<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:atom="https://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/terms/" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:mi="http://schemas.ingestion.microsoft.com/common/" xmlns:content="https://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dcterms="https://purl.org/dc/terms/" version="2.0"><channel><title>world</title><language>th-TH</language><version>1.23.2</version><link>https://www.matichon.co.th?feed=udgenfeedmsn&amp;slug=world</link><item><title><![CDATA[&#8216;ทรัมป์&#8217; บอก ถึงเวลาที่ยูเครนควรเปลี่ยนตัวประธานาธิบดี โบ้ย &#8216;เซเลนสกี&#8217; ต้นเหตุวิกฤตดีเซล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5928478]]></link><pubDate>2026-10-11T16:23:03+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5928478</guid><description>&amp;#8216;ทรัมป์&amp;#8217; บอก ถึงเวลาที่ยูเครนควรเปลี่ยนตัวประธานาธิบดี โบ้ย &amp;#8216;เซเลนสกี&amp;#8217; ต้นเหตุวิกฤตดีเซล สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&amp;#8216;ทรัมป์&amp;#8217; บอก ถึงเวลาที่ยูเครนควรเปลี่ยนตัวประธานาธิบดี โบ้ย &amp;#8216;เซเลนสกี&amp;#8217; ต้นเหตุวิกฤตดีเซล&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเรียกร้องให้ยูเครน หาผู้นำคนใหม่มาแทน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนปัจจุบัน พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อการที่ยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าว เกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังจากที่ทรัมป์ ประกาศข้อตกลงจัดหาน้ำมันดีเซลให้กับรัสเซีย ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับเซเลนสกี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเซเลนสกี ได้กล่าววิจารณ์ทำเนียบขาวอย่างรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง โดยเชื่อมโยงการที่สหรัฐยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันดีเซลของรัสเซีย เข้ากับการโจมตีของรัสเซียเมื่อวันเสาร์ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย รวมถึงเด็ก 3 ราย ที่เมืองซาโปริสเซีย ของยูเครน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดสงครามอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ต้นปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้ราคาดีเซลทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้กลายเป็นประเด็นปัญหาทางการเมืองสำหรับพรรครีพับลิกันของทรัมป์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งพรรคเดโมแครตฝ่ายตรงข้าม อาจก้าวขึ้นมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา หรือทั้งสองสภาได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทรัมป์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว ว่า &amp;#8220;ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ยูเครนควรจะมีประธานาธิบดีคนใหม่&amp;#8221; โดยให้เหตุผลว่า เซเลนสกี เป็นผู้ทำให้เกิดผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดีเซลทั่วโลก จากการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย และว่า &amp;#8220;เขาต้องการสร้างปัญหาให้กับเกษตรกรและผู้เลี้ยงสัตว์ของเราในเรื่องน้ำมันดีเซล เพราะรัสเซียเป็นผู้จัดหาน้ำมันดีเซลรายใหญ่ของโลก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ก่อนหน้าการกล่าวของทรัมป์ ในวันเดียวกัน เซเลนสกี ได้กล่าวว่า การที่ทรัมป์ประกาศข้อตกลงเรื่องน้ำมันดีเซลกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เมื่อวันศุกร์นั้น เป็นการเพิ่มความฮึกเหิมให้กับมอสโก ซึ่งทางการเคียฟได้เรียกร้องให้วอชิงตัน กดดันมอสโก ให้เข้าสู่การเจรจาอย่างจริงจัง เพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานาน 4 ปีครึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5928478?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;&amp;#8216;ทรัมป์&amp;#8217; บอก ถึงเวลาที่ยูเครนควรเปลี่ยนตัวประธานาธิบดี โบ้ย &amp;#8216;เซเลนสกี&amp;#8217; ต้นเหตุวิกฤตดีเซล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>‘ทรัมป์’ บอก ถึงเวลาที่ยูเครนควรเปลี่ยนตัวประธานาธิบดี โบ้ย ‘เซเลนสกี’ ต้นเหตุวิกฤตดีเซล</dc:alternative><dc:abstract>‘ทรัมป์’ บอก ถึงเวลาที่ยูเครนควรเปลี่ยนตัวประธานาธิบดี โบ้ย ‘เซเลนสกี’ ต้นเหตุวิกฤตดีเซล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-11T09:29:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-11T09:29:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/UKRAINE-CRISIS-USA-SPENDING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/UKRAINE-CRISIS-USA-SPENDING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/UKRAINE-CRISIS-USA-SPENDING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/UKRAINE-CRISIS-USA-SPENDING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/UKRAINE-CRISIS-USA-SPENDING-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/UKRAINE-CRISIS-USA-SPENDING-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ซาอุฯกร้าว โต้กลับแน่ หลังฮูตีถล่มสนามบินริยาด ดับ 12 เจ็บกว่า 300 ชี้อาชญากรรมสงคราม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5927778]]></link><pubDate>2026-10-11T07:04:49+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5927778</guid><description>ซาอุฯกร้าว โต้กลับแน่ หลังฮูตีถล่มสนามบินริยาด ดับ 12 เจ็บกว่า 300 ชี้อาชญากรรมสงคราม กองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่า กลุ่มฮูตีในเยเมนเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีสนามบินนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาดเม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ซาอุฯกร้าว โต้กลับแน่ หลังฮูตีถล่มสนามบินริยาด ดับ 12 เจ็บกว่า 300 ชี้อาชญากรรมสงคราม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุดีอาระเบียระบุว่า กลุ่มฮูตีในเยเมนเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีสนามบินนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม โดยชี้ว่าการโจมตีสนามบินดังกล่าวถือเป็นอาชญากรรมสงคราม และกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียจะตอบโต้เหตุโจมตีดังกล่าวอย่างเด็ดขาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีสนามบินนานาชาติกรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียครั้งล่าสุดเมื่อวันเสาร์ ดังกล่าว ถือเป็นครั้งที่ 3 ในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 300 คน ขณะที่กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการยกระดับปฏิบัติการโจมตีซาอุดีอาระเบียครั้งสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานการบินพลเรือนซาอุดีอาระเบียระบุว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วยชาวซาอุดีอาระเบีย 4 ราย ชาวบังกลาเทศ 2 ราย และชาวสหรัฐอเมริกา จอร์แดน ปาเลสไตน์ ซีเรีย ซูดาน และอียิปต์ ประเทศละ 1 ราย โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 309 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวที่ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวเปิดเผยว่า โรงพยาบาลต่าง ๆ มีผู้บาดเจ็บถูกนำตัวเข้ารับการรักษาจำนวนมาก ทั้งโดยรถพยาบาลและเฮลิคอปเตอร์ โดยผู้บาดเจ็บบางรายมีอาการสาหัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีเมื่อวันเสาร์เกิดขึ้นโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า และระบบเตือนภัยคุกคามของซาอุดีอาระเบียไม่ได้ส่งสัญญาณเตือนใด ๆ ก่อนเกิดเหตุ ส่วนการโจมตีสนามบินนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด 2 ครั้งก่อนหน้านี้ในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่เครื่องบินพาณิชย์ของซาอุดีอาระเบียที่จอดอยู่บนลานจอดเครื่องบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายครั้งในสัปดาห์นี้เผยให้เห็นจุดอ่อนด้านขีดความสามารถในการป้องกันตนเองของซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ซาอุดีอาระเบียกำลังดำเนินปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มฮูตี เพื่อสนับสนุนการทำสงครามภาคพื้นดินของรัฐบาลเยเมนในการต่อสู้กับกลุ่มดังกล่าว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาอุดีอาระเบียและรัฐบาลเยเมนระบุว่า ได้โจมตีเป้าหมายหลายร้อยแห่งในพื้นที่ที่กลุ่มฮูตีควบคุมอยู่ ขณะที่กลุ่มฮูตีกล่าวว่า การโจมตีเหล่านั้นทำให้พลเรือนเสียชีวิต รวมถึงผู้หญิงและเด็ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานการบินพลเรือนซาอุดีอาระเบียระบุว่า เที่ยวบินทั้งหมดถูกเปลี่ยนเส้นทางออกจากกรุงริยาดเมื่อวันเสาร์ และการให้บริการของสนามบินซึ่งรองรับผู้คนในเมืองที่มีประชากรราว 8 ล้านคนต้องหยุดชะงักลงเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หัวหน้าสำนักงานสื่อของกลุ่มฮูตีโพสต์ข้อความบน X หลังเกิดเหตุโจมตีว่า กลุ่มฮูตีได้ปิดสนามบินนานาชาติกรุงริยาดแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มฮูตีระบุว่า สายการบินต่าง ๆ ควรหลีกเลี่ยงน่านฟ้าซาอุดีอาระเบีย โดยประกาศให้น่านฟ้าดังกล่าวเป็นเขตปฏิบัติการทางทหาร หลังจากรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารโจมตีกลุ่มฮูตีเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ตอบคำถามว่าวอชิงตันมีแผนเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีกลุ่มฮูตีของซาอุดีอาระเบียหรือไม่ว่า เราอาจเข้าร่วม เราจะพิจารณาเรื่องนี้ เราเพิ่งทราบเกี่ยวกับการโจมตีครั้งล่าสุด ดังนั้นเราจะตัดสินใจ เราดำเนินการได้อย่างรวดเร็วมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงริยาดระบุว่า สถานทูตรับทราบเกี่ยวกับเหตุโจมตีที่เกิดขึ้น และขอแนะนำอย่างยิ่งให้พลเมืองสหรัฐทุกคนหลีกเลี่ยงสนามบินดังกล่าวรวมถึงพื้นที่โดยรอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เว็บไซต์ติดตามเที่ยวบินไฟลต์เรดาร์ 24 แสดงข้อมูลว่า เที่ยวบินทั้งหมดที่มุ่งหน้าไปยังกรุงริยาดถูกเปลี่ยนเส้นทางหรือยกเลิก โดยในช่วงหนึ่งมีเพียงเฮลิคอปเตอร์ลำเดียวที่บินวนอยู่เหนือสนามบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีของกลุ่มฮูตีเมื่อวันพฤหัสบดีและก่อนหน้านั้นในสัปดาห์นี้ ทำให้สายการบินหลายแห่งตัดสินใจระงับหรือยกเลิกเที่ยวบินไปยังกรุงริยาด ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียจะเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสำคัญด้านพลังงานและการลงทุนหลายรายการในเร็ว ๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้จัดการประชุมดังกล่าวระบุเมื่อวันเสาร์ว่า การประชุมจะยังคงจัดขึ้นตามกำหนดการเดิม พร้อมพยายามสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าร่วมงานเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5927778?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ซาอุฯกร้าว โต้กลับแน่ หลังฮูตีถล่มสนามบินริยาด ดับ 12 เจ็บกว่า 300 ชี้อาชญากรรมสงคราม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ซาอุฯกร้าว โต้กลับแน่ หลังฮูตีถล่มสนามบินริยาด ดับ 12 เจ็บกว่า 300 ชี้อาชญากรรมสงคราม</dc:alternative><dc:abstract>ซาอุฯกร้าว โต้กลับแน่ หลังฮูตีถล่มสนามบินริยาด ดับ 12 เจ็บกว่า 300 ชี้อาชญากรรมสงคราม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-11T00:04:49+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-11T00:04:49+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T170517Z_1387630975_RC24ZNA4231I_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SAUDI-AIRPORT1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T170517Z_1387630975_RC24ZNA4231I_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SAUDI-AIRPORT1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T170517Z_1387630975_RC24ZNA4231I_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SAUDI-AIRPORT1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T170517Z_1387630975_RC24ZNA4231I_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SAUDI-AIRPORT1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T170517Z_1387630975_RC24ZNA4231I_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SAUDI-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T170517Z_1387630975_RC24ZNA4231I_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SAUDI-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อินเดียเดือด! ตร.จับหลายร้อย ม็อบเยาวชน &#8216;แมลงสาบ&#8217; ฮือจี้ประธานกกต.ลาออก ปมทำชื่อโหวตเตอร์หาย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5927505]]></link><pubDate>2026-10-10T18:28:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5927505</guid><description>อินเดียเดือด! ตร.จับหลายร้อย ม็อบเยาวชน &amp;#8216;แมลงสาบ&amp;#8217; ฮือจี้ประธานกกต.ลาออก ปมทำชื่อโหวตเตอร์หาย เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บรรยากาศในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย เต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อินเดียเดือด! ตร.จับหลายร้อย ม็อบเยาวชน &amp;#8216;แมลงสาบ&amp;#8217; ฮือจี้ประธานกกต.ลาออก ปมทำชื่อโหวตเตอร์หาย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บรรยากาศในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย เต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ประท้วงหลายร้อยคน รวมถึงผู้ก่อตั้งขบวนการเยาวชน &amp;#8220;แมลงสาบ&amp;#8221; ซึ่งเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มเยาวชน Gen Z ในอินเดีย ที่ออกมาชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้นายกยาเนช กุมาร ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งของอินเดียลาออกไป เนื่องจากไม่พอใจแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังฝ่ายความมั่นคงอินเดียทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่กึ่งทหารจำนวนหลายพันนายได้ปิดล้อมพื้นที่บางส่วนของเมืองหลวง มีการระงับบริการอินเตอร์เน็ตบนมือถือในย่านธุรกิจใจกลางเมือง ปิดสถานีรถไฟใต้ดินและตลาดหลายแห่ง ในความพยายามขัดขวางการชุมนุมที่จัดโดยขบวนการเยาวชนแมลงสาบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประท้วงครั้งนี้ถูกมุ่งเป้ากดดันไปที่ตัวนายกุมาร ประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง จากความไม่พอใจที่มีการแก้ไขรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งฝ่ายที่วิพากษ์วิจารณ์มองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรมให้กับพรรคภารติยะชนะตะ (BJP)ของนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้วางแผนระดมพลประชาชนหลายพันคนให้มารวมตัวกันที่ย่านจันตาร์มันตาร์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รับอนุญาตให้จัดการประท้วงในใจกลางกรุงเดลีได้ แต่พื้นที่ดังกล่าวกลับถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปิดกั้นไว้ก่อนที่การชุมนุมจะเริ่มต้นขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามยังมีการจัดชุมนุมประท้วงย่อยขึ้นในจุดอื่นๆ ของเมือง รวมถึงที่ตลาดงานฝีมือชื่อดังและอนุสรณ์สถานของมหาตมะ คานธี ผู้นำการเรียกร้องอิสรภาพของชาวอินเดีย โดยผู้ประท้วงต่างตะโกนเรียกร้องให้นายกุมารลาออก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตำรวจได้ตามลากตัวผู้ประท้วงจำนวนมากขึ้นรถบัสเพื่อนำตัวออกไปจากจุดชุมนุม แต่ก็มีผู้ประท้วงกลุ่มใหม่เดินทางมาสมทบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ทางกลุ่มผู้จัดการชุมนุมยังระบุในแถลงการณ์ว่า ตำรวจได้จับกุมตัวนายอภิเจต ดิปเก ผู้ก่อตั้งพรรคแมลงสาบจันตา รวมถึงแกนนำระดับสูงของพรรคในทันทีที่เที่ยวบินของพวกเขาจากนครมุมไบมาถึงกรุงเดลีด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพข่าวทางโทรทัศน์ยังเผยให้เห็นเหตุการณ์ที่นายดิปเกท้าทายให้จับกุมเมื่อเจ้าหน้าที่ตรงปรี่เข้ามาหาเขาบนเครื่องบิน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งกล่าวว่า นี่ไม่ใช่การจับกุม แต่ขอให้ความร่วมมือด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกลุ่มผู้ประท้วงประณามการเข้าจับกุมแกนนำของพวกเขาว่าเป็น &amp;#8220;การควบคุมตัวโดยใช้อำนาจนิยม&amp;#8221; และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวทันที พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าจัดการประท้วงต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าส.ส.พรรคฝ่ายค้านบางส่วน รวมถึงนางมามาตา บาเนอร์จี มุขมนตรีรัฐเบงกอลตะวันตก และนายอาร์วินด์ เกจรีวัล มุขมนตรีกรุงเดลี ถูกควบตัวไปด้วย และยังมีรายงานการควบคุมตัวผู้สื่อข่าว รวมถึงผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประท้วงครั้งนี้ถือเป็นการทดสอบสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งสำหรับโมดี หลังจากมีการกล่าวหาว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งได้แก้ไขรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างไม่ถูกต้องก่อนการเลือกตั้งระดับรัฐจะมีขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประท้วงได้ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว หลังหนังสือพิมพ์อินเดียน เอ็กซ์เพรส รายงานว่ากรรมการการเลือกตั้ง 2 คนได้ตั้งคำถามและไม่เห็นด้วยกับนายกุมารเกี่ยวกับการแก้ไขรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ทำให้ชื่อประมาณ 130 ล้านชื่อ หายไปจากรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในจำนวนนี้รวมถึงผู้ที่ย้ายถิ่นฐาน 63 ล้านคน ผู้ที่ไม่สามารถติดตามตัวได้ 30 ล้านคน และผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว 28 ล้านคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยพรรคฝ่ายค้านระบุว่าการแก้ไขลบทิ้งรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งระดับรัฐในบางพื้นที่ที่พรรค BJP เป็นผู้ชนะและยังสร้างความกังขาต่อกระบวนการเลือกตั้งในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกุมารยังไม่ได้ให้ความเห็นใดๆ ในประเด็นนี้ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งและพรรค BJP ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่ามีการกระทำผิดใดๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พรรค BJP กล่าวว่าความสำเร็จในการเลือกตั้งสะท้อนถึงความนิยมของโมดีและการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดีย และกล่าวหากลับพรรคฝ่ายค้านว่าเผยแพร่ข้อมูลเท็จเพราะพวกเขาไม่สามารถชนะการเลือกตั้งได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คลื่นประท้วงครั้งนี้ยังเป็นความท้าทายครั้งใหม่สำหรับโมดี เพียงไม่กี่เดือนหลังจากที่การประท้วงเรื่องข้อสอบรั่วไหลได้ทำให้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการในรัฐบาลโมดีต้องลาออกไปแล้ว และเหตุประท้วงรุนแรงครั้งนี้ยังเกิดขึ้นก่อนที่การเลือกตั้งระดับรัฐที่สำคัญของอินเดียจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นปี 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5927505?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อินเดียเดือด! ตร.จับหลายร้อย ม็อบเยาวชน &amp;#8216;แมลงสาบ&amp;#8217; ฮือจี้ประธานกกต.ลาออก ปมทำชื่อโหวตเตอร์หาย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อินเดียเดือด! ตร.จับหลายร้อย ม็อบเยาวชน ‘แมลงสาบ’ ฮือจี้ประธานกกต.ลาออก ปมทำชื่อโหวตเตอร์หาย</dc:alternative><dc:abstract>อินเดียเดือด! ตร.จับหลายร้อย ม็อบเยาวชน ‘แมลงสาบ’ ฮือจี้ประธานกกต.ลาออก ปมทำชื่อโหวตเตอร์หาย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-10T14:18:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-10T14:18:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T073352Z_60023750_RC260OAQZIMV_RTRMADP_3_INDIA-POLITICS-GEN-Z.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T073352Z_60023750_RC260OAQZIMV_RTRMADP_3_INDIA-POLITICS-GEN-Z-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T073352Z_60023750_RC260OAQZIMV_RTRMADP_3_INDIA-POLITICS-GEN-Z.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T073352Z_60023750_RC260OAQZIMV_RTRMADP_3_INDIA-POLITICS-GEN-Z-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T101830Z_831270863_RC290OARVNP2_RTRMADP_3_INDIA-POLITICS-GEN-Z.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T101830Z_831270863_RC290OARVNP2_RTRMADP_3_INDIA-POLITICS-GEN-Z-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>501</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>501</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T101833Z_2039068726_RC280OAAW2GX_RTRMADP_3_INDIA-POLITICS-GEN-Z.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T101833Z_2039068726_RC280OAAW2GX_RTRMADP_3_INDIA-POLITICS-GEN-Z-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>491</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>491</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T080257Z_1739915059_RC260OARZ4OC_RTRMADP_3_INDIA-POLITICS-PROTEST.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T080257Z_1739915059_RC260OARZ4OC_RTRMADP_3_INDIA-POLITICS-PROTEST-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>482</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>482</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีหนีวุ่น! เหตุเพดานซูเปอร์มาร์เก็ตถล่ม ทำนักช้อป-พนง.เจ็บอย่างน้อย 38 ราย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5927311]]></link><pubDate>2026-10-10T16:24:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5927311</guid><description>เกาหลีหนีวุ่น! เหตุเพดานซูเปอร์มาร์เก็ตถล่ม ทำนักช้อป-พนง.เจ็บอย่างน้อย 38 ราย เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม สื่อเกาหลีใต้รายงานว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเมืองแดกู ประเทศเกาหลีใต้  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เกาหลีหนีวุ่น! เหตุเพดานซูเปอร์มาร์เก็ตถล่ม ทำนักช้อป-พนง.เจ็บอย่างน้อย 38 ราย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม สื่อเกาหลีใต้รายงานว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในเมืองแดกู ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อฝ้าเพดานของซูเปอร์มาร์เก็ตทรุดตัวถล่มลงมาขณะที่มีพนักงานและผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อข้าวของกันอยู่ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 10.16 ของวันเดียวกันตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 38 ราย ส่วนใหญ่เป็นการบาดเจ็บเล็กน้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยดับเพลิงเมืองแดกูระบุว่า หลังเกิดเหตุเพดานถล่มได้มีการอพยพผู้คนทั้งหมดจำนวน 66 คน ออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งดังกล่าวในทันที โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 38 ราย ในจำนวนนี้ 9 รายต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนที่เหลือมีอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เช่น แผลถลอก แต่ไม่มีผู้ใดมีอาการสาหัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่าเหตุเพดานถล่มเกิดขึ้นบริเวณชั้น 2 ของซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้ที่เป็นอาคารสูง 4 ชั้น ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองแดกู โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เข้าตรวจสอบภายในอาคารหลังจากการอพยพผู้คน แต่ไม่พบว่ามีผู้ใดเสียชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุ คัง ยู-จอง โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ได้สั่งการให้มีการระดมสรรพกำลังอย่างเต็มที่เพื่อดำเนินการกู้ภัยและรับมือกับสถานการณ์ทันทีหลังจากเกิดเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีฮัน ซอง-ซุก ยังได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและความปลอดภัย รวมถึงสำนักงานดับเพลิงแห่งชาติ ระดมเครื่องมือและบุคลากรที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อปฏิบัติการกู้ภัย พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งระบุสถานพยาบาลในละแวกใกล้เคียงที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้และดำเนินการเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บไปยังสถานพยาบาลอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางการเกาหลีใต้ระบุว่าจะดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของเหตุเพดานอาคารถล่มครั้งนี้หลังเสร็จสิ้นภารกิจค้นหา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5927311?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีหนีวุ่น! เหตุเพดานซูเปอร์มาร์เก็ตถล่ม ทำนักช้อป-พนง.เจ็บอย่างน้อย 38 ราย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีหนีวุ่น! เหตุเพดานซูเปอร์มาร์เก็ตถล่ม ทำนักช้อป-พนง.เจ็บอย่างน้อย 38 ราย</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีหนีวุ่น! เหตุเพดานซูเปอร์มาร์เก็ตถล่ม ทำนักช้อป-พนง.เจ็บอย่างน้อย 38 ราย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-10T09:24:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-10T09:24:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26283158739861.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26283158739861-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26283158739861.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26283158739861-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26283158739861-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26283158739861-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปลุกรักการอ่าน! ควีนคามิลลา ทรงเผยมุมโปรด ความสุขจากการอ่านหนังสือ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5927231]]></link><pubDate>2026-10-10T15:17:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5927231</guid><description>ปลุกรักการอ่าน! ควีนคามิลลา เผยมุมโปรด ความสุขจากการอ่านหนังสือ สมเด็จพระราชินีคามิลลา พระมเหสีของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงเผยให้เห็นแง่มุมการใช้ชีวิตส่วนพระองค์ ณ พระตำหนักแคลเร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปลุกรักการอ่าน! ควีนคามิลลา เผยมุมโปรด ความสุขจากการอ่านหนังสือ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระราชินีคามิลลา พระมเหสีของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงเผยให้เห็นแง่มุมการใช้ชีวิตส่วนพระองค์ ณ พระตำหนักแคลเรนซ์ เกี่ยวกับนิสัยรักการอ่าน โดยทรงระบุว่าพระองค์และพระสวามีทรงมักใช้เวลาช่วงเย็นไปกับการอ่านหนังสือก่อนมื้ออาหารค่ำ ซึ่งเป็นช่วงเวลาอันเงียบสงบที่มักถูกขัดจังหวะด้วยเสียงพระสรวล(หัวเราะ)ของพระสวามี หรือการหลั่งน้ำพระเนตร(น้ำตา)ของพระองค์เอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เวลาที่ฉันจดจ่ออยู่กับหนังสือ ฉันมักจะได้ยินพระองค์ทรงพระสรวลดังลั่นจากเรื่องอะไรสักอย่าง ซึ่งมันทำให้เสียสมาธิมากทีเดียว หรือไม่จู่ๆ ฉันก็ร้องไห้ออกมาเอง&amp;#8221; สมเด็จพระราชินีคามิลลาทรงเผยถึงช่วงเวลาน่าประทับใจเกี่ยวกับประสบการณ์การอ่านของพระองค์ รวมถึงทรงกล่าวถึงพลังของการอ่านเขียนและหนังสือที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนได้ โดยทรงถ่ายทอดไว้ในสารคดีของบีบีซีเรื่อง The Book That Changed My Life ที่มีกำหนดจะออกอากาศในวันพุธที่ 14 ตุลาคมนี้ ส่วนหนึ่งของการรณรงค์แก้ปัญหานิสัยรักการอ่านที่ลดลงของผู้คนในสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในสารคดีดังกล่าว สมเด็จพระราชินีคามิลลาทรงเผยว่า พระองค์ทรงออกจากโรงเรียนตั้งแต่ยังเยาว์วัย ดังนั้น การอ่านหนังสือจึงเปรียบเสมือนการศึกษาหลักของพระองค์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับผู้คนและวิถีชีวิต&amp;#8221; สมเด็จพระราชินีคามิลลาตรัส และทรงเล่าเพิ่มเติมว่า เมื่อสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ทรงพระสรวลเสียงดัง พระองค์จะทรงทราบได้ทันทีว่าพระสวามีกำลังทรงอ่านหนังสือของ พี.จี. วูดเฮาส์ ผู้สร้างตัวละคร &amp;#8220;จีฟส์และวูสเตอร์&amp;#8221; โดยสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์นั้นทรงโปรดการอ่านแนวชีวประวัติ ในขณะที่พระองค์ทรงชอบนิยายอิงประวัติศาสตร์และนิยายระทึกขวัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระราชินีคามิลลายังทรงกล่าวว่า หนังสือมีส่วนช่วยให้บิดาของพระองค์สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ตกเป็นเชลยศึกในเยอรมนีเป็นเวลากว่า 2 ปีในช่วงต้นทศวรรษ 1940 มาได้ และประสบการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นเรื่องราวที่บิดาของพระองค์นำมาเขียนเป็นหนังสือในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เวลาอ่านหนังสือ เราจะไม่ได้นึกถึงตัวเอง แต่เราสามารถดำดิ่งลงไปในชีวิตของผู้อื่นได้ ซึ่งนั่นช่วยคลายความเครียดได้&amp;#8221; สมเด็จพระราชินีคามิลลาตรัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมเด็จพระราชินีคามิลลา พระชนมายุ 79 พรรษา ทรงเป็นนักอ่านตัวยงมาตลอดพระชนม์ชีพ หลังทรงประสบความสำเร็จกับชมรมหนังสือบนโซเชียลมีเดียที่พระองค์ทรงก่อตั้งขึ้นในช่วงการระบาดใหญ่ พระองค์ทรงได้ก่อตั้งองค์กรการกุศลเพื่อส่งเสริมประโยชน์ของการอ่านเมื่อ 3 ปีก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ข้อมูลจาก National Literacy Trust ระบุว่า ในปีที่ผ่านมา สัดส่วนของเด็กและเยาวชนในสหราชอาณาจักรที่ชื่นชอบการอ่านหนังสือนั้นลดลงต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี ส่งผลให้ขณะนี้ทางองค์กรกำลังร่วมมือกับรัฐบาลและองค์กรการกุศลของสมเด็จพระราชินีคามิลลาในการหาทางแก้ไขสถานการณ์ของปัญหานี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5927231?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปลุกรักการอ่าน! ควีนคามิลลา ทรงเผยมุมโปรด ความสุขจากการอ่านหนังสือ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปลุกรักการอ่าน! ควีนคามิลลา ทรงเผยมุมโปรด ความสุขจากการอ่านหนังสือ</dc:alternative><dc:abstract>ปลุกรักการอ่าน! ควีนคามิลลา ทรงเผยมุมโปรด ความสุขจากการอ่านหนังสือ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-10T08:17:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-10T08:17:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-09T230005Z_1695455966_RC2VBKA15VC9_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-CAMILLA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-09T230005Z_1695455966_RC2VBKA15VC9_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-CAMILLA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-09T230005Z_1695455966_RC2VBKA15VC9_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-CAMILLA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-09T230005Z_1695455966_RC2VBKA15VC9_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-CAMILLA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-09T230017Z_482789413_RC2DWHAVCDTI_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-CAMILLA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-09T230017Z_482789413_RC2DWHAVCDTI_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-CAMILLA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-09T230005Z_1695455966_RC2VBKA15VC9_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-CAMILLA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-09T230005Z_1695455966_RC2VBKA15VC9_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-CAMILLA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐ ประกาศคว่ำบาตร ศาลอาญาโลก เจอ ICC-หลายชาติจวกกลับ บ่อนทำลายหลักนิติธรรม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5927005]]></link><pubDate>2026-10-10T12:00:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5927005</guid><description>สหรัฐ ประกาศคว่ำบาตร ศาลอาญาโลก เจอ ICC-หลายชาติจวกกลับ บ่อนทำลายหลักนิติธรรม รัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ(ICC) ซึ่งถือเป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สหรัฐ ประกาศคว่ำบาตร ศาลอาญาโลก เจอ ICC-หลายชาติจวกกลับ บ่อนทำลายหลักนิติธรรม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ(ICC) ซึ่งถือเป็นการเร่งความพยายามอย่างจริงจังในการบ่อนทำลายสถาบันที่รัฐบาลทรัมป์มองว่าเป็นองค์กรนอกรีต โดยการประกาศคว่ำบาตรดังกล่าวเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนาวี พิไล ผู้เคยเป็นอดีตผู้พิพากษาของ ICC คว้ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่ทรัมป์แสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าอยากได้ เป็นผู้คว้ารางวัลทรงเกียรตินี้ไปครอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศศหรัฐ กล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรที่ประกาศล่าสุดนี้ ซึ่งรวมถึงการห้ามหน่วยงานของสหรัฐทำธุรกรรมกับ ICC นั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องอธิปไตยของสหรัฐ พร้อมทั้งกล่าวหาว่า ICC มีความพยายามที่จะดำเนินคดีกับชาวอเมริกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้สหรัฐได้ดำเนินการคว่ำบาตรผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ของ ICC ไปแล้ว 17 คน แต่ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เป็นการคว่ำบาตรตัวศาลในฐานะองค์กร โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายขีดความสามารถในการดำเนินงานด้านการเงินของศาล ICC โดยมาตรการคว่ำบาตร ICC ของสหรัฐดังกล่าว ยังรวมถึงการห้ามบริษัทสหรัฐจัดหาสินค้าหรือบริการให้กับ ICC เช่น การบริการภาคธนาคารหรือซอฟต์แวร์ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สหรัฐได้กำหนดระยะเวลาผ่อนผัน 6 เดือน ก่อนที่มาตรการคว่ำบาตรบางประการจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งหมายความว่ารัฐภาคีสมาชิกของ ICC ยังคงสามารถสนับสนุนงบประมาณสำหรับการดำเนินงานของศาลต่อไปได้ โดยนายรูบิโอระบุว่าการผ่อนผันนี้มีไว้เพื่อให้ประเทศต่างๆ มีเวลาเจรจาหาทางออกเพื่อแก้ไขข้อกังวลของสหรัฐที่มีต่อ ICC&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน ICC ระบุว่าการคว่ำบาตรของสหรัฐถือเป็นการโจมตีหลักนิติธรรมและรากฐานของระเบียบกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายอันโตนีอู กุแตร์เรซ เลขาธิการสหประชาชาติ(ยูเอ็น) กล่าวถึงการตัดสินใจครั้งนี้ของสหรัฐว่าเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ต่อความพยายามร่วมกันของเราในการสร้างความยุติธรรมทางอาญาระหว่างประเทศ ซึ่ง ICC ถือเป็นเสาหลักสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสหราชอาณาจักร ร่วมกับแคนาดา เดนมาร์ก เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ ประสานเสียงยืนยันถึงการให้การสนับสนุน ICC อย่างแน่วแน่และอย่างต่อเนื่องต่อไป อีกทั้งยังแสดงความเสียใจและไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวของสหรัฐ พร้อมกันนี้ชาติเหล่านี้ยังได้ชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ ICC ในการนำตัวผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมระหว่างประเทศร้ายแรงที่สุดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมถึงการให้ความช่วยเหลือแก่เหยื่อผู้เสียหายอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 เพื่อดำเนินคดีอาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ โดยมีประเทศสมาชิก 125 ประเทศ ทว่าประเทศสำคัญๆ อย่าง สหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน อินเดีย และ อิสราเอล กลับไม่ได้เป็นรัฐภาคีของ ICC แต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะที่รัฐบาลทรัมป์กล่าวหา ICC ว่าถูกควบคุมโดยกลุ่มโลกาภิวัตน์ที่คุกคามอธิปไตยของสหรัฐ นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังไม่พอใจอย่างมากที่ ICC เปิดการสอบสวนการกระทำของทหารสหรัฐในอัฟกานิสถาน และการออกหมายจับเจ้าหน้าที่ระดับสูงอิสราเอลหลายคน รวมถึงนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรของทรัมป์ โดยเนทันยาฮูเองได้ออกมาแสดงความยินดีต่อมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวของสหรัฐ โดยกล่าวสำทับว่า ICC ไม่ใช่ศาล แต่เป็นองค์กรทางการเมืองที่คุกคามประเทศประชาธิปไตยที่เคารพกฎหมาย และ แนวคิดพื้นฐานเรื่องอธิปไตยของชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่อ ICC ไม่ได้ระบุว่าต้องถอนหมายจับเหล่านั้นก่อน สหรัฐจึงจะยกเลิกการคว่ำบาตร แต่รูบิโอกล่าวว่า ทรัมป์จะไม่ยอมให้ ICC ดำเนินคดีกับชาวอเมริกัน โดยกล่าวอีกว่า &amp;#8220;ICC จะยุติการข่มขู่คุกคาม หรือไม่เราก็จะเป็นฝ่ายทำให้ ICC สิ้นสุดลงเอง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5927005?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐ ประกาศคว่ำบาตร ศาลอาญาโลก เจอ ICC-หลายชาติจวกกลับ บ่อนทำลายหลักนิติธรรม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐ ประกาศคว่ำบาตร ศาลอาญาโลก เจอ ICC-หลายชาติจวกกลับ บ่อนทำลายหลักนิติธรรม</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐ ประกาศคว่ำบาตร ศาลอาญาโลก เจอ ICC-หลายชาติจวกกลับ บ่อนทำลายหลักนิติธรรม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-10T05:00:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-10T05:00:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T060027Z_1367355887_RC20XGAUF5NC_RTRMADP_3_NOBEL-PRIZE-PEACE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T060027Z_1367355887_RC20XGAUF5NC_RTRMADP_3_NOBEL-PRIZE-PEACE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T060027Z_1367355887_RC20XGAUF5NC_RTRMADP_3_NOBEL-PRIZE-PEACE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T060027Z_1367355887_RC20XGAUF5NC_RTRMADP_3_NOBEL-PRIZE-PEACE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T060027Z_1367355887_RC20XGAUF5NC_RTRMADP_3_NOBEL-PRIZE-PEACE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T060027Z_1367355887_RC20XGAUF5NC_RTRMADP_3_NOBEL-PRIZE-PEACE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ ตีโพยตีพาย วืดโนเบลสันติภาพ ซัดนอร์เวย์ มีรอยด่างพร้อยลบไม่ออก เหตุไม่มอบรางวัลให้ตัวเอง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5926909]]></link><pubDate>2026-10-10T10:19:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5926909</guid><description>ทรัมป์ ตีโพยตีพาย วืดโนเบลสันติภาพ ซัดนอร์เวย์ มีรอยด่างพร้อยลบไม่ออก เหตุไม่มอบรางวัลให้ตัวเอง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ออกมาโวยวายที่ตนเองไม่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ หลังคณะกร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทรัมป์ ตีโพยตีพาย วืดโนเบลสันติภาพ ซัดนอร์เวย์ มีรอยด่างพร้อยลบไม่ออก เหตุไม่มอบรางวัลให้ตัวเอง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ออกมาโวยวายที่ตนเองไม่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ หลังคณะกรรมการโนเบลแห่งนอร์เวย์ได้ประกาศผลเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมว่า นางนาวี พิไล อดีตข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและเคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอาญาระหว่างประเทศ(ICC) ซึ่งเป็นชาวแอฟริกาใต้เชื้อสายอินเดียทมิฬ เป็นผู้คว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ไปครองจากความพยายามของเธอในการส่งเสริมสันติภาพและกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทรัมป์กล่าวในระหว่างการปราศรัยหาเสียงในเมืองซีราคิวส์ รัฐนิวยอร์กของสหรัฐ หลังการประกาศผลรางวัลในวันเดียวกัน โดยเรียกการตัดสินใจครั้งนี้ของคณะกรรมการโนเบลแห่งนอร์เวย์ว่าเป็นเรื่องอัปยศและน่าอับอาย ซึ่งสร้างความมัวหมองให้กับประเทศนอร์เวย์ ที่เป็นเจ้าภาพคณะกรรมการโนเบล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;นี่คือรอยด่างพร้อยที่ลบไม่ออกของประเทศนอร์เวย์และกลุ่มคนที่ตัดสินใจในเรื่องที่น่าอัปยศและน่าอับอายเช่นนี้&amp;#8221; ทรัมป์กล่าว และว่า “รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพถูกลดทอนความน่าเชื่อถือไปตลอดกาลโดยกลุ่มนักอุดมการณ์หัวรุนแรงเพียงไม่กี่คนที่ต่อต้านประชาธิปไตยและเป็นศัตรูของอารยธรรมอย่างแท้จริง และเราจะไม่ลืมเรื่องนี้ นอร์เวย์”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล้าเรียกนางพิไล ซึ่งเป็นนักกฎหมายและนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ผู้คว้าโนเบลสันติภาพว่าเป็น &amp;#8220;บุคคลลึกลับ&amp;#8221; พร้อมบอกว่า &amp;#8220;ผมไม่เคยได้ยินชื่อบุคคลนี้มาก่อน ไม่มีใครเคยได้ยิน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในแต่ละปีที่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ทรัม์ได้แสดงความผิดหวังอย่างเปิดเผยที่เขาไม่สามารถพิชิตรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพมาครองได้ดั่งใจหวัง โดยทรัมป์มักออกตัวแรงเสมอว่าเขาสมควรเป็นผู้ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติดังกล่าวจากการที่เขาสามารถช่วยยุติความขัดแย้งได้ในหลายพื้นที่หลายภูมิภาคของโลก ตัวอย่างเช่นการอ้างว่าเขาได้ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดสงครามระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้, ญี่ปุ่นกับเกาหลีเหนือ, จีนและไต้หวัน โดยไม่ได้ให้หลักฐานใดๆ รวมถึงการช่วยยุติความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5926909?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ ตีโพยตีพาย วืดโนเบลสันติภาพ ซัดนอร์เวย์ มีรอยด่างพร้อยลบไม่ออก เหตุไม่มอบรางวัลให้ตัวเอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ ตีโพยตีพาย วืดโนเบลสันติภาพ ซัดนอร์เวย์ มีรอยด่างพร้อยลบไม่ออก เหตุไม่มอบรางวัลให้ตัวเอง</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ ตีโพยตีพาย วืดโนเบลสันติภาพ ซัดนอร์เวย์ มีรอยด่างพร้อยลบไม่ออก เหตุไม่มอบรางวัลให้ตัวเอง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-10T06:33:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-10T06:33:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T002301Z_2007537172_RC200OAMYVHK_RTRMADP_3_USA-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T002301Z_2007537172_RC200OAMYVHK_RTRMADP_3_USA-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T002301Z_2007537172_RC200OAMYVHK_RTRMADP_3_USA-TRUMP.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T002301Z_2007537172_RC200OAMYVHK_RTRMADP_3_USA-TRUMP-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T002301Z_2007537172_RC200OAMYVHK_RTRMADP_3_USA-TRUMP-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-10T002301Z_2007537172_RC200OAMYVHK_RTRMADP_3_USA-TRUMP-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต. เผย TIP Report สหรัฐ คงระดับไทยในเทียร์ 2 สะท้อนพัฒนาการปราบค้ามนุษย์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5926841]]></link><pubDate>2026-10-10T07:46:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5926841</guid><description>กต. เผย TIP Report สหรัฐ คงระดับไทยในเทียร์ 2 สะท้อนพัฒนาการปราบค้ามนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 01.00 น. ซึ่งตรงกับวันที่ 8 ตุลาคม ตามเวลาในกรุงวอชิงตัน กระทรวงก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กต. เผย TIP Report สหรัฐ คงระดับไทยในเทียร์ 2 สะท้อนพัฒนาการปราบค้ามนุษย์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 01.00 น. ซึ่งตรงกับวันที่ 8 ตุลาคม ตามเวลาในกรุงวอชิงตัน กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาได้เผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจําปี ค.ศ. 2026 (2026 TIP Report) ซึ่งประเมินสถานการณ์การค้ามนุษย์ใน 188 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก&lt;strong&gt; ซึ่งไทยได้รับการจัดระดับให้อยู่ใน Tier 2 เป็นปีที่ห้าติดต่อกัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานได้สะท้อนพัฒนาการสําคัญที่รัฐบาลไทยและทุกภาคส่วนได้ร่วมกันดําเนินการเพื่อป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในรอบปีที่ผ่านมา อาทิ การเพิ่มงบประมาณสนับสนุนภารกิจและกิจกรรมด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ การดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การช่วยเหลือผู้เสียหายในระยะฟื้นฟูและไตร่ตรอง ความร่วมมือระหว่างประเทศในการส่งกลับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ต่างชาติที่หลบหนีจากศูนย์หลอกลวงออนไลน์ (scam centers) ในประเทศเพื่อนบ้าน และการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติของไทย หน่วยงานทุกภาคส่วนได้ร่วมกันดำเนินการและพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในประเทศไทยตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรม รวมถึงยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการค้ามนุษย์เพื่อบังคับให้กระทำผิดในศูนย์หลอกลวงออนไลน์ ทั้งนี้ ไทยมุ่งมั่นที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง พร้อมทั้งกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามการค้ามนุษย์และอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นผลประโยชน์และเป้าหมายร่วมกันของไทย สหรัฐ และประชาคมระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5926841?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต. เผย TIP Report สหรัฐ คงระดับไทยในเทียร์ 2 สะท้อนพัฒนาการปราบค้ามนุษย์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต. เผย TIP Report สหรัฐ คงระดับไทยในเทียร์ 2 สะท้อนพัฒนาการปราบค้ามนุษย์</dc:alternative><dc:abstract>กต. เผย TIP Report สหรัฐ คงระดับไทยในเทียร์ 2 สะท้อนพัฒนาการปราบค้ามนุษย์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-10T00:47:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-10T00:47:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/tja1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/tja1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/tja1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/tja1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/tja2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/tja2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ดินไหวใหญ่เขย่าปานามา 2 ครั้งซ้อน 7.7-6.6 ไฟดับ ระงับเที่ยวบิน กระทบเรือสินค้าผ่านคลองปานามา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5926833]]></link><pubDate>2026-10-10T07:27:55+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5926833</guid><description>ดินไหวใหญ่เขย่าปานามา 2 ครั้งซ้อน 7.7-6.6 ไฟดับ ระงับเที่ยวบิน กระทบเรือสินค้าผ่านคลองปานามา เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ 2 ครั้งซ้อนในปานามา โดยครั้งแรกรุนแรง 7.7 แมกนิจูด ทางตอนใต้ของประเทศปานามา ตามด้วยแ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ดินไหวใหญ่เขย่าปานามา 2 ครั้งซ้อน 7.7-6.6 ไฟดับ ระงับเที่ยวบิน กระทบเรือสินค้าผ่านคลองปานามา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ 2 ครั้งซ้อนในปานามา โดยครั้งแรกรุนแรง 7.7 แมกนิจูด ทางตอนใต้ของประเทศปานามา ตามด้วยแผ่นดินไหว 6.6 แมกนิจูด เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น สร้างความเสียหายให้แก่อาคารบ้านเรือน ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกล้าง เที่ยวบินต้องยุติการให้บริการ ขณะที่ประชาชนพากันออกมาบนท้องถนน ทั้งยังยังเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกมากกว่า 45 ครั้ง โดยมีหลายครั้งที่วัดขนาดความรุนแรงได้ที่ระดับ 5.8, 5.5 และ 5.2 แมกนิจูดทั้งนี้ แผ่นดินไหวในปานามาถือเป็นเหตุการณ์ที่หาได้ยาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS)&lt;/strong&gt; ระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งแรกเกิดขึ้นที่ความลึก 12.6 กิโลเมตรจากพื้นดิน และประเมินว่าอาจมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพข่าวทางโทรทัศน์เผยให้เห็นผู้สูงอายุหลายคนร้องไห้อยู่บนท้องถนน ขณะที่แรงสั่นสะเทือนจากอาฟเตอร์ช็อกหลายระลอกซึ่งมีความรุนแรงน้อยกว่าแผ่นดินไหวครั้งแรก ยังคงเกิดขึ้นทั่วประเทศ ส่งผลให้อาคารบ้านเรือนใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวพังถล่มลงมา และมีการอพยพผู้คนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้จะมีรายงานว่าคลองปานามาซึ่งอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวประมาณ 203 กิโลเมตร ยังคงเปิดดำเนินการตามปกติ แต่ข้อมูลติดตามการเดินเรือจากระบบเวิร์กสเปซของแอลเอสอีจี ระบุว่า มีเรือประมาณ 90 ลำ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกสินค้าเทกอง เรือบรรทุกน้ำมัน และเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ จอดรออยู่บริเวณทางเข้าทั้งสองด้านของเส้นทางน้ำสำคัญแห่งนี้ เพื่อรอเดินทางผ่านคลองหรือเข้าเทียบท่าตามจุดจอดเรือที่ให้บริการแก่คลังจัดเก็บสินค้าและการขนถ่ายสินค้าระหว่างเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผ่นดินไหวขนาดใหญ่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในปานามา ด้าน USGS ประเมินว่า ความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากแผ่นดินไหวครั้งนี้อาจมีมูลค่าคิดเป็นร้อยละ 1-10 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของปานามา&lt;br /&gt;
บริษัทผู้ให้บริการไฟฟ้าเนเชอร์จีระบุว่า เกิดไฟฟ้าดับใน 6 จังหวัด ขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติโตกูเมน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินสำคัญของภูมิภาค ต้องระงับเที่ยวบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;เนสเตอร์ ลูกเก&lt;/strong&gt; ผู้อำนวยการสถาบันธรณีศาสตร์ของปานามา กล่าวว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากระบบรอยเลื่อนอาซูเอโร-โซนา ซึ่งมีการสะสมแรงดันมาเป็นเวลานาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;มันเป็นระบบรอยเลื่อนที่มีพลัง ซึ่งในบางครั้งเมื่อมีการปลดปล่อยพลังงานในปริมาณมากเช่นนี้ออกมา คลื่นแผ่นดินไหวที่สร้างแรงสั่นสะเทือนได้แผ่กระจายไปทั่วดินแดนของปนานา ทำไมผู้คนจึงรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนได้ในทุกพื้นที่&amp;#8221; ลูกเกระบุ และว่า ในกรุงปานามาซิตี เขานับเวลาที่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนได้ประมาณ 40 วินาที อย่างไรก็ตาม พื้นที่อื่น ๆ อาจเผชิญกับแรงสั่นสะเทือนที่ยาวนานกว่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การจราจรทั่วกรุงปานามาซิตีติดขัด หลังสำนักงานหลายแห่งอนุญาตให้พนักงานเลิกงานก่อนเวลา เนื่องจากยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับสภาพความปลอดภัยและความเสียหายเชิงโครงสร้างที่อาจเกิดขึ้นกับอาคารต่าง ๆ ขณะที่รถไฟฟ้าใต้ดินหยุดให้บริการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักเรียนในเครื่องแบบพากันออกมาบนท้องถนนในย่านใจกลางกรุงปานามาซิตี หลังโรงเรียนทั่วเมืองเลิกเรียนก่อนกำหนด นอกจากนี้ ยังมีการระงับการเรียนการสอนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ใกล้ชุมชนชนบทลาปิตาโลซา ในพื้นที่ที่มีประชากรเบาบางของจังหวัดเอร์เรรา ใกล้ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ขณะที่ผู้สื่อข่าวระบุว่า สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ไกลถึงกรุงซานโฮเซ เมืองหลวงของประเทศคอสตาริกาซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โอมาร์ สมิธ&lt;/strong&gt; หัวหน้าหน่วยงานป้องกันภัยพลเรือนของปานามา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเทเลเมโตร เรปอร์ตา ว่า มีรายงานผลกระทบจากแผ่นดินไหวในเมืองชิเตร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัดเอร์เรรา รวมถึงบริเวณชายฝั่งในจังหวัดลอสซานโตสด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระบบเตือนภัยสึนามิของสหรัฐระบุว่า ภัยคุกคามจากสึนามิที่เกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวบริเวณนอกชายฝั่งปานามาได้ผ่านพ้นไปแล้ว และไม่มีความเสี่ยงจากสึนามิเพิ่มเติมอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปานามามีกำหนดจัดการฝึกซ้อมอพยพทั่วประเทศในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคมนี้ เพื่อทดสอบขีดความสามารถในการรับมือเหตุฉุกเฉินเมื่อเกิดแผ่นดินไหว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เวเนซุเอลาและโคลอมเบียต่างเผชิญกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เช่นกัน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันหลายพันคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5926833?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ดินไหวใหญ่เขย่าปานามา 2 ครั้งซ้อน 7.7-6.6 ไฟดับ ระงับเที่ยวบิน กระทบเรือสินค้าผ่านคลองปานามา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ดินไหวใหญ่เขย่าปานามา 2 ครั้งซ้อน 7.7-6.6 ไฟดับ ระงับเที่ยวบิน กระทบเรือสินค้าผ่านคลองปานามา</dc:alternative><dc:abstract>ดินไหวใหญ่เขย่าปานามา 2 ครั้งซ้อน 7.7-6.6 ไฟดับ ระงับเที่ยวบิน กระทบเรือสินค้าผ่านคลองปานามา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-10T00:27:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-10T00:27:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/panamaaa1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/panamaaa1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/p2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/p2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/p1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/p1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/p3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/p3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/panamaaa1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/panamaaa1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/panamaaa2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/panamaaa2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฝนถล่มเวียดนาม ก่อน้ำท่วม-ดินถล่ม ระดมกำลังพลนับร้อย อพยพ-ช่วยเหลือผู้ประสบภัย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5926433]]></link><pubDate>2026-10-09T17:24:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5926433</guid><description>ฝนถล่มเวียดนาม ก่อน้ำท่วม-ดินถล่ม ระดมกำลังพลนับร้อย อพยพ-ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม เวียดนามกำลังเผชิญฝนตกลงมาอย่างหนักทางตอนกลางของประเทศ ส่งผลให้หลายพื้นที่ของเมืองเว้ ซึ่งเป็นเมืองป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ฝนถล่มเวียดนาม ก่อน้ำท่วม-ดินถล่ม ระดมกำลังพลนับร้อย อพยพ-ช่วยเหลือผู้ประสบภัย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม เวียดนามกำลังเผชิญฝนตกลงมาอย่างหนักทางตอนกลางของประเทศ ส่งผลให้หลายพื้นที่ของเมืองเว้ ซึ่งเป็นเมืองประวัติศาสตร์เกิดน้ำท่วมสูง เพียงหนึ่งวันหลังจากเมืองดานัง เมืองท่าชายฝั่งเผชิญกับน้ำท่วมและดินถล่มซึ่งทางการได้ระดมกำลังทหารและยานเกราะสะเทินน้ำสะเทินบกไว้สำหรับปฏิบัติการกู้ภัยและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงเช้าวันอาทิตย์(11 ต.ค.) โดยทางการได้ออกคำเตือนว่าฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องอาจก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในพื้นที่ภูเขา รวมถึงน้ำท่วมสูงในชุมชนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่เมืองเว้ อดีตเมืองหลวงเก่าและเป็นที่ตั้งของพระราชวังเก่าแก่อายุนับหลายศตวรรษ มีปริมาณน้ำฝนสะสมในช่วง 3 วันที่ผ่านมามากกว่า 800 มิลลิเมตร เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่ม โดยฝนตกหนักที่สุดในพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งและพื้นที่เนินเขาทางตอนใต้ของเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนเมืองดานัง บ้านเรือนและถนนหนทางถูกน้ำท่วมขังมาตั้งแต่วันพฤหัสบดี(8 ต.ค.) โดยระดับน้ำในบางจุดสูงเกินกว่าระดับเอวหรือมากกว่า 1 เมตร ซึ่งทีมกู้ภัยได้เข้าช่วยเหลือในการอพยพเด็กๆ และขนย้ายทรัพย์สินของชาวบ้านไปยังที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อทางการรายงานว่ามีชายรายหนึ่งสูญหายหลังจากเรือที่เขานั่งมาพร้อมกับภรรยาพลิกคว่ำในแม่น้ำเจื่องซางเมื่อช่วงบ่ายวันพุธ ขณะทั้งสองกำลังเดินทางบ้านหลังจากไปเกี่ยวหญ้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองทัพได้ส่งกำลังพลเกือบ 130 นายเข้าไปยังเมืองดานังและมีการจัดตั้งทีมกู้ภัยเพิ่มเติม อีกทั้งมีการเตรียมยานเกราะสะเทินน้ำสะเทินบกไว้พร้อมรับมือหากสถานการณ์เลวร้ายลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังมีรายงานเหตุดินถล่มปิดกั้นถนนหลายเส้นทางบนพื้นที่ภูเขาโดยรอบเมืองดานัง ในหมู่บ้านตราหลิง ซึ่งเป็นชุมชนห่างไกลในที่ราบสูงทางตะวันตกเฉียงใต้ มีดิน หินและต้นไม้ถล่มล้มลงปิดกั้นถนนที่มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง ซึ่งทางการได้เคลียร์เศษซากและเปิดถนนบางส่วนได้แล้ว แต่รายงานระบุว่ายังคงมีโอกาสเกิดดินถล่มเพิ่มเติมได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5926433?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฝนถล่มเวียดนาม ก่อน้ำท่วม-ดินถล่ม ระดมกำลังพลนับร้อย อพยพ-ช่วยเหลือผู้ประสบภัย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฝนถล่มเวียดนาม ก่อน้ำท่วม-ดินถล่ม ระดมกำลังพลนับร้อย อพยพ-ช่วยเหลือผู้ประสบภัย</dc:alternative><dc:abstract>ฝนถล่มเวียดนาม ก่อน้ำท่วม-ดินถล่ม ระดมกำลังพลนับร้อย อพยพ-ช่วยเหลือผู้ประสบภัย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-09T10:24:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-09T10:24:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26282249733590.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26282249733590-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26282249733590.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26282249733590-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26282244930445.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26282244930445-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>546</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>546</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26282249733590-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26282249733590-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่น รับไม่ได้ มอสโก จี้ขอนานาปท. ส่งตัว โทโมโกะ อากาเนะ ปธ.ศาลอาญาโลก ให้รัสเซีย ปมหมายจับปูติน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5925972]]></link><pubDate>2026-10-09T15:06:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5925972</guid><description>ญี่ปุ่น รับไม่ได้ มอสโก จี้ขอนานาปท. ส่งตัว โทโมโกะ อากาเนะ ปธ.ศาลอาญาโลก ให้รัสเซีย ปมหมายจับปูติน เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความไม่พอใจโดยชี้ว่าเป็นการกระทำที่  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่น รับไม่ได้ มอสโก จี้ขอนานาปท. ส่งตัว โทโมโกะ อากาเนะ ปธ.ศาลอาญาโลก ให้รัสเซีย ปมหมายจับปูติน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นแสดงความไม่พอใจโดยชี้ว่าเป็นการกระทำที่ “ไม่มีเหตุผลอันสมควรและยอมรับไม่ได้” กรณีที่สำนักงานอัยการของรัสเซียได้ส่งคำร้องขอไปยังเนเธอร์แลนด์และประเทศต่างๆ ให้ส่งตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูง 9 คนของศาลอาญาระหว่างประเทศ(ICC) รวมถึงนางโทโมโกะ อากาเนะ ประธานศาล ICC ให้แก่ทางการรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในระหว่างแถลงข่าวที่กรุงโตเกียว นายมาซานาโอะ โอซากิ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวของรัสเซียนั้นไม่มีเหตุผลอันสมควรและเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ทั้งกล่าวด้วยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นจะดำเนินการตอบโต้อย่างเหมาะสม ซึ่งรวมถึงการยื่นข้อทักท้วงเพิ่มเติมต่อรัสเซียและการรักษาการติดต่อสื่อสารกับ ICC และรัฐภาคีอื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่าทีตอบโต้ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อวันพฤหัสบดี(8 ต.ค.) สำนักงานอัยการสูงสุดของรัสเซียได้ส่งคำร้องไปยังทางการเนเธอร์แลนด์และประเทศอื่นๆ เพื่อให้ส่งมอบเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ICC รวม 9 คน ที่รวมถึงนางอากาเนะ ประธาน ICC ให้แก่ทางการรัสเซีย เนื่องจากบุคคลดังกล่าวทั้งหมดถูกศาลรัสเซียตัดสินว่ากระทำความผิดในการพิจารณาคดีลับหลังจำเลยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การดำเนินคดีเอาผิดของศาลรัสเซียกับเจ้าหน้าที่ระดับสูง 9 คนของ ICC รวมถึงประธาน ICC ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นด้วยนั้น มีขึ้นเพื่อตอบโต้ที่ในปี 2023 ICC ได้ทำการออกหมายจับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย รวมอยู่ในผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรับผิดชอบต่อการเนรเทศและการส่งเด็กโดยมิชอบด้วยกฎหมายจากพื้นที่ที่ถูกยึดครองในยูเครนไปยังรัสเซียในระหว่างการทำสงครามรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบของรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้คำขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ ICC เกิดขึ้นในขณะที่ ICC ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสหรัฐอเมริกา ชาติพันธมิตรของญี่ปุ่น โดยรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศคว่ำบาตรผู้นำระดับสูงของ ICC รวมถึงประธานอากาเนะเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อเร็วๆ นี้ว่า เธอและทรัมป์ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมากรณีของ ICC ในระหว่างการพบปะกันนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติเมื่อเดือนกันยายน แต่ไม่ได้มีการให้รายละเอียดใดๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5925972?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่น รับไม่ได้ มอสโก จี้ขอนานาปท. ส่งตัว โทโมโกะ อากาเนะ ปธ.ศาลอาญาโลก ให้รัสเซีย ปมหมายจับปูติน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่น รับไม่ได้ มอสโก จี้ขอนานาปท. ส่งตัว โทโมโกะ อากาเนะ ปธ.ศาลอาญาโลก ให้รัสเซีย ปมหมายจับปูติน</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่น รับไม่ได้ มอสโก จี้ขอนานาปท. ส่งตัว โทโมโกะ อากาเนะ ปธ.ศาลอาญาโลก ให้รัสเซีย ปมหมายจับปูติน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-09T08:06:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-09T08:06:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-09-145521.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-09-145521-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-09-145521.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-09-145521-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-09-145521-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-09-145521-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยังจมหมอกควันพิษ! มาเลเซีย สั่งปิดรร.หลายรัฐ สิงคโปร์ ค่ามลพิษพุ่งทำนิวไฮ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5925595]]></link><pubDate>2026-10-09T12:34:52+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5925595</guid><description>ยังจมหมอกควันพิษ! มาเลเซีย สั่งปิดรร.หลายรัฐ สิงคโปร์ ค่ามลพิษพุ่งทำนิวไฮ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม กระทรวงศึกษาธิการของมาเลเซียได้ประกาศปิดโรงเรียนในหลายรัฐ รวมถึงในเมืองหลวงและศูนย์บริหารราชการของประเทศใ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยังจมหมอกควันพิษ! มาเลเซีย สั่งปิดรร.หลายรัฐ สิงคโปร์ ค่ามลพิษพุ่งทำนิวไฮ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม กระทรวงศึกษาธิการของมาเลเซียได้ประกาศปิดโรงเรียนในหลายรัฐ รวมถึงในเมืองหลวงและศูนย์บริหารราชการของประเทศในวันนี้ หลังจากหมอกควันจากเหตุไฟป่าในอินโดนีเซียยังคงก่อผลกระทบให้ระดับมลพิษทางอากาศในประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์พุ่งสูงขึ้นจนอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางฟัดห์ลินา ซีเดก รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาของมาเลซีย โพสต์แจ้งสถานการณ์หมอกควันพิษบนบัญชีเฟซบุ๊กเมื่อช่วงดึกคืนวันพฤหัสบดี(8 ต.ค.)ว่า พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันไฟป่า ได้แก่ รัฐยะโฮร์, มะละกา, เนเกรี เซมบิลัน และสลังงอร์ รวมถึงกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเป็นเมืองหลวง และเมืองปุตราจายา (Putrajaya) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารของประเทศ นอกจากนี้โรงเรียนในเขตพื้นที่รอมปินของรัฐปาหังที่ได้รับผลกระทบด้วยก็จะปิดทำการเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐมนตรีกระทรวงศึกษามาเลเซียระบุเพิ่มเติมว่าได้กำชับให้สำนักงานศึกษาธิการในทุกรัฐและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งติดตามสถานการณ์หมอกควันอย่างต่อเนื่องและดำเนินการในทันทีหากสถานการณ์จำเป็นต้องมีการจัดการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อมูลของรัฐบาลมาเลเซียระบุว่าในช่วงเช้าวันศุกร์(9 ต.ค.)นี้ คุณภาพอากาศในพื้นที่ 37 แห่งของประเทศ มีค่าดัชนีมลพิษทางอากาศ (API) อยู่ในระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับค่า API ของมาเลเซีย ที่จัดระดับคุณภาพอากาศว่า “ไม่ดีต่อสุขภาพ” มีช่วงค่าอยู่ที่ 101-200 , ระดับที่ “ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก” อยู่ที่ 201-300 และ ค่าสูงเกินกว่า 300 จัดเป็นระดับที่ “อันตราย”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้อินโดนีเซียกำลังประสบปัญหาในการควบคุมไฟป่าและไฟเผาพื้นที่การเกษตรในหลายจังหวัด ส่งผลให้เกิดหมอกควันไฟหนาทึบปกคลุมและแผ่กระจายมายังประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ จนทำให้ประสบปัญหาคุณภาพอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดี(8 ต.ค.)ที่ผ่านมา นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่า ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย เห็นพ้องที่จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อจัดการกับปัญหาหมอกควัน โดยมาเลเซียพร้อมให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ตนยังได้ขอให้รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียผลักดันให้มีการประชุมรัฐมนตรีกลุ่มอาเซียนเพื่อประสานงานการรับมือในระดับภูมิภาคและสนับสนุนความพยายามของอินโดนีเซียในการจัดการกับปัญหาหมอกควันต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้มีรายงานว่าสถานการณ์หมอกควันจากไฟป่าอินโดนีเซีย ยังส่งผลให้คุณภาพอากาศในสิงคโปร์เมื่อวันที่ 9 ตุลาคมยังคงแย่ลง โดยพื้นที่ตอนกลางของประเทศได้รับผลกระทบหนักที่สุด ซึ่งดัชนีมาตรฐานมลพิษ(PSI) ของสิงคโปร์ เฉลี่ยในช่วง 24 ชั่วโมงในพื้นที่ดังกล่าวพุ่งขึ้นแตะระดับ 181 เมื่อช่วงเที่ยงวัน ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดใหม่ของปี 2026 ขณะที่ค่าความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 รายชั่วโมงอยู่ที่ระดับ 151 ซึ่งจัดอยู่ในเกณฑ์ &amp;#8220;สูง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยค่า PSI ในทั้ง 5 ภูมิภาคของสิงคโปร์ยังคงอยู่ในระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพเป็นส่วนใหญ่ตลอดวันที่ 8 และ 9 ตุลาคม โดยมีบางพื้นที่ที่ค่าลดลงมาอยู่ในระดับปานกลางในช่วงเวลาระหว่าง 18.00 น. ของวันที่ 8 ตุลาคม ถึง 01.00 น. ของวันที่ 9 ตุลาคม แต่ตั้งแต่เวลา 02.00 น. เป็นต้นมา ค่าที่วัดได้ในทุกภูมิภาคได้กลับมาอยู่ในระดับที่ไม่ดีต่อสุขภาพอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5925595?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยังจมหมอกควันพิษ! มาเลเซีย สั่งปิดรร.หลายรัฐ สิงคโปร์ ค่ามลพิษพุ่งทำนิวไฮ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยังจมหมอกควันพิษ! มาเลเซีย สั่งปิดรร.หลายรัฐ สิงคโปร์ ค่ามลพิษพุ่งทำนิวไฮ</dc:alternative><dc:abstract>ยังจมหมอกควันพิษ! มาเลเซีย สั่งปิดรร.หลายรัฐ สิงคโปร์ ค่ามลพิษพุ่งทำนิวไฮ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-09T05:34:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-09T05:34:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-09T030105Z_1517367415_RC2EZNARAVDH_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-MALAYSIA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-09T030105Z_1517367415_RC2EZNARAVDH_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-MALAYSIA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-09T030105Z_1517367415_RC2EZNARAVDH_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-MALAYSIA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-09T030105Z_1517367415_RC2EZNARAVDH_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-MALAYSIA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-09T030105Z_1517367415_RC2EZNARAVDH_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-MALAYSIA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-09T030105Z_1517367415_RC2EZNARAVDH_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-MALAYSIA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ถึงบ้านแล้ว ถือป้ายรอรับ ลูกเรือ USS Abraham Lincoln หลังเดินทางยาวนาน 11 เดือน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5925596]]></link><pubDate>2026-10-09T12:34:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5925596</guid><description>ถึงบ้านแล้ว เรือรบ USS Abraham Lincoln เทียบท่าแคลิฟอร์เนีย ครอบครัวถือป้ายรอรับลูกเรือ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม รอยเตอร์ รายงานว่า เรือยูเอสเอสอับราฮัมลินคอล์น เดินทางถึงประเทศสหรัฐแล้วเรียบร้อย ที่ฐานทั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;ถึงบ้านแล้ว เรือรบ USS Abraham Lincoln เทียบท่าแคลิฟอร์เนีย ครอบครัวถือป้ายรอรับลูกเรือ&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม รอยเตอร์ รายงานว่า &lt;strong&gt;เรือยูเอสเอสอับราฮัมลินคอล์น&lt;/strong&gt; เดินทางถึงประเทศสหรัฐแล้วเรียบร้อย ที่ฐานทัพเรือโคโรนาโด ในซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย หลังจากออกปฏิบัติการยาวนานหลายร้อยวัน โดยมีครอบครัวมายืนถือป้ายต้อนรับกลับบ้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระหว่างที่เรืออับราฮัม ลินคอล์น เดินทางไปปฏิบัติภารกิจนั้น มีรายงานว่ามีทหารพยายามฆ่าตัวตายถึง 8 ครั้ง ตลอดการประจำการของเรือลำนี้ รวมถึงการประจำการต่อเนื่องนานเกิน 260 วันโดยไม่แวะท่าเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น สิ้นสุดภารกิจประจำการบนเรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือที่ยาวนานเป็นอันดับสองนับตั้งแต่สงครามเวียดนาม ซึ่งเดินทางออกจากซานดิเอโกเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2025 ปฏิบัติภารกิจเป็นเวลา 322 วัน โดยสร้างสถิติเป็นเรือที่อยู่กลางทะเลโดยไม่แวะจอดท่าเรือติดต่อกันนานที่สุด 265 วัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บนเรือมีทหารเรือและนาวิกโยธินประมาณ 5,000 นาย ในจำนวนนี้มีคุณพ่อมือใหม่ 122 คน รวมถึงคนหนึ่งที่ได้รับการทักทายด้วยคำว่า &lt;strong&gt;“สวัสดี คุณพ่อกลับบ้านแล้ว”&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางไปยังดาดฟ้าเรือ และกล่าวชื่นชมความเข้มแข็งของลูกเรือตลอดภารกิจ ทั้งยังเปิดเผยผลงานว่าได้ารจมเรือรบอิหร่าน 64 ลำ ทำลายขีปนาวุธต่อต้านเรือ 21 ลูก ปฏิบัติภารกิจรบ 3,693 ครั้ง ยิงขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นดินโทมาฮอว์ก 450 ลูก และยิงกระสุนใส่ประเทศอิหร่านเป็นจำนวน 1.37 ล้านปอนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5925596?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ถึงบ้านแล้ว ถือป้ายรอรับ ลูกเรือ USS Abraham Lincoln หลังเดินทางยาวนาน 11 เดือน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ถึงบ้านแล้ว ถือป้ายรอรับ ลูกเรือ USS Abraham Lincoln หลังเดินทางยาวนาน 11 เดือน</dc:alternative><dc:abstract>ถึงบ้านแล้ว ถือป้ายรอรับ ลูกเรือ USS Abraham Lincoln หลังเดินทางยาวนาน 11 เดือน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-09T05:34:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-09T05:34:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/85638561.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/85638561-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T190345Z_487918366_RC26ZNAC8Z9T_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T190345Z_487918366_RC26ZNAC8Z9T_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T191933Z_1026164276_RC26ZNAWMIUF_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T191933Z_1026164276_RC26ZNAWMIUF_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T193106Z_1398486489_RC26ZNAKGDQY_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T193106Z_1398486489_RC26ZNAKGDQY_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T210503Z_962855659_RC28ZNA2VSZR_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T210503Z_962855659_RC28ZNA2VSZR_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T210547Z_736015312_RC28ZNADK9Y9_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T210547Z_736015312_RC28ZNADK9Y9_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>801</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>801</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T211126Z_1631064294_RC29ZNAQ9Q4P_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T211126Z_1631064294_RC29ZNAQ9Q4P_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T220348Z_1455628176_RC29ZNAZYNYM_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T220348Z_1455628176_RC29ZNAZYNYM_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>851</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>851</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T185021Z_1457319051_RC26ZNAXSDPV_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T185021Z_1457319051_RC26ZNAXSDPV_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T190345Z_487918366_RC26ZNAC8Z9T_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T190345Z_487918366_RC26ZNAC8Z9T_RTRMADP_3_USA-MILITARY-CONDITIONS-USS-LINCOLN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/85638561.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/85638561-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/547045.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/547045-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกัน เตรียมไลฟ์สดครั้งแรก ยิงเป้าประหารมือยิง 13 ศพ ชี้เป็นนักโทษรายแรก ที่กองทัพยิงเป้าในรอบ 81 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5925435]]></link><pubDate>2026-10-09T11:47:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5925435</guid><description>มะกัน เตรียมไลฟ์สดครั้งแรก ยิงเป้าประหารมือยิง 13 ศพ ชี้นักโทษรายแรกรอบ 81 ปี ที่กองทัพสั่งยิงเป้า เพนตากอน หรือ กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมว่า จะทำการถ่ายทอดสดการประหารชี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มะกัน เตรียมไลฟ์สดครั้งแรก ยิงเป้าประหารมือยิง 13 ศพ ชี้นักโทษรายแรกรอบ 81 ปี ที่กองทัพสั่งยิงเป้า&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เพนตากอน หรือ กระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมว่า จะทำการถ่ายทอดสดการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าต่อนายนีดัล ฮาซัน อดีตจิตแพทย์ประจำกองทัพบกสหรัฐ มือปืนก่อเหตุกราดยิง 13 ศพที่ฐานทัพฟอร์ตฮูดในปีค.ศ.2009 ในช่วงต้นเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งจะนับเป็นการไลฟ์สดการประหารชีวิตนักโทษต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกเนื่องจากยังไม่เคยมีมาก่อนในสหรัฐ และนายฮาซันยังจะเป็นนักโทษที่ถูกกองทัพสหรัฐประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าเป็นรายแรกในรอบ 81 ปี หรือนับตั้งแต่ปีค.ศ.1945 เป็นต้นมาด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า การยิงเป้าประหารชีวิตนักโทษรายนี้กำหนดจะมีขึ้นในวันที่ 3 ธันวาคม ที่ฐานทัพฟอร์ตฮูด ในรัฐเท็กซัส ที่นายฮาซันลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนพกติดเลเซอร์กราดยิงเข้าใส่สถานพยาบาลในฐานทัพดังกล่าวในปึค.ศ.2009&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เพนตากอนรายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า จะมีการถ่ายทอดสดการยิงเป้าประหารชีวิตดังกล่าว ซึ่งรายละเอียดจะมีการเปิดเผยตามมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ซึ่งสนับสนุนการยิงเป้ามือยิง 13 ศพรายนี้ ได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ยืนยันถึงแผนการที่จะถ่ายทอดสดการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้านักโทษรายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาเขาได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Human Events Daily ว่าการตัดสินใจประหารชีวิตนายฮาซันด้วยการยิงเป้า ซึ่งจะมีขึ้นที่ฐานทัพฟอร์ตฮูดในวันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม เวลา 13.00 น. อันเป็นช่วงเวลา วันและสถานที่ที่ใกล้เคียงกับเหตุการณ์กราดยิงเมื่อปี 2009 นั้น เป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ง่ายมาก โดยเราจะทำให้มั่นใจว่าประชาชนสามารถรับชมได้ มันเป็นสิ่งที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะประชาชนจำเป็นจะต้องเข้าใจว่าการกระทำในลักษณะนี้จะมีผลลัพธ์ร้ายแรงที่ตามมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามว่า นายฮาซัน นักโทษประหารรายนี้ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 56 ปี ได้มีการยื่นคำขอสุดท้ายอะไรหรือไม่ เฮกเซธตอบว่า “ไม่ต้องสนใจ แล้วเจอกันวันที่ 3 ธันวาคม”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมาสื่อมวลชนเคยพยายามขอให้มีการถ่ายทอดสดการประหารชีวิตนักโทษในสหรัฐผ่านทางโทรทัศน์ แต่ถูกศาลสั่งห้าม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญหลายรายระบุว่าไม่มีประเทศใดที่มีการถ่ายทอดสดหรือไลฟ์สตรีมภาพเหตุการณ์ประหารชีวิตที่เป็นไปตามกฎหมาย ขณะที่ในปัจจุบันการประหารชีวิตในที่สาธารณะถือเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ยากยิ่งในทั่วโลก โดยประเทศที่ยังคงมีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ได้แก่ อิหร่าน และอัฟกานิสถานที่ปกครองโดยกลุ่มทาลิบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เพนตากอนเปิดเผยเมื่อวันจันทร์(5 ต.ค.)ว่า ภายใต้กฎหมายสหรัฐ ประธานาธิบดีสหรัฐจะต้องเป็นผู้อนุมัติการยิงเป้าประหารชีวิตนักโทษ ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้อนุมัติการลงโทษดังกล่าวตามคำเสนอแนะของนายเฮกเซธแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทำเนียบขาวปฏิเสธที่จะระบุว่าทรัมป์สนับสนุนให้มีการถ่ายทอดสดการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าหรือไม่ โดยปัดให้นักข่าวไปสอบถามกระทรวงกลาโหมแทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน Death Penalty Action ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวคัดค้านการลงโทษประหารชีวิตระบุว่าการประหารชีวิตนายฮาซันจะเป็นการประหารชีวิตโดยกองทัพสหรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปีค.ศ.1961 ขณะที่ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลโทษประหารชีวิต (Death Penalty Information Center) ระบุว่าการประหารชีวิตโดยกองทัพสหรัฐเมื่อปีค.ศ. 1961 นั้นใช้วิธีการแขวนคอ แต่การลงโทษประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าโดยกองทัพสหรัฐครั้งสุดท้ายที่มีการบันทึกไว้เกิดขึ้นในปีค.ศ.1945&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีความเห็นจากยูจีน ฟิเดลล์ ทนายความ นักเขียนและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทหาร ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเยล กล่าวว่า คงเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่สุด หากมีการถ่ายทอดสดการประหารชีวิตดังกล่าว แม้การประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าจะมีประวัติศาสตร์ยาวนานในกฎหมายทหารของสหรัฐ แต่เท่าที่ทราบการถ่ายทอดสดหรือการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ขณะดำเนินการประหารชีวิตนั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทว่าหากนายฮาซันไม่ต้องการให้มีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ขณะที่เขาเสียชีวิตสู่สาธารณะ เขาจำเป็นต้องยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้คณะลูกขุนศาลทหารของกองทัพสหรัฐได้มีคำตัดสินประหารชีวิตนายฮาซันในเดือนสิงหาคมปี 2013 หลังจากพบว่าเขามีความผิดในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนรวมทั้งสิ้น 45 กระทง จากการก่อเหตุกราดยิงที่ฐานทัพฟอร์ตฮูด โดยเหตุกราดยิงดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่นายฮาซันจะต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในอัฟกานิสถาน หลังก่อเหตุเขาถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสจนเป็นอัมพาตบางส่วน ผลจากการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงระหว่างการเข้าจับกุม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ข่าวการจะไลฟ์สดการประหารชีวิตนายฮาซันด้วยการยิงเป้ายังเกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในสหรัฐเกี่ยวกับโทษประหารชีวิต หลังเกิดการประหารชีวิตที่ผิดพลาดต่อ คริสตา ไพก์ นักโทษหญิงวัย 50 ปีในรัฐเทนเนสซี โดยมีการฉีดสารพิษเข้าร่างถึง 2 โดส แต่ไม่ได้ทำให้เธอเสียชีวิตแต่อย่างใด แต่กลับทำให้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสซึ่งยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5925435?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกัน เตรียมไลฟ์สดครั้งแรก ยิงเป้าประหารมือยิง 13 ศพ ชี้เป็นนักโทษรายแรก ที่กองทัพยิงเป้าในรอบ 81 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกัน เตรียมไลฟ์สดครั้งแรก ยิงเป้าประหารมือยิง 13 ศพ ชี้เป็นนักโทษรายแรก ที่กองทัพยิงเป้าในรอบ 81 ปี</dc:alternative><dc:abstract>มะกัน เตรียมไลฟ์สดครั้งแรก ยิงเป้าประหารมือยิง 13 ศพ ชี้เป็นนักโทษรายแรก ที่กองทัพยิงเป้าในรอบ 81 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-09T04:47:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-09T04:47:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-18T155041Z_1888227381_RC2RLNA0ZT7Y_RTRMADP_3_USA-DEFENSE-POWS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-18T155041Z_1888227381_RC2RLNA0ZT7Y_RTRMADP_3_USA-DEFENSE-POWS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-18T155041Z_1888227381_RC2RLNA0ZT7Y_RTRMADP_3_USA-DEFENSE-POWS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-18T155041Z_1888227381_RC2RLNA0ZT7Y_RTRMADP_3_USA-DEFENSE-POWS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-18T155041Z_1888227381_RC2RLNA0ZT7Y_RTRMADP_3_USA-DEFENSE-POWS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-18T155041Z_1888227381_RC2RLNA0ZT7Y_RTRMADP_3_USA-DEFENSE-POWS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T224203Z_1000406204_RC2AZNAL7AXR_RTRMADP_3_USA-MILITARY-EXECUTION-LIVESTREAM.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T224203Z_1000406204_RC2AZNAL7AXR_RTRMADP_3_USA-MILITARY-EXECUTION-LIVESTREAM-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[&#8216;แอนน์ คาร์สัน&#8217; นักเขียนแคนาดา คว้าโนเบลวรรณกรรม ประจำปี 2026]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5924800]]></link><pubDate>2026-10-08T18:18:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5924800</guid><description>&amp;#8216;แอนน์ คาร์สัน&amp;#8217; นักเขียนแคนาดา คว้าโนเบลวรรณกรรม ประจำปี 2026 สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม การประกาศผลรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ประจำปี 2026 ตกเป็นของ แอนน์ คาร์สัน กวีและนักเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&amp;#8216;แอนน์ คาร์สัน&amp;#8217; นักเขียนแคนาดา คว้าโนเบลวรรณกรรม ประจำปี 2026&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม การประกาศผลรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ประจำปี 2026 ตกเป็นของ แอนน์ คาร์สัน กวีและนักเขียนชาวแคนาดา ผู้ผสมผสานความคลาสสิกและความทันสมัยเข้าด้วยกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยคณะกรรมการโนเบลระบุว่า คาร์สัน ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม จากผลงานอันกล้าหาญและเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งได้สร้างรูปแบบใหม่ๆ ให้แก่วรรณกรรมร่วมสมัย ผ่านการสนทนาเชิงหยอกล้อกับขนบวรรณกรรมคลาสสิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิงกริด คาร์ลเบิร์ก เลขาธิการถาวรของราชบัณฑิตยสถานสวีเดน กล่าวว่า ขณะที่ทางสถาบันติดต่อเพื่อแจ้งข่าวการได้รับรางวัลนั้น คาร์สันกำลังอยู่ที่ประเทศไอซ์แลนด์และกำลัง &amp;#8220;ฟังเสียงลม&amp;#8221; อยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ คาร์สัน ซึ่งเกิดที่นครโทรอนโต ประเทศแคนาดา มักนำประเด็นและเรื่องราวจากวรรณกรรมกรีกและโรมันโบราณมาใช้ในผลงานของเธอ โดยมักผสมผสานองค์ประกอบของบทกวี งานเขียนเชิงเรียงความ และเรื่องแต่งเข้าด้วยกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลงานหนังสือของเธอได้แก่ &amp;#8220;Eros the Bittersweet&amp;#8221; ซึ่งสำรวจแง่มุมของความสุขและความเจ็บปวดจากความปรารถนาในวรรณกรรมกรีกโบราณ, นวนิยายคำกลอนเรื่อง &amp;#8220;Autobiography of Red&amp;#8221;, หนังสือรวมบทกวีและร้อยแก้วเรื่อง &amp;#8220;Men in the Off Hours&amp;#8221; (ซึ่งได้รับรางวัล Griffin Prize สาขากวีนิพนธ์ของแคนาดาในปี 2001) และ &amp;#8220;Norma Jeane Baker of Troy&amp;#8221; ซึ่งเปรียบเทียบเรื่องราวของมาริลิน มอนโร กับเฮเลนแห่งทรอย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประกาศรางวัลนี้จัดขึ้นโดยราชบัณฑิตยสถานสวีเดน ณ กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปีที่แล้ว ลาสโล คราสนาฮอร์ไค นักเขียนชาวฮังการี เจ้าของผลงานนวนิยายแนวเหนือจริงและแหวกขนบที่ผสมผสานมุมมองโลกอันหม่นหมองเข้ากับอารมณ์ขันอันเจ็บแสบ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม จากผลงานที่คณะกรรมการระบุว่าเป็นการเชิดชูพลังแห่งศิลปะท่ามกลาง &amp;#8220;ความน่าสะพรึงกลัวดั่งวันสิ้นโลก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคมนี้ จะมีการประกาศผลรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ส่วนรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์จะประกาศในวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เงินรางวัลในปีนี้อยู่ที่ 12 ล้านโครนาสวีเดน (ประมาณ 40 ล้านบาท) ไม่ว่าจะเป็นรางวัลสำหรับบุคคล กลุ่มผู้ได้รับรางวัลขนาดเล็ก หรือองค์กรก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5924800?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;&amp;#8216;แอนน์ คาร์สัน&amp;#8217; นักเขียนแคนาดา คว้าโนเบลวรรณกรรม ประจำปี 2026&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>‘แอนน์ คาร์สัน’ นักเขียนแคนาดา คว้าโนเบลวรรณกรรม ประจำปี 2026</dc:alternative><dc:abstract>‘แอนน์ คาร์สัน’ นักเขียนแคนาดา คว้าโนเบลวรรณกรรม ประจำปี 2026</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-08T12:24:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-08T12:24:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/anne-carson22.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/anne-carson22-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/nobel11.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/nobel11-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/nobel1122.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/nobel1122-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/anne-carson22.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/anne-carson22-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/anne-carson2233.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/anne-carson2233-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ingrid.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ingrid-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สลด! นางงามบราซิล วัย 22 ถูกฟ้าผ่าดับ ขณะนั่งหวีผมให้หลานในสวนหลังบ้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5924715]]></link><pubDate>2026-10-08T17:41:44+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5924715</guid><description>สลด! นางงามบราซิล วัย 22 ถูกฟ้าผ่าดับ ขณะนั่งหวีผมให้หลานในสวนหลังบ้าน เดลีเมล์ สื่ออังกฤษรายงานว่า เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดในวงการความงามแดนแซมบ้าเมื่อมีรายงานว่า อนา บีทริซ อาราอูโจ เฟร์เรรา นางงามบราซ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สลด! นางงามบราซิล วัย 22 ถูกฟ้าผ่าดับ ขณะนั่งหวีผมให้หลานในสวนหลังบ้าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เดลีเมล์ สื่ออังกฤษรายงานว่า เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดในวงการความงามแดนแซมบ้าเมื่อมีรายงานว่า อนา บีทริซ อาราอูโจ เฟร์เรรา นางงามบราซิลและเป็นคุณแม่ยังสาว วัย 22 ปี ได้เสียชีวิตลงหลังจากถูกฟ้าผ่าลงร่างอย่างไม่คาดฝัน ขณะเธอนั่งหวีผมให้หลานสาวอยู่ในสวนบ้านแม่ของเธอ ในเมืองอัลมาส ประเทศบราซิล เมื่อวันเสาร์(3 ต.ค.)ที่ผ่านมา ในขณะที่กำลังเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เซซาร์ ออกุสโต พี่ชายของเธอเล่าให้สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น บราซิล ฟังว่าวันเกิดเหตุท้องฟ้ามืดครึ้มและมีเพียงฝนตกปรอยๆ เท่านั้น ขณะที่ลานา เลติเซีย ผู้เป็นน้องสาวเล่าว่า อนา ผู้มีชื่อเล่นว่า “อานินญา” กำลังนั่งหวีผมให้หลานสาวของเธอซึ่งเป็นลูกสาวของพี่ชาย แล้วจู่ๆ ก็มีฟ้าผ่าลงมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุทางครอบครัวได้รีบนำตัวเธอส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงในเมืองอัลมาสเป็นการด่วน แต่สุดท้ายเธอได้เสียชีวิตลงจากอาการบาดเจ็บดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พี่ชายของอนายังเล่าถึงภาพจำเกี่ยวกับน้องสาวที่เป็นนางงามโรเดโอผู้นี้ว่า เธอเป็นหญิงสาวที่มีจิตใจงดงามชอบช่วยเหลือผู้อื่นด้วยวิธีเรียบง่าย เธอจากไปในขณะที่ได้ทำสิ่งที่เธอรักที่สุด นั่นคือ การแสดงความรักผ่านสิ่งเรียบง่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีเอ็นเอ็น บราซิลรายงานว่า อนา จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Unopar โดยเธอต้องแบ่งเวลาจากการเรียนสาขากายภาพบำบัดมาดูแลลูกชายยังเล็กของเธอที่ชื่อ หลุยส์ เฮนริเก ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อไม่นานมานี้อนาเพิ่งได้รับตำแหน่ง “ราชินีโรดิโอ” (Queen of the Rodeo) จากงาน ExpoAlmas ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าด้านเกษตรและปศุสัตว์ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในภาคกลางของบราซิล โดยทาง ExpoAlmas ยังได้แสดงความเสียใจกับทางครอบครัวของอนาจากการสูญเสียสมาชิกผู้เป็นที่รักในครอบครัวด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5924715?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สลด! นางงามบราซิล วัย 22 ถูกฟ้าผ่าดับ ขณะนั่งหวีผมให้หลานในสวนหลังบ้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สลด! นางงามบราซิล วัย 22 ถูกฟ้าผ่าดับ ขณะนั่งหวีผมให้หลานในสวนหลังบ้าน</dc:alternative><dc:abstract>สลด! นางงามบราซิล วัย 22 ถูกฟ้าผ่าดับ ขณะนั่งหวีผมให้หลานในสวนหลังบ้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-08T10:41:44+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-08T10:41:44+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/MORRE-RAINHA-RODEIO11.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/MORRE-RAINHA-RODEIO11-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/MORRE-RAINHA-RODEIO11.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/MORRE-RAINHA-RODEIO11-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/MORRE-RAINHA-RODEIO11999.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/MORRE-RAINHA-RODEIO11999-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นายกฯโปแลนด์เรียกประชุมด่วน หลังเกิดเหตุรุนแรงในโรงเรียน 2 วันติด เสียชีวิต 1 บาดเจ็บนับสิบ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5924665]]></link><pubDate>2026-10-08T17:15:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5924665</guid><description>นายกฯโปแลนด์เรียกประชุมด่วน หลังเกิดเหตุรุนแรงในโรงเรียน 2 วันติด เสียชีวิต 1 บาดเจ็บนับสิบ สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เกิดเหตุสลดขึ้นที่โปแลนด์ 2 วันติด หลังจากอดีตนักเรียนวัย 15 ปี ก่อเหตุทำร้ายผู้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นายกฯโปแลนด์เรียกประชุมด่วน หลังเกิดเหตุรุนแรงในโรงเรียน 2 วันติด เสียชีวิต 1 บาดเจ็บนับสิบ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เกิดเหตุสลดขึ้นที่โปแลนด์ 2 วันติด หลังจากอดีตนักเรียนวัย 15 ปี ก่อเหตุทำร้ายผู้คน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย ที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ก่อนหน้านี้ 1 วัน เพิ่งเกิดเหตุวัยรุ่นชายวัย 19 ปี ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนทำให้มีผู้บาดเจ็บ 10 ราย รวมทั้งผู้ก่อเหตุเอง ที่โรงเรียนอีกแห่งหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการโปแลนด์ ระบุว่า หญิงวัย 37 ปี ซึ่งทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลอาคารสถานที่ เสียชีวิตจากเหตุโจมตีดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นที่หมู่บ้านเลสซิดอล-โนวินี ในเขตวิชกอฟ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงวอร์วอ โดยคาทาร์ซีนา คูซาร์สกา โฆษกตำรวจ กล่าวกับสถานีโทรทัศน์เอกชน TVN24 ว่า หญิงรายนี้เป็นคนแรกที่ถูกทำร้ายด้วยของมีคม หลังจากครูใหญ่ได้ยินเสียงกรีดร้อง และพยายามเข้าควบคุมผู้ก่อเหตุ โดยได้รับความช่วยเหลือจากครูอีกคนหนึ่ง ซึ่งทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที คาโรลินา กาเล็ตสกา โฆษกกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า ผู้บาดเจ็บทั้งสองรายไม่มีอาการสาหัสถึงแก่ชีวิต และว่า ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตนักเรียนของโรงเรียนประถมแห่งนี้ และปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนอาชีวศึกษา ในขณะที่ยังไม่ทราบเหตุจูงใจในการก่อเหตุ โดยผู้ก่อเหตุพกมีดมาด้วย 3 เล่ม และได้ลงมือทำร้ายเจ้าหน้าที่ดูแลอาคารบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาลโปแลนด์ เปิดเผยว่า นายโดนัลด์ ทัสก์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ ได้เรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือเกี่ยวกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายมาร์ชิน เคียร์วินสกี รัฐมนตรีมหาดไทยกล่าวว่า อีกเหตุการณ์หนึ่งที่เมืองเชียร์ปตส์ ทางตอนกลางค่อนไปทางเหนือของโปแลนด์เมื่อวันพุธ (7 ต.ค.) ตำรวจได้ควบคุมตัววัยรุ่นชายวัย 17 ปีรายหนึ่ง ซึ่งเคยพูดถึงแผนการที่จะก่อเหตุ &amp;#8220;อันตรายบางอย่าง&amp;#8221; ภายในโรงเรียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;บรรดาครูได้แจ้งตำรวจ ซึ่งได้เข้าแทรกแซงและพบมีด 2 เล่มในครอบครองของเขา&amp;#8221; เคียร์วินสกีกล่าวในการแถลงข่าว และว่า &amp;#8220;ข้อมูลที่กู้คืนได้จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เผยให้เห็นการค้นหาข้อมูลทางออนไลน์เกี่ยวกับวิธีการก่อเหตุรุนแรงในลักษณะดังกล่าว&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเหตุการณ์เมื่อวันพุธ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 ราย จากเหตุใช้มีดทำร้ายร่างกายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองออสโตรเลกา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของโปแลนด์ โดยตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยวัย 19 ปี ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน ได้ในเวลาไม่นานหลังจากเกิดเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5924665?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นายกฯโปแลนด์เรียกประชุมด่วน หลังเกิดเหตุรุนแรงในโรงเรียน 2 วันติด เสียชีวิต 1 บาดเจ็บนับสิบ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นายกฯโปแลนด์เรียกประชุมด่วน หลังเกิดเหตุรุนแรงในโรงเรียน 2 วันติด เสียชีวิต 1 บาดเจ็บนับสิบ</dc:alternative><dc:abstract>นายกฯโปแลนด์เรียกประชุมด่วน หลังเกิดเหตุรุนแรงในโรงเรียน 2 วันติด เสียชีวิต 1 บาดเจ็บนับสิบ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-08T10:17:18+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-08T10:17:18+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2CYNAGBTFT_RTRMADP_3_POLAND-ATTACK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2CYNAGBTFT_RTRMADP_3_POLAND-ATTACK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2CYNAGBTFT_RTRMADP_3_POLAND-ATTACK.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2CYNAGBTFT_RTRMADP_3_POLAND-ATTACK-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2CYNAGBTFT_RTRMADP_3_POLAND-ATTACK22.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2CYNAGBTFT_RTRMADP_3_POLAND-ATTACK22-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนประกาศส่ง ซง หลี่ จนท.ผู้มากประสบการณ์ด้านสธ.-รับมือวิกฤตระบาดใหญ่ ชิงเก้าอี้ผอ. WHO]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5924607]]></link><pubDate>2026-10-08T17:05:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5924607</guid><description>จีนประกาศส่ง ซง หลี่ จนท.ผู้มากประสบการณ์ด้านสธ.-รับมือวิกฤตระบาดใหญ่ ชิงเก้าอี้ผอ. WHO เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ทางการจีนประกาศแล้วในการเสนอชื่อ ซง หลี่ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านสาธารณสุขผู้มากประสบการณ์ขอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีนประกาศส่ง ซง หลี่ จนท.ผู้มากประสบการณ์ด้านสธ.-รับมือวิกฤตระบาดใหญ่ ชิงเก้าอี้ผอ. WHO&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ทางการจีนประกาศแล้วในการเสนอชื่อ ซง หลี่ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านสาธารณสุขผู้มากประสบการณ์ของจีน ในการลงสมัครแข่งขันชิงตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก(WHO) คนใหม่ แทนนายเท็ดรอส เกเบรเยซุส ผอ.องค์การอนามัยโลกคนปัจจุบันชาวเอธิโอเปียที่กำลังจะหมดวาระลง ซึ่งเป็นไปตามรายงานข่าวที่มีออกมาก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน ซึ่งแถลงถึงการส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้นำองค์กรเสาหลักด้านสาธารณสุขของโลกแห่งนี้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หากได้รับเลือก จีนเชื่อมั่นว่านางซ่งจะช่วยส่งเสริมให้ WHO มีบทบาทเชิงรุกมากยิ่งขึ้นในการยกระดับสุขภาพและสุขภาวะที่ดีขึ้นให้กับมนุษยชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“หนทางสู่การพัฒนาด้านสาธารณสุขระดับโลกยังอีกยาวไกล บทบาทของผู้อำนวยการใหญ่ WHO ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้เกิดความก้าวหน้าอย่างมั่นคง” โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าว และว่า การเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมของจีนจะมีส่วนช่วยเสริมสร้างประชาคมโลกที่มีสุขภาวะร่วมกันและแสดงให้เห็นถึงการสนับสนุนอย่างแน่วแน่ของจีนต่อระบบพหุภาคี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางซง เป็นสมาชิกระดับสูงในพรรคคอมมิวนิสต์จีนและเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านสาธารณสุข ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านนโยบายสุขภาพแม่และเด็กและความร่วมมือระหว่างประเทศมานานถึง 20 ปี เธอยังมีบทบาทสำคัญในการตอบสนองรับมือกับวิกฤตสาธารณสุขครั้งใหญ่ระดับชาติ ซึ่งรวมถึงการระบาดของโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง(SARS) โรคไข้หวัด และโรคโควิด-19&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้เธอยังเคยเป็นบรรณาธิการของเอกสารรวบรวมคำถามและคำตอบเกี่ยวกับการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 ในปี 2020 ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อกำหนดมาตรฐานระดับชาติสำหรับการดูแลสุขภาพแม่และเด็กในช่วงสถานการณ์ระบาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ ซง หลี่ เคยลงสมัครชิงตำแหน่งผู้อำนวยการภูมิภาคของสำนักงานประจำภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกของ WHO ในปี 2023 แต่ประสบความล้มเหลว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งของ WHO ให้ความเห็นว่า จีนอาจใช้การส่งผู้สมัครเพื่อเป็นเครื่องมือต่อรองในการเพิ่มอิทธิพลของตนเองภายในองค์การอนามัยโลก โดยมุ่งผลักดันให้มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนเข้ามาดำรงตำแหน่งในองค์กรนี้มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมาจีนพยายามแสวงหาบทบาทและความรับผิดชอบมากขึ้นในหน่วยงานของสหประชาชาติและองค์กรพหุภาคีอื่นๆ ในขณะที่สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับลดบทบาทการมีส่วนร่วมกับยูเอ็นและองค์กรภายใต้ยูเอ็นลง โดยรัฐบาลทรัมป์ได้วิพากษ์วิจารณ์การจัดการตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ระบาดต่างๆ ของ WHO บ่อยครั้งและยังกล่าวหา WHO ว่าเอนเอียงเข้าข้างจีนที่เป็นทรัมป์กล่าวหาว่าเป็นต้นตอจุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ WHO ปฏิเสธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการแข่งขันชิงตำแหน่งผอ.องค์การอนามัยโลกคนใหม่ ทาง WHO จะเปิดเผยรายชื่อผู้ลงสมัครทั้งหมดหลังการประชุมคณะกรรมการภูมิภาคครั้งสุดท้ายที่คาดว่าจะเป็นในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่มีผู้สมัคร 6 ราย ซึ่งเป็นตัวแทนจากซาอุดีอาระเบีย เบลเยียม กาตาร์ บอตสวานา อินโดนีเซีย และสเปน ที่ได้เปิดเผยการลงสมัครผ่านทางเว็บไซต์ของ WHO แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5924607?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนประกาศส่ง ซง หลี่ จนท.ผู้มากประสบการณ์ด้านสธ.-รับมือวิกฤตระบาดใหญ่ ชิงเก้าอี้ผอ. WHO&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนประกาศส่ง ซง หลี่ จนท.ผู้มากประสบการณ์ด้านสธ.-รับมือวิกฤตระบาดใหญ่ ชิงเก้าอี้ผอ. WHO</dc:alternative><dc:abstract>จีนประกาศส่ง ซง หลี่ จนท.ผู้มากประสบการณ์ด้านสธ.-รับมือวิกฤตระบาดใหญ่ ชิงเก้าอี้ผอ. WHO</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-08T10:26:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-08T10:26:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T080016Z_682406113_RC20JCAG4HS5_RTRMADP_3_CHINA-WHO.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T080016Z_682406113_RC20JCAG4HS5_RTRMADP_3_CHINA-WHO-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T080016Z_682406113_RC20JCAG4HS5_RTRMADP_3_CHINA-WHO.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T080016Z_682406113_RC20JCAG4HS5_RTRMADP_3_CHINA-WHO-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T080016Z_682406113_RC20JCAG4HS5_RTRMADP_3_CHINA-WHO-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T080016Z_682406113_RC20JCAG4HS5_RTRMADP_3_CHINA-WHO-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[&#8216;เวสตัน&#8217; ตระกูลทุนใหญ่แคนาดา ทุ่ม 3 แสนล้าน ซื้อกิจการค้าปลีก Boots รวมสาขาในไทย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5924325]]></link><pubDate>2026-10-08T15:37:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5924325</guid><description>&amp;#8216;เวสตัน&amp;#8217; ตระกูลทุนใหญ่แคนาดา ทุ่ม 3 แสนล้าน ซื้อกิจการค้าปลีก Boots รวมสาขาในไทย สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ว่า ตระกูลเวสตัน (Weston) จากประเทศแคนาดา ตกลงที่จะซื้อกิจการ &amp; [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&amp;#8216;เวสตัน&amp;#8217; ตระกูลทุนใหญ่แคนาดา ทุ่ม 3 แสนล้าน ซื้อกิจการค้าปลีก Boots รวมสาขาในไทย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ว่า ตระกูลเวสตัน (Weston) จากประเทศแคนาดา ตกลงที่จะซื้อกิจการ &amp;#8220;บูทส์&amp;#8221; (Boots) จากไซคามอร์ พาร์ทเนอร์ส และ ครอบครัวเพสสินา ด้วยมูลค่าตามข้อตกลง 8,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 3 แสนล้านบาท โดยให้คำมั่นว่าจะลงทุนปรับปรุงร้านค้าและระบบออนไลน์ของบูทส์ รวมถึงขยายบริการด้านสุขภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิตทิงตัน อินเวสต์เมนต์ส ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งของตระกูลเวสตัน ระบุว่า จะเข้าซื้อกิจการของกิจการค้าปลีกของบูทส์ ในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ , Boots Opticians, No7 Beauty Company รวมถึงธุรกิจในประเทศไทย และธุรกิจแฟรนไชส์ของบูทส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กาเลน เวสตัน ประธานของวิตทิงตัน กล่าวว่า บูทส์ ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ยืนหยัดมาอย่างยาวนานที่สุดในอังกฤษ มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจ และมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์&amp;#8221; และว่า &amp;#8220;เรามองเห็นโอกาสสำคัญที่จะพัฒนาธุรกิจที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยวิสตัน ประธานของวิตทิงตัน จะก้าวขึ้นมารับตำแหน่งประธานของบูทส์ ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองนอตทิงแฮม ตอนกลางของอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันบูทส์มีร้านค้ากว่า 1,800 แห่ง และมีการจ้างงานพนักงานกว่า 50,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า กลุ่มทุนเอกชน อย่าง ไซคามอร์ ซึ่งร่วมมือกับ เพสสินา และครอบครัว จะยังคงเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนๆของ The Boots Group ได้แก่ Farmacias Benavides และ Alliance Healthcare Deutschland&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มเวสตัน เป็นเจ้าของ Loblaw ซึ่งเป็นธุรกิจร้านขายของชำในแคนาดา และ Shoppers Drug Mart ธุรกิจร้านขายยา สุขภาพ และความงาม ที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา อีกทั้งยังเคยเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้า Selfridges ในลอนดอนในช่วงปี 2003 ถึง 2021&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนครอบครัวเวสตัน ในฝั่งอังกฤษนั้น เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Associated British Foods ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Primark&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า วิตทิงตัน จับมือกับ แฟร์แฟ็กซ์ ไฟแนนเชียล โฮลดิ้ง ที่มีฐานดำเนินงานในนครโทรอนโต ประเทศแคนาดา เพื่อเดินหน้าตามข้อตกลงนี้ โดยที่วิตทิงตัน จะเป็นผู้มีอำนาจควบคุมการดำเนินงานหลัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัทระบุว่า วิตทิงตัน มีแผนที่จะลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดจุดแข็งและศักยภาพของบูทส์ ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงร้านค้า การยกระดับประสบการณ์การใช้งานผ่านช่องทางออนไลน์ และการสนับสนุนการขยายบริการด้านสุขภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยคาดว่าข้อตกลงการซื้อกิจการบูทส์ดังกล่าวจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสแรกของปี 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5924325?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;&amp;#8216;เวสตัน&amp;#8217; ตระกูลทุนใหญ่แคนาดา ทุ่ม 3 แสนล้าน ซื้อกิจการค้าปลีก Boots รวมสาขาในไทย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>‘เวสตัน’ ตระกูลทุนใหญ่แคนาดา ทุ่ม 3 แสนล้าน ซื้อกิจการค้าปลีก Boots รวมสาขาในไทย</dc:alternative><dc:abstract>‘เวสตัน’ ตระกูลทุนใหญ่แคนาดา ทุ่ม 3 แสนล้าน ซื้อกิจการค้าปลีก Boots รวมสาขาในไทย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-08T08:40:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-08T08:40:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/boots11222333.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/boots11222333-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/boots11222333.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/boots11222333-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/boots11222333777.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/boots11222333777-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อุตุฯโลกชี้ ปรากฏการณ์เอลนีโญ จ่อทวีความรุนแรงขึ้น แถมอยู่ยาวถึงก.พ.ปีหน้า]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5924226]]></link><pubDate>2026-10-08T15:07:06+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5924226</guid><description>อุตุฯโลกชี้ ปรากฏการณ์เอลนีโญ จ่อทวีความรุนแรงขึ้น แถมอยู่ยาวถึง ก.พ.ปีหน้า องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสภาพอากาศขององค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุในรายงานสภาพภูมิอากาศประจำเดือน เผ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อุตุฯโลกชี้ ปรากฏการณ์เอลนีโญ จ่อทวีความรุนแรงขึ้น แถมอยู่ยาวถึง ก.พ.ปีหน้า&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านสภาพอากาศขององค์การสหประชาชาติ (UN) ระบุในรายงานสภาพภูมิอากาศประจำเดือน เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้จะทวีความรุนแรงขึ้นก่อนจะถึงจุดสูงสุดในเดือนธันวาคม และมีความเป็นไปได้เกือบ 100% ที่จะยังคงอยู่ต่อไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า โดยคาดว่าอุณหภูมิบนผิวน้ำทะเลจะพุ่งสูงขึ้นทุบสถิติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“การคาดการณ์ของ WMO ชี้ว่ามีความเป็นไปได้ถึงเกือบ 100% ที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะคงอยู่ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2027 ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี ค.ศ.1950 เป็นต้นมา” เซเลสเต ซาอูโล เลขาธิการใหญ่ของ WMO ระบุในถ้อยแถลงที่ออกมาพร้อมกับรายงานดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานของ WMO ระบุคาดการณ์ว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในพื้นที่ตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนซึ่งเป็นศูนย์กลางของปรากฏการณ์เอลนีโญ จะพุ่งสูงกว่าระดับปกติถึง 3.7 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยการคาดการณ์อุณหภูมิที่ผิดปกตินี้สูงกว่าสถิติเดิมที่ 2.6 องศาเซลเซียส เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 2015 ถึงเดือนมกราคม 2016 อย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปรากฏการณ์เอลนีโญคือช่วงที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นตามวัฏจักรธรรมชาติ ที่เรียกว่า El Niño-Southern Oscillation ซึ่งเป็นรูปแบบสภาพอากาศที่มีอิทธิพลต่อสภาพอากาศทั่วโลกที่มักส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงขึ้นและมีผลต่อรูปแบบการเกิดฝนในพื้นที่วงกว้าง โดยอาจก่อให้เกิดภัยแล้งในบางพื้นที่และมีฝนตกหนักในอีกหลายพื้นที่ โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นทุกๆ 2-7 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ข้อมูลจากสำนักงานบริการการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ โคเปอร์นิคัส (C3S) ของสหภาพยุโรป ระบุว่าอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 16.96 องศาเซลเซียส ซึ่งเท่ากับสถิติของเดือนกรกฎาคมปี 2023 ที่เป็นเดือนที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา นักวิจัยจาก Climate Impact Lab แห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์ &amp;#8220;ซุปเปอร์เอลนีโญ&amp;#8221; ในปีนี้ อาจส่งผลให้มีอัตราการเสียชีวิตสูงเกินปกติในทั่วโลกสูงถึง 451,000 ราย ในช่วงระหว่างเดือนมิถุนายนปีนี้จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5924226?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อุตุฯโลกชี้ ปรากฏการณ์เอลนีโญ จ่อทวีความรุนแรงขึ้น แถมอยู่ยาวถึงก.พ.ปีหน้า&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อุตุฯโลกชี้ ปรากฏการณ์เอลนีโญ จ่อทวีความรุนแรงขึ้น แถมอยู่ยาวถึงก.พ.ปีหน้า</dc:alternative><dc:abstract>อุตุฯโลกชี้ ปรากฏการณ์เอลนีโญ จ่อทวีความรุนแรงขึ้น แถมอยู่ยาวถึงก.พ.ปีหน้า</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-08T08:35:05+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-08T08:35:05+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T043919Z_348897141_RC2HANA8UW0L_RTRMADP_3_EL-SALVADOR-WEATHER-EMERGENCY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T043919Z_348897141_RC2HANA8UW0L_RTRMADP_3_EL-SALVADOR-WEATHER-EMERGENCY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T043919Z_348897141_RC2HANA8UW0L_RTRMADP_3_EL-SALVADOR-WEATHER-EMERGENCY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T043919Z_348897141_RC2HANA8UW0L_RTRMADP_3_EL-SALVADOR-WEATHER-EMERGENCY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T043919Z_348897141_RC2HANA8UW0L_RTRMADP_3_EL-SALVADOR-WEATHER-EMERGENCY-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-08T043919Z_348897141_RC2HANA8UW0L_RTRMADP_3_EL-SALVADOR-WEATHER-EMERGENCY-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ชื่นมื่น! &#8216;อันวาร์&#8217; ต้อนรับ &#8216;มิน ออง ไลง์&#8217; ประกาศทำทุกทางเพื่อให้เมียนมากลับมามีส่วนร่วมในอาเซียน ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5924135]]></link><pubDate>2026-10-08T14:26:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5924135</guid><description>ชื่นมื่น! &amp;#8216;อันวาร์&amp;#8217; ต้อนรับ &amp;#8216;มิน ออง ไลง์&amp;#8217; ประกาศทำทุกทางเพื่อให้เมียนมากลับมามีส่วนร่วมในอาเซียน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ชื่นมื่น! &amp;#8216;อันวาร์&amp;#8217; ต้อนรับ &amp;#8216;มิน ออง ไลง์&amp;#8217; ประกาศทำทุกทางเพื่อให้เมียนมากลับมามีส่วนร่วมในอาเซียน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แถลงข่าวหลังการหารือร่วมกับ พล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ที่เดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ โดยอันวาร์ กล่าวว่า รัฐบาลมาเลเซีย จะทำทุกวิถีทางที่เป็นไปได้ เพื่อให้แน่ใจว่า เมียนมาจะกลับเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียนอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอันวาร์ ยังได้ให้คำมั่นที่จะทำงานร่วมกับเมียนมารวมถึงการส่งกลับชาวเมียนมาหลายพันคนออกจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง จากองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และกลุ่มสิทธิมนุษยชน ที่มีความเป็นห่วงกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากสงครามกลางเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ในเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอันวาร์ ยอมรับว่า เขามีความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับกระบวนการทางประชาธิปไตยในเมียนมา แต่ก็ต้องเคารพในความแตกต่าง พร้อมเสริมว่า พล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ ได้แสดงท่าทีพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ โดยอันวาร์ กล่าวว่า ในส่วนของมาเลเซียนั้น จะทำทุกวิถีทางที่เป็นไปได้เพื่อให้มั่นใจว่า เราจะยกระดับความร่วมมือนี้ และท้ายที่สุดคือการดึงเมียนมาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมของเรา โดยปราศจากอคติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของอาเซียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ อันวาร์ ยังได้แสดงความขอบคุณพล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ ที่ตอบรับการรับตัวชาวเมียนมาจำนวน 10,493 คนกลับจากประเทศมาเลเซียจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ มาเลเซีย ระบุว่า ไม่สามารถรับผู้ลี้ภัยจากเมียนมาได้อีกต่อไป โดยให้เหตุผลว่า กลุ่มคนเหล่านี้กลายเป็นภาระทางการเงินและมีความเสี่ยงด้านความมั่นคง มาเลเซียไม่ได้เป็นภาคีในอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติ และปฏิบัติต่อผู้แสวงหาที่ลี้ภัยในฐานะผู้อพยพผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มาเลเซีย ได้ส่งตัวชาวเมียนมาราว 1,500 คน กลับประเทศ ด้วยเรือของกองทัพเรือเมียนมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งกลับครั้งใหญ่ที่อาจส่งผลให้มีการเนรเทศผู้คนมากถึง 5,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน พล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ กล่าวในการแถลงข่าวเดียวกันว่า พลเมืองเมียนมาที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์กักกันตรวจคนเข้าเมืองของมาเลเซีย จะถูกนำตัวกลับประเทศโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ และเนื่องจากสภาพอากาศในขณะนี้เอื้ออำนวยแล้ว ทางการเมียนมาจะส่งเรือของกองทัพเรือไปรับคนเหล่านี้กลับประเทศ โดยจะยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการต่อมาเลเซียเพื่อขออนุญาตดำเนินการส่งกลับดังกล่าว และยังได้บอกว่า ได้เชิญนายอันวาร์เยือนประเทศเมียนมา เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทั้งอันวาร์และ มิน ออง ไลง์ ไม่ได้ระบุว่า การหารือของทั้งสองนั้น มีเรื่องแผนการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวมุสลิมโรฮีนจาอยู่ด้วยหรือไม่ โดยชาวโรฮีนจาจำนวนมากได้หลบหนีออกจากเมียนมา ภายหลังจกาการปราบปรามอย่างรุนแรงโดยกองทัพในรัฐยะไข่ เมื่อปี 2017 ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นประเด็นในคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ไอซีเจ (ICJ)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนมาเลเซีย เป็นเวลา 2 วัน เพื่อแสวงการยอมรับในระดับสากลมากขึ้น หลังจากก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เนื่องจากการเลือกตั้งที่ถูกชาติตะวันตกและกลุ่มสิทธิมนุษยชนวิจารณ์อย่างหนักว่า เป็นเพียงการจัดฉาก โดยเมียนมาตกอยู่ในภาวะวุ่นวายมาตั้งแต่ปี 2021 เมื่อพล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ นำการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งลุกลามไปทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยพล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเมียนมาคนอื่นๆ ถูกห้ามเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามแผนสันติภาพที่อาเซียนเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหลังเกิดการรัฐประหาร อย่างไรก็ตาม ประเทศสมาชิกบางแห่งพยายามที่จะรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเมียนมา โดยนับตั้งแต่ พล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ ขึ้นเป็นผู้นำประเทศ ได้มีการเดินทางเยือนหลายประเทศในอาเซียน ได้แก่ ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5924135?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ชื่นมื่น! &amp;#8216;อันวาร์&amp;#8217; ต้อนรับ &amp;#8216;มิน ออง ไลง์&amp;#8217; ประกาศทำทุกทางเพื่อให้เมียนมากลับมามีส่วนร่วมในอาเซียน &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ชื่นมื่น! ‘อันวาร์’ ต้อนรับ ‘มิน ออง ไลง์’ ประกาศทำทุกทางเพื่อให้เมียนมากลับมามีส่วนร่วมในอาเซียน </dc:alternative><dc:abstract>ชื่นมื่น! ‘อันวาร์’ ต้อนรับ ‘มิน ออง ไลง์’ ประกาศทำทุกทางเพื่อให้เมียนมากลับมามีส่วนร่วมในอาเซียน </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-08T07:26:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-08T07:26:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/anwar111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/anwar111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/anwar111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/anwar111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/anwar111222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/anwar111222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ ปิ๊งไอเดีย เนรมิตสนามกอล์ฟตัวเอง เป็นที่พักผ่อนของปธน.สหรัฐ เหมือนแคมป์เดวิด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5923961]]></link><pubDate>2026-10-08T13:50:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5923961</guid><description>ทรัมป์ ปิ๊งไอเดีย เนรมิตสนามกอล์ฟตัวเอง เป็นที่พักผ่อนของปธน.สหรัฐ เหมือนแคมป์เดวิด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กล่าวเมื่อวันพุธ(7 ต.ค.)ว่า เขาต้องการพัฒนาสนามกอล์ฟส่วนตัวของเขาในเมืองเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทรัมป์ ปิ๊งไอเดีย เนรมิตสนามกอล์ฟตัวเอง เป็นที่พักผ่อนของปธน.สหรัฐ เหมือนแคมป์เดวิด&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กล่าวเมื่อวันพุธ(7 ต.ค.)ว่า เขาต้องการพัฒนาสนามกอล์ฟส่วนตัวของเขาในเมืองเวสต์ปาล์มบีช มลรัฐฟลอริดา ให้เป็นสถานที่พักผ่อนอย่างเป็นทางการสำหรับประธานาธิบดีสหรัฐ เสมือนเป็น “แคมป์เดวิด” อีกแห่งหนึ่งซึ่งมีระบบรักษาความปลอดภัยที่จำเป็นพร้อมรองรับประธานาธิบดีและต้อนรับผู้นำระดับโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“มันเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมและน่าจะมีการใช้งานบ่อยครั้ง” ทรัมป์กล่าวและว่า ดูเหมือนประธานาธิบดีทุกคนจะเล่นกอล์ฟกันทั้งนั้น พร้อมกันนี้ทรัมป์ยังระบุว่าแนวคิดนี้มาจากหน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อเสนอในการเนรมิตสนามกอล์ฟส่วนตัวของทรัมป์ในเวสต์ปาล์มบีชให้เป็นสถานที่พักผ่อนของประธานาธิบดีนั้นจะเป็นการเชื่อมโยงเอาตำแหน่งประธานาธิบดีเข้ากับธุรกิจส่วนตัวของตนเองแม้เขาจะพ้นวาระไปแล้วและเป็นตัวอย่างล่าสุดที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามของทรัมป์ในการจะทิ้งร่องรอยของตนเองไว้ที่เกี่ยวเนื่องกับตำแหน่งประธานาธิบดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่าแผนงานนี้ได้ถูกเสนอต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแล้ว โดยทรัมป์ซึ่งเป็นนักกอล์ฟตัวยง ได้แจกแจงข้อดีของสนามกอล์ฟส่วนตัวแห่งนี้ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักตากอากาศ มาร์อาลาโกของเขาไปไม่ไกลนัก ในระหว่างการร่วมงานในห้องรูปไข่ของทำเนียบขาวเมื่อวันพุธ โดยทรัมป์กล่าวว่าสนามกอล์ฟดังกล่าวอยู่ใกล้กับสนามบินและมีระยะห่างจากบ้านเรือนและตึกสูงที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยพอสมควร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีทรัมป์ไม่ได้เอ่ยถึงเหตุการณ์ที่เขาเคยตกเป็นเป้าของความพยายามลอบสังหารเขาขณะกำลังเล่นกอล์ฟอยู่ที่สนามกอล์ฟนี้ในปี 2024 แต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมาประธานาธิบดีสหรัฐมักใช้ แคมป์เดวิด สถานที่พักผ่อนส่วนตัวของผู้นำสหรัฐตั้งอยู่ในเขตอุทยานคาทอคทิน ในรัฐแมริแลนด์ ในการพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ และยังใช้เป็นสถานที่พบหารือกับผู้นำประเทศต่างๆ อย่างไม่เป็นทางการที่นี่ด้วย ทว่าทรัมป์ได้ใช้เวลาที่แคมป์เดวิดน้อยมาก โดยทรัมป์มักเลือกใช้สถานที่ส่วนตัวของตนเองรวมถึงสนามกอล์ฟในรัฐฟลอริดา, นิวเจอร์ซีย์และเวอร์จิเนียในการพักผ่อนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์มากกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผนการนี้ของทรัมป์ซึ่งเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้คร่ำหวอดในวงการนี้มายาวนานเกิดขึ้นหลังการผลักดันโครงการอื่นๆ เช่น โครงการสร้างห้องบอลรูมที่ทำเนียบขาว การตกแต่งห้องทำงานรูปไข่ด้วยทองคำ การสร้างซุ้มประตูชัย การปรับปรุงศูนย์เคนเนดี การปรับปรุงสระน้ำสะท้อนแสงอนุสรณ์สถานลินคอล์น และการสร้างสนามกอล์ฟขึ้นใหม่ในสวนสาธารณะอีสต์โปโตแมค นอกจากนี้เขายังเริ่มวางแผนสร้างห้องสมุดประธานาธิบดีแห่งอนาคตในตึกระฟ้าแห่งหนึ่งในไมอามีอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ในจดหมายส่งถึงคณะกรรมการเขตปาล์มบีชเมื่อเดือนที่แล้วซึ่งหนังสือพิมพ์ปาล์มบีชโพสต์รายงานเป็นแห่งแรกระบุว่า ทนายความที่ดูแลสนามกอล์ฟ Trump International Golf Club กล่าวว่า ทรัมป์ได้เสนอที่จะกำหนดให้สนามกอล์ฟแห่งนี้เป็น “สนามกอล์ฟประธานาธิบดีสหรัฐ”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เช่นเดียวกับแคมป์เดวิด ปราสาทวินด์เซอร์ หรือพระราชวังเอลิเซ่ ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สนามกอล์ฟประธานาธิบดีในเขตปาล์มบีชก็จะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกเช่นกัน” ฮาร์วีย์ โอเยอร์ ทนายความตัวแทนของสนามกอล์ฟระบุในจดหมายดังกล่าว และว่า สนามกอล์ฟในเวสต์ปาล์มบีชอาจถูกใช้โดยประธานาธิบดีคนปัจจุบันและอดีต รวมถึงประมุขแห่งรัฐต่างประเทศที่มาเยือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้องค์กร Trump Organization เป็นเจ้าของสนามกอล์ฟดังกล่าวในเวสต์ปาล์มบีช แต่เช่าที่ดินจากที่ทำการเขตในเวสต์ปาล์มบีช ซึ่งจะต้องยื่นขอการอนุมัติเห็นชอบจากทางเขตหากต้องการเปลี่ยนแปลงใดๆ บนที่ดินผืนดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ตามข้อเสนอของทรัมป์ สโมสรกอล์ฟจะจ่ายเงินเพื่อสร้างที่พักใหม่สำหรับประธานาธิบดี จากนั้นจะทำงานร่วมกับหน่วยอารักขาประธานาธิบดีและหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้รัฐบาลกลางสามารถเข้าถึงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสถานที่แห่งนี้จะมีทางเข้าแยกต่างหากจากสโมสรส่วนตัวซึ่งทำรายได้ให้ทรัมป์เกือบ 37 ล้านดอลลาร์(ราว 1,244 ล้านบาท)ในช่วงปีแรกที่เขากลับมาดำรงตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5923961?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ ปิ๊งไอเดีย เนรมิตสนามกอล์ฟตัวเอง เป็นที่พักผ่อนของปธน.สหรัฐ เหมือนแคมป์เดวิด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ ปิ๊งไอเดีย เนรมิตสนามกอล์ฟตัวเอง เป็นที่พักผ่อนของปธน.สหรัฐ เหมือนแคมป์เดวิด</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ ปิ๊งไอเดีย เนรมิตสนามกอล์ฟตัวเอง เป็นที่พักผ่อนของปธน.สหรัฐ เหมือนแคมป์เดวิด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-08T06:50:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-08T06:50:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280620021291.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280620021291-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280620021291.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280620021291-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280620021291-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280620021291-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ตกสวรรค์! ตร.ศรีลังกา บุกจับ ชีรานธี ราชปักษา อดีตสตรีหมายเลข 1 ฐานคอร์รัปชั่น ปมใช้เงินบริจาคผิดกม.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5923838]]></link><pubDate>2026-10-08T11:21:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5923838</guid><description>ตกสวรรค์! ตร.ศรีลังกา บุกจับ ชีรานธี ราชปักษา อดีตสตรีหมายเลข 1 ฐานคอร์รัปชั่น ปมใช้เงินบริจาคผิดกม. ตำรวจศรีลังกาได้เข้าควบคุมตัวนางชีรานธี ราชปักษา อดีตสตรีหมายเลข 1 ผู้เป็นภริยาของนายมหินทา ราชปักษ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ตกสวรรค์! ตร.ศรีลังกา บุกจับ ชีรานธี ราชปักษา อดีตสตรีหมายเลข 1 ฐานคอร์รัปชั่น ปมใช้เงินบริจาคผิดกม.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจศรีลังกาได้เข้าควบคุมตัวนางชีรานธี ราชปักษา อดีตสตรีหมายเลข 1 ผู้เป็นภริยาของนายมหินทา ราชปักษา อดีตประธานาธิบดีผู้ทรงอิทธิพลของศรีลังกา เมื่อวันพุธ(7 ต.ค.) ในข้อกล่าวหาว่าใช้เงินที่มีผู้บริจาคให้มูลนิธิของเธอไปใช้ในทางที่ผิดในสมัยที่สามีของเธออยู่ในอำนาจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสอบปากคำนางราชปักษาที่บ้านพัก ก่อนจะนำตัวเธอขึ้นศาล ซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ควบคุมตัวเธอไว้เป็นเวลา 1 สัปดาห์ระหว่างรอการสอบสวน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนางราชปักษาซึ่งอยู่ในสภาพที่มีผ้าพันแผลปิดทับดวงตาข้างหนึ่งจากการผ่าตัดเมื่อเร็วๆ นี้ ขึ้นรถเพื่อนำตัวไปคุมขังยังเรือนจำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางราชปักษาถูกกล่าวหาว่านำเงินที่มูลนิธิของเธอได้รับบริจาคจากธนาคารของรัฐซึ่งระบุวัตถุประสงค์ให้ใช้สำหรับจัดซื้อเครื่องสแกนให้แก่โรงพยาบาลของรัฐนั้นไปใช้ในทางที่ผิด โดยอดีตผู้บริหารของธนาคารดังกล่าวในขณะนั้นก็ได้ถูกจับกุมในข้อหาหลบเลี่ยงระเบียบขั้นตอนในการอนุมัติเงินให้แก่มูลนิธิดังกล่าวด้วย ก่อนศาลจะอนุญาตให้เขาได้รับการประกันตัวชั่วคราว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันนายนามัล ราชปักษา ส.ส.ซึ่งเป็นลูกชายของนายและนางราชปักษาก็ถูกจับกุมในข้อหารับสินบนเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับอดีตประธานาธิบดีราชปักษาและครอบครัวเคยเป็นที่ชื่นชอบอย่างมากในหมู่ชาวสิงหลที่นับถือศาสนาพุทธซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ หลังจากเขาและนายโกตาบายา ราชปักษา ผู้เป็นน้องชาย ได้เปิดปฏิบัติการทางทหารปราบปรามกลุ่มกบฎพยัคฆ์ทมิฬอีแลมและยุติสงครามกลางเมืองในศรีลังกาที่ยืดเยื้อมานานถึง 26 ปีได้สำเร็จในปีค.ศ.2009&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามความนิยมของนายราชปักษาเสื่อมถอยลงหลังจากเขาได้รับการเลือกตั้งกลับเข้ามาอีกครั้งในปี 2010 ซึ่งถูกรุมเร้าด้วยข้อกล่าวหามากมายตั้งแต่ก่อการทุจริต รับสินบน และจำกัดเสรีภาพ ส่งผลให้เขาพ่ายแพ้การเลือกตั้งเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 3 ในปี 2015 ขณะที่ในช่วงเวลาที่เขาเรืองอำนาจได้มีการแต่งตั้งสมาชิกในครอบครัวทั้งพี่น้องและลูกหลานให้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลของตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ครอบครัวราชปักษากลับสู่อำนาจอีกครั้งในปี 2019 เมื่อประเด็นความมั่นคงกลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ ที่ประเทศห่วงกังวล หลังเกิดเหตุโจมตีระเบิดฆ่าตัวตายที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกองกำลังรัฐอิสลาม(ไอเอส)หลายครั้งมุ่งเป้าโบสถ์และโรงแรมหลายแห่งในช่วงวันอีสเตอร์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 267 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยนายโกตาบายา ราชปักษาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีในภายหลังของปีเดียวกัน ทว่าในเวลาต่อมาศรีลังกาต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจอันเป็นผลมาจากการระบาดของโรคโควิด-19 การชะลอตัวลงของภาคการท่องเที่ยวและการตัดสินใจด้านนโยบายเศรษฐกิจ จนในที่สุดนายโกตาบายาถูกบีบให้ลาออกและได้หลบหนีออกนอกประเทศไป ท่ามกลางกระแสการประท้วงครั้งใหญ่ของประชาชนที่ไม่พอใจการบริหารประเทศของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5923838?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ตกสวรรค์! ตร.ศรีลังกา บุกจับ ชีรานธี ราชปักษา อดีตสตรีหมายเลข 1 ฐานคอร์รัปชั่น ปมใช้เงินบริจาคผิดกม.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ตกสวรรค์! ตร.ศรีลังกา บุกจับ ชีรานธี ราชปักษา อดีตสตรีหมายเลข 1 ฐานคอร์รัปชั่น ปมใช้เงินบริจาคผิดกม.</dc:alternative><dc:abstract>ตกสวรรค์! ตร.ศรีลังกา บุกจับ ชีรานธี ราชปักษา อดีตสตรีหมายเลข 1 ฐานคอร์รัปชั่น ปมใช้เงินบริจาคผิดกม.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-08T05:29:56+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-08T05:29:56+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280537592600.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280537592600-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280537592600.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280537592600-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280537592600-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280537592600-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ใครจะจ่าย! รบ.ทรัมป์เสนอเก็บค่าธรรมเนียม น.ศ.ต่างชาติ ทำงานในสหรัฐ 2.35 ล้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5923749]]></link><pubDate>2026-10-08T09:28:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5923749</guid><description>ใครจะจ่าย! รบ.ทรัมป์เสนอเก็บค่าธรรมเนียม น.ศ.ต่างชาติ ทำงานในสหรัฐ 2.35 ล้าน กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐเสนอเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการทำง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ใครจะจ่าย! รบ.ทรัมป์เสนอเก็บค่าธรรมเนียม น.ศ.ต่างชาติ ทำงานในสหรัฐ 2.35 ล้าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐเสนอเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ให้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการทำงานในสหรัฐสูงถึง 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2.35 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นความพยายามล่าสุดของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการจำกัดจำนวนนักศึกษาต่างชาติที่เข้ามาศึกษาในสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ร่างกฎระเบียบที่มีการนำเสนอระบุให้สถานศึกษาต้องเป็นผู้ชำระค่าธรรมเนียมสำหรับนักศึกษาทุกคนที่เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมภาคปฏิบัติเสริม (OPT) ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาทำงานในสายงานที่ตรงกับสาขาวิชาที่เรียน ทั้งในระหว่างและหลังจบการศึกษา โดยปกติแล้วนักศึกษาจะมีสิทธิทำงานในสหรัฐได้เป็นเวลา 1 ปีหลังสำเร็จการศึกษา ขณะที่ผู้ที่เรียนในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) จะมีสิทธิทำงานต่อได้อีก 2 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานศึกษาจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 70,000 ดอลลาร์สำหรับการยื่นขอเข้าร่วมโครงการครั้งแรกของนักศึกษาใหม่แต่ละราย และต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 30,000 ดอลลาร์ หรือราว 1 ล้านบาท สำหรับการต่ออายุของนักศึกษาแต่ละราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อสถาบันการศึกษาและภาคธุรกิจบางส่วน เนื่องจากมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในสหรัฐพึ่งพาการรับนักศึกษาจากต่างประเทศเป็นแหล่งรายได้จากค่าเล่าเรียน ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอื่นๆ ก็จ้างนักศึกษาต่างชาติจำนวนมากในตำแหน่งงานด้านเทคนิค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟานตา อาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสมาคมการศึกษานานาชาติแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรที่เป็นตัวแทนภาคการศึกษานานาชาติ กล่าวว่า โครงการ OPT เปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติได้รับประสบการณ์การทำงานจริง และแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในสาขา STEM ที่มีความต้องการบุคลากรสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“การผลักดันให้นักศึกษาต่างชาติซึ่งมีทั้งความสามารถ มุมมอง และความมุ่งมั่นออกไป จะส่งผลเสียต่อทั้งนวัตกรรม การเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาบุคลากร และบทบาทผู้นำของสหรัฐในเวทีโลก” อาวระบุในแถลงการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิระบุในแถลงการณ์ว่า การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นมาตรการตอบโต้ปัญหาการฉ้อโกงและการใช้ประโยชน์จากโครงการวีซ่าในทางที่ผิด โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวว่าเป็นเสมือนช่องทางนำเข้าแรงงานต่างชาติราคาถูก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สาธารณชนมีเวลา 60 วันในการเสนอความเห็นต่อข้อเสนอนี้ ก่อนที่กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิจะสรุปรายละเอียดและประกาศใช้อย่างเป็นทางการได้ อย่างไรก็ดี ข้อเสนอดังกล่าวอาจเผชิญกับการฟ้องร้องทางกฎหมายจากกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาหรือสมาคมธุรกิจ ซึ่งอาจส่งผลให้กระบวนการบังคับใช้ล่าช้าออกไปได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อเสนอนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างของรัฐบาลทรัมป์ เพื่อควบคุมการเข้าเมืองและปรับเปลี่ยนแนวทางของระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลทรัมป์ได้เริ่มยกเลิกสถานะทางกฎหมายของนักศึกษาต่างชาติหลายพันคนอย่างกระทันหัน พร้อมทั้งมีการควบคุมตัวและเนรเทศนักศึกษาจำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐยังได้ประกาศกฎระเบียบเพื่อป้องกันไม่ให้นักศึกษาต่างชาติพำนักอยู่ในสหรัฐนานเกิน 4 ปีโดยไม่ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลกลาง การเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกต่อต้านอย่างหนักจากผู้นำสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา ซึ่งระบุว่ากฎดังกล่าวจะเพิ่มภาระให้กับสถาบัน และชี้ให้เห็นว่าหลักสูตรจำนวนมากได้รับการออกแบบให้ใช้เวลาศึกษานานกว่า 4 ปีอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐบาลกลางได้มีคำสั่งระงับการบังคับใช้กฎดังกล่าวในเดือนกันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดั๊ก แรนด์ อดีตที่ปรึกษาอาวุโสของสำนักงานบริการด้านสัญชาติและตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐ สมัยรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน คาดการณ์ว่า ค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะถูกศาลสั่งยกเลิก เช่นเดียวกับค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สำหรับวีซ่าทำงานประเภท H-1B สำหรับผู้ทำอาชีพเฉพาะทาง ซึ่งเป็นวีซ่าที่บริษัทเทคโนโลยีและมหาวิทยาลัยจำนวนมากต้องใช้เพื่อจ้างบุคลากรที่มีทักษะดังกล่าวเข้ามาทำงาน ขณะที่รัฐบาลทรัมป์ก็ยังไม่ยอมหยุด และกำลังพยายามใช้วิธีการอื่นเพื่อปรับค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่าดังกล่าวให้สูงกว่า 100,000 ดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แรนด์กล่าวว่า การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมไม่ใช่คำตอบ เพราะเมื่อสหรัฐเปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติเข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัย และนักศึกษาเหล่านั้นต้องการทำงานและนำความรู้ความสามารถมาใช้ในสหรัฐ หลังสำเร็จการศึกษา แน่นอนว่าสหรัฐควรเปิดรับพวกเขา ไม่ใช้นำค่าธรรมเนียมที่สูงเกินควรมาเป็นข้ออ้างเพื่อผลักดันให้พวกเขาเดินทางออกจากประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาราห์ สปรีตเซอร์ รองประธานสภาการศึกษาอเมริกัน ซึ่งเป็นองค์กรที่เป็นตัวแทนอธิการบดีและผู้บริหารมหาวิทยาลัยและวิทยาลัย กล่าวว่า จำนวนการรับนักศึกษาต่างชาติกำลังได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว จำนวนผู้ที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ เพื่อเริ่มต้นการศึกษาเป็นครั้งแรกลดลง 17% ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เกิดการลดลง และยังเป็นตัวเลขลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่ยังไม่มีข้อมูลตัวเลขโดยรวมของภาคการศึกษาในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ แต่สปรีตเซอร์กล่าวว่า มหาวิทยาลัยบางแห่งรายงานว่าจำนวนนักศึกษาต่างชาติลดลงถึง 30-40%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สปรีตเซอร์ย้ำว่า แผนการใหม่ของรัฐบาลทรัมป์จะไม่ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว พร้อมระบุว่า ภาคการศึกษาทราบดีว่าโครงการ OPT เป็นหนึ่งในเหตุผลที่นักศึกษาต่างชาติเลือกมาศึกษาในสหรัฐ เพราะโครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้พวกเขาได้รับประสบการณ์ทำงานในสหรัฐหลังสำเร็จการศึกษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ โครงการที่มีลักษณะคล้ายกัน ซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาต่างชาติเข้าร่วมการฝึกงานและการฝึกปฏิบัติงานตามหลักสูตร ก็เผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากรัฐบาลทรัมป์เช่นกัน โดยคำแนะนำฉบับใหม่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐ (ICE) ระบุว่า โครงการฝึกปฏิบัติงานที่เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร (CPT) ควรได้รับอนุญาตเฉพาะในกรณีที่ประสบการณ์การทำงานเป็นข้อกำหนดของหลักสูตรในการสำเร็จการศึกษาเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มองค์กรด้านการศึกษารวมถึงสมาคมมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐ และสมาคมการศึกษานานาชาติแห่งชาติ ระบุว่า ในอดีตโครงการดังกล่าวได้รับอนุญาต หากการทำงานนั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับสาขาวิชาหลักที่นักศึกษาเรียน ทั้งยังระบุด้วยว่า ICE ได้ข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย หากไม่ปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราทราบดีว่าฝ่ายบริหารพยายามขัดขวางกระบวนการเข้าเมืองเพื่อการทำงานอย่างถูกกฎหมายด้วยวิธีการต่างๆ” สตีเวน บราวน์ ทนายความด้านกฎหมายคนเข้าเมืองในฮิวสตันกล่าว และว่า ข้อเสนอนี้เป็นการยกระดับการสกัดกั้นไปอีกขั้น และจงใจออกแบบมาเพื่อยุติโครงการลงโดยไม่สั่งยกเลิกโครงการ เพราะคงไม่มีสถานศึกษามากนักที่ยอมจ่ายเงิน 70,000 ดอลลาร์ เพื่อให้นักศึกษาคนหนึ่งได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการ OPT&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5923749?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ใครจะจ่าย! รบ.ทรัมป์เสนอเก็บค่าธรรมเนียม น.ศ.ต่างชาติ ทำงานในสหรัฐ 2.35 ล้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ใครจะจ่าย! รบ.ทรัมป์เสนอเก็บค่าธรรมเนียม น.ศ.ต่างชาติ ทำงานในสหรัฐ 2.35 ล้าน</dc:alternative><dc:abstract>ใครจะจ่าย! รบ.ทรัมป์เสนอเก็บค่าธรรมเนียม น.ศ.ต่างชาติ ทำงานในสหรัฐ 2.35 ล้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-08T03:29:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-08T03:29:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/dt2-2-scaled.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/dt2-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/dt2-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/dt2-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/dt2-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/dt2-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อนามัยโลก จี้ขอข้อมูลรัสเซีย หลังสื่อตีข่าว นักวิจัยดับราย 2 มอสโกปัดกาฬโรคระบาด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5923236]]></link><pubDate>2026-10-07T17:37:10+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5923236</guid><description>อนามัยโลก จี้ขอข้อมูลรัสเซีย หลังสื่อตีข่าว นักวิจัยดับราย 2 มอสโกปัดกาฬโรคระบาด องค์การอนามัยโลก(WHO)แถลงในวันอังคาร(6 ต.ค.)ว่า ทางหน่วยงานได้ร้องขอข้อมูลจากทางการมอสโกกรณีที่สื่อรัสเซียรายงานว่ามีพน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อนามัยโลก จี้ขอข้อมูลรัสเซีย หลังสื่อตีข่าว นักวิจัยดับราย 2 มอสโกปัดกาฬโรคระบาด&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลก(WHO)แถลงในวันอังคาร(6 ต.ค.)ว่า ทางหน่วยงานได้ร้องขอข้อมูลจากทางการมอสโกกรณีที่สื่อรัสเซียรายงานว่ามีพนักงานห้องปฏิบัติการเสียชีวิตเป็นรายที่ 2 จากการป่วยด้วยโรคปอดอักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุ นอกจากนี้ WHO ยังได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อชี้แจงสาเหตุของโรคปอดอักเสบรุนแรงและเชื้อก่อโรคที่เป็นต้นเหตุให้ต้องมีการดำเนินมาตรการด้านสาธารณสุขด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี หน่วยงานกำกับดูแลด้านสาธารณสุขของรัสเซียปฏิเสธในวันเดียวกันว่าไม่พบผู้ติดเชื้อกาฬโรคในกลุ่มบุคคลที่สัมผัสใกล้ชิดกับพนักงานห้องปฏิบัติการของสถาบันวิจัยโรคกาฬโรคในไซบีเรียซึ่งเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาเป็นรายแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากสัมผัสหลอดทดลองที่แตก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สื่อรัสเซียรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตรายที่ 2 ในแคว้นอิร์คูตสค์ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการระบาดของโรคกาฬ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี กรณีการเสียชีวิตของพนักงานห้องปฏิบัติบัติเป็นรายที่ 2 นั้น ยังได้รับการยืนยันจากแหล่งข้อมูลอิสระและทางการรัสเซียเองก็ไม่ได้ยอมรับว่ากาฬโรคเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของทั้งสองกรณีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความตื่นกลัวโรคร้ายแรงนี้เกิดขึ้นหลังจาก ดาร์ยา ชิปิโลวา พนักงาน วัย 28 ปีของสถาบันวิจัยโรคกาฬโรคในแคว้นอิร์คูตสค์ ภูมิภาคไซบีเรียของรัสเซีย ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อวันที่ 29 กันยายน ด้วยอาการปอดอักเสบขั้นรุนแรง ก่อนเธอจะเสียชีวิตลงในวันที่ 2 ตุลาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อรัสเซียและสื่ออิสระรายงานว่าชิปิโลวาอาจสัมผัสกับเชื้อ Yersinia pestis ซึ่งเป็นแบคทีเรียก่อโรคกาฬโรคในระหว่างการปฏิบัติงานที่สถาบันแห่งนี้ โดยรายงานบางกระแสระบุว่าเธอทำหลอดทดลองที่บรรจุเชื้อแบคทีเรียที่มีชีวิตแตกโดยไม่ตั้งใจ แม้ว่าทางการรัสเซียจะยังไม่ได้ยืนยันข้อมูลดังกล่าวก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Rospotrebnadzor ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านสาธารณสุขของรัสเซียระบุว่า ชิปิโลวาเสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด พร้อมยืนยันว่าไม่พบผู้ป่วยโรคกาฬโรคในพื้นที่ดังกล่าว สำหรับผู้ที่เคยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิตได้ถูกนำตัวไปเฝ้าดูอาการและเข้ารับการตรวจหาเชื้อแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาสื่อรัสเซียรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอีกรายที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในแคว้นอิร์คูตสค์ หลังจากถูกกล่าวหาว่าติดเชื้อกาฬโรค อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือหลักฐานอย่างเป็นทางการอื่นใดที่ยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างการเสียชีวิตดังกล่าวกับโรคนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5923236?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อนามัยโลก จี้ขอข้อมูลรัสเซีย หลังสื่อตีข่าว นักวิจัยดับราย 2 มอสโกปัดกาฬโรคระบาด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อนามัยโลก จี้ขอข้อมูลรัสเซีย หลังสื่อตีข่าว นักวิจัยดับราย 2 มอสโกปัดกาฬโรคระบาด</dc:alternative><dc:abstract>อนามัยโลก จี้ขอข้อมูลรัสเซีย หลังสื่อตีข่าว นักวิจัยดับราย 2 มอสโกปัดกาฬโรคระบาด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-07T10:37:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-07T10:37:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-06T145540Z_1648253303_RC2QXNABARWX_RTRMADP_3_RUSSIA-SIBERIA-PLAGUE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-06T145540Z_1648253303_RC2QXNABARWX_RTRMADP_3_RUSSIA-SIBERIA-PLAGUE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-06T145540Z_1648253303_RC2QXNABARWX_RTRMADP_3_RUSSIA-SIBERIA-PLAGUE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-06T145540Z_1648253303_RC2QXNABARWX_RTRMADP_3_RUSSIA-SIBERIA-PLAGUE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-06T145540Z_1648253303_RC2QXNABARWX_RTRMADP_3_RUSSIA-SIBERIA-PLAGUE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-06T145540Z_1648253303_RC2QXNABARWX_RTRMADP_3_RUSSIA-SIBERIA-PLAGUE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลรธน. ตีตกคำร้อง ชี้ขาดรองปธน.อินโด ขาดคุณสมบัติ ปมโดนร้องเรื่องวุฒิการศึกษา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5923013]]></link><pubDate>2026-10-07T16:18:55+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5923013</guid><description>ศาลรธน. ตีตกคำร้อง ชี้ขาดรองปธน.อินโด ขาดคุณสมบัติ ปมโดนร้องเรื่องวุฒิการศึกษา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ศาลรัฐธรรมนูญของอินโดนีเซียปฏิเสธคำร้องที่ขอให้พิจารณาตัดสินว่านายกิบรัน รากาบูมิง รากา รองประธานาธิ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ศาลรธน. ตีตกคำร้อง ชี้ขาดรองปธน.อินโด ขาดคุณสมบัติ ปมโดนร้องเรื่องวุฒิการศึกษา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ศาลรัฐธรรมนูญของอินโดนีเซียปฏิเสธคำร้องที่ขอให้พิจารณาตัดสินว่านายกิบรัน รากาบูมิง รากา รองประธานาธิบดี ผู้เป็นบุตรชายของอดีตประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ขาดคุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องวุฒิการศึกษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน มีคำวินิจฉัยเมื่อคืนวันอังคาร(6 ต.ค.)ชี้ว่า แม้เอกสารการศึกษาของรองประธานาธิบดีกิบรัน สำหรับการลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2024 จะไม่สมบูรณ์ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาขาดคุณสมบัติ พร้อมกับระบุให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ประเมินคุณสมบัติของเขาต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ร้องในคดีฟ้องร้องนายกิบรันอ้างว่าวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายจากต่างประเทศของเขาไม่ตรงตามข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับผู้สมัครรองประธานาธิบดี และเจ้าหน้าที่การเลือกตั้งยอมรับเอกสารดังกล่าวอย่างไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ผู้พิพากษาอาดีส คาดีร์ กล่าวว่า ศาลไม่ได้ตัดสิทธิ์นายกิบรัน เนื่องจากคำร้องดังกล่าวไม่สามารถนำมาพิจารณาในฐานะข้อพิพาทเรื่องผลการเลือกตั้งได้อีกต่อไป เพราะเขาได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งรองประธานาธิบดีคู่กับประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโตแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;แม้ศาลจะไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่านายกิบรันมีวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศที่เทียบเท่ากับการสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าตามที่ระบุไว้ในกฎหมายการเลือกตั้ง แต่ศาลก็ไม่สามารถเพิกถอนสถานะหรือตัดสิทธิ์เขาตามที่ผู้ร้องต้องการได้&amp;#8221; ผู้พิพากษาอาดีสกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษาเอดิสกล่าวเพิ่มเติมว่า ศาลยังเห็นด้วยว่าอำนาจในการพิจารณาประเด็นเรื่องคุณสมบัติของนายกิบรันในการดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี อันเนื่องมาจากการไม่มีใบรับรองการสำเร็จการศึกษานั้น เป็นอำนาจของหน่วยงานอื่น โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายบัมบัง วิดโจจันโต ทนายความของฝ่ายผู้ร้อง กล่าวว่า คำวินิจฉัยนี้อาจเป็นเหตุผลให้สามารถดำเนินการถอดถอนนายกิบรันออกจากตำแหน่งและระงับสิทธิ์ในการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งต่อไปได้ เว้นเสียแต่ว่าเขาจะผ่านหลักสูตรเทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้กฎหมายการเลือกตั้งของอินโดนีเซียกำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีต้องสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือมีคุณวุฒิเทียบเท่า ขณะที่ในคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าไม่มีการนำเสนอใบรับรองการสำเร็จการศึกษาในระหว่างการพิจารณาคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับนายกิบรันเคยเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมออร์คิดพาร์คในสิงคโปร์และยูทีเอส อินเสิร์ชในออสเตรเลีย ก่อนจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีผ่านสถาบันพัฒนาการจัดการแห่งสิงคโปร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในปี 2023 ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากคำวินิจฉัยที่เปิดทางให้นายกิบรันลงสมัครรับเลือกตั้งได้ แม้ว่าเขาจะมีคุณสมบัติไม่ครบถ้วนในด้านเกณฑ์อายุสำหรับการดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5923013?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลรธน. ตีตกคำร้อง ชี้ขาดรองปธน.อินโด ขาดคุณสมบัติ ปมโดนร้องเรื่องวุฒิการศึกษา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลรธน. ตีตกคำร้อง ชี้ขาดรองปธน.อินโด ขาดคุณสมบัติ ปมโดนร้องเรื่องวุฒิการศึกษา</dc:alternative><dc:abstract>ศาลรธน. ตีตกคำร้อง ชี้ขาดรองปธน.อินโด ขาดคุณสมบัติ ปมโดนร้องเรื่องวุฒิการศึกษา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-07T09:18:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-07T09:18:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-06T155124Z_541257301_RC2RXNAL2K3U_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-06T155124Z_541257301_RC2RXNAL2K3U_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-06T155124Z_541257301_RC2RXNAL2K3U_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-06T155124Z_541257301_RC2RXNAL2K3U_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-06T155124Z_541257301_RC2RXNAL2K3U_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-06T155124Z_541257301_RC2RXNAL2K3U_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทหารสหรัฐในโอกินาวา เจอเคอร์ฟิว-ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ หลังคดีฆาตกรรมหญิงญี่ปุ่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5922843]]></link><pubDate>2026-10-07T15:25:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5922843</guid><description>ทหารสหรัฐในโอกินาวา เจอเคอร์ฟิว-ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ หลังคดีฆาตกรรมหญิงญี่ปุ่น ทหารสหรัฐที่ประจำการอยู่ในจังหวัดโอกินาวาของญี่ปุ่นถูกสั่งห้ามออกนอกฐานทัพในยามวิกาลเป็นเวลาหนึ่งเดือน และห้ามดื่มเครื่องดื่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทหารสหรัฐในโอกินาวา เจอเคอร์ฟิว-ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ หลังคดีฆาตกรรมหญิงญี่ปุ่น&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ทหารสหรัฐที่ประจำการอยู่ในจังหวัดโอกินาวาของญี่ปุ่นถูกสั่งห้ามออกนอกฐานทัพในยามวิกาลเป็นเวลาหนึ่งเดือน และห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ระหว่างเข้ารับการฝึกอบรมด้านวินัย หลังนาวิกโยธินสหรัฐนายหนึ่งถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมและปล้นหญิงญี่ปุ่นในโอกินาวา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พลโทเบนจามิน วัตสัน กล่าวในแถลงการณ์ขณะออกคำสั่งใช้มาตรการดังกล่าวว่า ทุกการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านของเรา ล้วนมีส่วนสร้างหรือบั่นทอนความไว้วางใจ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทีมของเรา เมื่อความไว้วางใจนั้นเสียหาย ย่อมส่งผลกระทบต่อความแข็งแกร่งของพันธมิตรและความมั่นคงของภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วัตสันกล่าวอีกว่า ปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดของสหรัฐในโอกินาวาจะถูกระงับเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ขณะที่กำลังพลเข้ารับการฝึกอบรมเกี่ยวกับมาตรฐานการปฏิบัติงานและระเบียบวินัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เดวิน เจค็อบ บัลลาร์ด พลทหารยศสิบตรีอายุ 20 ปี ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมแอนนา ยางิ อายุ 39 ปี ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองนาฮะ เมืองเอกของจังหวัดโอกินาวา ซึ่งอยู่ทางใต้สุดของญี่ปุ่น เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม และนำกระเป๋าสตางค์กับกระเป๋าเป้ของเธอไป ตำรวจระบุว่า บัลลาร์ดซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการควบคุมตัวปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คดีนี้ถือเป็นเหตุการณ์ล่าสุดในชุดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมานานหลายปี และได้เพิ่มความไม่สบายใจของประชาชนเกี่ยวกับการที่สหรัฐ มีกำลังทหารจำนวนมากประจำการอยู่ในหมู่เกาะแห่งนี้ ซึ่งอยู่ใกล้กับไต้หวันและจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวถึงเหตุฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ว่า โหดเหี้ยมและอุกฉกรรจ์อย่างยิ่ง โดยรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประท้วงรัฐบาลสหรัฐอย่างรุนแรง และเรียกร้องให้มีมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจให้ข้อมูลกับหนังสือพิมพ์สตาร์ส แอนด์ สไตรป์สว่า ยางิเสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ หลังบัลลาร์ดถูกกล่าวหาว่า กดลงไปที่บริเวณลำคอของเธอ”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พนักงานโรงแรมพบหญิงคนรายนี้หมดสติอยู่ภายในห้องพักในช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ หลังจากเธอไม่ได้เช็กเอาต์ออกจากห้องตามเวลาที่กำหนด ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า เจ้าหน้าที่ประมาณ 200 นายได้ร่วมกันค้นหาชายคนหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเดินเข้าไปในโรงแรมพร้อมกับผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เก็นตะ โคจา ผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินาวา มีกำหนดพบกับทาคาอิจิในวันที่ 7 ตุลาคม เพื่อหารือเกี่ยวกับการรับมือกับคดีดังกล่าว ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการประท้วงในเมืองนาฮะและกรุงโตเกียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีกำลังทหารสหรัฐประจำการอยู่ในต่างประเทศมากที่สุดในโลก โดยนาวิกโยธินสหรัฐที่ประจำการในญี่ปุ่นประมาณ 18,000 นาย ส่วนใหญ่อยู่ในโอกินาวา ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 จนกระทั่งมีการคืนการปกครองให้ญี่ปุ่นในปี 2515&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประจำการดังกล่าวสร้างความไม่พอใจในหมู่ประชาชนในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง จากปัญหาต่างๆ เช่น เสียงรบกวน อุบัติเหตุทางอากาศยาน และพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5922843?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทหารสหรัฐในโอกินาวา เจอเคอร์ฟิว-ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ หลังคดีฆาตกรรมหญิงญี่ปุ่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทหารสหรัฐในโอกินาวา เจอเคอร์ฟิว-ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ หลังคดีฆาตกรรมหญิงญี่ปุ่น</dc:alternative><dc:abstract>ทหารสหรัฐในโอกินาวา เจอเคอร์ฟิว-ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ หลังคดีฆาตกรรมหญิงญี่ปุ่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-07T08:25:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-07T08:25:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/on.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/on-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/on.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/on-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/on-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/on-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เยเมนยังเดือด! กบฎฮูตี ยิงถล่มสนามบินเอเดน ซาอุฯสกัดขีปนาวุธ โจมตีตอนเหนือกรุงริยาด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5922632]]></link><pubDate>2026-10-07T14:15:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5922632</guid><description>เยเมนยังเดือด! กบฎฮูตี ยิงถล่มสนามบินเอเดน ซาอุฯสกัดขีปนาวุธ โจมตีตอนเหนือกรุงริยาด สถานการณ์สู้รบระหว่างกบฎฮูตีที่สนับสนุนอิหร่าน กับกองกำลังรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการรับรองจากนานาชาติ ได้ทวีความรุนแรงม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เยเมนยังเดือด! กบฎฮูตี ยิงถล่มสนามบินเอเดน ซาอุฯสกัดขีปนาวุธ โจมตีตอนเหนือกรุงริยาด&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานการณ์สู้รบระหว่างกบฎฮูตีที่สนับสนุนอิหร่าน กับกองกำลังรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการรับรองจากนานาชาติ ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นในหลายแนวรบ ล่าสุด เมื่อเช้าวันพุธ(7 ต.ค.) กลุ่มฮูตีได้ยิงขีปนาวุธและโดรนติดระเบิดโจมตีท่าอากาศยานนานาชาติเอเดน ในเมืองเอเดน ขณะที่กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียอ้างว่าได้สกัดทำลายขีปนาวุธของกลุ่มฮูตีที่ยิงโจมตีทางตอนเหนือของกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุฯไว้ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงคมนาคมของรัฐบาลเยเมนเปิดเผยว่า ขีปนาวุธลูกหนึ่งถูกยิงลงใกล้กับรันเวย์ของท่าอากาศยานนานาชาติเอเดน เพียงไม่กี่นาทีก่อนที่เที่ยวบินโดยสารที่เดินทางมาจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ จะลงจอดที่สนามบินดังกล่าว ส่งผลให้ทางการได้ยกเลิกการลงจอดของเที่ยวบินดังกล่าว และเป็นผลให้เที่ยวบินได้เปลี่ยนเส้นทางบินไปลงจอดยังสนามบินในนครเจดดาห์ เมืองท่าสำคัญของซาอุฯแทน ขณะที่เครื่องบิน 2 ลำที่จอดอยู่บนรันเวย์ของสนามบินเอเดนได้ถูกเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ในทันที เนื่องจากเกรงว่าจะมีการโจมตีเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับท่าอากาศยานนานาชาติเอเดนนั้นเป็นประตูหลักสู่การเดินทางระหว่างประเทศในพื้นที่บางส่วนของเยเมนที่อยู่นอกเหนือพื้นที่ยึดครองของกลุ่มฮูตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองกำลังพันธมิตรนำโดยซาอุฯ ระบุว่าได้สกัดและทำลายขีปนาวุธของกลุ่มฮูตีที่ยิงโจมตีตอนเหนือของกรุงริยาด และยังกำลังติดตามแท่นยิงขีปนาวุธในกรุงซานาที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตีเพื่อจะทำลายฐานยิงดังกล่าวด้วย แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่ามีผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายเกิดขึ้นจากการโจมตีครั้งนี้หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สถานีโทรทัศน์ทางการซาอุฯรายงานว่า ก่อนหน้านั้น กองกำลังพันธมิตรได้สกัดและทำลายขีปนาวุธของกลุ่มฮูตีที่ยิงโจมตีเมืองคามิสมูเชต ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซาอุฯไว้ได้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านยาห์ยา ซารี โฆษกทางทหารของกลุ่มฮูตีแถลงอ้างว่า ทางกลุ่มได้โจมตีสนามบินนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาดด้วยโดรนหลายลำ แต่ยังไม่มีการยืนยันจากซาอุฯในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีเหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางการสู้รบที่ทวีความรุนแรงขึ้นในหลายแนวรบในเยเมน หลังจากกองกำลังรัฐบาลเยเมนได้เปิดฉากโจมตีตอบโต้กลุ่มฮูตีที่เข้ายึดครองพื้นที่ตามแนวชายฝั่งทะเลแดงของประเทศไว้ได้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อมุ่งยึดคืนพื้นที่ชายฝั่งทะเลแดงรอบช่องแคบบับเอลมันเดบและเมืองโมคาซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญกลับคืนมาจากกลุ่มฮูตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5922632?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เยเมนยังเดือด! กบฎฮูตี ยิงถล่มสนามบินเอเดน ซาอุฯสกัดขีปนาวุธ โจมตีตอนเหนือกรุงริยาด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เยเมนยังเดือด! กบฎฮูตี ยิงถล่มสนามบินเอเดน ซาอุฯสกัดขีปนาวุธ โจมตีตอนเหนือกรุงริยาด</dc:alternative><dc:abstract>เยเมนยังเดือด! กบฎฮูตี ยิงถล่มสนามบินเอเดน ซาอุฯสกัดขีปนาวุธ โจมตีตอนเหนือกรุงริยาด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-07T07:16:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-07T07:16:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-05T161907Z_598498183_RC24XNA4HVL0_RTRMADP_3_SAUDI-YEMEN-STRIKES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-05T161907Z_598498183_RC24XNA4HVL0_RTRMADP_3_SAUDI-YEMEN-STRIKES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-05T161907Z_598498183_RC24XNA4HVL0_RTRMADP_3_SAUDI-YEMEN-STRIKES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-05T161907Z_598498183_RC24XNA4HVL0_RTRMADP_3_SAUDI-YEMEN-STRIKES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-05T161907Z_598498183_RC24XNA4HVL0_RTRMADP_3_SAUDI-YEMEN-STRIKES-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-05T161907Z_598498183_RC24XNA4HVL0_RTRMADP_3_SAUDI-YEMEN-STRIKES-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โอเพ่นเอไอ-แอนโทรปิก สองยักษ์ใหญ่ AI พร้อมหนุนออสเตรเลีย ออกกฎหมายรายงานเหตุข้อมูลรั่วไหล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5922631]]></link><pubDate>2026-10-07T14:04:56+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5922631</guid><description>โอเพ่นเอไอ-แอนโทรปิก สองยักษ์ใหญ่ AI พร้อมหนุนออสเตรเลีย ออกกฎหมายรายงานเหตุข้อมูลรั่วไหล สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา โอเพ่นเอไอ และแอนโทรปิก ได้แจ้งต่อรัฐสภาออสเตรเลีย เ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;โอเพ่นเอไอ-แอนโทรปิก สองยักษ์ใหญ่ AI พร้อมหนุนออสเตรเลีย ออกกฎหมายรายงานเหตุข้อมูลรั่วไหล&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา โอเพ่นเอไอ และแอนโทรปิก ได้แจ้งต่อรัฐสภาออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า พวกเขาพร้อมที่จะสนับสนุนกฎหมายที่กำหนดให้ต้องมีการรายงานเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลที่เกิดจากการทำงานของ เอไอ เอเจนต์ ของตน โดยยอมรับว่า ในปัจจุบันการตัดสินใจว่าจะแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กรณีที่ โอเพ่นเอไอ ผู้พัฒนาแชตจีพีที ใช้เวลาถึง 3 เดือนกว่าจะแจ้งให้รัฐบาลออสเตรเลียทราบว่า เอไอ เอเจนต์ ตัวหนึ่งของบริษัท ได้เจาะเข้าสู่ระบบพอร์ทัลด้านสาธารณสุขหลักของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ มีชาวออสเตรเลียจำนวนมากขึ้น ที่ออกมาเรียกร้องให้มีกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นเกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์ สำหรับ เอไอ และการคุ้มครองลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวกับเอไอ ในขณะที่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบาเนซี แห่งออสเตรเลีย กำลังเร่งร่างกฎหมายใหม่เพื่อกำกับดูแลภาคส่วนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทั้งโอเพ่นเอไอ และแอนโทรปิก ต่างกำลังรอการอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ที่พัฒนาโดยบริษัทในออสเตรเลีย ซึ่งทั้งสองบริษัทได้ตกลงที่จะเป็นผู้ซื้อหลักสำหรับบริการประมวลผลข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลเหล่านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจสัน ควอน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของโอเพ่นเอไอ กล่าวระหว่างการไต่สวนที่นครซิดนีย์ ว่า &amp;#8220;เราพร้อมสนับสนุนกรอบการทำงานที่กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลตามข้อบังคับ&amp;#8221; และอธิบายต่อคณะกรรมาธิการว่า ในช่วงที่ โอเพ่นเอไอ รับทราบถึงเหตุการณ์การเจาะระบบเว็บไซต์ด้านสาธารณสุขของออสเตรเลียและเว็บไซต์ของรัฐบาลอีก 3 แห่งนั้น ทางบริษัทได้พยายามดำเนินการตามกระบวนการและพยายามกำหนดมาตรฐานที่จะนำมาใช้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;นั่นคือสิ่งที่มาตรการทางกฎหมายสามารถเข้ามามีบทบาทได้ ตัวแทนของสังคมจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากขึ้น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเป็นผู้แบกรับภาระในการตัดสินใจเรื่องเหล่านี้ทั้งหมดเพียงฝ่ายเดียว&amp;#8221; นายควอนกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางด้านแอนโทรปิก เอง ก็เคยประสบเหตุารณ์ที่ เอไอ เอเจนต์ ของบริษัท ได้ทำการเจาะระบบเช่นกัน โดย เดวิด มาสเตอร์ส หัวหน้าฝ่ายนโยบายประจำภูมิภาคออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ของบริษัท ได้กล่าวต่อคณะกรรมาธิการว่า บริษัทพร้อมเปิดรับกฎหมายของออสเตรเลียที่กำหนดให้บริษัท เอไอ ต้องเปิดเผยข้อมูลเมื่อเกิดเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในสหรัฐอเมริกา มีการเสนอกฎหมายระดับรัฐบาลกลางที่กำหนดให้บริษัท เอไอ ต้องรายงานพฤติกรรมที่เป็นอันตราย เช่น ความพยายามในการหลบเลี่ยงการกำกับดูแลโดยมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันยังไม่มีระบบรายงานเหตุการณ์ที่บังคับให้บริษัทต้องเปิดเผยพฤติกรรมที่เป็นอันตรายของ เอไอ เมื่อตรวจพบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ริชาร์ด มาร์ลส์ รองนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ระบุว่า แซม อัลต์แมน ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของโอเพ่นเอไอ ไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์การเจาะระบบ &amp;#8220;เมดิแคร์&amp;#8221; ในระหว่างการพบปะกันเมื่อต้นเดือนกันยายน แต่ควอนได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการว่า ขณะนั้นอัลต์แมน ยังไม่ทราบเรื่องการละเมิดดังกล่าว แม้ว่าจะมีคนอื่นภายในบริษัททราบเรื่องนี้แล้วก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ผมเห็นด้วยว่ากระบวนการที่ทำให้บุคลากรภายในบริษัทรับทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้นั้น สามารถทำได้ดีกว่านี้มาก และเราต้องการให้มั่นใจว่า จะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก&amp;#8221; ควอนกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเดวิด ออร์ หัวหน้าฝ่ายมาตรการความปลอดภัยของแอนโทรปิก กล่าวว่า บริษัทได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดและใช้เวลานาน นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ที่ เอเจนต์ของ โอเพ่นเอไอ เจาะระบบพอร์ทัลสำหรับนักพัฒนาเอไอ อย่างฮักกิ้ง เฟซ ในช่วงกลางปี 2026 และพบว่า ไม่มีการละเมิดระบบของรัฐบาลออสเตรเลียแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ในการไต่สวนครั้งนี้ กลุ่มผู้สร้างสรรค์เนื้อหาในออสเตรเลีย ได้คัดค้านความพยายามของบริษัทเอไอที่ต้องการให้มีการผ่อนปรนกฎหมายลิขสิทธิ์ ซึ่งในปัจจุบันกำหนดให้บริษัทเทคโนโลยีส่วนใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานดำเนินงานในต่างประเทศ ต้องเจรจาตกลงเรื่องสิทธิการใช้งานก่อนที่จะนำผลงานของพวกเขาไปใช้ในการฝึกฝนโมเดลเอไอ&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ การไต่สวนดังกล่าวมีกำหนดดำเนินไปจนถึงวันที่ 9 ตุลาคม และมีกำหนดส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ในวันที่ 30 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีรายงานว่า รัฐบาลออสเตรเลียกำลังพิจารณามาตรการ &amp;#8220;opt-out&amp;#8221; (การแจ้งความประสงค์ไม่เข้าร่วม) สำหรับบริษัท เอไอ ซึ่งในทางปฏิบัติจะเปิดทางให้บริษัทเอไอ สามารถเข้าถึงเนื้อหาต่างๆได้ เว้นแต่ว่าเจ้าของสิทธิจะยื่นคัดค้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5922631?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โอเพ่นเอไอ-แอนโทรปิก สองยักษ์ใหญ่ AI พร้อมหนุนออสเตรเลีย ออกกฎหมายรายงานเหตุข้อมูลรั่วไหล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โอเพ่นเอไอ-แอนโทรปิก สองยักษ์ใหญ่ AI พร้อมหนุนออสเตรเลีย ออกกฎหมายรายงานเหตุข้อมูลรั่วไหล</dc:alternative><dc:abstract>โอเพ่นเอไอ-แอนโทรปิก สองยักษ์ใหญ่ AI พร้อมหนุนออสเตรเลีย ออกกฎหมายรายงานเหตุข้อมูลรั่วไหล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-07T07:04:56+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-07T07:04:56+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/CYBERSECURITY-AUSTRALIA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/CYBERSECURITY-AUSTRALIA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/CYBERSECURITY-AUSTRALIA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/CYBERSECURITY-AUSTRALIA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/CYBERSECURITY-AUSTRALIA-222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/CYBERSECURITY-AUSTRALIA-222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปธน.มิน อ่อง ไลง์ เปิดฉากเยือนมาเลเซีย มุ่งฟื้นสัมพันธ์เพื่อนบ้าน ท่ามกลางประเด็นร้อนส่งกลับผู้ลี้ภัย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5922261]]></link><pubDate>2026-10-07T11:33:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5922261</guid><description>ปธน.มิน อ่อง ไลง์ เปิดฉากเยือนมาเลเซีย มุ่งฟื้นสัมพันธ์เพื่อนบ้าน ท่ามกลางประเด็นร้อนส่งกลับผู้ลี้ภัย สถานีโทรทัศน์ MRTV สื่อทางการรายงานว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ออกเดินทางจาก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปธน.มิน อ่อง ไลง์ เปิดฉากเยือนมาเลเซีย มุ่งฟื้นสัมพันธ์เพื่อนบ้าน ท่ามกลางประเด็นร้อนส่งกลับผู้ลี้ภัย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ MRTV สื่อทางการรายงานว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติเนปยีดอ ในกรุงเนปยีดอ มุ่งหน้าสู่ประเทศมาเลเซียแล้วในช่วงเช้าวันพุธ(7 ต.ค.)นี้ ในการเปิดฉากการเยือนอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งมีขึ้นในขณะที่ทั้งสองชาติกำลังทำงานร่วมกันในการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาหลายพันคนในมาเลเซียกลับสู่เมียนมา ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของหลายฝ่ายในการส่งกลับผู้ลี้ภัยดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนึ่งในภารกิจการเยือนครั้งนี้ ประธานาธิบดีมิน อ่อง ไลง์ จะเข้าพบหารือกับนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและร่วมการเจรจาทางธุรกิจกับคณะรัฐมนตรีมาเลเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเยือนมาเลเซียครั้งนี้ของมิน อ่อง ไลง์ เน้นย้ำให้เห็นถึงความพยายามเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเมียนมากับรัฐบาลชาติในอาเซียน แม้ว่ากลุ่มอาเซียนยังคงบอยคอตต์ไม่ให้ผู้นำเมียนมาเข้าร่วมในการเวทีการประชุมระดับสูงของกลุ่มอาเซียนที่ดำเนินมาหลังเหตุการณ์รัฐประหารในเมียนมา เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลทหารเมียนมาล้มเหลวที่จะปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนเพื่อมุ่งยุติวิกฤตความขัดแย้งนองเลือดในประเทศเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การมาเยือนของ มิน อ่อง ไลง์ ยังเกิดขึ้นเพียง 4 วันหลังจากที่ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมากลุ่มแรกจำนวนเกือบ 1,500 คน จากทั้งสิ้นราว 5,000 คนภายใต้โครงการส่งกลับโดยสมัครใจของมาเลเซีย ได้ถูกส่งกลับถึงเมียนมาแล้วท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอชซีอาร์) ตลอดจนกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนว่าการส่งกลับไปภายใต้สถานการณ์ด้านความมั่นคงและมนุษยชาติในหลายพื้นที่ของเมียนมายังคงมีความเปราะบางอย่างมากนั้น อาจจะทำให้ผู้ลี้ภัยที่ถูกส่งกลับอาจจะเผชิญกับการถูกประหัตประหารหรือถูกบังคับเกณฑ์ทหารเข้าไปในพื้นที่สงคราม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีอันวาร์กล่าวปกป้องนโยบายการส่งกลับผู้ลี้ภัยของรัฐบาลตนว่าเป็นความพยายามทางการทูตเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว พร้อมกล่าวว่ามาเลเซียไม่สามารถรองรับกลุ่มผู้ลี้ภัยเหล่านั้นไปได้ตลอด และเมียนมาจะต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบพลเมืองของตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การเยือนมาเลเซียของมิน อ่อง ไลง์นั้นถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านในภูมิภาคหลังเสื่อมทรามลงนับจากมิน อ่อง ไลง์ นำกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2021&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5922261?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปธน.มิน อ่อง ไลง์ เปิดฉากเยือนมาเลเซีย มุ่งฟื้นสัมพันธ์เพื่อนบ้าน ท่ามกลางประเด็นร้อนส่งกลับผู้ลี้ภัย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปธน.มิน อ่อง ไลง์ เปิดฉากเยือนมาเลเซีย มุ่งฟื้นสัมพันธ์เพื่อนบ้าน ท่ามกลางประเด็นร้อนส่งกลับผู้ลี้ภัย</dc:alternative><dc:abstract>ปธน.มิน อ่อง ไลง์ เปิดฉากเยือนมาเลเซีย มุ่งฟื้นสัมพันธ์เพื่อนบ้าน ท่ามกลางประเด็นร้อนส่งกลับผู้ลี้ภัย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-07T04:33:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-07T04:33:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280121932464.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280121932464-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280121932464.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280121932464-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280121932464-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/AP26280121932464-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[COP31 เตือน นานาชาติต้องลงมือทำมากขึ้น ยับยั้งภาวะโลกร้อน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5922219]]></link><pubDate>2026-10-07T11:07:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5922219</guid><description>COP31 เตือน นานาชาติต้องลงมือทำมากขึ้น ยับยั้งภาวะโลกร้อน แถลงการณ์จากการประชุมที่จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ (COP31) ระบุว่า ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องเร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;COP31 เตือน นานาชาติต้องลงมือทำมากขึ้น ยับยั้งภาวะโลกร้อน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์จากการประชุมที่จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ (COP31) ระบุว่า ประเทศต่างๆ จำเป็นต้องเร่งเพิ่มระดับความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้อยู่ภายในระดับ 1.5 องศาเซลเซียส และจำกัดผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประชุมระดับรัฐมนตรี COP31 ซึ่งจัดขึ้นในฟิจิและตูวาลู ระบุเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ว่า จำเป็นต้องมีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างมาก รวดเร็ว และต่อเนื่อง เพื่อลดระดับควารุนแรงและระยะเวลาที่อุณหภูมิโลกจะเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ในขณะที่อุณหภูมิโลกกำลังเพิ่มขึ้นเข้าใกล้ระดับ 1.5 องศาเซลเซียส และเรากำลังเผชิญกับปรากฎการณ์เอลนีโญที่รุนแรง เราขอย้ำว่าอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นแม้เพียงเศษเสี้ยวขององศา จะยิ่งเร่งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดความสูญเสียและความเสียหายที่ไม่อาจย้อนคืนได้ต่อชุมชนที่เปราะบางต่อสภาพภูมิอากาศ” แถลงการณ์ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกบางประเทศกำลังเผชิญภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ อันเนื่องมาจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยนักวิจัยขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ (นาซา) ระบุว่า ระดับน้ำทะเลรอบตูวาลูเพิ่มขึ้นประมาณ 15 เซนติเมตรในช่วง 30 ปีจนถึงปี 2023 ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึง 2 เท่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้ความตกลงปารีสซึ่งจัดทำขึ้นในปี 2015 รัฐบาลประเทศต่างๆ ให้คำมั่นว่าจะจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้อยู่ที่ไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับระดับในช่วงก่อนยุคอุตสาหกรรมในระหว่างปี 1850-1900 ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติได้เตือนเมื่อเดือนที่แล้วว่า โลกจะมีอุณหภูมิสูงเกินระดับดังกล่าวภายในเวลาไม่กี่ปีข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประชุมเตรียมการก่อนการประชุม COP31 ยังได้ย้ำถึงความสำคัญของการธำรงไว้ซึ่งอธิปไตยและสิทธิของรัฐต่างๆ ในการรักษาเขตทางทะเลของตนตามกฎหมายระหว่างประเทศ แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังคุกคามต่อการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งในภูมิภาคแปซิฟิกก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประชุมเตรียมการก่อน COP ซึ่งเป็นการประชุมและหารือเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมด้านสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ COP31 ที่ตุรกีในเดือนพฤศจิกายน โดยปกติแล้วจะเป็นการประชุมเชิงเทคนิคของผู้เจรจาด้านสภาพภูมิอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ออสเตรเลียและประเทศหุ้นส่วนในแปซิฟิกกำลังร่วมมือกันผ่านโครงการ &amp;#8220;COP31 Pacific Partnership&amp;#8221; เพื่อให้เสียงสะท้อนและแนวทางแก้ไขปัญหาจากประเทศในแปซิฟิกอยู่ในหัวใจสำคัญของการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศในระดับโลก พร้อมทั้งมุ่งเสริมสร้างความสัมพันธ์ในภูมิภาคให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5922219?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;COP31 เตือน นานาชาติต้องลงมือทำมากขึ้น ยับยั้งภาวะโลกร้อน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>COP31 เตือน นานาชาติต้องลงมือทำมากขึ้น ยับยั้งภาวะโลกร้อน</dc:alternative><dc:abstract>COP31 เตือน นานาชาติต้องลงมือทำมากขึ้น ยับยั้งภาวะโลกร้อน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-07T04:07:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-07T04:07:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ft.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ft-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ft.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ft-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ft-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ft-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เรือน้ำมันรัสเซียถูกโจมตี ไฟลุกกลางทะเลดำ มอสโกเผย 23 ลูกเรือปลอดภัย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5922151]]></link><pubDate>2026-10-07T10:04:49+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5922151</guid><description>เรือน้ำมันรัสเซียถูกโจมตี ไฟลุกกลางทะเลดำ มอสโกเผย 23 ลูกเรือปลอดภัย กระทรวงคมนาคมรัสเซียระบุเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ว่า หน่วยกู้ภัยของรัสเซียเข้าช่วยเหลือลูกเรือ 23 คนของเรือบรรทุกน้ำมัน อัฟราแมกซ์ ริโอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เรือน้ำมันรัสเซียถูกโจมตี ไฟลุกกลางทะเลดำ มอสโกเผย 23 ลูกเรือปลอดภัย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงคมนาคมรัสเซียระบุเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ว่า หน่วยกู้ภัยของรัสเซียเข้าช่วยเหลือลูกเรือ 23 คนของเรือบรรทุกน้ำมัน อัฟราแมกซ์ ริโอ ซึ่งติดธงไลบีเรีย หลังเรือดังกล่าวถูกโจมตีโดยเรือไร้คนขับจนเกิดไฟลุกไหม้ บริเวณนอกชายฝั่งทะเลดำของรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงคมนาคมรัสเซียระบุในรายงานที่เผยแพร่ผ่านเทเลแกรมว่า ลูกเรือทั้งหมด 23 คนเป็น ชาวอินเดีย และไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมีอุปกรณ์และกำลังเพียงพอที่จะเข้าควบคุมเพลิงได้ หลังจากความรุนแรงของเปลวไฟลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเขตปกครองซีเรียสได้รายงานเหตุเพลิงไหม้บนเรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าว ทำให้ทางการสั่งปิดชายหาดในเขตพื้นที่ ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคครัสโนดาร์ทางตอนใต้ของรัสเซีย ไม่ให้ประชาชนเข้าใช้บริการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5922151?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เรือน้ำมันรัสเซียถูกโจมตี ไฟลุกกลางทะเลดำ มอสโกเผย 23 ลูกเรือปลอดภัย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เรือน้ำมันรัสเซียถูกโจมตี ไฟลุกกลางทะเลดำ มอสโกเผย 23 ลูกเรือปลอดภัย</dc:alternative><dc:abstract>เรือน้ำมันรัสเซียถูกโจมตี ไฟลุกกลางทะเลดำ มอสโกเผย 23 ลูกเรือปลอดภัย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-07T03:04:49+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-07T03:04:49+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/rt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/rt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/rt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/rt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/rt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/rt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ประท้วง นร. ลามทั่วฝรั่งเศส ใช้แก๊สน้ำตาสลายชุมนุม อ้างคนเข้าร่วมกว่า 4.5 แสน (ภาพชุด)]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5922063]]></link><pubDate>2026-10-07T09:18:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5922063</guid><description>ประท้วง นร. ลามทั่วฝรั่งเศส ใช้แก๊สน้ำตาสลายชุมนุม อ้างคนเข้าร่วมกว่า 4.5 แสน (ภาพชุด) การชุมนุมประท้วงได้ลุกลามไปทั่วฝรั่งเศสในวันที่ 6 ตุลาคม โดยครูและผู้ปกครองออกมาร่วมเดินขบวนกับนักเรียนระดับมัธยม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ประท้วง นร. ลามทั่วฝรั่งเศส ใช้แก๊สน้ำตาสลายชุมนุม อ้างคนเข้าร่วมกว่า 4.5 แสน (ภาพชุด)&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;การชุมนุมประท้วงได้ลุกลามไปทั่วฝรั่งเศสในวันที่ 6 ตุลาคม โดยครูและผู้ปกครองออกมาร่วมเดินขบวนกับนักเรียนระดับมัธยมปลาย จนทำให้นายกรัฐมนตรีเซบาสเตียง เลอกอร์นู ของฝรั่งเศส ระบุว่า เป็นการประท้วงของนักเรียนที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาและใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อสลายกลุ่มผู้ประท้วงที่ก่อความรุนแรงบริเวณขอบของขบวนประท้วงในกรุงปารีส สตราสบูร์ก แรนส์ และตูลูส รวมถึงเมืองอื่นๆ โดยกระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสระบุว่า มีประชาชนเข้าร่วมการเดินขบวนในเมืองต่างๆ หลายสิบเมืองมากกว่า 250,000 คน ขณะที่กลุ่มผู้จัดประท้วงระบุว่ามีผู้เข้าร่วมมากถึง 450,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประท้วงครั้งนี้ ซึ่งมีนักเรียนวัยรุ่นคนหนึ่งสูญเสียมือจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม เป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจและโกรธแค้นครั้งล่าสุดของประชาชนในฝรั่งเศส ซึ่งกระแสสนับสนุนพรรคการเมืองที่ชูนโยบายประชานิยมทั้งฝ่ายขวาจัดและฝ่ายซ้ายจัดเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่จะมีขึ้นในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลกำลังเผชิญแรงกดดันในการควบคุมหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอ และยังประสบปัญหาในการจัดการภารกิจพื้นฐาน เช่น การผ่านร่างงบประมาณ นับตั้งแต่พันธมิตรของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง สูญเสียเสียงข้างมากในการเลือกตั้งรัฐสภาเมื่อปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เลอกอร์นูแจ้งต่อสมาชิกรัฐสภาว่า มีวัยรุ่นอย่างน้อย 215 คน และเจ้าหน้าที่โรงเรียน 85 คนได้รับบาดเจ็บจากการปะทะ ซึ่งถือเป็นความสูญเสียที่หนักที่สุดในรอบหลายทศวรรษสำหรับระบบการศึกษา ขณะที่สำนักงานของเลอกอร์นูระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บมากกว่า 700 นายเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวโทรทัศน์บีเอฟเอ็มรายงานว่า มาครงได้เรียกเลอกอร์นูและรัฐมนตรีอาวุโสคนอื่นๆ ร่วมประชุมฉุกเฉินในวันอังคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เลอกอร์นูได้สั่งการให้บรรดารัฐมนตรีเร่งดำเนินการตามข้อเรียกร้องสำคัญของนักเรียน โดยข้อเรียกร้องเหล่านี้รวมถึงการรับประกันว่าจะมีครูมาทดแทนในกรณีที่ครูประจำไม่สามารถมาสอนได้ การทบทวนระยะเวลาการเรียนตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 18.00 น. และความจำเป็นในการขยายเวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันรัฐบาลจะพิจารณาด้วยว่า อาคารเรียนเก่าแก่ที่ทรุดโทรมจำเป็นต้องได้รับการซ่อมแซมในส่วนใดบ้าง โดยเลอกอร์นูสั่งให้รัฐมนตรีส่งข้อเสนอเบื้องต้นชุดแรกภายในสิ้นเดือนตุลาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า การประท้วงดังกล่าวเป็นหลักฐานของปัญหาการอพยพเข้าเมืองที่ควบคุมไม่อยู่ในฝรั่งเศส โดยเขาโพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียลว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องโรงเรียน แต่เป็นเรื่องที่ศาสนาอิสลามต้องการเข้ายึดครองประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่แห่งนี้”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำกล่าวหาของทรัมป์ส่วนทางกับข้อเรียกร้องของนักเรียน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับศาสนาหรือการอพยพเข้าเมือง แต่เน้นไปที่ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรและการขาดงบประมาณ พรรคแนวร่วมแห่งชาติ ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดของมารีน เลอเปน ก็ไม่ได้เชื่อมโยงการประท้วงครั้งนี้เข้ากับนโยบายการย้ายถิ่นฐานของฝรั่งเศส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเมืองมาร์กเซยและน็องต์ ผู้ประท้วงชูป้ายที่ทำขึ้นเอง โดยมีข้อความเช่น “รัฐได้ทำลายระบบการศึกษาของชาติ” ส่วนในเมืองตูลูส ผู้ปกครองคล้องแขนกันกันเดินนำหน้าขบวนประท้วงที่เคลื่อนผ่านตัวเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจกรุงปารีสระบุว่า เหตุปะทะในเมืองหลวงเกิดจากกลุ่มคนราว 300 คน ซึ่งส่วนใหญ่สวมฮู้ดหรือหน้ากากปิดบังใบหน้า เผชิญหน้ากับกองกำลังรักษาความปลอดภัย แต่โดยทั่วไปแล้วการประท้วงในพื้นที่อื่นๆ ดำเนินไปโดยไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรง แม้ว่าจะเกิดความเสียหายกับร้านค้าหลายแห่งก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสระบุว่า มีผู้ถูกจับกุม 488 คน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 48 นายได้รับบาดเจ็บในวันอังคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประท้วงของนักเรียนเริ่มขึ้นเมื่อเดือนกันยายนในเขตชานเมืองที่มีฐานะยากจนของกรุงปารีส ก่อนที่จะลุกลามไปทั่วประเทศ โดยนักเรียนร้องเรียนว่าโรงเรียนกำลังประสบปัญหาพื้นฐานด้านการบำรุงรักษา ตั้งแต่น้ำรั่วซึมไปจนถึงการระบาดของหนู&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สหภาพนักเรียนระดับมัธยมปลายระบุว่า โรงเรียนมัธยมปลายมากกว่าครึ่งหนึ่งของฝรั่งเศสถูกปิดกั้นทางเข้าออก หรือต้องปิดการเรียนการสอนในวันดังกล่าว ขณะที่หน่วยงานด้านการศึกษาในบางพื้นที่พยายามเปลี่ยนการเรียนการสอนไปเป็นระบบออนไลน์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มสิทธิมนุษยชน กลุ่มนักเรียน และกลุ่มผู้ปกครอง กล่าวหาทางการว่าใช้กำลังเกินกว่าเหตุในการรับมือกับผู้ประท้วงที่เป็นผู้เยาว์ ขณะที่รัฐบาลระบุว่า การประท้วงครั้งนี้ถูกแทรกแซงโดยบุคคลภายนอก และในบางพื้นที่สถานการณ์ได้บานปลายกลายเป็นความรุนแรงในเขตเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงยุติธรรมระบุเมื่อวันจันทร์ว่า มีผู้ถูกดำเนินคดีมากกว่า 1,800 คนจากความผิดหลายประเภทที่ไม่ได้ระบุรายละเอียด ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้เยาว์ 1,483 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจากการประเมินผลนักเรียนนานาชาติประจำปี 2568 ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) ชี้ให้เห็นว่า การใช้จ่ายด้านการศึกษาของฝรั่งเศสปรับตัวตามอัตราเงินเฟ้อไม่ทัน และผลการเรียนโดยรวมของนักเรียนฝรั่งเศสกำลังตามหลังประเทศอื่นๆ ในกลุ่มโออีซีดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5922063?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ประท้วง นร. ลามทั่วฝรั่งเศส ใช้แก๊สน้ำตาสลายชุมนุม อ้างคนเข้าร่วมกว่า 4.5 แสน (ภาพชุด)&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ประท้วง นร. ลามทั่วฝรั่งเศส ใช้แก๊สน้ำตาสลายชุมนุม อ้างคนเข้าร่วมกว่า 4.5 แสน (ภาพชุด)</dc:alternative><dc:abstract>ประท้วง นร. ลามทั่วฝรั่งเศส ใช้แก๊สน้ำตาสลายชุมนุม อ้างคนเข้าร่วมกว่า 4.5 แสน (ภาพชุด)</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-07T02:20:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-07T02:20:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp7.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp7-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1702</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1702</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp6.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp6-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1710</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1710</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp5.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp5-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp8.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp8-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp9.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fp9-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฟรานซิส ฮัลเซน นักล่า ‘อนุภาคผี’ คว้าโนเบลสาขาฟิสิกส์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5921657]]></link><pubDate>2026-10-06T17:47:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5921657</guid><description>ฟรานซิส ฮัลเซน นักล่า ‘อนุภาคผี’ คว้าโนเบลสาขาฟิสิกส์ ฟรานซิส ฮัลเซน นักฟิสิกส์อนุภาคชาวเบลเยียม-อเมริกัน คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ประจำปี 2026 จากผลงานบุกเบิกในการสร้างหอดูดาวเพื่อตรวจจับ “นิวทริโน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ฟรานซิส ฮัลเซน นักล่า ‘อนุภาคผี’ คว้าโนเบลสาขาฟิสิกส์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ฟรานซิส ฮัลเซน นักฟิสิกส์อนุภาคชาวเบลเยียม-อเมริกัน คว้ารางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ประจำปี 2026 จากผลงานบุกเบิกในการสร้างหอดูดาวเพื่อตรวจจับ “นิวทริโนพลังงานสูง” ซึ่งเป็นหนึ่งในอนุภาคที่ตรวจพบได้ยากที่สุดชนิดหนึ่งของจักรวาล รวมถึงการศึกษาว่าอนุภาคเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮัลเซนค้นพบว่าน้ำแข็งที่ขั้วโลกใต้สามารถนำมาใช้ติดตามนิวทริโน ซึ่งบางครั้งเรียกว่า “อนุภาคผี” ได้ เนื่องจากนิวทริโนสามารถเดินทางผ่านโลกและร่างกายของมนุษย์ได้โดยแทบไม่ทิ้งร่องรอย และแทบจะไม่ทำปฏิกิริยากับสสารเลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอวา ออลส์สัน จากราชบัณฑิตยสถานวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน กล่าวในการแถลงข่าวว่า อนุภาคเหล่านี้เปรียบเสมือนผู้ส่งสารที่นำข้อมูลมาจากห้วงอวกาศ พวกมันช่วยเปิดประตูสู่กาแล็กซีอันไกลโพ้นและบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับกระบวนการระเบิดของดวงดาวให้เราได้รับรู้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราชบัณฑิตยสถานวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดนระบุว่า ข้อมูลการเกิดปฏิสัมพันธ์ของนิวทริโนที่รวบรวมโดยหอดูดาวไอซ์คิวบ์ในทวีปแอนตาร์กติกา ช่วยให้นักวิจัยเข้าใจว่านิวทริโนพลังงานสูงเกิดขึ้นได้อย่างไร และอาจช่วยเปิดเผยปรากฏการณ์ในจักรวาลที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็นที่รู้จักมาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ฟรานซิส ฮัลเซน เป็นผู้นำทีมนักวิจัยและวิศวกรนานาชาติ ซึ่งได้มอบเครื่องมืออันยอดเยี่ยมนี้ให้แก่เรา” มาร์ก เพียร์ซ ประธานคณะกรรมการโนเบลสาขาฟิสิกส์ กล่าวในแถลงการณ์ และว่า ความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อและวิสัยทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ของเขาได้ปูทางไปสู่ดาราศาสตร์รูปแบบใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในปี 2014 นิตยสารสมิธโซเนียนของสหรัฐตั้งฉายาให้ฮัลเซนว่า “มนุษย์นิวทริโน” ในโอกาสที่เขาได้รับรางวัลด้านความคิดสร้างสรรค์ โดยยกย่องว่าผลงาน การทดลองอันน่าทึ่ง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ในวงการดาราศาสตร์ พร้อมกับตีพิมพ์การ์ตูนที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของเขาในชื่อ “เส้นทางสู่การสำรวจจักรวาลของนักฟิสิกส์ผู้เริ่มต้นภารกิจในแอนตาร์กติกา”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ได้รับการคัดเลือกโดยราชบัณฑิตยสถานวิทยาศาสตร์แห่งสวีเดน และจะได้รับเงินรางวัลรวม 12 ล้านโครนาสวีเดน หรือประมาณ 1.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยหากมีผู้ได้รับรางวัลหลายคน เงินรางวัลดังกล่าวจะแบ่งกันระหว่างผู้ได้รับรางวัล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รางวัลโนเบลก่อตั้งขึ้นตามพินัยกรรมของอัลเฟรด โนเบล นักประดิษฐ์และนักธุรกิจชาวสวีเดน ซึ่งสร้างความมั่งคั่งส่วนหนึ่งจากการประดิษฐ์ไดนาไมต์ รางวัลโนเบลมอบเป็นครั้งแรกในปี 1901 เพื่อยกย่องความสำเร็จในด้านวิทยาศาสตร์ วรรณกรรม และสันติภาพ ก่อนที่ธนาคารกลางสวีเดนจะจัดตั้งรางวัลด้านเศรษฐศาสตร์ขึ้นในภายหลัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โนเบลสาขาฟิสิกส์เป็นหนึ่งในสาขาที่มีความสำคัญอย่างโดดเด่นในพินัยกรรมของโนเบล และรางวัลดังกล่าวยังคงเป็นหนึ่งในเกียรติยศสูงสุดของวงการฟิสิกส์ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา รางวัลนี้ได้ยกย่องการค้นพบที่เปลี่ยนแปลงความเข้าใจของมนุษยชาติเกี่ยวกับจักรวาลไปอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในบรรดาผู้ได้รับรางวัลในอดีต มีบุคคลสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ อาทิ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, มารี กูรี และปิแอร์ กูรี, มักซ์ พลังค์ และนีลส์ บอร์ ซึ่งผลงานของพวกเขามีส่วนช่วยวางรากฐานของฟิสิกส์สมัยใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์เมื่อปีที่แล้วมอบให้แก่นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐ ได้แก่ จอห์น คลาร์ก, มิเชล เดโวเรต์ และจอห์น มาร์ตินิส จากการทดลองที่แสดงให้เห็นหลักการของฟิสิกส์ควอนตัมในทางปฏิบัติ โดยงานวิจัยดังกล่าวถูกมองว่ามีส่วนช่วยผลักดันการพัฒนาคอมพิวเตอร์ยุคต่อไป รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลอื่น ๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์เป็นรางวัลโนเบลสาขาที่ 2 ของปีนี้ที่มีการประกาศ หลังจากมีการประกาศรางวัลสาขาการแพทย์เมื่อวันจันทร์ ขณะที่รางวัลสาขาเคมีจะประกาศในวันพุธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5921657?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฟรานซิส ฮัลเซน นักล่า ‘อนุภาคผี’ คว้าโนเบลสาขาฟิสิกส์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฟรานซิส ฮัลเซน นักล่า ‘อนุภาคผี’ คว้าโนเบลสาขาฟิสิกส์</dc:alternative><dc:abstract>ฟรานซิส ฮัลเซน นักล่า ‘อนุภาคผี’ คว้าโนเบลสาขาฟิสิกส์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-06T10:47:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-06T10:47:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/pn.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/pn-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/pn.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/pn-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/pn-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/pn-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่นเดือด! กระแสต้านกองกำลังมะกันพุ่ง หลังนาวิกโยธินถูกจับ ปล้น-ดับหญิงโอกินาวา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5921353]]></link><pubDate>2026-10-06T15:17:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5921353</guid><description>ญี่ปุ่นเดือด! กระแสต้านกองกำลังมะกันพุ่ง หลังนาวิกโยธินถูกจับ ปล้น-ดับหญิงโอกินาวา กระแสความไม่พอใจในญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นหลังนาวิกโยธินสหรัฐถูกจับกุมในข้อหาชิงทรัพย์และฆาตกรรมหญิงท้องถิ่นที่เกาะโอกินาวา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ญี่ปุ่นเดือด! กระแสต้านกองกำลังมะกันพุ่ง หลังนาวิกโยธินถูกจับ ปล้น-ดับหญิงโอกินาวา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กระแสความไม่พอใจในญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นหลังนาวิกโยธินสหรัฐถูกจับกุมในข้อหาชิงทรัพย์และฆาตกรรมหญิงท้องถิ่นที่เกาะโอกินาวา ได้จุดชนวนให้เกิดการประท้วงอีกครั้งเพื่อต่อต้านการมีฐานทัพสหรัฐจำนวนมากบนเกาะทางตอนใต้ของประเทศ ในขณะที่ผู้นำญี่ปุ่นต่างออกมาประณามเหตุอาชญากรรมดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุฆาตกรรมครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อความพยายามของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ในการเสริมสร้างศักยภาพทางทหารของญี่ปุ่นบนเกาะโอกนินาวา และการกระชับความร่วมมือกับกองทัพสหรัฐเพื่อป้องปรามจีนในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจจังหวัดโอกินาวาระบุว่า ได้จับกุมสิบตรีเดวิน เจค็อบ บัลลาร์ด วัย 20 ปี ซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศฟูเทนมะ ในข้อหาบีบคอสังหาริมทรัพย์นางสาวแอนนา ยางิ วัย 39 ปี ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองนาฮะ เมืองเอกของโอกินาวา เมื่อช่วงเช้าตรู่วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พร้อมทั้งขโมยกระเป๋าสตางค์และกระเป๋าเป้ของเธอไป โดยสื่อญี่ปุ่นรายงานว่าผู้ต้องหาได้ปฏิเสธข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นชายคนหนึ่งเดินเข้าโรงแรมไปพร้อมกับหญิงผู้เสียชีวิต และเดินออกมาเพียงลำพังในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บัลลาร์ดถูกจับกุมหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจพบเขาเดินอยู่ในย่านสถานบันเทิงของเมืองโอกินาวา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองนาฮะไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 25 กิโลเมตร ในเวลาต่อมาของวันเสาร์ โดยสำนักข่าวเคียวโดรายงานว่า ทรงผมสั้นเกรียนและรอยสักที่แขนของเขาตรงกับชายในภาพจากกล้องวงจรปิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ชาวญี่ปุ่นราว 160 คนได้รวมตัวประท้วงในเมืองนาฮะ เพื่อประณามอาชญากรรมที่เกิดขึ้นและเรียกร้องอีกครั้งให้มีการย้ายฐานทัพสหรัฐออกไปจากเกาะ โดยป้ายประท้วงแผ่นหนึ่งมีข้อความว่า &amp;#8220;เราทนไม่ไหวกับเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว!&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเก็นตะ โคจา ผู้ว่าราชการจังหวัดโอกินาว่าคนใหม่ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่เมืองนาฮะเมื่อคืนวันอาทิตย์ว่า เหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงและเพิ่มความหวาดกลัวให้กับชาวโอกินาว่า ซึ่งจำต้องใช้ชีวิตอยู่ใกล้กับฐานทัพสหรัฐมาโดยตลอด นี่เป็นสิ่งที่ไม่อาจให้อภัยได้เลย และพวกเราต่างรู้สึกโกรธแค้นเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโคจากล่าวว่า เหตุการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความไร้ประสิทธิภาพของมาตรการทางวินัยที่กองทัพสหรัฐเคยนำมาใช้ในอดีตเพื่อจัดการกับอาชญากรรมในลักษณะเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม นายโคจาได้เรียกพลโทเบนจามิน วัตสัน ผู้บัญชาการกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ ภาคพื้นแปซิฟิกที่ 3 และนายแอนดรูว์ โอ กงสุลใหญ่สหรัฐประจำเมืองนาฮะ มาพบที่สำนักงานจังหวัด โดยเขากล่าวว่า &amp;#8220;ผมรู้สึกโกรธแค้นอย่างมากต่อการสูญเสียชีวิตอันมีค่าของชาวโอกินาวา&amp;#8221; พร้อมทั้งเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สหรัฐ ดำเนินมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พลโทวัตสันตอบว่า เขาตระหนักดีว่าเหตุการณ์ร้ายแรงนี้สร้างความกังวลและความวิตกกังวลอย่างมากให้แก่ชาวโอกินาวา ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของเรา และเสริมว่า เรามุ่งมั่นที่จะเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และสร้างความไว้วางใจจากประชาชนชาวโอกินาวา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ในกรุงโตเกียว นางทาคาอิจิได้ประณามอาชญากรรมดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ รวมถึงดำเนินมาตรการทางวินัยและมาตรการป้องกันที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ขณะที่ ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น ได้เรียกพลโท สตีเฟน จอสต์ ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐประจำญี่ปุ่น เข้าพบที่กระทรวง เช่นเดียวกับนายโทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้แสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อจอร์จ กลาส เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์ กลาสได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตผ่าน X และระบุว่าสหรัฐกำลังให้ความร่วมมือกับทางการญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาในวันจันทร์ เขากล่าวว่าได้แจ้งต่อผู้บัญชาการทหารสหรัฐถึงความจำเป็นในการ &amp;#8220;กำชับให้กำลังพลชาวอเมริกันปฏิบัติตามมาตรฐานวินัยและความซื่อสัตย์ในระดับสูงสุด&amp;#8221; อีกทั้งเขายังได้หารือกับวัตสันเกี่ยวกับ &amp;#8220;ขั้นตอนต่อไปในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นกับหุ้นส่วนฝ่ายญี่ปุ่นและชุมชนที่ตั้งฐานทัพ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้ข้อตกลงทวิภาคีว่าด้วยสถานะของกองกำลัง (SOFA) คดีนี้จึงอยู่ในความรับผิดชอบของทางการญี่ปุ่น เนื่องจากผู้ต้องสงสัยไม่ได้อยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่และถูกจับกุมนอกเขตฐานทัพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัยการญี่ปุ่นเริ่มพิจารณาสำนวนคดีของผู้ต้องสงสัยเมื่อวันจันทร์ เพื่อตัดสินใจว่าจะมีการตั้งข้อหาอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากถูกตัดสินว่ามีความผิด เขาอาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาชนในโอกินาวาต่อต้านการมีฐานทัพสหรัฐจำนวนมากบนเกาะมาอย่างยาวนาน แต่บางส่วนก็เริ่มมองเห็นถึงความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของฐานทัพเหล่านี้ ท่ามกลางสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โอกินาวาเคยอยู่ภายใต้การยึดครองของสหรัฐฯ นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปี ค.ศ. 1972 ปัจจุบันเกาะแห่งนี้เป็นที่ตั้งของฐานทัพและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของสหรัฐถึงร้อยละ 70 และเป็นฐานประจำการหลักของทหารสหรัฐฯ จำนวน 50,000 นายที่ประจำอยู่ในญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมามีความไม่พอใจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับกองทัพสหรัฐฯ บนเกาะแห่งนี้ ข้อมูลจากตำรวจประจำจังหวัดระบุว่า จำนวนคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทางทหารของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 101 คดีในปีที่แล้ว จากเดิมที่มีอยู่ราว 40 คดีในปี 2020&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ข่มขืนเด็กหญิงวัย 12 ปีโดยทหารสหรัฐฯ 3 นายเมื่อปี 1995 เคยจุดชนวนให้ประชาชนจำนวนมากออกมาประท้วงการประจำการของกองทัพสหรัฐฯ จำนวนมากในโอกินาว่า นอกจากนี้ ยังมีความโกรธเคืองเกิดขึ้นจากกรณีทหารสหรัฐก่อเหตุข่มขืนเด็กสาววัยรุ่นในปี 2024 รวมถึงความล่าช้าในการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรรมดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5921353?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่นเดือด! กระแสต้านกองกำลังมะกันพุ่ง หลังนาวิกโยธินถูกจับ ปล้น-ดับหญิงโอกินาวา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่นเดือด! กระแสต้านกองกำลังมะกันพุ่ง หลังนาวิกโยธินถูกจับ ปล้น-ดับหญิงโอกินาวา</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่นเดือด! กระแสต้านกองกำลังมะกันพุ่ง หลังนาวิกโยธินถูกจับ ปล้น-ดับหญิงโอกินาวา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-06T09:29:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-06T09:29:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ok.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ok-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ok.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ok-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ok-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ok-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ok1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ok1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1021</mi:x1><mi:y1>1241</mi:y1><mi:x2>1021</mi:x2><mi:y2>1241</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สัญญาณอันตราย! ปธน.เกาหลีใต้ เผยหลายธนาคารถูก AI เจาะระบบ สั่งระดมกำลังรับมือภัยไซเบอร์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5921126]]></link><pubDate>2026-10-06T14:17:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5921126</guid><description>สัญญาณอันตราย! ปธน.เกาหลีใต้ เผยหลายธนาคารถูก AI เจาะระบบ สั่งระดมกำลังรับมือภัยไซเบอร์ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมว่า เชื่อกันว่า มีการนำโ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สัญญาณอันตราย! ปธน.เกาหลีใต้ เผยหลายธนาคารถูก AI เจาะระบบ สั่งระดมกำลังรับมือภัยไซเบอร์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมว่า เชื่อกันว่า มีการนำโมเดล ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI) มาใช้ในการเจาะระบบธนาคารหลายครั้งเมื่อเร็วๆนี้ พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศหันมาพัฒนามาตรการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เหมาะสมกับยุคสมัยของเอไอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอี กล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า &amp;#8220;ในเหตุการณ์เจาะระบบบางกรณี พบสัญญาณบ่งชี้ถึงการใช้เอไอ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลและความวิตกอย่างมากในหมู่สาธารณะ&amp;#8221; และว่า ขอให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนและชัดเจน และระดมบุคลากรพร้อมทรัพยากรทั้งหมดเพื่อจำกัดความเสียหายให้ได้มากที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวยอนฮัป รายงานเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมว่า ตำรวจเกาหลีใต้ได้เริ่มการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบเกี่ยวกับเหตุโจมตีทางไซเบอร์ต่อธนาคารพาณิชย์ ซึ่งส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าถูกละเมิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านคณะกรรมาธิการบริหารทางการเงิน (FSC) เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ธนาคารชินฮัน (Shinhan Bank), ธนาคาร KB Kookmin และธนาคารอื่นๆ ได้รายงานว่าเกิดเหตุโจมตีทางไซเบอร์ขึ้นกับธนาคาร ขณะที่สำนักข่าวยอนฮัป รายงานว่า ธนาคารฮานา (Hana Bank) และธนาคารอูรี (Woori Bank) ก็ประสบปัญหาข้อมูลเกิดการรั่วไหลเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางการยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของเครื่องมือเอไอที่ใช้ในการเจาะระบบหรือขอบเขตของความเสียหายทั้งหมดจากการละเมิดข้อมูลดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา นายอี อ็อก-วอน ประธาน FSC ได้เรียประชุมฉุกเฉินร่วมกันกับสมาคมในภาคการเงิน หน่วยกำกับดูแล และผู้บริหารจากสถาบันการเงินที่ได้รับผลกระทบ โดยเตือนว่าภาคการเงินจำเป็นต้องรับมือกับสถานการณ์นี้ด้วยความระมัดระวังขั้นสูงสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินอย่างสำนักงานกำกับดูแลทางการเงิน (FSS) และสถาบันความปลอดภัยทางการเงิน ได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับหมายเลข IP Address จำนวน 28 หมายเลข และข้อมูลประเทศที่เกี่ยวข้องกับความพยายามเจาะระบบล่าสุด ให้กับภาคการเงิน ตามที่ FSS เปิดเผยไว้เมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า เมื่อเดือนกันยายน ออสเตรเลียแจ้งว่า มี เอไอ เอเจนต์ของ โอเพ่นเอไอ เจาะเข้าพอร์ทัลข้อมูลด้านสาธารณสุขของรัฐบาลออสเตรเลีย เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และเข้าถึงไฟล์ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งนับเป็นกรณีแรกที่มีการตรวจพบว่า เอไอ เอเจนต์ ได้เจาะระบบเว็บไซต์ของรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่บริษัทวิจัยด้านเอไอแห่งหนึ่ง เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า มีเอไอ เอเจนต์ พยายามเจาะระบบเว็บไซต์ของรัฐบาลแคนาดา แต่ความพยายามดังกล่าวล้มเหลว ขณะที่ทางการแคนาดาระบุว่า ไม่พบสัญญาณบ่งชี้ว่าระบบของรัฐบาลถูกเจาะแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5921126?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สัญญาณอันตราย! ปธน.เกาหลีใต้ เผยหลายธนาคารถูก AI เจาะระบบ สั่งระดมกำลังรับมือภัยไซเบอร์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สัญญาณอันตราย! ปธน.เกาหลีใต้ เผยหลายธนาคารถูก AI เจาะระบบ สั่งระดมกำลังรับมือภัยไซเบอร์</dc:alternative><dc:abstract>สัญญาณอันตราย! ปธน.เกาหลีใต้ เผยหลายธนาคารถูก AI เจาะระบบ สั่งระดมกำลังรับมือภัยไซเบอร์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-06T07:17:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-06T07:17:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Lee-Jae-Myung-12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Lee-Jae-Myung-12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Lee-Jae-Myung-12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Lee-Jae-Myung-12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Lee-Jae-Myung-123.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Lee-Jae-Myung-123-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผู้นำมาเลย์เผย ส่งกลับชาวเมียนมาตั้งแต่ ม.ค. ราว 10,000 คน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5921059]]></link><pubDate>2026-10-06T13:34:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5921059</guid><description>ผู้นำมาเลย์เผย ส่งกลับชาวเมียนมาตั้งแต่ ม.ค. ราว 10,000 คน นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมว่า ชาวเมียนมาราว 10,000 คนถูกส่งกลับประเทศแล้วนับตั้งแต่เดือนมกราคมนี้ ซึ่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ผู้นำมาเลย์เผย ส่งกลับชาวเมียนมาตั้งแต่ ม.ค. ราว 10,000 คน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมว่า ชาวเมียนมาราว 10,000 คนถูกส่งกลับประเทศแล้วนับตั้งแต่เดือนมกราคมนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามส่งผู้ลี้ภัยที่หลบหนีออกจากเมียนมาเนื่องจากสงครามกลางเมืองกลับประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อันวาร์กล่าวต่อรัฐสภาในวันอังคารว่า ผู้ที่ถูกส่งกลับบางส่วนเดินทางกลับด้วยเครื่องบินที่รัฐบาลเมียนมาจัดเตรียมให้ ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีชาวเมียนมาราว 1,400 คนถูกส่งกลับทางทะเล ภายใต้ข้อตกลงทวิภาคีระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อันวาร์ยอมรับว่า กลุ่มสิทธิมนุษยชนและสมาชิกรัฐสภาบางส่วนมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่ผู้ถูกส่งกลับอาจต้องเผชิญ แต่กล่าวว่า ทางการเมียนมาได้ให้คำรับรองว่าจะไม่มีการทำร้ายพวกเขาหลังเดินทางกลับประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เงื่อนไขที่เรากำหนดต่อเมียนมาก็คือ พวกเขาจะต้องรับพลเมืองของตนเองกลับประเทศ ประการที่สอง พวกเขาจะต้องปฏิบัติต่อประชาชนของตนเองอย่างเป็นธรรม เพื่อไม่ให้เกิดการละเมิด การบีบบังคับ หรือการละเมิดสิทธิ” อันวาร์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อันวาร์กล่าวว่า เขาจะหารือเรื่องนี้กับพลเอกอาวุโสมิน อ่อง ไลง์ ผู้นำเมียนมา ซึ่งมีกำหนดเดินทางเยือนมาเลเซียในเดือนตุลาคมนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมียนมาเผชิญความวุ่นวายอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2564 นำไปสู่สงครามกลางเมืองทั่วประเทศ ส่งผลให้ประชาชนหลายแสนคนต้องข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลของสหประชาชาติระบุว่า มาเลเซียรับผู้ลี้ภัยจากเมียนมาไว้ราว 193,000 คน แต่รัฐบาลมาเลเซียเริ่มแสดงความไม่พอใจต่อการมีอยู่ของผู้ลี้ภัยในประเทศมากขึ้น โดยระบุว่า การให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยกลายเป็นภาระทางการเงินและก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความมั่นคง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาเลเซียไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย และถือว่าผู้แสวงหาที่ลี้ภัยเป็นผู้อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5921059?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผู้นำมาเลย์เผย ส่งกลับชาวเมียนมาตั้งแต่ ม.ค. ราว 10,000 คน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผู้นำมาเลย์เผย ส่งกลับชาวเมียนมาตั้งแต่ ม.ค. ราว 10,000 คน</dc:alternative><dc:abstract>ผู้นำมาเลย์เผย ส่งกลับชาวเมียนมาตั้งแต่ ม.ค. ราว 10,000 คน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-06T06:34:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-06T06:34:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ai.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ai-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ai.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ai-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ai-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ai-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สู้รบเดือด! กองกำลังเยเมนขับไล่ฮูตี พ้นช่องแคบบับเอลมันเดบ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5920666]]></link><pubDate>2026-10-06T10:41:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5920666</guid><description>สู้รบเดือด! กองกำลังเยเมนขับไล่ฮูตี พ้นช่องแคบบับเอลมันเดบ กองกำลังรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียเปิดฉากรุกอย่างรวดเร็วเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม เพื่อยึดพื้นที่ชายฝั่งรอบช่องแคบบับเอลมันเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สู้รบเดือด! กองกำลังเยเมนขับไล่ฮูตี พ้นช่องแคบบับเอลมันเดบ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียเปิดฉากรุกอย่างรวดเร็วเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม เพื่อยึดพื้นที่ชายฝั่งรอบช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญบริเวณปากทะเลแดง กลับคืนมาไปจนถึงเมืองโมคา โดยรัฐบาลเยเมนระบุว่า กองกำลังของรัฐบาลสามารถผลักดันกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านออกจากพื้นที่ส่วนใหญ่ ที่กลุ่มฮูตียึดครองได้เมื่อเดือนที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่มฮูตีได้ทำการตอบโต้โดยระบุว่า ได้โจมตีพื้นที่สำคัญในซาอุดีอาระเบียหลายแห่ง รวมถึงท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาด โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทอารัมโคในเมืองราบิก ท่าอากาศยานนานาชาติอับฮา และฐานทัพทหารคามิส มูชัยต์ แต่ทางการซาอุดีอาระเบียและบริษัทอารัมโคยังไม่ได้ตอบคำขอให้แสดงความคิดเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังเยเมนของรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการโจมตีทางอากาศอย่างหนักจากซาอุดีอาระเบีย เดินทางมาถึงชานเมืองโมคาในช่วงค่ำวันจันทร์ และนักรบฮูตีกำลังถอยร่นขึ้นไปยังพื้นที่สูง แหล่งข่าวจากรัฐบาลเยเมน 4 รายระบุ ขณะที่กระทรวงกลาโหมเยเมนกล่าวว่า เมืองดังกล่าวตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังรัฐบาลแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากได้รับการยืนยัน การรุกคืบครั้งนี้จะช่วยลดการควบคุมของกลุ่มฮูตีที่มีต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญในทะเลแดง ซึ่งขณะนี้กำลังสร้างความปั่นป่วนให้แก่ตลาดพลังงานอยู่แล้วควบคู่ไปกับการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้กลุ่มฮูตียังคงสามารถโจมตีเรือเดินทะเลด้วยโดรนจากพื้นที่อื่นได้ก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การสู้รบเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตามแนวรบหลายแห่งในเยเมนเป็นเวลาหลายสัปดาห์ นับตั้งแต่สงครามกลางเมืองที่หยุดชะงักไปกลับมาปะทุขึ้นจากผลกระทบต่อเนื่องของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยกลุ่มฮูตีพยายามเข้าควบคุมช่องแคบบับเอลมันเดบ และยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเมืองและโครงสร้างพื้นฐานของซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียซึ่งกำลังสู้รบกับกลุ่มฮูตี ยังระบุในช่วงค่ำวันจันทร์ว่า กองกำลังทางเรือได้ปฏิบัติการทางทหารในเขตผู้ว่าการโฮไดดาห์ของเยเมน ซึ่งอยู่ริมทะเลแดง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ กองกำลังรัฐบาลเยเมนสามารถยึดตำแหน่งสำคัญหลายแห่งได้แล้ว รวมถึงลานบินแห่งหนึ่งในเขตดูบับ บริเวณปากช่องแคบบับเอลมันเดบ โดยการที่กลุ่มฮูตีเข้ายึดพื้นที่ดังกล่าวเมื่อเดือนที่แล้วได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่ตลาดพลังงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์ไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นอิสระว่ากองกำลังรัฐบาลสามารถยึดพื้นที่ได้มากเพียงใด ขณะที่กลุ่มฮูตีซึ่งควบคุมพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นหลายแห่งของเยเมน รวมถึงกรุงซานา ตั้งแต่ปี 2014 กล่าวว่า คำกล่าวอ้างของรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียนั้นไม่มีมูล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะเดียวกัน กลุ่มฮูตีเองก็สามารถรุกคืบครั้งสำคัญใกล้เมืองตาอิซ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของเยเมน โดยยึดพื้นที่บางส่วนของถนนบนภูเขา ทำให้กองกำลังรัฐบาลถูกปิดล้อม ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวทหาร 5 รายในรัฐบาลเยเมน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวรัฐบาลรายหนึ่งปฏิเสธว่าถนนดังกล่าวถูกตัดขาด โดยกลุ่มฮูตียังขู่ว่าจะโจมตีการจราจรทางอากาศในน่านฟ้าซาอุดีอาระเบียอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นทำให้ชาติพันธมิตรของกรุงริยาดต้องเข้ามาดำเนินการ โดยซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถานตกลงในการประชุมฉุกเฉินที่กรุงริยาดเมื่อวันจันทร์ว่า จะส่งกำลังทหารและขีดความสามารถทางทหารเข้าประจำการในซาอุดีอาระเบียอย่างรวดเร็ว ภายใต้ข้อตกลงป้องกันประเทศเมกกะ ตามแถลงการณ์ร่วมของทั้งสามประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายหลังการประชุม ซาอุดีอาระเบีย ตุรกี และปากีสถานออกแถลงการณ์กล่าวหากลุ่มฮูตีว่าพยายามโจมตีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาอิสลาม ได้แก่ นครเมกกะและนครมาดีนะห์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ประเทศภาคีทั้งสามยังประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อความพยายามที่จะโจมตีนครเมกกะและนครมาดีนะห์ ตลอดจนการโจมตีอย่างต่อเนื่องต่อเมืองต่าง ๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลเรือนและเศรษฐกิจในราชอาณาจักร พร้อมยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่ยอมรับการโจมตีหรือการคุกคามใด ๆ ต่อความมั่นคงและบูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักร” แถลงการณ์ร่วมระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ข้อตกลงร่วมว่าด้วยการป้องกันประเทศเมกกะ” ซึ่งลงนามกันเมื่อเดือนสิงหาคม มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างการยับยั้งร่วมกันต่อการกระทำใด ๆ ที่เป็นการรุกราน และกำหนดว่า การโจมตีด้วยอาวุธต่อประเทศใดประเทศหนึ่งในสามประเทศ จะถือว่าเป็นการโจมตีต่อประเทศทั้งสาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การสู้รบทำให้วิกฤตด้านมนุษยธรรมในเยเมน ซึ่งเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในภูมิภาคอาหรับเลวร้ายลง โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานของสหประชาชาติระบุเมื่อวันจันทร์ว่า มีประชาชน 184,000 คนต้องพลัดถิ่นนับตั้งแต่สงครามกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราชิด อัล-อลีมี ประธานาธิบดีเยเมนที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ให้คำมั่นเมื่อวันอาทิตย์ว่า จะต่อสู้จนกว่าประเทศจะได้รับการปลดปล่อยจากการควบคุมของกองกำลังติดอาวุธก่อการร้าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาอุดีอาระเบียระบุเมื่อวันจันทร์ว่า ได้โจมตีเป้าหมายหลายร้อยแห่งเพื่อสนับสนุนการคุ้มกันทางอากาศให้แก่ช่องแคบบับเอลมันเดบและกองกำลังภาคพื้นดินของเยเมน ขณะที่รัฐบาลเยเมนระบุว่า ได้เปิดฉากโจมตีตามแนวรบหลายแห่ง รวมถึงในจังหวัดซานา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตีระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และได้รับบาดเจ็บ 7 ราย จากการโจมตีในเขตซันฮานและซาวานของจังหวัดดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สงครามเกิดขึ้นในหลายแนวรบ การสู้รบที่รุนแรงที่สุดอยู่ในพื้นที่ตะวันตกเฉียงใต้ของเยเมน ทั้งบริเวณชายฝั่งใกล้ช่องแคบบับเอลมันเดบและพื้นที่ภูเขารอบเมืองตาอิซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5920666?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สู้รบเดือด! กองกำลังเยเมนขับไล่ฮูตี พ้นช่องแคบบับเอลมันเดบ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สู้รบเดือด! กองกำลังเยเมนขับไล่ฮูตี พ้นช่องแคบบับเอลมันเดบ</dc:alternative><dc:abstract>สู้รบเดือด! กองกำลังเยเมนขับไล่ฮูตี พ้นช่องแคบบับเอลมันเดบ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-06T03:41:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-06T03:41:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/hy-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/hy-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/hy-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/hy-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/hy-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/hy-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์เชื่ออิหร่านเอี่ยวเหตุ Flydubai ทีมสอบชี้ลงมือลำพัง วางแผน พุ่งชนสนามบิน-ตึกสูงในเทลอาวีฟ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5920589]]></link><pubDate>2026-10-06T09:35:23+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5920589</guid><description>ทรัมป์เชื่ออิหร่านเอี่ยวเหตุ Flydubai ทีมสอบชี้ลงมือลำพัง วางแผน พุ่งชนสนามบิน-ตึกสูงในเทลอาวีฟ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ว่า โดยส่วนตัวแล้วเขาเชื่อว่าอิหร่านเป็นผู [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์เชื่ออิหร่านเอี่ยวเหตุ Flydubai ทีมสอบชี้ลงมือลำพัง วางแผน พุ่งชนสนามบิน-ตึกสูงในเทลอาวีฟ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ว่า โดยส่วนตัวแล้วเขาเชื่อว่าอิหร่านเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเครื่องบินของสายการบิน Flydubai หลังจากที่มีผู้สอบถามในประเด็นดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเชื่อของทรัมป์ดูจะย้อนแย้งกับรายงานจากสหรัฐและอิสราเอลที่ระบุว่า นักบินผู้ช่วยที่ถูกกล่าวหาว่าพยายามจี้เครื่องบินของสายการบิน Flydubai มีแผนที่จะขับเครื่องบินพุ่งชนสนามบินเบนกูเรียนในกรุงเทลอาวีฟ หรืออาคารสูงในเมืองดังกล่าวของอิสราเอล พร้อมกับชี้ว่า ชายชาวโอมานผู้นี้เป็นพวกหัวรุนแรงที่ปฏิบัติการเพียงลำพัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัยการสูงสุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดเผยว่า นักบินผู้ช่วยรายนี้พยายามก่อเหตุ &amp;#8220;การก่อการร้าย&amp;#8221; บนเที่ยวบิน FZ1073 ซึ่งเดินทางจากดูไบไปยังเทลอาวีฟเมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า นักบินผู้ช่วยรายนี้ได้รับการปลูกฝังแนวคิดอิสลามหัวรุนแรง ขณะที่กัปตัน ผู้โดยสาร รวมถึงลูกเรืออีกคน ได้ช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบเหตุการณ์ 9/11 ขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนักบินผู้ช่วยของสายการบิน Flydubai ซึ่งหลายรายงานระบุว่าคือนายฮามาม อัล-ฮัมมามี ในขณะที่เขายังคงถูกสอบสวนอยู่ใน UAE และมีการรายงานความคืบหน้าให้ตัวแทนจากอิสราเอลรับทราบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่ออิสราเอลอ้างแหล่งข่าวที่รับทราบข้อมูลการสอบสวนว่า นักบินผู้ช่วยให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า หลังจากทำร้ายกัปตันสมิต มัชชาร์ แล้ว เขามีแผนจะขับเครื่องบินตามปกติเข้าสู่น่านฟ้าอิสราเอลและขออนุญาตลงจอดที่สนามบินเบนกูเรียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากนั้นเขาวางแผนที่จะขับเครื่องบินโบอิ้ง 737 MAX ซึ่งมีผู้โดยสารกว่า 180 คน พุ่งชนสนามบินหรืออาคารสูงในใจกลางกรุงเทลอาวีฟ โดยเลียนแบบรูปแบบการโจมตีของกลุ่มอัลเคด้าในเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 ที่สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะลงมือเพียงลำพัง มากกว่าที่จะทำในนามของกลุ่มหัวรุนแรงหรือรัฐบาลต่างชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักบินผู้ช่วยของสายการบิน Flydubai ยังให้การกับเจ้าหน้าที่สอบสวนของ UAE ว่า เขาวางแผนก่อเหตุโจมตีดังกล่าวตั้งแต่ก่อนที่จะได้รับการว่าจ้างจากสายการบิน Flydubai นักบินผู้ช่วยรายนี้ยังให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า เขาเคยคิดจะจี้และขับเครื่องบินพุ่งชนในเที่ยวบินก่อนหน้านี้ที่จะไปเทลอาวีฟเช่นกัน ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเหตุใดเขาจึงเปลี่ยนใจไม่ก่อเหตุในเที่ยวบินครั้งก่อน แม้แหล่งข่าวระบุว่า เชื่อกันว่านักบินผู้ช่วยรู้จักบุคคลคนหนึ่งที่อยู่บนเครื่องบินลำนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่อิสราเอล 2 รายกล่าวว่า นักบินผู้ช่วยบอกผู้สอบสวนว่า เขาสมัครงานกับสายการบิน Flydubai หลังจากค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสายการบินที่ให้บริการเที่ยวบินไปยังเทลอาวีฟ ขณะที่อิสราเอลได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของการสอบสวนจาก UAE อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังไม่มีความเห็นใดๆ ออกมาจากทางการของ UAE หรืออิสราเอลในทันทีเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายฮาหมัด อัล-ชัมซี อัยการสูงสุดของ UAE กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า การสอบสวนของทางการจะช่วยไขความกระจ่างเกี่ยวกับรายละเอียดทั้งหมด แรงจูงใจ และความเชื่อมโยงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ โดยจะมีการเปิดเผยผลการสอบสวนเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีข้อซักถามเกี่ยวกับความบกพร่องด้านความปลอดภัยครั้งใหญ่ รวมถึงประเด็นที่ว่าผู้ก่อเหตุได้รับการว่าจ้างจากสายการบิน Flydubai และได้รับอนุญาตให้ทำการบินเที่ยวบินที่มีผู้โดยสารชาวอิสราเอลไปยังกรุงเทลอาวีฟได้อย่างไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ในภูมิภาคเผยว่า นักบินผู้ช่วยรายนี้เคยถูก Oman Air สายการบินแห่งชาติของโอมานสั่งห้ามทำการบินและให้ย้ายไปทำงานด้านธุรการแทน เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับแนวคิดสุดโต่งของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาเขาได้รับการว่าจ้างจากสายการบิน Flydubai ซึ่งมีฐานการดำเนินงานใน UAE ภายหลังผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยตามมาตรฐานทั่วไป แต่กระบวนการดังกล่าวไม่ได้ตรวจสอบประวัติเชิงลึกเพื่อหาข้อบ่งชี้ถึงแนวคิดสุดโต่งแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ กฎระเบียบด้านการบินของอิสราเอลระบุว่า นักบินที่ถือสัญชาติของประเทศที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับอิสราเอล ซึ่งรวมถึงโอมาน ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินเข้ามายังประเทศอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ในภูมิภาคให้ข้อมูลกับเอพีว่า ทางการ UAE ได้ส่งรายชื่อผู้โดยสารและลูกเรือให้กับอิสราเอลรับทราบก่อนที่เที่ยวบิน FZ1073 จะออกเดินทาง แต่สำนักงานความมั่นคงภายในของอิสราเอล หรือชิน เบต ระบุว่า กระทรวงคมนาคมเป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบรายชื่อดังกล่าวที่ได้รับจากสายการบินต่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางมิรี เรเกฟ รัฐมนตรีคมนาคมอิสราเอล กล่าวว่า กระทรวงไม่ได้รับรายชื่อผู้โดยสารและลูกเรือดังกล่าว พร้อมชี้ว่าการกำกับดูแลความปลอดภัยสำหรับเที่ยวบินที่ดำเนินการโดยสายการบินต่างประเทศนั้น อยู่ในความรับผิดชอบของชิน เบต และมอสซาด ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองต่างประเทศของอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เนทันยาฮูได้สั่งการให้หัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งชาติทำการทบทวนประเด็นด้านความปลอดภัยทั้งหมด ที่เกี่ยวข้องกับการบินพลเรือนจากต่างประเทศที่มุ่งหน้าสู่อิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ทางการออสเตรเลียกำลังดำเนินการสอบสวนเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างนักบินผู้ช่วยรายนี้กับประเทศออสเตรเลีย โดยแหล่งข่าวเปิดเผยต่อสื่อท้องถิ่นว่า เขาเคยไปศึกษาต่อที่นั่นในช่วงระหว่างปี 2015 ถึง 2017&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5920589?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์เชื่ออิหร่านเอี่ยวเหตุ Flydubai ทีมสอบชี้ลงมือลำพัง วางแผน พุ่งชนสนามบิน-ตึกสูงในเทลอาวีฟ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์เชื่ออิหร่านเอี่ยวเหตุ Flydubai ทีมสอบชี้ลงมือลำพัง วางแผน พุ่งชนสนามบิน-ตึกสูงในเทลอาวีฟ</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์เชื่ออิหร่านเอี่ยวเหตุ Flydubai ทีมสอบชี้ลงมือลำพัง วางแผน พุ่งชนสนามบิน-ตึกสูงในเทลอาวีฟ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-06T06:39:44+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-06T06:39:44+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fd.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fd-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fd.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fd-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fd-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/fd-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีใต้ ยันผลสอบร่วมยูเอ็นชี้ เหตุบึ้มทหารเจ็บ 2 เกิดจากทุ่นระเบิดสังหาร ฝีมือเกาหลีเหนือ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5920148]]></link><pubDate>2026-10-05T17:55:04+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5920148</guid><description>เกาหลีใต้ ยันผลสอบร่วมยูเอ็นชี้ เหตุบึ้มทหารเจ็บ 2 เกิดจากทุ่นระเบิดสังหาร ฝีมือเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม กองทัพเกาหลีใต้แถลงว่า เหตุการณ์ระเบิดซึ่งเป็นผลให้ทหารเกาหลีใต้ 2 นายได้รับบาดเจ็บสาหั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เกาหลีใต้ ยันผลสอบร่วมยูเอ็นชี้ เหตุบึ้มทหารเจ็บ 2 เกิดจากทุ่นระเบิดสังหาร ฝีมือเกาหลีเหนือ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม กองทัพเกาหลีใต้แถลงว่า เหตุการณ์ระเบิดซึ่งเป็นผลให้ทหารเกาหลีใต้ 2 นายได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อเร็วๆ นั้น มีสาเหตุมาจากทุ่นระเบิดสังหารซึ่งเกาหลีเหนือฝังเอาไว้ได้เกิดระเบิดขึ้น โดยเกาหลีเหนือ ซึ่งดำเนินการเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดนติดกับเกาหลีใต้มาตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2024 ได้ส่งคนงานมากถึงราว 7,000 คน มาติดตั้งทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและเสริมรั้วกั้นพรมแดนระหว่างสองเกาหลีในปีนี้ ซึ่งกองทัพเกาหลีใต้พบว่าได้เกิดเหตุการณ์รุกล้ำข้ามชายแดนเข้ามาประมาณ 50 ครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผลการสอบสวนร่วมกับกองบัญชาการสหประชาชาติและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ได้มีการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าทหารของเราซึ่งปฏิบัติภารกิจตามปกติในเขตปลอดทหาร(DMZ) ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่เกาหลีเหนือติดตั้งไว้ทางตอนใต้ของเส้นแบ่งเขตทางทหาร(MDL)ภายใต้สิ่งที่อ้างว่าเป็นการก่อสร้างเพื่อเสริมความมั่นคงทางทหาร” นายควอน แดวอน รองประธานเสนาธิการร่วมของเกาหลีใต้แถลง พร้อมระบุว่า ทุ่นระเบิดสังหารดังกล่าวที่เกิดระเบิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กันยายนนั้นเชื่อว่าถูกเกาหลีเหนือฝังไว้เมื่อราวปีก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รองประธานเสนาธิการร่วมฯ ระบุอีกว่า กองทัพเกาหลีใต้ขอเรียกร้องอย่างแข็งกร้าวให้เกาหลีเหนือขอโทษอย่างจริงใจต่อทหารของเราที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดดังกล่าวและเก็บกู้ทุ่นระเบิดสังหารทั้งหมดที่ฝังไว้ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงสงบศึกระหว่างสองเกาหลี นอกจากนี้ ในวันนี้กองทัพเกาหลีใต้ได้ดำเนินการกำจัดทุ่นระเบิดสังหารของเกาหลีเหนือแล้วและจะเดินหน้าปฏิบัติการต่อไป หากเกาหลีเหนือไม่จัดการเก็บกู้ทุ่นระเบิดดังกล่าวออกไปโดยสมัครใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กองบัญชาการสหประชาชาติระบุภายหลังการสอบสวนร่วมกับกองทัพเกาหลีใต้ว่า มีการตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของเกาหลีเหนืออีกหนึ่งลูกในฝั่งเกาหลีใต้ของเส้นแบ่งเขตทางทหาร ซึ่งตัดผ่านเขตปลอดทหารที่มีความกว้าง 4 กิโลเมตร โดยเหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงสงบศึกในสงครามเกาหลี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน คิม โย-จอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของผู้นำคิม จองอึน ของเกาหลีเหนือ ได้ออกมาตอบโต้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าข้อกล่าวหาของเกาหลีใต้นั้น &amp;#8220;ไม่มีมูลความจริง&amp;#8221; พร้อมทั้งปฏิเสธข้อเรียกร้องของเกาหลีใต้ที่ต้องการให้มีการขอโทษต่อเหตุการณ์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5920148?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีใต้ ยันผลสอบร่วมยูเอ็นชี้ เหตุบึ้มทหารเจ็บ 2 เกิดจากทุ่นระเบิดสังหาร ฝีมือเกาหลีเหนือ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีใต้ ยันผลสอบร่วมยูเอ็นชี้ เหตุบึ้มทหารเจ็บ 2 เกิดจากทุ่นระเบิดสังหาร ฝีมือเกาหลีเหนือ</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีใต้ ยันผลสอบร่วมยูเอ็นชี้ เหตุบึ้มทหารเจ็บ 2 เกิดจากทุ่นระเบิดสังหาร ฝีมือเกาหลีเหนือ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-05T10:55:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-05T10:55:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-05-173709.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-05-173709-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-05-173709.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-05-173709-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-05-173709-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-05-173709-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นักบินผู้ช่วยที่ก่อเหตุพยายามจี้เครื่องบินฟลายดูไบ เผยวางแผนโจมตีก่อนได้ร่วมงานกับสายการบิน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5920007]]></link><pubDate>2026-10-05T17:17:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5920007</guid><description>นักบินผู้ช่วยที่ก่อเหตุพยายามจี้เครื่องบินฟลายดูไบ เผยวางแผนโจมตีก่อนได้ร่วมงานกับสายการบิน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม โดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่อิสราเอล 2 ราย ที่ระบุว่า นักบิน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นักบินผู้ช่วยที่ก่อเหตุพยายามจี้เครื่องบินฟลายดูไบ เผยวางแผนโจมตีก่อนได้ร่วมงานกับสายการบิน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม โดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่อิสราเอล 2 ราย ที่ระบุว่า นักบินผู้ช่วยที่ก่อเหตุทำร้ายกัปตันบนเครื่องบินของสายการบินฟลายดูไบ ได้เปิดเผยกับเจ้าหน้าที่สอบสวน ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ว่า เขาวางแผนการโจมตี ก่อนหน้าที่ทางสายการบินฟลายดูไบจะว่าจ้างเขาให้มาทำงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่แหล่งข่าวที่ 3 ที่ได้รับบรีฟเกี่ยวกับการสอบสวนของยูเออี ระบุว่า นักบินผู้ช่วย ชาวโอมาน ได้วางแผนที่จะขับเครื่องบินพุ่งชนสนามบินเบน-กูเรียน ใกล้กับนครเทลอาวีฟ นอกจากนี้ เขายังยอมรับว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ขณะร่วมบินกับเครื่องบินที่กำลังมุ่งหน้าไปยังเทลอาวีฟนั้น เขาตั้งใจจะจี้เครื่องบิน และพุ่งชนเช่นกัน แต่ได้ยกเลิกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า ทำไมครั้งนั้นนักบินผู้ช่วยคนนี้จึงได้ตัดสินใจยกเลิกปฏิบัติการจี้เครื่องบินไป ซึ่งเป็นไปได้ว่า อาจจะมีใครบางคนที่เขารู้จักอยู่บนเครื่องบินด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบนเครื่องบินของสายการบินฟลายดูไบ ที่บินจากอิสราเอล ไปยังนครดูไบ ของยูเออี โดยนักบินผู้ช่วยำได้ก่อเหตุทำร้ายกัปตัน ด้วยขวานฉุกเฉินบนเครื่องบิน ก่อนที่กัปตันจะพยายามเปิดประตูห้องนักบินทำให้คนด้านนอกสามารถเข้าไปช่วยเอาไว้ได้ทัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่แหล่งข่าว 2 แหล่ง กล่าวว่า นักบินผู้ช่วยที่ก่อเหตุนี้ชื่อ ฮามัม อัล-ฮัมมมี แต่ทางการอิสราเอลไม่ได้เปิดเผยชื่อ ระบุเพียงว่า เขามาจากโอมาน ด้านทางการยูเออี และฟลายดูไบ ไม่ได้เปิดเผยชื่อของนักบินผู้ช่วยที่ก่อเหตุดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ไมเคิล จอห์นสัน ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจนิวซีแลนด์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมว่า นักบินผู้ช่วยรายนี้ ได้ใช้เวลาอยู่ในประเทศนิวซีแลนด์ช่วงหนึ่ง แต่ไม่ได้ระบุช่วงเวลาเอาไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายของออสเตรเลียเอง ก็กำลังสอบสวนความเชื่อมโยงระหว่างออสเตรเลียกับนักบินผู้ช่วยรายนี้ เนื่องจากเขาเคยเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัย RMIT (Royal Melbourne Institute of Technology) หรือ สถาบันเทคโนโลยีแห่งพระราชทานเมลเบิร์น ที่เมลเบิร์น อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวรายที่ 4 เปิดเผยว่า นักบินผู้ช่วยรายนี้เรียนที่ออสเตรเลียเมื่อราว 10 ปีก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5920007?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นักบินผู้ช่วยที่ก่อเหตุพยายามจี้เครื่องบินฟลายดูไบ เผยวางแผนโจมตีก่อนได้ร่วมงานกับสายการบิน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นักบินผู้ช่วยที่ก่อเหตุพยายามจี้เครื่องบินฟลายดูไบ เผยวางแผนโจมตีก่อนได้ร่วมงานกับสายการบิน</dc:alternative><dc:abstract>นักบินผู้ช่วยที่ก่อเหตุพยายามจี้เครื่องบินฟลายดูไบ เผยวางแผนโจมตีก่อนได้ร่วมงานกับสายการบิน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-05T10:19:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-05T10:19:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/flydubai1112222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/flydubai1112222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/flydubai1112222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/flydubai1112222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/flydubai1112222999.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/flydubai1112222999-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นายกฯสเปน ประกาศจัดเลือกตั้งก่อนกำหนด 29 พ.ย. หลังกม.ที่อยู่อาศัย ถูกสภาตีตก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5919867]]></link><pubDate>2026-10-05T15:57:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5919867</guid><description>นายกฯสเปน ประกาศจัดเลือกตั้งก่อนกำหนด 29 พ.ย. หลังกม.ที่อยู่อาศัย ถูกสภาตีตก เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ได้ประกาศจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดในวันที่ 29 พฤศจิกายนที่จะถึง  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นายกฯสเปน ประกาศจัดเลือกตั้งก่อนกำหนด 29 พ.ย. หลังกม.ที่อยู่อาศัย ถูกสภาตีตก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายเปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ได้ประกาศจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดในวันที่ 29 พฤศจิกายนที่จะถึง ในความมุ่งหวังว่าจะกระชับอำนาจในมือให้แข็งแกร่งมากขึ้น หลังจากรัฐสภาได้ปฏิเสธร่างกฎหมายเพื่อจัดการกับวิกฤตปัญหาด้านที่อยู่อาศัยที่รัฐบาลซานเชซเสนอต่อสภาไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ท่ามกลางการประท้วงในวงกว้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซานเชซ แถลงผ่านทางโทรทัศน์ถึงการจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดว่า เราจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอีกครั้ง พร้อมระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องระดมเสียงสนับสนุนและคว้าชัยชนะเพื่อให้ได้เสียงข้างมากจากฝ่ายก้าวหน้าในรัฐสภาให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสามารถเอาชนะกลุ่มผลประโยชน์ที่มีอิทธิพล ผลักดันความก้าวหน้าด้านสังคมและเดินหน้าการเปลี่ยนแปลงประเทศต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีสเปนยังยอมรับด้วยว่า รัฐบาลได้ทำผิดพลาดในบางประเด็นและไม่สามารถดำเนินการตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ในระหว่างการหาเสียงได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซานเชซ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคสังคมนิยมแรงงานสเปน (PSOE) พรรคการเมืองซ้ายนิยม มีความโดดเด่นในระดับโลกจากการยืนหยัดที่แข็งแกร่งในประเด็นที่มีความก้าวหน้าต่างๆ ตั้งแต่ การตั้งรัฐปาเลสไตน์ การปกป้องสถาบันพหุภาคี ไปจนถึงการปราบปรามกลุ่มผู้มีอำนาจในวงการเทคโนโลยี แม้ว่าจะมีความล้มเหลวและเผชิญเรื่องอื้อฉาวต่างๆ ที่สั่นคลอนสถานะของเขาในประเทศให้อ่อนแอลงก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า การเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่เสี่ยงต่อฟากรัฐบาล เนื่องจากพรรคสังคมนิยมของซานเชซมีคะแนนนิยมตามหลังพรรคคู่แข่งในผลโพลที่มีการจัดสำรวจ อย่างไรก็ดี ซานเชซยังได้รับแรงหนุนจากข้อเสนอในการจัดการกับวิกฤตปัญหาที่อยู่อาศัยในสเปนที่กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่ถูกส.ส.จากฝ่ายพรรคฝ่ายขวาคัดค้านเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งนำไปสู่การวางแผนจัดประท้วงครั้งใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซานเชซก้าวขึ้นสู่อำนาจหลังจากนำการขับไล่รัฐบาลของนายมารีอาโน ราฮอย อดีตนายกรัฐมนตรีสเปน จากพรรคประชาชน(PP) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวานิยม ที่มีกรณีอื้อฉาวเรื่องการทุจริตของสมาชิกในพรรค PP อย่างไรก็ดี ในปีที่ผ่านมา ส.ส.อาวุโสในพรรค PSOE ของนายซานเชซเองก็เผชิญกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตด้วย ซึ่งฉุดรั้งคะแนนนิยมของพรรค PSOE ที่มีคะแนนนิยมในระดับต่ำอยู่แล้วที่วนเวียนอยู่ที่ราว 26-31% ตลอดช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5919867?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นายกฯสเปน ประกาศจัดเลือกตั้งก่อนกำหนด 29 พ.ย. หลังกม.ที่อยู่อาศัย ถูกสภาตีตก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นายกฯสเปน ประกาศจัดเลือกตั้งก่อนกำหนด 29 พ.ย. หลังกม.ที่อยู่อาศัย ถูกสภาตีตก</dc:alternative><dc:abstract>นายกฯสเปน ประกาศจัดเลือกตั้งก่อนกำหนด 29 พ.ย. หลังกม.ที่อยู่อาศัย ถูกสภาตีตก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-05T09:10:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-05T09:10:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-05T071004Z_1692631703_RC2118AOUA2J_RTRMADP_3_SPAIN-ELECTION.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-05T071004Z_1692631703_RC2118AOUA2J_RTRMADP_3_SPAIN-ELECTION-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-05T071004Z_1692631703_RC2118AOUA2J_RTRMADP_3_SPAIN-ELECTION.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-05T071004Z_1692631703_RC2118AOUA2J_RTRMADP_3_SPAIN-ELECTION-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-05T071004Z_1692631703_RC2118AOUA2J_RTRMADP_3_SPAIN-ELECTION-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-05T071004Z_1692631703_RC2118AOUA2J_RTRMADP_3_SPAIN-ELECTION-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รัสเซียสั่งกักตัวเกือบ 200 คน ใกล้ชิดจนท.ห้องแล็บในไซบีเรียที่ดับปริศนา หลังสัมผัสหลอดทดลองที่แตก ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5919438]]></link><pubDate>2026-10-05T13:11:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5919438</guid><description>รัสเซียผวา! สั่งกักตัวเกือบ 200 คน ใกล้ชิดจนท.ห้องแล็บในไซบีเรียที่เสียชีวิตปริศนา หลังสัมผัสหลอดทดลองที่แตก คาดติดเชื้อกาฬโรค พีเพิล และ อินดีเพนเดนต์  รายงานว่า หญิงชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เทค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;รัสเซียผวา! สั่งกักตัวเกือบ 200 คน ใกล้ชิดจนท.ห้องแล็บในไซบีเรียที่เสียชีวิตปริศนา หลังสัมผัสหลอดทดลองที่แตก คาดติดเชื้อกาฬโรค&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;พีเพิล และ อินดีเพนเดนต์  รายงานว่า หญิงชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่เทคนิคในห้องปฏิบัติการ อยู่ที่สถาบันต่อต้านกาฬโรคอีร์คุตสต์ เมืองเชเลคอฟ ใกล้กับเมืองอีร์คุตสต์ ในไซบีเรียตะวันออก ของประเทศรัสเซีย เสียชีวิตด้วยการที่สงสัยว่าเกิดจากการติดเชื้อกาฬโรคจากห้องปฏิบัติการ ส่งผลให้ผู้สัมผัสใกล้ชิดกับเธอเกือบ 200 คน ต้องถูกนำตัวเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังทางการแพทย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อินดีเพนเดนต์ ไม่ได้ระบุว่า เชื้อในหลอดทดลองดังกล่าวเป็นเชื้อกาฬโรค ระบุเพียงว่า เป็นไวรัสที่ไม่ทราบชนิด และหลอดทดลองดังกล่าวบรรจุตัวอย่างทางชีวภาพที่มีเชื้อมีชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พีเพิลรายงานโดยอ้างสื่อท้องถิ่นในรัสเซีย ระบุว่า หญิงที่เสียชีวิตรายนี้ ชื่อ ดาเรีย ชิปิโลวา นักเทคนิคห้องปฏิบัติการวัย 28 ปี โดยเธอเริ่มมีอาการป่วย หลังจากสัมผัสกับหลอดทดลองที่แตก ซึ่งภายในบรรจุเชื้อกาฬโรคปอด และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยอาการปอดอักเสบรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ และต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ก่อนจะเสียชีวิตลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่รายงานของมอสโกไทม์ส ระบุข้อมูลอีกด้านหนึ่งว่า เธอเริ่มป่วยหลังจากเดินทางกลับจากการปฏิบัติงานที่เขตบูเรียเทีย ในไซบีเรียตะวันออก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยซิปิโลวา เพิ่งเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เมืองเซเลคอฟ เป็นเวลา 3 วัน ก่อนที่จะเสียชีวิตลงเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับซิปิโลวา เกือบ 200 คน ได้ถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการเฝ้าระวังทางการแพทย์ ตามมาตรการป้องกันไว้ก่อนแล้ว โดยนายอิกอร์ คอบเซฟ ผู้ว่าการแคว้นอีร์คุตสค์ ยืนยันว่าได้มีการประชุมหารือเกี่ยวกับกรณีผู้อยู่อาศัยในพื้นที่รายหนึ่ง ที่อาจติดเชื้ออันตรายร้ายแรง พร้อมระบุว่า รอสโพเทรบนัดซอร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานสาธารณสุขระดับรัฐบาลกลางของรัสเซีย กำลังดำเนินมาตรการป้องกันการระบาดอย่างเต็มรูปแบบ โดยบุคคลที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยทั้งหมด ได้รับการเฝ้าระวังอาการทางการแพทย์แล้ว และไม่มีใครแสดงอาการป่วย ขณะที่ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการออกมาเป็น &amp;#8220;ลบ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอสโพเทรบนัดซอร์ ระบุว่า มีการบังคับใช้มาตรการสุขอนามัยฉุกเฉินในทันที หลังจากพบกรณีผู้ป่วยโรคปอดอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุที่สถานที่ดังกล่าว พร้อมกับยืนยันว่าสถานการณ์โดยรวมในภูมิภาคอีร์คุตสค์ ยังคงอยู่ในภาวะปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สำนักข่าวท้องถิ่นอิสระ Liudi Baikala รายงานว่า มีผู้ที่เข้าข่ายสัมผัสโดยตรงหรือโดยอ้อมกับช่างเทคนิครายดังกล่าว อย่างน้อย 197 คน ถูกเแยกกักตัวเพื่อเฝ้าระวังอาการทางการแพทย์ โดยในจำนวนนี้มีมากกว่า 100 คน ที่กำลังอยู่ระหว่างการเฝ้าดูอาการภายในหอผู้ป่วยของโรงพยาบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เดียวกัน ทางการท้องถิ่นได้กำหนดมาตรการกักตัวอย่างเข้มงวดครอบคลุมพื้นที่เขตดังกล่าว โดยมุ่งเน้นไปที่โรงพยาบาลประจำเขตเชเลคอฟ สถานพยาบาลสำหรับแม่และเด็กในละแวกใกล้เคียง และโรงงานผลิตอะลูมิเนียมในพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ โรคกาฬโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย &amp;#8220;เยอร์ซีเนีย เพสติส&amp;#8221; (Yersinia pestis) ซึ่งมักพบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กและหมัดที่อาศัยอยู่บนตัวสัตว์เหล่านั้น ซึ่งข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โรคนี้มักแพร่กระจายผ่านการถูกหมัดที่มีเชื้อกัด หรือการสัมผัสโดยไม่มีการป้องกันกับสารคัดหลั่งที่มีเชื้อโรคหรือวัสดุที่ปนเปื้อนเชื้อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5919438?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รัสเซียสั่งกักตัวเกือบ 200 คน ใกล้ชิดจนท.ห้องแล็บในไซบีเรียที่ดับปริศนา หลังสัมผัสหลอดทดลองที่แตก &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รัสเซียสั่งกักตัวเกือบ 200 คน ใกล้ชิดจนท.ห้องแล็บในไซบีเรียที่ดับปริศนา หลังสัมผัสหลอดทดลองที่แตก </dc:alternative><dc:abstract>รัสเซียสั่งกักตัวเกือบ 200 คน ใกล้ชิดจนท.ห้องแล็บในไซบีเรียที่ดับปริศนา หลังสัมผัสหลอดทดลองที่แตก </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-05T09:13:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-05T09:13:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/belova59-laboratory-382.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/belova59-laboratory-382-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/belova59-laboratory-382.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/belova59-laboratory-382-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/belova59-laboratory-382000.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/belova59-laboratory-382000-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ล้างเครือข่าย! อินโดนีเซีย จับใหญ่ 11 ผู้ต้องสงสัย เป็นผู้ก่อการร้าย ใน 6 จังหวัด สกัดแนวคิดสุดโต่ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5919309]]></link><pubDate>2026-10-05T12:20:07+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5919309</guid><description>ล้างเครือข่าย! อินโดนีเซีย จับใหญ่ 11 ผู้ต้องสงสัย เป็นผู้ก่อการร้าย ใน 6 จังหวัด สกัดแนวคิดสุดโต่ง หน่วยต่อต้านการก่อการร้าย Densus 88 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย แถลงเมื่อวันอาทิตย์(4 ต.ค.)ว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ล้างเครือข่าย! อินโดนีเซีย จับใหญ่ 11 ผู้ต้องสงสัย เป็นผู้ก่อการร้าย ใน 6 จังหวัด สกัดแนวคิดสุดโต่ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หน่วยต่อต้านการก่อการร้าย Densus 88 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย แถลงเมื่อวันอาทิตย์(4 ต.ค.)ว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการจู่โจมจับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อการร้ายรวม 11 คน ในพื้นที่ 6 จังหวัดของประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายก่อการร้ายที่คาดว่ามีการสรรหาสมาชิกผ่านช่องทางทางออนไลน์และการจัดฝึกใช้อาวุธ โดยปฏิบัติการครั้งนี้ได้จุดกระแสความวิตกกังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามจากการก่อการร้ายให้ผู้คนในประเทศมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ขึ้นอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเมนดรา เอกา วาร์ดานา โฆษกของ Densus 88 แถลงว่า ปฏิบัติการจู่โจมจับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อการร้ายดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ ชวาตะวันตก, ชวากลาง, สุลาเวสีกลาง, สุลาเวสีใต้, รีเยา และ มาลูกูเหนือ โดยผู้ต้องสงสัยทั้ง 11 คนนี้ มีอายุระหว่าง 22-52 ปี ซึ่งเชื่อว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเดาเลาะห์ อิสลามิยาห์ ซึ่งเป็นคำที่ใช้กันแพร่หลายในอินโดนีเซียในการเรียกกองกำลังรัฐอิสลาม(ไอเอส หรือ ไอซิส) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธมุสลิมที่ถูกจัดเป็นกลุ่มก่อการร้าย ตลอดจนอุดมการณ์สุดโต่งของกองกำลังติดอาวุธกลุ่มนี้ รวมถึงเครือข่ายก่อการร้ายอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษก Densus 88 ระบุว่าการสืบสวนเบื้องต้นพบความเชื่อมโยงระหว่างผู้ต้องสงสัยในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงการติดต่อสื่อสารผ่านการประชุมออนไลน์เพื่อปลูกฝังแนวคิดสุดโต่ง การสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่าย และการดำเนินกิจกรรมอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ Densus 88 ไม่ได้เปิดหลักฐานของแผนการโจมตีเฉพาะเจาะจงของผู้ต้องสงสัยเป็นเครือข่ายก่อการร้ายที่ถูกจับกุมครั้งนี้ให้ได้เห็นเป็นเครื่องยืนยัน แต่ระบุว่าผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับการประสานงาน การสรรหาสมาชิกและการจัดฝึกใช้อาวุธในหลายภูมิภาคของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิบัติการกวาดล้างผู้ต้องสงสัยเป็นเครือข่ายก่อการร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับกระแสแนวคิดสุดโต่งใหม่ที่ถูกหว่านเพาะในหมู่เยาวชนของประเทศและมีขึ้นในขณะที่อินโดนีเซียไร้ซึ่งการเผชิญกับเหตุโจมตีรุนแรงจากกลุ่มผู้ก่อการร้ายเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว หลังจากทางการดำเนินความพยายามกวาดล้างเครือข่ายก่อการร้ายมาเป็นเวลานานหลายปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเหตุโจมตีของผู้ก่อการร้ายครั้งล่าสุดในอินโดนีเซียคือเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่งในเมืองบันดุงเมื่อเดือนธันวาคมปี 2022 ซึ่งส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นายและบาดเจ็บอีก 10 นาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางการอินโดนีเซียระบุเตือนว่ากลุ่มหัวรุนแรงยังคงเคลื่อนไหวในการสรรหาสมาชิก ระดมทุนและเผยแพร่โฆษณาชวนเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยโดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านทางแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5919309?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ล้างเครือข่าย! อินโดนีเซีย จับใหญ่ 11 ผู้ต้องสงสัย เป็นผู้ก่อการร้าย ใน 6 จังหวัด สกัดแนวคิดสุดโต่ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ล้างเครือข่าย! อินโดนีเซีย จับใหญ่ 11 ผู้ต้องสงสัย เป็นผู้ก่อการร้าย ใน 6 จังหวัด สกัดแนวคิดสุดโต่ง</dc:alternative><dc:abstract>ล้างเครือข่าย! อินโดนีเซีย จับใหญ่ 11 ผู้ต้องสงสัย เป็นผู้ก่อการร้าย ใน 6 จังหวัด สกัดแนวคิดสุดโต่ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-05T05:20:07+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-05T05:20:07+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-05-114731.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-05-114731-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-05-114731.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-05-114731-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-05-114731-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Screenshot-2026-10-05-114731-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ลาวตั้ง &#8216;สอนไซ สีพันดอน&#8217; ขึ้นเป็นประธานสภาแห่งชาติ &#8211; &#8216;สะเหลิมไซ กมมะสิด&#8217; เป็นนายกฯคนใหม่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5919331]]></link><pubDate>2026-10-05T12:15:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5919331</guid><description>ลาวตั้ง &amp;#8216;สอนไซ สีพันดอน&amp;#8217; ขึ้นเป็นประธานสภาแห่งชาติ &amp;#8211; &amp;#8216;สะเหลิมไซ กมมะสิด&amp;#8217; เป็นนายกฯคนใหม่ สื่อลาวรายงานว่า ในการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติ ชุดที่ 10 ที่กรุงเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ลาวตั้ง &amp;#8216;สอนไซ สีพันดอน&amp;#8217; ขึ้นเป็นประธานสภาแห่งชาติ &amp;#8211; &amp;#8216;สะเหลิมไซ กมมะสิด&amp;#8217; เป็นนายกฯคนใหม่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อลาวรายงานว่า ในการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 2 ของสภาแห่งชาติ ชุดที่ 10 ที่กรุงเวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาว เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ได้เลือกนายสอนไซ สีพันดอน เป็นประธานสภาแห่งชาติ ชุดที่ 10 และให้ความเห็นชอบให้นายสะเหลิมไซ กมมะสิด ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่ง สปป. ลาว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยการประชุมดังกล่าว ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม คณะกรรมาธิการถาวรแห่งชาติ ของลาว ได้เสนอชื่อนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรีลาว ซึ่งเป็นกรรมการกรมการเมือง แห่งคณะกรรมการกลางพรรคและสมาชิกสภาแห่งชาติ ประจำเขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงจำปาสัก ให้ดำรงตำแหน่ง &amp;#8220;ประธานสภาแห่งชาติ&amp;#8221; แทนนายไซสมพอน พมวิหาร ที่ถึงแก่อสัญกรรมไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2569&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า การเสนอชื่อดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 2015 มาตรา 57 วรรค 5 และกฎหมายว่าด้วยสภาแห่งชาติฉบับแก้ไขเพิ่มเติมปี 2024 มาตรา 52 วรรค 2 โดยอ้างอิงข้อเสนอจากประธานประเทศ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะกรรมาธิการถาวรแห่งสภาแห่งชาติ ระบุว่า นายสอนไซมีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับตำแหน่งดังกล่าว รวมถึงประสบการณ์ด้านความเป็นผู้นำ ความรู้เกี่ยวกับการเมือง กฎหมาย เศรษฐกิจ และการบริหาร ตลอดจนประสบการณ์ในการกำกับดูแลและติดตามการบังคับใช้กฎหมายของรัฐและการตัดสินใจเรื่องสำคัญระดับชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ สภาแห่งชาติยังได้อนุมัติการแต่งตั้่งนายสะเหลิมไซ กมมะสิด กรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคและรองนายกรัฐมนตรี ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแห่งสาธาณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยการแต่งตั้งให้นายสะเหลิมไซ กมมะสิด ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีลาวคนที่ 10 ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสภาแห่งชาติทั้ง 158 คน ที่เข้าร่วมการประชุม คิดเป็นคะแนนเสียงเห็นชอบ 100 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5919331?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ลาวตั้ง &amp;#8216;สอนไซ สีพันดอน&amp;#8217; ขึ้นเป็นประธานสภาแห่งชาติ &amp;#8211; &amp;#8216;สะเหลิมไซ กมมะสิด&amp;#8217; เป็นนายกฯคนใหม่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ลาวตั้ง ‘สอนไซ สีพันดอน’ ขึ้นเป็นประธานสภาแห่งชาติ – ‘สะเหลิมไซ กมมะสิด’ เป็นนายกฯคนใหม่</dc:alternative><dc:abstract>ลาวตั้ง ‘สอนไซ สีพันดอน’ ขึ้นเป็นประธานสภาแห่งชาติ – ‘สะเหลิมไซ กมมะสิด’ เป็นนายกฯคนใหม่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-05T05:15:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-05T05:15:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/laos111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/laos111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/laos111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/laos111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/laos111222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/laos111222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หวั่นเป็นเป้าก่อการร้าย! สหรัฐย้ายเครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งหมด พ้นฐานทัพอังกฤษ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5919122]]></link><pubDate>2026-10-05T10:24:19+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5919122</guid><description>หวั่นเป็นเป้าก่อการร้าย! สหรัฐย้ายเครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งหมด พ้นฐานทัพอังกฤษ กองทัพอากาศสหรัฐได้เคลื่อนบ้ายเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศของสหรัฐในอังกฤษ ซึ่งเครื่องบินเหล่านี้เคยถ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;หวั่นเป็นเป้าก่อการร้าย! สหรัฐย้ายเครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งหมด พ้นฐานทัพอังกฤษ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองทัพอากาศสหรัฐได้เคลื่อนบ้ายเครื่องบินทิ้งระเบิดที่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศของสหรัฐในอังกฤษ ซึ่งเครื่องบินเหล่านี้เคยถูกใช้ในปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน กลับไปยังฐานทัพหลักในสหรัฐอเมริกาแล้ว หลังจากมีการสอบสวนกรณีแผนก่อการร้ายที่ฐานทัพอากาศอาร์เอเอฟ แฟร์ฟอร์ด นับตั้งแต่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้เมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายกำลังทางทหารที่มีความอ่อนไหว เผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดดังกล่าวถูกส่งกลับไปยังฐานทัพต้นสังกัดในสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ติดตามความเคลื่อนไหวด้านการบิน เช่น กลุ่มพันธมิตรติดตามความเคลื่อนไหวทางอากาศของกองทัพพบว่า นับตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ของสงครามอิหร่าน มีเครื่องบินทิ้งระเบิดแบบบี-52 และบี-1 จำนวนหลายสิบลำปฏิบัติการออกจากฐานทัพอากาศอาร์เอเอฟ แฟร์ฟอร์ด โดยผู้สังเกตการณ์พบว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบบี-1 จำนวนมากบินออกจากฐานแห่งนี้เมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเคลื่อนย้ายเครื่องบินทิ้งระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ สำหรับการทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการโจมตีระลอกใหม่ แม้ในช่วงแรกเขาเคยให้คำมั่นกับชาวอเมริกันว่า ปฏิบัติการดังกล่าวจะใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผมจะต้องตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องอิหร่าน อิหร่านได้รับความเสียหายอย่างหนักและถูกทำลายย่อยยับแล้ว ดังนั้นคำถามเดียวที่เหลืออยู่ก็คือ จะเลือกวิธีที่ง่าย หรือวิธีที่ยาก” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันเสาร์ ขณะเดินทางออกจากทำเนียบขาวเพื่อไปร่วมการปราศรัยหาเสียงที่รัฐโอไฮโอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชายที่ถือสองสัญชาติคืออังกฤษและอิหร่านรายหนึ่งถูกจับกุมในกรุงลอนดอนในข้อสงสัยว่ามีแผนก่อการร้าย หลังเกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยที่ฐานทัพอากาศอาร์เอเอฟ แฟร์ฟอร์ดในช่วงปลายเดือนกันยายน ตลอดการสอบสวนที่ผ่านมา มีผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมด 6 คน ก่อนที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการประกันตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่อังกฤษเชื่อมโยงเหตุการณ์ดังกล่าวกับอิหร่าน ซึ่งปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้อิหร่านเคยระบุว่า ฐานทัพใดก็ตามที่ถูกใช้เพื่อโจมตีดินแดนของอิหร่าน ถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมสำหรับการโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่อังกฤษระบุว่า กลุ่มตัวแทนหรือกลุ่มที่ทำงานแทนอิหร่าน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลอิหร่าน อยู่เบื้องหลังเหตุวางเพลิงและการโจมตีในรูปแบบอื่น ๆ หลายครั้งในอังกฤษและประเทศอื่น ๆ โดยเหตุโจมตีจำนวนมากมุ่งเป้าไปที่ชุมชนชาวยิว และมีเป้าหมายเพื่อสร้างความหวาดกลัว นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่อังกฤษได้เตือนว่า อิหร่านอาจขยายเป้าหมายการโจมตีในอังกฤษ หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฐานทัพอากาศอาร์เอเอฟ แฟร์ฟอร์ด ตั้งอยู่ห่างจากกรุงลอนดอนไปทางตะวันตกราว 160 กิโลเมตร กองทัพสหรัฐใช้ฐานทัพแห่งนี้เป็นที่ปฏิบัติการของเครื่องบินทิ้งระเบิดมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ ในช่วงที่เกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบัน กองทัพสหรัฐยังคงรักษากำลังทหารขนาดใหญ่ไว้ในตะวันออกกลาง โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเปิดเผยว่า เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส ธีโอดอร์ รูสเวลต์ เพิ่งถูกส่งเข้าไปปฏิบัติภารกิจในภูมิภาค รวมถึงกองเรือยกพลขึ้นบกยูเอสเอส มัลคิน ไอแลนด์ กำลังมุ่งหน้าไปยังภูมิภาคดังกล่าว โดยกองเรือชุดนี้ประกอบด้วยเรือหลายลำ ซึ่งสามารถรองรับกำลังพลรวมกันมากกว่า 7,000 นาย และนาวิกโยธินอีก 2,000 นาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า การเคลื่อนกำลังดังกล่าวอาจทำให้ในภูมิภาคตะวันออกกลาง มีเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐประจำการพร้อมกันถึง 3 ลำภายในสิ้นเดือนตุลาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5919122?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หวั่นเป็นเป้าก่อการร้าย! สหรัฐย้ายเครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งหมด พ้นฐานทัพอังกฤษ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หวั่นเป็นเป้าก่อการร้าย! สหรัฐย้ายเครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งหมด พ้นฐานทัพอังกฤษ</dc:alternative><dc:abstract>หวั่นเป็นเป้าก่อการร้าย! สหรัฐย้ายเครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งหมด พ้นฐานทัพอังกฤษ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-05T03:24:19+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-05T03:24:19+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/bm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/bm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/bm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/bm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/bm-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/bm-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เชิดชายมองUNหลากมิติ เชื่อถือได้-อยู่รอดไหมในโลกป่วน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5918829]]></link><pubDate>2026-10-05T06:02:18+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5918829</guid><description>เชิดชายมองUNหลากมิติ เชื่อถือได้-อยู่รอดไหมในโลกป่วน หมายเหตุ &amp;#8220;มติชน&amp;#8221; นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ตอบคำถามหลากหลายประเด็น ตั้งแต่ความน่า [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เชิดชายมองUNหลากมิติ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;เชื่อถือได้-อยู่รอดไหมในโลกป่วน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;หมายเหตุ &amp;#8220;มติชน&amp;#8221;&lt;/strong&gt; &lt;em&gt;นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ตอบคำถามหลากหลายประเด็น ตั้งแต่ความน่าเชื่อถือของสหประชาชาติ (UN) การทำงานขององค์กรท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง บทบาทของกลุ่มประเทศต่างๆ ไปจนถึงการเลือกเลขาธิการ UN คนใหม่&lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;๐ เวทีพหุภาคีอย่าง UN จะยังเป็นความหวังได้หรอไม่ ท่ามกลางปัญหามากมายที่กำลังเผชิญอยู่ และกระแสโลกที่ประเทศต่างๆ มุ่งปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมมองว่า การทูตทวิภาคีโดยเฉพาะในสมัยนี้ ยังไงก็ต้องอาศัยกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ กฎหมาย หลักนิติรัฐสากล ผ่านการทูตพหุภาคีเป็นพื้นฐานรองรับ จึงไม่ใช่เรื่องว่า เราสามารถเลือกที่จะอยู่ในโลกที่ปราศจากการทูตพหุภาคีได้หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า เราจะใช้ประโยชน์จากเวทีพหุภาคีอย่างไรในโลกที่ผันผวนมากกว่า&lt;br /&gt;
กุญแจสำคัญที่สุดคือ ต้องให้ rule-based international order ที่มี UN เป็นองค์กรหลักและเป็นฝ่ายนิติบัญญัติของประชาคมระหว่างประเทศ สามารถทำงานได้&lt;br /&gt;
ความท้าทายของ United Nations คือจะทำอย่างไรให้ &amp;#8220;nations united&amp;#8221; คือ อย่างน้อยก็มีค่านิยม มาตรฐานกลาง ๆ ที่ไปในทิศทางเดียวกัน แต่ปัญหาวันนี้คือ ประชาคมโลกแตกแยก เป็นขั้วบ้าง เป็นกลุ่มก้อนบ้าง จึงตกลงอะไรกันไม่ค่อยจะได้ ทุกอย่างชะงักงันไปหมด อะไรที่เคยเป็นบรรทัดฐานโดยเฉพาะเรื่องการเคารพอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน วันนี้เส้นมันเบลอแล้ว&lt;br /&gt;
ลองย้อนไปดูช่วงตั้ง UN ใหม่ ๆ คือทศวรรษ 1940 -1960 โลกกลัวอาวุธนิวเคลียร์แบบขึ้นสมอง ทุกคนรู้ว่า red line ในการดำเนินความสัมพันธ์คือ ต้องไม่ก้าวข้ามไปสู่การทำลายล้างมนุษยชาติ รวมถึงการเคารพหลัก self determination ของแต่ละรัฐ แต่วันนี้ โลกเปลี่ยนไป มหาอำนาจหันมาใช้การทูตแบบ brinkmanship งัดกันจนวินาทีสุดท้าย ปัญหาคือไม่มีใครมองเห็นอีกต่อไปว่า red line วันนี้อยู่ตรงไหน หลักการประชาธิปไตยและการเคารพในบูรณภาพแห่งดินแดนก็ถูกละเลย&lt;br /&gt;
วันนี้ UN จึงมีความสำคัญแน่นอน ไม่ต่างจากเมื่อปี 1945 เพราะในที่สุด ประชาคมโลกต้องอยู่รอด และเอาเข้าจริง UN ยิ่งมีความสำคัญมากกว่าเมื่อก่อน จะทำอย่างไรให้คณะมนตรีความมั่นคงทำหน้าที่ได้ ไม่ถูกผูกขาด และเป็นตัวแทนของประชาคมโลกอย่างแท้จริง จะทำอย่างไรให้กองกำลังรักษาสันติภาพมีขีดความสามารถ และส่งเสริมแนวคิดประชาธิปไตยโลก องค์การชำนัญต่าง ๆ มีงบประมาณเพียงพอในการแก้ไขปัญหาด้านสังคม การพัฒนา มนุษยธรรม&lt;br /&gt;
UN เองในฐานะองค์กรก็ต้องปฏิรูป ลดโครงสร้างและขั้นตอนแบบ bureaucracy และเพื่อพูนการสื่อสารและสร้าง ownership ให้กับผู้คนมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;๐ ในขณะนี้กลายเป็นว่าผู้ก่อตั้ง UN กลับถูกมองว่าเป็นคนจุดชนวนปัญหา หรือไปสนับสนุนในสิ่งที่ไม่ควรเกิดเช่นเหตุการณ์ในกาซา แต่ชาติสมาชิกอื่นๆ ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมไม่คิดว่าปัญหาของ UN เกิดขึ้นจากประเทศใดประเทศหนึ่ง รัฐสมาชิกทั้ง 193 รวมทั้งสหรัฐอเมริกา ต่างต้องตอบโจทย์ภายในประเทศทั้งสิ้น อันนี้เป็นที่เข้าใจได้ และเป็นเรื่องที่แยกออกจากประสิทธิภาพของ UN ดังนั้น ความยากลำบากของ UN ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของรัฐใดรัฐหนึ่ง ในทางตรงกันข้าม UN ต่างหากที่จะต้องทำให้แน่ใจว่าพฤติกรรมเหล่านั้นจะไม่ล้ำเส้นจนกระทบประสิทธิภาพในการจัดระบบระเบียบระหว่างประเทศ&lt;br /&gt;
แต่แน่นอนการที่ประเทศใหญ่อย่างสหรัฐปรับนโยบายย่อมสร้างแรงกระเพื่อม เช่น การตัดลดงบประมาณ หรือการจัดลำดับความสำคัญที่ให้กับประเด็นต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก การบริการด้านสาธารณสุขโลก แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ของกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ด้อยลง หรือการที่สหรัฐวิพากษ์วิจารณ์องค์การการค้าโลก (WTO) ก็ไม่ได้หมายความว่า WTO จะทำงานไม่ได้ หรือการถอนตัวจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ก็ไม่ได้ทำให้พันธกิจด้านสาธารณสุขของ WHO ลดความสำคัญลง&lt;br /&gt;
ทุกประเทศจึงต้องแสดงความรับผิดชอบร่วมกัน อย่างไทยเราเป็นประเทศนำในเรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UHC) เราก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้นได้ หรือเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนและการลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Mitigation) ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยสามารถก้าวขึ้นไปเป็นประเทศที่มีความรับผิดชอบมากขึ้นได้ สมการเหล่านี้จึงไม่ควรไปผูกอยู่กับประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงแค่ว่าเขาเป็นมหาอำนาจ ทุกประเทศต่างมีความรับผิดชอบในประชาคมโลก มากบ้าง น้อยบ้าง ตามกำลัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;๐ บทบาทของกลุ่มอย่าง Global South หรือ G77 และจีน จะช่วยขับเคลื่อนวาระของ UN ได้แค่ไหน ในเมื่อข้อมติต่างๆ ยกเว้นใน UNSC ไม่มีผลผูกพันธ์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมไม่ได้มองว่า การขับเคลื่อนบทบาทของ UN จะต้องไปแขวนอยู่กับการบรรลุข้อมติ เราสามารถมีข้อมติมากมายเป็นร้อยเป็นพันฉบับ แต่มันไม่ได้แปลว่าจะสามารถตอบโจทย์ปัญหาได้ เหมือนกับรัฐสภาผ่านกฎหมาย ต่อให้เป็นมติของคณะมนตรีความมั่นคง ก็ใช่ว่าจะไปดับไฟได้ทุกเรื่อง กฎหมายไม่ใช่คำตอบเดียว มันต้องเอาไปปฏิบัติ on the ground และสร้างความตระหนักรู้ควบคู่ไปด้วย สมาชิก UN สามารถทำงานนอกสภาหรือผ่านกลไกต่าง ๆ ของระบบ UN ได้&lt;br /&gt;
กลุ่ม G77 และจีน ก็มีพลังในการขับเคลื่อนอย่างมาก และสามารถทำงานร่วมกันในประเด็นต่าง ๆ ได้ เช่น เรื่องการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการในประเทศกำลังพัฒนาเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ในขณะที่ UN ทำหน้าที่เป็น good offices ช่วยอำนวยความสะดวกให้ชาติสมาชิกมารวมตัวกันเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีข้อมติรองรับหรือไม่&lt;br /&gt;
การแบ่งขั้วหรือจัดตั้งแนวร่วมเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่ต้องมีกฎเกณฑ์และตอบสนองต่อหลักการพื้นฐานคือ &amp;#8220;We the Peoples&amp;#8221; ตัวอย่างคือ เรื่อง Climate Change สำหรับประเทศเกาะเล็กๆ ในแปซิฟิก เช่น ฟิจิ และทูวาลู ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นเป็นเรื่องความเป็นความตายของประเทศเขา เราจึงต้องเข้าใจจุดนี้ เพราะจะทำให้ไทยในฐานะ emerging donor สามารถออกแบบความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น การรวมกลุ่มของประเทศต่าง ๆ อย่างกลุ่มประชาคมแคริบเบียนหรือกลุ่มประเทศเอเชียกลาง จึงมีประโยชน์เพราะช่วยให้ประเทศที่เผชิญปัญหาร่วมกันสามารถหารือและประสานจุดยืนร่วมกันได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;๐ ปีหน้าไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลในกรณีเกิดภัยพิบัติ (PPED) ขณะที่ปีที่ผ่านมา ไทยร่วมมือกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) จัดประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต เรื่องเหล่านี้สะท้อนถึงบทบาทที่สร้างสรรค์ของไทยใน UN อย่างไร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไทยแบ่งปันประสบการณ์ องค์ความรู้ ให้กับประชาคมโลกอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง UHC หรือเรื่องการดูแลดิน เรื่องปฏิบัติการรักษาสันติภาพ การนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน ถนนหนทางไปช่วยสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนอันเป็นแนวทางหนึ่งเพื่อป้องกันความขัดแย้ง&lt;br /&gt;
เรื่องการเป็นเจ้าภาพ PPED มีเป้าหมายเพื่อจัดทำข้อมติและตราสารระหว่างประเทศ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นกรอบกติกาหรือแนวปฏิบัติร่วมกันในการคุ้มครองประชาชนจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ช่วยลดการสูญเสียชีวิตและลดเสียหาย การจัดประชุม PPED จะช่วยเชื่อมผู้กำหนดนโยบายกับผู้ปฏิบัติ ให้เข้าใจการจัดการภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพและมีแนวทางร่วมกันในภูมิภาคมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;๐ ทราบว่าประเด็นที่ถูกพูดถึงใน UN มากที่สุดในเวลานี้คือการเลือกเลขาธิการคนใหม่ มีความคาดหวังอะไรกับผู้ที่จะเข้ามารับตำแหน่งสำคัญนี้&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เลขาธิการ UN ไม่สามารถเสกให้ปัญหาของโลกหมดไปแบบชั่ววันข้ามคืน อำนาจที่เด่น ๆ ของเขามีเพียง Article 99 ที่สามารถเสนอเรื่องเร่งด่วนเข้าคณะมนตรีความมั่นคงในวิกฤติเร่งด่วนเท่านั้น แต่ไม่สามารถสั่งการอะไรได้ และที่ผ่านมา เลขาธิการ UN ก็ไม่ค่อยได้ใช้อำนาจนี้ แต่สาเหตุที่คนสนใจการเลือกเลขาธิการคนใหม่ เพราะต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในเชิงงานบริหาร การปฏิรูปองค์กร และความคาดหวังที่อยากเห็นสตรีเข้าไปทำหน้าที่นี้&lt;br /&gt;
UN ต้องการคนลักษณะ CFO เพื่อช่วยบริหารจัดสรรงบประมาณที่มีจำกัด การหมดวาระของเลขาธิการคนปัจจุบันจะทำให้ทีมบริหารระดับสูงของ UN หมดวาระทั้งแผง จึงน่าสนใจว่า ผู้บริหารชุดใหม่จะมีหน้าตาอย่างไร เน้นการแก้ไขปัญหาด่วน ๆ ในจุดไหนบ้าง&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ โลกต้องการเลขาธิการ UN ที่รับมือปัญหาความมั่นคงควบคู่กับการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 2030) Climate Change และ PPED แต่อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มันก็ย้อนกลับไปที่ประเทศสมาชิก UN อยู่ดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;๐ มองประเด็นเรื่องไทย &amp;#8211; กัมพูชาอย่างไร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรื่องไทย &amp;#8211; กัมพูชา เป็น combination ของหลาย ๆ ประเด็น ทั้งปมประวัติศาสตร์ การเมืองภายใน ความรู้สึกของคนในสังคม บทบาทของสื่อโซเชียล ฯลฯ ในการทำหน้าที่ของคณะผู้แทนถาวรไทยประจำ UN ที่จะปกป้องจุดยืนและผลประโยชน์ของไทย ผมยืนยันมาตั้งแต่วันแรกว่า เครื่องมือทางการทูต ต้องถูกนำมาใช้แก้ปัญหาระหว่างกัน&lt;br /&gt;
ผมมองว่า ความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านต้องมีลักษณะที่สมเหตุสมผล คาดการณ์ได้ และมีการสื่อสารระหว่างกันที่ดีพอที่จะปกป้องผลประโยชน์พื้นฐานของชาติ นั่นคือ ความปลอดภัยของดินแดน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และสถานะของไทยในประชาคมโลก ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของบุคคลใดหรือกลุ่มคนใด ตรรกะมีแค่นี้&lt;br /&gt;
ไทยมีบทบาทช่วยกัมพูชามาตลอด ตั้งแต่ข้อตกลงสันติภาพปารีส ปี 1991ช่วยกัมพูชาเข้าอาเซียนปี 1999 และสนับสนุนการพัฒนาในทุกเรื่อง แต่การที่ทั้งสองประเทศมาถึงจุดของความขัดแย้งวันนี้ได้ ไทยเองก็ต้องทบทวนว่า ที่ผ่านมามันเกิดความผิดพลาดตรงไหน อะไรที่มากไป น้อยไป ปัจจัยอะไรที่นำไปสู่การสูญเสีย และ what went wrong ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในที่สุด ไทยและกัมพูชาจะต้องกลับมาทำงานร่วมกัน เพื่อประชาชนของเรา&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;อย่างที่ผมเคยกล่าวในสมัชชาใหญ่ UN ว่า ไทยกับกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านกัน เราไม่สามารถเปลี่ยนภูมิศาสตร์ได้ แต่เราเลือกได้ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านกันแบบไหน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5918829?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เชิดชายมองUNหลากมิติ เชื่อถือได้-อยู่รอดไหมในโลกป่วน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เชิดชายมองUNหลากมิติ เชื่อถือได้-อยู่รอดไหมในโลกป่วน</dc:alternative><dc:abstract>เชิดชายมองUNหลากมิติ เชื่อถือได้-อยู่รอดไหมในโลกป่วน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-04T11:10:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-04T11:10:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/เชิดชาย-ใช้ไววิทย์.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/เชิดชาย-ใช้ไววิทย์-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/เชิดชาย-ใช้ไววิทย์.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/เชิดชาย-ใช้ไววิทย์-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/เชิดชาย-ใช้ไววิทย์-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/เชิดชาย-ใช้ไววิทย์-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทาคาอิจิประท้วงสหรัฐ หลังนาวิกโยธินถูกกล่าวหา ฆาตกรรม-ชิงทรัพย์ หญิงญี่ปุ่นในโอกินาวา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5918651]]></link><pubDate>2026-10-04T15:52:30+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5918651</guid><description>ทาคาอิจิประท้วงสหรัฐ หลังนาวิกโยธินถูกกล่าวหา ฆาตกรรม-ชิงทรัพย์ หญิงญี่ปุ่นในโอกินาวา นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยื่นประท้วงต่อสหรัฐอเมริกาในวันที่ 4 ตุลาคม หลังจากนาวิกโยธินสหรัฐรายหนึ่ง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทาคาอิจิประท้วงสหรัฐ หลังนาวิกโยธินถูกกล่าวหา ฆาตกรรม-ชิงทรัพย์ หญิงญี่ปุ่นในโอกินาวา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ยื่นประท้วงต่อสหรัฐอเมริกาในวันที่ 4 ตุลาคม หลังจากนาวิกโยธินสหรัฐรายหนึ่งถูกจับกุม ในข้อหาต้องสงสัยว่าปล้นทรัยพ์และฆาตกรรมหญิงชาวญี่ปุ่นในจังหวัดโอกินาวา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจญี่ปุ่นระบุว่า พลทหารเดวิน จาคอบ บัลลาร์ด อายุ 20 ปี ถูกสงสัยว่าเป็นผู้สังหารแอนนา ยางิ อายุ 39 ปี ในโรงแรมแห่งหนึ่งในนาฮะ เมืองเอกของจังหวัดโอกินาวา ซึ่งตั้งอยู่ทางใต้สุดของญี่ปุ่น เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม และได้นำกระเป๋าสตางค์และกระเป๋าเป้ของเธอไป โดยตำรวจระบุว่า บัลลาร์ดปฏิเสธข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;การเกิดเหตุการณ์ที่โหดร้ายและป่าเถื่อนเช่นนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง รัฐบาลญี่ปุ่นขอประท้วงอย่างรุนแรงต่อฝ่ายสหรัฐ และขอความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการสอบสวน &amp;#8221; ทาคาอิจิกล่าวในแถลงการณ์ ซึ่งยังขอให้มีการยกระดับการกำกับดูแลด้านวินัยและดำเนินมาตรการอย่างจริงจังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันขึ้นอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่น กล่าวในความเห็นที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ NHK ว่า “เหตุการณ์เช่นนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และผมรู้สึกโกรธแค้นอย่างยิ่ง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานทูตสหรัฐและนาวิกโยธินสหรัฐได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และบอกว่าพวกเขากำลังให้ความร่วมมือกับทางการญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นาวิกโยธินสหรัฐระบุในแถลงการณ์ว่า ผู้ต้องสงสัยซึ่งสังกัดกองกำลังนาวิกโยธินที่ 3 และประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศนาวิกโยธินฟูเทนมา อยู่ภายใต้การควบคุมตัวของทางการญี่ปุ่นแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;กองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐให้ความสำคัญกับข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างจริงจัง และคาดหวังว่านาวิกโยธินทุกคนปฏิบัติตามมาตรฐานสูงสุดด้านพฤติกรรมและความประพฤติ&amp;#8221; แถลงการณ์ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นาวิกโยธินสหรัฐประมาณ 18,000 นายที่ประจำการในญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ประจำการอยู่ที่โอกินาวา ซึ่งสหรัฐเคยยึดครองตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สองจนถึงปี 1972 การประจำการของกองทัพสหรัฐในโอกินาวาได้ก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ประชาชนซ้ำแล้วซ้ำเล่าในประเด็นต่างๆ เช่น เสียงดัง อุบัติเหตุเครื่องบินตก และพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ทหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในปี 1995 เกิดคดีข่มขืนเด็กหญิงชาวโอกินาวาวัย 12 ปีโดยทหารอเมริกัน 3 นาย ซึ่งก่อให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การฆาตกรรมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อาจทำให้ความพยายามของทาคาอิจิในการย้ายนาวิกโยธินสหรัฐบางส่วน จากฐานทัพอากาศฟูเต็นมะที่มีความหนาแน่นของชุมชนโดยรอบ ไปยังฐานทัพที่อยู่ห่างไกลที่เฮโนโกะต้องเผชิญกับความยุ่งยากมากขึ้น โดยฝ่ายที่คัดค้านต้องการให้มีการย้ายกำลังทหารสหรัฐออกจากจังหวัดโอกินาวา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โอกินาวาอยู่ห่างจากไต้หวันเพียง 100 กิโลเมตร ณ จุดที่ใกล้กันที่สุด ถูกมองจากทั้งรัฐบาลญี่ปุ่นและสหรัฐว่า เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการยับยั้งการรุกรานทางทหารที่อาจเกิดขึ้นจากจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5918651?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทาคาอิจิประท้วงสหรัฐ หลังนาวิกโยธินถูกกล่าวหา ฆาตกรรม-ชิงทรัพย์ หญิงญี่ปุ่นในโอกินาวา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทาคาอิจิประท้วงสหรัฐ หลังนาวิกโยธินถูกกล่าวหา ฆาตกรรม-ชิงทรัพย์ หญิงญี่ปุ่นในโอกินาวา</dc:alternative><dc:abstract>ทาคาอิจิประท้วงสหรัฐ หลังนาวิกโยธินถูกกล่าวหา ฆาตกรรม-ชิงทรัพย์ หญิงญี่ปุ่นในโอกินาวา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-04T08:52:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-04T08:52:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/st.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/st-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/st.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/st-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/st-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/st-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีเหนือซ้อมยิง ขีปนาวุธพิสัยกลาง ทำระยะได้ 700-1,000 กม.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5918212]]></link><pubDate>2026-10-04T11:11:56+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5918212</guid><description>เกาหลีเหนือซ้อมยิง ขีปนาวุธพิสัยกลาง ทำระยะได้ 700-1,000 กม. สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (KCNA) รายงานเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ว่า เกาหลีเหนือได้ทำการยิงขีปนาวุธพิสัยกลางในการทดสอบที่นำมีนายคิม จองอึน ผู้นำเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เกาหลีเหนือซ้อมยิง ขีปนาวุธพิสัยกลาง ทำระยะได้ 700-1,000 กม.&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (KCNA) รายงานเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ว่า เกาหลีเหนือได้ทำการยิงขีปนาวุธพิสัยกลางในการทดสอบที่นำมีนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือพร้อมด้วยคิม จูแอ บุตรสาว เฝ้าสังเกตการณ์ด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;KCNA ระบุว่าขีปนาวุธถูกยิงออกจากทางตะวันออกของเกาหลีเหนือเมื่อวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม และพุ่งเข้าโจมตีเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไป 1,000 กิโลเมตร  ในทะเลนอกชายฝั่งตะวันออกของประเทศ โดยระบุว่าการฝึกซ้อมมีจุดประสงค์เพื่อฝึกฝนกองกำลังในการใช้งานระบบอาวุธยุทธศาสตร์ความเร็วเหนือเสียง และเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพ และความคล่องตัวของระบบป้องปรามสงครามของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การยิงขีปนาวุธครั้งนี้เป็นการทดสอบอาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือในปีนี้ และเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในคาบสมุทรเกาหลี จากเหตุระเบิดของทุ่นระเบิดในเขตปลอดทหารเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งทำให้ทหารเกาหลีใต้ได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานของ KCNA ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยิงขีปนาวุธที่เปิดเผยเมื่อวันเสาร์โดย คิม โย จอง น้องสาวของผู้นำ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในพรรคแรงงาน โดยคิม โย จอง กล่าวว่าเกาหลีใต้และญี่ปุ่นไม่สามารถติดตามวิถีการบินของอาวุธได้ โดยกล่าวว่า การบินด้วยโหมดวิถีโค้งคล้ายคลื่นซึ่งมีความพิเศษ ได้เผยให้เห็นข้อจำกัดในความสามารถในการติดตามของทั้งสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กองทัพเกาหลีใต้กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า ตรวจพบการยิงขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ และประเมินว่าขีปนาวุธบินไปไกลกว่า 700 กิโลเมตร มุ่งหน้าสู่ทะเลนอกชายฝั่งตะวันออกของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามรายงานของ KCNA เมื่อวันอาทิตย์ ผู้นำคิมกล่าวว่า เกาหลีเหนือต้องพยายามต่อไปเพื่อให้ศัตรูตระหนักถึง &amp;#8220;ความน่าเชื่อถือและอานุภาพอันตรายถึงชีวิต&amp;#8221; ของอาวุธโจมตีเชิงยุทธศาสตร์ และยืนยันอีกครั้งว่าการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อรับมือกับสงครามยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความมั่นคงของชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การทดสอบครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นหลังจากคิม โยจอง ออกแถลงการณ์ที่รุนแรงเมื่อวันศุกร์ ปฏิเสธข้อเรียกร้องของโซลให้ขอโทษเกี่ยวกับการระเบิดของทุ่นระเบิดในเขตปลอดทหารซึ่งทำให้ทหารเกาหลีใต้ได้รับบาดเจ็บสาหัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกาหลีใต้กล่าวหาเกาหลีเหนือว่าเป็นผู้วางทุ่นระเบิดและเรียกร้องให้มีการขอโทษ ขณะที่คิม โย-จอง ระบุว่า ข้อกล่าวหาของเกาหลีใต้นั้นไม่มีมูลความจริง  และยืนยันว่าเกาหลีเหนือไม่ได้จงใจวางทุ่นระเบิดเพื่อมุ่งเป้าไปที่ทหารเกาหลีใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เกาหลีเหนือได้ดำเนินการทดสอบขีปนาวุธมาแล้วมากกว่า 10 ครั้งในปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5918212?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีเหนือซ้อมยิง ขีปนาวุธพิสัยกลาง ทำระยะได้ 700-1,000 กม.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีเหนือซ้อมยิง ขีปนาวุธพิสัยกลาง ทำระยะได้ 700-1,000 กม.</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีเหนือซ้อมยิง ขีปนาวุธพิสัยกลาง ทำระยะได้ 700-1,000 กม.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-04T04:12:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-04T04:12:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/nk1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/nk1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/nk1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/nk1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/nk1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/nk1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/nk2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/nk2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>794</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>794</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เดือด! ฮูตีถล่มอารัมโค ซาอุฯไม่ทน ผนึกทัพเยเมน โจมตีกรุงซานา-ฐานที่มั่นฮูตี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5918200]]></link><pubDate>2026-10-04T10:54:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5918200</guid><description>เดือด! ฮูตีถล่มอารัมโค ซาอุฯไม่ทน ผนึกทัพเยเมน โจมตีกรุงซานา-ฐานที่มั่นฮูตี กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เผยเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมว่า ได้โจมตีเป้าหมายซึ่งเป็นสถานที่ของบริษัทน้ำมันอา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เดือด! ฮูตีถล่มอารัมโค ซาอุฯไม่ทน ผนึกทัพเยเมน โจมตีกรุงซานา-ฐานที่มั่นฮูตี&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เผยเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมว่า ได้โจมตีเป้าหมายซึ่งเป็นสถานที่ของบริษัทน้ำมันอารัมโคในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย ด้วยขีปนาวุธทิ้งตัวและอากาศยานไร้คนขับ โดยอ้างว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้ที่ซาอุดีอาระเบียโจมตีกรุงซานาและจังหวัดอื่นๆ ของเยเมน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พยานรายหนึ่งบอกกับรอยเตอร์ว่า ก่อนหน้านี้ในวันเสาร์ มีผู้พบเห็นกลุ่มควันขนาดใหญ่และเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นบริเวณใกล้กับสถานที่ของอารัมโคในกรุงริยาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียยังไม่ได้ยืนยันในทันทีว่าเกิดการโจมตีสถานที่ของอารัมโคหรือไม่ ขณะที่อารัมโคก็ยังไม่ได้ตอบคำขอของรอยเตอร์เพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานการโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตี ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้เพิ่มการโจมตีเมืองต่างๆ ของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กลุ่มฮูตีระบุว่า ได้โจมตีสถานที่ของอารัมโคในเมืองยันบูด้วยขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับ โดยในขณะนั้นซาอุดีอาระเบียระบุว่า สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธทิ้งตัว 6 ลูกที่กลุ่มฮูตียิงเข้าหาเมืองตาอิฟและพื้นที่เมืองยันบูได้ แต่ไม่ได้รายงานความเสียหายต่อสถานที่ของอารัมโค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันที่ 4 ตุลาคม สถานีโทรทัศน์อัลมาซีราห์ของกลุ่มฮูตีในเยเมนรายงานในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ว่า ซาอุดีอาระเบียโจมตีกรุงซานา แต่ยังไม่มีการยืนยันจากซาอุดีอาระเบียเกี่ยวกับรายงานดังกล่าวในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองทัพเยเมนก็ระบุว่า กำลังโจมตีกลุ่มฮูตีในกรุงซานาในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งยังโจมตีเมืองซาดา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่มฮูตีด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกกองทัพเยเมน ซึ่งอยู่ฝ่ายเดียวกับรัฐบาลที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ กล่าวว่า กองกำลังของรัฐบาลกำลังโจมตีสิ่งที่เขาเรียกว่า “เป้าหมายสำคัญ” แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน กับกองกำลังที่สนับสนุนรัฐบาลเยเมนและได้รับการหนุนหลังจากซาอุดีอาระเบีย ส่วนใหญ่ยุติลงหลังจากมีการหยุดยิงในปี 2565 แต่การสู้รบได้กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง โดยเป็นผลกระทบที่ลุกลามมาจากสงครามในวงกว้างระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การสู้รบกลับมารุนแรงขึ้นในปีนี้ หลังจากกลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบียในเดือนกรกฎาคม และเริ่มโจมตีดินแดนและเรือเดินทะเลของซาอุดีอาระเบีย ขณะเดียวกัน กองกำลังฮูตียังสามารถยึดพื้นที่เพิ่มเติมได้อย่างมีนัยสำคัญตามแนวชายฝั่งทะเลแดงของเยเมน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาอุดีอาระเบียตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินโจมตีทางอากาศในเยเมน และให้การสนับสนุนกองกำลังฝ่ายรัฐบาลเยเมนในการต่อสู้เพื่อขับไล่กลุ่มฮูตีให้ถอยออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5918200?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เดือด! ฮูตีถล่มอารัมโค ซาอุฯไม่ทน ผนึกทัพเยเมน โจมตีกรุงซานา-ฐานที่มั่นฮูตี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เดือด! ฮูตีถล่มอารัมโค ซาอุฯไม่ทน ผนึกทัพเยเมน โจมตีกรุงซานา-ฐานที่มั่นฮูตี</dc:alternative><dc:abstract>เดือด! ฮูตีถล่มอารัมโค ซาอุฯไม่ทน ผนึกทัพเยเมน โจมตีกรุงซานา-ฐานที่มั่นฮูตี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-04T04:43:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-04T04:43:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/hy.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/hy-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/hy.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/hy-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/hy-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/hy-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หัวหน้าหน่วยราชทัณฑ์เทนเนสซีจ่อลาออก เซ่นประหาร คริสตา ไพก์ เหลว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5918184]]></link><pubDate>2026-10-04T10:11:52+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5918184</guid><description>หัวหน้าหน่วยราชทัณฑ์เทนเนสซีจ่อลาออก เซ่นประหาร คริสตา ไพก์ เหลว หัวหน้าหน่วยงานราชทัณฑ์ของรัฐเทนเนสซีในสหรัฐอเมริกาเตรียมลาออกจากตำแหน่ง หลังการประหารชีวิต คริสตา ไพก์ นักโทษประหารที่ล้มเหลวเมื่อวันท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;หัวหน้าหน่วยราชทัณฑ์เทนเนสซีจ่อลาออก เซ่นประหาร คริสตา ไพก์ เหลว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หัวหน้าหน่วยงานราชทัณฑ์ของรัฐเทนเนสซีในสหรัฐอเมริกาเตรียมลาออกจากตำแหน่ง หลังการประหารชีวิต คริสตา ไพก์ นักโทษประหารที่ล้มเหลวเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ตามเวลาในสหรัฐ หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ฉีดยาเพื่อปลิดชีวิตเธอไปถึง 2 เข็ม แต่ทำให้เธอเพียงหมดสติและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจประคองชีวิตในขณะนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บิล ลี ผู้ว่าการรัฐเทนเนสซี ประกาศการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าหน่วยงานราชทัณฑ์ดังกล่าว ผ่านแถลงการณ์ร่วมกับแฟรงก์ สตราดา กรรมาธิการกรมราชทัณฑ์รัฐเทนเนสซี โดยสตราดากล่าวว่า การลาออกของเขาถือเป็นประโยชน์สูงสุดต่อรัฐ และการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวเหมาะสมและจำเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลีระบุว่า สตราดาปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเขารู้สึกซาบซึ้งที่สตราดายินดีให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชนรัฐเทนเนสซีเป็นอันดับแรกในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ โดยลีได้สั่งให้มีการทบทวนเหตุการณ์ความพยายามประหารชีวิตไพก์โดยหน่วยงานอิสระ และสั่งระงับการประหารชีวิตทั้งหมดในรัฐเทนเนสซีตลอดปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทนายความของไพก์กล่าวว่า การลาออกของสตราดาเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล แต่ระบุว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรคริสตาในตอนนี้เลย ทีมกฎหมายของไพก์ระบุในแถลงการณ์ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอเมื่อวันพุธสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวเชิงระบบ ซึ่งมีขอบเขตกว้างไกลเกินกว่าจะโทษบุคคลใดบุคคลหนึ่งเพียงคนเดียวได้ เราหวังว่าการที่ผู้ว่าการรัฐเรียกร้องให้มีการทบทวนอย่างเต็มรูปแบบและเป็นอิสระ จะช่วยเปิดโปงปัญหาร้ายแรงภายในระบบโทษประหารชีวิตทั้งหมดของรัฐเทนเนสซี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามเอกสารที่ยื่นต่อศาล ไพก์กำลังรับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี โดยแพทย์กำลังพยายามกำจัดยาที่ใช้ในการประหารชีวิตออกจากร่างกายของเธอ หลังจากเมื่อวันพุธ เธอถูกฉีดเพนโทบาร์บิทัล ซึ่งเป็นยาที่ใช้ในการประหารชีวิตจำนวน 2 โดส แต่เธอยังคงมีชีวิตอยู่ หลังจากนั้นเธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วยรถพยาบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทนายความของไพก์ระบุว่า ระหว่างที่ได้รับยาทั้ง 2 โดส มีเสียงร้องไห้ เสียงครวญคราง และเสียงหายใจดังตลอดกระบวนการ จนถึงคืนวันพฤหัสบดี เธอยังคงหมดสติ ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และใช้เครื่องช่วยหายใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไพก์ ซึ่งถูกตัดสินประหารชีวิตในปี 2539 จากความผิดฐานฆาตกรรมคอลีน สเลมเมอร์ รอดชีวิตจากการฉีดยาพิษเพื่อประหารชีวิตถึง 2 ครั้ง และขณะนี้มีอาการวิกฤตและกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในรัฐเทนเนสซี ขณะที่ทนายความของเธอกำลังพยายามขอให้เปลี่ยนโทษประหารชีวิตเป็นโทษอื่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรมราชทัณฑ์รัฐเทนเนสซีออกมาปกป้องวิธีการประหารชีวิตที่ใช้ โดยระบุว่า ระเบียบปฏิบัติไม่ได้เปิดทางให้ดำเนินการเพิ่มเติมนอกเหนือจากขั้นตอนที่ได้ดำเนินการไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุว่า จะพยายามประหารชีวิตไพก์อีกครั้งหรือไม่ และยังไม่ได้ให้คำอธิบายว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นได้อย่างไร ขณะที่ทนายความของเธอได้ยื่นคำร้องฉุกเฉินต่อศาลเมื่อวันศุกร์ เพื่อขอให้เก็บรักษาพยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการประหารชีวิตที่ล้มเหลวไม่ให้ถูกทำลายหรือสูญหาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ทนายความของไพก์ได้เตือนว่า ประวัติทางการแพทย์และลักษณะทางกายวิภาคของเธอ ซึ่งรวมถึงภาวะเกล็ดเลือดสูงผิดปกติ อันเป็นภาวะที่ทำให้เลือดมีแนวโน้มแข็งตัว และการมีเส้นเลือดขนาดเล็ก ทำให้มีความเสี่ยงที่เธอจะต้องเผชิญกับความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานที่ไม่จำเป็น ระหว่างกระบวนการฉีดยาพิษเพื่อประหารชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ความพยายามประหารชีวิตดำเนินต่อไป แม้ทนายความของไพก์จะยื่นคำร้องทางกฎหมายหลายครั้งในช่วงนาทีสุดท้ายเพื่อขอให้ระงับการประหารชีวิตก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5918184?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หัวหน้าหน่วยราชทัณฑ์เทนเนสซีจ่อลาออก เซ่นประหาร คริสตา ไพก์ เหลว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หัวหน้าหน่วยราชทัณฑ์เทนเนสซีจ่อลาออก เซ่นประหาร คริสตา ไพก์ เหลว</dc:alternative><dc:abstract>หัวหน้าหน่วยราชทัณฑ์เทนเนสซีจ่อลาออก เซ่นประหาร คริสตา ไพก์ เหลว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-04T05:01:57+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-04T05:01:57+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/cp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/cp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/cp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/cp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/cp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/cp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์พอใจ ถกเจซี ไทย-ลาว ส่งเสริมความร่วมมือรอบด้าน จัดการความท้าทายใหม่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5916098]]></link><pubDate>2026-10-02T18:28:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5916098</guid><description>สีหศักดิ์พอใจ ถกเจซี ไทย-ลาว ส่งเสริมความร่วมมือรอบด้าน จัดการความท้าทายใหม่ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่โรงแรมพูลแมน หลวงพระบาง สปป.ลาว นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สีหศักดิ์พอใจ ถกเจซี ไทย-ลาว ส่งเสริมความร่วมมือรอบด้าน จัดการความท้าทายใหม่&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่โรงแรมพูลแมน หลวงพระบาง สปป.ลาว &lt;strong&gt;นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว&lt;/strong&gt; รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานร่วมการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (เจซี) ไทย &amp;#8211; ลาว ครั้งที่ 23 ตามคำเชิญของ &lt;strong&gt;นายทองสะหวัน พมวิหาน&lt;/strong&gt; รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สปป. ลาว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5916928&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc3.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1431&quot; height=&quot;954&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc3.jpg 1431w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc3-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc3-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc3-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc3-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc3-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc3-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc3-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc3-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc3-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1431px) 100vw, 1431px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประชุม JC ไทย &amp;#8211; ลาว ครั้งที่ 23 นี้ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีไทย-ลาวอย่างรอบด้าน และติดตามการดำเนินงานตามผลการเยือน สปป. ลาว อย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ทั้งในด้านการเมืองความมั่นคง การค้า การลงทุน ความมั่นคงทางพลังงาน ความร่วมมือด้านสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือในประเด็นใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายในปัจจุบัน อาทิ การปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ ปัญหายาเสพติด และการแก้ไขปัญหามลภาวะข้ามแดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5916931&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc4.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1199&quot; height=&quot;798&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc4.jpg 1199w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc4-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc4-1024x682.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc4-768x511.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc4-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc4-1068x711.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc4-631x420.jpg 631w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc4-400x266.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc4-250x166.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc4-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1199px) 100vw, 1199px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากนั้นที่ประชุมได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกัน ว่าด้วยการประกาศความช่วยเหลือ การแลกเปลี่ยนเอกสาร การลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองคู่มิตรระหว่าง จ. น่าน กับแขวงหลวงพระบาง การประกาศการให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน โครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมน &amp;#8211; หลวงพระบาง สปป. ลาว ระหว่างสำนักงานพัฒนาความร่วมมือเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน กับกระทรวงการเงิน สปป. ลาว และการแลกเปลี่ยนแผนการปฏิบัติงานก่อสร้างหลักเขตแดนไทย &amp;#8211; ลาว จำนวน 8 หลัก โดยมีนายสีหศักดิ์และนายทองสะหวัน เป็นสักขีพยานการลงนาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5916933&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1298&quot; height=&quot;863&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc.jpg 1298w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc-300x199.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc-1024x681.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc-768x511.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc-728x484.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc-1068x710.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc-632x420.jpg 632w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc-400x266.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc-250x166.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1298px) 100vw, 1298px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การประชุมเจซีครั้งนี้ถือว่าประสบผลสำเร็จอย่างมาก เพราะเป็นการดูความสัมพันธ์ในภาพรวมทั้งหมด ทบทวนสิ่งที่ตกลงกัน รวมถึงความร่วมมือต่าง ๆ ว่าดำเนินการไปถึงไหน ซึ่งระหว่างไทยและลาวก็มีความร่วมมือครอบคลุมทุกด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของความสัมพันธ์ ด้านยุทธศาสตร์ และยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเพื่อนบ้าน ซึ่งประเทศไทยมีนโยบายหลักในการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศบนพื้นฐานของความมั่นคงร่วมกัน ความก้าวหน้าร่วมกัน รวมถึงการมองอนาคตร่วมกัน และก็ยังมีเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนอีกด้วย ดังนั้นความร่วมมือทั้งหมดก็นำไปสู่เป้าหมายนี้ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5916936&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc5.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1352&quot; height=&quot;900&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc5.jpg 1352w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc5-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc5-1024x682.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc5-768x511.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc5-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc5-1068x711.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc5-631x420.jpg 631w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc5-400x266.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc5-250x166.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc5-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1352px) 100vw, 1352px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“สิ่งสำคัญก็คือต้องมองไปข้างหน้าด้วย เพราะความร่วมมือที่สำคัญก็คือจะทำอย่างไรให้ชายแดนมีความมั่นคงและความก้าวหน้า ซึ่งตรงนี้ก็ต้องรับมือกับปัญหาความท้าทาย ทั้งยาเสพติดและอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้ง 2 ประเทศก็จะต้องทำงานให้เข้มข้นมากกว่าเดิม” นายสีหศักดิ์กล่าว และว่า เรื่องของการปักปันเขตแดนก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะตอนนี้ความร่วมมือของทั้ง 2 ฝ่ายก็เรียบร้อยไปแล้วกว่า 90% ขณะที่เขตแดนทางน้ำก็ต้องดำเนินการให้มีความคืบหน้ามากกว่าเดิม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5916937&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc6.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1352&quot; height=&quot;900&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc6.jpg 1352w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc6-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc6-1024x682.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc6-768x511.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc6-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc6-1068x711.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc6-631x420.jpg 631w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc6-400x266.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc6-250x166.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc6-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1352px) 100vw, 1352px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ยังกล่าวถึงอนาคตในเรื่องของความสัมพันธ์ว่า ที่ผ่านมาก็ได้มีการสร้างสะพานไปแล้วถึง 5 แห่งด้วยกัน โดยไทยได้ช่วยลาวดำเนินการในเรื่องนี้ ส่วนอีกแห่งที่จะดำเนินการสร้างก็คือ โครงการก่อสร้างสะพานเชียงแมน &amp;#8211; หลวงพระบาง ซึ่งไทยก็พร้อมที่จะสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ต้องดำเนินการให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และสิ่งที่ต้องคุยกันก็คือทำอย่างไรให้การเชื่อมโยงของ 2 ประเทศ ต้องลดกฎระเบียบ รวมถึงความคล่องตัวในพิธีการศุลกากร ขณะที่จุดตรวจระหว่างข้ามแดนก็ควรที่จะมีจุดเดียวเพื่อลดขั้นตอน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5916935&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc2.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1340&quot; height=&quot;892&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc2.jpg 1340w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc2-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc2-1024x682.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc2-768x511.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc2-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc2-1068x711.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc2-631x420.jpg 631w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc2-400x266.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc2-250x166.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc2-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1340px) 100vw, 1340px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รองนายกฯและรมว.กต.กล่าวว่า ส่วนความเชื่อมโยงด้านดิจิทัลก็จะทำให้การค้า การลงทุน และการดำเนินการอื่น ๆ มีความคล่องตัวมากขึ้นด้วย และความร่วมมือต่อไปก็หนีไม่พ้นในเรื่องของความร่วมมือด้านพลังงาน เพราะ สปป.ลาว เป็นแหล่งผลิตพลังงานที่สำคัญอยู่แล้ว มีทั้งพลังงานน้ำ ซึ่งลาวได้ส่งผ่านไทยไปยังสิงคโปร์ ส่วนตัวก็เชื่อว่าในอนาคต ลาวก็จะมีขีดความสามารถในเรื่องของพลังงานสะอาดมากขึ้น ทั้งน้ำ แสงอาทิตย์ และลม จึงเชื่อว่าไทยและลาวจะมีความร่วมมือในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5916098?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์พอใจ ถกเจซี ไทย-ลาว ส่งเสริมความร่วมมือรอบด้าน จัดการความท้าทายใหม่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์พอใจ ถกเจซี ไทย-ลาว ส่งเสริมความร่วมมือรอบด้าน จัดการความท้าทายใหม่</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์พอใจ ถกเจซี ไทย-ลาว ส่งเสริมความร่วมมือรอบด้าน จัดการความท้าทายใหม่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-02T11:28:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-02T11:28:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1431</mi:x1><mi:y1>954</mi:y1><mi:x2>1431</mi:x2><mi:y2>954</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1199</mi:x1><mi:y1>798</mi:y1><mi:x2>1199</mi:x2><mi:y2>798</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1298</mi:x1><mi:y1>863</mi:y1><mi:x2>1298</mi:x2><mi:y2>863</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1340</mi:x1><mi:y1>892</mi:y1><mi:x2>1340</mi:x2><mi:y2>892</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc5.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc5-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1352</mi:x1><mi:y1>900</mi:y1><mi:x2>1352</mi:x2><mi:y2>900</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc6.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/jc6-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1352</mi:x1><mi:y1>900</mi:y1><mi:x2>1352</mi:x2><mi:y2>900</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[&#8216;ฮุน มาเนต&#8217; โต้ข่าวทหารแนวหน้าอดอยาก จี้หยุดเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ส่งผลกระทบต่อกำลังใจทหาร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5916788]]></link><pubDate>2026-10-02T17:30:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5916788</guid><description>&amp;#8216;ฮุน มาเนต&amp;#8217; โต้ข่าวทหารแนวหน้าอดอยาก จี้หยุดเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ส่งผลกระทบต่อกำลังใจทหาร cambodianess รายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมว่า ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เรียกร้องให้ผู้ที่วิพากษ์วิจ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&amp;#8216;ฮุน มาเนต&amp;#8217; โต้ข่าวทหารแนวหน้าอดอยาก จี้หยุดเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ส่งผลกระทบต่อกำลังใจทหาร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;cambodianess รายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมว่า ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เรียกร้องให้ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลกัมพูชา หยุดการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ เกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนอาหารของทหารแนวหน้า ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของทหาร และว่า หากมีการขาดแคลนอาหารเกิดขึ้นจริง ก็ควรมีการรายงานเรื่องนี้โดยตรงมาที่ตัวเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย ฮุน มาเนต กล่าวถึงเรื่องดังกล่าว ระหว่างพิธีเปิดใช้งานทางหลวงหมายเลข 10 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ในจังหวัดโพธิสัตว์ ท่ามกลางกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียที่อ้างว่า ทหารต้องกินข้าวกับพริกเกลือดำทุกวัน เนื่องจากเสบียงอาหารไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวอ้างว่า มีทหารถูกยิงเสียชีวิตทุกวัน ซึ่งฮุน มาเนต ระบุว่า ข้อมูลเหล่านี้อาจสร้างความสับสนและบั่นทอนขวัญกำลังใจของทหารได้ และยืนยันว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาหารทันทีโดยไม่ต้องรอรายงานจากผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ พร้อมทั้งให้ประชาชนแจ้งข้อมูลโดยตรงผ่านทางโซเชียลมีเดีย หากพบกรณีดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยระบุว่า &amp;#8220;หากทหารและกำลังพลต้องกินข้าวกับพริกเกลือดำทุกวัน พวกเขาสามารถส่งข้อความหาผมโดยตรงผ่านทางเพจเฟซบุ๊กของผมได้เลย&amp;#8221; ฮุน มาเนต กล่าว พร้อมกับเรียกร้องให้ประชาชนงดเว้นการนำทหารมาเป็นเป้าหมายในการวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮุน มาเนต บอกว่า ทหารคือผู้ปกป้องประเทศ หากพรรคฝ่ายค้านหรือบุคคลอื่น ไม่พอใจพรรครัฐบาล ก็สามารถวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นอื่นได้ แต่อย่าบั่นทอนขวัญกำลังใจของทหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และยืนยันกับประชาชนว่า มีการจัดเตรียมอาหารแห้งไว้สำหรับทหารแนวหน้าแล้ว และว่า มีเพียงทหารเท่านั้นที่จะยืนยันได้ว่า ตนกำลังประสบปัญหาขาดแคลนอาหารหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พร้อมกับเรียกร้องให้ประชาชนทั้งในประเทศ และชาวกัมพูชาในต่างแดน ที่มีความห่วงใยทหารอย่างแท้จริง แจ้งข้อมูลต่อรัฐบาลหากทราบข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับจุดที่ทหารขาดแคลนอาหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮุน มาเนต ยังขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนโพสต์ข้อมูลใดๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของทหาร พร้อมกล่าวเสริมว่า มีการจัดสรรเงินค่าอาหารและเงินเดือนให้แก่ทหารอย่างเหมาะสม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายใต้เกณฑ์มาตรฐาน ค่าอาหาร ทหารจะได้รับเงินวันละ 4,200 เรียล หรือ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 33.6 บาท ซึ่งจะถูกจัดสรรไปยังโรงครัวส่วนกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับทหารแนวหน้า จะมีการจัดสรรเงินเพิ่มให้อีกวันละ 3,000 เรียล หรือ 0.74 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ และปรับปรุงคุณภาพอาหารให้ดียิ่งขึ้น โดยในอดีตเคยมีความเข้าใจผิดว่า มีการหักเงินค่าอาหารตามมาตรฐานออกจากเงินเดือนของทหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย ฮุน มาเนต กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นจริง โดยเงินส่วนนี้จะถูกจัดสรรไปยังโรงครัวส่วนกลางแทน ในส่วนของเงินเดือนนั้น ทีมงานด้านการเงินได้นำเงินเดือนไปจ่ายให้แก่ทหารที่ประจำการอยู่แนวหน้าโดยตรง ยกเว้นในช่วงที่มีการปะทะตามแนวชายแดน ทั้งนี้ ต่อไปจะมีการจ่ายเงินเดือนผ่านระบบธนาคาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบการจ่ายค่าตอบแทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮุน มาเนต บอกว่า &amp;#8220;รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ทหารหรือกำลังพลใด ต้องขาดแคลนอาหารอย่างเด็ดขาด&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5916788?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;&amp;#8216;ฮุน มาเนต&amp;#8217; โต้ข่าวทหารแนวหน้าอดอยาก จี้หยุดเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ส่งผลกระทบต่อกำลังใจทหาร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>‘ฮุน มาเนต’ โต้ข่าวทหารแนวหน้าอดอยาก จี้หยุดเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ส่งผลกระทบต่อกำลังใจทหาร</dc:alternative><dc:abstract>‘ฮุน มาเนต’ โต้ข่าวทหารแนวหน้าอดอยาก จี้หยุดเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ส่งผลกระทบต่อกำลังใจทหาร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-02T10:31:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-02T10:31:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/manet888.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/manet888-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/manet888.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/manet888-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/manet888999.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/manet888999-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นักบินอินเดียลั่น จะไม่ยอมให้ใครตาย ขณะวิดีโอคอล นายกฯโมดี เล่าเหตุระทึกขวัญ บนเที่ยวบินฟลายดูไบ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5916594]]></link><pubDate>2026-10-02T17:02:57+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5916594</guid><description>นักบินอินเดียลั่น จะไม่ยอมให้ใครตาย ขณะวิดีโอคอล นายกฯโมดี เล่าเหตุระทึกขวัญ บนเที่ยวบินฟลายดูไบ นายสมิต มัชชาร์ นักบินชาวอินเดียที่ถูกนักบินผู้ช่วยใช้ของมีคมแทงจนได้รับบาดเจ็บสาหัสบนเที่ยวบินโดยสารขอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นักบินอินเดียลั่น จะไม่ยอมให้ใครตาย ขณะวิดีโอคอล นายกฯโมดี เล่าเหตุระทึกขวัญ บนเที่ยวบินฟลายดูไบ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายสมิต มัชชาร์ นักบินชาวอินเดียที่ถูกนักบินผู้ช่วยใช้ของมีคมแทงจนได้รับบาดเจ็บสาหัสบนเที่ยวบินโดยสารของสายการบินฟลายดูเส้นทางดูไบ-เทลอาวีฟ ได้เล่าเหตุการณ์ระทึกขวัญขณะถูกทำร้าย รวมถึงความพยายามอย่างสุดชีวิตที่จะเปิดประตูห้องนักบินเพื่อขอความช่วยเหลือ ในระหว่างการวิดีโอคอลเพื่อสนทนากับนายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย เมื่อวันศุกร์(2 ต.ค.) โดยช่วงหนึ่งกัปตันมัชชาร์เปิดความในใจว่าเขาต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่ในขณะเดียวกันก็จะไม่ยอมปล่อยให้คนอื่นต้องเสียชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในคลิปวิดีโอคอลการสนทนาของกัปตันมัชชาร์กับนายโมดี ความยาวเกือบ 10 นาทีที่มีการโพสต์ลงช่องทางโซเชียลมีเดียของนายกรัฐมนตรีอินเดีย เผยให้เห็นกัปตันมัชชาร์ ซึ่งมีสายออกซิเจนคาจมูกอยู่และมีผ้าพันแผลพันศีรษะและมือขณะพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในกรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กำลังพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีโมดี โดยเล่าว่า เขานอนบาดเจ็บอยู่บนพื้นห้องนักบินและยังคงถูกทำร้ายร่างกายอยู่อย่างนั้น แต่เขาตระหนักได้ว่าเครื่องบินกำลังลดระดับลงอย่างรวดเร็วและตนเองจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผมบินมา 17 ปี และเป็นกัปตันมา 11 ปีแล้ว รู้เลยว่าเครื่องบินกำลังจะตก” กัปตันมัชชาร์กล่าว และว่า “ผมล้มลงไปนอนกับพื้น บอกตัวเองว่าประตูอยู่ตรงนั้น แค่เปิดมัน จนผมจัดการเปิดมันได้และมีคนเข้ามา”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กัปตันมัชชาร์ ที่มีถิ่นเกิดในรัฐคุตราชเช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีโมดี กล่าวอีกว่า “แน่นอนว่าผมต้องสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่ขณะเดียวกัน ผมก็รู้ว่าจะไม่ยอมให้คนอื่นต้องมาตาย” และยังบอกทั้งน้ำตากับนายกรัฐมนตรีโมดีว่า “ผมรู้ว่าพระเจ้าทรงช่วยชีวิตผมไว้” โดยบอกด้วยว่าเขาได้ตั้งจิตสวดภาวนาถึงหนุมาน เทพวานรของศาสนาฮินดูในระหว่างที่เขาเผชิญเหตุการณ์เลวร้ายดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายกรัฐมนตรีโมดีกล่าวชื่นชมความกล้าหาญของกัปตันมัชชาร์ พร้อมกล่าวว่าการมีสติไหวพริบของเขาช่วยรักษาชีวิตผู้คนและรักษาชื่อเสียงของนักบินอินเดียเอาไว้ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เที่ยวบินระทึกขวัญลำดังกล่าวของฟลายดูไบซึ่งบรรทุกผู้โดยสาร 174 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวอิสราเอล ได้ออกเดินทางจากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อมุ่งหน้าสู่นครเทลอาวีฟของอิสราเอล เมื่อวันที่ 30 กันยายน แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดเมื่อนักบินผู้ช่วยซึ่งถูกระบุว่าเป็นชาวโอมานได้ใช้ของมีคมแทงนักบินหลักคือ กัปตันมัชชาร์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ในความพยายามจะทำให้เครื่องบินตกกระแทกพื้นเบื้องล่างในการก่อเหตุโจมตีหมายสังหารชีวิตผู้คนจำนวนมาก แต่มีผู้โดยสารพร้อมกับนักบินสำรองเข้ามาช่วยควบคุมตัวนักบินผู้ช่วยจนสกัดไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเลวร้ายขึ้นได้ โดยนักบินสำรองสามารถควบคุมเครื่องบินให้เปลี่ยนเส้นทางบินกะทันหันไปลงจอดฉุกเฉินยังสนามบินเมืองทาบูค ในประเทศซาอุดีอาระเบียได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5916594?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นักบินอินเดียลั่น จะไม่ยอมให้ใครตาย ขณะวิดีโอคอล นายกฯโมดี เล่าเหตุระทึกขวัญ บนเที่ยวบินฟลายดูไบ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นักบินอินเดียลั่น จะไม่ยอมให้ใครตาย ขณะวิดีโอคอล นายกฯโมดี เล่าเหตุระทึกขวัญ บนเที่ยวบินฟลายดูไบ</dc:alternative><dc:abstract>นักบินอินเดียลั่น จะไม่ยอมให้ใครตาย ขณะวิดีโอคอล นายกฯโมดี เล่าเหตุระทึกขวัญ บนเที่ยวบินฟลายดูไบ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-02T11:18:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-02T11:18:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ปกข่าว-1200อินเดีย1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ปกข่าว-1200อินเดีย1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ปกข่าว-1200อินเดีย1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ปกข่าว-1200อินเดีย1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ปกข่าว-1200อินเดีย.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ปกข่าว-1200อินเดีย-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยูเอ็นกังวล จี้มาเลย์หยุดส่งกลับ ผู้ลี้ภัยเมียนมา มิน อ่อง ไลง์ เตรียมเยือนกัวลาลัมเปอร์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5916198]]></link><pubDate>2026-10-02T14:58:30+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5916198</guid><description>ยูเอ็นกังวล จี้มาเลย์หยุดส่งกลับ ผู้ลี้ภัยเมียนมา มิน อ่อง ไลง์ เตรียมเยือนกัวลาลัมเปอร์ ขณะที่โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมา กระบอกเสียงทางการรายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมว่า เรือรบ 3 ลำของกองทัพเมียนมาที่ส่งไ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยูเอ็นกังวล จี้มาเลย์หยุดส่งกลับ ผู้ลี้ภัยเมียนมา มิน อ่อง ไลง์ เตรียมเยือนกัวลาลัมเปอร์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมา กระบอกเสียงทางการรายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมว่า เรือรบ 3 ลำของกองทัพเมียนมาที่ส่งไปรับผู้ลี้ภัยชาวเมียนมากลุ่มแรกจำนวน 1,476 คน จากมาเลเซียกลับประเทศนั้น ได้เข้าสู่น่านน้ำเมียนมาแล้วและคาดว่าจะเดินทางถึงนครย่างกุ้ง เมืองหลวงเก่าเมียนมาในไม่กี่วันนี้ โดยในระหว่างการเดินทางเจ้าหน้าที่กองทัพเรือและเจ้าหน้าที่เมียนมาได้ให้การดูแลทางการแพทย์ จัดหาอาหารและเสื้อผ้าให้กับผู้ลี้ภัยที่ถูกส่งกลับด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นางเคลลีย์ อี. เคอร์รี ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเมียนมากล่าวในวันพฤหัสบดี(1 ต.ค.)ว่า เธอรู้สึกกังวลอย่างยิ่งต่อการส่งกลับผู้ลี้ภัยเมียนมาดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้ทางการมาเลเซียยุติการส่งตัวกลับและร่วมมือกับยูเอ็นเพื่อจัดการกับสถานการณ์ของผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยยูเอ็นระบุว่าสถานการณ์แวดล้อมในเมียนมานั้นยังไม่เอื้ออำนวยต่อการส่งผู้ลี้ภัยกลับอย่างปลอดภัยและยั่งยืน เนื่องจากเมียนมายังตกอยู่ในวิกฤตความขัดแย้งสู้รบ แม้มาเลเซียจะยืนยันว่ากระบวนการส่งกลับดังกล่าวเป็นไปโดยสมัครใจก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า ยังไม่ชัดเจนในทันทีว่าผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจา ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในเมียนมา รวมอยู่ในกลุ่มผู้ลี้ภัยเมียนมาที่ถูกทางการมาเลเซียผลักดันกลับประเทศเป็นกลุ่มแรกในครั้งนี้หรือไม่ โดยผู้ลี้ภัยกลุ่มแรกนี้จำนวน 1,476 คน อยู่ เป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา 5,000 คน ที่มาเลเซียวางแผนทยอยส่งกลับประเทศเมียนมาเป็นระยะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การผลักดันกลับผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาของทางการมาเลเซียยังเกิดขึ้นในขณะที่พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง ไลง์ ผู้นำรัฐบาลทหารซึ่งกลายมาเป็นประธานาธิบดีเมียนมา มีกำหนดจะเดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการในเดือนนี้ จากการรายงานของสื่อทางการมาเลเซีย ในขณะที่ทั้งสองประเทศยังคงมีการเจรจาเรื่องการส่งกลับผู้ลี้ภัยและสถานการณ์พลัดถิ่นจากเหตุความขัดแย้งในเมียนมาต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มาเลเซียได้เพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง ท่ามกลางความไม่พอใจของผู้คนท้องถิ่นในมาเลเซียที่มีต่อผู้ลี้ภัยมากขึ้น โดยเฉพาะต่อชาวโรฮีนจาที่หลายคนหลบหนีออกจากเมียนมาหลังการปราบปรามอย่างหนักของกองทัพเมียนมาในปี 2017&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5916198?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยูเอ็นกังวล จี้มาเลย์หยุดส่งกลับ ผู้ลี้ภัยเมียนมา มิน อ่อง ไลง์ เตรียมเยือนกัวลาลัมเปอร์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยูเอ็นกังวล จี้มาเลย์หยุดส่งกลับ ผู้ลี้ภัยเมียนมา มิน อ่อง ไลง์ เตรียมเยือนกัวลาลัมเปอร์</dc:alternative><dc:abstract>ยูเอ็นกังวล จี้มาเลย์หยุดส่งกลับ ผู้ลี้ภัยเมียนมา มิน อ่อง ไลง์ เตรียมเยือนกัวลาลัมเปอร์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-02T08:00:53+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-02T08:00:53+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-29T043218Z_653784771_RC2QSNA0B5WR_RTRMADP_3_MALAYSIA-MYANMAR-REFUGEES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-29T043218Z_653784771_RC2QSNA0B5WR_RTRMADP_3_MALAYSIA-MYANMAR-REFUGEES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-29T043218Z_653784771_RC2QSNA0B5WR_RTRMADP_3_MALAYSIA-MYANMAR-REFUGEES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-29T043218Z_653784771_RC2QSNA0B5WR_RTRMADP_3_MALAYSIA-MYANMAR-REFUGEES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-29T043218Z_653784771_RC2QSNA0B5WR_RTRMADP_3_MALAYSIA-MYANMAR-REFUGEES-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-29T043218Z_653784771_RC2QSNA0B5WR_RTRMADP_3_MALAYSIA-MYANMAR-REFUGEES-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-29T043221Z_1823013867_RC2QSNA27FNB_RTRMADP_3_MALAYSIA-MYANMAR-REFUGEES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-29T043221Z_1823013867_RC2QSNA27FNB_RTRMADP_3_MALAYSIA-MYANMAR-REFUGEES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โพลชี้ มะกันชนโทษ ทรัมป์ ต้นเหตุสินค้าแพง คะแนนนิยมด้าน ศก. แตะจุดต่ำสุดครั้งใหม่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5915551]]></link><pubDate>2026-10-02T11:44:56+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5915551</guid><description>โพลชี้ มะกันชนโทษ ทรัมป์ ต้นเหตุสินค้าแพง คะแนนนิยมด้าน ศก. แตะจุดต่ำสุดครั้งใหม่ ชาวอเมริกันจำนวนมากรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจและปัญหาราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นของประธานาธิบดี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;โพลชี้ มะกันชนโทษ ทรัมป์ ต้นเหตุสินค้าแพง คะแนนนิยมด้าน ศก. แตะจุดต่ำสุดครั้งใหม่&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ชาวอเมริกันจำนวนมากรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจและปัญหาราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยคนส่วนใหญ่วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของเขา และมองว่านโยบายของทรัมป์เป็นต้นเหตุของปัญหาที่ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงในต้นเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลสำรวจใหม่ของศูนย์วิจัยกิจการสาธารณะเอพี-นอร์ค พบว่า ชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่เพียง 17% เท่านั้นที่เห็นด้วยกับการจัดการกับปัญหาค่าครองชีพของทรัมป์ ขณะที่มีเพียง 26% ที่เห็นชอบกับการบริหารเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดครั้งใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาวอเมริกันมากถึง 65% โทษนโยบายของทรัมป์ว่าเป็นสาเหตุหลักของปัญหาราคาสินค้าที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง มากกว่าจะโทษปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเขา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเบื่อหน่ายที่เพิ่มขึ้น ต่อการใช้นโยบายภาษีศุลกากรอย่างแข็งกร้าว รวมถึงความไม่พอใจต่อสงครามกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขที่ย่ำแย่นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งจะเป็นตัวชี้ชะตาว่าพรรครีพับลิกันจะยังคงครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้หรือไม่ ในขณะที่ทรัมป์กำลังเดินหน้าหาเสียงอย่างหนัก โดยมีกำหนดการจัดเวทีปราศรัยอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ซึ่งได้ขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำเสมือนว่าเขาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วยตัวเอง เพื่อกระตุ้นให้ผู้สนับสนุนออกมาใช้สิทธิ ยังคงมีคะแนนนิยมต่ำอย่างมาก แม้แต่สมาชิกพรรครีพับลิกันจำนวนมากก็ยังตำหนิเขาที่ไม่สามารถทำตามคำมั่นสัญญาว่าจะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โรเบิร์ต โกลต์ วัย 66 ปี อดีตคนงานโรงงานจากเมืองแบรดฟอร์ด รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งระบุว่าตนเองเป็นสมาชิกพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า “ผมหวังว่ามันจะดีขึ้นหรือแตกต่างออกไป แต่จริงๆ แล้วมันไม่ได้ดีเลย ผมคิดว่าประธานาธิบดีของเราจะเข้ามาช่วยประเทศชาติ จนถึงตอนนี้ดูเหมือนว่าเขายังไม่ได้ทำเช่นนั้นจริงๆ ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจหรือในภาพรวม เขาไม่ได้ทำในสิ่งที่ผมคาดหวังไว้ เขาบอกว่า ‘ทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง’ แต่ผมยังไม่เห็นเขาทำอย่างนั้นเลย”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ชาวอเมริกันมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความสามารถในการรับมือกับค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เช่น ค่าอาหารและค่าน้ำมัน  ชาวอเมริกันที่เป็นผู้ใหญ่ราวครึ่งหนึ่งระบุว่า พวกเขากังวลอย่างมากหรือกังวลอย่างยิ่งว่าจะสามารถเติมน้ำมันรถได้หรือไม่ เพิ่มขึ้นจาก 39% ในเดือนกรกฎาคม ขณะเดียวกัน ประมาณครึ่งหนึ่งก็มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความสามารถในการจ่ายค่าอาหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คะแนนความเห็นชอบต่อการบริหารเศรษฐกิจของทรัมป์ในปัจจุบันลดลง 14% จากเดือนมีนาคม 2025 ซึ่งเป็นช่วงหลังจากที่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองได้ไม่นาน ปัญหาของทรัมป์ในประเด็นเศรษฐกิจถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากสมัยแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่เศรษฐกิจมักถูกมองว่าเป็นจุดแข็งของเขาเสมอมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลอดการหาเสียงในปี 2024 ทรัมป์โจมตีประธานาธิบดีโจ ไบเดน และกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดี รวมถึงพรรคเดโมแครตอย่างหนักเรื่องเงินเฟ้อ พร้อมให้คำมั่นว่าจะลดราคาสินค้า แต่ในขณะนี้ความผิดหวังต่อผลงานของเขาเกิดขึ้นเป็นวงกว้าง ชาวอเมริกันประมาณ 7 ใน 10 คนกล่าวว่า การบริหารจัดการเรื่องค่าครองชีพของทรัมป์แย่กว่าที่คาดไว้ โดยในจำนวนนี้รวมถึงสมาชิกพรรครีพับลิกันประมาณครึ่งหนึ่ง ที่ต่างก็มีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการจ่ายค่าอาหารและเติมน้ำมัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลสำรวจครั้งล่าสุดนี้ระบุว่า สมาชิกพรรครีพับลิกันประมาณ 6 ใน 10 คนไม่เห็นด้วยกับการบริหารจัดการเรื่องค่าครองชีพของทรัมป์ เพิ่มขึ้นจากประมาณครึ่งหนึ่งในเดือนเมษายน แม้จะรู้สึกผิดหวัง แต่ชาวรีพับลิกันส่วนใหญ่ที่ 67% ยังเห็นว่า ปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของทรัมป์เป็นสาเหตุสำคัญกว่าที่ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วชาวอเมริกันส่วนใหญ่ราว 69% ยังคงมองว่า สงครามอิหร่านไม่คุ้มค่าที่จะทำ ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 64% ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่มีเพียง 28% ที่เห็นชอบกับวิธีการที่ทรัมป์รับมือกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาวอเมริกันยังไม่พอใจกับสงครามการค้าของทรัมป์ด้วย โดยมีชาวอเมริกันที่เป็นผู้ใหญ่เพียงประมาณ 3 ใน 10 คนที่เห็นชอบกับวิธีที่เขาดำเนินการเจรจาการค้ากับประเทศอื่นๆ ลดลงจากประมาณ 4 ใน 10 คนในเดือนมีนาคม และ 64% กล่าวว่า ทรัมป์ทำเกินกว่าเหตุในการกำหนดภาษีศุลกากรใหม่ต่อประเทศอื่นๆ เพิ่มขึ้นจาก 58% ในเดือนมกราคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในภาพรวม มีชาวอเมริกันเพียงประมาณ 3 ใน 10 คนที่เห็นชอบกับการทำงานของทรัมป์ในฐานะประธานาธิบดี และประมาณ 6 ใน 10 คนมองว่า สภาพของประเทศโดยรวมอยู่นั้น “แย่ลงมาก” หรือ “แย่ลงค่อนข้างมาก” เมื่อเทียบกับช่วงที่เขาเริ่มดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเด็นที่ทรัมป์ยังคงมีความนิยมค่อนข้างดีคือการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยชาวอเมริกันประมาณครึ่งหนึ่งระบุว่าเห็นชอบกับผลงานของทรัมป์ในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คะแนนความเห็นชอบต่อการบริหารเศรษฐกิจของทรัมป์ในขณะนี้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับคะแนนความเห็นชอบของไบเดนที่ 28% ในเดือนมิถุนายน 2022 ซึ่งเป็นช่วงที่เงินเฟ้อพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ในช่วงการระบาดของโควิด-19 แต่ในเวลานั้น ชาวอเมริกันมีแนวโน้มที่จะกล่าวโทษไบเดนน้อยกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5915551?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โพลชี้ มะกันชนโทษ ทรัมป์ ต้นเหตุสินค้าแพง คะแนนนิยมด้าน ศก. แตะจุดต่ำสุดครั้งใหม่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โพลชี้ มะกันชนโทษ ทรัมป์ ต้นเหตุสินค้าแพง คะแนนนิยมด้าน ศก. แตะจุดต่ำสุดครั้งใหม่</dc:alternative><dc:abstract>โพลชี้ มะกันชนโทษ ทรัมป์ ต้นเหตุสินค้าแพง คะแนนนิยมด้าน ศก. แตะจุดต่ำสุดครั้งใหม่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-02T04:44:56+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-02T04:44:56+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/tp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/tp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/tp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/tp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/tp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/tp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีใต้ฮึ่ม! ขู่ตอบโต้ หากยูเครนไม่ยอมรับ-ขอโทษ ปมแหกข้อตกลงรูดซิปปาก หวังปั่นหัวโสมเหนือ-ใต้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5915708]]></link><pubDate>2026-10-02T11:36:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5915708</guid><description>เกาหลีใต้ฮึ่ม! ขู่ตอบโต้ หากยูเครนไม่ยอมรับ-ขอโทษ ปมแหกข้อตกลงรูดซิปปาก หวังปั่นหัวโสมเหนือ-ใต้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ ขู่จะดำเนินมาตรการบาง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เกาหลีใต้ฮึ่ม! ขู่ตอบโต้ หากยูเครนไม่ยอมรับ-ขอโทษ ปมแหกข้อตกลงรูดซิปปาก หวังปั่นหัวโสมเหนือ-ใต้&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ ขู่จะดำเนินมาตรการบางอย่างกับยูเครน หากอีกฝ่ายไม่ยอมรับและกล่าวขอโทษต่อหน้าสาธารณะว่ายูเครนได้ละเมิดข้อตกลงที่จะปกปิดเรื่องการส่งมอบทหารเกาหลีเหนือ 2 นาย ให้กับเกาหลีใต้ไว้เป็นความลับ หลังประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้เปิดเผยเรื่องนี้กลางที่ประชุมสมัชชาใหญ่(UNGA) สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จนกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวจุดข้อพิพาททางการทูตระหว่างเคียฟและโซล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“หากยังคงปฏิเสธที่จะยอมรับข้อเท็จจริงและไม่ออกมาขอโทษต่อสาธารณะ เราจะดำเนินมาตรการเพิ่มเติม” ประธานาธิบดีอีโพสต์บนแพลตฟอร์ม X และยังได้แสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นคำกล่าวของยูเครนเกี่ยวกับการปะทะทางทหารที่กำลังจะเกิดขึ้นระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ โดยชี้ว่าคำพูดเหล่านั้นเท่ากับเป็นการกระตุ้นยั่วยุให้เกิดสงครามบนคาบสมุทรเกาหลี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่าทีแข็งกร้าวของผู้นำเกาหลีใต้มีขึ้นหลังจากประธานาธิบดีเซเลนสกีประกาศกลางวที UNGA ว่าเคียฟได้ส่งมอบเชลยศึกเกาหลีเหนือ 2 นายที่ยูเครนจับตัวไว้ได้ในขณะที่ทหารเกาหลีเหนือดังกล่าวช่วยรัสเซียสู้รบให้แก่เกาหลีใต้ ซึ่งทางการโซลชี้ว่าการกระทำดังกล่าวของผู้นำยูเครนเป็นการละเมิดข้อตกลงที่จะเก็บรักษาเรื่องนี้ไว้เป็นความลับเพื่อความปลอดภัยของเชลย ในขณะที่เจ้าหน้าที่ยูเครนอ้างว่าไม่มีข้อตกลงเช่นนั้นอยู่จริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสื่อยูเครนรายงานในวันก่อนอ้างนายอันดรี ซิบีฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนกล่าวว่า ยูเครนกำลังพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ โดยนายซิบีฮากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนไม่อยากเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นผลบางอย่างของเหตุการณ์ แต่ขอเรียกว่าเป็นความเข้าใจผิดทางการทูต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อพิพาทนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันละเอียดอ่อนสำหรับรัฐบาลนายอี แจมยอง ซึ่งกำลังพยายามลดความตึงเครียดกับเกาหลีเหนือและยังกำลังรับมือผลกระทบทางการเมืองจากเหตุการณ์ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลระเบิดขึ้นในเขตปลอดทหารเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งทำให้มีทหารเกาหลีใต้ได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โซ ฮันบอม นักวิจัยอาวุโสของสถาบันเพื่อการรวมชาติเกาหลีในกรุงโซล กล่าวให้ความเห็นว่า มาตรการเพิ่มเติมใดๆ ที่เกาหลีใต้จะดำเนินการกับยูเครนอาจเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนที่เกาหลีใต้ได้มอบให้แก่ยูเครนอยู่แล้ว ซึ่งรวมถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ด้านการเงินและการฟื้นฟูประเทศ ซึ่งยูเครนอาจเป็นฝ่ายสูญเสียมากกว่าเกาหลีใต้ เนื่องจากเป็นฝ่ายรับการสนับสนุนจากโซล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้เกาหลีใต้ได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการเงินแก่ยูเครนนับตั้งแต่เริ่มถูกรัสเซียรุกรานในปี 2022 และเมื่อเดือนกรกฎาคม เกาหลีใต้ยังให้คำมั่นว่าจะมอบความช่วยเหลือเพิ่มเติมมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในรูปแบบที่ไม่ใช่อาวุธร้ายแรงให้แก่ยูเครนในระหว่างการประชุมนอกรอบสุดยอดนาโตด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5915708?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีใต้ฮึ่ม! ขู่ตอบโต้ หากยูเครนไม่ยอมรับ-ขอโทษ ปมแหกข้อตกลงรูดซิปปาก หวังปั่นหัวโสมเหนือ-ใต้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีใต้ฮึ่ม! ขู่ตอบโต้ หากยูเครนไม่ยอมรับ-ขอโทษ ปมแหกข้อตกลงรูดซิปปาก หวังปั่นหัวโสมเหนือ-ใต้</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีใต้ฮึ่ม! ขู่ตอบโต้ หากยูเครนไม่ยอมรับ-ขอโทษ ปมแหกข้อตกลงรูดซิปปาก หวังปั่นหัวโสมเหนือ-ใต้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-02T04:36:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-02T04:36:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T034548Z_22218657_RC21UNA389NW_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-MILITARY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T034548Z_22218657_RC21UNA389NW_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-MILITARY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T034548Z_22218657_RC21UNA389NW_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-MILITARY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T034548Z_22218657_RC21UNA389NW_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-MILITARY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T034548Z_22218657_RC21UNA389NW_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-MILITARY-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T034548Z_22218657_RC21UNA389NW_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-MILITARY-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์กร้าว ถล่มอิหร่านชุดใหญ่ หากพันเหตุฟลายดูไบ เนทันยาฮูชี้ ผช.นักบินมีแนวคิดสุดโต่ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5915503]]></link><pubDate>2026-10-02T09:21:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5915503</guid><description>ทรัมป์กร้าว ถล่มอิหร่านชุดใหญ่ หากพันเหตุฟลายดูไบ เนทันยาฮูชี้ ผช.นักบินมีแนวคิดสุดโต่ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐกล่าวเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมว่า หากอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ช่วยนักบินที่พยา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์กร้าว ถล่มอิหร่านชุดใหญ่ หากพันเหตุฟลายดูไบ เนทันยาฮูชี้ ผช.นักบินมีแนวคิดสุดโต่ง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐกล่าวเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมว่า หากอิหร่านมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ช่วยนักบินที่พยายามทำให้เครื่องบินฟลายดูไบ ซึ่งมุ่งหน้าไปยังอิสราเอลตก อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก เพื่อตอบโต้ความพยายามคร่าชีวิตผู้คนกว่า 180 คนที่อยู่บนเครื่องบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ประกาศคำเตือนดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่สอบสวนกำลังพยายามหาสาเหตุว่าเหตุใดผู้ช่วยนักบินจึงใช้มีดแทงกัปตันของเที่ยวบินดังกล่าว จนทำให้เครื่องบินของสายการบินฟลายดูไบร่วงดิ่งลง ก่อนที่บุคคลอื่นที่อยู่บนเครื่องจะสามารถหยุดยั้งการโจมตีและนำเครื่องบินลงจอดในซาอุดีอาระเบียได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ที่ทำเนียบขาวว่า เขาได้รับรายงานเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างผู้ช่วยนักบินซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุกับอิหร่านหรือไม่ โดยทรัมป์กล่าวว่า เรากำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ และว่า “แต่จากข้อมูลที่ผมได้รับ คำตอบคือใช่ แต่ขณะนี้เรากำลังตรวจรายละเอียดอยู่” ทรัมป์กล่าว โดยไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าเหตุใดเขาจึงสงสัยว่าอิหร่านอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากอิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ดังกล่าว สหรัฐจะตอบโต้หรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า “พวกเขาจะถูกโจมตีอย่างหนักแน่นอน ไม่ต้องห่วงเลย คุณลองไปถามพวกเขาดูสิ พวกเขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาจะถูกจัดการอย่างหนักแน่”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นในขณะที่ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามดูเหมือนจะหยุดชะงักลง โดยเจ้าหน้าที่อิหร่านเปิดเผยเมื่อวันพุธว่า พวกเขาได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการจากสหรัฐต่อข้อเสนอฉบับล่าสุดของเตหะรานเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมาเป็นเวลา 7 เดือน โดยทรัมป์ได้ออกมาปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวต่อสาธารณะเพียงไม่กี่วันก่อนหน้านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อิหร่านไม่ได้เปิดเผยว่า คำตอบของสหรัฐมีเนื้อหาอย่างไร และเป็นการปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารไทม์ ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดีว่า เขาจะไม่ยอมรับข้อเสนอจากอิหร่านที่เป็นสิ่งซึ่งเขาไม่ยอมรับตั้งแต่ปีก่อน  และยังเปิดทางสำหรับความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะกลับมาใช้ปฏิบัติการทิ้งระเบิดอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันที่ 3 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สหรัฐเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กองทัพสหรัฐได้ส่งกำลังทหารประมาณ 9,000 นาย พร้อมกองเรือรบไปยังตะวันออกกลาง การเคลื่อนกำลังครั้งนี้อาจหมายความว่า มีเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐ 3 ลำประจำการอยู่ในตะวันออกกลางภายในช่วงปลายเดือนตุลาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ทรัมป์จะออกมาปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านต่อสาธารณะ แต่ประเทศที่ทำหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ยยังคงทำงานร่วมกับอิหร่านและสหรัฐ เพื่อพยายามผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติการสู้รบและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวว่า ผู้ช่วยนักบินที่ใช้มีดแทงกัปตันในความพยายามที่จะทำให้เครื่องบินตกขณะมุ่งหน้าไปยังอิสราเอล เคยผ่านการปลูกฝังแนวคิดอิสลามหัวรุนแรง และมีพฤติกรรมที่บ่งชี้อย่างชัดเจนว่ามีเจตนาฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราทราบว่าเขาเคยผ่านการปลูกฝังแนวคิดอิสลามแบบสุดโต่ง ซึ่งเป็นข้อมูลที่เราได้จากการตรวจสอบประวัติส่วนตัวของเขา” เนทันยาฮูกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ และว่า เป็นที่ชัดเจนว่าผู้ช่วยนักบินมีความตั้วใจที่จะฆ่าตัวตาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“มีความเป็นไปได้สูงมากว่าเขาตั้งใจจะทำให้เครื่องบินตก เมื่อพิจารณาประกอบกับแนวคิดแบบอิสลามสุดโต่ง และการปลูกฝังแนวคิดเช่นนั้นที่พบในประวัติของเขา ผมคิดว่านั่นเป็นเบาะแสที่ค่อนข้างชัดเจน” เนทันยาฮูกล่าว และว่า “ต้องย้ำอีกครั้งว่า ผมยังไม่สรุปผลขั้นสุดท้าย แต่ข้อมูลที่เรามีในขณะนี้บ่งชี้ไปในทิศทางนั้น”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของอิสราเอล 2 คนกล่าวว่า การประเมินเบื้องต้นของอิสราเอลระบุว่า ผู้ช่วยนักบินซึ่งอิสราเอลระบุว่าเป็นชาวโอมาน น่าจะลงมือเพียงลำพัง อย่างไรก็ตาม การสอบสวนยังคงดำเนินอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โยซี เชลลี เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กล่าวกับรอยเตอร์ว่า ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปผล และขณะนี้ยังไม่มีการระบุแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนเจ้าหน้าที่อิสราเอลอีกรายหนึ่งกล่าวว่า อิสราเอลยังไม่ได้รับข้อมูลทั้งหมดที่ร้องขอจากฝ่ายซาอุดีอาระเบีย และหน่วยข่าวกรองของอิสราเอล ได้แก่ มอสสาดและชินเบต ก็กำลังสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าวของรัฐบาลยูเออีรายงานว่า ยูเออีได้เริ่มการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุและแรงจูงใจ รวมถึงตรวจสอบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมหรือเจตนาในการก่อการร้าย มีการวางแผนล่วงหน้าหรือมีผู้สั่งการอยู่เบื้องหลังหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาอุดีอาระเบียเผยว่า ผลการสอบสวนเบื้องต้นบ่งชี้ว่าผู้ช่วยนักบินของสายการบินฟลายดูไบในเที่ยวบินจากดูไบไปยังเทลอาวีฟได้ทำร้ายร่างกายกัปตันระหว่างการบินเมื่อวันพุธ ส่งผลให้เครื่องบินต้องลงจอดฉุกเฉินที่เมืองทาบุกของซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงมหาดไทยซาอุดีอาระเบียระบุในแถลงการณ์ ซึ่งถือเป็นความเห็นแรกจากรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ว่า ทั้งกัปตันและผู้ช่วยนักบินซึ่งเข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บที่โรงพยาบาล ได้เดินทางต่อไปยังกรุงอาบูดาบีเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีหลังจากแพทย์อนุญาตให้เดินทางได้ ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียได้ดำเนินการสอบสวนเบื้องต้นร่วมกับทีมรักษาความปลอดภัยจากยูเออี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เว็บไซต์ติดตามเที่ยวบินไฟลท์เรดาร์24 ระบุว่า ระหว่างเกิดเหตุ เครื่องบินได้ดิ่งลงมากกว่า 14,000 ฟุต หรือประมาณ 4,300 เมตร ภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาที ขณะบินอยู่เหนือน่านฟ้าซาอุดีอาระเบียระหว่างเดินทางจากยูเออีไปยังอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นบนเที่ยวบิน FZ1073 ของสายการบินฟลายดูไบเมื่อวันพุธ ซึ่งเดินทางจากนครดูไบไปยังกรุงเทลอาวีฟ โดยสามารถยับยั้งไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมได้ หลังจากกัปตันซึ่งได้รับบาดเจ็บสามารถปลดล็อกประตูห้องนักบิน ทำให้ผู้โดยสารสามารถเข้าควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ ขณะที่ลูกเรือสำรองซึ่งอยู่บนเครื่องได้เข้าควบคุมและนำเครื่องบินซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือมากกว่า 170 คน ลงจอดฉุกเฉินที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5915503?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์กร้าว ถล่มอิหร่านชุดใหญ่ หากพันเหตุฟลายดูไบ เนทันยาฮูชี้ ผช.นักบินมีแนวคิดสุดโต่ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์กร้าว ถล่มอิหร่านชุดใหญ่ หากพันเหตุฟลายดูไบ เนทันยาฮูชี้ ผช.นักบินมีแนวคิดสุดโต่ง</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์กร้าว ถล่มอิหร่านชุดใหญ่ หากพันเหตุฟลายดูไบ เนทันยาฮูชี้ ผช.นักบินมีแนวคิดสุดโต่ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-02T02:21:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-02T02:21:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/dt2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/dt2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/dt2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/dt2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/dt2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/dt2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โดนแบ่งเค้ก! Pandora แบรนด์เครื่องประดับโลก เปิดรง.ใหม่ใหญ่สุดที่เวียดนาม ฐานผลิตแรกนอกไทย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5914671]]></link><pubDate>2026-10-01T15:53:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5914671</guid><description>โดนแบ่งเค้ก! Pandora แบรนด์เครื่องประดับโลก เปิดรง.ใหม่ใหญ่สุดที่เวียดนาม ฐานผลิตแรกนอกไทย เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม Pandora แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องประดับระดับโลกสัญชาติเดนมาร์ก ได้ฤกษ์เปิดโรงงานแห่งใหม่มีมูล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;โดนแบ่งเค้ก! Pandora แบรนด์เครื่องประดับโลก เปิดรง.ใหม่ใหญ่สุดที่เวียดนาม ฐานผลิตแรกนอกไทย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม Pandora แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องประดับระดับโลกสัญชาติเดนมาร์ก ได้ฤกษ์เปิดโรงงานแห่งใหม่มีมูลค่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ซึ่งนับเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดและเป็นแห่งแรกของ Pandora ที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย ส่วนหนึ่งของความพยายามในการกระจายฐานการผลิตและสร้างความยืดหยุ่นให้กับห่วงโซ่อุปทานของตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในพิธีเปิด แบร์ทา เด ปาบลอส บาเบียร์ ซีอีโอของ Pandora ร่วมกับเจ้าหน้าที่เวียดนามได้ทำการดึงริบบิ้นสีชมพูเพื่อเปิดตัวเครื่องประดับชิ้นแรกที่ผลิตในเวียดนาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เด ปาบลอส บาเบียร์ กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ในช่วงเริ่มต้นโรงงานผลิตที่เวียดนามจะมีสัดส่วนกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 15% ของกำลังการผลิตทั่วโลกของ Pandora แต่เมื่อดำเนินการเต็มกำลังภายในปีค.ศ. 2030 สัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของกำลังการผลิตทั้งหมด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เรากำลังสร้างโรงงานผลิตแห่งนี้เพื่อรองรับทศวรรษหน้า ไม่ใช่แค่ในไตรมาสถัดไป เมื่อเกิดความผันผวนเราจะมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบูรณาการการทำงานทั่วทั้งธุรกิจของเรา&amp;#8221; เด ปาบลอส บาเบียร์กล่าว เมื่อถูกถามถึงความไม่แน่นอนทางการค้า ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐอเมริกาอาจปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าที่ผลิตในเวียดนาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เด ปาบลอส บาเบียร์ กล่าวด้วยว่า เวียดนามมีความโดดเด่นในบรรดาฐานการผลิตที่มีศักยภาพ เนื่องจากเวียดนามมีแรงงานที่มีทักษะ มีประวัติการผลิตเครื่องประดับมาอย่างยาวนาน อีกทั้งมีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โรงงานแห่งใหม่นี้ของ Pandora ตั้งอยู่บนพื้นที่ขนาด 46.8 ไร่ ในนครโฮจิมินห์ ศูนย์กลางธุรกิจและการผลิตของเวียดนาม นับเป็นโรงงานแห่งที่ 4 ในโลกของ Pandora ที่จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตโดยรวมของบริษัทขึ้นประมาณ 50% และคาดว่าจะมีการจ้างงานในเวียดนามราว 7,000 คนเมื่อเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ Pandora มียอดจำหน่วยเครื่องประดับ 112 ล้านชิ้นในปีค.ศ.2025 และที่ผ่านมาได้ผลิตสินค้าทั้งหมดในประเทศไทยซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงานทั้ง 3 แห่งของ Pandora ขณะที่โรงงานแห่งใหม่ในเวียดนามจะมีบทบาทสำคัญในแผนการขยายกำลังการผลิตเครื่องประดับชุบแพลตตินัมของ Pandora ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงจากการมุ่งเน้นผลิตเครื่องประดับเงินเพียงอย่างเดียวและเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนอย่างรุนแรงในตลาดเงิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5914671?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โดนแบ่งเค้ก! Pandora แบรนด์เครื่องประดับโลก เปิดรง.ใหม่ใหญ่สุดที่เวียดนาม ฐานผลิตแรกนอกไทย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โดนแบ่งเค้ก! Pandora แบรนด์เครื่องประดับโลก เปิดรง.ใหม่ใหญ่สุดที่เวียดนาม ฐานผลิตแรกนอกไทย</dc:alternative><dc:abstract>โดนแบ่งเค้ก! Pandora แบรนด์เครื่องประดับโลก เปิดรง.ใหม่ใหญ่สุดที่เวียดนาม ฐานผลิตแรกนอกไทย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-01T08:53:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-01T08:53:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T042927Z_1010874576_RC24UNANUNVB_RTRMADP_3_PANDORA-VIETNAM.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T042927Z_1010874576_RC24UNANUNVB_RTRMADP_3_PANDORA-VIETNAM-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T042927Z_1010874576_RC24UNANUNVB_RTRMADP_3_PANDORA-VIETNAM.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T042927Z_1010874576_RC24UNANUNVB_RTRMADP_3_PANDORA-VIETNAM-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T081704Z_1614972707_RC24UNA5JS2W_RTRMADP_3_PANDORA-VIETNAM.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T081704Z_1614972707_RC24UNA5JS2W_RTRMADP_3_PANDORA-VIETNAM-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T042927Z_1010874576_RC24UNANUNVB_RTRMADP_3_PANDORA-VIETNAM-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-10-01T042927Z_1010874576_RC24UNANUNVB_RTRMADP_3_PANDORA-VIETNAM-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[&#8216;อีริค บราวน์&#8217; นักดำน้ำแคนาดา หนึ่งในฮีโร่ช่วยหมูป่าติดถ้ำหลวง เสียชีวิตในวัย 44 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5914372]]></link><pubDate>2026-10-01T14:27:39+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5914372</guid><description>&amp;#8216;อีริค บราวน์&amp;#8217; นักดำน้ำแคนาดา หนึ่งในฮีโร่ช่วยหมูป่าติดถ้ำหลวง เสียชีวิตในวัย 44 ปี Independent.co.uk รายงานว่า อีริค บราวน์ ชาวแคนาดา หนึ่งในนักดำน้ำฮีโร่ ที่ช่วย 13 ชีวิตทีมฟุตบอลหมูป่า  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&amp;#8216;อีริค บราวน์&amp;#8217; นักดำน้ำแคนาดา หนึ่งในฮีโร่ช่วยหมูป่าติดถ้ำหลวง เสียชีวิตในวัย 44 ปี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;Independent.co.uk รายงานว่า อีริค บราวน์ ชาวแคนาดา หนึ่งในนักดำน้ำฮีโร่ ที่ช่วย 13 ชีวิตทีมฟุตบอลหมูป่า ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย เมื่อปี 2561 เสียชีวิตแล้วขณะอายุ 44 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า อีริค บราวน์ ถือเป็นหนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือทีมหมูป่า ให้สามารถรอดชีวิตออกจากถ้ำได้ หลังจากติดอยู่ในถ้ำนานถึง 17 วัน โดยบราวน์ เป็นหนึ่งในนักดำน้ำที่ช่วยในปฏิบัติการนำถังออกซิเจน และอุปกรณ์ที่จำเป็น เข้าไปภายในน้ำ ติดตั้ง และดูแลเชือกนำทางให้คงอยู่ และคอยสนับสนุนนักดำน้ำที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในถ้ำตลอดแนวที่น้ำท่วม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความกล้าหาญของบราวน์ในปฏิบัติการดังกล่าว ทำให้เขาได้รับเหรียญกล้าหาญแห่งแคนาดา โดยผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์บอกว่า บราวน์ ได้เอาชีวิตเข้าเสี่ยงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในระหว่างที่ต้องต่อสู้กับกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากและสิ่งกีดขวางที่ห้อยต่ำลงมา รวมถึงต้องเบียดตัวผ่านช่องทางที่แคบจนน่าอันตราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากข้อมูลบันทึกระบุว่า บราวน์ใช้เวลาอยู่ในระบบถ้ำหลวงรวมทั้งสิ้น 63 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 9 วัน และภารกิจแยกย่อยทั้งหมด 7 ครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเพื่อนและครอบครัวของบราวน์ ได้แจ้งการเสียชีวิตของเขา เมื่อวันที่ 26 กันยายน แต่ยังไม่มีการยืนยันถึงวันเสียชีวิตและสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ขณะที่บรรดาเพื่อนฝูงต่างพากันออกมาแสดงความอาลัยต่อการจากไปของบราวน์จำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5914372?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;&amp;#8216;อีริค บราวน์&amp;#8217; นักดำน้ำแคนาดา หนึ่งในฮีโร่ช่วยหมูป่าติดถ้ำหลวง เสียชีวิตในวัย 44 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>‘อีริค บราวน์’ นักดำน้ำแคนาดา หนึ่งในฮีโร่ช่วยหมูป่าติดถ้ำหลวง เสียชีวิตในวัย 44 ปี</dc:alternative><dc:abstract>‘อีริค บราวน์’ นักดำน้ำแคนาดา หนึ่งในฮีโร่ช่วยหมูป่าติดถ้ำหลวง เสียชีวิตในวัย 44 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-01T12:24:32+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-01T12:24:32+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Erik-Brown-September-25-2026-1222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Erik-Brown-September-25-2026-1222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Erik-Brown-September-25-2026-1222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Erik-Brown-September-25-2026-1222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Erik-Brown-September-25-2026-1222999.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/Erik-Brown-September-25-2026-1222999-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จับตา! ฟิลิปปินส์ส่ง เรือ-เครื่องบิน ขับไล่เรือวิจัยจีน พ้นน่านน้ำใกล้ไต้หวัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5914378]]></link><pubDate>2026-10-01T14:10:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5914378</guid><description>จับตา! ฟิลิปปินส์ส่ง เรือ-เครื่องบิน ขับไล่เรือวิจัยจีน พ้นน่านน้ำใกล้ไต้หวัน หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์เผยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ว่า พวกเขาได้ส่งเรือขนาดใหญ่ที่สุดและเครื่องบินอีกลำหนึ่งออกไปเผชิญหน้ากับเร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;จับตา! ฟิลิปปินส์ส่ง เรือ-เครื่องบิน ขับไล่เรือวิจัยจีน พ้นน่านน้ำใกล้ไต้หวัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์เผยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ว่า พวกเขาได้ส่งเรือขนาดใหญ่ที่สุดและเครื่องบินอีกลำหนึ่งออกไปเผชิญหน้ากับเรือวิจัยของจีน ที่ปฏิบัติการอยู่นอกชายฝั่งจังหวัดบาตาเนสทางตอนเหนือ ใกล้กับไต้หวัน พร้อมระบุว่ามีเรือของหน่วยยามฝั่งจีนเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจย์ ทาร์ริเอลา โฆษกหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ฝ่ายกิจการทะเลจีนใต้ กล่าวว่า ปฏิบัติการของฟิลิปปินส์เป็นไปเพื่อขัดขวางการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทางทะเลโดยไม่ได้รับอนุญาตของเรือลำดังกล่าว และบีบให้เรือออกจากจุดที่ลอยลำอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ระบุว่า ได้ส่งเรือ บีอาร์พี เตเรซา มักบานัว ซึ่งมีความยาว 97 เมตร และเครื่องบิน เข้าปฏิบัติการต่อต้านเรือจีน โดยเรือจีนลำดังกล่าวลอยอยู่ห่างจากเกาะอิตบายัตไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 37 ไมล์ทะเล มาตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรือจีนชื่อ เจีย ไห่ เคอ 7 เป็นเรือสำรวจที่ชักธงจีน หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์เคยระบุว่า เรือลำนี้เป็นเรือลำเดียวกับที่ได้ปลอมแปลงหรือบิดเบือนข้อมูลตำแหน่งของเรือ ขณะลอยลำอยู่นอกชายฝั่งบาตาเนสก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ระบุว่า เรือเตเรซา มักบานัวได้เข้าไปใกล้เรือเจีย ไห่ เคอ 7 ในระยะไม่ถึง 100 หลา และได้ส่งเรือยางท้องแข็งติดเครื่องยนต์ออกไปแล่นวนรอบเรือวิจัยจีนหลายครั้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ใช้วิทยุสื่อสารส่งข้อความสอบถามให้เรือดังกล่าวชี้แจงเกี่ยวกับการปฏิบัติการของเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยยามฝั่งระบุว่า เรือวิจัยของจีนพยายามเปลี่ยนเส้นทางเพื่อหลบเลี่ยงเรือของฟิลิปปินส์หลายครั้งระหว่างปฏิบัติการ จากนั้นเรือของหน่วยยามฝั่งจีนได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่เพื่อพยายามคุ้มกันเรือสำรวจของจีน และได้ใช้วิทยุสื่อสารส่งข้อความมายังเรือของฟิลิปปินส์เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ระบุว่า การที่เรือของหน่วยยามฝั่งจีนเข้ามาเกี่ยวข้องถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเรือเจีย ไห่ เคอ 7 เป็นเรือเอกชน ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างเรือลำดังกล่าวกับรัฐบาลจีน รวมถึงวัตถุประสงค์ของข้อมูลที่เรืออาจเก็บรวบรวมไว้ในบริเวณใกล้แนวเส้นทางสายเคเบิลใต้น้ำบริเวณนอกชายฝั่งบาตาเนสและช่องแคบลูซอน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป แต่สามารถบังคับให้เรือเจีย ไห่ เคอ 7 ออกจากจุดที่ลอยลำอยู่ได้แล้ว โดยเรือเตเรซา มักบานัวยังคงติดตามและเฝ้าสังเกตเรือลำดังกล่าว เพื่อให้แน่ใจว่าเรือจะเดินทางออกจากเขตเศรษฐกิจจำเพาะของฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงมะนิลาไม่ได้ตอบกลับคำขอให้แสดงความคิดเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5914378?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จับตา! ฟิลิปปินส์ส่ง เรือ-เครื่องบิน ขับไล่เรือวิจัยจีน พ้นน่านน้ำใกล้ไต้หวัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จับตา! ฟิลิปปินส์ส่ง เรือ-เครื่องบิน ขับไล่เรือวิจัยจีน พ้นน่านน้ำใกล้ไต้หวัน</dc:alternative><dc:abstract>จับตา! ฟิลิปปินส์ส่ง เรือ-เครื่องบิน ขับไล่เรือวิจัยจีน พ้นน่านน้ำใกล้ไต้หวัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-01T07:10:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-01T07:10:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/pr.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/pr-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/pr.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/pr-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/pr-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/pr-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยังทำใจไม่ได้! มหาธีร์ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ขณะเยี่ยมหลุมศพภริยา หลังเพิ่งเข้ารพ.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5914337]]></link><pubDate>2026-10-01T14:06:32+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5914337</guid><description>ยังทำใจไม่ได้! มหาธีร์ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ขณะเยี่ยมหลุมศพภริยา หลังเพิ่งเข้ารพ. นายมหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยังคงเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจจนไม่สามารถกลั้นน้ำตาแห่งความสะเทือนใจไว้ไ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยังทำใจไม่ได้! มหาธีร์ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ขณะเยี่ยมหลุมศพภริยา หลังเพิ่งเข้ารพ.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายมหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยังคงเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียใจจนไม่สามารถกลั้นน้ำตาแห่งความสะเทือนใจไว้ได้อยู่กับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของนางซิตี ฮัสมาห์ โมฮัมหมัด อาลี ภริยาคู่ชีวิตที่ครองคู่กันมานาน ซึ่งถึงแก่กรรมเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ขณะมหาธีร์เดินทางไปเยี่ยมหลุมศพของภริยาผู้ล่วงลับ ที่สุสานแห่งชาติปุซาราเนการา ในเขต 20 เมืองปุตราจายา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มหาธีร์ ในวัย 101 ปีที่ยังมีปัญหาด้านสุขภาพ เดินทางออกมาจากสถาบันโรคหัวใจแห่งชาติ (IJN) ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ที่เขาถูกนำตัวส่งมาเฝ้าดูอาการที่โรงพยาบาลแห่งนี้ตั้งแต่คืนวันที่ 29 กันยายน มาถึงสุสานแห่งชาติเมื่อเวลา 11.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเยี่ยมหลุมศพภริยา โดยมหาธีร์ได้สวดภาวนาและโปรยดอกไม้ลงบนหลุมศพ มหาธีร์ที่ต้องนั่งอยู่บนรถเข็นยังคงอยู่ในสภาพโศกเศร้าและอาลัยอาวรณ์ภริยาผู้จากไปเป็นอย่างมาก สะท้อนได้ชัดจากสิ่งที่ปรากฏบนใบหน้าของเขา จากนั้นนายมหาธีร์ได้ใช้เวลาอยู่ที่หลุมศพของภริยาประมาณ 20 นาทีจึงได้เดินทางกลับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้นางซิตีซึ่งใช้ชีวิตครองคู่กับมหาธีร์มานานถึง 70 ปี ได้ถึงแก่กรรมลงอย่างสงบขณะมีอายุ 100 ปี เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่สถาบันโรคหัวใจแห่งชาติ ก่อนที่ร่างของเธอได้ถูกนำไปประกอบพิธีฝังที่สุสานแห่งชาติในวันเดียวกัน ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีศพอย่างเป็นทางการที่รัฐบาลจัดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe loading=&quot;lazy&quot; title=&quot;Air mata Tun M tumpah lagi ketika ziarah pusara Tun Dr Hasmah&quot; width=&quot;422&quot; height=&quot;750&quot; src=&quot;https://www.youtube.com/embed/1ITrWXJ8tvw?feature=oembed&amp;#038;enablejsapi=1&amp;#038;origin=https://www.matichon.co.th&quot; frameborder=&quot;0&quot; allow=&quot;accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture; web-share&quot; referrerpolicy=&quot;strict-origin-when-cross-origin&quot; allowfullscreen&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5914337?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยังทำใจไม่ได้! มหาธีร์ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ขณะเยี่ยมหลุมศพภริยา หลังเพิ่งเข้ารพ.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยังทำใจไม่ได้! มหาธีร์ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ขณะเยี่ยมหลุมศพภริยา หลังเพิ่งเข้ารพ.</dc:alternative><dc:abstract>ยังทำใจไม่ได้! มหาธีร์ กลั้นน้ำตาไม่อยู่ ขณะเยี่ยมหลุมศพภริยา หลังเพิ่งเข้ารพ.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-01T07:31:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-01T07:31:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/290926_mahathirhasmahgrave_youtubesinar.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/290926_mahathirhasmahgrave_youtubesinar-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/290926_mahathirhasmahgrave_youtubesinar.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/290926_mahathirhasmahgrave_youtubesinar-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/290926_mahathirhasmahgrave_youtubesinar-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/290926_mahathirhasmahgrave_youtubesinar-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เริ่มแล้ววันแรก ญี่ปุ่นขึ้นค่าธรรมเนียม วีซ่าพำนักในประเทศ พร้อมปรับเกณฑ์ใหม่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5914297]]></link><pubDate>2026-10-01T13:39:26+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5914297</guid><description>เริ่มแล้ววันแรก ญี่ปุ่นปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการออกวีซ่าพำนักในประเทศ พร้อมปรับเกณฑ์ใหม่ บีบีซี รายงานว่า ญี่ปุ่นปรับค่าธรรมเนียมสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักในประเทศ โดยค่าธรรมเนียมสำหรับการขอสถานะผ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เริ่มแล้ววันแรก ญี่ปุ่นปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการออกวีซ่าพำนักในประเทศ พร้อมปรับเกณฑ์ใหม่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซี รายงานว่า ญี่ปุ่นปรับค่าธรรมเนียมสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักในประเทศ โดยค่าธรรมเนียมสำหรับการขอสถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร ปรับเพิ่มขึ้นถึง 20 เท่า เป็น 200,000 เยน หรือราว 45,000 บาท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการขอสถานะผู้มีถิ่นพำนักที่อยู่ถาวร ยังต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ใหม่ที่กำหนดไว้ ทั้งด้านรายได้ เงินบำนาญ และทักษิณในการใช้ภาษาญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้คนจำนวนมากไปเข้าคิวยาวเหยียดที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อยื่นคำร้องขอวีซ่าพำนักในญี่ปุ่น ก่อนที่อัตราค่าธรรมเนียมใหม่จะมีผลบังคับใช้ โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหลักในกรุงโตเกียว รายงานว่า ผู้ยื่นคำร้องต้องรอคิวนานกว่า 7 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนโยบายตรวจคนเข้าเมืองของญี่ปุ่น ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่มีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการจำนวนประชากรต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับชาวต่างชาติทุกคนถึง 5 เท่า ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าครั้งแรกในรอบ 50 ปี โดยทางการระบุว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนภาวะเงินเฟ้อและความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า แม้ว่าประเด็นเรื่องการเข้าเมืองของชาวต่างชาติจะยังคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางการเมืองและมีการควบคุมที่เข้มงวดในญี่ปุ่น แต่ด้วยสังคมผู้สูงอายุที่ขยายตัว ทำให้ประเทศจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ จำนวนชาวต่างชาติที่พำนักในญี่ปุ่นพุ่งสูงเกิน 4.12 ล้านคน ในสิ้นปี 2025 ถือเป็นสถิติใหม่ที่เพิ่มขึ้นถึง 9.5 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดความกังวลที่เพิ่มมากขึ้น เกี่ยวกับประเด็นการเข้าเมืองและการเปลี่ยนแปลงทางสังคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยนับตั้งแต่การเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ได้กำหนดให้การบริหารจัดการเรื่องการเข้าเมืองของชาวต่างชาติ เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญลำดับต้นๆของรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ทาคาอิจิ ได้โพสต์บน X ว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าประชาชนบางส่วนอาจรู้สึกกังวลหรือมองว่าไม่เป็นธรรมจากจำนวนชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักในญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น และเพื่อเป็นการตอบสนองต่อความกังวลเหล่านี้ รัฐบาลกำลังดำเนินงานเพื่อให้มั่นใจว่า นโยบายที่มีต่อชาวต่างชาตินั้น เป็นไปอย่างมีระเบียบเรียบร้อย และเพื่อให้ทั้งพลเมืองญี่ปุ่น และชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยค่าธรรมเนียมชาวต่างชาติที่พำนักในญี่ปุ่นแบบไม่ถาวร เดิมจะเสีย 6,000 เยนต่อครั้ง ในการยื่นคำร้องขอเปลี่ยนสถานะการพำนักหรือขอขยายระยะเวลาการพำนักในประเทศ และตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ค่าธรรมเนียมดังกล่าว จะแตกต่างกันไปตามระยะเวลาที่ต้องการพำนัก โดยจะเริ่มตั้งแต่ 10,000 เยน สำหรับการพำนัก 3 เดือนหรือน้อยกว่า ไปจนถึง 75,000 เยน สำหรับการพำนัก 5 ปีขึ้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครที่ประสบปัญหาทางการเงิน หรือได้รับการรับรองสถานะเป็นผู้ลี้ภัย จะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียม โดยผู้ที่ต้องการขอสถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวร จะต้องมีรายได้ที่มั่นคงในระดับเดียวกับ หรือสูงกว่ารายได้เฉลี่ยของชาวญี่ปุ่น โดยข้อมูลล่าสุดที่เปิดเผยเมื่อเดือนกรกฎาคม ระบุว่า รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนอยู่ที่ 5.75 ล้านเยน ในปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนเมษายนปีหน้าเป็นต้นไป ผู้สมัครขอสถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ถาวรจะต้องเผชิญกับข้อกำหนดที่เข้มงวดยิ่งขึ้น รวมถึงการต้องมีความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นในระดับพื้นฐาน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้สมัครเข้าเรียนในโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น และผู้ลงทะเบียนสอบวัดระดับความรู้ภาษาญี่ปุ่น (JLPT) เพิ่มขึ้นอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สิทธิประโยชน์ด้านเงินบำนาญที่คาดว่าจะได้รับของผู้สมัคร จะต้องเทียบเท่ากับผู้ที่อยู่ในระบบบำนาญสำหรับพนักงานมาเป็นเวลา 30 ปี อย่างไรก็ตาม หากสิทธิประโยชน์ด้านเงินบำนาญไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ก็สามารถนำมูลค่าของทรัพย์สินทางการเงินที่มีอยู่มาพิจารณาร่วมด้วยได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5914297?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เริ่มแล้ววันแรก ญี่ปุ่นขึ้นค่าธรรมเนียม วีซ่าพำนักในประเทศ พร้อมปรับเกณฑ์ใหม่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เริ่มแล้ววันแรก ญี่ปุ่นขึ้นค่าธรรมเนียม วีซ่าพำนักในประเทศ พร้อมปรับเกณฑ์ใหม่</dc:alternative><dc:abstract>เริ่มแล้ววันแรก ญี่ปุ่นขึ้นค่าธรรมเนียม วีซ่าพำนักในประเทศ พร้อมปรับเกณฑ์ใหม่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-01T06:39:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-01T06:39:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/japan.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/japan-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/japan.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/japan-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/japan22.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/japan22-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่าน ได้รับคำตอบท่าทีจากสหรัฐแล้ว ต่อข้อเสนอยุติศึก แต่ยังอุบบอก ตอบรับหรือปฏิเสธ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5913750]]></link><pubDate>2026-10-01T10:11:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5913750</guid><description>อิหร่าน ได้รับคำตอบท่าทีจากสหรัฐแล้ว ต่อข้อเสนอยุติศึก แต่ยังอุบบอก ตอบรับหรือปฏิเสธ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม สำนักข่าวเอพีรายงานว่า อิหร่านได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการจากสหรัฐอเมริกาแล้วต่อข้อเสนอของฝ่ายเต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อิหร่าน ได้รับคำตอบท่าทีจากสหรัฐแล้ว ต่อข้อเสนอยุติศึก แต่ยังอุบบอก ตอบรับหรือปฏิเสธ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม สำนักข่าวเอพีรายงานว่า อิหร่านได้รับคำตอบอย่างเป็นทางการจากสหรัฐอเมริกาแล้วต่อข้อเสนอของฝ่ายเตหะรานเพื่อมุ่งยุติสงครามความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานถึง 7 เดือนแล้ว ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้ออกมาปฏิเสธข้อเสนอนี้ของอิหร่านต่อสาธารณชนไปเมื่อไม่กี่วันก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอพีอ้างเจ้าหน้าที่อิหร่านที่เปิดเผยความเคลื่อนไหวนี้เมื่อวันพุธ(30 ก.ย.) แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าเนื้อหาในการตอบกลับของสหรัฐนั้นเป็นอย่างไรและเป็นการปฏิเสธข้อเสนอจบศึกหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายเฟตเมห์ โมฮาเจรานี โฆษกรัฐบาลอิหร่านกล่าวกับสำนักข่าว IRNA ว่า นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้นำเสนอท่าทีตอบกลับของสหรัฐต่อนายมัสอูด เปเซชกียาน ประธานาธิบดีอิหร่าน ในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งประธานาธิบดีเปเซชกียานกล่าวว่า เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ข้อตกลงนี้บรรลุผลสำเร็จและยืนหยัดปกป้องสิทธิของประชาชนชาวอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ข้อตกลงดังกล่าวจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของกลยุทธ์ที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์” เปเซชกียานกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประชุมคณะรัฐมนตรีอิหร่านเกิดขึ้นหลังจากนายอารักชีเดินทางกลับถึงอิหร่านหลังเสร็จสิ้นภารกิจการร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสประชาชาติ(UNGA) ที่นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่อิหร่านยังได้เจรจาโดยอ้อมกับฝ่ายสหรัฐผ่านตัวกลางเจรจาคือกาตาร์และปากีสถานที่เกิดขึ้นนอกรอบการประชุม UNGA&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีรายงานว่าก่อนหน้ากลับถึงอิหร่าน นายอารักชีและคณะผู้แทนของอิหร่านยังได้ถูกนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ สั่งให้เดินทางออกจากนิวยอร์กเร็วกว่ากำหนดการเดิม ซึ่งคณะของนายอารักชีก็ได้ออกเดินทางจากนิวยอร์กไปตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันอังคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายอารักชีได้รายงานสรุปต่อคณะรัฐมนตรีอิหร่านเกี่ยวกับภารกิจการเยือนนครนิวยอร์กและการหารือต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงเงื่อนไขของอิหร่านสำหรับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งโฆษกรัฐบาลอิหร่านระบุว่าได้มีการแจ้งเงื่อนไขดังกล่าวผ่านทางตัวกลางไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับแผนการระยะ 7 วันของอิหร่านที่เสนอต่อสหรัฐครั้งล่าสุดนั้นครอบคลุมถึงการยุติการสู้รบทั้งหมดในอิหร่านและเลบานอน การปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านและยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากนั้นอิหร่านจะยอมให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลกอีกครั้ง และทั้งสองฝ่ายจะกลับมาเจรจากันในประเด็นโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน รวมถึงความต้องการของทรัมป์ที่จะยึดหรือกำจัดยูเรเนียมสมรรถนะสูงของอิหร่านที่ถูกสหรัฐกล่าวอ้างว่าเป็นไปเพื่อการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5913750?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่าน ได้รับคำตอบท่าทีจากสหรัฐแล้ว ต่อข้อเสนอยุติศึก แต่ยังอุบบอก ตอบรับหรือปฏิเสธ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่าน ได้รับคำตอบท่าทีจากสหรัฐแล้ว ต่อข้อเสนอยุติศึก แต่ยังอุบบอก ตอบรับหรือปฏิเสธ</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่าน ได้รับคำตอบท่าทีจากสหรัฐแล้ว ต่อข้อเสนอยุติศึก แต่ยังอุบบอก ตอบรับหรือปฏิเสธ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-01T03:11:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-01T03:11:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-25T205739Z_71911995_RC2GQNA04CDJ_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-25T205739Z_71911995_RC2GQNA04CDJ_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-25T205739Z_71911995_RC2GQNA04CDJ_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-25T205739Z_71911995_RC2GQNA04CDJ_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-25T205739Z_71911995_RC2GQNA04CDJ_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/2026-09-25T205739Z_71911995_RC2GQNA04CDJ_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[UN ระบุ ปริมาณน้ำในแม่น้ำทั่วโลก ต่ำสุดรอบหลายทศวรรษ มวลธารน้ำแข็งหาย 4 ปีติด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5913676]]></link><pubDate>2026-10-01T10:08:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5913676</guid><description>UN ระบุ ปริมาณน้ำในแม่น้ำทั่วโลก ต่ำสุดรอบหลายทศวรรษ มวลธารน้ำแข็งหาย 4 ปีติด องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เผยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ว่า แม่น้ำทั่วโลกมีปริมาณน้ำอยู่ในระดับต่ำที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;UN ระบุ ปริมาณน้ำในแม่น้ำทั่วโลก ต่ำสุดรอบหลายทศวรรษ มวลธารน้ำแข็งหาย 4 ปีติด&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เผยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ว่า แม่น้ำทั่วโลกมีปริมาณน้ำอยู่ในระดับต่ำที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษในปี 2568 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าปริมาณน้ำที่กักเก็บอยู่บนพื้นผิวโลกกำลังลดลง และทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำที่จะมีใช้ในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานสถานการณ์ทรัพยากรน้ำโลกของ WMO ระบุว่า ปริมาณน้ำที่กักเก็บอยู่บนพื้นดิน ซึ่งรวมถึงน้ำบาดาล ทะเลสาบ พืชพรรณ น้ำแข็ง และหิมะ ลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;WMO เตือนว่า แนวโน้มดังกล่าวจะส่งผลกระทบที่รุนแรงในอนาคต เนื่องจากแหล่งน้ำสำรองเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นเสมือนเกราะป้องกันของโลกในสถานการณ์ช่วงที่โลกเผชิญกับปีที่แห้งแล้งผิดปกติ เช่นเดียวกับปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เซเลสต์ เซาโล เลขาธิการ WMO กล่าวในแถลงการณ์ที่เผยแพร่พร้อมกับรายงานว่า เรากำลังใช้เงินออมในบัญชีจนร่อยหรอ ปริมาณน้ำที่สะสมอยู่บนพื้นดินทั่วโลกมีแนวโน้มลดลงมาตั้งแต่ช่วงปี 2557-2559 ซึ่งเป็นสัญญาณที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาหนึ่งทศวรรษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลของ WMO ระบุว่า ลุ่มน้ำกว่าหนึ่งในสามของโลกมีปริมาณน้ำต่ำกว่าระดับปกติ โดยปี 2568 ถือเป็นหนึ่งในปีที่แม่น้ำทั่วโลกมีปริมาณน้ำต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลเมื่อ 35 ปีก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พื้นที่ลุ่มน้ำบางแห่ง เช่น ในบางส่วนของเอเชียใต้ กลับมีปริมาณน้ำมากเกินไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฏจักรของน้ำกำลังมีความแปรปรวนและคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานยังระบุด้วยว่า การสูญเสียมวลน้ำแข็งจากธารน้ำแข็งเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในทุกภูมิภาคของโลกในปี 2568 และเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงด้านน้ำในระยะยาว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5913676?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;UN ระบุ ปริมาณน้ำในแม่น้ำทั่วโลก ต่ำสุดรอบหลายทศวรรษ มวลธารน้ำแข็งหาย 4 ปีติด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>UN ระบุ ปริมาณน้ำในแม่น้ำทั่วโลก ต่ำสุดรอบหลายทศวรรษ มวลธารน้ำแข็งหาย 4 ปีติด</dc:alternative><dc:abstract>UN ระบุ ปริมาณน้ำในแม่น้ำทั่วโลก ต่ำสุดรอบหลายทศวรรษ มวลธารน้ำแข็งหาย 4 ปีติด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-01T03:08:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-01T03:08:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/wmo.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/wmo-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/wmo.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/wmo-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/wmo-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/wmo-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลที่ 2 สั่งเบรก &#8216;ทรัมป์&#8217; เก็บค่าธรรมเนียม 1 แสนดอลล์ สำหรับวีซ่า H-1B แรงงานต่างชาติที่มีทักษะ ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5913731]]></link><pubDate>2026-10-01T09:45:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5913731</guid><description>ศาลที่ 2 สั่งเบรก &amp;#8216;ทรัมป์&amp;#8217; เก็บค่าธรรมเนียม 1 แสนดอลล์ สำหรับวีซ่า H-1B แรงงานต่างชาติที่มีทักษะ สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางคนที่ 2  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ศาลที่ 2 สั่งเบรก &amp;#8216;ทรัมป์&amp;#8217; เก็บค่าธรรมเนียม 1 แสนดอลล์ สำหรับวีซ่า H-1B แรงงานต่างชาติที่มีทักษะ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางคนที่ 2 ได้สั่งระงับค่าธรรมเนียมจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกเก็บจากวีซ่า H-1B สำหรับแรงงานต่างชาติที่มีทักษะสูง ซึ่งถือเป็นค่าธรรมเนียมที่ไม่เคยมีมาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เฮย์วูด กิลเลียม ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐ ในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ตัดสินว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐ (USCIS) และกระทรวงต่างประเทศ ไม่ได้ปฏิบัติตามกระบวนการออกกฎระเบียบที่จำเป็นก่อนที่จะนำค่าธรรมเนียมของทรัมป์มาใช้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กิลเลียม ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา จากพรรคเดโมแครต ได้อนุมัติคำขอของกลุ่มพันธมิตรของสหภาพแรงงาน นายจ้าง และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อระงับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของทรัมป์ จากหน่วยงานต่าง ๆ จนกว่าจะทราบผลการพิจารณาคดีที่พวกเขายื่นฟ้องในเดือนตุลาคมนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมดังกล่าวถูกระงับชั่วคราวในเดือนมิถุนายน โดยผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในบอสตัน ในคดีแยกต่างหากที่ยื่นฟ้องโดย 20 รัฐ ซึ่งศาลอุทธรณ์ในบอสตัน ปฏิเสธที่จะระงับคำตัดสินดังกล่าวในเดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ ได้ดำเนินการในเดือนสิงหาคม เพื่อกำหนดค่าธรรมเนียมถาวรประมาณ 103,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเมื่อได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายแล้ว อาจถูกท้าทายในศาล แต่ประเด็นทางกฎหมายจะแตกต่างจากคดีฟ้องร้องเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมที่กำหนดโดยทรัมป์ ซึ่งคดีเหล่านี้มุ่งเน้นไปที่อำนาจของประธานาธิบดีในการกำหนดค่าธรรมเนียมดังกล่าวแต่เพียงฝ่ายเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์สหรัฐนั้น เดิมทีมีกำหนดหมดอายุในวันที่ 21 กันยายน แต่ทรัมป์ ได้ขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี เมื่อเร็วๆนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกลุ่มกฎหมายฝ่ายซ้าย Democracy Forward ซึ่งเป็นตัวแทนของโจทก์ ได้ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีกับคำตัดสินดังกล่าว โดยระบุว่า &amp;#8220;คำตัดสินในวันนี้ ปกป้องระบบที่ตกค้างอยู่ในความโกลาหลในชั่วข้ามคืน&amp;#8221; สตีฟ เบรสเลอร์ ทนายความของกลุ่มกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่หอการค้าสหรัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ได้ยื่นฟ้องร้องคดีที่ 3 เพื่อท้าทายค่าธรรมเนียมดังกล่าว โดยหอการค้ากำลังยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลที่ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างของตนที่ว่า ทรัมป์ ไม่มีอำนาจในการกำหนดค่าธรรมเนียม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับโครงการ H-1B จะอนุญาตให้นายจ้างในสหรัฐ จ้างแรงงานต่างชาติที่มีการฝึกอบรมในสาขาเฉพาะทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทเทคโนโลยีที่พึ่งพาแรงงานที่ได้รับวีซ่า H-1B เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งโครงการนี้ ให้วีซ่า 65,000 ใบต่อปี และอีก20,000 ใบสำหรับแรงงานที่มีวุฒิการศึกษาระดับสูง ซึ่งอนุมัติเป็นเวลา 3-6 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คำสั่งเรียกเก็บค่าวีซ่าเพิ่ม ทำให้ต้นทุนในการขอวีซ่า H-1B สูงขึ้นอย่างมาก จากปกติค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 &amp;#8211; 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นนั้น ทรัมป์ได้อ้างอำนาจของประธานาธิบดีภายใต้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง เพื่อจำกัดการเข้าประเทศของชาวต่างชาติบางกลุ่มที่จะเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของสหรัฐ โดยทรัมป์กล่าวว่า ธุรกิจต่างๆ ใช้โครงการ H-1B ในทางที่ผิดและแทนที่แรงงานชาวอเมริกันด้วยแรงงานต่างชาติที่ถูกกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยรัฐบาลทรัมป์ ยังสั่งให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครวีซ่า H-1B อย่างเข้มงวดมากขึ้น และเสนอขั้นตอนการคัดเลือกวีซ่าแบบใหม่ที่จะให้ความสำคัญกับแรงงานที่มีทักษะสูงและได้รับค่าตอบแทนที่ดีกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5913731?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลที่ 2 สั่งเบรก &amp;#8216;ทรัมป์&amp;#8217; เก็บค่าธรรมเนียม 1 แสนดอลล์ สำหรับวีซ่า H-1B แรงงานต่างชาติที่มีทักษะ &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลที่ 2 สั่งเบรก ‘ทรัมป์’ เก็บค่าธรรมเนียม 1 แสนดอลล์ สำหรับวีซ่า H-1B แรงงานต่างชาติที่มีทักษะ </dc:alternative><dc:abstract>ศาลที่ 2 สั่งเบรก ‘ทรัมป์’ เก็บค่าธรรมเนียม 1 แสนดอลล์ สำหรับวีซ่า H-1B แรงงานต่างชาติที่มีทักษะ </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-01T03:48:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-01T03:48:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/USA-TRUMP2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/USA-TRUMP2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/USA-TRUMP2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/USA-TRUMP2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/USA-TRUMP2333.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/USA-TRUMP2333-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เนทันยาฮูชมนักบินอินเดีย ช่วยชีวิต 174 ผู้โดยสาร เผยอาการทรงตัวแล้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5913638]]></link><pubDate>2026-10-01T08:45:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5913638</guid><description>เนทันยาฮูชมนักบินอินเดีย ช่วยชีวิต 174 ผู้โดยสาร เผยอาการทรงตัวแล้ว นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกมาชื่นชมสมีต มัคช์ชาร์ นักบินชาวอินเดีย ว่าเป็นผู้ช่วยชีวิตผู้โดยสารของสายการบินฟลายดู [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เนทันยาฮูชมนักบินอินเดีย ช่วยชีวิต 174 ผู้โดยสาร เผยอาการทรงตัวแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกมาชื่นชมสมีต มัคช์ชาร์ นักบินชาวอินเดีย ว่าเป็นผู้ช่วยชีวิตผู้โดยสารของสายการบินฟลายดูไบ หลังจากเขาถูกนักบินร่วมเที่ยวบินใช้มีดแทง ในเหตุการณ์ที่คาดว่าเป็นความพยายามที่จะทำให้เครื่องบินของสายการบินตก เมื่อวันที่ 30 กันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่อิสราเอลเผยว่า ผู้โดยสานบนเที่ยวบินดังกล่าวเดินทางถึงอิสราเอลอย่างปลอดภัยในวันเดียวกัน หลังจากผู้โดยสารและลูกเรือช่วยกันขัดขวางความพยายามของนักบินร่วมที่จะทำให้เครื่องบินตก โดยเหตุการณ์ชุลมุนเริ่มต้นขึ้นหลังจากนักบินร่วมใช้มีดแทงมัคช์ชาร์ และทำให้เครื่องบินดิ่งลงเกือบ 14,000 ฟุต หรือประมาณ 4,267 เมตร ภายในเวลาไม่ถึง 30 วินาที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของเนทันยาฮูระบุว่า แม้จะนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นห้องนักบิน แต่มัคช์ชาร์ก็ยังสามารถกดปุ่มปลดล็อกเพื่อเปิดประตูห้องนักบินได้สำเร็จ การกระทำดังกล่าวเปิดโอกาสทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือสามารถเข้าไปควบคุมตัวนักบินร่วมได้ และเปิดทางให้นักบินของฟลายดูไบอีก 2 คน ซึ่งโดยสารอยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าว สามารถเข้านำเครื่องลงจอดที่เมืองตะบูก ประเทศซาอุดีอาระเบียได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เขาช่วยชีวิตผู้คนไว้ได้ถึง 174 ชีวิต รวมถึงพลเมืองอิสราเอลและคนชาติอื่นๆ” เนทันยาฮูโพสต์บนเอ็กซ์ หลังจากก่อนหน้านี้ เนทันยาฮูได้กล่าวในแถลงการณ์ผ่านวิดีโอที่เผยแพร่โดยสำนักงานของเขาว่า ผู้โดยสารทุกคนปลอดภัยและพ้นจากอันตรายแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เนทันยาฮูระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ด้านความมั่นคงที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง และทางการซาอุดีอาระเบียจะสอบปากคำนักบินร่วมของเที่ยวบินฟลายดูไบ เที่ยวบิน FZ1073 ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปยังอิสราเอลในขณะที่เกิดเหตุดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่อินเดียในซาอุดีอาระเบียเผยว่า มัคช์ชาร์กำลังเข้ารับการรักษาทางการแพทย์ที่จำเป็นในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่เมืองตะบูก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซาอุดีอาระเบีย โดยทางการอินเดียกำลังติดต่อกับครอบครัวของเขา รวมถึงทางการซาอุดีอาระเบีย เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ในทุกด้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูตอินเดียในซาอุดีอาระเบียระบุในโพสต์บนเอ็กซ์ว่า อาการของมัคช์ชาร์อยู่ในภาวะทรงตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์ฮินดูสถานไทม์สของอินเดียรายงานว่า มัคช์ชาร์ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในนครมุมไบ เมืองหลวงทางการเงินของอินเดีย ได้เข้ารับการผ่าตัดหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามข้อมูลในประวัติการทำงานบน LinkedIn ของเขาระบุว่า มัคช์ชาร์เคยทำงานกับสายการบินสไปซ์เจ็ตของอินเดียนานกว่า 11 ปี ก่อนที่จะมาร่วมงานกับสายการบินฟลายดูไบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาทระหว่างนักบินทั้งสองคน โดยฟลายดูไบออกแถลงการณ์ว่ายังไม่ทราบแน่ชัดถึงสาเหตุที่แท้จรงของเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมเตือนว่าไม่ควรคาดการณ์หรือด่วนสรุปก่อนเวลาอันควร ขณะที่สายการบินได้ระงับเที่ยวบินเข้าและออกจากอิสราเอลระหว่างที่มีการสอบสวนเหตุการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5913638?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เนทันยาฮูชมนักบินอินเดีย ช่วยชีวิต 174 ผู้โดยสาร เผยอาการทรงตัวแล้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เนทันยาฮูชมนักบินอินเดีย ช่วยชีวิต 174 ผู้โดยสาร เผยอาการทรงตัวแล้ว</dc:alternative><dc:abstract>เนทันยาฮูชมนักบินอินเดีย ช่วยชีวิต 174 ผู้โดยสาร เผยอาการทรงตัวแล้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-10-01T03:01:48+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-10-01T03:01:48+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ntyh1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ntyh1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ntyh1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ntyh1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ntyh1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ntyh1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ntyh1-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/10/ntyh1-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สุดระทึก! เหตุฟลายดูไบ เปลี่ยนเส้นทาง ที่แท้นักบินผู้ช่วย แทงนักบินเจ็บหนัก คาดจี้เครื่องบินหมายโหม่งโลก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5913346]]></link><pubDate>2026-09-30T18:15:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5913346</guid><description>สุดระทึก! เหตุฟลายดูไบ เปลี่ยนเส้นทาง ที่แท้นักบินผู้ช่วย แทงนักบินเจ็บหนัก คาดจี้เครื่องบินหมายโหม่งโลก ความคืบหน้าเหตุการณ์เที่ยวบินโดยสาร FZ1073 ของสายการบินฟลายดูไบ พร้อมผู้โดยสารราว 180 คน บินออก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สุดระทึก! เหตุฟลายดูไบ เปลี่ยนเส้นทาง ที่แท้นักบินผู้ช่วย แทงนักบินเจ็บหนัก คาดจี้เครื่องบินหมายโหม่งโลก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ความคืบหน้าเหตุการณ์เที่ยวบินโดยสาร FZ1073 ของสายการบินฟลายดูไบ พร้อมผู้โดยสารราว 180 คน บินออกจากนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อมุ่งหน้าสู่นครเทลอาวีฟของอิสราเอล แต่ได้เปลี่ยนเส้นทางบินกะทันหันมาลงจอดที่ซาอุดีอาระเบีย หลังจากมีการส่งสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 30 กันยายน โดยตอนแรกมีรายงานว่ามีสาเหตุมาจากนักบินบนเที่ยวบินดังกล่าวเกิดการทะเลาะลงไม้ลงมือกัน แต่ไม่ได้เป็นการจี้เครื่องบินแต่อย่างใดนั้น ทว่าล่าสุด เยรูซาเล็มโพสต์ สื่ออิสราเอลอ้างการเปิดเผยของผู้โดยสารชาวอิสราเอลที่อยู่บนเที่ยวบินลำเกิดเหตุว่า หนึ่งในนักบินได้ใช้ของมีคมแทงนักบินอีกคนและพยายามผลักเขาให้ออกจากห้องนักบิน ในขณะที่เครื่องบินกำลังดิ่งลดระดับลงอย่างรวดเร็ว (อ่านข่าว&lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912838&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt; ปัดจี้เครื่องบิน! ฟลายดูไบ ขนผู้โดยสาร 180 ชีวิต เปลี่ยนเส้นทางบินลงซาอุฯ กะทันหัน เหตุนักบินไฝว้กัน&lt;/a&gt;)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่อิสราเอลได้เปิดเผยกับเยรูซาเล็มโพสต์ว่า แนวโน้มการประเมินสถานการณ์ภายในอิสราเอลชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่านักบินผู้ช่วยพยายามจะก่อเหตุจี้เครื่องบินโดยมีเจตนาที่จะทำให้เครื่องบินโหม่งพื้นดิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เยรูซาเล็มโพสต์อ้างผู้โดยสารรายหนึ่งเล่าว่า ผู้โดยสารชาวอิสราเอลหลายคนที่นั่งอยู่บริเวณส่วนหน้าของเครื่องบินรีบวิ่งเข้าไปยังห้องนักบินและเข้าต่อสู้กับผู้ก่อเหตุในขณะที่เครื่องบินกำลังดิ่งลง ส่วนนักบินอีกสองคนที่นั่งอยู่ด้านหลังนั้นดูเหมือนจะตกอยู่ในอาการช็อกในช่วงแรก ผู้โดยสารคนดังกล่าวเล่าว่า ตนได้ตะโกนบอกให้นักบินทั้งสองรีบวิ่งเข้าไปควบคุมเครื่องบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากคำบอกเล่าของผู้โดยสาร กลุ่มคนดังกล่าวสามารถนำตัวผู้ก่อเหตุออกมาจากห้องนักบินและช่วยให้นักบินอีกสองคนเข้าไปด้านในห้องนักบินได้สำเร็จ โดยนักบินคนหนึ่งเข้าควบคุมเครื่องบินทันที ในขณะที่อีกคนต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะตั้งสติได้หลังจากอยู่ในภาวะช็อก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้โดยสารเผยอีกว่านักบินที่ถูกแทงอยู่ในอาการวิกฤต แต่โชคดีมีทันตแพทย์ชาวอิสราเอลที่โดยสารอยู่บนเที่ยวบินนี้ด้วยได้เข้ารักษาและช่วยชีวิตนักบินที่ถูกแทงในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอูรี ผู้โดยสารที่อยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าวบอกกับ Walla ว่า ตนรู้สึกเสียขวัญมากและหวังว่าจะได้รับข่าวดี พวกเขาบอกเราว่ามีเครื่องบินกำลังเดินทางมาที่นี่ และเราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นเรื่องจริง ผู้คนยังคงหวาดกลัวกันมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เครื่องบินเกิดอาการดิ่งวูบลงอย่างกะทันหัน และว่า เท่าที่ตนเข้าใจคือนักบินพยายามจะฆ่าตัวตายโดยพาพวกเราไปด้วย ดูเหมือนว่านี่เป็นการโจมตี ผู้โดยสารบางส่วนได้ช่วยนักบินอีกคนเข้าควบคุมตัวเขาไว้จนกระทั่งนำเครื่องลงจอดได้สำเร็จ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้โดยสารอีกรายระบุว่า ผู้โดยสารชาวอิสราเอลบนเครื่องบินเป็นผู้เข้าแยกนักบินและนักบินผู้ช่วยออกจากกัน หลังจากที่ทั้งสองมีปากเสียงและลงไม้ลงมือกันอย่างรุนแรง ภาพเหตุการณ์ที่เผยแพร่จากเที่ยวบินดังกล่าวแสดงให้เห็นผู้โดยสารคนหนึ่งที่มีคราบเลือดเปรอะเปื้อนเสื้อ หลังจากที่เขาเข้าไปห้ามปรามระหว่างนักบินทั้งสองคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ในตอนแรกเครื่องบินลำดังกล่าวได้หายไปจากระบบติดตามเที่ยวบิน ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจมีการจี้เครื่องบินเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ตึงเครียด สถานการณ์ต่างๆ เริ่มมีความชัดเจนขึ้น และเครื่องบินสามารถลงจอดฉุกเฉินได้ที่ซาอุดีอาระเบีย ขณะนี้ผู้โดยสารกำลังรอเครื่องบินพิเศษที่ทางสายการบินจัดส่งมาเพื่อรับพวกเขากลับไปยังอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยถึงแรงจูงใจของนักบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5913346?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สุดระทึก! เหตุฟลายดูไบ เปลี่ยนเส้นทาง ที่แท้นักบินผู้ช่วย แทงนักบินเจ็บหนัก คาดจี้เครื่องบินหมายโหม่งโลก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สุดระทึก! เหตุฟลายดูไบ เปลี่ยนเส้นทาง ที่แท้นักบินผู้ช่วย แทงนักบินเจ็บหนัก คาดจี้เครื่องบินหมายโหม่งโลก</dc:alternative><dc:abstract>สุดระทึก! เหตุฟลายดูไบ เปลี่ยนเส้นทาง ที่แท้นักบินผู้ช่วย แทงนักบินเจ็บหนัก คาดจี้เครื่องบินหมายโหม่งโลก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-30T12:19:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-30T12:19:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-30-181042.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-30-181042-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-30-181042.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-30-181042-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-30-181042-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-30-181042-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ร้านอาหารสี จิ้นผิง ในเกาหลีใต้ โดนแก๊งชาวจีน บุกพังร้านเสียหายยับ หลังถูกบี้ให้เปลี่ยนชื่อร้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5913183]]></link><pubDate>2026-09-30T17:32:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5913183</guid><description>ร้านอาหารชื่อสี จิ้นผิง ในเกาหลีใต้ โดนแก๊งชาวจีน บุกพังร้านเสียหายยับ หลังถูกบี้ให้เปลี่ยนชื่อร้าน เป็นข่าวครึกโครมในเกาหลีใต้กรณีเกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์ชาวจีนได้บุกเข้าไปทำลายทรัพย์สินภายในร้านอาหารช [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ร้านอาหารชื่อสี จิ้นผิง ในเกาหลีใต้ โดนแก๊งชาวจีน บุกพังร้านเสียหายยับ หลังถูกบี้ให้เปลี่ยนชื่อร้าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เป็นข่าวครึกโครมในเกาหลีใต้กรณีเกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์ชาวจีนได้บุกเข้าไปทำลายทรัพย์สินภายในร้านอาหารชื่อ“สี จิ้นผิง” ซึ่งเป็นการตั้งตามชื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ตั้งอยู่ในเมืองซองนัม ทางตอนใต้ของกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ จนได้รับความเสียหาย ก่อนชายชาวจีนกลุ่มดังกล่าวได้พากันหลบหนีออกนอกประเทศไปในทันทีหลังลงมือก่อเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โชซอนเดลี สื่อแดนกิมจิรายงานเมื่อวันที่ 29 กันยายนว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดในร้านอาหารสีจิ้นผิงเผยให้เห็นภาพชายสวมหน้ากาก 4 คน บุกเข้าไปภายในร้านช่วงเช้ามืดของวันที่ 24 กันยายน โดยได้พังทำลายข้าวของ เฟอร์นิเจอร์ และฉีดพ่นสีแลกเกอร์ในร้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าของร้านอาหารแห่งนี้เปิดใจกับสื่อท้องถิ่นว่า เขาเปิดร้านอาหารนี้มา 8 ปี โดยเลือกตั้งชื่อร้านว่า “สี จิ้นผิง” เพราะต้องการให้เป็นร้านอาหารจีนที่ดีที่สุดในเกาหลีใต้ แต่ไม่ได้มีเจตนาทางการเมืองแต่อย่างใด โดยตลอด 8 ปีที่เปิดร้านมาเพิ่งเริ่มมีเสียงเรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อร้านเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าของร้านสี จิ้นผิงกล่าวว่า ช่วงเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา หลังปรากฎข่าวว่าประธานาธิบดีสีจะเดินทางมาร่วมการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก(เอเปค) ที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพ ตนก็ได้รับโทรศัพท์หลายสิบสายร้องขอให้เปลี่ยนชื่อร้าน บางคนถึงขนาดเสนอเงินให้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;คนที่อ้างว่าทำธุรกิจอยู่ในจีนเสนอเงินก้อนโตแลกกับการที่เราเปลี่ยนชื่อและยังพยายามตื๊อไม่เลิกรา&amp;#8221; เจ้าของร้านอาหารสี จิ้นผิงบอกกับโชซอนเดลี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนเมษายนปีนี้ยังมีบางคนยื่นร้องเรียนต่อกระทรวงทรัพย์สินทางปัญญาของเกาหลีใต้เกี่ยวกับเมนูอาหารของทางร้านที่ชื่อว่า “ข้าวพิเศษสีจิ้นผิง” แต่ท้ายที่สุดกระทรวงทรัพย์สินทางปัญญาได้ยุติเรื่องนี้ไปโดยไม่พบว่ามีการกระทำผิดระเบียบแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าของร้านบอกว่าการบุกเข้ามาทำลายทรัพย์สินในร้านเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นหนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงใหญ่ที่สุดที่เขาเผชิญในช่วงเวลาหนึ่งปีซึ่งสร้างความเสียหายให้กับทางร้านราว 15,000 ล้านวอน หรือประมาณ 3.72 แสนบาท โดยเมื่อกลับมาเปิดร้านอีกครั้งในวันอังคาร(29 ก.ย.)หลังปิดไป 5 วัน ทางร้านบอกว่ากำลังพิจารณาจะเปลี่ยนชื่อร้านใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านตำรวจเกาหลีใต้เปิดเผยในวันเดียวกันว่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุชาวจีนทั้ง 4 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 20-40 ปี ได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้วหลังก่อเหตุ โดยเชื่อว่าบินกลับไปยังเซี่ยงไฮ้และเมืองเยียนไถในมณฑลซานตงของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจเกาหลีใต้ยังมีแผนที่จะขอออกหมายแดงจากอินเตอร์โพล (INTERPOL) หรือ องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ สำหรับผู้ต้องสงสัยชาวจีนทั้ง 4 คนดังกล่าวด้วย ซึ่งหมายแดงไม่ใช่หมายจับโดยตรง แต่เป็นการร้องขอให้ตำรวจทั่วโลกช่วยควบคุมตัวบุคคลนั้นไว้เพื่อรอขั้นตอนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับร้านอาหาร &amp;#8220;สี จิ้นผิง&amp;#8221; ในเมืองซองนัมนั้นให้บริการอาหารจีนหลากหลายเมนู รวมถึงมีอาหารเกาหลีใต้รวมอยู่ด้วย ตามข้อมูลที่มีการแชร์บนโลกออนไลน์ โดยร้านนี้ได้รับคะแนนเฉลี่ย 4 จาก 5 ดาวจากผู้ที่เข้ามาเขียนรีวิวใน Google&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5913183?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ร้านอาหารสี จิ้นผิง ในเกาหลีใต้ โดนแก๊งชาวจีน บุกพังร้านเสียหายยับ หลังถูกบี้ให้เปลี่ยนชื่อร้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ร้านอาหารสี จิ้นผิง ในเกาหลีใต้ โดนแก๊งชาวจีน บุกพังร้านเสียหายยับ หลังถูกบี้ให้เปลี่ยนชื่อร้าน</dc:alternative><dc:abstract>ร้านอาหารสี จิ้นผิง ในเกาหลีใต้ โดนแก๊งชาวจีน บุกพังร้านเสียหายยับ หลังถูกบี้ให้เปลี่ยนชื่อร้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-30T10:32:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-30T10:32:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/4WFTHZ5BYJB4BMZ4PZ.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/4WFTHZ5BYJB4BMZ4PZ-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/4WFTHZ5BYJB4BMZ4PZ.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/4WFTHZ5BYJB4BMZ4PZ-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/4WFTHZ5BYJB.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/4WFTHZ5BYJB-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปัดจี้เครื่องบิน! ฟลายดูไบ ขนผู้โดยสาร 180 ชีวิต เปลี่ยนเส้นทางบินลงซาอุฯ กะทันหัน เหตุนักบินไฝว้กัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912838]]></link><pubDate>2026-09-30T15:37:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5912838</guid><description>ปัดจี้เครื่องบิน! ฟลายดูไบ ขนผู้โดยสาร 180 ชีวิต เปลี่ยนเส้นทางลงซาอุฯ กะทันหัน เหตุนักบินไฝว้กัน เมื่อวันที่ 30 กันยายน เกิดเหตุการณ์ระทึกขึ้นกับเที่ยวบินโดยสาร FZ1073 ของสายการบินฟลายดูไบ บรรทุกผู้โ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปัดจี้เครื่องบิน! ฟลายดูไบ ขนผู้โดยสาร 180 ชีวิต เปลี่ยนเส้นทางลงซาอุฯ กะทันหัน เหตุนักบินไฝว้กัน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 กันยายน เกิดเหตุการณ์ระทึกขึ้นกับเที่ยวบินโดยสาร FZ1073 ของสายการบินฟลายดูไบ บรรทุกผู้โดยสารราว 180 คน ซึ่งบินออกจากนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อมุ่งหน้าสู่นครเทลอาวีฟของอิสราเอล ได้เปลี่ยนเส้นทางบินกะทันหันมาลงจอดที่ซาอุดีอาระเบีย หลังจากมีการส่งสัญญาณฉุกเฉิน ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกว่าอาจเกิดเหตุไม่ชอบมาพากลอย่างการจี้เครื่องบินหรือไม่ ทว่าในเวลาต่อเจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่าเกิดการทะเลาะวิวาทขี้นระหว่างนักบินบนเที่ยวบินดังกล่าว ไม่ใช่การจี้เครื่องบินแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจาก Flightradar24 เว็บไซต์ติดตามการบินระบุว่า เที่ยวบิน FZ1073 ของฟลายดูไบ ซึ่งเดินทางออกจากนครดูไบได้เปลี่ยนเส้นทางขณะบินผ่านน่านฟ้าจอร์แดนมุ่งหน้าไปยังซาอุดีอาระเบีย โดยมีการส่งสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉินทั่วไป ก่อนจะส่งสัญญาณฉุกเฉินอีกครั้งในอีกไม่กี่นาทีต่อมา ซึ่งบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดการแทรกแซงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Flightradar24 ระบุด้วยว่า เที่ยวบินโดยสารซึ่งใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737 ลำนี้ได้ส่งสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉินทั่วไปอีกครั้ง ก่อนจะลงจอดที่สนามบินทาบุก ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักนายกรัฐมนตรีอิสราเอลระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเป็นการจี้เครื่องบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สายการบินฟลายดูไบยังไม่ได้ให้ความเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่อิสราเอลรายงานหนึ่งที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่านักบินได้ส่งสัญญาณฉุกเฉิน หลังจากเกิดการทะเลาะวิวาทลงไม้ลงมือกันระหว่างนักบิน อย่างไรก็ดียังไม่มีความชัดเจนในทันทีว่านักบินคนใดที่เจตนาส่งสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉินดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอล 3 ราย เปิดเผยกับรอยเตอร์ก่อนหน้านั้นว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ได้หารือเกี่ยวกับสถานการณ์บนเที่ยวบินโดยสารดังกล่าว ขณะที่นายเอยาล ซามีร์ ผู้บัญชาการกองทัพอิสราเอล ได้จัดประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกับผู้บัญชาการกองทัพอากาศและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกองทัพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเวลาต่อมาโฆษกสายการบินฟลายดูไบระบุว่า เที่ยวบินของฟลายดูไบประสบกับ “เหตุการณ์” ในระหว่างเดินทางมุ่งหน้าไปยังนครเทลอาวีฟ จึงต้องเปลี่ยนเส้นทางไปลงจอดที่เมืองทาบุก โดยเครื่องบินสามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย โดยผู้โดยสารทุกคนปลอดภัยและได้รับการดูแลอย่างครบถ้วน แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับสายการบินฟลายดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ให้บริการเที่ยวบินทุกวันระหว่างนครดูไบและนครเทลอาวีฟ ซึ่งเป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมในหมู่ชาวอิสราเอล ขณะที่ซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการต่อกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912838?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปัดจี้เครื่องบิน! ฟลายดูไบ ขนผู้โดยสาร 180 ชีวิต เปลี่ยนเส้นทางบินลงซาอุฯ กะทันหัน เหตุนักบินไฝว้กัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปัดจี้เครื่องบิน! ฟลายดูไบ ขนผู้โดยสาร 180 ชีวิต เปลี่ยนเส้นทางบินลงซาอุฯ กะทันหัน เหตุนักบินไฝว้กัน</dc:alternative><dc:abstract>ปัดจี้เครื่องบิน! ฟลายดูไบ ขนผู้โดยสาร 180 ชีวิต เปลี่ยนเส้นทางบินลงซาอุฯ กะทันหัน เหตุนักบินไฝว้กัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-30T08:47:49+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-30T08:47:49+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-30T071701Z_992527813_RC2JTNAOET5D_RTRMADP_3_ISRAEL-GULF-FLIGHT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-30T071701Z_992527813_RC2JTNAOET5D_RTRMADP_3_ISRAEL-GULF-FLIGHT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-30T071701Z_992527813_RC2JTNAOET5D_RTRMADP_3_ISRAEL-GULF-FLIGHT.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-30T071701Z_992527813_RC2JTNAOET5D_RTRMADP_3_ISRAEL-GULF-FLIGHT-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-30T071701Z_992527813_RC2JTNAOET5D_RTRMADP_3_ISRAEL-GULF-FLIGHT-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-30T071701Z_992527813_RC2JTNAOET5D_RTRMADP_3_ISRAEL-GULF-FLIGHT-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีแห่ดูฉลามเกยตื้นแล้ว 6 แสนคน ทางการปูซาน ตั้งเป็นทูตประชาสัมพันธ์กิตติมศักดิ์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912710]]></link><pubDate>2026-09-30T14:16:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5912710</guid><description>เกาหลีแห่ดูฉลามเกยตื้นแล้ว 6 แสนคน ทางการปูซาน ตั้งเป็นทูตประชาสัมพันธ์กิตติมศักดิ์ สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ฉลามตัวที่ว่ายเข้ามาเกยตื้นบริเวณท่าเรือปูซาน ของเกาหลีใต้ ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนที่ผ่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เกาหลีแห่ดูฉลามเกยตื้นแล้ว 6 แสนคน ทางการปูซาน ตั้งเป็นทูตประชาสัมพันธ์กิตติมศักดิ์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ฉลามตัวที่ว่ายเข้ามาเกยตื้นบริเวณท่าเรือปูซาน ของเกาหลีใต้ ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา กลายเป็นกระแสฮือฮา เรียกให้ผู้คนพากันมาชมฉลามตัวนี้จำนวนมาก โดยทางการเมืองปูซานแจ้งเมื่อวันที่ 30 กันยายนว่า มีผู้คนหลั่งไหลมาดูฉลามตัวนี้แล้วราว 600,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ฉลามตัวนี้ ลำตัวยาวประมาณ 3.5 เมตร ถูกพบครั้งแรกบริเวณทางน้ำแคบๆ ของท่าเรือเหนือ เมื่อวันที่ 18 กันยายน โดยหลังจากผ่านไปหลายวัน ฉลามยังหาทางกลับสู่ทะเลไม่ได้ ทางการจึงได้เริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือ เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อพามันกลับออกสู่ทะเล แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยสถานีโทรทัศน์ ยอนฮัป นิวส์ ได้เผยแพร่คลิปที่เจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งและหน่วยงานอื่นๆ ได้นำเรือออกไปฉีดพ่นน้ำไล่หลังฉลาม เพื่อดันมันเบาๆ ไปทางทะเลเปิด แต่ฉลามกลับว่ายหนีออกจากกระแสน้ำเหล่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่หนังสือพิมพ์โชซุน เดลี รายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้วางแผนที่จะใช้อวนเพื่อต้อนฉลามออกจากบริเวณท่าเรือในวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคมนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ฉลามตัวนี้ เป็นฉลามวาฬสีบรอนซ์ หรือฉลามทองแดง ได้กลายเป็นเซเล็บในเกาหลีใต้ และได้รับฉายาว่า &amp;#8220;บุคังงี&amp;#8221; ซึ่งเป็นการผสมคำระหว่าง &amp;#8220;บุคฮัง&amp;#8221; ที่เป็นชื่อภาษาเกาหลีของท่าเรือเหนือในปูซาน กับคำต่อท้าย &amp;#8220;-งี&amp;#8221; ในภาษาเกาหลี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข้อมูลจากแถลงการณ์ของเมืองปูซานและรายงานข่าวระบุว่า ในช่วงวันหยุดเทศกาลชูซอก ระยะเวลา 4 วัน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้คนประมาณ 480,000 คน เดินทางมายังสวนสาธารณะริมน้ำจุดที่ฉลามเกยตื้นอยู่ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงมากเมื่อเทียบกับจำนวนผู้เข้าชมในช่วงปกิในช่วงสุดสัปดาห์ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 2,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และเมื่อวันที่ 29 กันยายน เมืองปูซานได้ประกาศแต่งตั้งให้ฉลามตัวนี้ เป็นทูตประชาสัมพันธ์กิตติมศักดิ์ของเมือง หลังจากผลสำรวจความคิดเห็นบนอินสตาแกรมทางการของเมืองปูซาน ได้รับคะแนนเห็นชอบถึง 91 เปอร์เซ็นต์จากผู้ร่วมโหวตประมาณ 8,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ เคยมีเหตุการณ์เกี่ยวกับสัตว์หลุด หรือสัตว์ที่สร้างความฮือฮาในลักษณะเดียวกันนี้ เกิดขึ้นในเกาหลีใต้มาแล้ว โดยเหตุเกิดเมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมา เมื่อหมาป่าตัวหนึ่งหลุดออกจากกรงในสวนสัตว์แห่งหนึ่งของเกาหลีใต้ และได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีแบบมีม และยังทำให้ประธานาธิบดีของประเทศต้องออกมาแสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912710?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีแห่ดูฉลามเกยตื้นแล้ว 6 แสนคน ทางการปูซาน ตั้งเป็นทูตประชาสัมพันธ์กิตติมศักดิ์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีแห่ดูฉลามเกยตื้นแล้ว 6 แสนคน ทางการปูซาน ตั้งเป็นทูตประชาสัมพันธ์กิตติมศักดิ์</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีแห่ดูฉลามเกยตื้นแล้ว 6 แสนคน ทางการปูซาน ตั้งเป็นทูตประชาสัมพันธ์กิตติมศักดิ์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-30T07:16:14+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-30T07:16:14+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/shark4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/shark4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/shark4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/shark4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/shark5.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/shark5-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/shark2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/shark2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>751</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>751</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/shark3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/shark3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>685</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>685</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปากแจ๋ว! น้องสาวคิมซัด ต่ำช้า-ไร้สาระ หลังเกาหลีใต้อ้างสอบพบ เปียงยางอยู่เบื้องหลัง เหตุทุ่นระเบิดบึ้ม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912695]]></link><pubDate>2026-09-30T14:12:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5912695</guid><description>ปากแจ๋ว! น้องสาวคิมซัด ต่ำช้า-ไร้สาระ หลังเกาหลีใต้อ้างสอบพบ เปียงยางอยู่เบื้องหลัง เหตุทุ่นระเบิดบึ้ม เมื่อวันที่ 30 กันยายน ทางการเปียงยางออกมาตอบโต้ว่าเป็นเรื่อง “ไร้สาระ” กรณีที่เกาหลีใต้อ้างการสอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปากแจ๋ว! น้องสาวคิมซัด ต่ำช้า-ไร้สาระ หลังเกาหลีใต้อ้างสอบพบ เปียงยางอยู่เบื้องหลัง เหตุทุ่นระเบิดบึ้ม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 กันยายน ทางการเปียงยางออกมาตอบโต้ว่าเป็นเรื่อง “ไร้สาระ” กรณีที่เกาหลีใต้อ้างการสอบสวนพบว่าเกาหลีเหนือเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ทุ่นระเบิดในเขตปลอดทหาร (DMZ) ที่กั้นพรมแดนระหว่างสองเกาหลี ได้เกิดระเบิดขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน เป็นผลให้มีทหารเกาหลีใต้ได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คิม โยจอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ออกถ้อยแถลงผ่านสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) สื่อทางการกล่าวหาเกาหลีใต้ว่าพยายามสร้างหลักฐานเท็จ หลังกล่าวโทษเปียงยางเรื่องเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในเขตปลอดทหารเมื่อสัปดาห์ก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;มันต่ำช้าและสกปรกเกินไป สมกับความเป็นเผ่าพันธุ์เกาหลีใต้ ซึ่งเรื่องไร้สาระเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่” คิม โยจอง กล่าวตอบโต้เกาหลีใต้ที่ระบุอยู่ในถ้อยแถลงดังกล่าว และยังโจมตีว่าเกาหลีใต้พยายามสร้างหลักฐานเท็จ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไร้ความละอายอย่างที่สุด ทั้งปฏิเสธว่าทหารเกาหลีเหนือไม่ได้ข้ามเส้นแบ่งเขตแดนทางทหารไปขณะดำเนินการเสริมการป้องชายแดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คิม โยจอง ยังกล่าวหาเกาหลีใต้ว่ายั่วยุให้เกิดความตึงเครียดด้วยการยิงปืนเตือนโดยอ้างว่าทหารเกาหลีเหนือข้ามชายแดน ก่อนหน้านี้เกาหลีใต้เคยกล่าวอ้างว่ามีสัญญาณบ่งชี้ว่าทหารเกาหลีเหนือข้ามเส้นแบ่งเขตแดนเข้าไปในเขตแดนของเกาหลีใต้ในช่วงเวลาสั้นๆ ขณะดำเนินการเสริมการป้องกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้น คัง ชินชอล รัฐมนตรีกลาโหมของเกาหลีใต้ แถลงในวันอังคารว่า ทุ่นระเบิดของเกาหลีเหนือเป็นสาเหตุของเหตุระเบิดดังกล่าวและเกาหลีใต้จะดำเนินการตอบโต้ที่เหมาะสม พร้อมทั้งระบุอ้างว่าเกาหลีเหนืออาจวางทุ่นระเบิดไว้เพื่อเสริมกำลังป้องกันชายแดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองบัญชาการสประชาชาติ (UNC) แถลงว่า UNC ได้ดำเนินการสอบสวนร่วมกับกองทัพเกาหลีใต้ในที่เกิดเหตุในระหว่างการสอบสวนกรณีเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ซึ่งทีมสอบสวนยังพบทุ่นระเบิดสังหารของเกาหลีเหนือที่ยังไม่ระเบิดอยู่ในฝั่งเกาหลีใต้ของเส้นแบ่งเขตแดนทางทหารในเขต DMZ ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;จากผลการสอบสวน UNC สรุปได้ว่ามีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเกิดขึ้น&amp;#8221; UNC ระบุ และว่า ทางกองบัญชาการฯกำลังดำเนินการจัดการกับการละเมิดดังกล่าวผ่านกลไกตามข้อตกลงสงบศึกที่มีอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912695?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปากแจ๋ว! น้องสาวคิมซัด ต่ำช้า-ไร้สาระ หลังเกาหลีใต้อ้างสอบพบ เปียงยางอยู่เบื้องหลัง เหตุทุ่นระเบิดบึ้ม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปากแจ๋ว! น้องสาวคิมซัด ต่ำช้า-ไร้สาระ หลังเกาหลีใต้อ้างสอบพบ เปียงยางอยู่เบื้องหลัง เหตุทุ่นระเบิดบึ้ม</dc:alternative><dc:abstract>ปากแจ๋ว! น้องสาวคิมซัด ต่ำช้า-ไร้สาระ หลังเกาหลีใต้อ้างสอบพบ เปียงยางอยู่เบื้องหลัง เหตุทุ่นระเบิดบึ้ม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-30T07:29:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-30T07:29:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/T45B4LYDY5NAZKKL2LMKI5YXBI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/T45B4LYDY5NAZKKL2LMKI5YXBI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/T45B4LYDY5NAZKKL2LMKI5YXBI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/T45B4LYDY5NAZKKL2LMKI5YXBI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/T45B4LYDY5NAZKKL2LMKI5YXBI-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/T45B4LYDY5NAZKKL2LMKI5YXBI-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โอเพ่นเอไอ เปิดตัว &#8216;Dots&#8217; เอไอ เอเจนต์ ตัวใหม่ ที่พร้อมทำงานตลอดเวลา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912649]]></link><pubDate>2026-09-30T13:37:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5912649</guid><description>โอเพ่นเอไอ เปิดตัว &amp;#8216;Dots&amp;#8217; เอไอ เอเจนต์ ตัวใหม่ ที่พร้อมทำงานตลอดเวลา สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 กันยายน แซม อัลต์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ ของ โอเพ่นเอไอ ประกาศเปิ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;โอเพ่นเอไอ เปิดตัว &amp;#8216;Dots&amp;#8217; เอไอ เอเจนต์ ตัวใหม่ ที่พร้อมทำงานตลอดเวลา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 กันยายน แซม อัลต์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ ของ โอเพ่นเอไอ ประกาศเปิดตัว เอไอ เอเจนต์ ที่มีความสามารถสูงและทำงานแบบ always-on หรือทำงานต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งเป็นการประกาศที่มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากบริษัทเพิ่งระงับการเปิดตัวโมเดลเอไอตัวใหม่ที่มีความก้าวหน้ากว่า เนื่องจากความห่วงกังวลเรื่องความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยอัลต์แมน ได้ประกาศในงานประชุมนักพัฒนาประจำปีของโอเพ่นเอไอ เปิดตัว เอไอ เอเจนต์ตัวใหม่ ที่มีชื่อว่า &amp;#8220;Dots&amp;#8221; โดยเอเจนต์นี้ ได้รับการออกแบบมาเพื่อจัดการงานที่ทำอยู่ให้สำเร็จในเชิงรุกแทนผู้ใช้งาน และถือเป็นคู่แข่งของ Muse ซึ่งเป็น เอไอ ส่วนบุคคล (personal agent) ของเมต้า ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม หลังจากการเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัลต์แมน กล่าวว่า ดอต เอเจนต์ จะเปรียบเสมือนผู้ช่วยเอไอ ที่คอยสนับสนุนคุณอยู่เสมอ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพลักษณ์อันน่าทึ่งของเอไอ ในภาพยนตร์ที่เราเคยดูกันมาตั้งแต่เด็ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา โอเพ่นเอไอ เพิ่งแจ้งว่า บริษัทได้ชะลอการปล่อยโมเดลอีกตัวหนึ่งออกไป เนื่องจากข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย หลังจากนักวิจัยของบริษัทออกมาเรียกร้องให้ชะลอความเร็วในการพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อให้มาตรการด้านความปลอดภัยสามารถพัฒนาตามได้ทัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ อัลต์แมน ได้หลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงข้อกังวลเกี่ยวกับโมดูลที่ถูกระงับในโครงการไประหว่างการกล่าวสุนทรพจน์หลัก แต่ได้กล่าวในช่วงถาม-ตอบ ว่า บริษัท กำลังเพิ่มการลงทุนในด้านความปลอดภัย ระบบรักษาความปลอดภัย และการติดตามตรวจสอบการทำงานของ เอไอ เอเจนต์ โดยบอกว่า กระแสความตื่นตัวด้าน เอไอ นี้ ควรถูกมองว่าเป็นยุคแห่งการฟื้นฟูศิลปวิทยาการมากกว่าจะเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;รูปแบบที่ดีที่สุดของเอไอ ไม่ใช่การเปลี่ยนผู้คนให้กลายเป็นเพียงฟันเฟืองในเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่หมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีบางแง่มุมของชีวิตที่เราไม่สามารถและไม่ควรนำระบบอัตโนมัติมาใช้&amp;#8221; อัลต์แมนกล่าว และว่า &amp;#8220;เอไอ ควรเป็นสิ่งที่ช่วยเพิ่มอำนาจให้ผู้คนสามารถกำหนดชีวิตตนเองได้มากขึ้น และมอบเครื่องมือในการสร้างสรรค์ เรียนรู้ ค้นพบ และขยายขอบเขตความรู้&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกเหนือจาก Dots แล้ว โอเพ่นเอไอ ยังได้ประกาศเปิดตัว GPT-6.1 Sol ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นอัพเกรดของโมเดล GPT-6 Sol รวมถึงระดับความเร็วพิเศษที่เรียกว่า &amp;#8220;Ultrafast&amp;#8221; และการเปิดตัวหรืออัพเดตอื่นๆอีกมากมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912649?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โอเพ่นเอไอ เปิดตัว &amp;#8216;Dots&amp;#8217; เอไอ เอเจนต์ ตัวใหม่ ที่พร้อมทำงานตลอดเวลา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โอเพ่นเอไอ เปิดตัว ‘Dots’ เอไอ เอเจนต์ ตัวใหม่ ที่พร้อมทำงานตลอดเวลา</dc:alternative><dc:abstract>โอเพ่นเอไอ เปิดตัว ‘Dots’ เอไอ เอเจนต์ ตัวใหม่ ที่พร้อมทำงานตลอดเวลา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-30T06:37:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-30T06:37:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/dots1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/dots1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/dots1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/dots1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/dots1222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/dots1222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/open-AI-23.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/open-AI-23-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/open-AI-2322222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/open-AI-2322222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/open-AI-23444.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/open-AI-23444-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กาตาร์ดันข้อตกลงสันติภาพ สหรัฐ-อิหร่าน ทรัมป์โว อย่างไรเตหะรานต้องยอมแพ้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912596]]></link><pubDate>2026-09-30T12:54:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5912596</guid><description>กาตาร์ดันข้อตกลงสันติภาพ สหรัฐ-อิหร่าน ทรัมป์โว อย่างไรเตหะรานต้องยอมแพ้ กาตาร์ ซึ่งเป็นประเทศที่ช่วยไกล่เกลี่ยให้เกิดข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านเผยเมื่อวันที่ 29 กันยายน แสดงความหวังว่าความ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;กาตาร์ดันข้อตกลงสันติภาพ สหรัฐ-อิหร่าน ทรัมป์โว อย่างไรเตหะรานต้องยอมแพ้&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กาตาร์ ซึ่งเป็นประเทศที่ช่วยไกล่เกลี่ยให้เกิดข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านเผยเมื่อวันที่ 29 กันยายน แสดงความหวังว่าความพยายามทางการทูตในการประสานงานระหว่างอิหร่านกับสหรัฐจะนำไปสู่ความคืบหน้าครั้งสำคัญ แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ จะปฏิเสธรายงานข่าวที่ระบุว่า เขาพร้อมที่จะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรและปลดล็อกเงินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ เพื่อแลกกับการที่อิหร่านยอมผ่อนปรนท่าทีเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาเจด อัล-อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ กล่าวว่า เรากำลังทำหน้าที่ส่งผ่านข้อความระหว่างทั้งสองฝ่าย และกำลังพยายามหาจุดร่วม เพื่อนำไปสู่ขอตกลง ที่จะช่วยให้พวกเราทุกฝ่ายรอดพ้นจากผลกระทบของความขัดแย้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐและอิหร่านยังไม่สามารถหาทางออกทางการทูตเพื่อยุติสงคราม ซึ่งขณะนี้เข้าสู่เดือนที่ 8 แล้ว การเจรจาดูเหมือนจะทวีความเข้มข้นขึ้นในระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อสัปดาห์ที่แล้วที่นครนิวยอร์ก แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใด ๆ ที่จะนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กาตาร์กลับมามีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ที่พยายามทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยเพื่อให้เกิดสันติภาพอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้มีบทบาทสนับสนุนในการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่งนำไปสู่การหยุดยิงชั่วคราว โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน เจ้าหน้าที่สหรัฐและอิหร่านได้หารือแยกกันกับผู้ไกล่เกลี่ยของกาตาร์ แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีการหารือกันเพิ่มเติมในวันอังคารอีกหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ย้ำจุดยืนของเขาอีกครั้งว่า อิหร่านจะต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และเชื่อว่าสงครามจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้ และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมไม่รู้ว่าพวกเขาจะยอมแพ้หรือยัง แต่พวกเขาจะยอมแพ้ เพราะพวกเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่มาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อคืนวันจันทร์ ทรัมป์ออกมาปฏิเสธรายงานของสำนักข่าวแอ็กซิออสและซีเอ็นเอ็นซึ่งอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า ทรัมป์ยินดีที่จะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรและปล่อยเงินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขั้นสุดท้าย โดยมีเงื่อนไขว่าอิหร่านต้องแสดงความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมในประเด็นนิวเคลียร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์โพสต์บนทรูธโซเชียลว่า “เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ผมไม่ได้เสนออะไรให้พวกเขาเลย” ทั้งยังระบุว่า การป้องกันไม่ให้รัฐบาลอิหร่านครอบครองระเบิดนิวเคลียร์เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของสงครามครั้งนี้ นอกเหนือจากการยุติขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน และการสร้างเงื่อนไขที่จะเปิดทางให้ชาวอิหร่านโค่นล้มผู้นำของตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชกียาน ของอิหร่าน กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับรายการของสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส ซึ่งออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า อิหร่านพร้อมเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์และประเด็นอื่น ๆ แต่จะไม่ยอมรับการข่มขู่หรือการบีบบังคับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในระหว่างการประชุมสมัชชาสหประชาชาติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อิหร่านได้เสนอแนวทางสันติภาพ ซึ่งจะเริ่มนับถอยหลัง 7 วันเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งและยุติการสู้รบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทรัมป์ปฏิเสธแผนดังกล่าวเมื่อวันเสาร์ แม้ว่านายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน จะกล่าวว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สหรัฐยังไม่ได้แจ้งการปฏิเสธแผนดังกล่าวอย่างเป็นทางการผ่านผู้ไกล่เกลี่ยก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง 2.5% ในวันอังคาร เนื่องจากนักลงทุนจับตาดูสัญญาณการฟื้นตัวของการส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง แต่ราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดทั้งเดือน จากความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐยังเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านด้วยการประกาศคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคล 10 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ที่ตั้งอยู่ในจีน ฮ่องกง และปากีสถาน เนื่องจากให้ความช่วยเหลืออิหร่านในการจัดหาอาวุธและชิ้นส่วนประกอบต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912596?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กาตาร์ดันข้อตกลงสันติภาพ สหรัฐ-อิหร่าน ทรัมป์โว อย่างไรเตหะรานต้องยอมแพ้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กาตาร์ดันข้อตกลงสันติภาพ สหรัฐ-อิหร่าน ทรัมป์โว อย่างไรเตหะรานต้องยอมแพ้</dc:alternative><dc:abstract>กาตาร์ดันข้อตกลงสันติภาพ สหรัฐ-อิหร่าน ทรัมป์โว อย่างไรเตหะรานต้องยอมแพ้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-30T05:54:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-30T05:54:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tr.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tr-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tr.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tr-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tr-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tr-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มหาธีร์ อดีตนายกฯมาเลย์ วัย 101 ปี ถูกส่งเข้ารพ. เฝ้าดูอาการ หลังเพิ่งสูญเสียภริยา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912343]]></link><pubDate>2026-09-30T11:34:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5912343</guid><description>มหาธีร์ อดีตนายกฯมาเลย์ วัย 101 ปี ถูกส่งเข้ารพ. เฝ้าดูอาการ หลังเพิ่งสูญเสียภริยา เมื่อวันที่ 30 กันยายน สำนักงานของนายมหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เปิดเผยว่า นายมหาธีร์ ซึ่งปัจจุบันมีอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มหาธีร์ อดีตนายกฯมาเลย์ วัย 101 ปี ถูกส่งเข้ารพ. เฝ้าดูอาการ หลังเพิ่งสูญเสียภริยา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 30 กันยายน สำนักงานของนายมหาธีร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เปิดเผยว่า นายมหาธีร์ ซึ่งปัจจุบันมีอายุ 101 ปี ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ เพียงสองวันหลังจากที่อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพลรายนี้เพิ่งสูญเสียนางซีตี ฮัสมาห์ โมฮัมหมัด อาลี ภริยาผู้เป็นที่รักและครองคู่กันมานาน ซึ่งถึงแก่อนิจกรรมขณะมีอายุ 100 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมหาธีร์ถูกส่งตัวไปยังสถาบันโรคหัวใจแห่งชาติ ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อคืนวันอังคาร(29 ก.ย.) เพื่อเข้ารับการสังเกตอาการ โดยนายซูฟี ยูซอฟฟ์ ผู้ช่วยของมหาธีร์กล่าวว่า ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้ซึ่งต้องรอผลการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายมอคซานี บุตรชายของมหาธีร์ เปิดเผยกับสำนักข่าวเบอร์นามาว่า พ่อของเขาอาการยังทรงตัวและไม่ได้มีเรื่องให้น่ากังวลแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พ่อเข้าโรงพยาบาลที่ IJN เพื่อสังเกตอาการ ช่วงสองวันที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่หนักหนามากสำหรับเขา แต่ในตอนนี้อาการปกติดีและไม่ได้อยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง” บุตรชายของมหาธีร์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มหาธีร์ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียมานานกว่า 2 ทศวรรษ และเป็นผู้นำชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีบทบาทโดดเด่นคนหนึ่งในเวทีระหว่างประเทศนั้น มีประวัติป่วยเป็นโรคหัวใจและเคยเข้ารับการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจมาแล้วหลายครั้ง ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เขาต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม หลังจากประสบเหตุหกล้มกระดูกสะโพกหัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มหาธีร์เพิ่งสูญเสียนางซิตี ฮัสมาห์ ภริยาผู้เป็นแพทย์และนักรณรงค์ด้านสาธารณสุข โดยถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 28 กันยายน หลังทั้งสองครองรักกันมานานถึง 70 ปี และมีบุตรด้วยกัน 7 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในคลิปวิดีโอที่บันทึกภาพงานพิธีศพของนางซิตีซึ่งมีผู้นำมาแชร์บนโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นนายมหาธีร์อยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจอย่างเห็นได้ชัด โดยเขากล่าวทั้งน้ำตาต่ออดีตกษัตริย์มาเลเซียที่ทรงมาร่วมงานว่าเขาไม่คาดคิดว่าภริยาของตนจะจากไปในวันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912343?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มหาธีร์ อดีตนายกฯมาเลย์ วัย 101 ปี ถูกส่งเข้ารพ. เฝ้าดูอาการ หลังเพิ่งสูญเสียภริยา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มหาธีร์ อดีตนายกฯมาเลย์ วัย 101 ปี ถูกส่งเข้ารพ. เฝ้าดูอาการ หลังเพิ่งสูญเสียภริยา</dc:alternative><dc:abstract>มหาธีร์ อดีตนายกฯมาเลย์ วัย 101 ปี ถูกส่งเข้ารพ. เฝ้าดูอาการ หลังเพิ่งสูญเสียภริยา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-30T04:34:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-30T04:34:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1790741874153.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1790741874153-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1790741874153.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1790741874153-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1790741874153-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1790741874153-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ระทึก! นักบินสหรัฐดีดตัวออกทัน หลังเกิดอุบัติเหตุขณะนำเครื่องบินลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912369]]></link><pubDate>2026-09-30T11:25:56+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5912369</guid><description>ระทึก! นักบินสหรัฐดีดตัวออกทัน หลังเกิดอุบัติเหตุขณะนำเครื่องบินลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นักบินของกองทัพเรือสหรัฐ 2 นาย ดีดตัวออกจากเครื่องบินได้ทัน ขณะที่กำลังนำเครื่องบินลง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ระทึก! นักบินสหรัฐดีดตัวออกทัน หลังเกิดอุบัติเหตุขณะนำเครื่องบินลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นักบินของกองทัพเรือสหรัฐ 2 นาย ดีดตัวออกจากเครื่องบินได้ทัน ขณะที่กำลังนำเครื่องบินลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส ไดวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ที่บริเวณนอกชายฝั่งรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา อุบัติเหตุดังกล่าว ส่งผลให้มีลูกเรืออีก 6 นายได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของกองทัพเรือสหรัฐ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดเมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา โดยนักบินทั้งสองนายดีดตัวออกจากเครื่องบิน E/A-18G Growler หลังจากระบบเกี่ยวหยุดเครื่องบิน ซึ่งออกมาแบบมาเพื่อหยุดเครื่องบินหลังจากการลงจอดเกิดขัดข้อง ทั้งนี้ นักบินได้รับการช่วยเหลือและนำตัวกลับขึ้นเรืออย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพเรือ ระบุว่า นักบินทั้งสองนาย ซึ่งสังกัดฝูงบินโจมตีทางอิเล็กทรอนิกส์ &amp;#8220;Zappers&amp;#8221; และประจำการอยู่กับกองบินประจำเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 3 รวมถึงลูกเรืออีก 6 นาย ได้รับการตรวจประเมินอาการ โดยบุคลากรทางการแพทย์ประจำเรือ และลูกเรือนายหนึ่งถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลในเขตเมืองนอร์ฟอล์ก รัฐเวอร์จิเนีย เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต ขณะที่นักบินทั้งสองนายและลูกเรืออีกสองนายที่ได้รับบาดเจ็บบนดาดฟ้าบิน ถูกส่งตัวทางอากาศไปยังศูนย์การแพทย์ของกองทัพเรือเพื่อรับการตรวจประเมินเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นอุบัติเหตุล่าสุดที่เกี่ยวกับอากาศยานของกองทัพเรือสหรัฐ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์เครื่องบินขับไล่ของกองทัพเรือ 2 ลำ ที่ชนกันระหว่างการแสดงการบิน ในรัฐไอดาโฮ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และเหตุการณ์เครื่องบินขับไล่และเฮลิคอปเตอร์ ตกในทะเลจีนใต้ เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หรือเพนตากอน ที่เปิดเผยเมื่อปีที่แล้ว ชี้ให้เห็นถึงจำนวนอุบัติเหตุ ทางอากาศที่เพิ่มสูงขึ้นในกองทัพสหรัฐ ในปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเรือตกในทะเลอาหรบ เมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งส่งผลให้นักบินเสียชีวิตและสามารถช่วยเหลือลูกเรือได้ 3 นาย โดยเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจสนับสนุนการรับมือกับภัยคุกคามจากอิหร่าน แต่กองทัพเรือระบุในขณะนั้นว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นการลงจอดฉุกเฉิน และไม่มีข้อบ่งชี้ว่า เหตุฉุกเฉินเกิดจากการกระทำของฝ่ายตรงข้าม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส แฮร์รี เอส. ทรูแมน ประสบอุบัติเหตุ 4 ครั้ง ระหว่างปฏิบัติภารกิจคุ้มกันเรือพาณิชย์ในทะเลแดง จากการโจมตีของกลุ่มฮูตี ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ในช่วงปี 2024 และ 2025 และยังเกิดเหตุการณ์อื่นๆอีกหลายเหตุการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับเรือ ยูเอสเอส ดไวต์ ดี.ไอเซนฮาวร์ เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ ชั้น Nimitz เข้าประจำการครั้งแรกในปี 1977 และเพิ่งเสร็จสิ้นกระบวนการบำรุงรักษา ซ่อมแซม และปรับปรุงให้ทันสมัยครั้งใหญ่ ที่อู่ต่อเรือในเมืองพอร์ตสมัธ รัฐเวอร์จิเนีย โดยข้อมูลจากข่าวประชาสัมพันธ์ของกองทัพเรือ ระบุว่า เรือลำนี้ได้ผ่านการทดสอบการเดินเรือในทะเล เมื่อเดือนเมษายนท่ผ่านมา ภายหลังการยกเครื่องใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยขณะนี้เรืออยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบหลังการซ่อมแซม ขณะที่กลุ่มผู้ชื่นชอบการสังเกตการณ์เรือ พบเห็นเรือลำดังกล่าวแล่นออกจากฐานทัพเรือนอร์ฟอล์ก ในช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 28 กันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912369?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ระทึก! นักบินสหรัฐดีดตัวออกทัน หลังเกิดอุบัติเหตุขณะนำเครื่องบินลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ระทึก! นักบินสหรัฐดีดตัวออกทัน หลังเกิดอุบัติเหตุขณะนำเครื่องบินลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน</dc:alternative><dc:abstract>ระทึก! นักบินสหรัฐดีดตัวออกทัน หลังเกิดอุบัติเหตุขณะนำเครื่องบินลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-30T04:25:56+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-30T04:25:56+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/uss-eisenhower-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/uss-eisenhower-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/uss-eisenhower-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/uss-eisenhower-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/uss-eisenhower-4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/uss-eisenhower-4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[UN กังวล ทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศ ใกล้ชายแดนบังกลาเทศ ดับ 50]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912137]]></link><pubDate>2026-09-30T09:26:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5912137</guid><description>UN กังวล ทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศ ใกล้ชายแดนบังกลาเทศ ดับ 50 สหประชาชาติ (UN) แสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานข่าวที่ระบุว่า เกิดการโจมตีทางอากาศของกองทัพเมียนมาใกล้ชายแดนประเทศบังกลาเทศ ส่งผลให้มีผ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;UN กังวล ทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศ ใกล้ชายแดนบังกลาเทศ ดับ 50&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สหประชาชาติ (UN) แสดงความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อรายงานข่าวที่ระบุว่า เกิดการโจมตีทางอากาศของกองทัพเมียนมาใกล้ชายแดนประเทศบังกลาเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 50 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคน โดยผู้บาดเจ็บหลายคนอาการสาหัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษก UN กล่าวที่นิวยอร์กว่า ความรุนแรงที่ยังคงเกิดขึ้นในรัฐยะไข่ของเมียนมา ตอกย้ำให้เห็นว่าขณะนี้ยังไม่มีเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยให้ผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นอื่น ๆ สามารถเดินทางกลับเมียนมาได้อย่างปลอดภัย เพราะเหตุโจมตีทางอากาศครั้งล่าสุดนี้ ทำให้เห็นภาพความเป็นจริงดังกล่าวได้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดูจาร์ริกยังอ้างถึงถ้อยแถลงของอันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการ UN ว่า ท่านเลขาธิการประณามการโจมตีดังกล่าวอย่างรุนแรง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรงโดยทันที ปกป้องพลเรือน และปฏิบัติตามพันธกรณีของตนภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กุแตร์เรซยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งเปิดทางให้ UN และเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์กลุ่มอื่น ๆ สามารถเข้าถึงพื้นที่เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมได้อย่างปลอดภัย ต่อเนื่อง และปราศจากอุปสรรค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพอาระกัน ซึ่งกำลังสู้รบกับกองทัพเมียนมาระบุว่า การโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ในเมืองจ่อก์ตอว์ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายแดนบังกลาเทศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 50 ราย และได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 58 คน  โดยตัวเลขดังกล่าวได้รับการยืนยันจากไหว ฮุน อ่อง เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ในพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพที่ไหว ฮุน อ่อง เผยแพร่ภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นว่า มีผู้หญิงและเด็กเป็นส่วนหนึ่งของผู้เสียชีวิตจากศพที่มีการเก็บกู้ในเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีทางอากาศในเมืองจ่อก์ตอว์ถือเป็นการโจมตีลักษณะดังกล่าวที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรัฐยะไข่ นับตั้งแต่เหตุระเบิดโจมตีโรงพยาบาลเมื่อเดือนธันวาคม ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 30 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไคน์ ทู คา โฆษกกองทัพอาระกัน กล่าวว่า กองทัพเมียนมาจงใจโจมตีทางอากาศต่อตลาด โรงเรียน พลเรือน และอาคารที่พักอาศัยที่มีผู้คนหนาแน่น กองทัพอาระกันจะใช้ทุกวิถีทางที่มีอยู่เพื่อตอบโต้กองทัพเมียนมา รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีและทิ้งระเบิดใส่พลเรือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์จากสำนักงานโวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่ง UN  คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีทางอากาศครั้งนี้จะเพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“มีรายงานว่า การโจมตีเมื่อวันจันทร์เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีผู้คนพลเรือนจำนวนมากอยู่ในและโดยรอบตลาด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนพลุกพล่าน โดยตลาดแห่งนี้มีร้านค้ามากกว่า 200 แห่ง และดำเนินกิจการโดยสมาชิกจากหลายชุมชน ซึ่งรวมถึงชาวยะไข่ ชาวโรฮิงญา ชาวฮินดู ชาวแดงเน็ต และกลุ่มอื่น ๆ” แถลงการณ์ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาลเมียนมาไม่ได้ตอบคำร้องขอให้แสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว แต่กองทัพเมียนมาเคยระบุว่า กองทัพใช้ความระมัดระวังอย่างถึงที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พลเรือนได้รับอันตราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมียนมาตกอยู่ในภาวะสงครามกลางเมืองทั่วประเทศนับตั้งแต่เกิดรัฐประหารในปี 2564 โดยกลุ่มติดอาวุธหลายกลุ่มที่รวมตัวกันเป็นพันธมิตร ซึ่งรวมถึงกองทัพอาระกัน กำลังต่อสู้กับกองทัพเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 100,000 ราย และทำให้ประชาชนมากกว่า 3.5 ล้านคนต้องพลัดถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในวันอังคาร มาเลเซียส่งชาวเมียนมาประมาณ 1,500 คนกลับประเทศ ซึ่งเป็นระยะแรกของแผนการส่งกลับประเทศที่มาเลเซียตกลงร่วมกับเมียนมา โดยมาเลเซียระบุว่า การส่งกลับดังกล่าวเป็นไปโดยสมัครใจ แต่แผนการดังกล่าวเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5912137?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;UN กังวล ทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศ ใกล้ชายแดนบังกลาเทศ ดับ 50&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>UN กังวล ทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศ ใกล้ชายแดนบังกลาเทศ ดับ 50</dc:alternative><dc:abstract>UN กังวล ทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศ ใกล้ชายแดนบังกลาเทศ ดับ 50</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-30T02:26:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-30T02:26:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mas.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mas-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mas.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mas-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mas-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mas-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เริ่มแล้ว! มาเลเซีย ลุยส่งกลับผู้ลี้ภัยเมียนมา สวนเสียงเตือนยูเอ็น-กลุ่มสิทธิ หวั่นกลับไปเสี่ยงอันตราย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5911657]]></link><pubDate>2026-09-29T17:53:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5911657</guid><description>เริ่มแล้ว! มาเลเซีย ลุยส่งกลับผู้ลี้ภัยเมียนมา สวนเสียงเตือนยูเอ็น-กลุ่มสิทธิ หวั่นกลับไปเสี่ยงอันตราย เมื่อวันที่ 29 กันยายน มาเลเซียได้เริ่มการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาภายใต้โครงการเดินทางกลับโดยสม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เริ่มแล้ว! มาเลเซีย ลุยส่งกลับผู้ลี้ภัยเมียนมา สวนเสียงเตือนยูเอ็น-กลุ่มสิทธิ หวั่นกลับไปเสี่ยงอันตราย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 29 กันยายน มาเลเซียได้เริ่มการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาภายใต้โครงการเดินทางกลับโดยสมัครใจแล้ว โดยกลุ่มแรกที่ส่งกลับในวันนี้มีจำนวน 1,476 ราย แม้จะมีเสียงท้วงติงจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอชซีอาร์) และกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนที่เตือนถึงสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งผู้ลี้ภัยเหล่านี้อาจต้องเผชิญเมื่อเดินทางกลับไปยังเมียนมาก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยมาเลเซียระบุว่าผู้ลี้ภัยที่ถูกส่งกลับล็อตแรกจำนวน 1,476 คนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของผู้ลี้ภัยเมียนมาจำนวน 5,000 คน ที่จะถูกส่งตัวกลับประเทศเป็นระยะจากมาเลเซีย ซึ่งจนถึง ณ วันที่ 15 สิงหาคม มีผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาจำนวน 10,388 คน ถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์กักกันคนเข้าเมืองทั่วประเทศมาเลเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยมาเลเซียยืนยันว่าการส่งกลับผู้ลี้ภัยเมียนมากลุ่มแรกเริ่มขึ้นแล้วในวันอังคารนี้ โดยรถบัสหลายคันที่ใช้ขนผู้ลี้ภัยเมียนมากลุ่มดังกล่าว ได้เดินทางมาถึงสนามกีฬาในเมืองมันจุง รัฐเปรัก ทางตอนกลางของมาเลเซีย ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ส่วนเรือที่คาดว่าเป็นของทางเมียนมาได้เข้าเทียบท่าที่ฐานทัพเรือลูมุตซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงมหาดไทยระบุว่าผู้ลี้ภัยกลุ่มแรกนี้ตกลงที่จะเดินทางกลับภายใต้กระบวนการที่ปลอดภัย โดยใช้เรือรบของกองทัพเรือเมียนมาจำนวน 2 ลำและเรือพยาบาลอีก 1 ลำในการรับกลับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับตัวบุคคลและสถานการณ์ความเป็นไปของกลุ่มผู้ที่ถูกส่งกลับครั้งนี้ในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ยูเอ็นเอชซีอาร์และองค์กรสิทธิได้เรียกร้องให้มาเลเซียระมัดระวังในการดำเนินโครงการส่งกลับผู้ลี้ภัยเมียนมา โดยระบุว่าสถานการณ์ด้านความมั่นคงและมนุษยธรรมในบางพื้นที่ของเมียนมายังคงมีความผันผวนและผู้ที่เกี่ยวข้องอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงอันตรายร้ายแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ประเทศมาเลเซีย เป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยและผู้ต้องการขอลี้ภัยประมาณ 215,600 คน ที่ลงทะเบียนไว้กับยูเอ็นเอชซีอาร์ ซึ่งรวมถึงชาวโรฮีนจาราว 126,000 คน ซึ่งเป็นชาวมุสลิมชนกลุ่มน้อยในเมียนมาที่หนีภัยความรุนแรงจากการถูกปราบปรามเข้ามายังมาเลเซียจนกลายเป็นหนึ่งในชุมชนผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่แม้ว่ามาเลเซียจะให้ที่พักพิงแก่กลุ่มผู้ลี้ภัยเหล่านี้ แต่มาเลเซียก็ไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยผู้ลี้ภัยและปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัยในฐานะผู้อพยพที่ไม่มีเอกสาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่มผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาที่หนีมาพักพิงในมาเลเซียก็ต้องเผชิญกับท่าทีที่เป็นปรปักษ์จากคนท้องถิ่นในมาเลเซียมากขึ้น เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับการมาแย่งงาน บริการสาธารณะ ความปลอดภัยและจำนวนผู้ลี้ภัยที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ตลอดจนมีข้อมูลบิดเบือนหรือการสร้างวาทกรรมปลุกปั่นในโซเชียลมีเดียจนทำให้เกิดความเกลียดชัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้จะเผชิญเสียงวิจารณ์จากยูเอ็นหรือองค์กรสิทธิ แต่นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ก็ได้ปกป้องนโยบายการผลักดันกลับผู้ลี้ภัยว่าเป็นความพยายามทางการทูตเพื่อหาทางออกระยะยาว โดยกล่าวว่ามาเลเซียไม่สามารถให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยได้อย่างไม่มีกำหนดและเมียนมาต้องรับผิดชอบต่อพลเมืองของตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5911657?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เริ่มแล้ว! มาเลเซีย ลุยส่งกลับผู้ลี้ภัยเมียนมา สวนเสียงเตือนยูเอ็น-กลุ่มสิทธิ หวั่นกลับไปเสี่ยงอันตราย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เริ่มแล้ว! มาเลเซีย ลุยส่งกลับผู้ลี้ภัยเมียนมา สวนเสียงเตือนยูเอ็น-กลุ่มสิทธิ หวั่นกลับไปเสี่ยงอันตราย</dc:alternative><dc:abstract>เริ่มแล้ว! มาเลเซีย ลุยส่งกลับผู้ลี้ภัยเมียนมา สวนเสียงเตือนยูเอ็น-กลุ่มสิทธิ หวั่นกลับไปเสี่ยงอันตราย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-29T10:53:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-29T10:53:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26272116046981.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26272116046981-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26272116046981.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26272116046981-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26272116046981-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26272116046981-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26272116043510.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26272116043510-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26272116035127.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26272116035127-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์แจก 5,000 ดอลลาร์ แจกเงินหรือซื้อเสียง ต่างกันตรงไหน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/columnists/news_5911602]]></link><pubDate>2026-09-29T17:26:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5911602</guid><description>การเลือกตั้งตามตำรารัฐศาสตร์นั้นเป็นเรื่องของอุดมการณ์ นโยบาย หลักการ และการตัดสินใจของประชาชนว่าจะมอบอำนาจให้ใครไปบริหารประเทศ แต่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ดูจะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p&gt;&lt;strong&gt;การเลือกตั้งตามตำรารัฐศาสตร์นั้นเป็นเรื่องของอุดมการณ์ นโยบาย หลักการ และการตัดสินใจของ&lt;/strong&gt;ประชาชนว่าจะมอบอำนาจให้ใครไปบริหารประเทศ แต่ &lt;strong&gt;นายโดนัลด์ ทรัมป์ &lt;/strong&gt;ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ดูจะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นนามธรรมเกินไปหน่อย จึงเสนอสิ่งที่ประชาชนจับต้องได้ง่ายกว่า นั่นคือ เงินสดคนละ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็แสนกว่าบาท เรื่องนี้ไม่ใช่ข่าวปลอม เพราะเมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2569 ในการประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกันที่นครดัลลัส รัฐเท็กซัส ทรัมป์ประกาศว่า หากพรรครีพับลิกันรักษาเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาไว้ได้ในการเลือกตั้งกึ่งเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน เขาจะให้เงินพลเมืองอเมริกันวัยผู้ใหญ่คนละ 5,000 ดอลลาร์ พร้อมตั้งชื่ออย่างสวยหรูว่า&lt;strong&gt; “Trump Dividend”&lt;/strong&gt; หรือ &lt;strong&gt;“เงินปันผลทรัมป์”&lt;/strong&gt; คำว่า &lt;strong&gt;“เงินปันผล”&lt;/strong&gt; นี่วิเศษจริงๆ เพราะถ้าเรียกว่า &lt;strong&gt;“แจกเงิน”&lt;/strong&gt; คนอาจถามว่าเอาเงินที่ไหนมาแจก แต่พอเปลี่ยนชื่อเป็น&lt;strong&gt; “เงินปันผล”&lt;/strong&gt; ฟังแล้วเหมือนชาวอเมริกัน 240 ล้านคนเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทชื่อ United States of America มี &lt;strong&gt;โดนัลด์ ทรัมป์&lt;/strong&gt; เป็นประธานบริษัท และปีนี้กิจการกำไรงามจึงประกาศจ่ายปันผล ทั้งที่บริษัทแห่งนี้มีหนี้สาธารณะราว 40 ล้านล้านดอลลาร์อยู่แล้ว จะเรียกว่าการตลาดทางการเมืองก็คงไม่ผิดนัก เพราะบางครั้งเปลี่ยนคำเพียงสองสามคำ ของอย่างเดียวกันก็ฟังดูดีขึ้นทันตาเห็น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่พอเลิกฟังเสียงปราศรัยแล้วหยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมา เรื่องก็เริ่มสนุกน้อยลง ถ้าพลเมืองวัยผู้ใหญ่ประมาณ 240 ล้านคน ได้รับคนละ 5,000 ดอลลาร์ รัฐบาลต้องใช้เงินประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่การประเมินอีกแบบหนึ่งอยู่ถึงราว 1.35 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าเงินที่รัฐบาลกลางสหรัฐใช้จ่ายกับกิจการสำคัญหลายรายการเสียอีก และที่สำคัญคือยังไม่มีรายละเอียดแน่นอนว่าเงินก้อนมหึมานี้จะมาจากไหน ทรัมป์บอกว่าเรื่องนี้ทำได้ &lt;strong&gt;“ง่าย”&lt;/strong&gt; เพราะรัฐบาลมีรายได้เข้ามามากมาย แต่ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไมก์ จอห์นสันซึ่งก็เป็นรีพับลิกันด้วยกันกลับต้องออกมาเตือนว่า การจ่ายเงินเช่นนี้จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสเสียก่อน เพราะประธานาธิบดีอเมริกันอาจสั่งกองทัพได้ แต่จะเปิดตู้เซฟกระทรวงการคลังหยิบเงินล้านล้านดอลลาร์ออกมาแจกเองนั้นไม่ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;นี่แหละครับข้อดีของหลักแบ่งแยกอำนาจ เขาตั้งระบบไว้เผื่อวันที่ผู้บริหารประเทศนึกอยากเป็นซานตาคลอสขึ้นมา จะได้มีคนถามก่อนว่า “ของขวัญที่ท่านจะแจกนั้น ใครเป็นคนจ่าย?”&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัญหาที่น่าสนใจยิ่งกว่าเรื่องเงินคือ มีผู้ถามกันทันทีว่า นี่คือการแจกเงินหรือการซื้อเสียง? Public Citizen ซึ่งเป็นองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคและเฝ้าระวังรัฐบาลของสหรัฐ วิจารณ์ข้อเสนอนี้ว่าเป็นความพยายามซื้อคะแนนเสียงอย่างโจ่งแจ้ง ฟังเผินๆ ก็เข้าใจได้ เพราะประโยคของทรัมป์นั้นตรงเสียจนไม่ต้องตีความมากว่า &lt;strong&gt;“ถ้ารีพับลิกันชนะ คุณได้ 5,000 ดอลลาร์”&lt;/strong&gt; ถ้าเอาประโยคนี้ไปพูดหน้าหน่วยเลือกตั้งในหลายประเทศ รับรองว่ามีเรื่องถูกจับแน่ แต่กฎหมายเลือกตั้งอเมริกันซับซ้อนกว่านั้น เพราะนักกฎหมายที่ให้ความเห็นต่อสื่ออเมริกันชี้ว่า การซื้อเสียงตามกฎหมายต้องเชื่อมโยงการให้เงินกับการลงคะแนน หรือการกระทำทางเลือกตั้งของบุคคลโดยตรง ขณะที่เงิน 5,000 ดอลลาร์ ที่ทรัมป์เสนอจะให้แก่ผู้มีคุณสมบัติทั่วไป มิได้ตรวจว่าคนรับเป็นพวกรีพับลิกันหรือเดโมแครต ดังนั้น แม้จะมีกลิ่นการเมืองแรงจนไม่ต้องใช้จมูกดีก็ได้กลิ่น แต่จะเอาคำว่า&lt;strong&gt; “ซื้อเสียง”&lt;/strong&gt; ในความหมายทางอาญาไปแปะลงตรงๆ ก็ยังไม่ง่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตรงนี้เองที่ทำให้เรื่องน่าสนใจในทางรัฐศาสตร์ เพราะ&lt;strong&gt; “ซื้อเสียง”&lt;/strong&gt; กับ&lt;strong&gt; “นโยบายที่ทำให้ผู้เลือกตั้งได้ประโยชน์”&lt;/strong&gt; มีเส้นแบ่งบางยิ่งกว่ากระดาษห่อของขวัญ นักการเมืองบอกว่าจะลดภาษีให้ประชาชน ก็เท่ากับคนมีเงินเหลือในกระเป๋ามากขึ้น บอกว่าจะเพิ่มบำนาญ ก็มีเงินเข้ากระเป๋ามากขึ้น บอกว่าจะให้รักษาพยาบาลฟรี ก็ช่วยให้ประชาชนไม่ต้องควักเงินออกจากกระเป๋า แล้วเหตุใดการบอกว่าจะให้เงินสด 5,000 ดอลลาร์จึงถูกตั้งคำถามมากกว่า? คำตอบประการหนึ่งอยู่ที่ถ้อยคำและเงื่อนไข เพราะคราวนี้มิได้พูดเพียงว่า&lt;strong&gt; “ถ้าเราเป็นรัฐบาล เราจะเสนอนโยบายช่วยประชาชน”&lt;/strong&gt; แต่ผูกประโยคเข้ากับผลการเลือกตั้งอย่างง่ายและตรงมากว่า ถ้าพรรครีพับลิกันชนะการเลือกตั้งแล้ว คุณจะได้เงิน 5,000 ดอลลาร์ มันจึงฟังไม่เหมือนนโยบายเศรษฐกิจธรรมดา แต่ฟังคล้ายโปรโมชั่นเปิดห้างว่า&lt;strong&gt; “ซื้อครบตามเงื่อนไข รับของแถมทันที”&lt;/strong&gt; ต่างกันเพียงห้างสรรพสินค้าใช้เงินของเจ้าของห้าง ส่วนรัฐบาลใช้เงินของประชาชนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี หากจะตำหนิว่าการเมืองอเมริกันเพิ่งคิดค้นเรื่องนี้ขึ้นมาในสมัยทรัมป์ก็คงไม่เป็นธรรม เพราะพรรคเดโมแครตก็เคยใช้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นประเด็นหาเสียงเช่นกัน ก่อนการเลือกตั้งวุฒิสภารัฐจอร์เจียเมื่อต้น พ.ศ.2564 &lt;strong&gt;โจ ไบเดน&lt;/strong&gt; เคยชูเรื่องเงินช่วยเหลือประชาชนรวม 2,000 ดอลลาร์ ในการรณรงค์ให้ผู้สมัครเดโมแครต และภายหลังก็มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านสภาคองเกรสจริง เพราะฉะนั้นปัญหาจึงไม่ควรจบง่ายๆ ด้วยการชี้นิ้วว่าใคร&lt;strong&gt; “ซื้อเสียง”&lt;/strong&gt; แต่ควรถามต่อว่า นโยบายที่เสนอมีรายละเอียดจริงหรือไม่ มีแหล่งเงินหรือไม่ ผ่านกระบวนการงบประมาณหรือไม่ และประเทศรับภาระไหวหรือไม่ มิฉะนั้นประชาธิปไตยก็อาจกลายเป็นการแข่งขันว่าใครเขียนตัวเลขบนเช็คหาเสียงได้มากกว่ากัน โดยคนรับเช็คดีใจวันนี้ ส่วนลูกหลานค่อยไปใช้หนี้วันหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยิ่งกว่านั้น เงิน 1.2 ล้านล้านดอลลาร์มิใช่เงินที่จะโปรยลงจากเฮลิคอปเตอร์แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น นักวิเคราะห์ด้านงบประมาณเตือนว่า เงินมหาศาลที่ถูกอัดเข้าสู่เศรษฐกิจในช่วงที่เงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางอาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคา และองค์กร Committee for a Responsible Federal Budget ประเมินว่ามาตรการนี้อาจเพิ่มอัตราเงินเฟ้อได้อย่างมีนัยสำคัญ หลักเศรษฐศาสตร์พื้นฐานจึงยังคงเป็นหลักเดิม คือรัฐบาลไม่มีต้นเงินดอลลาร์ปลูกอยู่หลังทำเนียบขาว เงินของรัฐบาลมาจากภาษี การกู้ หรือการลดรายจ่ายด้านอื่น พูดอีกอย่างหนึ่งคือของฟรีของรัฐบาลนั้นมักมีคนจ่าย เพียงแต่บางครั้งคนรับของกับคนจ่ายไม่ใช่คนเดียวกัน หรือคนจ่ายยังไม่เกิดเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;น่าสังเกตด้วยว่าคำมั่น 5,000 ดอลลาร์มิได้ทำให้สมาชิกรีพับลิกันทุกคนกระโดดขึ้นรถขบวนอย่างพร้อมเพรียง ผู้สมัครของพรรคจำนวนไม่น้อยหลีกเลี่ยงที่จะนำเรื่องนี้ไปใช้ในการหาเสียง ขณะที่สมาชิกรีพับลิกันบางคนตั้งคำถามถึงหนี้สาธารณะและแหล่งเงินโดยตรง ผลสำรวจ Reuters/Ipsos ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 14 กันยายน พบว่าผู้ตอบแบบสำรวจร้อยละ 63 ไม่เห็นด้วยกับคำมั่นแจกเงิน 5,000 ดอลลาร์ รวมทั้งผู้ตอบที่ระบุว่าเป็นรีพับลิกันร้อยละ 40 ด้วย ตัวเลขนี้บอกเราว่า คนอเมริกันไม่ได้เห็นธนบัตร 5,000 ดอลลาร์แล้ววิ่งเข้าคูหาโดยไม่คิดอะไรทั้งหมด หลายคนยังถามคำถามโบราณที่สุดของวิชาเศรษฐศาสตร์อยู่ดีว่า&lt;strong&gt; “เงินมาจากไหน?”&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังนั้น &lt;strong&gt;“Trump Dividend”&lt;/strong&gt; จึงเป็นกรณีศึกษาชั้นดีเรื่องการเมืองประชาธิปไตยในยุคที่นโยบายต้องขายได้ภายในประโยคเดียว ทรัมป์นั้นเก่งเรื่องนี้เป็นพิเศษ คนอื่นอาจต้องพูดถึงการปฏิรูประบบภาษี การเพิ่มผลิตภาพ หรือการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอยู่ครึ่งชั่วโมง ทรัมป์ใช้เวลาไม่กี่วินาทีว่า&lt;strong&gt; “ถ้ารีพับลิกันชนะ คุณได้ 5,000 ดอลลาร์”&lt;/strong&gt; จบ เข้าใจง่าย จำง่าย และเอาไปพาดหัวข่าวง่ายมาก ส่วนรายละเอียดว่าเงินล้านล้านดอลลาร์มาจากไหน สภาคองเกรสจะยอมหรือไม่ หนี้จะเพิ่มเท่าไร และเงินเฟ้อจะเป็นอย่างไรนั้น ค่อยเอาไปเขียนตัวเล็กๆ ข้างล่าง เหมือนสัญญาบัตรเครดิตที่ตัวเลขโปรโมชั่นเขียนเสียโต ส่วนเงื่อนไขอีกสามหน้าต้องหาแว่นมาอ่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเลือกตั้งกึ่งเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน ปีนี้ จึงมีเรื่องให้ชาวอเมริกันคิดมากกว่าคำถามว่าจะเอาหรือไม่เอาเงิน 5,000 ดอลลาร์ เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่มีเงินก้อนนั้นอยู่ในมือประชาชน ยังไม่มีร่างกฎหมายที่ผ่านสภาคองเกรส และยังไม่มีแหล่งเงินที่ได้รับอนุมัติ สิ่งที่มีอยู่จริงคือคำมั่นหาเสียงของประธานาธิบดีเท่านั้น จะเรียกว่า&lt;strong&gt; “เงินปันผล”&lt;/strong&gt; ก็ได้ จะเรียกว่า &lt;strong&gt;“นโยบายแจกเงิน”&lt;/strong&gt; ก็ได้ ส่วนจะเรียกว่า&lt;strong&gt; “ซื้อเสียง”&lt;/strong&gt; หรือไม่นั้น ในทางกฎหมายต้องระมัดระวัง เพราะองค์ประกอบไม่ได้ตรงไปตรงมา แต่ในทางการเมืองประชาชนย่อมมีสิทธิถามว่า เมื่อผู้สมัครหรือผู้นำประเทศพูดว่า&lt;strong&gt; “ถ้าพรรคผมชนะ คุณได้เงิน”&lt;/strong&gt; เรากำลังฟังนโยบายสาธารณะ หรือกำลังดูการตลาดเลือกตั้งที่เอาเงินของรัฐมาวางไว้ข้างหีบบัตรกันแน่เพราะนักการเมืองทุกประเทศมีสิทธิสัญญาว่าจะให้ประชาชนกินดีอยู่ดี แต่ในระบอบประชาธิปไตยที่ดี ประชาชนไม่ควรหยุดคิดเพียงว่า&lt;strong&gt; “ฉันจะได้เท่าไร”&lt;/strong&gt; ควรถามอีกประโยคหนึ่งว่า &lt;strong&gt;“แล้วใครเป็นคนจ่าย?”&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ถ้าคำตอบสุดท้ายคือรัฐบาลจ่าย ก็อย่าเพิ่งดีใจจนเกินไปเพราะเงินของรัฐบาลนั้น ที่แท้ก็คือเงินของประชาชนนั่นเอง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/columnists/news_5911602?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์แจก 5,000 ดอลลาร์ แจกเงินหรือซื้อเสียง ต่างกันตรงไหน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์แจก 5,000 ดอลลาร์ แจกเงินหรือซื้อเสียง ต่างกันตรงไหน</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์แจก 5,000 ดอลลาร์ แจกเงินหรือซื้อเสียง ต่างกันตรงไหน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-29T13:08:19+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-29T13:08:19+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/pic01-10.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/pic01-10-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/pic01-10.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/pic01-10-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เมียนมา จับ 21 บุคคล โอนเงินบริจาค หนุนรบ.เงา-กลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5911193]]></link><pubDate>2026-09-29T15:21:51+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5911193</guid><description>เมียนมา จับ 21 บุคคล โอนเงินบริจาค หนุนรบ.เงา-กลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร หนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมา กระบอกเสียงทางการ รายงานเมื่อวันที่ 29 กันยายนว่า รัฐบาลเมียนมาได้จับกุมบุคคล 21 รายและจะดำเนิน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เมียนมา จับ 21 บุคคล โอนเงินบริจาค หนุนรบ.เงา-กลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมา กระบอกเสียงทางการ รายงานเมื่อวันที่ 29 กันยายนว่า รัฐบาลเมียนมาได้จับกุมบุคคล 21 รายและจะดำเนินการทางกฎหมาย เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ได้ทำการโอนเงินไปยังแพลตฟอร์มระดมทุนทางออนไลน์ที่มีความเกี่ยวข้องกับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ(NUG) ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาและฝ่ายต่อต้านระบอบอำนาจทหารในเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมา รายงานว่า ทางการเมียนมาสามารถระบุตัวบุคคลได้มากกว่า 2,700 ราย ที่ถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนทางการเงินแก่เว็บไซต์ People&amp;#8217;s Revolution Supply Family (PRF) ซึ่ง NUG ตั้งขึ้น สำหรับบุคคล 21 รายที่ถูกจับกุมเนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับการระดมทุนนั้น พำนักอยู่ในเมืองต่างๆ ในเมียนมา ซึ่งพวกเขาจะถูกดำเนินการตามกระบวนทางกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พร้อมกับระบุว่าการสอบสวนในเรื่องนี้จะยังดำเนินต่อไป ในขณะที่บัญชีการเงินที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนดังกล่าวจะถูกปิดและเงินเหล่านั้นจะถูกยึดไว้ทั้งหมด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ หรือ NUG ซึ่งเป็นรัฐบาลพลเรือนที่ถูกตั้งขึ้นหลังเหตุการณ์รัฐประหารในปี 2021 คู่ขนานไปกับรัฐบาลทหารเมียนมานั้น เกิดจากการรวมตัวกันของสมาชิกพรรคของนางออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำรัฐบาลพลเรือนและกลุ่มผู้ต่อต้านการรัฐประหาร&lt;br /&gt;
ขณะที่กองกำลังพิทักษ์ประชาชน(PDF) ซึ่งเป็นพันธมิตรของ NUG และกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ ต่างกำลังต่อสู้กับกองทัพเมียนมาในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศที่ทำให้เมียนมาติดหล่มอยู่ในสงครามกลางเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังการรัฐประหาร รัฐบาลทหารเมียนมาในขณะนั้นยังได้ประกาศให้ NUG และ กลุ่มพันธมิตรเป็นองค์กรก่อการร้าย โดยกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารเหล่านี้ได้ใช้ช่องทางการชำระเงินอย่างไม่เป็นทางการ การระดมทุนทางออนไลน์ การขายคริปโทเคอร์เรนซีและพันธบัตร เป็นช่องทางการระดมเงินทุน นอกระบบธนาคารที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกองทัพเมียนมา เพื่อมาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มตนเองในการต่อต้านรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5911193?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เมียนมา จับ 21 บุคคล โอนเงินบริจาค หนุนรบ.เงา-กลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เมียนมา จับ 21 บุคคล โอนเงินบริจาค หนุนรบ.เงา-กลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร</dc:alternative><dc:abstract>เมียนมา จับ 21 บุคคล โอนเงินบริจาค หนุนรบ.เงา-กลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-29T13:48:18+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-29T13:48:18+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T070913Z_791581432_RC2V0NAZ0WRH_RTRMADP_3_VIETNAM-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T070913Z_791581432_RC2V0NAZ0WRH_RTRMADP_3_VIETNAM-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T070913Z_791581432_RC2V0NAZ0WRH_RTRMADP_3_VIETNAM-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T070913Z_791581432_RC2V0NAZ0WRH_RTRMADP_3_VIETNAM-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T070913Z_791581432_RC2V0NAZ0WRH_RTRMADP_3_VIETNAM-MYANMAR-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T070913Z_791581432_RC2V0NAZ0WRH_RTRMADP_3_VIETNAM-MYANMAR-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แอปเปิลแพ้คดีสิทธิบัตรระบบสั่น คณะลูกขุนสั่งจ่ายค่าเสียหายให้เจ้าของเทคโนโลยี 1.9 แสนล้าน ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5910981]]></link><pubDate>2026-09-29T14:18:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5910981</guid><description>แอปเปิลแพ้คดีสิทธิบัตรระบบสั่น คณะลูกขุนสั่งจ่ายค่าเสียหายให้เจ้าของเทคโนโลยี 1.9 แสนล้าน บีบีซี รายงานว่า บริษัท แอปเปิล ถูกสั่งให้จ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 5,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.9 แสนล้านบาท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;แอปเปิลแพ้คดีสิทธิบัตรระบบสั่น คณะลูกขุนสั่งจ่ายค่าเสียหายให้เจ้าของเทคโนโลยี 1.9 แสนล้าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซี รายงานว่า บริษัท แอปเปิล ถูกสั่งให้จ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน 5,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.9 แสนล้านบาท ในการตัดสินของ คณะลูกขุนในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ระบุว่า บริษัท แอปเปิล ได้นำเทคโนโลยีของบริษัทอื่นมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า บริษัท แทคชั่น เทคโนโลยี (Taction Technology) ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับระบบเสียง ได้ยื่นเรื่องฟ้องแอปเปิล เมื่อปี 2021 โดยอ้างว่า แอปเปิล ได้ละเมิดสิทธิบัตร 2 ฉบับ ที่เกี่ยวกับระบบ Haptics หรือระบบการตอบสนองด้วยการสัมผัส ที่ทำหน้าที่สร้างแรงสั่นสะเทือนเมื่อมีการใช้งานต่างๆ เช่น การได้รับข้อความ หรือการกดปุ่ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเทคโนโลยีนี้ ได้ถูกนำไปติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์ต่างๆของแอปเปิล ไม่ว่าจะเป็น ไอโฟน หรือ แอปเปิล วอทช์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางแอปเปิล ยืนยันว่า ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีการสั่นสะเทือนของแทคชั่น และจะยื่นอุทธรณ์ต่อคำตัดสินดังกล่าวต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;แม้เราจะขอบคุณคณะลูกขุนที่ได้พิจารณาคดีนี้ แต่เราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อคำตัดสินและจำนวนเงินค่าเสียหายที่กำหนดขึ้นในวันนี้ ซึ่งไม่มีข้อเท็จจริงใดๆรองรับเลย&amp;#8221; แอปเปิล ระบุ และว่า &amp;#8220;ระบบ Taptic Engine ของแอปเปิลนั้น มีความแตกต่างโดยพื้นฐานจากเทคโนโลยีของแทคชั่น ซึ่งผลการทดสอบผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล โดยตัวแทคชั่นเอง ในระหว่างการพิจารณาคดี ก็ได้ยืนยันในเรื่องนี้&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระบบ Haptics จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถโต้ตอบกับอุปกรณ์ได้โดยการจำลองการสัมผัสหรือความรู้สึกผ่านแรงสั่นสะเทือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งเทคโนโลยีได้กลายเป็นจุดเด่นของอุปกรณ์สมัยใหม่ โดยสมาร์ทโฟน นาฬิกา และเกมต่างๆ ก็มีมอเตอร์ขนาดเล็กที่ทำงานตอบสนองต่อสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะเจาะจง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ระบบ &amp;#8220;Taptic Engine&amp;#8221; ของแอปเปิล ซึ่งทำหน้าที่สร้างการตอบสนองแบบสั่นสะเทือน (haptic feedback) ในอุปกรณ์ต่างๆนั้น ได้เปิดตัวครั้งแรกในแอปเปิลวอทช์ ปี 2014 นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แอปเปิล ก็มีการปรับปรุงระบบพื้นฐานดังกล่าว และขยายขีดความสามารถของระบบ Haptics ในอุปกรณ์ของตนเองให้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ แทคชั่น ซึ่งเป็นผู้ผลิตหูฟังและชุดหูฟังสำหรับเล่นเกม อ้างในปี 2021 ว่า การปรับปรุงเหล่านี้ เป็นการละเมิดสิทธิบัตรที่บริษัทได้รับอนุมัติในปี 2020&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยในคำฟ้องระบุว่า การสร้างแรงสั่นสะเทือนที่ดียิ่งขึ้นในอุปกรณ์ ช่วยให้แอปเปิล สามารถยกระดับประสบการณ์การใช้งานโดยรวมของผู้ใช้ได้ ด้วยเหตุนี้ แทคชั่น จึงกล่าวหาว่า แอปเปิล แสวงหาผลประโยชน์จากนวัตกรรมและความสำเร็จของแทคชั่น ด้วยการจำหน่ายอุปกรณ์ที่ละเมิดสิทธิบัตรของบริษัท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ แทคชั่นยังกล่าวหาว่า แอปเปิลได้นำสิ่งประดิษฐ์ของแทคชั่นไปใช้ โดยปราศจากใบอนุญาตหรืออำนาจสิทธิที่ถูกต้อง ซึ่งในปี 2023 ผู้พิพากษาในซานดิเอโก มีคำตัดสินว่า แอปเปิล ไม่ได้ละเมิดสิทธิบัตรของแทคชี่นแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ต่อมาได้มีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐ ส่งผลให้มีการพิจารณาคดีโดยคณะลูกขุนขึ้นอีกครั้ง ในเดือนกันยายน ที่ศาลแขวงสหรัฐ ประจำเขตทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งคณะลูกขุนได้ตัดสินให้แทคชั่นเป็นฝ่ายชนะคดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งในคำตัดสินที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน คณะลูกขุนไม่ได้ระบุว่า แอปเปิลมีเจตนาละเมิดสิทธิบัตรดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในคดีความลักษณะเดียวกันมากมายที่ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้ต้องต่อสู้คดีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในเดือนพฤศจิกายน 2025 ผู้พิพากษาได้สั่งให้ แอปเปิล จ่ายเงินจำนวน 634 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯแก่ Masimo บริษัทด้านเทคโนโลยีทางการแพทย์ หลังจากคณะลูกขุนพบว่า แอปเปิลe ละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีการวัดระดับออกซิเจนในเลือด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5910981?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แอปเปิลแพ้คดีสิทธิบัตรระบบสั่น คณะลูกขุนสั่งจ่ายค่าเสียหายให้เจ้าของเทคโนโลยี 1.9 แสนล้าน &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แอปเปิลแพ้คดีสิทธิบัตรระบบสั่น คณะลูกขุนสั่งจ่ายค่าเสียหายให้เจ้าของเทคโนโลยี 1.9 แสนล้าน </dc:alternative><dc:abstract>แอปเปิลแพ้คดีสิทธิบัตรระบบสั่น คณะลูกขุนสั่งจ่ายค่าเสียหายให้เจ้าของเทคโนโลยี 1.9 แสนล้าน </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-29T07:18:23+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-29T07:18:23+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/apple-111999.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/apple-111999-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/apple-111999.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/apple-111999-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/apple-111999444.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/apple-111999444-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปรักชี้ กัมพูชามุ่งมั่นแก้ข้อพิพาทไทยโดยสันติ ประนอม UNCLOS โอกาสสร้างความไว้ใจใหม่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5910885]]></link><pubDate>2026-09-29T13:30:23+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5910885</guid><description>ปรักชี้ กัมพูชามุ่งมั่นแก้ข้อพิพาทไทยโดยสันติ ประนอม UNCLOS โอกาสสร้างความไว้ใจใหม่ ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 81 ณ สำนักงา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ปรักชี้ กัมพูชามุ่งมั่นแก้ข้อพิพาทไทยโดยสันติ ประนอม UNCLOS โอกาสสร้างความไว้ใจใหม่&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 81 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 กันยายน โดยกล่าวถึงความสัมพันธ์กับประเทศไทยว่า ประสบการณ์ความขัดแย้งในอดีตทำให้กัมพูชายังคงยึดมั่นในแนวทางการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติ รวมถึงข้อพิพาทเกี่ยวกับพรมแดนร่วมกับไทย พร้อมขอบคุณประชาคมระหว่างประเทศที่ให้ความสนใจและสนับสนุนความพยายามในการหาทางออกที่สันติและยั่งยืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความตึงเครียดและความขัดแย้งระหว่างกัมพูชากับไทยในช่วงที่ผ่านมาได้บั่นทอนความไว้วางใจและความเชื่อมั่นระหว่างสองประเทศอย่างรุนแรง อีกทั้งทิ้งบาดแผลที่ยืดเยื้อ รวมถึงความเสียหายต่อมรดกทางวัฒนธรรมและภัยคุกคามจากวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงานและวัตถุระเบิดตกค้างจากสงคราม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องอยู่เคียงข้างกันตลอดไป การฟื้นฟูความไว้วางใจเป็นสิ่งจำเป็นต่ออนาคตของความสัมพันธ์ทวิภาคี การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนและความสัมพันธ์ฉันเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การฟื้นฟูความไว้วางใจจำเป็นต้องตั้งอยู่บนการปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างสองประเทศอย่างเต็มที่ มีประสิทธิภาพ และด้วยความสุจริตใจ ข้อตกลงดังกล่าวรวมถึงปฏิญญาร่วมกัวลาลัมเปอร์ ฉันทามติฝูเซียน และแถลงการณ์ร่วมวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ให้คำมั่นว่าจะละเว้นจากการข่มขู่หรือใช้กำลัง เคารพเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ ดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อลดความตึงเครียด ฟื้นฟูความไว้วางใจ และเดินหน้าสู่การทำให้ความสัมพันธ์กลับคืนสู่ภาวะปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในประเด็นเขตแดนทางบก การกลับมาดำเนินการสำรวจและปักปันเขตแดนของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) โดยเร็ว มีความสำคัญยิ่งต่อการแก้ไขข้อเรียกร้องที่ยังค้างคาอยู่เกี่ยวกับเขตแดน และนำไปสู่การมีเขตแดนที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับร่วมกันตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงสนธิสัญญาและข้อตกลงที่มีอยู่ระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิ่งที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อยไปกว่ากันและส่งผลกระทบโดยตรงด้านมนุษยธรรม คือการที่ชาวกัมพูชามากกว่า 20,000 คนที่ยังไม่สามารถกลับบ้านได้ เนื่องจากการยึดครองทางทหารและการขัดขวางที่ยังคงอยู่ ดังถ้อยแถลงของผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติที่ลงพื้นที่ชายแดนเมื่อเดือนกรกฎาคมปีก่อนว่า พวกเขาจำเป็นต้องและสมควรที่จะได้กลับบ้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในทำนองเดียวกัน การยุติกิจกรรมต่างๆ ในดินแดนที่ถูกยึดครอง ซึ่งอาจก่อให้เกิดหรือทำให้สภาพที่เกิดขึ้นโดยพฤตินัยกลายเป็นสิ่งถาวร ถือเป็นการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมถึงความปรารถนาดีและการเคารพต่อกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความมุ่งมั่นในการแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธีเช่นเดียวกันนี้ สะท้อนให้เห็นในแนวทางของเราต่อข้อพิพาททางทะเลระหว่างกัมพูชาและไทย เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ไทยตัดสินใจยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี ค.ศ. 2001 (MOU 2544) ฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นกรอบทางกฎหมายเพียงกรอบเดียวระหว่างทั้งสองประเทศ ที่จัดทำขึ้นเพื่อแก้ไขข้อพิพาททางทะเลโดยเฉพาะ แม้ว่ากัมพูชาจะมีการเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ให้ดำเนินการดังกล่าวก็ตาม ด้วยเหตุนี้ กัมพูชาจึงถูกบีบให้ต้องหันไปพึ่งกลไกของสถาบันที่ยึดมั่นในหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยการริเริ่มกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังที่สมเด็จฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้ในเดือนมิถุนายนว่า การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศ กัมพูชายังคงแสวงหาทางแก้ไขข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้านโดยสันติ เรายังคงมุ่งหวังที่จะมีความสัมพันธ์กับไทยบนพื้นฐานของสันติภาพ ความร่วมมือ และการเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งกัมพูชาและไทยต่างจะได้รับประโยชน์จากการแก้ไขข้อพิพาทที่เป็นธรรมและยั่งยืน ซึ่งบรรลุผลภายใต้คำแนะนำของผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็นผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติและสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กัมพูชาขอขอบคุณคณะกรรมาธิการประนอมข้อพิพาทที่ได้แสดงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการช่วยเหลือคู่กรณีให้สามารถแก้ไขข้อพิพาทโดยสันติวิธี ในระหว่างการประชุมครั้งแรกที่สิงคโปร์เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นโอกาสที่มีความหมายในการเชื่อมช่องว่างของความแตกต่าง ฟื้นฟูความไว้วางใจ และวางรากฐานที่แข็งแกร่งขึ้นสำหรับความสัมพันธ์ที่สันติและสร้างสรรค์ระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5910885?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปรักชี้ กัมพูชามุ่งมั่นแก้ข้อพิพาทไทยโดยสันติ ประนอม UNCLOS โอกาสสร้างความไว้ใจใหม่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปรักชี้ กัมพูชามุ่งมั่นแก้ข้อพิพาทไทยโดยสันติ ประนอม UNCLOS โอกาสสร้างความไว้ใจใหม่</dc:alternative><dc:abstract>ปรักชี้ กัมพูชามุ่งมั่นแก้ข้อพิพาทไทยโดยสันติ ประนอม UNCLOS โอกาสสร้างความไว้ใจใหม่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-29T06:30:23+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-29T06:30:23+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/psk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/psk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/psk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/psk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/psk-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/psk-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ ปัดผ่อนปรนคว่ำบาตรอิหร่าน แลกข้อตกลงนิวเคลียร์ ทีมเจรจาสองชาติ แยกวงคุยตัวกลาง ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5910709]]></link><pubDate>2026-09-29T12:17:53+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5910709</guid><description>ทรัมป์ ปัดผ่อนปรนคว่ำบาตรอิหร่าน แลกข้อตกลงนิวเคลียร์ ทีมเจรจาสองชาติ แยกวงคุยตัวกลาง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เสนอที่จะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน เพื่อแลกก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทรัมป์ ปัดผ่อนปรนคว่ำบาตรอิหร่าน แลกข้อตกลงนิวเคลียร์ ทีมเจรจาสองชาติ แยกวงคุยตัวกลาง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เสนอที่จะผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน เพื่อแลกกับข้อตกลงนิวเคลียร์ หลังจากมีสื่อบางสำนักรายงานเช่นนั้น ท่ามกลางรายงานว่าทีมเจรจาของสหรัฐและอิหร่านได้หารือแยกกันกับชาติตัวกลางเพื่อมุ่งยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานานถึง 7 เดือนแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์โพสต์ลงบนแพลตฟอร์มทรูธโซเชียลเมื่อวันจันทร์(28 ก.ย.)ว่า “นี่ไม่เป็นความจริง ผมไม่ได้เสนออะไรให้พวกเขาเลย” เป็นท่าทีตอบโต้รายงานของ Axios สื่ออเมริกันซึ่งอ้างคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่สหรัฐที่ไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า ทรัมป์ยินดีที่จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านและปล่อยทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้เพื่อแลกกับการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมของฝ่ายเตหะรานเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ซีเอ็นเอ็น สื่อใหญ่อีกสำนักก็รายงานทำนองเดียวกันด้วยการอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐที่ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่าทรัมป์ยินดีที่จะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านและปลดล็อกการอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน อันเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขั้นสุดท้าย โดยมีเงื่อนไขว่าอิหร่านจะต้องแสดง“ความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม”ในประเด็นเรื่องนิวเคลียร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้ปรับเปลี่ยนเป้าหมายและกรอบเวลาสำหรับสงครามกับอิหร่านซึ่งปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งเป็นผลผลให้อิหร่านดำเนินการตอบโต้ด้วยการโจมตีกลับอิสราเอล รวมถึงผลประโยชน์ของสหรัฐที่อยู่ในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับอย่างที่ตั้งฐานทัพสหรัฐด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันจันทร์ยังมีรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐและอิหร่านได้หารือแยกกันกับคนกลาง ส่วนหนึ่งของความพยายามครั้งใหม่เพื่อมุ่งยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานาน 7 เดือน โดยคาดว่าการพูดคุยจะมุ่งเน้นไปที่ข้อเสนอระยะเวลา 7 วันฉบับแก้ไข ซึ่งอิหร่านได้ยื่นเสนอต่อสหรัฐไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนอกรอบการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ(UNGA)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;IRNA สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านซึ่งยังคงอยู่ในนครนิวยอร์กภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม UNGA กล่าวว่า อิหร่านคาดว่าจะได้รับคำตอบจากสหรัฐเกี่ยวกับข้อเสนอหยุดยิงฉบับล่าสุดและเงื่อนไขในการฟื้นการสัญจรทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“หากฝ่ายสหรัฐอ้างว่ากำลังแสวงหาข้อตกลงหรือทางออกด้วยสันติวิธี เราก็ได้เสนอทางออกดังกล่าวไปแล้ว” นายอารักชีกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทรัมป์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐได้หารือกับฝ่ายตัวกลางในวันจันทร์ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้แผนการระยะ 7 วันของอิหร่านที่เสนอต่อสหรัฐล่าสุดนั้นครอบคลุมถึงการยุติการสู้รบทั้งหมดในอิหร่านและเลบานอน การปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านและยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากนั้นอิหร่านจะยอมให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลกอีกครั้ง และทั้งสองฝ่ายจะกลับมาเจรจากันในประเด็นโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน รวมถึงความต้องการของทรัมป์ที่จะยึดหรือกำจัดยูเรเนียมสมรรถนะสูงของอิหร่านที่ถูกสหรัฐกล่าวอ้างว่าเป็นไปเพื่อการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทว่าเมื่อวันเสาร์(26 ก.ย.)ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดนี้ของอิหร่าน โดยระบุว่าอิหร่านต้องการบรรลุข้อตกลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากกำลังเผชิญกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างหนัก อย่างไรก็ดี ในวันอาทิตย์ ทรัมป์บอกกับ Axios ว่า เขาคาดว่าคณะเจรจาของสหรัฐจะดำเนินการเจรจาหารือต่อไปในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวในวันอาทิตย์ว่า ฝ่ายตัวกลางยังไม่ได้แจ้งการปฏิเสธของสหรัฐอย่างเป็นทางการ ซึ่งอิหร่านกำลังรอท่าทีที่ชัดเจนจากสหรัฐก่อนตัดสินใจในการดำเนินขั้นต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5910709?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ ปัดผ่อนปรนคว่ำบาตรอิหร่าน แลกข้อตกลงนิวเคลียร์ ทีมเจรจาสองชาติ แยกวงคุยตัวกลาง &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ ปัดผ่อนปรนคว่ำบาตรอิหร่าน แลกข้อตกลงนิวเคลียร์ ทีมเจรจาสองชาติ แยกวงคุยตัวกลาง </dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ ปัดผ่อนปรนคว่ำบาตรอิหร่าน แลกข้อตกลงนิวเคลียร์ ทีมเจรจาสองชาติ แยกวงคุยตัวกลาง </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-29T05:17:53+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-29T05:17:53+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-28T221649Z_998897836_RC2ISNA09CO2_RTRMADP_3_USA-ELECTION-TRUMP-ADS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-28T221649Z_998897836_RC2ISNA09CO2_RTRMADP_3_USA-ELECTION-TRUMP-ADS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-28T221649Z_998897836_RC2ISNA09CO2_RTRMADP_3_USA-ELECTION-TRUMP-ADS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-28T221649Z_998897836_RC2ISNA09CO2_RTRMADP_3_USA-ELECTION-TRUMP-ADS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-28T221649Z_998897836_RC2ISNA09CO2_RTRMADP_3_USA-ELECTION-TRUMP-ADS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-28T221649Z_998897836_RC2ISNA09CO2_RTRMADP_3_USA-ELECTION-TRUMP-ADS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เชิดชายฟาดเขมร 9 เดือนยังไม่หยุดกล่าวหาไทย ชี้สันติภาพยั่งยืนเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5910362]]></link><pubDate>2026-09-29T09:38:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5910362</guid><description>เชิดชายฟาดเขมร 9 เดือนยังไม่หยุดกล่าวหาไทย ชี้สันติภาพยั่งยืนเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน เมื่อวันที่ 28 กันยายน ตามเวลาในนครนิวยอร์ก นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เชิดชายฟาดเขมร 9 เดือนยังไม่หยุดกล่าวหาไทย ชี้สันติภาพยั่งยืนเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 28 กันยายน ตามเวลาในนครนิวยอร์ก นายเชิดชาย ใช้ไววิทย์ เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ได้ใช้สิทธิในการตอบโต้ต่อถ้อยแถลงของคณะผู้แทนกัมพูชาซึ่งมีนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา กล่าวเมื่อวันที่ 26 กันยายน ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 81 ซึ่งมีการพูดพาดพิงถึงประเทศไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเชิดชายระบุว่า เป็นเวลากว่า 9 เดือนแล้วนับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงมีผลบังคับใช้ เป็นเรื่องน่าเสียใจอย่างยิ่งที่กัมพูชายังคงเผยแพร่ข้อกล่าวหาที่ปราศจากมูลความจริงต่อประเทศไทย การกระทำดังกล่าวขัดแย้งกับสิ่งที่นายกรัฐมนตรีของไทยและกัมพูชาได้ตกลงกันไว้ที่เมืองเซบู ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน และยังถือเป็นความพยายามอีกครั้งที่จะสร้างภาพลักษณ์เชิงลบให้กับประเทศไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่มีข้อเท็จจริงรองรับแต่อย่างใด ตรงกันข้าม ข้อเท็จจริงกลับสะท้อนเรื่องราวที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิ่งเหล่านี้ทำให้เราจำเป็นต้องย้อนกลับไปทบทวนถึงจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่กัมพูชาได้เปิดเผยเนื้อหาการสนทนาทางโทรศัพท์ส่วนตัวระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศไปเปิดเผยต่อสาธารณะ เหตุการณ์ที่ทหารไทยต้องสูญเสียอวัยวะจากทุ่นระเบิดของกัมพูชาที่ถูกนำมาวางใหม่ และเหตุการณ์ที่จรวดของกัมพูชายิงเข้ามาในดินแดนไทยและทำให้พลเรือนชาวไทยผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต รวมถึงผู้หญิงและเด็ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตามมาสร้างความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสแก่ประชาชนของทั้งสองฝ่าย ในประเทศไทย มีประชาชนหลายแสนคนต้องพลัดถิ่นจากพื้นที่ฐานจากสถานการณ์การสู้รบ และรัฐบาลไทยได้จัดหาที่พักพิงและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนเหล่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผมขอชี้แจงข้อเท็จจริงให้ถูกต้องว่า ผู้พลัดถิ่นชาวกัมพูชา ซึ่งรวมถึงกลุ่ม &amp;#8220;ผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ&amp;#8221; (IDPs) จำนวน 20,000 คนที่กัมพูชากล่าวอ้างนั้น แท้จริงแล้วเป็นชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งประเทศไทยได้เปิดไว้เป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 เรื่องนี้มีหลักฐานและเอกสารบันทึกไว้อย่างชัดเจน กัมพูชาและไทยต่างก็ทราบเรื่องนี้ดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การที่บุคคลเหล่านี้ไม่ยอมเดินทางกลับกัมพูชา แม้ว่าไทยจะประท้วงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถือเป็นการรุกล้ำดินแดนไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเจรจาและการทูตเป็นทางเลือกแรกที่ประเทศไทยยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรายังคงยึดมั่นอย่างเต็มที่ต่อข้อตกลงหยุดยิง และยังคงใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด มาตรการทั้งหมดที่ไทยดำเนินการนั้นสอดคล้องอย่างสมบูรณ์กับแถลงการณ์ร่วมที่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เราต้องการเปิดโอกาสให้การเจรจาทวิภาคีกับกัมพูชา เพื่อแก้ไขข้อแตกต่างระหว่างสองประเทศเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กัมพูชาเลือกแนวทางที่แตกต่างออกไปด้วยการเดินหน้ากระบวนการประนอมข้อพิพาทภาคบังคับ ถึงกระนั้น ประเทศไทยก็ยังคงและจะยังคงมีส่วนร่วมกับกระบวนการดังกล่าวอย่างสร้างสรรค์ โดยหวังว่ากระบวนการนี้จะช่วยสร้างความไว้วางใจระหว่างสองประเทศได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังที่ท่านนายกรัฐมนตรีของไทยได้ย้ำว่า พรมแดนร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชาควรและต้องเป็นพื้นที่แห่งความเจริญรุ่งเรือง มิใช่พื้นที่ที่ถูกนิยามด้วยบาดแผลจากความขัดแย้ง ดังนั้น สิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการก้าวข้ามอดีตและเดินหน้าต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังนั้น เราจึงต้องตั้งคำถามว่า เมื่อใดกัมพูชาจะหลุดพ้นจากวงจรอันเลวร้ายนี้ และก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับเรา เพื่อเปิดบทใหม่ในความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ ประเทศไทยคาดหวังความจริงใจอย่างแท้จริงจากกัมพูชา ซึ่งเริ่มต้นด้วยการแสดงเจตนาที่ดีในเวทีระหว่างประเทศ การงดเว้นจากการกระทำที่ยั่วยุตามแนวชายแดน และการดำเนินความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมเพื่อสร้างหลักประกันด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยเฉพาะการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม และความพยายามร่วมกันในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน รวมถึงขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไทยและกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้าน เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อท็จจริงทางภูมิศาสตร์นี้ได้ แต่เราสามารถเลือกได้ว่าเราต้องการเป็นเพื่อนบ้านแบบใด ความรับผิดชอบร่วมกันของเราคือการเดินหน้าต่อไปด้วยความไว้วางใจและความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน เพื่อมุ่งสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและถาวร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5910362?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เชิดชายฟาดเขมร 9 เดือนยังไม่หยุดกล่าวหาไทย ชี้สันติภาพยั่งยืนเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เชิดชายฟาดเขมร 9 เดือนยังไม่หยุดกล่าวหาไทย ชี้สันติภาพยั่งยืนเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน</dc:alternative><dc:abstract>เชิดชายฟาดเขมร 9 เดือนยังไม่หยุดกล่าวหาไทย ชี้สันติภาพยั่งยืนเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-29T04:35:03+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-29T04:35:03+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/134-4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/134-4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/HTVaAM_WQAAyTLz.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/HTVaAM_WQAAyTLz-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1178</mi:x1><mi:y1>677</mi:y1><mi:x2>1178</mi:x2><mi:y2>677</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เมียนมาระทม! ภาคใต้จมน้ำ-ดินถล่ม ชาวบ้านดับแล้ว 8 สูญหายหลายสิบ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5909697]]></link><pubDate>2026-09-28T16:47:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5909697</guid><description>เมียนมาระทม! ภาคใต้จมน้ำ-ดินถล่ม ชาวบ้านดับแล้ว 8 สูญหายหลายสิบ เมื่อวันที่ 28 กันยายน เจ้าหน้าที่กู้ภัยของเมียนมาเร่งความพยายามในการหาทางเข้าไปให้ถึงพื้นที่ประสบภัยทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งกำลังเผชิญเห [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เมียนมาระทม! ภาคใต้จมน้ำ-ดินถล่ม ชาวบ้านดับแล้ว 8 สูญหายหลายสิบ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 28 กันยายน เจ้าหน้าที่กู้ภัยของเมียนมาเร่งความพยายามในการหาทางเข้าไปให้ถึงพื้นที่ประสบภัยทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งกำลังเผชิญเหตุน้ำท่วมหนักและดินถล่มหลังจากมีฝนตกลงมาต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งเบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 8 ราย และมีผู้สูญหายอีกมากถึงราว 30 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยภูมิภาคตะนาวศรี พื้นที่ทางตอนใต้สุดของเมียนมาเผชิญฝนตกหนักมาตั้งแต่คืนวันที่ 25 กันยายน ผลมาจากสภาพอากาศรุนแรงที่ยังส่งผลกระทบต่อเพื่อนบ้านอย่างประเทศไทยซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมขังครั้งใหญ่ในกรุงเทพฯ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเฮง เต็ต อาสาสมัครท้องถิ่นจากกลุ่ม &amp;#8220;ทีมบริหารจัดการของประชาชน&amp;#8221; เปิดเผยว่า เรากู้ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้ว 8 ราย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอีกระหว่าง 20-30 คน โดยในจำนวนผู้เสียชีวิต 3 รายที่กู้ร่างมาได้เป็นวัยรุ่นที่รวมตัวกันอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 27 กันยายน ซึ่งถูกดินถล่มทะลักไหลซัดหมู่บ้านของพวกเขาจนกลืนร่างหายไป เหตุดังกล่าวยังทำให้มีอาคารบ้านเรือนถูกดินถล่มฝังกลบถึง 18 หลัง โดยังคงมีผู้คนอีกจำนวนมากและหมู่บ้านหลายแห่งที่ตกอยู่ในความเสี่ยงภัยท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายเมียว มิน ประธานของหน่วยแพทย์ฉุกเฉินทวาย ซาบูติรี กล่าวว่า บางหมู่บ้านเข้าถึงได้เพียงการเดินเท้า ทีมช่วยเหลือพบว่าชาวบ้านหลายร้อยคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือนและไปหาที่พักพิงตามวัดวาอาราม คาดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจมีระหว่าง 7-10 คน และมีผู้สูญหาย 20-30 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้ทางการเมียนมายังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการในประเทศที่สถานการณ์สงครามกลางเมืองยังทำให้การเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยยังเป็นไปอย่างยากลำบาก ซึ่งอาสาสมัครท้องถิ่นระบุว่าชาวบ้านไม่เพียงต้องเผชิญกับความรุนแรงของอุทกภัยเท่านั้น แต่ยังขาดแคลนทรัพยากรอีกด้วย เหตุการณ์นี้เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติในพื้นที่ความขัดแย้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมียนมา ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรประมาณ 51 ล้านคน จัดเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศ ที่มีความเปราะบางมากที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ จากข้อมูลของ Germanwatch นอกจากนี้ เมียนมายังได้รับผลกระทบจากการถูกตัดความช่วยเหลือลงอย่างมากหลังการตัดสินใจของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐที่สั่งลดงบประมาณให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5909697?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เมียนมาระทม! ภาคใต้จมน้ำ-ดินถล่ม ชาวบ้านดับแล้ว 8 สูญหายหลายสิบ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เมียนมาระทม! ภาคใต้จมน้ำ-ดินถล่ม ชาวบ้านดับแล้ว 8 สูญหายหลายสิบ</dc:alternative><dc:abstract>เมียนมาระทม! ภาคใต้จมน้ำ-ดินถล่ม ชาวบ้านดับแล้ว 8 สูญหายหลายสิบ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-28T09:47:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-28T09:47:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/828553237_1408926820901614_9171558070237059428_n.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/828553237_1408926820901614_9171558070237059428_n-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/828553237_1408926820901614_9171558070237059428_n.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/828553237_1408926820901614_9171558070237059428_n-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/828553237_1408926820901614_9171558070237059428_n-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/828553237_1408926820901614_9171558070237059428_n-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ตอนเหนืออินเดียอ่วม! เจอฝนตกหนัก 3 วันติด น้ำท่วม เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 62 ราย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5909295]]></link><pubDate>2026-09-28T15:05:18+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5909295</guid><description>ตอนเหนืออินเดียอ่วม! เจอฝนตกหนัก 3 วันติด น้ำท่วม เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 62 ราย สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมใหญ่ ในรัฐอุตตรประเทศ ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ตอนเหนืออินเดียอ่วม! เจอฝนตกหนัก 3 วันติด น้ำท่วม เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 62 ราย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมใหญ่ ในรัฐอุตตรประเทศ ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิต ณ วันที่ 28 กันยายน อยู่ที่อย่างน้อย 62 รายแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยรัฐบาลของรัฐอุตตรประเทศ แจ้งว่า จากเหตุอุทกภัยดังกล่าว ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 46 คน และบ้านเรือนกว่า 1,000 หลังได้รับความเสียหาย หลังเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักตลอด 3 วัน ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายเขต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า โรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอน ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ในบางส่วนของรัฐ ซึ่งรวมทั้งที่เมืองลัคนาว เมืองเอกของรัฐอุตตรประเทศ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้อพยพผู้คนออกจากพื้นที่น้ำท่วมไปยังพื้นที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทางการได้แนะนำให้ชาวบ้านหลีกเลี่ยงการสัญจรไปบริเวณที่มีน้ำท่วม และอยู่ให้ห่างจากแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกราก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอาตุล กุมาร สิงห์ นักวิทยาศาสตร์อาวุโส จากศูนย์อุตุนิยมวิทยาประจำภูมิภาค เปิดเผยว่า คาดว่า ฝนจะน้อยลงตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน เนื่องจากระบบสภาพอากาศเหนืออ่าวเบงกอลเริ่มอ่อนกำลังลง อย่างไรก็ตาม ยังคงมีฝนตกเล็กน้อยในพื้นที่ทางตะวันออกและตะวันตกของรัฐ ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 29 กันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมยังส่งผลกระทบต่อรัฐโอริสสา ทางตะวันออกของประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า มีการอพยพประชาชนกว่า 75,000 คนไปยังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนที่ประเทศเนปาลซึ่งมีพรมแดนติดกัน หน่วยงานจัดการภัยพิบัติของประเทศรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 21 รายจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศในช่วงวันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยมีผู้สูญหาย 5 รายและบาดเจ็บอีก 5 ราย ขณะที่เหตุน้ำท่วมและดินถล่มสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือน 194 หลัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนปาลกำลังอยู่ในระหว่างการฟื้นฟูจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 1,400 ราย และทำให้มีผู้สูญหายเกือบ 6,000 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5909295?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ตอนเหนืออินเดียอ่วม! เจอฝนตกหนัก 3 วันติด น้ำท่วม เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 62 ราย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ตอนเหนืออินเดียอ่วม! เจอฝนตกหนัก 3 วันติด น้ำท่วม เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 62 ราย</dc:alternative><dc:abstract>ตอนเหนืออินเดียอ่วม! เจอฝนตกหนัก 3 วันติด น้ำท่วม เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 62 ราย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-28T08:05:18+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-28T08:05:18+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/india1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/india1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/india1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/india1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/india12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/india12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26271205186508.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26271205186508-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สุดปัง! ลิซ่า สร้างประวัติศาสตร์ คว้ารางวัล Best Pop บนเวที MTV  VMAs 2026]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5908819]]></link><pubDate>2026-09-28T12:57:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5908819</guid><description>สุดปัง! ลิซ่า สร้างประวัติศาสตร์ คว้ารางวัล Best Pop บนเวที MTV VMAs 2026 ลิซ่า หรือ ลลิสา มโนบาล ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการเพลง K-pop สายเลือดไทย ยังคงความร้อนแรงไม่หยุด ล่าสุด ลิซ่า ได้สร้างประวัติศาสตร์ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สุดปัง! ลิซ่า สร้างประวัติศาสตร์ คว้ารางวัล Best Pop บนเวที MTV VMAs 2026&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ลิซ่า หรือ ลลิสา มโนบาล ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการเพลง K-pop สายเลือดไทย ยังคงความร้อนแรงไม่หยุด ล่าสุด ลิซ่า ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในฐานะเป็นศิลปิน K-pop คนแรกที่คว้ารางวัลจากเวที MTV Video Music Awards (VMA) ประจำปี 2026 ที่พีค็อก เธียเตอร์ ในนครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 กันยายน โดยคว้ารางวัลสาขาเพลงป๊อปยอดเยี่ยม หรือ Best Pop ไปครอง จากผลงานเพลง &amp;#8220;Dream&amp;#8221; ซึ่งเป็นเพลงในอัลบั้มเดี่ยวชุด Alter Ego ที่ร่วมงานกับ เคนทาโร ซากากุจิ นักแสดงดังชาวญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลิซ่า ปรากฎตัวในชุดเดรสสีดำแต่งระบายแขนสีขาวสองข้างดูเรียบหรูแต่มีลูกเล่นน่ารัก ขึ้นรับรางวัล Best Pop บนเวทีจาก เทยานา เทเลอร์ นักร้องนักแต่งเพลงสาวอเมริกันคนดัง ซึ่งทำหน้าที่ประกาศรางวัลนี้ที่โผเข้าสวมกอดแสดงความยินดีกับลิซ่า ก่อนที่ลิซ่าจะกล่าวแสดงความขอบคุณด้วยความตื้นตันใจอย่างเห็นได้ชัดกับรางวัลที่ได้รับถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;สวัสดีค่ะทุกคน ขอบคุณ MTV สำหรับรางวัลอันยอดเยี่ยมนี้ค่ะ&amp;#8221; ลิซ่าเริ่มกล่าวทักทายผู้เข้าร่วมในงานประกาศผลรางวัลนี้เป็นภาษาไทย พร้อมขอบคุณทีมงานที่มีส่วนร่วมในเพลงนี้ และว่า &amp;#8220;ความฝันในยามดึกเหล่านั้นได้พาฉันมาถึงจุดนี้ในวันนี้ ขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจค่ะ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลิซ่ายังได้กล่าวขอบคุณลิลลี (Lillies) เหล่าแฟนคลับของเธอ &amp;#8220;ขอบคุณลิลลีของฉัน ฉันคงมาไม่ถึงจุดนีได้หากปราศจากพวกคุณ ขอบคุณมากสำหรับความรักและการสนับสนุนค่ะ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลิซ่าเป็นศิลปิน K-pop ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากที่สุดในงาน MTV VMAs 2026 โดยเธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงอีก 3 รางวัลจากผลงานเพลง &amp;#8220;Dream&amp;#8221; ได้แก่ สาขาการถ่ายภาพยอดเยี่ยม (Best Cinematography), การตัดต่อยอดเยี่ยม (Best Editing) และ K-pop ยอดเยี่ยม (Best K-pop)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ลิซ่ายังได้ขึ้นทำการแสดงสดเพลง &amp;#8220;Sawadika&amp;#8221; เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นเพลงที่ปล่อยออกมาก่อนจาก EP อัลบั้มชุด PRESS PLAY ที่มีกำหนดจะปล่อยออกมาในวันที่ 23 ตุลาคมนี้ โดยการแสดงของลิซ่าเป็นส่วนหนึ่งของไลน์อัพศิลปินที่ขึ้นโชว์บนเวที MTV VMAs 2026 ซึ่งรวมถึง มาดอนนา ราชินีป๊อปตัวแม่, ชาบูซีย์ ศิลปินเพลงคันทรี-ฮิปฮอปอเมริกัน, กันนา แร็ปเปอร์ดัง และ เรย์ นักร้องนักแต่งเพลงคนดังชาวอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5908819?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สุดปัง! ลิซ่า สร้างประวัติศาสตร์ คว้ารางวัล Best Pop บนเวที MTV  VMAs 2026&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สุดปัง! ลิซ่า สร้างประวัติศาสตร์ คว้ารางวัล Best Pop บนเวที MTV  VMAs 2026</dc:alternative><dc:abstract>สุดปัง! ลิซ่า สร้างประวัติศาสตร์ คว้ารางวัล Best Pop บนเวที MTV  VMAs 2026</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-28T05:57:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-28T05:57:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26271006179164.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26271006179164-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26271006179164.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26271006179164-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26271006179164-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26271006179164-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-28T005958Z_1102822779_HP1EM9S02RV8L_RTRMADP_3_AWARDS-MTV-VMA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-28T005958Z_1102822779_HP1EM9S02RV8L_RTRMADP_3_AWARDS-MTV-VMA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26271029107966.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26271029107966-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>487</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>487</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T222943Z_1640664026_HP1EM9R1QHG4L_RTRMADP_3_AWARDS-MTV-VMA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T222943Z_1640664026_HP1EM9R1QHG4L_RTRMADP_3_AWARDS-MTV-VMA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อังกฤษจับกลุ่มชายต้องสงสัย เชื่อมีแผนก่อวินาศกรรม ฐานทัพยูเค ที่สหรัฐใช้ส่งบินรบโจมตีอิหร่าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5908511]]></link><pubDate>2026-09-28T11:31:21+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5908511</guid><description>อังกฤษจับกลุ่มชายต้องสงสัย เชื่อมีแผนก่อวินาศกรรม ฐานทัพยูเค ที่สหรัฐใช้ส่งบินรบโจมตีอิหร่าน เมื่อวันอาทิตย์(27 ก.ย.)ที่ผ่านมา ตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายของอังกฤษได้เข้าจับกุมชายผู้ต้องสงสัย 5 คน ในข้อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อังกฤษจับกลุ่มชายต้องสงสัย เชื่อมีแผนก่อวินาศกรรม ฐานทัพยูเค ที่สหรัฐใช้ส่งบินรบโจมตีอิหร่าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์(27 ก.ย.)ที่ผ่านมา ตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายของอังกฤษได้เข้าจับกุมชายผู้ต้องสงสัย 5 คน ในข้อหาเกี่ยวข้องกับวัตถุระเบิดและการก่อการร้ายบริเวณใกล้กับฐานทัพแฟร์ฟอร์ดของกองทัพอากาศอังกฤษที่สหรัฐอเมริกาได้รับอนุญาตให้ใช้เป็นฐานในการส่งเครื่องบินโจมตีอิหร่านได้ หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีรถตู้ 3 คันกำลังมุ่งหน้าไปยังสนามบินทหารที่ฐานทัพดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงการจับกุมดังกล่าวของทางการอังกฤษว่า ผู้ต้องสงสัยกลุ่มนี้วางแผนที่จะก่อความเสียหายครั้งใหญ่และกำลังอยู่ภายใต้การสอบสวนของเจ้าหน้าที่อังกฤษและสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;การจับกุมในสหราชอาณาจักรครั้งนี้ยอดเยี่ยมมาก&amp;#8221; ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว และว่า &amp;#8220;เราเฝ้าติดตามและสืบสวนพวกเขาอยู่ พวกเขามีแผนที่จะสร้างความเสียหายครั้งใหญ่ต่อฐานทัพของเรา และการทำงานร่วมกับฝ่ายอังกฤษก็ออกมาดีเยี่ยม เราจับตาดูพวกเขามาเป็นเวลานาน และในที่สุดเราก็จับกุมพวกเขาได้&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนต่อต้านการก่อการร้ายของอังกฤษ ซึ่งนำการสอบสวนในกรณีนี้ เปิดเผยว่า ตำรวจได้รับโทรศัพท์แจ้งว่ามีรถตู้ต้องสงสัย 3 คันที่ดูเหมือนว่ากำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังฐานทัพอากาศแฟร์ฟอร์ด ทางตะวันตกของเกาะอังกฤษเมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ติดอาวุธจะเข้าจับกุมกลุ่มชายต้องสงสัยทั้ง 5 คนและควบคุมตัวในเวลาต่อมา โดยต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเตรียมก่อเหตุวินาศกรรม ทั้งนี้ ตำรวจระบุว่าเชื่อว่าสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวใกล้ชิดกับการสืบสวนระบุว่า แรงจูงใจที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านถือเป็นความเป็นไปได้สูงสุดที่อาจอยู่เบื้องหลังของชายกลุ่มนี้ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบความเป็นไปได้อื่นๆ ด้วย เช่น ปฏิบัติการก่อวินาศกรรมของรัสเซีย หรือแผนการของกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจระบุว่าได้มีการปิดกั้นพื้นที่รัศมี 400 เมตรรอบฐานทัพแฟร์ฟอร์ด ในขณะที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบผู้ต้องสงสัย นอกจากนี้ยังมีการอพยพประชาชนออกจากบ้านเรือน 85 หลังในหมู่บ้านใกล้เคียง และมีเจ้าหน้าที่ติดอาวุธออกลาดตระเวนพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลอังกฤษ ซึ่งอนุญาตให้สหรัฐใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดที่ประจำการอยู่ที่ฐานทัพแฟร์ฟอร์ด เพื่อโจมตีฐานยิงขีปนาวุธของอิหร่านที่ก่อเหตุโจมตีเรือต่างๆในช่องแคบฮอร์มุซ ระบุว่า นายแอนดี เบอร์แนม นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้รับรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เบอร์แนมโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและกองทัพ และว่า เขาทราบดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้ฐานทัพอากาศแฟร์ฟอร์ดสร้างความกังวลอย่างมากให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงผู้คนจำนวนมากที่ติดตามข่าวสารอยู่ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในเดือนกรกฎาคม อังกฤษระบุว่ากองทัพของตนพร้อมปกป้องประเทศจากการโจมตีใดๆ หลังจากที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม(IRGC)ของอิหร่านได้ออกมาเตือนไม่ให้อังกฤษอนุญาตให้เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐบินขึ้นจากฐานทัพแฟร์ฟอร์ด โดยระบุว่าฐานทัพใดก็ตามที่ถูกใช้เพื่อปฏิบัติการโจมตีจะถือเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมในการตอบโต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5908511?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อังกฤษจับกลุ่มชายต้องสงสัย เชื่อมีแผนก่อวินาศกรรม ฐานทัพยูเค ที่สหรัฐใช้ส่งบินรบโจมตีอิหร่าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อังกฤษจับกลุ่มชายต้องสงสัย เชื่อมีแผนก่อวินาศกรรม ฐานทัพยูเค ที่สหรัฐใช้ส่งบินรบโจมตีอิหร่าน</dc:alternative><dc:abstract>อังกฤษจับกลุ่มชายต้องสงสัย เชื่อมีแผนก่อวินาศกรรม ฐานทัพยูเค ที่สหรัฐใช้ส่งบินรบโจมตีอิหร่าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-28T06:13:39+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-28T06:13:39+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T151442Z_1271387246_RC2QRNAR90J1_RTRMADP_3_BRITAIN-USA-FAIRFORD.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T151442Z_1271387246_RC2QRNAR90J1_RTRMADP_3_BRITAIN-USA-FAIRFORD-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T151442Z_1271387246_RC2QRNAR90J1_RTRMADP_3_BRITAIN-USA-FAIRFORD.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T151442Z_1271387246_RC2QRNAR90J1_RTRMADP_3_BRITAIN-USA-FAIRFORD-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T151442Z_1271387246_RC2QRNAR90J1_RTRMADP_3_BRITAIN-USA-FAIRFORD-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T151442Z_1271387246_RC2QRNAR90J1_RTRMADP_3_BRITAIN-USA-FAIRFORD-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T141448Z_77928390_RC2PRNAFP7NQ_RTRMADP_3_BRITAIN-USA-FAIRFORD.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T141448Z_77928390_RC2PRNAFP7NQ_RTRMADP_3_BRITAIN-USA-FAIRFORD-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>804</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>804</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เนปาลเร่งค้นหา นักปีนเขา-ไกด์ท้องถิ่น กว่า 10 ชีวิต สูญหาย เหตุหิมะถล่ม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5907804]]></link><pubDate>2026-09-27T17:27:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5907804</guid><description>เนปาลเร่งค้นหา นักปีนเขา-ไกด์ท้องถิ่น กว่า 10 ชีวิต สูญหาย เหตุหิมะถล่ม บริษัทท่องเที่ยวของเนปาลออกมาเปิดเผยว่า มีนักปีนเขาและไกด์ท้องถิ่นอย่างน้อย 10 คน สูญหายไปหลังจากเกิดเหตุหิมะถล่มบริเวณเบสแคมป์ข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เนปาลเร่งค้นหา นักปีนเขา-ไกด์ท้องถิ่น กว่า 10 ชีวิต สูญหาย เหตุหิมะถล่ม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บริษัทท่องเที่ยวของเนปาลออกมาเปิดเผยว่า มีนักปีนเขาและไกด์ท้องถิ่นอย่างน้อย 10 คน สูญหายไปหลังจากเกิดเหตุหิมะถล่มบริเวณเบสแคมป์ของยอดเขา Himlung ทางตอนกลางของประเทศเนปาล เหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันอาทิตย์(27 ก.ย.)นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายบิภูติ จันด์ ฐากูร จากบริษัทหิมาลัย ฮอลิเดย์ เทร็กกิ้ง เปิดเผยว่า เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำและทีมค้นหาและกู้ภัยได้เตรียมพร้อมปฏิบัติการแล้ว แต่ยังไม่สามารถออกเดินทางเพื่อค้นหาได้ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;มีรายงานว่าสมาชิกในทีมปีนเขาของเรา 8 คน และอีก 2 คนจากบริษัทอื่นสูญหายไป&amp;#8221; นายฐากูรกล่าว พร้อมระบุว่าผู้สูญหายทั้งหมดเป็นชาวเนปาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยอดเขา Himlung แห่งนี้ซึ่งมีความสูง 7,126 เมตร ตั้งอยู่ใกล้กับพรมแดนติดกับทิเบตของจีนนั้น ได้มีหิมะตกหนักมาต่อเนื่องหลายวันก่อนที่จะเกิดเหตุหิมะถล่ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เนปาล เป็นที่ตั้งของยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก 8 แห่งจากทั้งหมด 14 แห่ง และนักปีนเขาชาวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาเพื่อหวังพิชิตยอดเขาเหล่านี้ถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศเนปาล ซึ่งเพิ่งเผชิญโศกนาฏกรรมเลวร้ายจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ไปเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 1,400 ราย และทำให้มีผู้สูญหายอีกกว่า 6,000 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้พื้นที่บางส่วนของเนปาลยังเผชิญกับฝนตกหนักมาตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน ส่งผลให้ถนนถูกตัดขาดและเกิดเหตุดินถล่มตามมาด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5907804?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เนปาลเร่งค้นหา นักปีนเขา-ไกด์ท้องถิ่น กว่า 10 ชีวิต สูญหาย เหตุหิมะถล่ม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เนปาลเร่งค้นหา นักปีนเขา-ไกด์ท้องถิ่น กว่า 10 ชีวิต สูญหาย เหตุหิมะถล่ม</dc:alternative><dc:abstract>เนปาลเร่งค้นหา นักปีนเขา-ไกด์ท้องถิ่น กว่า 10 ชีวิต สูญหาย เหตุหิมะถล่ม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-27T10:27:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-27T10:27:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/22222-6.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/22222-6-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/22222-6.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/22222-6-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/33333-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/33333-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ราตรีเลือด! แอฟริกาใต้ เร่งไล่ล่า มือปืนกราดยิงเขย่าขวัญ กลางร้านเหล้า ดับสลด 17 เจ็บ 15]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5907552]]></link><pubDate>2026-09-27T15:23:06+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5907552</guid><description>ราตรีเลือด! แอฟริกาใต้ เร่งไล่ล่า มือปืนกราดยิงเขย่าขวัญ กลางร้านเหล้า ดับสลด 17 เจ็บ 15 เมื่อวันที่ 27 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตำรวจแอฟริกาใต้กำลังเร่งไล่ล่ามือปืนรายหนึ่งซึ่งพกพาอาวุธปืนเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ราตรีเลือด! แอฟริกาใต้ เร่งไล่ล่า มือปืนกราดยิงเขย่าขวัญ กลางร้านเหล้า ดับสลด 17 เจ็บ 15&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 27 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตำรวจแอฟริกาใต้กำลังเร่งไล่ล่ามือปืนรายหนึ่งซึ่งพกพาอาวุธปืนเข้าไปก่อเหตุกราดยิงสุดอุกอาจในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในย่านเวเดลา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อกลางดึกคืนวันเสาร์(26 ส.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น สังหารผู้คนในร้านที่กำลังดื่มสังสรรค์กันอยู่ดับสลดถึง 17 ราย และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 15 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าผู้ต้องสงสัยเป็นมือปืนได้มุ่งตรงไปที่ร้านเหล้าเป้าหมาย จากนั้นได้เริ่มเปิดฉากยิงใส่ลูกค้าที่กำลังดื่มสังสรรค์กันอยู่ด้านนอกร้าน ก่อนจะบุกเข้าไปยิงต่อด้านในร้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงานตำรวจแอฟริกาใต้เปิดเผยผ่านแถลงการณ์เผยแพร่บนแพลตฟอร์ม X ในวันอาทิตย์ว่า หน่วยกู้ชีพยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 17 ราย โดยเป็นชาย 13 ราย และเป็นหญิง 4 ราย ขณะนี้ยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผู้ต้องสงสัยได้ใช้อาวุธปืนไรเฟิล AK-47 และปืนพกอีกระบอกในการก่อเหตุกราดยิง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ของวันเสาร์” สำนักงานตำรวจฯระบุ และว่า เหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงในเหตุโจมตีสะเทือนขวัญครั้งนี้อีก 15 คน ได้ถูกนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี มือปืนยังสามารถหลบหนีไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งไล่ล่าตัวอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5907552?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ราตรีเลือด! แอฟริกาใต้ เร่งไล่ล่า มือปืนกราดยิงเขย่าขวัญ กลางร้านเหล้า ดับสลด 17 เจ็บ 15&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ราตรีเลือด! แอฟริกาใต้ เร่งไล่ล่า มือปืนกราดยิงเขย่าขวัญ กลางร้านเหล้า ดับสลด 17 เจ็บ 15</dc:alternative><dc:abstract>ราตรีเลือด! แอฟริกาใต้ เร่งไล่ล่า มือปืนกราดยิงเขย่าขวัญ กลางร้านเหล้า ดับสลด 17 เจ็บ 15</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-27T08:28:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-27T08:28:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T080553Z_597339368_RC2JRNA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T080553Z_597339368_RC2JRNA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T080553Z_597339368_.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T080553Z_597339368_-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T080553Z_597339368_RC2JRNA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T080553Z_597339368_RC2JRNA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T075907Z_1512100962_RC2JRNA1KDQ1_RTRMADP_3_SAFRICA-SHOOTING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-27T075907Z_1512100962_RC2JRNA1KDQ1_RTRMADP_3_SAFRICA-SHOOTING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1706</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1706</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[พายุนอร์อีสเตอร์ ถล่มสหรัฐจมน้ำ ไฟดับนับแสนหลัง ยกเลิกกว่า 400 เที่ยวบิน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5907290]]></link><pubDate>2026-09-27T14:00:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5907290</guid><description>พายุนอร์อีสเตอร์ ถล่มสหรัฐจมน้ำ ไฟดับนับแสนหลัง ยกเลิกกว่า 400 เที่ยวบิน พายุนอร์อีสเตอร์ที่มีกำลังรุนแรงได้พัดถล่มพื้นที่วงกว้างแนวชายฝั่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่กรุงวอชิงตันดี.ซี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;พายุนอร์อีสเตอร์ ถล่มสหรัฐจมน้ำ ไฟดับนับแสนหลัง ยกเลิกกว่า 400 เที่ยวบิน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;พายุนอร์อีสเตอร์ที่มีกำลังรุนแรงได้พัดถล่มพื้นที่วงกว้างแนวชายฝั่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่กรุงวอชิงตันดี.ซี. ไปจนถึงรัฐเมน ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ อิทธิพลของพายุลูกนี้ส่งผลกระทบต่อการสัญจรที่เป็นผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินที่สนามบินต่างๆ รวมกันแล้วมากกว่า 400 เที่ยว และทำให้บ้านเรือนและร้านรวงธุรกิจกว่า 100,000 แห่ง เผชิญกับเหตุไฟดับในบางช่วงเมื่อวันเสาร์(26 ก.ย.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า เวลาประมาณ 21.37 น.ของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น บ้านเรือนและธุรกิจกว่า 73,000 แห่ง ในรัฐคอนเนตทิคัต ,นิวยอร์ก, แมสซาชูเซตส์, นิวเจอร์ซีย์, โรดไอส์แลนด์ และเพนซิลเวเนีย ยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้  โดยก่อนหน้านั้นในพื้นที่ 4 รัฐ ได้แก่ คอนเนตทิคัต, นิวยอร์ก, เพนซิลเวเนีย และนิวเจอร์ซีย์ มีอาคารบ้านเรือนเผชิญเหตุไฟฟ้าดับรวมกันมากกว่า 100,000 หลังในช่วงต้นวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เว็บไซต์ NJ.com รายงานว่าเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของรัฐนิวเจอร์ซีย์ ตั้งแต่เขตเบอร์เกนทางตอนเหนือ ลงไปถึงเขตเคปเมย์ทางตอนใต้สุดของรัฐ โดยประชาชนส่วนหนึ่งได้มีการอพยพโดยสมัครใจในชุมชนชายฝั่งเมืองเจอร์ซีย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สนามกีฬาเม็ตไลฟ์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอีสต์รัทเธอร์ฟอร์ด ได้ประกาศเลื่อนการจัดแสดงคอนเสิร์ตของวงร็อก AC/DC ที่กำหนดมีขึ้นในวันศุกร์ที่ผ่านมา ให้เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 2 ตุลาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลของ FlightAware เว็บไซต์ติดตามเที่ยวบินระบุว่า เที่ยวบิน 445 เที่ยวที่เกี่ยวข้องกับสนามบินต่างๆ ในสหรัฐ ได้ถูกยกเลิกในวันเสาร์ และเที่ยวบินอีกประมาณ 3,016 เที่ยว ประสบกับความล่าช้าในช่วงค่ำวันเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของสหรัฐได้ประกาศเตือนว่าพายุนอร์อีสเตอร์รุนแรงจะก่อให้เกิดน้ำท่วมชายฝั่ง กระแสน้ำวน ลมกระโชกแรงและฝนตกหนักในแถบภูมิภาคแอตแลนติกตอนกลางและนิวอิงแลนด์ไปจนถึงวันจันทร์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กและรัฐนิวเจอร์ซีย์ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุมากที่สุด รวมถึงมหานครนิวยอร์กมาตั้งแต่วันศุกร์(25 ก.ย.) ส่วนผู้ว่าการรัฐคอนเนตทิคัตก็ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินของรัฐเพื่อรับมือกับพายุรุนแรงลูกนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5907290?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;พายุนอร์อีสเตอร์ ถล่มสหรัฐจมน้ำ ไฟดับนับแสนหลัง ยกเลิกกว่า 400 เที่ยวบิน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>พายุนอร์อีสเตอร์ ถล่มสหรัฐจมน้ำ ไฟดับนับแสนหลัง ยกเลิกกว่า 400 เที่ยวบิน</dc:alternative><dc:abstract>พายุนอร์อีสเตอร์ ถล่มสหรัฐจมน้ำ ไฟดับนับแสนหลัง ยกเลิกกว่า 400 เที่ยวบิน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-27T07:00:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-27T07:00:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-26T204107Z_390896243_RC28RNAC.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-26T204107Z_390896243_RC28RNAC-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-26T204107Z_390896243_RC28RNAC.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-26T204107Z_390896243_RC28RNAC-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-26T204107Z_390896243_RC2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-26T204107Z_390896243_RC2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สื่อนอกเกาะติด สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ชี้น้ำเริ่มลด ทางการเร่งระบายน้ำจากคูคลอง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5907074]]></link><pubDate>2026-09-27T11:44:52+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5907074</guid><description>สื่อนอกเกาะติด สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ชี้น้ำเริ่มลด ทางการเร่งระบายน้ำจากคูคลอง เมื่อวันที่ 27 กันยายน สื่อต่างประเทศอย่างสำนักข่าวรอยเตอร์และเดอะ สเตรทไทมส์ของสิงคโปร์ ยังคงติดตามรายงานสถานการณ์น้ำ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สื่อนอกเกาะติด สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ชี้น้ำเริ่มลด ทางการเร่งระบายน้ำจากคูคลอง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 27 กันยายน สื่อต่างประเทศอย่างสำนักข่าวรอยเตอร์และเดอะ สเตรทไทมส์ของสิงคโปร์ ยังคงติดตามรายงานสถานการณ์น้ำท่วมหนักในกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานว่าระดับน้ำท่วมขังในบางพื้นที่เริ่มลดลงในวันอาทิตย์ หลังจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจนก่อให้เกิดน้ำท่วมขังรุนแรงในวันก่อนหน้าได้หยุดตกลงและทางการได้เร่งระบายน้ำออกจากคูคลองเพื่อลดระดับน้ำลง โดยคาดว่าน้ำท่วมจะค่อยๆ ลดระดับลงได้หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่าฝนที่ตกกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่องในวันก่อนส่งผลให้ทางกรุงเทพมหานครต้องประกาศให้พื้นที่ทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยจากเหตุน้ำท่วมขังรุนแรงดังกล่าว ก่อนที่ทางกทม.จะแจ้งเมื่อช่วงดึกคืนวันเสาร์ว่าสถานการณ์ฝนเริ่มคลี่คลายลง ซึ่งช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเร่งระบายน้ำออกจากคูคลองและลดระดับน้ำลงได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรุงเทพฯ มีปริมาณน้ำฝนสะสมเกือบ 300 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 48 ชั่วโมงจนถึงวันเสาร์ ส่งผลให้ถนนสายหลักหลายแห่งมีน้ำท่วมขังและรถยนต์หลายคันจมอยู่ใต้น้ำ โดยทางกทม.ระบุว่าได้จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวไว้ 233 แห่ง และได้ย้ายประชาชนประมาณ 4,200 คนเข้าไปยังศูนย์พักพิงดังกล่าวแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสเตรทไทมส์อ้างอิงรายงานของสื่อไทยเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ โดยระบุว่าฝนได้เริ่มตกลงมาอีกในกรุงเทพฯ ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าฝนที่ตกลงมาอย่างหนักอาจส่งผลให้สถานการณ์น้ำท่วมในเมืองหลวงเลวร้ายลงกว่าเดิม โดยคาดการณ์ว่าจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 80 ของกรุงเทพฯ และพื้นที่ปริมณฑล และคาดว่าในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า หลายพื้นที่ทางฝั่งตะวันตกของภาคกลางจะมีฝนตกหนัก โดยบางแห่งอาจมีฝนตกหนักมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สเตรทไทมส์ยังรายงานถึงมาตรการรับมือกับเหตุฝนตกน้ำท่วมรุนแรงในกรุงเทพฯ ด้วยว่าได้การสั่งให้โรงเรียนปิดการเรียนการสอนในวันที่ 28 กันยายน เพื่อความปลอดภัย และได้มีการแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังฝนตกหนักถึงหนักมากและปริมาณน้ำฝนสะสมที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมทั้งยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มักเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำที่อาจมีน้ำท่วมขังชั่วคราว ตลอดจนการจัดหาศูนย์พักพิงชั่วคราวไว้รองรับผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สเตรทไทมส์ระบุด้วยฝนตกหนักต่อเนื่องครั้งนี้ที่ก่อให้เกิดน้ำท่วมขังรุนแรงในไทยมีสาเหตุมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณภาคกลางตอนบนฝั่งตะวันตก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5907074?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สื่อนอกเกาะติด สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ชี้น้ำเริ่มลด ทางการเร่งระบายน้ำจากคูคลอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สื่อนอกเกาะติด สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ชี้น้ำเริ่มลด ทางการเร่งระบายน้ำจากคูคลอง</dc:alternative><dc:abstract>สื่อนอกเกาะติด สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ชี้น้ำเริ่มลด ทางการเร่งระบายน้ำจากคูคลอง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-27T14:31:18+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-27T14:31:18+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/flooddd.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/flooddd-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/flooddd.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/flooddd-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/flooddd00.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/flooddd00-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่าน ยันรอคำตอบทางการจากสหรัฐ  หลังทรัมป์เมินข้อเสนอเปิดฮอร์มุซใน 7 วัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5906949]]></link><pubDate>2026-09-27T10:40:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5906949</guid><description>อิหร่าน ยันรอคำตอบทางการจากสหรัฐ ย้ำการทูตเป็นทางออก หลังทรัมป์เมินข้อเสนอเปิดฮอร์มุซ เมื่อวัน 27 กันยายน อิหร่านออกมายืนกรานว่ามีเพียงการทูตเท่านั้นที่จะสามารถยุติความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อิหร่าน ยันรอคำตอบทางการจากสหรัฐ ย้ำการทูตเป็นทางออก หลังทรัมป์เมินข้อเสนอเปิดฮอร์มุซ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวัน 27 กันยายน อิหร่านออกมายืนกรานว่ามีเพียงการทูตเท่านั้นที่จะสามารถยุติความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ และอิหร่านจะรอการคำตอบอย่างเป็นทางการจากทีมเจรจาของสหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ปฏิเสธข้อเสนอของฝ่ายอิหร่านไปก่อนหน้านี้ที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้สัญจรภายใน 7 วันและยุติการสู้รบ หากสหรัฐปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ให้ไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ได้โพสต์ลงเทเลแกรมเมื่อวันอาทิตย์(27 ก.ย.)ว่า “เงื่อนไขของเราชัดเจนและการดำเนินการใดๆ ที่มุ่งไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง จะขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามเงื่อนไขเหล่านี้” และว่า “มีเพียงทางออกผ่านการเจรจาเท่านั้นที่จะช่วยให้พวกเขา(สหรัฐ)หลุดพ้นจากทางตันนี้ได้”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านระบุต่อว่า เรากำลังรอให้คณะผู้ไกล่เกลี่ยให้แจ้งจุดยืนอย่างเป็นทางการของสหรัฐมาและเราจะตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันเสาร์(26 ก.ย.) ทรัมป์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่าข้อเสนอของอิหร่านนั้น &amp;#8220;ยอมรับไม่ได้&amp;#8221; และระบุว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบในทันที เนื่องจากอิหร่านกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่อย่างหนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผมขอปฏิเสธข้อเสนอของพวกเขา” ทรัมป์กล่าว และว่า สหรัฐมีอำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จเหนือช่องแคบฮอร์มุซซึ่งมีน้ำมันปริมาณมหาศาลขนส่งผ่านเส้นทางนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ อิหร่านได้ประกาศข้อเสนอสันติภาพเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ(UNGA) ในนครนิวยอร์ก โดยระบุว่าได้ส่งข้อเสนอดังกล่าวในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 7 วันและยุติการสู้รบให้แก่ฝ่ายสหรัฐผ่านกาตาร์ซึ่งเป็นผู้ไกล่เกลี่ยแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้ทรัมป์จะปฏิเสธข้อเสนอนี้ แต่นายอารักชีอ้างว่าผู้ไกล่เกลี่ยที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐยังไม่ได้แจ้งอย่างเป็นทางการว่าฝ่ายสหรัฐปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านโอมาน ซึ่งเป็นอีกชาติที่เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเปิดช่องทางการเจรจาไว้เพื่อแก้ไขวิกฤตความขัดแย้งนี้ โดยนายซัยยิด บาดร์ บิน ฮาหมัด ฮามูด อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศของโอมานกล่าวในที่ประชุม UNGA ว่า  ทุกฝ่ายควรให้ความร่วมมือกับโอมานในความพยายามจะรับรองความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานเป็นครั้งแรกโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่าน โดยเขามีความเคลือบแคลงเป็นการส่วนตัวว่าอิหร่านจะยอมทำตามข้อเรียกร้องของเขาหรือไม่ และทรัมป์ยังบอกกับเจ้าหน้าที่ด้วยว่าการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านครั้งใหม่มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5906949?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่าน ยันรอคำตอบทางการจากสหรัฐ  หลังทรัมป์เมินข้อเสนอเปิดฮอร์มุซใน 7 วัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่าน ยันรอคำตอบทางการจากสหรัฐ  หลังทรัมป์เมินข้อเสนอเปิดฮอร์มุซใน 7 วัน</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่าน ยันรอคำตอบทางการจากสหรัฐ  หลังทรัมป์เมินข้อเสนอเปิดฮอร์มุซใน 7 วัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-27T03:40:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-27T03:40:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-25T210404Z_1440853758_RC2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-25T210404Z_1440853758_RC2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-25T210404Z_1440853758_RC2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-25T210404Z_1440853758_RC2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-25T210404Z_144085375.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-25T210404Z_144085375-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1201</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1201</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โป๊ปเลโอ ยินดีให้สื่อตามทำข่าว หลังถูกถามจุดยืนเสรีภาพสื่อ โยงปมทรัมป์แบนนักข่าว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5905268]]></link><pubDate>2026-09-25T17:27:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5905268</guid><description>โป๊ปเลโอ ยินดีให้สื่อตามทำข่าว หลังถูกถามจุดยืนเสรีภาพสื่อ โยงปมทรัมป์แบนนักข่าว สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทรงยืนยันว่าพระองค์สนับสนุนเสรีภาพสื่อ หลังจากถูกสื่อมวลชน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;โป๊ปเลโอ ยินดีให้สื่อตามทำข่าว หลังถูกถามจุดยืนเสรีภาพสื่อ โยงปมทรัมป์แบนนักข่าว&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก ทรงยืนยันว่าพระองค์สนับสนุนเสรีภาพสื่อ หลังจากถูกสื่อมวลชนสอบถามความเห็นในประเด็นที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้สั่งห้ามผู้สื่อข่าวของของสื่อ 3 สำนักเข้าทำเนียบขาวเพื่อทำการรายงานข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ โดยกล่าวหาว่ารายงานข่าวหลอกลวง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้โป๊ปเลโอที่ 14 ทรงไม่ได้เอ่ยอ้างถึงทรัมป์ในการทรงตอบคำถามของสื่อมวลชน แต่พระองค์ตรัสเน้นย้ำว่าการรายงานข่าวของสื่อนั้นมีความสำคัญมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เรามีความสุขมากที่ได้รับต้อนรับทุกคนที่นี่ เราคิดว่าการรายงานข่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งที่เราจะต้องทำให้มีความครอบคลุมรอบด้านสำหรับทุกคน” โป๊ปเลโอที่ 14 ตรัส ขณะต้อนรับผู้สื่อข่าวที่ร่วมติดตามพระองค์ในการเดินทางบนเครื่องบินออกจากกรุงโรมของอิตาลี มุ่งหน้าสู่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 25 กันยายน ในการเสด็จเยือนฝรั่งเศสเป็นเวลา 4 วัน ซึ่งเริ่มจากวันศุกร์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยพระองค์ทรงมีพระภารกิจสำคัญในการนำประกอบพิธีมิสซาครั้งใหญ่ในใจกลางกรุงปารีส ที่คาดว่าจะมีคริสตศาสนิกชนเข้าร่วมมากกว่า 500,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โป๊ปเลโอที่ 14 ผู้ทรงเป็นชาวอเมริกันได้เคยทำให้ทรัมป์ไม่พอใจจากการที่พระองค์ทรงเคยวิพากษ์วิจารณ์สงครามอิหร่านที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลร่วมมือกันเปิดฉากโจมตี จนส่งผลให้ผู้มีบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากและจุดบรรยากาศตึงเครียดส่งผลกระทบไปทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ทรัมป์ได้ออกคำสั่งห้ามทีมข่าวของสื่อ 3 สำนัก อันได้แก่ CNN, MS NOW และ Politico เข้าทำเนียบขาว โดยกล่าวหาว่าสื่อทั้ง 3 สำนักนำเสนอ”ข่าวลวง” คำสั่งดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับสื่อต่างๆ เป็นอย่างมาก โดยชี้ว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพสื่อ ก่อนที่ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสั่งให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวเนื่องจากขัดรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5905268?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โป๊ปเลโอ ยินดีให้สื่อตามทำข่าว หลังถูกถามจุดยืนเสรีภาพสื่อ โยงปมทรัมป์แบนนักข่าว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โป๊ปเลโอ ยินดีให้สื่อตามทำข่าว หลังถูกถามจุดยืนเสรีภาพสื่อ โยงปมทรัมป์แบนนักข่าว</dc:alternative><dc:abstract>โป๊ปเลโอ ยินดีให้สื่อตามทำข่าว หลังถูกถามจุดยืนเสรีภาพสื่อ โยงปมทรัมป์แบนนักข่าว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-25T10:27:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-25T10:27:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-25T081809Z_1015211809_RC27QNAAP8U3_RTRMADP_3_POPE-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-25T081809Z_1015211809_RC27QNAAP8U3_RTRMADP_3_POPE-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-25T081809Z_1015211809_RC27QNAAP8U3_RTRMADP_3_POPE-FRANCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-25T081809Z_1015211809_RC27QNAAP8U3_RTRMADP_3_POPE-FRANCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-25T081809Z_1015211809_RC27QNAAP8U3_RTRMADP_3_POPE-FRANCE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-25T081809Z_1015211809_RC27QNAAP8U3_RTRMADP_3_POPE-FRANCE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ระทึก! พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้ บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล เครื่องดีเลย์เกือบ 3 ชม.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5905259]]></link><pubDate>2026-09-25T17:23:18+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5905259</guid><description>ระทึก! พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้ บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล เครื่องดีเลย์เกือบ 3 ชม. สื่อเกาหลีใต้ รายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้บนเครื่องบินของสายการบินแอร์โซล ซึ่งคาดว่ามาจากพาวเวอร์แบงก์ระเบิด ขณะที่เครื่องบ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ระทึก! พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้ บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล เครื่องดีเลย์เกือบ 3 ชม.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อเกาหลีใต้ รายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้บนเครื่องบินของสายการบินแอร์โซล ซึ่งคาดว่ามาจากพาวเวอร์แบงก์ระเบิด ขณะที่เครื่องบินกำลังเตรียมออกจากสนามบินอินชอน เกาหลีใต้ ไปยังเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม เมื่อคืนวันที่ 24 กันยายน ทำให้เครื่องบินต้องเลื่อนการเดินทางออกไปเกือบ 3 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่าไฟได้ลุกไหม้ขึ้น เมื่อเวลาประมาณ 21.00น.ตามเวลาท้องถิ่นบนเครื่องบินเที่ยวบินRS511 ขณะที่เครื่องบินกำลังเตรียมตัวบินออกจากสนามบินอินชอน โดยไฟได้ลุกไหม้ออกจากกระเป๋าของผู้โดยสารที่เก็บไว้ที่ช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ และพบพาวเวอร์แบงก์อยู่ในกระเป๋าใบเล็กที่อยู่ในกระเป๋าใบดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทำให้ลูกเรือต้องเร่งดับไฟในทันที เมื่อไฟดับแล้วจึงได้ตรวจสอบสถานการณ์และสุขภาพของผู้โดยสารบนเครื่อง พบว่าบางคนมีปัญหาหายใจไม่สะดวกหลังเกิดไฟไหม้ แต่ไม่มีใครอาการรุนแรงถึงขั้นต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บสาหัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า บนเครื่องบินลำดังกล่าว มีผู้โดยสารอยู่ 221 และลูกเรือ 7 คน ผู้โดยสารส่วนใหญ่มากันเป็นครอบครัว เพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองดานังของเวียดนามเพื่อไปพักผ่อน ในช่วงวันหยุดยาวของเกาหลี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทางสายการบินได้อพยพผู้โดยสารทั้งหมดออกจากเครื่อง และได้เปลี่ยนเครื่องบินลำใหม่เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย ซึ่งเที่ยวบินทดแทนดังกล่าวออกเดินทางล่าช้ากว่ากำหนดเดิมประมาณ 2 ชั่วโมง 50นาที พร้อมกับผู้โดยสารที่เหลือ 219 คนเนื่องจากมีผู้โดยสาร 2 คน ตัดสินใจขอยกเลิกการเดินทางด้วยความสมัครใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5905259?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ระทึก! พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้ บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล เครื่องดีเลย์เกือบ 3 ชม.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ระทึก! พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้ บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล เครื่องดีเลย์เกือบ 3 ชม.</dc:alternative><dc:abstract>ระทึก! พาวเวอร์แบงก์ไฟไหม้ บนเครื่องบินสายการบินแอร์โซล เครื่องดีเลย์เกือบ 3 ชม.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-25T10:24:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-25T10:24:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-soul-4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-soul-4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-soul-4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-soul-4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-soul-5.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-soul-5-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เผิง ลี่หยวน สุดยอดอาวุธ ’ซอฟต์พาวเวอร์’ ของ สี จิ้นผิง เยือนถิ่นมะกัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5905041]]></link><pubDate>2026-09-25T16:34:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5905041</guid><description>เผิง ลี่หยวน สุดยอดอาวุธ &amp;#8216;ซอฟต์พาวเวอร์&amp;#8217; ของ สี จิ้นผิง เยือนถิ่นมะกัน การเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนที่กำลังดำเนินอยู่นี้ นอกจากการพบปะพูดคุยกั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เผิง ลี่หยวน สุดยอดอาวุธ &amp;#8216;ซอฟต์พาวเวอร์&amp;#8217; ของ สี จิ้นผิง เยือนถิ่นมะกัน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;การเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีนที่กำลังดำเนินอยู่นี้ นอกจากการพบปะพูดคุยกันของสองผู้นำชาติมหาอำนาจโลกอย่าง สี กับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะเป็นที่จับตาของประชาคมโลกว่าจะก่อผลลัพธ์สร้างแรงกระเพื่อมให้กับโลกในทิศทางใดแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปรากฎกายของ “เผิง ลี่หยวน” สตรีหมายเลข 1 ของจีน ผู้เป็นภริยาของสี เคียงข้างสามี ก็อยู่ในความสนใจของทัพสื่อมวลชนและอเมริกันชนเป็นอย่างมากไม่แพ้กัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในระหว่างการไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียแห่งชาติสมิธโซเนียน ในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันพฤหัสบดี(24 ก.ย.) มาดามเผิงปรากฎตัวในชุดจีนดั้งเดิมที่ดีไซน์ประยุกต์ให้ทันสมัย ดูสวยสง่าอย่างเป็นธรรมชาติ พูดคุยสนทนากับ เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลข 1 ภริยาของทรัมป์ เป็นภาษาอังกฤษโดยไม่ผ่านล่ามในอิริยาบถสบายๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จังหวะหนึ่งมาดามเผิงยังร่วมร้องเพลงคลอเบาๆ พร้อมปรบมือขณะชมการแสดงจากคณะประสานเสียงเยาวชน ซึ่งขับร้องเพลง “Jasmine Flower” เพลงพื้นบ้านของจีนในการต้อนรับการมาเยือนของสุภาพสตรีหมายเลข 1 จีน กลายเป็นอีกหนึ่งภาพที่สร้างความประทับใจให้กับอเมริกันชนได้ไม่น้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เซี่ย เฟิง เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันดี.ซี. ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะที่มาดามเผิงกำลังปรบมือชื่นชมการแสดงของคณะประสานเสียงเยาวชนดังกล่าวลงบนแพลตฟอร์ม X เน้นย้ำให้เห็นถึงบทบาททางการทูตของเธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอกอัครราชทูตจีนระบุว่า มาดามเผิงได้สนับสนุนและให้กำลังใจเยาวชนอเมริกันในการศึกษาภาษาและวัฒนธรรมจีนต่อไป เพื่อพวกเขาจะได้เป็นทูตแห่งมิตรภาพระหว่างจีนและสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในมุมมองของ โจ มาซูร์ นักวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์จากบริษัทที่ปรึกษา Trivium China ในกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า เผิง ลี่หยวน ช่วยทำให้การทูตที่ปกติอาจดูแข็งกร้าวและเป็นเรื่องของผลประโยชน์ให้มีความเป็นมนุษย์และเข้าถึงได้มากขึ้น และช่วยสร้างช่วงเวลาแห่งความรู้สึกดีๆ ให้เกิดขึ้นในบริบทความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัดภาพไปในสื่อสังคมออนไลน์ของจีนการพูดคุยถึงกิจกรรมและสไตล์การแต่งกายของสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของจีนในการเยือนชาติมหาอำนาจคู่แข่งครั้งนี้ยังคงเป็นไปอย่างจำกัด สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของการวิพากษ์วิจารณ์หรือพูดถึงชีวิตส่วนตัวของผู้นำระดับสูงของประเทศในพื้นที่สาธารณะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การเข้าค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับรสนิยมด้านแฟชั่นและทักษะด้านภาษาอังกฤษของมาดามเผิง ลี่หยวน บน Red Note หรือ เสี่ยงหงซู แพลตฟอร์มยอดนิยมของจีนนั้นกลับไม่ปรากฎผลลัพธ์ใดๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ เผิง ลี่หยวน ซึ่งเป็นภริยาคนที่ 2 ของสี จิ้นผิง หลังจากหย่าร้างกับภริยาคนแรกนั้น เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะนักร้องโซปราโนประจำกองทัพ เมื่อสีก้าวขึ้นสู่อำนาจในช่วงต้นทศวรรษ 2000 สื่อมวลชนจีนก็ได้รับโอกาสให้รายงานข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมของมาดามเผิงได้มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เมื่อเขากลับมาบ้าน ฉันไม่เคยคิดเลยว่ามีผู้นำอยู่ในบ้าน ในสายตาของฉัน เขาเป็นเพียงสามีของฉันเท่านั้น&amp;#8221; มาดามเผิงกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารฉบับหนึ่งซึ่งเป็นสื่อของรัฐในปี 2007 และเธอยังเผยตัวตนของสามีให้โลกภายนอกได้รับรู้ว่าบุรุษที่ชื่อ สี จิ้นผิง เป็นคนมัธยัสถ์ ขยันขันแข็งและเป็นคนติดดิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สตรีหมายเลข 1 อย่าง เผิง ลี่หยวน ที่เปี่ยมไปด้วยความสง่างาม รอยยิ้มอันละมุนและการสื่อถ้อยคำอันอบอุ่นและเป็นมิตรที่เธอมอบให้แก่ผู้คนที่ได้พบเจอ ถือเป็น &amp;#8220;สุดยอดอาวุธลับ&amp;#8221; แห่งอำนาจละมุน ของ สี จิ้นผิง ในการสานสัมพันธ์สองชาติในการเยือนสหรัฐครั้งนี้ได้อย่างดีทีเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5905041?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เผิง ลี่หยวน สุดยอดอาวุธ ’ซอฟต์พาวเวอร์’ ของ สี จิ้นผิง เยือนถิ่นมะกัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เผิง ลี่หยวน สุดยอดอาวุธ ’ซอฟต์พาวเวอร์’ ของ สี จิ้นผิง เยือนถิ่นมะกัน</dc:alternative><dc:abstract>เผิง ลี่หยวน สุดยอดอาวุธ ’ซอฟต์พาวเวอร์’ ของ สี จิ้นผิง เยือนถิ่นมะกัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-25T10:45:05+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-25T10:45:05+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ปกข่าว-1200จีน.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ปกข่าว-1200จีน-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ปกข่าว-1200จีน.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ปกข่าว-1200จีน-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T163723Z_1974622549_RC2SPNAO2GFE_RTRMADP_3_USA-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T163723Z_1974622549_RC2SPNAO2GFE_RTRMADP_3_USA-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T181243Z_809475092_RC2SPNA4PXYF_RTRMADP_3_USA-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T181243Z_809475092_RC2SPNA4PXYF_RTRMADP_3_USA-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T231033Z_17713819_RC2ZPNAGWSZY_RTRMADP_3_USA-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T231033Z_17713819_RC2ZPNAGWSZY_RTRMADP_3_USA-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>486</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>486</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ปกข่าว-1200จีน1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ปกข่าว-1200จีน1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T163222Z_1966998115_RC2SPNAMH3IS_RTRMADP_3_USA-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T163222Z_1966998115_RC2SPNAMH3IS_RTRMADP_3_USA-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ได้คืบเอาศอก! อดีตนายกฯมาเลย์ ยื่นขอศาลระงับโทษจำคุก15 ปี คดีทุจริต 1MDB หลังได้อภัยโทษอีกคดี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5904381]]></link><pubDate>2026-09-25T13:34:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5904381</guid><description>ได้คืบเอาศอก! อดีตนายกฯมาเลย์ ยื่นขอศาลระงับโทษจำคุก15 ปี คดีทุจริต 1MDB หลังได้อภัยโทษอีกคดี นายนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งกำลังรับโทษจำคุก ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอระงับการบังคับใช้โท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ได้คืบเอาศอก! อดีตนายกฯมาเลย์ ยื่นขอศาลระงับโทษจำคุก15 ปี คดีทุจริต 1MDB หลังได้อภัยโทษอีกคดี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งกำลังรับโทษจำคุก ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอระงับการบังคับใช้โทษจำคุก 15 ปีต่อเขาในคดีทุจริตยักยอกเงินกองทุน1MDB มูลค่ามหาศาล จากการเปิดเผยของทนายความของนายนาจิบเมื่อวันที่ 25 กันยายน คำร้องนี้มีขึ้นหนึ่งสัปดาห์หลังจากนายนาจิบเพิ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษในอีกคดีหนึ่งจากกษัตริย์มาเลเซีย ซึ่งเปิดทางให้เขาได้รับอนุญาตให้รับโทษจำคุกที่เหลือในคดีดังกล่าวด้วยการกักบริเวณอยู่ในบ้านภายใต้เงื่อนไขว่าเขาต้องชำระค่าปรับเป็นเงินจำนวน 50 ล้านริงกิตเสียก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายนาจิบเผชิญโทษจำคุกอีก 15 ปี หลังจากเขาถูกศาลตัดสินในเดือนธันวาคมปีที่แล้วว่าเขามีความผิดในคดีทุจริตและฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับกองทุน 1MDB ซึ่งโทษจำคุกในส่วนนี้จะเริ่มมีผลหลังจากนายนาจิบได้สิ้นสุดระยะเวลาการกักบริเวณในบ้านพักแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมูฮัมหมัด ชาฟี อับดุลลาห์ ทนายความของนาจิบ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ศาลสูงกัวลาลัมเปอร์จะมีคำตัดสินในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ว่าจะอนุมัติคำร้องของนาจิบที่ขอระงับการบังคับใช้โทษจำคุก 15 ปีไว้ชั่วคราวในระหว่างรอผลการอุทธรณ์คดีหรือไม่ หากนายนาจิบชำระค่าปรับและศาลอนุมัติคำร้องขอระงับโทษแล้วก็มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะได้รับการปล่อยตัวในวันเดียวกันนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีทนายของนายนาจิบกล่าวว่า รายละเอียดเงื่อนไขของการกักบริเวณในที่พักยังคงไม่มีความชัดเจน เนื่องจากทีมกฎหมายของนาจิบยังไม่ได้รับเอกสารยืนยันอย่างเป็นทางการเรื่องการพระราชทานอภัยโทษ พร้อมย้ำด้วยว่าจนถึงขณะนี้นาจิบยังไม่สามารถจ่ายค่าปรับได้ เนื่องจากทรัพย์สินของเขาส่วนใหญ่ยังคงถูกรัฐบาลอายัดไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ พรรคอัมโน ซึ่งเป็นพรรคต้นสังกัดของนายนาจิบ ได้เริ่มโครงการระดมเงินทุนจากกลุ่มผู้สนับสนุนเพื่อนำเงินดังกล่าวมาช่วยนายนาจิบในการจ่ายค่าปรับเพื่อจะได้มารับโทษกักบริเวณต่อที่บ้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้คณะผู้สอบสวนของสหรัฐและมาเลเซียสอบสวนพบว่ามีการยักยอกเงินจากกองทุน 1MDB ไปอย่างน้อย 4,500 ล้านดอลลาร์ โดยในจำนวนนี้ราว 1,000 ล้านดอลลาร์ ถูกพบอยู่ในบัญชีธนาคารของนายนาจิบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายนาจิบ ปัจจุบันวัย 73 ปี ถูกคุมขังมาตั้งแต่ปี 2022 หลังจากศาลตัดสินว่าเขามีความผิดฐานทุจริตและฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากกองทุน 1MDB ซึ่งเป็นกองทุนของรัฐที่เขาร่วมก่อตั้งขึ้นในสมัยดำรงตำแหน่ง โดยนาจิบได้ปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5904381?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ได้คืบเอาศอก! อดีตนายกฯมาเลย์ ยื่นขอศาลระงับโทษจำคุก15 ปี คดีทุจริต 1MDB หลังได้อภัยโทษอีกคดี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ได้คืบเอาศอก! อดีตนายกฯมาเลย์ ยื่นขอศาลระงับโทษจำคุก15 ปี คดีทุจริต 1MDB หลังได้อภัยโทษอีกคดี</dc:alternative><dc:abstract>ได้คืบเอาศอก! อดีตนายกฯมาเลย์ ยื่นขอศาลระงับโทษจำคุก15 ปี คดีทุจริต 1MDB หลังได้อภัยโทษอีกคดี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-25T06:34:33+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-25T06:34:33+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-09T102312Z_497241082_RC2F2W9DGF6F_RTRMADP_3_MALAYSIA-POLITICS-NAJIB.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-09T102312Z_497241082_RC2F2W9DGF6F_RTRMADP_3_MALAYSIA-POLITICS-NAJIB-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-09T102312Z_497241082_RC2F2W9DGF6F_RTRMADP_3_MALAYSIA-POLITICS-NAJIB.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-09T102312Z_497241082_RC2F2W9DGF6F_RTRMADP_3_MALAYSIA-POLITICS-NAJIB-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-09T102312Z_497241082_RC2F2W9DGF6F_RTRMADP_3_MALAYSIA-POLITICS-NAJIB-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-09T102312Z_497241082_RC2F2W9DGF6F_RTRMADP_3_MALAYSIA-POLITICS-NAJIB-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ตรวจคนเข้าเมืองรัฐปะลิส มาเลเซีย คุมตัวชาวไทย 10 คน เหตุต้องสงสัยพัวพันการพนันออนไลน์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5904438]]></link><pubDate>2026-09-25T13:04:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5904438</guid><description>ตรวจคนเข้าเมืองรัฐปะลิส มาเลเซีย คุมตัวชาวไทย 10 คน เหตุต้องสงสัยพัวพันการพนันออนไลน์ นิวสเตรทส์ไทม์ส รายงานว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย ได้ควบคุมตัวชาวไทย 10 คน ที่ต้องสงสัยว่า [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ตรวจคนเข้าเมืองรัฐปะลิส มาเลเซีย คุมตัวชาวไทย 10 คน เหตุต้องสงสัยพัวพันการพนันออนไลน์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นิวสเตรทส์ไทม์ส รายงานว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย ได้ควบคุมตัวชาวไทย 10 คน ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมพนันออนไลน์ ระหว่างการบุกค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในย่านทามัน ชู คี เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโมฮัมหมัด อาซิม มัด อาลี ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรัฐปะลิส เปิดเผยว่า คนไทยที่ถูกควบคุมตัว เป็นผู้ชาย 6 คน และหญิง 4 คน อายุระหว่าง 23-36 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พร้อมระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าว เริ่มขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.40 น. เป็นผลมาจากการรวบรวมข่าวกรองและการเฝ้าติดตามพฤติกรรมเป็นเวลาหนึ่งเดือน โดยกองข่าวกรองและปฏิบัติการพิเศษของหน่วยงาน หลังจากพบกิจกรรมน่าสงสัยที่เชื่อว่า เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติในสถานที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยหลังจากระบุเป้าหมายและได้รับข้อมูลแล้ว ทีมเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้เข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย และเมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่พบว่าประตูถูกล็อกอยู่ และไม่มีเสียงตอบรับจากผู้อยู่อาศัย แม้จะเคาะประตูหลายครั้ง เจ้าหน้าที่จึงต้องเข้าไปในสถานที่ดังกล่าวเพื่อทำการตรวจสอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อาซิม กล่าวว่า เมื่อเข้าไปในสถานที่ดังกล่าว ผู้อยู่อาศัยบางส่วนพยายามจะหลบหนี และซ่อนตัวตามจุดต่างๆภายในบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ แต่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวและควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อาซิม ระบุด้วยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น และจากอุปกรณ์ต่างๆที่พบในที่เกิดเหตุ ชาวไทยทั้ง 10 คนที่พบในสถานที่ดังกล่าว ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการพนันออนไลน์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;การตรวจสอบผ่านระบบของหน่วยงานพบว่า ทุกคนมีใบอนุญาตเข้าเมืองประเภทเยี่ยมเยียนที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม พวกเขาต้องสงสัยว่าประกอบกิจกรรมที่ขัดต่อเงื่อนไขของใบอนุญาตดังกล่าว จึงถูกควบคุมตัวเพื่อช่วยในการสอบสวนตามกฎระเบียบข้อ 39(b) ของกฎระเบียบเข้าเมืองปี 1963&amp;#8221; อาซิมกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และว่า ระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ยึดโทรศัพท์มือถือ 22 เครื่อง แล็ปท็อป 7 เครื่อง และหนังสือเดินทางไป 10 เล่ม เพื่อนำไปตรวจสอบเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อาซิมกล่าวว่า การถือใบอนุญาตหรือเอกสารการเดินทางที่ถูกต้อง ไม่ได้หมายความว่าชาวต่างชาติจะได้รับอนุญาตให้ทำงานหรือทำกิจกรรมที่ละเมิดเงื่อนไขของใบอนุญาตนั้นๆ และย้ำว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรัฐปะลิส จะยังคงยกระดับปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยข้อมูลข่าวกรอง การเฝ้าติดตาม และข้อมูลจากสาธารณชน เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับด้านการเข้าเมืองอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5904438?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ตรวจคนเข้าเมืองรัฐปะลิส มาเลเซีย คุมตัวชาวไทย 10 คน เหตุต้องสงสัยพัวพันการพนันออนไลน์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ตรวจคนเข้าเมืองรัฐปะลิส มาเลเซีย คุมตัวชาวไทย 10 คน เหตุต้องสงสัยพัวพันการพนันออนไลน์</dc:alternative><dc:abstract>ตรวจคนเข้าเมืองรัฐปะลิส มาเลเซีย คุมตัวชาวไทย 10 คน เหตุต้องสงสัยพัวพันการพนันออนไลน์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-25T06:04:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-25T06:04:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/perlis12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/perlis12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/perlis12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/perlis12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/perlis1233.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/perlis1233-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เนทันยาฮู ปกป้องจุดยืนแข็งกร้าว ผู้แทน UN วอล์กเอาท์ นับถอยหลังอีก 5 สัปดาห์ เลือกตั้งอิสราเอล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5904210]]></link><pubDate>2026-09-25T11:35:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5904210</guid><description>เนทันยาฮู ปกป้องจุดยืนแข็งกร้าว ผู้แทน UN วอล์กเอาท์ นับถอยหลังอีก 5 สัปดาห์ เลือกตั้งอิสราเอล นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติครั้งที่ 81 ปกป้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เนทันยาฮู ปกป้องจุดยืนแข็งกร้าว ผู้แทน UN วอล์กเอาท์ นับถอยหลังอีก 5 สัปดาห์ เลือกตั้งอิสราเอล&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติครั้งที่ 81 ปกป้องการดำเนินการของอิสราเอลในภูมิภาคด้วยท่าทีแข็งกร้าว เมื่อวันที่ 24 กันยายน โดยเขาพยายามตอบโต้แรงกดดันและการถูกโดดเดี่ยวจากนานาชาติที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การเลือกตั้งซึ่งเขาอาจพ่ายแพ้กำลังใกล้เข้ามาในอีก 5 เดือนข้างหน้า โดยมีผู้แทนจากหลายประเทศหลายสิบคนทยอยเดินออกจากห้องประชุมระหว่างที่ผู้นำอิสราเอลกล่าวสุนทรพจน์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเดินออกจากห้องประชุมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันหลายด้านที่เนทันยาฮูกำลังเผชิญอยู่ โดยด้านหนึ่งเขาต้องรับมือกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสงครามในกาซา ขณะที่อีกด้านหนึ่งเขากำลังหาเสียงเพื่อขอกลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความแตกแยกเกี่ยวกับการดำเนินการของอิสราเอลปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนตั้งแต่เนทันยาฮูเริ่มกล่าวสุนทรพจน์ โดยมีผู้แทนหลายสิบคนเดินออกจากห้องเพื่อประท้วง ขณะที่เนทันยาฮูเรียกผู้ที่เดินออกไปว่า “คนขี้ขลาดทางศีลธรรม” ส่วนผู้สนับสนุนของเขาบนอัฒจันทร์ตะโกนเป็นภาษาฮีบรูว่า “ประชาชนอิสราเอลยังคงมีชีวิตอยู่”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เนทันยาฮูใช้สุนทรพจน์ดังกล่าวเพื่อโจมตี โซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ซึ่งเคยเรียกเขาว่าเป็นอาชญากรสงคราม รวมถึงตำหนิผู้นำประเทศในยุโรปตะวันตกที่เขากล่าวหาว่ายอมจำนนต่อกลุ่มต่อต้านชาวยิว และยังกล่าวหากาตาร์กับตุรกีว่ากำลังเผยแพร่คำโกหกเกี่ยวกับอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พวกคุณพยายามขัดขวางไม่ให้ผมมาที่นี่ พวกคุณพยายามแล้ว พวกคุณพยายามทำให้ผมเงียบ แต่พวกคุณไม่สามารถทำให้ผมเงียบได้ พวกคุณไม่สามารถทำให้ความจริงเงียบลงได้” เนทันยาฮูกล่าวถึงมัมดานี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ มัมดานีเคยหาเสียงเลือกตั้งโดยให้คำมั่นว่า หากเนทันยาฮูเดินทางมายังนครนิวยอร์ก เมืองใหญ่ที่สุดของสหรัฐ เขาจะพยายามจับกุมเนทันยาฮู ในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับอาชญากรรมสงคราม แต่ต่อมามัมดานีระบุว่าเขาพิจารณาแล้วเห็นว่าตนเองไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะดำเนินการดังกล่าวได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สัปดาห์นี้ มัมดานีกล่าวถึงเนทันยาฮูว่าเป็น ผู้บงการการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์อย่างโหดเหี้ยม โดยเป็นการเดินทางเยือนนครนิวยอร์กครั้งแรกของเนทันยาฮู นับตั้งแต่มัมดานีเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีในเดือนมกราคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เนทันยาฮูอ้างว่า นี่คือความจริงง่าย ๆ ข้อหนึ่ง อิสราเอลไม่ได้ก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อิสราเอลต่างหากที่ป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เขายังกล่าวหามัมดานีว่าสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธฮามาส ซึ่งมันดานีฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ถึงทุกคนที่กำลังเผยแพร่คำโกหกเหล่านี้เกี่ยวกับประเทศของผมและเกี่ยวกับทหารผู้กล้าหาญของเรา ไม่ว่าคุณจะนั่งอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ หรืออยู่ในสำนักงานของนายกเทศมนตรีนิวยอร์กผู้ต่อต้านชาวยิว ผมขอบอกว่า พวกคุณควรละอายใจ!” เนทันยาฮูกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านมัมดานีออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า ดังที่เขาเคยทำครั้งแล้วครั้งเล่า นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูใช้สุนทรพจน์ของเขาเพื่อกล่าวซ้ำถึงคำโกหกที่ไม่มีมูลความจริง ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเgfjoปาเลสไตน์ที่เขาก่อดูเป็นเรื่องชอบธรรม แต่ไม่มีคำโกหกใดสามารถเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ว่าเขายังคงเป็นบุคคลที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ออกหมายจับ ในข้อหาก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กาตาร์ก็ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่า กาตาร์พยายามทำให้ประชาชนหันมาต่อต้านอิสราเอล โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์โพสต์บน X ว่า การโจมตีกาตาร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเนทันยาฮูมีเป้าหมายเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจออกจากความรับผิดชอบต่อการดำเนินนโยบายที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ด้วยการเลือกตั้งทั่วไปของอิสราเอลเหลือเวลาอีกไม่ถึงห้าสัปดาห์ เนทันยาฮูได้กล่าวสุนทรพจน์ประมาณ 40 นาที ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับสุนทรพจน์หาเสียงเลือกตั้ง โดยถ่ายทอดสดในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ตอนเย็นทางช่องโทรทัศน์หลักทั้งสี่ช่องของอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนการกล่าวสุนทรพจน์ รัฐบาลของเนทันยาฮูได้จ่ายเงินเพื่อติดตั้งป้ายโฆษณาที่สนับสนุนอิสราเอลและต่อต้านอิหร่านจำนวน 500 ป้าย และรถบรรทุกหลายสิบคันที่บรรทุกข้อความสนับสนุนอิสราเอลทั่วแมนฮัตตัน สำนักงานของเนทันยาฮูระบุในแถลงการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากผลสำรวจความคิดเห็นที่แสดงให้เห็นว่ากลุ่มของเนทันยาฮูมีคะแนนตามหลังคู่แข่งก่อนการเลือกตั้ง เขาจึงใช้สุนทรพจน์นี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นการต่อสู้ของอิสราเอลในเจ็ดแนวรบ รวมถึงสงครามกับอิหร่านที่เริ่มต้นด้วยการโจมตีร่วมกันของสหรัฐและอิสราเอลในปลายเดือนกุมภาพันธ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5904210?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เนทันยาฮู ปกป้องจุดยืนแข็งกร้าว ผู้แทน UN วอล์กเอาท์ นับถอยหลังอีก 5 สัปดาห์ เลือกตั้งอิสราเอล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เนทันยาฮู ปกป้องจุดยืนแข็งกร้าว ผู้แทน UN วอล์กเอาท์ นับถอยหลังอีก 5 สัปดาห์ เลือกตั้งอิสราเอล</dc:alternative><dc:abstract>เนทันยาฮู ปกป้องจุดยืนแข็งกร้าว ผู้แทน UN วอล์กเอาท์ นับถอยหลังอีก 5 สัปดาห์ เลือกตั้งอิสราเอล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-25T04:49:21+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-25T04:49:21+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T185509Z_1553652350_RC2UPNAKU0EZ_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T185509Z_1553652350_RC2UPNAKU0EZ_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T185509Z_1553652350_RC2UPNAKU0EZ_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T185509Z_1553652350_RC2UPNAKU0EZ_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T185509Z_1553652350_RC2UPNAKU0EZ_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T185509Z_1553652350_RC2UPNAKU0EZ_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T191824Z_1995929428_RC2UPNA6NH6N_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T191824Z_1995929428_RC2UPNA6NH6N_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T204331Z_536365457_RC2WPNA1M4J2_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY-ISRAEL-PROTESTS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-24T204331Z_536365457_RC2WPNA1M4J2_RTRMADP_3_UN-ASSEMBLY-ISRAEL-PROTESTS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[&#8216;ทรัมป์-สี จิ้นผิง&#8217; ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำชื่นมื่น แขกระดับซีอีโอบิ๊กเทคฯร่วมงานคับคั่ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5904113]]></link><pubDate>2026-09-25T11:17:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5904113</guid><description>&amp;#8216;ทรัมป์-สี จิ้นผิง&amp;#8217; ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำชื่นมื่น แขกระดับซีอีโอบิ๊กเทคฯร่วมงานคับคั่ง สำนักข่าวรอยเตอร์ และเอพี รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำ  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&amp;#8216;ทรัมป์-สี จิ้นผิง&amp;#8217; ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำชื่นมื่น แขกระดับซีอีโอบิ๊กเทคฯร่วมงานคับคั่ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์ และเอพี รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำ ต้อนรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นในสหรัฐ ซึ่งจัดขึ้นที่ห้องอีสต์รูม ในทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา  ในการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสองประเทศที่จัดขึ้นอย่างหรูหรา และเน้นเชิงสัญลักษณ์มากกว่าสาระสำคัญ และไม่มีสัญญาณการบรรลุข้อตกลงในประเด็นที่ยากลำบาก อย่างเช่น ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) การค้า ไต้หวัน และเรื่องสงครามกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ผู้นำสหรัฐและผู้นำจีน พร้อมภริยาของทั้งสอง ได้ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นงานเลี้ยงสวมชุดราตรี ที่มีการเสิร์ฟปลากะพงขาวเคลือบยา ขณะที่รายชื่อแขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่เป็นซีอีโอของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทรัมป์ สวมชุดทักสิโด ส่วนเมลาเนีย ทรัมป์ สตรีหมายเลข 1 ระบุว่า เธอเลือกสวมชุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทักสิโด เป็นเสื้อเชิร์ต ผ้าคอตตอนป๊อปลิน สีขาว จาก Saint Laurent รวมถึงผ้าคาดเอวผ้าไหมสีดำและกางเกงผ้าโบรเคดสีดำลายดอกโบตั๋นจาก Dolce &amp;amp; Gabbana ทางด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เลือกสวมชุดสูทสีดำ ขณะที่ภริยาคือ เผิง ลี่หยวน สวมชุดราตรีสีแดง สำหรับห้องอีสต์รูมซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงมื้อค่ำนั้น มีการจัดแสงไฟสลัวและตกแต่งโต๊ะอาหารอย่างหรูหราด้วยโทนสีแดงและสีทอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นอกประตูทำเนียบขาว มีกลุ่มผู้ประท้วงที่ตะโกนคำขวัญดังๆ เช่น &amp;#8220;จีนออกไปจากฮ่องกง&amp;#8221; ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศได้ยินอย่างชัดเจน ขณะที่พวกเขากำลังถ่ายรูปบนบันไดทำเนียบขาวที่ปูพรมแดง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยในการกล่าวต้อนรับในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ทรัมป์กล่าวว่า ตัวเขาและนายสี &amp;#8220;ต่างเข้าใจว่าเราเป็นตัวแทนของระบบที่แตกต่างกัน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของเรายังคงอยู่ และเราไม่เคยเข้ากันได้ดีเท่านี้มาก่อน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากนั้น ทรัมป์ ได้เชิญแขกในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ไปเยี่ยมชมสถานที่ก่อสร้างห้องบอลรูมใหม่ ที่กำลังสร้างอยู่ใกล้ๆ หลังจากที่พานายสีไปชมลานจอดเฮลิคอปเตอร์ที่เขาสร้างขึ้นในบริเวณทำเนียบขาวไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น ซึ่งโครงการก่อสร้างเป็นกิจกรรมที่ประธานาธิบดีมักให้ความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเขาให้ความสำคัญกับการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของวอชิงตันเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยในการกล่าวสุนทรพจน์หลังการเดินทางมาถึงของสี จิ้นผิง เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ทรัมป์เน้นย้ำถึง &amp;#8220;มิตรภาพอันยิ่งใหญ่&amp;#8221; กับสี จิ้นผิง มากกว่าที่จะมุ่งเน้นไปที่ความแตกต่างทางนโยบาย และกล่าวว่าทั้งสองมหาอำนาจได้ก้าวหน้าไปมากในด้านการค้าตั้งแต่การเยือนจีนของเขาในเดือนพฤษภาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สี จิ้นผิง กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า ผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้ง และการแข่งขันระหว่างกันควรเป็น &amp;#8220;การแข่งขันที่ดี&amp;#8221; บริษัทของสหรัฐฯ ยินดีต้อนรับในจีน เขากล่าวเสริมว่า เขาหวังว่า &amp;#8220;บริษัทของจีนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมที่นี่ในสหรัฐอเมริกา&amp;#8221; และว่า กองทัพทั้งสองควรมีการเจรจาอย่างสม่ำเสมอเพื่อปรับปรุงการป้องกันวิกฤต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นาย สี จิ้นผิง บอกว่า เขาและทรัมป์ ได้หารือกันอย่างละเอียด และบรรลุความเข้าใจร่วมกันในหลายประเด็น ซึ่งให้แนวทางเชิงกลยุทธ์ใหม่ สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐ แต่นายสีไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม บอกเพียงว่า จีนและสหรัฐต้องทำหน้าที่ในฐานะประเทศมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศมหาอำนาจมีแนวทางใหม่ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า การประชุมสุดยอดครั้งนี้ เป็นที่น่าจับตามองเนื่องจากจัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ในขณะที่ผู้นำโลกจำนวนมากอยู่ในนิวยอร์ก เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ และเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของ เอไอ และในขณะที่ทรัมป์กำลังดิ้นรนเพื่อยุติสงครามที่รัฐบาลของเขาและอิสราเอล เริ่มต้นกับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก และส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความนิยมของเขาในขณะที่การเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนใกล้เข้ามา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามรายงานของสำนักข่าวทางการจีน ระบุว่า ระหว่างการหารือทวิภาคีในช่วงบ่ายนั้น ประธานาธิบดีสี ยังได้เรียกร้องให้สหรัฐคัดค้านการแยกตัวเป็นอิสระของไต้หวัน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่อ่อนไหวที่สุดระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีการคาดการณ์กันว่า สี จิ้นผิง จะกดดันทรัมป์ในสัปดาห์นี้ให้ระงับการขายอาวุธให้ไต้หวัน หลังจากการเยือนจีนในเดือนพฤษภาคม ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า เขาได้ระงับแพคเกจอาวุธมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับไต้หวัน และเรียกมันว่า &amp;#8220;เป็นไพ่ต่อรองที่ดีมาก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยการประชุมสุดยอดครั้งนี้ ถือเป็นการเยือนวอชิงตันครั้งแรกของ สี จิ้นผิง ในรอบกว่าทศวรรษ และเป็นการพบปะกันครั้งที่ 2 ในปีนี้ ระหว่างผู้นำสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับทรัมป์ ผู้ชื่นชอบพิธีการและให้ความสำคัญกับสายสัมพันธ์ที่มีต่อผู้นำประเทศมหาอำนาจ การเยือนครั้งนี้ถือเป็นเรื่องของเกียรติภูมิระดับชาติพอๆ กับการเป็นโอกาสสำหรับการดำเนินงานทางการทูตที่มีเดิมพันสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับรายชื่อแขกในงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ เมื่อคืนวันที่ 24 กันยายน ประกอบด้วยซีอีโอชื่อดังมากมาย เช่น ทิม คุก จากแอปเปิล , เจฟฟ์ เบโซส จากแอมะซอน , ซุนดาร์ พิชัย จากอัลฟาเบต , แซม อัลต์แมน จากโอเพ่นเอไอ , อีลอน มัสก์ จากเทสลา , มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก จากเมต้า และ เจนเซ่น หวง จากเอ็นวิเดีย ซึ่งแม้จะมีบุคคลสำคัญมากมายเช่นนี้ แต่ผู้ที่คุ้นเคยกับแผนการของสหรัฐ กล่าวว่า ทรัมป์ น่าจะยังควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีของสหรัฐ อย่างเข้มงวดต่อไป แม้ว่า สี จิ้นผิง ต้องการให้ผ่อนคลายมาตรการเหล่านั้นก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5904113?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;&amp;#8216;ทรัมป์-สี จิ้นผิง&amp;#8217; ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำชื่นมื่น แขกระดับซีอีโอบิ๊กเทคฯร่วมงานคับคั่ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>‘ทรัมป์-สี จิ้นผิง’ ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำชื่นมื่น แขกระดับซีอีโอบิ๊กเทคฯร่วมงานคับคั่ง</dc:alternative><dc:abstract>‘ทรัมป์-สี จิ้นผิง’ ร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำชื่นมื่น แขกระดับซีอีโอบิ๊กเทคฯร่วมงานคับคั่ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-25T04:20:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-25T04:20:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268017603144111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268017603144111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268017603144111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268017603144111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268017603144111000.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268017603144111000-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26267847062101.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26267847062101-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-25T004415Z_646520138_RC20QNAW1HJ7_RTRMADP_3_USA-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-25T004415Z_646520138_RC20QNAW1HJ7_RTRMADP_3_USA-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268015794178.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268015794178-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268004287424.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268004287424-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26267859933893.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26267859933893-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268011223719.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268011223719-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268029050569.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268029050569-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268028423638.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268028423638-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268022548321.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268022548321-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26267859009436.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26267859009436-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268005907578.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26268005907578-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item></channel></rss>
