‘ไสลเกษ’กำชับดูแลครอบครัวผู้พิพากษา’คณากร’ ชงระเบียบประเมินสุขภาพจิต’ท่านเปา’ทุก 5 ปีให้ก.ต.

7.03.20 | 17:01 น.

“เลขาฯ ศาลยุติธรรม”เผย ศาลดูแลพิพากษาระวังเหตุ ร่างหลักเกณฑ์แนวทางประเมินสภาพจิตใจผู้พิพากษาเครียดงานทุก 5 ปี ส่วนระบบตรวจสำนวนไม่ละเลยตั้ง ก.ต.- ก.บ.ศ. เช็คดู ด้านมาตรการติดวงจรปิดในห้องคดีทุกศาลเป็นรูปธรรมแล้ว ศาลแพ่งเริ่มได้ 9 มี.ค.นี้ ปธ.ศาลฎีกากำชับดูแลครอบครัว”คณากร”

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายคณากร เพียรชนะ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลาที่เคยใช้อาวุธปืนยิงตนเองในห้องพิจารณาคดีที่ 4 ที่ศาลจังหวัดยะลาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมาเเละใช้อาวุธปืนยิงเข้าบริเวณหัวใจจนเสียชีวิตในวันเดียวกันนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของผู้พิพากษาคณากรยังลงรายละเอียดหนังสือลาที่ยังคงกล่าวถึงภาวะกดดันการพิจารณาคดีในอดีตขณะประจำอยู่ที่ จ.ยะลา สังกัดสำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 ว่า ครั้งแรกเมื่อเกิดขึ้นที่นายคณากร ก่อเหตุยิงตัวเองในห้องพิจารณาคดีและมีการไลฟ์สดลงเฟซบุ๊กเมื่อปีที่แล้วและได้มีหนังสือแถลงถึงความเครียดการพิจารณาคดีที่อ้างว่ามีการแทรกแซงการตรวจสำนวนโดยผู้บังคับบัญชานั้น หลังจากนั้นตนรายงานข้อเท็จจริงที่รวบรวมในเบื้องต้นให้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ทราบทันที โดยที่ประชุม ก.ต.ก็มีมติให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงทุกประเด็นทั้งการก่อเหตุ และกรณีที่ถึงการแทรกแซงการพิจารณาพิพากษา ซึ่งผลการสอบสวนข้อเท็จจริงก็สรุปว่าการก่อเหตุของนายคณากร มีการนำอาวุธปืนเข้าไปภายในบริเวณศาลและก่อเหตุภายในอาคารศาลอาจจะผิดวินัย ที่ประชุม ก.ต.จึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย ระหว่างนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดและเป็นไปตามขั้นตอนจึงให้ย้ายนายคณากร มาช่วยราชการปฏิบัติหน้าที่ในกองผู้ช่วยศาลอุทธรณ์ภาค 5 จ.เชียงใหม่ โดยทำหน้าที่ช่วยตรวจดูสำนวน เพียงแต่จะไม่ได้นั่งบัลลังก์พิจารณาคดีเหมือนศาลชั้นต้น ซึ่งปัจจุบันก่อนเกิดเหตุการยิงตัวเองครั้งล่าสุด การสอบวินัยยังดำเนินอยู่ตามขั้นตอน ยังไม่ได้มีมติใดออกมา ส่วนการดำเนินคดีอาญาเกี่ยวกับอาวุธปืนนั้น ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนก็รวบรวมพยานหลักฐานอยู่และเคยมีหนังสือแจ้งขออนุญาตประธานศาลฎีกาในการจะดำเนินคดีอาญาแล้ว


สำหรับประเด็นที่การแทรกแซงพิจารณาพิพากษาคดีนั้น ในการตรวจสอบชั้นแรกของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เห็นว่าไม่มีมูล ไม่ปรากฏเรื่องการแทรกแซง ซึ่งที่ประชุม ก.ต.รับทราบผลรายงานตามนั้น แต่มีข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นเรื่องของระบบการตรวจสำนวนที่ต้องพิจารณาว่ามีปัญหาปรับแก้หรือไม่ ดังนั้นจึงให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุดเพื่อพิจารณาประเด็นระบบตรวจสำนวน ที่ให้มีผู้พิพากษาที่เป็น ก.ต. รวมทั้งคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม หรือ ก.บ.ศ. (ซึ่งมีหน้าที่ดูแลการออกระเบียบ-กฎหมายสนับสนุนการทำหน้าที่ศาลยุติธรรม) เป็นคณะกรรมการ

เมื่อถามถึงปัญหาความเครียดของผู้พิพากษาในการปฏิบัติหน้าที่ตัดสินคดี กระทั่งนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เคยแถลงนโยบายเมื่อครั้งขึ้นดำรงตำแหน่ง เห็นควรจะให้มีการตรวจประเมินสุขภาพทางจิตทุก 5 ปี นายสราวุธกล่าวว่า เดิมในการตรวจสุขภาพของผู้พิพากษามีอยู่แล้ว ส่วนการประเมินสุขภาพจิตก็จะมี 2 ช่วง คือเมื่อสอบผ่านเข้ามาเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษา กับช่วงที่พ้นจากตำแหน่งบริหารแล้วจะแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาอาวุโส ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์เพื่อเป็นการระวังป้องกันและดูแลผู้พิพากษาประธานศาลฎีกาจึงให้มีการออกระเบียบที่ชัดเจนเพื่อให้มีการประเมินสุขภาพจิตของผู้พิพากษาทุกๆ 5 ปี เพราะที่ผ่านมาไม่มีการกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ ซึ่งเรื่องนี้คณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (อ.ก.ต.) โดยนางวาสนา หงส์เจริญ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา ได้นำเสนอร่างระเบียบหลักเกณฑ์และแนวทางการประเมินสมรรถภาพทางกายและจิตใจข้าราชการตุลาการ ให้ที่ประชุม ก.ต.พิจารณาไปครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุม ก.ต.ได้ตั้งข้อสังเกตไปบางจุดให้ปรับปรุงแก้ไข โดยจะมีการนำร่างระเบียบฯ นำเสนอที่ประชุม ก.ต.พิจารณาอีกเป็นครั้งที่สองในวันที่ 16 มีนาคม นี้

เมื่อถามว่า การก่อเหตุฆ่าตัวตายของผู้พิพากษา จากที่มีการอ้างความเครียดจากงานพิจารณาพิพากษาคดี เคยเกิดขึ้นหรือไม่ กรณีของนายคณากรเป็นครั้งแรกหรือไม่
นายสราวุธ กล่าวว่า เหตุการฆ่าตัวตายของผู้พิพากษา ในอดีตก็เคยมีที่ผู้พิพากษากระโดดตึกอาคารศาลเสียชีวิต แต่เหตุจะเกิดจากความเครียดในการปฏิบัติหน้าที่เพียงใดนั้นไม่สามารถประเมินได้ชัดเจน ส่วนกรณีของนายคณากรก็ไม่อาจกล่าวถึงสาเหตุได้ว่าเหตุที่แน่ชัดเป็นอย่างไร โดยเมื่อได้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ที่กองผู้ช่วยศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ก็ได้ติดตามดูแลเรื่องการทำงานซึ่งประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ก็ยังเห็นว่านายคณากรไม่ได้แสดงออกความเครียดใดๆ อย่างไรก็ตามตอนเกิดเหตุครั้งแรกที่เกิดเหตุช่วงรักษาตัวนั้นแพทย์ได้ประเมินสุขภาพทางจิตนายคณากรด้วยไม่มีรายงานเรื่องสุขภาพทางจิตแต่อย่างใด

Advertisement

เมื่อถามถึง การช่วยดูแลครอบครัวข้าราชการตุลาการที่เสียชีวิต จะมีอย่างไรบ้าง
นายสราวุธกล่าวว่า ในส่วนของการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นล่าสุดกับผู้พิพากษา นายไสลเกษ ประธานศาลฎีกา กำชับให้ดูแลครอบครัวผู้พิพากษาอย่างดีที่สุด ซึ่งก็จะมีเรื่องสิทธิประโยชน์ผู้พิพากษาที่จะได้รับซึ่งจะตรวจสอบให้ครบถ้วนเพื่อส่งต่อให้ทายาทตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดี สำหรับเหตุการก่อเหตุของนายคณากร ขณะนี้มีผู้พิพากษาส่วนหนึ่งที่ได้ติดตามพร้อมจะระดมความช่วยเหลือให้กับครอบครัวแล้วด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับศาลยุติธรรมในเรื่องการพิจารณาพิพากษาคดีและการป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเสี่ยงเกิดขึ้นได้ในห้องพิจารณานั้น ก่อนหน้านี้สำนักงานศาลยุติธรรมมีนโยบายให้เช่าและติดตั้งกล้องวงปิดบันทึกภาพ-เสียงในห้องพิจารณาคดีทุกศาลทั่วประเทศทั้ง 272 แห่ง ล่าสุดในส่วนของศาลแพ่ง ที่ตั้งบริเวณ ถ.รัชดาภิเษก มีรายงานว่าศาลแพ่งได้ดำเนินการติดตั้งทีวีวงจรปิดภายในห้องพิจารณาคดีทุกห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง มีคำสั่งให้เริ่มเปิดใช้ทีวีวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์-เสียงภายในห้องพิจารณาทุกห้องของศาลแพ่ง ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 9 มีนาคมเป็นต้นไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่เพิ่มเพื่อน