หน้าแรก การเมือง สาทิตย์ ซัด แ...

สาทิตย์ ซัด แสวง อย่ามั่ว-อย่าสร้างหลักการใหม่ งัด รธน.-กม.ลูก โต้ปมไม่ส่งศาลฎีกาคดีฮั้วสว.

24.08.26 | 17:23 น.

“สาทิตย์”งัดข้อกฎหมายโต้ “แสวง”อย่ามั่ว ไม่ส่งศาลฎีกาคดีฮั้ว สว. เปิด รธน.-กม.ลูก ชำแหละปม เหน็บต้องชัดเจน อย่าสร้างหลักการใหม่ เหมือนจงใจช่วยใคร

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โต้แย้ง กรณีที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงหลักเกณฑ์และข้อกฎหมายเกี่ยวกับการส่งเรื่องกรณีข้อร้องเรียนการสมยอมกันเลือก สว. หรือฮั้วสว. ไปยังศาลฎีกา โดยระบุว่า โต้ข้อกฎหมาย ฮั้ว สว. กับ คุณแสวงหน่อยครับ


นายสาทิตย์ ระบุว่า นายแสวง บอกว่า ฮั้ว สว. ถ้าต้องส่งศาลฎีกา ต้องไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 226 และต้องเข้าองค์ประกอบ 3 ข้อ คือ 1.ต้องเป็นการกระทำของ “ผู้สมัครรับเลือก” เท่านั้น ที่ทำการทุจริต 2.ต้องเป็นการทำทุจริตเพื่อให้เลือกตัวเอง เท่านั้น และ3. มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม

“ตาแกบอก ถ้าครบ 3 องค์ ถึงศาลฎีกา ตาม รธน. 226!!!!ใช่เหรอครับ ผมว่า ไม่ใช่ นี่มั่วแล้ว!!!!! มั่วที่ 1 นี่ครับ มี 226 วรรคหนึ่ง เขียนว่า “มาตรา 226 เมื่อมีการดําเนินการตามมาตรา 225 หรือภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้ง หรือการเลือกแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกผู้ใดกระทําการทุจริต ในการเลือกตั้งหรือการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทําของบุคคลอื่น ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคําร้อง ต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น”

“เขียนเท่านี้ละครับ ไหนองค์ประกอบ 3 ข้อ แค่เขาบอกว่า ผู้สมัครรับเลือก(กรณี สว.) คนไหน ทุจริต หรือ รู้เห็นกับการกระทำคนอื่นที่ทุจริต กกต. ต้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา จบ!!! ผมว่า แค่นี้เรื่องที่เขาเปิดเผยกันเข้าหมดแล้ว! ไม่ต้องให้ท่านมาวางหลักเองครับ”

Advertisement

นายสาทิตย์ ระบุต่อว่า มั่ว ข้อที่ 2 แล้วท่านเอา พระราชบัญติ(พ.ร.บ.)ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สว.ไปไว้ไหน ลองดู มาตรา 70 ผู้สมัครผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่คณะกรรมการกําหนดตามมาตรา 36 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนดห้าปี บุคคลใดซึ่งมิใช่ผู้สมัครช่วยเหลือผู้สมัครในการแนะนําตัวโดยไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไข ตามมาตรา 36 ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง

“บรรดาศูนย์ทำโพย คนของพรรคการเมืองที่มาชี้นำทำโพย ผู้สมัครรับเลือก ที่เข้าร่วมฮั้ว เข้าตามนี้หมด” นายสาทิตย์​ระบุ

นายสาทิตย์ ระบุว่า มาตรา 76 กรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือผู้ดํารงตําแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ผู้ใดกระทําการ โดยวิธีใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือให้ผู้สมัครผู้ใดได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือทําให้ผู้สมัครผู้ใด
ไม่ได้รับเลือก ต้องระวางโทษจําคุก ตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น ผู้สมัครใดยินยอมให้กรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือผู้ดํารงตําแหน่งอื่นใดในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาท ถึงสองแสนบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น

“อันนี้ละครับ ไม่ต้องแปลไทยเป็นไทย มันชัดยิ่งกว่าชัด เพราะฉะนั้น อย่ามั่วครับ ต้องชัดเจน อย่าสร้างหลักการใหม่ เหมือนจงใจจะช่วยใครครับ” นายสาทิตย์ ระบุ พร้อมติดแฮชแท็ก #แสวงอย่ามั่ว และ #สั่งฟ้องสว