งมีความยาว 1,200 กิโลเมตร และพาดผ่านคาบสมุทรอาหรับ เป็นเส้นทางหลักในการส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางออกสู่ตลาดโลกตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซส่วนใหญ่ถูกปิดกั้นจากสงคราม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่อส่งน้ำมันดังกล่าวเคยลำเลียงน้ำมัน 4-5 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นประมาณ 4-5% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก ทำให้ซาอุดีอาระเบียได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักน้อยกว่าประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซรายอื่น ๆ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการหยุดชะงักของการส่งออก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีท่อส่งน้ำมันดังกล่าว ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นจากพื้นที่บริเวณท่อส่งน้ำมันทางตอนใต้ของเมืองเมดินา กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและสร้างความเสียหาย โดยอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าการโจมตีส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันมากน้อยเพียงใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งเดินทางเยือนไอร์แลนด์เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งของเขา กล่าวว่า เป็นไปได้ว่าอิหร่านเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุโจมตีดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันเสาร์ หน่วยงานป้องกันภัยพลเรือนของซาอุดีอาระเบียระบุในแถลงการณ์ว่า กระสุนที่กลุ่มฮูตีเป็นผู้ยิงได้ทำให้ประชาชน 2 คนได้รับบาดเจ็บในภูมิภาคญีซาน และสร้างความเสียหายต่ออาคารหลายแห่ง รวมถึงมัสยิดแห่งหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในสหรัฐพุ่งทะลุระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6 ดอลลาร์ต่อแกลลอน หลังจากทั้งสหรัฐและอิหร่านต่างยิงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน และกลุ่มฮูตีในเยเมนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่านรุกคืบและยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ตามแนวทะเลแดง ซึ่งอาจทำให้การหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งน้ำมันขยายไปยังเส้นทางสำคัญอีกแห่งหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้รัฐบาลวอชิงตันกำลังเผชิญภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่าจะช่วยซาอุดีอาระเบียต่อสู้กับกลุ่มฮูตีหรือไม่ เพราะการเข้าไปช่วยเหลืออาจทำให้สงครามขยายวงกว้างขึ้นอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่า เขาได้พูดคุยกับมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุดีอาระเบีย และกล่าวด้วยว่า กลุ่มฮูตีได้ติดต่อฝ่ายบริหารของเขาเช่นกัน พร้อมขอให้รัฐบาลวอชิงตันไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งโดยตรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่แหล่งข่าว 3 รายเเผยกับรอยเตอร์สว่า มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียโทรศัพท์พูดคุยกับทรัมป์เมื่อวันพฤหัสบดี และขอความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐในการต่อสู้กับกลุ่มฮูตี แต่พระองค์ได้รับแจ้งว่าสหรัฐจะยังไม่เข้าแทรกแซงโดยตรงในขณะนี้ แต่จะให้ความช่วยเหลือด้านข่าวกรองกับซาอุดีอาระเบียแทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากรัฐบาลเยเมน 4 รายบอกด้วยว่า กลุ่มฮูตีเข้ายึดเกาะเปริม ซึ่งเป็นเกาะยุทธศาสตร์ เมื่อวันศุกร์ โดยเกาะดังกล่าวตั้งอยู่กลางช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งอยู่ที่ปากทะเลแดง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่ข้อตกลงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ล่มสลายลงภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ยังไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้ง อิบราฮิม อาซีซี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน โพสต์บน X เมื่อวันเสาร์ว่า ตราบใดที่ฝ่ายสหรัฐไม่ยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดของอิหร่าน การพูดคุยและการเจรจาก็ไม่มีประโยชน์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า อิหร่านจะเข้าร่วมการประชุมกับประเทศอาหรับในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียที่ประเทศโอมานในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับอนาคตของช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านรายหนึ่ง ซึ่งให้สัมภาษณ์รอยเตอร์สเมื่อวันเสาร์ โดยลดความคาดหวังว่าการประชุมจะนำไปสู่ความคืบหน้าครั้งสำคัญ การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นตามความริเริ่มของโอมาน และมีเป้าหมายเพื่อหารือในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ แต่ไม่ได้คาดว่าจะนำไปสู่การลงนามในข้อตกลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวทัสนีมของอิหร่านรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า การประชุมวันจันทร์จะมีการเสนอข้อตกลงเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซระหว่างอิหร่านกับโอมาน โดยอิรักจะเข้าร่วมการประชุมด้วย แต่ช่องแคบฮอร์มุซจะยังไม่เปิดอีกครั้งจนกว่าเงื่อนไข 7 ข้อที่อิหร่านส่งต่อให้สหรัฐจะได้รับการตอบสนอง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านต้องการให้มีการรับรองสิทธิของตนในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะเปิดทางให้อิหร่านสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ใช้เส้นทางดังกล่าวได้ ขณะที่สหรัฐปฏิเสธข้อเรียกร้องนี้ ส่วนโอมานซึ่งควบคุมพื้นที่ฝั่งตรงข้ามของช่องแคบฮอร์มุซระบุว่า กำลังเจรจาโดยได้รับความเห็นชอบจากประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886842?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โจมตีเรือในฮอร์มุซต่อเนื่อง หวั่นดันราคาน้ำมันพุ่ง จับตาอิหร่านถกชาติอาหรับ 14 ก.ย.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โจมตีเรือในฮอร์มุซต่อเนื่อง หวั่นดันราคาน้ำมันพุ่ง จับตาอิหร่านถกชาติอาหรับ 14 ก.ย.</dc:alternative><dc:abstract>โจมตีเรือในฮอร์มุซต่อเนื่อง หวั่นดันราคาน้ำมันพุ่ง จับตาอิหร่านถกชาติอาหรับ 14 ก.ย.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-13T04:46:15+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-13T04:46:15+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hms.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hms-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hms.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hms-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hms-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hms-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ซีอีโอ Anthropic ร้องชะลอพัฒนาโมเดล AI หวั่นเสี่ยงด้านความปลอดภัย มัสก์-อัลต์แมน หนุน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886800]]></link><pubDate>2026-09-13T10:32:32+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5886800</guid><description>ซีอีโอ Anthropic ร้องชะลอพัฒนาโมเดล AI หวั่นเสี่ยงด้านความปลอดภัย มัสก์-อัลต์แมน หนุน ดาริโอ อโมเดอี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Anthropic เรียกร้องให้บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชะลออัตราการพัฒนาขีดค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ซีอีโอ Anthropic ร้องชะลอพัฒนาโมเดล AI หวั่นเสี่ยงด้านความปลอดภัย มัสก์-อัลต์แมน หนุน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ดาริโอ อโมเดอี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Anthropic เรียกร้องให้บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชะลออัตราการพัฒนาขีดความสามารถของโมเดล  AI ท่ามกลางความวิตกที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการนำ  AI ไปใช้ในทางที่ผิด พร้อมเสนอกรอบแนวทาง 3 ขั้นตอน เพื่อชะลอการพัฒนาและให้เวลาเพิ่มเติมในการบริหารจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดจาก  AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราต้องชะลอความเร็วในการยกระดับขีดความสามารถของโมเดล AI แม้ความก้าวหน้าจะยังคงดูรวดเร็วอยู่ แต่เราต้องใช้เวลาที่ได้มานี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” อโมเดอีเขียนในบทความขนาดยาวบน X เมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผน 3 ขั้นตอนของอโมเดอีประกอบด้วย การให้มีผู้ประเมินอิสระเข้ามาตรวจสอบภายในบริษัท โดยได้รับสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเสมือนเป็นพนักงานบริษัท เพื่อให้สามารถตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยได้อย่างเป็นอิสระ การประสานงานระหว่างบริษัท AI ชั้นนำ เพื่อกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยและจำกัดการพัฒนา AI ที่ปราศจากการควบคุม และสุดท้ายคือความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจาก AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัท x AI และแซม อัลต์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OpenAI ต่างเห็นด้วยกับข้อเสนอของอโมเดอี โดยโพสต์ข้อความบน X อัลต์แมนกล่าวว่า การให้คำมั่นว่าจะมีผู้ประเมินอิสระที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เสมือนเป็นพนักงานถือเป็นแนวคิดที่ยอดเยี่ยม และเราจะดำเนินการในลักษณะเดียวกัน พร้อมเสริมว่าจะมีการเปิดเผยข้มูลเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อโมเดอีเผยแพร่บทความดังกล่าวหลังจาก  Anthropic ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนครซานฟรานซิสโก เผยแพร่รายงานข่าวกรองภัยคุกคามเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน โดยระบุว่า มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีหลายกลุ่มนำโมเดล AI &amp;#8220;Claude&amp;#8221; ของบริษัทไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่การพัฒนาอาวุธและการปฏิบัติการทางไซเบอร์ ไปจนถึงการสอดแนมและการฉ้อโกง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อโมเดอีชี้ให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของ  AI ในการปรับปรุงตัวเอง โดยเน้นย้ำถึงความกังวลที่มีมานานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ AI อาจมีวิวัฒนาการที่เร็วกว่าที่มนุษย์จะควบคุมการทำงานของมันได้ รวมถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับ OpenAI และ Hugging Face ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาเห็นว่าควรชะลอการพัฒนาโมเดล AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความวิตกเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดจาก AI เพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ หลังจากเจค็อบ คอกซอน นักวิจัยของ  Anthropic ลาออก โดยระบุว่า ผู้คนที่กำลังสร้าง AI เชื่ออย่างจริงจังว่า AI อาจฆ่าพวกเราทุกคนได้ภายในสิ้นทศวรรษนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้บริหารหลายคนของ OpenAI ได้เสนอแนะเช่นกันว่า ห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำควรเต็มใจที่จะประสานงานกันเพื่อชะลอการพัฒนาโดยสมัครใจ หากจำเป็น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรการด้านความปลอดภัยของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Anthropic ที่ได้วางตำแหน่งตัวเองให้เป็นบริษัทพัฒนา AI ชั้นนำที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย แต่บริษัทก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความกังวลเหล่านี้ได้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทเปิดเผยกรณีใหม่อีกกรณีหนึ่งที่โมเดล AI  ของบริษัทเจาะระบบภายนอกได้ หลังจากเมื่อเดือนกรกฎาคม โมเดล Claude  บางตัวของบริษัท ได้เจาะระบบของบริษัท 3 แห่งระหว่างการทดสอบด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เมื่อพิจารณาจากอัตราการพัฒนาขีดความสามารถของ AI ที่รวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ  ผมกังวลว่าภายในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า กลุ่ม AI  เหล่านี้อาจมีศักยภาพมากพอที่จะเข้าควบคุมอินเทอร์เน็ตทั้งระบบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายหลายแสนล้านดอลลาร์” อโมเดอีระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อโมเดอีย้ำว่า เขาไม่ได้เรียกร้องให้ระงับการฝึกโมเดล  AI หรือหยุดยั้งความก้าวหน้าทางเทคนิค แต่ต้องการให้บริษัทต่าง ๆ ใช้เวลาอย่างเพียงพอในการทำให้โมเดล AI  มีเป้าหมายสอดคล้องกับความปลอดภัยและวางมาตรการป้องกันที่เหมาะสม รวมทั้งให้ผู้ประเมินจากภายนอกเข้ามาตรวจสอบและยืนยันว่าบริษัทได้ดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านั้นจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนหนึ่งของกรอบแนวทางที่เสนอ อโมเดอีระบุว่า Anthropic จะจัดให้มีผู้ตรวจสอบจากภายนอกเข้ามาประจำอยู่ภายบริษัทอย่างถาวร โดยผู้ตรวจสอบเหล่านี้จะสามารถเข้าถึงเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระบวนการประเมินความเสี่ยงภายในขององค์กรได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า กลุ่ม AI agents ของ OpenAI ที่ทำงานเหนือการควบคุมได้เข้ายึดเว็บไซต์ของเยอรมนีแห่งหนึ่ง และเปลี่ยนเว็บไซต์ดังกล่าวให้กลายเป็นกระดานข่าวสำหรับ AI agent อื่น ๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของ OpenAI ซึ่งเป็นผู้พัฒนา ChatGPT ปกปิดเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ ขณะที่ผู้บริหารของบริษัทกำลังรับมือกับผลกระทบจากเหตุเจาะระบบ Hugging Face ที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์จำนวนมากที่ AI agent จากบริษัทพัฒนาเอไอ เช่น OpenAI สามารถเจาะระบบหรือพยายามเข้าถึงระบบภายนอก ได้กระตุ้นให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของโมเดล AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความสามารถของบริษัทผู้พัฒนาในการควบคุมระบบเหล่านี้ให้อยู่ในขอบเขตที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อโมเดอีระบุว่า บริษัท AI ควรร่วมมือกันโดยสมัครใจเพื่อกำหนดมาตรฐานร่วมกัน ขณะที่สมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐมากขึ้นเรื่อย ๆ กำลังเรียกร้องให้มีกฎระเบียบใหม่เพื่อกำกับดูแลระบบ  AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อโมเดอีเสริมว่า แนวทางที่ประสานงานกันจะช่วยให้บริษัท  AI ชั้นนำของสหรัฐสามารถดำเนินการวิจัยด้านความปลอดภัยและจัดทำมาตรการป้องกันที่จำเป็นได้ โดยไม่ทำให้บริษัทของตนเสียเปรียบในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าแนวทางดังกล่าวอาจต้องอาศัยการรับการยกเว้นกฎหมายต่อต้านการผูกขาดในสหรัฐ เพื่อเปิดทางให้บริษัทต่าง ๆ สามารถร่วมมือกันในบางเรื่องได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อโมเดอียังระบุว่า การชะลอการพัฒนาใด ๆ โดยประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยควรมีขอบเขตจำกัด โดยต้องคำนึงถึงการรักษาความเป็นผู้นำที่บริษัท AI ของสหรัฐเหนือจีน เนื่องจากหากจีนมีความได้เปรียบด้าน AI ก็อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อโมเดอียังเรียกร้องให้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมชิป AI ขั้นสูง การกลั่นโมเดล และการขโมยน้ำหนักของโมเดล เพื่อป้องกันไม่ให้จีนลดช่องว่างด้านความสามารถทาง AI ที่มีอยู่กับสหรัฐลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผมเชื่อว่าบริษัท AI แนวหน้าทุกแห่งควรร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อทำให้แนวคิดเรื่องผู้ประเมินประจำอยู่ภายในองค์กรอย่างถาวร เพื่อช่วยป้องกันและบันทึกเหตุการณ์ความไม่สอดคล้องกับเป้าหมายและความปลอดภัยภายในบริษัท  เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาได้ดียิ่งขึ้น และเพื่อบังคับใช้กฎระเบียบที่มุ่งรักษาสมดุลระหว่างขีดความสามารถของ AI กับความปลอดภัย” อโมเดอีระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886800?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ซีอีโอ Anthropic ร้องชะลอพัฒนาโมเดล AI หวั่นเสี่ยงด้านความปลอดภัย มัสก์-อัลต์แมน หนุน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ซีอีโอ Anthropic ร้องชะลอพัฒนาโมเดล AI หวั่นเสี่ยงด้านความปลอดภัย มัสก์-อัลต์แมน หนุน</dc:alternative><dc:abstract>ซีอีโอ Anthropic ร้องชะลอพัฒนาโมเดล AI หวั่นเสี่ยงด้านความปลอดภัย มัสก์-อัลต์แมน หนุน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-13T12:59:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-13T12:59:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ai.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ai-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ai.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ai-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ai-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ai-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์ หลังสิ้นพิธี คิงฮารัลด์ที่ 5 เพียงไม่กี่วัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886062]]></link><pubDate>2026-09-12T09:01:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5886062</guid><description>เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์ หลังสิ้นพิธี คิงฮารัลด์ที่ 5 เพียงไม่กี่วัน เมื่อวันที่ 11 กันยายน รอยเตอร์ รายงานว่า เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์ พระเชษฐภคินี ของ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ผู [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์ หลังสิ้นพิธี คิงฮารัลด์ที่ 5 เพียงไม่กี่วัน&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 11 กันยายน รอยเตอร์ รายงานว่า &lt;strong&gt;เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์&lt;/strong&gt; พระเชษฐภคินี ของ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ผู้ล่วงลับ สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษา 94 ปี จากการแถลงของสำนักพระราชวัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ พระอนุชาของเจ้าหญิงอัสตริด สิ้นพระชนม์เมื่อเดือนที่แล้วด้วยพระชนมายุ 89 พรรษา หลังจากครองราชย์มานานกว่า 35 ปี และ เจ้าหญิงได้ทรงปรากฏพระองค์ต่อสาธารณชนครั้งสุดท้าย ในงานพระราชพิธีศพของคิงฮารัลด์เมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 แห่งนอร์เวย์ ทรงพระราชอนุสรณ์ถึง เจ้าหญิงอัสตริด ว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ตลอดพระชนม์ชีพของเจ้าหญิงอัสตริดทรงเป็นตัวแทนของราชวงศ์ด้วยความอบอุ่นและทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยความรับผิดชอบ ตั้งแต่พระชันษา เพียง 22 ปี พระองค์ต้องรับบทบาทสตรีหมายเลขหนึ่งในการทรงงาน เมื่อสมเด็จย่าของข้าพเจ้าสวรรคต ทรงให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการดูแลผู้ด้อยโอกาสในสังคม ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยความมุ่งมั่น เอาพระทัยใส่ และมีพระอารมณ์ขันที่สร้างรอยยิ้มให้ทุกคนอยู่เสมอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรงเป็นกำลังสำคัญในการถวายงานสนับสนุน สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 และพวกเราทุกคนในราชวงศ์ พวกเราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากพระองค์มากมาย และพระองค์ไม่เคยลังเลที่จะตรัสเตือนหรือแนะแนวทางแก่พวกเรา การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของพวกเรา พวกเราจะคิดถึงพระองค์ตลอดไป&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระหว่างพระราชพิธีศพของคิงฮารัลด์ที่ 5 สำนักพระราชวังนอร์เวย์ ได้เผยแพร่ภาพ เจ้าหญิงอัสตริด ประทับบนรถเข็น เยี่ยมพระศพ ณ วิหารพระราชวังหลวง ในกรุงออสโล ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886062?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์ หลังสิ้นพิธี คิงฮารัลด์ที่ 5 เพียงไม่กี่วัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์ หลังสิ้นพิธี คิงฮารัลด์ที่ 5 เพียงไม่กี่วัน</dc:alternative><dc:abstract>เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์ หลังสิ้นพิธี คิงฮารัลด์ที่ 5 เพียงไม่กี่วัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-12T05:42:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-12T05:42:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/45247.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/45247-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T174101Z_1018795702_RC2T5U9OSVT5_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T174101Z_1018795702_RC2T5U9OSVT5_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T151011Z_1308726936_RC23DQ89151A_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T151011Z_1308726936_RC23DQ89151A_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>1018</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>1018</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T174103Z_1093384618_RC2B2LAFXDAB_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T174103Z_1093384618_RC2B2LAFXDAB_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T180912Z_2037864413_RC21HNAOJ31S_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T180912Z_2037864413_RC21HNAOJ31S_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>728</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>728</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/45247.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/45247-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ป่วน! น้ำมันแตะ 104 ดอลล์ ซาอุฯ ปิดท่อส่ง หลังถูกโจมตี ฮูตียึดเกาะยุทธศาสตร์ทะเลแดง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886037]]></link><pubDate>2026-09-12T08:11:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5886037</guid><description>ป่วน! น้ำมันแตะ 104 ดอลล์ ซาอุฯ ปิดท่อส่ง หลังถูกโจมตี ฮูตียึดเกาะยุทธศาสตร์ทะเลแดง แหล่งข่าวจากรัฐบาลเยเมน 4 รายบอกกับรอยเตอร์ว่า กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้เข้าถึงเกาะเปริม ซึ่งเป็นเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ป่วน! น้ำมันแตะ 104 ดอลล์ ซาอุฯ ปิดท่อส่ง หลังถูกโจมตี ฮูตียึดเกาะยุทธศาสตร์ทะเลแดง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากรัฐบาลเยเมน 4 รายบอกกับรอยเตอร์ว่า กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้เข้าถึงเกาะเปริม ซึ่งเป็นเกาะยุทธศาสตร์ในช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ช่องแคบตอนใต้ของทะเลแดง เมื่อวันที่ 11 การเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นความพยายามที่จะกระชับการควบคุมเส้นทางขนส่งทางทะเลที่สำคัญของโลก ท่ามกลางสงครามตะวันออกกลางที่กำลังขยายวงกว้างขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียเผยว่า ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาการขนส่งที่ติดขัดในช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดลงชั่วคราว หลังเกิดการโจมตีด้วยโดรนจากอิรัก เหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเส้นทางลำเลียงน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติหรือผ่อนคลายสงครามยังคงชะงักงัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากกลุ่มฮูตีสามารถเข้าควบคุมช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งตั้งอยู่คนละด้านของคาบสมุทรอาหรับกับช่องแคบฮอร์มุซได้ ก็จะทำให้อิหร่านซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มฮูตีเกิดความได้เปรียบอย่างมากในสงครามกับสหรัฐ เนื่องจากอิหร่านจะสามารถจำกัดปริมาณการขนส่งผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์หลักแห่งที่ 2 และทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีและรุกคืบของกลุ่มฮูตีถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่เป็นอันตราย ด้านแหล่งข่าวระบุว่า ซาอุดีอาระเบียได้ขอความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐ ในขณะที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นจากสงครามกำลังส่งผลกระทบทางการเมืองต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และพรรครีพับลิกัน ก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสในเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าว 2 รายจากรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ระบุว่า กองกำลังของรัฐบาลเยเมนได้ถอนกำลังออกจากเกาะเปริมแล้ว และกลุ่มฮูตียังสามารถเข้ายึดเมืองชายฝั่งทะเลแดงดุบบับบนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับเกาะดังกล่าวได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สงครามครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 6 เดือนก่อน จากการที่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณหนึ่งในห้าของโลกถูกปิดกั้นในทางปฏิบัติ นับแต่นั้นมา ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นประเทศส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐต้องพึ่งพาเส้นทางขนส่งทางทะเลแดงมากขึ้น ขณะที่ประเทศในภูมิภาคอ่าว แหล่งข่าวในอุตสาหกรรม และทรัมป์ ต่างหารือกันถึงการขยายขีดความสามารถของระบบท่อส่งน้ำมันเพื่อเป็นหนึ่งในทางออกสำหรับปัญหาดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสื่อของทางการซาอุดีอาระเบียรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียว่า มีการระงับการใช้งานท่อส่งน้ำมันเป็นการชั่วคราว หลังเกิดการโจมตีหลายครั้งต่อท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกในพื้นที่กรุงริยาดและเมืองมะดีนะห์ของซาอุดีอาระเบีย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ลงมือโจมตี โดยซาอุดีอาระเบียระบุเพียงว่า โดรนดังกล่าวบินมาจากอิรัก ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาอุดีอาระเบียตัดสินใจยังไม่ตอบโต้การโจมตีในขณะนี้ หลังจากนายกรัฐมนตรีอิรักร้องขอให้ยับยั้งการตอบโต้ กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียระบุในแถลงการณ์ พร้อมย้ำว่า ซาอุดีอาระเบียยังสงวนสิทธิ์ที่จะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน ขณะที่รัฐบาลอิรักออกมาประณามการโจมตีดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าว 2 รายเผยกับรอยเตอร์ว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ได้โทรศัพท์หาทรัมป์อย่างน้อย 2 ครั้งเมื่อวันที่ 10 กันยายน เพื่อขอความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐในการต่อสู้กับกลุ่มฮูตี โดยเป็นการยืนยันรายงานก่อนหน้านี้ของสำนักข่าวแอกซิออส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวทั้งสองระบุว่า สหรัฐแจ้งต่อซาอุดีอาระเบียว่า ขณะนี้ยังไม่พร้อมดำเนินการทางทหารโดยตรง แต่จะให้ความช่วยเหลือด้วยการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองและสนับสนุนด้านการกำหนดเป้าหมายโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่อส่งน้ำมันสายนี้มีความยาว 1,200 กิโลเมตร และเป็นเส้นทางทางเลือกสำคัญที่ช่วยให้ซาอุดีอาระเบียสามารถส่งน้ำมันไปยังตลาดโลกโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ท่อส่งน้ำมันแห่งนี้สามารถลำเลียงน้ำมันได้วันละ 4 ล้านถึง 5 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็นประมาณ 4-5% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก ตามข้อมูลของบริษัทติดตามการเดินเรือและนักวิเคราะห์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บบางส่วนและสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังประเมินผลกระทบอยู่ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าการโจมตีส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันมากน้อยเพียงใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศระบุเมื่อวันศุกร์ว่า ปริมาณน้ำมันดิบที่ซาอุดีอาระเบียจัดหาให้ตลาดโลกลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบกว่า 30 ปี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบบับ เอล-มันเดบโดยกลุ่มที่เชื่อมโยงกับฮูตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันศุกร์ แต่ยังมีแนวโน้มที่จะปิดตลาดรายสัปดาห์เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ล่าสุดราคาน้ำมันเบรนท์อยู่ที่ 104.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสของสหรัฐอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยะห์ยา ซารี โฆษกฝ่ายทหารของกลุ่มฮูตี กล่าวว่า เส้นทางการเดินเรือทางทะเลยังคงปลอดภัยสำหรับเรือทุกลำ ยกเว้นเรือของซาอุดีอาระเบียซึ่งอยู่ภายใต้คำสั่งห้ามที่กลุ่มฮูตีประกาศไว้ก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองกำลังรัฐบาลเยเมนส่งสัญญาณว่า จะพยายามยึดพื้นที่ที่กลุ่มฮูตีเข้ายึดครองกลับคืนมา หลังจากนักรบฮูตีซึ่งสามารถต้านทานการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงของซาอุดีอาระเบียมาเป็นเวลาหลายปีในช่วงสงครามกลางเมืองเยเมน เปิดฉากการรุกอย่างรวดเร็วตามแนวชายฝั่งทะเลแดงในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังรัฐบาลเยเมนประกาศว่าจะนำอาวุธและเครื่องบินเข้าสู่พื้นที่ เพื่อกำจัดการเคลื่อนไหวของกองกำลังฮูตีซึ่งรัฐบาลเยเมนเรียกว่า “กองกำลังติดอาวุธก่อการร้าย” ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ต่างๆ รวมถึงถนนที่มุ่งหน้าไปยังเมืองชายฝั่งโมคา ซึ่งกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวเข้ายึดได้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พร้อมกับหมู่เกาะฮานิชในทะเลแดง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า การรุกคืบอย่างรวดเร็วและน่าตกตะลึงของกลุ่มฮูตีลงมาตามแนวชายฝั่งทะเลแดงของเยเมน เกิดขึ้นภายใต้คำแนะนำโดยตรงจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวชาวอิหร่าน 2 รายระบุว่า อิหร่านได้สั่งให้กลุ่มฮูตีเพิ่มระดับการโจมตีต่อซาอุดีอาระเบียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมให้คำมั่นว่าจะเพิ่มเงินทุน อาวุธ และส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มฮูตีในการดำเนินการดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในสุนทรพจน์เนื่องในวาระครบรอบ 25 ปีเหตุการณ์โจมตีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายน ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวหาอิหร่านว่าเป็น “ผู้สนับสนุนการก่อการร้ายอันดับหนึ่งของโลก” ขณะที่มัสอูด เปเซชกียาน ประธานาธิบดีอิหร่าน ตอบโต้ว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวมาจาก “พวกปีศาจกลุ่มเดียวกัน” ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่อิหร่านระบุว่าเป็นการโจมตีโรงเรียนโดยสหรัฐ ในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอิหร่านกล่าวว่าทำให้เด็กและครูเสียชีวิตมากกว่า 175 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านระบุว่ากลุ่มฮูตีเป็นพันธมิตร แต่ปฏิเสธต่อสาธารณะมาโดยตลอดว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งการทางทหารแก่กลุ่มฮูตี โดยยืนยันว่ากลุ่มฮูตี “ไม่ใช่ตัวแทน” ของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886037?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ป่วน! น้ำมันแตะ 104 ดอลล์ ซาอุฯ ปิดท่อส่ง หลังถูกโจมตี ฮูตียึดเกาะยุทธศาสตร์ทะเลแดง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ป่วน! น้ำมันแตะ 104 ดอลล์ ซาอุฯ ปิดท่อส่ง หลังถูกโจมตี ฮูตียึดเกาะยุทธศาสตร์ทะเลแดง</dc:alternative><dc:abstract>ป่วน! น้ำมันแตะ 104 ดอลล์ ซาอุฯ ปิดท่อส่ง หลังถูกโจมตี ฮูตียึดเกาะยุทธศาสตร์ทะเลแดง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-12T01:14:07+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-12T01:14:07+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ps.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ps-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ps.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ps-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ps-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ps-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โครเอเชียผวา! นร.มัธยมก่อเหตุแทงเพื่อน-ภารโรง ในรร.กลางกรุง เจ็บ 2 ก่อนมือก่อเหตุถูกรวบ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885559]]></link><pubDate>2026-09-11T17:42:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5885559</guid><description>โครเอเชียผวา! นร.มัธยมก่อเหตุแทงเพื่อน-ภารโรง ในรร.กลางกรุง เจ็บ 2 ก่อนมือก่อเหตุถูกรวบ เกิดเหตุการณ์เขย่าขวัญขึ้นในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในกรุงซาเกร็บ เมืองหลวงของโครเอเชีย เมื่อวันศุกร์(11 ก.ย.)นี้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;โครเอเชียผวา! นร.มัธยมก่อเหตุแทงเพื่อน-ภารโรง ในรร.กลางกรุง เจ็บ 2 ก่อนมือก่อเหตุถูกรวบ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดเหตุการณ์เขย่าขวัญขึ้นในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในกรุงซาเกร็บ เมืองหลวงของโครเอเชีย เมื่อวันศุกร์(11 ก.ย.)นี้ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อนักเรียนคนหนึ่งได้ใช้อาวุธมีคมแทงเพื่อนและภารโรงทำให้ได้รับบาดเจ็บรวม 2 คน ก่อนเด็กที่ก่อเหตุจะถูกควบคุมตัวไว้ได้ โดยกระทรวงศึกษาธิการของโครเอเชียระบุว่าผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธที่มีลักษณะเป็น &amp;#8220;ของมีคม&amp;#8221; ในการก่อเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าเด็กนักเรียนที่ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาบาดแผลจากการถูกแทงหลายจุด แต่พ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนภารโรงได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวอินเด็กซ์รายงานว่าเหตุการณ์ทำร้ายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกลุ่มนักเรียนที่เกี่ยวข้องมีปากเสียงกันเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ภาพวิดีโอจากจุดเกิดเหตุแสดงให้เห็นว่ามีการกั้นพื้นที่อาคารเรียนไว้ในระหว่างที่ตำรวจกำลังดำเนินการสอบสวน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุความรุนแรงครั้งนี้เป็นครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาของโครเอเชีย ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธันวาคมปี 2024 เคยเกิดเหตุอดีตนักเรียนชายคนหนึ่งพกพาอาวุธมีดบุกเข้าไปในโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงซาเกร็บ แล้วใช้มีดแทงเด็กหญิงวัย 7 ขวบเสียชีวิต รวมถึงทำให้เด็กอีก 3 คนและครูได้รับบาดเจ็บ โดยผู้ก่อเหตุถูกตัดสินว่ามีความผิดและได้รับโทษจำคุกเป็นเวลา 50 ปี เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้โรงเรียนทั้งในกรุงซาเกร็บและพื้นที่อื่นๆ ของโครเอเชีย หันมาจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยรักษาการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาในโรงเรียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885559?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โครเอเชียผวา! นร.มัธยมก่อเหตุแทงเพื่อน-ภารโรง ในรร.กลางกรุง เจ็บ 2 ก่อนมือก่อเหตุถูกรวบ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โครเอเชียผวา! นร.มัธยมก่อเหตุแทงเพื่อน-ภารโรง ในรร.กลางกรุง เจ็บ 2 ก่อนมือก่อเหตุถูกรวบ</dc:alternative><dc:abstract>โครเอเชียผวา! นร.มัธยมก่อเหตุแทงเพื่อน-ภารโรง ในรร.กลางกรุง เจ็บ 2 ก่อนมือก่อเหตุถูกรวบ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T10:52:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T10:52:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254336566974.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254336566974-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254336566974.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254336566974-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254336566974-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254336566974-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เมียนมา ปิดสนามบินมัณฑะเลย์ ป่วนสัญจรทางอากาศ หลังอ้างกลุ่มกบฎส่งโดรนพลีชีพโจมตี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885350]]></link><pubDate>2026-09-11T16:26:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5885350</guid><description>เมียนมา ปิดสนามบินมัณฑะเลย์ ป่วนสัญจรทางอากาศ หลังอ้างกลุ่มกบฎส่งโดรนพลีชีพโจมตี เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างสายการบินใหญ่เปิดเผยว่า สนามบินมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นท่าอากาศยานนานาชาติท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เมียนมา ปิดสนามบินมัณฑะเลย์ ป่วนสัญจรทางอากาศ หลังอ้างกลุ่มกบฎส่งโดรนพลีชีพโจมตี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างสายการบินใหญ่เปิดเผยว่า สนามบินมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีการสัญจรหนาแน่นเป็นอันดับ 2 ของประเทศเมียนมา ได้ปิดดำเนินงานเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 11-12 กันยายน ภายหลังจากเกิดเหตุโดรนพลีชีพโจมตีสนามบินขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลเมียนมากล่าวอ้างว่าเป็นฝีมือของกลุ่มกบฎต่อต้านรัฐบาลที่กำลังสู้รบกับกองทัพเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สายการบินเมียนมา แอร์เวย์ส อินเตอร์เนชันแนล โพสต์บนบัญชีเฟซบุ๊กช่วงกลางดึกคืนวันพฤหัสบดี(10 ก.ย.)ว่า เที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมดที่เข้าออกสนามบินนานาชาติตาดาอู อินเตอร์เนชันแนลในภูมิภาคมัณฑะเลย์ ได้ถูกระงับทำการบินเป็นการชั่วคราว ส่วนเที่ยวบินภายในประเทศกำลังถูกย้ายไปยังสนามบินใกล้เคียงจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยมีสาเหตุมาจากเหตุผลด้านการปฏิบัติการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เที่ยวบินที่จะเดินทางไปยังเมืองมัณฑะเลย์ในวันที่ 11-12 กันยายน ถูกยกเลิก” เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานในกรุงเทพฯ ของสายการบินเมียนมาแอร์เวย์ส อินเตอร์เนชันแนล กล่าวในวันศุกร์(11 ก.ย.) และว่า สาเหตุที่มีการยกเลิกเที่ยวบินเป็นเพราะมีการปิดสนามบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมา สื่อทางการรายงานว่า กองกำลังฝ่ายความมั่นคงเมียนมาสามารถสกัดกั้นการโจมตีของกองกำลังพิทักษ์ประชาชน(PDF) ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่สนับสนุนประชาธิปไตยไว้ได้ โดยกองกำลังดังกล่าวได้ส่งโดรนพลีชีพ 6 ลำเข้าโจมตีสนามบิน และว่า การโจมตีดังกล่าวได้ส่งผลกระทบชั่วคราวต่อเที่ยวบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือความเสียหายต่อยานยนต์หรือรันเวย์ของสนามบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่าการโจมตีของกองกำลังต่อต้านรัฐบาลได้มุ่งเป้าโจมตีเครื่องบินรบของกองทัพเมียนมาที่จอดอยู่ที่สนามบินดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้เมียนมายังตกอยู่ในสงครามกลางเมืองนับจากเกิดเหตุรัฐประหารโค่นล้มอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2021 ส่งผลให้ประชาชนผู้ฝักใฝ่ประชาธิปไตยรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกองกำลังต่อต้านระบอบอำนาจเผด็จการทหาร รวมถึงกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยที่จับอาวุธขึ้นสู้รบกับกองทัพเมียนมาจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองนองเลือดรุนแรงถึงวันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885350?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เมียนมา ปิดสนามบินมัณฑะเลย์ ป่วนสัญจรทางอากาศ หลังอ้างกลุ่มกบฎส่งโดรนพลีชีพโจมตี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เมียนมา ปิดสนามบินมัณฑะเลย์ ป่วนสัญจรทางอากาศ หลังอ้างกลุ่มกบฎส่งโดรนพลีชีพโจมตี</dc:alternative><dc:abstract>เมียนมา ปิดสนามบินมัณฑะเลย์ ป่วนสัญจรทางอากาศ หลังอ้างกลุ่มกบฎส่งโดรนพลีชีพโจมตี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T09:26:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T09:26:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-162155.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-162155-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-162155.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-162155-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-162155-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-162155-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มิน ออง ไลง์ เปิดฉากเยือนกัมพูชา 2 วัน พบหารือสองพ่อลูกตระกูลฮุน เร่งฟื้นสัมพันธ์อาเซียน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885224]]></link><pubDate>2026-09-11T15:45:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5885224</guid><description>มิน ออง ไลง์ เปิดฉากเยือนกัมพูชา 2 วัน พบหารือสองพ่อลูกตระกูลฮุน เร่งฟื้นสัมพันธ์อาเซียน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า พลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา เปิดฉากการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการเป็นเวล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มิน ออง ไลง์ เปิดฉากเยือนกัมพูชา 2 วัน พบหารือสองพ่อลูกตระกูลฮุน เร่งฟื้นสัมพันธ์อาเซียน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า พลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา เปิดฉากการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วัน เมื่อวันที่ 11 กันยายน ในความพยายามล่าสุดผู้นำรัฐบาลเมียนมาในการมุ่งปรับความสัมพันธ์ระดับปกติกับชาติสมาชิกในกลุ่มอาเซียน หลังจากความสัมพันธ์ได้เสื่อมถอยลงไปนับจากเกิดเหตุรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2021 และทำให้ประเทศตกอยู่ในสงครามกลางเมืองนับแต่นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ MRTV ของทางการเมียนมารายงานว่า พลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเตโช ในกรุงพนมเปญ ในช่วงเช้าวันศุกร์(11 ก.ย.)นี้ ก่อนที่เขาพร้อมคณะผู้ติดตามจะเข้าพบหารือทวิภาคีกับสมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ตามาด้วยนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชาต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กัมพูชา ถือเป็นประเทศ 4 ในกลุ่มอาเซียนที่พลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ เดินทางเยือนนับจากเขาขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในความพยายามที่จะพื้นฟูสถานะของตนเองภายกลุ่มอาเซียน หลังจากมิน ออง ไลง์ ต้องเผชิญการถูกโดดเดี่ยวทางการทูตมาเป็นเวลาหลายปีนับตั้งแต่นำกองทัพยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจีในปี 2021 และถูกบอยคอตไม่ให้เข้าร่วมการประชุมระดับสูงของอาเซียน เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามแผนสันติภาพ 5 ข้อของอาเซียน ซึ่งเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งรุนแรงในเมียนมา ให้จัดการเจรจาครอบคลุมทุกฝ่าย มีการไกล่เกลี่ยโดยผู้แทนพิเศษของอาเซียน เปิดทางให้นำความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการให้ผู้แทนพิเศษอาเซียนสามารถหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีมิน ออง ไลง์ ได้เดินทางเยือนอินเดีย จีน ลาว ไทย คาซัคสถาน เบลารุส รัสเซีย และเวียดนามเมื่อเร็วๆ นี้ โดยได้พบปะหารือกับผู้นำประเทศต่างๆ และหารือกับภาคธุรกิจเพื่อดึงดูดให้เข้าไปลงทุนในประเทศเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การเยือนกัมพูชาครั้งนี้ของมิน ออง ไลง์ ยังเผชิญการถูกประณามจาก ขบวนการเขมรเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นกลุ่มแนวร่วมที่จัดตั้งขึ้นโดยแกนนำฝ่ายค้านกัมพูชาที่ลี้ภัยทางการเมืองอยู่ ซึ่งออกมาระบุเมื่อวันพุธ(9 ก.ย.)ว่า การเยือนครั้งนี้จะต้องไม่กลายเป็นอีกหนึ่งก้าวในความพยายามของมิน ออง ไลง์ ที่จะหลีกเลี่ยงแรงกดดันทางการทูตจากอาเซียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่มฟอร์ติฟาย ไรท์ส ซึ่งเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ได้เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชายกเลิกการเยือนดังกล่าวแทนที่จะมอบความชอบธรรมทางการเมืองให้กับมิน ออง ไลง์ นอกจากนี้ทางกลุ่มยังเรียกร้องให้ทางการกัมพูชาจับกุมเขาและส่งตัวไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ(ICC)ด้วย เนื่องจากอัยการ ICC ในขณะนั้นได้ยื่นขอศาลออกหมายจับเขาเมื่อปี 2024 ในข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในรัฐยะไข่ของเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885224?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มิน ออง ไลง์ เปิดฉากเยือนกัมพูชา 2 วัน พบหารือสองพ่อลูกตระกูลฮุน เร่งฟื้นสัมพันธ์อาเซียน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มิน ออง ไลง์ เปิดฉากเยือนกัมพูชา 2 วัน พบหารือสองพ่อลูกตระกูลฮุน เร่งฟื้นสัมพันธ์อาเซียน</dc:alternative><dc:abstract>มิน ออง ไลง์ เปิดฉากเยือนกัมพูชา 2 วัน พบหารือสองพ่อลูกตระกูลฮุน เร่งฟื้นสัมพันธ์อาเซียน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T08:45:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T08:45:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_535642277_RC2SGNA6YW1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_535642277_RC2SGNA6YW1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_535642277_RC2SGNA6YW1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_535642277_RC2SGNA6YW1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_535642277_RC2SGNA6YW1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_535642277_RC2SGNA6YW1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064926Z_1919007102_RC2SGNARK3OQ_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064926Z_1919007102_RC2SGNARK3OQ_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_1235882973_RC2SGNA78F1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_1235882973_RC2SGNA78F1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064933Z_61540699_RC2SGNAOVS8U_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064933Z_61540699_RC2SGNAOVS8U_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อู้ฟู่! ไมครอน แจกโบนัสให้พนักงานในไต้หวัน สูงสุด 68 เดือน พ่วงโบนัสพิเศษอีก 1 ล้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885204]]></link><pubDate>2026-09-11T15:28:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5885204</guid><description>อู้ฟู่! ไมครอน แจกโบนัสให้พนักงานในไต้หวัน สูงสุด 68 เดือน พ่วงโบนัสพิเศษอีก 1 ล้าน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 กันยายน บริษัท ไมครอน เทคโนโลยี ผู้ผลิตชิปรายใหญ่จากสหรัฐ ประกาศว่า พนักงา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อู้ฟู่! ไมครอน แจกโบนัสให้พนักงานในไต้หวัน สูงสุด 68 เดือน พ่วงโบนัสพิเศษอีก 1 ล้าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 กันยายน บริษัท ไมครอน เทคโนโลยี ผู้ผลิตชิปรายใหญ่จากสหรัฐ ประกาศว่า พนักงานในสายการผลิตโดยตรงในไต้หวัน จะได้รับเงินโบนัสคิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 35 ถึง 68 เดือน สำหรับปีงบประมาณ 2026 พร้อมการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำที่เป็นเงินสดอย่างน้อย 1.7 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 1.7 ล้านบาท) หลังจากบริษัทประสบความสำเร็จอย่างงดงามในรอบปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไมครอนระบุว่า การจ่ายผลตอบแทนให้แก่พนักงาน ซึ่งครอบคลุมถึงพนักงานระดับปฏิบัติการ, ช่างเทคนิค และวิศวกรประจำกะ ในครั้งนี้ถือเป็นยอดจ่ายที่สูงที่สุดเท่าที่บริษัทเคยมีมา และจะมีพนักงานมากกว่า 60,000 คนทั่วโลก ได้รับรางวัลเป็นผลตอบแทนประจำปีงบประมาณ 2026 นี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า การประกาศมอบโบนัสก้อนโตนี้ มีขึ้นหลังจากสหภาพแรงงานซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานเกือบ 2 ใน 3 ของไมครอนในไต้หวัน ส่งสัญญาณว่าสมาชิกส่วนใหญ่พร้อมใจกันสนับสนุนให้มีการนัดหยุดงานประท้วง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไมครอน เทคโนโลยี ระบุด้วยว่า ผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าว ยังรวมถึงโบนัสพิเศษเป็นเงินสด 1 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน สำหรับพนักงานในไต้หวันทุกคนที่เริ่มงานก่อนวันที่ 29 สิงหาคม 2025 ประจำปีงบประมาณ 2026 อีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับวิศวกรระดับเริ่มต้น ผลตอบแทนรวมเฉลี่ยจะอยู่ที่ 3.4 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ซึ่งรวมถึงเงินสดเฉลี่ยคนละ 2.9 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ส่วนที่เหลือจะอยู่ในรูปแบบของหุ้นบริษัท ตามราคาประเมิน ณ วันที่อนุมัติพร้อมยืนยันว่า พนักงานทุกคนจะได้รับสิทธิการจัดสรรหุ้นประจำปีเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไมครอนมีพนักงานอยู่ในไต้หวันราว 15,000 คน นับเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญที่สุดของบริษัท โดยลงนามลงทุนในเกาะไต้หวันไปแล้วกว่า 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยยักษ์ใหญ่ด้านการผลิตชิปหน่วยความจำจากสหรัฐ และสหภาพแรงงานเมืองเถาหยวน ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ ในการประชุมไกล่เกลี่ยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการนัดหมายเจรจาไกล่เกลี่ยรอบที่ 2&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ไมครอนเองพยายามอย่างหนักที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์ซ้ำรอยคู่แข่งจากเกาหลีใต้ อย่างซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ที่เคยเจอเหตุการณ์ขู่นัดหยุดงานยาว 18 วัน จากสมาชิกสหภาพกว่า 48,000 คน เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนจะยกเลิกในนาทีสุดท้าย หลังการเจรจาสำเร็จด้วยการจัดตั้งกองทุนโบนัสพิเศษ คิดเป็น 10.5 เปอร์เซ็นต์ของกำไรจากการดำเนินการแผนกชิป ซึ่งขึ้นอยู่กับเป้าหมายของผลกำไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว แนวโน้มการหยุดชะงักของสายการผลิตในบริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้สร้างความหวาดวิตกเกี่ยวกับภาวะขาดแคลนชิปทั่วโลก และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 4 ของเอเชีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ สหภาพแรงงานไต้หวันของไมครอนเคยออกมาระบุว่า ข้อตกลงการจัดสรรส่วนแบ่งกำไรของซัมซุง และเอสเค ไฮนิกซ์ ได้สร้างช่องว่างทางรายได้ที่กว้างขึ้น ระหว่างพนักงานบริษัทไมครอนกับเพื่อนร่วมอาชีพในเกาหลีใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885204?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อู้ฟู่! ไมครอน แจกโบนัสให้พนักงานในไต้หวัน สูงสุด 68 เดือน พ่วงโบนัสพิเศษอีก 1 ล้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อู้ฟู่! ไมครอน แจกโบนัสให้พนักงานในไต้หวัน สูงสุด 68 เดือน พ่วงโบนัสพิเศษอีก 1 ล้าน</dc:alternative><dc:abstract>อู้ฟู่! ไมครอน แจกโบนัสให้พนักงานในไต้หวัน สูงสุด 68 เดือน พ่วงโบนัสพิเศษอีก 1 ล้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T08:47:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T08:47:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/micron3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/micron3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/micron3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/micron3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/micron4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/micron4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทูตไทยหารือ รมว.ทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก เชิญร่วมงาน Gastech 2026]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884932]]></link><pubDate>2026-09-11T14:35:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5884932</guid><description>ทูตไทยหารือ รมว.ทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก เชิญร่วมงาน Gastech 2026 เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต เข้าพบหารือกับนาย Estêvão Rafael Pale รัฐมนตรีว่าการก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทูตไทยหารือ รมว.ทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก เชิญร่วมงาน Gastech 2026&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต เข้าพบหารือกับนาย Estêvão Rafael Pale รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก (Ministry of Mineral Resources and Energy &amp;#8211; MIREME) ในห้วงการจัดงาน FACIM 2026 โดยเอกอัครราช&lt;br /&gt;
ทูตบัญชาฯ ได้เชิญรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานโมซัมบิก เข้าร่วมงาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นการประชุมและนิทรรศการด้านพลังงานระดับโลกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ รวมทั้งเชิญเข้าร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรมระดับรัฐมนตรีภายในงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในโอกาสดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับศักยภาพของโมซัมบิกในการก้าวขึ้นเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรม LNG ของโลก โดยปัจจุบัน บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. สผ. ของไทย ได้ร่วมลงทุนในโครงการ Mozambique LNG ใน Area 1 จังหวัด Cabo Delgado ซึ่งเป็นโครงการพลังงานขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและภาคพลังงานของโมซัมบิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมา กระทรวงทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก ได้มอบหมายให้ Dr. Rudêncio Morais ประธานคณะกรรมการบริหาร Empresa Nacional de Hidrocarbonetos (ENH) ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติของโมซัมบิก เป็นหัวหน้าคณะผู้แทน รวม 11 คน เข้าร่วมงาน Gastech 2026 ที่ประเทศไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ปตท. สผ. มีกำหนดจัดให้คณะผู้แทนโมซัมบิก ซึ่งนำโดยประธานคณะกรรมการบริหาร ENH ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของ ปตท. สผ. ในโครงการ Area 1 เข้าเยี่ยมชมกิจการด้าน LNG ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยกับโมซัมบิกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884932?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทูตไทยหารือ รมว.ทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก เชิญร่วมงาน Gastech 2026&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทูตไทยหารือ รมว.ทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก เชิญร่วมงาน Gastech 2026</dc:alternative><dc:abstract>ทูตไทยหารือ รมว.ทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก เชิญร่วมงาน Gastech 2026</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T07:35:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T07:35:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mzb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mzb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mzb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mzb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mzb-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mzb-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลฮ่องกง สั่งโทษจำคุก 7 ปี สองนักต่อสู้ประชาธิปไตย ปมจัดงานรำลึกเหตุนองเลือดเทียนอันเหมิน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884726]]></link><pubDate>2026-09-11T12:38:10+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5884726</guid><description>ศาลฮ่องกง สั่งโทษจำคุก 7 ปี สองนักต่อสู้ประชาธิปไตย ปมจัดงานรำลึกเหตุนองเลือดเทียนอันเหมิน เมื่อวันที่ 11 กันยายน ศาลฮ่องกงได้ตัดสินโทษจำคุกเป็นเวลา 7 ปีต่อสองนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวฮ่องกง หล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ศาลฮ่องกง สั่งโทษจำคุก 7 ปี สองนักต่อสู้ประชาธิปไตย ปมจัดงานรำลึกเหตุนองเลือดเทียนอันเหมิน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 11 กันยายน ศาลฮ่องกงได้ตัดสินโทษจำคุกเป็นเวลา 7 ปีต่อสองนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวฮ่องกง หลังจากจำเลยทั้งสองถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดการล้มล้างอำนาจรัฐ จากการร่วมจัดกิจกรรมจุดเทียนรำลึกถึงเหตุการณ์นองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จำเลยทั้งสองในคดีนี้ ได้แก่ นายลี ชุก-หยาน อายุ 69 ปี และน.ส.โจว ฮัง-ตง อายุ 41 ปี สองนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มจัดกิจกรรมจุดเทียนรำลึกเหตุการณ์ปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในกรุงปักกิ่งเมื่อปี ค.ศ. 1989 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในฮ่องกง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการพิจารณาตัดสินโทษ ผู้พิพากษาศาลฮ่องกงได้เน้นย้ำถึงการที่จำเลยทั้งสองได้ใช้ถ้อยคำว่า “ยุติระบอบเผด็จการพรรคเดียว” ในระหว่างการทำกิจกรรมทางการเมืองดังกล่าวซึ่งถือเป็นการยุยงปลุกปั่นในการล้มล้างอำนาจรัฐ โดยนายลีถูกตัดสินโทษจำคุก 7 ปี ส่วนน.ส.โจว ได้รับโทษจำคุก 7 ปี 3 เดือน หลังจากทั้งคู่ถูกตัดสินว่ามีความผิดตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในการพิจารณาคดีเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งจำเลยทั้งสองปฏิเสธข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้นายลีและน.ส.โจว ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานกลุ่มพันธมิตรฮ่องกงเพื่อการสนับสนุนขบวนการประชาธิปไตยรักชาติของจีน(Hong Kong Alliance in Support of Patriotic Democratic Movements of China) ที่ปัจจุบันได้ยุบตัวไปแล้วนั้น ถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่ปี 2021&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนของนายอัลเบิร์ต โฮ อายุ 74 ปี จำเลยอีกคน ซึ่งเคยเป็นประธานกลุ่มดังกล่าวและเคยเป็นอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปไตย พรรคฝ่ายค้านใหญ่ที่สุดของฮ่องกง ได้ให้การรับสารภาพเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้น ถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 5 ปี 2 เดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ศาลยังมีคำสั่งให้กลุ่มพันธมิตรฮ่องกงฯจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 1.5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 6.3 ล้านบาทด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อทนายความของจำเลยทั้ง 3 ในคดีนี้เพื่อขอความเห็นหลังคำตัดสินข้างต้นศาลของศาลได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่มีความเห็นจากเอเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียของกลุ่มฮิวแมนไรท์สวอท์ช กล่าวว่า การลงโทษนักกิจกรรมอย่างรุนแรงของศาลสูงฮ่องกงเพียงเพราะพวกเขาดำเนินกิจกรรมทางประชาธิปไตยตามปกติ ถือเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบของพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในอดีตการจัดกิจกรรมรำลึกถึงเหตุการณ์นองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในที่สาธารณะเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายและได้รับการยอมรับในฮ่องกง และถือเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงเสรีภาพของชาวฮ่องกงที่มีเมื่อเทียบกับจีนแผ่นดินใหญ่ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมดังกล่าวถูกสั่งห้ามโดยทางพฤตินัยในปี 2020 หลังจากกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติมีผลบังคับใช้ในฮ่องกงหลังจากเกิดเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านจีนครั้งใหญ่ในฮ่องกงขึ้นในปีก่อนหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884726?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลฮ่องกง สั่งโทษจำคุก 7 ปี สองนักต่อสู้ประชาธิปไตย ปมจัดงานรำลึกเหตุนองเลือดเทียนอันเหมิน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลฮ่องกง สั่งโทษจำคุก 7 ปี สองนักต่อสู้ประชาธิปไตย ปมจัดงานรำลึกเหตุนองเลือดเทียนอันเหมิน</dc:alternative><dc:abstract>ศาลฮ่องกง สั่งโทษจำคุก 7 ปี สองนักต่อสู้ประชาธิปไตย ปมจัดงานรำลึกเหตุนองเลือดเทียนอันเหมิน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T07:41:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T07:41:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T034328Z_152697244_RC2RGNAY6RJC_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-TIANANMEN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T034328Z_152697244_RC2RGNAY6RJC_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-TIANANMEN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T034328Z_152697244_RC2RGNAY6RJC_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-TIANANMEN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T034328Z_152697244_RC2RGNAY6RJC_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-TIANANMEN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T034328Z_152697244_RC2RGNAY6RJC_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-TIANANMEN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T034328Z_152697244_RC2RGNAY6RJC_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-TIANANMEN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สลด! อินฟลูฯจีนสายกินจุเสียชีวิตในวัย 24 ปี แพทย์เตือนอันตรายจากล้วงคออ้วก-กินยาระบาย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884557]]></link><pubDate>2026-09-11T11:18:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5884557</guid><description>สลด! อินฟลูฯสาวจีนสายกินจุเสียชีวิต ในวัย 24 ปี หลังโพแทสเซียมในเลือดต่ำรุนแรง แพทย์เตือนอันตรายจากล้วงคออ้วก-กินยาระบาย กานฟาน อิ๋งอิ๋ง หรือ เฉินจื่ออี๋ อินฟลูเอนเซอร์สายกินชาวจีน วัย 24 ปี เสียชีวิต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สลด! อินฟลูฯสาวจีนสายกินจุเสียชีวิต ในวัย 24 ปี หลังโพแทสเซียมในเลือดต่ำรุนแรง แพทย์เตือนอันตรายจากล้วงคออ้วก-กินยาระบาย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กานฟาน อิ๋งอิ๋ง หรือ เฉินจื่ออี๋ อินฟลูเอนเซอร์สายกินชาวจีน วัย 24 ปี เสียชีวิตอย่างกะทันหันเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เนื่องจากภาวะหัวใจหยุดเต้น สามวันหลังจากที่เธอโพสต์คลิปขณะนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พร้อมกับบอกบรรดาผู้ติดตามว่า อย่าละเลยเรื่องการดูแลสุขภาพของตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไชน่านิวส์เซอร์วิส รายงานเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมาว่า อิ๋งอิ๋ง เป็นอินฟลูฯสายกินจุชาวจีน เสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้น มีรายงานว่า เชื่อมโยงกับภาวะระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ทำให้แพทย์ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการล้วงคออ้วกและการใช้ยาระบาย ในกลุ่มบรรดานักกินจุทั้งหลาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พ่อแม่ของอิ๋งอิ๋ง ได้ประกาศข่าวการเสียชีวิตของลูกสาว ผ่านทางโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า ลูกสาวซึ่งเป็นที่รู้จักกันบนโลกออนไลน์ ในชื่อ &amp;#8220;อิ๋งอิ๋ง&amp;#8221; แซ่เฉิน ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน ได้เสียชีวิตตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;aligncenter wp-image-5884608 size-full&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318-e1789099868427.png&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;459&quot; height=&quot;660&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318-e1789099868427.png 459w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318-e1789099868427-209x300.png 209w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318-e1789099868427-292x420.png 292w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318-e1789099868427-400x575.png 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318-e1789099868427-250x359.png 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 459px) 100vw, 459px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวิดีโอสุดท้ายของอิ๋งอิ๋ง ที่โพสต์เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม อิ๋งอิ๋งบอกว่า เธอกินอาหารปริมาณมากเกินไปซ้ำๆ เป็นเหตุให้ระดับโพแทสเซียมของเธอต่ำ จนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยอิ๋งอิ๋งบอกว่า ระดับโพแทสเซียมในเลือดของเธอ ต่ำลงถึง 2.3 พร้อมกับยอมรับว่า ภาวะดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการกินโชว์ผ่านสตรีมมิ่งของเธอ พร้อมกับเตือนผู้ติดตามชมว่า &amp;#8220;แม้ว่าการหาเงินจะสำคัญ แต่สุขภาพก็ควรมาเป็นอันดับแรกเสมอ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รายงานแจ้งว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อิ๋งอิ๋งเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยสาเหตุเดียวกัน โดยในวิดีโอ อิ๋งอิ๋งยังบอกด้วยว่า ระดับโพแทสเซียมต่ำของเธอนั้น ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเป็นอินฟลูฯสายกินแหลก และพฤติกรรมล้วงคออ้วกที่ทำมาอย่างยาวนาน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิ๋งอิ๋งบอกด้วยว่า ยอดขายจากการกินจุโชว์ผ่านสตรีมมิ่งนั้น เป็นงานที่ต้องใช้ร่างกายอย่างหนัก และว่า เธอเคยต้องกินไข่เยี่ยวม้าถึง 60-70 ฟอง ระหว่างการไลฟ์สตรีมครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5884603&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5.jpeg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;920&quot; height=&quot;702&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5.jpeg 920w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5-300x229.jpeg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5-768x586.jpeg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5-728x555.jpeg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5-550x420.jpeg 550w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5-400x305.jpeg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5-250x191.jpeg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 920px) 100vw, 920px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สินค้าอื่นๆ ก็บีบให้เธอต้องกินอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เธอบอกว่า นักกินจุมักจะเผชิญแรงกดดันให้กินมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย แม้ว่าร่างกายของพวกนักกินจุอาจจะไม่สามารถทนต่อความหนักหน่วงนั้นได้ก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายแพทย์ ไช่ ฉีเฉิน จากแผนกเวชศาสตร์ทั่วไป โรงพยาบาลเจ้อเจียง อธิบายว่า ลำพังเพียงการกินจุอย่างเดียว ไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้สูญเสียโพแทสเซียมอย่างรุนแรง ประเด็นสำคัญอยู่ที่พฤติกรรม 2 ประการที่พบได้บ่อยในแวดวงนักกิน นั่นคือ การล้วงคออ้วก และการใช้ยาระบาย เพื่อรักษารูปร่างเอาไว้ในขณะที่ยังต้องกินอาหารปริมาณมากต่อไป นักกินจุบางคนจึงกินต่อหน้ากล้อง แล้วบังคับให้ตัวเองอ้วกออกหลังกล้อง หรือกินยาระบายเพื่อขับถ่ายอาหารที่กินเข้าไปให้ออกมาอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;wp-image-5884604 aligncenter&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;534&quot; height=&quot;1069&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-150x300.jpg 150w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-512x1024.jpg 512w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-768x1537.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-767x1536.jpg 767w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-1023x2048.jpg 1023w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-728x1457.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-1068x2138.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-210x420.jpg 210w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-400x801.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-250x500.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 534px) 100vw, 534px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายแพทย์ไช่บอกว่า ความเข้มข้นของโพแทสเซียมในน้ำย่อยและของเหลวในลำไส้นั้น มีสูงกว่าในเลือดมาก ดังนั้น การอ้วกหรือการท้องเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาจนำไปสู่การสูญเสียโพแทสเซียมจำนวนมาก และทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดลดต่ำลงเรื่อยๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเดอะเปเปอร์ รายงานว่า อิ๋งอิ๋ง ไม่ใช่อินฟลูฯรายเดียวที่เจอกับสถานการณ์เช่นนี้ นักกินบางคนได้ผลักดันตัวเองเข้าสู่วงจรอุบาทว์ของการกินเกินขนาดและการทำร้ายตัวเอง เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของ &amp;#8220;คนกินดุ&amp;#8221; และดึงดูดผู้ชม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;wp-image-5884606 aligncenter&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;489&quot; height=&quot;684&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--215x300.jpg 215w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--732x1024.jpg 732w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--768x1074.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--1098x1536.jpg 1098w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--728x1018.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--1068x1493.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--300x420.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--400x559.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--250x350.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 489px) 100vw, 489px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีรายงานว่า บางรายบริโภคอาหารมากถึง 20-25 กิโลกรัม ภายในเวลา 2 ชั่วโมง บางคนกินเกี๊ยวซ่า 120 ชิ้น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 16 ซอง ในการไลฟ์สตรีมครั้งเดียว และต่อมามีน้ำหนักตัวสูงถึงประมาณ 190 กิโลกรัม จนต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับโรคอ้วน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เพาเพาหลง อินฟลูเอนเซอร์สายกิน วัย 29 ปี เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว หลังจากน้ำหนักตัวพุ่งสูงถึง 160 กิโลกรัม ขณะที่ &amp;#8220;เวินเว่ยเกอ&amp;#8221; ซึ่งป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้าย และต้องฟอกไตเป็นประจำ ยังคงต้องโชว์การกินอย่างเอาเป็นเอาตายก่อนที่เขาจะเสียชีวิต นอกจากนี้ ยังมี ซานฉีเกอ นักกินโชว์สายดื่ม ที่เสียชีวิตหลังจากดื่มเหล้าดีกรีแรงของจีนไป 4 ขวด ระหว่างการดวลกับสตรีมเมอร์รายอื่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประเทศจีน ได้บังคับใช้ข้อจำกัดทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับมานานแล้ว เพื่อปราบปรามคอนเทนต์สตรีมกินที่ไม่เหมาะสมและเกินพอดี ซึ่งยังคงเป็นเป้าหมายหลักใน &amp;#8220;ยุทธการชิงหลาง&amp;#8221; (Qinglang Operation) ของประเทศ (ปฏิบัติการจัดระเบียบโลกไซเบอร์ให้สะอาดบริสุทธิ์) โดยกฎหมายต่อต้านการสิ้นเปลืองอาหาร (Anti-Food Waste Law) ซึ่งผ่านร่างในปี 2021 โดยห้ามการผลิต เผยแพร่ และส่งต่อเนื้อหาทั้งในรูปแบบเสียงและวิดีโอ ที่ส่งเสริมการกินอาหารมากเกินขนาด และการกินแหลกอย่างชัดเชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ สำนักข่าวเปเปอร์รายงานว่า แนวทางปฏิบัติสำหรับสตรีมเมอร์ออนไลน์ ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2022 ได้ห้ามสตรีมเมอร์ที่ถ่ายทอดสด ทำพฤติกรรมต่างๆ อย่างชัดเจน เช่น การจัดฉากกินเท็จ การล้วงคออ้วก และการกินอาหารในปริมาณมากเกินปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884557?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สลด! อินฟลูฯจีนสายกินจุเสียชีวิตในวัย 24 ปี แพทย์เตือนอันตรายจากล้วงคออ้วก-กินยาระบาย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สลด! อินฟลูฯจีนสายกินจุเสียชีวิตในวัย 24 ปี แพทย์เตือนอันตรายจากล้วงคออ้วก-กินยาระบาย</dc:alternative><dc:abstract>สลด! อินฟลูฯจีนสายกินจุเสียชีวิตในวัย 24 ปี แพทย์เตือนอันตรายจากล้วงคออ้วก-กินยาระบาย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T04:39:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T04:39:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yingying111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yingying111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yingying111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yingying111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yingying111222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yingying111222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5.jpeg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5-150x150.jpeg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>920</mi:x1><mi:y1>702</mi:y1><mi:x2>920</mi:x2><mi:y2>702</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>2402</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>2402</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>1678</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>1678</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318-e1789099868427-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>459</mi:x1><mi:y1>660</mi:y1><mi:x2>459</mi:x2><mi:y2>660</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันโลกทะลุ 109 ดอลล์ สูงสุดรอบ 4 เดือน หลังกลุ่มฮูตี รุกยึดเมืองท่าริมทะเลแดง หวั่นกระทบซาอุฯส่งออก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884514]]></link><pubDate>2026-09-11T11:00:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5884514</guid><description>น้ำมันโลกทะลุ 109 ดอลล์ สูงสุดรอบ 4 เดือน หลังกลุ่มฮูตี รุกยึดเมืองท่าริมทะเลแดง หวั่นกระทบซาอุฯส่งออก สถานการณ์บริเวณทะเลแดงทวีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น หลังกลุ่มฮูตี กองกำลังติดอาวุธในประเทศเยเมนซึ่ง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;น้ำมันโลกทะลุ 109 ดอลล์ สูงสุดรอบ 4 เดือน หลังกลุ่มฮูตี รุกยึดเมืองท่าริมทะเลแดง หวั่นกระทบซาอุฯส่งออก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานการณ์บริเวณทะเลแดงทวีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น หลังกลุ่มฮูตี กองกำลังติดอาวุธในประเทศเยเมนซึ่งมีอิหร่านให้การสนับสนุน สามารถยึดเมืองท่าโมคาของเยเมนไว้ได้เมื่อวันที่ 10 กันยายน และรุกคืบไปตามชายฝั่งทะเลแดงจนถึงหมู่เกาะยุทธศาสตร์ต่างๆ จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวทางทหารที่ระบุด้วยว่าการรุกคืบลงมาตามแนวชายฝั่งของกลุ่มฮูตีนั้นมีขึ้นภายใต้คำแนะนำจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน(IRGC) และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กล่าวคาดหมายว่าสงครามกับอิหร่านจะยุติลงหลังจากการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐผ่านพ้นไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวทางทหารของรัฐบาลเยเมนระบุว่ากลุ่มฮูตีมีความได้เปรียบมากขึ้นในช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นทางออกทางตอนใต้ของทะเลแดงและเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งซาอุดีอาระเบีย ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกยังเลี่ยงมาใช้เส้นทางนี้ในการขนส่งน้ำมันหลังจากอิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้กลุ่มฮูตียังสามารถรุกคืบเข้าไปถึงหมู่เกาะฮานิชและเมืองดูบับ บริเวณช่องแคบบัลเอลมันเดบตรงข้ามเกาะเพริมไว้ได้ ซึ่งการเข้าควบคุมเมืองดูบับและเกาะดังกล่าวถือเป็นกุญแจสำคัญในการยึดครองช่องแคบบับเอลมันเดบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า หากกลุ่มฮูตีสามารถควบคุมเส้นทางน้ำแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของคาบสมุทรอาหรับจากช่องแคบฮอร์มุซได้ ก็อาจทำให้อิหร่านซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มฮูตีมีความได้เปรียบครั้งสำคัญในการทำสงครามกับสหรัฐ โดยจะทำให้การขนส่งต่างๆ ผ่านเส้นทางคมนาคมทางทะเลสายสำคัญแห่งที่ 2 นี้ลดลง และอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ยังอาจทำให้ทรัมป์หาทางลงในการยุติสงครามได้ยากขึ้น เนื่องจากสงครามในสมรภูมินี้ส่งผลกระทบต่อโอกาสในการเลือกตั้งของพรรครีพับลิกันในศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านศูนย์ประสานงานด้านมนุษยธรรมภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตีในเยเมนออกแถลงการณ์ระบุว่า การเดินเรือในทะเลแดงมีความปลอดภัยสำหรับบริษัทขนส่งสินค้าทุกแห่ง ยกเว้นเรือของซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายฮันส์ กรุนด์เบิร์ก ทูตพิเศษเยเมนประจำสหประชาชาติ กล่าวในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอสซี)เมื่อวันพฤหัสบดี(10 ก.ย.)ว่า ประชาคมโลกจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อรับมือกับ &amp;#8220;ระยะใหม่ที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม&amp;#8221; ของสงครามในเยเมน และว่า การที่กลุ่มฮูตียึดเมืองโมคาได้สำเร็จ ทำให้กลุ่มฮูตีมีฐานที่มั่นโดยตรงในเส้นทางเข้าสู่หนึ่งในช่องแคบที่มีความสำคัญที่สุดของโลกซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับเสรีภาพในการเดินเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงต่างประเทศของอิหร่านแถลงว่า ความขัดแย้งในเยเมนไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการปิดล้อมหรือปฏิบัติการทางทหารต่อกลุ่มฮูตี พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเจรจา โดยไม่ได้กล่าวถึงบทบาทของอิหร่านเองในวงขัดแย้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ขยายวง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานราคาน้ำมันดิบหลักของโลก ได้พุ่งทะยานขึ้นแตะ 109.97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในการซื้อขายในวันศุกร์(11 ก.ย.)นี้ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน หลังจากปรับตัวขึ้นถึง 6% ในช่วงข้ามคืน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นไปถึงเกือบ 13% แลัวในรอบสัปดาห์นี้ ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียตของสหรัฐ พุ่งแตะ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับจากเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ความผันผวนของราคาน้ำมันเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าจะเกิดความชะงักของอุปทานน้ำมันโลก โดยการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกจำกัดท่ามกลางสถานการณ์การโจมตีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ประกอบกับกลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่านยังได้เข้ายึดครองท่าเรือโมคาในเยเมน ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในพื้นที่ทะเลแดงด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884514?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันโลกทะลุ 109 ดอลล์ สูงสุดรอบ 4 เดือน หลังกลุ่มฮูตี รุกยึดเมืองท่าริมทะเลแดง หวั่นกระทบซาอุฯส่งออก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันโลกทะลุ 109 ดอลล์ สูงสุดรอบ 4 เดือน หลังกลุ่มฮูตี รุกยึดเมืองท่าริมทะเลแดง หวั่นกระทบซาอุฯส่งออก</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันโลกทะลุ 109 ดอลล์ สูงสุดรอบ 4 เดือน หลังกลุ่มฮูตี รุกยึดเมืองท่าริมทะเลแดง หวั่นกระทบซาอุฯส่งออก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T04:00:16+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T04:00:16+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T074020Z_1500194072_RC2UFNAGR8LS_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-SAUDI-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T074020Z_1500194072_RC2UFNAGR8LS_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-SAUDI-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T074020Z_1500194072_RC2UFNAGR8LS_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-SAUDI-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T074020Z_1500194072_RC2UFNAGR8LS_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-SAUDI-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T074020Z_1500194072_RC2UFNAGR8LS_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-SAUDI-1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T074020Z_1500194072_RC2UFNAGR8LS_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-SAUDI-1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไฟไหม้เรือสินค้าที่อู่ต่อเรือในชิงเต่า ดับแล้ว 20]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884126]]></link><pubDate>2026-09-10T18:36:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5884126</guid><description>ไฟไหม้เรือสินค้าที่อู่ต่อเรือในชิงเต่า ดับแล้ว 20 ซินหัวรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 รายจากเหตุเพลิงไหม้บนเรือบรรทุกสินค้าต่างชาติที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซมที่อู่ต่อเรือของรัฐในเมืองชิงเต่า ทางต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไฟไหม้เรือสินค้าที่อู่ต่อเรือในชิงเต่า ดับแล้ว 20&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ซินหัวรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 รายจากเหตุเพลิงไหม้บนเรือบรรทุกสินค้าต่างชาติที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซมที่อู่ต่อเรือของรัฐในเมืองชิงเต่า ทางตะวันออกของจีน เมื่อวันที่ 10 กันยายน และยังมีรายงานผู้สูญหายอีก 5 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.15 น. ที่อู่ต่อเรือชิงเต่าเป่ยไห่ ระหว่างที่มีการดำเนินงานซ่อมแซมและตรวจสอบเรือ โดยขณะเกิดเหตุมีผู้ที่อยู่บนเรือรวม 42 คน ซึ่งในจำนวนนี้ 12 คนได้รับการอพยพออกมาอย่างปลอดภัย ขณะที่อีก 5 คนได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถดับเพลิงได้ภายในช่วงบ่ายวันเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรือที่เกิดเหตุ ซึ่งมีชื่อว่าเรือโอเชียน เมโลดี ขณะที่ข้อมูลติดตามเรือของ LSEG ระบุว่า เรือดังกล่าวเป็นเรือบรรทุกสินค้าเทกองที่มีอายุ 20 ปี จดทะเบียนชักธงไลบีเรีย และบริหารจัดการโดยบริษัท ยู่หยางคุนเผิง เซี่ยงไฮ้ ชิป เมเนจเมนต์ โดยมีบริษัท ฮุ่ยลี่ ชิปปิ้ง เป็นเจ้าของเรือที่จดทะเบียนไว้ โดยเรือดังกล่าวเดินทางมาถึงอู่ต่อเรือชิงเต่าเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม และจอดอยู่ที่อู่ต่อเรือแห่งนี้นับตั้งแต่นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซินหัวรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน สั่งการให้เร่งการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ รวมทั้งเร่งดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ และดำเนินมาตรการเพื่อเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อู่ต่อเรือแห่งนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทไชน่า สเตต ชิปบิลดิ้ง คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน และเป็นหนึ่งในบริษัทต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884126?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไฟไหม้เรือสินค้าที่อู่ต่อเรือในชิงเต่า ดับแล้ว 20&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไฟไหม้เรือสินค้าที่อู่ต่อเรือในชิงเต่า ดับแล้ว 20</dc:alternative><dc:abstract>ไฟไหม้เรือสินค้าที่อู่ต่อเรือในชิงเต่า ดับแล้ว 20</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T11:36:57+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T11:36:57+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[แอร์ฟอร์ซวัน ก็มีรวน! สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินที่กาตาร์มอบให้ &#8216;ทรัมป์&#8217; กางออกเอง!]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883956]]></link><pubDate>2026-09-10T17:33:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883956</guid><description>แอร์ฟอร์ซวัน ก็มีรวน! สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินที่กาตาร์มอบให้ &amp;#8216;ทรัมป์&amp;#8217; กางออกเอง! สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เกิดเหตุขัดข้องขึ้นกับเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ลำที่ราชว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;แอร์ฟอร์ซวัน ก็มีรวน! สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินที่กาตาร์มอบให้ &amp;#8216;ทรัมป์&amp;#8217; กางออกเอง!&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เกิดเหตุขัดข้องขึ้นกับเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ลำที่ราชวงศ์กาตาร์ มอบให้เป็นของขวัญกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยในขณะที่เครื่องบินลำดังกล่าวจอดอยู่ที่ฐานทัพร่วมแอนดรูวส์ ในรัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา จู่ๆ สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินก็กางออกมาจากประตูทางออกด้านหน้าฝั่งขวา ทำให้การเดินทางไปเมืองดัลลัสของทรัมป์ ต้องล่าช้าออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ทรัมป์ ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ มารีน วัน มาถึงฐานทัพร่วมแอนดรูวส์ ในรัฐแมริแลนด์ เมื่อช่วงบ่ายวันพุธที่ 9 กันยายน เพื่อเตรียมเดินทางไปยังเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัสเพื่อร่วมงานประชุมกลางเทอมของพรรครีพับลิกัน แต่ทรัมป์ต้องอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นานถึง 20 นาที ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศสหรัฐ เข้าจัดการกับเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ที่จู่ๆ สไลด์ฉุกเฉินได้กางออกมาจากประตูทางออกด้านหน้าฝั่งขวา ซึ่งเป็นคนละฝั่งกับที่ทรัมป์ใช้ขึ้นเครื่องบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อทรัมป์ เดินทางมาถึงฐานทัพ บรรดาผู้สื่อข่าวที่ร่วมเดินทางไปเท็กซัสด้วย ได้เฝ้ามองเครื่องบินลำเก่าสีฟ้าอ่อนสลับขาว ที่ประธานาธิบดีสหรัฐใช้กันมานานหลายทศวรรษ เคลื่อนตัวออกจากโรงเก็บเครื่องบิน และหยุดห่างจากเครื่องบินลำใหม่ที่กาตาร์ให้มา เพียงไม่กี่ร้อยหลา ซึ่งเครื่องบินลำใหม่นี้ ทรัมป์ได้ใช้เงินภาษีของประชาชนในการปรับปรุงใหม่ ทาสีใหม่เป็นสีแดง ขาว น้ำเงินเข้ม และทอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในที่สุด เมื่อทรัมป์ลงจากเฮลิคอปเตอร์ และได้กล่าวว่า สไลด์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการทดสอบ เมื่อถูกถามถึงสาเหตุ ทรัมป์บอกว่า พวกเขาต้องการให้แน่ใจว่า ทุกอย่างทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า สไลด์ฉุกเฉินนี้ ตั้งใจกางออกเพื่อทดสอบ หรือกางออกจากความผิดพลาดทางเทคนิค แต่ทรัมป์บอกว่า เขาไม่ได้กังวลแต่อย่างใด เมื่อถูกถามว่า มั่นใจในความปลอดภัยของเครื่องบินหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า &amp;#8220;ใช่ ผมมั่นใจ ไม่อย่างนั้น ผมคงไม่ขึ้นเครื่องบินลำนี้หรอก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สตีเวน เชียง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาว ออกแถลงการณ์ทีไม่ได้อธิบายละเอียดชัดเจนว่า สไลด์กางออกได้อย่างไร ระบุเพียงว่า &amp;#8220;อย่างที่ประธานาธิบดีกล่าวไป สไลด์ดังกล่าวได้รับการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่า ทุกอย่างทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ และขณะนี้แอร์ฟอร์ซวัน กำลังมุ่งหน้าไปยังดัลลัส เพื่อให้ท่านได้กล่าวสุนทรพจน์ที่หลายคนรอคอยต่อหน้าฝูงชนที่เนืองแน่นและตื่นเต้นเร้าใจ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่โฆษกของกองทัพอากาศสหรัฐ ระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวได้เดินทางต่อไปตามเส้นทางที่วางแผนไว้อย่างปลอดภัย หลังจากเกิดเหตุการณ์ สไลด์ฉุกเฉินกางออก โดยแถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่าการกางออกของสไลด์ฉุกเฉินนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบ หรือเป็นอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทรัมป์ขึ้นเครื่องบินไปในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการปล่อยลม ถอด และขนย้ายสไลด์ดังกล่าวออกไป จากนั้นเครื่องบินจึงได้ทะยานขึ้นฟ้า และลงจอดที่ดัลลัสอย่างปลอดภัยในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า เมื่อเดือนกรกฎาคม ขณะที่ทรัมป์กำลังเตรียมเดินทางกลับสหรัฐ หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดนาโต ที่ประเทศตุรกี เขาได้เดินทางออกไปอย่างลับๆด้วยเครื่องบินลำที่ 3 ของกองทัพอากาศสหรัฐ หลังจากที่เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันที่ได้รับจากกาตาร์ ออกบินไปโดยไม่มีประธานาธิบดีทรัมป์อยู่บนเครื่อง เพื่อมุ่งหน้าไปยังฐานทัพในสหราชอาณาจักร ขณะที่เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเดิม ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องบินลวง ที่มีเพียงเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว คณะทำงาน และผู้สื่อข่าวโดยสารอยู่เพียงเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และเมื่อเดินทางไปถึงสหราชอาณาจักร ทรัมป์ได้ลงจากเครื่องบินลำที่ 3 และแอบไปขึ้นเครื่องบินลำที่ใช้ลวงสายตา ก่อนจะลงจากเครื่องพร้อมกับเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าว ราวกับว่าเดินทางมาด้วยกัน จากนั้นคณะทั้งหมดจึงขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำใหม่ เพื่อเดินทางไปต่อไปยังฐานทัพร่วมแอนดรูวส์ ก่อนที่ในอีกหลายสัปดาห์ต่อมา ทรัมป์จะบอกว่า หน่วยอารักขาประธานาธิบดีและกองทัพ ต้องการให้เขาเดินทางด้วยเครื่องบินลำอื่น เนื่องจากมีภัยคุกคามเกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883956?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แอร์ฟอร์ซวัน ก็มีรวน! สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินที่กาตาร์มอบให้ &amp;#8216;ทรัมป์&amp;#8217; กางออกเอง!&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แอร์ฟอร์ซวัน ก็มีรวน! สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินที่กาตาร์มอบให้ ‘ทรัมป์’ กางออกเอง!</dc:alternative><dc:abstract>แอร์ฟอร์ซวัน ก็มีรวน! สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินที่กาตาร์มอบให้ ‘ทรัมป์’ กางออกเอง!</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T10:36:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T10:36:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-6.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-6-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-6.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-6-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-7.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-7-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไอซ์แลนด์ ชงร่างกม. ห้ามล่าวาฬถาวร จ่อทิ้งเหลือ นอร์เวย์-ญี่ปุ่น ให้ล่าเชิงพาณิชย์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883866]]></link><pubDate>2026-09-10T17:06:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883866</guid><description>ไอซ์แลนด์ ชงร่างกม. ห้ามล่าวาฬถาวร จ่อทิ้งเหลือ นอร์เวย์-ญี่ปุ่น ให้ล่าเชิงพาณิชย์ รัฐบาลไอซ์แลนด์เตรียมจะเสนอร่างกฎหมายห้ามการล่าวาฬเข้าสู่สภาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งหากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ไอซ์แลนด์ ชงร่างกม. ห้ามล่าวาฬถาวร จ่อทิ้งเหลือ นอร์เวย์-ญี่ปุ่น ให้ล่าเชิงพาณิชย์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลไอซ์แลนด์เตรียมจะเสนอร่างกฎหมายห้ามการล่าวาฬเข้าสู่สภาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งหากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบ จะส่งผลให้ทั้งโลกเหลือเพียงนอร์เวย์และญี่ปุ่นเท่านั้นที่เป็นประเทศซึ่งยังคงทำการล่าวาฬเชิงพาณิชย์อยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลไอซ์แลนด์ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ประกาศผ่านเว็บไซต์เมื่อคืนวันพุธ(9 ก.ย.)ว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะรวมถึงการห้ามล่าวาฬอย่างถาวร หลังกิจกรรมการล่าวาฬในไอซ์แลนด์ได้ก่อให้เกิดกระแสประท้วงต่อต้านมาอย่างยาวนานทั้งจากกลุ่มรณรงค์ด้านสวัสดิภาพสัตว์และเหล่าคนดังในวงการฮอลลีวูด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เวนดี ฮิกกินส์ โฆษกของกลุ่ม Humane World for Animals กล่าวว่า ร่างกฎหมายห้ามล่าวาฬเชิงพาณิชย์ฉบับนี้ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างมากทั้งจากฝ่ายการเมืองและภาคประชาชน และมีเหตุผลอันหนักแน่นทั้งในด้านจริยธรรม สัตวแพทย์ กฎหมาย และการอนุรักษ์ ซึ่งเราหวังว่าร่างกฎหมายนี้จะประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจาก Humane World for Animals ซึ่งเป็นกลุ่มด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่คอยติดตามสถิติการล่าวาฬระบุว่า ในฤดูกาลล่าวาฬปีนี้ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงราวปลายเดือนกันยายนนั้น ถึง ณ วันที่ 9 กันยายน มีการจับวาฬฟินไปแล้วจำนวน 80 ตัว โดยโควตาที่กำหนดไว้สำหรับฤดูกาลล่าในปีนี้อยู่ที่ 150 ตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ วาฬฟิน ซึ่งเป็นวาฬขนาดใหญ่ไม่มีฟันและตกเป็นเป้าหมายหลักของอุตสาหกรรมล่าวาฬในไอซ์แลนด์ ได้ถูกสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จัดสถานะว่าอยู่ในหมวดหมู่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในปี 2024 รัฐบาลรักษาการของไอซ์แลนด์ได้ออกใบอนุญาตระยะเวลา 5 ปี ให้กับบริษัทล่าวาฬเพียงแห่งเดียวที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ ขณะที่ข้อมูลจากบัญชีรายชื่อการล่าวาฬของคณะกรรมาธิการการล่าวาฬระหว่างประเทศ (IWC) ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้เหลือเพียงประเทศไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และญี่ปุ่นเท่านั้นที่ยังคงทำการล่าวาฬเชิงพาณิชย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยนอร์เวย์ได้กลับมาล่าวาฬเชิงพาณิชย์อีกครั้งในปี 1993 และไอซ์แลนด์ในปี 2006 แม้ว่าจะมีการประกาศระงับการล่าวาฬทั่วโลก (moratorium) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 1986 เพื่อปกป้องประชากรวาฬก็ตาม ขณะที่ญี่ปุ่นได้ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของ IWC ในปี 2019 และกลับมาล่าวาฬเชิงพาณิชย์ในน่านน้ำของตนเองรวมถึงเขตเศรษฐกิจจำเพาะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในข้อกำหนดเรื่องการระงับการล่าวาฬนั้น ยังคงมีการอนุญาตให้ชนพื้นเมืองในบางพื้นที่ของโลก เช่น กรีนแลนด์และอะแลสกา สามารถล่าวาฬได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์จากวาฬยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตทั้งด้านโภชนาการและวัฒนธรรมของพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883866?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไอซ์แลนด์ ชงร่างกม. ห้ามล่าวาฬถาวร จ่อทิ้งเหลือ นอร์เวย์-ญี่ปุ่น ให้ล่าเชิงพาณิชย์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไอซ์แลนด์ ชงร่างกม. ห้ามล่าวาฬถาวร จ่อทิ้งเหลือ นอร์เวย์-ญี่ปุ่น ให้ล่าเชิงพาณิชย์</dc:alternative><dc:abstract>ไอซ์แลนด์ ชงร่างกม. ห้ามล่าวาฬถาวร จ่อทิ้งเหลือ นอร์เวย์-ญี่ปุ่น ให้ล่าเชิงพาณิชย์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T10:06:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T10:06:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/5IXKIA5LQZNBRDOI2UPXUFVO24.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/5IXKIA5LQZNBRDOI2UPXUFVO24-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/5IXKIA5LQZNBRDOI2UPXUFVO24.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/5IXKIA5LQZNBRDOI2UPXUFVO24-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/5IXKIA5LQZNBRDOI2UPXUFVO24-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/5IXKIA5LQZNBRDOI2UPXUFVO24-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนผนึกนานาชาติ ตั้งพันธมิตรต้าน &#8216;ฉ้อโกงโทรคมนาคม-ออนไลน์&#8217;]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883747]]></link><pubDate>2026-09-10T16:05:56+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883747</guid><description>จีนผนึกนานาชาติ ตั้งพันธมิตรต้าน &amp;#8216;ฉ้อโกงโทรคมนาคม-ออนไลน์&amp;#8217; สำนักข่าววซินหัว รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน พันธมิตรนานาชาติเพื่อต่อต้านการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและออนไลน์ ซึ่งริเริ่มโดยรัฐบา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;จีนผนึกนานาชาติ ตั้งพันธมิตรต้าน &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&amp;#8216;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;ฉ้อโกงโทรคมนาคม-ออนไลน์&amp;#8217;&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าววซินหัว รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน พันธมิตรนานาชาติเพื่อต่อต้านการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและออนไลน์ ซึ่งริเริ่มโดยรัฐบาลจีน ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยมีตัวแทนจากประเทศผู้ก่อตั้ง 46 ประเทศ ประเทศผู้สังเกตการณ์ 34 ประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ 4 แห่ง ซึ่งรวมถึงองค์การสหประชาชาติ (UN) และองค์การตำรวจสากล (Interpol) เข้าร่วมการประชุมครั้งแรกในเมืองเหลียนอวิ๋นกั่ง มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พันธมิตรดังกล่าวเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม อาชญากรรมไซเบอร์ และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะผู้แทนจากจีนและกลุ่มสมาชิกผู้ก่อตั้ง อาทิ เวียดนาม ลาว เคนยา กัมพูชา ปากีสถาน และรัสเซียได้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงระหว่างการประชุม โดยคณะผู้เข้าร่วมประชุมได้ออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับการจัดตั้งพันธมิตร ซึ่งระบุว่าการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและอาชญากรรมไซเบอร์กลายเป็นความท้าทายระดับโลกที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การจัดตั้งองค์การระหว่างรัฐบาลที่มีเป้าหมายชัดเจน เป็นมืออาชีพ มีประสิทธิภาพ และเน้นลงมือปฏิบัติ โดยมีอนุสัญญาระหว่างประเทศเป็นพื้นฐาน จะช่วยประสานความร่วมมือในการปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม อาชญากรรมไซเบอร์ และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งรักษาความมั่นคง รวมถึงสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบุคคล นิติบุคคล และองค์กรอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883747?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนผนึกนานาชาติ ตั้งพันธมิตรต้าน &amp;#8216;ฉ้อโกงโทรคมนาคม-ออนไลน์&amp;#8217;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนผนึกนานาชาติ ตั้งพันธมิตรต้าน ‘ฉ้อโกงโทรคมนาคม-ออนไลน์’</dc:alternative><dc:abstract>จีนผนึกนานาชาติ ตั้งพันธมิตรต้าน ‘ฉ้อโกงโทรคมนาคม-ออนไลน์’</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T10:26:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T10:26:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/oc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/oc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/oc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/oc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/oc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/oc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โจลี นักแสดงดังฮอลลีวูด พาลูกชายฝึกมวยไทย กับทหารยูเครน ที่ค่ายมวยในคาร์คีฟ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883647]]></link><pubDate>2026-09-10T15:39:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883647</guid><description>โจลี นักแสดงดังฮอลลีวูด พาลูกชายฝึกมวยไทย กับทหารยูเครน ที่ค่ายมวยในคาร์คีฟ สื่อยูเครนอย่าง “เคียฟโพสต์” รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า แองเจลินา โจลี นักแสดงหญิงคนดังแห่งวงการฮอลลีวูด พร้อม “น็อกซ์” ลูกชายค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;โจลี นักแสดงดังฮอลลีวูด พาลูกชายฝึกมวยไทย กับทหารยูเครน ที่ค่ายมวยในคาร์คีฟ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อยูเครนอย่าง “เคียฟโพสต์” รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า แองเจลินา โจลี นักแสดงหญิงคนดังแห่งวงการฮอลลีวูด พร้อม “น็อกซ์” ลูกชายคนเล็กของเธอที่เกิดกับ แบรด พิตต์ นักแสดงชื่อดังร่วมวงการ ได้ปรากฎตัวอย่างไม่คาดคิดที่ค่ายมวยสปาดโคเยเมตส์ ในเมืองคาร์คีฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันจันทร์(7 ก.ย.)ที่ผ่านมา โดย น็อกซ์ ลูกชายของนักแสดงคนดังได้ไปฝึกมวยไทยที่ค่ายมวยนี้ร่วมกับทหารยูเครน ขณะที่โจลีได้พูดคุยกับสมาชิกของค่ายมวยและรับฟังประวัติความเป็นมาของทางค่ายมวย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเยี่ยมชมค่ายมวยของคุณแม่นักแสดงคนดังพร้อมลูกชายที่ร่วมการฝึกชกมวยไทย ได้รับการเปิดเผยจากทางค่ายมวยสปาดโคเยเมตส์ ซึ่งโพสต์เล่าเรื่องราวและรูปถ่ายการมาเยือนของโจลีและน็อกซ์ บนบัญชีอินสตาแกรมระบุว่า “เมื่อเร็วๆ นี้ แองเจลินา โจลี ได้แวะมาเยี่ยมพวกเราโดยบังเอิญ และน็อกซ์ ลูกชายของเธอก็ได้ฝึกมวยไทยร่วมกับเหล่ารั้วของชาติด้วย” พร้อมกันนี้ทางค่ายมวยยังขอบคุณโจลีที่เลือกค่ายมวยของพวกเขาในการให้ลูกชายฝึกชกมวยไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อยูเครนรายงานว่าการมาเยี่ยมชมค่ายมวยสปาดโคเยเมตส์ของโจลีและลูกชายครั้งนี้ไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้าและเกิดขึ้นในระหว่างที่นักแสดงหญิงฮอลลีวูดคนดังกล่าวได้เดินทางเยือนพื้นที่ต่างๆ ในประเทศยูเครน ที่ยังคงกำลังทำสงครามต่อสู้การรุกรานจากรัสเซียซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปีแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883647?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โจลี นักแสดงดังฮอลลีวูด พาลูกชายฝึกมวยไทย กับทหารยูเครน ที่ค่ายมวยในคาร์คีฟ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โจลี นักแสดงดังฮอลลีวูด พาลูกชายฝึกมวยไทย กับทหารยูเครน ที่ค่ายมวยในคาร์คีฟ</dc:alternative><dc:abstract>โจลี นักแสดงดังฮอลลีวูด พาลูกชายฝึกมวยไทย กับทหารยูเครน ที่ค่ายมวยในคาร์คีฟ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T08:39:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T08:39:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-10-152656.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-10-152656-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-10-152656.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-10-152656-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-10-152656-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-10-152656-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทูตไทย-เขมร ประจำยูเอ็น ปะทะคารมเรื่องข้อพิพาทชายแดน ในการประชุมที่เจนีวา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883587]]></link><pubDate>2026-09-10T15:06:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883587</guid><description>ทูตไทย-เขมร ประจำยูเอ็น ปะทะคารมเรื่องข้อพิพาทชายแดน ในการประชุมที่เจนีวา เมื่อวันที่ 9 กันยายน พนมเปญโพสต์ รายงานว่า เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทูตไทย-เขมร ประจำยูเอ็น ปะทะคารมเรื่องข้อพิพาทชายแดน ในการประชุมที่เจนีวา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 กันยายน พนมเปญโพสต์ รายงานว่า เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ของไทย และกัมพูชา เกิดการโต้แย้งกันเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนกัน ในการประชุมเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา โดยทูตจากทั้งสองฝ่าย ต่างกล่าวหากันและกันว่า ไม่เคารพข้อตกลงหยุดยิงในปัจจุบัน และพยายามทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า หลังจากที่นายเก โสวันน์ เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ ได้กล่าวต่อที่ประชุมอภิปรายทั่วไป เกี่ยวกับรายงานประจำปีของข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชน นางสาวอุศนา พีรานนท์ เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทย ประจำสหประชาชาติ ได้กล่าวต่อโต้นายเก โดยประกาศว่า &lt;strong&gt;ประเทศไทยไม่ได้อ้างสิทธิเหนือดินแดนใดๆ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางสาวอุศนา กล่าวว่า กัมพูชาได้แพร่กระจายเรื่องเล่าที่ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง ทั้งๆที่การหยุดยิงยังคงดำเนินอยู่ โดยนางสาวอุศนาได้เตือนว่า&lt;strong&gt; การกระทำของกัมพูชา เป็นการยกระดับความตึงเครียด และยังได้กล่าวหากัมพูชาว่า เป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พนมเปญโพสต์รายงานว่า คำแถลงของนางสาวอุศนา ดูเหมือนจะขัดแย้งกับสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งกระทรวงต่างประเทศกัมพูชาได้ยื่นหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการหลายสิบครั้ง ต่อสิ่งที่เรียกว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายของกองทัพไทยในพื้นที่ครอบครอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พร้อมระบุว่า การกล่าวหาของนางสาวอุศนา ที่ว่า กัมพูชาเปิดฉากยิงก่อนเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ดูจะขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ว่า ประเทศไทยได้ประกาศใช้แผน &amp;#8220;จักรพงษ์ภูวนาถ&amp;#8221; เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2025 ตามที่มีรายงานอย่างแพร่หลายโดยสื่อมวลชนไทย การกล่าวหาดังกล่าว ทำให้นายโสวันน์ ต้องออกมาชี้แจงเป็นครั้งที่ 2 ระหว่างการประชุม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยนายโสวันน์ กล่าวว่า กัมพูชาขอปฏิเสธข้อกล่าวหาของไทยที่มีต่อกัมพูชา เกี่ยวกับประเด็นดินแดน และผู้พลัดถิ่น กัมพูชายืนยันว่า การอ้างสิทธิฝ่ายเดียวของไทยไม่สามารถใช้แทนการตรวจสอบที่เป็นกลางได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พร้อมกับย้ำว่า กัมพูชาและไทย ต่างยอมรับเขตแดนระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับการกำหนดไว้อย่างชัดเจน ภายใต้อนุสัญญาปี ค.ศ.1904 และสนธิสัญญาปี 1907 ระหว่างฝรั่งเศสและสยาม พร้อมด้วยแผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 ที่จัดทำโดยคณะกรรมาธิการเขตแดน และศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ที่ใช้เป็นหลักในการพิจารณาคดีเมื่อปี 1962 และอีกครั้งในปี 2013 ในคดีปราสาทพระวิหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโสวันน์ กล่าวเสริมว่า พื้นฐานทางกฎหมายของเขตแดนไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่สามารถถูกแทนที่ด้วยแผนที่ฝ่ายเดียวของไทย หรือถูกเปลี่ยนแปลงโดยการใช้กำลัง หรือการสร้างสถานการณ์ให้เป็นผลสำเร็จแล้วได้ พร้อมย้ำว่า ประเด็นการสำรวจและปักปันเขตแดนที่เหลือนั้น จะต้องแก้ไขผ่านคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ที่ได้ตกลงกันไว้ ตามสนธิสัญญาและข้อตกลงที่มีอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโสวันน์ กล่าวอีกว่า &amp;#8220;กัมพูชาขอประท้วงอย่างรุนแรงต่อการรุกล้ำทีละน้อยของทหารไทย ผ่านการใช้ลวดหนามและตู้คอนเทนเนอร์ที่นำมาเป็นสิ่งกีดขวาง รวมถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและพลเรือน การกระทำแบบกลืนกินทีละนิดเช่นนี้ ไม่สามารถสร้างอธิปไตยได้ จุดยืนหลักของเราชัดเจน เขตแดนระหว่างประเทศไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือกำหนดได้ด้วยการใช้กำลัง หรือผ่านการสร้างสถานการณ์ให้เป็นผลสำเร็จแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโสวันน์ กล่าวว่า ชาวกัมพูชาที่เคยอยู่อย่างสงบในชุมชนของตนภายในดินแดนกัมพูชา จำเป็นต้องหลบหนีระหว่างการโจมตีโดยกองทัพไทย ในช่วงการสู้รบเมื่อปีที่แล้ว โดยมีพลเรือนกว่า 20,000 คนที่ยังคงไม่สามารถกลับบ้านได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ขนาดและผลกระทบทางมนุษยธรรมจากการพลัดถิ่นนี้ สะท้อนให้เห็นในรายงานด้านมนุษยธรรมของยูเอ็น การลงพื้นที่สำรวจของผู้รายงานพิเศษยูเอ็น และการประเมินของภาคประชาสังคม&amp;#8221; นายโสวันน์ กล่าว และยังได้เรียกร้องให้ประเทศไทย ปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 ตามที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ อย่างเต็มที่ มีประสิทธิภาพ และด้วยความสุจริตใจ ในทุกๆส่วน และร่วมมือกัน เพื่อมุ่งไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883587?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทูตไทย-เขมร ประจำยูเอ็น ปะทะคารมเรื่องข้อพิพาทชายแดน ในการประชุมที่เจนีวา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทูตไทย-เขมร ประจำยูเอ็น ปะทะคารมเรื่องข้อพิพาทชายแดน ในการประชุมที่เจนีวา</dc:alternative><dc:abstract>ทูตไทย-เขมร ประจำยูเอ็น ปะทะคารมเรื่องข้อพิพาทชายแดน ในการประชุมที่เจนีวา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T08:07:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T08:07:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/un-th-cm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/un-th-cm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/un-th-cm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/un-th-cm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/un-th-cm2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/un-th-cm2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นักวิทย์ชี้ สิงหาคม ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิพุ่ง ทั้งบนบก-ผิวน้ำทะเล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883239]]></link><pubDate>2026-09-10T13:26:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883239</guid><description>นักวิทย์ชี้ สิงหาคม ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิพุ่ง ทั้งบนบก-ผิวน้ำทะเล บริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัสของสหภาพยุโรป (อียู) ระบุว่า โลกเพิ่งเผชิญกับเดือนที่มีอุณหภูมิร้อนที่สุดร่วมก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;นักวิทย์ชี้ สิงหาคม ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิพุ่ง ทั้งบนบก-ผิวน้ำทะเล&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัสของสหภาพยุโรป (อียู) ระบุว่า โลกเพิ่งเผชิญกับเดือนที่มีอุณหภูมิร้อนที่สุดร่วมกันนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติ โดยเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงขึ้นกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมเกิน 1.5 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเดือนสิงหาคม เกิดสภาพอากาศสุดขั้วและภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศขึ้นทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศน่าจะมีส่วนทำให้เกิดดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันในเนปาลและทิเบตของจีน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนหลายร้อยราย แม้ว่ารายละเอียดเกี่ยวกับความเชื่อมโยงดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการศึกษา ขณะเดียวกัน ไฟป่าเพิ่มขึ้นตั้งแต่อินโดนีเซียไปจนถึงกรีซและเบลเยียม ในขณะที่ฮังการีและโรมาเนียเผชิญภัยแล้งรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุณหภูมิที่สูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม 1.5 องศาเซลเซียสมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากหากวัดเป็นค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาหลายทศวรรษ ถือเป็นระดับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่เกือบ 200 ประเทศให้คำมั่นว่าจะพยายามป้องกันไม่ให้เกิน ภายใต้ความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศปี 2015 เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เดือนสิงหาคมเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 ที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงเกินระดับ 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยอุณหภูมิอากาศเฉลี่ยบริเวณพื้นผิวโลกอยู่ที่ 16.96 องศาเซลเซียส เดือนสิงหาคมจึงมีอุณหภูมิร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ร่วมกับเดือนกรกฎาคม 2023 โดยอุณหภูมิเมื่อเดือนสิงหาคม สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกในศตวรรษที่ 19 ถึง 1.65 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่มนุษย์จะเริ่มเผาไหม้น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซในระดับอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โคเปอร์นิคัสระบุว่า การปล่อยก๊าซจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาแมนธา เบอร์เกส หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ของศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางแห่งยุโรป กล่าวว่า เราได้เห็นผลกระทบอย่างชัดเจนทั่วยุโรปว่าเรายังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ดีเพียงใด ทั้งถนนที่ละลาย รางรถไฟที่บิดงอเนื่องจากความร้อน โรงเรียนที่ต้องปิด และโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยล้นจนเกินขีดความสามารถ รวมถึงไฟป่าที่ทำสถิติสูงสุดสำหรับช่วงเวลานี้ของปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เปลี่ยนจากแนวคิดที่ค่อนข้างเป็นนามธรรม ซึ่งดูเหมือนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสถานที่ห่างไกล มาเป็นปัญหาที่เข้ามารบกวนชีวิตประจำวันของเราโดยตรง” เบอร์เกสระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลดังกล่าวยังยืนยันว่า ยุโรปตะวันตกกำลังผ่านพ้นฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา โดยหลายพื้นที่กำลังประสบปัญหาปริมาณน้ำในแม่น้ำต่ำผิดปกติและความชื้นในดินต่ำผิดปกติ ซึ่งยิ่งเพิ่มความยากลำบากให้กับเกษตรกร หลังจากคลื่นความร้อนรุนแรงหลายระลอกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมได้สร้างทำลายพืชผลทางการเกษตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม โลกยังไม่ได้ละเมิดเป้าหมายอุณหภูมิ 1.5 องศาเซลเซียสตามความตกลงปารีสในทางเทคนิค เนื่องจากเป้าหมายดังกล่าวหมายถึงอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงเวลาหลายทศวรรษ ไม่ใช่การพุ่งขึ้นของอุณหภูมิเป็นการชั่วคราว โดยปัจจุบันระดับอุณหภูมิโลกในระยะยาวเพิ่มขึ้นเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมที่ประมาณ 1.4 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;องค์การสหประชาชาติระบุเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การรักษาเป้าหมายระยะยาวไม่ให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสนั้นไม่สามารถทำได้อีกต่อไป พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ เร่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เร็วขึ้น เพื่อจำกัดอุณหภูมิไม่ให้เพิ่มขึ้นเกินเป้าหมายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฐานข้อมูลของบริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัสมีข้อมูลย้อนหลังไปถึงปี 1940 และมีการตรวจสอบเปรียบเทียบกับบันทึกอุณหภูมิโลกที่ย้อนหลังไปถึงปี 1850&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความร้อนรุนแรงเมื่อเดือนสิงหาคม ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบนบกเท่านั้น มหาสมุทรทั่วโลกในพื้นที่นอกเขตขั้วโลกก็มีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายเดือน นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนมีอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการก่อตัวของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งคาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883239?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นักวิทย์ชี้ สิงหาคม ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิพุ่ง ทั้งบนบก-ผิวน้ำทะเล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นักวิทย์ชี้ สิงหาคม ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิพุ่ง ทั้งบนบก-ผิวน้ำทะเล</dc:alternative><dc:abstract>นักวิทย์ชี้ สิงหาคม ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิพุ่ง ทั้งบนบก-ผิวน้ำทะเล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T06:26:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T06:26:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/skhw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/skhw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/skhw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/skhw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/skhw-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/skhw-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สืบบัลลังก์วุ่น! ยูกันดาตั้ง เจ้าชายผู้ประกาศข่าว เป็นกษัตริย์ราชอาณาจักรโตโรองค์ใหม่ แต่เจอค้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883324]]></link><pubDate>2026-09-10T13:20:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883324</guid><description>สืบบัลลังก์วุ่น! ยูกันดาตั้ง เจ้าชายผู้ประกาศข่าว เป็นกษัตริย์ราชอาณาจักรโตโรองค์ใหม่ แต่เจอค้าน คณะกรรมการสืบทอดตำแหน่งแห่งราชอาณาจักรโบราณของยูกันดาได้ประกาศเลือก เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด รูกิดี คิยานังโกม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สืบบัลลังก์วุ่น! ยูกันดาตั้ง เจ้าชายผู้ประกาศข่าว เป็นกษัตริย์ราชอาณาจักรโตโรองค์ใหม่ แต่เจอค้าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;คณะกรรมการสืบทอดตำแหน่งแห่งราชอาณาจักรโบราณของยูกันดาได้ประกาศเลือก เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด รูกิดี คิยานังโกมา ผู้ประกาศข่าวและบรรณาธิการของสถานีโทรทัศน์ UBC สื่อรัฐบาล ขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่สืบราชบัลลังก์แห่งราชอาณาจักรโตโร หนึ่งในราชอาณาจักรโบราณ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของสาธารณรัฐยูกันดา ประเทศในแอฟริกาตะวันออก ซึ่งเคยเป็นอดีตอาณานิคมของสหราชอาณาจักร หลังการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์โอโย นยิมบา เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยพระชนมายุ 34 พรรษา หลังจากพระองค์ทรงสร้างประวัติศาสตร์เป็นกษัตริย์ที่มีอายุน้อยที่สุดในโลกขณะทรงขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนมายุเพียง 3 พรรษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประกาศเลือกกษัตริย์องค์ใหม่แห่งราชอาณาจักรโตโรมีขึ้นในการแถลงข่าวที่เมืองฟอร์ต พอร์ทัล เมืองหลวงของราชอาณาจักรโตโร ซึ่งการเลือกดังกล่าวขัดแย้งกับคำประกาศของนายคาลวิน อาร์มสตรอง รโวมิอิเร นายกรัฐมนตรีของราชอาณาจักรโตโร ซึ่งกล่าวก่อนหน้านี้ว่ากษัตริย์โอโย นยิมบา ซึ่งมิได้เสกสมรสนั้น ทรงมีพระโอรสหนึ่งพระองค์ผู้ทรงเป็นทายาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากคณะกรรมการสืบทอดตำแหน่งประกาศผลการเลือกกษัตริย์องค์ใหม่แห่งราชอาณาจักรโตโร เจ้าหญิงรูธ โคมุนตาเล พระขนิษฐาเพียงพระองค์เดียวของกษัตริย์โอโย นยิมบา ออกแถลงข่าวว่า พระองค์และพระมารดาปฏิเสธการเลือกเจ้าชายคิยานังโกมาเป็นกษัตริย์องค์ใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พี่ชายของข้าพเจ้าได้ทำพินัยกรรมระบุไว้อย่างชัดเจนว่าผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือพระโอรสของพระองค์” เจ้าหญิงโคมุนตาเลตรัส และว่า พินัยกรรมยังระบุถึงผู้สืบทอดตำแหน่งที่กษัตริย์โอโยทรงประสงค์ หากพระโอรสของพระองค์ไม่สามารถขึ้นครองราชย์ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้กษัตริย์โอโย นยิมบา สิ้นพระชนม์ลงเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ในขณะทรงพำนักรักษาพระอาการประชวรด้วยโรคมะเร็งในประเทศสหรัฐอเมริกา กษัตริย์โอโย นยิมบา ทรงเป็นทูตสันถวไมตรีของสหประชาชาติผู้ทรงรณรงค์ต่อสู้กับเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ หลังจากกลายเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ด้วยอายุน้อยที่สุดในปีค.ศ. 1995 ตามบันทึกของกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พระศพของพระองค์ได้ถูกส่งกลับมายังประเทศยูกันดาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาและขณะนี้กำลังมีการเตรียมการสำหรับพิธีฝังพระศพในวันเสาร์ที่จะถึง ณ สุสานหลวงใกลกับพระราชวังในเมืองฟอร์ท พอร์ทัล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883324?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สืบบัลลังก์วุ่น! ยูกันดาตั้ง เจ้าชายผู้ประกาศข่าว เป็นกษัตริย์ราชอาณาจักรโตโรองค์ใหม่ แต่เจอค้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สืบบัลลังก์วุ่น! ยูกันดาตั้ง เจ้าชายผู้ประกาศข่าว เป็นกษัตริย์ราชอาณาจักรโตโรองค์ใหม่ แต่เจอค้าน</dc:alternative><dc:abstract>สืบบัลลังก์วุ่น! ยูกันดาตั้ง เจ้าชายผู้ประกาศข่าว เป็นกษัตริย์ราชอาณาจักรโตโรองค์ใหม่ แต่เจอค้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T06:22:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T06:22:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26240259254820.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26240259254820-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26240259254820.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26240259254820-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26240259254820-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26240259254820-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T134134Z_1519245467_RC29CNA0P58T_RTRMADP_3_UGANDA-KING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T134134Z_1519245467_RC29CNA0P58T_RTRMADP_3_UGANDA-KING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>462</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>462</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เซเลนสกี ปธน.ยูเครน ระทึก! เครื่องบินโดยสารเกือบถูกโดรนของรัสเซียชน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883094]]></link><pubDate>2026-09-10T12:43:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883094</guid><description>เซเลนสกี ปธน.ยูเครน ระทึก! เครื่องบินโดยสารเกือบถูกโดรนของรัสเซียชน สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์ รายงานว่า โฆษกของรัฐบาลมอลโดวา เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า เครื่องบินที่จะนำประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เซเลนสกี ปธน.ยูเครน ระทึก! เครื่องบินโดยสารเกือบถูกโดรนของรัสเซียชน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์ รายงานว่า โฆษกของรัฐบาลมอลโดวา เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า เครื่องบินที่จะนำประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ออกเดินทางจากประเทศมอลโดวา ไปยังประเทศนอร์เวย์ ต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากทางการมอลโดวา ปิดน่านฟ้า เนื่องจากการแจ้งเตือนเรื่องโดรนรุกรานจากรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทางการมอลโดวา แจ้งเมื่อวันที่ 8 กันยายนว่า มีโดรนรัสเซีย 2 ลำ รุกล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของมอลโดวา โดรนลำหนึ่งได้ตกลงทุ่งนา ทางตอนเหนือของกรุงคีชีเนา เมืองหลวงของมอลโดวา ทำให้เกิดไฟไหม้ และอีกลำหนึ่งได้บินต่อไปยังน่านฟ้าของโรมาเนีย ขณะที่ตำรวจมอลโดวา เปิดเผยว่า โดรนที่ตกในทุ่งดอกทานตะวัน ชานหมู่บ้านในเขตริสคานี เมื่อวันที่ 8 กันยายน ทำให้เกิดไฟไหม้ 4 จุด แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดูมิทรู ซิโอริซี โฆษกรัฐบาลมอลโดวากล่าวว่า มอลโดวา ได้ปิดน่านฟ้าเมื่อบ่ายวันที่ 8 กันยายน เพื่อปกป้องเครื่องบินที่บินอยู่เหนือประเทศในขณะนั้น ทำให้มีเที่ยวบินล่าช้า 3 เที่ยวบิน รวมถึงเที่ยวบินของประธานาธิบดีเซเลนสกีด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางการมอลโดวา ยืนยันว่า โดรนลำดังกล่าวตกและระเบิดห่างจากสนามบินนานาชาติคีซีเนา ราว 100 กิโลเมตร และข้อจำกัดน่านฟ้าได้ถูกยกเลิก ขณะที่เครื่องบินของประธานาธิบดียูเครนออกเดินทางล่าช้ากว่ากำหนด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายมาเอีย ซานดู ประธานาธิบดีแห่งมอลโดวา ประณามการรุกล้ำของโครนว่า &amp;#8220;เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อชีวิตประชาชน และประณามการโจมตีด้วยโดรนของรัสเซีย ที่ด่านชายแดนติดกับยูเครน ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า โดรนที่รุกล้ำน่านฟ้าของมอลโดวา เมื่อวันที่ 8 กันยายน ได้บินเข้าไปในประเทศโรมาเนีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของนาโต ขณะที่เซเลนสกี ได้เดินทางไปยังกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เพื่อร่วมพระราชพิธีศพของกษัตริย์แห่งนอร์เวย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายโจนาส กาห์ร สตอเร นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ เอ็นอาร์เค เมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า เครื่องบินของเซเลนสกี เกือบถูกโดรนชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เครื่องบินของเขาเกือบถูกโดรนชนขณะกำลังจะทะยานออกจากสนามบินมอลโดวา นั่นคือความเป็นจริงที่เขากำลังเผชิญอยู่&amp;#8221; สตอเร กล่าวโดยไม่ได้ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล หรือระยะห่างที่โดรนเข้าใกล้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยูเครน มีพรมแดนติดกับประเทศโรมาเนียและมอลโดวา และนับตั้งแต่รัสเซีย รุกรานอย่างเต็มรูปแบบ ในปี 2022 ทั้งสองประเทศก็มีรายงานเหตุการณ์โดรนโจมตีหลายสิบครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กันยายน มีรายงานว่า โดรนของรัสเซีย ได้โจมตีจุดผ่านแดนระหว่างยูเครนกับมอลโดวา ในภูมิภาคโอเดสซา ทางตอนใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 20 ราย ในการโจมตีด้วยโดรนของรัสเซียที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง ขณะที่มอสโก มุ่งเป้าไปที่เส้นทางการค้าและโลจิสติกส์ เพื่อสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883094?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เซเลนสกี ปธน.ยูเครน ระทึก! เครื่องบินโดยสารเกือบถูกโดรนของรัสเซียชน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เซเลนสกี ปธน.ยูเครน ระทึก! เครื่องบินโดยสารเกือบถูกโดรนของรัสเซียชน</dc:alternative><dc:abstract>เซเลนสกี ปธน.ยูเครน ระทึก! เครื่องบินโดยสารเกือบถูกโดรนของรัสเซียชน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T05:43:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T05:43:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/UKRAINE-CRISIS-CANADA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/UKRAINE-CRISIS-CANADA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/UKRAINE-CRISIS-CANADA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/UKRAINE-CRISIS-CANADA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/UKRAINE-CRISIS-CANADA-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/UKRAINE-CRISIS-CANADA-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T025330Z_178328549_RC22GNABJG05_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-CANADA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T025330Z_178328549_RC22GNABJG05_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-CANADA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>667</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>667</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เผย 1 ในนักบินท้วง ความเร็วสูงเกิน ก่อนเครื่องบิน Amazon ลงจอด ไถลออกนอกรันเวย์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883122]]></link><pubDate>2026-09-10T11:48:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883122</guid><description>เผย 1 ในนักบินท้วง ความเร็วสูงเกิน ก่อนเครื่องบิน Amazon ลงจอด ไถลออกนอกรันเวย์ ข้อมูลของคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติสหรัฐ (NTSB) ระบุว่า นักบินคนหนึ่งของเครื่องบินขนส่งสินค้าของ Amazon P [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เผย 1 ในนักบินท้วง ความเร็วสูงเกิน ก่อนเครื่องบิน Amazon ลงจอด ไถลออกนอกรันเวย์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลของคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติสหรัฐ (NTSB) ระบุว่า นักบินคนหนึ่งของเครื่องบินขนส่งสินค้าของ Amazon Prime ซึ่งประสบเหตุตกที่เมืองไมอามีเมื่อวันที่ 6 กันยายน ได้แสดงความคิดเห็นกับนักบินอีกคนซ้ำๆ เกี่ยวกับความเร็วของเครื่องบินที่สูงเกินไป ในช่วงเวลา 1 นาที 42 วินาทีสุดท้ายที่บันทึกเสียงในห้องนักบินไว้ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NTSB ระบุในรายงานความคืบหน้าการสอบสวนที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 กันยายน ว่า ไม่มีการตอบสนองด้วยวาจาที่ชัดเจนหรือสอดคล้องกันต่อคำทักท้วงเกี่ยวกับความเร็วของเครื่องบินดังกล่าว แต่รายงานไม่ได้ระบุว่านักบินคนใดเป็นผู้กล่าวถ้อยคำดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NTSB ระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนที่เครื่องบินโบอิ้ง 767 จะแตะพื้นและไถลออกนอกทางวิ่ง ระบบยังแจ้งเตือนว่าระดับความสูงต่ำเกินไปหลายครั้ง โดยขณะลงจอด เครื่องบินได้ไถลออกนอกรันเวย์ราว 396 เมตร ก่อนพุ่งชนรถ 2 คน อุบัติเหตุดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บอีก 5 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NTSB ระบุว่า 15 วินาทีก่อนสิ้นสุดการบันทึกเสียง นักบินคนหนึ่งได้สั่งยกเลิกการลงจอด และมีการปรับเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ขึ้นให้สอดคล้องกับแรงขับสำหรับการบินวนขึ้นใหม่ แต่ในอีก 4 วินาทีต่อมา คันเร่งถูกลดลงกลับมาอยู่ในระดับเดินเบา และตามด้วยเสียงคล้ายเครื่องบินวิ่งออกนอกพื้นผิวรันเวย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในวันที่ 8 กันยายน NTSB แจ้งว่า ไม่พบข้อบ่งชี้จากข้อมูลว่า นักบินได้อุปกรณ์ช่วยลดความเร็วบนปีก หรือใช้ระบบย้อนแรงขับของเครื่องยนต์เพื่อช่วยชะลอความเร็วของเครื่องบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สอบสวนของ NTSB ได้ใช้เวลาในวันพุธสัมภาษณ์กัปตันและนักบินผู้ช่วย ก่อนที่จะเปิดเผยรายละเอียดจากเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน โดยมีการเปิดเผยข้อมูลว่า กัปตันเครื่องบินวัย 55 ปี ได้รับใบรับรองคุณสมบัติสำหรับการบินเครื่องบินรุ่น 767 เมื่อเดือนพฤษภาคม และมีชั่วโมงบินสะสม 7,145 ชั่วโมง ขณะที่นักบินผู้ช่วยวัย 37 ปี ได้รับใบรับรองคุณสมบัติสำหรับเครื่องบินรุ่น 767 เมื่อเดือนเมษายน 2025 และมีชั่วโมงบินสะสม 2,655 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883122?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เผย 1 ในนักบินท้วง ความเร็วสูงเกิน ก่อนเครื่องบิน Amazon ลงจอด ไถลออกนอกรันเวย์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เผย 1 ในนักบินท้วง ความเร็วสูงเกิน ก่อนเครื่องบิน Amazon ลงจอด ไถลออกนอกรันเวย์</dc:alternative><dc:abstract>เผย 1 ในนักบินท้วง ความเร็วสูงเกิน ก่อนเครื่องบิน Amazon ลงจอด ไถลออกนอกรันเวย์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T04:48:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T04:48:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ล่อใจ! ทรัมป์ลั่น จ่ายปันผลอเมริกันชน 5,000 ดอลล์ หากรีพับลิกันคุมคองเกรสได้ต่อ ในศึกเลือกตั้งมิดเทอม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883092]]></link><pubDate>2026-09-10T11:45:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883092</guid><description>ล่อใจ! ทรัมป์ลั่น จ่ายปันผลอเมริกันชน 5,000 ดอลล์ หากรีพับลิกันคุมคองเกรสได้ต่อ ในศึกเลือกตั้งมิดเทอม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศในการประชุมใหญ่กลางเทอมครั้งแรกของพรรครีพับลิกัน  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ล่อใจ! ทรัมป์ลั่น จ่ายปันผลอเมริกันชน 5,000 ดอลล์ หากรีพับลิกันคุมคองเกรสได้ต่อ ในศึกเลือกตั้งมิดเทอม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศในการประชุมใหญ่กลางเทอมครั้งแรกของพรรครีพับลิกัน จัดที่เมืองดัลลัส ในรัฐเท็กซัส เมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า เขาจะจ่ายเงินจำนวน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.64 แสนบาท ที่เรียกว่า “เงินปันผลทรัมป์” ให้กับชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ทุกคน หากพรรครีพับลิกันสามารถกุมเสียงข้างมากในทั้งสองสภาของสภาคองเกรสไว้ได้ต่อไปในศึกเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการกล่าวปราศรัยช่วงเวลาไพรม์ไทม์ซึ่งกินเวลานานราว 1 ชั่วโมง 45 นาที ทรัมป์ได้วางตัวเองเป็นศูนย์กลางของเลือกตั้ง แม้ว่าความนิยมของเขาจะลดลงอย่างมากก็ตาม โดยทรัมป์กล่าวโอ้อวดถึงความสำเร็จของตนเองว่าเขาได้ทำ&amp;#8221; 2 ปีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของตำแหน่งประธานาธิบดี&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวอีกว่า หากเราปล่อยให้อนาคตของอเมริกาตกไปอยู่ในมือของพรรคเดโมแครตฝ่ายซ้ายจัด ประเทศของเราจะต้องใช้เวลาอีกนับทศวรรษกว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ แต่ถ้าเลือกพรรครีพับลิกัน เราจะทิ้งโลกทั้งใบไว้เบื้องหลังแบบไม่เห็นฝุ่นไปอีกหลายชั่วรุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยังกล่าวขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจินตนาการว่าชื่อของเขาปรากฎอยู่บนบัตรเลือกตั้ง เป็นการแสดงความเชื่อมั่นว่าชื่อชั้นของตนเองจะสามารถระดมฐานเสียงกลุ่มเดิมของเขาเพื่อช่วยพรรครีพับลิกันให้ชนะเลือกตั้งได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ทรัมป์ยังเสนอแนวคิดในการแจก&amp;#8221;เงินปันผลทรัมป์&amp;#8221; ในความพยายามจูงใจเหล่าโหวตเตอร์ให้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดในทันทีว่าการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไรหรือแผนการดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ขณะที่จำนวนประชากรวัยผู้ใหญ่ในสหรัฐมีอยู่ประมาณ 270 ล้านคน ซึ่งแนวคิดนี้ทำให้จะต้องใช้เงินงบประมาณราว 1.35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อยางไรก็ดียังไม่แน่ชัดว่าการจูงใจหาเสียงดังกล่าวของทรัมป์จะสามารถดึงดูดใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด (swing voters) ซึ่งถือเป็นกลุ่มชี้ชะตาผลการเลือกตั้งได้หรือไม่ โดยผลสำรวจความคิดเห็นเมื่อเร็วๆ นี้ชี้ว่าคนกลุ่มนี้ได้หันหลังให้กับพรรคของทรัมป์ ท่ามกลางความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับค่าครองชีพและประเด็นสงครามกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประชุมใหญ่ประจำปีของพรรครีพับลิกันครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน โดยทรัมป์ยังจะกล่าวปิดการประชุมพรรคในวันพฤหัสบดี(10 ก.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ได้กล่าวปราศรัยแล้วนั้น ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญที่ชะตากรรมของพรรครีพับลิกันถูกนำไปผูกติดอยู่กับทรัมป์เป็นอย่างมาก จนถึงขนาดทำให้ โจ กรูเตอร์ส ประธานคณะกรรมาธิการแห่งชาติของพรรครีพับลิกัน ตั้งฉายาให้งานนี้อย่างไม่เป็นทางการว่า “ทรัมป์ปาปาลูซา” ซึ่งเป็นการล้อเลียนเทศกาลดนตรี โลลาปาลูซา ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883092?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ล่อใจ! ทรัมป์ลั่น จ่ายปันผลอเมริกันชน 5,000 ดอลล์ หากรีพับลิกันคุมคองเกรสได้ต่อ ในศึกเลือกตั้งมิดเทอม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ล่อใจ! ทรัมป์ลั่น จ่ายปันผลอเมริกันชน 5,000 ดอลล์ หากรีพับลิกันคุมคองเกรสได้ต่อ ในศึกเลือกตั้งมิดเทอม</dc:alternative><dc:abstract>ล่อใจ! ทรัมป์ลั่น จ่ายปันผลอเมริกันชน 5,000 ดอลล์ หากรีพับลิกันคุมคองเกรสได้ต่อ ในศึกเลือกตั้งมิดเทอม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T04:45:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T04:45:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T040248Z_1834734920_RC22GNAVYRK6_RTRMADP_3_USA-ELECTION-REPUBLICANS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T040248Z_1834734920_RC22GNAVYRK6_RTRMADP_3_USA-ELECTION-REPUBLICANS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T040248Z_1834734920_RC22GNAVYRK6_RTRMADP_3_USA-ELECTION-REPUBLICANS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T040248Z_1834734920_RC22GNAVYRK6_RTRMADP_3_USA-ELECTION-REPUBLICANS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T040248Z_1834734920_RC22GNAVYRK6_RTRMADP_3_USA-ELECTION-REPUBLICANS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T040248Z_1834734920_RC22GNAVYRK6_RTRMADP_3_USA-ELECTION-REPUBLICANS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เร่งหาสาเหตุ! ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ดับ 5 สูญหายกว่า 80]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5882938]]></link><pubDate>2026-09-10T09:17:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5882938</guid><description>เร่งหาสาเหตุ! ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ดับ 5 สูญหายกว่า 80 หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์เผยเมื่อวันที่ 10 กันยายน ว่า มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และสูญหายมากกว่า 80 คน หลังเกิดเหตุไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ลำหนึ่งบริเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เร่งหาสาเหตุ! ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ดับ 5 สูญหายกว่า 80&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์เผยเมื่อวันที่ 10 กันยายน ว่า มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และสูญหายมากกว่า 80 คน หลังเกิดเหตุไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ลำหนึ่งบริเวณนอกเกาะปาลาวัน ทางตะวันตกของฟิลิปปินส์ เมื่อคืนวันพุธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ระบุว่า สามารถช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือได้ 43 คนเมื่อคืนวันพุธ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้บนเรือเอ็มวี จูน แอสเตอร์ ขณะเรืออยู่ในน่านน้ำนอกเมืองโครอน จังหวัดปาลาวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพที่หน่วยยามฝั่งเผยแพร่แสดงให้เห็นเปลวไฟกำลังลุกไหม้และปกคลุมบางส่วนของเรือ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังนำร่างผู้เสียชีวิตใส่ถุงบรรจุศพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นาวาเอกหญิง โนมี คายาบียาบ โฆษกหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ ให้สัมภาษณ์ทางสถานีวิทยุดีแซดเอ็กซ์แอลว่า บัญชีรายชื่อผู้โดยสารและลูกเรือของเรือระบุว่า มีผู้โดยสารทั้งหมด 117 คน และลูกเรือ 17 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้รอดชีวิตและผู้เสียชีวิตที่มีการรายงาน ทำให้ยังมีผู้สูญหายหรือยังไม่สามารถติดต่อได้มากกว่า 80 คน อย่างไรก็ตาม คายาบียาบระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คายาบียาบกล่าวด้วยว่า เรือเฟอร์รี่ลำดังกล่าวออกเดินทางจากพื้นที่บาเซโก ในกรุงมะนิลา และมีจุดหมายปลายทางที่เมืองโครอนบนเกาะปาลาวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5882938?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เร่งหาสาเหตุ! ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ดับ 5 สูญหายกว่า 80&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เร่งหาสาเหตุ! ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ดับ 5 สูญหายกว่า 80</dc:alternative><dc:abstract>เร่งหาสาเหตุ! ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ดับ 5 สูญหายกว่า 80</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T02:17:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T02:17:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันทะลุ 101 ดอลล์ อิหร่าน-มะกัน ตอบโต้ครั้งใหญ่สุด โจมตีเรือ 15 ลำ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5882896]]></link><pubDate>2026-09-10T08:58:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5882896</guid><description>น้ำมันทะลุ 101 ดอลล์ อิหร่าน-มะกัน ตอบโต้ครั้งใหญ่สุด โจมตีเรือ 15 ลำ อิหร่านระบุเมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า ได้โจมตีเรือ 10 ลำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐจมเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำ นับเป็นการโ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันทะลุ 101 ดอลล์ อิหร่าน-มะกัน ตอบโต้ครั้งใหญ่สุด โจมตีเรือ 15 ลำ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านระบุเมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า ได้โจมตีเรือ 10 ลำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐจมเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำ นับเป็นการโจมตีต่อการเดินเรือครั้งใหญ่ที่สุดจากทั้งสองฝ่ายนับตั้งแต่สงครามที่ดำเนินมานาน 6 เดือนเริ่มต้นขึ้น ขณะที่มีรายงานว่า ลูกเรือบนเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 1รายเสียชีวิต และอีก 1 คนสูญหาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงในตลาดโลก หลังจากที่หนึ่งวันก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 3% ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นมากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ล่าสุดน้ำมันเบรนท์พุ่งไปอยู่ที่ 101.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสของสหรัฐอยู่ที่ 96.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลกระทบที่รุนแรงยิ่งกว่าการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบ คือการพุ่งขึ้นของต้นทุนเชื้อเพลิงที่ผ่านกระบวนการกลั่นจากน้ำมันดิบ โดยราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่เมื่อวันพุธ โดยทะลุ 5.94 ดอลลาร์ต่อแกลลอนแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า อิหร่านกำลังพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าพรรครีพับลิกันของเขา จะยังคงครองเสียงข้างมากในรัฐสภาหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปที่เมืองดัลลัส เพื่อเข้าร่วมการประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสงครามอิหร่านจะยังไม่ปรับตัวลดลงในช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม แต่ราคาน้ำมันจะลดลงทันทีหลังการเลือกตั้งกลางเทอมผ่านไป และอิหร่านจะยอมยุติการสู้รบในที่สุดในช่วงเวลาเดียวกันด้วย เนื่องจากอิหร่านไม่สามารถรับมือกับผลกระทบจากสงครามได้อีกแล้ว พวกเขากำลังพยายามอย่างสิ้นหวังที่จะทำให้มันส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงเริ่มต้นของสงคราม ทรัมป์เคยกล่าวว่าสงครามจะดำเนินอยู่เพียงเวลาไม่กี่สัปดาห์ ทว่า ความขัดแย้งได้เข้าสู่เดือนที่ 7 ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวของการขนส่งน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของปริมาณน้ำมันปิโตรเลียมทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลรีพับลิกันเผชิญกับแรงกดดันในการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันเบนซินที่สูงขึ้น โดยสมาชิกบางส่วนได้ออกมาแสดงความกังวลว่า ปัญหาสงครามมีแนวโน้มที่จะเป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านยังบอกด้วยว่า ได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีโจมตีฐานทัพทหารสหรัฐในจอร์แดน ขณะที่จอร์แดนระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธได้ 18 ลูก ส่วนอีก 2 ลูกตกลงในพื้นที่ไม่มีผู้คนอาศัยและไม่ก่อให้เกิดอันตราย เจ้าหน้าที่สหรัฐยืนยันว่า ทหารอเมริกันทุกนายปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เตือนว่าจะยกระดับการตอบโต้ให้รุนแรงขึ้น หากมีการโจมตีอิหร่านเพิ่ม และยังบอกด้วยว่า อิหร่านจะเผยแพร่แผนที่พื้นที่ต้องห้ามทางทะเลแห่งใหม่ ซึ่งจะมีขนาดใหญ่ขึ้นในเร็วๆ นี้ ซึ่งขยายไปไกลถึงเมืองชาบาฮาร์ บนชายฝั่งของอิหร่านใกล้กับปากีสถาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ที่ปรึกษาระดับสูงของทำเนียบขาวหลายคน รวมถึงรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ และรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โค รูบิโอ ได้เตือนทรัมป์เป็นการภายในว่า ความขัดแย้งอาจยืดเยื้อไปตลอดช่วงเวลาที่เหลือของวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมกราคม 2029&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา การสู้รบระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีในเยเมนก็ทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน ซึ่งถือเป็นสมรภูมิอีกแห่งหนึ่งของสงครามที่กำลังคุกคามแหล่งพลังงานของโลกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐระบุว่า ได้ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำในช่วงข้ามคืน พร้อมเผยแพร่ภาพวิดีโอที่แสดงให้เห็นเรือเหล่านั้นถูกไฟไหม้ก่อนจมลงใต้ทะเล กองบัญชาการกลางของสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้ที่ IRGC โจมตีเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐด้วยขีปนาวุธนำวิถีถึง 2 ครั้ง พร้อมยืนยันว่าไม่มีชาวอเมริกันได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศนโยบายใหม่ในการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน เพื่อเป็นการตอบโต้การยิงโจมตีที่เป็นภัยคุกคามต่อเรือรบของสหรัฐ และระบุว่า จนถึงขณะนี้ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านไปแล้ว 10 ลำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการเยือนโคลอมเบียว่า อิหร่านยังคงพยายามโจมตีเรือรบของสหรัฐ และทุกครั้งที่พวกเขาทำเช่นนั้นหรือพยายามทำเช่นนั้น พวกเขาจะต้องสูญเสียเรือบรรทุกน้ำมัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านอิหร่านระบุว่า ได้ยิงโจมตีเรือสหรัฐ 2 ลำ และเรือบรรทุกน้ำมันอีก 8 ลำ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐเคยแสดงความมั่นใจว่า พวกเขาประสบความสำเร็จมากขึ้นในการนำทางเรือบรรทุกน้ำมันให้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนสงครามจะเริ่มขึ้นเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็นประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณน้ำมันที่โลกใช้ อย่างไรก็ตาม ความพยายามที่จะค่อยๆ เปิดเส้นทางเดินเรือกลับมาให้เป็นปกติดูเหมือนจะประสบความล้มเหลว หลังการสู้รบกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งในเดือนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เคลาดิโอ กาลิมเบอร์ตี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทที่ปรึกษาริสตัด เอ็นเนอร์จี กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียงประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับสูงสุดประมาณ 8–9 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงสัปดาห์ก่อนที่การสู้รบจะกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5882896?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันทะลุ 101 ดอลล์ อิหร่าน-มะกัน ตอบโต้ครั้งใหญ่สุด โจมตีเรือ 15 ลำ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันทะลุ 101 ดอลล์ อิหร่าน-มะกัน ตอบโต้ครั้งใหญ่สุด โจมตีเรือ 15 ลำ</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันทะลุ 101 ดอลล์ อิหร่าน-มะกัน ตอบโต้ครั้งใหญ่สุด โจมตีเรือ 15 ลำ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T01:58:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T01:58:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iu.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iu-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iu.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iu-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iu-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iu-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เคาะ 15 ก.ย. ประชุมคณะประนอม UNCLOS ครั้งแรก &#8216;สีหศักดิ์&#8217; เตรียมนำทีมหารือที่สิงคโปร์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5882749]]></link><pubDate>2026-09-09T22:02:06+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5882749</guid><description>เคาะ 15 ก.ย. ประชุมคณะประนอม UNCLOS ครั้งแรก &amp;#8216;สีหศักดิ์&amp;#8217; เตรียมนำทีมหารือที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าตามที่ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (Permanent Co [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เคาะ 15 ก.ย. ประชุมคณะประนอม UNCLOS ครั้งแรก &amp;#8216;สีหศักดิ์&amp;#8217; เตรียมนำทีมหารือที่สิงคโปร์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 กันยายน กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าตามที่ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (Permanent Court of Arbitration : PCA) ได้ออกแถลงข่าวเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 เกี่ยวกับการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอม (Conciliation Commission) ในกระบวนการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea : UNCLOS) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569 ณ สิงคโปร์ นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศไทยได้มีการเตรียมการและมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้อย่างเต็มที่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยคณะผู้แทนฝ่ายไทยจะนำโดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะตัวแทน (Agent) และเอกอัครราชทูตทรงชัย ชัยปฏิยุทธ ในฐานะรองตัวแทน (Deputy Agent) พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ได้แก่ กรมอุทกศาสตร์ และกรมยุทธการทหารเรือ กองทัพเรือ และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการประชุมครั้งแรก ได้กำหนดให้มีการถ่ายทอดสดการกล่าวถ้อยแถลงเปิดการประชุมของทั้งสองฝ่าย ในวันที่ 15 กันยายน 2569 ซึ่งจะเป็นโอกาสให้สาธารณชนได้รับทราบจุดยืนและแนวทางของแต่ละฝ่ายต่อกระบวนการประนอม นอกจากนี้ ที่ประชุมจะพิจารณารับรองข้อบังคับกระบวนการ (Rules of Procedure) ซึ่งจะกำหนดหลักเกณฑ์และกรอบการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการประนอม รวมทั้งแนวทางสำหรับการประชุมและการดำเนินกระบวนการในระยะต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฐานะรัฐภาคี UNCLOS ประเทศไทยพร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการประนอมอย่างเต็มที่ โดยกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อปกป้องและรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อนึ่ง คาดว่ากระบวนการประนอมดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 12 เดือน หลังจากนั้น คณะกรรมาธิการประนอมจะจัดทำรายงาน รวมถึงข้อสรุปและข้อเสนอแนะ ซึ่งไม่มีผลผูกพันคู่กรณีทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5882749?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เคาะ 15 ก.ย. ประชุมคณะประนอม UNCLOS ครั้งแรก &amp;#8216;สีหศักดิ์&amp;#8217; เตรียมนำทีมหารือที่สิงคโปร์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เคาะ 15 ก.ย. ประชุมคณะประนอม UNCLOS ครั้งแรก ‘สีหศักดิ์’ เตรียมนำทีมหารือที่สิงคโปร์</dc:alternative><dc:abstract>เคาะ 15 ก.ย. ประชุมคณะประนอม UNCLOS ครั้งแรก ‘สีหศักดิ์’ เตรียมนำทีมหารือที่สิงคโปร์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T02:26:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T02:26:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/6262461.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/6262461-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/6262461.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/6262461-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/626461.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/626461-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แฮร์รี-เมแกน ประหลาดใจ จดหมายแจ้งสถานะ คิงชาร์ลส์ อ้างไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5881792]]></link><pubDate>2026-09-09T11:56:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5881792</guid><description>แฮร์รี-เมแกน ประหลาดใจ จดหมายแจ้งสถานะ คิงชาร์ลส์ อ้างไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า บีบีซีรายงานโดยอ้างโฆษกของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ ที่กล่าวว่า ทั้งสองพระองค์รู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;แฮร์รี-เมแกน ประหลาดใจ จดหมายแจ้งสถานะ คิงชาร์ลส์ อ้างไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานโดยอ้างโฆษกของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ ที่กล่าวว่า ทั้งสองพระองค์รู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นจดหมายที่ส่งในพระนามของกษัตริย์ชาร์ลส์ ซึ่งชี้แจงว่าเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนยังคงมีสถานะเป็นสมาชิกพระราชวงศ์ที่ไม่ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกกล่าวว่า ทั้งสองพระองค์ซึ่งเพิ่งย้ายกลับมาอยู่ในสหราชอาณาจักร รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่ไม่ได้รับแจ้งเรื่องนี้ล่วงหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในราชสำนักระบุว่า เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนได้รับทราบเรื่องจดหมายดังกล่าว ซึ่งส่งออกไปเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 7 กันยายน ก่อนที่จะมีการเผยแพร่ต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เป็นที่เข้าใจกันว่า คณะกรรมการด้านความปลอดภัยซึ่งมีผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทยของอังกฤษรวมอยู่ด้วย จะประชุมกันในสัปดาห์นี้ เพื่อพิจารณาระดับการรักษาความปลอดภัยที่ใช้งบประมาณจากผู้เสียภาษี ซึ่งควรจัดให้แก่ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ ซึ่งปัจจุบันพำนักอยู่ในสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะกรรมการบริหารด้านความปลอดภัยสำหรับสมาชิกราชวงศ์และบุคคลสำคัญ (Ravec) เป็นผู้ตัดสินใจเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับสมาชิกราชวงศ์และบุคคลสาธารณะ ขณะที่ก่อนหน้านี้เจ้าชายแฮร์รีเคยร้องเรียนว่า พระองค์ไม่ได้รับการคุ้มครองจากตำรวจอย่างเพียงพอในสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงมหาดไทยอังกฤษไม่ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับกระบวนการตัดสินใจดังกล่าว และมีแนวโน้มว่าจะไม่เปิดเผยผลการประชุมด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า ระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อคุ้มครองบุคคลของรัฐบาลสหราชอาณาจักรมีความเข้มงวดและเหมาะสมกับระดับความเสี่ยง นโยบายที่เราดำเนินมาเป็นเวลานานคือจะไม่เปิดเผยข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับมาตรการเหล่านี้ เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอาจกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบและส่งผลต่อความปลอดภัยของบุคคล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับประเด็นที่เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน “ประหลาดใจ” กับสารจากกษัตริย์ชาร์ลส์เมื่อวันจันทร์นั้น เป็นที่เข้าใจกันว่า คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนถึงระยะเวลาอันจำกัดที่ทั้งสองพระองค์ได้รับเพื่อพิจารณาและตอบกลับจดหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เชื่อกันว่า ทั้งคู่ได้เห็นจดหมายดังกล่าวเพียงประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จดหมายจะถูกส่งต่อให้สื่อมวลชนเผยแพร่ โดยขณะที่ทีมงานของเจ้าชายแฮร์รีติดต่อพระองค์ได้ ก็จดหมายดังกล่าวใกล้จะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จดหมายที่ส่งในพระนามของกษัตริย์ชาร์ลส์ได้ระบุอย่างชัดเจนถึงสถานะของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนในฐานะสมาชิกพระราชวงศ์ที่ไม่ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ หลังจากทั้งสองพระองค์ย้ายกลับจากรัฐแคลิฟอร์เนียมายังสหราชอาณาจักรพร้อมพระโอรสและพระธิดา คือเจ้าชายอาร์ชีและเจ้าหญิงลิลิเบต เมื่อเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จดหมายซึ่งลอร์ดแชมเบอร์เลน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพระราชวัง เป็นผู้ส่งในพระนามของกษัตริย์ชาร์ลส์ระบุว่า ทั้งสองพระองค์จะยังไม่สามารถใช้พระอิสริยยศ “His Royal Highness” และ “Her Royal Highness” (HRH) และยังคงมีสถานะเป็น “พลเมืองทั่วไป”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จดหมายฉบับนี้ทำให้เกิดความชัดเจนว่า การเข้าร่วมกิจกรรมหรือภารกิจใด ๆ ของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์จะดำเนินการในฐานะส่วนพระองค์ และทั้งสองพระองค์จะไม่ได้ทรงปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตัวแทนราชวงศ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรื่องดังกล่าวเป็นเสมือนการส่งสัญญาณเตือนเพื่อวางกรอบอย่างชัดเจนว่า การเยือนใด ๆ ของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนไม่ควรถูกปฏิบัติหรือจัดให้เป็นพระกรณียกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5881792?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แฮร์รี-เมแกน ประหลาดใจ จดหมายแจ้งสถานะ คิงชาร์ลส์ อ้างไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แฮร์รี-เมแกน ประหลาดใจ จดหมายแจ้งสถานะ คิงชาร์ลส์ อ้างไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า</dc:alternative><dc:abstract>แฮร์รี-เมแกน ประหลาดใจ จดหมายแจ้งสถานะ คิงชาร์ลส์ อ้างไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้า</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-09T04:56:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-09T04:56:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hmg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hmg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hmg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hmg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hmg-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hmg-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ระอุ! มะกันห้ามนำเข้า แอลกอฮอล์-มอเตอร์ไซค์-ผลิตภัณฑ์นม จากแคนาดา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5881616]]></link><pubDate>2026-09-09T10:10:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5881616</guid><description>ระอุ! มะกันห้ามนำเข้า แอลกอฮอล์-มอเตอร์ไซค์-ผลิตภัณฑ์นม จากแคนาดา สงครามการค้าที่ตึงเครียดอยู่แล้วระหว่างสหรัฐและแคนาดาทวีความรุนแรงขึ้นอีกระลอก หลังสหรัฐสั่งห้ามนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รถจักรยานยน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ระอุ! มะกันห้ามนำเข้า แอลกอฮอล์-มอเตอร์ไซค์-ผลิตภัณฑ์นม จากแคนาดา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สงครามการค้าที่ตึงเครียดอยู่แล้วระหว่างสหรัฐและแคนาดาทวีความรุนแรงขึ้นอีกระลอก หลังสหรัฐสั่งห้ามนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รถจักรยานยนต์ และผลิตภัณฑ์นมจากแคนาดาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการห้ามนำเข้าชุดใหม่ดังกล่าวของสหรัฐ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 29 กันยายน ถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ของทำเนียบขาว มีขึ้นหลังจากมาตรการภาษีตอบโต้ของแคนาดาต่อสินค้าสหรัฐมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ เริ่มมีผลหลังเที่ยงคืนเข้าสู่วันอังคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ทาง YouTube หลังมาตรการภาษีมีผลบังคับใช้ว่า เรามีทุกสิ่งที่จำเป็นในการปรับทิศทางและสร้างความเจริญรุ่งเรือง การปรับทิศทางดังกล่าวย่อมมีต้นทุนที่ต้องจ่าย การลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งย่อมมีราคาที่ต้องแลกเสมอ แต่ต้นทุนเหล่านั้นก็ยังเทียบไม่ได้เลยกับความเสียหายจากการนิ่งเฉยไม่ทำอะไรเลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามประกาศที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ทำเนียบขาว มาตรการห้ามนำเข้าของสหรัฐ ดูเหมือนจะครอบคลุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกือบทุกประเภท รวมถึงเบียร์ ไวน์ชนิดต่างๆ วิสกี้ เบอร์เบิน รัม วอดก้า เวอร์มุต เตกีลา เมซคัล และบรั่นดี นอกจากนี้ยังมีการห้ามนำเข้าผลิตภัณฑ์นมครอบคลุมถึงเวย์โปรตีน กากน้ำตาลอินเวิร์ต กากน้ำตาลจากอ้อย และเบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกเหนือจากมาตรการห้ามนำเข้าแล้ว ผลิตภัณฑ์ชีสหลายชนิดยังถูกเพิ่มเข้าไปในบัญชีสินค้าที่ต้องเสียภาษี 50% แต่ไม่ได้ถูกสั่งห้ามนำเข้าโดยสิ้นเชิง ขณะที่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น กระดาษ อะลูมิเนียม ไม้ เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ให้แสงสว่าง และสินค้าอื่น ๆ ก็ถูกเพิ่มเข้าไปในบัญชีดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งระบุว่า คำขู่เดิมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์จากแคนาดาจาก 25% เป็น 50% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ยังคงมีผลอยู่ โดยเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ได้หารือกับโดมินิก เลอบลอง รัฐมนตรีแคนาดาผู้รับผิดชอบด้านการค้าทวิภาคีกับสหรัฐ ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา และคาดว่าทั้งสองจะหารือกันอีกครั้งในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อพิจารณาว่าทั้งสองประเทศยังมีแนวทางอื่นในการแก้ไขปัญหาหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่แคนาดาระบุว่า มาตรการตอบโต้ของแคนาดาที่มีผลบังคับใช้หลังเที่ยงคืนวันอังคาร ซึ่งเป็นเหตุให้สหรัฐประกาศมาตรการตอบโต้กลับ มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองต่อรัฐบาลสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการภาษีตอบโต้ดังกล่าวครอบคลุมสินค้าสหรัฐมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเรียกเก็บภาษีในอัตราระหว่าง 15% ถึง 50% กับสินค้าหลากหลายประเภท ตั้งแต่เหล็กและเฟอร์นิเจอร์ไปจนถึงเสื้อผ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจในรัฐต่าง ๆ ของสหรัฐที่มีการแข่งขันทางเศรษฐกิจสูง เช่น มิชิแกนและโอไฮโอ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กาเบรียล บรูเนต์ โฆษกของเลอบลอง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่แคนาดาและสหรัฐยังคงหารือกันอย่างต่อเนื่องในประเด็นต่าง ๆ แม้ว่าจะยังไม่มีการเจรจาการค้าอย่างเป็นทางการในขณะนี้ก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้มาตรการภาษีใหม่จะครอบคลุมมูลค่าการส่งออกเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่าการค้ารวมระหว่างสหรัฐกับแคนาดา แต่นักวิเคราะห์บางรายกังวลว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้ออาจบั่นทอนข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ เม็กซิโก และแคนาดา (USMCA) ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่เข้ามาแทนที่ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) โดยข้อตกลงดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญของการค้าทั่วอเมริกาเหนือมานานหลายทศวรรษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไมเคิล ฮาร์วีย์ ผู้อำนวยการบริหารของ Canadian Agri-Food Trade Alliance และสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษาของคาร์นีย์ด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคีกับสหรัฐ กล่าวว่า สิ่งที่เรากังวลคือการยกระดับมาตรการตอบโต้ที่หมุนวนบานปลายขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในขณะเดียวกันเราก็เข้าใจดีว่านายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องหาจุดที่สามารถใช้สร้างอำนาจต่อรองกับอีกฝ่ายได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันอังคาร หลายชั่วโมงก่อนที่สหรัฐจะประกาศมาตรการห้ามนำเข้าล่าสุด ทรัมป์ได้สั่งการให้สำนักงานบริการทั่วไปของสหรัฐ (GSA) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐที่รับผิดชอบจัดหาบริการต่าง ๆ ให้แก่รัฐบาลกลาง ประสานงานกับผู้แทนการค้าสหรัฐ และนำสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดจากแคนาดาออกจากบัญชี Multiple Award Schedules ของ GSA ซึ่งเป็นระบบจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลกลางสหรัฐ เว้นแต่แคนาดาจะกลับมาให้ความเท่าเทียมอย่างเต็มที่และเป็นธรรมแก่เกษตรกรและบริษัทของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจากรัฐบาลแคนาดาและสหรัฐระบุว่า ในปีนี้แคนาดาส่งออกสินค้าประมาณ 68% ของการส่งออกทั้งหมดไปยังสหรัฐ โดยในจำนวนดังกล่าวประมาณ 80% เป็นสินค้าที่เคลื่อนย้ายโดยไม่ต้องเสียภาษี เนื่องจากได้รับการยกเว้นภายใต้ข้อตกลง USMCA ทั้งนี้ การคุ้มครองภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวช่วยให้เศรษฐกิจภายในประเทศของแคนาดามีความสามารถในการรับมือกับผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ภาษีที่สหรัฐเรียกเก็บต่อแคนาดาเมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งอาศัยอำนาจตามกฎหมายของสหรัฐที่มีมาตั้งแต่ยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ไม่เปิดช่องให้รัฐบาลแคนาดาใช้สิทธิยกเว้นภาษีภายใต้ USMCA ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของ USMCA ได้เพิ่มความไม่แน่นอนต่อการลงทุนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่แคนาดากำลังทำสงครามการค้ากับเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่กว่าประเทศถึง 13 เท่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระนั้นก็ดี ผลสำรวจความคิดเห็นยังแสดงว่า คาร์นีย์ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากชาวแคนาดา แต่บรรดานักวิเคราะห์การเมืองระบุว่า การสนับสนุนดังกล่าวอาจหายไปภายในไม่กี่เดือน เมื่อชาวแคนาดาเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าอย่างชัดเจนมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลสำรวจความคิดเห็นฉบับใหม่ของ Angus Reid ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคารพบว่า คะแนนความเห็นชอบต่อการทำงานของคาร์นีย์เพิ่มขึ้น 11 จุด มาอยู่ที่ 62% จากผลสำรวจเมื่อเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos พบว่า ชาวอเมริกันเพียง 20% เท่านั้นที่เห็นด้วยกับการเรียกเก็บภาษีของทรัมป์ต่อสินค้าจากแคนาดา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5881616?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ระอุ! มะกันห้ามนำเข้า แอลกอฮอล์-มอเตอร์ไซค์-ผลิตภัณฑ์นม จากแคนาดา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ระอุ! มะกันห้ามนำเข้า แอลกอฮอล์-มอเตอร์ไซค์-ผลิตภัณฑ์นม จากแคนาดา</dc:alternative><dc:abstract>ระอุ! มะกันห้ามนำเข้า แอลกอฮอล์-มอเตอร์ไซค์-ผลิตภัณฑ์นม จากแคนาดา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-09T03:10:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-09T03:10:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ctt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ctt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ctt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ctt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ctt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ctt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปัญหาระบบควบคุมทางอากาศ ทำสนามบินอังกฤษป่วน ยกเลิก-ล่าช้า หลายร้อยเที่ยวบิน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5881488]]></link><pubDate>2026-09-09T09:01:23+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5881488</guid><description>ปัญหาระบบควบคุมทางอากาศ ทำสนามบินอังกฤษป่วน ยกเลิก-ล่าช้า หลายร้อยเที่ยวบิน เที่ยวบินที่สนามบินสำคัญหลายแห่งของอังกฤษได้รับผลกระทบเมื่อวันที่ 8 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่น จากปัญหาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นกับ  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ปัญหาระบบควบคุมทางอากาศ ทำสนามบินอังกฤษป่วน ยกเลิก-ล่าช้า หลายร้อยเที่ยวบิน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เที่ยวบินที่สนามบินสำคัญหลายแห่งของอังกฤษได้รับผลกระทบเมื่อวันที่ 8 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่น จากปัญหาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นกับ NATS ผู้ให้บริการระบบควบคุมการจราจรทางอากาศของอังกฤษ ซึ่งถือเป็นเหตุขัดข้องล่าสุดในชุดเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดคำถามขึ้นอีกครั้งเกี่ยวกับความมั่นคงและประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินของอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัญหาของระบบดังกล่าวทำให้ต้องมีการยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวและยังทำให้เที่ยวบินอีกหลายร้อยเที่ยวเกิดความล่าช้า ทำให้เกิดการตั้งคำถามต่อ NATS อีกครั้ง หลังจากเมื่อ 3 ปีก่อน เกิดความขัดข้องของระบบประมวลผลแผนการบิน ซึ่งสร้างความปั่นป่วนในวงกว้างยิ่งกว่าครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะที่ผู้โดยสารจำนวนมากต้องรอข้อมูลและคำชี้แจงภายในอาคารผู้โดยสารของสนามบินทั่วประเทศเมื่อวันอังคาร บรรดาสายการบินต่างตั้งคำถามว่าระบบควบคุมการจราจรทางอากาศของอังกฤษยังมีประสิทธิภาพมากพอต่อการใช้งานหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NATS ระบุเมื่อเวลา 19.34 น. ว่า ปัญหาซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบประมวลผลข้อมูลเที่ยวบินได้รับการแก้ไขแล้ว โดยก่อนหน้านี้ NATS ยืนยันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“การกู้คืนระบบจากปัญหาที่เกิดขึ้นในวันนี้ใช้เวลานานกว่าที่เราคาดหวังไว้ ขณะนี้ปัญหาของระบบได้รับการแก้ไขแล้ว เรากลับมาปฏิบัติงานตามปกติ และกำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อจัดการกับเที่ยวบินที่คั่งค้าง” NATS ระบุผ่าน X&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมา NATS ได้เผยแพร่ข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน X ว่า การกู้คืนระบบและนำการให้บริการกลับเข้าสู่ภาวะปกติจะต้องใช้เวลา พร้อมระบุว่า กระบวนการกู้คืนระบบมีความซับซ้อนอย่างมาก และก่อให้เกิดความยุ่งยากลำบากต่อเครือข่ายการบินโดยรวม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาร์ติน โรล์ฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NATS ให้สัมภาษณ์กับ Sky News ว่า NATS ยังสอบสวนเหตุการณ์ไม่เสร็จสมบูรณ์ครบถ้วน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาทางเทคนิคที่ทำให้เกิดความขัดข้องครั้งนี้ ขณะนี้เรายังไม่ทราบอย่างแน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้เที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวล่าช้าและอีกจำนวนมากถูกยกเลิก โดยมีเที่ยวบินเกือบ 1,000 เที่ยวได้รับผลกระทบในวันอังคาร รวมถึงเที่ยวบินที่เดินทางเข้าและออกจากสนามบินฮีทโธรว์ ซึ่งเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สนามบินฮีทโธรว์ระบุเมื่อเวลา 21.19 น. ว่า เที่ยวบินขาเข้าทั้งหมดจะถูกระงับตลอดช่วงเวลาที่เหลือของวันอังคาร ขณะที่เที่ยวบินขาออกกลับมาให้บริการแล้ว อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลกระทบจากเหตุขัดข้องจะยังคงดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจาก FlightAware แพลตฟอร์มติดตามเที่ยวบิน ระบุว่า เมื่อเวลา 16.18 น. ตามเวลาประเทศอังกฤษ มีเที่ยวบินขาออกประมาณ 490 เที่ยวที่ล่าช้าที่สนามบิน 6 แห่ง ได้แก่ ฮีทโธรว์ แกตวิค ลอนดอนซิตี ลูตัน เอดินบะระ และบริสตอล ขณะเดียวกันเที่ยวบินขาเข้าอีกประมาณ 525 เที่ยวที่สนามบินทั้ง 6 แห่งถูกยกเลิกหรือล่าช้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่สนามบินฮีทโธรว์ เที่ยวบินขาเข้า 38 เที่ยวจากทั้งหมด 661 เที่ยวที่มีกำหนดให้บริการถูกยกเลิกหรือไม่สามารถให้บริการได้ ตามข้อมูลของ Cirium บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการบิน ขณะที่ British Airways ซึ่งเป็นสายการบินที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ณ สนามบินแห่งนี้ ได้ยกเลิกเที่ยวบินขาออก 16 เที่ยวจากทั้งหมด 333 เที่ยวที่มีกำหนดให้บริการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;British Airways ระบุในแถลงการณ์ว่า “ความรุนแรงของปัญหานี้หมายความว่าจะเกิดผลกระทบต่อเนื่องอย่างมีนัยสำคัญต่อลูกค้าและพนักงาน”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระบบควบคุมการจราจรทางอากาศจึงต้องอาศัยการประสานงานอย่างแม่นยำและรัดกุม เนื่องจากน่านฟ้าของยุโรปมีเที่ยวบินหนาแน่นอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จอห์น สตริกแลนด์ นักวิเคราะห์ด้านการบิน กล่าวว่า ผลกระทบจากการหยุดชะงักแม้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็อาจรุนแรงได้ เนื่องจากความล่าช้าจะลุกลามและส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังเที่ยวบินอื่นๆ อย่างรวดเร็ว ภายในเครือข่ายการบินของสายการบินที่มีตารางบินเชื่อมโยงกันอย่างแน่นหนา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สตริกแลนด์กล่าวว่า การหยุดชะงักเป็นเวลาสองสามชั่วโมง เมื่อมองเพียงผิวเผินอาจฟังดูเป็นช่วงเวลาที่ไม่ยาวนาน แต่ผลกระทบนั้นมหาศาล เมื่อสนามบินจำนวนมากทั่วอังกฤษได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Ryanair ระบุว่า ผู้โดยสารของสายการบินประมาณ 150,000 คนได้รับผลกระทบจากเที่ยวบินล่าช้านานถึง 8 ชั่วโมง และสายการบินได้ยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 200 เที่ยว พร้อมเรียกร้องให้มาร์ติน โรล์ฟ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NATS ลาออก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นีล แมคมาฮอน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Ryanair กล่าวว่า ผู้โดยสารจะต้องเผชิญกับความล้มเหลวอีกกี่ครั้ง ก่อนที่มาร์ติน โรล์ฟ ซีอีโอ NATS ที่ได้รับค่าตอบแทนสูงเกินควรจากการบริหารงานที่ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะยอมรับผิดชอบและลาออก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NATS ยังไม่ได้ตอบคำขอความเห็นเกี่ยวกับถ้อยแถลงของแมคมาฮอนในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน Wizz Air ก็เรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบควบคุมการจราจรทางอากาศอย่างเร่งด่วน โดยระบุว่า สายการบิน ผู้โดยสาร และสนามบินไม่ควรต้องเป็นฝ่ายแบกรับผลกระทบจากความล้มเหลวของระบบที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Wizz Air ระบุว่า ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญระดับประเทศไม่ควรทำให้ระบบการบินทั้งหมดหยุดชะงักซ้ำแล้วซ้ำเล่า NATS ในรูปแบบปัจจุบันไม่เหมาะสมอย่างชัดเจนที่จะทำหน้าที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานการบินพลเรือน (CAA) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบินของอังกฤษ ระบุว่า คาดหวังให้ NATS จัดส่งรายงานฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคาร จากนั้น CAA จะพิจารณาว่าจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อสร้างหลักประกันว่าระบบควบคุมการจราจรทางอากาศของอังกฤษมีความน่าเชื่อถือและสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในปี 2024 CAA ระบุว่า NATS จำเป็นต้องทบทวนแผนสำรองรองเพื่อรับมือกับเหตุระบบขัดข้อง หลังจากระบบประมวลผลแผนการบินอัตโนมัติเกิดขัดข้องเมื่อปีก่อนหน้า ส่งผลให้เกิดความโกลาหลตามสนามบินต่างๆ ทั่วอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้บริหารสายการบินระบุว่า เหตุขัดข้องครั้งดังกล่าวทำให้สายการบินต่างๆ ต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายมากกว่า 100 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,450 ล้านบาท ไปกับค่าชดเชยและการคืนเงินให้แก่ผู้โดยสาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ปัญหาทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับระบบเรดาร์ในระบบควบคุมการจราจรทางอากาศของอังกฤษ ทำให้เที่ยวบินที่สนามบินสำคัญหลายแห่งในกรุงลอนดอนและพื้นที่อื่นๆ รวมถึงสนามบินฮีทโธรว์ ต้องหยุดชะงักนานกว่า 4 ชั่วโมงอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5881488?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปัญหาระบบควบคุมทางอากาศ ทำสนามบินอังกฤษป่วน ยกเลิก-ล่าช้า หลายร้อยเที่ยวบิน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปัญหาระบบควบคุมทางอากาศ ทำสนามบินอังกฤษป่วน ยกเลิก-ล่าช้า หลายร้อยเที่ยวบิน</dc:alternative><dc:abstract>ปัญหาระบบควบคุมทางอากาศ ทำสนามบินอังกฤษป่วน ยกเลิก-ล่าช้า หลายร้อยเที่ยวบิน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-09T02:01:23+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-09T02:01:23+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/auk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/auk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/auk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/auk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/auk-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/auk-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หนุ่มน้อย! เจ้าชายจอร์จ ตามรอยพระบิดา เข้าเรียนที่ วิทยาลัยอีตัน รร.ดังชั้นนำอายุกว่า 600 ปีแล้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5881202]]></link><pubDate>2026-09-08T18:51:23+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5881202</guid><description>หนุ่มน้อย! เจ้าชายจอร์จ ตามรอยพระบิดา เข้าเรียนที่ วิทยาลัยอีตัน รร.ดังชั้นนำอายุกว่า 600 ปีแล้ว เจ้าชายจอร์จ พระโอรสองค์โตพระชันษา 13 ปี ของเจ้าชายวิลเลียม และ แคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ พระชายา ทรงเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;หนุ่มน้อย! เจ้าชายจอร์จ ตามรอยพระบิดา เข้าเรียนที่ วิทยาลัยอีตัน รร.ดังชั้นนำอายุกว่า 600 ปีแล้ว&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าชายจอร์จ พระโอรสองค์โตพระชันษา 13 ปี ของเจ้าชายวิลเลียม และ แคเธอรีน เจ้าหญิงแห่งเวลส์ พระชายา ทรงเริ่มเข้าเรียนที่วิทยาลัยอีตัน โรงเรียนมัธยมชายล้วนชื่อดังเก่าแก่ของอังกฤษที่มีอายุมากกว่า 600 ปีแล้วในวันอังคาร(8 ก.ย.)นี้ ในการดำเนินตามรอยเจ้าชายวิลเลียม พระบิดาและรัชทายาทลำดับที่ 1 ในการสืบบัลลังก์เป็นกษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักรในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าชายจอร์จ ผู้ทรงเป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 กษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร เสด็จมาพร้อมกับพระบิดาและพระมารดา ถึงโรงเรียนอีตัน โดยในภาพวิดีโอแสดงให้เห็นว่าทั้ง 3 พระองค์ทรงยิ้มแย้มและดูผ่อนคลายขณะได้รับการต้อนรับจาก ไซมอน เฮนเดอร์สัน ครูใหญ่ของอีตัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งเจ้าชายวิลเลียม และเจ้าชายแฮร์รี ผู้ทรงเป็นพระปิตุลา(อา)ของเจ้าชายจอร์จ ต่างเคยทรงศึกษาที่วิทยาลัยอีตัน หนึ่งในโรงเรียนชั้นนำระดับสูงของอังกฤษ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับพระราชวังวินด์เซอร์ ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน สถานที่ที่เจ้าชายวิลเลียม เจ้าหญิงเคท เจ้าชายจอร์จ เจ้าหญิงชาร์ลอตต์และเจ้าชายหลุยส์ พระโอรสและพระธิดาประทับอยู่ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าชายจอร์จ ทรงดำรงตำแหน่งรัชทายาทลำดับที่ 2 ในการสืบราชบัลลังก์อังกฤษ เคยทรงศึกษาที่โรงเรียนเอกชนแลมบรูค ใกล้กับวินด์เซอร์ ร่วมกับพระขนิษฐาและพระอนุชาของพระองค์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับอีตันเป็นสถาบันการศึกษาของเหล่าชนชั้นนำในประเทศมาอย่างยาวนาน โดยเคยผลิตนายกรัฐมนตรีอังกฤษมาแล้วถึง 20 คน ซึ่งรวมถึงบอริส จอห์นสัน และเดวิด คาเมรอน ตลอดจนนักแสดงชื่อดังอย่างฮิวจ์ ลอรี, เดเมียน ลูอิส และทอม ฮิดเดิลสตัน สำหรับค่าเล่าเรียนของโรงเรียนประจำชายล้วนแห่งนี้ซึ่งก่อตั้งโดยพระเจ้าเฮนรีที่ 6 เมื่อปี ค.ศ. 1440 อยู่ที่ประมาณ 65,000 ปอนด์(ประมาณ 2.89 ล้านบาท)ต่อปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5881202?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หนุ่มน้อย! เจ้าชายจอร์จ ตามรอยพระบิดา เข้าเรียนที่ วิทยาลัยอีตัน รร.ดังชั้นนำอายุกว่า 600 ปีแล้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หนุ่มน้อย! เจ้าชายจอร์จ ตามรอยพระบิดา เข้าเรียนที่ วิทยาลัยอีตัน รร.ดังชั้นนำอายุกว่า 600 ปีแล้ว</dc:alternative><dc:abstract>หนุ่มน้อย! เจ้าชายจอร์จ ตามรอยพระบิดา เข้าเรียนที่ วิทยาลัยอีตัน รร.ดังชั้นนำอายุกว่า 600 ปีแล้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-08T11:51:23+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-08T11:51:23+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-08T111956Z_1644913872_RC2ZENAOM2H9_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-GEORGE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-08T111956Z_1644913872_RC2ZENAOM2H9_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-GEORGE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-08T111956Z_1644913872_RC2ZENAOM2H9_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-GEORGE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-08T111956Z_1644913872_RC2ZENAOM2H9_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-GEORGE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-08T111956Z_1644913872_RC2ZENAOM2H9_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-GEORGE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-08T111956Z_1644913872_RC2ZENAOM2H9_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-GEORGE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-08T110428Z_1129880204_RC2ZENALEA3D_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-GEORGE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-08T110428Z_1129880204_RC2ZENALEA3D_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-GEORGE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-08T111308Z_697464769_RC2ZENABIONO_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-GEORGE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-08T111308Z_697464769_RC2ZENABIONO_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-GEORGE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-08T111528Z_22444700_RC2ZENACNT0W_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-GEORGE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-08T111528Z_22444700_RC2ZENACNT0W_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-GEORGE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โจรบุกงัด พิพิธภัณฑ์ฝรั่งเศส ขโมยภาพวาดของ เรอนัวร์ จิตรกรชื่อก้องโลก มูลค่า 344 ล้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5881016]]></link><pubDate>2026-09-08T17:53:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5881016</guid><description>โจรบุกงัด พิพิธภัณฑ์ฝรั่งเศส ขโมยภาพวาดของ เรอนัวร์ จิตรกรชื่อก้องโลก มูลค่า 344 ล้าน เกิดเหตุคนร้ายที่คาดว่ามี 2 คน ได้ก่อเหตุบุกเข้าไปขโมยภาพวาด 4 ภาพ ผลงานของ &amp;#8220;เรอนัวร์&amp;#8221; หรือ ปิแอร์&amp;#82 [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;โจรบุกงัด พิพิธภัณฑ์ฝรั่งเศส ขโมยภาพวาดของ เรอนัวร์ จิตรกรชื่อก้องโลก มูลค่า 344 ล้าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดเหตุคนร้ายที่คาดว่ามี 2 คน ได้ก่อเหตุบุกเข้าไปขโมยภาพวาด 4 ภาพ ผลงานของ &amp;#8220;เรอนัวร์&amp;#8221; หรือ ปิแอร์&amp;#8211;โอกุสต์ เรอนัวร์ จิตรกรชื่อก้องโลกชาวฝรั่งเศส ที่จัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์เรอนัวร์ (Renoir Museum) ในเมืองกาญส์-ซู-แมร์ บนชายฝั่งริเวียรา ประเทศฝรั่งเศส เมื่อช่วงเช้าตรู่วันอังคารนี้(8 ก.ย.) อย่างไรก็ดีในระหว่างหลบหนี กลุ่มโจรได้ทำผลงานศิลปะล้ำค่าดังกล่าวร่วงหล่น 2 ภาพ ก่อนหลบหนีไปได้พร้อมกับภาพวาดที่เหลืออีก 2 ภาพ เบื้องต้นสื่อท้องถิ่นอ้างเจ้าหน้าที่ประเมินภาพวาดของเรอนัวร์ที่ถูกขโมยครั้งนี้มีมูลค่า 9 ล้านยูโร หรือประมาณ 344 ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวบีบีซีรายงานอ้างนายไบรอัน มาสซง นายกเทศมนตรีเมืองกาญส์-ซูร์-แมร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า มีภาพวาด 2 ภาพถูกขโมยไปจากพิพิธภัณฑ์เรอนัวร์ ขณะที่อีก 2 ภาพ คนร้ายได้ทิ้งไว้ในสวนของพิพิธภัณฑ์ระหว่างหลบหนีจากที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น &amp;#8220;นีซ-มาร์แตง&amp;#8221; รายงานว่ากลุ่มโจรได้ตัดรั้วลวดหนามเพื่อบุกเข้าไปในบริเวณพิพิธภัณฑ์ และอาศัยจังหวะที่มีการเปลี่ยนเวรเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในการลงมือก่อเหตุ กระทั่งมีสัญญาณเตือนภัยของพิพิธภัณฑ์ดังขึ้นเมื่อเวลา 05.48 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รุดมายังที่เกิดเหตุในอีก 5 นาทีต่อมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านรอยเตอร์อ้างนายกเทศมนตรีเมืองกาญส์-ซูร์-แมร์ เปิดเผยผ่านบัญชีเฟซบุ๊กว่า กลุ่มคนร้ายได้บุกเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ในช่วงเวลาก่อน 6 โมงเช้าเล็กน้อย และขโมยภาพวาดไป 4 ภาพ ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพบเห็นกลุ่มคนร้ายและไล่ติดตามไป แต่ในระหว่างหลบหนีคนร้ายได้ทำภาพวาดตกหล่นไป 2 ภาพ จึงหลบหนีไปได้พร้อมภาพวาดอีก 2 ภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;การบุกโจมตีพิพิธภัณฑ์เรอนัวร์ ถือเป็นการทำลายส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์และมรดกของเมืองกาญส์-ซูร์-แมร์ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง&amp;#8221; นายมาสซงระบุในโพสต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อฝรั่งเศสระบุว่า ภาพวาดของเรอนัวร์ทั้ง 4 ภาพที่ถูกขโมย ได้แก่ ภาพ Portrait of Madame Pichon (ปีค.ศ.1895), ภาพ Portrait of Madame Colonna Romano (ปีค.ศ.1910), ภาพ Coco Lisant (ปีค.ศ.1905) และ ภาพ Jeune fille au puits (ปีค.ศ.1886) แต่ยังไม่มีการระบุแน่ชัดว่าภาพใดที่ถูกคนร้ายนำไปได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้สำนักงานนายกเทศมนตรีระบุว่ามูลค่าประเมินของงานศิลปะที่ถูกขโมยครั้งนี้อยู่ที่ 9 ล้านยูโร หรือประมาณ 344 ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุโจรกรรมที่พิพิธภัณฑ์เรอนัวร์ครั้งนี้เกิดขึ้นตามหลังเหตุโจรกรรมมูลค่าหลายล้านยูโรที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในกรุงปารีสเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งกลุ่มโจรสามารถขโมยเอาเครื่องประดับล้ำค่ามีมูลค่ารวม 88 ล้านยูโร หรือกว่า 3,364 ล้านบาทไปได้ ซึ่งรวมเทียร่าของจักรพรรดินียูจีนี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5881016?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โจรบุกงัด พิพิธภัณฑ์ฝรั่งเศส ขโมยภาพวาดของ เรอนัวร์ จิตรกรชื่อก้องโลก มูลค่า 344 ล้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โจรบุกงัด พิพิธภัณฑ์ฝรั่งเศส ขโมยภาพวาดของ เรอนัวร์ จิตรกรชื่อก้องโลก มูลค่า 344 ล้าน</dc:alternative><dc:abstract>โจรบุกงัด พิพิธภัณฑ์ฝรั่งเศส ขโมยภาพวาดของ เรอนัวร์ จิตรกรชื่อก้องโลก มูลค่า 344 ล้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-08T14:17:49+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-08T14:17:49+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-08-171850.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-08-171850-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-08-171850.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-08-171850-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-08-171850-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-08-171850-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-08-174801.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-08-174801-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>544</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>544</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-08-175030.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-08-175030-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>546</mi:x1><mi:y1>583</mi:y1><mi:x2>546</mi:x2><mi:y2>583</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-08-175151.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-08-175151-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>543</mi:x1><mi:y1>636</mi:y1><mi:x2>543</mi:x2><mi:y2>636</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จ้องเคลม!ไอซ์แลนด์ เรียกทูตสหรัฐพบ ปมทรัมป์โพสต์รูปแผนที่หลายปท. ถูกคลุมด้วยธงชาติอเมริกัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5880684]]></link><pubDate>2026-09-08T15:55:55+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5880684</guid><description>จ้องเคลม! ไอซ์แลนด์ เรียกทูตสหรัฐพบ ปมทรัมป์โพสต์รูปแผนที่หลายปท. ถูกคลุมด้วยธงชาติอเมริกัน สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น RUV ของไอซ์แลนด์รายงานว่า รัฐบาลไอซ์แลนด์ได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จ้องเคลม! ไอซ์แลนด์ เรียกทูตสหรัฐพบ ปมทรัมป์โพสต์รูปแผนที่หลายปท. ถูกคลุมด้วยธงชาติอเมริกัน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น RUV ของไอซ์แลนด์รายงานว่า รัฐบาลไอซ์แลนด์ได้เรียกตัวเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไอซ์แลนด์เข้าพบเมื่อวันจันทร์(7 ก.ย.) เพื่อแสดงข้อห่วงกังวล หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้โพสต์ภาพแผนที่ลงบนบัญชีโซเชียลมีเดียของตนเองแสดงให้เห็นไอซ์แลนด์ ชาตินอร์ดิกในยุโรปเหนือ และประเทศต่างๆ ทั้งแคนาดา กรีนแลนด์ เม็กซิโก ภูมิภาคอเมริกากลางและแคริบเบียน ถูกปกคลุมด้วยธงชาติสหรัฐ พร้อมข้อความเขียนกำกับบนพื้นที่ทั้งหมดนั้นว่าเป็น &amp;#8220;สหรัฐอเมริกา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ RUV รายงานว่า นายธอร์เกอร์ดูร์ กุนนาร์สดอตตีร์ รัฐมนตรีต่างประเทศไอซ์แลนด์ ได้เรียกตัวนายบิลลี ลอง เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำไอซ์แลนด์ที่เพิ่งมารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนก่อนเข้าพบ ซึ่งกระทรวงต่างประเทศไอซ์แลนด์เปิดเผยว่าได้มีการแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าโพสต์ดังกล่าวของผู้นำสหรัฐนั้นมีความไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงโคเปนเฮเกนและกรุงเรคยาวิก รวมถึงสถานกงสุลสหรัฐในเมืองนูคยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความเห็นในเรื่องนี้ในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของไอซ์แลนด์เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ภายหลังจากทรัมป์ได้ออกมากล่าวแสดงความต้องการหลายครั้งว่าจะครอบครองเกาะกรีนแลนด์ ดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์กมาเป็นของสหรัฐ ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและเดนมาร์กที่ต่างเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งองค์การนาโตทั้งคู่เกิดความตึงเครียดขึ้นและขยายวงไปทั่วยุโรป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ทรัมป์ยังสั่งเปลี่ยนชื่อสถานที่หลายแห่งที่แสดงความทรงอำนาจของตนเอง เช่น การเปลี่ยนชื่อ &amp;#8220;อ่าวเม็กซิโก&amp;#8221; เป็น &amp;#8220;อ่าวอเมริกา&amp;#8221; หรือ การเปลี่ยนชื่อ &amp;#8220;ทะเลสาบออนแทรีโอ&amp;#8221; ของแคนาดาที่อยู่ติดกับสหรัฐเป็น &amp;#8220;ทะเลสาบอเมริกา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5880684?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จ้องเคลม!ไอซ์แลนด์ เรียกทูตสหรัฐพบ ปมทรัมป์โพสต์รูปแผนที่หลายปท. ถูกคลุมด้วยธงชาติอเมริกัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จ้องเคลม!ไอซ์แลนด์ เรียกทูตสหรัฐพบ ปมทรัมป์โพสต์รูปแผนที่หลายปท. ถูกคลุมด้วยธงชาติอเมริกัน</dc:alternative><dc:abstract>จ้องเคลม!ไอซ์แลนด์ เรียกทูตสหรัฐพบ ปมทรัมป์โพสต์รูปแผนที่หลายปท. ถูกคลุมด้วยธงชาติอเมริกัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-08T08:55:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-08T08:55:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/trump22233.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/trump22233-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/trump22233.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/trump22233-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/trump22233-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/trump22233-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อินโดฯสั่งปิดโรงครัวแจกอาหารฟรีเกือบ 2 พันแห่ง หลังมีปัญหาสุขอนามัย ทำปชช.อาหารเป็นพิษ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5880685]]></link><pubDate>2026-09-08T15:39:18+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5880685</guid><description>อินโดฯสั่งปิดโรงครัวแจกอาหารฟรีเกือบ 2 พันแห่ง หลังมีปัญหาสุขอนามัย ทำปชช.อาหารเป็นพิษ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หัวหน้าหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการอาหารฟรี ของประเทศอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ทางหน่วยงาน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อินโดฯสั่งปิดโรงครัวแจกอาหารฟรีเกือบ 2 พันแห่ง หลังมีปัญหาสุขอนามัย ทำปชช.อาหารเป็นพิษ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า หัวหน้าหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการอาหารฟรี ของประเทศอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ทางหน่วยงานได้สั่งระงับการดำเนินงานของโรงครัวเกือบ 2,000 แห่ง เป็นการชั่วคราว เนื่องจากไม่มีการลงทะเบียนเพื่อตรวจสอบสุขอนามัยเอาไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสุดาริโยโน หัวหน้าหน่วยงานโภชนาการแห่งชาติ อินโดนีเซีย กล่าวเมื่อวันที่ 7 กันยายนว่า สำนักงานโภชนาการแห่งชาติ ได้สั่งระงับการดำเนินงานของโรงครัว 1,999 แห่งทั่วประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากไม่ได้มีการลงทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเข้ารับการรับรองด้านสุขอนามัยและสุขาภิบาลต่อข้อกำหนด&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ จากตัวเลข เมื่อวันที่ 7 กันยายน ระบุว่า ปัจจุบันมีโรงครัว 27,022 แห่ง ที่แจกจ่ายอาหารฟรีทั่วประเทศอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสุดาริโยโน กล่าวว่า การรับรองด้านสุขอนามัยและสุขาภิบาล เป็นข้อกำหนดบังคับสำหรับโรงครัวที่ดำเนินการโครงการอาหารฟรี ซึ่งทางหน่วยงานจะตรวจสอบครัวเหล่านี้ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป พร้อมเสริมว่า การปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสุขอนามัยและสุขาภิบาล เป็นสิ่งที่ไม่สามารถต่อรองได้ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพอาหารและความปลอดภัยของผู้รับอาหารฟรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า นับตั้งแต่การเปิดตัวโครงการอาหารฟรีของประธานาธิบดีปราโบโว สุเบียนโต แห่งอินโดนีเซีย เมื่อเดือนมกราคมปีที่แล้ว โครงการนี้ก็พบกับปัญหามากมาย รวมถึงเรื่องของการทุจริต การเปลี่ยนแปลงผู้นำ และการระบาดของอาหารเป็นพิษครั้งใหญ่ เฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงสัปดาห์เดียว มีนักเรียนและครูกว่า 2,000 คน ในหลายจังหวัด ล้มป่วยลงหลังจากรับประทานอาหารฟรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายชาร์ลส์ โฮโนริส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ดูแลโครงการนี้ กล่าวโดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขว่า ตัวเลขจนถึงวันที่ 1 กันยายน พบว่า มีอย่างน้อย 50,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากอาหารเป็นพิษจากโครงการอาหารฟรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทางหน่วยงานสัญญาว่า จะจัดการกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง และว่า สาเหตุหลักของอาหารเป็นพิษเกิดขึ้นจากการเก็บรักษาอาหารที่ไม่เหมาะสมและการส่งมอบอาหารที่ล่าช้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5880685?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อินโดฯสั่งปิดโรงครัวแจกอาหารฟรีเกือบ 2 พันแห่ง หลังมีปัญหาสุขอนามัย ทำปชช.อาหารเป็นพิษ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อินโดฯสั่งปิดโรงครัวแจกอาหารฟรีเกือบ 2 พันแห่ง หลังมีปัญหาสุขอนามัย ทำปชช.อาหารเป็นพิษ</dc:alternative><dc:abstract>อินโดฯสั่งปิดโรงครัวแจกอาหารฟรีเกือบ 2 พันแห่ง หลังมีปัญหาสุขอนามัย ทำปชช.อาหารเป็นพิษ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-08T08:39:18+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-08T08:39:18+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/C2SANAQCR5X_RTRMADP_3_INDONESIA-FREEMEALS-HEALTH.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/C2SANAQCR5X_RTRMADP_3_INDONESIA-FREEMEALS-HEALTH-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/C2SANAQCR5X_RTRMADP_3_INDONESIA-FREEMEALS-HEALTH.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/C2SANAQCR5X_RTRMADP_3_INDONESIA-FREEMEALS-HEALTH-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/C2SANAQCR5X_RTRMADP_3_INDONESIA-FREEMEALS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/C2SANAQCR5X_RTRMADP_3_INDONESIA-FREEMEALS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[บีบออตตาวา! ทรัมป์ ขู่แบน บอมบาร์เดียร์ บ.ยักษ์แคนาดา ขายเครื่องบินในสหรัฐ เว้นแต่ผลิตแดนมะกัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5880257]]></link><pubDate>2026-09-08T12:44:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5880257</guid><description>บีบออตตาวา! ทรัมป์ ขู่แบน บอมบาร์เดียร์ บ.ยักษ์แคนาดา ขายเครื่องบินในสหรัฐ เว้นแต่ผลิตแดนมะกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ขู่จะแบนบริษัท บอมบาร์เดียร์ ผู้ผลิตเครื่องบินเจ็ตยักษ์ใหญ่สัญ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;บีบออตตาวา! ทรัมป์ ขู่แบน บอมบาร์เดียร์ บ.ยักษ์แคนาดา ขายเครื่องบินในสหรัฐ เว้นแต่ผลิตแดนมะกัน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ขู่จะแบนบริษัท บอมบาร์เดียร์ ผู้ผลิตเครื่องบินเจ็ตยักษ์ใหญ่สัญชาติแคนาดา ไม่ให้ขายเครื่องบินเจ็ตในตลาดสหรัฐอีกต่อไป เว้นแต่บอมบาร์เดียร์จะมาผลิตเครื่องบินในประเทศสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ไม่มีการขายบอมบาร์เดียร์ในสหรัฐอเมริกาอีกต่อไป หากพวกเขาต้องการตลาดของเรา พวกเขาจะต้องมาสร้างที่นี่ และเลิกปฏิบัติกับอเมริกาเหมือนเป็นกระปุกออมสินเสียที&amp;#8221; ทรัมป์โพสต์บนทรูธโซเชียลเมื่อวันที่ 7 กันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำขู่กร้าวของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและแคนาดา สองชาติเพื่อนบ้านในอเมริกาเหนือ ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น และมีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าที่กำแพงภาษีตอบโต้ของแคนาดาต่อสินค้าสหรัฐ มีมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณกว่า 6.5 แสนล้านบาท จะมีผลบังคับใช้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดียังไม่มีความชัดเจนว่าทรัมป์จะขัดขวางไม่ให้บอมบาร์เดียร์ดำเนินธุรกิจในสหรัฐด้วยวิธีใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านบอมบาร์เดียร์ ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองมอนทรีออลของแคนาดา เผยแพร่แถลงการณ์เน้นย้ำว่าทางบริษัทได้มีการจ้างงานชาวอเมริกันหลายหมื่นตำแหน่ง พร้อมย้ำว่าบริษัทให้ความสำคัญกับความเป็นพันธมิตรกับบริษัทอเมริกันต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบัน บริษัทบอมบาร์เดียร์ มีโรงงานอยู่ในรัฐแคนซัสของสหรัฐ ซึ่งใช้ผลิตเครื่องบินทางทหารสำหรับภารกิจพิเศษและมีการจ้างงานชาวอเมริกันจำนวน 3,500 คน นอกจากนี้บริษัทยังมีโรงงานในรัฐเท็กซัส, แอริโซนา, ฟลอริดา, คอนเนตทิคัต, อิลลินอยส์ เดลาแวร์, แคลิฟอร์เนีย, วอชิงตัน ดี.ซี. และนิวเจอร์ซีย์ โดยราวครึ่งหนึ่งของฝูงบินจำนวน 5,100 ลำ ที่ใช้งานโดยลูกค้าของบริษัทบอมบาร์เดียร์นั้นอยู่ในสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลบนเว็บไซต์ของบอมบาร์เดียร์ระบุว่า เครื่องบินเจ็ตของบอมบาร์เดียร์ผลิตในโรงงานทั้งในแคนาดา สหรัฐและเม็กซิโก และทางบริษัทได้ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ(CUSNA)ที่ทรัมป์ลงนามไว้ตั้งแต่การเป็นประธานาธิบดีสหรัฐในสมัยแรก ซึ่งในแคนาดาเรียกขานว่า CUSMA และในสหรัฐเรียกว่า USMCA&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่บอมบาร์เดียร์ เป็นหนึ่งในบริษัทขนาดใหญ่ที่สุดของแคนาดา ซึ่งมีส่วนช่วยขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)ของแคนาดาคิดเป็นมูลค่า 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5880257?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;บีบออตตาวา! ทรัมป์ ขู่แบน บอมบาร์เดียร์ บ.ยักษ์แคนาดา ขายเครื่องบินในสหรัฐ เว้นแต่ผลิตแดนมะกัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>บีบออตตาวา! ทรัมป์ ขู่แบน บอมบาร์เดียร์ บ.ยักษ์แคนาดา ขายเครื่องบินในสหรัฐ เว้นแต่ผลิตแดนมะกัน</dc:alternative><dc:abstract>บีบออตตาวา! ทรัมป์ ขู่แบน บอมบาร์เดียร์ บ.ยักษ์แคนาดา ขายเครื่องบินในสหรัฐ เว้นแต่ผลิตแดนมะกัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-08T05:44:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-08T05:44:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-07T183231Z_780741339_RC2VH7AH8MZK_RTRMADP_3_USA-TRUMP-BOMBARDIER.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-07T183231Z_780741339_RC2VH7AH8MZK_RTRMADP_3_USA-TRUMP-BOMBARDIER-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-07T183231Z_780741339_RC2VH7AH8MZK_RTRMADP_3_USA-TRUMP-BOMBARDIER.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-07T183231Z_780741339_RC2VH7AH8MZK_RTRMADP_3_USA-TRUMP-BOMBARDIER-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-07T183231Z_780741339_RC2VH7AH8MZK_RTRMADP_3_USA-TRUMP-BOMBARDIER-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-07T183231Z_780741339_RC2VH7AH8MZK_RTRMADP_3_USA-TRUMP-BOMBARDIER-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปิดหอไอเฟลชั่วคราว หลังพนักงานประท้วง ปมพนง.หญิงถูกสั่งให้หลบพ้นสายตาคณะฮินดู]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5880180]]></link><pubDate>2026-09-08T12:20:15+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5880180</guid><description>ปิดหอไอเฟลชั่วคราว หลังพนักงานประท้วง ปม พนง.หญิงถูกสั่งให้หลบพ้นสายตาคณะฮินดู สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 กันยายน หอไอเฟล สัญลักษณ์ของกรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส ได้ปิดให้คนเข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปิดหอไอเฟลชั่วคราว หลังพนักงานประท้วง ปม พนง.หญิงถูกสั่งให้หลบพ้นสายตาคณะฮินดู&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 กันยายน หอไอเฟล สัญลักษณ์ของกรุงปารีส เมืองหลวงของฝรั่งเศส ได้ปิดให้คนเข้าชมชั่วคราว หลังจากพนักงานของหอไอเฟลหยุดงานประท้วง จากกรณีที่พนักงานหญิงคนหนึ่ง ถูกสั่งให้ &amp;#8220;ออกไปให้พ้นจากสายตา&amp;#8221; ระหว่างการเยี่ยมชมของคณะตัวแทนทางศาสนาฮินดู เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า เมื่อวันที่เสาร์ที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา คณะตัวแทนของศาสนาฮินดู &amp;#8220;โบชาซันวาซี อักษร ปุรุโษตตม สวามีนารายัณ สังสถา&amp;#8221; (Bochasanwasi Akshar Purushottam Swaminarayan Sanstha) หรือ บีเอพีเอส (BAPS) ประมาณ 100 คน ได้เข้าเยี่ยมชมหอไอเฟลเป็นการส่วนตัว จากข้อมูลของตัวแทนสหภาพแรงงาน ระบุว่า ขณะที่คณะตัวแทนของศาสนาฮินดูเดินผ่าน พนักงานหญิงได้ถูกขอให้ออกจากโต๊ะทำงาน เพื่อให้พ้นจากสายตาของคณะตัวแทน และให้พนักงานชายเข้ามาทำหน้าที่แทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดินอาน ดาววน ตัวแทนสหภาพแรงงาน กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ความตึงเครียดสะสมทวีคูณตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และในเช้าวันที่ 7 กันยายน พนักงานจึงได้ตัดสินใจประชุมร่วมกัน ประการแรก คือ เพื่อเปิดการเจรจากับฝ่ายบริหาร และประการที่ 2 คือเพื่อสร้างหลักประกันว่า พนักงานหญิงจะไม่ถูกปฏิบัติด้วยวิธีเช่นนี้อีกในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่จะมีรายงานว่า ช่วงเย็นวันที่ 7 กันยายน มีรายงานว่า หอไอเฟลต้องปิดบริการชั่วคราว จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่ได้สร้างความโกรธแค้นให้กับพนักงาน และยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากบรรดานักการเมืองฝรั่งเศส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยป้ายบริเวณฐานของหอไอเฟล เมื่อวันที่ 7 กันยายน ระบุข้อความว่า &amp;#8220;การเปิดให้บริการหอไอเฟลต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากเหตุผลทางเทคนิคและการปฏิบัติการ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ดาววนกล่าวว่า ฝ่ายบริหารได้ขอโทษต่อพนักงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายเอ็มมานูเอล เกรกัวร์ นายกเทศมนตรีกรุงปารีส ได้โพสต์บน X ระบุว่า จะมีการเปิดการสืบสวนสอบสวนโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ และว่า เขารับทราบถึงความโกรธแค้นของพนักงาน และเห็นพ้องว่า ความไม่พอใจของพนักงานนั้นมีเหตุผลอันชอบธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำความจริงให้กระจ่างชัดเกี่ยวกับข้อเท็จจริงทั้งหมดที่นำไปสู่การประท้วงครั้งนี้&amp;#8221; เกรกัวร์ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกลุ่ม BAPS ซึ่งเป็นตัวแทนเดินทางมายังประเทศฝรั่งเศส เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองเกี่ยวกับการเปิดตัววัดฮินดูแห่งใหม่ ในแถบชานเมืองปารีส ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า การเยี่ยมชมหอไอเฟลของทางคณะนั้น จัดขึ้นในช่วงที่เริ่มเปิดทำการ เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนผู้อื่น เนื่องจากคณะเดินทางมีขนาดใหญ่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ระบุว่า &amp;#8220;เท่าที่ทราบ ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่มีใครถูกขัดขวางไม่ให้เข้าถึงหอไอเฟล อย่างไรก็ตาม เราขออภัยอย่างจริงใจสำหรับความเจ็บปวดหรือความไม่สะดวกใดๆ ที่เกิดขึ้น&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านโฆษกของบริษัท SETE ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการและดำเนินงานหอไอเฟล ยังไม่แสดงความเห็นต่อเรื่องที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ ยาเอล บราวน์-พีเวต์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศส โพสต์บน X ว่า &amp;#8220;การต้อนรับผู้อื่นไม่เคยหมายถึงการทอดทิ้งค่านิยมของเรา ในฝรั่งเศส ผู้หญิงมีตัวตนและบทบาทอย่างเต็มที่ในชีวิตสาธารณะ ไม่มีใครสามารถสั่งให้พวกเธอหายตัวไป หรือกลายเป็นคนที่มองไม่เห็นได้&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5880180?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปิดหอไอเฟลชั่วคราว หลังพนักงานประท้วง ปมพนง.หญิงถูกสั่งให้หลบพ้นสายตาคณะฮินดู&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปิดหอไอเฟลชั่วคราว หลังพนักงานประท้วง ปมพนง.หญิงถูกสั่งให้หลบพ้นสายตาคณะฮินดู</dc:alternative><dc:abstract>ปิดหอไอเฟลชั่วคราว หลังพนักงานประท้วง ปมพนง.หญิงถูกสั่งให้หลบพ้นสายตาคณะฮินดู</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-08T05:42:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-08T05:42:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/eiffel33.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/eiffel33-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/eiffel33.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/eiffel33-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/eiffel344.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/eiffel344-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/eiffel2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/eiffel2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>667</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>667</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หอพักถล่ม ในกรุงนิวเดลี พบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 เผยยังปรับปรุงไม่เสร็จ แต่เปิดให้เข้าพักแล้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5880014]]></link><pubDate>2026-09-08T11:08:07+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5880014</guid><description>หอพักถล่ม ในกรุงนิวเดลี พบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 เผยยังปรับปรุงไม่เสร็จ แต่เปิดให้เข้าพักแล้ว สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เกิดเหตุอาคารแห่งหนึ่งในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย พังถล่มลงมา โดยทีมค้นหาและกู้ภั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;หอพักถล่ม ในกรุงนิวเดลี พบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 เผยยังปรับปรุงไม่เสร็จ แต่เปิดให้เข้าพักแล้ว&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เกิดเหตุอาคารแห่งหนึ่งในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย พังถล่มลงมา โดยทีมค้นหาและกู้ภัยต่างเร่งช่วยกันค้นหาผู้ที่ติดอยู่ภายใต้ซากอาคาร เบื้องต้น มีรายงานพบผู้เสียชีวิต 7 รายแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ อาคารดังกล่าว เป็นหอพักชาย ที่พังถล่มลงมาเมื่อวันที่ 6 กันยายน ในย่านสัตยา นิเคตัน ซึ่งเป็นย่านที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น และเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นย่านหอพักนักศึกษา เนื่องจากอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเดลี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรับมือภัยพิบัติของอินเดีย ยังคงปฏิบัติการค้นหาผู้ที่ติดใต้ซากอาคารต่อไป ขณะที่รถขุดดินเคลียร์ซากปรักหักพัง และสุนัขดมกลิ่น เข้าทำงานในพื้นที่เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเข้าถึงผู้ที่ยังติดอยู่ในซากตึกได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางเรขา กุปตา หัวหน้าคณะรัฐมนตรีเดลี กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่จุดเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 7 กันยายนว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังออกมาได้อย่างน้อย 12 คน และสามารถเคลียร์ซากปรักหักพังออกไปได้ราว 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว เหลือเพียงบริเวณชั้นใต้ดินเท่านั้น โดยตอนนี้พบผู้เสียชีวิตแล้ว 6 ราย บาดเจ็บอีก 6 ราย จากเหตุตึกถล่มดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อ เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุตึกถล่มแห่งนี้เพิ่มขึ้นเป็น 7 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตามคำบอกเล่าของผู้อยู่อาศัย อาคารแห่งนี้มีอายุอย่างน้อย 55 ปี และอยู่ระหว่างการปรับปรุงมาหลายเดือน ก่อนที่จะเปิดให้เช่าอีกครั้ง ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา เข้าพักเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แม้ว่าการปรับปรุงซ่อมแซมยังไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยหนึ่งในผู้อยู่อาศัยในอาคาร บอกว่า ขณะเกิดเหตุพังถล่มมีคนงานกำลังขุดดินอยู่ที่ชั้นใต้ดิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางกุปตา กล่าวว่า จากผลการตรวจสอบเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่า การสะสมของน้ำในชั้นใต้ดิน และงานซ่อมแซมที่ดำเนินอยู่ อาจเป็นสาเหตุของการพังถล่ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พร้อมระบุว่า รัฐบาลจะร่างนโยบายให้มีการตรวจสอบโครงสร้างและการออกใบรับรองความปลอดภัยเป็นระยะสำหรับอาคารที่ประชาชนใช้ รวมถึงหอพักนักศึกษา บ้านพักคนชรา และโรงเรียน ที่จะไม่อนุญาตให้มีกิจกรรมสาธารณะใดๆ ในอาคารที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพรสทรัสต์ออฟอินเดียรายงานว่า หลังจากที่นางกุปตา เข้าตรวจสอบพื้นที่ มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวเจ้าของอาคาร และนำตัวไปดำเนินคดี นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้สั่งพักงานพนักงานเทศบาลอย่างน้อย 5 คน ที่รับผิดชอบด้านการดูแลความปลอดภัยของอาคารในพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ การถล่มของอาคาร ถือเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้งในบางพื้นที่ของอินเดีย ในช่วงฤดูมรสุม ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายน เนื่องจากเมื่อเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักหรือตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน สามารถทำให้โครงสร้างอาคารที่เก่าแก่อ่อนแอลงได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5880014?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หอพักถล่ม ในกรุงนิวเดลี พบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 เผยยังปรับปรุงไม่เสร็จ แต่เปิดให้เข้าพักแล้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หอพักถล่ม ในกรุงนิวเดลี พบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 เผยยังปรับปรุงไม่เสร็จ แต่เปิดให้เข้าพักแล้ว</dc:alternative><dc:abstract>หอพักถล่ม ในกรุงนิวเดลี พบผู้เสียชีวิตแล้ว 7 เผยยังปรับปรุงไม่เสร็จ แต่เปิดให้เข้าพักแล้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-08T04:08:07+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-08T04:08:07+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/india1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/india1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/india1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/india1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26250165144575.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26250165144575-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26250126607044.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26250126607044-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26250162212825.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26250162212825-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/india2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/india2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กู้ได้แล้ว! กล่องดำเครื่องบินขนสินค้า Amazon เร่งไขปริศนา ไถลรันเวย์ไมอามี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5880022]]></link><pubDate>2026-09-08T11:05:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5880022</guid><description>กู้ได้แล้ว! กล่องดำเครื่องบินขนสินค้า Amazon เร่งไขปริศนา ไถลรันเวย์ไมอามี เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติสหรัฐ (NTSB) เผยเมื่อวันที่ 7 กันยายน ว่า ได้กู้เครื่องบันทึกข้อมูลการ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;กู้ได้แล้ว! กล่องดำเครื่องบินขนสินค้า Amazon เร่งไขปริศนา ไถลรันเวย์ไมอามี&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติสหรัฐ (NTSB) เผยเมื่อวันที่ 7 กันยายน ว่า ได้กู้เครื่องบันทึกข้อมูลการบินและเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบินหรือกล่องดำ จากเครื่องบินขนส่งสินค้าของ Amazon Prime Air ที่วิ่งไถลเลยรันเวย์และประสบอุบัติเหตุขณะลงจอดที่เมืองไมอามีเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 คน โดยในจำนวนนี้ 3 คนอาการสาหัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจนนิเฟอร์ โฮเมนดี ประธาน NTSB กล่าวว่า อุปกรณ์ทั้งสองชิ้นจะถูกนำกลับไปยังสำนักงานใหญ่ของหน่วยงานในกรุงวอชิงตันในคืนวันจันทร์ เพื่อทำการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เครื่องบินโบอิ้ง 767-33A มีอายุการใช้งาน 32 ปี ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท 21 Air ในเมืองไมอามี วิ่งไถลเลยรันเวย์ออกไปราว 396 เมตร และพุ่งชนยานพาหนะ 2 คันบนพื้นดิน ได้แก่ รถตู้ Econoline ภายในพื้นที่สนามบิน ซึ่งมีพนักงานทำความสะอาดของสายการบิน 7 คนอยู่ และรถยนต์อเนกประสงค์โตโยต้า (SUV) ที่กำลังวิ่งอยู่บนถนนนอกแนวรั้วสนามบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฮเมนดีกล่าวระหว่างแถลงข่าวว่า นักบินและผู้ช่วยนักบิน ซึ่งเป็นผู้โดยสารเพียงสองคนบนเครื่อง รอดชีวิตทั้งคู่ แต่ยังไม่ได้ให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่สอบสวน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฮเมนดีซึ่งนำทีมเจ้าหน้าที่สอบสวน 32 คนมาที่ท่าอากาศยานนานาชาติไมอามี ได้ชี้แจงความคืบหน้าของการสอบสวนเบื้องต้นแก่ผู้สื่อข่าว แต่กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุได้จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NTSB ยังคงอยู่ระหว่างการรวบรวมและบันทึกพยานหลักฐาน ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังระบายน้ำมันเชื้อเพลิงออกจากจุดเกิดเหตุและตัวเครื่องบิน ส่งผลให้รันเวย์ 2 ใน 4 ของสนามบินยังคงปิดให้บริการ แม้ว่าทางสนามบินจะระงับเที่ยวบินทั้งหมดทันทีหลังเกิดอุบัติเหตุ แต่เที่ยวบินต่าง ๆ ได้กลับมาให้บริการอีกครั้งในช่วงเย็นวันอาทิตย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงสภาพพื้นที่เกิดเหตุ โฮเมนดีตอบว่า ความเสียหายรุนแรงอย่างมาก “คุณจะเห็นรอยล้อบนพื้นลาดยางที่ลากยาวไปถึงสนามหญ้า มีเศษซากกระจัดกระจายอยู่ทุกแห่ง รถตู้ Econoline พังยับเยิน ส่วนรถ SUV คุณจะเห็นถุงลมนิรภัยที่ทำงานแล้ว รวมถึงชิ้นส่วนต่าง ๆ ของรถทั้งสองคัน และชิ้นส่วนจากเครื่องบิน”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฮเมนดีไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต แต่ระบุว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ในยานพาหนะทั้งสองคันที่ถูกเครื่องบินพุ่งชน โดยรถตู้ดังกล่าวบรรทุกพนักงานของบริษัท Professional Ocean Service Corp ซึ่งให้บริการทำความสะอาดแก่สายการบินต่าง ๆ ส่วนรถ SUV ที่อยู่ด้านนอกแนวรั้วสนามบินกำลังวิ่งอยู่บนถนน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เครื่องบินขนส่งของ Amazon ที่ประสบอุบัติเหตุดังกล่าวเป็นเที่ยวบินที่สามของวัน โดยเดินทางมาจากเมืองซานฮวนในเปอร์โตริโก ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน เครื่องบินได้บินจากเมืองซินซินนาติไปยังไมอามี และจากไมอามีไปยังซานฮวน ก่อนประสบอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนหนึ่งของการสอบสวนของ NTSB จะพิจารณาถึงผลกระทบจากการที่สนามบินแห่งนี้ไม่มีระบบวัสดุชะลอและหยุดเครื่องบินที่วิ่งเลยรันเวย์ หรือ Engineered Materials Arresting System (EMAS) ซึ่งไม่ใช่ว่าสนามบินทุกแห่งในสหรัฐจะมีการติดตั้งระบบดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฮเมนดียังขอความร่วมมือจากประชาชนให้ส่งภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอจากจุดเกิดเหตุให้แก่เจ้าหน้าที่ โดยระบุว่าภาพเหล่านั้นอาจเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5880022?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กู้ได้แล้ว! กล่องดำเครื่องบินขนสินค้า Amazon เร่งไขปริศนา ไถลรันเวย์ไมอามี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กู้ได้แล้ว! กล่องดำเครื่องบินขนสินค้า Amazon เร่งไขปริศนา ไถลรันเวย์ไมอามี</dc:alternative><dc:abstract>กู้ได้แล้ว! กล่องดำเครื่องบินขนสินค้า Amazon เร่งไขปริศนา ไถลรันเวย์ไมอามี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-08T04:08:26+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-08T04:08:26+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์ หารือ ทูตอิสราเอล ถกแก้ปัญหาคนยิวทำผิดกม. ชี้ดำเนินการถึงที่สุด ยันไม่เลือกปฏิบัติ-ไทยเปิดรับนทท.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5879968]]></link><pubDate>2026-09-08T10:43:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5879968</guid><description>สีหศักดิ์ หารือ ทูตอิสราเอล ถกแก้ปัญหาคนยิวทำผิดกม. ชี้ดำเนินการถึงที่สุด ยันไม่เลือกปฏิบัติ-ไทยเปิดรับนทท. เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สีหศักดิ์ หารือ ทูตอิสราเอล ถกแก้ปัญหาคนยิวทำผิดกม. ชี้ดำเนินการถึงที่สุด ยันไม่เลือกปฏิบัติ-ไทยเปิดรับนทท.&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับ นางอะโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ว่า เป็นการพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งประเด็นที่พูดคุยเป็นเรื่องที่อยู่ในความกังวลและความห่วงใยของคนไทยเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนอิสราเอลที่อยู่ในประเทศไทย หลายคนเป็นนักท่องเที่ยว และบางส่วนเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยกรณีคือที่ชาวอิสราเอล เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยอยู่ระยะยาว และมีการกระทำที่ละเมิดกฎหมายไทย ดังที่ปรากฏเป็นข่าว จึงได้ชี้แจงกับเอกอัครราชทูตอิสราเอล ว่า ในกรณีเหล่านี้เราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด แต่ไม่ได้เป็นการละเมิดหรือเลือกปฏิบัติต่อชาวอิสราเอล เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นชาวต่างชาติหากกระทำผิดกฎหมายไทย ก็ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด จะเห็นได้จากที่มีการออกคำสั่งเนรเทศชาวอิสราเอล 1 คน และชาวฝรั่งเศส 1 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนกรณีชาวอิสราเอลที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นระยะระยะสั้นหรือระยะยาว มีพฤติกรรมบางอย่างที่กระทบกับความรู้สึก วัฒนธรรมประเพณี และความเป็นอยู่ของคนไทย โดยเฉพาะ จ.พังงา และจ.ภูเก็ต ที่มีการรวมตัวกันของชาวอิสราเอลเป็นชุมชน ได้แจ้งว่าเป็นเรื่องที่เรานิ่งนอนใจไม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่การต้อนรับไม่ได้หมายความว่านักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นชาติไหนก็ตามจะสามารถทำอะไรในประเทศไทยก็ได้ นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาต้องเข้าใจวัฒนธรรม ประเพณีของประเทศไทย เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปต่างประเทศก็ต้องเคารพประเพณีค่านิยมของประเทศนั้นๆ เมื่อเกิดเหตุการแล้วกระทบกับความรู้สึกของคนไทย แต่ไม่ได้เหมารวมว่าเป็นการกระทำของชาวอิสราเอลทั้งหมด ”นายสีหศักดิ์ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5880081&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/si.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;2508&quot; height=&quot;1672&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/si.jpg 2508w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/si-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/si-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/si-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/si-1536x1024.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/si-2048x1365.jpg 2048w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/si-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/si-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/si-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/si-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/si-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/si-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 2508px) 100vw, 2508px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวด้วยว่า เอกอัครราชทูตอิสราเอลได้รับทราบปัญหาและไม่ได้นิ่งนอนใจและมีการลงพื้นที่ชี้แจง แต่สำหรับตนมองว่าการดำเนินการต่างๆ ต้องยกระดับ ทำให้เข้มข้นขึ้น และจะต้องร่วมมือกัน เพราะหากไม่ทำอะไรเพื่อการแก้ไขปัญหานี้ก็จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ เพราะยังมีความร่วมมือกันหลายด้าน ทั้งการเกษตร แรงงานที่ไทยส่งไปอิสราเอลกว่า 60,000 คน ดังนั้นเราต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การพูดคุยกันนั้น เอกอัครราชทูตอิสราเอล ระบุว่า ควรมีเอกสารเผยแพร่ข้อมูลว่าอะไรที่ควรทำและไม่ควรทำสำหรับชาวอิสราเอลที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งเอกสารเหล่านี้จะมีการแจกจ่ายผ่านสถานทูตอิสราเอล สถานกงสุลที่เมืองหลวง บริษัททัวร์ รวมถึงสายการบินด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า การพูดคุยวันนี้เป็นอย่างตรงไปตรงมา และรับทราบเข้าใจปัญหา โดยขอให้ทูตอิสราเอลอย่านิ่งนอนใจและอธิบายให้เข้าใจถึงความรู้สึกของคนไทย เพราะการท่องเที่ยวไทยให้ความสำคัญแต่ไม่ใช่เรื่องรายได้อย่างเดียวแต่ต้องเคารพในศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของไทย ไม่ใช่ว่านักท่องเที่ยวที่มาประเทศไทย นำเงินเข้ามาให้ ประเทศไทยแล้วทำทุกสิ่งทุกอย่างได้มันไม่ใช่ และแน่นอนว่าการท่องเที่ยวนั้นเป็นช่องทางสำคัญที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประชาชน ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของนักท่องเที่ยวย่อมส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5879968?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์ หารือ ทูตอิสราเอล ถกแก้ปัญหาคนยิวทำผิดกม. ชี้ดำเนินการถึงที่สุด ยันไม่เลือกปฏิบัติ-ไทยเปิดรับนทท.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์ หารือ ทูตอิสราเอล ถกแก้ปัญหาคนยิวทำผิดกม. ชี้ดำเนินการถึงที่สุด ยันไม่เลือกปฏิบัติ-ไทยเปิดรับนทท.</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์ หารือ ทูตอิสราเอล ถกแก้ปัญหาคนยิวทำผิดกม. ชี้ดำเนินการถึงที่สุด ยันไม่เลือกปฏิบัติ-ไทยเปิดรับนทท.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-08T04:33:49+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-08T04:33:49+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164626461.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164626461-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164626461.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164626461-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164626461-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164626461-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164626461-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164626461-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1706</mi:x1><mi:y1>960</mi:y1><mi:x2>1706</mi:x2><mi:y2>960</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164626461-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164626461-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/si.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/si-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2508</mi:x1><mi:y1>1672</mi:y1><mi:x2>2508</mi:x2><mi:y2>1672</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อินโดเปิดสนามบินบางแห่ง หลังผู้โดยสาร 3.4 แสนตกค้าง อานัก กรากะตัว ปะทุ 3 ครั้งวันนี้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5879870]]></link><pubDate>2026-09-08T09:13:21+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5879870</guid><description>อินโดเปิดสนามบินบางแห่ง หลังผู้โดยสาร 3.4 แสนตกค้าง อานัก กรากะตัว ปะทุ 3 ครั้งวันนี้ สำนักงานติดตามและเฝ้าระวังภูเขาไฟของอินโดนีเซียเผยว่า ภูเขาไฟอานัก กรากะตัว ของอินโดนีเซียเกิดการปะทุขึ้น 3 ครั้งใ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อินโดเปิดสนามบินบางแห่ง หลังผู้โดยสาร 3.4 แสนตกค้าง อานัก กรากะตัว ปะทุ 3 ครั้งวันนี้&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานติดตามและเฝ้าระวังภูเขาไฟของอินโดนีเซียเผยว่า ภูเขาไฟอานัก กรากะตัว ของอินโดนีเซียเกิดการปะทุขึ้น 3 ครั้งในวันอังคารที่ 9 กันยายน โดยการปะทุครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.49 น. ตามเวลาท้องถิ่น อย่างไรก็ดี ยังไม่ทราบแน่ชัดในทันทีว่าความรุนแรงของการปะทุทั้ง 3 ครั้งอยู่ในระดับใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าการปะทุครั้งล่าสุดจะเล็กกว่าการปะทุครั้งก่อนๆ แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของเที่ยวบิน ขึ้นอยู่กับความสูงของเถ้าถ่านและทิศทางลม โดยลานา ซาเรีย หัวหน้าหน่วยงานหน่วยงานเฝ้าระวังภูเขาไฟระบุว่า จนถึงขณะนี้ ผลกระทบยังไม่มากเท่ากับการปะทุครั้งก่อนๆ แต่เราจะยังคงเฝ้าระวังต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปะทุรอบใหม่ในวันนี้มีขึ้นหลัง ดุดี ปูร์วากันดี รัฐมนตรีคมนาคมอินโดนีเซีย ระบุผ่านแถลงการณ์เมื่อวันอังคารว่า อินโดนีเซียกลับมาเปิดให้บริการท่าอากาศยานหลักของกรุงจาการ์ตาและสนามบินอีก 4 แห่ง หลังจากต้องปิดให้บริการไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากเถ้าภูเขาไฟจากการปะทุหลายครั้งของภูเขาไฟอานัก กรากะตัว ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เถ้าภูเขาไฟจากอานัก กรากะตัว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างเกาะชวาและเกาะสุมาตรา ปกคลุมกรุงจาการ์ตาและพื้นที่โดยรอบบางส่วน นับตั้งแต่ภูเขาไฟเริ่มปะทุครั้งแรกในช่วงค่ำวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ส่งผลให้สนามบิน 8 แห่งต้องปิดให้บริการด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย และมีผู้โดยสารได้รับผลกระทบมากกว่า 340,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดุดีกล่าวว่า ท่าอากาศยานซูการ์โน-ฮัตตา ซึ่งเป็นสนามบินหลักของกรุงจาการ์ตา กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันอังคาร หลังจากกระแสลมพัดเถ้าภูเขาไฟออกจากพื้นที่โดยรอบสนามบิน ขณะที่สนามบินอีก 4 แห่ง รวมถึงสนามบินขนาดเล็กอีกแห่งในกรุงจาการ์ตาและสนามบินในเมืองบันดุงซึ่งเป็นเมืองใกล้เคียง ก็กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สนามบินอีกแห่งหนึ่งกลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่วันจันทร์ที่ 7 กันยายน ขณะที่ยังมีสนามบินอีก 2 แห่งที่ยังคงปิดให้บริการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดุดีกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบความพร้อมใช้งานของทำการบินของเครื่องบินจำนวน 178 ลำ ซึ่งอยู่ที่ท่าอากาศยานซูการ์โน-ฮัตตาในช่วงที่สนามบินปิดให้บริการ ทำให้อาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยในการเตรียมเครื่องบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อากุส ฮาริมูร์ตี ยูโดโยโน รัฐมนตรีประสานงานด้านโครงสร้างพื้นฐานของอินโดนีเซีย กล่าวว่า มีประชาชนราว 341,000 คนที่ได้รับผลกระทบจากเที่ยวบิน 2,961 เที่ยวที่ต้องล่าช้า เปลี่ยนเส้นทาง หรือยกเลิกในสนามบินที่ปิดให้บริการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อานัก กรากะตัว เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ราว 130 แห่งของอินโดนีเซีย ซึ่งตั้งอยู่บนแนว “วงแหวนแห่งไฟแปซิฟิก” เขตที่มีกิจกรรมแผ่นดินไหวสูง เนื่องจากเป็นบริเวณที่แผ่นเปลือกโลกหลายแผ่นมาบรรจบกัน ทำให้เกิดแผ่นดินไหวและการปะทุของภูเขาไฟเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5879870?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อินโดเปิดสนามบินบางแห่ง หลังผู้โดยสาร 3.4 แสนตกค้าง อานัก กรากะตัว ปะทุ 3 ครั้งวันนี้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อินโดเปิดสนามบินบางแห่ง หลังผู้โดยสาร 3.4 แสนตกค้าง อานัก กรากะตัว ปะทุ 3 ครั้งวันนี้</dc:alternative><dc:abstract>อินโดเปิดสนามบินบางแห่ง หลังผู้โดยสาร 3.4 แสนตกค้าง อานัก กรากะตัว ปะทุ 3 ครั้งวันนี้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-08T04:41:48+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-08T04:41:48+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iv.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iv-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iv-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iv-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คิงชาร์ลส์ทรงยืนยัน แฮร์รี-เมแกน คงสถานะ สมาชิกพระราชวงศ์ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5879819]]></link><pubDate>2026-09-08T08:37:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5879819</guid><description>คิงชาร์ลส์ทรงยืนยัน แฮร์รี-เมแกน คงสถานะ สมาชิกพระราชวงศ์ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีพระบรมราชานุญาติให้มีหนังสือถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอังกฤษเมื่อวันที่ 7 กันยายน เพื่อยืนยันว่า  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;คิงชาร์ลส์ทรงยืนยัน แฮร์รี-เมแกน คงสถานะ สมาชิกพระราชวงศ์ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ทรงมีพระบรมราชานุญาติให้มีหนังสือถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอังกฤษเมื่อวันที่ 7 กันยายน เพื่อยืนยันว่า เจ้าชายแฮร์รี พระราชโอรสองค์เล็ก และเมแกน พระชายา ยังคงมีสถานะเป็นสมาชิกพระราชวงศ์ที่มิได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างเป็นทางการ แม้ทั้งสองจะกลับมายังสหราชอาณาจักรแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนังสือดังกล่าว ซึ่งได้ส่งให้ทีมงานของเจ้าชายแฮร์รีรับทราบด้วย ได้ถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลและกองทัพเพื่อใช้เป็นแนวทาง ระบุว่า หลังจากเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนทรงถอนตัวจากการปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างเป็นทางการในฐานะสมาชิกพระราชวงศ์เมื่อปี 2020 พวกเขา “มิได้ทรงเป็นสมาชิกพระราชวงศ์ที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจอีกต่อไป”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จดหมายบอกด้วยว่า สถานะดังกล่าว ซึ่งแตกต่างจากหน้าที่ของรัฐและราชวงศ์ที่สมาชิกราชวงศ์ที่ปฏิบัติพระกรณียกิจ รวมถึงเสรีภาพส่วนตัวที่สถานะดังกล่าวเปิดให้แก่ทั้งคู่ ทั้งในด้านการพึ่งพาตนเองทางการเงินและการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวตามที่พวกเขาต้องการ จะยังคงได้รับการเคารพอย่างเต็มที่ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ดังนั้น จึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ต่อสถานะปัจจุบันของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ งานด้านการกุศลของดยุกและดัชเชสถือเป็นเรื่องส่วนตัวของทั้งสอง และทรงดำเนินการในฐานะส่วนตัว กล่าวโดยสรุป สถานะของทั้งสองพระองค์จึงใกล้เคียงกับพลเมืองทั่วไป ที่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจและการดำเนินงานด้านการกุศล” จดหมายดังกล่าวระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าชายแฮร์รีและครอบครัวเดินทางกลับมายังสหราชอาณาจักรเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม หลังจากทรงยุติการปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะสมาชิกราชวงศ์และย้ายไปอยู่ในสหรัฐเป็นเวลานาน 6 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังไปพำนักในสหรัฐในปี 2020 เพื่อประกอบอาชีพอย่างเป็นอิสระ ทั้งคู่ยังคงเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง เจ้าชายแฮร์รีทรงกล่าวหาราชวงศ์ว่าละเลยพระองค์ สื่อแท็บลอยด์ทำลายชีวิตของพระองค์ และรัฐบาลล้มเหลวในการจัดหาความปลอดภัยให้เพียงพอสำหรับการกลับบ้านของพระองค์อีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5879819?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คิงชาร์ลส์ทรงยืนยัน แฮร์รี-เมแกน คงสถานะ สมาชิกพระราชวงศ์ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คิงชาร์ลส์ทรงยืนยัน แฮร์รี-เมแกน คงสถานะ สมาชิกพระราชวงศ์ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่</dc:alternative><dc:abstract>คิงชาร์ลส์ทรงยืนยัน แฮร์รี-เมแกน คงสถานะ สมาชิกพระราชวงศ์ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-08T01:39:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-08T01:39:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/kc1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/kc1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/kc1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/kc1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/kc1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/kc1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/kc1-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/kc1-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์ถกมาเลเซีย เห็นพ้องชายแดนมั่นคง พัฒนาพื้นที่ พร้อมคุยดับไฟใต้ สถานการณ์ต้องสงบ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5879641]]></link><pubDate>2026-09-07T20:39:21+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5879641</guid><description>สีหศักดิ์ถกมาเลเซีย เห็นพ้องชายแดนมั่นคง พัฒนาพื้นที่ พร้อมคุยดับไฟใต้ สถานการณ์ต้องสงบ เมื่อวันที่7 กันยายน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สีหศักดิ์ถกมาเลเซีย เห็นพ้องชายแดนมั่นคง พัฒนาพื้นที่ พร้อมคุยดับไฟใต้ สถานการณ์ต้องสงบ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่7 กันยายน ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ   ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายโมฮามัด ฮาซัน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย และนายราชา นูร์ชิรวาน เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาเลเซีย เพื่อติดตามผลการหารือระดับผู้นำและผลักดันความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ว่าการเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการหารือระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมทั้งรับมือกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม และ 22 สิงหาคม ซึ่งเป็นประเด็นที่นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใยเป็นพิเศษต่อความปลอดภัยของประชาชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศและเลขาธิการ สมช.มาเลเซีย เน้นย้ำใน 2 ประเด็นหลัก คือ ความมั่นคงตามแนวชายแดนร่วมกันและการพัฒนาพื้นที่ชายแดน โดยมีมาตรการเร่งด่วนที่ตกลงร่วมกัน คือโครงการรั้วความมั่นคง ซึ่งฝ่ายมาเลเซียมีแผนการสร้างรั้วความมั่นคงอยู่แล้ว ทั้งสองฝ่ายจึงเห็นพ้องให้กางแผนงานร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน โดยเน้นครอบคลุมพื้นที่อ่อนไหวที่เสี่ยงต่อการก่ออาชญากรรมข้ามชาติและยาเสพติด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพูดถึงการการยกระดับข่าวกรองโดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข่าวกรองเชิงลึกที่มีความแม่นยำและทันต่อเหตุการณ์ เพื่อช่วยในการตัดสินใจและรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ส่วนการลาดตระเวนร่วม มอบหมายให้ฝ่ายทหารดำเนินการผ่านกรอบคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาค (RBC) และคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ที่ประชุมยังเน้นย้ำถึงการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดความมั่นคงอย่างยั่งยืน โดยเตรียมนำโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ถนน สะพาน และระบบราง มาทบทวนและเชื่อมโยงกันบนโต๊ะเจรจาในการประชุมคณะกรรมการร่วมทั่วไป (JC) และคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาพื้นที่ชายแดน ในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ เพื่อตัดปัญหาโครงการซ้ำซ้อนและเชื่อมโยงการค้าชายแดนอย่างไร้รอยต่อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนความคืบหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฝ่ายไทยยืนยันความพร้อมโดยมี นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฝ่ายไทยเช่นเดิม ขณะที่ฝ่ายมาเลเซียอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาคัดเลือก &amp;#8220;ผู้อำนวยความสะดวก&amp;#8221; (Facilitator) คนใหม่ที่เหมาะสม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ฝ่ายไทยระบุชัดเจนว่า การพูดคุยจะคืบหน้าได้ต่อเมื่อสถานการณ์ในพื้นที่สงบลง จึงขอความร่วมมือให้กลุ่ม BRN ทุกปีก ทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายความมั่นคง มีท่าทีที่เป็นเอกภาพในการยุติเหตุความรุนแรง พร้อมทั้งเตรียมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในโต๊ะพูดคุยมากขึ้น เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายการลดเหตุความไม่สงบในพื้นที่ภายในปี 2570 ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5879641?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์ถกมาเลเซีย เห็นพ้องชายแดนมั่นคง พัฒนาพื้นที่ พร้อมคุยดับไฟใต้ สถานการณ์ต้องสงบ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์ถกมาเลเซีย เห็นพ้องชายแดนมั่นคง พัฒนาพื้นที่ พร้อมคุยดับไฟใต้ สถานการณ์ต้องสงบ</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์ถกมาเลเซีย เห็นพ้องชายแดนมั่นคง พัฒนาพื้นที่ พร้อมคุยดับไฟใต้ สถานการณ์ต้องสงบ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-07T13:45:14+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-07T13:45:14+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/aml.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/aml-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/aml.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/aml-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/aml-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/aml-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/pa.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/pa-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2453</mi:x1><mi:y1>1635</mi:y1><mi:x2>2453</mi:x2><mi:y2>1635</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์ชี้ มาเลเซียย้ำ ความมั่นคงไทยคือความมั่นคงมาเลย์ ยันไม่ยอมให้ใช้พื้นที่บั่นทอนไทย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5879612]]></link><pubDate>2026-09-07T20:10:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5879612</guid><description>สีหศักดิ์ชี้ มาเลเซียย้ำ ความมั่นคงไทยคือความมั่นคงมาเลย์ ยันไม่ยอมให้ใช้พื้นที่บั่นทอนไทย เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สีหศักดิ์ชี้ มาเลเซียย้ำ ความมั่นคงไทยคือความมั่นคงมาเลย์ ยันไม่ยอมให้ใช้พื้นที่บั่นทอนไทย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ   ให้สัมภาษณ์ภายหลัง การหารือพูดคุยกับดาโตะ เซอรี อูตามา ฮาจี โมฮามัด บิน ฮาจี ฮาซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ว่าเป็นการหารือที่ดีเราเปิดกว้างกันแบบตรงไปตรงมาส่วนไหนที่เป็นปัญหาและที่จะกระชับความร่วมมือระหว่างกัน  โดยเฉพาะเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นล่าสุดในคืนเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“มาเลเซียยืนยันว่า ความมั่นคงของไทยก็คือความมั่นคงของมาเลเซียเพราะมีผลประโยชน์ร่วมกับไทยในการส่งเสริมความมั่นคงชายแดนและยืนยันว่ารัฐบาลมาเลเซียไม่มีความประสงค์ที่จะให้ใครใช้พื้นที่มาเลเซียไปบั่นทอนความมั่นคงของไทย” นายสีหศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ยังให้ความมั่นใจกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาลคือการยึดมั่นกับแนวทางของรัชกาลที่ 9 คือการเข้าถึง เข้าใจ และพัฒนาประชาชนในพื้นที่ ควบคู่กับการทำงานด้วยความเป็นเอกภาพของหน่วยงานในพื้นที่ เช่นเดียวกับมิติของความมั่นคง ความปลอดภัย ขณะที่เรื่องเศรษฐกิจก็ต้องบูรณาการ โครงการแต่ละโครงการไม่ได้เป็นของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นของส่วนรวมที่จะเกิดกับประชาชนในพื้นที่มากที่สุด ขณะที่การศึกษาและอัตลักษณ์ถือเป็นเรื่องสำคัญ จึงจำเป็นที่จะคัดเลือกบุคลากรที่เหมาะสมไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  และงานที่ตนเองเกี่ยวข้องโดยตรงคือความร่วมมือกับมาเลเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถามว่ายังมีความคิดเห็นของกลุ่มการเมืองในพื้นที่ว่าการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้คือการให้ประชาชนได้ปกครองตนเอง แนวคิดนี้รัฐบาลคิดว่าคือการแก้ปัญหาที่แท้จริงหรือไม่ นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ทั้งเรื่องความมั่นคงและเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องตอบสนองต่อความต้องการประชาชนในพื้นที่ และสิ่งที่เขาต้องการตอนนี้นั่นคือความปลอดภัย ความเป็นอยู่ ส่วนแผนระยะยาว ย้ำว่าก็ต้องเปิดกว้างต่อการรับฟัง เพราะก็พูดคุยกันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้การสร้างสถานการณ์ให้ประชาชนมีความมั่นใจในชีวิตและความปลอดภัยรวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นคือเรื่องสำคัญที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5879612?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์ชี้ มาเลเซียย้ำ ความมั่นคงไทยคือความมั่นคงมาเลย์ ยันไม่ยอมให้ใช้พื้นที่บั่นทอนไทย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์ชี้ มาเลเซียย้ำ ความมั่นคงไทยคือความมั่นคงมาเลย์ ยันไม่ยอมให้ใช้พื้นที่บั่นทอนไทย</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์ชี้ มาเลเซียย้ำ ความมั่นคงไทยคือความมั่นคงมาเลย์ ยันไม่ยอมให้ใช้พื้นที่บั่นทอนไทย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-07T13:10:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-07T13:10:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tm-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tm-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปรับ-ไม่ปรับ! จับตา รัฐสภาสิงคโปร์ จ่ออภิปราย ประเด็นอัตราเงินเดือนรัฐมนตรี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5879080]]></link><pubDate>2026-09-07T15:45:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5879080</guid><description>ปรับ-ไม่ปรับ! จับตา รัฐสภาสิงคโปร์ จ่ออภิปราย ประเด็นอัตราเงินเดือนรัฐมนตรี สิงคโปร์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ตำแหน่งผู้นำทางการเมืองมีอัตราเงินเดือนสูงที่สุดในโลก กำลังจะมีการเปิดอภิปรายเรื่องการปรั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปรับ-ไม่ปรับ! จับตา รัฐสภาสิงคโปร์ จ่ออภิปราย ประเด็นอัตราเงินเดือนรัฐมนตรี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สิงคโปร์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ตำแหน่งผู้นำทางการเมืองมีอัตราเงินเดือนสูงที่สุดในโลก กำลังจะมีการเปิดอภิปรายเรื่องการปรับอัตราเงินเดือนของตำแหน่งทางการเมืองรวมถึงคณะรัฐมนตรี ในการประชุมรัฐสภาในสัปดาห์นี้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นละเอียดอ่อนและได้รับความสนใจอย่างใกล้ชิดจากประชาชนในประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า นายลอเรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรี และนายชาน ชุน ซิง รัฐมนตรีกระทรวงบริการสาธารณะของสิงคโปร์ จะแถลงจุดยืนของรัฐบาลต่อข้อเสนอของคณะกรรมการเกี่ยวกับการปรับเงินเดือนรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 8 กันยายน ก่อนที่สมาชิกรัฐสภาจะอภิปรายประเด็นดังกล่าวในช่วงปลายสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เป็นที่รับรู้ว่า สิงคโปร์ มีการจ่ายเงินเดือนให้ตำแหน่งผู้นำทางการเมืองสูงที่สุดในโลก โดยตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยของสิงคโปร์ได้รับเงินเดือนตกปีละ 1.1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 28 ล้านบาท ขณะที่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มีอัตราเงินเดือนต่อปีที่ 2.2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 45 ล้านบาท ซึ่งการกำหนดอัตราเงินเดือนไว้สูงมากต่อตำแหน่งดังกล่าวของสิงคโปร์นั้น เพื่อมุ่งดึงดูดบุคลากรที่มีความสามารถและเพื่อป้องการทุจริต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อมูลขององค์กรไม่แสวงผลกำไร PoliticalSalaries.com ระบุว่า ผู้บริหารสูงสุดเขตปกครองพิเศษฮ่องกง มีรายได้สูงตามมาเป็นอันดับ 2 ของโลก ที่ 719,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือกว่า 23 ล้านบาท รองลงมาคือ ประธานาธิบดีสวิตเซอร์แลนด์ ที่ 606,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือเกือบ 20 ล้านบาท เมื่อเทียบกับนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร มีเงินเดือนที่เกือบ 230,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือราว 7.5 ล้านต่อปี ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณ 13 ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับอัตราเงินเดือนของตำแหน่งรัฐมนตรีสิงคโปร์ข้างต้น ไม่ได้มีการปรับขึ้นมาตั้งแต่ปี 2012 แล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คณะรัฐมนตรีสิงคโปร์ต่างยอมลดเงินเดือนลงถึง 36% เพื่อบรรเทาความไม่พอใจของประชาชนเมื่อเทียบกับรายได้ของตนเอง ซึ่งทำให้เรื่องอัตราเงินเดือนสูงของตำแหน่งรัฐมนตรีกลายเป็นประเด็นละเอียดอ่อนมาตั้งแต่นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่รัฐบาลสิงคโปร์จะมีการพิจารณาทบทวนอัตราเงินเดือนอีกครั้งในปี 2017 แต่ก็ไม่ได้มีการผ่านความเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการฯ เพื่อให้ปรับขึ้นเงินเดือนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปี 2025 รายได้เฉลี่ยของประชากรสิงคโปร์อยู่ที่เพียง 5,775 ดอลลาร์สิงคโปร์เท่านั้น ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อขยับตัวสูงขึ้นแตะที่ 2% เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยธนาคารกลางสิงคโปร์คาดการณ์ว่าตัวเลขเงินเฟ้อดังกล่าวจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปจนถึงครึ่งหลังของปี 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ข้อมูลจากเว็บไซต์ของหน่วยงานบริการสาธาระของสิงคโปร์ระบุว่า สิงคโปร์ใช้เกณฑ์รายได้ของชาวสิงคโปร์ที่มีรายได้สูงสุด 1,000 อันดับแรก เป็นเกณฑ์อ้างอิงในการกำหนดค่าตอบแทนของรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลว่าคุณสมบัติและความสามารถของบุคคลกลุ่มนี้สะท้อนถึงศักยภาพในระดับที่สิงคโปร์ต้องการสำหรับบุคลากรที่จะมาทำหน้าที่บริหารประเทศให้มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5879080?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปรับ-ไม่ปรับ! จับตา รัฐสภาสิงคโปร์ จ่ออภิปราย ประเด็นอัตราเงินเดือนรัฐมนตรี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปรับ-ไม่ปรับ! จับตา รัฐสภาสิงคโปร์ จ่ออภิปราย ประเด็นอัตราเงินเดือนรัฐมนตรี</dc:alternative><dc:abstract>ปรับ-ไม่ปรับ! จับตา รัฐสภาสิงคโปร์ จ่ออภิปราย ประเด็นอัตราเงินเดือนรัฐมนตรี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-07T08:45:29+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-07T08:45:29+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-07-153851.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-07-153851-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-07-153851.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-07-153851-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-07-153851-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-07-153851-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[พิษสงคราม-คว่ำบาตร อิหร่านจ่อขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน สำหรับผู้ใช้เกิน 110 ลิตร/เดือน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5879012]]></link><pubDate>2026-09-07T15:36:55+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5879012</guid><description>พิษสงคราม-คว่ำบาตร อิหร่านจ่อขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน สำหรับผู้ใช้เกิน 110 ลิตร/เดือน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน โฆษกรัฐบาลอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านเตรียมปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน ส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;พิษสงคราม-คว่ำบาตร อิหร่านจ่อขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน สำหรับผู้ใช้เกิน 110 ลิตร/เดือน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน โฆษกรัฐบาลอิหร่าน เปิดเผยว่า อิหร่านเตรียมปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน สำหรับผู้ที่ใช้เกิน 110 ลิตรต่อเดือน โดยจะมีผลตั้งแต่วันอังคารที่ 8 กันยายนเป็นต้นไป เพื่อเร่งยกระดับความพยายามในการรับมือกับปัญหาที่เกิดจากสงครามและมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอันหนักหน่วงจากสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟาติเมะ โมฮาเจรานี โฆษกรัฐบาลอิหร่าน กล่าวในคำแถลง ซึ่งเผยแพร่ผ่านสื่อของรัฐว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นนี้ จะส่งผลกระทบเฉพาะผู้บริโภคที่ต้องการใช้น้ำมันเกิน 110 ลิตรต่อเดือนเท่านั้น และการปรับขึ้นราคาก็เป็นไปตามสภาวการณ์ในปัจจุบัน และว่า &lt;strong&gt;ผู้ใช้รถทั่วไปยังคงสามารถซื้อน้ำมันได้สูงสุดในโควต้า 60 ลิตรแรก ในราคาลิตรละ 15,000 เรียล  (ราว 0.36 บาท) และโควต้าที่ 2 อีก 50 ลิตรต่อไป ในราคาลิตรละ 30,000 เรียล (ราว 0.72 บาท)  แต่หากเกิน 110 ลิตรขึ้นไป จะเป็นโควต้าที่ 3 ที่ราคาจะถูกปรับขึ้นเป็น 100,000 เรียลต่อลิตร (หรือราว 2.39 บาท)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประเทศอิหร่าน ถือว่าเป็นประเทศที่มีราคาน้ำมันถูกที่สุดแห่งหนึ่งในโลก การปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินของอิหร่าน เคยถูกนำเข้าพิจารณาในรัฐบาลและต้องเลื่อนออกไปหลายครั้ง เนื่องจากความกังวลว่า จะกลายเป็นการจุดชนวนให้เกิดการประท้วงรอบใหม่ โดยอิหร่านเคยเผชิญกับการประท้วงบานปลายทั่วประเทศมาแล้ว เมื่อปี 2019 จากประเด็นเรื่องราคาน้ำมันเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา อิหร่านได้ปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน ที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลเพียงบางส่วนสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่ เนื่องจากประเทศสมาชิกกลุ่มโอเปกรายนี้ พยายามที่จะควบคุมความต้องการใช้เชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5879012?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;พิษสงคราม-คว่ำบาตร อิหร่านจ่อขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน สำหรับผู้ใช้เกิน 110 ลิตร/เดือน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>พิษสงคราม-คว่ำบาตร อิหร่านจ่อขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน สำหรับผู้ใช้เกิน 110 ลิตร/เดือน</dc:alternative><dc:abstract>พิษสงคราม-คว่ำบาตร อิหร่านจ่อขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน สำหรับผู้ใช้เกิน 110 ลิตร/เดือน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-07T08:38:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-07T08:38:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iran2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iran2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iran2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iran2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iran3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iran3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ชินจูกุ เตรียมแบนที่พักรายวัน-Airbnb กว่าครึ่ง หลังชาวบ้านแห่ร้องเรียนเรื่องนักท่องเที่ยว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5878855]]></link><pubDate>2026-09-07T14:32:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5878855</guid><description>ชินจูกุ เตรียมแบนที่พักรายวัน-Airbnb กว่าครึ่ง หลังชาวบ้านแห่ร้องเรียนเรื่องนักท่องเที่ยว abs-cbn.com รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 กันยายน เจ้าหน้าที่เขตชินจูกุ ของญี่ปุ่น รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ย่านชินจูกุ ซ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ชินจูกุ เตรียมแบนที่พักรายวัน-Airbnb กว่าครึ่ง หลังชาวบ้านแห่ร้องเรียนเรื่องนักท่องเที่ยว&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;abs-cbn.com รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 กันยายน เจ้าหน้าที่เขตชินจูกุ ของญี่ปุ่น รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ย่านชินจูกุ ซึ่งเป็นย่านท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของกรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น เตรียมประกาศห้ามการให้บริการที่พักรายวันมากกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่ ซึ่งรวมถึงบ้านพักบนแพลตฟอร์ม แอร์บีเอ็นบี (Airbnb) หลังจากมีการร้องเรียนเรื่องนักท่องเที่ยวพุ่งสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ย่านชินจูกุ เป็นที่รู้จักกันดี ในฐานะย่านการค้าและย่านความบันเทิงอันคึกคัก เป็นที่ตั้งของที่พักรายวัน เกือบ 10 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนที่พักรายวันทั้งหมด 42,000 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ย่านชินจูกุ ก็เป็นพื้นที่ที่มีผู้อยู่อาศัยประจำจำนวนมาก ซึ่งคนกลุ่มนี้เริ่มหมดความอดทนและเอือมระอา กับนักท่องเที่ยวที่ทิ้งขยะไม่เป็นที่ แอบสูบบุหรี่ในบริเวณที่ห้ามสูบ และส่งเสียงดังรบกวน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เขตชินจูกุ ผู้ดูแลด้านที่พักรายวัน เปิดเผยว่า เขตชินจูกุ กำลังวางแผนที่จะปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับในปัจจุบัน เพื่อสั่งห้ามการให้บริการที่พักเอกชน ในเขตพื้นที่อยู่อาศัย และบริเวณใกล้เคียงกับโรงเรียน หลังจากจำนวนธุรกิจที่พักเอกชนเพิ่มสูงขึ้น สถิติการร้องเรียนและปัญหาความขัดแย้งรอบๆที่พักเหล่านั้นก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่คนดังกล่าว บอกว่า ที่พักรายวันมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ในเขตชินจูกุ จะต้องเผชิญกับคำสั่งห้ามภายใต้กฎระเบียบใหม่นี้ และว่า นายกเทศมนตรีเขตชินจูกุ จะประกาศแผนการดังกล่าวอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 8 กันยายน ซึ่งนโยบายใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ครอบคลุมไปถึงที่พักเดิมที่มีอยู่แล้วด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีขึ้นขณะที่เมืองใหญ่อื่นๆทั่วโลก เช่น นครนิวยอร์ก และเมืองบาร์เซโลนา กำลังพยายามกวาดล้างที่พักเอกชนที่ปล่อยเช่าผ่าน แอร์บีเอ็นบี และแพลตฟอร์มอื่นๆเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ญี่ปุ่นก็เหมือนกับพื้นที่อื่นๆหลายแห่งทั่วโลก ที่ปัญหาท่องเที่ยวล้นเมือง กลายเป็นประเด็นร้อนระดับชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างเช่น ชาวเมืองเกียวโตและแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอื่นๆ ต่างแสดงความไม่พอใจต่อฝูงชนที่มัวแต่ถ่ายภาพเซลฟี่ ตลอดจนปัญหาการจราจรติดขัด และราคาที่ดินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่วนเขตชินจูกุ มีจำนวนการร้องเรียนเกี่ยวกับบ้านพักตากอากาศและที่พักรายวันพุ่งสูงขึ้นถึงราว 40 เปอร์เซ็นต์ เมื่อตอนปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่คนดังกล่าว บอกว่า ข้อร้องเรียนส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎการทิ้งขยะ ขณะที่เรื่องอื่นๆ ครอบคลุมถึงการสูบบุหรี่และการบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการใหม่ของเขตชินจูกุ มีขึ้นหลังจากเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ได้มอบอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ในการกำกับดูแลที่พักรายงาน หากพบว่า สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยและการศึกษาอันสงบสุข กำลังถูกคุกคาม หรือหากที่พักเหล่านั้น ขัดขวางการรักษาจำนวนประชากรถาวรและชุมชนท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เมืองหลวงเก่าแก่อย่างเกียวโต ก็กำลังพิจารณาสั่งห้ามการให้บริการที่พักรายวันด้วยเช่นกัน แต่จะบังคับใช้เฉพาะกับที่พักเปิดใหม่ในเขตอยู่อาศัยและเขตอุตสาหกรรมเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5878855?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ชินจูกุ เตรียมแบนที่พักรายวัน-Airbnb กว่าครึ่ง หลังชาวบ้านแห่ร้องเรียนเรื่องนักท่องเที่ยว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ชินจูกุ เตรียมแบนที่พักรายวัน-Airbnb กว่าครึ่ง หลังชาวบ้านแห่ร้องเรียนเรื่องนักท่องเที่ยว</dc:alternative><dc:abstract>ชินจูกุ เตรียมแบนที่พักรายวัน-Airbnb กว่าครึ่ง หลังชาวบ้านแห่ร้องเรียนเรื่องนักท่องเที่ยว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-07T07:32:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-07T07:32:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/titzi-shinjuku-52428.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/titzi-shinjuku-52428-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/titzi-shinjuku-52428.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/titzi-shinjuku-52428-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/titzi-shinjuku-5242899.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/titzi-shinjuku-5242899-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เปิดตัววันเดียวก็งานเข้า สหรัฐลุยสอบความปลอดภัย &#8216;ไซเบอร์แค็บ&#8217; ของเทสลา ไร้พวงมาลัย-ไร้แป้นเบรก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5878544]]></link><pubDate>2026-09-07T12:45:48+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5878544</guid><description>เปิดตัววันเดียวก็งานเข้า สหรัฐลุยสอบความปลอดภัย &amp;#8216;ไซเบอร์แค็บ&amp;#8217; ของเทสลา ไร้พวงมาลัย-ไร้แป้นเบรก สำนักข่าวเอพีรายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มการตรวจสอบรถแท็กซี่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เปิดตัววันเดียวก็งานเข้า สหรัฐลุยสอบความปลอดภัย &amp;#8216;ไซเบอร์แค็บ&amp;#8217; ของเทสลา ไร้พวงมาลัย-ไร้แป้นเบรก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มการตรวจสอบรถแท็กซี่ไร้พวงมาลัยรุ่นใหม่ของ &amp;#8220;เทสลา&amp;#8221; ว่าเป็นไปตามกฎความปลอดภัยหรือไม่ หลังจากที่เพิ่งเปิดให้บริการได้เพียงวันเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยสำนักงานความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ ของสหรัฐอเมริกา (NHTSA) ระบุว่า กำลังตรวจสอบว่า เทสลา ได้ปฏิบัติตามกฎของรัฐบาลกลางอย่างครบถ้วนหรือไม่ ในการเปิดให้บริการ &amp;#8220;ไซเบอร์แค็บ&amp;#8221; (Cybercab) ที่เมืองออสติน รัฐเท็กซัส โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า รถยนต์ 2 ที่นั่งรุ่นนี้ ไม่มีพวงมาลัย กระจกมองข้าง รวมทั้งแป้นเบรก ซึ่งโดยปกติยานพาหนะทุกคันจำเป็นต้องมี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ อีลอน มัสก์ ผู้ร่วมก่อตั้ง และซีอีโอ ของเทสลา ได้เปิดตัวบริการ &amp;#8220;ไซเบอร์แค็บ&amp;#8221; โรโบแท็กซี่ (ไร้คนขับ) ที่เมืองออสติน เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา โดยแท็กซี่สุดล้ำรุ่นนี้ถูกส่งลงถนนเพื่อให้บริการในเมืองจำนวนหลายสิบคัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ราคาหุ้นของเทสลา ร่วงลงไปเกือบ 6 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 354.08 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน ซึ่งเป็นการลบล้างมูลค่าที่เคยพุ่งสูงขึ้นเมื่อวันก่อนหน้าจากกระแสความตื่นเต้นในการเปิดตัว ไซเบอร์แค็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ก่อนหน้าการเปิดตัว เทสลาเคยระบุว่า บริษัทได้อาศัยกระบวนการ &amp;#8220;รับรองความปลอดภัยด้วยตนเอง&amp;#8221; เพื่อให้มั่นใจว่า ไซเบอร์แค็บ จะปฏิบัติตามมาตรฐานของรัฐบาลกลาง แต่ทางหน่วยงานกำกับดูแล กำลังตรวจสอบว่า รถแท็กซี่ดังกล่าวได้มาตรฐานตามนั้นจริงหรือไม่ ซึ่งในเอกสารที่ยื่นเรื่องเกี่ยวกับการสืบสวน ระบุว่า ทางหน่วยงานจะทำการตรวจสอบบัญชีและข้อมูล เพื่อสอบทานกระบวนการและข้อมูลทางเทคนิค ที่เทสลาใช้ในการรับรองมาตรฐาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเปิดให้บริการ ไซเบอร์แค็บ ที่เมืองออสติน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ มัสก์ กล่าวไว้ว่า จะเป็นการขยายบริการแท็กซี่ไร้คนขับราคาถูกไปทั่วประเทศ และสัญญาว่าจะพลิกโฉมรูปแบบการเดินทางของผู้คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยมัสก์ วางแผนที่จะบูรณาการ ไซเบอร์แค็บ ซึ่งไม่มีระบบควบคุมด้วยมือที่ผู้โดยสารจะสามารถใช้ควบคุมรถได้ในกรณีฉุกเฉิน เข้ากับบริการแท็กซี่เดิมที่มีอยู่ของบริษัท ซึ่งใช้เพียงรถเทสลาทรงมาตรฐานทั่วไป โดยเครือข่ายโรโบแท็กซี่นี้ ได้เปิดให้บริการในเมืองออสตินมานานกว่า 1 ปีแล้ว และเริ่มให้บริการรับส่งในอีก 5 เมืองในรัฐเท็กซัส และฟลอริดาด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5878544?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เปิดตัววันเดียวก็งานเข้า สหรัฐลุยสอบความปลอดภัย &amp;#8216;ไซเบอร์แค็บ&amp;#8217; ของเทสลา ไร้พวงมาลัย-ไร้แป้นเบรก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เปิดตัววันเดียวก็งานเข้า สหรัฐลุยสอบความปลอดภัย ‘ไซเบอร์แค็บ’ ของเทสลา ไร้พวงมาลัย-ไร้แป้นเบรก</dc:alternative><dc:abstract>เปิดตัววันเดียวก็งานเข้า สหรัฐลุยสอบความปลอดภัย ‘ไซเบอร์แค็บ’ ของเทสลา ไร้พวงมาลัย-ไร้แป้นเบรก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-07T05:45:48+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-07T05:45:48+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cyber-cab3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cyber-cab3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cyber-cab3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cyber-cab3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cyber-cab4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cyber-cab4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cyber-cab2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cyber-cab2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยังมีปาฏิหาริย์! หญิงเนปาล วัย 64 พบรอดชีวิต หลังถูกน้ำท่วมใหญ่ ซัดหายไปพร้อมบ้านนาน 10 วัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5878537]]></link><pubDate>2026-09-07T12:15:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5878537</guid><description>ยังมีปาฏิหาริย์! หญิงเนปาล วัย 64 พบรอดชีวิต หลังถูกน้ำท่วมใหญ่ ซัดหายไปพร้อมบ้านนาน 10 วัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 6 กันยายนว่า การค้นหาผู้รอดชีวิตหรือสูญหายในเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันถล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยังมีปาฏิหาริย์! หญิงเนปาล วัย 64 พบรอดชีวิต หลังถูกน้ำท่วมใหญ่ ซัดหายไปพร้อมบ้านนาน 10 วัน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 6 กันยายนว่า การค้นหาผู้รอดชีวิตหรือสูญหายในเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันถล่มชายแดนเนปาลติดกับเขตปกครองตนเองทิเบตของจีนเมื่อสิบวันก่อนยังคงมีความหวัง เมื่อทีมกู้ภัยพบหญิงชราชื่อ จันทิกา กุมารี เศรษฐา อายุ 64 ปี ยังมีชีวิตรอดโดยติดอยู่ใต้ซากอาคารบ้าน 4 ชั้นของเธอที่ถูกมวลน้ำและดินโคลนซัดพัดพาไปในหมู่บ้านเบตราวาตีในวันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ในขณะที่ครอบครัวของเธอได้เริ่มประกอบพิธีไว้อาลัยแก่หญิงชราผู้นี้แล้ว เพราะเชื่อว่าเธอเสียชีวิตไปแล้วจากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งเลวร้ายนี้ของเนปาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมเหนทรา ดาร์นัล เจ้าหน้าที่ตำรวจเนปาล เปิดเผยว่า อาคารบ้าน 4 ชั้นหลังดังกล่าวของนางเศรษฐาได้ถูกกระแสน้ำพัดพาไปและจมลงไปอยู่ในพื้นที่ดินโคลนคล้ายทรายดูด ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสำรวจพื้นที่โดยรอบก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ โดยหญิงชรารายนี้เอาชีวิตรอดมาได้จากการที่ยังมีช่องว่างเล็กๆ ที่ทำให้เธอมีอากาศหายใจในขณะที่ร่างของเธอติดอยู่ในพื้นที่แคบๆ ของซากบ้านที่ถูกกระแสน้ำซัดทำลายและพัดพาไป โดยปฏิบัติการกู้ภัยที่เกิดขึ้นในวันเสาร์(5 ก.ย.) ใช้เวลาราว 45 นาที ในการช่วยเหลือหญิงชรารายนี้ออกมาได้ ก่อนรีบนำตัวเธอส่งไปยังโรงพยาบาลทหารในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผมได้ติดต่อกับทางครอบครัวของเธอแล้วและพวกเขาได้เริ่มประกอบพิธีไว้อาลัยตามธรรมเนียมซึ่งกินเวลา 11 วันไปแล้วด้วย” นายดาร์นัลกล่าวถึงครอบครัวของนางเศรษฐา และว่า เมื่อ 5 วันก่อนมีการพบศพผู้เสียชีวิต 24 รายในสภาพเน่าเปื่อยบริเวณย่านตลาดเบตราวาตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หญิงชราที่พบรอดชีวิตรายนี้อยู่ในหมู่ผู้สูญหายหลายร้อยคนในหมู่บ้านเบตราวาตี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากเหตุอุทกภัยครั้งรุนแรงถล่มเนปาล โดยขณะนี้ทีมกู้ภัยยังคงเดินหน้าเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันในเนปาลอยู่ที่มากกว่า 1,300 ราย และยังคงมีผู้สูญหายอีกราว 5,000 คน แม้ความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตจะเริ่มเลือนลางลง แต่ทางการเนปาลยังคงความพยายามค้นหาผู้รอดชีวิตต่อไปรวมถึงคนงานอีกกว่า 900 ชีวิตที่เชื่อว่าติดอยู่ในอุโมงค์โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำตรีศูลีด้วย โดยนับจากวันศุกร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถช่วยคนงานออกมาจากอุโมงค์ดังกล่าวได้ 3 ราย และเด็กชายวัย 8 ขวบรายหนึ่งที่ยังมีชีวิตรอดอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe loading=&quot;lazy&quot; title=&quot;Woman found alive after 10 days trapped in Nepal flood rubble in miracle rescue #shorts&quot; width=&quot;422&quot; height=&quot;750&quot; src=&quot;https://www.youtube.com/embed/56ChmMgkq2o?feature=oembed&amp;#038;enablejsapi=1&amp;#038;origin=https://www.matichon.co.th&quot; frameborder=&quot;0&quot; allow=&quot;accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share&quot; referrerpolicy=&quot;strict-origin-when-cross-origin&quot; allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5878537?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยังมีปาฏิหาริย์! หญิงเนปาล วัย 64 พบรอดชีวิต หลังถูกน้ำท่วมใหญ่ ซัดหายไปพร้อมบ้านนาน 10 วัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยังมีปาฏิหาริย์! หญิงเนปาล วัย 64 พบรอดชีวิต หลังถูกน้ำท่วมใหญ่ ซัดหายไปพร้อมบ้านนาน 10 วัน</dc:alternative><dc:abstract>ยังมีปาฏิหาริย์! หญิงเนปาล วัย 64 พบรอดชีวิต หลังถูกน้ำท่วมใหญ่ ซัดหายไปพร้อมบ้านนาน 10 วัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-07T05:15:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-07T05:15:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/หญิงเนปาลรอดปาฏิหาริย์_.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/หญิงเนปาลรอดปาฏิหาริย์_-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/หญิงเนปาลรอดปาฏิหาริย์_.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/หญิงเนปาลรอดปาฏิหาริย์_-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/หญิงเนปาลรอดปาฏิหาริย์__0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/หญิงเนปาลรอดปาฏิหาริย์__0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กัมพูชาประกาศ ไม่ยอมให้ประเทศเป็นสวรรค์ของสแกมเมอร์ &#8216;ฮุน มาเนต&#8217; ลงพื้นที่เกาะกงตรวจสอบเอง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5878454]]></link><pubDate>2026-09-07T11:45:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5878454</guid><description>กัมพูชาประกาศ ไม่ยอมให้ประเทศเป็นสวรรค์ของสแกมเมอร์ &amp;#8216;ฮุน มาเนต&amp;#8217; ลงพื้นที่เกาะกง ตรวจสอบเอง พนมเปญโพสต์ รายงานว่า ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งที่เคยเป็นแหล่งหลอกลว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กัมพูชาประกาศ ไม่ยอมให้ประเทศเป็นสวรรค์ของสแกมเมอร์ &amp;#8216;ฮุน มาเนต&amp;#8217; ลงพื้นที่เกาะกง ตรวจสอบเอง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;พนมเปญโพสต์ รายงานว่า ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งที่เคยเป็นแหล่งหลอกลวงทางออนไลน์หลายแห่ง ในจังหวัดเกาะกงด้วยตนเอง เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลกัมพูชาประกาศว่า ปฏิบัติการปราบปรามและทำลายเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในครั้งนี้ยังคงอีกยาวไกล และยังไม่สิ้นสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่สถานที่ที่เคยถูกระบุว่าเป็น &amp;#8220;จุดร้อน&amp;#8221; หรือ ฮอตสปอต ของการฉ้อโกงทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะพื้นที่การพัฒนา &amp;#8220;ดารา ซาโกร์&amp;#8221; และสถานที่อื่นๆ อีกหลายแห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า เคยถูกกลุ่มอาชญากรรมใช้เป็นฐานปฏิบัติการฉ้อโกงข้ามชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามแถลงการณ์ของรัฐบาลกัมพูชา ระบุว่า ปฏิบัติการที่ผิดกฎหมายในสถานที่ดังกล่าว ได้ถูกสั่งปิดไปอย่างสมบูรณ์แล้ว และได้มีการยึดอุปกรณ์ และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการยึดทรัพย์ตามกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้จัดตั้งระบบเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เครือข่ายสแกมเมอร์ กลับมาแอบเปิดทำการอีกในพื้นที่เดิม หรือแอบแฝงดำเนินกิจการในรูปแบบอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;แม้ว่าเจ้าหน้าที่กัมพูชาจะประกาศกวาดล้างอาคารสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ไปแล้ว 86 แห่ง และปราบปรามพื้นที่เป้าหมายไปกว่า 663 แห่ง แต่ภารกิจของเรายังไม่เสร็จสิ้น&amp;#8221; รัฐบาลกัมพูชาระบุในแถลงการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และว่า หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะยังคงเดินหน้าสืบสวนสอบสวนสถานที่ต้องสงสัยทั้งหมดต่อไป โดยจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด เพื่อกวาดล้างเครือข่ายอาชญากร และไม่เปิดโอกาสให้มีพื้นที่สำหรับดำเนินกิจการได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า การลงพื้นที่ของ ฮุน มาเนต เกิดขึ้นไม่ถึง 1 สัปดาห์ หลังจากเจ้าหน้าที่นำกำลังบุกค้นพื้นที่ต้องสงสัยในหมู่บ้านเปียมกาย ตำบลเกาะสเด็จ อำเภอคีรีสาคร เมื่อวันที่ 29 และ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิบัติการดังกล่าว ส่งผลให้มีการจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 34 คน และยึดโทรศัพท์มือถือได้หลายร้อยเครื่อง การบุกค้นครั้งนี้ เน้นย้ำให้เห็นถึงความเสี่ยงที่เครือข่ายสแกมเมอร์ อาจจะกระจายตัวออกจากอาคารขนาดใหญ่ แล้วย้ายไปตั้งฐานปฏิบัติการในพื้นที่ที่มีขนาดเล็กลง และมิดชิดยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ยากต่อการตรวจพบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า การตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ยังเป็นการฉายภาพผลลัพธ์ของยุทธการระดับชาติ ในการปราบปรามการฉ้อโกงทางเทคโนโลยี ที่ได้บังคับใช้ครอบคลุมทั้ง 25 จังหวัด และกรุงพนมเปญ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2026&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลอดระยะเวลาประมาณ 14 เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้บุกค้นสถานที่ต้องสงสัย 663 แห่ง และสั่งปิดอาคารสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ 86 แห่ง ซึ่งถูกนำเข้าสู่กระบวนการอายัดภายใต้การควบคุมของรัฐ เพื่อรอการยึดทรัพย์อย่างเป็นทางการต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้อายัดเงินในบัญชีธนาคารที่ต้องสงสัยว่าเชื่อมโยงกับการฉ้อโกงออนไลน์รวมมูลค่ากว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9,800 ล้านบาท ขณะที่ทรัพย์สินอื่นๆ ยังคงอยู่ระหว่างกระบวนการอายัดและประเมินมูลค่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบัน มีคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลทั้งหมด 446 คดี มีจำเลยรวม 3,927 คน จาก 29 สัญชาติ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า จำเลยเหล่านี้เป็นตัวการใหญ่ และสมาชิกระดับสูงของเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยการดำเนินคดีทางกฎหมาย ยังขยายผลไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐหลายรายที่ต้องสงสัยว่าให้การคุ้มครอง หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการของแก๊งอาชญากร ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า คดีเหล่านี้ครอบคลุมผู้ต้องสงสัยที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 15 ราย รวมถึงรองอัยการ รองอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมือง รองผู้บังคับการตำรวจนครบาลพนมเปญ และอดีตอธิบดีประจำกระทรวงต่างประเทศ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารอีกหลายนาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลกัมพูชา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า มีชาวต่างชาติกว่า 22,000 คน จาก 38 ประเทศ ถูกส่งตัวกลับประเทศต้นทางแล้ว ภายใต้ความร่วมมือกับสถานทูตที่เกี่ยวข้อง โดยเจ้าหน้าที่อธิบายว่า บุคคลเหล่านี้คือผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือจากการถูกบังคับใช้แรงงานผิดกฎหมาย การกดขี่ และการทรมาน โดยฝีมือของหัวหน้าแก๊งอาชญากรชาวต่างชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชาระบุว่า การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมของนายกรัฐมนตรีที่จังหวัดเกาะกง ถือเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่ชัดเจนไปยังประชาคมโลกว่า กัมพูชาจะไม่ยินยอมให้พื้นที่ใดๆ ของประเทศ กลายเป็นสวรรค์หรือแหล่งซุกซ่อนของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ข้ามชาติอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5878454?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กัมพูชาประกาศ ไม่ยอมให้ประเทศเป็นสวรรค์ของสแกมเมอร์ &amp;#8216;ฮุน มาเนต&amp;#8217; ลงพื้นที่เกาะกงตรวจสอบเอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กัมพูชาประกาศ ไม่ยอมให้ประเทศเป็นสวรรค์ของสแกมเมอร์ ‘ฮุน มาเนต’ ลงพื้นที่เกาะกงตรวจสอบเอง</dc:alternative><dc:abstract>กัมพูชาประกาศ ไม่ยอมให้ประเทศเป็นสวรรค์ของสแกมเมอร์ ‘ฮุน มาเนต’ ลงพื้นที่เกาะกงตรวจสอบเอง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-07T05:04:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-07T05:04:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hun-manet2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hun-manet2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hun-manet2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hun-manet2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hun-manet3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hun-manet3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เถ้าภูเขาไฟอานัก กรากะตัว ทำสนามบินอินโด 8 แห่งปิด 2.7 แสนนักเดินทางติดค้าง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5878320]]></link><pubDate>2026-09-07T10:04:55+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5878320</guid><description>เถ้าภูเขาไฟอานัก กรากะตัว ทำสนามบินอินโด 8 แห่งปิด 2.7 แสนนักเดินทางติดค้าง ผู้โดยสารประมาณ 270,000 คนติดค้างอยู่ในอินโดนีเซีย หลังจากภูเขาไฟอานัก กรากะตัว เกิดระเบิดขึ้น ทำให้ทางการอินโดนีเซียต้องระง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เถ้าภูเขาไฟอานัก กรากะตัว ทำสนามบินอินโด 8 แห่งปิด 2.7 แสนนักเดินทางติดค้าง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ผู้โดยสารประมาณ 270,000 คนติดค้างอยู่ในอินโดนีเซีย หลังจากภูเขาไฟอานัก กรากะตัว เกิดระเบิดขึ้น ทำให้ทางการอินโดนีเซียต้องระงับการให้บริการชั่วคราวที่สนามบิน 8 แห่ง รวมถึงสนามบิน 2 แห่งที่ให้บริการกรุงจาการ์ตา ยังคงปิดให้บริการในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 7 กันยายน ดุดี ปูร์วากันดี รัฐมนตรีคมนาคมอินโดนีเซียระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สนามบินนานาชาติโซเอการ์โน-ฮัตตา ในกรุงจาการ์ตา เป็นสนามบินแห่งแรกที่ปิดทำการในเช้าวันอาทิตย์ หลังจากตรวจพบเถ้าถ่านจากภูเขาไฟอนาคครากาตูในน่านฟ้าใกล้สนามบิน เถ้าภูเขาไฟจากอานัก กรากะตัว ซึ่งตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเกาะชวาและเกาะสุมาตรา ปกคลุมกรุงจาการ์ตาและพื้นที่โดยรอบหลายแห่ง นับตั้งแต่ภูเขาไฟเริ่มปะทุในช่วงค่ำวันศุกร์ ส่งผลให้ต้องปิดสนามบินเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปุรวาคันธีกล่าวว่า การตัดสินใจปิดสนามบินเพิ่มเติมชั่วคราวเกิดขึ้นหลังจากผลการทดสอบพบว่า เถ้าภูเขาไฟได้กระจายไปยังชวาตะวันตกแล้ว เราไม่สามารถระบุได้ว่าเหตุการณ์นี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด เนื่องจากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐมนตรีคมนาคมอินโดนีเซียยังกระตุ้นให้สายการบินเร่งดำเนินการคืนเงินค่าตั๋วให้กับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบิน และให้สายการบินแจ้งข้อมูลแก่ผู้ที่มีเที่ยวบินในอนาคตทันที เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัดในสนามบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงคมนาคมระบุว่า เที่ยวบินกว่า 2,000 เที่ยวล่าช้าหรือยกเลิก และสนามบินยังคงปิดทำการจนถึงเวลา 09:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นในเช้าวันจันทร์ โดยการระงับการให้บริการส่วนใหญ่ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินไปและกลับจากสิงคโปร์ รวมถึงเส้นทางระหว่างประเทศอื่น ๆ เช่น โดฮา ซิดนีย์ และกัวลาลัมเปอร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้บริหารสนามบินระบุผ่านทางอินสตาแกรมในวันจันทร์ว่า สนามบินหลักของจาการ์ตาจะปิดให้บริการจนถึงเวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภูเขาไฟเริ่มระเบิดในช่วงดึกของคืนวันศุกร์ ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง ลาวาพุ่งขึ้น และเสียงดังสนั่นในบริเวณโดยรอบ ทางการระบุว่า เกิดการระเบิดอีกสองครั้งในช่วงเช้าวันอาทิตย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามรายงานของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งอินโดนีเซีย (BMKG) เถ้าภูเขาไฟขึ้นไปสูงถึง 6,000 เมตร บนเกาะชวาทางตะวันออกของภูเขาไฟ และ 15,000 เมตร ทางตะวันตกของภูเขาไฟทางฝั่งสุมาตรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีคำเตือนสึนามิที่เกี่ยวข้องกับการระเบิดครั้งล่าสุดของภูเขาไฟ ซึ่งตั้งอยู่ในช่องแคบซุนดา ระหว่างเกาะชวาและสุมาตรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่รัฐมนตรีสาธารณสุขได้กระตุ้นให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอยู่แต่ในบ้าน และสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อระบบทางเดินหายใจ ดวงตา และผิวหนัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวอันตาราของทางการอินโดนีเซียรายงานว่า ในวันอาทิตย์ หน่วยงานจัดการภัยพิบัติได้ขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยขณะเดินทางหรือทำกิจกรรมนอกอาคาร เนื่องจากมีเถ้าภูเขาไฟปกคลุมพื้นที่ ขณะที่ในกรุงจาการ์ตาและจังหวัดลัมปุง โรงเรียนจะจัดการเรียนการสอนทางไกลเพื่อช่วยลดความเสี่ยงด้านสุขภาพของนักเรียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อานัก กรากะตัว ซึ่งมีความหมายว่า &amp;#8220;ลูกของกรากะตัว&amp;#8221; เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งศตวรรษก่อนในบริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟกรากะตัวก่อนหน้านี้ โดยภูเขาไฟลูกเดิมได้พังทลายลงจากการปะทุครั้งใหญ่ในปี 1883 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 36,000 คนจากเหตุการณ์คลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นเป็นชุดจากการปะทุดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5878320?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เถ้าภูเขาไฟอานัก กรากะตัว ทำสนามบินอินโด 8 แห่งปิด 2.7 แสนนักเดินทางติดค้าง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เถ้าภูเขาไฟอานัก กรากะตัว ทำสนามบินอินโด 8 แห่งปิด 2.7 แสนนักเดินทางติดค้าง</dc:alternative><dc:abstract>เถ้าภูเขาไฟอานัก กรากะตัว ทำสนามบินอินโด 8 แห่งปิด 2.7 แสนนักเดินทางติดค้าง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-07T08:50:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-07T08:50:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ak.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ak-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ak.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ak-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ak-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ak-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ak-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ak-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เครื่องบินขนส่ง Amazon ไถลพุ่งชนรถ ขณะลงจอดในไมอามี ดับอย่างน้อย 5]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5878249]]></link><pubDate>2026-09-07T08:56:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5878249</guid><description>เครื่องบินขนส่ง Amazon ไถลพุ่งชนรถ ขณะลงจอดในไมอามี ดับอย่างน้อย 5 เครื่องบินขนส่งสินค้าของ Amazon Prime Air ประสบอุบัติเหตุไถลออกนอกรันเวย์และพุ่งชนรถหลายคันขณะลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติไมอามี เมื่อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เครื่องบินขนส่ง Amazon ไถลพุ่งชนรถ ขณะลงจอดในไมอามี ดับอย่างน้อย 5&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เครื่องบินขนส่งสินค้าของ Amazon Prime Air ประสบอุบัติเหตุไถลออกนอกรันเวย์และพุ่งชนรถหลายคันขณะลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติไมอามี เมื่อวันที่ 6 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อหรือรายละเอียดของผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่แถลงว่า เครื่องบินเที่ยวบิน Prime Air 7598 ไถลออกนอกรันเวย์แนวทแยงของสนามบินก่อนเวลา 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และพุ่งชนรถหลายคันบนพื้นดิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรย์ จาดัลลาห์ หัวหน้าหน่วยดับเพลิงเขตไมอามี-เดด กล่าวว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 คน โดยในจำนวนนี้ 3 คนอาการสาหัส และอย่างน้อย 2 คนติดอยู่ภายในรถที่ถูกเครื่องบินพุ่งชน ขณะที่นักบินและผู้ช่วยนักบินก็ติดอยู่ภายในเครื่องบินจากอุบัติเหตุครั้งนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยกู้ภัยดับเพลิงไมอามี-เดดระบุในแถลงการณ์ว่า มีหน่วยกู้ภัยมากกว่า 60 หน่วย พร้อมเจ้าหน้าที่ประมาณ 200 นาย เข้าปฏิบัติการในที่เกิดเหตุ ขณะที่ในช่วงบ่ายแก่ ๆ เจ้าหน้าที่ยังคงต้องรับมือกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่รั่วไหลออกจากเครื่องบินอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังเกิดอุบัติเหตุ สนามบินได้ระงับเที่ยวบินทั้งหมดทันที แต่ได้กลับมาเปิดใช้งานรันเวย์ 2 จากทั้งหมด 4 แห่งในช่วงเย็นวันอาทิตย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามข้อมูลของ Flightradar24 ซึ่งเป็นบริการติดตามเที่ยวบินระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวซึ่งเดินทางออกจากเมืองซานฮวน ประเทศเปอร์โตริโก เป็นเครื่องบินขนส่งสินค้าโบอิ้ง 767-300 อายุการใช้งาน 32 ปี ที่เคยใช้เป็นเครื่องบินโดยสารสำหรับสายการบินต่าง ๆ ตั้งแต่ปี 1994 ถึง 2015 ก่อนจะถูกนำมาดัดแปลงเป็นเครื่องบินขนส่งสินค้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของ Amazon ระบุในแถลงการณ์ว่า สายการบินขนส่งสินค้า 21 Air เป็นผู้ดำเนินการเครื่องบินลำดังกล่าวให้กับ Amazon&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;21 Air ระบุบนเว็บไซต์ของบริษัทว่า &amp;#8220;เรารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินลำหนึ่งของเราในไมอามีวันนี้&amp;#8221; พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและบุคคลอันเป็นที่รักของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Flightradar24 ระบุว่า เครื่องบินกำลังเดินทางด้วยความเร็ว 112 นอต หรือประมาณ 207 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่เครื่องบินไถลออกจากรันเวย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติสหรัฐ (NTSB) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบการสอบสวนอุบัติเหตุทางการบินในสหรัฐ ระบุว่า ได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ไปยังที่เกิดเหตุ โดยมีเจนนิเฟอร์ โฮมดี ประธาน NTSB เป็นหัวหน้าทีม และเตรียมจัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนครั้งแรกเกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนี้ที่เมืองไมอามีในวันจันทร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เคลลี แนทเทล โฆษกของ Amazon กล่าวว่า บริษัทกำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรากำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้สิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือความปลอดภัย ความเป็นอยู่ที่ดี และการดูแลผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้ง Boeing และ 21 Air ระบุว่า พร้อมให้การสนับสนุนการสอบสวนของรัฐบาลเกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5878249?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เครื่องบินขนส่ง Amazon ไถลพุ่งชนรถ ขณะลงจอดในไมอามี ดับอย่างน้อย 5&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เครื่องบินขนส่ง Amazon ไถลพุ่งชนรถ ขณะลงจอดในไมอามี ดับอย่างน้อย 5</dc:alternative><dc:abstract>เครื่องบินขนส่ง Amazon ไถลพุ่งชนรถ ขณะลงจอดในไมอามี ดับอย่างน้อย 5</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-07T01:56:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-07T01:56:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ชื่นมื่น! มิน ออง ไลง์ เยือนเวียดนามทางการครั้งแรก กระชับสัมพันธ์ด้านความมั่นคงเหนียวแน่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5878001]]></link><pubDate>2026-09-06T17:36:52+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5878001</guid><description>ชื่นมื่น! มิน ออง ไลง์ เยือนเวียดนามทางการครั้งแรก กระชับสัมพันธ์ด้านความมั่นคงเหนียวแน่น เมื่อวันที่ 6 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เวียดนามและเมียนมาได้บรรลุข้อตกลงกันในวันเสาร์(5 ก.ย.) ที่จะก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ชื่นมื่น! มิน ออง ไลง์ เยือนเวียดนามทางการครั้งแรก กระชับสัมพันธ์ด้านความมั่นคงเหนียวแน่น&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เวียดนามและเมียนมาได้บรรลุข้อตกลงกันในวันเสาร์(5 ก.ย.) ที่จะกระชับความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคงระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นการยกระดับภาคส่วนนี้ให้เป็นเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคีในโอกาสที่นายโต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และประธานาธิบดีเวียดนาม ให้การต้อนรับพลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ที่เดินทางเยือนกรุงฮานอย เมืองหลวงเวียดนามอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของรัฐบาลเวียดนามระบุว่า ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือด้านการฝึกอบรมทางทหาร การแลกเปลี่ยนระหว่างนายทหารรุ่นใหม่ การปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ตลอดจนการรับมือกับภัยพิบัติ พร้อมทั้งเพิ่มการแบ่งปันข้อมูลและการประสานงานเพื่อปราบปรามอาชญากรรมระหว่างกันอย่างเข้มข้นมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโต เลิม กล่าวในระหว่างการหารือกับผู้นำเมียนมาว่า เวียดนามพร้อมที่จะแบ่งปันประสบการณ์ด้านการพัฒนาประเทศ การเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังยืนยันเจตนารมณ์ที่จะไม่ปล่อยให้บุคคลหรือองค์กรใดใช้ดินแดนของตนเพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออีกฝ่ายหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การพบหารือดังกล่าวมีขึ้นระหว่างการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการครั้งแรกของพลเอกอาวุโส มิน ออง ไลง์ ในฐานะประธานาธิบดีเมียนมา โดยทั้งสองฝ่ายระบุว่าจะเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมืองผ่านการแลกเปลี่ยนระดับสูงที่มากขึ้นและใช้ประโยชน์จากกลไกความร่วมมือทวิภาคีที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เวียดนามและเมียนมายังตกลงที่จะขยายความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน โดยเล็งเห็นโอกาสในสาขาเกษตรกรรมขั้นสูง การแปรรูปอาหาร โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ระบุด้วยว่าผู้นำทั้งสองให้คำมั่นว่าจะประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นภายในกรอบความร่วมมืออาเซียนและอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง พร้อมทั้งยืนยันการสนับสนุนสันติภาพ เสถียรภาพ และเสรีภาพในการเดินเรือและการบินผ่านน่านฟ้าในทะเลจีนใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อวันศุกร์(4 ก.ย.)ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีมิน ออง ไลง์ ยังได้เยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า VinFast และบริษัทโทรคมนาคม Viettel ทางตอนเหนือของเวียดนามด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของเมียนมาในการขยายความร่วมมือกับเวียดนามทางด้านเทคโนโลยี โทรคมนาคม และการพัฒนาอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5878001?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ชื่นมื่น! มิน ออง ไลง์ เยือนเวียดนามทางการครั้งแรก กระชับสัมพันธ์ด้านความมั่นคงเหนียวแน่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ชื่นมื่น! มิน ออง ไลง์ เยือนเวียดนามทางการครั้งแรก กระชับสัมพันธ์ด้านความมั่นคงเหนียวแน่น</dc:alternative><dc:abstract>ชื่นมื่น! มิน ออง ไลง์ เยือนเวียดนามทางการครั้งแรก กระชับสัมพันธ์ด้านความมั่นคงเหนียวแน่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-06T10:36:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-06T10:36:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T103321Z_1035993725_RC2YCNATWA88_RTRMADP_3_VIETNAM-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T103321Z_1035993725_RC2YCNATWA88_RTRMADP_3_VIETNAM-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T103321Z_1035993725_RC2YCNATWA88_RTRMADP_3_VIETNAM-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T103321Z_1035993725_RC2YCNATWA88_RTRMADP_3_VIETNAM-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T103321Z_1035993725_RC2YCNATWA88_RTRMADP_3_VIETNAM-MYANMAR-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T103321Z_1035993725_RC2YCNATWA88_RTRMADP_3_VIETNAM-MYANMAR-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มอสโก ไม่ตัดความเป็นไปได้ เกิดวงถกสุดยอดผู้นำรัสเซีย-สหรัฐ-จีน ช่วงประชุมเอเปก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5877989]]></link><pubDate>2026-09-06T17:19:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5877989</guid><description>มอสโก ไม่ตัดความเป็นไปได้ เกิดวงถกสุดยอดผู้นำรัสเซีย-สหรัฐ-จีน ช่วงประชุมเอเปก เมื่อวันที่ 6 กันยายน สำนักข่าว TASS ของทางการรัสเซีย รายงานอ้างความเห็นของนายเซอร์เกย์ เรียบกอฟ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มอสโก ไม่ตัดความเป็นไปได้ เกิดวงถกสุดยอดผู้นำรัสเซีย-สหรัฐ-จีน ช่วงประชุมเอเปก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กันยายน สำนักข่าว TASS ของทางการรัสเซีย รายงานอ้างความเห็นของนายเซอร์เกย์ เรียบกอฟ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศของรัสเซียซึ่งกล่าวในวันนี้ว่า รัสเซียไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะมีการจัดประชุมไตรภาคีระหว่างผู้นำรัสเซีย สหรัฐอเมริกาและจีน เพียงแต่ว่าจำเป็นต้องมีความชัดเจนเสียก่อนว่าวาระการประชุมจะเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าเนื้อหาของการประชุมจะถูกกำหนดไว้อย่างไร และเราคาดหวังผลลัพธ์อะไรได้บ้างจากการประชุมดังกล่าว” รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของรัสเซียกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ นายยูริ อูชาคอฟ ผู้ช่วยของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ที่อาจมีการประชุม 3 ฝ่ายดังกล่าวเกิดขึ้นได้ระหว่างประธานาธิบดีปูตินของรัสเซีย, ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ในระหว่างร่วมการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปก(APEC) ที่จะจัดขึ้นที่นครเซินเจิ้นของจีนในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้รัสเซีย สหรัฐและจีน ต่างเป็นชาติมหาอำนาจโลกที่บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างกันตกอยู่ในความตึงเครียดจากปัญหาพิพาทขัดแย้งทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการทำศึกการค้า ซึ่งการจัดประชุม 3 ฝ่ายร่วมกันได้จะเป็นที่จับตามองอย่างยิ่งจากประชาคมโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5877989?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มอสโก ไม่ตัดความเป็นไปได้ เกิดวงถกสุดยอดผู้นำรัสเซีย-สหรัฐ-จีน ช่วงประชุมเอเปก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มอสโก ไม่ตัดความเป็นไปได้ เกิดวงถกสุดยอดผู้นำรัสเซีย-สหรัฐ-จีน ช่วงประชุมเอเปก</dc:alternative><dc:abstract>มอสโก ไม่ตัดความเป็นไปได้ เกิดวงถกสุดยอดผู้นำรัสเซีย-สหรัฐ-จีน ช่วงประชุมเอเปก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-06T10:19:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-06T10:19:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T190059Z_2087276509_RC26DNA5FQCW_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-RUSSIA-USA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T190059Z_2087276509_RC26DNA5FQCW_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-RUSSIA-USA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T190059Z_2087276509_RC26DNA5FQCW_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-RUSSIA-USA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T190059Z_2087276509_RC26DNA5FQCW_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-RUSSIA-USA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T190059Z_2087276509_RC26DNA5FQCW_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-RUSSIA-USA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T190059Z_2087276509_RC26DNA5FQCW_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-RUSSIA-USA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[พิธีกรดังอียิปต์ ถูกศาลสั่งประหารชีวิต พร้อมพวก 11 คน ฐานเอี่ยวแก๊งผลิต-ค้ายาเสพติด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5877815]]></link><pubDate>2026-09-06T15:02:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5877815</guid><description>พิธีกรดังอียิปต์ ถูกศาลสั่งประหารชีวิต พร้อมพวก 11 คน ฐานเอี่ยวแก๊งผลิต-ค้ายาเสพติด เมื่อวันที่ 6 กันยายน สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ซาราห์ คาลิฟา พิธีกรสาวคนดังชาวอียิปต์ วัย 39 ปี และผู้ต้องหาอีก 11 ค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;พิธีกรดังอียิปต์ ถูกศาลสั่งประหารชีวิต พร้อมพวก 11 คน ฐานเอี่ยวแก๊งผลิต-ค้ายาเสพติด&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กันยายน สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ซาราห์ คาลิฟา พิธีกรสาวคนดังชาวอียิปต์ วัย 39 ปี และผู้ต้องหาอีก 11 คน ถูกศาลอียิปต์ตัดสินโทษประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ หลังจากพบว่ากระทำความผิดฐานเกี่ยวข้องกับการผลิตและค้ายาเสพติดผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีอ้างหนังสือพิมพ์อัล-อาห์ราม สื่อทางการรายงานว่า คาลิฟาและผู้ต้องหาอีก 11 คนในคดีนี้เป็นสมาชิกแก๊งอาชญากรที่ลักลอบนำเข้าสารตั้งต้นสำหรับผลิตยาเสพติดโดยมีเจตนาเพื่อนำไปจำหน่าย และยังถูกพบว่าครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนอย่างผิดกฎหมายด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับจำเลยร่วมอีก 9 คนถูกตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิต และอีก 7 คน ศาลตัดสินให้พ้นผิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาลิฟา ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจากการเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ &amp;#8220;Mission Impossible&amp;#8221; ซึ่งนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับประเด็นอาชญากรรม โดยเธอได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา และทนายความของเธอระบุว่าลูกความจะต่อสู้ด้วยการยื่นอุทธรณ์คัดค้านโทษประหารชีวิตดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำพิพากษาโทษข้างต้นได้รับการประกาศครั้งแรกเมื่อเดือนที่แล้ว อย่างไรก็ตาม คำตัดสินเพิ่งได้รับการยืนยันในอีกหนึ่งเดือนต่อมา หลังจากศาลได้รับความเห็นทางศาสนาจากมหามุฟตี ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดทางศาสนาอิสลามของอียิปต์แล้ว ซึ่งถือเป็นขั้นตอนทางกฎหมายที่จำเป็นสำหรับคดีที่มีบทลงโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในระหว่างการพิจารณาคดี ศาลได้รับทราบข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางเป็นยาเสพติดน้ำหนักกว่า 750 กิโลกรัม รวมถึงวัตถุดิบที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการผลิตยาเสพติดดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์อัล-อาห์รามรายงานว่า มีพยานจำนวน 20 ปากได้ให้ถ้อยคำต่อพนักงานอัยการ นอกเหนือไปจากหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งรวมถึงบันทึกบทสนทนาและคลิปวิดีโอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหนังสือพิมพ์อักบาร์ อัล-ยูม สื่อของรัฐอีกแห่งระบุว่า เมื่อผู้พิพากษาซักถามเกี่ยวกับบทบาทที่ถูกกล่าวหาระหว่างการขึ้นศาลเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว คาลิฟากล่าวอ้างว่าเธอไม่เคยเห็นยาเสพติดมาก่อน จนกระทั่งได้ถ่ายภาพร่วมกับของกลางดังกล่าวภายในสำนักงานของหน่วยงานปราบปรามยาเสพติด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ในรายงานประจำปี 2025 ของแอมเนสตี อินเตอร์เนชั่นแนลระบุว่า อียิปต์มีการตัดสินโทษประหารชีวิตในปีดังกล่าวจำนวน 492 ราย แต่มีการบังคับใช้โทษประหารชีวิตจริงจำนวน 23 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5877815?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;พิธีกรดังอียิปต์ ถูกศาลสั่งประหารชีวิต พร้อมพวก 11 คน ฐานเอี่ยวแก๊งผลิต-ค้ายาเสพติด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>พิธีกรดังอียิปต์ ถูกศาลสั่งประหารชีวิต พร้อมพวก 11 คน ฐานเอี่ยวแก๊งผลิต-ค้ายาเสพติด</dc:alternative><dc:abstract>พิธีกรดังอียิปต์ ถูกศาลสั่งประหารชีวิต พร้อมพวก 11 คน ฐานเอี่ยวแก๊งผลิต-ค้ายาเสพติด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-06T08:30:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-06T08:30:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-06-144600.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-06-144600-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-06-144600.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-06-144600-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-06-144600-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-06-144600-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln อำลาไทยแล้ว ขอบคุณไมตรีจิต ต้อนรับทหาร 5 พันนาย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5877690]]></link><pubDate>2026-09-06T13:06:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5877690</guid><description>กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln อำลาไทยแล้ว ขอบคุณไมตรีจิต ต้อนรับทหาร 5 พันนาย เมื่อวันที่ 6 กันยายน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย แถลงว่า เรือบรรทุกเครื่อง USS Abraham Linc [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln อำลาไทยแล้ว ขอบคุณไมตรีจิต ต้อนรับทหาร 5 พันนาย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กันยายน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย แถลงว่า เรือบรรทุกเครื่อง USS Abraham Lincoln (CVN 72) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz และเป็นเรือธงของกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 3 พร้อมทหารประจำเรือ รวมถึงหน่วยต่างๆ ในกองเรือฯ ได้เดินทางออกจากประเทศไทยตามกำหนดเมื่อวันที่ 6 กันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเยือนพื้นที่ศรีราชาและพัทยา และการปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องของกองเรือฯ ในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองเรือที่ 7 ของสหรัฐอเมริกา แสดงถึงความสำคัญของพันธมิตรและหุ้นส่วน ตลอดจนความมุ่งมั่นในระยะยาวที่สหรัฐมีต่อภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราอยากขอบคุณชาวไทยสำหรับไมตรีจิต” นาวาเอก แดน คีเลอร์ ผู้บังคับการเรือ Abraham Lincoln แห่งกองทัพเรือสหรัฐกล่าว และว่า “การเทียบท่าเรือที่พัทยาเปิดโอกาสให้ลูกเรือกลุ่มนี้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำของกองเรือฯ ประเทศไทยมีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันล้ำค่า ผสานกับการต้อนรับที่อบอุ่น สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนออกมาอย่างเด่นชัดในการเยือนท่าเรือครั้งนี้ เรารู้สึกขอบคุณพันธมิตรชาวไทยของเราที่ให้การต้อนรับ และเราตั้งตารอที่จะปฏิบัติภารกิจของเราต่อไปในกองเรือที่ 7 ร่วมกับประเทศไทย ตลอดจนพันธมิตรและหุ้นส่วนอื่นๆ ในภูมิภาค”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในระหว่างอยู่ที่พัทยา ทหารเรือและนาวิกโยธินเกือบ 5,000 นายในกองเรือฯ ได้สัมผัสกับทัศนียภาพและบรรยากาศต่างๆ ในประเทศไทยอย่างเต็มที่ ซึ่งเสริมสร้างความเข้าใจอันดีเกี่ยวกับประชาชนไทยและส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับบุคคล โครงการส่งเสริมขวัญกำลังใจ สวัสดิการ และนันทนาการ ของกองทัพเรือสหรัฐ ได้ทำงานร่วมกับธุรกิจท้องถิ่นของไทยเพื่อจัดให้กำลังพลได้เที่ยวชมและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่เพื่อเปิดโอกาสให้กำลังพลได้ประโยชน์จากการเข้าเทียบท่าเรือครั้งนี้อย่างคุ้มค่าที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี Abraham Lincoln กำลังปฏิบัติภารกิจตามปกติในพื้นที่ปฏิบัติการของกองเรือที่ 7 ของสหรัฐ หน่วยต่างๆ ที่ประจำการในกองเรือที่ 7 ของสหรัฐ ดำเนินการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยับยั้งการรุกราน เสริมสร้างพันธไมตรีและความร่วมมือ ตลอดจนส่งเสริมสันติภาพผ่านความเข้มแข็ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5877690?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln อำลาไทยแล้ว ขอบคุณไมตรีจิต ต้อนรับทหาร 5 พันนาย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln อำลาไทยแล้ว ขอบคุณไมตรีจิต ต้อนรับทหาร 5 พันนาย</dc:alternative><dc:abstract>กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln อำลาไทยแล้ว ขอบคุณไมตรีจิต ต้อนรับทหาร 5 พันนาย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-06T07:53:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-06T07:53:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-03T005805Z_1984088518_RC2WANAJNWHJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-THAILAND-USA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-03T005805Z_1984088518_RC2WANAJNWHJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-THAILAND-USA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-03T005805Z_1984088518_RC2WANAJNWHJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-THAILAND-USA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-03T005805Z_1984088518_RC2WANAJNWHJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-THAILAND-USA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-03T005805Z_1984088518_RC2WANAJNWHJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-THAILAND-USA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-03T005805Z_1984088518_RC2WANAJNWHJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-THAILAND-USA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-03T005805Z_1984088518_RC2WANAJNWHJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-THAILAND-USA-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-03T005805Z_1984088518_RC2WANAJNWHJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-THAILAND-USA-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[วังเผย เจ้าชายวิลเลียม ผู้แทนกษัตริย์ชาร์ลส์ แห่งสหราชอาณาจักร จะเสด็จร่วมพิธีพระบรมศพคิงฮารัลด์แห่งนอร์เวย์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5877642]]></link><pubDate>2026-09-06T12:42:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5877642</guid><description>วังเผย เจ้าชายวิลเลียม ผู้แทนกษัตริย์ชาร์ลส์ แห่งสหราชอาณาจักร จะเสด็จร่วมพิธีพระบรมศพคิงฮารัลด์แห่งนอร์เวย์ สำนักพระราชวังบักกิงแฮมแถลงเมื่อวันที่ 5 กันยายนว่า เจ้าชายวิลเลียมส์ แห่งเวลส์ จะทรงเป็นผู [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;วังเผย เจ้าชายวิลเลียม ผู้แทนกษัตริย์ชาร์ลส์ แห่งสหราชอาณาจักร จะเสด็จร่วมพิธีพระบรมศพคิงฮารัลด์แห่งนอร์เวย์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักพระราชวังบักกิงแฮมแถลงเมื่อวันที่ 5 กันยายนว่า เจ้าชายวิลเลียมส์ แห่งเวลส์ จะทรงเป็นผู้แทนพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ในการเสด็จร่วมพระราชพิธีพระบรมศพของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 กษัตริย์ผู้ล่วงลับแห่งนอร์เวย์ ที่จะมีขึ้นภายในพระราชวังกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ในวันพุธที่ 9 กันยายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการนี้เจ้าหญิงแอนน์ พระขนิษฐานของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 จะเสด็จไปร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 เป็นการส่วนพระองค์ด้วย โดยเจ้าหญิงแอนน์ทรงเป็น “แม่ทูนหัว” ของสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 กษัตริย์นอร์เวย์พระองค์ใหม่ที่เสด็จขึ้นสืบราชบัลลังก์หลังพระราชบิดาของพระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ด้วยสิริพระชนมพรรษา 89 พรรษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวในราชสำนักระบุว่าการที่เจ้าชายวิลเลียมจะเสด็จร่วมพระราชพิธีพระบรมศพในนามผู้แทนพระองค์ของพระราชบิดานั้น เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ว่าโดยปกติแล้วพระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักรจะไม่เสด็จไปร่วมงานพระราชพิธีพระบรมศพของประมุขแห่งรัฐอื่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่าจะมีมวลชนจำนวนมากมาร่วมส่งเสด็จกษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 สู่สวรรคาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ในพระราชพิธีพระบรมศพที่กำหนดจะประกอบขึ้นภายในมหาวิหารออสโลในวันพุธที่จะถึงนี้ โดยมีกษัตริย์โฮกุนที่ 8 สมเด็จพระราชินีซอนยา พระมเหสีในกษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์แห่งนอร์เวย์ และสมาชิกรพระราชวงศ์ยุโรปอื่นๆ เสด็จร่วมพิธี โดยหลังเสร็จสิ้นพิธีการต่างๆ แล้ว หลังจากนั้นจะเป็นการประกอบพระราชพิธีฝังพระบรมศพเป็นการส่วนพระองค์ของราชวงศ์นอร์เวย์ ณ สุสานหลวงนอร์เวย์ ภายในป้อมปราการคาเคอร์สฮุสต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5877642?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;วังเผย เจ้าชายวิลเลียม ผู้แทนกษัตริย์ชาร์ลส์ แห่งสหราชอาณาจักร จะเสด็จร่วมพิธีพระบรมศพคิงฮารัลด์แห่งนอร์เวย์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>วังเผย เจ้าชายวิลเลียม ผู้แทนกษัตริย์ชาร์ลส์ แห่งสหราชอาณาจักร จะเสด็จร่วมพิธีพระบรมศพคิงฮารัลด์แห่งนอร์เวย์</dc:alternative><dc:abstract>วังเผย เจ้าชายวิลเลียม ผู้แทนกษัตริย์ชาร์ลส์ แห่งสหราชอาณาจักร จะเสด็จร่วมพิธีพระบรมศพคิงฮารัลด์แห่งนอร์เวย์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-06T05:42:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-06T05:42:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-06-123547.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-06-123547-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-06-123547.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-06-123547-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-06-123547-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-06-123547-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นิกรเดชฟาดเขมร ยันไม่เคยแทรกแซงประชุม OIF กังขาเจตนา จี้เลิกบิดเบือน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5877553]]></link><pubDate>2026-09-06T12:00:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5877553</guid><description>นิกรเดชฟาดเขมร ยันไม่เคยแทรกแซงประชุม OIF กังขาเจตนา จี้เลิกบิดเบือน นายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 5 กันยายน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง หลังส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;นิกรเดชฟาดเขมร ยันไม่เคยแทรกแซงประชุม OIF กังขาเจตนา จี้เลิกบิดเบือน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นายนิกรเดช พลางกูร&lt;/strong&gt; เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 5 กันยายน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง หลังสื่อกัมพูชาออกข่าวอ้างว่า ไทยกดดันให้มีการถอนข้อพิพาทชายแดน 2 ชาติออกจากวาระการประชุมกลุ่มประเทศผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศส ความว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บทความของหนังสือพิมพ์ The Phnom Penh Post ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2026 ในชื่อ &lt;strong&gt;“นักการทูตไทยกดดันกัมพูชาให้ถอดประเด็นพิพาทชายแดนออกจากวาระการประชุมกลุ่มประเทศผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศส”&lt;/strong&gt; (Thai Diplomats Pressed Cambodia to Drop Border Dispute from Francophonie Agenda) นั้น บิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างร้ายแรง โดยทำให้เข้าใจว่าผม ซึ่งดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำฝรั่งเศส ได้พยายามใช้อิทธิพลหรือชักจูงเอกอัครราชทูตของประเทศที่สาม เพื่อให้เอกอัครราชทูตผู้นั้นไปโน้มน้าวกัมพูชาไม่ให้นำประเด็นปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาขึ้นหารือในการประชุมสุดยอดองค์การระหว่างประเทศแห่งประชาคมผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศส (OIF) ครั้งที่ 20 ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผมรู้สึกว่าจำเป็นต้องออกมาชี้แจงในประเด็นข้อกล่าวหาดังกล่าว เพราะข้อเท็จจริงก็คือ ผมไม่เคยกระทำการเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังต้องเน้นย้ำด้วยว่า นักการทูตไทยทุกคนปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นในมาตรฐานสูงสุดของความเป็นมืออาชีพและความซื่อสัตย์สุจริตเป็นสำคัญ ดังนั้น ข้อกล่าวหาในลักษณะดังกล่าวจึงไม่เพียงแต่ไม่มีมูลและไม่สมควรอย่างยิ่งเท่านั้น แต่ยังอดไม่ได้ที่จะทำให้ตั้งคำถามถึงเจตนาที่อยู่เบื้องหลังการนำเสนอข้อกล่าวหานี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในความเป็นจริง เราไม่อาจมองข้ามความบังเอิญที่เห็นได้อย่างชัดเจนระหว่างช่วงเวลาที่บทความดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ กับกำหนดการที่กำลังจะมาถึงของทั้งกระบวนการประนอมข้อพิพาทภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) และการประชุมสุดยอดองค์การระหว่างประเทศแห่งประชาคมผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศสได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมขอพูดให้ชัดเจนว่า ประเทศไทยยึดมั่นมาโดยตลอดว่า ความร่วมมือในระบอบพหุภาคีและหลักนิติธรรม ต้องเป็นรากฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ความจริงนั้นเพียงพอเสมอและชัดเจนด้วยตัวของมันเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;“ขอให้เราทำหน้าที่ในฐานะนักการทูตที่มีความรับผิดชอบ เป็นเพื่อนบ้านที่จริงใจต่อกัน และละเว้นพฤติกรรมลักษณะนี้”&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5877553?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นิกรเดชฟาดเขมร ยันไม่เคยแทรกแซงประชุม OIF กังขาเจตนา จี้เลิกบิดเบือน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นิกรเดชฟาดเขมร ยันไม่เคยแทรกแซงประชุม OIF กังขาเจตนา จี้เลิกบิดเบือน</dc:alternative><dc:abstract>นิกรเดชฟาดเขมร ยันไม่เคยแทรกแซงประชุม OIF กังขาเจตนา จี้เลิกบิดเบือน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-06T05:07:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-06T05:07:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/nk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/nk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/nk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/nk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/nk-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/nk-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/nk-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/nk-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทูตพิเศษสหรัฐ จ่อถกยูเครนต่อ หลังคุยปูติน ชมเปาะทรัมป์ พยายามช่วยยุติสงคราม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5877527]]></link><pubDate>2026-09-06T11:57:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5877527</guid><description>ทูตพิเศษสหรัฐ จ่อถกยูเครนต่อ หลังคุยปูติน ชมเปาะทรัมป์ พยายามช่วยยุติสงคราม คณะทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ที่นำโดยนายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ที่ปรึกษาของทรัมป์ และ นายจาเร็ด คุชเนอร์ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทูตพิเศษสหรัฐ จ่อถกยูเครนต่อ หลังคุยปูติน ชมเปาะทรัมป์ พยายามช่วยยุติสงคราม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;คณะทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ที่นำโดยนายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ที่ปรึกษาของทรัมป์ และ นายจาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ เตรียมจะเข้าพบหารือกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ในวันอาทิตย์(6 ก.ย.)นี้ที่กรุงเคียฟ หลังจากคณะทูตพิเศษสหรัฐได้เข้าพบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่กรุงมอสโก เมื่อวันเสาร์(5 ก.ย.)ที่ผ่านมา เพื่อหาแนวทางยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่ยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปีแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายยูริ อูชาคอฟ เจ้าหน้าที่ระดับสูงทำเนียบเครมลินของรัสเซียเปิดเผยว่า การหารือระหว่างผู้นำรัสเซียกับคณะทูตพิเศษสหรัฐที่ดำเนินไปนานกว่า 3 ชั่วโมงนั้น “เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง” ทว่าก็ไม่ได้ระบุว่ามีสัญญาณความคืบหน้าสำคัญใดๆ จากการหารือดังกล่าว โดยบอกเพียงว่านายวิทคอฟฟ์และนายคุชเนอร์ได้นำเสนอแนวคิดหลายประการเกี่ยวกับหนทางที่เป็นไปได้ในการยุติความขัดแย้ง แต่ก็ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าแนวคิดเหล่านั้นคืออะไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;การหารือครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการแก้ไขวิกฤตยูเครนเท่านั้น แต่ยังมีการลงรายละเอียดในประเด็นทางเศรษฐกิจและโครงการขนาดใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นและเป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างรัสเซียและสหรัฐ&amp;#8221; อูชาคอฟกล่าว และว่า &amp;#8220;โดยภาพรวมแล้วถือได้ว่าการเจรจาครั้งนี้เกิดขึ้นในเวลาที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อทั้งสองฝ่าย&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อูชาคอฟ กล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีปูตินได้แจ้งต่อคณะทูตพิเศษสหรัฐว่า รัสเซียมีความคืบหน้าอย่างแท้จริงในสมรภูมิรบและมั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมกับเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไข&amp;#8221;ต้นตอของความขัดแย้งทั้งหมด&amp;#8221; พร้อมกับระบุด้วยว่าประธานาธิบดีปูตินได้กล่าวชื่นชมความพยายามของทรัมป์ในการยุติสงครามด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้อยแถลงดังกล่าวเป็นการตอกย้ำท่าทีที่รัสเซียย้ำมาโดยตลอดนับตั้งแต่ปูตินเริ่มเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารรุกรานยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 ในขณะที่คู่สงครามทั้งสองฝ่ายได้ขยายการโจมตีทางอากาศจากระยะไกลมากขึ้นและหนักหน่วงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สถานการณ์ในแนวหน้าของการสู้รบยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การเจรจาดังกล่าวเป็นไปอย่างมีสาระสำคัญและจะมีการประกาศก้าวต่อไปในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทว่ายังไม่มีความเห็นใดๆ จากวิทคอฟฟ์และคุชเนอร์ ซึ่งเดินทางเยือนกรุงมอสโกในนามของประธานาธิบดี ทรัมป์เป็นครั้งแรกนับจากเดือนมกราคมปีนี้ โดยทั้งสองเดินทางออกจากกรุงมอสโกทันทีหลังเสร็จสิ้นการหารือ และมีกำหนดจะเข้าพบประธานาธิบดีเซเลนสกี ของยูเครน ที่กรุงเคียฟในวันอาทิตย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในวันศุกร์ทรัมป์กล่าวเปรยว่าสหรัฐมีข้อเสนอใหม่เพื่อยุติสงครามยูเครน แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ปูตินให้คำมั่นว่าจะรับรองความปลอดภัยของคณะผู้เจรจาจากสหรัฐ โดยก่อนหน้านี้นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลินเปิดเผยว่าปูตินได้สั่งการให้กองทัพรัสเซียระงับการโจมตีกรุงเคียฟเป็นเวลา 3 วัน เนื่องจากการเดินทางเยือนของคณะผู้แทนดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5877527?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทูตพิเศษสหรัฐ จ่อถกยูเครนต่อ หลังคุยปูติน ชมเปาะทรัมป์ พยายามช่วยยุติสงคราม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทูตพิเศษสหรัฐ จ่อถกยูเครนต่อ หลังคุยปูติน ชมเปาะทรัมป์ พยายามช่วยยุติสงคราม</dc:alternative><dc:abstract>ทูตพิเศษสหรัฐ จ่อถกยูเครนต่อ หลังคุยปูติน ชมเปาะทรัมป์ พยายามช่วยยุติสงคราม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-06T05:03:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-06T05:03:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T194829Z_200.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T194829Z_200-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T194829Z_200.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T194829Z_200-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T194829Z_200-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T194829Z_200-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T190803Z_223495989_RC26DNATNNUI_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-RUSSIA-USA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T190803Z_223495989_RC26DNATNNUI_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-RUSSIA-USA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>491</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>491</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สนามบินอินโดป่วน ภูเขาไฟอานักกรากาตัว ปะทุพ่นเถ้าถ่านคลุมท้องฟ้า ยกเลิกกว่า 200 เที่ยวบิน ไร้เสี่ยงเกิดสึนามิ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5877482]]></link><pubDate>2026-09-06T10:12:21+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5877482</guid><description>สนามบินอินโดป่วน ภูเขาไฟอานักกรากาตัว ปะทุพ่นเถ้าถ่านคลุมท้องฟ้า ยกเลิกกว่า 200 เที่ยวบิน เมื่อวันที่ 6 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ภูเขาไฟอานักกรากาตัวที่ยังทรงพลัง ตั้งอยู่ระหว่างเกาะชวากับเก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สนามบินอินโดป่วน ภูเขาไฟอานักกรากาตัว ปะทุพ่นเถ้าถ่านคลุมท้องฟ้า ยกเลิกกว่า 200 เที่ยวบิน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 6 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ภูเขาไฟอานักกรากาตัวที่ยังทรงพลัง ตั้งอยู่ระหว่างเกาะชวากับเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ซึ่งเริ่มเกิดปะทุพ่นเถ้าถ่านกลุ่มควันพุ่งสู่ท้องฟ้าตั้งแต่วันศุกร์(4 ก.ย.) ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างที่เป็นผลให้ท่าอากาศยานนานาชาติโซการ์โน-ฮัตตา ซึ่งเป็นสนามบินหลักในกรุงจาการ์ตา ต้องประกาศระงับดำเนินการเที่ยวบินมากกว่า 200 เที่ยวบินในวันอาทิตย์(6 ก.ย.)นี้ ภายหลังจากได้ระงับกิจกรรมของทางโรงเรียนและการทำประมงในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่าอากาศยานนานาชาติซูการ์โน-ฮัตตา แจ้งผ่านอินสตาแกรมว่า ทางสนามบินได้ขอระงับการให้บริการเที่ยวบินไปจนถึงเวลา 09.30 น.ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากปัญหาเถ้าภูเขาไฟ ก่อนที่ล่าสุดจะขยายเวลาการระงับเที่ยวบินไปจนถึง 13.30 น.ของวันเดียวกันตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารราว 20,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กระทรวงคมนาคมของอินโดนีเซียระบุว่า การขยายเวลาระงับเที่ยวบินดังกล่าวซึ่งเดิมมีกำหนดจะสิ้นสุดลงในเวลา 05.30 น. นั้น ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินจำนวน 209 เที่ยวบิน รวมถึงเที่ยวบินระหว่างประเทศอีกหลายเที่ยวบินด้วย และว่า ภูเขาไฟอานักกรากะตัวเริ่มปะทุขึ้นตั้งแต่กลางดึกคืนวันศุกร์ ก่อนจะมีการตรวจพบเถ้าถ่านภูเขาไฟบริเวณสนามบินในช่วงเช้าตรู่ของวันอาทิตย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยา(BMKG)ระบุบนเว็บไซต์ว่า พบกลุ่มเถ้าถ่านลอยปกคลุมบนท้องฟ้าสูงถึง 20,000 ฟุต ทางฝั่งเกาะชวาของภูเขาไฟ และพบกลุ่มควันและเถ้าถ่านพุ่งสูงถึง 50,000 ฟุตทางฝั่งเกาะสุมาตรา รวมถึงบางพื้นที่ของจังหวัดบันเต็นบนเกาะชวา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่าโรงเรียนหลายแห่งได้ยกเลิกกิจกรรมทั้งหมดในวันเสาร์หลังจากเด็กนักเรียนและประชาชนในพื้นที่เกิดอาการระคายเคืองดวงตาจากเถ้าถ่านภูเขาไฟ ขณะที่ชาวประมงยังได้งดการออกหาปลาด้วยเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านโฆษกหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยของอินโดนีเซียได้ร้องขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบ แต่เพิ่มความระมัดระวัง หากเกิดเหตุการณ์เถ้าถ่านภูเขาไฟตกลงมา อีกทั้งแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์ป้องกันดวงตา ลดกิจกรรมกลางแจ้ง ปิดคลุมแหล่งน้ำ และใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ เนื่องจากเถ้าถ่านภูเขาไฟอาจทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง พร้อมกันนี้ระบุด้วยว่ายังไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดสึนามิจากภูเขาไฟปะทุลูกนี้ ซึ่งตั้งอยู่”บนวงแหวนแห่งไฟ”ในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มักเกิดแผ่นดินไหวและการปะทุของภูเขาไฟบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5877482?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สนามบินอินโดป่วน ภูเขาไฟอานักกรากาตัว ปะทุพ่นเถ้าถ่านคลุมท้องฟ้า ยกเลิกกว่า 200 เที่ยวบิน ไร้เสี่ยงเกิดสึนามิ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สนามบินอินโดป่วน ภูเขาไฟอานักกรากาตัว ปะทุพ่นเถ้าถ่านคลุมท้องฟ้า ยกเลิกกว่า 200 เที่ยวบิน ไร้เสี่ยงเกิดสึนามิ</dc:alternative><dc:abstract>สนามบินอินโดป่วน ภูเขาไฟอานักกรากาตัว ปะทุพ่นเถ้าถ่านคลุมท้องฟ้า ยกเลิกกว่า 200 เที่ยวบิน ไร้เสี่ยงเกิดสึนามิ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-06T08:43:32+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-06T08:43:32+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-06T070304Z_1945576238_RC2IDNA9H9FS_RTRMADP_3_INDONESIA-VOLCANO.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-06T070304Z_1945576238_RC2IDNA9H9FS_RTRMADP_3_INDONESIA-VOLCANO-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T165702Z_69860787_RC24DNAYB9K1_RTRMADP_3_INDONESIA-VOLCANO.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T165702Z_69860787_RC24DNAYB9K1_RTRMADP_3_INDONESIA-VOLCANO-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T165702Z_69860787_RC24DNAYB9K1_RTRMADP_3_INDONESIA-VOLCANO-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-05T165702Z_69860787_RC24DNAYB9K1_RTRMADP_3_INDONESIA-VOLCANO-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-06T032843Z_1587164556_RC2FDNACHP90_RTRMADP_3_INDONESIA-VOLCANO.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-06T032843Z_1587164556_RC2FDNACHP90_RTRMADP_3_INDONESIA-VOLCANO-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-06T070304Z_1945576238_RC2IDNA9H9FS_RTRMADP_3_INDONESIA-VOLCANO.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-06T070304Z_1945576238_RC2IDNA9H9FS_RTRMADP_3_INDONESIA-VOLCANO-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-06T061958Z_392564633_RC2IDNAQA2SG_RTRMADP_3_INDONESIA-VOLCANO.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-06T061958Z_392564633_RC2IDNAQA2SG_RTRMADP_3_INDONESIA-VOLCANO-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปธน. เคนยา ไล่ตะเพิด ทาทา เคมิคอลส์ บริษัทยักษ์ใหญ่อินเดีย ซัดไม่สร้างผลประโยชน์ให้ประเทศเพียงพอ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5876409]]></link><pubDate>2026-09-05T10:01:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5876409</guid><description>ปธน.เคนยา ไล่ตะเพิด ทาทา เคมิคอลส์ บริษัทยักษ์ใหญ่อินเดีย ซัดไม่ทำประโยชน์ บีบีซี รายงานว่า บริษัท ทาทา เคมิคอลส์ (Tata Chemicals) 1 ในบริษัทเคมีภัณฑ์รายใหญ่ของอินเดีย ถูกทางการเคนยาขอให้ยุติการดำเนิน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;ปธน.เคนยา ไล่ตะเพิด ทาทา เคมิคอลส์ บริษัทยักษ์ใหญ่อินเดีย ซัดไม่ทำประโยชน์&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;https://www.bbc.com/news/articles/c8e3py6rx2ro&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;บีบีซี&lt;/a&gt; รายงานว่า &lt;strong&gt;บริษัท ทาทา เคมิคอลส์ (Tata Chemicals)&lt;/strong&gt; 1 ในบริษัทเคมีภัณฑ์รายใหญ่ของอินเดีย ถูกทางการเคนยาขอให้ยุติการดำเนินงานและถอนตัวออกจากประเทศ หลังรัฐบาลระบุว่าบริษัทไม่ได้สร้างผลประโยชน์ให้แก่ประเทศเพียงพอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ประธานาธิบดีวิลเลียม รูโต&lt;/strong&gt; ได้เรียกร้องให้บริษัท &amp;#8220;&lt;strong&gt;เก็บข้าวของและออกไปซะ&lt;/strong&gt;&amp;#8221; โดยระบุว่า บริษัทมุ่งจะส่งออกโซดาแอช แทนที่จะนำแร่ดังกล่าวไปผ่านกระบวนการแปรรูปในประเทศ เพื่อผลิตแก้วและเคมีภัณฑ์ โดยได้กล่าวเรื่องดังกล่าวระหว่างการเยือนเขตคาจิอาโด ที่ตั้งของโรงงานทาทา เคมิคอลส์ มากาดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้คัดเลือกนักลงทุนรายใหม่เพื่อเข้ามารับช่วงดำเนินงานต่อจากบริษัทดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างโอกาสในการจ้างงาน และดึงดูดการลงทุนให้ประชาชนเคนยาเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ ทาทา เคมิคอลส์ ระบุว่า ทางบริษัทเคารพการตัดสินใจของรัฐบาลและยังคงมุ่นมั่นที่จะหารืออย่างสร้างสรรค์ ผ่านช่องทางทางกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับที่เหมาะสม เพื่อแก้ไขประเด็นปัญหาที่ยังค้างคาอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัททาทากรุ๊ปจากอินเดีย โดยดำเนินกิจการอยู่ที่ทะเลสาบมากาดี (Lake Magadi) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงไนโรบี เมืองหลวงของเคนยา ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นระยะทางประมาณ 120 กิโลเมตร ทั้งนี้ บริษัทมีการส่งออกโซดาแอชมากกว่า 350,000 ตันต่อปีไปยังตลาดต่างๆ ซึ่งรวมถึงอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตะวันออกกลาง และภูมิภาคอื่นๆ ในแอฟริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อมูลของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ระบุว่า เคนยาเป็นผู้ผลิตโซดาแอชธรรมชาติ (โซเดียมคาร์บอเนต) รายใหญ่อันดับ 4 ของโลก มีสัดส่วนการผลิตคิดเป็นร้อยละ 1 ของปริมาณการผลิตทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลิตภัณฑ์นี้ส่วนใหญ่ผลิตจากน้ำเกลือธรรมชาติ หรือแร่โทรนา (trona) และถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมแก้ว เคมีภัณฑ์ แบตเตอรี่ รวมถึงผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทาทา เคมิคอลส์ ยังเป็น 1 ในผู้ส่งออกแร่รายใหญ่ที่สุดของเคนยา และเป็นผู้ผลิตโซดาแอชรายใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา รายงานผลประกอบการประจำปี 2024 ระบุว่าบริษัทมียอดขายโซดาแอชอยู่ที่ประมาณ 245,000 ตัน และมีรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 78.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทมีการจ้างงานพนักงานประมาณ 500 คน และระบุว่าโครงการเพื่อสังคมของบริษัทสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้คนราว 30,000 คนในพื้นที่รอบเมืองมากาดี ผ่านการสนับสนุนด้านน้ำ การสาธารณสุข การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และด้านอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รูโตกล่าวว่า &lt;strong&gt;บริษัทไม่ได้ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศเคนยาเพียงพอ พร้อมทั้งกล่าวหาว่าบริษัทนำทรัพยากรของประเทศไปแสวงหาผลประโยชน์ในต่างแดน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ทาทา เคมิคอลส์ มากาดี ถือสัญญาสัมปทานนานถึง 100 ปีแล้ว แต่ไม่ได้สร้างผลงานอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย ไม่กี่วันก่อนจึงบอกให้พวกเขาเก็บข้าวของออกไป พวกเขาไม่ได้สร้างอะไรขึ้นมาในคาจิอาโดเลย ไม่มีการสร้างโรงงานใดๆ ในคาจิอาโดทั้งสิ้น&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5876409?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปธน. เคนยา ไล่ตะเพิด ทาทา เคมิคอลส์ บริษัทยักษ์ใหญ่อินเดีย ซัดไม่สร้างผลประโยชน์ให้ประเทศเพียงพอ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปธน. เคนยา ไล่ตะเพิด ทาทา เคมิคอลส์ บริษัทยักษ์ใหญ่อินเดีย ซัดไม่สร้างผลประโยชน์ให้ประเทศเพียงพอ</dc:alternative><dc:abstract>ปธน. เคนยา ไล่ตะเพิด ทาทา เคมิคอลส์ บริษัทยักษ์ใหญ่อินเดีย ซัดไม่สร้างผลประโยชน์ให้ประเทศเพียงพอ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-05T04:41:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-05T04:41:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/852.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/852-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/852.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/852-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/45024.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/45024-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รัฐซาราวัก ประกาศภาวะฉุกเฉิน เหตุหมอกควันจากไฟป่าอินโด ทำมลพิษพุ่งระดับอันตราย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5875605]]></link><pubDate>2026-09-04T15:46:44+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5875605</guid><description>รัฐซาราวัก ประกาศภาวะฉุกเฉิน เหตุหมอกควันจากไฟป่าอินโด ทำมลพิษพุ่งระดับอันตราย เมื่อวันที่ 4 กันยายน รัฐซาราวักของมาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะบอร์เนียว ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินขึ้นในเข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;รัฐซาราวัก ประกาศภาวะฉุกเฉิน เหตุหมอกควันจากไฟป่าอินโด ทำมลพิษพุ่งระดับอันตราย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 4 กันยายน รัฐซาราวักของมาเลเซีย ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะบอร์เนียว ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินขึ้นในเขตซีเรียน หลังเผชิญหมอกควันหนาทึบที่เกิดจากไฟป่าในประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโดนีเซียแผ่เข้ามาปกคลุม ส่งผลให้ระดับมลพิษทางอากาศในพื้นที่ดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นอยู่ในระดับเป็นอันตรายและทำให้ต้องมีการสั่งปิดโรงเรียนในบางพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยข้อมูลจากระบบจัดการดัชนีมลพิษทางอากาศ (AIP) ในเขตซีเรียนที่บันทึกได้ ณ เวลา 10.00 น.ของวันที่ 4 กันยายนชี้ว่า ค่ามลพิษอยู่ที่ระดับ 518 ซึ่งถือเป็นระดับที่เป็นอันตราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้นายไซนูดิน อามาน รัฐมนตรีแห่งรัฐซาราวัก ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการภัยพิบัติแห่งรัฐ กล่าวว่าจะมีการประกาศภาวะฉุกเฉินหรือภัยพัติจากปัญหาหมอกควัน หากค่า API พุ่งสูงถึงระดับ 500 ขึ้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกเหนือจากพื้นที่เขตซีเรียนแล้ว เมืองกูชิง ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐซาราวัก ยังมีค่า API อยู่ที่ 310 ซึ่งจัดอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ตามมาด้วยเมืองซามาราฮัน (281) และสรีอามัน (245) ซึ่งทั้งสองพื้นที่มีค่า API จัดอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พื้นที่ทั้งหมด 10 แห่งทั่วประเทศมาเลเซียซึ่งตรวจพบค่า API อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ได้แก่ ซันดากัน (152) และโคตาคินาบาลู (105) ในรัฐซาบาห์, ซาริเคย์ (181), ซิบู (177), มูกาห์ (173), ซามาลาจู (152), บินตูรู (157) ในรัฐซาราวัก, รวมถึงปาซีร์กูดัง (124) และเซกามัต (105) ในรัฐยะโฮร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ค่า API ในช่วง 0-50 บ่งชี้ถึงคุณภาพอากาศที่ดี, 51-100 หมายถึงคุณภาพอากาศในระดับปานกลาง, 101-200 ถือว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพ, 201-300 บ่งชี้ถึงคุณภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมาก และค่าเกินกว่า 300 ขึ้นไปถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5875605?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รัฐซาราวัก ประกาศภาวะฉุกเฉิน เหตุหมอกควันจากไฟป่าอินโด ทำมลพิษพุ่งระดับอันตราย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รัฐซาราวัก ประกาศภาวะฉุกเฉิน เหตุหมอกควันจากไฟป่าอินโด ทำมลพิษพุ่งระดับอันตราย</dc:alternative><dc:abstract>รัฐซาราวัก ประกาศภาวะฉุกเฉิน เหตุหมอกควันจากไฟป่าอินโด ทำมลพิษพุ่งระดับอันตราย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-04T09:02:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-04T09:02:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26247260475259.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26247260475259-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26247260475259.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26247260475259-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26247260475259-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26247260475259-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นักวิทย์ศึกษา นมแมลงสาบ-การสั่งน้ำมูก คว้า อิกโนเบล รางวัลวิจัยสุดแปลกปีนี้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5875471]]></link><pubDate>2026-09-04T14:51:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5875471</guid><description>นักวิทย์ศึกษา นมแมลงสาบ-การสั่งน้ำมูก คว้า อิกโนเบล รางวัลวิจัยสุดแปลกปีนี้ คณะนักวิจัย 10 ทีมได้รับเกียรติในพิธีมอบรางวัล &amp;#8220;อิกโนเบล &amp;#8220;ซึ่งเป็นรางวัลทางวิทยาศาสตร์เชิงเสียดสี เมื่อวันที่ 3  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;นักวิทย์ศึกษา นมแมลงสาบ-การสั่งน้ำมูก คว้า อิกโนเบล รางวัลวิจัยสุดแปลกปีนี้&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;คณะนักวิจัย 10 ทีมได้รับเกียรติในพิธีมอบรางวัล &amp;#8220;อิกโนเบล &amp;#8220;ซึ่งเป็นรางวัลทางวิทยาศาสตร์เชิงเสียดสี เมื่อวันที่ 3 กันยายน โดยพิธีดังกล่าวจัดขึ้นนอกสหรัฐเป็นครั้งแรก เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับการเดินทางและการขอวีซ่าของผู้เข้าร่วมงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยผู้ได้รับรางวัลปีนี้ได้แก่ นักวิจัยที่ศึกษาน้ำนมจากแมลงสาบ และผู้ที่วิเคราะห์สุขภาพของดินโดยใช้กางเกงใน โดยรางวัลอิกโนเบล (Ig Nobel Prize) มอบให้แก่ผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่มีความแปลกประหลาดและเปี่ยมด้วยจินตนาการสร้างสรรค์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดยนิตยสารดิจิทัลชื่อ Annals of Improbable Research ได้ย้ายการจัดงานมายังยุโรป หลังจากจัดพิธีมอบรางวัลในสหรัฐมานาน 35 ปี เนื่องจากผู้จัดงานมีความกังวลว่าเกี่ยวกับการขอวีซ่าของผู้เข้าร่วมงานอาจประสบปัญหา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในงานซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งหนึ่งในนครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คณะนักวิจัยได้รับถ้วยรางวัลที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งมีรูปลักษณ์คล้ายสิ่งที่ผสมกันระหว่างเห็ดกับเท้ามนุษย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ได้รับรางวัลในปีนี้รวมถึง มาทิลดา บรินเดิล และสจวร์ต เวสต์ จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด รวมทั้งแคเธอรีน เอฟ. ทัลบอต จากสถาบันเทคโนโลยีฟลอริดา ซึ่งทำการศึกษาย้อนรอยประวัติวิวัฒนาการของการจูบ ตลอดจน นพ.โทคุจิ อุนโนะ ผู้ล่วงลับ ซึ่งศึกษาวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการสั่งน้ำมูก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะนักวิจัยอีกทีมหนึ่งได้นำกางเกงชั้นในจำนวน 1,000 ตัวไปฝังไว้ในดินในกว่า 25 ประเทศ เพื่อศึกษาว่าสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในดินช่วยย่อยสลายกางเกงชั้นในเหล่านั้นอย่างไร และใช้ผลที่ได้ในการศึกษาสุขภาพของดิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามธรรมเนียมของงาน ผู้ชมจะพับกระดาษเป็นเครื่องบินกระดาษและขว้างไปยังเวที เพื่อเป็นการเปิดพิธี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับพิธีมอบรางวัลในอนาคต ผู้จัดงานมีแผนจะสลับสถานที่จัดระหว่างนครซูริกกับประเทศอื่นๆ ในยุโรป โดยพิธีในปี 2570 จะจัดขึ้นที่เมืองแอนต์เวิร์ปของเบลเยียม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พิธีมอบรางวัลก่อนหน้านี้เคยจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) และมหาวิทยาลัยบอสตัน แต่ขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะกลับไปจัดงานยังสหรัฐในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ในช่วงปีที่ผ่านมา การเดินทางมายังประเทศสหรัฐได้กลายเป็นเรื่องที่ไม่ปลอดภัยสำหรับแขกของเรา” มาร์ก อับราฮัมส์ ผู้ดำเนินพิธีและบรรณาธิการของนิตยสารดังกล่าวระบุกับเอพีทางอีเมล์เมื่อเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนรางวัลโนเบล ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับรางวัลที่มีชื่อเรียกคล้ายกันอย่างขบขันนี้ มีกำหนดจะประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลในช่วงต้นเดือนตุลาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5875471?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นักวิทย์ศึกษา นมแมลงสาบ-การสั่งน้ำมูก คว้า อิกโนเบล รางวัลวิจัยสุดแปลกปีนี้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นักวิทย์ศึกษา นมแมลงสาบ-การสั่งน้ำมูก คว้า อิกโนเบล รางวัลวิจัยสุดแปลกปีนี้</dc:alternative><dc:abstract>นักวิทย์ศึกษา นมแมลงสาบ-การสั่งน้ำมูก คว้า อิกโนเบล รางวัลวิจัยสุดแปลกปีนี้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-04T08:40:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-04T08:40:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/in.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/in-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/in.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/in-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/in-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/in-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จี้อินโดสอบ ปมนร.2 พันคน อาหารเป็นพิษ โยงโครงการอาหารฟรี นโยบายเรือธงปธน.ปราโบโว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5875442]]></link><pubDate>2026-09-04T14:47:19+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5875442</guid><description>จี้อินโดสอบ ปมนร.2 พันคน อาหารเป็นพิษ โยงโครงการอาหารฟรี นโยบายเรือธงปธน.ปราโบโว เมื่อวันที่ 4 กันยายน องค์กรอิสระด้านสิทธิมนุษยชน Komnas HAM ของอินโดนีเซีย ออกมาเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนกรณีเก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จี้อินโดสอบ ปมนร.2 พันคน อาหารเป็นพิษ โยงโครงการอาหารฟรี นโยบายเรือธงปธน.ปราโบโว&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 4 กันยายน องค์กรอิสระด้านสิทธิมนุษยชน Komnas HAM ของอินโดนีเซีย ออกมาเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนกรณีเกิดเหตุอาหารเป็นพิษระบาดระลอกใหม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการเรือธงของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ในการจัดหาอาหารกลางวันฟรีให้แก่นักเรียน ซึ่งเป็นผลให้มีนักเรียนและครูรวมราว 2,000 คน ล้มป่วยลงจากอาหารเป็นพิษในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในกรณีอาหารเป็นพิษที่เกิดขึ้นแยกกันตามพื้นที่ต่างๆ บนเกาะอย่างน้อย 2 แห่งของอินโดนีเซีย ซึ่งมีนักเรียนและครูรวมกันประมาณ 2,000 คน มีอาการป่วยหลังจากรับประทานอาหารกลางวันที่รัฐบาลจัดหาให้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการขจัดปัญหาภาวะทุพโภชนาการที่ประธานาธิบดีปราโบโวได้ริเริ่มขึ้นเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในถ้อยแถลงของ Komnas HAM ระบุว่า สิทธิในการเข้าถึงอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่ปลอดภัยต่อการบริโภค ถือเป็นสิทธิมนุษยชน แต่หากปราศจากมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่เข้มงวด มาตรการด้านโภชนาการที่ภาครัฐดำเนินการอยู่ก็จะสูญเสียความชอบธรรมทางศีลธรรมไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ Komnas HAM ยังเรียกร้องให้ตำรวจทำการสอบสวนกรณีที่เกิดขึ้นนี้และร้องขอให้สำนักงานโภชนาการแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลโครงการดังกล่าว สั่งระงับการดำเนินงานของโรงครัวที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดเหตุอาหารเป็นพิษในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวคอมปาส สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดี(3 ก.ย.) นักเรียนและครูราว 170 คนในเขตทานาโทราจา จังหวัดสุลาเวสีใต้ ล้มป่วยหลังจากรับประทานอาหารฟรีเข้าไป ภายหลังจากมีกรณีนักเรียนป่วยอาหารเป็นพิษกว่า 1,700 คนในจังหวัดชวากลาง, ชวาตะวันออก และ สุมาตราตะวันตก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายชาร์ลส์ โฮโนริส สมาชิกสภานิติบัญญัติ กล่าวเมื่อวันพุธ(2 ก.ย.) โดยอ้างข้อมูลจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขว่า ณ วันที่ 1 กันยายน มีผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีอาหารเป็นพิษในประเทศจำนวน 50,000 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนบริษัทวิจัยและที่ปรึกษาไซฟูลมูจานี เผยแพร่ผลสำรวจระบุว่า จากการสำรวจความเห็นชาวอินโดนีเซียเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่พึงพอใจต่อโครงการอาหารฟรี ส่วนสาเหตุหลักใหญ่ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงคือการเกิดกรณีอาหารเป็นพิษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5875442?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จี้อินโดสอบ ปมนร.2 พันคน อาหารเป็นพิษ โยงโครงการอาหารฟรี นโยบายเรือธงปธน.ปราโบโว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จี้อินโดสอบ ปมนร.2 พันคน อาหารเป็นพิษ โยงโครงการอาหารฟรี นโยบายเรือธงปธน.ปราโบโว</dc:alternative><dc:abstract>จี้อินโดสอบ ปมนร.2 พันคน อาหารเป็นพิษ โยงโครงการอาหารฟรี นโยบายเรือธงปธน.ปราโบโว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-04T07:47:19+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-04T07:47:19+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T042113Z_447601285_RC2SANAQCR5X_RTRMADP_3_INDONESIA-FREEMEALS-HEALTH.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T042113Z_447601285_RC2SANAQCR5X_RTRMADP_3_INDONESIA-FREEMEALS-HEALTH-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T042113Z_447601285_RC2SANAQCR5X_RTRMADP_3_INDONESIA-FREEMEALS-HEALTH.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T042113Z_447601285_RC2SANAQCR5X_RTRMADP_3_INDONESIA-FREEMEALS-HEALTH-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T042113Z_447601285_RC2SANAQCR5X_RTRMADP_3_INDONESIA-FREEMEALS-HEALTH-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T042113Z_447601285_RC2SANAQCR5X_RTRMADP_3_INDONESIA-FREEMEALS-HEALTH-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[UN เตือน เอลนีโญ รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึก ลากยาวต่อเนื่องถึงปีหน้า]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5875168]]></link><pubDate>2026-09-04T12:39:49+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5875168</guid><description>UN เตือน เอลนีโญ รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึก ลากยาวต่อเนื่องถึงปีหน้า องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุเมื่อวันที่ 3 กันยายน ว่าปรากฏการณ์สภาพอากาศเอลนีโญมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นต่อเนื่องไ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;UN เตือน เอลนีโญ รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึก ลากยาวต่อเนื่องถึงปีหน้า&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุเมื่อวันที่ 3 กันยายน ว่าปรากฏการณ์สภาพอากาศเอลนีโญมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 และอาจมีความรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสภาพอากาศสุดขั้วต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;WMO หน่วยงานด้านสภาพอากาศของสหประชาชาติคาดการณ์ว่า มีโอกาสเกือบ 100% ที่เอลนีโญจะยังคงอยู่ต่อไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2027 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากอุณหภูมิของมหาสมุทรแปซิฟิกที่สูงผิดปกติอย่างมาก นับเป็นครั้งแรกที่ WMO แสดงระดับความเชื่อมั่นในการคาดการณ์สูงถึงระดับนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป มันอาจรุนแรงกว่าครั้งใดๆ นับตั้งแต่ที่เราเฝ้าติดตามมา ดังนั้นจึงเรียกได้ว่ามันอยู่นอกเหนือระดับที่เคยมีการบันทึกไว้อย่างมาก” เซเลสเต ซาอูโล เลขาธิการ WMO กล่าวในการแถลงข่าวที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาอูโลกล่าวด้วยว่า WMO มุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรในสหประชาชาติและระบบการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม เพื่อให้ข้อมูลและองค์ความรู้ด้านสภาพภูมิอากาศที่จำเป็นต่อการสำหรับสนับสนุนการจัดการภัยพิบัติ และภาคส่วนที่มีความอ่อนไหวต่อสภาพภูมิอากาศ เช่น การเกษตร สุขภาพ พลังงาน และทรัพยากรน้ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;WMO ระบุว่า กำลังเร่งเตรียมความพร้อมและระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อให้ประเทศต่างๆ สามารถดำเนินมาตรการรับมือได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่น การเปลี่ยนไปปลูกพืชที่ทนทานต่อภัยแล้งในบางพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอลนีโญที่มีความรุนแรงมากสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบของปริมาณน้ำฝนและอุณหภูมิทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ และกระตุ้นให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว เช่น ภัยแล้งและพายุไต้ฝุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้เอลนีโญจะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และไม่ได้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ปรากฏการณ์ดังกล่าวสามารถทวีความรุนแรงขึ้นได้จากอุณหภูมิของมหาสมุทรที่สูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้นต่อหน้าต่อตาเรา วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่มีข้อสงสัยใดๆ อีกต่อไป โลกกำลังเข้าสู่ดินแดนที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน และผืนน้ำเหล่านั้นก็กำลังร้อนขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;WMO ระบุว่า ตัวอย่างอุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกในช่วงเอลนีโญของปีนี้ ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในสี่ครั้งที่ถูกจัดอยู่ในระดับ “รุนแรงมาก” จากสถิติที่มีการบันทึกย้อนหลังไปถึงปี 1950 มีอุณหภูมิสูงกว่าระดับปกติแล้วมากกว่า 2 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรในเขตร้อนแล้ว โดยก่อให้เกิดวิกฤตอาหารอย่างรุนแรงทั่วบริเวณพื้นที่แห้งแล้งของอเมริกากลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;WMO ระบุในแถลงการณ์ว่า เอลนีโญครั้งนี้จะมีความรุนแรงสูงสุดในช่วงปลายปีนี้ แต่ผลกระทบจะยังคงดำเนินต่อเนื่องไปในปี 2027 และคาดว่าจะส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นในปีหน้าด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิลฟราน มูฟูมา โอเกีย หัวหน้าฝ่ายบริการพยากรณ์ภูมิอากาศของ WMO กล่าวว่า โดยปกติแล้ว หลังจากเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ เรามักจะเห็นอุณหภูมิโลกพุ่งสูงขึ้นเป็นระลอก ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นชั่วคราว โดยอ้างถึงปี 2024 ซึ่งเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา แต่ปี 2027 มีศักยภาพที่จะกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5875168?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;UN เตือน เอลนีโญ รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึก ลากยาวต่อเนื่องถึงปีหน้า&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>UN เตือน เอลนีโญ รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึก ลากยาวต่อเนื่องถึงปีหน้า</dc:alternative><dc:abstract>UN เตือน เอลนีโญ รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึก ลากยาวต่อเนื่องถึงปีหน้า</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-04T07:02:50+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-04T07:02:50+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/en.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/en-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/en.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/en-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/en-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/en-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นาทีชีวิต! กู้ภัยเนปาล ช่วย 2 คนงาน หลังติดอุโมงค์โรงไฟฟ้านาน 9 วัน ชี้ภัยพิบัติทำสูญกว่า 8.4 หมื่นล้านบ.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5875125]]></link><pubDate>2026-09-04T12:11:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5875125</guid><description>นาทีชีวิต! กู้ภัยเนปาล ช่วย 2 คนงาน หลังติดอุโมงค์โรงไฟฟ้านาน 9 วัน ชี้ภัยพิบัติทำสูญกว่า 8.4 หมื่นล้านบ. ความคืบหน้าเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันและโคลนถล่มทางตอนเหนือของเนปาลติดกับเขตปกครองตนเองทิเบตข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นาทีชีวิต! กู้ภัยเนปาล ช่วย 2 คนงาน หลังติดอุโมงค์โรงไฟฟ้านาน 9 วัน ชี้ภัยพิบัติทำสูญกว่า 8.4 หมื่นล้านบ.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ความคืบหน้าเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันและโคลนถล่มทางตอนเหนือของเนปาลติดกับเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 กันยายน ทีมกู้ภัยเนปาลสามารถช่วยคนงานที่รอดชีวิตออกมาได้ 2 รายจากอุโมงค์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำตรีศูลี 3A  ในเขตราซูวา หลังจากติดอยู่นาน 9 วันนับจากเกิดเหตุภัยพิบัติครั้งเลวร้ายในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่ยังคงดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่าคนงานรายแรกที่ช่วยออกมาได้คือนายสันจายา ชาห์ และรายที่ 2 คือ นายกาบีร์ มาฮาร์จัน ที่ยังยิ้มในสภาพเนื้อตัวเประเปื้อนด้วยดินโคลน ซึ่งต่างถูกนำตัวลงเปลหามเพื่อขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่งไปยังโรงพยาบาลในกรุงกาฐมาณฑุทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเอพีรายงานว่า นายศรีราม นูปาเน สมาชิกสภานิติบัญญัติเนปาล ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กเกี่ยวกับปฏิบัติการช่วยเหลือคนงานรายที่ 2 ไม่นานหลังจากที่พลจัตวาราจา ราม บาสเนต โฆษกกองทัพบกยืนยันว่าสามารถช่วยเหลือคนงานรายแรกที่ติดอยู่ภายในอุโมงค์ได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่ระบุว่าคนงานทั้งสองรายนี้มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าช่างเครื่องและผู้ควบคุมงานด้านเครื่องจักร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระแห่งเนปาลระบุว่า มีคนงานอย่างน้อย 557 คนสูญหายจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำตรีศูลี 3A ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำตรีศูลี โดยเชื่อว่ามีคนงานประมาณ 115 คนติดอยู่ภายในอุโมงค์หลัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ปฏิบัติการกู้ภัยกล่าวว่าทีมกู้ภัยเชื่อว่าอาจยังมีผู้รอดชีวิตติดอยู่ภายในอุโมงค์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้ในเปาลเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,259 ราย และยังคงมีผู้สูญหายอีกมากกว่า 5,000 ราย ส่วนทางการจีนรายงานข้อมูล ณ ช่วงคืนวันพุธ(3 ก.ย.)ว่า มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ฝั่งทิเบตติดกับเนปาลจำนวน 21 ราย และยังคงสูญหาย 541 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ข้อมูลทางการท้องถิ่นของเนปาลระบุว่ามีคนงานสูญหายราว 900 คนจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 12 แห่งในเนปาล ซึ่งคาดว่ามีคนงานราว 500 คนติดอยู่ภายในอุโมงค์ต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันเดียวกัน นายธรรมราช อุปเรติ หัวหน้าหน่วยงานเพื่อการลดและจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งชาติ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ดังกล่าว คิดเป็นมูลค่าอย่างน้อย 2,560 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณกว่า 8.4 หมื่นล้านบาท และว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของการฟื้นฟูเบื้องต้น คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณราว 52.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,700 ล้านบาท สำหรับการสร้างถนนและที่พักชั่วคราว การจัดหาน้ำดื่มและไฟฟ้า โดยตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นร่วมกับหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและจะมีการประเมินรายละเอียดอย่างครบถ้วนในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ทางการระบุว่าเนปาลจำเป็นต้องสร้างบ้านใหม่ราว 20,000 หลังขึ้นในที่ที่ปลอดภัยกว่าหลังภัยพิบัติครั้งนี้ที่ได้ทำลายบ้านเรือนประชาชนพังพินาศไปอย่างน้อย 7,500 หลัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe loading=&quot;lazy&quot; title=&quot;#BREAKING: Two rescued from Nepal tunnels after search | 9 News Australia&quot; width=&quot;422&quot; height=&quot;750&quot; src=&quot;https://www.youtube.com/embed/-EudFAriGQM?feature=oembed&amp;#038;enablejsapi=1&amp;#038;origin=https://www.matichon.co.th&quot; frameborder=&quot;0&quot; allow=&quot;accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share&quot; referrerpolicy=&quot;strict-origin-when-cross-origin&quot; allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5875125?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นาทีชีวิต! กู้ภัยเนปาล ช่วย 2 คนงาน หลังติดอุโมงค์โรงไฟฟ้านาน 9 วัน ชี้ภัยพิบัติทำสูญกว่า 8.4 หมื่นล้านบ.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นาทีชีวิต! กู้ภัยเนปาล ช่วย 2 คนงาน หลังติดอุโมงค์โรงไฟฟ้านาน 9 วัน ชี้ภัยพิบัติทำสูญกว่า 8.4 หมื่นล้านบ.</dc:alternative><dc:abstract>นาทีชีวิต! กู้ภัยเนปาล ช่วย 2 คนงาน หลังติดอุโมงค์โรงไฟฟ้านาน 9 วัน ชี้ภัยพิบัติทำสูญกว่า 8.4 หมื่นล้านบ.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-04T06:42:16+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-04T06:42:16+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T045558Z_1198747717_RC24CNA7V9JO_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-TUNNEL.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T045558Z_1198747717_RC24CNA7V9JO_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-TUNNEL-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T045558Z_1198747717_RC24CNA7V9JO_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-TUNNEL.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T045558Z_1198747717_RC24CNA7V9JO_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-TUNNEL-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T063720Z_408320709_RC26CNA3BKZK_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-SURVIVOR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T063720Z_408320709_RC26CNA3BKZK_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-SURVIVOR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทหารสหรัฐ 2 นาย ถูกส่งกลับเรือ USS Abraham Lincoln หลังเมาทะเลาะวิวาทใกล้บาร์ที่พัทยา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5874960]]></link><pubDate>2026-09-04T10:49:19+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5874960</guid><description>ทหารสหรัฐ 2 นาย ถูกส่งกลับเรือ USS Abraham Lincoln หลังเมา ทะเลาะวิวาทใกล้บาร์ที่พัทยา ดิ อินดิเพนเดนต์ รายงานว่า มีทหารสหรัฐ 2 นาย ถูกส่งกลับไปยังเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln หลังจากก่อเห [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;ทหารสหรัฐ 2 นาย ถูกส่งกลับเรือ USS Abraham Lincoln หลังเมา ทะเลาะวิวาทใกล้บาร์ที่พัทยา&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ดิ อินดิเพนเดนต์&lt;/strong&gt; รายงานว่า มีทหารสหรัฐ 2 นาย ถูกส่งกลับไปยังเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln หลังจากก่อเหตุทะเลาะวิวาทในขณะมึนเมาที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดที่เรือลำดังกล่าวจอดเทียบท่าอยู่หลังจากปฏิบัติภารกิจในทะเลมาอย่างยาวนานเป็นประวัติการณ์ถึง 286 วัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทหารทั้ง 2 นาย ที่ไม่มีการเปิดเผยชื่อ จะถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ภายในเรือตลอดช่วงเวลาที่เหลือของการแวะพัก 5 วัน ที่พัทยา เมื่อตากอากาศชื่อดังของไทยที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Sin City ของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าว MS NOW อ้างข้อมูลจากตำรวจท้องที่ระบุว่า เช้าวันพฤหัสบดี มีพลเมืองไทยได้โทรแจ้งว่ามีทหารสหรัฐ 2 นาย ก่อเหตุวิวาท ทำร้ายร่างกายกันใกล้บาร์แห่งหนึ่งในเมืองเมื่อ 01.30 น. หลังจากเจ้าหน้าที่ไทยเข้าระงับเหตุ ทหารอเมริกัน 2 คน จึงถูกนำตัวไปที่ ศูนย์ปฏิบัติการร่วมไทย-สหรัฐ ซึ่งตั้งอยู่ที่ร้าน Hard Rock Cafe ในเมืองพัทยา ก่อนจะถูกส่งตัวกลับไปยังเรือบรรทุกเครื่องบินในที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ไทยรายหนึ่งได้กล่าวกับสื่อว่า เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องเล็กน้อย พร้อมเสริมว่า กลุ่มทหารอยู่ในอาการมึนเมา และผู้ที่โทรแจ้งเหตุมีความกังวลว่าการกระทบกระทั่งจนบานปลายเกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วอลล์สตรีทเจอร์นัล รายงานว่า มีคนเห็นทหารบางนายแต่งกายด้วยชุดพลเรือนกำลังดื่มเบียร์ จ่ายเงินเล็กน้อยเพื่อสัมผัสสัตว์เลื้อยคลานแปลก ๆ และมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารที่ให้บริการอาหารรสชาติคุ้นเคยอย่างเบอร์เกอร์คิงหนึ่งในนั้นกล่าวขณะลงจากเรือบรรทุกเครื่องบินว่า &amp;#8220;รู้สึกดีมาก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5874960?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทหารสหรัฐ 2 นาย ถูกส่งกลับเรือ USS Abraham Lincoln หลังเมาทะเลาะวิวาทใกล้บาร์ที่พัทยา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทหารสหรัฐ 2 นาย ถูกส่งกลับเรือ USS Abraham Lincoln หลังเมาทะเลาะวิวาทใกล้บาร์ที่พัทยา</dc:alternative><dc:abstract>ทหารสหรัฐ 2 นาย ถูกส่งกลับเรือ USS Abraham Lincoln หลังเมาทะเลาะวิวาทใกล้บาร์ที่พัทยา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-04T03:49:19+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-04T03:49:19+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/85632.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/85632-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/85632.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/85632-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/75417.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/75417-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต. ปัดข้อกล่าวหากัมพูชา ขวางยกประเด็น 2 ชาติใน OIF Summit ยันทำงานแบบมือชีพ ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5874876]]></link><pubDate>2026-09-04T10:36:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5874876</guid><description>กต. ปัดข้อกล่าวหากัมพูชา ขวางยกประเด็น 2 ชาติใน OIF Summit ยันทำงานแบบมืออาชีพ เมื่อวันที่ 4 กันยายน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า ตามที่มีสื่อมวลชนสอบถามถึงกรณีรายงานข่าวกัมพูชากล่าวหานักก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;กต. ปัดข้อกล่าวหากัมพูชา ขวางยกประเด็น 2 ชาติใน OIF Summit ยันทำงานแบบมืออาชีพ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 4 กันยายน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า ตามที่มีสื่อมวลชนสอบถามถึงกรณีรายงานข่าวกัมพูชากล่าวหานักการทูตไทยพยายามให้ประเทศที่สามกดดันขัดขวางกัมพูชาไม่ให้หยิบยกประเด็นสถานการณ์ไทย-กัมพูชา ในการประชุมสุดยอดองค์การระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (OIF Summit) นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ย้ำว่า นักการทูตไทยปฏิบัติหน้าที่ปกป้อง รักษา และส่งเสริมผลประโยชน์แห่งชาติของไทยอย่างเต็มที่ด้วยความเป็นมืออาชีพอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหาของกัมพูชาดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้ย้ำด้วยว่า ในการหารือระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องที่จะลดความตึงเครียดและเดินหน้าฟื้นฟูความไว้เนื้อเชื่อใจอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม กัมพูชายังคงเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จและกล่าวหาไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายไทยได้ชี้แจงตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริงเสมอมา และเห็นว่าประเด็นต่าง ๆ ระหว่างทั้งสองประเทศควรได้รับการแก้ไขผ่านกลไกทวิภาคีและการหารือร่วมกันอย่างจริงใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5874876?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต. ปัดข้อกล่าวหากัมพูชา ขวางยกประเด็น 2 ชาติใน OIF Summit ยันทำงานแบบมือชีพ &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต. ปัดข้อกล่าวหากัมพูชา ขวางยกประเด็น 2 ชาติใน OIF Summit ยันทำงานแบบมือชีพ </dc:alternative><dc:abstract>กต. ปัดข้อกล่าวหากัมพูชา ขวางยกประเด็น 2 ชาติใน OIF Summit ยันทำงานแบบมือชีพ </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-04T03:36:16+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-04T03:36:16+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นายกฯเล็กนิวยอร์ก สั่งห้าม นร.ใช้ AI 1 ปี ชี้เด็กต้องพัฒนาทักษะด้วยตนเอง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5874841]]></link><pubDate>2026-09-04T09:42:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5874841</guid><description>นายกฯเล็กนิวยอร์ก สั่งห้าม นร.ใช้ AI 1 ปี ชี้เด็กต้องพัฒนาทักษะด้วยตนเอง นครนิวยอร์กประกาศระงับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของนักเรียนในโรงเรียนรัฐบาลระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของรัฐเป็นเวลา 1 ปี ซึ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;นายกฯเล็กนิวยอร์ก สั่งห้าม นร.ใช้ AI 1 ปี ชี้เด็กต้องพัฒนาทักษะด้วยตนเอง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นครนิวยอร์กประกาศระงับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของนักเรียนในโรงเรียนรัฐบาลระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของรัฐเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ในการกำหนดแนวทางเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีใหม่ในห้องเรียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการของเขตการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ถือเป็นมาตรการจำกัดการใช้ AI ที่เข้มงวดที่สุดเท่าที่เคยมีในสหรัฐ แม้ว่าเขตการศึกษาอื่น ๆ รวมถึงนครลอสแอนเจลิส จะระบุว่ากำลังทบทวนนโยบายเกี่ยวกับ AI เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อว่า โรงเรียนต่าง ๆ จะระงับการใช้งานเครื่องมือทางการศึกษาประมาณ 40 รายการที่ใช้อยู่ในห้องเรียนของนครนิวยอร์กในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เด็ก ๆ ต้องการครูและการมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ เพื่อที่จะเรียนรู้และเติบโต พวกเขาจำเป็นต้องพัฒนาทักษะไปพร้อมกับเพื่อน ๆ สร้างความสัมพันธ์กับครูผู้สอน และต่อสู้ขบคิดกับปัญหาที่ยากลำบากด้วยตัวเอง” มัมดานีกล่าวระหว่างการแถลงข่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทผู้พัฒนา AI รายใหญ่ ได้แก่ กูเกิล แอนโทรปิก และไมโครซอฟท์ ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอแสดงความคิดเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นโยบายดังกล่าวของนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์กจะส่งผลกระทบต่อนักเรียนโรงเรียนรัฐบาลประมาณ 600,000 คน ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ขณะที่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจะยังได้รับอนุญาตให้ใช้ AI ได้ในบางกรณี อย่างไรก็ดี ทางการนครนิวยอร์กระบุว่า ครูจะยังได้รับอนุญาตให้ใช้ AI เพื่อช่วยในการวางแผนการสอน รวมถึงงานต่าง ๆ เช่น การจัดตารางเวลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ โรงเรียนรัฐบาลนครนิวยอร์กเคยประกาศห้ามใช้ ChatGPT เป็นการชั่วคราวไม่นานหลังจากมีการเปิดตัวในปี 2565 ต่อมาข้อจำกัดดังกล่าวถูกยกเลิก และถูกแทนที่ด้วยผู้ช่วยสอนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งพัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับการใช้งานด้านการศึกษา ตามข้อมูลของไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของ OpenAI บริษัทผู้พัฒนา ChatGPT&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5874841?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นายกฯเล็กนิวยอร์ก สั่งห้าม นร.ใช้ AI 1 ปี ชี้เด็กต้องพัฒนาทักษะด้วยตนเอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นายกฯเล็กนิวยอร์ก สั่งห้าม นร.ใช้ AI 1 ปี ชี้เด็กต้องพัฒนาทักษะด้วยตนเอง</dc:alternative><dc:abstract>นายกฯเล็กนิวยอร์ก สั่งห้าม นร.ใช้ AI 1 ปี ชี้เด็กต้องพัฒนาทักษะด้วยตนเอง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-04T02:42:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-04T02:42:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/nz.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/nz-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/nz.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/nz-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/nz-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/nz-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เนปาลคาด ต้องสร้างบ้านใหม่ 2 หมื่นหลัง ให้เหยื่อภัยพิบัติ ไม่ละภารกิจค้นหา ดับพุ่งกว่า 1,252]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5874374]]></link><pubDate>2026-09-03T17:33:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5874374</guid><description>เนปาลคาด ต้องสร้างบ้านใหม่ 2 หมื่นหลัง ให้เหยื่อภัยพิบัติ ไม่ละภารกิจค้นหา ดับพุ่งกว่า 1,252 ความคืบหน้าเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันและโคลนถล่มพื้นที่ตอนเหนือของเนปาลติดกับเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ล่า [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เนปาลคาด ต้องสร้างบ้านใหม่ 2 หมื่นหลัง ให้เหยื่อภัยพิบัติ ไม่ละภารกิจค้นหา ดับพุ่งกว่า 1,252&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ความคืบหน้าเหตุภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันและโคลนถล่มพื้นที่ตอนเหนือของเนปาลติดกับเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ล่าสุด ทางการเนปาลแถลงเมื่อวันที่ 2 กันยายนว่า จำเป็นต้องมีการสร้างบ้านเรือนขึ้นใหม่ราว 20,000 หลังในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุพิบัติดังกล่าว ในขณะที่ทีมกู้ภัยยังคงเดินหน้าค้นหาคนงานที่ติดอยู่ภายในอุโมงค์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำของเนปาลที่เชื่อว่ามีรวมกันราว 900 คนต่อไป ท่ามกลางยอดผู้เสียชีวิตในเนปาลเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,252 ราย และในทิเบต 21 ราย โดยยังคงมีผู้สูญหายรวมกันมากกว่า 4,200 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายธรรมราจ อุปเรติ หัวหน้าสำนักงานการจัดการและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งชาติของเนปาล กล่าวกับรอยเตอร์ว่า จากการประเมินเบื้องต้น บ้านเรือนในพื้นที่ประสบภัยดังกล่าวราว 7,500 หลัง ถูกทำลายอย่างราบคาบ ไม่จากมวลน้ำกวาดซัดหายไปหรือถูกเศษซากและโคลนถล่มฝังกลบ ส่วนบ้านเรือนที่ยังคงหลงเหลืออยู่นั้นก็ไม่สามารถใช้อยู่อาศัยได้อีกต่อไป คาดว่าจำเป็นจะต้องสร้างบ้านขึ้นใหม่ราว 20,000 หลังในพื้นที่ที่มีความปลอดภัยมากกว่าในพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองทัพเนปาลแถลงว่า กำลังพลมากกว่า 9,000 นาย ยังคงทำงานกันอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในเขตติมูเรในเมืองราซูวา, นูวาโกต, ดาดิง, จิตวันและนาวาลพาราซีตะวันออก ในการร่วมกันค้นหาและกู้ภัย ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ จัดการศพผู้เสียชีวิต เคลียร์สิ่งกีดขวางบนถนนและให้การรักษาฉุกเฉิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กองทัพเนปาลนายหนึ่งเปิดเผยว่า การค้นหาคนงานในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำอย่างน้อย 900 คนที่เชื่อว่าติดอยู่ในอุโมงค์ยังคงดำเนินต่อไปร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากอินเดีย เกาหลีใต้และจีนที่ส่งมาสมทบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่ยังมีความหวังว่าจะพบผู้รอดชีวิต และแม้ว่าจะไม่พบผู้รอดชีวิต เราก็จะกู้ร่างของผู้เสียชีวิตกลับมา” เจ้าหน้าที่กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ ราจา ราม บาสเนต โฆษกกองทัพเนปาล กล่าวว่า มีการกู้ร่างผู้เสียชีวิต 2 รายขึ้นมาจากอุโมงค์ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำลังตังโคลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงในวันเดียวกันว่า จีนได้ส่งความช่วยเหลือชุดที่ 3 ไปยังเนปาล ซึ่งประกอบด้วยเต็นท์ ผ้าห่ม ชุดป้องกันทางการแพทย์ และอุปกรณ์สื่อสารผ่านดาวเทียม พร้อมระบุด้วยว่าหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาของทั้งสองประเทศกำลังติดต่อประสานงานกันอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“จีนจะยังคงให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินโดยพิจารณาจากความต้องการของเนปาลและดำเนินความร่วมมือด้านการกู้ภัยในระดับนานาชาติต่อไป&amp;#8221; นายกัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5874374?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เนปาลคาด ต้องสร้างบ้านใหม่ 2 หมื่นหลัง ให้เหยื่อภัยพิบัติ ไม่ละภารกิจค้นหา ดับพุ่งกว่า 1,252&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เนปาลคาด ต้องสร้างบ้านใหม่ 2 หมื่นหลัง ให้เหยื่อภัยพิบัติ ไม่ละภารกิจค้นหา ดับพุ่งกว่า 1,252</dc:alternative><dc:abstract>เนปาลคาด ต้องสร้างบ้านใหม่ 2 หมื่นหลัง ให้เหยื่อภัยพิบัติ ไม่ละภารกิจค้นหา ดับพุ่งกว่า 1,252</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-03T10:33:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-03T10:33:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-03T101929Z_1780013791_RC2IBNA7T67E_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-03T101929Z_1780013791_RC2IBNA7T67E_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-03T101929Z_1780013791_RC2IBNA7T67E_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-03T101929Z_1780013791_RC2IBNA7T67E_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-03T101929Z_1780013791_RC2IBNA7T67E_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-03T101929Z_1780013791_RC2IBNA7T67E_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ ยินดี เจ้าชายแฮร์รี-ชายา ย้ายกลับแดนผู้ดี ลั่นตัวเองไม่ใช่แฟนคลับ แซะเมแกนเรื่องวางตัว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5874224]]></link><pubDate>2026-09-03T16:43:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5874224</guid><description>ทรัมป์ ยินดี เจ้าชายแฮร์รี-ชายา ย้ายกลับแดนผู้ดี ลั่นตัวเองไม่ใช่แฟนคลับ แซะเมแกนเรื่องวางตัว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กล่าวอย่างเปิดเผยว่าเขารู้สึกยินดีที่ เจ้าชายแฮร์รี แห่งราชวงศ์ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทรัมป์ ยินดี เจ้าชายแฮร์รี-ชายา ย้ายกลับแดนผู้ดี ลั่นตัวเองไม่ใช่แฟนคลับ แซะเมแกนเรื่องวางตัว&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กล่าวอย่างเปิดเผยว่าเขารู้สึกยินดีที่ เจ้าชายแฮร์รี แห่งราชวงศ์อังกฤษ พร้อมครอบครัวได้เดินทางออกจากสหรัฐเพื่อย้ายกลับไปใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ ในทำเนียบขาว เมื่อวันพุธ(2 ก.ย.) หลังถูกผู้สื่อข่าวถามความเห็นถึงการตัดสินใจล่าสุดของเจ้าชายแฮร์รี และพระชายาเมแกน ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ในการย้ายครอบครัวจากรัฐแคลิฟอร์เนียหลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มานานถึง 6 ปี เพื่อกลับไปพำนักในสหราชอาณาจักรว่า “ผมยินดีกับเรื่องนี้ ผมไม่ได้เป็นแฟนของพวกเขา”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยังเผยความรู้สึกที่มีต่อเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนอีกว่า “ผมคิดว่าพวกเขาแสดงความไม่เคารพอย่างยิ่งต่อราชวงศ์ ซึ่งผมไม่ชอบเลย” ในขณะที่ทรัมป์กล่าวถึงความสัมพันธ์อันดีที่เขามีต่อสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ผู้ล่วงลับ และกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ผู้ทรงเป็นพระอัยยิกา(ย่า) และพระราชบิดา(พ่อ)ของเจ้าชายแฮร์รี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยังกล่าววิจารณ์เป็นการเฉพาะถึง เมแกน นักแสดงสาวอเมริกันคนดังที่กลายเป็นสะใภ้หลวงแห่งราชวงศ์อังกฤษว่า “ผมไม่ชอบวิธีการวางตัวของเธอ ผมคิดว่าเธอแสดงท่าทีที่ขาดความเคารพอย่างยิ่ง&amp;#8221; พร้อมกล่าวด้วยว่า “ถ้าผมเป็นราชวงศ์ ผมคงจะไม่รับพวกเขากลับมา”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำกล่าวของทรัมป์ที่ตอบผู้สื่อข่าวมีขึ้นหลังจากเจ้าชายแฮร์รีได้พาครอบครัวกลับถึงสหราชอาณาจักรเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นที่คาดหมายว่าทั้งสองจะยังคงใช้ชีวิตเป็นการส่วนพระองค์ โดยจะยังคงไม่ปฏิบัติพระกรณีของราชวงศ์อย่างเป็นทางการต่อไป หลังจากทั้งสองได้ยุติบทบาทหน้าที่นั้นไปตั้งแต่ปี 2020 และย้ายครอบครัวมาปักหลักใช้ชีวิตใหม่ในประเทศสหรัฐนับจากเกิดความแตกร้าวกับสมาชิกในพระราชวงศ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีเหตุปัจจัยใดที่นำมาสู่การตัดสินใจดังกล่าว แต่เจ้าชายแฮร์รีเคยตรัสว่าพระองค์ทรงต้องการให้เจ้าชายอาร์ชี พระโอรสพระชันษา 7 ปี และเจ้าหญิงลิลิเบต พระธิดา พระชันษา 5 ปี ได้ใช้เวลาในสหราชอาณาจักร ดินแดนปิตุภูมิของพระองค์ โดยมีรายงานว่าเจ้าชายอาร์ชีและเจ้าหญิงลิลิเบตจะทรงเข้าศึกษาในโรงเรียนในสหราชอาณาจักรในเดือนนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5874224?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ ยินดี เจ้าชายแฮร์รี-ชายา ย้ายกลับแดนผู้ดี ลั่นตัวเองไม่ใช่แฟนคลับ แซะเมแกนเรื่องวางตัว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ ยินดี เจ้าชายแฮร์รี-ชายา ย้ายกลับแดนผู้ดี ลั่นตัวเองไม่ใช่แฟนคลับ แซะเมแกนเรื่องวางตัว</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ ยินดี เจ้าชายแฮร์รี-ชายา ย้ายกลับแดนผู้ดี ลั่นตัวเองไม่ใช่แฟนคลับ แซะเมแกนเรื่องวางตัว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-03T09:43:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-03T09:43:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T181020Z_2101691279_RC26BNAGXS5E_RTRMADP_3_USA-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T181020Z_2101691279_RC26BNAGXS5E_RTRMADP_3_USA-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T181020Z_2101691279_RC26BNAGXS5E_RTRMADP_3_USA-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T181020Z_2101691279_RC26BNAGXS5E_RTRMADP_3_USA-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T181020Z_2101691279_RC26BNAGXS5E_RTRMADP_3_USA-TRUMP-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T181020Z_2101691279_RC26BNAGXS5E_RTRMADP_3_USA-TRUMP-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นอร์เวย์ ยึดเรือรัสเซีย ชดเชยให้บ.พลังงานยูเครน ตามคำสั่งอนุญาโตตุลาการ หลังมอสโกฮุบไครเมีย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5874023]]></link><pubDate>2026-09-03T15:11:55+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5874023</guid><description>นอร์เวย์ ยึดเรือรัสเซีย ชดเชยให้บ.พลังงานยูเครน ตามคำสั่งอนุญาโตตุลาการ หลังมอสโกฮุบไครเมีย เมื่อวันที่ 3 กันยายน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ทางการนอร์เวย์ได้ทำการยึดเรือของรัสเซียลำหนึ่งบริเวณหมู่เกาะสวา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นอร์เวย์ ยึดเรือรัสเซีย ชดเชยให้บ.พลังงานยูเครน ตามคำสั่งอนุญาโตตุลาการ หลังมอสโกฮุบไครเมีย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กันยายน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ทางการนอร์เวย์ได้ทำการยึดเรือของรัสเซียลำหนึ่งบริเวณหมู่เกาะสวาลบาร์ดในแถบอาร์กติก ตามคำร้องขอของ นาฟโตกาซ บริษัทพลังงานของยูเครน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระดับโลกในการบังคับใช้คำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการ ณ กรุงเฮก ที่มีคำสั่งให้รัสเซียชดใช้ค่าเสียหายมูลค่า 4,220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.39 แสนล้านบาท ให้กับบริษัทพลังงานยูเครน หลังจากรัสเซียได้เข้ายึดครองทรัพย์สินด้านพลังงานของยูเครน ซึ่งรวมถึงแหล่งก๊าซและท่อส่งก๊าซ ที่อยู่ในดินแดนไครเมียซึ่งเคยเป็นของยูเครน แต่ถูกรัสเซียผนวกยึดดินแดนเป็นของตนเองในปี 2014&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ Naftogaz ยังคงพยายามเรียกร้องให้มีการดำเนินการตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ณ กรุงเฮกในปี 2023 ซึ่งมีคำสั่งให้รัสเซียจ่ายเงินจำนวน 4,220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับนาฟโตกาซ เพื่อชดเชยการที่รัสเซียได้ยึดทรัพย์สินของบริษัทนาฟโตกาซในดินแดนไครเมียไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยหลังจากที่รัสเซียปฏิเสธที่จะจ่ายเงินชดเชยตามคำตัดสินดังกล่าว บริษัท นาฟโตกาซ จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลในประเทศต่างๆ เพื่อขออำนาจศาลให้มีคำสั่งยึดทรัพย์สินเชิงพาณิชย์ของรัสเซียเมื่อมีการพบเจอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;นี่เป็นอีกก้าวสำคัญในการคืนความยุติธรรมในกรณีที่รัสเซียเข้ายึดทรัพย์สินของ นาฟโตกาซ ในไครเมียอย่างผิดกฎหมาย รัสเซียไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบเพียงแค่การปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้ เราจะเดินหน้าติดตามยึดทรัพย์สินของรัสเซียทั่วโลกต่อไป&amp;#8221; นายเซอร์กี เฟโดเรนโก ซีอีโอของนาฟโตกาซกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายลาร์ส เฟาส์ ผู้ว่าการหมู่เกาะ สวาลบาร์ด แถลงว่า การที่นอร์เวย์ทำการยึดเรือของรัสเซียลำดังกล่าว ซึ่งมีชื่อว่า Professor Molchanov นั้น เป็นผลมาจากคำสั่งของศาลแขวงนอร์ด-ทรอมส์ ที่ออกเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม และว่า ภายหลังการยึด เรือลำนี้จะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากจุดที่เรือจอดเทียบอยู่ในขณะนี้ที่เมืองบาเรนท์สเบิร์ก บนหมู่เกาะสวาลบาร์ดได้ โดยเรือลำนี้ของรัสเซียถูกใช้สำหรับการล่องเรือสำรวจเชิงพาณิชย์ ซึ่งรวมถึงเส้นทางที่เดินทางมายังหมู่เกาะสวาลบาร์ดด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5874023?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นอร์เวย์ ยึดเรือรัสเซีย ชดเชยให้บ.พลังงานยูเครน ตามคำสั่งอนุญาโตตุลาการ หลังมอสโกฮุบไครเมีย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นอร์เวย์ ยึดเรือรัสเซีย ชดเชยให้บ.พลังงานยูเครน ตามคำสั่งอนุญาโตตุลาการ หลังมอสโกฮุบไครเมีย</dc:alternative><dc:abstract>นอร์เวย์ ยึดเรือรัสเซีย ชดเชยให้บ.พลังงานยูเครน ตามคำสั่งอนุญาโตตุลาการ หลังมอสโกฮุบไครเมีย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-03T08:11:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-03T08:11:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26246257525164.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26246257525164-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26246257525164.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26246257525164-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26246257525164-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26246257525164-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีใต้ เปิดแผน ย้ายทำเนียบปธน.-หน่วยงานรัฐ ไปเซจง นครหลวงใหม่ฝ่ายบริหาร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873482]]></link><pubDate>2026-09-03T12:01:03+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5873482</guid><description>เกาหลีใต้ เปิดแผน ย้ายทำเนียบปธน.-หน่วยงานรัฐ ไปเซจง นครหลวงใหม่ฝ่ายบริหาร เมื่อวันที่ 3 กันยายน รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศว่าจะดำเนินการก่อสร้างทำเนียบประธานาธิบดีใหม่ขึ้นในนครเซจง ซึ่งเป็นเมืองหลวงทางฝ่า [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เกาหลีใต้ เปิดแผน ย้ายทำเนียบปธน.-หน่วยงานรัฐ ไปเซจง นครหลวงใหม่ฝ่ายบริหาร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กันยายน รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศว่าจะดำเนินการก่อสร้างทำเนียบประธานาธิบดีใหม่ขึ้นในนครเซจง ซึ่งเป็นเมืองหลวงทางฝ่ายบริหารของประเทศ ตั้งอยู่ห่างจากกรุงโซลไปทางตอนใต้ราว 120 กม. ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมปี 2029 และจะทำการย้ายหน่วยงานภาครัฐเพิ่มเติมอีกราว 350 แห่งจากเขตนครบาลกรุงโซลและปริมณฑลไปยังนครเซจงซึ่งจะเริ่มดำเนินการในปี 2027 ส่วนหนึ่งของความพยายามลดความแออัดของกรุงโซลและกระจายอำนาจการบริหารประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายฮัน ซองซุก นายกรัฐมนตรีของเกาหลีใต้ กล่าวว่ามาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เพื่อรับมือกับการกระจุกตัวของประชากร เงินทุน ภาคธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานในเขตเมืองหลวง ในขณะที่พื้นที่ส่วนอื่นๆ ของประเทศกำลังเผชิญกับภาวะจำนวนประชากรลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่าจะเริ่มทยอยย้ายหน่วยงานรัฐส่วนกลางไปยังนครเจซงในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2027 โดยจะให้ความสำคัญกับหน่วยงานที่มีขนาดใหญ่หรือมีผลกระทบสูงจากการย้ายที่ตั้งเป็นลำดับแรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันจะมีการแก้ไขกฎหมายที่กำกับดูแลการพัฒนาของนครเซจง เพื่อเปิดทางให้สามารถย้ายหน่วยงานระดับกระทรวงที่เดิมไม่อยู่ในข่ายการย้ายที่ตั้งได้ ซึ่งรวมถึงกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงความเสมอภาคทางเพศ ในส่วนของสำนักงานอัยการและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะย้ายที่ตั้งหลังจากอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในนครเซจงก่อสร้างแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้รัฐบาลยังมีแผนที่จะก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ในนครเซจงให้แล้วเสร็จภายในปี 2033 ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผนการข้างต้นถือเป็นการย้ายที่ตั้งหน่วยงานภาครัฐครั้งใหญ่ครั้งที่ 2 ของเกาหลีใต้ หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการทยอยย้ายหน่วยงานรัฐส่วนกลาง 43 แห่ง มายังนครเซจงในช่วงระหว่างปี 2012-2021 มาแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเกาหลีใต้ยังมีแผนจะลดจำนวนหรือปรับโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐอีก 109 แห่ง ด้วยการยุบรวมหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนและรวมหน่วยงานขนาดเล็กเข้าด้วยกัน ซึ่งรวมถึงการควบรวมกิจการรัฐวิสาหกิจด้านการผลิตไฟฟ้าทั้ง 5 แห่ง และการท่าเรือ 4 แห่งของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้นครเซจงได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี 2012 เพื่อมุ่งให้เป็นศูนย์กลางอำนาจบริหารแห่งใหม่เพื่อลดความแออัดในกรุงโซล โดยปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกระทรวงต่างๆ จำนวนมาก แม้ว่าทำเนียบประธานาธิบดีจะยังคงตั้งอยู่ในกรุงโซลก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873482?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีใต้ เปิดแผน ย้ายทำเนียบปธน.-หน่วยงานรัฐ ไปเซจง นครหลวงใหม่ฝ่ายบริหาร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีใต้ เปิดแผน ย้ายทำเนียบปธน.-หน่วยงานรัฐ ไปเซจง นครหลวงใหม่ฝ่ายบริหาร</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีใต้ เปิดแผน ย้ายทำเนียบปธน.-หน่วยงานรัฐ ไปเซจง นครหลวงใหม่ฝ่ายบริหาร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-03T06:00:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-03T06:00:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-03-115611.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-03-115611-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-03-115611.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-03-115611-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-03-115611-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-03-115611-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ลงนาม กม.เลี่ยงชัตดาวน์หน่วยงานรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873462]]></link><pubDate>2026-09-03T11:15:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5873462</guid><description>ทรัมป์ลงนาม กม.เลี่ยงชัตดาวน์หน่วยงานรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ลงนามในร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณชั่วคราวเมื่อวันที่ 2 กันยายน เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลก่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์ลงนาม กม.เลี่ยงชัตดาวน์หน่วยงานรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ลงนามในร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณชั่วคราวเมื่อวันที่ 2 กันยายน เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม หลังจากสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้า และวุฒิสภาผ่านความเห็นชอบในเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์ได้ลงนามให้ร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรลงมติด้วยคะแนนเสียง 370 ต่อ 48 เสียง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อผ่านร่างกฎหมายขยายการใช้งบประมาณตามกรอบเดิมออกไปจนถึงวันที่ 11 ธันวาคม ขณะที่วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กฎหมายฉบับนี้จะทำให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางสามารถดำเนินงานต่อไปได้หลังวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่งบประมาณที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะหมดอายุลง พร้อมกับการเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการชั่วคราวดังกล่าวมีความจำเป็น เนื่องจากจนถึงขณะนี้สภาคองเกรสยังไม่สามารถดำเนินการจัดทำร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณทั้ง 12 ฉบับ ซึ่งใช้สำหรับจัดสรรงบประมาณให้โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลตลอดปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2027 ได้สำเร็จ โครงการเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ความมั่นคงภายในประเทศและการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลาง ไปจนถึงพลังงาน ที่อยู่อาศัย และกลาโหม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่เริ่มต้นวาระดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของทรัมป์ สภาคองเกรสต้องเผชิญกับการต่อสู้ทางการเมืองที่ดุเดือดรุนแรงระหว่างพรรครีพับลิกันซึ่งเป็นฝ่ายควบคุมสภาคองเกรส กับพรรคเดโมแครตซึ่งเป็นเสียงข้างน้อยทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลที่ตามมาคือ การปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนเกิดขึ้นแล้ว 3 ครั้ง รวมระยะเวลาสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 161 วัน เนื่องจากทั้งสองพรรคต่อสู้กันในประเด็นเงินอุดหนุนประกันสุขภาพและมาตรการตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในครั้งนี้ ทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตต่างไม่ต้องการให้เกิดการปิดหน่วยงานรัฐบาลครั้งที่ 4 ขึ้น ในช่วงที่สมาชิกของทั้งสองพรรคกำลังหาเสียงเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งอาจสร้างความไม่พอใจให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่กำลังไม่พอใจกับปัญหาราคาสินค้าที่สูงขึ้น สงครามระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลและอิหร่านที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน และส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนมาตรการภาษีศุลกากรต่อสินค้าจากต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างหนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวฉบับนี้ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาการคลังสำคัญของประเทศ หลังจากหนี้สาธารณะของสหรัฐพุ่งทะลุระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อเดือนสิงหาคม ขณะที่รัฐบาลในสหรัฐยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาค่าครองชีพ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญสูงสุดได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยิ่งไปกว่านั้น การที่กฎหมายฉบับนี้เลื่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับลำดับความสำคัญในการจัดสรรงบประมาณออกไปอีก 15 สัปดาห์ ทำให้สภาคองเกรสต้องเผชิญกับภารกิจที่ยากลำบากอย่างมาก ในการจัดทำและผ่านร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณสำหรับการใช้จ่ายตลอดปีทั้ง 12 ฉบับในเดือนธันวาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสในวันที่ 3 พฤศจิกายน จะเป็นการเลือกตั้งที่ชี้ชะตาว่าพรรคใดจะสามารถควบคุมสภาคองเกรสได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกำหนดว่าพรรครีพับลิกันหรือพรรคเดโมแครตจะเป็นฝ่ายได้เปรียบในการเจรจาจัดสรรงบประมาณที่จะเกิดขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873462?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ลงนาม กม.เลี่ยงชัตดาวน์หน่วยงานรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ลงนาม กม.เลี่ยงชัตดาวน์หน่วยงานรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ลงนาม กม.เลี่ยงชัตดาวน์หน่วยงานรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-03T04:15:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-03T04:15:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/t3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/t3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/t3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/t3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/t3-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/t3-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เตรียมรับมือวิกฤต! เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำหลายพันล้านดอลล์ จากอเมริกาเหนือไปลอนดอน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873348]]></link><pubDate>2026-09-03T09:53:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5873348</guid><description>เตรียมรับมือวิกฤต! เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำหลายพันล้านดอลล์ จากอเมริกาเหนือไปลอนดอน บีบีซีรายงานว่า ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ (DNB) ยืนยันว่าได้เคลื่อนย้ายทองคำมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐออกจากทวีปอเมริกา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เตรียมรับมือวิกฤต! เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำหลายพันล้านดอลล์ จากอเมริกาเหนือไปลอนดอน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ (DNB) ยืนยันว่าได้เคลื่อนย้ายทองคำมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐออกจากทวีปอเมริกาเหนือไปเก็บรักษาไว้ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ โดยอ้างถึง “ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้น”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;DNB เผยเมื่อวันที่ 2 กันยายน ว่า ทองคำจำนวน 86 ตันถูกนำออกจากสหรัฐและแคนาดาในการปฏิบัติการที่มีความซับซ้อนซึ่งใช้เวลาหลายเดือน ก่อนจะถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่ธนาคารกลางอังกฤษ ซึ่งทองคำสามารถซื้อขายได้ง่ายกว่าในกรณีที่เกิดสถานการณ์วิกฤต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โอลาฟ สไลจ์เปน ประธาน DNB กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวถือว่ามีความจำเป็น เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือและความพร้อมของเรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อพิพาททางการค้าที่ยังคงดำเนินอยู่ระหว่างสหรัฐและแคนาดา โดยทั้งสองประเทศต่างประกาศเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อสินค้าของอีกฝ่าย หลังการเจรจาการค้าล้มเหลว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;DNB ระบุว่า การโยกย้ายทองคำซึ่งเกิดขึ้นระหว่างเดือนมีนาคมถึงสิงหาคมนั้น มีการย้ายทองคำแท่ง 27 ตันจากนครนิวยอร์กและกรุงออตตาวาไปยังเมืองไซสต์ ในประเทศเนเธอร์แลนด์ จากนั้น ทองคำที่มีปริมาณและคุณภาพเทียบเท่ากันก็ถูกขนส่งต่อไปยังกรุงลอนดอน โดยไม่จำเป็นต้องหลอมทองคำแท่งใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยว่า ทองคำปริมาณมหาศาลดังกล่าวถูกขนส่งข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกด้วยวิธีการใด สำหรับการโยกย้ายทองคำส่วนที่เหลือนั้น DNB ระบุว่า ได้ดำเนินการด้วยการขายทองคำในนครนิวยอร์ก แล้วซื้อทองคำกลับคืนมาในกรุงลอนดอน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของ DNB ระบุว่า การผสมผสานกระบวนการซื้อและขายเข้ากับการขนส่งทองคำ ทำให้ DNB สามารถกระจายความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายทองคำทางกายภาพ ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อนเช่นนี้ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;DNB ไม่ได้ยืนยันว่า สิ่งที่ธนาคารหมายถึงภายใต้คำว่า “ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์” นั้นหมายถึงสถานการณ์ใดเป็นการเฉพาะ แต่เศรษฐกิจสหรัฐยังคงอยู่ในภาวะไม่แน่นอน เนื่องจากสงครามที่ประเทศกำลังดำเนินอยู่กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน แคนาดาได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการภาษีของสหรัฐที่เรียกเก็บต่ออุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ได้แก่ เหล็ก อะลูมิเนียม ไม้แปรรูป และรถยนต์ รวมทั้งการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตรา 50% ต่อสินค้าของแคนาดามูลค่าราว 28,000 ล้านดอลลาร์แคนาดา หรือประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 15,000 ล้านปอนด์ ซึ่งมีการประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;DNB กล่าวว่า ทองคำที่เก็บรักษาไว้กับธนาคารกลางอังกฤษ ถือเป็นทองคำที่สามารถซื้อขายได้ง่ายที่สุดในโลก และด้วยเหตุนี้จึงสามารถซื้อขายได้ง่ายกว่าในยามเกิดวิกฤต เมื่อเทียบกับการเก็บทองคำเหล่านี้ไว้ในสหรัฐหรือแคนาดา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนการประกาศเมื่อวันพุธ DNB เก็บทองคำสำรองของประเทศ 31.3% ไว้ในนครนิวยอร์ก และ 19.7% ไว้ในกรุงออตตาวา แต่หลังการโยกย้ายดังกล่าว สัดส่วนทองคำที่เก็บไว้ในทั้งสองประเทศลดลงเหลือแห่งละ 18.5%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;DNB ระบุว่า ณ สิ้นปี 2025 เนเธอร์แลนด์มีทองคำสำรองรวม 612.4 ตัน ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 72,200 ล้านยูโร หรือราว 2.77 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังการเคลื่อนย้ายทองคำครั้งนี้ สัดส่วนทองคำสำรองของเนเธอร์แลนด์ที่เก็บไว้ในกรุงลอนดอนเพิ่มขึ้นจาก 18.1% เป็น 32.1% ขณะที่ DNB ยังคงเก็บทองคำสำรองอีก 30.8% ไว้ในเนเธอร์แลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873348?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เตรียมรับมือวิกฤต! เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำหลายพันล้านดอลล์ จากอเมริกาเหนือไปลอนดอน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เตรียมรับมือวิกฤต! เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำหลายพันล้านดอลล์ จากอเมริกาเหนือไปลอนดอน</dc:alternative><dc:abstract>เตรียมรับมือวิกฤต! เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำหลายพันล้านดอลล์ จากอเมริกาเหนือไปลอนดอน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-03T02:53:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-03T02:53:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยูนิเซฟสำรวจ 21 ปท. รวมไทย พบเด็ก 20 ล้านต่อปี ตกเป็นเหยื่อ ล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873301]]></link><pubDate>2026-09-03T08:49:39+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5873301</guid><description>ยูนิเซฟสำรวจ 21 ปท. รวมไทย พบเด็ก 20 ล้านต่อปี ตกเป็นเหยื่อ ล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์ กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) เผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่มีข้อมูลชวนตกตะลึงว่า เด็กที่ใช้อินเท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ยูนิเซฟสำรวจ 21 ปท. รวมไทย พบเด็ก 20 ล้านต่อปี ตกเป็นเหยื่อ ล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) เผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่มีข้อมูลชวนตกตะลึงว่า เด็กที่ใช้อินเทอร์เน็ตราว 20 ล้านคนใน 21 ประเทศ ตกเป็นเหยื่อของการแสวงประโยชน์ทางเพศหรือการล่วงละเมิดทางเพศบนแพลตฟอร์มดิจิทัลในหนึ่งปี โดยกรณีส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานของยูนิเซฟประเมินว่า เด็กอายุ 12-17 ปีมากกว่า 1 ใน 5 คน ในประเทศต่าง ๆ ทั่วแอฟริกา เอเชีย ลาตินอเมริกา และยุโรปตะวันออก เคยประสบกับการล่วงละเมิดหรือการแสวงหาประโยชน์ทางเพศอย่างน้อยหนึ่งรูปแบบบนแพลตฟอร์มออนไลน์ในช่วงหนึ่งปีก่อนการสำรวจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานพบว่า เด็กราว 15 ล้านคนในประเทศที่ทำการสำรวจเคยเผชิญกับเนื้อหาทางเพศที่ไม่พึงประสงค์ เด็ก 9 ล้านคนถูกกดดันให้พูดคุยเรื่องทางเพศหรือให้ส่งภาพที่มีเนื้อหาทางเพศ ขณะที่เด็ก 4 ล้านคนมีภาพทางเพศของพวกเขาถูกเผยแพร่โดยไม่ได้รับความยินยอม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า จำนวนเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะดังกล่าวทั่วโลก คาดว่าจะสูงถึงหลายสิบล้านคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งานวิจัยชิ้นนี้ ซึ่งยูนิเซฟอธิบายว่าเป็นหนึ่งในการศึกษาขนาดใหญ่ที่สุดในลักษณะเดียวกันที่เคยทำมา อ้างอิงจากการสำรวจตัวอย่างเด็กผู้ใช้อินเทอร์เน็ตราว 21,000 คน ใน 21 ประเทศ โดยเก็บรวบรวมระหว่างปี 2020-2025&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยใน 21 ประเทศ ที่ยูนิเซฟทำการสำรวจ มีประเทศในเอเชีย 7 ประเทศ ซึ่งรวมถึงไทย ขณะที่อีก 6 ประเทศที่เหลือได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา และปากีสถาน โดย 6 ประเทศแรกอยู่ในการวิจัยช่วงแรกที่ทำขึ้นในปี 2020-2021 ส่วนปากีสถานอยู่ในการวิจัยรอบที่สองในช่วง 2024-2025&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานพบว่า เกือบ 60% ของการล่วงละเมิดที่มีการรายงานเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ โดยแพลตฟอร์มที่ถูกระบุถึงมากที่สุด ได้แก่ Facebook, WhatsApp, Instagram, Snapchat และ TikTok ขณะที่ 14% ของเหตุการณ์เกิดขึ้นในเกมออนไลน์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของ META ซึ่งเป็นเจ้าของ Facebook, WhatsApp และ Instagram กล่าวว่า การสำรวจดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่บริษัทจะนำคุ้มครองป้องกันบางอย่างที่ยูนิเซฟแนะนำมาใช้ เช่น การตั้งค่าบัญชีของวัยรุ่นเป็นบัญชีส่วนตัวโดยอัตโนมัติ และการป้องกันไม่ให้ผู้ใหญ่ส่งข้อความถึงวัยรุ่นที่ไม่ได้มีรู้จักกันบนแพลตฟอร์ม และบริษัทกำหนดให้ WhatsApp เป็นแอปพลิเคชันสำหรับการส่งข้อความแบบส่วนตัว ไม่ใช่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“แม้ว่ารายงานฉบับนี้จะไม่มีหลักฐานเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการล่วงละเมิด แต่เราจะยังคงต่อสู้กับการแสวงประโยชน์จากเด็กอย่างจริงจังในทุกแอปพลิเคชันของเรา และสนับสนุนเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในการดำเนินคดีกับอาชญากรที่อยู่เบื้องหลังการกระทำเหล่านี้” โฆษก META กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน Snapchat ชี้แจงกับรอยเตอร์ โดยอ้างถึงบทความในบล็อกของแจ็กเกอลีน บูเชอร์ หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยของแพลตฟอร์มซึ่งระบุว่า บริษัทกำลังดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อต่อสู้กับการขู่กรรโชกทางเพศออนไลน์ผ่านการตรวจจับเชิงรุก การลบบัญชีผู้ใช้ เครื่องมือสำหรับให้ผู้ใช้รายงานเหตุการณ์ และฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้ใช้งานที่มีความเปราะบาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;TikTok กล่าวว่า บริษัทได้สร้างมาตรการป้องกันหลากหลายรูปแบบเพื่อปกป้องผู้เยาว์ รวมถึงการจำกัดการใช้ฟีเจอร์บางอย่างสำหรับผู้ใช้อายุน้อย การกำหนดให้บัญชีของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเป็นบัญชีส่วนตัวโดยอัตโนมัติ และการใช้เทคโนโลยีในการตรวจจับพฤติกรรมที่อาจเป็นการล่วงละเมิดทางเพศหรือแสวงประโยชน์จากเด็ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานของยูนิเซฟระบุว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของกรณีที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับบุคคลที่เด็กคุ้นเคยอยู่แล้ว ซึ่งรวมถึงเพื่อน ญาติ หรือคู่รัก ขณะที่เด็ก 38% พบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดทางออนไลน์เป็นครั้งแรก งานวิจัยพบว่า มีกรณีที่เกี่ยวข้องกับเด็กน้อยกว่า 1% ที่ถูกรายงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นักสังคมสงเคราะห์ หรือสายด่วนให้ความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานยังชี้ให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) โดยใน 9 ประเทศที่มีการเก็บข้อมูล พบว่าเด็กประมาณ 1.1 ล้านคนรายงานว่า มีการสร้างภาพหรือวิดีโอที่มีเนื้อหาทางเพศโดยใช้เอไอ ที่แสดงภาพของพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งานวิจัยยังพบว่า เด็กที่เคยประสบกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศผ่านการใช้เทคโนโลยี มีแนวโน้มรายงานถึงความคิดฆ่าตัวตายหรือการทำร้ายตัวเองมากกว่าเด็กทั่วไปประมาณ 4 เท่า และมีระดับความวิตกกังวลสูงกว่าเพื่อนในวัยเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แคเธอรีน รัสเซลล์ ผู้อำนวยการบริหารยูนิเซฟ กล่าวในแถลงการณ์ว่า ประสบการณ์เหล่านี้ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานทางอารมณ์และจิตใจอย่างลึกซึ้ง เด็กจำนวนมากต้องทนทุกข์อยู่เงียบ ๆ โดยไม่รู้ว่าจะหันไปขอความช่วยเหลือจากที่ใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยูนิเซฟเรียกร้องให้รัฐบาลและบริษัทเทคโนโลยีเสริมสร้างความเข้มแข็งของมาตรการด้านความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ปรับปรุงกฎหมายเพื่อรับมือกับรูปแบบการล่วงละเมิดที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเนื้อหาที่สร้างขึ้นโดยเอไอ ตลอดจนปรับปรุงระบบการคุ้มครองเด็กและการแจ้งเหตุให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873301?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยูนิเซฟสำรวจ 21 ปท. รวมไทย พบเด็ก 20 ล้านต่อปี ตกเป็นเหยื่อ ล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยูนิเซฟสำรวจ 21 ปท. รวมไทย พบเด็ก 20 ล้านต่อปี ตกเป็นเหยื่อ ล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์</dc:alternative><dc:abstract>ยูนิเซฟสำรวจ 21 ปท. รวมไทย พบเด็ก 20 ล้านต่อปี ตกเป็นเหยื่อ ล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-03T02:14:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-03T02:14:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เยอรมันผวา! เกิดเหตุบึ้มใกล้สถานีรถไฟ ทำคนสัญจรเจ็บ 2]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872662]]></link><pubDate>2026-09-02T15:36:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5872662</guid><description>เยอรมันผวา! เกิดเหตุบึ้มใกล้สถานีรถไฟ ทำคนสัญจรเจ็บ 2 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุวัตถุไม่ทราบชนิดระเบิดขึ้นใกล้กับสถานีรถไฟในเมืองเอาส์บูร์ก ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ในช่วงเช้าตรู่วันพุธ(2 ก. [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เยอรมันผวา! เกิดเหตุบึ้มใกล้สถานีรถไฟ ทำคนสัญจรเจ็บ 2&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุวัตถุไม่ทราบชนิดระเบิดขึ้นใกล้กับสถานีรถไฟในเมืองเอาส์บูร์ก ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ในช่วงเช้าตรู่วันพุธ(2 ก.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น แรงระเบิดได้ส่งผลให้มีผู้สัญจรผ่านไปมา 2 ราย มีอายุ 17 และ 18 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุและขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจรัฐบาวาเรียระบุว่าเหตุระเบิดเกิดขึ้นบริเวณทางเดินของอาคารแห่งหนึ่ง และผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองรายดังกล่าวเป็นชาวยูเครน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ตำรวจแจ้งว่าได้มีการสั่งปิดสถานีรถไฟหลักของเมือง หลังจากตรวจพบวัตถุต้องสงสัยอีกชิ้นหนึ่งในบริเวณดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;มีการระงับการให้บริการรถไฟแล้ว&amp;#8221; ตำรวจโพสต์แจ้งผ่านแพลตฟอร์ม X ขณะที่โฆษกตำรวจกล่าวว่า รายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุระเบิดดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าว Bild รายงานว่า ในช่วงเช้าตรู่วันนี้ ระเบิดมือลูกหนึ่งได้เกิดระเบิดขึ้นที่หน้าร้านอัญมณีแห่งหนึ่ง และดูเหมือนว่าตัวสถานีรถไฟไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872662?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เยอรมันผวา! เกิดเหตุบึ้มใกล้สถานีรถไฟ ทำคนสัญจรเจ็บ 2&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เยอรมันผวา! เกิดเหตุบึ้มใกล้สถานีรถไฟ ทำคนสัญจรเจ็บ 2</dc:alternative><dc:abstract>เยอรมันผวา! เกิดเหตุบึ้มใกล้สถานีรถไฟ ทำคนสัญจรเจ็บ 2</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T08:36:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T08:36:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-02-153032.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-02-153032-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-02-153032.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-02-153032-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ช็อก รองประธานธนาคาร Bank of America ถูกแทงดับ ที่ไทม์สแควร์ กลางวันแสกๆ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872645]]></link><pubDate>2026-09-02T15:28:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5872645</guid><description>ช็อก รองประธานธนาคาร Bank of America ถูกแทงดับ ที่ไทม์สแควร์ กลางวันแสกๆ เมื่อวันที่ 1 กันยายน รอยเตอร์ รายงานว่า Bank of America (BofA)ธนาคารรายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐ ได้เปิดเผยว่า รองประธานของธนาคารแ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;ช็อก รองประธานธนาคาร Bank of America ถูกแทงดับ ที่ไทม์สแควร์ กลางวันแสกๆ&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 กันยายน &lt;strong&gt;รอยเตอร์&lt;/strong&gt; รายงานว่า &lt;strong&gt;Bank of America&lt;/strong&gt; (BofA)ธนาคารรายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐ ได้เปิดเผยว่า รองประธานของธนาคารแห่งนี้ เสียชีวิตจากการถูกแทงที่ย่านไทม์สแควร์ ในนครนิวยอร์ก ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด และ ลงมือกลางวันแสกๆในใจกลางย่านท่องเที่ยวสำคัญของเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้การจราจรบนท้องถนนในย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน ต้องหยุดชะงักลงเมื่อวันจันทร์ ขณะที่รถของหน่วยฉุกเฉินจำนวนมาก ต่างรีบเข้าไปในพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจนครนิวยอร์กให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตคือ &lt;strong&gt;อิริน เพียเซนติ&lt;/strong&gt; วัย 32 ปี ขณะที่ Bank of America ยืนยันการเสียชีวิตของพนักงานรายหนึ่ง โดยบันทึกภายในที่สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รับข้อมูล ยืนยันตัวตนของเธอ ทั้งนี้ ข้อมูลจาก LinkedIn ระบุว่า Piacenti ดำรงตำแหน่งรองประธานในหน่วยงานด้านการคัดเลือกธุรกิจและความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของ Bank of America&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เรารู้สึกตกใจและเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียเพื่อนร่วมงานของเราไปอย่างน่าสลดใจ เธอเป็นเพื่อนร่วมทีมที่มีคุณค่าและจะเป็นที่จดจำอย่างยิ่ง เราขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวและบุคคลอันเป็นที่รักของเธอทุกคน&amp;#8221; ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ที่ส่งทางอีเมลล์ถึงรอยเตอร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักงานของ Bank of America ตั้งอยู่ในย่านแมนฮัตตันที่อาคาร นฮัตตันตั้งอยู่ที่อาคาร One Bryant Park ซึ่งอยู่ใกล้กับไทม์สแควร์เพียงแค่ช่วงตึกเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5872653&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;874&quot; height=&quot;577&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735.jpg 874w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735-300x198.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735-768x507.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735-728x481.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735-636x420.jpg 636w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735-400x264.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735-250x165.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 874px) 100vw, 874px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ตำรวจนิวยอร์ก (NYPD) ยังระบุในแถลงการณ์ว่า มีชายวัย 68 ปีอีกรายหนึ่ง ซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ ได้รับบาดเจ็บจากการถูกแทงในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย โดยขณะนี้อาการของเขาอยู่ในระดับคงที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจสสิกา ทิช ผู้บัญชาการตำรวจนิวยอร์กกล่าวว่า เหตุโจมตีซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ เวลาประมาณ 16.24 น. บริเวณจุดตัดของถนน West 42 Street และ Seventh Avenue ดูเหมือนจะเป็นการก่อเหตุแบบสุ่ม และไม่มีสาเหตุจูงใจหรือการยั่วยุมาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจนิวยอร์ก ระบุว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบหญิงวัย 49 ปีชื่อ พาเมลา ซิสเนรอส กำลังถือมีดขนาดใหญ่สองเล่มและเดินรุดหน้าเข้าหาเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงยิงซิสเนรอส และต่อมามีการยืนยันว่าเธอเสียชีวิตแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจสสิกา ทิช กล่าวว่า ซิสเนรอสมีประวัติปัญหาสุขภาพจิตที่ได้รับการบันทึกไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แมทธิว โคเดอร์ ประธานฝ่าย Global Corporate &amp;amp; Investment Banking ของธนาคาร Bank of America กล่าวถึงอิรินว่า เป็นเพื่อนร่วมทีมและเพื่อนที่รักยิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เอรินเป็นสมาชิกที่มีคุณค่าของทีมคัดเลือกธุรกิจและแก้ไขข้อขัดแย้ง โดยเธอเข้าร่วมงานกับธนาคารเมื่อ 18 เดือนที่แล้ว การสูญเสียของเธอสร้างความเสียใจอย่างสุดซึ้งแก่หลายๆ คน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872645?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ช็อก รองประธานธนาคาร Bank of America ถูกแทงดับ ที่ไทม์สแควร์ กลางวันแสกๆ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ช็อก รองประธานธนาคาร Bank of America ถูกแทงดับ ที่ไทม์สแควร์ กลางวันแสกๆ</dc:alternative><dc:abstract>ช็อก รองประธานธนาคาร Bank of America ถูกแทงดับ ที่ไทม์สแควร์ กลางวันแสกๆ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T08:28:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T08:28:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/12103.0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/12103.0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>874</mi:x1><mi:y1>577</mi:y1><mi:x2>874</mi:x2><mi:y2>577</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/12103.0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/12103.0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/151.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/151-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ขี้เกียจจัด! ตร.เกาหลีใต้ก่อเหตุฉาว รับสารภาพ รีบปิดคดีคนหายโดยไม่สืบสวน เพื่อเลี่ยงงานงอก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872575]]></link><pubDate>2026-09-02T15:14:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5872575</guid><description>ขี้เกียจจัด! ตร.เกาหลีใต้ก่อเหตุฉาว รับสารภาพ รีบปิดคดีคนหายโดยไม่สืบสวน เพื่อเลี่ยงงานงอก ความคืบหน้ากรณีตำรวจเกาหลีใต้รายหนึ่งรีบปิดคดีคนหายหลายรายบนเกาะเชจูโดยไม่มีการสืบสวนใดๆ ซึ่งเป็นข่าวอื้อฉาวไ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ขี้เกียจจัด! ตร.เกาหลีใต้ก่อเหตุฉาว รับสารภาพ รีบปิดคดีคนหายโดยไม่สืบสวน เพื่อเลี่ยงงานงอก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ความคืบหน้ากรณีตำรวจเกาหลีใต้รายหนึ่งรีบปิดคดีคนหายหลายรายบนเกาะเชจูโดยไม่มีการสืบสวนใดๆ ซึ่งเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ ได้รับสารภาพว่าเหตุที่เขากระทำเช่นนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงภาระงานที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยสำนักงานตำรวจเชจูเปิดเผยว่า ตำรวจที่ก่อเหตุอื้อฉาวรายนี้มีนามสกุลว่า “บู” ซึ่งถูกจับเมื่อเร็วๆ นี้ และถูกส่งตัวมายังสำนักงานอัยการเขตเชจูเมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.) ได้ทำการปิดคดีสำคัญอย่างน้อย 2 คดีโดยมิชอบ และเขาถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีในหลายข้อหา ได้แก่ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ การปลอมแปลงบันทึกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของทางราชการ และขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานด้วยวิธีการหลอกลวง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจฯระบุว่าระหว่างการสอบสวน นายบูได้ให้การว่า บุคคลที่สูญหายเป็นผู้ใหญ่ทั่วไป เขาจึงไม่ได้ใส่กับคดีนี้อย่างจริงจัง หากไม่ปิดคดีก็คงมีภาระงานที่ต้องจัดการเพิ่มขึ้นอีกมาก และด้วยความรู้สึกกดดันเรื่องการส่งมอบงาน เขาจึงตัดสินใจปิดคดีไปทั้งที่ยังไม่เรียบร้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนึ่งในคดีคนสูญหายที่นายบูชิงปิดคดีโดยไม่ได้สืบสวน เป็นกรณีของ น.ส.จาง มีรัน หญิงชาวเกาหลีใต้ วัย 37 ปี ที่หายตัวไปในเดือนพฤษภาคม ซึ่งแฟนหนุ่มของเธอได้เข้าแจ้งความตำรวจว่าแฟนสาวหายตัวไป ในเวลานั้น นายบูได้แจ้งกับแฟนหนุ่มของจาง มีรันว่าเขาได้พูดคุยกับเธอแล้ว แต่เธอไม่ต้องการพบตำรวจหรือให้แฟนหนุ่มติดต่อหา ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่นายบูกุขึ้นเองทั้งสิ้น ทั้งยังได้บันทึกข้อมูลเท็จดังกล่าวลงในระบบ รวมถึงลงบันทึกว่า น.ส.จางเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ และได้ทำการปิดคดีไป ก่อนที่จะมีการพบศพของ น.ส.จาง ใกล้กับสวนปาล์มแห่งหนึ่งบนเกาะเชจูเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกคดีหนึ่งเป็นการแจ้งความชายอายุ 60 ปีรายหนึ่งหายตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งนายบูก็ปลอมแปลงข้อมูลเท็จในลักษณะเดียวกัน โดยอ้างว่าได้คุยกับชายคนดังกล่าวแล้ว ซึ่งเขาไม่ต้องการติดต่อกับใคร ก่อนจะมีการพบศพชายรายนี้เมื่อต้นเดือนสิงหาคม นอกจากนี้ ตำรวจยังเชื่อว่านายบูอาจปิดคดีคนหายในลักษณะนี้ไปอีก 25 คดี แม้ว่าในบางคดีจะมีการยืนยันในภายหลังว่าบุคคลเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่และปลอดภัยดีก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุอาชญากรรมรุนแรงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แม้จะมีรายงานผู้สูญหายในเกาหลีใต้มากกว่า 70,000 คนในแต่ละปี แต่ร้อยละ 99 ของกรณีเหล่านี้ได้รับการคลี่คลายภายในเวลาหนึ่งเดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คดีอื้อฉาวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางการเมืองในเกาหลีใต้เต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลเพิ่งผ่านกฎหมายโอนอำนาจการสอบสวนทั้งหมดจากอัยการไปยังตำรวจ ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นมาตรการที่มุ่งลดอิทธิพลทางการเมืองของอัยการ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวไม่เป็นที่นิยมในหมู่ประชาชน ซึ่งกล่าวหาตำรวจว่าทุจริตและไร้ประสิทธิภาพมานานหลายปีแล้ว ขณะที่เมื่อเร็วๆ นี้ ประธานาธิบดีอี แจมยอง ให้คำมั่นว่าจะปฏิรูปตำรวจภายหลังจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872575?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ขี้เกียจจัด! ตร.เกาหลีใต้ก่อเหตุฉาว รับสารภาพ รีบปิดคดีคนหายโดยไม่สืบสวน เพื่อเลี่ยงงานงอก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ขี้เกียจจัด! ตร.เกาหลีใต้ก่อเหตุฉาว รับสารภาพ รีบปิดคดีคนหายโดยไม่สืบสวน เพื่อเลี่ยงงานงอก</dc:alternative><dc:abstract>ขี้เกียจจัด! ตร.เกาหลีใต้ก่อเหตุฉาว รับสารภาพ รีบปิดคดีคนหายโดยไม่สืบสวน เพื่อเลี่ยงงานงอก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T08:22:05+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T08:22:05+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-26T013612Z_1909575873_RC216NAOUZXE_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLICE-MISSING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-26T013612Z_1909575873_RC216NAOUZXE_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLICE-MISSING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-26T013612Z_1909575873_RC216NAOUZXE_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLICE-MISSING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-26T013612Z_1909575873_RC216NAOUZXE_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLICE-MISSING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-26T013612Z_1909575873_RC216NAOUZXE_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLICE-MISSING-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-26T013612Z_1909575873_RC216NAOUZXE_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLICE-MISSING-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ข่าวดี! 5 นักท่องเที่ยวออสซี่ปลอดภัย ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มเนปาลพุ่ง 1.1 พัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872429]]></link><pubDate>2026-09-02T13:34:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5872429</guid><description>ข่าวดี! 5 นักท่องเที่ยวออสซี่ปลอดภัย ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มเนปาลพุ่ง 1.1 พัน นักท่องเที่ยวออสเตรเลียบางส่วนที่เคยถูกแจ้งว่าสูญหายสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้แล้ว สุนิล ชาร์มา โฆษกของคณะกรรมการการท่องเท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ข่าวดี! 5 นักท่องเที่ยวออสซี่ปลอดภัย ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มเนปาลพุ่ง 1.1 พัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นักท่องเที่ยวออสเตรเลียบางส่วนที่เคยถูกแจ้งว่าสูญหายสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้แล้ว สุนิล ชาร์มา โฆษกของคณะกรรมการการท่องเที่ยวเนปาล กล่าวว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างน้อย 5 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกแจ้งว่าสูญหาย สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้ทางอีเมลหรือโทรศัพท์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายแอนโธนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวว่า จำนวนชาวออสเตรเลียที่สูญหายจากภัยพิบัติครั้งนี้ลดลงจาก 43 คนเหลือ 38 คน หลังมีการยืนยันเมื่อคืนที่ผ่านมาว่าชาวออสเตรเลียอีก 5 คนปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ท่ามกลางโศกนาฏกรรมทั้งหมดนี้ เรากำลังได้รับข่าวดีบางอย่าง วันนี้ มีการยืนยันว่าชาวออสเตรเลียอีก 5 คนปลอดภัย” อัลบาเนซีกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ประเทศปาเลา ซึ่งเขากำลังเข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาค และว่า แน่นอนว่าเราหวังว่าจะมีข่าวดีเพิ่มเติม และเรากำลังทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ปฏิบัติการค้นหายังคงดำเนินต่อไป ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยครั้งร้ายแรงในเนปาลเพิ่มเป็น 1,118 ราย และยังมีผู้สูญหายมากกว่า 3,900 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศเนปาลระบุว่า จนถึงขณะนี้สามารถช่วยเหลือชาวต่างชาติได้แล้ว 324 คน ขณะที่ชาวต่างชาติจาก 39 ประเทศอีกราว 590 คน ยังคงสูญหาย หนึ่งสัปดาห์หลังเกิดอุทกภัยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฝั่งของจีน CCTV รายงานเมื่อวันพุธว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้สร้างถนนชั่วคราวไปยังพื้นที่ประสบภัยบริเวณด่านชายแดนจี๋หรง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายแดนเนปาลเสร็จเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการเปิดเส้นทางเพื่อให้เครื่องจักรหนักสามารถเข้าพื้นที่และใช้เพื่อการค้นหาผู้สูญหายที่บริเวณศูนย์กลางด่านผ่านแดน ซึ่งถูกกระแสน้ำท่วมพัดทำลายเสียหายอย่างหนัก ถนนที่มุ่งหน้าไปยังด่านดังกล่าวถูกทำลายและถูกน้ำ โคลน และก้อนหินทับถมฝังอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จีนรายงานแยกต่างหากว่า ณ วันอาทิตย์ มีผู้เสียชีวิต 16 คน และมีผู้สูญหาย 546 คนจากภัยพิบัติครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872429?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ข่าวดี! 5 นักท่องเที่ยวออสซี่ปลอดภัย ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มเนปาลพุ่ง 1.1 พัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ข่าวดี! 5 นักท่องเที่ยวออสซี่ปลอดภัย ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มเนปาลพุ่ง 1.1 พัน</dc:alternative><dc:abstract>ข่าวดี! 5 นักท่องเที่ยวออสซี่ปลอดภัย ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มเนปาลพุ่ง 1.1 พัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T06:36:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T06:36:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n3-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n3-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผิดกม.มั่นคง! โจชัว หว่อง นักสู้เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง รับสารภาพ สมคบต่างชาติ มีโทษสูงสุด คุกตลอดชีวิต]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872225]]></link><pubDate>2026-09-02T11:45:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5872225</guid><description>ผิดกม.มั่นคง! โจชัว หว่อง นักสู้เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง รับสารภาพ สมคบต่างชาติ มีโทษสูงสุด คุกตลอดชีวิต โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยคนดังชาวฮ่องกง ในวัย 29 ปี ให้การรับสารภาพในข้อกล่าวหาสม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ผิดกม.มั่นคง! โจชัว หว่อง นักสู้เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง รับสารภาพ สมคบต่างชาติ มีโทษสูงสุด คุกตลอดชีวิต&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยคนดังชาวฮ่องกง ในวัย 29 ปี ให้การรับสารภาพในข้อกล่าวหาสมคบกับองค์กรต่างชาติ ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต ในการไต่สวนคดีที่มีขึ้นที่ศาลสูงเขตแอดมิรัลตีของฮ่องกง เมื่อวันที่ 2 กันยายน ซึ่งมีนักการทูตชาติตะวันตกได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมฟังการพิจารณาด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หว่อง สวมเสื้อสีน้ำเงินเข้มและแว่นตากรอบดำ โบกมือและพยักหน้าทักทายผู้เข้าร่วมฟังการไต่สวนคดีจากคอกจำเลย ซึ่งเขาสูดหายใจลึกเป็นระยะ ก่อนกล่าวคำรับสารภาพต่อผู้พิพากษาในห้องพิจารณาคดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โจชัว หว่อง กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกตั้งแต่ยังวัยรุ่นจากการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ลงถนนประท้วงต่อต้านรัฐบาลปักกิ่งซึ่งถูกตีตราในปี 2020 ว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกงซึ่งเป็นดินแดนใต้อาณัติจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในคำฟ้องของอัยการเน้นย้ำถึงสิ่งที่ระบุว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองของพรรคเดโมซิสโต พรรคการเมืองที่มีนายหว่องเป็นหนึ่งในแกนนำซึ่งถูกยุบไปแล้ว ในการผลักดันให้นานาประเทศดำเนินการคว่ำบาตรฮ่องกงและจีนในช่วงปี 2019-2020&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เอกสารข้อกล่าวหาที่สำนักข่าวรอยเตอร์ได้เห็นก่อนหน้านี้ระบุว่า นายหว่องสมคบคิดกับนาธาน ลอว์ นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยอีกคนที่ลี้ภัยไปต่างประเทศแล้วและบุคคลอื่นๆ ได้รณรงค์เรียกร้องให้ประเทศ สถาบัน องค์กรหรือบุคคลภายนอกประเทศจีน ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรหรือปิดล้อม ซึ่งการกระทำที่เป็นการต่อต้านฮ่องกงและจีนในลักษณะนี้ รวมถึงกิจกรรมที่เป็นปฏิปักษ์อื่นๆ นั้นเกิดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคมถึงวันที่ 23 พฤศจิกายนปี 2020&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบัน นายหว่อง เคยเป็นแกนนำคนสำคัญในการเคลื่อนไหวที่ถูกเรียกขานว่า “ปฏิวัติร่ม” ในฮ่องกงเมื่อปี 2014 และการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ในปี 2019 นั้น กำลังรับโทษจำคุกเป็นเวลา 4 ปี 8 เดือน หลังจากเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานบ่อนทำลายอำนาจรัฐ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความผิดภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในช่วงปลายปี 2024 โดยหว่องมีกำหนดจะพ้นโทษในคดีดังกล่าวนี้ในปี 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การไต่สวนคดีนายหว่องล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากนายลี ชึก-ยัน อายุ 69 ปี และนายโจว ฮัง-ตง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ถูกศาลฮ่องกงตัดสินเมื่อเดือนที่แล้วว่ามีความผิดฐานยุยงให้เกิดการล้มล้างรัฐบาลเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากทั้งสองได้ใช้คำว่า “ยุติเผด็จการพรรคเดียว” ในการจัดกิจกรรมทางการเมืองเขาพวกเพื่อรำลึกเหตุการณ์นองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในปี 1989&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกงที่ได้รับการอนุมัติจากจีนได้ผ่านเป็นกฎหมายเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนปี 2020 ซึ่งจีนและฮ่องกงอ้างว่าเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพของประเทศ แต่ถูกกลุ่มนักวิจารณ์มองว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปราบปรามผู้เห็นต่าง หลังจากเกิดการชุมนุมประท้วงรุนแรงหลายครั้งในฮ่องกงเมื่อปี 2019&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872225?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผิดกม.มั่นคง! โจชัว หว่อง นักสู้เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง รับสารภาพ สมคบต่างชาติ มีโทษสูงสุด คุกตลอดชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผิดกม.มั่นคง! โจชัว หว่อง นักสู้เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง รับสารภาพ สมคบต่างชาติ มีโทษสูงสุด คุกตลอดชีวิต</dc:alternative><dc:abstract>ผิดกม.มั่นคง! โจชัว หว่อง นักสู้เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง รับสารภาพ สมคบต่างชาติ มีโทษสูงสุด คุกตลอดชีวิต</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T16:16:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T16:16:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26244195511694.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26244195511694-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26244195511694.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26244195511694-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T012346Z_261510610_RC2PANAQ4R84_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-JOSHUAWONG.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T012346Z_261510610_RC2PANAQ4R84_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-JOSHUAWONG-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26244195511694-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26244195511694-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐโจมตีอิหร่านซ้ำ เตหะรานสวนกลับ ถล่มฐานทัพมะกันในภูมิภาค]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872117]]></link><pubDate>2026-09-02T10:58:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5872117</guid><description>สหรัฐโจมตีอิหร่านซ้ำ เตหะรานสวนกลับ ถล่มฐานทัพมะกันในภูมิภาค สหรัฐเปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ใส่อิหร่านเมื่อวันที่ 1 กันยายน ทำให้อิหร่านตอบโต้กลับ ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สหรัฐโจมตีอิหร่านซ้ำ เตหะรานสวนกลับ ถล่มฐานทัพมะกันในภูมิภาค&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐเปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ใส่อิหร่านเมื่อวันที่ 1 กันยายน ทำให้อิหร่านตอบโต้กลับ ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ของสงคราม ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกปรับสูงขึ้นมากกว่า 4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันอังคาร ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ และยังส่งผลกระทบต่อคะแนนความนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากทั้งสองฝ่ายปะทะกันในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนการโจมตีครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และหลังจากเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่กำลังออกจากช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันจันทร์ โดยช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกสำหรับการขนส่งน้ำมัน และอิหร่านได้ปิดกั้นเส้นทางเดินเรือผ่านบริเวณดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้สหรัฐจะทำการโจมตีรอบใหม่ แต่อิหร่านยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าว โดยเตือนว่าจะขัดขวางการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย แม้ทรัมป์จะขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรง และนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เตือนว่าวอชิงตันกำลังจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่านรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บ 50 คนจากเหตุโจมตีงานแต่งงานแห่งหนึ่งใกล้เมืองซีริก ซึ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่งริมช่องแคบฮอร์มุซ ด้านสำนักข่าวเมห์รายงานว่า ผู้เสียชีวิตรวมถึงเด็กวัย 4 ขวบ ขณะที่สำนักข่าว IRNA ซึ่งอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด ระบุจำนวนผู้บาดเจ็บที่ 68 คน ขณะที่สหรัฐยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ต่อรายงานดังกล่าวในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุในแถลงการณ์ว่า การโจมตีของสหรัฐจะทำให้การปิดล็อกช่องแคบฮอร์มุซเข้มงวดยิ่งขึ้น โดยก่อนเกิดสงคราม ช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่ออิหร่านรายงานโดยอ้างคำกล่าวของนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านว่า หากศัตรูต้องการไม่ให้เราส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย ก็จะไม่มีใครสามารถส่งออกน้ำมันได้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดูเหมือนว่าทั้งการขู่ว่าจะโจมตีและมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจชุดใหม่ของสหรัฐต่ออิหร่าน ยังไม่สามารถเปลี่ยนจุดยืนของเตหะราน ซึ่งเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างหนักมานานเกือบครึ่งศตวรรษ อย่างมีนัยสำคัญได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีของสหรัฐระลอกที่สองภายในเวลา 3 วัน เกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาแห่งความสงบนานหนึ่งเดือน ซึ่งทั้งสองประเทศไม่ได้มีการโจมตีกันโดยตรง แม้จะยังคงแลกเปลี่ยนถ้อยคำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า การโจมตีในวันอังคาร เป็นการตอบโต้ความพยายามของอิหร่านในการวางทุ่นระเบิดทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากกองทัพสหรัฐประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าได้เคลียร์เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์จากทุ่นระเบิดของอิหร่านแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นการตอบโต้กรณีที่อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐในจอร์แดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมามีรายงานว่าเสียงไซเรนดังขึ้นอีกครั้งในจอร์แดน ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ของรัฐ IRGC ระบุว่า ได้เปิดฉากโจมตีอย่างหนักด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลใส่ฐานทัพสหรัฐในจอร์แดน และอ้างว่าสังหารทหารสหรัฐไปเป็นจำนวนมาก สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า ปฏิบัติการตอบโต้ครั้งนี้มีทั้งการยิงขีปนาวุธและใช้โดรน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 คนบอกกับรอยเตอร์ว่า ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านต่อสถานที่ตั้งของสหรัฐในจอร์แดน โดยเจ้าหน้าที่เตือนว่าข้อมูลดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากการโจมตีของอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพจอร์แดนระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศได้จัดการกับขีปนาวุธ 13 ลูกที่รุกล้ำน่านฟ้าของจอร์แดน โดยสามารถสกัดและทำลายขีปนาวุธได้ 10 ลูก ขณะที่อีก 3 ลูกตกในพื้นที่ห่างไกลจากเขตชุมชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่ออิหร่านยังรายงานว่า กองทัพอิหร่านได้โจมตีฐานทัพสหรัฐในบาห์เรนด้วยโดรนครั้งใหญ่ ขณะที่กองทัพคูเวตรายงานว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศกำลังตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนจากฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ได้เตือนอิหร่านไม่ให้ดำเนินการตอบโต้อีกครั้งหลังการโจมตีเมื่อวันอังคาร โดยระบุว่า “หากประเทศอิหร่านที่ล้มเหลวตอบโต้การโจมตีที่ชอบธรรมอย่างยิ่งนี้ พวกเขาจะถูกโจมตีอีกครั้งในระดับที่รุนแรงและหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมมาก แต่นั่นจะยังไม่ใช่การโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดที่กำลังรออยู่ และเมื่อทุกอย่างจบลง จะไม่มีอไรเหลือสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน!” ทรัมป์ระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดียของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ ทรัมป์ลดความเป็นไปได้ที่จะมีการหยุดยิงอีกครั้ง โดยสหรัฐและอิหร่านเคยบรรลุข้อตกลงกันเมื่อเดือนมิถุนายน แต่ข้อตกลงดังกล่าวล่มลงอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่เนื่องจากความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผมคิดว่าข้อตกลงกับพวกเขาไม่มีค่าพอแม้แต่กระดาษที่เขียนลงไป เราให้โอกาสพวกเขามามากแล้ว” ทรัมป์กล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า กองทัพสหรัฐได้เสร็จสิ้นการโจมตีระลอกหนึ่งต่อเป้าหมายของ IRGC ซึ่งรวมถึงฐานหรือจุดติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ ระบบเรดาร์ ยุทโธปกรณ์และทรัพย์สินทางทะเล สิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิด และฐานสื่อสาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากความพยายามโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซของ IRGC ในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงความพยายามโจมตีกำลังพลของสหรัฐเมื่อไม่นานมานี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบันมีกำลังพลสหรัฐมากกว่า 50,000 นายปฏิบัติภารกิจอยู่ทั่วตะวันออกกลาง และยังคงอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง มีขีดความสามารถในการตอบโต้ และพร้อมดำเนินปฏิบัติการตามคำสั่งของผู้บัญชาการทหารสูงสุดต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่ออิหร่านรายงานว่า เกิดการโจมตีหลายจุด รวมถึงการโจมตีด้วยขีปนาวุธของสหรัฐใกล้เมืองอาห์วาซ และที่สนามบินพลเรือนจีรอฟต์ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน ขณะที่มีรายงานเสียงระเบิดในเมืองท่าชาบาฮาร์ทางตะวันออกเฉียงใต้ เมืองท่าบันดาร์อับบาสริมช่องแคบฮอร์มุซ และเมืองอาซาลูเยห์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมก๊าซบนชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านยังรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดบนเกาะเกชมของอิหร่าน ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านเหนือของช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวฟาร์สอ้างคำกล่าวของโฆษก IRGC ว่า สหรัฐจะต้องเสียใจกับการโจมตีครั้งใหม่ของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872117?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐโจมตีอิหร่านซ้ำ เตหะรานสวนกลับ ถล่มฐานทัพมะกันในภูมิภาค&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐโจมตีอิหร่านซ้ำ เตหะรานสวนกลับ ถล่มฐานทัพมะกันในภูมิภาค</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐโจมตีอิหร่านซ้ำ เตหะรานสวนกลับ ถล่มฐานทัพมะกันในภูมิภาค</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T05:23:32+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T05:23:32+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ua.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ua-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ua.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ua-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ua-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ua-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[UN เตือน เทือกเขาหิมาลัยเสี่ยงร้ายแรง เจอน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งซ้ำในอนาคต]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872003]]></link><pubDate>2026-09-02T09:04:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5872003</guid><description>UN เตือน เทือกเขาหิมาลัยเสี่ยงร้ายแรง เจอน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งซ้ำในอนาคต เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหประชาชาติเตือนว่า ภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัยเผชิญความเสี่ยงร้ายแรงจากน้ำท่วมที่เกิดจากธารน้ำแข็งในอนาคต ขณะท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;UN เตือน เทือกเขาหิมาลัยเสี่ยงร้ายแรง เจอน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งซ้ำในอนาคต&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหประชาชาติเตือนว่า ภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัยเผชิญความเสี่ยงร้ายแรงจากน้ำท่วมที่เกิดจากธารน้ำแข็งในอนาคต ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในเนปาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีสาเหตุมาจากการพังทลายของธารน้ำแข็งเพิ่มสูงเกิน 1,000 รายแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คันนี วิญญาราจา ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า ไม่เพียงแต่ระบบผลิตไฟฟ้าพลังน้ำซึ่งประชาชนจำนวนมากต้องพึ่งพาจะตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคาม แต่พื้นที่ริมแม่น้ำทั้งหมดซึ่งมีประชาชนนับล้านคนอาศัยอยู่ อาจกลายเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เทคโนโลยีไม่สามารถพัฒนาได้รวดเร็วเพียงพอที่จะป้องกันความสูญเสียตามแนวระบบแม่น้ำขนาดใหญ่เหล่านี้ ที่ต้องรองรับน้ำที่ล้นออกมาจากทะเลสาบธารน้ำแข็ง” วิญญาราจากล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิจัยระบุว่า ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่อาจเป็นอันตรายได้ 47 แห่งในเนปาล จีน และอินเดียในปี 2020 แต่มีการประเมินว่าจำนวนที่แท้จริงคาดว่าจะสูงกว่านั้นมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิญญาราจา ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) กล่าวโดยอ้างข้อมูลล่าสุดที่ UNDP และองค์กรพันธมิตรรวบรวมไว้เมื่อเดือนมิถุนายนว่า จำนวนประชากรที่มีความเสี่ยง มีมากถึงระดับหลายล้านคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุทกภัยร้ายแรงในเนปาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดขึ้นหลังส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็งใกล้ยอดเขาลังตัง ลีรุง พังทลายลงสู่พื้นหุบเขา ทำให้เกิดดินถล่มและส่งมวลน้ำมหาศาลไหลบ่าลงมาตามแม่น้ำตรีศูลี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปรากฏการณ์น้ำจากทะเลสาบธารน้ำแข็งทะลักออกอย่างฉับพลัน หรือ  glacial lake outburst เป็นปรากฏการณ์ที่แตกต่างออกไป โดยเกิดขึ้นเมื่อน้ำจากธารน้ำแข็งที่ละลายสะสมอยู่ด้านหลังแนวกั้นตามธรรมชาติ และเมื่อแรงดันเพิ่มสูงขึ้นในที่สุด แนวกั้นอาจแตกหรือมีน้ำล้นออกมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหประชาชาติระบุว่า ภัยคุกคามทั้งสองรูปแบบกำลังเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เร่งให้ธารน้ำแข็งในภูมิภาคละลายเร็วขึ้น ทำให้หินและดินบริเวณโดยรอบเกิดความไม่มั่นคง และเพิ่มแรงกดดันต่อแนวกั้นของทะเลสาบธารน้ำแข็ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิญญาราจากล่าวว่า ภูเขาในภูมิภาคนี้ยังเป็นภูเขาที่มีอายุทางธรณีวิทยาค่อนข้างน้อย จึงมีแนวโน้มที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกได้ง่าย ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้ธารน้ำแข็งหรือแนวกั้นของทะเลสาบพังทลายลงอย่างฉับพลันได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ นักวิจัยพบทะเลสาบธารน้ำแข็งที่อาจเป็นอันตรายได้ในพื้นที่กว้างใหญ่ของภูมิภาคฮินดูกูช แต่วิญญาราจากล่าวว่า ไม่มีประเทศใดในภูมิภาคที่ต้องพึ่งพาธารน้ำแข็งทั้งในด้านแหล่งน้ำและรายได้มากเท่ากับเนปาล ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญกับ “ทางเลือกที่ยากลำบากอย่างยิ่ง” สำหรับประชาชนจำนวนมากที่อาศัยอยู่ตามแนวแม่น้ำ การย้ายไปอยู่บนพื้นที่สูงกว่าอาจไม่คุ้มค่าในทางการเงิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โครงสร้างพื้นฐานสำคัญก็จะยังคงมีความเปราะบางต่อภัยพิบัติเช่นกัน ความสูญเสียด้านกำลังการผลิตไฟฟ้าของเนปาลอาจรุนแรงกว่าที่การประเมินบางฉบับระบุไว้ โดย UNDP ระบุว่า เหตุอุทกภัยครั้งนี้ส่งผลให้โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 15 แห่งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างได้รับความเสียหายหรือไม่สามารถดำเนินการต่อได้ นอกเหนือจากโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินงานอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิญญาราจากล่าวว่า ระบบโครงข่ายไฟฟ้าและโรงไฟฟ้าพลังน้ำสามารถทำให้มีความทนทานต่ออุทกภัยมากขึ้นได้ด้วยเทคโนโลยีใหม่ แต่คลื่นยักษ์จากโคลนและน้ำแข็งที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีพลังรุนแรงจนสามารถเอาชนะระบบป้องกันส่วนใหญ่ที่มีอยู่ได้ และไม่มีสิ่งก่อสร้างใดที่จะสามารถหยุดยั้งเหตุการณ์ครั้งนี้ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872003?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;UN เตือน เทือกเขาหิมาลัยเสี่ยงร้ายแรง เจอน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งซ้ำในอนาคต&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>UN เตือน เทือกเขาหิมาลัยเสี่ยงร้ายแรง เจอน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งซ้ำในอนาคต</dc:alternative><dc:abstract>UN เตือน เทือกเขาหิมาลัยเสี่ยงร้ายแรง เจอน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งซ้ำในอนาคต</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T02:04:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T02:04:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หุ้นเอเชียร่วง น้ำมันพุ่งทะลุ 95 ดอลล์ หลังมะกันโจตีอิหร่านระลอกใหม่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871946]]></link><pubDate>2026-09-02T08:23:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5871946</guid><description>หุ้นเอเชียร่วง น้ำมันพุ่งทะลุ 95 ดอลล์ หลังมะกันโจตีอิหร่านระลอกใหม่ ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงทันทีในช่วงเปิดการซื้อขายเช้าวันพุธที่ 2 กันยายน หลังความตื่นตระหนกในตลาดโลกที่มีต้นตอมาจากความผันผวนและแรงเทขา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;หุ้นเอเชียร่วง น้ำมันพุ่งทะลุ 95 ดอลล์ หลังมะกันโจตีอิหร่านระลอกใหม่&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงทันทีในช่วงเปิดการซื้อขายเช้าวันพุธที่ 2 กันยายน หลังความตื่นตระหนกในตลาดโลกที่มีต้นตอมาจากความผันผวนและแรงเทขายในตลาดพันธบัตร ส่งผกระทบลุกลามเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย หลังสหรัฐกลับมาโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สอง หลังตลาดเอเชียกลับมาเปิดทำการซื้อขาย โดยเพิ่มขึ้น 0.7% มาอยู่ที่ 95.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังการโจมตีครั้งใหม่ของสหรัฐต่ออิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ราคาซื้อขายน้ำมันเบรนท์ล่วงหน้า เพิ่มขึ้น 4.16 ดอลลาร์ หรือ 4.6% ปิดที่ 94.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้น 4.46 ดอลลาร์ หรือ 5.2% ปิดที่ 90.22 ดอลลาร์ กลายเป็นราคาปิดสูงสุดสำหรับน้ำมันเบรนต์นับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม และสำหรับน้ำมัน WTI นับตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม ซึ่งถือว่าพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์ของเวสต์แพกระบุว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดการหยุดชะงักเพิ่มเติมต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้ก่อให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดแรงเทขายหุ้นในตลาดสำคัญส่วนใหญ่ และเกิดการเทขายอย่างหนักในตลาดพันธบัตรทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนี MSCI ที่วัดผลการดำเนินงานของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ไม่รวมญี่ปุ่น ลดลง 0.8% ในการซื้อขายช่วงแรก ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลง 3% ทันทีในช่วงเปิดตลาด และดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นลดลง 2.2% ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&amp;amp;P 500 ทรงตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 0.4 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ 4.798% ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใช้วัดความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุล เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 99.67&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การซื้อขายเมื่อคืนที่ผ่านมาในตลาดวอลล์สตรีท ดัชนี S&amp;amp;P 500 ลดลง 0.7% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลง 1% เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่พุ่งสูงขึ้นสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปรับตัวลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังข้อมูลจากสถาบันเพื่อการจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคาร แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมภาคการผลิตของสหรัฐชะลอตัวลงในเดือนสิงหาคม เนื่องจากคำสั่งซื้อใหม่ลดลง แม้จะยังคงอยู่ในช่วงขยายตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักลงทุนเชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป ซึ่งจะมีขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ แม้ว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะยังไม่แน่นอนก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านราคาทองคำทรงตัวอยู่ที่ 4,328.59 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่บิตคอยน์ลดลง 0.2% อยู่ที่ 77,246.57 ดอลลาร์ และอีเธอร์ลดลง 0.3% อยู่ที่ 2,412.60 ดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871946?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หุ้นเอเชียร่วง น้ำมันพุ่งทะลุ 95 ดอลล์ หลังมะกันโจตีอิหร่านระลอกใหม่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หุ้นเอเชียร่วง น้ำมันพุ่งทะลุ 95 ดอลล์ หลังมะกันโจตีอิหร่านระลอกใหม่</dc:alternative><dc:abstract>หุ้นเอเชียร่วง น้ำมันพุ่งทะลุ 95 ดอลล์ หลังมะกันโจตีอิหร่านระลอกใหม่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T01:23:56+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T01:23:56+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/io.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/io-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/io.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/io-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/io-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/io-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ธารน้ำแข็งถล่มทำดับแล้วกว่า 1 พัน สูญหาย 4.4 พัน เนปาลช่วยได้แล้วกว่า 1.18 หมื่นคน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871423]]></link><pubDate>2026-09-01T15:49:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5871423</guid><description>ธารน้ำแข็งถล่มทำดับแล้วกว่า 1 พัน สูญหาย 4.4 พัน เนปาลช่วยได้แล้วกว่า 1.18 หมื่นคน สำนักงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลเผยเมื่อวันที่ 1 กันยายน ว่า พบผู้เสียชีวิตในประเทศแล้ว 987 ราย และยังมีผู้สูญหาย 3,91 [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ธารน้ำแข็งถล่มทำดับแล้วกว่า 1 พัน สูญหาย 4.4 พัน เนปาลช่วยได้แล้วกว่า 1.18 หมื่นคน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลเผยเมื่อวันที่ 1 กันยายน ว่า พบผู้เสียชีวิตในประเทศแล้ว 987 ราย และยังมีผู้สูญหาย 3,916 คน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 583 คน ขณะที่ทางการจีนรายงานข้อมูลล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีผู้เสียชีวิต 16 ราย และยังมีผู้สูญหาย 546 คน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 261 คน ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตรวม 2 ประเทศอยู่ที่ 1,003 ราย และสูญหายรวม 4,462 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ทีมกู้ภัยพร้อมสุนัขค้นหาและกู้ภัย ระดมค้นหาตามกองโคลน ก้อนหิน และซากปรักหักพังในเนปาลและจีนเมื่อวันอังคาร เพื่อตามหาผู้คนอีกหลายพันคนที่ยังคงสูญหาย หลังเกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่พัดถล่มชุมชนต่างๆ ทั่วบริเวณเทือกเขาหิมาลัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขนาดและความรุนแรงของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกำลังเป็นอุปสรรคต่อความพยายามกู้ภัยในทั้งสองพื้นที่ โดยดินถล่ม ถนนที่ถูกทำลาย และความเสียหายเป็นวงกว้าง ทำให้พื้นที่ห่างไกลหลายแห่งถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเผชิญกับสภาพการณ์ที่ยากลำบาก ขณะค้นหาผู้สูญหายในพื้นที่ที่ไม่มั่นคงและกองซากปรักหักพังจำนวนมหาศาล ทำให้เกิดความกังวลว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก เมื่อทีมกู้ภัยสามารถเข้าถึงชุมชนที่ถูกตัดขาดได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเนปาล เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังแข่งกับเวลาเพื่อเข้าถึงคนงานหลายร้อยคนที่เชื่อว่าติดอยู่ภายในอุโมงค์ของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ทางการเนปาลระบุว่า มีคนงานจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ 12 แห่งสูญหายประมาณ 900 คน โดยในจำนวนนี้ราว 500 คนเชื่อว่าติดอยู่ภายในอุโมงค์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พลจัตวา ราชา ราม บาสเนต โฆษกกองทัพเนปาล กล่าวว่า ทีมกู้ภัยซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญต่างชาติกำลังปฏิบัติงานอยู่ที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่ง ภาพที่กองทัพเผยแพร่แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปภายในอุโมงค์ที่มืดและเต็มไปด้วยเศษซาก ต้องลุยผ่านโคลนและน้ำ รวมทั้งปีนข้ามก้อนหิน ขณะค้นหาร่องรอยของผู้รอดชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการเนปาลระบุว่า จนถึงขณะนี้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้แล้วอย่างน้อย 11,814 คน โดยหน่วยฉุกเฉินใช้เฮลิคอปเตอร์และอากาศยานประเภทอื่นๆ เพื่อเข้าถึงชุมชนที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ ซึ่งถนนและสะพานถูกทำลายจากน้ำท่วมและดินถล่ม ทั้งยังเพิ่มความพยายามในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้รอดชีวิตในพื้นที่ที่ถนนและเส้นทางคมนาคมอื่นๆ ได้รับความเสียหายหรือถูกตัดขาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฝั่งจีน ทีมกู้ภัยได้ออกค้นหาตามพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากดินถล่ม โดยเฉพาะบริเวณรอบด่านชายแดนจี๋หรง ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยบางส่วนใช้สุนัขค้นหาและกู้ภัยช่วยค้นหาสัญญาณของผู้รอดชีวิตตามช่องว่างระหว่างก้อนหินและกองซากปรักหักพัง ขณะที่ทีมอื่นๆ ใช้เครื่องจักรหนักเปิดเส้นทางหลวงสายสำคัญที่มุ่งหน้าไปยังด่านจี๋หรงอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการลำเลียงอุปกรณ์ เจ้าหน้าที่ และสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าสู่พื้นที่ประสบภัย ตามรายงานของหนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ ของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871423?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ธารน้ำแข็งถล่มทำดับแล้วกว่า 1 พัน สูญหาย 4.4 พัน เนปาลช่วยได้แล้วกว่า 1.18 หมื่นคน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ธารน้ำแข็งถล่มทำดับแล้วกว่า 1 พัน สูญหาย 4.4 พัน เนปาลช่วยได้แล้วกว่า 1.18 หมื่นคน</dc:alternative><dc:abstract>ธารน้ำแข็งถล่มทำดับแล้วกว่า 1 พัน สูญหาย 4.4 พัน เนปาลช่วยได้แล้วกว่า 1.18 หมื่นคน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-01T09:07:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-01T09:07:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปธน.อิหร่านย้ำ เตหะรานจะตอบสนอง หากสหรัฐปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871419]]></link><pubDate>2026-09-01T15:48:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5871419</guid><description>ปธน.อิหร่านย้ำ เตหะรานจะตอบสนอง หากสหรัฐปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้ สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 1 กันยายน ว่า ประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชกียาน ของอิหร่าน ประกาศว่าอิหร่านจะดำเนินการตอบสนองในทำนองเด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปธน.อิหร่านย้ำ เตหะรานจะตอบสนอง หากสหรัฐปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 1 กันยายน ว่า ประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชกียาน ของอิหร่าน ประกาศว่าอิหร่านจะดำเนินการตอบสนองในทำนองเดียวกัน หากสหรัฐอเมริกากลับมาปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงชั่วคราวที่ได้ลงนามร่วมกันไว้เมื่อเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่าทีของประธานาธิบดีอิหร่านมีขึ้นในขณะที่เขาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCC) ที่กรุงบิชเคก ประเทศคีร์กีซสถาน โดยกล่าวว่า “ผมขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า หากสหรัฐกลับมาปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) อิหร่านก็จะดำเนินการในลักษณะเดียวกันทันที”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้อยแถลงดังกล่าวอ้างถึงข้อตกลงชั่วคราวที่อิหร่านและสหรัฐลงนามกันไว้เมื่อเดือนมิถุนายน เพื่อมุ่งยุติสงครามสู้รบที่ปะทุขึ้นหลังจากสหรัฐและอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทว่าข้อตกลงดังกล่าวล้มเหลวลงอย่างรวดเร็วจากความเห็นต่างเกี่ยวกับการนำข้อตกลงไปปฏิบัติจริง และมีขึ้นหลังจากสหรัฐและอิหร่านกลับมาโจมตีตอบโต้กันครั้งแรกนับจากปลายเดือนกรกฎาคม หลังสหรัฐได้โจมตีเกาะลารักของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านโจมตีฐานทัพของสหรัฐ 2 แห่งในจอร์แดนเป็นการโต้กลับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันจันทร์ ประธานาธิบดีเปเซชกียานกล่าวย้ำที่กรุงบิชเคกด้วยว่า สงครามไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใด และอิหร่านยังคงเปิดกว้างสำหรับการเจรจาเพื่อหาทางออกให้กับความขัดแย้งกับสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมา อิหร่านยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะอนุญาตให้มีการเดินเรืออย่างเสรีผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและพลังงานสำคัญแห่งหนึ่งของโลก หากสหรัฐปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงที่ทำกันไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871419?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปธน.อิหร่านย้ำ เตหะรานจะตอบสนอง หากสหรัฐปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปธน.อิหร่านย้ำ เตหะรานจะตอบสนอง หากสหรัฐปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้</dc:alternative><dc:abstract>ปธน.อิหร่านย้ำ เตหะรานจะตอบสนอง หากสหรัฐปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-01T09:15:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-01T09:15:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-08T190306Z_41190565_RC2IUMAYIM5T_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-08T190306Z_41190565_RC2IUMAYIM5T_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-08T190306Z_41190565_RC2IUMAYIM5T_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-08T190306Z_41190565_RC2IUMAYIM5T_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-08T190306Z_41190565_RC2IUMAYIM5T_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-08T190306Z_41190565_RC2IUMAYIM5T_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่น ผ่อนปรนกฎคุมทำงานล่วงเวลา หวังกระตุ้นศก. เจอวิจารณ์ ถอยหลังกลับสู่วัฒนธรรมทำงานหนัก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871237]]></link><pubDate>2026-09-01T14:53:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5871237</guid><description>ญี่ปุ่น ผ่อนปรนกฎคุมทำงานล่วงเวลา หวังกระตุ้นศก. เจอวิจารณ์ ถอยหลังกลับสู่วัฒนธรรมทำงานหนัก ญี่ปุ่นได้ผ่อนปรนกฎระเบียบเรื่องการทำงานล่วงเวลา ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ในความพยายามที่มุ่งจะก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่น ผ่อนปรนกฎคุมทำงานล่วงเวลา หวังกระตุ้นศก. เจอวิจารณ์ ถอยหลังกลับสู่วัฒนธรรมทำงานหนัก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ญี่ปุ่นได้ผ่อนปรนกฎระเบียบเรื่องการทำงานล่วงเวลา ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ในความพยายามที่มุ่งจะกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทว่าก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการย้อนกลับไปสู่วัฒนธรรมการทำงานหนักที่ฝังรากลึกอยู่ในประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลภายใต้การนำของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรี ซึ่งประกาศตัวว่าเป็นคนทำงานหนัก ได้นำยุทธศาสตร์การเติบโตมาใช้เมื่อเดือนกรกฎาคม โดยเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎระเบียบการกำกับดูแลชั่วโมงการทำงานในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการสะท้อนส่วนหนึ่งของเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจบางส่วนที่ต้องการรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เนื่องจากพวกเขากำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่รุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานระบุว่า ธุรกิจในญี่ปุ่นราว 40% ดำเนินงานภายใต้ข้อตกลงเฉพาะระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งอนุญาตให้มีการทำงานล่วงเวลาตามกฎหมายได้สูงสุดถึง 100 ชั่วโมงต่อเดือน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงแนะนำให้บริษัทเหล่านั้นจำกัดชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาไว้ที่ไม่เกิน 45 ชั่วโมงต่อเดือน โดยถือว่าคำแนะนำดังกล่าวมีสถานะเทียบเท่ากับกฎระเบียบข้อบังคับ เนื่องจากมองว่าการทำงานล่วงเวลาเกินเกณฑ์นั้น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ &amp;#8220;คาโรชิ&amp;#8221; หรือการเสียชีวิตจากการทำงานหนักเกินไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ภายใต้กฎระเบียบใหม่ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กันยายน สำนักงานตรวจสอบมาตรฐานแรงงานของญี่ปุ่นจะไม่กดดันให้ภาคธุรกิจ ปฏิบัติตามเพดานชั่วโมงการทำงานที่ 45 ชั่วโมงอีกต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ผลสำรวจของหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤษภาคมระบุว่า แรงกดดันดังกล่าวส่งผลให้การดำเนินงานของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในญี่ปุ่นราว 20% ต้องถูกจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้าง การขนส่ง และธุรกิจบริการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิจารณ์มองว่าการผ่อนปรนกฎระเบียบการทำงานล่วงเวลา ถือเป็นการถอยหลังกลับไปจากความพยายามของญี่ปุ่นในการปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กรให้ทันสมัยขึ้น หลังจากยึดติดกับธรรมเนียมการทำงานต่อเนื่องยาวนานมาโดยตลอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871237?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่น ผ่อนปรนกฎคุมทำงานล่วงเวลา หวังกระตุ้นศก. เจอวิจารณ์ ถอยหลังกลับสู่วัฒนธรรมทำงานหนัก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่น ผ่อนปรนกฎคุมทำงานล่วงเวลา หวังกระตุ้นศก. เจอวิจารณ์ ถอยหลังกลับสู่วัฒนธรรมทำงานหนัก</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่น ผ่อนปรนกฎคุมทำงานล่วงเวลา หวังกระตุ้นศก. เจอวิจารณ์ ถอยหลังกลับสู่วัฒนธรรมทำงานหนัก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-01T08:36:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-01T08:36:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-28T102930Z_1157575760_RC2UMMAU7YV1_RTRMADP_3_JAPAN-YEN-INTERVENTION-DATA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-28T102930Z_1157575760_RC2UMMAU7YV1_RTRMADP_3_JAPAN-YEN-INTERVENTION-DATA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-28T102930Z_1157575760_RC2UMMAU7YV1_RTRMADP_3_JAPAN-YEN-INTERVENTION-DATA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-28T102930Z_1157575760_RC2UMMAU7YV1_RTRMADP_3_JAPAN-YEN-INTERVENTION-DATA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-28T102930Z_1157575760_RC2UMMAU7YV1_RTRMADP_3_JAPAN-YEN-INTERVENTION-DATA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-28T102930Z_1157575760_RC2UMMAU7YV1_RTRMADP_3_JAPAN-YEN-INTERVENTION-DATA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เดินสายต่อ! มิน ออง ไลง์ เตรียมเยือนเวียดนาม 4-6 ก.ย. เดินหน้าฟื้นสัมพันธ์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870898]]></link><pubDate>2026-09-01T11:41:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5870898</guid><description>เดินสายต่อ! มิน ออง ไลง์ เตรียมเยือนเวียดนาม 4-6 ก.ย. เดินหน้าฟื้นสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 1 กันยายน สื่อทางการเมียนมาและเวียดนามรายงานว่า พลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา จะเดินทางเยือนประเทศเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เดินสายต่อ! มิน ออง ไลง์ เตรียมเยือนเวียดนาม 4-6 ก.ย. เดินหน้าฟื้นสัมพันธ์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 กันยายน สื่อทางการเมียนมาและเวียดนามรายงานว่า พลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา จะเดินทางเยือนประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 4-6 กันยายนนี้ ตามคำเชิญของประธานาธิบดีโต เลิม แห่งเวียดนาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมารายงานว่า ในภารกิจการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ ประธานาธิบดีมิน ออง ไลง์ มีกำหนดจะพบหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีโต เลิม พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรีและประธานสมัชชาแห่งชาติของเวียดนาม นอกจากนี้ เขาจะยังเข้าร่วมเวทีการประชุมภาคธุรกิจเมียนมา-เวียดนาม และพบปะกับผู้แทนองค์กรทางเศรษฐกิจต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เวียดนามจะเป็นชาติที่ 7 ที่มิน ออง ไลง์ เดินทางเยือนนับตั้งแต่เขาขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในขณะพยายามสร้างความชอบธรรมและกลับมามีปฏิสัมพันธ์ในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น ก่อนหน้านั้น มิน ออง ไลง์ ได้เยือนหลายประเทศรวมถึงรัสเซียและไทยในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมุ่งหวังที่จะกระชับความสัมพันธ์กับนานาชาติเพื่อสร้างความชอบธรรมในเวทีโลกให้แก่รัฐบาลของตนเองมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้จะมีความพยายามผลักดันในเรื่องนี้จากเมียนมา แต่อาเซียนก็ยังไม่ได้อนุญาตให้ผู้แทนฝ่ายการเมืองของเมียนมาเข้าร่วมในเวทีการประชุมสุดยอด เนื่องจากเมียนมายังล้มเหลวในการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งเป็นแผนสันติภาพของอาเซียนเพื่อมุ่งยุติสงครามกลางเมืองในเมียนมาหลังเหตุการณ์รัฐประหารในปี 2021&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870898?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เดินสายต่อ! มิน ออง ไลง์ เตรียมเยือนเวียดนาม 4-6 ก.ย. เดินหน้าฟื้นสัมพันธ์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เดินสายต่อ! มิน ออง ไลง์ เตรียมเยือนเวียดนาม 4-6 ก.ย. เดินหน้าฟื้นสัมพันธ์</dc:alternative><dc:abstract>เดินสายต่อ! มิน ออง ไลง์ เตรียมเยือนเวียดนาม 4-6 ก.ย. เดินหน้าฟื้นสัมพันธ์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-01T04:41:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-01T04:41:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-18T130013Z_713019157_RC201NA5CPF6_RTRMADP_3_RUSSIA-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-18T130013Z_713019157_RC201NA5CPF6_RTRMADP_3_RUSSIA-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-18T130013Z_713019157_RC201NA5CPF6_RTRMADP_3_RUSSIA-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-18T130013Z_713019157_RC201NA5CPF6_RTRMADP_3_RUSSIA-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-18T130013Z_713019157_RC201NA5CPF6_RTRMADP_3_RUSSIA-MYANMAR-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-18T130013Z_713019157_RC201NA5CPF6_RTRMADP_3_RUSSIA-MYANMAR-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์เฮ! ศาลสูงสุด ลงมติ 5 ต่อ 4 ไฟเขียวทำเนียบขาว เดินหน้าสร้างห้องบอลรูม มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบ.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870784]]></link><pubDate>2026-09-01T10:50:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5870784</guid><description>ทรัมป์เฮ! ศาลสูงสุด ลงมติ 5 ต่อ 4 ไฟเขียวทำเนียบขาว เดินหน้าสร้างห้องบอลรูม มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบ. เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาลงมติด้วยคะแนน 5 ต่อ 4 เสียง อนุญาตให้ทำเนียบ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทรัมป์เฮ! ศาลสูงสุด ลงมติ 5 ต่อ 4 ไฟเขียวทำเนียบขาว เดินหน้าสร้างห้องบอลรูม มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบ.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาลงมติด้วยคะแนน 5 ต่อ 4 เสียง อนุญาตให้ทำเนียบขาวดำเนินโครงการก่อสร้างห้องบอลรูม หรือห้องจัดเลี้ยง มีมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 13,282 ล้านบาท ที่ทำเนียบขาวต่อไปได้ ในขณะที่คดีความกำลังดำเนินอยู่ ซึ่งคำตัดสินครั้งนี้นับเป็นชัยชนะของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการแสดงอำนาจบริหารอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำตัดสินนี้ถือเป็นการแทนที่คำสั่งชั่วคราวที่ออกมาเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ไม่นานก่อนที่คำสั่งระงับการก่อสร้างตามคำสั่งศาลชั้นต้นจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งคำสั่งชั่วคราวนั้นลงนามโดยนายจอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลสูงสุด ผู้ได้รับมอบหมายให้ดูแลการอุทธรณ์จากวอชิงตัน อย่างไรก็ดี ประธานศาลสูงสุดก็ได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินล่าสุดเช่นเดียวกับผู้พิพากษาอีก 3 คนที่เอนเอียงไปทางฝ่ายเสรีนิยม โดยเขาเขียนคำคัดค้านอย่างหนักแน่นว่า โครงการนี้อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่ได้การอนุมัติจากสภาคองเกรส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในทางกลับกันเสียงส่วนใหญ่ที่โหวตเห็นชอบให้ดำเนินการก่อสร้างห้องจัดเลี้ยงต่อไปเห็นว่าองค์การอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ(National Trust for Historic Preservation) ซึ่งเป็นผู้ร้องคัดค้าน ไม่น่าจะมีสิทธิตามกฎหมายในการคัดค้านโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ได้แสดงความชื่นชมต่อคำตัดสินครั้งนี้ของศาลสูงสุด โดยระบุผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า &amp;#8220;ผมยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า ศาลสูงสุดสหรัฐเพิ่งมีคำตัดสินให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการ Ballroom/Military Complex ต่อไปได้โดยปราศจากเงื่อนไข ข้อกังขา หรือข้อข่มขู่ใดๆ เพิ่มเติม&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายเบรนท์ เลกส์ ประธานและซีอีโอขององค์กรอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ทางกลุ่มรู้สึกผิดหวังกับการตัดสินใจดังกล่าว แต่ก็พอใจกับความเห็นแย้งของประธานศาลสูงสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“นี่ไม่ใช่คำตัดสินชี้ขาดในเนื้อหาสาระของคดี และยังไม่ได้ข้อยุติในประเด็นข้อโต้แย้งหลักของเราที่ว่า ประธานาธิบดีแต่ละท่านเปรียบเสมือนผู้ดูแลรักษาทำเนียบขาวเพียงชั่วคราวเท่านั้น และไม่มีอำนาจตัดสินใจโดยลำพังที่จะรื้อถอนหรือออกแบบอาคารใหม่โดยปราศจากการอนุมัติจากสภาคองเกรส&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้คำสั่งของคณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากไม่ได้ตัดสินโดยตรงในประเด็นความชอบด้วยกฎหมายของโครงการนี้และคดีจะถูกส่งกลับไปยังศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870784?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์เฮ! ศาลสูงสุด ลงมติ 5 ต่อ 4 ไฟเขียวทำเนียบขาว เดินหน้าสร้างห้องบอลรูม มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบ.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์เฮ! ศาลสูงสุด ลงมติ 5 ต่อ 4 ไฟเขียวทำเนียบขาว เดินหน้าสร้างห้องบอลรูม มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบ.</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์เฮ! ศาลสูงสุด ลงมติ 5 ต่อ 4 ไฟเขียวทำเนียบขาว เดินหน้าสร้างห้องบอลรูม มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบ.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-01T03:50:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-01T03:50:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26235740248058.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26235740248058-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26235740248058.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26235740248058-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26235740248058-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26235740248058-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยอดดับจีน-เนปาลทะลุ 950 สูญหายกว่า 4.4 พัน UN ชี้คน 6.5 หมื่นต้องการช่วยเหลือเร่งด่วน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870559]]></link><pubDate>2026-09-01T08:58:57+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5870559</guid><description>ยอดดับจีน-เนปาลทะลุ 950 สูญหายกว่า 4.4 พัน UN ชี้คน 6.5 หมื่น ต้องการช่วยเหลือเร่งด่วน จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุธารน้ำแข็งถล่มในเนปาลและจีนเพิ่มสูงเกิน 950 ราย ขณะที่มีผู้สูญหายมากกว่า 4,400 คน ด้านสมา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ยอดดับจีน-เนปาลทะลุ 950 สูญหายกว่า 4.4 พัน UN ชี้คน 6.5 หมื่น ต้องการช่วยเหลือเร่งด่วน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุธารน้ำแข็งถล่มในเนปาลและจีนเพิ่มสูงเกิน 950 ราย ขณะที่มีผู้สูญหายมากกว่า 4,400 คน ด้านสมาคมภาคเอกชนที่เป็นตัวแทนบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าระบุว่า มีคนงานอย่างน้อย 900 คนที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ 12 แห่งที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลันในเขตราซูวาและนูวากอตของเนปาล ด้านครอบครัวของผู้สูญหายต่างออกตามหาบุคคลอันเป็นที่รักด้วยความหวังที่ริบหรี่ลงทุกขณะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในจำนวนดังกล่าว เชื่อว่าคนงานราว 500 คนติดอยู่ภายในอุโมงค์ ผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยหนึ่งคนกล่าวว่า คนงานบางส่วนอาจยังสามารถเข้าถึงออกซิเจนได้ แต่ก็มีผู้เตือนว่าโอกาสในการพบผู้รอดชีวิตนั้นลดลงเรื่อย ๆ ขณะที่ปฏิบัติการกู้ภัยทวีความเข้มข้น กองทัพเนปาลระบุว่า เจ้าหน้าที่พบศพ 4 ศพในอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยโคลน 3 แห่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือคนงานหลายร้อยคนที่เชื่อว่าติดอยู่ภายในอุโมงค์ของโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งถูกโคลนฝังกลบจากเหตุอุทกภัยครั้งร้ายแรงบริเวณชายแดนเนปาล-จีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศเนปาลกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ชาวต่างชาติอย่างน้อย 590 คนจาก 39 ประเทศสูญหายในเนปาล หลังอุทกภัยครั้งร้ายแรงในเทือกเขาหิมาลัย โดยล็อก บาฮาดูร์ เชตรี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ มีชาวต่างชาติได้รับการช่วยเหลือแล้ว 323 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โมฮัน กุมาร ดังกี ประธานสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระแห่งเนปาล (IPPAN) กล่าวว่า เมื่อภัยพิบัติเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม คนงานบางส่วนสามารถโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือได้ ขณะที่คนงานคนอื่น ๆ ที่สามารถหนีรอดออกมาได้ ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่และญาติว่าเพื่อนร่วมงานจำนวนมากยังคงติดอยู่ภายในอุโมงค์ แต่ก็บอกด้วยว่า หลังจากเกิดภัยพิบัติมาแล้ว 6 วัน ความกังวลเพิ่มมากขึ้นว่า คนงานบางส่วนอาจขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทีมกู้ภัยสามารถติดต่อกับคนงานที่ติดอยู่ภายในได้อีกหรือไม่ นับตั้งแต่มีการโทรขอความช่วยเหลือครั้งแรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุโมงค์ขนาดใหญ่เหล่านี้สร้างขึ้นเพื่อควบคุมการไหลของน้ำ และความพยายามกู้ภัยกำลังมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในอุโมงค์ขนาดมหึมาดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยาค็อบ ชไตเนอร์ นักธรณีศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกราซในออสเตรีย ซึ่งประจำอยู่ที่กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ กล่าว อุโมงค์เหล่านี้มีขนาดใหญ่พอที่จะขับรถบรรทุกเข้าไปได้ จากข้อมูลที่เราได้รับ พวกเขาสามารถส่งออกซิเจนเข้าไปให้คนบางส่วนที่ติดอยู่ข้างในได้ และขณะนี้กำลังพยายามช่วยเหลือพวกเขาออกมา แต่เป็นการแข่งขันกับเวลา เพราะผู้คนยังต้องการอาหารและน้ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังกีกล่าวว่า ที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำอัปเปอร์ตรีศูลี-1 ในเขตราซูวา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีผู้สูญหายอย่างน้อย 576 คน เชื่อว่าราว 300 คนในจำนวนนี้ติดอยู่ภายในอุโมงค์ของโครงการ ด้านพลจัตวา ราชา ราม บาสเนต โฆษกกองทัพเนปาล กล่าวว่า ที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำตรีศูลี-3 เจ้าหน้าที่กำลังพยายามลงไปในอุโมงค์ลึกประมาณ 15 เมตร เพื่อเข้าถึงผู้ที่เชื่อว่าติดอยู่ข้างใน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คนงานที่กำลังช่วยกันตักโคลนออกจากสถานีไฟฟ้าแห่งหนึ่งในเขตธาดิงของเนปาล ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากน้ำท่วม บอกกับเอพีว่า สถานีแห่งนี้เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนมากกว่า 20,000 คนในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อจีนได้รายงานถึงความพยายามของรัฐบาลใน การกู้ภัยและฟื้นฟูรวมถึงการซ่อมแซมถนนที่มุ่งหน้าไปยังด่านชายแดนท่าเรือจี๋หรง ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนที่ระหว่างจีนและเนปาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนเผยภาพรถบรรทุกที่ขนหินขนาดใหญ่ ขณะที่คนงานพยายามซ่อมแซมและปูผิวถนนบางช่วงใหม่ ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ซึ่งมีกำลังแรงขึ้นจากฝนที่ตกต่อเนื่องหลายวัน ปัจจุบันถนนสายนี้จมอยู่ใต้น้ำลึก 2-3 เมตร โดยพื้นที่ที่กำลังมีการซ่อมแซมถนนนั้นอยู่ห่างจากชายแดนเพียงเล็กน้อยกว่า 1 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าทีมกู้ภัยบางส่วนจะสามารถเดินทางไปถึงบริเวณชายแดนได้แล้ว แต่กำลังเจ้าหน้าที่ที่ไปถึงพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกำลังทั้งหมดที่ถูกระดมเข้าร่วมปฏิบัติการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลเผยเมื่อวันจันทร์ว่า มีผู้เสียชีวิตในประเทศแล้ว 939 ราย และมีผู้สูญหาย 3,925 คน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 592 คน ขณะที่ทางการจีนรายงานข้อมูลล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีผู้เสียชีวิต 16 ราย และสูญหาย 546 คน สื่อจีนรายงานว่า ในจำนวนผู้สูญหายดังกล่าว มีชาวต่างชาติ 261 คน รวมถึงชาวเนปาลมากกว่า 100 คน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า มีชาวอเมริกันสูญหาย 80 คน และมีผู้ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 13 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ครอบครัวของผู้สูญหายต่างอยู่ในภาวะสิ้นหวังและพยายามทุกวิถีทางเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับชะตากรรมของบุคคลอันเป็นที่รักที่ยังสูญหายไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านองค์การสหประชาชาติระบุว่า เกือบหนึ่งสัปดาห์หลังเกิดภัยพิบัติ มีประชาชนราว 65,000 คนที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินด้านน้ำสะอาด อุปกรณ์สุขาภิบาล และสิ่งของจำเป็นสำหรับการรักษาสุขอนามัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกสหประชาชาติ กล่าวว่า มีเด็กมากกว่า 22,000 คนที่ต้องการการคุ้มครอง เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีจำนวน 2,600 คนอาจต้องได้รับการรักษาภาวะผอมแห้งอย่างรุนแรง และสตรีมีครรภ์และมารดาที่ให้นมบุตรราว 10,500 คนต้องการความช่วยเหลือด้านโภชนาการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดูจาร์ริกกล่าวว่า โรงเรียน 19 แห่งได้รับความเสียหาย โดยในจำนวนนี้ 9 แห่งถูกทำลายเสียหายทั้งหมด ขณะที่โรงเรียนอีก 8 แห่งกำลังถูกใช้เป็นสถานที่พักพิงสำหรับครอบครัวที่ต้องพลัดถิ่นจากบ้านเรือน เด็กวัยเรียนมากกว่า 10,000 คนต้องการการสนับสนุนด้านจิตใจและสังคม และรายงานเบื้องต้นระบุว่า อาจมีเด็ก 107 คนที่พลัดพรากจากพ่อแม่หรือผู้ดูแล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870559?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยอดดับจีน-เนปาลทะลุ 950 สูญหายกว่า 4.4 พัน UN ชี้คน 6.5 หมื่นต้องการช่วยเหลือเร่งด่วน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยอดดับจีน-เนปาลทะลุ 950 สูญหายกว่า 4.4 พัน UN ชี้คน 6.5 หมื่นต้องการช่วยเหลือเร่งด่วน</dc:alternative><dc:abstract>ยอดดับจีน-เนปาลทะลุ 950 สูญหายกว่า 4.4 พัน UN ชี้คน 6.5 หมื่นต้องการช่วยเหลือเร่งด่วน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-01T02:14:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-01T02:14:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โตโยต้า ลงทุน 9.3 พันล้าน ตั้งโรงงานในเวียดนาม ผลิตรถยนต์อีวี คาดผลิตได้ปีละ 52,000 คัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870219]]></link><pubDate>2026-08-31T18:50:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5870219</guid><description>โตโยต้า ลงทุนกว่า 9.3 พันล้าน ตั้งโรงงานในเวียดนาม จ่อผลิตรถยนต์อีวี คาดผลิตได้ปีละ 52,000 คัน สื่อเวียดนาม รายงานว่า โตโยต้า มอเตอร์ เวียดนาม ได้รับอนุมัติโครงการลงทุนมูลค่ากว่า 283 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;โตโยต้า ลงทุนกว่า 9.3 พันล้าน ตั้งโรงงานในเวียดนาม จ่อผลิตรถยนต์อีวี คาดผลิตได้ปีละ 52,000 คัน&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;https://news.tuoitre.vn/toyota-invests-additional-283mn-to-produce-electrified-vehicles-in-vietnam-103260831120230312.htm&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;สื่อเวียดนาม&lt;/a&gt; รายงานว่า &lt;strong&gt;โตโยต้า มอเตอร์ เวียดนาม&lt;/strong&gt; ได้รับอนุมัติโครงการลงทุนมูลค่ากว่า 283 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9382 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งรวมถึงยานยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 52,000 คัน ต่อปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัท ได้รับมติเห็นชอบการปรับปรุงนโยบายการลงทุนจากคณะกรรมการประชาชนจังหวัดฟูเถาะ (Phu Tho Province) และได้รับใบรับรองการจดทะเบียนการลงทุนฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 12 จากสำนักงานการคลังประจำจังหวัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โตโยต้าเวียดนาม&lt;/strong&gt; จะดำเนินโครงการที่ครอบคลุมทั้งการประกอบและการผลิตรถยนต์ รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์หลากหลายประเภท ทั้งยังมีบริการประกันภัย ซ่อมแซมรถยนต์ และ การนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โครงการที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้ได้เพิ่มขอบเขตงานให้ครอบคลุมถึงการประกอบและการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปรับปรุงสายการผลิตให้ทันสมัย คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทและ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โครงการนี้จะครอบคลุมพื้นที่ 28.6 เฮกเตอร์ หรือราว 178 ไร่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โตโยต้าเวียดนาม มีแผนที่จะเริ่มก่อสร้างโรงงานพ่นสีและโรงงานชิ้นส่วนโลหะ ในเดือนพฤษภาคม 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โรงงานทั้ง 2 แห่งจะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และระบบอัตโนมัติที่เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต รับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่าโรงงานทั้ง 2 แห่ง จะเริ่มผลิตได้ในปี 2029 ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานสำหรับผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ในรูปแบบ CKD (ชิ้นส่วนประกอบครบชุด) ในประเทศเวียดนาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โครงการนี้ เรียกได้ว่าเป็นหมุดหมายสำคัญในแผนการเตรียมความพร้อมเพื่อผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ในรูปแบบ CKD ในเวียดนาม ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฮบริดด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การขยายกำลังการผลิตในครั้งนี้ ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของโตโยต้าที่มีต่อการลงทุนและการพัฒนาในระยะยาวภายในประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโอซามุ ฮิราตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของโตโยต้า เวียดนาม ระบุว่า การรักษาเครือข่ายซัพพลายเออร์ของบริษัทและการเพิ่มสัดส่วนการผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมสนับสนุนด้านยานยนต์ของเวียดนาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังคาดว่าจะช่วยสร้างงาน ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและเพิ่มรายได้จากภาษีพร้อมทั้งมีส่วนช่วยในการพัฒนาจ.ฟูเถาะ ให้เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ในภาคเหนือของเวียดนาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเดือนมีนาคม 2026 โตโยต้าเวียดนาม ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ สำหรับอาคารสำนักงานแห่งใหม่ ณ สำนักงานใหญ่จ.ฟูเถาะ นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงศูนย์ฝึกอบรม อาคารสำนักงานและสายการผลิตใหม่ โดยคาดว่าเริ่มเปิดใช้งานได้ในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่ได้รับใบอนุญาตการลงทุนครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กันยายน 1995 โตโยต้า เวียดนาม ได้ผลิตรถยนต์ไปแล้วกว่า 700,000 คัน มียอดจำหน่ายรถยนต์ 1 ล้านคัน และให้บริการแก่ลูกค้าจำนวน 20 ล้านราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870219?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โตโยต้า ลงทุน 9.3 พันล้าน ตั้งโรงงานในเวียดนาม ผลิตรถยนต์อีวี คาดผลิตได้ปีละ 52,000 คัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โตโยต้า ลงทุน 9.3 พันล้าน ตั้งโรงงานในเวียดนาม ผลิตรถยนต์อีวี คาดผลิตได้ปีละ 52,000 คัน</dc:alternative><dc:abstract>โตโยต้า ลงทุน 9.3 พันล้าน ตั้งโรงงานในเวียดนาม ผลิตรถยนต์อีวี คาดผลิตได้ปีละ 52,000 คัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-31T11:50:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-31T11:50:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/0750245-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/0750245-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/0750245-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/0750245-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/85063286.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/85063286-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มาดูโร แชร์ภาพแรกตัวเอง จากคุกมะกัน เป็นของขวัญลูกหลาน ลั่นเวเนซุเอลาจะกลับมาผงาดอีกครั้ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870180]]></link><pubDate>2026-08-31T18:32:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5870180</guid><description>มาดูโร แชร์ภาพแรกตัวเอง จากคุกมะกัน เป็นของขวัญลูกหลาน ลั่นเวเนซุเอลาจะกลับมาผงาดอีกครั้ง เมื่อวันอาทิตย์(30 ส.ค.)ที่ผ่านมา นายนิโกลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ได้แชร์รูปถ่ายตัวเองเป็นครั้งแร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มาดูโร แชร์ภาพแรกตัวเอง จากคุกมะกัน เป็นของขวัญลูกหลาน ลั่นเวเนซุเอลาจะกลับมาผงาดอีกครั้ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์(30 ส.ค.)ที่ผ่านมา นายนิโกลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ได้แชร์รูปถ่ายตัวเองเป็นครั้งแรกลงบนแพลตฟอร์ม X นับตั้งแต่เขาถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากถูกกองกำลังปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐปฏิบัติการช็อกโลกด้วยการบุกเข้าไปจับกุมตัวเขาพร้อมภรรยาถึงกลางกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาว่าเขาลักลอบค้ายาเสพติดและมีอาวุธในครอบครอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการโพสต์ 2 ภาพแรกดังกล่าวบน X นับจากถูกควบคุมตัว มาดูโรได้เขียนข้อความเป็นภาษาสเปนระบุว่า “ผมขอส่งภาพถ่ายเหล่านี้เป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้แก่ลูกหลานผมทุกคน ทั้งเด็กชายและเด็กหญิง รวมถึงคนดีทุกคนที่รักเรา” และว่า “ผมอยากให้พวกคุณรู้ว่าเรายังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักจากพวกคุณ เราจะยังคงเข้มแข็ง สงบนิ่งและมั่นใจ เพราะพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเรา พระองค์จะทรงประทานสิ่งต่างๆ ให้ และเวเนซุเอลาจะกลับมาผงาดขึ้นอีกครั้ง”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5870205&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156.png&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;586&quot; height=&quot;740&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156.png 586w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156-238x300.png 238w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156-333x420.png 333w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156-400x505.png 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156-250x316.png 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 586px) 100vw, 586px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพถ่าย 2 รูปดังกล่าวของมาดูโรที่โพสต์เผยให้เห็นเขาสวมชุดวอร์มสีเทาและยืนทำท่าชูสองนิ้ว ซึ่งดูเหมือนเขาซูบลงไปมากนับจากถูกจับกุม แต่ใบหน้ายังมีรอยยิ้ม โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ในวันอาทิตย์ แต่ข้อมูลเวลาที่ระบุในภาพทั้งสองบ่งชี้ว่าภาพถูกถ่ายไว้เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งวันหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงสองครั้งซ้อนเขย่าเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 6,500 ราย และสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับพื้นที่ตอนเหนือของเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การส่งสารข้างต้นของมาดูโรยังถูกเผยแพร่ 2 วันหลังจากที่ เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ผู้สืบทอดตำแหน่งจากมาดูโร ได้ประกาศข้อตกลงด้านน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งเปิดทางให้สหรัฐเข้าไปดำเนินกิจการในแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลาได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวใกล้ชิดกับอดีตผู้นำเวเนซุเอลารายนี้ระบุว่า มาดูโรไม่สามารถเข้าถึงหนังสือพิมพ์หรืออินเทอร์เน็ตในระหว่างถูกคุมขัง แต่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยทางโทรศัพท์กับครอบครัวและทนายความได้เป็นเวลาประมาณ 300 นาทีต่อเดือน โดยจำกัดเวลาการโทรแต่ละครั้งไว้ไม่เกิน 15 นาที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์กได้ประกาศเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า การพิจารณาคดีมาดูโรและภรรยาของเขาในสหรัฐจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 มิถุนายนปี 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870180?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มาดูโร แชร์ภาพแรกตัวเอง จากคุกมะกัน เป็นของขวัญลูกหลาน ลั่นเวเนซุเอลาจะกลับมาผงาดอีกครั้ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มาดูโร แชร์ภาพแรกตัวเอง จากคุกมะกัน เป็นของขวัญลูกหลาน ลั่นเวเนซุเอลาจะกลับมาผงาดอีกครั้ง</dc:alternative><dc:abstract>มาดูโร แชร์ภาพแรกตัวเอง จากคุกมะกัน เป็นของขวัญลูกหลาน ลั่นเวเนซุเอลาจะกลับมาผงาดอีกครั้ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-31T11:32:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-31T11:32:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-181408.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-181408-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-181408.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-181408-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-181408-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-181408-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>586</mi:x1><mi:y1>740</mi:y1><mi:x2>586</mi:x2><mi:y2>740</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item></channel></rss>
