เบอร์ 9 อ้อนแต่เช้า ฟังชาวบางเขน-สายไหม เล็งเพิ่มฟีดเดอร์เชื่อมรถไฟฟ้า-ทางด่วน อัพเพิ่มนโยบายคุณภาพชีวิต เป็น 253+
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 ลงพื้นที่หาเสียง 3 เขต ได้แก่ เขตบางเขน เขตสายไหม และเขตดอนเมือง โดยใช้รถแห่ EV เป็นพาหนะในการเดินทาง พร้อมทีมงานชุดเดิม อาทิ ผศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช, นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ อดีตที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นต้น
โดยตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 น. เริ่มต้นที่ตลาดยิ่งเจริญ บรรยากาศในช่วงเช้า นายชัชชาติเดินเท้าหาเสียงพร้อมพบปะพูดคุยกับพ่อค้าแม่ขายและประชาชนที่กำลังจับจ่ายใช้สอย ซึ่งต่างเข้ามาขอถ่ายภาพเซลฟี่ตลอดเส้นทาง ในระหว่างนี้ยังได้แจกเอกสารแผ่นพับ 250+ นโยบาย พร้อมฝากให้พิจารณาเบอร์ 9 ด้วยตนเอง

ต่อมาเวลาประมาณ 09.15 น. เดินทางต่อไปยังตลาดเอซี สายไหม ระหว่างที่หาเสียง นายชัชชาติบังเอิญพบกับนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. พรรคประชาชน เบอร์ 10 ที่เดินเท้าหาเสียงร่วมกับ ‘อ๊อฟ’ นายภมร พลจันทร์ สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตสายไหม พรรคประชาชน ซึ่งเข้ามาทักทาย จึงได้พูดคุยหัวเราะ ตบไหล่ ให้กำลังใจกันอย่างเป็นกันเอง โดยนายชัยวัฒน์ยังได้โอบหลังนายชัชชาติ พร้อมจับมือเชคแฮนด์เป็นระยะ รวมถึงยังพบกับ น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ หรือทนายแจม ส.ส.พรรคประชาชน
ก่อนจะลงพื้นที่ต่อไป ได้แก่ ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ, หมู่บ้านอัมรินทร์ 3 แยก 4 ซอยสายไหม 15, ตลาดวงศกร, ตลาดออเงิน ต่อด้วยตลาดถนอมมิตร พร้อมแวะพักทานมื้อเที่ยง และปิดท้ายด้วยการหาเสียงที่โลตัสหลักสี่

ไฮไลต์หนึ่งของการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบูรณ์ 54 ที่อดีตเป็นชุมชนริมคลองลาดพร้าว หรือคลองสอง นายชัชชาติได้พบปะพูดคุยกับคนในชุมชน ที่มาสะท้อนถึงปัญหาในพื้นที่ และได้เดินสำรวจโดยรอบคลองสอง ที่มีการอยู่อาศัยของประชาชนในบ้านมั่นคง

นายชัชชาติกล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคงเป็นตัวอย่างสำคัญของการทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง โดยนำที่ดินของกรมธนารักษ์มาให้เช่า ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. สนับสนุนเงินกู้สำหรับการก่อสร้างบ้าน และให้ประชาชนทยอยผ่อนคืน ซึ่งช่วยให้คนในชุมชนมีความมั่นคงมากขึ้น
สำหรับ การลงพื้นที่เขตสายไหมในวันนี้ นายชัชชาติมองว่าเขตสายไหมเป็นเขตใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่นกว่า 215,000 คน แม้จะมีเส้นเลือดใหญ่ อย่างรถไฟฟ้าคูคตและทางด่วนสุขาภิบาล 5 แล้ว แต่สิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาคือ เส้นเลือดฝอย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเน้นการปรับปรุงถนนและเพิ่ม BMA Feeder เพื่อเชื่อมคนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าโดยไม่แย่งงานเอกชน รวมถึงพิจารณาเพิ่มพื้นที่จอดรถใกล้สถานีรถไฟฟ้า นอกจากนี้ยังเน้นการกระจายศูนย์บริการด่วนของ กทม. ศูนย์ดับเพลิง และโรงพยาบาลลงสู่พื้นที่ เพื่อลดภาระการเดินทางไปสำนักงานเขต
ส่วนปัญหาอื่นๆ ในพื้นที่ นายชัชชาติระบุว่า จะต้องเร่งปรับปรุงแนวเขื่อนและระบบระบายน้ำริมคลอง 2 และคลอง 6 วา เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม รวมถึงปัญหาขยะมูลฝอยที่ โดยตั้งเป้าเพิ่มรอบจัดเก็บขยะเป็น 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และต้องดูแลปัญหาน้ำขยะรั่วไหลลงถนนสุขาภิบาล 5 ส่วนโครงการสร้างเตาเผาขยะในสายไหมนั้น จำเป็นต้องชะลอไว้ก่อน เนื่องจากปัจจุบันมีหมู่บ้านเกิดขึ้นล้อมรอบพื้นที่จำนวนมาก
นายชัชชาติกล่าวอีกด้วยว่า การลงพื้นที่ไม่เพียงแต่เป็นการหาเสียง แต่คือการหาปัญหา เพื่อนำมาปรับปรุงนโยบายให้ตอบโจทย์กับประชาชนมากที่สุด ซึ่งล่าสุดมีนโยบายเพิ่มขึ้นเป็น 253 นโยบายแล้ว โดยมีนโยบายด้านสังคมที่ได้แรงบันดาลใจจากการลงพื้นที่จริง เช่น การสร้างแพลตฟอร์มจัดหางานให้ผู้สูงอายุเป้าหมาย 10,000 ตำแหน่ง, การพัฒนาศูนย์ดูแลเด็กพิเศษให้ครอบคลุมทุกเขต และการจัดอบรม Caregiver หรือผู้ดูแล พร้อมมอบค่าตอบแทนให้ผู้ดูแลในชุมชน


