หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชน จี้ ใช้...

เอกชน จี้ ใช้งบ’68 เบิกจ่ายช้า หวั่นไม่ทันสิ้นก.ย. หอค้าดันคนละครึ่ง ส.อ.ท.หนุน ‘ทีมศก.’

8.09.25 | 06:07 น.

เอกชน จี้ ใช้งบ’68 เบิกจ่ายช้า หวั่นไม่ทันสิ้นก.ย. หอค้าดันคนละครึ่ง ส.อ.ท.หนุน ‘ทีมศก.’

เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีชื่อนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่า หน้าตาทีมเศรษฐกิจมีความเหมาะสม ล้วนเป็นบุคคลมีความสามารถ ภารกิจด่วนควรดำเนินการคือการสร้างความต่อเนื่องทางนโยบายเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติและการปรับตัวของภาคธุรกิจในช่วงระยะ 4 เดือนของรัฐบาลชุดนี้ ปัญหาเร่งด่วนสำคัญเอกชนยังกังวลคือการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ยังคงเบิกจ่ายล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผน เหลือเวลาไม่ถึง 1 เดือนงบประมาณ 2568 จะหมดลง ทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่าจะเบิกจ่ายได้ทันตามเป้าหมาย กระทบโดยตรงต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและการหมุนเวียนของเงินในระบบ

นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ว่า หน้าตาทีมเศรษฐกิจมีความเหมาะสม ล้วนเป็นบุคคลมีความสามารถ ภารกิจด่วนควรดำเนินการคือการสร้างความต่อเนื่องทางนโยบายเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติและการปรับตัวของภาคธุรกิจในช่วงระยะ 4 เดือนของรัฐบาลชุดนี้ ปัญหาเร่งด่วนสำคัญเอกชนยังกังวลคือการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 ยังคงเบิกจ่ายล่าช้า ไม่เป็นไปตามแผน เหลือเวลาไม่ถึง 1 เดือนงบประมาณ 2568 จะหมดลง ทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่าจะเบิกจ่ายได้ทันตามเป้าหมาย กระทบโดยตรงต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและการหมุนเวียนของเงินในระบบ

ขณะที่ นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า เห็นด้วยและพร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนภารกิจเร่งด่วน 4 ด้าน ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศ ถือเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต่อการฟื้นฟูประเทศในช่วงเวลานี้ นอกจากนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าฯอยากให้เร่งแก้ไขปัญหาการส่งออก การเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกาและเอฟทีเอ เพื่อเสริมความสามารถการแข่งขันของประเทศ พร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในมาตรการเชิงรุก โดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และการเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวไทย ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนในไตรมาสสุดท้ายของปี เป็นฤดูท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียน กระจายสู่ชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก นอกจากนั้นการเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศไทยกลับมาเป็นเรื่องจำเป็น

“สนับสนุนภารกิจเร่งด่วนทั้ง 4 ด้าน อย่างเต็มที่ ด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง เพื่อให้การดำเนินงานของรัฐบาลบรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นายพจน์กล่าว

Advertisement