<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:atom="https://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/terms/" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:mi="http://schemas.ingestion.microsoft.com/common/" xmlns:content="https://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dcterms="https://purl.org/dc/terms/" version="2.0"><channel><title>world</title><language>th-TH</language><version>1.23.2</version><link>https://www.matichon.co.th?feed=udgenfeedmsn&amp;slug=world</link><item><title><![CDATA[จีนขับ 2 นายพล พ้นพรรคคอมมิวนิสต์-กองทัพ เหตุกระทำผิดวินัย-กม.ร้ายแรง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898985]]></link><pubDate>2026-09-21T18:27:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5898985</guid><description>จีนขับ 2 นายพล พ้นพรรคคอมมิวนิสต์-กองทัพ เหตุกระทำผิดวินัย-กม.ร้ายแรง เมื่อวันที่ 21 กันยายน สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าทางการจีนได้ทำการขับเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง 2 นาย คือ พล.อ.จาง โหย่วเซีย และ พล.อ.ห [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีนขับ 2 นายพล พ้นพรรคคอมมิวนิสต์-กองทัพ เหตุกระทำผิดวินัย-กม.ร้ายแรง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 21 กันยายน สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าทางการจีนได้ทำการขับเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง 2 นาย คือ พล.อ.จาง โหย่วเซีย และ พล.อ.หลิว เจิ้นหลี่ ออกจากพรรคคอมมิวนิสต์และกองทัพจีน เนื่องจากกระทำผิดวินัยและละเมิดกฎหมายอย่างร้ายแรง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พล.อ.จาง โหย่วเซีย อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการกลางทหาร(CMC) และ พล.อ.หลิว เจิ้นหลี่ สมาชิก CMC ต่างตกอยู่ภายใต้การถูกสอบสวนในข้อกล่าวหาละเมิดวินัยร้ายแรงมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนทั้งสองจะถูกปลดออกจากตำแหน่งในคณะกรรมาธิการกลางทหารของจีนอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายพลทั้งสองถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทางการจีนล่าสุดที่ถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์และกองทัพจีนจากการถูกกล่าวหาละเมิดวินัยหรือก่อการทุจริต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบที่รัฐบาลจีนดำเนินมาอย่างเข้มข้นต่อเนื่องนับตั้งแต่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก้าวขึ้นสู่อำนาจในปี 2012&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898985?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนขับ 2 นายพล พ้นพรรคคอมมิวนิสต์-กองทัพ เหตุกระทำผิดวินัย-กม.ร้ายแรง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนขับ 2 นายพล พ้นพรรคคอมมิวนิสต์-กองทัพ เหตุกระทำผิดวินัย-กม.ร้ายแรง</dc:alternative><dc:abstract>จีนขับ 2 นายพล พ้นพรรคคอมมิวนิสต์-กองทัพ เหตุกระทำผิดวินัย-กม.ร้ายแรง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-21T11:27:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-21T11:27:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-21-182008.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-21-182008-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-21-182008.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-21-182008-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-21-182008-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-21-182008-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[3 สื่อยักษ์โต้กลับ เตรียมยื่นเรื่องฟ้องรัฐบาลทรัมป์ หลังถูกสั่งห้ามเข้าไปในพื้นที่ทำเนียบขาว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898946]]></link><pubDate>2026-09-21T18:01:30+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5898946</guid><description>3 สื่อยักษ์โต้กลับ เตรียมยื่นเรื่องฟ้องรัฐบาลทรัมป์ หลังถูกสั่งห้ามเข้าไปในพื้นที่ทำเนียบขาว สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์ รายงานว่า สำนักข่าว CNN, MS NOW และ Politico ประกาศเมื่อวันที่ 21 กันยายนว่า จะยื่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;3 สื่อยักษ์โต้กลับ เตรียมยื่นเรื่องฟ้องรัฐบาลทรัมป์ หลังถูกสั่งห้ามเข้าไปในพื้นที่ทำเนียบขาว&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์ รายงานว่า สำนักข่าว CNN, MS NOW และ Politico ประกาศเมื่อวันที่ 21 กันยายนว่า จะยื่นเรื่องฟ้องรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อปกป้องสิทธิตามบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ สั่งห้ามนักข่าวจาก 3 สำนักดังกล่าว เข้าไปในพื้นที่ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐ หรือทำเนียบขาว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก CNN ระบุว่า สำนักข่าวทั้ง 3 แห่ง ได้แจ้งต่อรัฐบาลแล้วว่า จะยื่นฟ้องคดีดังกล่าวต่อศาลแขวงสหรัฐ ประจำเขตปกครองพิเศษโคลัมเบีย และคาดว่า จะมีการไต่สวนฉุกเฉินในคดีนี้ภายในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตัวแทนของทำเนียบขาว ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าว เนื่องจากยังเป็นเวลานอกทำการปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวทุกคนจากทั้ง 3 สำนักข่าวหลัก คือ CNN, MS NOW และ Politico ถูกกีดกันไม่ให้เข้าพื้นที่ทำเนียบขาว เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา หนึ่งวันหลังจากที่ทรัมป์ประกาศห้ามพวกเขาเข้าพื้นที่ เนื่องจากไม่พอใจต่อการนำเสนอข่าวที่ทรัมป์มองว่าเป็นข่าวปลอม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ความเคลื่อนไหวนี้ ถือเป็นการยกระดับความพยายามของทรัมป์ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งผ่านกระบวนการทางศาล และมาตรการทางบริหาร เพื่อจำกัดการนำเสนอข่าวของนักข่าวที่เขาไม่ชอบ และนับเป็นบททดสอบล่าสุดเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพตามบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 1 ของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898946?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;3 สื่อยักษ์โต้กลับ เตรียมยื่นเรื่องฟ้องรัฐบาลทรัมป์ หลังถูกสั่งห้ามเข้าไปในพื้นที่ทำเนียบขาว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>3 สื่อยักษ์โต้กลับ เตรียมยื่นเรื่องฟ้องรัฐบาลทรัมป์ หลังถูกสั่งห้ามเข้าไปในพื้นที่ทำเนียบขาว</dc:alternative><dc:abstract>3 สื่อยักษ์โต้กลับ เตรียมยื่นเรื่องฟ้องรัฐบาลทรัมป์ หลังถูกสั่งห้ามเข้าไปในพื้นที่ทำเนียบขาว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-21T11:01:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-21T11:01:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/USA-TRUMP-MEDIA111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/USA-TRUMP-MEDIA111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/USA-TRUMP-MEDIA111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/USA-TRUMP-MEDIA111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/USA-TRUMP-MEDIA111999.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/USA-TRUMP-MEDIA111999-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[&#8216;เจนเซน หวง&#8217; โต้กระแสคำเตือน AI ทำมนุษย์สูญพันธุ์สิ้นทศวรรษนี้ ชี้ โอกาสเกิดเป็น &#8216;ศูนย์&#8217;]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898654]]></link><pubDate>2026-09-21T16:41:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5898654</guid><description>&amp;#8216;เจนเซน หวง&amp;#8217; โต้กระแสคำเตือน AI ทำมนุษย์สูญพันธุ์สิ้นทศวรรษนี้ ชี้ โอกาสเกิดเป็น &amp;#8216;ศูนย์&amp;#8217; เชื่อแค่เลี่ยงความรับผิดชอบทางกฎหมาย เจนเซน หวง ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริห [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&amp;#8216;เจนเซน หวง&amp;#8217; โต้กระแสคำเตือน AI ทำมนุษย์สูญพันธุ์สิ้นทศวรรษนี้ ชี้ โอกาสเกิดเป็น &amp;#8216;ศูนย์&amp;#8217; เชื่อแค่เลี่ยงความรับผิดชอบทางกฎหมาย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจนเซน หวง ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ ของเอ็นวิเดีย (Nvidia) บริษัทผู้ผลิตชิป เอไอ รายใหญ่ของโลก กล่าวถึงเรื่องคำเตือนออกมาในช่วงนี้ ที่ว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (AI) อาจจะนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์ได้ในอีกทศวรรษหน้า ว่าเป็นเพียง &amp;#8220;เรื่องราววันสิ้นโลก&amp;#8221; เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายหวง ได้ให้สัมภาษณ์ ซีบีเอส นิวส์ พาร์ตเนอร์ของบีบีซี ในสหรัฐอเมริกา ว่า &amp;#8220;ปี 2030 จะยังไม่ใช่จุดจบของโลก โอกาสที่จะเกิดจุดจบของโลกนั้น มีเพียงศูนย์เปอร์เซ็นต์&amp;#8221; และว่า การทำให้ผู้คนหวาดกลัวนั้นไม่จำเป็น และถือเป็นสิ่งที่ขาดความรับผิดชอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ คำเตือนเกี่ยวกับการสูญพันธุ์ของมนุษย์ มาจากการเปิดเผยของ จาค็อบ โคซอน อดีตนักวิจัยของบริษัท แอนโทรปิก ที่ได้โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย เมื่อเร็วๆนี้ ระบุว่า เอไอ อาจมีศักยภาพเหนือมนุษย์ และทำลายล้างมนุษยชาติได้ภายในสิ้นทศวรรษนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งความเห็นของโคซอน ยังได้รับการสนับสนุนจากนักวิจัยอีก 2 คนของ แอนโทรปิก และจุดประเด็นถกเถียงในระดับสากลเกี่ยวกับอันตรายและการขาดมาตรการกำกับดูแลเอไอ ขณะที่บริษัทต่างๆ ต่างเร่งพัฒนาโมเดลเอไอให้มีศักยภาพสูงขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความห่วงกังวลของโคซอน ได้ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันเกี่ยวกับความเสี่ยงของเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้เกิดการเรียกร้องให้บริษัทต่างๆชะลอการพัฒนาเอไอ ซึ่งรวมถึงการเรียกร้องของบรรดาผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ทั้งของแอนโทรปิก และ โอเพ่นเอไอ ที่เรียกร้องให้ชะลอการพัฒนาเอไอลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายหวง กล่าวว่า การคาดการณ์ดังกล่าว ไม่ได้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และว่า &amp;#8220;การทำให้มั่นใจว่าอุตสาหกรรมจะพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างมีความรับผิดชอบนั้น เป็นผลดีต่อเอ็นวิเดียเอง และความสำเร็จของบริษัทเรา เชื่อมโยงโดยตรงกับการนำผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆออกมาใช้งานอย่างปลอดภัย หากเราไม่ดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป คุณค่าของเราก็จะลดน้อยถอยลง ลองพิจารณาถึงความรับผิดชอบทางกฎหมายในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เป็นอันดับแรก อย่าปล่อยให้วาทกรรมเรื่องหายนะภัยทำให้ใครบางคนสามารถหลีกเลี่ยงกฎหมายที่มีอยู่เดิมได้&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายหวง ตั้งข้อสังเกตว่า บรรดาบริษัทเอไอ ที่ออกมาเรียกร้องให้มีการชะลอการพัฒนา อาจกำลังหาทางปกป้องตนเองจากความรับผิดทางกฎหมายต่อความเสียหายที่ผลิตภัณฑ์ของตนอาจก่อให้เกิดขึ้นมา โดยบอกว่า &amp;#8220;ลองพิจารณาความหมายแฝงดูสิ จริงๆแล้ว พวกเขาไม่ได้ต้องการกฎหมายเพิ่มหรอก แต่ต้องการได้รับการยกเว้นจากกฎหมายที่มีอยู่ต่างหาก และผมมองว่านั่นคือปัญหา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซี ระบุว่า ความเห็นของนายหวง สอดคล้องกับมุมมองของอีกหลายคนที่บีบีซีได้พูดคุยด้วย ซึ่งเป็นบุคคลที่เคยทำงานให้กับบริษัทต่างๆ เช่น โอเพ่นเอไอ , เมต้า และ ดีพมายด์ ที่แสดงความเห็นกังขาต่อแนวคิดที่ว่า การพัฒนาเอไอโดยปราศจากการควบคุมจะนำไปสู่การสร้างเครื่องมือที่สามารถคร่าชีวิตผู้คนจำนวนมหาศาลได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ มองว่า ความกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาเอไอ เป็นเพียงเรื่องหลอกลวง และทฤษฎีสมคบคิด พร้อมทั้งเสริมว่า การชะลอการพัฒนาอาจทำให้จีนได้เปรียบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898654?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;&amp;#8216;เจนเซน หวง&amp;#8217; โต้กระแสคำเตือน AI ทำมนุษย์สูญพันธุ์สิ้นทศวรรษนี้ ชี้ โอกาสเกิดเป็น &amp;#8216;ศูนย์&amp;#8217;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>‘เจนเซน หวง’ โต้กระแสคำเตือน AI ทำมนุษย์สูญพันธุ์สิ้นทศวรรษนี้ ชี้ โอกาสเกิดเป็น ‘ศูนย์’</dc:alternative><dc:abstract>‘เจนเซน หวง’ โต้กระแสคำเตือน AI ทำมนุษย์สูญพันธุ์สิ้นทศวรรษนี้ ชี้ โอกาสเกิดเป็น ‘ศูนย์’</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-21T09:42:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-21T09:42:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jensen-huang-5.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jensen-huang-5-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jensen-huang-5.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jensen-huang-5-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jensen-huang-6.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jensen-huang-6-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เดนมาร์ก-สหรัฐ เตรียมเซ็น ข้อตกลงความมั่นคงกรีนแลนด์ ชี้นาโตร่วมรับผิดชอบภายใต้ดีลนี้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898593]]></link><pubDate>2026-09-21T16:28:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5898593</guid><description>เดนมาร์ก-สหรัฐ เตรียมเซ็น ข้อตกลงความมั่นคงกรีนแลนด์ ชี้นาโตร่วมรับผิดชอบภายใต้ดีลนี้ เดนมาร์ก กรีนแลนด์ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของเดนมาร์ก และสหรัฐอเมริกา เตรียมจะลงนามในข้อตกลงว่าด้วยความมั่นคงของกรีน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เดนมาร์ก-สหรัฐ เตรียมเซ็น ข้อตกลงความมั่นคงกรีนแลนด์ ชี้นาโตร่วมรับผิดชอบภายใต้ดีลนี้&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เดนมาร์ก กรีนแลนด์ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของเดนมาร์ก และสหรัฐอเมริกา เตรียมจะลงนามในข้อตกลงว่าด้วยความมั่นคงของกรีนแลนด์ ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ(UNGA) ณ นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐ ในวันที่ 22 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นข้อตกลงที่เดนมาร์กระบุว่าจะทำให้ความมั่นคงในแถบอาร์กติกอยู่ภายใต้การดูแลของนาโต แทนที่จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสหรัฐและเดนมาร์กแต่เพียงฝ่ายเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ข้อตกลงดังกล่าวจะอยู่ในรูปแบบที่ความรับผิดชอบด้านความมั่นคงในแถบอาร์กติกไม่ได้เป็นหน้าที่ของเดนมาร์กหรือสหรัฐเพียงฝ่ายเดียว&amp;#8221; นายลาร์ส ล็อกเกอ ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์ก กล่าวกับสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ TV2 เมื่อวันอาทิตย์(20 ก.ย.) และว่า &amp;#8220;โดยส่วนใหญ่แล้วนาโตจะเป็นผู้ดูแลความมั่นคงในแถบอาร์กติก”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาในวันจันทร์(21 ก.ย.) รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์กได้กล่าวกับสำนักข่าว Ritzau โดยปฏิเสธที่จะเปิดเผยเนื้อหาที่อยู่ในข้อตกลงดังกล่าว เพียงแต่กล่าวว่าเราได้กล่าวมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าเราเปิดกว้างที่จะรองรับผลประโยชน์ด้านความมั่นคงที่ชอบด้วยกฎหมายของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อตกลงความมั่นคงของกรีนแลนด์ซึ่งทั้ง 3 ฝ่ายได้บรรลุความเห็นพ้องกันนั้น ไม่ได้มีการเปิดเผยสู่สาธารณะ รวมถึงประเด็นที่ว่าข้อตกลงนี้ได้มีการแก้ไขข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศฉบับปี ค.ศ. 1951 ซึ่งถือเป็นพื้นฐานทางกฎหมายสำหรับการคงกำลังพลของสหรัฐในกรีนแลนด์หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมากล่าวอ้างว่าข้อตกลงนี้ได้ให้อำนาจควบคุมกรีนแลนด์ถาวรแก่สหรัฐ โดยทรัมป์โพสต์บนทรูธโซเชียลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ข้อตกลงนี้ทำให้สหรัฐ&amp;#8221;มีอำนาจควบคุมถาวรเหนือความมั่นคงและความต้องการอื่นๆ ทั้งหมดในกรีนแลนด์&amp;#8221; และไม่มีศัตรูรายใดของสหรัฐสามารถมีฐานทัพหรือมีกำลังทหารที่นั่นได้ หากไม่ได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากวอชิงตัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เดนมาร์กและกรีนแลนด์ยังไม่ได้ให้ความเห็นต่อคำกล่าวอ้างนี้ของทรัมป์ เพียงแต่ระบุว่าข้อตกลงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อกรีนแลนด์และเคารพอธิปไตยของกรีนแลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การบรรลุข้อตกลงความมั่นคงกรีนแลนด์เกิดขึ้นหลังจากเดนมาร์กและกรีนแลนด์ได้เผชิญแรงกดดันจากทรัมป์มาเป็นเวลาหลายเดือนที่ออกมากล่าวว่าสหรัฐควรได้ควบคุมกรีนแลนด์และแม้หลายครั้งทรัมป์จะปฏิเสธถึงการใช้กำลังทางทหารหรืออำนาจทางเศรษฐกิจในการให้ได้ครอบครองกรีนแลนด์ก็ตาม โดยคำขู่ของทรัมป์ได้จุดความตึงเครียดสูงสุดในเดือนมกราคม และทำให้เกิดการเผชิญหน้าทางการทูตภายในกลุ่มนาโต จนทำให้เดนมาร์กและกรีนแลนด์เข้าสู่การเจรจากับสหรัฐเพื่อลดแรงกดดัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898593?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เดนมาร์ก-สหรัฐ เตรียมเซ็น ข้อตกลงความมั่นคงกรีนแลนด์ ชี้นาโตร่วมรับผิดชอบภายใต้ดีลนี้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เดนมาร์ก-สหรัฐ เตรียมเซ็น ข้อตกลงความมั่นคงกรีนแลนด์ ชี้นาโตร่วมรับผิดชอบภายใต้ดีลนี้</dc:alternative><dc:abstract>เดนมาร์ก-สหรัฐ เตรียมเซ็น ข้อตกลงความมั่นคงกรีนแลนด์ ชี้นาโตร่วมรับผิดชอบภายใต้ดีลนี้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-21T09:28:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-21T09:28:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-20T013104Z_432093981_RC2FMNAGM8Y8_RTRMADP_3_USA-TRUMP-GREENLAND.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-20T013104Z_432093981_RC2FMNAGM8Y8_RTRMADP_3_USA-TRUMP-GREENLAND-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-20T013104Z_432093981_RC2FMNAGM8Y8_RTRMADP_3_USA-TRUMP-GREENLAND.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-20T013104Z_432093981_RC2FMNAGM8Y8_RTRMADP_3_USA-TRUMP-GREENLAND-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-20T013104Z_432093981_RC2FMNAGM8Y8_RTRMADP_3_USA-TRUMP-GREENLAND-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-20T013104Z_432093981_RC2FMNAGM8Y8_RTRMADP_3_USA-TRUMP-GREENLAND-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กำนันตำบลในเกาะกง ถูกตั้งข้อหารับสินบน-ฟอกเงิน เผยใช้ที่ดินของตัวเองตั้งฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898359]]></link><pubDate>2026-09-21T14:40:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5898359</guid><description>กำนันตำบลในเกาะกง ถูกตั้งข้อหารับสินบน-ฟอกเงิน เผยใช้ที่ดินของตัวเองตั้งฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ หน่วยงานต่อต้านการทุจริต (ACU) ยืนยันว่า นายเรียม รอม กำนันตำบลพรึกขสัจ ได้จัดเตรียมสถานที่บนที่ดินของตนเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กำนันตำบลในเกาะกง ถูกตั้งข้อหารับสินบน-ฟอกเงิน เผยใช้ที่ดินของตัวเองตั้งฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานต่อต้านการทุจริต (ACU) ยืนยันว่า นายเรียม รอม กำนันตำบลพรึกขสัจ ได้จัดเตรียมสถานที่บนที่ดินของตนเอง เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งหลอกลวงออนไลน์ โดยรับเงินสินบนจากกลุ่มมิจฉาชีพหรือสแกมเมอร์ดังกล่าว เป็นเงินกว่า 8,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.66 แสนบาท)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายออม เยนเตียง ประธานของ ACU อธิบายว่า นายรอม และผู้สมรู้ร่วมคิดซึ่งเป็นตำรวจอีก 2 นาย ได้ช่วยกันจัดหาสถานที่สำหรับปฏิบัติการหลอกลวง โดยรับสินบนจากกลุ่มมิจฉาชีพที่กระจายตัวออกจากศูนย์ปฏิบัติการขนาดใหญ่ เพื่อให้พวกมิจฉาชีพสามารถดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายต่อไปได้ในพื้นที่ของกำนันผู้นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;BTV รายงานคำกล่าวของนายเยนเตียง ระบุว่า หลังจากที่ทางการในจังหวัดเกาะกง และอำเภอคีรีสาคร ได้สั่งปิดอาคารและศูนย์ปฏิบัติการขนาดใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับการพนันและแก๊งหลอกลวงออนไลน์ นายรอมและผู้สมรู้ร่วมคิด ได้รวบรวมกลุ่มมิจฉาชีพรายย่อย และได้จัดเตรียมพื้นที่บนที่ดินของเขาเอง ให้คนกลุ่มนี้ ซึ่งมีมากกว่า 30 คน เข้ามาใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเยนเตียง อธิบายว่า เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม นายอำเภอคีรีสาคร ได้นำกำลังบุกค้นสถานที่ดังกล่าว บนที่ดินของนายคอม แต่ปรากฏว่ากำนันและผู้สมรู้ร่วมคิดได้อพยพคนกลุ่มนี้ออกไปก่อนแล้ว ทำให้พวกเขารอดพ้นจากการถูกจับกุม และว่า เงินสินบนก้อนสุดท้ายของหัวหน้าแก๊งหลอกลวงออนไลน์ชาวจีน ได้ถูกส่งมอบให้นายเรียม รอม เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม เป็นจำนวน 8,050 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกกับการที่นายเรียม รอม จะคอยปกป้องกลุ่มมิจฉาชีพจากการถูกจับกุมตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 18 กันยายน ศาลได้ตั้งข้อหานายรอม และผู้สมรู้ร่วมคิดอีก 2 คน ในความผิดฐานรับสินบน จัดตั้งศูนย์หลอกลวงโดยใช้เทคโนโลยี และฟอกเงิน หากพบว่ามีความผิดจริง จะต้องโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898359?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กำนันตำบลในเกาะกง ถูกตั้งข้อหารับสินบน-ฟอกเงิน เผยใช้ที่ดินของตัวเองตั้งฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กำนันตำบลในเกาะกง ถูกตั้งข้อหารับสินบน-ฟอกเงิน เผยใช้ที่ดินของตัวเองตั้งฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ </dc:alternative><dc:abstract>กำนันตำบลในเกาะกง ถูกตั้งข้อหารับสินบน-ฟอกเงิน เผยใช้ที่ดินของตัวเองตั้งฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-21T07:40:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-21T07:40:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/rom12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/rom12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/rom12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/rom12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/rom1233.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/rom1233-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่น เตรียมรับมือ ไต้ฝุ่นตู้เจวียนแผลงฤทธิ์ ก่อฝนถล่ม-ลมกระโชกแรง กระทบสัญจร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898354]]></link><pubDate>2026-09-21T14:30:55+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5898354</guid><description>ญี่ปุ่น เตรียมรับมือ ไต้ฝุ่นตู้เจวียนแผลงฤทธิ์ ก่อฝนถล่ม-ลมกระโชกแรง กระทบสัญจร เมื่อวันที่ 21 กันยายน สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น(JMA) ประกาศยกระดับเตือนภัยสูงสุดเหตุดินถล่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่น เตรียมรับมือ ไต้ฝุ่นตู้เจวียนแผลงฤทธิ์ ก่อฝนถล่ม-ลมกระโชกแรง กระทบสัญจร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 21 กันยายน สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น(JMA) ประกาศยกระดับเตือนภัยสูงสุดเหตุดินถล่มในพื้นที่ตอนเหนือของหมู่เกาะอิซุ ส่วนหนึ่งของมาตรการรับมือการแผลงฤทธิ์ของไต้ฝุ่นตู้เจวียน ซึ่งจะเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 25 ของปีนี้ที่พัดถล่มญี่ปุ่น ขณะที่ไต้ฝุ่นตู้เจวียนกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออกของญี่ปุ่นในวันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;JMA คาดการณ์ว่าไต้ฝุ่นตู้เจวียนจะเคลื่อนตัวผ่านบริเวณใกล้เคียงคาบสมุทรโบโซในจังหวัดชิบะ ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว ในช่วงเย็นถึงกลางดึกวันจันทร์นี้ ซึ่งอาจก่อให้เกิดฝนตกหนักในภูมิภาคคันโต-โคชิน รวมถึงกรุงโตเกียว และภูมิภาคโทไก ทางตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านบริษัทรถไฟ JR Central ประกาศเตือนว่าการให้บริการรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นสายโทไกโด ซึ่งวิ่งเชื่อมระหว่างกรุงโตเกียวกับนครโอซากา อาจประสบความล่าช้าหรือมีการยกเลิกเที่ยววิ่งให้บริการในช่วงบ่ายวันเดียวกัน หลังจากไต้ฝุ่นลูกนี้ได้ส่งผลกระทบต่อระบบคมนาคมขนส่งแล้วโดยทำให้ต้องมีการปิดทางหลวงบางส่วนในช่วงวันหยุดยาว 5 วันนี้ของชาวญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจากเว็บไซต์ของ JMA ระบุว่า เมื่อช่วงเวลาเที่ยงวัน ไต้ฝุ่นตู้เจวียน ซึ่งเคลื่อนตัวอยู่ห่างจากเกาะฮาจิโจ ไปทางตะวันตกประมาณ 80 กม.นั้น กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 25 กม./ชม. โดยมีความเร็วลมกระโชกแรงสูงสุดถึง 198 กม./ชม. นอกจากนี้ JMA ยังได้ประกาศเตือนภัยฉุกเฉินระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดสำหรับเหตุดินถล่มที่อาจเกิดขึ้นบนเกาะอิซุโอชิมะ ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะอิซุ ที่ตั้งอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวไปราว 100 กิโลเมตร และยังคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 250 มิลลิเมตร ในภูมิภาคโทไกและคันโต รวมถึงหมู่เกาะอิซุ และมีปริมาณน้ำฝนที่ระดับ 150 มิลลิเมตรในภูมิภาคโทโฮคุ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่นในช่วง 24 ชั่วโมงจนถึงเที่ยงวันอังคาร(22 ก.ย.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าได้มีฝนตกหนักลงมาแล้วในหลายพื้นที่ของหมู่เกาะอิซุ จังหวัดชิบะและพื้นที่ชายฝั่งอื่นๆ ติดมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งบางพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงกว่า 300 มิลลิเมตรนับจากวันเสาร์(19 ก.ย.)ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898354?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่น เตรียมรับมือ ไต้ฝุ่นตู้เจวียนแผลงฤทธิ์ ก่อฝนถล่ม-ลมกระโชกแรง กระทบสัญจร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่น เตรียมรับมือ ไต้ฝุ่นตู้เจวียนแผลงฤทธิ์ ก่อฝนถล่ม-ลมกระโชกแรง กระทบสัญจร</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่น เตรียมรับมือ ไต้ฝุ่นตู้เจวียนแผลงฤทธิ์ ก่อฝนถล่ม-ลมกระโชกแรง กระทบสัญจร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-21T07:30:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-21T07:30:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-21T045232Z_1141631574_RC2GNNA3STVU_RTRMADP_3_JAPAN-WEATHER.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-21T045232Z_1141631574_RC2GNNA3STVU_RTRMADP_3_JAPAN-WEATHER-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-21T045232Z_1141631574_RC2GNNA3STVU_RTRMADP_3_JAPAN-WEATHER.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-21T045232Z_1141631574_RC2GNNA3STVU_RTRMADP_3_JAPAN-WEATHER-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-21T045232Z_1141631574_RC2GNNA3STVU_RTRMADP_3_JAPAN-WEATHER-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-21T045232Z_1141631574_RC2GNNA3STVU_RTRMADP_3_JAPAN-WEATHER-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ชายแดน 2 เกาหลีระอุ! ทหารโสมใต้บาดเจ็บ 3 นาย หลังเกิดระเบิดใกล้เขตปลอดทหาร ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898261]]></link><pubDate>2026-09-21T13:25:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5898261</guid><description>ชายแดน 2 เกาหลีระอุ! ทหารโสมใต้บาดเจ็บ 3 นาย หลังเกิดระเบิดใกล้เขตปลอดทหาร สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นใกล้กับเขตปลอดทหาร (DMZ) ซึ่งเป็นแนวแบ่งกั้นระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เมื่อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ชายแดน 2 เกาหลีระอุ! ทหารโสมใต้บาดเจ็บ 3 นาย หลังเกิดระเบิดใกล้เขตปลอดทหาร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นใกล้กับเขตปลอดทหาร (DMZ) ซึ่งเป็นแนวแบ่งกั้นระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 21 กันยายน ส่งผลให้ทหารเกาหลีใต้ ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยคณะเสนาธิการร่วม (JCS) ของเกาหลีใต้ แจ้งว่า มีทหารเกาหลีใต้ 3 นาย ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดดังกล่าว ขณะปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของเขตปลอดทหาร และนายทหาร 2 นาย ได้ถูกลำเลียงออกจากพื้นที่ด้วยเฮลิคอปเตอร์ ส่วนนายทหารอีกนายหนึ่ง คาดว่าจะถูกเคลื่อนย้ายไปทางบก ก่อนจะถูกส่งตัวไปทางอากาศในเวลาต่อมา แต่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของทหารทั้ง 3 นาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;JCS ระบุว่า เหตุระเบิดเกิดขึ้นทางตอนใต้ของเส้นแบ่งเขตทางทหาร ภายในเขต DMZ ซึ่งเป็นแนวชายแดนที่มีการวางกำลังป้องกันอย่างแน่นหนาและใช้แบ่งแยกทั้งสองประเทศ มาตั้งแต่สงครามเกาหลี (ปี 1950-1953) ที่สิ้นสุดลงด้วยข้อตกลงหยุดยิงแทนที่จะเป็นสนธิสัญญาสันติภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สื่อเกาหลีใต้ รายงานว่า เหตุระเบิดดังกล่าว อาจมีสาเหตุมาจากทุ่นระเบิด โดยเหตุระเบิดจากทุ่นระเบิดและเหตุระเบิดอื่นๆ ถือเป็นอันตรายที่เกิดขึ้นซ้ำซากทั้งในและรอบๆเขต DMZ โดยวัตถุระเบิดตกค้างและทุ่นระเบิด ที่อาจหลุดรอดมาได้นั้น ได้ทำให้กำลังพลของทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บมาเป็นระยะๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า กองกำลังเกาหลีเหนือ ได้กลับมาดำเนินการเสริมความแข็งแกร่งของแนวป้องกันใกล้ชายแดนอีกครั้ง ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา รวมถึงการวางทุ่นระเบิดและการสร้างรั้วกั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา นายยู ยง วอน สมาชิกสภานิติบัญญัติของเกาหลีใต้ กล่าวว่า สนามทุ่นระเบิดและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆที่เกาหลีเหนือสร้างขึ้นนั้น รุกล้ำข้ามเส้นแบ่งเขตทหารเข้ามาเป็นระยะ ประมาณ 10 &amp;#8211; 15 เมตร ในจุดต่างๆ รวม 6 แห่ง และบริเวณพื้นที่ฝั่งตะวันตกของเขต DMZ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898261?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ชายแดน 2 เกาหลีระอุ! ทหารโสมใต้บาดเจ็บ 3 นาย หลังเกิดระเบิดใกล้เขตปลอดทหาร &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ชายแดน 2 เกาหลีระอุ! ทหารโสมใต้บาดเจ็บ 3 นาย หลังเกิดระเบิดใกล้เขตปลอดทหาร </dc:alternative><dc:abstract>ชายแดน 2 เกาหลีระอุ! ทหารโสมใต้บาดเจ็บ 3 นาย หลังเกิดระเบิดใกล้เขตปลอดทหาร </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-21T06:25:16+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-21T06:25:16+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/L_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-NORTHKOREA-BORDER.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/L_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-NORTHKOREA-BORDER-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/L_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-NORTHKOREA-BORDER.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/L_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-NORTHKOREA-BORDER-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/L_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-NORTHKOREA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/L_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-NORTHKOREA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[วิเทศวิถี: จุดเริ่มต้นของหนทางอันยาวไกล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898213]]></link><pubDate>2026-09-21T12:55:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5898213</guid><description>วิเทศวิถี: จุดเริ่มต้นของหนทางอันยาวไกล สัปดาห์ที่ผ่านมา การประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมระหว่างไทย-กัมพูชา ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS เปิดฉากขึ้นที่สิงคโปร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;วิเทศวิถี: จุดเริ่มต้นของหนทางอันยาวไกล&lt;/h1&gt;
&lt;h5&gt;สัปดาห์ที่ผ่านมา การประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมระหว่างไทย-กัมพูชา ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS เปิดฉากขึ้นที่สิงคโปร์ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน ได้รับความสนใจจากสังคมไทยและกัมพูชาอย่างมาก เพราะเป็นการดำเนินการเพื่อเพื่อหาทางออกที่สามารถเป็นข้อยุติร่วมกันได้ระหว่างสองประเทศ ความสำคัญของการประชุมครั้งแรกนี้ตามเอกสารข่าวที่ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร (PCA) เผยแพร่ คือการที่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายและคณะกมธ. ได้ลงนามในข้อกำหนดการแต่งตั้ง และจัดทำระเบียบวิธีพิจารณาที่จะใช้กำกับกระบวนการประนอมข้อพิพาทจนเสร็จสิ้น ซึ่งมีกรอบเวลาว่า กระบวนการประนอมระหว่างกันจะใช้เวลาไม่เกิน 12 เดือน&lt;/h5&gt;
&lt;p&gt;กระบวนการหารือภายใต้คณะกมธ.ประนอมส่วนใหญ่เป็นการดำเนินการแบบปิด แต่ได้มีการถ่ายทอดสดถ้อยแถลงเปิดการประชุมจาก &amp;#8220;ตัวแทน&amp;#8221; ของทั้งสองประเทศซึ่งใช้วิธีเรียงตามลำดับตัวอักษร กัมพูชาโดยนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา ขึ้นพูดก่อน ถ้อยคำของกัมพูชาที่พยายามเน้นย้ำว่า กัมพูชาเป็นประเทศที่เข้าใจถึงความสำคัญของสันติภาพ และจำเป็นต้องเลือกที่จะเริ่มกระบวนการประนอมภายใต้ UNCLOS เพราะไม่มีทางเลือกอื่นหลังจากไทยยกเลิก เอ็มโอยู 2544 ตลอดจนการระบุว่า เขามองกระบวนการประนอมครั้งนี้ ในฐานะหนทางในการฟื้นฟูความไว้วางใจ ไม่ใช่รูปแบบหนึ่งของการยกระดับความขัดแย้ง โดยเป้าหมายสำคัญสูงสุดคือการบรรลุทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ และมีส่วนส่งเสริมสันติภาพ ความร่วมมือ และความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันในภูมิภาค ก่อนที่จะบอกว่า กัมพูชาพร้อมที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อพัฒนาทรัพยากรชั่วคราวอย่างเท่าเทียมกัน โดยที่ยังไม่มีข้อตกลงด้านเขตแดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากนั้นนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนไทย ใช้โอกาสนี้ย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยที่จะหาทางออกด้วยการกำหนดเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน และเปิดทางให้ไทย-กัมพูชาเดินหน้าต่อไปได้ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนที่จะอธิบายถึงความแตกต่างของแนวทางที่ไทยและกัมพูชาเลือกใช้ในการจัดการกับประเด็นปัญหาระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ไทยเลือกที่จะแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาและฟื้นฟูความเชื่อมั่น แต่กัมพูชาซึ่งกล่าวอ้างอยู่เสมอว่าเคารพกฎหมายระหว่างประเทศและกล่าวหาไทย ได้กระทำการหลายอย่างที่ย้อนแย้งกับสิ่งที่พูด พร้อมกับบอกว่าเขาได้พูดคุยกับนายปรักในเดือนพฤษภาคมที่นิวยอร์ก ให้เดินหน้าแก้ไขปัญหาร่วมกัน แต่กัมพูชากลับกล่าวหาไทยอย่างต่อเนื่องในเวทีต่างๆ วางตนว่าเป็นเหยื่อ และสร้างภาพว่ามีสถานะที่เหนือกว่าไทยทางศีลธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์บอกว่า เขาได้เสนอนายปรักให้มีการหารือโดยตรงเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเล ซึ่งจะช่วยปรับปรุงความสัมพันธ์ และเปิดทางไปสู่การแก้ไขประเด็นอื่นๆ ที่ค้างคาอยู่ หากภายใน 6 เดือนยังไม่สามารบรรลุข้อตกลงได้ ก็สามารถเข้าสู่กระบวนการประนอมร่วมกันได้ต่อไป แต่กัมพูชากลับไม่เลือกทางดังกล่าวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระนั้นก็ดี นายสีหศักดิ์ย้ำว่า ไทยเข้าสู่กระบวนการนี้ด้วยความสุจริตใจ โดยตระหนักถึงบทบัญญัติของ UNCLOS อย่างเต็มที่ และมีความเชื่อมั่นในความเป็นอิสระ ความเป็นกลาง และความเชี่ยวชาญร่วมกันของคณะกรรมการชุดนี้ ประเทศไทยพร้อมที่จะมีส่วนร่วมในกระบวนการนี้อย่างสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บรรลุทางออกที่เป็นธรรมและผ่านการเจรจาด้วยความช่วยเหลือจากคณะกมธ.&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในส่วนของไทย เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่านายสีหศักดิ์เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องอธิบายให้คณะกมธ.เข้าใจอย่างชัดเจนถึงที่มาของปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชาครั้งล่าสุดจนนำมาถึงจุดนี้ และต้องการชี้แจงถึงความพยายามของไทยในการเปิดช่องทางการหารือทวิภาคี ซึ่งไม่ได้ตีบตันดังที่กัมพูชาพยายามจะทำให้โลกเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้น ถ้อยคำของนายสีหศักดิ์ไม่ได้พูดเพียงเพื่อความสะใจหรือพูดเพียงเพื่อให้คนไทยได้ยิน แต่เป็นการคลี่ข้อเท็จจริงออกมาวางให้ได้รับรู้รับทราบกัน ก่อนที่จะเดินหน้าต่อไปในกระบวนการนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านรัฐบาลและสื่อกัมพูชาพยายามจะบอกว่า กัมพูชาได้นำเสนอด้วยท่าทีประนีประนอมเพื่อมุ่งหาทางออกและทางเลือกในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ขณะที่ไทยกลับหยิบยกความขัดแย้งในอดีตที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นปัจจุบันขึ้นมาพูด ส่วนสื่อต่างประเทศอื่นๆ หลายสำนักมองว่า ไม่ว่าถ้อยคำการพูดคุยของแต่ละฝ่ายจะเป็นอย่างไร แต่การที่สองประเทศเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวก็แสดงให้เห็นว่า ประตูสำหรับการเจรจาภายใต้การช่วยเหลือของคณะกมธ.ยังคงเปิดกว้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต้องยอมรับว่าเมื่อฟังถ้อยคำของนายปรักและนายสีหศักดิ์จบ ถ้อยแถลงเหล่านั้นสะท้อนมุมมองที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิงของทั้งสองประเทศ สิ่งที่ไทยต้องการคือเส้นเขตแดนทางทะเลที่ชัดเจน ขณะที่กัมพูชาให้น้ำหนักกับการบรรลุข้อตกลงเพื่อพัฒนาทรัพยากรชั่วคราว โดยที่ยังไม่จำเป็นต้องมีข้อตกลงด้านเขตแดน เพื่อนำเอาทรัพยากรในอ่าวไทยซึ่งมีการประเมินว่าอาจมีมูลค่าสูงถึง 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 10 ล้านล้านบาทขึ้นมาใช้ ซึ่งจะว่าไปก็แทบไม่ต่างจากจุดยืนของกัมพูชาในการเจรจาระหว่างสองประเทศตลอด 25 ปี ที่ผ่านมาภายใต้ เอ็มโอยู 2544 ถ้าย้อนอดีตไปแม้แต่ในระหว่างที่มีความพยายามจะจัดทำเอ็มโอยูฉบับดังกล่าว ซึ่งมีนายสรุเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและนักกฎหมายชั้นครูเป็นผู้กำกับดูแล ก็ได้มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า การกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจนต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรในพื้นที่โดยไม่อาจแยกกันได้ เพราะเป้าหมายของกัมพูชามองเห็นได้ชัดเจนแม้แต่ในเวลานั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากการประชุมนัดแรก ที่แต่ละฝ่ายได้นำเสนอเนื้อหาสาระที่สำคัญและการหารือกับคณะกมธ.แบบลับไปแล้ว คณะกมธ.และคู่กรณีจะต้องหารือกันต่อไปในประเด็นที่มีการนำเสนอ ซึ่งมีการเผยแล้วว่าการหารือรอบ 2 จะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ แต่ต้องรอการยืนยันวันประชุมอย่างเป็นทางการต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระบวนการประนอมที่ไทยและกัมพูชากำลังดำเนินการอยู่นี้ ถือเป็นกรณีที่ 2 ของโลกที่มีการใช้กลไกดังกล่าว หลังก่อนหน้านี้ก็มีเพียงกรณีของติมอร์เลสเตกับออสเตรเลียที่ได้ดำเนินการในปี 2559 แต่อย่างที่เรารับทราบกันว่า คณะกมธ.ไม่มีอำนาจบังคับให้คู่กรณียอมรับเส้นเขตแดนใดๆ และไม่มีผลผูกพันต่อคู่กรณี แต่เพียงเสนอแนวทางให้เกิดการตกลงฉันมิตร ที่สุดแล้วติมอร์เลสเตและออสเตรเลีย ก็ต้องมาหารือกันเอง กระทั่งได้มีการลงนามในสนธิสัญญาระหว่างกันในปี 2561&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าไทย-กัมพูชาจะเป็นกรณีที่ 2 ของโลก ก็ยังได้เห็นผู้ออกมาแสดงภูมิรู้มากมายว่าท่าทีไทยแข็งกร้าว เสียเปรียบ หรืออะไรต่อมิอะไรที่ฟังแล้วก็น่าแปลกใจกับผู้รู้ เพราะสิ่งที่เราท่านได้เห็นกันในการประชุมครั้งแรก เป็นเพียงการเริ่มต้นของกระบวนการที่ยังยาวไกล และยังต้องมีการเจรจากันอีกหลายรอบหลังจากนี้ ซึ่งไม่มีใครจะบอกได้ว่าจะจบเร็วหรือลากยาวไปจนครบกรอบเวลา 1 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทั่งในระหว่างที่ความพยายามของคณะกมธ.ประนอมกำลังเริ่มต้น พฤติกรรมของกัมพูชาที่หยิบยกปัญหาไทย-กัมพูชาไปในเวทีพหุภาคีแทบทุกเวทีที่กัมพูชาเข้าร่วมประชุมอย่างที่เราได้ทราบกันก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในการประชุมของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) สมัยที่ 63 ที่นครเจนีวาเมื่อวันที่ 16 กันยายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่คณะกมธ. ยังคงมีการหารือลับกับตัวแทนไทยและกัมพูชา น.ส.อุศณา พีรานนท์ ผู้แทนถาวรไทยประจำยูเอ็น ก็ยังต้องใช้สิทธิตอบโต้ถ้อยแถลงของกัมพูชาถึง 2 ครั้ง หลังกัมพูชากล่าวหาไทยเรื่องผลกระทบด้านมนุษยธรรมจากสถานการณ์บริเวณชายแดน การยึดครองดินแดนกัมพูชา ไปจนถึงการโจมตีมรดกทางวัฒนธรรม น.ส.อุศณาตำหนิกัมพูชาว่า สร้างภาพว่าเป็นผู้สูญเสียเพียงฝ่ายเดียว ทั้งที่คนไทยตามแนวชายแดนก็เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน และย้ำว่า กัมพูชาไม่ควรนำเสนอความทุกข์ยากด้านมนุษยธรรมอย่างเลือกปฏิบัติ เพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง ผลักดันข้ออ้างในข้อพิพาททวิภาคี หรือสร้างภาพให้อีกฝ่ายเป็นผู้รุกราน&lt;/p&gt;
&lt;h5&gt;เป็นความจริงที่ว่า ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชารอบนี้ ร้อนแรงและฝังรากลึกมากกว่าครั้งก่อน จากความปั่นป่วนของการปลุกกระแสชาตินิยม ขณะที่โลกโซเชียลที่กลายเป็นช่องทางทำให้ความเกลียดชังขยายวงกว้างและซึมลึกกว่าที่เคยเป็น ทั้งยังมีปัจจัยทางการเมืองในประเทศเข้ามาร่วมด้วย แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ที่สุดแล้ว ไทย-กัมพูชา ก็ยังเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ชิดติดกัน และต้องพยายามหาทางออกโดยสันติวิธีให้ได้&lt;/h5&gt;
&lt;h5&gt;แม้จะลำบากยากเย็น แม้จะไม่มีใครรู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่ และมันจะมาถึงได้จริงไหมก็ตามที&lt;/h5&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898213?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;วิเทศวิถี: จุดเริ่มต้นของหนทางอันยาวไกล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>วิเทศวิถี: จุดเริ่มต้นของหนทางอันยาวไกล</dc:alternative><dc:abstract>วิเทศวิถี: จุดเริ่มต้นของหนทางอันยาวไกล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-21T05:55:29+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-21T05:55:29+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ปกข่าว-1200ตปท.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ปกข่าว-1200ตปท-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ปกข่าว-1200ตปท.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ปกข่าว-1200ตปท-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ปกข่าว-1200ตปท-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ปกข่าว-1200ตปท-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐเสนอจีน ร่วมตั้งกลไกแจ้งเตือนความปลอดภัยด้าน AI]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898104]]></link><pubDate>2026-09-21T12:16:52+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5898104</guid><description>สหรัฐเสนอจีน ร่วมตั้งกลไกแจ้งเตือนความปลอดภัยด้าน AI นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐอเมริกา และ นายเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ได้เสร็จสิ้นการเจรจาหารือกันที่นครนิวยอร์กเมื่อวันที่ 20 กันยาย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สหรัฐเสนอจีน ร่วมตั้งกลไกแจ้งเตือนความปลอดภัยด้าน AI&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐอเมริกา และ นายเหอ หลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ได้เสร็จสิ้นการเจรจาหารือกันที่นครนิวยอร์กเมื่อวันที่ 20 กันยายน ในการเตรียมการเพื่อวางกรอบวาระการหารือสำหรับการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่กำหนดจะมีขึ้นที่ทำเนียบขาวในวันที่ 24 กันยายนนี้ โดยนายเบสเซนต์เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในภายหลังว่าเขาได้เสนอกับฝ่ายจีนให้ร่วมกันจัดตั้งกลไกการแจ้งเตือนความปลอดภัยด้านปัญญาประดิษฐ์(AI)รูปแบบใหม่ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจมีต่อความมั่นคงของชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการจัดตั้งกลไกเจรจาหารือด้าน AI ระหว่างสหรัฐและจีนขึ้นใหม่ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับข้อห่วงกังวลด้านความมั่นคงของชาติ รวมถึงการสร้างระบบแจ้งเตือนสำหรับเป้าหมายและภัยคุกคามที่มีร่วมกัน ซึ่งจะครอบคลุมถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่อาจยกระดับรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เรามองว่าเช่นเดียวกับกิจกรรมข้ามพรมแดนอื่นๆ การเปลี่ยนจากความไม่โปร่งใสไปสู่ความโปร่งใสที่เพิ่มขึ้นระหว่างมหาอำนาจด้าน AI อันดับหนึ่งและอันดับสองของโลกนั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง&amp;#8221; เบสเซนต์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนของจีนต่อข้อเสนอนี้ของสหรัฐ โดยสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานเพียงสั้นๆ ว่า ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ลึกซึ้งและอย่างสร้างสรรค์ในประเด็นสำคัญด้านเศรษฐกิจและการค้า ตลอดจนการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่อง AI รวมถึงการดำเนินการตามข้อตกลงที่ได้จากการหารือด้านการค้าและการลงทุนในรอบก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ทรัมป์และสีได้หารือกันครั้งแรกเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนา AI ที่กรุงปักกิ่งเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แต่การประชุมหารืออย่างเป็นทางการยังไม่เคยเกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ เปิดเผยภายหลังว่า มาตรการควบคุมการส่งออกชิป AI ขั้นสูงและอุปกรณ์การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐ ไม่ได้เป็นหัวข้อในการหารือเกี่ยวกับกลไกความร่วมมือด้าน AI ครั้งนี้กับจีน โดยการหารือในวันอาทิตย์ เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐ-จีน ที่จะมีขึ้นในกรุงวอชิงตันระหว่างวันที่ 24-25 กันยายน โดยยังได้มการหารือเกี่ยวกับประเด็นสำคัญอื่นๆ รวมถึงแผนการนำกระบวนการที่ตกลงกันไว้ระหว่างสหรัฐและจีนเมื่อเดือนพฤษภาคมมาปฏิบัติจริง ซึ่งเป็นกระบวนการที่แต่ละฝ่ายจะระบุรายการสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าเชิงยุทธศาสตร์เพื่อพิจารณาลดภาษีนำเข้าภายใต้กลไกที่เรียกว่า &amp;#8220;คณะกรรมการการค้า&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ผู้แทนการค้าสหรัฐจะไม่ได้ระบุรายการสินค้าที่อาจได้รับการลดภาษีอย่างชัดเจน แต่เขาย้ำถึงความต้องการที่จะเห็นการลดภาษีสำหรับกลุ่มสินค้าจำนวนไม่มากนักของทั้งสหรัฐและจีน ซึ่งสามารถทำการค้ากันได้อย่างสมดุลและเป็นสินค้าที่ไม่มีความเสี่ยงต่อความมั่นคง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898104?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐเสนอจีน ร่วมตั้งกลไกแจ้งเตือนความปลอดภัยด้าน AI&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐเสนอจีน ร่วมตั้งกลไกแจ้งเตือนความปลอดภัยด้าน AI</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐเสนอจีน ร่วมตั้งกลไกแจ้งเตือนความปลอดภัยด้าน AI</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-21T05:16:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-21T05:16:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-20T144532Z_130624090_RC22NNAI6KQE_RTRMADP_3_USA-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-20T144532Z_130624090_RC22NNAI6KQE_RTRMADP_3_USA-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-20T144532Z_130624090_RC22NNAI6KQE_RTRMADP_3_USA-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-20T144532Z_130624090_RC22NNAI6KQE_RTRMADP_3_USA-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-20T144532Z_130624090_RC22NNAI6KQE_RTRMADP_3_USA-CHINA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-20T144532Z_130624090_RC22NNAI6KQE_RTRMADP_3_USA-CHINA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[&#8216;ฮุน มาเนต&#8217; ถือโอกาสวันสันติภาพสากล เรียกร้องไทยรอบใหม่ จี้ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงชายแดน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898089]]></link><pubDate>2026-09-21T12:12:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5898089</guid><description>&amp;#8216;ฮุน มาเนต&amp;#8217; ถือโอกาสวันสันติภาพสากล เรียกร้องไทยรอบใหม่ จี้ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงชายแดน เนื่องในวันสันติภาพสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 21 กันยายนของทุกปี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ถือโอกาสน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&amp;#8216;ฮุน มาเนต&amp;#8217; ถือโอกาสวันสันติภาพสากล เรียกร้องไทยรอบใหม่ จี้ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงชายแดน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เนื่องในวันสันติภาพสากล ซึ่งตรงกับวันที่ 21 กันยายนของทุกปี ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ถือโอกาสนี้ ในการออกมาเรียกร้องให้ไทยปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้ร่วมกันระหว่างสองประเทศ และร่วมมือสกับกัมพูชาในการแก้ปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธีและสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ ในโอกาสที่กัมพูชาร่วมเฉลิมฉลองวันสันติภาพสากลในวันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในสารเนื่องในวันสันติภาพสากล วันที่ 21 กันยายน ฮุน มาเนต ระบุว่า นานาประเทศทั่วโลก รวมทั้งกัมพูชา ยืนยันถึงความมุ่งมั่นร่วมกันต่อคุณค่าของสันติภาพ และร่วมรำลึกถึงผู้ที่เสียสละเพื่ออุดมการณ์ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกฯกัมพูชา กล่าวว่า บทเรียนจากประวัติศาสตร์และสถานการณ์โลกในตอนนี้ ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กฎหมายระหว่างประเทศเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถรับประกันสันติภาพได้ หากปราศจากเจตจำนงทางการเมืองที่แท้จริงและการนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และว่า กัมพูชายังคงยึดมั่นอย่างแน่วแน่ในการเคารพอธิปไตยและความเสมอภาคระหว่างรัฐ การปฏิเสธการใช้กำลัง การปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศด้วยสุจริตใจ การเสริมสร้างความร่วมมือและกลไกพหุภาคี ตลอดจนการแก้ไขข้อพิพาทด้วยสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยช่วงหนึ่ง ฮุน มาเนต ได้กล่าวถึงประวัติศาสตร์สงครามกัมพูชา และสิ่งที่เขาเรียกว่า ผลกระทบจากการละเมิดอธิปไตยของประเทศโดยประเทศเพื่อนบ้านในช่วงที่ผ่านมา ที่น่าจะเป็นการสื่อถึง &amp;#8220;ประเทศไทย&amp;#8221; อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮุน มาเนต เรียกร้องให้ประเทศไทยเคารพข้อตกลงที่ทำร่วมกันระหว่างสองประเทศ โดยระบุว่า &amp;#8220;จากการที่ได้เจอกับความเจ็บปวดและผลกระทบอันเลวร้ายจากสงคราม รวมถึงผลกระทบจากการรุกรานอธิปไตยของชาติ เมื่อเร็วๆนี้ ทำให้เราเข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นถึงคุณค่าอันประเมินค่ามิได้ของสันติภาพ โอกาสอันกว้างไกลที่เกิดขึ้นจากสันติภาพ และความเปราะบางของสันติภาพ ซึ่งเราจำเป็นต้องร่วมมือกันรักษาและปกป้องไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮุน มาเนต อธิบายว่า รัฐบาลกัมพูชา ขอเรียกร้องอีกครั้งในฝ่ายไทย ปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้ทำไว้ร่วมกัน และมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติ โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ด้วยเจตนารมณ์ดังกล่าว รัฐบาลกัมพูชา ขอเรียกร้องอีกครั้งให้ฝ่ายไทยเคารพข้อตกลงที่มีอยู่ ร่วมกันแก้ไขปัญหาชายแดนกัมพูชา-ไทย อย่างสันติ บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ลดความตึงเครียด สร้างความเชื่อมั่น และมุ่งฟื้นฟูสันติบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ลดความตึงเครียด สร้างความเชื่อมั่น และมุ่งฟื้นฟูสันติภาพบริเวณชายแดน ตลอดจนส่งเสริมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี&amp;#8221; ฮุน มาเนตกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และว่า กัมพูชาจะยังคงยึดมั่นในหลักการพื้นฐานด้านสันติภาพ การเคารพในอธิปไตยและความเสมอภาค รวมถึงการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติวิธีตามกฎหมายระหว่างประเทศและปราศจากการใช้กำลัง และว่า หลักการเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรับรองความมั่นคงและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ตลอดจนการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนและครอบคลุม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5898089?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;&amp;#8216;ฮุน มาเนต&amp;#8217; ถือโอกาสวันสันติภาพสากล เรียกร้องไทยรอบใหม่ จี้ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงชายแดน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>‘ฮุน มาเนต’ ถือโอกาสวันสันติภาพสากล เรียกร้องไทยรอบใหม่ จี้ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงชายแดน</dc:alternative><dc:abstract>‘ฮุน มาเนต’ ถือโอกาสวันสันติภาพสากล เรียกร้องไทยรอบใหม่ จี้ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงชายแดน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-21T05:12:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-21T05:12:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/manet1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/manet1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/manet1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/manet1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/manet12999.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/manet12999-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศรีลังกาจับกุม 3 สาวไทยคาสนามบิน หลังบินตรงจากกรุงเทพฯ ซุกกัญชากว่า 7 กก.เข้าประเทศ ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5897937]]></link><pubDate>2026-09-21T10:56:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5897937</guid><description>ศรีลังกาจับกุม 3 สาวไทยคาสนามบิน หลังบินตรงจากกรุงเทพฯ ซุกกัญชากว่า 7 กก.เข้าประเทศ สื่อศรีลังกาหลายแห่ง รายงานเมื่อวันที่ 20 กันยายนว่า หญิงไทย 3 คน ถูกจับกุมตัวพร้อมยาเสพติดจำนวนมาก ที่สนามบินนานาชา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ศรีลังกาจับกุม 3 สาวไทยคาสนามบิน หลังบินตรงจากกรุงเทพฯ ซุกกัญชากว่า 7 กก.เข้าประเทศ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อศรีลังกาหลายแห่ง รายงานเมื่อวันที่ 20 กันยายนว่า หญิงไทย 3 คน ถูกจับกุมตัวพร้อมยาเสพติดจำนวนมาก ที่สนามบินนานาชาติบันดารานายาเก (BIA) ในเมืองกาตูนายาเก ประเทศศรีลังกา เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 20 กันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจระบุว่า หญิงทั้ง 3 คน เดินทางมาจากกรุงเทพฯ ถูกตรวจพบว่ามียาเสพติดน้ำหนักว่า 7 กิโลกรัมอยู่ในครอบครอง โดยหญิงคนหนึ่ง อายุ 38 ปี ถูกจับกุมขณะเดินทางถึงศรีลังกา พร้อมกัญชาสายพันธุ์คุช (Kush) น้ำหนัก 3 กิโลกรัม 220 กรัม และแฮชิช หรือแฮช ผลิตภัณฑ์กัญชาชนิดเข้มข้น น้ำหนัก 1 กิโลกรัม 852 กรัม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หญิงอีกคนถูกจับกุมพร้อมกัญชาสายพันธุ์คุช น้ำหนัก 1 กิโลกรัม 994 กรัม และแฮชิชน้ำหนัก 620 กรัม ส่วนหญิงคนที่ 3 ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีส่วนช่วยเหลือและสนับสนุนการลักลอบขนยาเสพติด ก็ถูกจับกุมตัวด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า หญิงไทยกลุ่มนี้มีอายุอยู่ในช่วงราว 30 ปี ขณะที่กองบังคับการปราบปรามยาเสพติดของตำรวจศรีลังกากำลังสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านตำรวจศรีลังการะบุว่า หน่วยปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดประจำสนามบินกาตูนายาเก กำลังเร่งสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขบวนการค้าและนำเข้ายาเสพติดดังกล่าว โดยผู้ต้องหาถูกนำตัวส่งฟ้องต่อศาลผู้พิพากษา ในวันที่ 20 กันยายน 2569&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5897937?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศรีลังกาจับกุม 3 สาวไทยคาสนามบิน หลังบินตรงจากกรุงเทพฯ ซุกกัญชากว่า 7 กก.เข้าประเทศ &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศรีลังกาจับกุม 3 สาวไทยคาสนามบิน หลังบินตรงจากกรุงเทพฯ ซุกกัญชากว่า 7 กก.เข้าประเทศ </dc:alternative><dc:abstract>ศรีลังกาจับกุม 3 สาวไทยคาสนามบิน หลังบินตรงจากกรุงเทพฯ ซุกกัญชากว่า 7 กก.เข้าประเทศ </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-21T05:21:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-21T05:21:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/srilanka1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/srilanka1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/srilanka1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/srilanka1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/srilanka12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/srilanka12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เอ็ด ชีแรน ขอโทษแฟนเพลง ปมแร็ปเปอร์ดังถูกถอด เหตุแสดงจุดยืนหนุนปาเลสไตน์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5897482]]></link><pubDate>2026-09-20T17:40:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5897482</guid><description>เอ็ด ชีแรน ขอโทษแฟนเพลง ปมแร็ปเปอร์ดังถูกถอด เหตุแสดงจุดยืนหนุนปาเลสไตน์ เอ็ด ชีแรน ศิลปินเพลงป๊อปคนดังชาวอังกฤษ ได้เอ่ยปากขอโทษแฟนเพลงสำหรับความผิดพลาดของเขาในการจัดการรับมือกับประเด็นความขัดแย้งกรณี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เอ็ด ชีแรน ขอโทษแฟนเพลง ปมแร็ปเปอร์ดังถูกถอด เหตุแสดงจุดยืนหนุนปาเลสไตน์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เอ็ด ชีแรน ศิลปินเพลงป๊อปคนดังชาวอังกฤษ ได้เอ่ยปากขอโทษแฟนเพลงสำหรับความผิดพลาดของเขาในการจัดการรับมือกับประเด็นความขัดแย้งกรณีที่ แม็คเคิลมอร์ แร็ปเปอร์ชื่อดังถูกถอดออกจากการเป็นศิลปินเปิดการแสดงให้กับคอนเสิร์ตของชีแรน อันเป็นผลจากการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง ซึ่งยังเป็นผลให้มีศิลปินอื่นๆ ที่จะเล่นเป็นวงเปิดให้กับคอนเสิร์ตของชีแรนพากันถอนตัวไปด้วยเมื่อไม่กี่วันก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชีแรน ได้เริ่มต้นการแสดงคอนเสิร์ตของเขาที่สนามกีฬากลางแจ้ง &amp;#8220;ลินคอล์น ไฟแนนเชียล ฟิลด์&amp;#8221; ในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อค่ำวันเสาร์(19 ก.ย.) ด้วยการวิจารณ์การปฏิบัติของอิสราเอลต่อชาวกาซาว่าเป็นสิ่งที่ไม่อาจหาเหตุผลมารองรับได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชีแรน กล่าวถึงเหตุการณ์โจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 เดือนตุลาคมปี 2023 ที่คร่าชีวิตชาวอิสราเอลไปราว 1,200 คนว่า &amp;#8220;น่าสยดสยอง&amp;#8221; แต่เขาเรียกสงครามที่อิสราเอลก่อขึ้นหลังจากนั้นซึ่งคร่าชีวิตผู้คนหลายพันคนในฉนวนกาซาและทำให้ประชากรเกือบทั้งหมดในกาซาต้องพลัดถิ่นว่าเป็น &amp;#8220;หายนะ ไม่ยุติธรรมและไม่ได้สัดส่วน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เขายังประณาม &amp;#8220;ความอยุติธรรมเชิงระบบ&amp;#8221; ในเขตเวสแบงก์ที่รัฐบาลผสมฝ่ายขวาของอิสราเอลได้อนุญาตให้มีการขยายการตั้งถิ่นฐานของชาวยิวขนานใหญ่ในดินแดนดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้นักร้องคนดังยังเผยมุมมองของตนเองว่า &amp;#8220;ต้องการให้ดนตรีและการแสดงเป็นพื้นที่แห่งความสามัคคี ไม่ใช่ความแตกแยก เป็นเรื่องของมนุษยธรรม ไม่ใช่การเมือง&amp;#8221; ทั้งยังยืนยันว่าการถอดแม็คเคิลมอร์นั้นไม่ได้เป็นการตัดสินใจของเขาเอง แต่เป็นของทางผู้จัดคอนเสิร์ต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ผมต้องเผชิญและตัดสินใจในเรื่องที่ยากลำบาก ซึ่งผมเองก็ทำผิดพลาดไปบ้าง และผมขอโทษจริงๆ&amp;#8221; ชีแรนกล่าวกับแฟนเพลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำกล่าวข้างต้นของนักร้องนักแต่งเพลงคนดังผู้นี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงจากถ้อยคำที่เขาเคยระบุก่อนหน้าในสัปดาห์นี้ โดยโพสต์ลงบัญชีอินสตาแกรมของตนเองว่า ผู้ชมของเขา ไม่ได้คาดหวังให้เวทีคอนเสิร์ตกลายเป็นเวทีของการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรณีนี้ที่ทำให้ ชีแรน ตกอยู่ในกลางวงของเสียงวิพากษ์วิจารณ์ร้อนแรงเกิดขึ้นหลังจาก แม็คเคิลมอร์ แร็ปเปอร์ดัง โพสต์ลงอินสตาแกรมว่า โรเบิร์ต คราฟต์ มหาเศรษฐีเจ้าของสนามกีฬา Gillette Stadium ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ได้ห้ามเขาไม่ให้ขึ้นแสดงในคอนเสิร์ตของชีแรนที่ Gillette Stadium ที่มีกำหนดจัดแสดงในวันที่ 25-26 กันยายนนี้ หลังจากแม็คเคิลมอร์ ได้ร้องตะโกนคำว่า &amp;#8220;ปลดปล่อยปาเลสไตน์&amp;#8221; ในระหว่างการแสดงคอนเสิร์ตที่สนาม MetLife Stadium ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา การถูกถอดออกจากลิสต์การแสดงของแม็คเคิลมอร์ ส่งผลให้ศิลปินคนอื่นๆ ที่ร่วมทัวร์ต่างพากันแจ้งถอนตัวไปด้วย เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับแมคเคิลมอร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ชีแรนจะยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของเจ้าของสนามที่ต้องการให้ถอด แม็คเคิลมอร์ ออกจากการแสดง แต่เมื่อวันเสาร์ ชีแรน ได้กล่าวว่าเขารู้สึก &amp;#8220;กังวลอย่างยิ่ง&amp;#8221; เกี่ยวกับการที่สถานที่จัดคอนเสิร์ตเข้ามาตรวจสอบและควบคุมเนื้อหาการแสดงของศิลปิน ซึ่งชีแรนกล่าวว่า &amp;#8220;เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ที่ผมไปแสดงทั่วโลก แต่มันไม่ควรเกิดขึ้นเลยในโลกเสรี&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีความเห็นจากแฟนเพลงอย่าง จอย แวนรูเลอร์ ครูวัย 55 ปีจากเมืองพอตต์ทาวน์ หนึ่งในผู้ชมคอนเสิร์ต กล่าวว่า เธอสนับสนุนศิลปินทั้งสองคน &amp;#8220;มันไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องการเมืองเลย มันเป็นเรื่องของดนตรี เราสนับสนุนพวกเขาทั้งคู่ และทุกอย่างก็เป็นเรื่องดีทั้งนั้น&amp;#8221; แวนรูเลอร์ให้สัมภาษณ์กับสื่อด้านนอกสนามกีฬาลินคอล์นฯ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ชมอีกรายหนึ่งกล่าวว่า &amp;#8220;แม็คเคิลมอร์ไม่ควรพูดเรื่องการเมือง มันกลายเป็นเปิดโอกาสให้ผู้คนออกมาแสดงความคิดเห็นและทำให้สถานการณ์โดยรวมวุ่นวายเปล่าๆ เขาควรจะปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปดีกว่า&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5897482?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เอ็ด ชีแรน ขอโทษแฟนเพลง ปมแร็ปเปอร์ดังถูกถอด เหตุแสดงจุดยืนหนุนปาเลสไตน์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เอ็ด ชีแรน ขอโทษแฟนเพลง ปมแร็ปเปอร์ดังถูกถอด เหตุแสดงจุดยืนหนุนปาเลสไตน์</dc:alternative><dc:abstract>เอ็ด ชีแรน ขอโทษแฟนเพลง ปมแร็ปเปอร์ดังถูกถอด เหตุแสดงจุดยืนหนุนปาเลสไตน์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-20T10:40:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-20T10:40:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T002646Z_1134859291_RC2GFIA5UOYX_RTRMADP_3_ISRAEL-PALESTINIANS-MACKLEMORE-ED-SHEERAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T002646Z_1134859291_RC2GFIA5UOYX_RTRMADP_3_ISRAEL-PALESTINIANS-MACKLEMORE-ED-SHEERAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T002646Z_1134859291_RC2GFIA5UOYX_RTRMADP_3_ISRAEL-PALESTINIANS-MACKLEMORE-ED-SHEERAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T002646Z_1134859291_RC2GFIA5UOYX_RTRMADP_3_ISRAEL-PALESTINIANS-MACKLEMORE-ED-SHEERAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T002646Z_1134859291_RC2GFIA5UOYX_RTRMADP_3_ISRAEL-PALESTINIANS-MACKLEMORE-ED-SHEERAN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T002646Z_1134859291_RC2GFIA5UOYX_RTRMADP_3_ISRAEL-PALESTINIANS-MACKLEMORE-ED-SHEERAN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยูเครนรุกหนัก! ยิงโดรน-ขีปนาวุธกว่า 1,000 ลูก ถล่มมอสโก-โรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5897447]]></link><pubDate>2026-09-20T16:59:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5897447</guid><description>ยูเครนรุกหนัก! ยิงโดรน-ขีปนาวุธกว่า 1,000 ลูก ถล่มมอสโก-โรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย สำนักข่าวเอพีรายงานว่า กองทัพยูเครนยิงโดรนกว่า 1,000 ลูก โจมตีรัสเซียเมื่อช่วงคืนวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีโดรนหลายร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยูเครนรุกหนัก! ยิงโดรน-ขีปนาวุธกว่า 1,000 ลูก ถล่มมอสโก-โรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า กองทัพยูเครนยิงโดรนกว่า 1,000 ลูก โจมตีรัสเซียเมื่อช่วงคืนวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีโดรนหลายร้อยลูกที่มุ่งหน้าไปโจมตีกรุงมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย ขณะที่รัสเซียเพิ่งเสร็จสิ้นการเลือกตั้งในวันที่ 3 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเซอร์เกย์ โซบยานิน นายกเทศมนตรีมอสโก ระบุว่า ถือเป็นคลื่นโดรนที่โจมตีกรุงมอสโกครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และว่า โรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่งในกรุงมอสโก ถูกโจมตีจากการถล่มของฝูงโดรนครั้งนี้ด้วย รวมถึงที่พักอาศัยของประชาชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกเทศมนตรีมอสโกกล่าวว่า โดรน 450 ลำ ถูกทำลายระหว่างทางไปยังเมืองหลวงของรัสเซีย และว่า เป็นการโจมตีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ถือว่าศัตรูล้มเหลวในการพยายามขัดขวางการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอันเดรย์ โวโรบียอฟ ผู้ว่าการท้องถิ่น เปิดเผยว่า การโจมตีในเขตมอสโกครั้งนี้ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 20 ราย โดยผู้เสียชีวิตเป็นชายอายุ 74 ปี และหญิงอายุ 44 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า เคียฟใช้ขีปนาวุธและโดรนหลายชนิดในการโจมตีครั้งนี้ รวมถึงขีปนาวุธฟลามิงโกและเพลิแคน ซึ่งผลิตในประเทศ เพื่อโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและโลจิสติกส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;นี่คือเงินหลายพันล้านดอลลาร์ที่ค้ำจุนเครื่องจักรสงคราม&amp;#8221; เซเลนสกีกล่าวโดยอ้างถึงแรงกดดันทางการเงินที่เคียฟหวังว่าจะใช้กับเศรษฐกิจของรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงกลาโหมของรัสเซียแจ้งว่า กองกำลังของรัสเซียได้ยิงโดรนของยูเครนตก 1,100 ลำทั่วประเทศ รวมถึงเหนือคาบสมุทรไครเมีย ที่ยูเครนผนวกเข้าไป และน่านน้ำทะเลดำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5897447?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยูเครนรุกหนัก! ยิงโดรน-ขีปนาวุธกว่า 1,000 ลูก ถล่มมอสโก-โรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยูเครนรุกหนัก! ยิงโดรน-ขีปนาวุธกว่า 1,000 ลูก ถล่มมอสโก-โรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย</dc:alternative><dc:abstract>ยูเครนรุกหนัก! ยิงโดรน-ขีปนาวุธกว่า 1,000 ลูก ถล่มมอสโก-โรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-20T10:14:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-20T10:14:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/drone555.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/drone555-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/drone555.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/drone555-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/drone555666.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/drone555666-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีใต้-ญี่ปุ่นเต้น เกาหลีเหนือ ยิงขีปนาวุธลงทะเลอีก หนสองในสัปดาห์เดียว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5897324]]></link><pubDate>2026-09-20T15:45:53+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5897324</guid><description>เกาหลีใต้-ญี่ปุ่นเต้น เกาหลีเหนือ ยิงขีปนาวุธลงทะเลอีก หนสองในสัปดาห์เดียว เกาหลีเหนือได้ทำการยิงขีปนาวุธนอกชายฝั่งตะวันออกของประเทศอีกครั้งในวันอาทิตย์(20 ก.ย.)นี้ ซึ่งเป็นการทดสอบขีปนาวุธครั้งที่ 2  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เกาหลีใต้-ญี่ปุ่นเต้น เกาหลีเหนือ ยิงขีปนาวุธลงทะเลอีก หนสองในสัปดาห์เดียว&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกาหลีเหนือได้ทำการยิงขีปนาวุธนอกชายฝั่งตะวันออกของประเทศอีกครั้งในวันอาทิตย์(20 ก.ย.)นี้ ซึ่งเป็นการทดสอบขีปนาวุธครั้งที่ 2 ในรอบราวหนึ่งสัปดาห์และเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจากที่เปียงยางกล่าวหาสหรัฐอเมริกาว่าเป็นผู้ก่อให้เกิดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีผ่านการซ้อมรบร่วมกับชาติพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเคลื่อนไหวนี้ได้รับการเปิดเผยจากคณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ซึ่งอ้างว่าตรวจพบการยิงทดสอบขีปนาวุธออกมาจากเมืองวอนซาน เมืองท่าสำคัญของเกาหลีเหนือ เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สภาความมั่นคงแห่งชาติของเกาหลีใต้ประณามการยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ดังกล่าวซึ่งเป็นการยิงทดสอบต่อเนื่องจากการทดสอบครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา พร้อมเรียกร้องให้เปียงยางยุติกิจกรรมดังกล่าวซึ่งเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติโดยตรงในทันทีด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นระบุในทำนองเดียวกันว่าสิ่งที่เกาหลีเหนือดำเนินการดูเหมือนจะเป็นการยิงขีปนาวุธ ขณะที่สถานีโทรทัศน์ NHK รายงานว่า ขีปนาวุธดังกล่าวตกลงนอกเขตเศรษฐกิจพิเศษ(EEZ)ของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในวันเสาร์ที่ผ่านมา ทางการเปียงยางได้ออกมาปฏิเสธมติของหน่วยงานเฝ้าระวังด้านนิวเคลียร์ของสหประชาชาติที่ต่อต้านโครงการนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเปียงยางยังประณามการซ้อมรบร่วมทางทะเลระหว่างสหรัฐ เกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่จัดขึ้นใกล้กับเกาะกวมระหว่างวันที่ 29 สิงหาคมถึง 10 กันยายนด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เมื่อวันศุกร์(18 ก.ย.) คิม โยจอง น้องสาวฝีปากกล้าของ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ออกมาโจมตีการซ้อมรบร่วมทางทหารที่นำโดยสหรัฐว่าเป็นต้นเหตุของความตึงเครียดที่เลวร้ายลงเรื่อยๆ บนคาบสมุทรเกาหลี ทั้งยังประกาศกร้าวว่าเกาหลีเหนือจะไม่เปลี่ยนแปลงแนวทางของประเทศในการเสริมสร้างคลังอาวุธนิวเคลียร์ของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5897324?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีใต้-ญี่ปุ่นเต้น เกาหลีเหนือ ยิงขีปนาวุธลงทะเลอีก หนสองในสัปดาห์เดียว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีใต้-ญี่ปุ่นเต้น เกาหลีเหนือ ยิงขีปนาวุธลงทะเลอีก หนสองในสัปดาห์เดียว</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีใต้-ญี่ปุ่นเต้น เกาหลีเหนือ ยิงขีปนาวุธลงทะเลอีก หนสองในสัปดาห์เดียว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-20T08:45:53+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-20T08:45:53+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26255004455554.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26255004455554-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26255004455554.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26255004455554-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26255004455554-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26255004455554-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีใต้ ฮือฮา ฉลามยาว 3 เมตร โผล่ท่าเรือปูซาน คนแห่ยลโฉมคึกคัก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5897228]]></link><pubDate>2026-09-20T14:21:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5897228</guid><description>เกาหลีใต้ ฮือฮา ฉลามยาว 3 เมตร โผล่ท่าเรือปูซาน คนแห่ยลโฉมคึกคัก เมื่อวันที่ 20 กันยายน สื่อเกาหลีใต้รายงานว่าประชาชนจำนวนมากต่างพากันไปที่ท่าเรือเมืองปูซาน ทางตอนใต้ของประเทศ หลังมีการพบเห็นฉลามตัวหน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เกาหลีใต้ ฮือฮา ฉลามยาว 3 เมตร โผล่ท่าเรือปูซาน คนแห่ยลโฉมคึกคัก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 20 กันยายน สื่อเกาหลีใต้รายงานว่าประชาชนจำนวนมากต่างพากันไปที่ท่าเรือเมืองปูซาน ทางตอนใต้ของประเทศ หลังมีการพบเห็นฉลามตัวหนึ่งโผล่ดำผุดดำว่ายริมฝั่งทะเล ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่พบได้ยากมากบริเวณชายฝั่งของเมืองท่ายอดนิยมแห่งนี้ และส่งผลให้ทางการท้องถิ่นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ พร้อมประกาศเตือนให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีการแชร์ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์แสดงให้เห็นผู้คนพากันมามุงดูบริเวณริมน้ำในสวนสาธารณะริมน้ำ Busan North Port Waterfront หลังจากมีการพบเห็นฉลามตัวหนึ่งซึ่งคาดว่าน่าจะเป็น ฉลามทองแดง ขนาดตัวยาวกว่า 3 เมตร เป็นครั้งแรกเมื่อเวลา 08.57 น.ของวันศุกร์ (18 ก.ย.) และพบเห็นมันอีกครั้งเมื่อเวลาประมาณ 13.05 น.ของวันเสาร์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิดีโอหลายคลิปเผยให้เห็นฉลามดังกล่าวกำลังว่ายน้ำอยู่ใกล้ผิวน้ำ และมีบางโพสต์อ้างว่าพบเห็นฉลามตัวนี้อีกครั้งในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ (20 ก.ย.) นี้ แต่ข้อมูลดังกล่าวและวิดีโอที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้รับการยืนยันความถูกต้อง อีกทั้งยังพบว่าวิดีโอที่ถูกแชร์บางส่วนนั้นถูกสร้างขึ้นด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายจอน แจ-ซู นายกเทศมนตรีเมืองปูซาน ร่วมแชร์ข่าวฉลามโผล่ โดยระบุด้วยว่าการปรากฏตัวของฉลามครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสะอาดของระบบนิเวศบริเวณท่าเรือปูซานเหนือ พร้อมกันนี้ยังได้เตือนให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและได้มีการส่งข้อความแจ้งเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังเมื่อเดินเลียบทางน้ำและไม่ควรเข้าใกล้ผืนน้ำหากมีฉลามอยู่บริเวณนั้นด้วยแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ฉลามสายพันธุ์นี้ไม่ได้มีพฤติกรรมดุร้ายโดยเฉพาะต่อมนุษย์ แต่มีรายงานว่ามันเคยทำร้ายผู้คนในสถานการณ์ที่มีอาหารเข้ามาเกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่เมืองปูซานและหน่วยยามฝั่งในพื้นที่ได้ระดมเรือและหน่วยกู้ภัยเพื่อต้อนฉลามตัวดังกล่าวออกสู่ทะเลเปิด แต่ความพยายามนี้ต้องยุติลงหลังจากสถาบันวิทยาศาสตร์การประมงแห่งชาติ (National Institute of Fisheries Science) ออกคำเตือนว่าการบังคับไล่ฉลามออกไปอาจกระตุ้นให้มันหันมาโจมตีได้&lt;/p&gt;
&lt;blockquote class=&quot;twitter-tweet&quot;&gt;
&lt;p dir=&quot;ltr&quot; lang=&quot;ko&quot;&gt;상어 출몰 한 북항 친수공원 상황 !!!&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;몇 분 간격으로 자주 나타나서 명당 자리까지 생겨버린 상황인데~&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;중요한건&lt;br /&gt;
오래 기다리지 않아도 상어를 볼 수 있는데&lt;br /&gt;
입장료가 공짜임!!!&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;거기에 푸드트럭까지 두둥등장!!!&lt;br /&gt;
이제 상어관람도 식후경임 ㅋㅋ https://t.co/GPcCPknjvG&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;— 호주백호 (@minsu3303) &lt;a href=&quot;https://x.com/minsu3303/status/2101277678485864678?ref_src=twsrc%5Etfw&quot;&gt;September 19, 2026&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;&lt;script async src=&quot;https://platform.x.com/widgets.js&quot; charset=&quot;utf-8&quot;&gt;&lt;/script&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5897228?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีใต้ ฮือฮา ฉลามยาว 3 เมตร โผล่ท่าเรือปูซาน คนแห่ยลโฉมคึกคัก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีใต้ ฮือฮา ฉลามยาว 3 เมตร โผล่ท่าเรือปูซาน คนแห่ยลโฉมคึกคัก</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีใต้ ฮือฮา ฉลามยาว 3 เมตร โผล่ท่าเรือปูซาน คนแห่ยลโฉมคึกคัก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-20T08:02:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-20T08:02:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-20-140710.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-20-140710-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-20-140710.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-20-140710-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-20-140710-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-20-140710-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จับชายไต้หวัน ปลิดชีพแฟนสาวชาวไทย ยัดร่างซ่อนในตู้แช่ที่ทำงาน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5897012]]></link><pubDate>2026-09-20T12:24:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5897012</guid><description>จับชายไต้หวัน ฆ่าแฟนสาวชาวไทย แล้วนำร่างแช่ไว้ในตู้แช่แข็งที่ทำงาน สื่อไต้หวันหลายสำนักรายงานว่า เจ้าหน้าที่ไต้หวันได้บุกจับกุมตัวชายชาวไต้หวัน ข้อหาต้องสงสัยว่าฆ่าแฟนสาวชาวไทย และนำศพไปเก็บไว้ในตู้แช [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จับชายไต้หวัน ฆ่าแฟนสาวชาวไทย แล้วนำร่างแช่ไว้ในตู้แช่แข็งที่ทำงาน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อไต้หวันหลายสำนักรายงานว่า เจ้าหน้าที่ไต้หวันได้บุกจับกุมตัวชายชาวไต้หวัน ข้อหาต้องสงสัยว่าฆ่าแฟนสาวชาวไทย และนำศพไปเก็บไว้ในตู้แช่แข็งในที่ทำงานของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจระบุว่า พบศพหญิงสาวระหว่างการค้นหาในเมืองไทจง เช้าตรู่วันเสาร์ที่ 19 กันยายน หลังจากรวบรวมพยานหลักฐานในคดีดังกล่าวได้ จากนั้นจึงติดตามตัวและจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นชายชาวไต้หวัน อายุ 43 ปี แซ่อู๋&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจเปิดเผยว่า จากผลการสอบสวนเบื้องต้น ชี้ว่าหญิงสาววัย 36 ปีรายนี้ ซึ่งระบุว่าชื่อ &amp;#8220;อาร์ท&amp;#8221; เสียชีวิตเนื่องจากการถูกบีบคอ ส่วนตัวนายอู๋ได้ถูกนำส่งไปยังสำนักงานอัยการเขตไทจง เพื่อดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจเปิดเผยว่า นายอู๋คบกับสาวไทยรายนี้ขณะเดินทางมาเที่ยวที่ประเทศไทย และทั้งคู่คบหากันมาเป็นเวลาประมาณ 1 ปี โดยทั้งคู่เคยมีปากเสียงทะเลาะกันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่ตำรวจไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจากการสอบสวนพบว่า เมื่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มมีปัญหา ฝ่ายหญิงจึงได้เดินทางไปไต้หวัน เพื่อขอยุติความสัมพันธ์ โดยเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านซีเหมินติงของไทเป เมื่อวันที่ 2 กันยายน และได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยกับฝ่ายชาย ขณะพักอยู่ที่โรงแรมที่พัก หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็นหรือติดต่อเธอได้อีกเลย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยตามกำหนดเดิม เธอจะต้องเช็กเอาต์ออกจากโรงแรมในวันจันทร์ แต่ทางครอบครัวไม่สามารถติดต่อเธอได้ และเธอไม่ได้เดินทางกลับประเทศจึง ทางครอบครัวจึงขอให้เพื่อในไต้หวันช่วยแจ้งความคนหายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีตำรวจเขตว่านหัวระบุว่า เพื่อนชาวไต้หวันของหญิงสาวได้แจ้งความคนหายตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 กันยายน และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้กับโรงแรม ตำรวจสามารถระบุตัวนายอู๋ว่า เป็นชายที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย โดยพบภาพนายอู๋เดินเข้าไปในโรงแรม เมื่อวันที่ 12 กันยายน และเดินออกมาในเช้าตรู่วันถัดมา พร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ และได้นำกระเป๋าเดินทางเก็บไว้ที่กระโปรงหลังรถ ก่อนจะขับออกไปยังเมืองไทจง ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของนายอู๋ ที่ทำงานอยู่ในตำแหน่งงานด้านธุรการที่บริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจระบุว่ากระเป๋าเดินทางใบดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัย เนื่องจากเคยมีการใช้กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ เพื่อขนย้ายศพในคดีฆาตกรรมคดีอื่นมาก่อนหน้านี้&lt;br /&gt;
โดยตำรวจได้ควบคุมตัวนายอู๋ เมื่อวันที่ 18 กันยายน ในฐานะผู้ต้องสงสัยกระทำความผิดทางอาญา ระหว่างการสอบปากคำ ซึ่งนายอู๋ให้การรับสารภาพว่าเขาบันดาลโทสะ หลังจากที่ฝ่ายหญิงขอเลิก จึงได้ลงมือบีบคอเธอจนเสียชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอู๋ยังบอกกับตำรวจว่า เนื่องจากเขาทำงานด้านธุรการและโลจิสติกส์ให้กับบริษัทเทคโนโลยี จึงสามารถนำศพของเธอไปซ่อนไว้ในตู้แช่แข็งที่บริษัทเช่าไว้ใช้งานได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเขตว่านหัวได้คุมตัวนายอู๋ไปยังที่ทำงานในเมืองไทจง เมื่อวันที่ 19 กันยายน และพบศพของหญิงสาวในตู้แช่แข็งดังกล่าว หลังจากแพทย์นิติเวชจากสำนักงานอัยการได้ทำการชันสูตรพลิกศพแล้ว ตำรวจก็ได้นำตัวนายอู๋กลับไปยังไทเป และส่งตัวให้สำนักงานอัยการเพื่อดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรมต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5897012?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จับชายไต้หวัน ปลิดชีพแฟนสาวชาวไทย ยัดร่างซ่อนในตู้แช่ที่ทำงาน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จับชายไต้หวัน ปลิดชีพแฟนสาวชาวไทย ยัดร่างซ่อนในตู้แช่ที่ทำงาน</dc:alternative><dc:abstract>จับชายไต้หวัน ปลิดชีพแฟนสาวชาวไทย ยัดร่างซ่อนในตู้แช่ที่ทำงาน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-20T05:46:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-20T05:46:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/taichung12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/taichung12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/taichung12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/taichung12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/taichung12333.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/taichung12333-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โดนแล้ว! นักข่าว 3 สื่อยักษ์ ถูกทำเนียบขาวห้ามเข้า-ยึดบัตรผ่าน หลังทรัมป์สั่งแบน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5897024]]></link><pubDate>2026-09-20T12:09:04+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5897024</guid><description>โดนแล้ว! นักข่าว 3 สื่อยักษ์ ถูกทำเนียบขาวห้ามเข้า-ยึดบัตรผ่าน หลังทรัมป์สั่งแบน เมื่อวันเสาร์ (19 ก.ย.) ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวปฏิเสธไม่ให้ผู้สื่อข่าวของสื่อชั้นนำ 3 สำนัก ได้แก่ CNN, MS NOW และ Politic [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;โดนแล้ว! นักข่าว 3 สื่อยักษ์ ถูกทำเนียบขาวห้ามเข้า-ยึดบัตรผ่าน หลังทรัมป์สั่งแบน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันเสาร์ (19 ก.ย.) ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวปฏิเสธไม่ให้ผู้สื่อข่าวของสื่อชั้นนำ 3 สำนัก ได้แก่ CNN, MS NOW และ Politico เข้าไปภายในทำเนียบขาว อันเป็นไปตามคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ที่ประกาศห้ามผู้สื่อข่าวของสื่อใหญ่ทั้ง 3 สำนักดังกล่าวเข้ามาในพื้นที่ทำเนียบขาว โดยทรัมป์กล่าวหาว่าเนื่องจากนำเสนอข่าวปลอม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวของ CNN, MS NOW และ Politico ต่างออกมาเปิดเผยว่า &amp;#8220;บัตรผ่าน&amp;#8221; สื่อมวลชนเข้าทำเนียบขาวของทีมข่าวของพวกเขานั้น ถูกทางทำเนียบขาวยึดไปในเช้าวันเสาร์ ในขณะที่ทีมข่าวจะเดินเข้าไปภายในทำเนียบขาว อย่างไรก็ดี องค์กรสื่อทั้ง 3 แห่งดังกล่าวส่งสัญญาณว่าพวกเขาจะคัดค้านการสั่งห้ามดังกล่าว เนื่องจากเป็นการละเมิดการคุ้มครองเสรีภาพในการพูดและเสรีภาพสื่อภายใต้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกาครั้งที่ 1&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CNN ออกแถลงการณ์ในวันเสาร์ระบุว่า คำสั่งห้ามดังกล่าวเป็น &amp;#8220;การโจมตีที่ผิดกฎหมาย&amp;#8221; ต่อสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการทำข่าวโดยปราศจากการแทรกแซงจากรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ MS NOW และ Politico ต่างออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขาจะปกป้องสิทธิตามบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 1&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี CNN และ MS NOW ระบุว่าจะยังคงรายงานข่าวเกี่ยวกับรัฐบาลทรัมป์ต่อไป ส่วน Politico ยืนยันที่จะสนับสนุนผู้สื่อข่าวของตนที่ทำหน้าที่รายงานข่าวจากทำเนียบขาว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเคลื่อนไหวข้างต้นเกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ได้โพสต์ลงโซเชียลมีเดียในวันศุกร์ (18 ก.ย.) กล่าวหาสื่อหลายสำนักว่า &amp;#8220;รายงานข่าวปลอม&amp;#8221; และระบุว่าสำนักข่าวเหล่านี้ไม่ควรมีสิทธิ์เขียนหรือรายงานเรื่องที่แต่งขึ้นเองและเรื่องโกหกอยู่ตลอดเวลาในขณะที่กำลังนำเสนอข่าวเกี่ยวกับประธานาธิบดีสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทรัมป์ยังบอกอีกว่าจะมีสำนักข่าวที่นำเสนอข่าวปลอมอื่นๆ อีกที่อาจจะเผชิญมาตรการนี้ โดยในระหว่างทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่ห้องทำงานรูปไข่ ในทำเนียบขาวเมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ได้ตอบคำถามเกี่ยวกับ &amp;#8220;สำนักข่าวอื่นๆ&amp;#8221; ที่เขาหมายถึง โดยยกตัวอย่าง นิวยอร์กไทมส์ และ วอชิงตันโพสต์ สื่อสิ่งพิมพ์ชั้นนำในสหรัฐว่าเป็นตัวอย่างของ &amp;#8220;ข่าวปลอม&amp;#8221; แม้เขาจะไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะสั่งห้ามสื่อทั้งสองแห่งนี้เข้ามาในทำเนียบขาวก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนิวยอร์กไทมส์ออกแถลงการณ์โต้ว่า คำสั่งห้ามล่าสุดของทรัมป์ถือเป็นการข่มขู่คุกคามและขัดต่อรัฐธรรมนูญอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่านิวยอร์กไทมส์ขอยืนหยัดเคียงข้างองค์กรข่าวต่างๆ ที่กำลังตกเป็นเป้าหมายอย่างไม่เป็นธรรมจากประธานาธิบดีสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนวอชิงตันโพสต์ออกแถลงการณ์ระบุว่า สิทธิ์ในการเข้าถึงทำเนียบขาวถือเป็น &amp;#8220;สิทธิตามรัฐธรรมนูญที่ไม่อาจต่อรองได้&amp;#8221; และประณามการกระทำของผู้นำสหรัฐอย่างทรัมป์ว่าเป็น &amp;#8220;รูปแบบการข่มขู่ที่ชัดเจนซึ่งมีเจตนาเพื่อปิดกั้นการนำเสนอข่าว&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยพยายามกีดกันสำนักข่าวบางแห่งหรือนักข่าวบางคนไม่ให้เข้าร่วมงานแถลงข่าว โดยในปีที่แล้วทรัมป์ยังได้สั่งห้ามผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวเอพีเข้าร่วมกลุ่มผู้สื่อข่าวที่ติดตามภารกิจของเขา โดยอ้างว่าสำนักข่าวเอพีไม่ยอมใช้ชื่อเรียก &amp;#8220;อ่าวอเมริกา&amp;#8221; อย่างที่ทรัมป์ต้องการ หลังจากทรัมป์ออกคำสั่งฝ่ายบริหารให้เปลี่ยนชื่อเรียก &amp;#8220;อ่าวเม็กซิโก&amp;#8221; เป็น &amp;#8220;อ่าวอเมริกา&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5897024?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โดนแล้ว! นักข่าว 3 สื่อยักษ์ ถูกทำเนียบขาวห้ามเข้า-ยึดบัตรผ่าน หลังทรัมป์สั่งแบน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โดนแล้ว! นักข่าว 3 สื่อยักษ์ ถูกทำเนียบขาวห้ามเข้า-ยึดบัตรผ่าน หลังทรัมป์สั่งแบน</dc:alternative><dc:abstract>โดนแล้ว! นักข่าว 3 สื่อยักษ์ ถูกทำเนียบขาวห้ามเข้า-ยึดบัตรผ่าน หลังทรัมป์สั่งแบน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-20T05:21:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-20T05:21:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-19T165753Z_862517729_RC2GMNAAUHP9_RTRMADP_3_USA-TRUMP-MEDIA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-19T165753Z_862517729_RC2GMNAAUHP9_RTRMADP_3_USA-TRUMP-MEDIA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-19T165753Z_862517729_RC2GMNAAUHP9_RTRMADP_3_USA-TRUMP-MEDIA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-19T165753Z_862517729_RC2GMNAAUHP9_RTRMADP_3_USA-TRUMP-MEDIA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-19T165753Z_862517729_RC2GMNAAUHP9_RTRMADP_3_USA-TRUMP-MEDIA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-19T165753Z_862517729_RC2GMNAAUHP9_RTRMADP_3_USA-TRUMP-MEDIA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-19T175935Z_1469722979_RC2HMNABSDGV_RTRMADP_3_USA-TRUMP-MEDIA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-19T175935Z_1469722979_RC2HMNABSDGV_RTRMADP_3_USA-TRUMP-MEDIA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>486</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>486</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เดือด! กบฏฮูตี ยิงขีปนาวุธถล่มเมืองหลวงซาอุฯ-คลังน้ำมัน Aramco ป่วนสัญจรทางอากาศ ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5896946]]></link><pubDate>2026-09-20T10:19:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5896946</guid><description>เดือด! กบฏฮูตี ยิงขีปนาวุธถล่มเมืองหลวงซาอุฯ-คลังน้ำมัน Aramco ป่วนสัญจรทางอากาศ กบฏฮูตีในเยเมนที่มีอิหร่านให้การสนับสนุน ประกาศในวันเสาร์ (19 ก.ย.) ว่าได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีกรุงริยาด เมืองหลวงของ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เดือด! กบฏฮูตี ยิงขีปนาวุธถล่มเมืองหลวงซาอุฯ-คลังน้ำมัน Aramco ป่วนสัญจรทางอากาศ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กบฏฮูตีในเยเมนที่มีอิหร่านให้การสนับสนุน ประกาศในวันเสาร์ (19 ก.ย.) ว่าได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย รวมถึงแหล่งพลังงานบริเวณชายฝั่งทะเลแดงของซาอุฯ เพื่อตอบโต้ที่ซาอุฯโหมโจมตีทั่วเยเมนอย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยาห์ยา อัล-ซาเรีย โฆษกของกองกำลังกบฏฮูตี โพสต์แถลงการณ์ผ่านทางออนไลน์เกี่ยวกับปฏิบัติการโจมตีระลอกล่าสุดว่า ขีปนาวุธและโดรนจำนวนมากถูกใช้ในการโจมตีสถานที่สำคัญในกรุงริยาดและฐานการผลิตของบริษัทรัฐวิสาหกิจ Aramco ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของซาอุฯ ในเมืองยานบู ริมชายฝั่งทะเลแดง เพื่อตอบโต้ความพยายามอันชั่วร้ายของศัตรูอย่างซาอุฯ ที่มุ่งเป้าโจมตีกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมนซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้นโฆษกกบฏฮูตียังกล่าวอ้างว่าซาอุฯได้ปฏิบัติการโจมตีทั่วประเทศเยเมนมากถึง 300 ครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทางการซาอุฯอ้างว่าสามารถสกัดทำลายขีปนาวุธที่ยิงโจมตีเข้าใส่กรุงริยาดได้ในวันเสาร์ โดยไม่ได้ยืนยันว่ามีการโจมตีเพิ่มเติมหรือมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ก่อนหน้านั้นมีเสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นหลายครั้งในกรุงริยาดและปรากฏกลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจากถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิด อันเป็นสนามบินหลักในกรุงริยาดซึ่งเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน FlightRadar24 รายงานว่าหลังเกิดเหตุโจมตีมีเที่ยวบินจำนวนมากที่สนามบินนานาชาติคิงคาลิดประสบความล่าช้า หรือไม่ก็ถูกยกเลิกเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้นทางการซาอุฯได้ส่งข้อความประกาศเตือนภัยการโจมตีทางอากาศในเมืองหลวงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลุ่มฮูตียกระดับการโจมตีซาอุฯเพิ่มมากขึ้นในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยสำนักงานป้องกันภัยพลเรือนซาอุฯได้ส่งข้อความแจ้งเตือนทางโทรศัพท์ตั้งแต่ช่วงข้ามคืนก่อนเพื่อเตือนถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในกรุงริยาดและพื้นที่อื่นๆ ก่อนจะประกาศยกเลิกคำแจ้งเตือนในช่วงเช้าวันเสาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาประกาศเตือนให้ชาวอเมริกันในตะวันออกกลางเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมสำหรับการยกเลิกเที่ยวบินที่อาจเกิดขึ้นและการหยุดชะงักของการเดินทางอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้กบฏฮูตีได้ทำสงครามกลางเมืองกับรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการรับรองจากนาชาติและได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียมายาวนานหลายปี ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ กลุ่มฮูตีที่ประกาศยืนเคียงข้างเตหะรานตั้งแต่สงครามอิหร่านเปิดฉาก ได้ก่อการโจมตีเป้าหมายในดินแดนซาอุฯหลายครั้ง และเมื่อสัปดาห์นี้ยังได้ออกมาแถลงว่าได้ยิงเครื่องบินขับไล่ F-15 ของซาอุฯร่วงเหนือน่านฟ้าเยเมน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5896946?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เดือด! กบฏฮูตี ยิงขีปนาวุธถล่มเมืองหลวงซาอุฯ-คลังน้ำมัน Aramco ป่วนสัญจรทางอากาศ &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เดือด! กบฏฮูตี ยิงขีปนาวุธถล่มเมืองหลวงซาอุฯ-คลังน้ำมัน Aramco ป่วนสัญจรทางอากาศ </dc:alternative><dc:abstract>เดือด! กบฏฮูตี ยิงขีปนาวุธถล่มเมืองหลวงซาอุฯ-คลังน้ำมัน Aramco ป่วนสัญจรทางอากาศ </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-20T04:54:51+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-20T04:54:51+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-19T114800Z_221791993_RC28MNAFHPNK_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SAUDI-YEMEN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-19T114800Z_221791993_RC28MNAFHPNK_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SAUDI-YEMEN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-19T114800Z_221791993_RC28MNAFHPNK_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SAUDI-YEMEN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-19T114800Z_221791993_RC28MNAFHPNK_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SAUDI-YEMEN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-19T114800Z_221791993_RC28MNAFHPNK_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SAUDI-YEMEN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-19T114800Z_221791993_RC28MNAFHPNK_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-SAUDI-YEMEN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คาร์บอมบ์พุ่งชน มัสยิดปากีสถานขณะละหมาด ดับ 31 เจ็บกว่า 100]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5896151]]></link><pubDate>2026-09-19T12:48:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5896151</guid><description>คาร์บอมบ์พุ่งชน มัสยิดปากีสถานขณะละหมาด ดับ 31 เจ็บกว่า 100 เจ้าหน้าที่ระบุว่า เกิดเหตุโจมตีด้วยคาร์บอมบ์ที่มัสยิดแห่งหนึ่งภายในเขตที่ทำการที่ตั้งของตำรวจในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ส่งผลให้มีผู [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;คาร์บอมบ์พุ่งชน มัสยิดปากีสถานขณะละหมาด ดับ 31 เจ็บกว่า 100&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า เกิดเหตุโจมตีด้วยคาร์บอมบ์ที่มัสยิดแห่งหนึ่งภายในเขตที่ทำการที่ตั้งของตำรวจในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 ราย และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 100 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีพีของปากีสถานรายงานว่า ผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีแบบพลีชีพครั้งนี้รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ 15 นาย และเด็กวัย 4 ขวบ 1 ราย นอกจากคาร์บอมบ์แล้วยังมีกลุ่มมือปืนเปิดฉากยิงใส่สถานที่ทำการของตำรวจในเมืองโคฮัต จังหวัดไคเบอร์ปัคตุนควาอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจจังหวัดไคเบอร์ปัคตุนควาระบุว่า กลุ่มย่อยที่เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการทาลิบันปากีสถาน (TTP) หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า ทาลิบันปากีสถาน อาจเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจเผยว่า รถยนต์ที่บรรทุกวัตถุระเบิดพุ่งชนทางเข้ามัสยิดเมื่อเวลาประมาณ 13.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่กำลังมีการประกอบพิธีละหมาดวันศุกร์ที่ 18 กันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกตำรวจจังหวัดไคเบอร์ปัคตุนควากล่าวว่า ผู้ก่อเหตุอย่างน้อย 6 ราย เสียชีวิตจากแรงระเบิดและการยิงปะทะกันที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังตำรวจจังหวัดไคเบอร์ปัคตุนควาโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ตำรวจมุ่งมั่นที่จะขัดขวางแผนการชั่วร้ายของฟิตนา-อัล-คอวาริจ ซึ่งเป็นชื่อที่เจ้าหน้าที่ปากีสถานใช้เรียกกลุ่มทาลิบันปากีสถาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไฟซาล คาริม คุนดี ผู้ว่าการจังหวัดไคเบอร์ปัคตุนควา กล่าวว่า จังหวัดต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในการต่อสู้กับการก่อการร้าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มทาลิบันปากีสถานก่อตั้งขึ้นในปี 2007 โดยมีเป้าหมายที่จะบังคับกฎหมายอิสลามอย่างเคร่งครัด และเป็นกลุ่มพันธมิตรกับเครือข่ายอัลเคด้าและรัฐบาลทาลิบันในอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีอาซิฟ อาลี ซาร์ดารี ของปากีสถาน ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยและขอให้ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดหายเป็นปกติโดยเร็ว พร้อมเรียกร้องให้มีการกวาดล้างผู้ก่อการร้ายที่ได้รับการสนับสนุนจากต่างชาติให้หมดสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกองค์การสหประชาชาติระบุว่า อันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการสหประชาชาติ ประณามอย่างรุนแรงต่อเหตุระเบิดครั้งนี้ และกล่าวว่า การโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังพลเรือนและศาสนสถานเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ปากีสถานกล่าวหากลุ่มทาลิบันปากีสถานว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีหลายครั้งในประเทศ รวมถึงเหตุระเบิดฆ่าตัวตายที่มัสยิดของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ในกรุงอิสลามาบัด ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 30 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สถานการณ์การก่อความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนของปากีสถานทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยกลุ่มติดอาวุธมุ่งโจมตีเป้าหมายที่เป็นทหารและตำรวจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลปากีสถานระบุว่า กลุ่มติดอาวุธใช้ดินแดนอัฟกานิสถานเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับฝึกกำลังพลและวางแผนก่อเหตุโจมตีในปากีสถาน ขณะที่รัฐบาลทาลิบันของอัฟกานิสถานปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยชี้ว่า กลุ่มติดอาวุธเป็นปัญหาภายในของปากีสถานเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5896151?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คาร์บอมบ์พุ่งชน มัสยิดปากีสถานขณะละหมาด ดับ 31 เจ็บกว่า 100&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คาร์บอมบ์พุ่งชน มัสยิดปากีสถานขณะละหมาด ดับ 31 เจ็บกว่า 100</dc:alternative><dc:abstract>คาร์บอมบ์พุ่งชน มัสยิดปากีสถานขณะละหมาด ดับ 31 เจ็บกว่า 100</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-19T08:04:51+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-19T08:04:51+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cb-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cb-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐ-เดนมาร์ก บรรลุข้อตกลง กรีนแลนด์ เปิดทางมะกันขยายฐานทัพ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5896125]]></link><pubDate>2026-09-19T12:22:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5896125</guid><description>สหรัฐ-เดนมาร์ก บรรลุข้อตกลง กรีนแลนด์ เปิดทางมะกันขยายฐานทัพ สหรัฐและเดนมาร์กบรรลุข้อตกลงเรื่องกรีนแลนด์ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะเปิดทางให้สหรัฐขยายฐานกำลังทหารครั้งใหญ่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สหรัฐ-เดนมาร์ก บรรลุข้อตกลง กรีนแลนด์ เปิดทางมะกันขยายฐานทัพ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐและเดนมาร์กบรรลุข้อตกลงเรื่องกรีนแลนด์ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะเปิดทางให้สหรัฐขยายฐานกำลังทหารครั้งใหญ่บนเกาะกรีนแลนด์ พร้อมห้ามฝ่ายที่เป็นคู่แข่งของสหรัฐเข้ามาตั้งฐานทัพบนเกาะแห่งนี้ แต่ข้อตกลงนี้ยังไม่ถึงขั้นบรรลุเป้าหมายที่ทรัมป์ประกาศไว้ นั่นคือการผนวกกรีนแลนด์เข้ามาเป็นดินแดนของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวเมื่อวันที่ 18 กันยายน ว่า สหรัฐ เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ ได้บรรลุข้อตกลงที่จะเปิดทางให้สหรัฐเข้าไปพัฒนาและขยายฐานกำลังทหารครั้งสำคัญบนกรีนแลนด์ ขณะที่ศัตรูของสหรัฐจะไม่สามารถเข้ามาลงทุนในโครงการหรือทรัพย์สินที่มีความอ่อนไหวบนกรีนแลนด์ได้ หากไม่ได้รับการอนุมัติจากสหรัฐ พร้อมย้ำว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่มีการกำหนดวันหมดอายุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ภายใต้คำสั่งของผม เราได้ทำงานร่วมกับตัวแทนของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ เพื่อรับประกันว่าสหรัฐจะมีสิทธิ์อย่างเต็มที่ตลอดไป ในการดำเนินการใดๆ ที่จำเป็นในกรีนแลนด์ เพื่อรักษาความมั่นคงและปกป้องกรีนแลนด์และสหรัฐอเมริกา” ทรัมป์ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบัน สหรัฐมีสิทธิในการบินผ่านน่านฟ้าและสิทธิในการจัดตั้งและใช้ฐานทัพในกรีนแลนด์ในระดับเกือบเต็มที่อยู่แล้ว ภายใต้สนธิสัญญาที่ทำขึ้นในปี 1951&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประกาศของทรัมป์สะท้อนว่า เขายังคงพอใจกับผลการเจรจา แม้ข้อตกลงจะไม่ได้ทำให้สหรัฐได้ครอบครองกรีนแลนด์ อย่างน้อยในอนาคตอันใกล้ ทรัมป์อาจไม่กลับมารื้อฟื้นข้อเรียกร้องเรื่องการได้ดินแดนดังกล่าวมาเป็นของสหรัฐอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวโดยไม่ได้ให้รายละเอียดว่า ในเร็ว ๆ นี้ สหรัฐจะเริ่มเพิ่มการประจำการทางทหารครั้งใหญ่บนเกาะแห่งนี้ โดยปัจจุบันกรีนแลนด์มีฐานทัพของกองกำลังอวกาศสหรัฐอยู่แล้ว 1 แห่ง บริเวณพื้นที่ห่างไกลทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ระบุว่า “นี่คือความฝันที่เป็นจริงสำหรับสหรัฐอเมริกา”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานนายกรัฐมนตรีเดนมาร์กระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือและภูมิภาคอาร์กติก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ กล่าวว่า ข้อตกลงนี้คำนึงถึงผลประโยชน์ของกรีนแลนด์ รวมถึงสถานะของเกาะในฐานะส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างประเทศ นี่เป็นผลดีต่อพวกเราทุกคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงช่วงค่ำวันศุกร์ ยังมีรายละเอียดจำนวนมากที่ไม่ชัดเจน รวมถึงคำถามว่าจะมีการก่อสร้างฐานทัพสหรัฐแห่งใหม่ขึ้นจากข้อตกลงนี้หรือไม่ เนื่องจากโพสต์ของทรัมป์บนทรูธโซเชียลเกี่ยวกับการเจรจาหรือข้อตกลงต่าง ๆ มักไม่ได้ให้บริบทหรือรายละเอียดที่ชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิมราน บาโยมี อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่กับสถาบันแอตแลนติก เคาน์ซิล กล่าวว่า หากสหรัฐสามารถสร้างฐานทัพได้โดยไม่ต้องได้รับอนุมัติจากกรีนแลนด์หรือเดนมาร์กจริง ก็จะถือเป็นเรื่องใหม่ แต่โดยภาพรวมแล้ว บาโยมีกล่าวว่า ดูเหมือนสหรัฐจะสามารถบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ได้หลายประการผ่านการทูตและการเจรจา โดยไม่จำเป็นต้องสร้างความตึงเครียดให้กับความสัมพันธ์ในภาพรวมระหว่างสหรัฐกับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในแถลงการณ์อีกฉบับ มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวได้แก้ไขข้อกังวลด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐที่เกี่ยวข้องกับกรีนแลนด์อย่างถาวรและสมบูรณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“กรีนแลนด์จะเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ป้องกันทางยุทธศาสตร์ของอเมริกาเหนือไปตลอดกาล และจะไม่เปิดพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงบริเวณโดยรอบ ให้ฝ่ายที่เป็นคู่แข่งหรือศัตรูเข้ามาใช้ประโยชน์” รูบิโอระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐรายหนึ่งเผยว่า ข้อตกลงดังกล่าวห้ามประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกนาโตสร้างฐานทัพในกรีนแลนด์ และจะอนุญาตเฉพาะสหรัฐและประเทศพันธมิตรของสหรัฐให้เข้ามาลงทุนในโครงการหรือกิจกรรมที่เรียกว่า “การลงทุนที่มีความอ่อนไหว” ซึ่งยังไม่ได้มีการระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวยังระบุว่า ข้อตกลงนี้ให้สิทธิแก่สหรัฐในการเข้าถึงพื้นที่ ในการจัดตั้งและใช้ฐานทัพ รวมถึงสิทธิในการบินผ่านน่านฟ้าของกรีนแลนด์อย่างถาวร และสิทธิเหล่านี้จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป แม้ในอนาคตกรีนแลนด์จะได้รับเอกราชจากเดนมาร์กก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5896125?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐ-เดนมาร์ก บรรลุข้อตกลง กรีนแลนด์ เปิดทางมะกันขยายฐานทัพ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐ-เดนมาร์ก บรรลุข้อตกลง กรีนแลนด์ เปิดทางมะกันขยายฐานทัพ</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐ-เดนมาร์ก บรรลุข้อตกลง กรีนแลนด์ เปิดทางมะกันขยายฐานทัพ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-19T05:22:22+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-19T05:22:22+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gl.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gl-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gl.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gl-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gl-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gl-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ส่อละเมิดรธน.! ทรัมป์แบน 3 สื่อใหญ่ รวม CNN ทำข่าวทำเนียบ บอกแพร่ข่าวปลอม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5896003]]></link><pubDate>2026-09-19T11:26:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5896003</guid><description>ส่อละเมิดรธน.! ทรัมป์แบน 3 สื่อใหญ่ รวม CNN ทำข่าวทำเนียบ บอกแพร่ข่าวปลอม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศเมื่อวันที่ 18กันยายน ว่า เขาจะสั่งห้าม 3 สำนักข่าวรายใหญ่ ได้แก่ CNN, MS NOW และ Po [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ส่อละเมิดรธน.! ทรัมป์แบน 3 สื่อใหญ่ รวม CNN ทำข่าวทำเนียบ บอกแพร่ข่าวปลอม&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศเมื่อวันที่ 18กันยายน ว่า เขาจะสั่งห้าม 3 สำนักข่าวรายใหญ่ ได้แก่ CNN, MS NOW และ Politico เข้าทำเนียบขาว ซึ่งเป็นการความเคลื่อนไหวล่าสุดในการข่มขู่สื่อมวลชนอิสระของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเคลื่อนไหวนี้มีแนวโน้มอย่างมากว่าจะเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมาย หลังผู้เชี่ยวชาญด้านเสรีภาพในการแสดงความเห็นระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวขัดแย้งกับการคุ้มครองเสรีภาพในการพูดและเสรีภาพของสื่อมวลชนตามรัฐธรรมนูญสหรัฐ ในการแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวหาสำนักข่าวทั้ง 3 แห่งว่า &amp;#8220;รายงานข่าวปลอม&amp;#8221; ในโพสต์บนโซเชียลมีเดีย และระบุว่า สำนักข่าวเหล่านี้ไม่ควรได้รับอนุญาตให้เขียนหรือรายงานเรื่องแต่งและเรื่องโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อพวกเขากำลังรายงานข่าวเกี่ยวกับประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งยังเสริมว่า สำนักข่าวข่าวปลอมอื่น ๆ จะตามมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวแทนของสำนักข่าวทั้ง 3 แห่ง ยังคงสามารถเข้าไปปฏิบัติงานที่ทำเนียบขาวในช่วงบ่ายวันศุกร์ หลังจากที่ทรัมป์โพสต์ข้อความดังกล่าว โดยฟ็อกซ์นิวส์ โดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูงว่า ทำเนียบขาวได้แจ้งให้ทั้งสามสำนักข่าวทราบแล้วว่าพวกเขาจะถูกห้ามเข้าพื้นที่ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 19 กันยายน เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่าไม่มีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ ที่เป็นสาเหตุให้มีการสั่งห้ามดังกล่าว โดยบอกกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ว่า &amp;#8220;มันเป็นเพียงเรื่องฃที่สะสมมาตลอดช่วงหลายปี ผมไม่จำเป็นต้องอนุญาตให้พวกเขาเข้ามาในบ้านของผม หรือก็คือบ้านของประชาชน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามว่าเขาหมายถึงสำนักข่าวอื่น ๆ ที่จะตามมาคืออะไร ทรัมป์พูดถึงนิวยอร์กไทมส์และวอชิงตันโพสต์ ซึ่งเขาเรียกว่า &amp;#8220;ข่าวปลอม&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขอบเขตของการสั่งห้ามที่ทรัมป์ประกาศนั้นยังไม่ชัดเจนในทันที และความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการดังกล่าว อาจขึ้นอยู่กับขอบเขตของการห้าม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าศาลได้ให้อำนาจประธานาธิบดีอย่างกว้างขวางในการใช้ดุลยพินิจเกี่ยวกับการอนุญาตให้บุคคลเข้าถึงกิจกรรมบางประเภท เช่น การประชุมในห้องทำงานรูปไข่ หรือการจัดกลุ่มผู้สื่อข่าวขนาดเล็ก แต่หากเป็นการกีดกันสื่อจากพื้นที่ทำงานของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว หรือการเพิกถอนบัตรประจำตัวสื่อมวลชนประจำทำเนียบขาว การดำเนินการดังกล่าวอาจเผชิญความท้าทายที่รุนแรงขึ้นภายใต้การคุ้มครองของรัฐธรรมนูญสหรัฐ ทั้งในเรื่องเสรีภาพในการพูดและกระบวนการทางกฎหมายที่เป็นธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การกระทำของทรัมป์เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งพรรครีพับลิกันของเขากำลังปกป้องเสียงข้างมากเพียงเล็กน้อยในสภาคองเกรส โดยผลสำรวจของ Reuters/Ipsos แสดงให้เห็นว่าประชาชนเริ่มไม่พอใจพรรครีพับลิกันมากขึ้น ขณะที่คะแนนนิยมของทรัมป์ก็อยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางสงครามอิหร่านที่เขาเป็นผู้ริเริ่มซึ่งไม่เป็นที่นิยมอย่างมาก และส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CNN ออกแถลงการณ์ว่า จะยืนหยัดสนับสนุนผู้สื่อข่าวที่ทำข่าวจากทำเนียบขาว พร้อมยืนยันว่า เรามีสิทธิ์ภายใต้รัฐธรรมนูญสหรัฐที่จะทำการรายงานข่าวโดยปราศจากอุปสรรคหรือการแทรกแซงจากรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CNN กล่าวในแถลงการณ์ หากคำสั่งห้ามที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ว่าจะดำเนินการเกิดขึ้นจริง ก็จะถือเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Politico โพสต์ใน X ว่า เรายังคงรายงานข่าวเกี่ยวกับรัฐบาลชุดนี้และรัฐบาลชุดต่อๆ ไปอย่างเป็นธรรม และเราจะปกป้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ของเราอย่างเต็มที่ หากมีความพยายามใดๆ ที่จะจำกัดสิทธิดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ MS NOW ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เซธ สเติร์น หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนของมูลนิธิเสรีภาพสื่อ ระบุในแถลงการณ์ว่า เป็นการยากที่จะจินตนาการถึงการละเมิดการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนุญครั้งที่หนึ่งอย่างโจ่งแจ้ง ยิ่งกว่าการที่ทรัมป์สั่งห้ามสำนักข่าวเข้าทำเนียบขาวเพราะวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จามีล จาฟเฟอร์ ผู้อำนวยการบริหารของสถาบัน Knight First Amendment Institute ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย กล่าวว่า การแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่หนึ่งห้ามประธานาธิบดีลงโทษนักข่าวเพียงเพราะเขาไม่พอใจหรือไม่ชอบการรายงานข่าวของพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“หากประธานาธิบดีทรัมป์ตั้งใจที่จะขับไล่สำนักข่าวเหล่านี้ออกจากกลุ่มนักข่าวประจำทำเนียบขาว การกระทำของเขานั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญถึงสองเท่า เพราะกลุ่มนักข่าวถือเป็น “พื้นที่สาธารณะ” ภายใต้การแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่หนึ่ง ซึ่งหมายความว่าประธานาธิบดีไม่สามารถกีดกันนักข่าวออกจากพื้นที่ดังกล่าว โดยอ้างอิงจากมุมมองหรือจุดยืนทางความคิดของพวกเขา” จาฟเฟอร์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5896003?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ส่อละเมิดรธน.! ทรัมป์แบน 3 สื่อใหญ่ รวม CNN ทำข่าวทำเนียบ บอกแพร่ข่าวปลอม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ส่อละเมิดรธน.! ทรัมป์แบน 3 สื่อใหญ่ รวม CNN ทำข่าวทำเนียบ บอกแพร่ข่าวปลอม</dc:alternative><dc:abstract>ส่อละเมิดรธน.! ทรัมป์แบน 3 สื่อใหญ่ รวม CNN ทำข่าวทำเนียบ บอกแพร่ข่าวปลอม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-19T05:23:21+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-19T05:23:21+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/tc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จิงโจ้ผวา! ฉลามงับชายออสซี่ ดับสยองอีกราย ขณะว่ายน้ำนอกชายฝั่งหาดดัง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5895523]]></link><pubDate>2026-09-18T17:31:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5895523</guid><description>จิงโจ้ผวา! ฉลามงับชายออสซี่ ดับสยองอีกราย ขณะว่ายน้ำนอกชายฝั่งหาดดัง เมื่อวันที่ 18 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุชายผู้เคราะห์ร้ายรายหนึ่งเสียชีวิตในช่วงเช้าวันศุกร์(18 ก.ย.) หลังจากถูกฉ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จิงโจ้ผวา! ฉลามงับชายออสซี่ ดับสยองอีกราย ขณะว่ายน้ำนอกชายฝั่งหาดดัง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 18 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุชายผู้เคราะห์ร้ายรายหนึ่งเสียชีวิตในช่วงเช้าวันศุกร์(18 ก.ย.) หลังจากถูกฉลามกัดทำร้ายขณะที่เขากำลังว่ายน้ำอยู่นอกชายฝั่งบริเวณชายหาดยอดนิยม ซอร์เรนโต ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย นับเป็นเหยื่อรายล่าสุดที่ถูกฉลามโจมตีทำร้ายหลังจากไม่กี่วันก่อนเพิ่งจะเกิดเหตุนักเล่นเซิร์ฟถูกฉลามงับดับในพื้นที่รัฐเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียแถลงว่า หน่วยกู้ชีพได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าเกิดเหตุคนถูกฉลามทำร้ายขณะว่ายน้ำอยู่นอกชายฝั่งหาดซอร์เรนโตเมื่อเวลาประมาณ 10.30 น.ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ส่งเรือและเฮลิคอปเตอร์ระดมค้นหาทั้งทางทะเลและทางอากาศ แต่เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายรายดังกล่าวได้เสียชีวิตแล้วจากการถูกฉลามทำร้าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสภาท้องถิ่นระบุว่าได้สั่งปิดชายหาดทุกแห่งในเขตความรับผิดชอบแล้วหลังจากเกิดเหตุฉลามโจมตีดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้หาดซอร์เรนโต เป็นจุดเล่นน้ำยอดนิยมซึ่งอยู่ห่างจากย่านธุรกิจใจกลางเมืองเพิร์ทไปประมาณ 20 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้มีการประกาศแจ้งไว้บนเว็บไซต์ SharkSmart ว่ามีรายงานพบฉลามขาวขนาดตัวยาว 5 เมตร บริเวณแนวปะการัง Boyinaboat ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน เมื่อช่วงหลังเที่ยงวันศุกร์นี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่าฉลามตัวดังกล่าวเป็นตัวเดียวกับที่ก่อเหตุโจมตีครั้งนี้หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์(14 ก.ย.) นักเล่นเซิร์ฟรายหนึ่งได้ถูกฉลามทำร้ายบริเวณชายหาดในเมืองเจรัลด์ตันซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเพิร์ทไปทางทิศเหนือประมาณ 400 กิโลเมตร สื่อท้องถิ่นรายงานว่า นักเล่นเซิร์ฟรายนี้ถูกฉลามกัดเท้าขาดและได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ขาจากการถูกโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตามหลังกรณีชายวัย 35 ปีเสียชีวิตขณะดำน้ำยิงปลาบริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของรัฐเมื่อเดือนมิถุนายน และชายวัย 38 ปีเสียชีวิตจากการถูกทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตในน่านน้ำใกล้เกาะแห่งหนึ่งใกล้เมืองเพิร์ทเมื่อเดือนพฤษภาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5895523?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จิงโจ้ผวา! ฉลามงับชายออสซี่ ดับสยองอีกราย ขณะว่ายน้ำนอกชายฝั่งหาดดัง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จิงโจ้ผวา! ฉลามงับชายออสซี่ ดับสยองอีกราย ขณะว่ายน้ำนอกชายฝั่งหาดดัง</dc:alternative><dc:abstract>จิงโจ้ผวา! ฉลามงับชายออสซี่ ดับสยองอีกราย ขณะว่ายน้ำนอกชายฝั่งหาดดัง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-18T10:31:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-18T10:31:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26261244681015.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26261244681015-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26261244681015.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26261244681015-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26261244681015-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26261244681015-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กษัตริย์มาเลย์ทรงอนุญาตให้ &#8216;นาจิบ&#8217; อดีตนายกฯ รับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการกักบริเวณในบ้านพัก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5895454]]></link><pubDate>2026-09-18T16:59:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5895454</guid><description>กษัตริย์มาเลย์ทรงอนุญาตให้ &amp;#8216;นาจิบ&amp;#8217; อดีตนายกฯ รับโทษจำคุกที่เหลือในคดีทุจริตด้วยการกักบริเวณในบ้านพัก สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 กันยายน สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย ทรงพระกรุณ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กษัตริย์มาเลย์ทรงอนุญาตให้ &amp;#8216;นาจิบ&amp;#8217; อดีตนายกฯ รับโทษจำคุกที่เหลือในคดีทุจริตด้วยการกักบริเวณในบ้านพัก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 กันยายน สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอภัยโทษ แก่นายนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งอยู่ระหว่างรับโทษจำคุกในคดีทุจริต โดยพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้นายนาจิบ รับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการกักบริเวณภายในบ้านพัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตัดสินพระทัยดังกล่าว มีขึ้นในการประชุมคณะกรรมการอภัยโทษ ซึ่งจัดขึ้นอย่างกะทันหันเพียงหนึ่งสัปดาห์ หลังจากที่คณะกรรมการฯ ได้เลื่อนการพิจารณาคำร้องขอพระราชทานอภัยโทษ ของนายนาจิบออกไป การใช้มาตรการกักบริเวณในบ้านพัก ถือเป็นกรณีพิเศษและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในฐานะรูปแบบหนึ่งของการพระราชทานอภัยโทษในมาเลเซีย ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการถกเถียงรอบใหม่เกี่ยวกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ หลักนิติธรรม และการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังคดีทุจริตรายสำคัญที่สุดของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักบริหารงานกฎหมาย สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า สมเด็จพระราชาธิบดี อิบราฮิม อิสกันดาร์ พระราชทานอภัยโทษแบบมีเงื่อนไข แก่นายนาจิบ ในการประชุมคณะกรรมการอภัยโทษ โดยนายนาจิบ จะได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้รับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการกักบริเวณในบ้านพัก จนถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2028 หากเขาดำเนินการชำระค่าปรับจำนวน 50 ล้านริงกิต (ราว 406,000 บาท) ตามที่ศาลกำหนด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ ระบุว่า นาจิบ จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือว่าสิทธิการได้รับพระราชทานอภัยโทษนั้น เป็นอันยกเลิก อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ไม่มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายนาจิบ ในวัย 73 ปี ถูกคุมขังในเรือนจำมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2022 หลังจากศาลสูงสุดของมาเลเซีย มีคำพิพากษายืนให้ลงโทษจำคุกในคดีทุจริตที่เชื่อมโยงกับการยักยอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากกองทุนเพื่อการพัฒนามาเลเซีย (1MDB)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยแต่เดิมนั้น นายนาจิบถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 12 ปี และปรับเงิน 210 ล้านริงกิต ในปี 2020 ในความผิดฐานใช้อำนาจในทางมิชอบ ยักยอกทรัพย์ และฟอกเงิน เกี่ยวข้องกับเงิน 42 ล้านริงกิต ที่ถูกโอนจากบริษัท เอสอาร์ซี อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นอดีตบริษัทลูกของกองทุน 1MDB เข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของเขาเอง&lt;br /&gt;
ต่อมา ในเดือนมกราคม 2024 คณะกรรมการอภัยโทษ ซึ่งมีสมเด็จพระราชาธิบดีในขณะนั้นทรงเป็นประธาน ได้ลดโทษจำคุกของนาจิบลงครึ่งหนึ่ง เหลือ 6 ปี และลดเงินปรับเหลือ 50 ล้านริงกิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายนาจิบเอง ยืนยันมาตลอดว่ากษัตริย์พระองค์ก่อน คือ สมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลลาห์ ซาห์ ได้ทรงออกพระราชโองการส่วนเพิ่ม อนุญาตให้เขารับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการกักบริเวณในบ้านพักเช่นกัน แต่ศาลสูงมีคำตัดสินว่า พระราชโองการกักบริเวณในบ้านพักตามที่กล่าวอ้างนั้น ไม่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาหรือหารือโดยคณะกรรมการอภัยโทษ ในการประชุมเมื่อเดือนมกราคม 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า คำสั่งกักบริเวณในบ้านพักครั้งนี้ ยังก่อให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับโทษในคดีทุจริตอีกคดีหนึ่งของนายนาจิบ โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2025 นาจิบ ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานใช้อำนาจในทางมิชอบ และฟอกเงิน ที่เกี่ยวข้องกับเงินกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของเขา จากกองทุน 1MDB ซึ่งเป็นคดีหลักที่เชื่อมโยงกับกองทุนดังกล่าว และนายนาจิบถูกตัดสินจำคุกเพิ่มอีก 15 ปี และปรับเป็นเงิน 1.14 หมื่นล้านริงกิต ซึ่งจะมีผลหลังจากโทษจำคุกเดิมสิ้นสุดลง ขณะนี้เขายังอยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์คำตัดสินคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า แนวคิดเรื่องการกักบริเวณในบ้านพัก ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือ ในฐานะส่วนหนึ่งของการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในภาพรวมของมาเลเซีย โดยในปี 2024 รัฐบาลมาเลเซียระบุว่า ร่างกฎหมายที่อนุญาตให้มีการควบคุมตัวในบ้านพัก ภายใต้สถานการณ์เฉพาะนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความแออัดในเรือนจำ และลดการกระทำผิดซ้ำ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่นายนาจิบโดยเฉพาะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5895454?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กษัตริย์มาเลย์ทรงอนุญาตให้ &amp;#8216;นาจิบ&amp;#8217; อดีตนายกฯ รับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการกักบริเวณในบ้านพัก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กษัตริย์มาเลย์ทรงอนุญาตให้ ‘นาจิบ’ อดีตนายกฯ รับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการกักบริเวณในบ้านพัก</dc:alternative><dc:abstract>กษัตริย์มาเลย์ทรงอนุญาตให้ ‘นาจิบ’ อดีตนายกฯ รับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการกักบริเวณในบ้านพัก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-19T09:37:22+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-19T09:37:22+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/najib122.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/najib122-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/najib122.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/najib122-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ด่วน! ฟิลิปปินส์ผวาอีก กราดยิงในรร. ดับสลด 3 ศพ เจ็บ 8 ก่อนมือปืนวัย 16 จบชีวิตตัวเอง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5895313]]></link><pubDate>2026-09-18T15:38:55+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5895313</guid><description>ด่วน! ฟิลิปปินส์ผวาอีก กราดยิงในรร. ดับสลด 3 ศพ เจ็บ 8 ก่อนมือปืนวัย 16 จบชีวิตตัวเอง เมื่อวันที่ 18 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์โจมตีสุดช็อกขึ้นอีกในฟิลิปปินส์ เมื่อมือปืนรายหนึ่ง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ด่วน! ฟิลิปปินส์ผวาอีก กราดยิงในรร. ดับสลด 3 ศพ เจ็บ 8 ก่อนมือปืนวัย 16 จบชีวิตตัวเอง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 18 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์โจมตีสุดช็อกขึ้นอีกในฟิลิปปินส์ เมื่อมือปืนรายหนึ่งก่อเหตุกราดยิงขึ้นภายในโรงเรียนมัธยมแห่งชาติบังกา ในเมืองบังกา ในจังหวัดโคตาบาโตใต้ ทางตอนใต้ของประเทศฟิลิปปินส์ เบื้องต้นมีรายงานว่าส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย รวมถึงผู้ต้องสงสัยเป็นมือปืนที่มีอายุเพียง 16 ปี ซึ่งใช้อาวุธปืนยิงตัวเองดับ นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 8 ราย ในจำนวนนี้ 4 ราย มีอาการสาหัส โดยเหยื่อทั้งหมดเป็นนักเรียนอายุระหว่าง 14-17 ปี จากการเปิดเผยของนายอัลเบิร์ต พาเลนเซีย นายกเทศมนตรีเมืองบังกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกเทศมนตรีเมืองบังกา เปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นมือปืนก่อเหตุนั่งอยู่ข้างๆ เพื่อน แล้วบอกให้พวกเขากลับบ้านไป โดยกล่าวว่า “เพราะหลังจากมื้อเที่ยง ฉันจะลงมือทำตามแผนที่วางไว้” ซึ่งเพื่อนๆ ต่างพากันหัวเราะ เพราะรู้ดีว่ามือปืนคนนี้เป็นคนชอบพูดเล่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“หลังจากมื้อเที่ยง เขาเริ่มลงมือกราดยิงนักเรียน โดยยิงถูกนักเรียน 10 คน ก่อนที่จะปลิดชีพตนเอง&amp;#8221; นายพาเลนเซียกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายเรย์นัลโด ทามาโย ผู้ว่าการจังหวัดโคตาบาโตใต้ กล่าวภายหลังเกิดเหตุ โดยเรียกร้องให้ผู้ปกครองดูแลเก็บรักษาอาวุธปืนให้พ้นมือเด็กและเยาวชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบในการเก็บรักษาอาวุธปืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของปืนต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเด็กและเยาวชนจะไม่สามารถเข้าถึงอาวุธปืนเหล่านั้นได้&amp;#8221; นายโทมาโยกล่าว และว่า เราไม่อาจคาดหวังให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพียงไม่กี่คนคอยดูแลนักเรียนจำนวนนับพันคนได้ เราจำเป็นต้องร่วมมือกัน เพราะหากไม่ทำเช่นนั้น ปัญหานี้จะเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งสำหรับเราที่จะรับมือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์กราดยิงสะเทือนขวัญครั้งนี้เป็นครั้งล่าสุดหลังจากเพิ่งเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนในฟิลิปปินส์มาแล้ว 2 ครั้งเมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นักเรียนชายรายหนึ่งได้ไลฟ์สดขณะที่เขาก่อเหตุยิงสังหารเพื่อนนักเรียนคนหนึ่งในชั้นเรียนในโรงเรียนเมืองซัมบวงกา ทางตอนใต้ของประเทศ ก่อนมือปืนจะยิงปลิดชีพตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้นในเดือนมิถุนายน มีนักเรียนอย่างน้อย 3 คนถูกยิงเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 20 คน หลังนักเรียน 2 คนก่อเหตุกราดยิงภายในโรงเรียนมัธยมในเมืองทาโคลบัน ซึ่งถือเป็นกราดยิงอุกอาจสุดช็อกในสถานศึกษาที่เกิดขึ้นได้ยากในฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานด้วยว่าเหตุกราดยิงในโรงเรียนฟิลิปปินส์ครั้งล่าสุดนี้ยังเกิดขึ้นตามหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญในประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคม ซึ่งนักเรียนรายหนึ่งก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ชานเมืองกรุงเทพฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายรายรวมถึงมือปืนที่ปลิดชีพตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5895313?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ด่วน! ฟิลิปปินส์ผวาอีก กราดยิงในรร. ดับสลด 3 ศพ เจ็บ 8 ก่อนมือปืนวัย 16 จบชีวิตตัวเอง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ด่วน! ฟิลิปปินส์ผวาอีก กราดยิงในรร. ดับสลด 3 ศพ เจ็บ 8 ก่อนมือปืนวัย 16 จบชีวิตตัวเอง</dc:alternative><dc:abstract>ด่วน! ฟิลิปปินส์ผวาอีก กราดยิงในรร. ดับสลด 3 ศพ เจ็บ 8 ก่อนมือปืนวัย 16 จบชีวิตตัวเอง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-18T09:48:26+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-18T09:48:26+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-18T082248Z_1038103868_RC2KLNA5MVHB_RTRMADP_3_PHILIPPINES-SHOOTING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-18T082248Z_1038103868_RC2KLNA5MVHB_RTRMADP_3_PHILIPPINES-SHOOTING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-18T082248Z_1038103868_RC2KLNA5MVHB_RTRMADP_3_PHILIPPINES-SHOOTING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-18T082248Z_1038103868_RC2KLNA5MVHB_RTRMADP_3_PHILIPPINES-SHOOTING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-18T082248Z_1038103868_RC2KLNA5MVHB_RTRMADP_3_PHILIPPINES-SHOOTING-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-18T082248Z_1038103868_RC2KLNA5MVHB_RTRMADP_3_PHILIPPINES-SHOOTING-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-162655.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-162655-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>785</mi:x1><mi:y1>522</mi:y1><mi:x2>785</mi:x2><mi:y2>522</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์ ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินฮีทโธรว์ หลังมีผู้โดยสารป่วยรุนแรงบนเครื่องบิน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5895280]]></link><pubDate>2026-09-18T15:37:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5895280</guid><description>เครื่องบินสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินฮีทโธรว์ หลังมีผู้โดยสารป่วยรุนแรงบนเครื่องบิน เว็บไซต์มิร์เรอร์ รายงานว่า เกิดเหตุปั่นป่วนขึ้นกับเครื่องบินของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ เที่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เครื่องบินสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินฮีทโธรว์ หลังมีผู้โดยสารป่วยรุนแรงบนเครื่องบิน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เว็บไซต์มิร์เรอร์ รายงานว่า เกิดเหตุปั่นป่วนขึ้นกับเครื่องบินของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ AA293 เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์บนเครื่องบิน ทำให้นักบินต้องนำเครื่องลงจอดฉุกเฉิน ที่สนามบินฮีทโธรว์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าว บินมาจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย มุ่งหน้าสู่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แต่ระหว่างทาง มีผู้ป่วยเจ็บป่วยรุนแรง ขณะที่เดินทางไปได้แล้ว 6 ชั่วโมง นับตั้งแต่เดินทางออกจากสนามบินนานาชาติอินทิรา คานธี ในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ เกิดขึ้นขณะที่เครื่องบินอยู่ที่ระดับความสูง 36,000 ฟุต บนเครื่องบินโบอิ้ง 787-9 ดรีมไลเนอร์ ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังสนามบินนานาชาติ จอห์น เอฟ.เคนเนดี นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจาก Flightradar24 แสดงให้เห็นเส้นทางของเครื่องบินลำดังกล่าว ที่เดินทางออกจากเดลี ก่อนจะตีโค้งไปทางขวาทันที ขณะเข้าใกล้ประเทศอิตาลีแล้ว และเครื่องบินได้ลดระดับลงที่ 30,000 ฟุต ซึ่งคาดว่า นักบินต้องการจะนำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินมิวนิก ประเทศเยอรมนี แต่หลังจากนั้น ได้บินกลับขึ้นไปที่ความสูง 36,000 ฟุต และมุ่งหน้าสู่ลอนดอน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;size-full wp-image-5895289 aligncenter&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-150740.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;427&quot; height=&quot;511&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-150740.jpg 427w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-150740-251x300.jpg 251w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-150740-351x420.jpg 351w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-150740-400x479.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-150740-250x299.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 427px) 100vw, 427px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า นักบินได้นำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินฮีทโธรว์ กรุงลอนดอน อย่างปลอดภัย เมื่อเวลา 04.15 น. เช้าวันที่ 18 กันยายน โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ฉุกเฉินคอยให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่มีอาการป่วยบนเครื่องบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่า นักบินได้ส่งสัญญาณ 7700 ซึ่งหมายถึงภาวะฉุกเฉินทั่วไป ในขณะที่ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางหรือไม่ แต่การกระทำดังกล่าว ถือเป็นขั้นตอนปฏิบัติปกติในสถานการณ์เช่นนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อนักบินป้อนรหัสฉุกเฉิน 4 หลัก คือ 7700 ลงในเครื่องส่งสัญญาณ ระบบจะแจ้งเตือนไปยังหน่วยควบคุมการจราจรทางอากาศทันทีว่า เครื่องบินกำลังประสบเหตุฉุกเฉิน และต้องการการดูแลเป็นกรณีพิเศษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5895280?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์ ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินฮีทโธรว์ หลังมีผู้โดยสารป่วยรุนแรงบนเครื่องบิน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์ ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินฮีทโธรว์ หลังมีผู้โดยสารป่วยรุนแรงบนเครื่องบิน</dc:alternative><dc:abstract>เครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์ ลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินฮีทโธรว์ หลังมีผู้โดยสารป่วยรุนแรงบนเครื่องบิน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-18T08:37:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-18T08:37:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09--150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-150740.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-150740-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>427</mi:x1><mi:y1>511</mi:y1><mi:x2>427</mi:x2><mi:y2>511</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09--150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[คุมเงินเฟ้อ! ธนาคารกลางญี่ปุ่น ปรับขึ้นดอกเบี้ย สู่ระดับ 1.25% สูงสุดรอบ 31 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5895232]]></link><pubDate>2026-09-18T15:23:15+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5895232</guid><description>คุมเงินเฟ้อ! ธนาคารกลางญี่ปุ่น ปรับขึ้นดอกเบี้ย สู่ระดับ 1.25% สูงสุดรอบ 31 ปี เมื่อวันที่ 18 กันยายน ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1.25% ซึ่งเป็ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;คุมเงินเฟ้อ! ธนาคารกลางญี่ปุ่น ปรับขึ้นดอกเบี้ย สู่ระดับ 1.25% สูงสุดรอบ 31 ปี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 18 กันยายน ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 1.25% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 31 ปี ความเคลื่อนไหวนี้เป็นไปตามการคาดการณ์ในวงกว้างในความพยายามของ BOJ ที่มุ่งป้องกันความเสี่ยงไม่ให้อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นพุ่งสูงเกินกว่าเป้าหมาย 2% ตามที่กำหนด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ในการประชุมด้านนโยบายเป็นเวลา 2 วันของ BOJ ซึ่งสิ้นสุดลงในวันศุกร์(18 ก.ย.)นี้ คณะกรรมการ BOJ มีมติด้วยคะแนนเสียง 7 ต่อ 2 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 1% มาอยู่ที่ระดับ 1.25% โดยมีกรรมการ 2 คน ได้แก่ นายโทอิจิโร อาซาดะ และ นางอายาโนะ ซาโตะ ที่ลงมติคัดค้านการตัดสินใจดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การขยับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ BOJ เป็นไปในทิศทางเดียวกับธนาคารกลางของหลายประเทศชั้นนำโลกที่ต่างปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามอิหร่านซึ่งกำลังผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันพุธ(16 ก.ย.)ที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐ(FED) ได้ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีของสหรัฐ หลังสถานการณ์เงินเฟ้อยังไม่ดีขึ้น เช่นเดียวกับธนาคารกลางยุโรป(ECB) ที่ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปก่อนแล้วเมื่อต้นเดือนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ BOJ ได้ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตั้งแต่ปี 2024 หลังจากดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นพิเศษอยู่ที่ระดับติดลบ 0.1% มานานหลายสิบปี ท่ามกลางปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่เพิ่มมาก ซึ่งรวมถึงค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องจนทางการต้องเข้าแทรกแซง และภาวะราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น ตลอดจนจำนวนแรงงานที่ลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันเดียวกันทางการญี่ปุ่นยังได้เปิดเผยข้อมูลก่อนที่ BOJ จะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อในประเทศชะลอตัวลงเล็กน้อยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลงอยู่ที่ 1.7% ในเดือนสิงหาคม จาก 1.8% ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งถือว่ายังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ 2% ของ BOJ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5895232?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;คุมเงินเฟ้อ! ธนาคารกลางญี่ปุ่น ปรับขึ้นดอกเบี้ย สู่ระดับ 1.25% สูงสุดรอบ 31 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>คุมเงินเฟ้อ! ธนาคารกลางญี่ปุ่น ปรับขึ้นดอกเบี้ย สู่ระดับ 1.25% สูงสุดรอบ 31 ปี</dc:alternative><dc:abstract>คุมเงินเฟ้อ! ธนาคารกลางญี่ปุ่น ปรับขึ้นดอกเบี้ย สู่ระดับ 1.25% สูงสุดรอบ 31 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-18T08:23:15+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-18T08:23:15+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T111436Z_694429419_RC28KNAL6VP3_RTRMADP_3_JAPAN-BOJ.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T111436Z_694429419_RC28KNAL6VP3_RTRMADP_3_JAPAN-BOJ-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T111436Z_694429419_RC28KNAL6VP3_RTRMADP_3_JAPAN-BOJ.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T111436Z_694429419_RC28KNAL6VP3_RTRMADP_3_JAPAN-BOJ-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T111436Z_694429419_RC28KNAL6VP3_RTRMADP_3_JAPAN-BOJ-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T111436Z_694429419_RC28KNAL6VP3_RTRMADP_3_JAPAN-BOJ-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กัมพูชาจับหัวหน้าตำบลในเกาะกง ข้อหาสมคบคิดกับแก๊งหลอกลวงออนไลน์ชาวจีน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5895135]]></link><pubDate>2026-09-18T14:43:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5895135</guid><description>กัมพูชาจับหัวหน้าตำบลในเกาะกง ข้อหาสมคบคิดกับแก๊งหลอกลวงออนไลน์ชาวจีน เมื่อวันที่ 18 กันยายน พนมเปญโพสต์ รายงานว่า หัวหน้าตำบลปรึกขสัจ ในอำเภอ คีรีสาคร จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา พร้อมด้วยผู้สมรู้ร่ว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กัมพูชาจับหัวหน้าตำบลในเกาะกง ข้อหาสมคบคิดกับแก๊งหลอกลวงออนไลน์ชาวจีน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 18 กันยายน พนมเปญโพสต์ รายงานว่า หัวหน้าตำบลปรึกขสัจ ในอำเภอ คีรีสาคร จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา พร้อมด้วยผู้สมรู้ร่วมคิดอีก 2 คน ถูกตั้งข้อหารับสินบนและสมคบคิด เพื่อจัดตั้งหรือดำเนินงานศูนย์หลอกลวงทางเทคโนโลยี โดยร่วมมือกับชาวจีนคนหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า นายเรียม รม หัวหน้าตำบลปรึกขสัจ ถูกเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่อต้านการทุจริต (ACU) จับกุมตัว และนำตัวขึ้นศาลเทศบางพนมเปญ ด้วยข้อหาเกี่ยวกับการรับสินบน การสมคบคิดเพื่อจัดตั้งหรือดำเนินงานศูนย์หลอกลวงทางเทคโนโลยีและการฟอกเงิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากการเปิดเผยของโฆษกสำนักงานอัยการศาลเทศบาลพนมเปญ ระบุว่า นายรอม ถูกตั้งข้อหาตามมาตรา 32 ของกฎหมายต่อต้านการทุจริต , มาตรา 29 และ มาตรา 594 ของประมวลกฎหมายอาญา , มาตร 6 และ 9 ของกฎหมายว่าด้วยการปราบปรามการฉ้อโกงทางเทคโนโลยี และมาตรา 38 ของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับผู้สมรู้ร่วมคิดอีก 2 คือ คือ เจีย เวสนา และ เจีย ซอท (หรือที่รู้จักกันในชื่อ เมิ่ง) ก็เผชิญกับข้อหาเดียวกัน ทั้งนี้ ศาลไม่ได้ระบุตำแหน่งหรือสถานะว่า บุคคลทั้งสองดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ บุคคลทั้งสามถูกกล่าวหาว่า รับเงินจากชาวจีน ชื่อ จาง เจียน เฉียง (หรือที่รู้จักในชื่อ ไช่ โย่ว หยวน) และพรรคพวก ซึ่งได้หลบหนีออกนอกประเทศกัมพูชาไปแล้ว โดยสำนักงานอัยการระบุว่า กลุ่มชาวจีนดังกล่าวได้ดำเนินงานศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในตำบลนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อัยการไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับขนาดของศูนย์หลอกลวง หรือมูลค่าของสินบนที่ถูกกล่าวหา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด ระบุว่า ตำบลปรึกขสัจ ถือเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญในการปราบปรามแก๊งหลอกลวงออนไลน์ของรัฐบาลกัมพูชา เช่นเดียวกับพื้นที่ ดาราสาคร และจำยาม โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นสถานที่ที่สงสัยว่าเป็นบานปฏิบัติการของแก๊งหลอกลวงในพื้นที่ทั้งสามแห่ง และได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดกว่า 50 ตัว เพื่อเฝ้าระวังกิจกรรมต่างๆ และป้องกันไม่ให้แก๊งหลอกลวงกลับมาดำเนินกิจกรรมได้อีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายฮัก เลง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเกาะกง รายงานเมื่อวันที่ 17 กันยายนว่า ภายใต้แคมเปญปราบปรามแก๊งหลอกลวงออนไลน์ของรัฐบาล เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวชาวต่างชาติจำนวน 733 คน จาก 9 สัญชาติ และยึดของกลางจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางเทคโนโลยี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และในสัปดาห์นี้ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้ประกาศจุดยืนขั้นเด็ดขาด ต่อปัญหาอาชญากรรมหลอกลวง โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่ทุกระดับในส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปถึงผู้นำชุมชน จะถูกปลดออกจากตำแหน่ง หากละเลยไม่ดำเนินการจัดการกับขบวนการหลอกลวงที่เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบของตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5895135?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กัมพูชาจับหัวหน้าตำบลในเกาะกง ข้อหาสมคบคิดกับแก๊งหลอกลวงออนไลน์ชาวจีน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กัมพูชาจับหัวหน้าตำบลในเกาะกง ข้อหาสมคบคิดกับแก๊งหลอกลวงออนไลน์ชาวจีน</dc:alternative><dc:abstract>กัมพูชาจับหัวหน้าตำบลในเกาะกง ข้อหาสมคบคิดกับแก๊งหลอกลวงออนไลน์ชาวจีน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-18T07:43:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-18T07:43:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/6aacdb452aabc1633.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/6aacdb452aabc1633-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/6aacdb452aabc1633.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/6aacdb452aabc1633-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/km1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/km1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่นตัดสินจำคุก 5 ปี เจ้าของร้านนวดในโตเกียว บังคับเด็กสาวไทยวัย 12 ปี ขายบริการ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5894986]]></link><pubDate>2026-09-18T13:51:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5894986</guid><description>ญี่ปุ่นตัดสินจำคุก 5 ปี เจ้าของร้านนวดในโตเกียว บังคับเด็กสาวไทยวัย 12 ปี ขายบริการ เว็บไซต์เจแปนไทม์ส รายงานว่า อดีตเจ้าของร้านนวด ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี และปรับเงิน 1 ล้านเย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่นตัดสินจำคุก 5 ปี เจ้าของร้านนวดในโตเกียว บังคับเด็กสาวไทยวัย 12 ปี ขายบริการ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เว็บไซต์เจแปนไทม์ส รายงานว่า อดีตเจ้าของร้านนวด ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ถูกตัดสินจำคุก 5 ปี และปรับเงิน 1 ล้านเยน (ราว 2.1 แสนบาท) ในข้อหาว่าจ้างเด็กหญิงชาวไทยวัย 12 ปี ซึ่งเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนขวัญไปทั่วประเทศ ในการตัดสินคดีเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li style=&quot;list-style-type: none;&quot;&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5444284&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;สลด! ด.ญ.ชาวไทยวัย 12 ปี ถูกแม่ขายให้ร้านนวดในโตเกียว บังคับขายบริการทางเพศ &lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5447410&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;จับได้ที่ไต้หวัน ‘แม่ชาวไทย’ ขายลูกสาววัย 12 ให้ร้านนวด เจอรวบผิดค้าประเวณีอีก &lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/local/crime/news_5518723&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;คุมตัว ‘แม่แท้ๆ’ ส่งลูกสาววัย 12 ค้ากามญี่ปุ่น กลับไทยดำเนินคดี ปคม.สอบเข้ม!! &lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/local/crime/news_5520190&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;แม่แท้ๆ ลวงลูกวัย 12 ค้ากามที่ญี่ปุ่น โดน 2 ข้อหาหนัก ป้าเสียใจหลานถูกหลอกไปช่วยเลี้ยงน้อง &lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า อัยการได้ยื่นฟ้องขอให้ลงโทษจำคุก6 ปี และปรับเงิน 2 ล้านเยน แก่นาย มาซายูกิ โฮโซโนะ อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นผู้บริหารร้านนวดดังกล่าว ในเขตบุนเกียว กรุงโตเกียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย โฮโซโนะ ถูกตัดสินว่า มีความผิดในข้อหาให้เห็นหญิงชาวไทยทำงานที่ร้านนวด ทั้งที่ยังเป็นผู้เยาว์ และบังคับให้เด็กหญิงมีเพศสัมพันธ์กับเขาและลูกค้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามคำตัดสินของศาล ระบุว่า เด็กหญิงชาวไทย และแม่ของเธอ ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ด้วยวีซ่าระยะสั้น หลังจากนั้น แม่ ซึ่งเคยทำร้ายร่างกายลูกสาวของตัวเอง ได้พาตัวลูกสาวไปส่งที่ร้านนวดดังกล่าว ผ่านนายหน้าชาวไทย และบังคับให้เด็กหญิงทำงานอยู่ที่ร้านนวดเพื่อชดใช้หนี้สินของผู้เป็นแม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามคำพิพากษา ระบุว่า ผู้เป็นแม่บอกให้เด็กหญิงแนะนำว่า เป็นน้องสาววัย 20 ปีของแม่ โดยในช่วงเวลาที่เด็กหญิงทำงานอยู่ที่ร้านนวด เธอลูกล่วงละเมิดโดยลูกค้าประมาณ 60 คน และเงินมากกว่า 600,000 เยนที่เธอหามาได้ ถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารที่เชื่อมโยงอยู่กับแม่ ซึ่งได้เดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่นไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่ในที่สุด เด็กหญิงจะสามารถหนีรอดออกมา และวิ่งไปขอความช่วยเหลือที่สำนักบริการคนเข้าเมือง กรุงโตเกียว เมื่อเดือนกันยายน 2568&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เวลาต่อมา ผู้เป็นแม่ ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองคุมตัวได้ในเดือนตุลาคม ที่ไต้หวัน และถูกส่งตัวกลับประเทศไทย โดยผู้เป็นแม่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวทันทีที่เดินทางถึงประเทศไทย โดยศาลกรุงเทพฯ ได้ตัดสินจำคุกเธอเป็นเวลา 7 ปีครึ่ง เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายโฮโซโนะ ได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยอ้างว่า เขาไม่รู้ว่าเด็กหญิงอายุต่ำกว่าเกณฑ์ และโยนความผิดให้กับแม่ของเด็ก ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ศาลยอมรับเพียงบางส่วนเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษา ฮิโรชิ อิเกกามิ กล่าวต่อศาลแขวงโตเกียวว่า ในส่วนของเด็กหญิงนั้น ผู้เป็นแม่ควรได้รับการประณามอย่างรุนแรงที่สุด จากการครอบงำทางจิตใจของเด็ก การนำตัวลูกสาวจากประเทศไทย มายังประเทศญี่ปุ่น เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และการบังคับให้เธอค้าประเวณีอย่างผิดกฎหมาย ส่วนจำเลย (เจ้าของร้านนวด) เอง ก็ถูกแม่ของเด็กหลอกลวงในระดับหนึ่งเช่นกัน ซึ่งการซ้ำเติมและบาดแผลทางจิตใจที่เด็กหญิงได้รับนั้น รุนแรงเกินกว่าจะจินตนาการได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ โฮโซโนะ ยังถูกตัดสินว่า มีความผิดในข้อหาว่าจ้างหญิงชาวไทยซึ่งไม่มีวีซ่าทำงานที่ถูกต้อง และเปิดกิจการร้านนวด แอบอ้างให้บริการทางเพศ ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับตัวเด็กหญิงเอง ได้รับการคุ้มครองในฐานะเหยื่อการค้ามนุษย์ในประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะเดินทางกลับประเทศไทยในเดือนธันวาคม ซึ่งเธอได้รับความดูแลจากองค์กรให้ความช่วยเหลือท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5894986?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่นตัดสินจำคุก 5 ปี เจ้าของร้านนวดในโตเกียว บังคับเด็กสาวไทยวัย 12 ปี ขายบริการ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่นตัดสินจำคุก 5 ปี เจ้าของร้านนวดในโตเกียว บังคับเด็กสาวไทยวัย 12 ปี ขายบริการ</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่นตัดสินจำคุก 5 ปี เจ้าของร้านนวดในโตเกียว บังคับเด็กสาวไทยวัย 12 ปี ขายบริการ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-18T06:51:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-18T06:51:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/binmassam-city-48.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/binmassam-city-48-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/binmassam-city-48.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/binmassam-city-48-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/binmassam-city-48000.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/binmassam-city-48000-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สุดแซ่บ! น้องชายเจ้าหญิงไดอานา อ้างคิงชาร์ลส์ ดีใจเหมือนถูกลอตเตอรี หลังรู้ข่าวอดีตชายาสิ้นพระชนม์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5894726]]></link><pubDate>2026-09-18T12:16:05+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5894726</guid><description>สุดแซ่บ! น้องชายเจ้าหญิงไดอานา อ้างคิงชาร์ลส์ ดีใจเหมือนถูกลอตเตอรี หลังรู้ข่าวอดีตชายาสิ้นพระชนม์ เดอะ เดลีเมล สื่อใหญ่อังกฤษ ยังคงทยอยเปิดเนื้อหาที่อยู่ใน “Swan Song: Diana, My Sister” หนังสือบันทึก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สุดแซ่บ! น้องชายเจ้าหญิงไดอานา อ้างคิงชาร์ลส์ ดีใจเหมือนถูกลอตเตอรี หลังรู้ข่าวอดีตชายาสิ้นพระชนม์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เดอะ เดลีเมล สื่อใหญ่อังกฤษ ยังคงทยอยเปิดเนื้อหาที่อยู่ใน “Swan Song: Diana, My Sister” หนังสือบันทึกความทรงจำเกี่ยวกับเจ้าหญิงไดอานา แห่งเวลส์ผู้ล่วงลับ ผลงานเขียนของ ชาร์ลส์ สเปนเซอร์ พระอนุชาของเจ้าหญิงไดอานาที่จะเผยแพร่ในเร็วๆ นี้ ล่าสุด เมื่อวันพฤหัสบดี(17 ก.ย.) สื่อใหญ่เจ้านี้ได้ตัดเนื้อหาอีกส่วนหนึ่งออกมาตีแผ่ โดยสเปนเซอร์ระบุอ้างว่า กษัตริย์ชาร์ลส์ แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งขณะนั้นยังทรงดำรงพระอิสริยศ เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์อังกฤษ ดูเหมือนจะทรงรู้สึก”ปิติยินดีอย่างยิ่งราวกับถูกรางวัลลอตเตอรี” หลังพระองค์ทรงทราบว่าเจ้าหญิงไดอานา อดีตพระชายาของพระองค์ สิ้นพระชนม์แล้วจากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในหนังสือบันทึกความทรงจำดังกล่าว สเปนเซอร์เล่าว่าเขาได้พูดคุยกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในขณะนั้นหลังจากที่มีการยืนยันข่าวการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานาไม่นาน โดยสเปนเซอร์เขียนไว้ว่า “ต่างจากสายอื่นๆ ที่โทรเข้ามาซึ่งต่างตกตะลึงจนแทบจะเอ่ยคำแสดงความเสียใจหรือเสนอความช่วยเหลือออกมาไม่ได้ แต่เขากลับมีน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจอย่างเห็นได้ชัด ราวกับคนที่ถูกรางวัลลอตเตอรี ผมจำได้ว่านั่นคือสิ่งที่ผมคิดอยู่ในใจตอนนั้น”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สเปนเซอร์ระบุต่อว่า เมื่อมองย้อนกลับไปจากตอนนี้ เขาคิดว่าปฏิกิริยาแรกของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์คงจะต้องเป็นการคิดว่าเหตุการณ์นี้อาจเป็นโอกาสปลดปล่อยพระองค์ให้ได้ทรงแต่งงานใหม่กับหญิงคนรักของพระองค์ มากกว่าที่พระองค์จะทรงรู้สึกเสียพระทัยต่อการสูญเสียผู้หญิงที่พระองค์ไม่ได้ทรงรัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สเปนเซอร์ยังอ้างอีกว่า เจ้าหญิงไดอานาทรงเคยขับรถไปยังสถานที่ที่มักมีการฆ่าตัวตายบริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของอังกฤษ แต่ด้วยความรักที่มีต่อเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี พระโอรสทั้งสอง ทำให้พระองค์ทรงยับยั้งชั่งใจและไม่ตัดพระทัยที่จะกระทำเช่นนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เป็นความจริงที่น่าเศร้าในช่วงบั้นปลายชีวิตของเธอ ไดอานาเคยขับรถไปยัง “บีชชีเฮด” หน้าผาหินชอล์กอันสูงชันริมทะเลที่สูงที่สุดในอังกฤษอยู่หลายครั้ง ในขณะที่เธอกำลังคิดจะจบชีวิตตนเอง” เนื้อหาตอนหนึ่งใน “Swan Song: Diana, My Sister” ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังไม่มีการแสดงท่าทีใดๆ ต่อเนื้อหาล่าสุดนี้ที่ถูกเผยแพร่ออกมา หลังจากเมื่อคืนวันพุธ(16 ก.ย.) สำนักพระราชวังบักกิงแฮมออกแถลงการณ์ในนามกษัตริย์ชาร์ลส์ตอบโต้เนื้อหาที่ถูกระบุอยู่ในหนังสือบันทึกความทรงจำของสเปนเซอร์ ซึ่งอ้างว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในขณะนั้นตรัสว่าเจ้าหญิงไดอานาจะ “ถูกลืมเลือนไปในไม่ช้า” หลังการสิ้นพระชนม์ หลังสเปนเซอร์เขียนอ้างว่าเขาได้โต้เถียงกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์กรณีที่เขาคัดค้านการให้เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รีเสด็จตามขบวนพระศพของเจ้าหญิงไดอานาตามที่ทางวังกำหนด โดยอ้างว่าเจ้าหญิงไดอานาไม่ทรงประสงค์ให้พระโอรสทั้งสองของพระองค์ต้องได้รับความเจ็บปวด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในแถลงการณ์ตอบโต้โดยสำนักพระราชวังบักกิงแฮมระบุว่า “โดยหลักการแล้ว เราไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือ แต่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ทรงตระหนักดีว่าความเจ็บปวดจากความโศกเศร้าของพี่น้องสามารถบดบังเหตุผล ส่งผลต่อการตัดสินใจและทำให้ความทรงจำบิดเบือนไปในแบบที่คนอื่นไม่เข้าใจได้ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหญิงไดอานา แห่งเวลส์ หรือ เลดี้ไดอานา หญิงสาวผู้มาจากตระกูลชนชั้นสูง ทรงเป็นเจ้าหญิงผู้ทรงพระสิริโฉมและเปี่ยมด้วยความสง่างามเป็นที่รักของปวงชน หลังการอภิเสกสมรสกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในปี 1981 โดยมีพระโอรสด้วยกัน 2 พระองค์ ชีวิตคู่ของพระองค์ไม่ได้ราบรื่นนัก โดยมี คามิลลา ปาร์กเกอร์ โบลส์ หญิงคนรักของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในขณะนั้นซึ่งคือ สมเด็จพระราชินีคามิลลาในปัจจุบัน ถูกกล่าวขานว่าเป็นส่วนหนึ่งของรอยร้าวนั้น จนกระทั่งทั้งสองพระองค์ทรงหย่าร้างกันในปี 1996 และเจ้าหญิงไดอานาทรงพบรักใหม่กับ โดดี อัลฟาเยด ลูกชายของโมฮัมเหม็ด อัลฟาเยด มหาเศรษฐีชาวอียิปต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่เจ้าหญิงไดอานาและโดดีจะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ในอุโมงค์ทางรถในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนสิงหาคมปี 1997 หลังจากถูกช่างภาพปาปารัสซีตามล่าถ่ายรูป ส่งผลให้เจ้าหญิงไดอานาสิ้นพระชนม์พร้อมกับชายคนรักในอุบัติเหตุดังกล่าวขณะพระองค์ทรงมีพระชนมายุเพียง 36 พรรษา ซึ่งกลายเป็นข่าวช็อกโลกและเป็นโศกนาฏกรรมที่เขย่าราชวงศ์อังกฤษมายาวนาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5894726?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สุดแซ่บ! น้องชายเจ้าหญิงไดอานา อ้างคิงชาร์ลส์ ดีใจเหมือนถูกลอตเตอรี หลังรู้ข่าวอดีตชายาสิ้นพระชนม์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สุดแซ่บ! น้องชายเจ้าหญิงไดอานา อ้างคิงชาร์ลส์ ดีใจเหมือนถูกลอตเตอรี หลังรู้ข่าวอดีตชายาสิ้นพระชนม์</dc:alternative><dc:abstract>สุดแซ่บ! น้องชายเจ้าหญิงไดอานา อ้างคิงชาร์ลส์ ดีใจเหมือนถูกลอตเตอรี หลังรู้ข่าวอดีตชายาสิ้นพระชนม์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-18T05:16:05+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-18T05:16:05+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-120951.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-120951-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-120951.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-120951-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-120951-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-18-120951-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกันไฟเขียว! ผู้นำอิหร่านประชุม UNGA ตั้งเงื่อนไข คุมเดินทาง-ซื้อของฟุ่มเฟือย ห้ามปาเลสไตน์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5894508]]></link><pubDate>2026-09-18T10:40:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5894508</guid><description>มะกันไฟเขียว! ผู้นำอิหร่านประชุม UNGA ตั้งเงื่อนไข คุมเดินทาง-ซื้อของฟุ่มเฟือย ห้ามปาเลสไตน์ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ระดับ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มะกันไฟเขียว! ผู้นำอิหร่านประชุม UNGA ตั้งเงื่อนไข คุมเดินทาง-ซื้อของฟุ่มเฟือย ห้ามปาเลสไตน์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) ที่นครนิวยอร์กในสัปดาห์หน้า แม้ว่าสหรัฐและอิหร่านยังคงอยู่ในภาวะสงครามแต่ยังคงมีการเจรจาเป็นระยะๆ เพื่อหาทางยุติความขัดแย้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวว่า คณะผู้แทนหลักจากรัฐบาลอิหร่านจะได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการประชุม ตามพันธกรณีของสหรัฐในฐานะประเทศเจ้าภาพซึ่งเป็นที่ตั้งขององค์การสหประชาชาติ นั่นหมายความว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านซึ่งนำโดยประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ จะได้รับการออกวีซ่าสำหรับเข้าร่วมประชุม UNGA&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวเพิ่มเติมว่า คณะผู้แทนอิหร่านจะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านการเดินทาง และจะถูกห้ามซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยรวมถึงสินค้าอื่นๆ ตามนโยบายของสหรัฐ โดยคณะผู้แทนอิหร่านในปีนี้จะมีขนาดเล็กกว่าปีที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในอดีต รัฐบาลสหรัฐเคยห้ามคณะผู้แทนอิหร่านเข้าไปซื้อสินค้าตามร้านค้า และจำกัดการเดินทางของคณะผู้แทนให้อยู่เฉพาะเส้นทางระหว่างสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ สำนักงานผู้แทนอิหร่านประจำสหประชาชาติ ที่พักของเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ และท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดีในนครนิวยอร์ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้ “ข้อตกลงว่าด้วยสำนักงานใหญ่” ของสหประชาชาติปี 1947 โดยทั่วไปแล้ว สหรัฐมีพันธกรณีที่จะต้องอนุญาตให้นักการทูตต่างชาติเข้าถึงองค์การสหประชาชาติได้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐระบุว่าสามารถปฏิเสธการออกวีซ่าได้ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง การก่อการร้าย และนโยบายต่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 16 กันยายน รัฐบาลทรัมป์ระบุว่าจะปฏิเสธวีซ่าของเจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์เพื่อเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติ โดยขยายมาตรการห้ามที่มีผลบังคับใช้อยู่ตั้งแต่ปีที่แล้ว เนื่องจากกระทำของเจ้าหน้าที่เหล่านั้นที่ทำให้ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์กลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศ รวมถึงการดำเนินคดีกับอิสราเอลผ่านศาลระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์รายหนึ่งกล่าวว่า ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ถูกปฏิเสธการออกวีซ่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งการดำเนินการตามมาตรการของสหรัฐดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5894508?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกันไฟเขียว! ผู้นำอิหร่านประชุม UNGA ตั้งเงื่อนไข คุมเดินทาง-ซื้อของฟุ่มเฟือย ห้ามปาเลสไตน์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกันไฟเขียว! ผู้นำอิหร่านประชุม UNGA ตั้งเงื่อนไข คุมเดินทาง-ซื้อของฟุ่มเฟือย ห้ามปาเลสไตน์</dc:alternative><dc:abstract>มะกันไฟเขียว! ผู้นำอิหร่านประชุม UNGA ตั้งเงื่อนไข คุมเดินทาง-ซื้อของฟุ่มเฟือย ห้ามปาเลสไตน์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-18T03:40:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-18T03:40:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unhq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unhq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unhq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unhq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unhq-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unhq-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>631</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>631</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[UN ยันมีหลักฐานเชื่อได้ สหรัฐก่ออาชญากรรมสงคราม ถล่ม โรงเรียน-สนามกีฬา อิหร่าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5894413]]></link><pubDate>2026-09-18T09:49:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5894413</guid><description>UN ยันมีหลักฐานเชื่อได้ สหรัฐก่ออาชญากรรมสงคราม ถล่ม โรงเรียน-สนามกีฬา อิหร่าน คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่าด้วยอิหร่านระบุเมื่อวันที่ 17 กันยายน ว่า จากการสอบสวนพบว่ามีหลักฐาน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;UN ยันมีหลักฐานเชื่อได้ สหรัฐก่ออาชญากรรมสงคราม ถล่ม โรงเรียน-สนามกีฬา อิหร่าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่าด้วยอิหร่านระบุเมื่อวันที่ 17 กันยายน ว่า จากการสอบสวนพบว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า สหรัฐอยู่เบื้องหลังการโจมตีทางทหาร 2 ครั้งต่อโรงเรียนและสนามกีฬาในอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และการกระทำดังกล่าวถือเป็นอาชญากรรมสงคราม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะกรรมการยังพบด้วยว่า ทางการอิหร่านก็ได้ได้ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติระหว่างการปราบปรามการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลการสอบสวนดังกล่าวปรากฎในรายงานฉบับใหม่ของคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงระหว่างประเทศอิสระว่าด้วยอิหร่าน ซึ่งมีกำหนดที่จะนำเสนอต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) ในนครเจนีวา โดยได้มีการตรวจสอบทั้งพฤติกรรมของสหรัฐระหว่างสงครามอิหร่านที่เริ่มต้นขึ้นเดือนกุมภาพันธ์ และการดำเนินการของรัฐบาลอิหร่านต่อความไม่สงบที่เกิดขึ้นทั่วประเทศซึ่งเริ่มต้นในปลายเดือนธันวาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเหตุโจมตีโรงเรียนมินาบ จ.โฮรมุซกอนของอิหร่าน ผู้เชี่ยวชาญของยูเอ็นกล่าวว่า พวกเขาพบหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่ากองกำลังสหรัฐเป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีโรงเรียนประถมชาจาเรห์ ไทเยเบห์ ในเมืองมินาบ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 150 ราย รวมถึงเด็กนักเรียนประมาณ 120 ราย ตามรายงานของเจ้าหน้าที่อิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะทำงานสรุปว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย ทำให้พลเรือนเสียชีวิตและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนเสียหาย ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมสงครามภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า การที่สหรัฐไม่ได้อัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียน ซึ่งอยู่ติดกับฐานทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ในฐานข้อมูลเป้าหมาย และไม่ยืนยันว่าอาคารดังกล่าวเป็นเป้าหมายทางทหารนั้น ถือว่าเป็นมากกว่าความประมาทเลินเล่อทั่วไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“สหรัฐเป็นฝ่ายกำหนดการโจมตีอาคารโรงเรียนโดยรู้ดีว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะโจมตีเป้าหมายพลเรือน และกระทำการโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงต่อความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น” รายงานระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเดือนมิถุนายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า “ไม่มีใคร” จงใจโจมตีโรงเรียนหญิงในอิหร่านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยอ้างถึงการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่รอยเตอร์เป็นสำนักข่าวแรกที่รายงานว่า การสอบสวนภายในเบื้องต้นของกองทัพสหรัฐแสดงให้เห็นว่า กองกำลังสหรัฐน่าจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเมืองมินาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมากระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ยกระดับการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ยังไม่ได้เผยแพร่ผลการสอบสวนเบื้องต้นใดๆ ต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญของยูเอ็นกล่าวว่า โรงเรียนดังกล่าวเป็นสถานที่พลเรือนที่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน และไม่พบหลักฐานว่าถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญยังได้ข้อสรุปที่คล้ายคลึงกันเกี่ยวกับการโจมตีศูนย์กีฬาในเมืองลาแมร์ด โยรายงานระบุว่า การโจมตีดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับอาคารที่พักอาศัยและโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียง และทำให้พลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บ 22 ราย คณะทำงานสรุปว่าการโจมตีครั้งนั้นก็เป็นการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย ดังนั้นจึงเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์เมื่อเดือนมีนาคมว่า กองกำลังสหรัฐไม่ได้ทำการโจมตีใดๆ เข้าไปในเมืองลาแมร์ดในวันดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงกลาโหมสหรัฐปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานที่จัดทำโดยองค์กรภายนอก โดยระบุในแถลงการณ์ว่า “การสอบสวนของเรายังคงดำเนินอยู่ และเราไม่มีอะไรจะประกาศในขณะนี้”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านแอนนา เคลลี โฆษกทำเนียบขาว ตอบโต้รายงานดังกล่าวว่า ยูเอ็นเอชอาร์ซีไม่ได้ทำอะไรเลยให้เกิดประโยชน์ต่อสิทธิมนุษยชน พร้อมระบุว่าอิหร่านเป็นเพียงฝ่ายเดียวในความขัดแย้งปัจจุบันที่ก่ออาชญากรรมสงคราม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการละเมิดสิทธิมนุษยชนของอิหร่าน การสอบสวนของคณะทำงานพบว่า ทางการอิหร่านได้ดำเนินการโจมตีพลเรือนอย่างกว้างขวางและเป็นระบบระหว่างการประท้วงที่ปะทุขึ้นในปลายเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การทรมาน การกักขังโดยพลการ การหายตัวไปโดยบังคับ และการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกอย่างรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า ผู้ในบรรดาผู้เสียชีวิตมีประชาชนที่ไม่ได้เข้าร่วมการประท้วงรวมอยู่ด้วย เหตุปราบปรามครั้งนี้ถืเป็นการปราบปรามครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ผู้นำศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ขึ้นสู่อำนาจหลังการปฏิวัติปี 1979 ขณะที่รัฐบาลอิหร่านกล่าวโทษ &amp;#8220;ผู้ก่อการร้ายและผู้ก่อจลาจล&amp;#8221; ที่ได้รับการสนับสนุนจากต่อต้านรัฐบาลที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ และศัตรูต่างชาติอย่างสหรัฐและอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะสอบสวนระบุว่าไม่สามารถยืนยันยอดผู้เสียชีวิตได้อย่างเป็นอิสระ แต่เชื่อว่าจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บน่าจะสูงกว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการไปอีกมาก ซึ่งตัวเลขของทางการระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 3,038 ราย และบาดเจ็บ 25,000 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า การตอบโต้การประท้วงของรัฐบาล ซึ่งรวมถึงการใช้ความรุนแรงและการสังหารผู้คน การตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต และการใช้โทษประหารชีวิต ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับรูปแบบการปราบปรามผู้เห็นต่างในอดีต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะผู้แทนถาวรของอิหร่านในเจนีวาไม่ได้ตอบคำขอความคิดเห็นจากรอยเตอร์ในทันทีเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สหรัฐเคยกล่าวว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยความขัดแย้งทางอาวุธ ในขณะที่อิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบมาโดยตลอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงของยูเอ็นเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่สอบสวน ไม่ใช่องค์กรตุลาการ ดังนั้นจึงไม่มีอำนาจในการดำเนินคดีอาญาใดๆ อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบของคณะทำงานดังกล่าวสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการสอบสวนคดีอาญาโดยศาลระดับประเทศหรือศาลระหว่างประเทศ เช่น ศาลอาญาระหว่างประเทศได้ ทั้งนี้ ประเทศต่างๆ จะหารือเกี่ยวกับผลการตรวจสอบที่พบในรายงานเมื่อมีการนำเสนอต่อยูเอ็นเอชอาร์ซีในวันจันทร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5894413?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;UN ยันมีหลักฐานเชื่อได้ สหรัฐก่ออาชญากรรมสงคราม ถล่ม โรงเรียน-สนามกีฬา อิหร่าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>UN ยันมีหลักฐานเชื่อได้ สหรัฐก่ออาชญากรรมสงคราม ถล่ม โรงเรียน-สนามกีฬา อิหร่าน</dc:alternative><dc:abstract>UN ยันมีหลักฐานเชื่อได้ สหรัฐก่ออาชญากรรมสงคราม ถล่ม โรงเรียน-สนามกีฬา อิหร่าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-18T02:49:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-18T02:49:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mn.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mn-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mn.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mn-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mn-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mn-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ร้อนก่อนวางแผง! วังผู้ดีโต้ ปมน้องชายเจ้าหญิงไดอานา อ้างคิงชาร์ลส์ตรัส อดีตชายาจะถูกลืมในไม่ช้า]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5893733]]></link><pubDate>2026-09-17T17:05:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5893733</guid><description>ร้อนก่อนวางแผง! วังผู้ดีโต้ ปมน้องชายเจ้าหญิงไดอานา อ้างคิงชาร์ลส์ตรัส อดีตชายาจะถูกลืมในไม่ช้า สำนักพระราชวังบักกิงแฮมออกแถลงตอบโต้การกล่าวอ้างของ ชาร์ลส์ สเปนเซอร์ พระอนุชาของเจ้าหญิงไดอานา แห่งเวลส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ร้อนก่อนวางแผง! วังผู้ดีโต้ ปมน้องชายเจ้าหญิงไดอานา อ้างคิงชาร์ลส์ตรัส อดีตชายาจะถูกลืมในไม่ช้า&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักพระราชวังบักกิงแฮมออกแถลงตอบโต้การกล่าวอ้างของ ชาร์ลส์ สเปนเซอร์ พระอนุชาของเจ้าหญิงไดอานา แห่งเวลส์ อดีตพระชายาผู้ล่วงลับของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งอ้างอยู่ในหนังสือบันทึกความทรงจำเล่มใหม่ของ สเปนเซอร์ ที่กล่าวอ้างว่า คิงชาร์ลส์ ซึ่งขณะนั้นยังทรงเป็นเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ได้ตรัสว่าเจ้าหญิงไดอานาจะถูกลืมเลือนไปในไม่ช้า หลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของสำนักพระราชวังบักกิงแฮมที่ออกเมื่อกลางดึกคืนวันพุธ(16 ก.ย.) เต็มไปด้วยถ้อยคำอันหนักแน่นเป็นพิเศษระบุว่า โดยหลักการแล้ว เราไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังสือ แต่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ทรงตระหนักดีว่าความเจ็บปวดจากความโศกเศร้าของพี่น้องสามารถบดบังเหตุผล ส่งผลต่อการตัดสินใจและทำให้ความทรงจำบิดเบือนไปในแบบที่คนอื่นไม่เข้าใจได้ แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นภายหลังจากมีการสอบถามถึงรายงานข่าวดังกล่าวไป หลังเดอะ เดลีเมล สื่อสิ่งพิมพ์ชั้นนำ ได้ตีพิมพ์เนื้อหาบางช่วงบางตอนที่ถูกระบุว่าอยู่ใน “Swan Song: Diana, My Sister” หนังสือบันทึกความทรงจำของชาร์ลส์ สเปนเซอร์ ที่จะมี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตีพิมพ์เผยแพร่ในสัปดาห์หน้า ซึ่งตอนหนึ่งนั้น สเปนเซอร์อ้างว่าเขาได้โต้เถียงกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ อดีตพระสวามีของเจ้าหญิงไดอานาในขณะนั้น เกี่ยวกับแผนการของสำนักพระราชวังที่จะให้เจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายแฮร์รี พระโอรสทั้งสองพระองค์ของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์และเจ้าหญิงไดอานา ซึ่งขณะนั้นทรงมีพระชันษา 15 ปี และ 12 ปีตามลำดับ ได้เสด็จพระดำเนินตามหลังขบวนพระศพของเจ้าหญิงไดอานา ซึ่งสิ้นพระชนม์ลงพร้อมกับนายโดดี อัลฟาเยด ชายคนรัก ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนสิงหาคมปี 1997 ขณะเจ้าหญิงไดอานาทรงมีพระชนมายุ 36 พรรษาเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สเปนเซอร์อ้างว่าเขาได้โต้เถียงด้วยการบอกกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในขณะนั้นถึงการคัดค้านดังกล่าวว่า เจ้าหญิงไดอานาไม่ทรงประสงค์ให้พระโอรสทั้งสองของพระองค์ต้องเผชิญกับความเจ็บปวด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทว่าสเปนเซอร์กล่าวอ้างว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ตรัสกับเขาในขณะนั้นว่า &amp;#8220;วางใจได้เลย เราจะลืมเธอในไม่ช้า&amp;#8221; โดยสเปนเซอร์ยังกล่าวหาว่าคิงชาร์ลส์ทรงมีความรู้สึกดูแคลนอดีตพระชายาของพระองค์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหญิงไดอานา แห่งเวลส์ผู้ล่วงลับ ทรงเป็นเจ้าหญิงในดวงใจปวงชน ผู้ทรงได้รับความชื่นชมเป็นอย่างมากในความเป็นเจ้าหญิงผู้ทรงพระสิริโฉมและสง่างาม หลังการอภิเสกสมรสกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ในปี 1981 โดยมีพระโอรสด้วยกัน 2 พระองค์ อย่างไรก็ตาม ชีวิตคู่ของพระองค์กลับไม่ราบรื่น คามิลลา ปาร์กเกอร์ โบลส์ หญิงคนรักของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ถูกกล่าวขวัญว่าเป็นส่วนหนึ่งของรอยร้าวนั้น ก่อนทั้งสองพระองค์จะทรงหย่าร้างกันในที่สุดในปี 1996 เจ้าหญิงไดอานาทรงพบรักใหม่กับ โดดี อัลฟาเยด ลูกชายของโมฮัมเหม็ด อัลฟาเยด มหาเศรษฐีชาวอียิปต์ ก่อนทั้งคู่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และลาจากโลกนี้ไปพร้อมกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5893733?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ร้อนก่อนวางแผง! วังผู้ดีโต้ ปมน้องชายเจ้าหญิงไดอานา อ้างคิงชาร์ลส์ตรัส อดีตชายาจะถูกลืมในไม่ช้า&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ร้อนก่อนวางแผง! วังผู้ดีโต้ ปมน้องชายเจ้าหญิงไดอานา อ้างคิงชาร์ลส์ตรัส อดีตชายาจะถูกลืมในไม่ช้า</dc:alternative><dc:abstract>ร้อนก่อนวางแผง! วังผู้ดีโต้ ปมน้องชายเจ้าหญิงไดอานา อ้างคิงชาร์ลส์ตรัส อดีตชายาจะถูกลืมในไม่ช้า</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-17T10:05:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-17T10:05:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26260283482505.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26260283482505-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26260283482505.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26260283482505-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26260283482505-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26260283482505-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26260281832136.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26260281832136-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>521</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>521</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฟิจิ ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ หลังเคสติดเชื้อ HIV พุ่ง พบในประชากร 1 ใน 60]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5893269]]></link><pubDate>2026-09-17T14:50:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5893269</guid><description>ฟิจิ ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ หลังเคสติดเชื้อ HIV พุ่ง พบในประชากร 1 ใน 60 ฟิจิ ชาติหมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อ HIV ในประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่าง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ฟิจิ ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ หลังเคสติดเชื้อ HIV พุ่ง พบในประชากร 1 ใน 60&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ฟิจิ ชาติหมู่เกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อ HIV ในประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยปัจจุบันราว 1 ใน 60 คนของประชากรวัยผู้ใหญ่ในฟิจิพบติดเชื้อ HIV ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องรวมถึงโรคเอดส์ โดยติดต่อผ่านทางเลือด ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากอัตรา 1 ใน 167 คนเมื่อ 5 ปีก่อน นอกจากนี้ฟิจิยังพบจำนวนทารกที่เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HIV เพิ่มมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอันโตนิโอ ลาลาบาลาวู รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของฟิจิ กล่าวว่า ประเทศที่มีประชากรน้อยกว่า 1 ล้านคนแห่งนี้ พบผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่จำนวน 2,016 รายในปี 2025 เพียงปีเดียว ทำให้การตอบสนองในระดับการระบาดนั้นไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและองค์กรพัฒนาเอกชน(NGO) กล่าวว่า แนวโน้มการใช้ยาเสพติด การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน และการ Bluetoothing หรือ Hotspotting ซึ่งเป็นพฤติกรรมการเสพยาเสพติดอันตรายรูปแบบหนึ่งที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญทำให้การระบาดของเชื้อ HIV เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบางพื้นที่ของทวีปแอฟริกาและภูมิภาคแปซิฟิกรวมถึงฟิจิ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พฤติกรรม Bluetoothing หรือ Hotspotting เป็นที่นิยมคือการต้องการความมึนเมาในราคาที่ถูกลง ซึ่งหลายคนสามารถลงขันกันเพื่อซื้อยามาเสพร่วมกันได้ อีกเหตุผลหนึ่งคือความสะดวกในการใช้อุปกรณ์ฉีดยาเพียงชุดเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในฟิจิ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลฟิจิจะดำเนินโครงการจัดหาเข็มและกระบอกฉีดยาให้อย่างเพียงพอ ส่วนหนึ่งของมาตรการรับมือกับวิกฤตการณ์ระดับชาติ โดยรัฐมนตรีสาธารณสุขฟิจิกล่าวว่าขณะนี้ประเทศมีปริมาณเข็มฉีดยาและกระบอกฉีดยาเพียงพอแล้ว และกำลังจะมีการเสนอแก้ไขกฎหมายต่อรัฐสภาเพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินโครงการดังกล่าวได้ นอกจากนี้เขายังเรียกร้องให้ประชาชนออกมาเข้ารับการตรวจหาเชื้อ HIV ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านข้อมูลจากโครงการร่วมของสหประชาชาติว่าด้วยเอชไอวีและเอดส์ (UNAIDS) ระบุว่า ในปี 2025 ชาวฟิจิที่ติดเชื้อ HIV จำนวน 9,100 คนนั้น มีเพียง 39%เท่านั้นที่รู้ว่าตนเองติดเชื้อ และมีเพียง 22%ที่เข้าถึงการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ซึ่งตัวเลขดังกล่าวแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งพบว่า 78% ของผู้ติดเชื้อ HIV สามารถเข้าถึงการรักษาได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ UNAIDS ยังได้แสดงความยินดีต่อการประกาศภาวะฉุกเฉินของฟิจิ โดยระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับการรับมือปัญหาให้เข้มข้นยิ่งขึ้นทั้งในระดับภาครัฐและสังคมโดยรวม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5893269?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฟิจิ ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ หลังเคสติดเชื้อ HIV พุ่ง พบในประชากร 1 ใน 60&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฟิจิ ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ หลังเคสติดเชื้อ HIV พุ่ง พบในประชากร 1 ใน 60</dc:alternative><dc:abstract>ฟิจิ ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ หลังเคสติดเชื้อ HIV พุ่ง พบในประชากร 1 ใน 60</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-17T07:50:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-17T07:50:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-17T021119Z_1160066913_RC26U9AEQWRX_RTRMADP_3_FIJI-HEALTH-HIV.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-17T021119Z_1160066913_RC26U9AEQWRX_RTRMADP_3_FIJI-HEALTH-HIV-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-17T021119Z_1160066913_RC26U9AEQWRX_RTRMADP_3_FIJI-HEALTH-HIV.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-17T021119Z_1160066913_RC26U9AEQWRX_RTRMADP_3_FIJI-HEALTH-HIV-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-17T021119Z_1160066913_RC26U9AEQWRX_RTRMADP_3_FIJI-HEALTH-HIV-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-17T021119Z_1160066913_RC26U9AEQWRX_RTRMADP_3_FIJI-HEALTH-HIV-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ประกาศแล้ว! ออสเตรเลียแบน นศ.ต่างชาติ พาครอบครัวติดตาม เอเชียตอ.เฉียงใต้ได้ยกเว้น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5893028]]></link><pubDate>2026-09-17T13:22:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5893028</guid><description>ประกาศแล้ว! ออสเตรเลียแบน นศ.ต่างชาติ พาครอบครัวติดตาม เอเชียตอ.เฉียงใต้ได้ยกเว้น รัฐมนตรีอาวุโสของรัฐบาลออสเตรเลียประกาศเมื่อวันที่ 17 กันยายน ว่า ออสเตรเลียจะยุติการอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติพาคู่ครอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ประกาศแล้ว! ออสเตรเลียแบน นศ.ต่างชาติ พาครอบครัวติดตาม เอเชียตอ.เฉียงใต้ได้ยกเว้น&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐมนตรีอาวุโสของรัฐบาลออสเตรเลียประกาศเมื่อวันที่ 17 กันยายน ว่า ออสเตรเลียจะยุติการอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติพาคู่ครองและบุตรติดตามมาอยู่ด้วยระหว่างการศึกษา และยังจะคุมเข้มการออกวีซ่าทำงานและวีซ่าท่องเที่ยว ท่ามกลางกระแสการถกเถียงที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับจำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานที่อยู่ในระดับสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลมีขึ้นหลังจากพรรควันเนชั่น ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดและกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในการสำรวจความคิดเห็นหลายครั้งกล่าวในสัปดาห์นี้ว่า พรรคจะลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานชั่วคราวลง 750,000 คนภายในระยะ 3 ปี เพื่อให้ชาวออสเตรเลียมี “พื้นที่หายใจ” มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แอนโทนี เบิร์ก รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในของออสเตรเลีย ปฏิเสธข้อสันนิษฐานที่ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองจากพรรควันเนชั่น ซึ่งชูนโยบาย “ออสเตรเลียต้องมาก่อน” ซึ่งถูกนำไปเปรียบเทียบกับแนวนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบิร์กกล่าวว่า เป็นเรื่องผิดอย่างชัดเจนหากคิดว่านี่เป็นมาตรการที่เพิ่งคิดขึ้นเพื่อรับมือกับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ เพราะความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่าการปฏิรูปดังกล่าวจะทำให้จำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานสุทธิในแต่ละปีของออสเตรเลียลดลงเหลือประมาณ 225,000 คนภายในปี 2028 ซึ่งใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดการระบาดใหญ่ จากปัจจุบันที่ประมาณ 300,000 คน โดยผลสำรวจความคิดเห็นในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ค่าครองชีพและการย้ายถิ่นฐานเป็นเรื่องที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้มาตรการใหม่ รัฐบาลจะนำระบบจับสลากมาใช้สำหรับผู้เดินทางท่องเที่ยวแบบสะพายเป้ ซึ่งต้องการต่ออายุวีซ่าทำงานและท่องเที่ยว โดยวีซ่าผู้มาเยือนทุกประเภทจะกำหนดเงื่อนไข “ห้ามขออยู่ต่อ” ซึ่งจะไม่อนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าพำนักอยู่ในออสเตรเลียต่อ ระหว่างที่ยื่นขอวีซ่าประเภทอื่น เช่น วีซ่าสำหรับคู่ครอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับนักศึกษาต่างชาติ จะได้รับอนุญาตให้ต่ออายุวีซ่านักศึกษาได้ก็ต่อเมื่อทำศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นจากเดิมเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นักศึกษาบางส่วนจากประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะยังสามารถพาคู่ครองและบุตรติดตามมาได้ แต่โดยทั่วไปแล้ว วีซ่านักศึกษาส่วนใหญ่ส่วนใหญ่จะไม่ได้รับอนุญาตให้มีผู้ติดตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบัน คู่สมรสและคู่ครองของนักศึกษาต่างชาติสามารถทำงานในออสเตรเลียได้ แม้ว่าจำนวนชั่วโมงที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานจะแตกต่างกันไปตามหลักสูตรที่นักศึกษากำลังศึกษาอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาคการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจออสเตรเลีย 53,600 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 1.27 ล้านล้านบาท ในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนมิถุนายน 2025 ทำให้ภาคส่วนดังกล่าวเป็นแหล่งรายได้จากการส่งออกที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 4 ของออสเตรเลีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ภาคการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติจะสร้างรายได้มหาศาลให้กับเศรษฐกิจ แต่นักศึกษาต่างชาติก็เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่รัฐบาลพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นรัฐบาลฝ่ายกลางซ้าย ให้ความสำคัญในการดำเนินมาตรการลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นฐาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่านักศึกษาเพิ่มขึ้นเกือบ 300% ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 2,500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือกว่า 5.9 หมื่นบาท ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเพิ่มความเข้มงวดในเกณฑ์ความรู้ภาษาอังกฤษ และยอดเงินออมขั้นต่ำสำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าทำงานหลังสำเร็จการศึกษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากออสเตรเลียเปิดพรมแดนอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 หลังจากปิดพรมแดนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นเวลาเกือบ 2 ปี โดยการเพิ่มขึ้นดังกล่าวได้รับแรงขับเคลื่อนเป็นหลักจากนักศึกษาต่างชาติ นักท่องเที่ยวแบบสะพายเป้ และแรงงานชั่วคราว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานลดลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยจำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานสุทธิจากต่างประเทศอยู่ที่ 306,000 คนในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2025 และนักศึกษาต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าว ลดลงจากระดับสูงสุดที่ 518,000 คนในปี 2023&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5893028?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ประกาศแล้ว! ออสเตรเลียแบน นศ.ต่างชาติ พาครอบครัวติดตาม เอเชียตอ.เฉียงใต้ได้ยกเว้น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ประกาศแล้ว! ออสเตรเลียแบน นศ.ต่างชาติ พาครอบครัวติดตาม เอเชียตอ.เฉียงใต้ได้ยกเว้น</dc:alternative><dc:abstract>ประกาศแล้ว! ออสเตรเลียแบน นศ.ต่างชาติ พาครอบครัวติดตาม เอเชียตอ.เฉียงใต้ได้ยกเว้น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-17T06:22:29+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-17T06:22:29+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/av.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/av-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/av.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/av-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/av-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/av-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เนปาลเผย ระบุตัวตนผู้เสียชีวิตได้แค่ 7% ยอดดับเฉียด 1.4 พัน สูญหาย 5.2 พัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5892876]]></link><pubDate>2026-09-17T12:22:51+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5892876</guid><description>เนปาลเผย ระบุตัวตนผู้เสียชีวิตได้แค่ 7% ยอดดับเฉียด 1.4 พัน สูญหาย 5.2 พัน หลายสัปดาห์หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ในเนปาลจากธารน้ำแข็งละลาย ผู้สูญหายหลายพันคนยังไม่ทราบชะตากรรม ขณะที่ศพส่วนใหญ่ยังไม่สามารถระบุ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เนปาลเผย ระบุตัวตนผู้เสียชีวิตได้แค่ 7% ยอดดับเฉียด 1.4 พัน สูญหาย 5.2 พัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หลายสัปดาห์หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ในเนปาลจากธารน้ำแข็งละลาย ผู้สูญหายหลายพันคนยังไม่ทราบชะตากรรม ขณะที่ศพส่วนใหญ่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ ทางการเนปาลเผยเมื่อวันที่ 16 กันยายน ว่า ขณะนี้สามารถระบุตัวตนศพที่กู้ขึ้นมาได้หลังเกิดอุทกภัยครั้งรุนแรงเพียงประมาณ 7% เท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากและภารกิจอันหนักหน่วงที่เจ้าหน้าที่กำลังเผชิญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บรรดาญาติของผู้สูญหายยังคงเรียกร้องคำตอบจากทางการ ขณะที่ความหวังในการพบผู้รอดชีวิตลดน้อยลง สำนักงานบริหารจัดการและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งชาติของเนปาลระบุว่า มีผู้สูญหายประมาณ 5,200 คน โดยในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 636 คน หลังจากภัยพิบัติครั้งนี้พัดถล่มชุมชนในพื้นที่ภูเขาและพื้นที่โครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,399 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากศพจำนวน 1,206 ราย และเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอจากสมาชิกครอบครัวของผู้สูญหาย 1,889 ตัวอย่าง เพื่อนำไปใช้ในการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลและจับคู่กับศพที่พบ อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้สามารถระบุตัวตนศพได้เพียง 105 รายเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการได้ส่งโดรนตรวจจับความร้อนและเฮลิคอปเตอร์เข้าร่วมภารกิจค้นหา รวมถึงส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปช่วยเหลือคนงานที่ติดอยู่ภายในอุโมงค์ ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายนำไปสู่การช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ในอุโมงค์ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำในเนปาลได้อย่างน่าทึ่งในบางกรณี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระนั้นก็ดีครอบครัวของชาวต่างชาติที่สูญหายระบุว่า การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับความคืบหน้าของปฏิบัติการช่วยเหลือ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่องกลับลดลงในช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานยังระบุว่า พื้นที่น่านฟ้าที่จำกัด สภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูงชันที่เข้าถึงได้ยาก และปริมาณเศษซากปรักหักพังและเศษวัสดถุที่ทับถมอยู่เป็นจำนวนมาก ถือเป็นความท้าทายสำคัญในการค้นหาผู้สูญหาย แต่ได้มีการแจ้งข้อมูลความคืบหน้าให้แก่สถานเอกอัครราชทูตและครอบครัวของผู้สูญหายอย่างสม่ำเสมอ ผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5892876?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เนปาลเผย ระบุตัวตนผู้เสียชีวิตได้แค่ 7% ยอดดับเฉียด 1.4 พัน สูญหาย 5.2 พัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เนปาลเผย ระบุตัวตนผู้เสียชีวิตได้แค่ 7% ยอดดับเฉียด 1.4 พัน สูญหาย 5.2 พัน</dc:alternative><dc:abstract>เนปาลเผย ระบุตัวตนผู้เสียชีวิตได้แค่ 7% ยอดดับเฉียด 1.4 พัน สูญหาย 5.2 พัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-17T05:22:51+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-17T05:22:51+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เปียงยางลั่น เลิกฝันกลางวัน ปลดนุกเกาหลีเหนือ ชี้มะกันเสริมกำลัง เหตุผลชอบธรรมโสมแดงขยายทัพนิวเคลียร์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5892758]]></link><pubDate>2026-09-17T12:12:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5892758</guid><description>เปียงยางลั่น เลิกฝันกลางวัน ปลดนุกเกาหลีเหนือ ชี้มะกันเสริมกำลัง เหตุผลชอบธรรมโสมแดงขยายทัพนิวเคลียร์ เกาหลีเหนือออกมาอ้างว่าการเสริมกำลังทหารเพิ่มขึ้นที่นำโดยสหรัฐอเมริกาและการเป็นพันธมิตรด้านนิวเคลี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เปียงยางลั่น เลิกฝันกลางวัน ปลดนุกเกาหลีเหนือ ชี้มะกันเสริมกำลัง เหตุผลชอบธรรมโสมแดงขยายทัพนิวเคลียร์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกาหลีเหนือออกมาอ้างว่าการเสริมกำลังทหารเพิ่มขึ้นที่นำโดยสหรัฐอเมริกาและการเป็นพันธมิตรด้านนิวเคลียร์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐ เกาหลีใต้และญี่ปุ่นนั้น เป็นเหตุผลอันชอบธรรมสำหรับเปียงยางในการเสริมสร้างและขยายกองกำลังนิวเคลียร์ของตนเองให้แข็งแกร่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่าทีข้างต้นมาจากนายคิม คังอิล รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหมของเกาหลีเหนือที่กล่าวบนเวทีการประชุม “ปักกิ่ง เซียงชาน ฟอรัม” ซึ่งเป็นการประชุมด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ จัดที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 17 กันยายน โดยเขากล่าวเน้นย้ำว่าสถานะของเกาหลีเหนือในฐานะรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์นั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้และให้คำมั่นว่าเกาหลีเหนือจะขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“การเสริมกำลังอาวุธนิวเคลียร์อย่างไม่หยุดยั้งของรัฐศัตรู เป็นเหตุผลที่เพียงพอสำหรับการสร้างเกราะนิวเคลียร์ที่แข็งแกร่งของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี(เกาหลีเหนือ)” รัฐมนตรีช่วยกลาโหมเกาหลีเหนือกล่าว และว่า เมื่อภัยคุกคามนิวเคลียร์จากรัฐศัตรูถึงระดับสูงสุด เกาหลีเหนือจะปกป้องสันติภาพและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลีและภูมิภาคอย่างมั่นคงด้วยการขยายและเสริมสร้างศักยภาพในการป้องปรามทางนิวเคลียร์เพื่อป้องกันตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐมนตรีช่วยกลาโหมเกาหลีเหนือยังกล่าวโทษความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีว่าเป็นผลมาจากนโยบายที่เป็นปฏิปักษ์อย่างไม่เปลี่ยนแปลงของสหรัฐต่อเกาหลีเหนือ ทั้งยังกล่าวหาสหรัฐว่าเปลี่ยนความร่วมมือไตรภาคีกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นให้กลายเป็นพันธมิตรด้านนิวเคลียร์ นอกจากนี้ยังกล่าวด้วยว่าสถานะตามรัฐธรรมนูญของเกาหลีเหนือในฐานะ “รัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์” ถือเป็น “เส้นที่ไม่มีวันถอยกลับ” พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ เลิก ”ฝันกลางวัน” เรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังมีท่าทีจาก คิม โยจอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของคิม จองอึนที่กล่าวก่อนหน้านั้นในวันเดียวกันนี้ โดยปฏิเสธเสียงเรียกร้องของนานาชาติที่ให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ภายหลังจากมีเสียงสะท้อนจากการประชุมประจำปีของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ(IAEA)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวกลางเกาหลี(KCNA) คิม โยจอง กล่าวว่า สถานะของเกาหลีเหนือในฐานะรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์นั้นเป็นสิ่งที่ &amp;#8220;เด็ดขาด&amp;#8221; และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และยังวิจารณ์ถึงข้อเรียกร้องให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเป็นเพียง &amp;#8220;เสียงรบกวน&amp;#8221; ที่มีอยู่ประจำ โดยย้ำสำทับว่าจุดยืนด้านนิวเคลียร์ของเปียงยางนั้นได้รับการสถาปนาไว้อย่างถาวรแล้วทั้งทางกายภาพและทางกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้อยแถลงดังกล่าวของน้องสาวผู้นำคิมสอดรับกับคำแถลงของโฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีเหนือที่ออกเมื่อวันพุธ(16 ก.ย.) ซึ่งกล่าวหาสหรัฐและเกาหลีใต้ว่ากำลังเพิ่มการเผชิญหน้าทางทหารผ่านการวางแผนและการซ้อมรบร่วมเพื่อรับมือกับอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5892758?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เปียงยางลั่น เลิกฝันกลางวัน ปลดนุกเกาหลีเหนือ ชี้มะกันเสริมกำลัง เหตุผลชอบธรรมโสมแดงขยายทัพนิวเคลียร์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เปียงยางลั่น เลิกฝันกลางวัน ปลดนุกเกาหลีเหนือ ชี้มะกันเสริมกำลัง เหตุผลชอบธรรมโสมแดงขยายทัพนิวเคลียร์</dc:alternative><dc:abstract>เปียงยางลั่น เลิกฝันกลางวัน ปลดนุกเกาหลีเหนือ ชี้มะกันเสริมกำลัง เหตุผลชอบธรรมโสมแดงขยายทัพนิวเคลียร์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-17T05:14:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-17T05:14:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-17T042134Z_1301060229_RC2PKNAVLZQ7_RTRMADP_3_CHINA-DEFENCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-17T042134Z_1301060229_RC2PKNAVLZQ7_RTRMADP_3_CHINA-DEFENCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-17T042134Z_1301060229_RC2PKNAVLZQ7_RTRMADP_3_CHINA-DEFENCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-17T042134Z_1301060229_RC2PKNAVLZQ7_RTRMADP_3_CHINA-DEFENCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-17T042134Z_1301060229_RC2PKNAVLZQ7_RTRMADP_3_CHINA-DEFENCE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-17T042134Z_1301060229_RC2PKNAVLZQ7_RTRMADP_3_CHINA-DEFENCE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-17T042131Z_1283369425_RC2QKNAZN26X_RTRMADP_3_CHINA-DEFENCE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-17T042131Z_1283369425_RC2QKNAZN26X_RTRMADP_3_CHINA-DEFENCE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐเตือนชาวอเมริกันเดินทางไปกัมพูชา เพิ่มความระวังปัญหาอาชญากรรม ความไม่สงบ วัตถุระเบิด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5892682]]></link><pubDate>2026-09-17T11:19:23+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5892682</guid><description>สหรัฐเตือนชาวอเมริกันเดินทางไปกัมพูชา เพิ่มความระวังปัญหาอาชญากรรม ความไม่สงบ วัตถุระเบิด สหรัฐอเมริกา ได้ออกประกาศเตือนชาวอเมริกันที่วางแผนจะเดินทางไปกัมพูชา ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเน้นย้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สหรัฐเตือนชาวอเมริกันเดินทางไปกัมพูชา เพิ่มความระวังปัญหาอาชญากรรม ความไม่สงบ วัตถุระเบิด&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐอเมริกา ได้ออกประกาศเตือนชาวอเมริกันที่วางแผนจะเดินทางไปกัมพูชา ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเน้นย้ำเรื่องความกังวลด้านความปลอดภัยในหลายพื้นที่ของประเทศกัมพูชา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อวันที่ 15 กันยายน กระทรวงต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ได้ประกาศเตือนภัยการเดินทางระดับ 2 สำหรับประเทศกัมพูชา โดยอ้างถึงปัญหาอาชญากรรม ความไม่สงบในบ้านเมือง และวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ แม้ว่าประกาศเตือนภัยระดับ 2 จะครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ แต่บางพื้นที่ยังถูกจัดอยู่ในระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับที่ร้ายแรงที่สุดของการจัดระดับของกระทรวงต่างประเทศ สหรัฐ โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประกาศล่าสุดจากกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า กระทรวงต่างประเทศ แนะนำให้ชาวอเมริกันหลีกเลี่ยงพื้นที่ใกล้เคียงชายแดนกัมพูชา-ไทย เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังได้รับคำแนะนำให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ในกรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา เนื่องจากปัญหาอาชญากรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วน จังหวัดพระตะบอง, บันเตียเมียนเจย, โพธิสัตว์, เสียมราฐ, ไพลิน, พระวิหาร และกำปงธม เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงเกี่ยวกับวัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิ่งที่ต้องทำคือ ชาวอเมริกันที่เดินทางไปกัมพูชา ได้รับคำแนะนำไม่ให้ขัดขืน หรือต่อสู้ หากตกเป็นเหยื่อของการปล้นทรัพย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงต่างประเทศ แนะนำอย่างยิ่งให้นักท่องเที่ยวซื้อประกันการเดินทางและตรวจสอบให้แน่ใจว่า กรมธรรม์ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการอพยพฉุกเฉิน ค่ารักษาพยาบาล และกรณีการยกเลิกการเดินทาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวควรจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายยาเสพติดที่เข้มงวดของกัมพูชาด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยข้อมูลจากกระทรวงต่างประเทศ ระบุว่า กัมพูชาใช้มาตรการจัดการกับความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาดแบบไม่มีข้อยกเว้น การครอบครองสารเสพติดผิดกฎหมาย แม้เพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่การถูกจับกุมและคุมขังได้ ซึ่งผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีเกี่ยวกับยาเสพติด อาจะได้รับโทษจำคุกเป็นเวลานาน รวมถึงโทษจำคุกตลอดชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักท่องเที่ยว ยังได้รับคำแนะนำให้ระวังเรื่องการจะรับเครื่องดื่มจากผู้อื่นด้วย โดยกระทรวงต่างประเทศเตือนว่า อาชญากรรมที่กระทำต่อนักท่องเที่ยว อาจเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มที่ถูกวางยา หรือปนเปื้อนสารอันตราย นักท่องเที่ยวจึงควรปฏิเสธเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า และดูแลเครื่องดื่มของตนเองตลอดเวลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ การประกาศเตือนภัยสำหรับชาวอเมริกันนี้ เป็นส่วนหนึ่งของคำเตือนด้านการเดินทางและความปลอดภัยที่เจ้าหน้าที่สหรัฐออกมาสำหรับจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5892682?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐเตือนชาวอเมริกันเดินทางไปกัมพูชา เพิ่มความระวังปัญหาอาชญากรรม ความไม่สงบ วัตถุระเบิด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐเตือนชาวอเมริกันเดินทางไปกัมพูชา เพิ่มความระวังปัญหาอาชญากรรม ความไม่สงบ วัตถุระเบิด</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐเตือนชาวอเมริกันเดินทางไปกัมพูชา เพิ่มความระวังปัญหาอาชญากรรม ความไม่สงบ วัตถุระเบิด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-17T04:56:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-17T04:56:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cambodia11.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cambodia11-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cambodia11.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cambodia11-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cambodia1122.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cambodia1122-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ออสเตรเลียจ่อห้าม นศ.ต่างชาติพา คู่ครอง-บุตร มาอยู่ด้วย คุมเข้มวีซ่าผู้ย้ายถิ่นฐาน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5892575]]></link><pubDate>2026-09-17T10:39:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5892575</guid><description>ออสเตรเลียจ่อห้าม นศ.ต่างชาติพา คู่ครอง-บุตร มาอยู่ด้วย คุมเข้มวีซ่าผู้ย้ายถิ่นฐาน ออสเตรเลียจะยุติการอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติพาคู่ครองและบุตรไปพำนักด้วยระหว่างศึกษา และจะเพิ่มความเข้มงวดต่อกฎระเบียบ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ออสเตรเลียจ่อห้าม นศ.ต่างชาติพา คู่ครอง-บุตร มาอยู่ด้วย คุมเข้มวีซ่าผู้ย้ายถิ่นฐาน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ออสเตรเลียจะยุติการอนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติพาคู่ครองและบุตรไปพำนักด้วยระหว่างศึกษา และจะเพิ่มความเข้มงวดต่อกฎระเบียบสำหรับการเปลี่ยนวีซ่าของผู้ย้ายถิ่นฐานชั่วคราว ตามรายงานของสื่อต่าง ๆ เมื่อวันที่ 17 กันยายน โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่รัฐมนตรีจะกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเข้าเมืองและการย้ายถิ่นฐานในวันเดียววกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์เอบีซี นิวส์ สื่อสาธารณะของออสเตรเลีย รายงานว่า แอนโทนี เบิร์ก รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในของออสเตรเลีย จะประกาศในการกล่าวสุนทรพจน์ที่สโมสรนักข่าวแห่งชาติในวันเดียวกันนี้ว่า รัฐบาลตั้งเป้าลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานจากต่างประเทศลงเหลือ 225,000 คนภายในปี 2028 จากปัจจุบันที่อยู่ที่ประมาณ 300,000 คน ด้านสำนักงานของเบิร์กยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบัน คู่สมรสและคู่ครองของนักศึกษาต่างชาติสามารถทำงานในออสเตรเลียได้ แม้ว่าจำนวนชั่วโมงที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลักสูตรที่นักศึกษาต่างชาติกำลังศึกษาอยู่ นอกจากนี้ นักศึกษายังสามารถพาบุตรที่อยู่ในความดูแลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีมาอยู่ด้วยกันได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเคลื่อนไหวของรัฐบาลออสเตรเลียมีขึ้นหลังจากพรรควันเนชัน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดและกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในการสำรวจความคิดเห็นครั้งล่าสุด ประกาศในสัปดาห์นี้ว่า พรรคจะลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานชั่วคราวลง 750,000 คนภายในระยะเวลา 3 ปี เพื่อให้ชาวออสเตรเลียมี “พื้นที่หายใจ” มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พรรควันเนชัน ซึ่งอธิบายแนวทางของตนว่าเป็นนโยบาย “ออสเตรเลียต้องมาก่อน” และมีนโยบายที่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ตั้งเป้าที่จำกัดจำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานจากต่างประเทศให้เหลือ 130,000 คน หลังจากช่วง 3 ปีแรก โดยคาดว่าจะมีการทบทวนโครงการดังกล่าวเป็นประจำทุกปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานของออสเตรเลียส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาต่างชาติ นักท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็กเกอร์ และแรงงานฝีมือที่เข้ามาทำงานเป็นการชั่วคราว พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากออสเตรเลียเปิดพรมแดนอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 หลังจากใช้มาตรการควบคุมการเดินทางจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นเวลาเกือบ 2 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานของออสเตรเลียมีแนวโน้มลดลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า การหลั่งไหลเข้ามาของผู้ย้ายถิ่นฐานได้เพิ่มแรงกดดันต่อภาคที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ รวมถึงผลกระทบต่อความสมานฉันท์ในสังคมก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลทางการระบุว่า จำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานสุทธิจากต่างประเทศของออสเตรเลียในช่วง 12 เดือนจนถึงสิ้นสุดปีงบประมาณ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2025 อยู่ที่ 306,000 คน โดยนักศึกษาต่างชาติคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนดังกล่าว ขณะที่ยอดสุทธิของจำนวนผู้ย้ายถิ่นฐานอยู่ที่ 429,000 คนในปี 2024 หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 518,000 คนในปี 2023&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5892575?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ออสเตรเลียจ่อห้าม นศ.ต่างชาติพา คู่ครอง-บุตร มาอยู่ด้วย คุมเข้มวีซ่าผู้ย้ายถิ่นฐาน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ออสเตรเลียจ่อห้าม นศ.ต่างชาติพา คู่ครอง-บุตร มาอยู่ด้วย คุมเข้มวีซ่าผู้ย้ายถิ่นฐาน</dc:alternative><dc:abstract>ออสเตรเลียจ่อห้าม นศ.ต่างชาติพา คู่ครอง-บุตร มาอยู่ด้วย คุมเข้มวีซ่าผู้ย้ายถิ่นฐาน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-17T03:39:14+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-17T03:39:14+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/as.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/as-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/as.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/as-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/as-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/as-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทาคาอิจิปรับ ครม.ครั้งแรก ส่งสัญญานสานต่อนโยบายเดิม ท่ามกลางสารพัดปัญหา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5892508]]></link><pubDate>2026-09-17T09:44:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5892508</guid><description>ทาคาอิจิปรับ ครม.ครั้งแรก ส่งสัญญานสานต่อนโยบายเดิม ท่ามกลางสารพัดปัญหา นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ปรับคณะรัฐมนตรีครั้งแรกในวันที่ 17 กันยายนนี้ โดยมีแนวโน้มที่จะให้รัฐมนตรีคนสำคัญดำรงตำแ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทาคาอิจิปรับ ครม.ครั้งแรก ส่งสัญญานสานต่อนโยบายเดิม ท่ามกลางสารพัดปัญหา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ปรับคณะรัฐมนตรีครั้งแรกในวันที่ 17 กันยายนนี้ โดยมีแนวโน้มที่จะให้รัฐมนตรีคนสำคัญดำรงตำแหน่งเดิมต่อไป ขณะเดียวกันก็พยายามเสริมฐานเสียงทางการเมืองเพื่อผลักดันแผนเพิ่มการใช้จ่ายงบประมาณครั้งใหญ่ของรัฐบาล ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวระบุว่า ในการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ทาคาอิจิมีแนวโน้มที่จะให้ซัตสึกิ คาตายามะ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังต่อไป เพื่อช่วยให้ญี่ปุ่นสามารถดำเนินนโยบายด้านอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาตายามะมีบทบาทสำคัญในการเจรจากับสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เกี่ยวกับการแทรกแซงตลาดเงินร่วมกันระหว่างสองชาติ เพื่อพยุงค่าเงินเยนเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นความพยายามที่ตอกย้ำให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์ระบุว่า การแต่งตั้งคาตายามะ ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการกระทรวงการคลังและถูกมองว่ามีจุดยืนค่อนข้างระมัดระวังในเรื่องนโยบายการคลัง ให้กลับมาดำรงตำแหน่งเดิมอีกครั้ง น่าจะได้รับการตอบรับจากตลาดพันธบัตร ซึ่งมีความกังวลเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัวของทาคาอิจิ ซึ่งอาจนำไปสู่การที่รัฐบาลต้องออกพันธบัตรเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทากาฮิเดะ คิอุจิ นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยโนมูระ กล่าวว่า แทนที่จะพยายามสร้างจุดเด่นให้กับนโยบายของเธอ ทาคาอิจิมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องและเสถียรภาพของนโยบาย เพื่อปูทางสำหรับการได้รับเลือกให้ได้กลับมาเป็นผู้นำพรรครัฐบาลอีกครั้ง ในการแข่งขันเลือกหัวหน้าพรรคที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายนปีหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการคลังของญี่ปุ่นที่ย่ำแย่ลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นพันธบัตรมาตรฐานของตลาด ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ทศวรรษในสัปดาห์นี้ เนื่องจากญี่ปุ่นมีหนี้สาธารณะคิดเป็นสัดส่วนราว 2 เท่าของขนาดเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นระดับสูงที่สุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์โยมิอูริรายงานว่า การที่ทาคาอิจิมีแนวโน้มที่จะให้มิโนรุ คิอุจิ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สนับสนุนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อไป ถือเป็นสัญญาณว่าเธอไม่มีความตั้งใจที่จะชะลอแผนเพิ่มการใช้จ่ายงบประมาณครั้งใหญ่ของรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาสมดุลที่ทาคาอิจิต้องเผชิญ ในขณะที่ภาคครัวเรือนญี่ปุ่นกำลังเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ทาคาอิจิอาจเสี่ยงต่อการสูญเสียคะแนนนิยม หากถอยกลับจากคำมั่นสัญญาที่จะลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ทาคาอิจิก็เผชิญแรงกดดันให้รับฟังเสียงเรียกร้องจากตลาดที่ต้องการให้รัฐบาลมีวินัยทางการคลังมากขึ้น หลังจากแผนเพิ่มการใช้จ่ายครั้งใหญ่ของเธอ รวมถึงการตัดสินใจเดินหน้าลดภาษีเป็นเวลา 2 ปีสำหรับสินค้าประเภทอาหาร ได้จุดชนวนให้เกิดการเทขายพันธบัตร และทำให้เบสเซนต์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์แนวนโยบายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า ทาคาอิจิมีแนวโน้มที่จะให้รัฐมนตรีคนสำคัญคนอื่น ๆ ดำรงตำแหน่งต่อไป รวมถึงผู้ที่เคยเป็นคู่แข่งของเธอในการแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรครัฐบาลเมื่อปีที่แล้ว เช่น โทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศ และชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกลาโหม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฐานะหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ทาคาอิจิยังรักษาโครงสร้างคณะผู้บริหารพรรคส่วนใหญ่เมื่อวันที่ 16 กันยายน ซึ่งเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าเธอให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องทางการเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่าทาคาอิจิจะมอบตำแหน่งรัฐมนตรีให้แก่พรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างสองพรรค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้าสู่การอภิปรายในรัฐสภาเกี่ยวกับประเด็นสำคัญด้านการคลังหลายเรื่อง เช่น ร่างกฎหมายลดภาษีการบริโภคสำหรับสินค้าประเภทอาหารเป็นเวลา 2 ปี โดยคาดว่าพรรคฝ่ายค้านจะตั้งคำถามอย่างหนักต่อรัฐบาลเกี่ยวกับแหล่งเงินที่จะนำมาใช้รองรับมาตรการดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่คำมั่นของทาคาอิจิที่จะจำกัดการออกพันธบัตรรัฐบาลใหม่ให้อยู่ที่ไม่เกิน 40 ล้านล้านเยน หรือราว 8.56 ล้านล้านบาท สำหรับปีงบประมาณ 2027 กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคาดว่ารายจ่ายของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้นจากคำของบประมาณของหน่วยงานต่าง ๆ ที่พุ่งขึ้นไปอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงการระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ญี่ปุ่นยังเผชิญแนวโน้มที่ต้องเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมมากขึ้น ในการทบทวนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงที่จะมีขึ้นในปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันต้นทุนในการบริหารจัดการหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นกำลังปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและชะลอการเข้าซื้อพันธบัตร เพื่อลดการพึ่งพามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ใช้มานานหลายทศวรรษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5892508?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทาคาอิจิปรับ ครม.ครั้งแรก ส่งสัญญานสานต่อนโยบายเดิม ท่ามกลางสารพัดปัญหา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทาคาอิจิปรับ ครม.ครั้งแรก ส่งสัญญานสานต่อนโยบายเดิม ท่ามกลางสารพัดปัญหา</dc:alternative><dc:abstract>ทาคาอิจิปรับ ครม.ครั้งแรก ส่งสัญญานสานต่อนโยบายเดิม ท่ามกลางสารพัดปัญหา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-17T02:44:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-17T02:44:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/st.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/st-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/st.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/st-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/st-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/st-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ตั้งมาเอง! ทรัมป์เคืองหนัก หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกรอบ 3 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5892392]]></link><pubDate>2026-09-17T08:26:57+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5892392</guid><description>ตั้งมาเอง! ทรัมป์เคืองหนัก หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกรอบ 3 ปี  ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เขาเป็นผู้เลือกมากับมืออย่างรุน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ตั้งมาเอง! ทรัมป์เคืองหนัก หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกรอบ 3 ปี &lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เขาเป็นผู้เลือกมากับมืออย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โยระบายความไม่พอใจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลังเฟดตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์โพสต์ผ่านทรูธโซเชียล แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของเขาว่า “อัตราดอกเบี้ยในสหรัฐควรอยู่ที่ 1% หรือต่ำกว่านั้น เพราะเราเป็นลูกหนี้ที่มีเครดิตดีที่สุดในโลก แบบทิ้งคนอื่นไม่เห็นฝุ่น” และว่า “ลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับสหรัฐอเมริกาลงซะ และต้องทำเดี๋ยวนี้!”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแสดงความเห็นดังกล่าวถือเป็นครั้งที่ทรัมป์พุ่งเป้าไปยังวอร์ชโดยตรงมากที่สุดเท่าที่เคยทำงมา แม้ในเวลาต่อมาทรัมป์จะบอกผู้สื่อข่าวว่า เขายังคงมีความเชื่อมั่นในตัววอร์ช ซึ่งเป็นบุคคลที่เขาเลือกเมื่อต้นปีนี้ให้เข้ารับตำแหน่งประธานเฟดต่อจากเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งมักถูกทรัมป์โจมตีว่าไม่ยอมปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างมากตามที่เขาเรียกร้องมาโดยตลอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ผม&amp;#8230;ได้คุยกับเควิน และผมบอกเขาว่า คุณก็โหวตไปตามมติคณะกรรมการเถอะ เพราะมันไม่มีความหมายอะไรอยู่แล้ว คณะกรรมการมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์อย่างมาก พวกเขาเล่นเกมการเมือง พวกเขากำลังทำสิ่งที่ผิด” คำกล่าวนี้ซึ่งดูเหมือนเป็นการยืนยันว่าเขาได้พูดคุยกับประธานเฟดแล้ว ขณะที่จนถึงขณะนี้ วอร์ชยังไม่ได้ยืนยันว่ามีการพูดคุยกับทรัมป์แต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ดูเหมือนทรัมป์ยังพยายามเชื่อมโยงการขาดดุลการค้าของสหรัฐที่ยืดเยื้อยาวนานของสหรัฐเข้ากับต้นทุนการกู้ยืมที่กำหนดโดยเฟด ทั้งที่ในความเป็นจริง ปัจจัยทั้งสองเรื่องแทบจะไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์เคยขู่ว่าจะตัดความสัมพันธ์ทางการค้าทั้งหมดกับประเทศที่สหรัฐขาดดุลการค้าด้วย หากเฟดไม่ยอมลดดอกเบี้ย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“คำว่า &amp;#8216;การขาดดุล&amp;#8217; (Deficit) ก็เป็นแค่คำสวยหรูที่หมายถึง &amp;#8216;การขาดทุน&amp;#8217; (LOSS) เท่านั้น เรากำลัง &amp;#8216;แบกรับภาระ&amp;#8217; ของเกือบทุกประเทศในโลก และสถานการณ์เช่นนี้จะปล่อยให้ดำเนินต่อไปอีกไม่ได้แล้ว” ทรัมป์โพสต์เมื่อวันพุธตามเวลาในสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโพสต์ข้อความโจมตีอันดุเดือดของทรัมป์มีขึ้นไม่นานหลังจากผู้กำหนดนโยบายของเฟดลงมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 16 กันยายน ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% จากเดิมที่ 3.5-3.75% ซึ่งถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยวอร์ชกล่าวระหว่างแถลงข่าวหลังการประชุมว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นการตัดสินใจอย่างรอบคอบ จริงจัง และมีความรับผิดชอบ และว่า &amp;#8220;ความจริงที่เห็นได้ชัดคืออัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงเกินไป และเป็นเช่นนี้มานานเกินไปแล้ว&amp;#8221; ทั้งนี้ เฟดมีเป้าหมายจะรักษาอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% หรือต่ำกว่านั้น โดยวอร์ชตั้งข้อสังเกตว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ อยู่เหนือระดับเป้าหมายมานานกว่าห้าปีแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีแนวโน้มว่าอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐจะยังคงปรับเพิ่มขึ้นต่อไป โดยประมาณการนโยบายการเงินฉบับใหม่แสดงให้เห็นว่า ผู้กำหนดนโยบาย 16 จากทั้งหมด 18 คนคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะถูกปรับขึ้นอีกอย่างน้อย 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะคงที่อยู่ในระดับปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วอร์ชย้ำอีกครั้งว่า เขาไม่เห็นด้วยกับการให้แนวทางล่วงหน้าเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย และเขาไม่ได้ส่งตัวเลขการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของตัวเองเข้าร่วมในกระบวนการดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่วอร์ชเข้ารับตำแหน่งในเดือนมิถุนายน หลังจากผ่านการรับรองจากวุฒิสภา ในช่วงแรกวอร์ชได้ชี้นำให้เจ้าหน้าที่เฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม แม้ว่าคณะผู้กำหนดนโยบายบางส่วนจะไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว ท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่เมื่อวันพุธ วอร์ชกล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่เฟดจะต้องดำเนินการ และว่า ตัวเลขเงินเฟ้อในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ไม่ได้บ่งชี้ว่าแนวโน้มพื้นฐานทางเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อผู้สื่อข่าวถามระหว่างการแถลงข่าวว่า เขามีแผนที่จะเข้าพบทรัมป์เพื่ออธิบายเหตุผลของการตัดสินใจของเฟดหรือไม่ วอร์ชหลีกเลี่ยงที่จะให้คำตอบที่ชัดเจน โดยกล่าวเพียงว่า “ผมไม่มีอะไรจะบอกคุณเกี่ยวกับการหารือกับประธานาธิบดี”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โพสต์ของทรัมป์ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองในสัปดาห์นี้ที่เขาออกมาโจมตีบุคคลที่เขาเป็นผู้แต่งตั้งด้วยตนเอง หลังจากก่อนหน้านี้ ศาลสูงสุดสหรัฐมีคำตัดสินไม่รับรองความพยายามของทรัมป์ที่จะควบคุมวิธีจัดการกับบัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์ของรัฐต่าง ๆ ทรัมป์เขียนถึงผู้พิพากษาศาลสูงสุด 3 คนที่เขาเป็นผู้แต่งตั้งว่า “คนเหล่านี้ไม่ใช่คนที่ผมสัมภาษณ์เพื่อให้มาทำหน้าที่ในศาลสูงสุดสหรัฐ พวกเขาเป็นเพียงเงาของตัวตนเดิมของพวกเขาเท่านั้น”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวใช้เวลาส่วนใหญ่ตลอดสัปดาห์ในการกดดันเฟดต่อสาธารณะให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม ขณะที่อดีตเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนหนึ่งให้ข้อมูลกับรอยเตอร์ว่า โพสต์ของทรัมป์ที่โจมตีเฟดถือเป็นการตอบโต้ที่ค่อนข้างเบา เมื่อพิจารณาจากการรณรงค์กดดันที่เกิดขึ้นตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ประธานาธิบดีกำลังแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าว โดยไม่ได้กล่าวอย่างเจาะจงว่าวอร์ชเป็นผู้รับผิดชอบเป็นการส่วนตัว ไม่ได้ตั้งฉายาให้เขา และไม่ได้ขู่ว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ต่อธนาคารกลางสหรัฐ แต่เขากำลังเบนความไม่พอใจของเขาไปยังประเทศคู่ค้า ซึ่งแทบไม่มีความเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจด้านนโยบายการเงิน” แหล่งข่าวระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์เสนอชื่อวอร์ชในเดือนมกราคมให้เข้ามารับตำแหน่งต่อจากพาวเวลล์ ซึ่งทรัมป์ตั้งฉายาว่า “ช้าเกินไป” เนื่องจากพาวเวลล์ใช้แนวทางระมัดระวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเมื่อปีที่แล้ว มากกว่าที่ทรัมป์ต้องการ ส่วนวอร์ชเข้ารับตำแหน่งพร้อมคำมั่นว่าจะรักษาความเป็นอิสระของเฟดในการกำหนดนโยบายการเงิน ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับทำเนียบขาวอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นในประเด็นอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5892392?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ตั้งมาเอง! ทรัมป์เคืองหนัก หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกรอบ 3 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ตั้งมาเอง! ทรัมป์เคืองหนัก หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกรอบ 3 ปี</dc:alternative><dc:abstract>ตั้งมาเอง! ทรัมป์เคืองหนัก หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ครั้งแรกรอบ 3 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-17T01:26:57+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-17T01:26:57+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fw-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fw-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[2 ปธ.กมธ.มะกัน ชงคว่ำบาตร 28 ราย พันสแกมเมอร์ในเอเชีย ตอ.เฉียงใต้ มีชื่อวรภัค อดีตรมช.ด้วย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5892025]]></link><pubDate>2026-09-16T17:36:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5892025</guid><description>2 ปธ.กมธ.มะกัน ชงคว่ำบาตร 28 ราย พันสแกมเมอร์ในเอเชีย ตอ.เฉียงใต้ มีชื่อวรภัค อดีตรมช.ด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไบรอัน มาสต์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศแห่งสภาผู้แทนราษฎร และ นายจอห์น มูลีน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;2 ปธ.กมธ.มะกัน ชงคว่ำบาตร 28 ราย พันสแกมเมอร์ในเอเชีย ตอ.เฉียงใต้ มีชื่อวรภัค อดีตรมช.ด้วย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า &lt;strong&gt;นายไบรอัน มาสต์&lt;/strong&gt; ประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศแห่งสภาผู้แทนราษฎร และ&lt;strong&gt; นายจอห์น มูลีนาร์&lt;/strong&gt; ประธานคณะกรรมาธิการเฉพาะกิจด้านจีนแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้ทำหนังสือลงวันที่ 15 กันยายน แจ้งต่อ&lt;strong&gt; นายมาร์โค รูบิโอ&lt;/strong&gt; รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และ &lt;strong&gt;นายสก็อตต์ เบสเซนต์&lt;/strong&gt; รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เพื่อขอให้มีการพิจารณาว่าบุคคลต่างชาติรวมถึงบริษัทรวม 28 รายชื่อ เข้าข่ายตามกฎหมายเพื่อให้มีการออกมาตรการคว่ำบาตรหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐทั้งสองชุดระบุว่า ชาวอเมริกันกำลังตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงทางออนไลน์เป็นจำนวนมากและยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักมาจากเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติของจีน ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์กรอาชญากรรมเหล่านี้ได้สร้างศูนย์ปฏิบัติการขนาดใหญ่ระดับอุตสาหกรรมเพื่อดำเนินการหลอกลวงทางออนไลน์ที่มีความซับซ้อนหลายรูปแบบ รวมถึงการหลอกให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง ทั้งยังมีการกักขังผู้จำนวนมาก ที่เป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ และถูกบังคับให้ทำการหลอกลวงชาวอเมริกันออนไลน์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของระบอบการปกครองที่ทุจริตในเมียนมา กัมพูชา และลาว ต่างเพิกเฉยต่ออาชญากรรมเหล่านี้ในระดับที่น่าตกตะลึง โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า ผลกำไรจากการหลอกลวงทางไซเบอร์คิดเป็นเกือบ 40% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงรวมกันในปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จดหมายดังกล่าวได้ยกตัวอย่างของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมียนมาที่แม้ว่าจะมีการทำลายศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่บางแห่งไปแล้ว แต่กลับปล่อยให้ศูนย์หลอกลวงใหม่ ๆ ขยายตัวอย่างรวดเร็วตามแนวชายแดนเมียนมา-ไทยในอัตราที่น่าตกใจ โดยอ้างถึงการรายงานของสำนักข่าวเอพีเมื่อเดือนมิถุนายนปีนี้ว่า นับตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีก่อน มีศูนย์หลอกลวงแห่งใหม่เกิดขึ้นอย่างน้อย 25 แห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ในกัมพูชา ผลกำไรจากศูนย์หลอกลวงอาจมีมูลค่าสูงถึง 60% ของจีดีพี โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐบาลได้รับผลประโยชน์จากปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์อย่างชัดเจน โดยการทุจริตที่แพร่หลาย การได้รับความคุ้มครองอย่างต่อเนื่องจากรัฐบาล และการมีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมของชนชั้นนำในพรรครัฐบาล ล้วนเป็นปัจจัยหลักที่เอื้อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างการค้ามนุษย์กับอาชญากรรมทางไซเบอร์ในกัมพูชา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่ารัฐบาลบางประเทศในภูมิภาคจะเพิ่มแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมหลอกลวงเหล่านี้มากขึ้น แต่เครือข่ายการเงิน ผู้จัดตั้ง และโครงสร้างการคุ้มครองทางการเมืองที่เอื้อให้อุตสาหกรรมดังกล่าวดำเนินต่อไปได้ ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ การลอยนวลพ้นผิดของผู้กระทำผิดยังคงเป็นเรื่องปกติ ศูนย์หลอกลวงบางแห่งได้ย้ายสถานที่ ขณะที่ศูนย์แห่งใหม่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เหยื่อการค้ามนุษย์ที่สามารถหลบหนีออกจากศูนย์หลอกลวงได้กลับถูกจำคุกหรือเนรเทศในฐานะผู้อพยพผิดกฎหมาย แทนที่จะได้รับการปฏิบัติในฐานะเหยื่อการค้ามนุษย์ ซึ่งสามารถให้คำให้การสำคัญต่อการดำเนินคดีกับหัวหน้าแก๊งอาชญากรรมและเครือข่ายต่าง ๆ ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ได้มีการยกคำสั่งฝ่ายบริหารที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ลงนาม รวมถึงกฎหมายโกลบอล แมกนิตสกี ซึ่งเป็นกฎหมายว่าด้วยความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชนของบุคคลต่างชาติ ซึ่งสหรัฐที่ใช้เป็นพื้นฐานในการลงโทษบุคคลและหน่วยงานต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงและการทุจริตสำคัญๆ ทั่วโลก และกฎหมายอื่นๆ เกี่ยวกับการจัดการกับอาชญากรรมไซเบอร์และการคว่ำบาตรองค์กรอาชญากรรมระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยอ้างว่ามีข้อมูลน่าเชื่อถือที่บ่งชี้ว่า บุคคลต่างชาติและองค์กร 28 รายชื่อ อาจมีความเชื่อมโยงกับปฏิบัติการของศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์ของอุตสาหกรรมหลอกลวงที่กำลังขยายตัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงการค้ามนุษย์ การทรมาน การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงในรูปแบบอื่น ๆ หรืออาชญากรรมทางไซเบอร์ และได้ขอให้รัฐมนตรีทั้งสอง ดำเนินการสอบสวนตามรายชื่อเหล่านี้ และพิจารณาภายใน 180 วันว่า บุคคลเหล่านี้เข้าข่ายหลักเกณฑ์ตามกฎหมายสำหรับการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรภายใต้อำนาจทางกฎหมายสหรัฐหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายชื่อบุคคลและหน่วยงานที่ประธานคณะกรรมาธิการทั้งคู่ขอให้ตรวจสอบทั้ง 28 รายชื่อ มีรายชื่อที่น่าสนใจคือ &lt;strong&gt;นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์&lt;/strong&gt; หรือ &lt;strong&gt;เบน สมิธ&lt;/strong&gt; หรือ นักธุรกิจชาวแอฟริกาใต้ที่มีสัญชาติกัมพูชา, &lt;strong&gt;นายฮุน โต&lt;/strong&gt; นักธุรกิจกัมพูชาซึ่งเป็นหลานชายของ&lt;strong&gt; สมเด็จฯฮุน เซน&lt;/strong&gt;, &lt;strong&gt;นายยิม เลียก&lt;/strong&gt; นักธุรกิจชาวกัมพูชาและประธาน BIC Group ซึ่งมีชื่อเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและการฟอกเงิน, &lt;strong&gt;นายจง เป่าเจีย&lt;/strong&gt; หรือที่รู้จักในชื่อ&lt;strong&gt; นายหวัง เฉียง&lt;/strong&gt; ที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายทุนจีนสีเทา และมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับ แก๊งสแกมเมอร์และการค้ามนุษย์ ข้ามชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยข้อมูลเชิงลึกระบุความเชื่อมโยงของเขาและกลุ่มอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและเป็นพันธมิตรคนสำคัญของเจ้าพ่อ &lt;strong&gt;&amp;#8220;เคเคพาร์ค&amp;#8221;&lt;/strong&gt; และ &lt;strong&gt;นายวรภัค ธันยาวงษ์&lt;/strong&gt; อดีตรัฐมนตรีช่วยคลังในรัฐบาลอนุทิน 1 ที่ลาออกจากตำแหน่งหลังเข้ารับการแต่งตั้งเพียงไม่นาน เนื่องจากเจอข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ BIC Group ของนายยิม เลียก และรู้จักกับนายเบน สมิธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5892025?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;2 ปธ.กมธ.มะกัน ชงคว่ำบาตร 28 ราย พันสแกมเมอร์ในเอเชีย ตอ.เฉียงใต้ มีชื่อวรภัค อดีตรมช.ด้วย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>2 ปธ.กมธ.มะกัน ชงคว่ำบาตร 28 ราย พันสแกมเมอร์ในเอเชีย ตอ.เฉียงใต้ มีชื่อวรภัค อดีตรมช.ด้วย</dc:alternative><dc:abstract>2 ปธ.กมธ.มะกัน ชงคว่ำบาตร 28 ราย พันสแกมเมอร์ในเอเชีย ตอ.เฉียงใต้ มีชื่อวรภัค อดีตรมช.ด้วย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-16T10:44:48+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-16T10:44:48+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cg.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cg-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cg-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/cg-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สลด! ฮ.สื่อมะกัน ร่วงตกกระแทกพื้น ขณะทำข่าวรถชนกันในแอลเอ ดับอนาถ 3 ศพ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5891858]]></link><pubDate>2026-09-16T16:39:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5891858</guid><description>สลด! ฮ.สื่อมะกัน ร่วงตกกระแทกพื้น ขณะทำข่าวรถชนกันในแอลเอ ดับอนาถ 3 ศพ เกิดอุบัติเหตุสลดขึ้นเมื่อเฮลิคอปเตอร์ News Chopper 4 ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์รายงานข่าวทางอากาศของสถานีโทรทัศน์ NBC ในสหรัฐอเมริกา ไ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สลด! ฮ.สื่อมะกัน ร่วงตกกระแทกพื้น ขณะทำข่าวรถชนกันในแอลเอ ดับอนาถ 3 ศพ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดอุบัติเหตุสลดขึ้นเมื่อเฮลิคอปเตอร์ News Chopper 4 ซึ่งเป็นเฮลิคอปเตอร์รายงานข่าวทางอากาศของสถานีโทรทัศน์ NBC ในสหรัฐอเมริกา ได้ประสบเหตุตกขณะกำลังรายงานข่าวอุบัติเหตุรถชนกัน โดยเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ได้ร่วงตกลงพื้นระหว่างอาคารพาณิชย์ 2 หลัง ในย่านแชทส์เวิร์ธ นครลอสแอนเจลิส เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.ของวันอังคาร (15 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนเกิดเปลวไฟลุกไหม้และลุกลามไปยังรถที่จอดอยู่ใกล้เคียง เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 3 ราย โดยเป็นผู้สื่อข่าวและนักบินที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์และบุคคลที่อยู่บนพื้นดินอีก 1 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ NBC4 และสถานีโทรทัศน์ Telemundo 52 ที่อยู่ในเครือได้ออกแถลงการณ์ร่วมแสดงความเสียใจต่อข่าวร้ายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เรารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่จะแจ้งให้ทราบว่าเฮลิคอปเตอร์ที่ทำหน้าที่ถ่ายภาพข่าวทางอากาศให้กับสถานี NBC4 และ Telemundo 52 ได้ประสบอุบัติเหตุร้ายแรง จนมีผู้เสียชีวิตในลอสแอนเจลิสเมื่อช่วงค่ำวันอังคาร&amp;#8221; แถลงการณ์ของ NBC4 และ Telemundo 52 ระบุ และว่า &amp;#8220;เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว เพื่อน และเพื่อนร่วมงานของผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NBC News บริษัทแม่ของ NBC4 ระบุว่า ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว 2 ราย เป็นพนักงานของ Angel City Air บริษัทผู้ให้บริการเฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าว คือ เอเลียนา โมเรโน ซึ่งเป็นช่างภาพข่าวด้วย และ จอร์จ มาร์ซีนิว ซึ่งเป็นนักบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกรมดับเพลิงลอสแอนเจลิสแถลงว่า ผู้เสียชีวิตอีกรายเป็นผู้ที่อยู่บนพื้นดิน ไม่ได้อยู่ในเฮลิคอปเตอร์ที่ร่วงตกซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 รายในบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งได้รับการนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 70 นายถูกระดมเข้ามาดับไฟที่กำลังลุกไหม้เฮลิคอปเตอร์และเปลวเพลิงยังลุกลามไหม้รถอีก 4 คันและรถตู้คอนเทนเนอร์อีก 2 คันที่อยู่จอดอยู่ใกล้เคียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังไม่มีการระบุสาเหตุของเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกครั้งนี้ โดยคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) ของสหรัฐจะทำการสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5891858?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สลด! ฮ.สื่อมะกัน ร่วงตกกระแทกพื้น ขณะทำข่าวรถชนกันในแอลเอ ดับอนาถ 3 ศพ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สลด! ฮ.สื่อมะกัน ร่วงตกกระแทกพื้น ขณะทำข่าวรถชนกันในแอลเอ ดับอนาถ 3 ศพ</dc:alternative><dc:abstract>สลด! ฮ.สื่อมะกัน ร่วงตกกระแทกพื้น ขณะทำข่าวรถชนกันในแอลเอ ดับอนาถ 3 ศพ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-16T09:45:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-16T09:45:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T063752Z_1882874077_RC26KNA7YZ19_RTRMADP_3_USA-CRASH-HELICOPTER.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T063752Z_1882874077_RC26KNA7YZ19_RTRMADP_3_USA-CRASH-HELICOPTER-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T063752Z_1882874077_RC26KNA7YZ19_RTRMADP_3_USA-CRASH-HELICOPTER.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T063752Z_1882874077_RC26KNA7YZ19_RTRMADP_3_USA-CRASH-HELICOPTER-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T063752Z_1882874077_RC26KNA7YZ19_RTRMADP_3_USA-CRASH-HELICOPTER-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T063752Z_1882874077_RC26KNA7YZ19_RTRMADP_3_USA-CRASH-HELICOPTER-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T063751Z_1942290809_RC26KNAFW9P3_RTRMADP_3_USA-CRASH-HELICOPTER.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T063751Z_1942290809_RC26KNAFW9P3_RTRMADP_3_USA-CRASH-HELICOPTER-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>410</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>410</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฮ่องกง เปิดแผนพัฒนา 5 ปีครั้งแรก มุ่งสร้างงาน-บ้าน-มหานครใหม่ขับเคลื่อนศก เสริมแกร่งศูนย์กลางการเงินโลก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5891537]]></link><pubDate>2026-09-16T15:20:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5891537</guid><description>ฮ่องกง เปิดแผนพัฒนา 5 ปีครั้งแรก มุ่งสร้างงาน-บ้าน-มหานครใหม่ เสริมแกร่งศูนย์กลางการเงินโลก นายจอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้เปิดเผยแผนพัฒนาฮ่องกงระยะ 5 ปี ในระหว่างการแถลงนโยบายประจ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ฮ่องกง เปิดแผนพัฒนา 5 ปีครั้งแรก มุ่งสร้างงาน-บ้าน-มหานครใหม่ เสริมแกร่งศูนย์กลางการเงินโลก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายจอห์น ลี ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้เปิดเผยแผนพัฒนาฮ่องกงระยะ 5 ปี ในระหว่างการแถลงนโยบายประจำปีต่อสภานิติบัญญัติ เมื่อวันที่ 16 กันยายน โดยมีเป้าหมายเพื่อมุ่งยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนและตอกย้ำสถานะการเป็นศูนย์กลางทางการเงินระดับโลกของฮ่องกงควบคู่ไปกับกระชับความสัมพันธ์ด้านเทคโนโลยีกับจีนแผ่นดินใหญ่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผนพัฒนาระยะ 5 ปีฉบับนี้ของฮ่องกงซึ่งเกิดขึ้นภายหลังการหารือระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายนิติบัญญัติและประชาชนมานาน 2 เดือนนั้น มีเนื้อหาครอบคลุมกว้างขวางในประเด็นต่างๆ ตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจ การจ้างงาน การศึกษาไปจนถึงด้านสาธารณสุข ซึ่งนายลีกล่าวว่า รัฐบาลจะสนับสนุนการยกระดับสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจให้สูงขึ้นและส่งเสริมให้คนหนุ่มสาวมีบ้านเป็นของตนเองในฮ่องกงที่ประสบปัญหาขาดแคลนที่ดินจนทำให้การซื้อบ้านเป็นเรื่องที่เกินเอื้อมสำหรับประชาชนจำนวนมาก โดยนายลีกล่าวให้คำมั่นว่าจะเพิ่มจำนวนที่อยู่อาศัยของภาครัฐอีก 196,000 ยูนิตภายในเวลา 5 ปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้แผนพัฒนาดังกล่าวยังจะมีการเร่งพัฒนามหานครใหม่ Northern Metropolis ทางตอนเหนือติดพรมแดนจีนแผ่นดินใหญ่ ในฐานะเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตแห่งใหม่ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเทคโนโลยีและความสัมพันธ์กับจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อเพิ่มโอกาสให้เกิดการจ้างงานและจัดหาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น นายลีกล่าวว่า เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จ พื้นที่แห่งนี้จะเป็นทำเลที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการอยู่อาศัย การทำงาน และการเดินทาง ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันโดยรวมของฮ่องกงและเสริมสร้างแรงขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผนพัฒนา 5 ปียังมุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาคการเงิน การเดินเรือและการค้าของฮ่องกง เร่งการขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยีและสารสนเทศ รวมถึงการยกระดับบทบาทของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการทำธุรกรรมเงินหยวนนอกชายฝั่งระดับโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ฮ่องกงจะทำหน้าที่เป็น &amp;#8220;ซูเปอร์คอนเน็กเตอร์&amp;#8221; (จุดเชื่อมต่อสำคัญ) และบูรณาการการทำงานร่วมกับเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area) ของจีน” ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกงกล่าว และว่า เราจะเร่งดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติในด้านเทคโนโลยี โดยจะมุ่งเน้นในหลายด้าน ตั้งแต่ ไลฟ์สไตล์ สาธารณสุข ไปจนถึงด้านปัญญาประดิษฐ์(AI) หุ่นยนต์ ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ พลังงานรูปแบบใหม่ และการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต เป็นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ฮ่องกงยังจะส่งเสริมความพยายามที่จะพัฒนาตนเองสู่การเป็นศูนย์กลางการบริการด้านกฎหมายและการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการแถลงนโยบายประจำปีนายลียังได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นไปที่การซื้อขายทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์ การเงินสีเขียว รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากนี้เขายังให้คำมั่นที่จะมอบเงินอุดหนุนให้กับลูกคนแรก จำนวน 20,000 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อไปอีก 3 ปี ในการกระตุ้นการเกิดในฮ่องกง โดยเงินอุดหนุนดังกล่าวจะเพิ่ม 30,000 ดอลลาร์ฮ่องกง สำหรับลูกคนที่ 2 และ ลูกคนที่ 3 ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว อีกทั้งจะมีเงินค่าเลี้ยงดูบุตร การลดหย่อนภาษีและการสร้างศูนย์ดูแลเด็กเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผนยุทธศาสตร์พัฒนาฮ่องกงนี้มีขึ้นหลังจากรัฐบาลปักกิ่งได้อนุมัติแผนพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจระยะ 5 ปีของจีนไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้รัฐบาลฮ่องกงได้เคยเปิดเผยแผนการพัฒนามหานครใหม่ทางตอนเหนือของฮ่องกงเป็นครั้งแรกในปี 2021 โดยมีเป้าหมายเพื่อจัดหาที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนราว 2.5 ล้านคน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการขาดแคลนที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรัง และการสร้างย่านธุรกิจใหม่ขึ้นในฮ่องกง โดยแผนการดังกล่าวรวมถึงการสร้างมหาวิทยาลัยใหม่ 3 แห่งด้วย ซึ่งทางการฮ่องกงชี้ว่าการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเมื่อแล้วเสร็จจะเกิดการสร้างงานราว 650,000 ตำแหน่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5891537?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฮ่องกง เปิดแผนพัฒนา 5 ปีครั้งแรก มุ่งสร้างงาน-บ้าน-มหานครใหม่ขับเคลื่อนศก เสริมแกร่งศูนย์กลางการเงินโลก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฮ่องกง เปิดแผนพัฒนา 5 ปีครั้งแรก มุ่งสร้างงาน-บ้าน-มหานครใหม่ขับเคลื่อนศก เสริมแกร่งศูนย์กลางการเงินโลก</dc:alternative><dc:abstract>ฮ่องกง เปิดแผนพัฒนา 5 ปีครั้งแรก มุ่งสร้างงาน-บ้าน-มหานครใหม่ขับเคลื่อนศก เสริมแกร่งศูนย์กลางการเงินโลก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-16T08:20:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-16T08:20:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T035735Z_243702096_RC23KNAP69WK_RTRMADP_3_HONGKONG-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T035735Z_243702096_RC23KNAP69WK_RTRMADP_3_HONGKONG-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T035735Z_243702096_RC23KNAP69WK_RTRMADP_3_HONGKONG-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T035735Z_243702096_RC23KNAP69WK_RTRMADP_3_HONGKONG-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T035735Z_243702096_RC23KNAP69WK_RTRMADP_3_HONGKONG-POLITICS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T035735Z_243702096_RC23KNAP69WK_RTRMADP_3_HONGKONG-POLITICS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลเกาหลีใต้สั่งเกาหลีเหนือ จ่ายค่าเสียหาย รื้อถอนสนง.ประสานงาน กว่า 1 พันล้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5891424]]></link><pubDate>2026-09-16T14:13:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5891424</guid><description>ศาลเกาหลีใต้สั่งเกาหลีเหนือ จ่ายค่าเสียหาย รื้อถอนสนง.ประสานงาน กว่า 1 พันล้าน สื่อเกาหลีใต้รายงานเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน ว่า ศาลเกาหลีใต้มีคำพิพากษาให้เกาหลีเหนือชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 44,600 ล้าน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ศาลเกาหลีใต้สั่งเกาหลีเหนือ จ่ายค่าเสียหาย รื้อถอนสนง.ประสานงาน กว่า 1 พันล้าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อเกาหลีใต้รายงานเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน ว่า ศาลเกาหลีใต้มีคำพิพากษาให้เกาหลีเหนือชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 44,600 ล้านวอน หรือกว่า 1 พันล้านบาท จากกรณีที่เกาหลีเหนือระเบิดทำลายสำนักงานประสานงานระหว่างสองเกาหลีในปี 2020 นับเป็นคำพิพากษาครั้งแรกในคดีที่เกาหลีใต้ยื่นฟ้องเกาหลีเหนือโดยตรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลชุดก่อนนี้ของเกาหลีใต้ที่นำโดยอดีตประธานาธิบดียุน ซอกยอล ซึ่งมีแนวคิดอนุรักษนิยม เป็นผู้ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อเดือนมิถุนายน 2023 ก่อนที่ต่อมาเขาจะถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง หลังประกาศใช้กฎอัยการศึกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเดือนธันวาคม 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลแขวงกลางกรุงโซลมีคำพิพากษาให้รัฐบาลเกาหลีใต้เป็นฝ่ายชนะคดี และสั่งให้เกาหลีเหนือชำระเงินจำนวนเต็ม 44,600 ล้านวอน ซึ่งเป็นจำนวนค่าเสียหายที่รัฐบาลเกาหลีใต้เรียกร้องจากกรณีการรื้อทำลายอาคารสำนักงานประสานงานระหว่างสองเกาหลีในเมืองแกซอง ซึ่งอยู่บริเวณชายแดนเกาหลีเหนือ โดยสำนักข่าวยอนฮับรายงานว่า ศาลยังมีคำสั่งให้เกาหลีเหนือเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลเกาหลีใต้และสถานทูตเกาหลีเหนือในกรุงปักกิ่งยังไม่ได้ตอบคำขอให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำพิพากษาดังกล่าวในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้แถลงว่า รัฐบาลเคารพคำพิพากษาของศาล และจะพิจารณามาตรการที่จำเป็นในการดำเนินการต่อไป แต่ก็แสดงความหวังว่า การเจรจาระหว่างสองเกาหลีจะสามารถกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง เพื่อให้ปัญหาต่างๆ ระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือสามารถแก้ไขได้ด้วยความร่วมมือระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุในขณะเกิดเหตุว่า การที่เกาหลีเหนือทำลายสำนักงานประสานงานดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน และการยื่นฟ้องในปี 2023 เพื่อระงับการนับอายุความในการเรียกร้องค่าเสียหาย ซึ่งกำลังจะหมดอายุลงในปีเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกาหลีเหนือระเบิดทำลายอาคารสำนักงานประสานงานระหว่างสองเกาหลีในเขตอุตสาหกรรมแกซอง เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2020 โดยอ้างเหตุผลว่าเป็นการตอบโต้กรณีกลุ่มผู้แปรพักตร์จากเกาหลีเหนือเผยแพร่ใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อข้ามพรมแดนเข้าสู่เกาหลีเหนือ ทันทีหลังเกิดเหตุระเบิด รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่า เกาหลีเหนือต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลที่ตามมาทั้งหมด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานประสานงานระหว่างสองเกาหลีในแกซองก่อตั้งขึ้นภายใต้ปฏิญญาปันมุนจอมปี 2018 เพื่อทำหน้าที่เป็นช่องทางในการสื่อสารหารือระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ตลอด 24 ชั่วโมง ถือเป็นกลไกสำคัญในการติดต่อประสานงานระหว่างสองฝ่ายในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีมีพัฒนาการไปในทิศทางที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเกาหลีใต้ประเมินมูลค่าความเสียหายไว้ที่ประมาณ 44,700 ล้านวอน ซึ่งรวมถึงค่าชดเชยสำหรับอาคารสำนักงานประสานงานที่ถูกทำลาย รวมถึงความเสียหายต่อศูนย์สนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองเกาหลีที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดจนไม่สามารถใช้งานได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลเกาหลีใต้จะเป็นฝ่ายชนะคดี แต่สื่อเกาหลีใต้รายงานว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่เกาหลีเหนือจะตอบสนองต่อการฟ้องร้องดังกล่าว และรัฐบาลเกาหลีใต้ก็ไม่มีช่องทางที่จะบังคับให้เกาหลีเหนือชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำพิพากษาครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ แม้ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้พยายามปรับปรุงความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปีที่แล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ที่ได้ยกเลิกนโยบายการรวมชาติระหว่างสองเกาหลี และระบุเกาหลีใต้ว่าเป็น “รัฐที่เป็นปรปักษ์มากที่สุด” ของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5891424?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลเกาหลีใต้สั่งเกาหลีเหนือ จ่ายค่าเสียหาย รื้อถอนสนง.ประสานงาน กว่า 1 พันล้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลเกาหลีใต้สั่งเกาหลีเหนือ จ่ายค่าเสียหาย รื้อถอนสนง.ประสานงาน กว่า 1 พันล้าน</dc:alternative><dc:abstract>ศาลเกาหลีใต้สั่งเกาหลีเหนือ จ่ายค่าเสียหาย รื้อถอนสนง.ประสานงาน กว่า 1 พันล้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-16T07:47:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-16T07:47:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/sk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/sk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/sk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/sk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/sk-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/sk-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ดูแตร์เตปรากฏตัว ICC ครั้งแรก ศาลเปิดฟังข้อโต้แย้งปัญหาสุขภาพ ก่อนเริ่มไต่สวน พ.ย.นี้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890993]]></link><pubDate>2026-09-16T11:38:26+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5890993</guid><description>ดูแตร์เตปรากฏตัว ICC ครั้งแรก ศาลเปิดฟังข้อโต้แย้งปัญหาสุขภาพ ก่อนเริ่มไต่สวน พ.ย.นี้ นายโรดริโก ดูแตร์เต อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ จะปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในวันที่ 16 กันยายนนี้ นับตั้งแต่ถ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ดูแตร์เตปรากฏตัว ICC ครั้งแรก ศาลเปิดฟังข้อโต้แย้งปัญหาสุขภาพ ก่อนเริ่มไต่สวน พ.ย.นี้&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายโรดริโก ดูแตร์เต อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ จะปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในวันที่ 16 กันยายนนี้ นับตั้งแต่ถูกส่งตัวไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อ 18 เดือนก่อน เพื่อเผชิญข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฆาตกรรมที่เกี่ยวข้องกับนโยบายการทำสงครามปราบปรามยาเสพติดของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดูแตร์เต วัย 81 ปี ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ระหว่างปี 2016-2022 ก่อนถูกตั้งข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากการสร้าง จัดหาเงินทุน และติดอาวุธแก่หน่วยสังหารที่มุ่งเป้าไปยังผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติด เขาถูกจับกุมและนำตัวไปยังกรุงเฮกเมื่อเดือนมีนาคม 2025&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันที่ 16 กันยายน ผู้พิพากษาจะรับฟังข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสุขภาพและความสามารถของดูแตร์เตในการต่อสู้คดีในศาล ซึ่งการพิจารณาคดีมีกำหนดเริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ทนายความของเขาอ้างว่า ดูแตร์เตมีภาวะการเสื่อมถอยด้านการรับรู้ และมีสุขภาพไม่แข็งแรงพอที่จะขึ้นศาล ขณะที่ทนายความและครอบครัวของดูแตร์เตไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ เพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษา ICC ระบุเมื่อเดือนมกราคมว่า สุขภาพของดูเตอร์เตอยู่ในระดับที่แข็งแรงพอสำหรับการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี และขอให้เขาเดินทางมาปรากฏตัวต่อศาลด้วยตนเอง แทนที่จะเข้าร่วมการพิจารณาคดีผ่านระบบวิดีโอจากสถานที่ควบคุมตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หมายจับของ ICC ระบุว่า ดูแตร์เตต้องรับผิดชอบต่อการปฏิบัติการเป็นวงกว้างและเป็นระบบ ซึ่งนำไปสู่การสังหารผู้คนหลายพันคนระหว่างปี 2011-2019 รวมถึงช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัยการ ICC ระบุว่า อาจมีผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดดังกล่าวมากถึง 30,000 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ภาพของดูแตร์เตที่ปรากฏตัวต่อศาล ICC อยู่ในสภาพซูบผอมลงอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจากตำรวจระบุว่า ผู้ต้องสงสัย 6,200 รายถูกสังหารระหว่างปฏิบัติการต่อต้านยาเสพติด ขณะที่ดูแตร์เตกล่าวว่า เขาได้สั่งการให้ตำรวจเพียงแต่ป้องกันตัวเอง และเคยบอกกับผู้สนับสนุนว่า เขาพร้อมที่จะ “เน่าตายในคุก” หากการทำเช่นนั้นหมายถึงการกำจัดยาเสพติดผิดกฎหมายให้หมดไปจากฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890993?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ดูแตร์เตปรากฏตัว ICC ครั้งแรก ศาลเปิดฟังข้อโต้แย้งปัญหาสุขภาพ ก่อนเริ่มไต่สวน พ.ย.นี้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ดูแตร์เตปรากฏตัว ICC ครั้งแรก ศาลเปิดฟังข้อโต้แย้งปัญหาสุขภาพ ก่อนเริ่มไต่สวน พ.ย.นี้</dc:alternative><dc:abstract>ดูแตร์เตปรากฏตัว ICC ครั้งแรก ศาลเปิดฟังข้อโต้แย้งปัญหาสุขภาพ ก่อนเริ่มไต่สวน พ.ย.นี้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-18T10:10:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-18T10:10:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/duterte2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/duterte2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/rd.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/rd-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/rd-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/rd-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/duterte2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/duterte2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/duterte3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/duterte3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>667</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>667</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อินโดกว่า 1.2 ล้านคนอ่วม จมหมอกควัน จากไฟป่าครั้งรุนแรงสุดรอบ 11 ปี คนป่วยทางเดินหายใจพุ่งเท่าตัว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5891032]]></link><pubDate>2026-09-16T11:14:51+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5891032</guid><description>อินโดกว่า 1.2 ล้านคนอ่วม จมหมอกควัน จากไฟป่าครั้งรุนแรงสุดรอบ 11 ปี คนป่วยทางเดินหายใจพุ่งเท่าตัว หมอกควันพิษจากเหตุไฟป่าครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 11 ปีของอินโดนีเซีย ยังคงส่งผลกระทบรุนแรงต่อชาวอินโดนีเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อินโดกว่า 1.2 ล้านคนอ่วม จมหมอกควัน จากไฟป่าครั้งรุนแรงสุดรอบ 11 ปี คนป่วยทางเดินหายใจพุ่งเท่าตัว&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หมอกควันพิษจากเหตุไฟป่าครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบ 11 ปีของอินโดนีเซีย ยังคงส่งผลกระทบรุนแรงต่อชาวอินโดนีเซีย โดยข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มีประชาชนมากกว่า 12.5 ล้านคน ต้องเผชิญกับปัญหาหมอกควันจากเหตุป่าใน 7 จังหวัดบนเกาะบอร์เนียวและเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย โดยจำนวนผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอันเนื่องมาจากหมอกควันจากไฟป่าในพื้นที่ประสบภัยดังกล่าวเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 113,336 ราย ณ วันที่ 9 กันยายน เมื่อเทียบกับ 50,891 รายเมื่อวันที่ 1 กันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จังหวัดกาลิมันตันตะวันตก บนเกาะบอร์เนียว เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปีครั้งนี้ของอินโดนีเซีย อันเป็นผลจากปรากฎการณ์ &amp;#8220;ซูเปอร์เอลนีโญ&amp;#8221; ที่ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นและเกิดภัยแล้งอย่างรุนแรง ซึ่งพิษไฟป่าได้ทำให้คุณภาพอากาศในอินโดนีเซียย่ำแย่ลงและยังแผ่ปกคลุมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียที่ต้องเผชิญคุณภาพอากาศแย่ลงเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หญิงชาวอินโดนีเซียรายหนึ่งในเมืองปอนตินัก จังหวัดกาลิมันตันตะวันตก เปิดเผยว่าเธอและลูก 2 คนกำลังต่อสู้กับปัญหาระบบทางเดินหายใจจากมีอาการไอ เจ็บคอและมีไข้ ซึ่งเธอกล่าวว่า ยังพอประคองตัวไว้ได้วยยา แต่กังวลว่าถ้าสถานการณ์นี้ยังคงอยู่จะนำไปสู่โรคที่ร้ายแรงกว่านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหัวหน้าคลินิกสาธารณสุขในเมืองปอนเตียนักกล่าวว่า จำนวนผู้ป่วยที่มีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจจากเหตุไฟป่าได้เพิ่มสูงขึ้น โดยในช่วง 11 วันแรกของเดือนกันยายนี้ ทางคลินิกได้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการหายใจลำบากแล้วจำนวน 187 ราย เมื่อเทียบกับ 422 รายในช่วงเดือนสิงหาคมทั้งเดือน โดยผู้ที่เข้ามาที่คลินิกต่อวันในขณะนี้อาจอยู่ที่ราว 80-120 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจาก Fire Emissions Watch ซึ่งเป็นระบบติดตามสภาพภูมิอากาศของโครงการ Copernicus แห่งสหภาพยุโรป ระบุว่า ปริมาณการปล่อยมลพิษจากไฟป่าในอินโดนีเซียซึ่งอยู่ที่ 19.7 ล้านเมตริกตันในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 7 กันยายนนั้น คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของปริมาณการปล่อยมลพิษรวมทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ข้อมูลของรัฐบาลอินโดนีเซียเผยว่าในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคมปีนี้ เกิดไฟป่าลุกลามเป็นวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ 202,000 เฮกตาร์ หรือประมาณ 1.26 ล้านไร่ ขณะที่ YKAN ซึ่งเป็นกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมประเมินว่า ไฟป่าในอินโดนีเซียได้สร้างความเสียหายเพิ่มเติมต่อพื้นที่อีก 600,000 เฮกตาร์ หรือประมาณ 3.75 ล้านไร่ในเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียได้ยกระดับความพยายามในการดับไฟ่า โดยส่งอากาศยานกว่า 50 ลำปฏิบัติภารกิจทิ้งน้ำดับไฟและทำฝนเทียมเพื่อดับไฟป่า โดยญี่ปุ่นได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ CH-47 Chinook จำนวน 3 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่ 180 นาย ร่วมสมทบเพื่อช่วยเหลือในการต่อสู้กับไฟป่าด้วยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5891032?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อินโดกว่า 1.2 ล้านคนอ่วม จมหมอกควัน จากไฟป่าครั้งรุนแรงสุดรอบ 11 ปี คนป่วยทางเดินหายใจพุ่งเท่าตัว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อินโดกว่า 1.2 ล้านคนอ่วม จมหมอกควัน จากไฟป่าครั้งรุนแรงสุดรอบ 11 ปี คนป่วยทางเดินหายใจพุ่งเท่าตัว</dc:alternative><dc:abstract>อินโดกว่า 1.2 ล้านคนอ่วม จมหมอกควัน จากไฟป่าครั้งรุนแรงสุดรอบ 11 ปี คนป่วยทางเดินหายใจพุ่งเท่าตัว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-16T04:14:51+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-16T04:14:51+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-15T130617Z_1108667479_RC2OJNAP684D_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-INDONESIA-WILDFIRES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-15T130617Z_1108667479_RC2OJNAP684D_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-INDONESIA-WILDFIRES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-15T130617Z_1108667479_RC2OJNAP684D_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-INDONESIA-WILDFIRES.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-15T130617Z_1108667479_RC2OJNAP684D_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-INDONESIA-WILDFIRES-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-15T130617Z_1108667479_RC2OJNAP684D_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-INDONESIA-WILDFIRES-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-15T130617Z_1108667479_RC2OJNAP684D_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-INDONESIA-WILDFIRES-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T023040Z_1959596659_RC23JNAMV38M_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-INDONESIA-HAZE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-16T023040Z_1959596659_RC23JNAMV38M_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-INDONESIA-HAZE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-15T054522Z_1174854410_RC2HJNAW0CEL_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-INDONESIA-HAZE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-15T054522Z_1174854410_RC2HJNAW0CEL_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-INDONESIA-HAZE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์มั่นใจ ไทยตอบคำถามกมธ.ประนอมชัดเจน ชี้เขมรขุดคูเลต ทำเสียบรรยากาศ ให้พื้นที่เคลียร์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5891023]]></link><pubDate>2026-09-16T11:00:32+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5891023</guid><description>สีหศักดิ์มั่นใจ ไทยตอบคำถามกมธ.ประนอมชัดเจน ชี้เขมรขุดคูเลต ทำเสียบรรยากาศ ให้พื้นที่เคลียร์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนไทยในกระบวนการประ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สีหศักดิ์มั่นใจ ไทยตอบคำถามกมธ.ประนอมชัดเจน ชี้เขมรขุดคูเลต ทำเสียบรรยากาศ ให้พื้นที่เคลียร์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนไทยในกระบวนการประนอมภาคบังคับ ให้สัมภาษณ์ระหว่างการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ในกระบวนการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ในวันที่ 16 กันยายน ณ สิงคโปร์ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายว่า ภาพรวมและขั้นตอนหลังจากนี้ เมื่อวานแต่ละฝ่ายได้เสนอท่าที ซึ่งเรามองว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่นำไปสู่กระบวนการกระบวนการประนอมภาคบังคับมีอะไรบ้าง เราได้ใช้ความพยายามหารือทวิภาคี ในการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ กระบวนการนี้จะเดินหน้า ต้องตั้งใจในความมุ่งมั่นที่จะหารือกันจริงๆ ซึ่งจุดยืนของไทยคือการปักปันเขตแดนทางทะเล อย่างอื่นมาว่ากันทีหลัง ต่อไปจะเป็นการลงรายละเอียดทางเทคนิค โดยเฉพาะลายเส้นต่างๆ การอ้างสิทธิ์ใช้หลักอะไร อยู่ตรงไหน อย่างไร อะไรบ้าง ต้องไปดู จากนี้เราจะทำการบ้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า มั่นใจในประเด็นต่างๆ ที่คณะกรรมาธิการประนอมฯ ถาม เราก็มีคำตอบที่ชัดเจนบนพื้นฐานหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยจากนี้ไปจะเป็นเรื่องหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งไทยมีความพร้อมทั้งในส่วนทีมงานของกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ทหารเรือ รวมถึงทีมที่ปรึกษา วันนี้เริ่มคุยกันแล้วว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงการประชุมนัดหน้า เราจะต้องเตรียมการทำงานอย่างไร ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งหน้า กัมพูชาก็ตอบตกลงที่จะเข้าร่วมประชุมที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ด้วย แต่คณะกรรมาธิการประนอมฯ ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในช่วงที่มีการประชุม UNCLOS ระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน ที่สิงคโปร์ ทหารกัมพูชามีการขุดคูเลตที่เนิน 450 ใกล้ช่องกระโดนและช่องสะงำ ในอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ จะเป็นปัญหาอุปสรรคของกรอบ UNCLOS หรือไม่เพราะชาวบ้านชายแดนก็กังวลว่าจะมีการปะทะรอบใหม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ถ้าพูดว่าเกี่ยวข้องโดยตรงคงไม่ แต่มันคือเรื่องของบรรยากาศ มันไม่ควรที่จะให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกัน ไม่เข้าใจกัน เรื่องนี้คงจะต้องคุยกันในระดับพื้นที่ เรามีกลไกคณะกรรมการชายแดนระดับภูมิภาค ต้องมีการพิสูจน์เหมือนกันว่าเหตุการณ์อย่างนี้เราจะร่วมมือกันอย่างไร เราจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์กระทบกระทั่งกัน จะว่าไปกระทบกับ UNCLOS โดยตรงหรือไม่ก็ไม่ เพราะเป็นเรื่องทางบก แต่บรรยากาศความสัมพันธ์ ความไว้เนื้อเชื่อใจก็มีผล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามองว่ากัมพูชาต้องการป่วนหรือไม่ เพราะมาขุดคูเลตในช่วงที่มีการประชุม UNCLOS นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ไม่อยากสรุปอะไรแบบนั้น ให้ในพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง น่าจะคุยกันได้จบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5891023?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์มั่นใจ ไทยตอบคำถามกมธ.ประนอมชัดเจน ชี้เขมรขุดคูเลต ทำเสียบรรยากาศ ให้พื้นที่เคลียร์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์มั่นใจ ไทยตอบคำถามกมธ.ประนอมชัดเจน ชี้เขมรขุดคูเลต ทำเสียบรรยากาศ ให้พื้นที่เคลียร์</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์มั่นใจ ไทยตอบคำถามกมธ.ประนอมชัดเจน ชี้เขมรขุดคูเลต ทำเสียบรรยากาศ ให้พื้นที่เคลียร์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-16T04:00:32+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-16T04:00:32+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1297</mi:x1><mi:y1>722</mi:y1><mi:x2>1297</mi:x2><mi:y2>722</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อินโดรวบ ผู้บริหารยักษ์อสังหาฯ-จนท.รัฐ รวม 8 คน ปมติดสินบน เพื่อเอื้อประโยชน์ได้สิทธิใช้ที่ดิน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890941]]></link><pubDate>2026-09-16T10:15:07+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5890941</guid><description>อินโดรวบ ผู้บริหารยักษ์อสังหาฯ-จนท.รัฐ รวม 8 คน ปมติดสินบน เพื่อเอื้อประโยชน์ได้สิทธิใช้ที่ดิน หน่วยงานปราบปรามการทุจริตของอินโดนีเซียได้ควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัย 8 คน ซึ่งรวมถึงประธานกรรมการบริหารขอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อินโดรวบ ผู้บริหารยักษ์อสังหาฯ-จนท.รัฐ รวม 8 คน ปมติดสินบน เพื่อเอื้อประโยชน์ได้สิทธิใช้ที่ดิน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานปราบปรามการทุจริตของอินโดนีเซียได้ควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัย 8 คน ซึ่งรวมถึงประธานกรรมการบริหารของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซัมมาเรคอน อากุง และเจ้าหน้าที่รัฐ ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่ามีการทุจริตติดสินบนที่เกี่ยวข้องสิทธิในการใช้ประโยชน์ที่ดิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอัคมัด เทาฟิก ฮูเซน รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายสืบสวนของ KPK หน่วยปราบปรามการทุจริตของอินโดนีเซีย กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 กันยายนว่า ทางหน่วยงานได้ยึดหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเงินสดทั้งในสกุลรูเปียห์และสกุลเงินต่างประเทศ มีมูลค่ารวมกัน 106.3 แสนล้านรูเปียห์ หรือเกือบ 200 ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รักษาการผอ.ฝ่ายสืบสวนฯ ระบุเพิ่มเติมว่า ทางหน่วยงานได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 8 คนไว้ในเบื้องต้นเป็นเวลา 20 วัน ที่ศูนย์ควบคุมตัวของ KPK ในกรุงจาการ์ตา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;KPK ระบุว่าคดีนี้เกี่ยวข้องกับการยื่นขอต่ออายุสิทธิในการก่อสร้างบนที่ดินที่บริหารจัดการโดยบริษัทซัมมาเรคอน อากุง ในเมืองโบกอร์ จังหวัดชวาตะวันตก โดย KPK ได้เริ่มการสอบสวนหลังจากได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตซึ่งเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่หลายรายในกระทรวงกิจการที่ดินและการวางผังเมือง/สำนักงานที่ดินแห่งชาติของอินโดนีเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890941?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อินโดรวบ ผู้บริหารยักษ์อสังหาฯ-จนท.รัฐ รวม 8 คน ปมติดสินบน เพื่อเอื้อประโยชน์ได้สิทธิใช้ที่ดิน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อินโดรวบ ผู้บริหารยักษ์อสังหาฯ-จนท.รัฐ รวม 8 คน ปมติดสินบน เพื่อเอื้อประโยชน์ได้สิทธิใช้ที่ดิน</dc:alternative><dc:abstract>อินโดรวบ ผู้บริหารยักษ์อสังหาฯ-จนท.รัฐ รวม 8 คน ปมติดสินบน เพื่อเอื้อประโยชน์ได้สิทธิใช้ที่ดิน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-16T03:15:07+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-16T03:15:07+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-16-100950.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-16-100950-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-16-100950.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-16-100950-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-16-100950-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-16-100950-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกันผลาญงบ สงครามอิหร่านแล้ว 1.27 ล้านล. คาดจ่ายเพิ่มอีกแสนล้านต่อเดือน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890777]]></link><pubDate>2026-09-16T09:39:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5890777</guid><description>มะกันผลาญงบ สงครามอิหร่านแล้ว 1.27 ล้านล. คาดจ่ายเพิ่มอีกแสนล้านต่อเดือน สำนักงานงบประมาณแห่งรัฐสภาสหรัฐ (CBO) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระด้านบัญชีระบุว่า สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ดำเนินมาเป็นเวลา 6 เ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มะกันผลาญงบ สงครามอิหร่านแล้ว 1.27 ล้านล. คาดจ่ายเพิ่มอีกแสนล้านต่อเดือน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานงบประมาณแห่งรัฐสภาสหรัฐ (CBO) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระด้านบัญชีระบุว่า สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่ดำเนินมาเป็นเวลา 6 เดือน ได้สร้างภาระค่าใช้จ่ายไปแล้วราว 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.27 ล้านล้านบาท และคาดว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 100,000 ล้านบาท ขณะที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหาทางยุติความขัดแย้งและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CBO ซึ่งได้ทำการรวบรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจนถึงวันที่ 1 สิงหาคม โดยระบุว่า สงครามครั้งนี้คาดว่าจะทำให้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.5% ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อคลังอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพสหรัฐ และทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของสหรัฐในการรับมือกับความขัดแย้งอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งยังเพิ่มแรงกดดันต่อสถานะงบประมาณของรัฐบาลกลางสหรัฐที่ตึงตัวอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตัวเลขค่าใช้จ่ายดังกล่าวใกล้เคียงกับตัวเลข 37,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.25 ล้านล้านบาท ที่พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ รายงานระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมาธิการวุฒิสภาเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CBO เผยว่า ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เกิดจากการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์อย่างรวดเร็ว โดยประเมินว่าอาจต้องใช้เวลานานถึง 5 ปี ในการเติมคลังอาวุธของสหรัฐให้กลับมาอยู่ในระดับเดิม ขณะที่เมื่อเดือนสิงหาคมรอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐได้ใช้ขีปนาวุธนำวิถีพิสัยไกลที่มีความแม่นยำสูงไปเกือบหมดเกลี้ยงแล้วในสงครามครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CBO บอกด้วยว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐไม่ได้ให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจสอบด้านการเงินของรัฐสภาในการจัดทำรายงานดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แอนนา เคลลี โฆษกทำเนียบขาว กล่าวถึงการโจมตีอิหร่านของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ว่า เป็นการดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลอิหร่านทำอันตรายต่อบุคลากรหรือผลประโยชน์ของสหรัฐ ทั้งยังระบุในแถลงการณ์ว่า กองทัพสหรัฐมีอาวุธยุทโธปกรณ์ กระสุน และคลังสำรองมากเกินพอ ที่จะบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ทั้งหมดของผู้บัญชาการทหารสูงสุด และสำหรับภารกิจอื่น ๆ ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฌอน พาร์เนลล์ โฆษกอาวุโสของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ โต้แย้งข้อค้นพบในรายงานเกี่ยวกับการขาดแคลนอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยกล่าวว่า เรามีทุกสิ่งที่จำเป็นสำหรับการโจมตีในเวลาและสถานที่ที่ประธานาธิบดีเลือก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตรวจสอบค่าใช้จ่ายครั้งนี้ของ CBO เป็นการดำเนินการตามคำร้องขอของเบรนแดน บอยล์ สมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นสมาชิกระดับสูงสุดของพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการงบประมาณสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ บอยล์กล่าวในแถลงการณ์ว่า สงครามอิหร่านอันเป็นหายนะของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้คร่าชีวิตทหารอเมริกันผู้กล้าหาญไปแล้ว และทำให้ทหารอีกจำนวนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“นอกเหนือจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับชีวิตมนุษย์แล้ว รายงานของ CBO ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เป็นกลางทางการเมืองฉบับนี้ ยังชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สงครามครั้งนี้ทำให้ผู้เสียภาษีชาวอเมริกันต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายหลายหมื่นล้านดอลลาร์ และตัวเลขดังกล่าวยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังผลักดันให้ต้นทุนต่าง ๆ สูงขึ้น” บอยล์ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายจากการโจมตีเรือพาณิชย์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการโจมตีฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคดังกล่าว นอกจากนี้ ยังไม่ได้รวมต้นทุนด้านการกู้ยืมเงินเพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับสงคราม ซึ่งอาจทำให้จำนวนค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;CBO ระบุว่า การประเมินค่าใช้จ่ายครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าสงครามอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อขีดความสามารถและศักยภาพด้านการป้องกันประเทศรวมถึงเศรษฐกิจของสหรัฐ ขณะที่การขาดแคลนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญ รวมถึงขีปนาวุธสกัดกั้น อาจสร้างข้อจำกัดต่อการตอบโต้ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หากเกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่อีกครั้ง เช่น ความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างจีนและไต้หวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการไต่สวนของวุฒิสภาเมื่อเดือนกรกฎาคม เฮกเซธได้ขอเงินฉุกเฉินเกือบ 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.0 ล้านล้านบาท เพื่อเติมคลังอาวุธและกระสุนของกองทัพสหรัฐกลับคืนมา โดยเขาระบุว่า หากไม่มีงบประมาณเหล่านี้ เราจะต้องเผชิญกับการขาดแคลนขั้นวิกฤต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานผู้ตรวจการกระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยในสัปดาห์นี้ว่า อิหร่านได้สร้างความเสียหายหรือทำลายอาคารหลายร้อยแห่งที่ฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง รวมถึงอากาศยานหลายประเภท เช่น เครื่องบินขับไล่ เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ และอากาศยานไร้คนขับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานผู้ตรวจการประเมินว่า ต้นทุนของสงครามจนถึงวันที่ 19 มิถุนายนอยู่ที่ 33,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.11 ล้านล้านบาท โดยตัวเลขดังกล่าวรวมความเสียหายต่อสถานที่ทางการทูตของสหรัฐจากการโจมตีของอิหร่านประมาณ 184 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,100 ล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ภาวะช็อกด้านพลังงานที่เกิดจากการโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่ก่อนเกิดสงครามเป็นทางผ่านของน้ำมันของโลกราว 20%  รวมถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในประเทศอ่าวเปอร์เซียที่อยู่ใกล้เคียง ได้ทำให้ราคาพลังงานสำหรับผู้บริโภคและผู้ผลิตทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต้นทุนสงครามที่เพิ่มขึ้นยังอาจซ้ำเติมสถานะการคลังของสหรัฐที่กำลังย่ำแย่อยู่แล้ว โดยหนี้สาธารณะทั้งหมดของสหรัฐทะลุระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,330 ล้านล้านบาท เป็นครั้งแรกในเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890777?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกันผลาญงบ สงครามอิหร่านแล้ว 1.27 ล้านล. คาดจ่ายเพิ่มอีกแสนล้านต่อเดือน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกันผลาญงบ สงครามอิหร่านแล้ว 1.27 ล้านล. คาดจ่ายเพิ่มอีกแสนล้านต่อเดือน</dc:alternative><dc:abstract>มะกันผลาญงบ สงครามอิหร่านแล้ว 1.27 ล้านล. คาดจ่ายเพิ่มอีกแสนล้านต่อเดือน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-16T02:47:49+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-16T02:47:49+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูปโฟกัสโลก.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูปโฟกัสโลก-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูปโฟกัสโลก.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูปโฟกัสโลก-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูปโฟกัสโลก-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูปโฟกัสโลก-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[Waymo บุกเอเชียแล้ว เตรียมเริ่มให้บริการ รถแท็กซี่ไร้คนขับในโตเกียว ปีหน้า]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890662]]></link><pubDate>2026-09-15T21:24:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5890662</guid><description>Waymo บุกเอเชียแล้ว เตรียมเริ่มให้บริการ รถแท็กซี่ไร้คนขับในโตเกียว ปีหน้า เมื่อวันที่ 15 กันยายน เดอะ เจแปน ไทม์ส รายงานว่า Waymo บริษัทในเครือ Alphabet วางแผนที่จะนำรถแท็กซี่ไร้คนขับมาให้บริการในญี่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;Waymo บุกเอเชียแล้ว เตรียมเริ่มให้บริการ รถแท็กซี่ไร้คนขับในโตเกียว ปีหน้า&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 15 กันยายน &lt;strong&gt;&lt;a href=&quot;https://www.japantimes.co.jp/business/2026/09/15/companies/waymo-tokyo-robotaxi-launch/&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;เดอะ เจแปน ไทม์ส&lt;/a&gt;&lt;/strong&gt; รายงานว่า Waymo บริษัทในเครือ Alphabet วางแผนที่จะนำรถแท็กซี่ไร้คนขับมาให้บริการในญี่ปุ่นในปีหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย Waymo ประกาศว่าจะร่วมมือกับบริษัทแท็กซี่ญี่ปุ่น Go และ Nihon Kotsu เพื่อเริ่มต้นบริการรถยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบในโตเกียวในปี 2027 โดยบริษัทคาดว่าจะเริ่มต้นด้วยรถจำนวนไม่มากนักก่อน แล้วค่อยๆ ขยายไปจนถึง 100 คัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Waymo กำลังขยายธุรกิจอย่างรวดเร็วในสหรัฐอเมริกาและเตรียมเปิดให้บริการในลอนดอนด้วย ทั้งนี้ Waymo ได้ทดสอบในโตเกียวในช่วงปีที่ผ่านมา โดยบริการรถยนต์ไร้คนขับของ Waymo จะเป็นบริการแรกบนถนนสาธารณะของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัท Waymo กล่าวว่า รถแท็กซี่ไร้คนขับเหล่านี้จะเสริมเครือข่ายคมนาคมที่โด่งดังระดับโลกของโตเกียว ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ญี่ปุ่นรองรับประชากรสูงวัย และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอนาคต โดยสามารถเรียกใช้บริการได้ผ่านแอพพลิเคชัน Go และ Waymo&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5890687&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unnamed.webp&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1440&quot; height=&quot;967&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unnamed.webp 1440w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unnamed-300x201.webp 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unnamed-1024x688.webp 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unnamed-768x516.webp 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unnamed-728x489.webp 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unnamed-1068x717.webp 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unnamed-625x420.webp 625w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unnamed-400x269.webp 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unnamed-250x168.webp 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1440px) 100vw, 1440px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890662?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;Waymo บุกเอเชียแล้ว เตรียมเริ่มให้บริการ รถแท็กซี่ไร้คนขับในโตเกียว ปีหน้า&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>Waymo บุกเอเชียแล้ว เตรียมเริ่มให้บริการ รถแท็กซี่ไร้คนขับในโตเกียว ปีหน้า</dc:alternative><dc:abstract>Waymo บุกเอเชียแล้ว เตรียมเริ่มให้บริการ รถแท็กซี่ไร้คนขับในโตเกียว ปีหน้า</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-15T14:24:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-15T14:24:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/waymoooo1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/waymoooo1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unnamed.webp" type="image/webp" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/unnamed-150x150.webp" type="image/webp"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1440</mi:x1><mi:y1>967</mi:y1><mi:x2>1440</mi:x2><mi:y2>967</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/waymoooo1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/waymoooo1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/waymoooo2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/waymoooo2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ตร.นอร์เวย์ บุกค้น บ.เทเลนอร์ ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคม สอบปมเอี่ยวก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในเมียนมา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890307]]></link><pubDate>2026-09-15T17:34:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5890307</guid><description>ตร.นอร์เวย์ บุกค้น บ.เทเลนอร์ ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคม สอบปมเอี่ยวก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในเมียนมา ตำรวจนอร์เวย์เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 กันยายนว่า ทางหน่วยงานกำลังดำเนินการสอบสวนบริษัท เทเลนอร์ ผู้ประกอบธุรก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ตร.นอร์เวย์ บุกค้น บ.เทเลนอร์ ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคม สอบปมเอี่ยวก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในเมียนมา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจนอร์เวย์เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 กันยายนว่า ทางหน่วยงานกำลังดำเนินการสอบสวนบริษัท เทเลนอร์ ผู้ประกอบธุรกิจโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของนอร์เวย์ ฐานต้องสงสัยว่ามีส่วนรู้เห็นหรือช่วยเหลือสนับสนุนการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในประเทศเมียนมา ภายหลังเหตุการณ์รัฐประหารในปี 2021 หรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยหน่วยงานสืบสวนคดีอาชญากรรมแห่งชาติและหน่วยงานความมั่นคง (PST) ของนอร์เวย์แถลงว่า เจ้าหน้าที่ชุดสอบสวนได้เข้าตรวจค้นสำนักงานใหญ่ของบริษัท เทเลนอร์ ในกรุงออสโลเมื่อวันอังคาร ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีดังกล่าว รวมถึงการต้องสงสัยว่าอาจมีการละเมิดมาตรการคว่ำบาตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เทเลนอร์ เมียนมา ได้มอบข้อมูลประวัติการใช้งานของลูกค้าให้กับรัฐบาลทหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลทหารก่อเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงต่อประชาชนพลเรือนในหลายพื้นที่” ตำรวจนอร์เวย์กล่าวตามข้อกล่าวหาที่มีการอ้างถึง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านบริษัท เทเลนอร์ ที่ได้ขายทอดธุรกิจของตนเองที่ดำเนินการอยู่ในเมียนมาไปแล้วโดยสมบูรณ์ในเดือนมีนาคม 2022 หลังจากเกิดรัฐประหาร ระบุว่า ทางบริษัทกำลังให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนอย่างใกล้ชิดและจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้เกิดความกระจ่างเกี่ยวกับคดีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เหตุรัฐประหารถือเป็นโศกนาฏกรรมสำหรับประชาชนชาวเมียนมา ซึ่งทำให้เราต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างยิ่งและไม่มีทางเลือกที่ดี พนักงานต้องเสี่ยงต่อการถูกจำคุก ทรมานหรือถูกประหารชีวิต หากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของกองทัพ เราพบว่าเราไม่มีทางเลือกอื่น และไม่อาจนำชีวิตของพนักงานไปเสี่ยงได้” แถลงการณ์ของเทเลนอร์ระบุ และว่า ยังไม่มีบุคคลใดในบริษัทถูกดำเนินคดีหรืออยู่ภายใต้การสอบสวน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การสอบสวนในคดีนี้ของทางการนอร์เวย์เกิดขึ้น หลังจากเมื่อต้นปีนี้ กลุ่มไม่แสวงผลกำไรแห่งหนึ่งในสวีเดนได้ยื่นฟ้องคดีแบบกลุ่ม โดยกล่าวหาเทเลนอร์ เมียนมาว่าได้ส่งมอบบันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์และข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งของผู้ที่ถูกสงสัยว่าเป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของรัฐบาลทหารเมียนมาให้แก่ทางการ จนนำไปสู่การประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวคนสำคัญอย่างน้อย 1 รายในเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890307?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ตร.นอร์เวย์ บุกค้น บ.เทเลนอร์ ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคม สอบปมเอี่ยวก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในเมียนมา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ตร.นอร์เวย์ บุกค้น บ.เทเลนอร์ ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคม สอบปมเอี่ยวก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในเมียนมา</dc:alternative><dc:abstract>ตร.นอร์เวย์ บุกค้น บ.เทเลนอร์ ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคม สอบปมเอี่ยวก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติในเมียนมา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-15T10:56:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-15T10:56:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-171937.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-171937-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-171937.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-171937-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-171937-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-171937-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทูตไทยหารือ รมว.เกษตรโมซัมบิก เดินหน้าความร่วมมือด้านข้าว-เทคโนโลยีการเกษตร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890305]]></link><pubDate>2026-09-15T17:18:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5890305</guid><description>ทูตไทยหารือ รมว.เกษตรโมซัมบิก เดินหน้าความร่วมมือด้านข้าว-เทคโนโลยีการเกษตร นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต เข้าพบหารือกับนาย Roberto Mito Albino รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร สิ่งแวดล้อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทูตไทยหารือ รมว.เกษตรโมซัมบิก เดินหน้าความร่วมมือด้านข้าว-เทคโนโลยีการเกษตร&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต เข้าพบหารือกับนาย Roberto Mito Albino รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร สิ่งแวดล้อมและประมงโมซัมบิก ในห้วงการจัดงาน FACIM 2026 โดยมีนาย Faruque Omar Mussá Faquirá รองผู้อำนวยการกรมเอเชียและโอเชียเนีย กระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือโมซัมบิก เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยและโมซัมบิก โดยเฉพาะการค้าข้าว การเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวในโมซัมบิก การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี ตลอดจนการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรขนาดเล็ก ซึ่งเหมาะสมกับเกษตรกรรายย่อยของโมซัมบิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐมนตรีเกษตรยืนยันว่าโมซัมบิกยังมีความสนใจนำเข้าข้าวจากไทย โดยประสงค์ให้การค้าข้าวดำเนินควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพการผลิตภายในประเทศ และเสนอให้พิจารณาความร่วมมือที่ครอบคลุมทั้งด้านข้าว การเกษตร การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เครื่องจักรกลการเกษตร ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5890321&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz2.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1393&quot; height=&quot;930&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz2.jpg 1393w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz2-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz2-1024x684.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz2-768x513.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz2-728x486.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz2-1068x713.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz2-629x420.jpg 629w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz2-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz2-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz2-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1393px) 100vw, 1393px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เอกอัครราชทูตบัญชายืนยันความพร้อมของไทยในการสนับสนุนความร่วมมือดังกล่าว โดยไทยมีความเชี่ยวชาญด้านพันธุ์ข้าว เทคโนโลยีการผลิต การบริหารจัดการน้ำ และเครื่องจักรกลการเกษตร นอกจากนี้ ภาคเอกชนไทยภายใต้ Thai Agritech Consortium (TAC) ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มผู้ประกอบการไทยด้านเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีการเกษตร พร้อมสนับสนุนการสาธิตเครื่องจักร การฝึกอบรมเกษตรกร รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย อะไหล่ และบริการหลังการขายในโมซัมบิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมา ไทยและโมซัมบิกมีความร่วมมือด้านการเกษตรอย่างต่อเนื่อง อาทิ การฝึกอบรมด้านการผลิตข้าวภายใต้โครงการ Third Country Training Programme (TCTP) ของ TICA และ JICA ตลอดจนความร่วมมือด้านแปลงสาธิตการผลิตข้าวและเกษตรผสมผสานในพื้นที่ Boane และ Chókwè&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890305?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทูตไทยหารือ รมว.เกษตรโมซัมบิก เดินหน้าความร่วมมือด้านข้าว-เทคโนโลยีการเกษตร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทูตไทยหารือ รมว.เกษตรโมซัมบิก เดินหน้าความร่วมมือด้านข้าว-เทคโนโลยีการเกษตร</dc:alternative><dc:abstract>ทูตไทยหารือ รมว.เกษตรโมซัมบิก เดินหน้าความร่วมมือด้านข้าว-เทคโนโลยีการเกษตร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-15T10:18:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-15T10:18:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mz2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1393</mi:x1><mi:y1>930</mi:y1><mi:x2>1393</mi:x2><mi:y2>930</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ครั้งแรก! ปชก.ญี่ปุ่น อายุเกินร้อย พุ่งทะลุ 1 แสนคน เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 56]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890106]]></link><pubDate>2026-09-15T16:37:07+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5890106</guid><description>ครั้งแรก! ปชก.ญี่ปุ่น อายุเกินร้อย พุ่งทะลุ 1 แสนคน เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 56 ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการสังคมของญี่ปุ่น เผยแพร่เมื่อวันอังคาร(15 ก.ย.)ระบุว่า ประชากรในญี่ปุ่นที่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ครั้งแรก! ปชก.ญี่ปุ่น อายุเกินร้อย พุ่งทะลุ 1 แสนคน เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 56&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการสังคมของญี่ปุ่น เผยแพร่เมื่อวันอังคาร(15 ก.ย.)ระบุว่า ประชากรในญี่ปุ่นที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไป มีจำนวนเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยพุ่งทะลุ 100,000 คนเป็นครั้งแรก มีจำนวนอยู่ที่ 107,677 คนในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 56&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขฯญี่ปุ่นระบุว่า จำนวนผู้ที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปในปีนี้เพิ่มขึ้น 7,914 คนจากปีก่อนหน้า ส่งผลให้ยอดรวมทะลุหลัก 100,000 คนเป็นครั้งแรก โดยมีผู้หญิงคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 87.6 ของประชากรกลุ่มวัยดังกล่าวหรือจำนวน 94,298 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลข้างต้นซึ่งรวบรวมจากทะเบียนราษฎร์ของญี่ปุ่น ณ วันที่ 1 กันยายน แสดงให้เห็นว่าจำนวนผู้ที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไปทั้งชายและหญิงเพิ่มขึ้น 1,400 คน และ 6,514 คนตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีชาวญี่ปุ่นที่จะมีอายุครบ 100 ปีภายในปีงบประมาณ 2026 นี้อยู่อีกจำนวน 54,294 คน ซึ่งเพิ่มขึ้น 1,984 คนจากปีก่อนหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายเคนิจิโร อุเอโนะ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขฯของญี่ปุ่นกล่าวในระหว่างแถลงข่าวว่า เรามีความยินดีที่ประชาชนจำนวนมากมีอายุยืนยาวขึ้นและยังคงใช้ชีวิตได้อย่างกระฉับกระเฉง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ พร้อมกันนี้เขายังกล่าวด้วยว่า ในขณะที่ประชากรมีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ การทำให้ระบบประกันสังคมมีความยั่งยืนนั้นจึงถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายด้านประกันสังคมของญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้นทุกปี อันสืบเนื่องมาจากอัตราการเกิดที่ลดลงและประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อสถานะทางการคลังของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่าสถานะทางการคลังของญี่ปุ่นนั้นย่ำแย่ที่สุดในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับผู้หญิงที่มีอายุมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น คือ นางฟูโย คิชิโมโต ชาวเมืองเกียวโต อายุ 114 ปี โดยเกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมปีค.ศ.1911 ส่วนแชมป์ฝ่ายชายตกเป็นของ ฮิคารุ คาโตะ ชาวจังหวัดคุมาโมโตะ อายุ 112 ปี โดยเกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมปีค.ศ.1914&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่จำนวนผู้มีอายุ 100 ปีขึ้นไปโดยเฉลี่ยในญี่ปุ่นอยู่ที่ 87.51 คนต่อประชากร 100,000 คน และสำหรับอายุขัยเฉลี่ยของคนญี่ปุ่นในปี 2025 สำหรับผู้หญิงอยู่ที่ 87.33 ปี และผู้ชายที่ 81.35 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปีค.ศ.1963 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มมีการเก็บข้อมูลเรื่องนี้ ญี่ปุ่นมีประชากรที่อายุ 100 ปีขึ้นไปจำนวน 153 คน และนับตั้งแต่ปีค.ศ.1970 ซึ่งมีประชากรอายุ 100 ปีขึ้นไปจำนวน 310 คน ก็มีประชากรกลุ่มวัยนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี จนทะลุ 1,000 คนในปีค.ศ.1981 ทะลุหลัก 10,000 คนในปีค.ศ.1998 และแตะ 50,000 คนในปีค.ศ.2012&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890106?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ครั้งแรก! ปชก.ญี่ปุ่น อายุเกินร้อย พุ่งทะลุ 1 แสนคน เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 56&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ครั้งแรก! ปชก.ญี่ปุ่น อายุเกินร้อย พุ่งทะลุ 1 แสนคน เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 56</dc:alternative><dc:abstract>ครั้งแรก! ปชก.ญี่ปุ่น อายุเกินร้อย พุ่งทะลุ 1 แสนคน เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 56</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-15T09:37:07+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-15T09:37:07+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-162007.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-162007-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-162007.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-162007-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-162007-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-162007-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[วิเทศวิถี : เดินเกมส์การทูตเชิงรุก ปกป้องผลประโยชน์ไทย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890084]]></link><pubDate>2026-09-15T15:55:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5890084</guid><description>เดินเกมส์การทูตเชิงรุก ปกป้องผลประโยชน์ไทย ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของชาวต่างชาติในไทยเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง และยิ่งเมื่อถูกนำไปขย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เดินเกมส์การทูตเชิงรุก&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;
&lt;strong&gt;ปกป้องผลประโยชน์ไทย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของชาวต่างชาติในไทยเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง และยิ่งเมื่อถูกนำไปขยายผลผ่านโลกออนไลน์ที่เข้าถึงผู้คนได้ง่ายผ่านมือถือ ทำให้หลายเรื่องหลายราวยิ่งลุกลามออกไปอย่างรวดเร็ว ปลุกกระแสความไม่พอใจจนกระทั่งลามไปเป็นความเกลียดชัง ทั้งที่เรื่องราวจำนวนมากที่เป็นต้นเหตุของปัญหาในลักษณะนี้ มักจะมาจากพฤติกรรมของคนเพียงบางคนหรือบางกลุ่มเท่านั้น แต่เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์ด่าทอ มันก็มักจะกลายเป็นการเหมารวมไปทั้งหมด ซึ่งก็ไม่ถูกต้องเท่าใดนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิทธิพลของโลกโซเชียลทำให้คนบางคนกลายเป็นคนดังได้ในชั่วข้ามคืน แต่ก็ทำให้คนหมดที่ยืนได้ในชั่วพริบตาเช่นกัน และบางคนเพียงเพราะอยากได้ยอดวิว ก็อาจทำพฤติกรรมหลายอย่างที่ไม่ถูกไม่ควรนัก&lt;br /&gt;
เช่นที่เมื่อเร็วๆ นี้ สถานเอกอัครราชทูตไทยในอิสราเอลถูกเพจเฟซบุ๊ก &lt;strong&gt;&amp;#8220;ไทยไม่ทน&amp;#8221;&lt;/strong&gt; นำภาพกิจกรรมของสถานทูตที่่มีการเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กชื่อ &lt;strong&gt;&amp;#8220;ทุกเรื่องเมืองยิว&amp;#8221;&lt;/strong&gt; ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กทางการของสถานเอกอัครราชทูต เกี่ยวกับการเผยแพร่อาหารไทยและตราสัญลักษณ์ Thai Select ซึ่งสถานทูตร่วมกับกลุ่มกองทุนแม่บ้านประจำอิสราเอลจัดขึ้น ในภาพมีนายบุญญฤทธิ์ วิเชียรพันธุ์ เอกอัครราชทูตและคณะผู้แทนไทยในอิสราเอลจากหลายหน่วยงาน รวมถึงเชฟกิ๊ก กมล ชอบดีงาม ผู้ชนะรายการเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย ที่ไปสาธิตการทำอาหารไทยให้ชาวอิสราเอลและชาวไทยได้ชมและชิม เพื่อส่งเสริมอาหารไทยในอิสราเอล ถูกเฟซบุ๊ก &lt;strong&gt;&amp;#8220;ไทยไม่ทน&amp;#8221;&lt;/strong&gt; นำไปปรับแก้ ลบตราสัญลักษณ์ Thai Select ออก แล้วนำภาพธงชาติอิสราเอล 2 ผืนไปใส่แทนแทน พร้อมคำบรรยายทำนองว่า คนไทยในอิสราเอลต่อต้านกระแสความคิดของคนไทยในประเทศ เกี่ยวกับการต่อต้านคนอิสราเอลในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการนำข้อความอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ที่ผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หรืออย่างกรณีเมื่อราวหนึ่งเดือนก่อนที่หญิงจีนรายหนึ่งไปโพสต์บน Weibo ว่าถูกสตาฟฟ์ทำร้ายร่างกายขณะเข้าร่วมกิจกรรมในไทย ทำให้สถานเอกอัครราชทูตจีนออกแถลงการณ์ปกป้องพลเมืองของตนหลัง GMMTV ออกมาขอโทษและสั่งพักงานสตาฟฟ์ ก่อนที่นักสืบโซเชียลจะออกมาเปิดเผยข้อมูลอีกด้านซึ่งเหมือนหนังคนละม้วน แม้สุดท้ายทั้งคู่ต่างถอนแจ้งความและไม่ติดใจที่จะดำเนินคดี แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้คนไทยไม่พอใจอย่างมากและตามไปคอมเมนต์ในเพจของสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยอย่างล้นหลาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5890112&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป3-scaled.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;2560&quot; height=&quot;1706&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป3-scaled.jpg 2560w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป3-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป3-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป3-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป3-1536x1024.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป3-2048x1365.jpg 2048w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป3-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป3-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป3-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป3-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป3-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป3-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 2560px) 100vw, 2560px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากนั้นไม่นาน เกิดเหตุวุ่นวายที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อซาแซงจีน 22 คนที่ติดตามดาราไม่ยอมทำตามกฎ พยายามบุกเข้าไปในห้องรับรองทั้งที่ไม่มีสิทธิ และสร้างความวุ่นวายในสนามบินจนถูกกักตัวไม่ให้ขึ้นเครื่อง ก่อนที่จะไปโพสต์บน Weibo ว่าถูกเจ้าหน้าที่สนามบินเหยียดเชื้อชาติ กลายเป็นดราม่าร้อนแรงในจีนอีกรอบ จนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปิดเผยภาพกล้องวงจรปิดทั้งหมดและลงโทษเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลากเรื่องหลายราวบนโลกโซเชียลกลายมาเป็นประเด็นร้อนที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของทั้งคนไทยและคนจีน จนกระทั่ง &lt;strong&gt;นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว&lt;/strong&gt; รองนายกรัฐมนตนรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พูดถึงเรื่องดังกล่าวว่า เป็นหน้าที่ของเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพราะมีหลายประเด็นที่ทำให้เกิดกระแสในหมู่คนไทย และได้เคยบอกท่านทูตว่าเป็นประเด็นที่อ่อนไหว ต้องออกมาพูดชี้แจงไม่ใช่ปกป้องผลประโยชน์ของฝ่ายจีนอย่างเดียว ต้องทำความเข้าใจ เพราะหน้าที่หลักของทูตคือส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่งเสริมความเข้าใจที่ดีระหว่างประชาชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต้องยอมรับว่า การให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลของนายสีหศักดิ์ในครั้งนั้นเรียกเสียงฮือฮาอย่างมาก เพราะน้อยครั้งที่จะได้เห็นการตอบคำถามเช่นนี้จากรัฐมนตรีต่างประเทศ แต่ก็เป็นการพูดที่ตรงจุดภายใต้ความต้องการให้ความรู้สึกของประชาชนและความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศไม่ร้าวฉานมากไปกว่านี้ จากการกระทำของคนเพียงไม่กี่คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5890115&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป2.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;2508&quot; height=&quot;1672&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป2.jpg 2508w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป2-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป2-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป2-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป2-1536x1024.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป2-2048x1365.jpg 2048w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป2-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป2-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป2-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป2-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป2-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป2-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 2508px) 100vw, 2508px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกหนึ่งเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนไทยและถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ คือการเข้ามาอยู่ในไทยของชาวอิสราเอล โดยไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอิสราเอลมาอย่างยาวนาน แต่ในระยะหลังมีการกระจุกตัวในบางพื้นที่และตั้งชุมชนของตนเองขึ้น ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่ามีพฤติกรรมไม่เคารพกฎระเบียบและวิถีชีวิตของชุมชน ทำธุรกิจผ่านนอมินี กระทั่งส่งผลกระทบกับคนในพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ได้หารือกับ &lt;strong&gt;นางอะโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์&lt;/strong&gt; เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เกี่ยวกับเรื่องที่คนไทยกังวลและห่วงใยในเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับคนอิสราเอลที่อยู่ในไทย โดยย้ำว่าไทยไม่ได้เลือกปฏิบัติ แต่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด เราเปิดรับนักท่องเที่ยว แต่ไม่ได้หมายความว่านักท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นชาติไหนจะทำอะไรก็ได้ ต้องเคารพประเพณีและค่านิยมของประเทศนั้นๆ ซึ่งไม่ได้เหมารวมว่าเป็นการกระทำของชาวอิสราเอลทั้งหมด สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่รายได้แต่ต้องเคารพในศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของไทยด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า ทูตอิสราเอลระบุว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจและจะมีการทำเอกสารเพื่อให้ข้อมูลสำหรับชาวอิสราเอลที่จะมาท่องเที่ยวในไทยต่อไป และในเวลาต่อมา ท่านทูตอิสราเอลยังได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อไทย พร้อมยืนยันว่า คนต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายไทย ไม่ว่าจะเป็นชาวอิสราเอลหรือคนชาติใดก็ตามก็ต้องได้รับโทษภายใต้กฎหมายไทยเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5890124&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป5.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;800&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป5.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป5-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป5-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป5-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป5-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป5-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป5-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป5-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป5-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป5-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหล่านี้เป็นตัวอย่างของกระแสความไม่พอใจต่อการประพฤติตัวของชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทย แต่กลับมีพฤติกรรมไม่เคารพกฎหมาย ขณะที่รัฐบาลก็เพิ่งมีมติทบทวนการยกเว้นวีซ่าให้กับชาวต่างชาติจาก 93 ประเทศ ที่เคยพำนักอยู่ในไทยสูงสุด 60 วัน เหลือเพียง 30 วัน โดยมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 กันยายนนี้ เพื่อเป็นการสกัดกั้นกลุ่มทุนเทาหรืออาชญากรข้ามชาติที่แฝงตัวเข้ามาในคราบนักท่องเที่ยว รวมถึงกลุ่มที่อาศัยฟรีวีซ่าเข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแก้ไขปัญหาด้วยการเสนอให้ลดจำนวนการพำนักของนักท่องเที่ยวต่างชาติเหลือ 30 วัน ก็เป็นข้อริเริ่มของนายสีหศักดิ์เช่นกัน ซึ่งสอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน แม้ว่าจะมีบางส่วนที่หวั่นเกรงว่าการลดจำนวนการพำนักในไทยจะส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยวบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่ม Digital Nomad แต่เมื่อคำนึงถึงภาพรวมและการศึกษาที่ยืนยันว่า นักท่องเที่ยวทั่วไปส่วนใหญ่ก็มักจะพำนักในไทยไม่เกิน 30 วันอยู่แล้ว บวกกับการรักษาความมั่นคงภายในประเทศท่ามกลางโลกที่เครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติขยายตัวอย่างรวดเร็วเช่นในปัจจุบัน การตัดสินใจนี้จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสมกับสถานการณ์และความเป็นจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5890126&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;2233&quot; height=&quot;1489&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป1.jpg 2233w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป1-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป1-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป1-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป1-1536x1024.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป1-2048x1366.jpg 2048w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป1-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป1-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป1-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป1-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป1-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป1-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 2233px) 100vw, 2233px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การทำงานเชิงรุกของนายสีหศักดิ์ปรากฎให้เห็นอย่างต่อเนื่อง เช่นที่ก่อนหน้านี้ได้ให้สัมภาษณ์กับวอชิงตันโพสต์ สื่อสหรัฐอย่างตรงไปตรงมาถึงมุมมองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐ โดยแสดงความผิดหวังต่อท่าทีของสหรัฐต่อไทย จากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสงครามในอิหร่าน หรือการเดินทางไปเยือนโอมานเพื่อขอความช่วยเหลือหลังจากที่เรือสัญชาติไทยติดค้างอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซในเดือนเมษายน เช่นเดียวกับที่เพิ่งไปยือนประเทศไนจีเรียและเอธิโอเปียเมื่อปลายเดือนสิงหาคม เพื่อฟื้นนโยบาย Thailand-Africa Initiative (TAI) ในการหาตลาดใหม่ให้กับไทยอย่างเป็นรูปธรรม หรือการมาเข้ารับหน้าที่ประธานคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้การทำงานของหน่วยงานต่างๆ เป็นเอกภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการทูตเชิงรุกเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของไทย ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความปั่วป่วนวุ่นวายและปัญหามากมายที่เกิดขึ้นบนโลก ไม่ได้เพียงแต่ทำงานตามกระแส ไร้ยุทธศาสตร์ หรือทำเพียงแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ท่ามกลางโลกที่โซเชียลมีเดียครอบงำสังคม การปลุกปั่นเรื่องต่างๆ การวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่รู้จริง หรือการใช้อคติตลอดจนความเชื่อเป็นธงนำ สิ่งเหล่านี้ไม่อาจช่วยแก้ปัญหาอะไรได้ การต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว แต่หากแยกไม่ออกระหว่างคนที่ตั้งใจทำงาน กับคนสร้างเรื่องสร้างกระแส และคนที่เลือกแต่จะวิจารณ์โดยไม่เคยลงมือทำอะไรจริงไม่ได้ ก็ได้แต่เศร้าใจกับอนาคตของประเทศสารขันธ์เสียจริง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5890128&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป6.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1600&quot; height=&quot;1022&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป6.jpg 1600w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป6-300x192.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป6-1024x654.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป6-768x491.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป6-1536x981.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป6-728x465.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป6-1068x682.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป6-658x420.jpg 658w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป6-400x256.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป6-250x160.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1600px) 100vw, 1600px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890084?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;วิเทศวิถี : เดินเกมส์การทูตเชิงรุก ปกป้องผลประโยชน์ไทย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>วิเทศวิถี : เดินเกมส์การทูตเชิงรุก ปกป้องผลประโยชน์ไทย</dc:alternative><dc:abstract>วิเทศวิถี : เดินเกมส์การทูตเชิงรุก ปกป้องผลประโยชน์ไทย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-15T08:55:16+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-15T08:55:16+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป4.jpeg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป4-150x150.jpeg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1600</mi:x1><mi:y1>1282</mi:y1><mi:x2>1600</mi:x2><mi:y2>1282</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป4.jpeg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป4-150x150.jpeg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1600</mi:x1><mi:y1>1282</mi:y1><mi:x2>1600</mi:x2><mi:y2>1282</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1706</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1706</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2508</mi:x1><mi:y1>1672</mi:y1><mi:x2>2508</mi:x2><mi:y2>1672</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป5.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป5-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2233</mi:x1><mi:y1>1489</mi:y1><mi:x2>2233</mi:x2><mi:y2>1489</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป6.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/รูป6-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1600</mi:x1><mi:y1>1022</mi:y1><mi:x2>1600</mi:x2><mi:y2>1022</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์ ฟาดเขมรทำตรงข้ามกับที่พูด เห็นชัดมุ่งแต่แบ่งทรัพยากร ต.ค. นัดถกรอบ 2 ที่เฮก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5889974]]></link><pubDate>2026-09-15T15:13:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5889974</guid><description>สีหศักดิ์ ฟาดเขมรทำตรงข้ามกับที่พูด เห็นชัดมุ่งแต่แบ่งทรัพยากร ต.ค. นัดถกรอบ 2 ที่เฮก นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนไทยในกระบวนการประนอมภาคบ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สีหศักดิ์ ฟาดเขมรทำตรงข้ามกับที่พูด เห็นชัดมุ่งแต่แบ่งทรัพยากร ต.ค. นัดถกรอบ 2 ที่เฮก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนไทยในกระบวนการประนอมภาคบังคับ ให้สัมภาษณ์หลังกล่าวถ้อยแถลงการประชุมครั้งแรกของคณะกมธ.ว่า ดูเหมือนกับว่ากัมพูชาไม่ได้ตั้งตัวที่เรากล่าวแบบนั้น เพราะเราก็กล่าวตรงไปตรงมา ประเด็นการประนอมภาคบังคับจะแยกจากความสัมพันธ์ไม่ได้ ต้องคำนึงถึงเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งมีผลกับกระบวนการนี้ เพราะออกมาอย่างไรก็มีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เจตนาของไทย เราต้องอยู่ด้วยกัน เรามีปัญหาความขัดแย้ง เราก็ต้องก้าวข้าม ต้องมีความจริงใจและจริงจัง แต่สิ่งที่เราเห็นกัมพูชาจะพูดเสมอว่าเขาเป็นฝ่ายที่ชอบธรรม ยึดมั่นกฎหมายระหว่างประเทศ ไทยเป็นฝ่ายละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอยู่ตลอดเวลา แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น เราต้องยกตัวอย่างให้คณะกมธ. เช่น การปล่อยคลิปเสียงคุยทางโทรศัพท์ ซึ่งเป็นการพูดคุยกันส่วนบุคคล แล้วปล่อยเพื่อเจตนาอะไร เพื่อที่จะบั่นทอนรัฐบาลไทยในขณะนั้น สร้างความแตกแยกในประเทศ รวมถึงการยิงเข้าไปในสถานที่พลเรือน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ มีคนเสียชีวิต ทรัพย์สินถูกทำลาย และที่สำคัญทหารไทย เหยียบกับระเบิด ขาขาด ได้รับบาดเจ็บ โดยฝั่งกัมพูชาไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ นี่คือการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งข้อสงสัย” นายสีหศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า สิ่งที่นายปรักพูดเสมอว่าจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจ เพื่อจะได้เดินหน้า แต่สิ่งที่เราเห็นทุกวัน ในเวทีต่างๆ การใส่ร้ายกล่าวหาประเทศไทยไม่หยุดยั้ง เช่น เวทีคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ รวมถึงขณะนี้ ในเวทีที่ประเทศลาวเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทบทวนอนุสัญญาว่าด้วยระเบิดพวง ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 13–18 กันยายน 2569 ก็มีการกล่าวหา ประเทศไทย มันไม่สิ้นสุด แล้วเราจะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้อย่างไร ในการจะเข้าสู่กระบวนการประนอม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวอีกว่า ส่วนที่กัมพูชาบอกว่าไม่มีทางเลือกอื่นหลังไทยยกเลิก MOU 2544 ต้องดูว่าเหตุใดจึงยกเลิก เพราะไปไม่ได้ เขาก็รู้ว่าไปไม่ได้ มีการประชุมอย่างเป็นทางการแค่สองรอบ หลังจากนั้นก็ไม่มีความคืบหน้า ส่วนหนึ่งมาจากที่เขาเผาสถานทูตไทย ทำไมไม่พูดตรงนี้ ดังนั้น สิ่งที่เราเสนอยกเลิก MOU 2544 ให้มาเริ่มกันใหม่ เพราะกัมพูชาเป็นภาคี UNCLOS แล้ว ก็มาคุยในระดับทวิภาคีกัน ที่จริงคณะผู้นำสองประเทศเจอกันที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ก็ตกลงว่าจะพยายามพูดคุยทวิภาคี ทั้งประเด็นทางบก ทางทะเล สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน แล้วเราจะสามารถเดินหน้าในประเด็นต่างๆ นี่เป็นวิธีการที่ประเทศเพื่อนบ้านปฎิบัติระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า จำได้ว่าเคยเสนอกับนายปรักครั้งสุดท้ายในที่ประชุมสหประชาชาติว่า เรามาคุยกันสองฝ่ายประมาณ 6 เดือน ถ้าบรรยากาศมันดี เราอาจจะเริ่มพูดคุยกันได้บ้าง ทั้งเขตแดนทางบก ปัญหาชายแดนที่ค้างอยู่ และหลังจากนั้น หากเราพูดคุยกันเรื่องเขตแดนทางทะเลภายใต้ UNCLOS ถ้าคืบหน้าก็อาจจะตกลงร่วมกัน เพื่อไปสู่กลไกการประนอมก็ได้ โดยเป็นการตกลงกันทั้งสองประเทศ อย่างน้อยประชาชนทั้งสองฝั่ง ก็จะได้เห็นว่าเราพยายามแล้ว ไม่ได้เล่นเกมอะไรระหว่างกัน ถ้าไปไม่ได้ เราก็ตกลงเข้าสู่กระบวนการนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ที่สำคัญเรามีข้อสงสัยว่า การเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ เขามีเจตนาอะไร ตามหลักหน้าที่ของ UNCLOS คือการแบ่งเขตทางทะเล แต่เท่าที่สังเกตจากการนำเสนอของผู้เชี่ยวชาญฝ่ายกฎหมายต่างประเทศฝั่งกัมพูชา เห็นชัดว่า เขาอยากจะเอาทรัพยากรทางทะเล แต่ตรงนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีการปักปันเขตแดนให้ถึงที่สุดเสียก่อน เราก็จะรู้ว่าตรงไหนเป็นพื้นที่ทับซ้อนกัน ตรงไหนที่เราจะมีการพัฒนาร่วมกัน แบ่งปันผลประโยชน์ ตรงนี้เราบอกแล้วสำหรับประเทศไทย เส้นตายคือเรื่องปักปันเขตแดน ขอยืนยันว่า เกาะกูด ยังไงก็ตามเป็นของประเทศไทย ไม่ว่าด้วยหลักกฎหมายทางทะเล เขตแดนทางทะเล รวมถึงสนธิสัญญาที่เรามีอยู่ ที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยกัมพูชาเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส  ประเด็นเรื่องเกาะกูดไม่เกี่ยว จึงเชื่อว่าการขีดเส้น หรือการอ้างสิทธิ์ต่างๆ ไม่สอดคล้องกับกฎหมายทางทะเล” นายสีหศักดิ์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ยืนยันอีกว่า ประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการ UNCLOS ด้วยความตั้งใจ อยากจะร่วมมือกับคณะกมธ. เพื่อให้เขาทำงานอย่างเต็มที่ หวังว่าผลสุดท้ายจะเป็นอะไรที่สร้างสรรค์ ไทยกับกัมพูชาจะเดินหน้าร่วมกันเจรจา หาทางออกที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์กล่าวว่า หลังจากที่ไทยกล่าวถ้อยแถลง กัมพูชาไม่ได้ชี้แจงหรือแก้ต่าง เพราะเขามุ่งมาเรื่องเขตแดนทางทะเลว่าเป็นปัญหาอย่างไร แต่เห็นได้ชัดว่าเขาจะพูดเรื่องการพัฒนาทรัพยากรทางทะเล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การที่กัมพูชามุ่งเน้นจะให้มีการแบ่งปันทรัพยากรทางทะเล ขณะที่ไทยต้องการให้มีความชัดเจนเรื่องเขตแดนทางทะเล จะทำให้การประนอมล้มเหลวหรือไม่ นายสีหศักดิ์ย้ำว่า ต้องมีการยืนยัน เพราะนี่เป็นการประชุมรอบแรก และต้องหารืออีกหลายครั้ง โดยในเดือนตุลาคมนี้จะไปประชุมที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ต่อจากนั้น ก็จะกลับมาที่สิงคโปร์หรือประเทศอื่นในภูมิภาคที่มีสำนักงานศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (PCA)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5889974?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์ ฟาดเขมรทำตรงข้ามกับที่พูด เห็นชัดมุ่งแต่แบ่งทรัพยากร ต.ค. นัดถกรอบ 2 ที่เฮก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์ ฟาดเขมรทำตรงข้ามกับที่พูด เห็นชัดมุ่งแต่แบ่งทรัพยากร ต.ค. นัดถกรอบ 2 ที่เฮก</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์ ฟาดเขมรทำตรงข้ามกับที่พูด เห็นชัดมุ่งแต่แบ่งทรัพยากร ต.ค. นัดถกรอบ 2 ที่เฮก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-15T08:13:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-15T08:13:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1297</mi:x1><mi:y1>722</mi:y1><mi:x2>1297</mi:x2><mi:y2>722</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เครียด! โคเปนเฮเกน จ่อเรียกทูตหมีขาวคุย หลังเรือรบรัสเซีย ยิงพลุสัญญาณ ใส่ฮ.ทัพเดนมาร์ก ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5889819]]></link><pubDate>2026-09-15T14:34:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5889819</guid><description>เครียด! โคเปนเฮเกน จ่อเรียกทูตหมีขาวคุย หลังเรือรบรัสเซีย ยิงพลุสัญญาณ ใส่ฮ.ทัพเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 15 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์เผชิญหน้าทางทหารระหว่างรัสเซียและเดนมาร์ก ชาตินอร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เครียด! โคเปนเฮเกน จ่อเรียกทูตหมีขาวคุย หลังเรือรบรัสเซีย ยิงพลุสัญญาณ ใส่ฮ.ทัพเดนมาร์ก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 15 กันยายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุการณ์เผชิญหน้าทางทหารระหว่างรัสเซียและเดนมาร์ก ชาตินอร์ดิกที่เป็นหนึ่งในสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ(นาโต) เมื่อวันจันทร์(14 ก.ย.) เมื่อเรือฟริเกต ซึ่งเป็นเรือรบของกองทัพรัสเซีย ได้ยิงพลุสัญญาณ 2 ลูกเข้าใส่เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเดนมาร์กที่บินอยู่เหนือน่านน้ำสากลนอกชายฝั่งเดนมาร์ก อย่างไรก็ดี พลุสัญญาณดังกล่าวได้พลาดเป้าจากเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเดนมาร์กไปอย่างหวุดหวิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการป้องกันประเทศของเดนมาร์ก ซึ่งแถลงถึงเหตุการณ์ข้างต้น เปิดเผยว่า เหตุเผชิญหน้าเกิดขึ้นในขณะที่เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเดนมาร์กกำลังอยู่ในระหว่างปฏิบัติภารกิจปกติในการสังเกตการณ์และถ่ายภาพเรือฟริเกตของรัสเซียที่แล่นอยู่ในน่านน้ำสากลใกล้กับเมืองเกดเซอร์ของเดนมาร์ก และว่า เรือรบรัสเซียได้ยิงพลุสัญญาณจำนวน 2 นัดขึ้นไปทางเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งโดยปกติแล้วพลุสัญญาณลักษณะนี้จะใช้เพื่อดึงดูดความสนใจหรือส่งสัญญาณสื่อสาร แต่ในกรณีนี้พลุลูกหนึ่งได้พุ่งเข้ามาในระยะใกล้กับเฮลิคอปเตอร์ของเดนมาร์ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพเดนมาร์กระบุว่าหลังจากมีการยิงพลุสัญญาณ ลูกเรือบนเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเดนมาร์กได้ยกเลิกภารกิจและถอนตัวออกจากพื้นที่ทันที พร้อมเน้นย้ำว่าเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพไม่ได้ยิงตอบโต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายเจปเป บรูส รัฐมนตรีกลาโหมของเดนมาร์ก กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ TV2 ว่า ทางการเดนมาร์กจะเรียกตัวเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำกรุงโคเปนเฮเกนเข้าพบเพื่อหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายลาร์ส ลอกเกอ ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศของเดนมาร์ก กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นสิ่งที่”ยอมรับไม่ได้” ซึ่งเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตของผู้คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สถานทูตรัสเซียยังไม่ได้ตอบคำขอความเห็นในเรื่องนี้ในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้นับเป็นเหตุตึงเครียดล่าสุดระหว่างรัสเซียกับเดนมาร์กซึ่งมองว่าเป็นการกระทำที่เป็นอันตรายของเรือรบรัสเซียที่มีต่ออากาศยานของกลุ่มนาโต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5889819?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เครียด! โคเปนเฮเกน จ่อเรียกทูตหมีขาวคุย หลังเรือรบรัสเซีย ยิงพลุสัญญาณ ใส่ฮ.ทัพเดนมาร์ก &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เครียด! โคเปนเฮเกน จ่อเรียกทูตหมีขาวคุย หลังเรือรบรัสเซีย ยิงพลุสัญญาณ ใส่ฮ.ทัพเดนมาร์ก </dc:alternative><dc:abstract>เครียด! โคเปนเฮเกน จ่อเรียกทูตหมีขาวคุย หลังเรือรบรัสเซีย ยิงพลุสัญญาณ ใส่ฮ.ทัพเดนมาร์ก </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-15T07:34:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-15T07:34:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-142624.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-142624-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-142624.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-142624-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-142624-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-15-142624-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ตลาดหุ้นเอเชียยังร่วง น้ำมันพุ่งกว่า 1% นักลงทุนจับตาไฟตอ.กลาง ร้องชะลอพัฒนาAI ประชุมเฟด-บีโอเจ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5889483]]></link><pubDate>2026-09-15T12:11:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5889483</guid><description>ตลาดหุ้นเอเชียยังร่วง น้ำมันพุ่งกว่า 1% นักลงทุนจับตาไฟตอ.กลาง ร้องชะลอพัฒนาAI ประชุมเฟด-บีโอเจ ตลาดหุ้นเอเชียยังคงปรับตัวลงสวนทางกับราคาน้ำมันที่ยังคงปรับเพิ่มขึ้นในการซื้อขายเมื่อวันอังคาร(15 ก.ย.)  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ตลาดหุ้นเอเชียยังร่วง น้ำมันพุ่งกว่า 1% นักลงทุนจับตาไฟตอ.กลาง ร้องชะลอพัฒนาAI ประชุมเฟด-บีโอเจ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตลาดหุ้นเอเชียยังคงปรับตัวลงสวนทางกับราคาน้ำมันที่ยังคงปรับเพิ่มขึ้นในการซื้อขายเมื่อวันอังคาร(15 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความกังวลกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและกระแสเรียกร้องจากบุคคลในแวดวงอุตสาหกรรมที่ขอให้ชะลอการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์(AI) ตลอดจนการจับตารอดูผลการประชุมสำคัญของธนาคารกลางสหรัฐและญี่ปุ่นที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยดัชนี MSCI Asia-Pacific ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก(ไม่รวมญี่ปุ่น) ปรับตัวลดลง 0.12% โดยได้รับแรงกดดันจากดัชนี KS11 ของเกาหลีใต้ที่ร่วงลง 0.25% ในขณะที่ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นเล็กน้อยที่ 0.19% หลังจากร่วงลงไปในช่วงแรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ความกังวลเรื่องอุปทานน้ำมันกลับมาอีกครั้ง หลังจากกลุ่มฮูตี กองกำลังติดอาวุธในเยเมนที่มีอิหร่านสนับสนุน ได้ลงมือโจมตีระลอกใหม่ต่อซาอุดีอาระเบีย ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกเมื่อวันจันทร์(14 ก.ย.) หลังจากซาอุฯได้ทำการปิดท่อส่งน้ำมันสำคัญของประเทศหลังถูกฮูตีโจมตีไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาแล้ว ทำให้เกิดความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันจากซาอุฯ ที่คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 4% ของอุปทานน้ำมันในตลาดโลกนั้น ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 1.21% อยู่ที่ 107 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 1.27% อยู่ที่ 102.68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางแล้ว กระแสเรียกร้องจากบุคคลสำคัญในวงการ AI ให้ชะลอการพัฒนาเทคโนโลยี AI ก็ยังคงส่งผลกระทบต่อภาวะตลาดอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐจะลดทอนความกังวลเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ผิดก็ตาม โดยทรัมป์ระบุว่ามาตรการป้องกันที่มีอยู่ของสหรัฐนั้นเพียงพอแล้ว และจีนจะเป็นฝ่ายได้รับประโยชน์จากความลังเลสงสัยเกี่ยวกับการพัฒนา AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้บรรดานักลงทุนยังกำลังจับตาดูการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(FOMC) จะเริ่มการประชุมเป็นเวลา 2 วันซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น โดยตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูง 90% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเป็นครั้งแรกของเฟดนับตั้งแต่กลางปี 2023&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันเป็นที่คาดหมายในวงกว้างว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในการประชุม 2 วันที่จะสิ้นสุดในวันศุกร์(18 ก.ย.)พร้อมทั้งส่งสัญญาณถึงการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดยิ่งขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ ผู้กำหนดนโยบายกำลังพยายามพยุงค่าเงินเยน หลังจากที่มาตรการเข้าแทรกแซงตลาดช่วยพยุงค่าเงินไม่ให้ร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โยโกะ อากิฮิโกะ นักวิเคราะห์จากธนาคารมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ วิเคราะห์ภาวะตลาดว่า ตลาดมีแนวโน้มที่จะยังคงให้ความสำคัญกับความเสี่ยงที่ว่าราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นอาจซ้ำเติมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และในทางกลับกันก็จะผลักดันให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนักวิเคราะห์จากมอร์แกน สแตนลีย์ กล่าวว่า แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่ตัวเลขที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เมื่อเร็วๆ นี้ หมายความว่าอัตราการลดลงของเงินเฟ้อนั้นช้ากว่าและไม่น่าเชื่อถือเท่าที่เฟดต้องการ โดยคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ 0.25% ในวันพุธ(16 ก.ย.)นี้และในเดือนธันวาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5889483?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ตลาดหุ้นเอเชียยังร่วง น้ำมันพุ่งกว่า 1% นักลงทุนจับตาไฟตอ.กลาง ร้องชะลอพัฒนาAI ประชุมเฟด-บีโอเจ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ตลาดหุ้นเอเชียยังร่วง น้ำมันพุ่งกว่า 1% นักลงทุนจับตาไฟตอ.กลาง ร้องชะลอพัฒนาAI ประชุมเฟด-บีโอเจ</dc:alternative><dc:abstract>ตลาดหุ้นเอเชียยังร่วง น้ำมันพุ่งกว่า 1% นักลงทุนจับตาไฟตอ.กลาง ร้องชะลอพัฒนาAI ประชุมเฟด-บีโอเจ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-15T05:11:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-15T05:11:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T054052Z_882377098_RC2PGNAFOI1W_RTRMADP_3_AUSTRALIA-STOCKS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T054052Z_882377098_RC2PGNAFOI1W_RTRMADP_3_AUSTRALIA-STOCKS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T054052Z_882377098_RC2PGNAFOI1W_RTRMADP_3_AUSTRALIA-STOCKS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T054052Z_882377098_RC2PGNAFOI1W_RTRMADP_3_AUSTRALIA-STOCKS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T054052Z_882377098_RC2PGNAFOI1W_RTRMADP_3_AUSTRALIA-STOCKS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T054052Z_882377098_RC2PGNAFOI1W_RTRMADP_3_AUSTRALIA-STOCKS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แค่ 2 วัน ลูกๆ แฮร์รี-เมแกน ย้ายโรงเรียน ชี้ห่วงเรื่องความปลอดภัย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5889302]]></link><pubDate>2026-09-15T10:25:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5889302</guid><description>แค่ 2 วัน ลูกๆ แฮร์รี-เมแกน ย้ายโรงเรียน ชี้ห่วงเรื่องความปลอดภัย โฆษกของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนเผยเมื่อวันที่ 14 กันยายน ว่า พระโอรสและพระธิดาของทั้งคู่เตรียมย้ายโรงเรียนหลังจากเข้าเรียนได้เพียง 2 วัน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;แค่ 2 วัน ลูกๆ แฮร์รี-เมแกน ย้ายโรงเรียน ชี้ห่วงเรื่องความปลอดภัย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนเผยเมื่อวันที่ 14 กันยายน ว่า พระโอรสและพระธิดาของทั้งคู่เตรียมย้ายโรงเรียนหลังจากเข้าเรียนได้เพียง 2 วัน เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินทางรับส่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนสิงหาคม เจ้าชายแฮร์รี พระราชโอรสองค์เล็กของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 และครอบครัว ได้ย้ายกลับมาอาศัยอยู่ในอังกฤษ หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 6 ปี โดยเจ้าชายอาร์ชี พระชนมายุ 7 พรรษา และเจ้าหญิงลิลิเบต พระชนมายุ 5 พรรษา ได้เริ่มเข้าเรียนในเดือนกันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่พักใหม่ของครอบครัว รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนของเด็กๆ ยังคงถูกเก็บเป็นความลับ อย่างไรก็ตาม โฆษกของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ยืนยันเมื่อวันจันทร์ว่า เจ้าชายอาร์ชีและเจ้าหญิงลิลิเบตจะย้ายโรงเรียน หลังจากเข้าเรียนที่โรงเรียนเดิมเพียง 2 วัน เนื่องจากระยะทางระหว่างบ้านพักของครอบครัวกับโรงเรียนเดิม ประกอบกับปัญหาการจราจรที่คับคั่งในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ทีมรักษาความปลอดภัยของครอบครัวเกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกกล่าวว่า การตัดสินใจให้เด็กๆ ย้ายโรงเรียนเกิดขึ้นหลังจากมีการหารือกับทีมรักษาความปลอดภัยของครอบครัวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการจัดการด้านต่างๆ ในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พ่อและแม่ยังคงรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่งต่อคณะครูและเจ้าหน้าที่ทุกคน สำหรับความรัก ความเอาใจใส่ และความพยายามที่พวกเขามอบให้แก่ครอบครัวของพวกเขา การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ควรถูกตีความไปในทางลบต่อโรงเรียน หรือการดูแลเอาใจใส่ที่ยอดเยี่ยมซึ่งเด็กๆ ได้รับจากโรงเรียนแห่งนี้” โฆษกของทั้งคู่ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนถอนตัวจากการปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะสมาชิกพระราชวงศ์และย้ายไปพำนักอยู่ในสหรัฐเมื่อปี 2563 ซึ่งนำไปสู่ความห่างเหินและความสัมพันธ์ที่กระอักกระอ่วนกับพระบรมวงศานุวงศ์ ขณะที่ทั้งสองพระองค์ออกมาแสดงความคิดเห็นเชิงเสียดสีและวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์อังกฤษหลายครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การกลับมาพำนักในสหราชอาณาจักรของครอบครัวสร้างความประหลาดใจให้แก่หลายฝ่าย เพราะแม้แต่กษัตริย์ชาร์ลส์ก็ยังไม่ทรงทราบแผนการดังกล่าวจนกระทั่งไม่กี่วันก่อนที่จะมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนไม่ได้ประทับอยู่ในพระราชวังหรือพระตำหนักที่เป็นที่ประทับของพระราชวงศ์ และจะยังคงมีสถานะเป็นสมาชิกพระราชวงศ์ที่ไม่ได้ปฏิบัติพระกรณียกิจอย่างเป็นทางการ ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ผู้ล่วงลับ ก่อนที่ทั้งสองพระองค์จะย้ายออกจากอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานะของทั้งสองในฐานะบุคคลธรรมดาได้รับการยืนยันในจดหมายที่สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ทรงอนุมัติและส่งถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอังกฤษเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยโฆษกของทั้งสองพระองค์กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวสร้างความประหลาดใจให้แก่เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าชายแฮร์รียังทรงวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจของรัฐบาลอังกฤษที่ยกเลิกการคุ้มครองความปลอดภัยโดยตำรวจโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นสิทธิที่พระบรมวงศานุวงศ์ระดับสูงพระองค์อื่นๆ ได้รับ โดยรัฐบาลได้จัดระบบรักษาความปลอดภัยเฉพาะสำหรับพระองค์และครอบครัวขึ้นมาแทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้คณะกรรมการของรัฐบาลกำลังทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับเจ้าชายแฮร์รี และโฆษกของทั้งสองพระองค์ยืนยันว่า สถานการณ์ด้านความปลอดภัยของเมแกนก็กำลังได้รับการพิจารณาทบทวนอีกครั้งเช่นกัน นับเป็นครั้งแรกที่มีการทบทวนเรื่องดังกล่าวนับตั้งแต่ทั้งคู่ย้ายออกจากสหราชอาณาจักร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5889302?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แค่ 2 วัน ลูกๆ แฮร์รี-เมแกน ย้ายโรงเรียน ชี้ห่วงเรื่องความปลอดภัย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แค่ 2 วัน ลูกๆ แฮร์รี-เมแกน ย้ายโรงเรียน ชี้ห่วงเรื่องความปลอดภัย</dc:alternative><dc:abstract>แค่ 2 วัน ลูกๆ แฮร์รี-เมแกน ย้ายโรงเรียน ชี้ห่วงเรื่องความปลอดภัย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-15T04:39:29+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-15T04:39:29+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hmg-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hmg-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hmg-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hmg-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hmg-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hmg-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เปิดถ้อยแถลงฉบับเต็ม สีหศักดิ์ เปิดประชุมกมธ.ประนอม ไทย-เขมร ครั้งแรก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5889185]]></link><pubDate>2026-09-15T09:25:11+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5889185</guid><description>เปิดถ้อยแถลงฉบับเต็ม สีหศักดิ์ เปิดประชุมกมธ.ประนอม ไทย-เขมร ครั้งแรก ถ้อยแถลงเปิดของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เปิดถ้อยแถลงฉบับเต็ม สีหศักดิ์ เปิดประชุมกมธ.ประนอม ไทย-เขมร ครั้งแรก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;&lt;em&gt;ถ้อยแถลงเปิดของ&lt;/em&gt; &lt;strong&gt;นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ&lt;/strong&gt; &lt;em&gt;ในการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชาภายใต้อนุสัญญา UNCLOS ณ สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 &lt;/em&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้แทนราชอาณาจักรไทย ข้าพเจ้ามาที่นี่ด้วยจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน นั่นคือ เพื่อแสวงหาทางออกสำหรับการกำหนดเขตแดนทางทะเลที่จะคุ้มครองสิทธิของไทย และเปิดทางให้ไทยและกัมพูชาสามารถเดินหน้าต่อไปในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเบื้องต้น ขออนุญาตกล่าวถึงบริบทที่กว้างขึ้นของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประชุมของเราในวันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เราจำเป็นต้องเข้าใจสถานการณ์และลำดับเหตุการณ์ที่นำเรามายังสิงคโปร์ในวันนี้ แก่นสำคัญของกระบวนการนี้คือ ความแตกต่างอย่างชัดเจนในแนวทางที่ไทยและกัมพูชาเลือกใช้ในการจัดการกับประเด็นปัญหาระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไทยเชื่อมาโดยตลอดว่า ความแตกต่างระหว่างประเทศเพื่อนบ้านควรได้รับการแก้ไขผ่านการเจรจา นี่คือแนวทางที่เราใช้มาโดยตลอด นั่นคือ การเปิดช่องทางการสื่อสารไว้ การฟื้นฟูความเชื่อมั่น และการแสวงหาทางออกที่ยั่งยืนผ่านการเจรจาทวิภาคี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่กัมพูชาเลือกที่จะจัดการกับประเด็นเหล่านี้แตกต่างออกไป กัมพูชากล่าวอ้างอยู่เสมอว่าเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และพยายามนำเสนอภาพว่าไทยเป็นฝ่ายละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ข้อกล่าวอ้างของกัมพูชานั้นเป็นการกล่าวอ้างเพื่อประโยชน์ของตนเอง และมีองค์ประกอบของความหน้าไหว้หลังหลอกอยู่ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เราควรย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อกัมพูชานำการสนทนาทางโทรศัพท์ส่วนตัวระหว่างผู้นำของเรามาเปิดเผยต่อสาธารณะ เมื่อจรวดของกัมพูชายิงเข้ามาและทำให้พลเรือนไทยผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต และเมื่อทหารของเราต้องสูญเสียขาจากทุ่นระเบิดที่กัมพูชาวางไว้ แล้วในเวลานั้นกัมพูชาเคารพกฎหมายระหว่างประเทศอยู่ที่ไหน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้าพเจ้าขอยืนยันให้ชัดเจนว่า ความมุ่งมั่นของไทยต่อกฎหมายระหว่างประเทศนั้นไม่เคยสั่นคลอน ไทยยึดมั่นอย่างแน่วแน่ต่อระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์ และจะปกป้องสิทธิของเราภายใต้กรอบระเบียบดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับไทย กฎหมายระหว่างประเทศและการทูตเป็นรากฐานที่เกื้อหนุนซึ่งกันและกันของความสัมพันธ์อันสันติระหว่างรัฐ กฎหมายเป็นกรอบที่กำหนดแนวทาง ขณะที่การทูตช่วยให้ประเทศเพื่อนบ้านสามารถนำกรอบดังกล่าวมาใช้ สร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่น และบรรลุทางออกที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้และมีความยั่งยืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรื่องนี้ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในขณะนี้ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาแล้ว ความขัดแย้งได้ทำลายความไว้วางใจ และสร้างความสูญเสียอย่างหนักให้แก่ชุมชนของประชาชนทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่หากเราต้องการมีโอกาสอย่างแท้จริงที่จะค้นหาทางออกที่ยั่งยืน เราจำเป็นต้องฟื้นฟูความไว้วางใจดังกล่าวขึ้นมาใหม่ ด้วยเหตุนี้ ไทยจึงเดินหน้าใช้การเจรจาและแนวทางที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นที่จำเป็นสำหรับการจัดการกับประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนและยากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่เมืองเซบูเมื่อต้นปีนี้ ผู้นำของทั้งสองประเทศได้ยืนยันอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นที่จะค่อยๆ ฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และเมื่อข้าพเจ้าได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา ที่นิวยอร์กเมื่อเดือนพฤษภาคม ข้าพเจ้าได้เสนอแนวทางปฏิบัติแบบเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อผลักดันพันธกรณีดังกล่าวให้เกิดความคืบหน้า แนวทางเหล่านี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและทำให้เราสามารถเดินหน้าจัดการกับประเด็นข้อพิพาทที่อยู่ตรงหน้าได้ด้วยความมั่นใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;น่าเสียดายที่แนวทางการทูตที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงในทางปฏิบัติดังกล่าวไม่เคยได้รับโอกาสอย่างแท้จริงจากกัมพูชา และจากมุมมองของไทย สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการดำเนินการของกัมพูชาที่น่ากังวล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แทนที่จะเข้ามามีส่วนร่วมอย่างเต็มที่และจริงใจผ่านการเจรจาทวิภาคี กัมพูชากลับกล่าวร้ายประเทศไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยเรื่องเล่าที่เป็นเท็จ การบิดเบือนข้อเท็จจริง และข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลต่อไทย แทบจะทุกวัน รวมถึงบนเวทีระหว่างประเทศ และกัมพูชายังดำเนินการดังกล่าวด้วยการวางตนเป็นฝ่ายตกเป็นเหยื่อ พร้อมแสดงท่าทีว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกต้องทางศีลธรรม เพื่อมุ่งสร้างภาพว่าตนอยู่ในสถานะที่เหนือกว่าในทางศีลธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เราไม่อาจมองข้ามได้ว่าปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศกัมพูชามีส่วนกำหนดรูปแบบการดำเนินการเช่นนี้ สำหรับเราแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศของเรา รวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้งสองฝ่าย ไม่ควรถูกนำไปขึ้นอยู่กับการคำนวณผลประโยชน์ทางการเมืองในระยะสั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นี่คือเส้นทางที่กัมพูชาเลือกเดินมาตลอด แนวทางดังกล่าวนำมาซึ่งผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะทำให้กระแสความรู้สึกของประชาชนร้อนแรงขึ้น ทำให้ความตึงเครียดลึกซึ้งขึ้น และทำให้จุดยืนของแต่ละฝ่ายแข็งกร้าวมากขึ้น ส่งผลให้การหาจุดประนีประนอมและการปรองดองที่ทั้งสองประเทศต้องการยิ่งทำได้ยากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เส้นทางที่ไทยพยายามเดินหน้าคือเส้นทางที่การใช้ช่องทางทางกฎหมายต้องดำเนินควบคู่ไปกับการทูตที่มองสถานการณ์อย่างชัดเจนและอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง เพื่อสร้างความไว้วางใจ การทูตจะต้องไม่กลายเป็นการแข่งขันเพื่อเอาชนะกัน หรือการพยายามแสดงว่าใครเหนือกว่าใคร เพื่อแสวงหาความได้เปรียบฝ่ายเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่านประธานและสมาชิกคณะกรรมการทุกท่าน การดำเนินงานที่อยู่เบื้องหน้าของเราจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับที่มาที่ไปของสถานการณ์จนมาถึงจุดนี้ ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงประสงค์จะกล่าวถึงการนำเสนอของกัมพูชาเกี่ยวกับการตัดสินใจของไทยในการยุติข้อตกลงความเข้าใจปี 2544 หรือบันทึกความเข้าใจปี 2544 โดยสังเขป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กัมพูชาพยายามเสนอว่า การที่ไทยตัดสินใจยุติบันทึกความเข้าใจดังกล่าวทำให้กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเริ่มกระบวนการพิจารณานี้ ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความจริงก็คือ ตลอดระยะเวลา 25 ปี เราสามารถจัดการเจรจาอย่างเป็นทางการได้เพียง 2 รอบเท่านั้น เป็นที่ชัดเจนว่าบันทึกความเข้าใจดังกล่าวไม่ได้นำไปสู่ความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ดังนั้น ไทยจึงเลือกที่จะเริ่มต้นการเจรจาใหม่อีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การที่กัมพูชาเพิ่งให้สัตยาบันอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเลเมื่อไม่นานมานี้ น่าจะเป็นโอกาสอันเหมาะสมที่จะกลับมาเจรจากันอีกครั้งบนพื้นฐานทางกฎหมายร่วมกันที่ชัดเจนและมีความมั่นคงยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไทยได้เสนอแนวทางดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยข้าพเจ้าได้เสนอด้วยตนเองต่อคู่เจรจาของข้าพเจ้าว่า เราควรเริ่มการเจรจาโดยตรงเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเล ซึ่งจะสามารถช่วยปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างกัน และเปิดทางไปสู่การแก้ไขประเด็นอื่นๆ ที่ยังคั่งค้างอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และข้าพเจ้าได้เสนอด้วยว่า หากภายในระยะเวลา 6 เดือนยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ เราก็สามารถเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยร่วมกันต่อไปได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังนั้น การที่กัมพูชากล่าวอ้างว่าหลังจากไทยยุติบันทึกความเข้าใจปี 2544 แล้ว กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเริ่มกระบวนการพิจารณานี้ จึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างชัดแจ้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กัมพูชาได้รับทางเลือกอย่างแท้จริง แต่กัมพูชากลับไม่เลือกทางเลือกดังกล่าว ด้วยเหตุผลที่ฝ่ายไทยยากจะเข้าใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่านประธาน หากเราต้องการบรรลุข้อตกลงยุติข้อพิพาท เราจะต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับขอบเขตของประเด็นที่อยู่ต่อหน้าคณะกรรมการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขอบเขตของกระบวนการพิจารณานี้เกี่ยวข้องเฉพาะกับการกำหนดเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาในอ่าวไทยเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไทยขอยืนยันจุดยืนเกี่ยวกับเขตแดนทางทะเลตามที่ระบุไว้ในประกาศพระบรมราชโองการลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2516 อีกครั้ง เราไม่ได้เรียกร้องสิ่งใดมากไปกว่าการปกป้องอธิปไตย สิทธิอธิปไตย และสิทธิอันชอบธรรมที่ไทยพึงมีตามกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และข้าพเจ้าขอย้ำให้ชัดเจนว่า การไกล่เกลี่ยครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอธิปไตยเหนือดินแดนทางบก รวมถึงเกาะกูด ไม่เคยมีการถกเถียงในประเด็นนี้มาก่อน ไทยไม่ยอมรับเส้นอ้างสิทธิในไหล่ทวีปของกัมพูชาที่จัดทำขึ้นในปี 2515 เนื่องจากเส้นดังกล่าวไม่มีพื้นฐานทางกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่านประธานและสมาชิกคณะกรรมการทุกท่าน ไทยเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยครั้งนี้ด้วยความสุจริต โดยตระหนักอย่างเต็มที่ถึงบทบัญญัติของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล และด้วยความเชื่อมั่นในความเป็นอิสระ ความเป็นกลาง และความเชี่ยวชาญโดยรวมของคณะกรรมการชุดนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไทยพร้อมที่จะเข้าร่วมในกระบวนการนี้อย่างสร้างสรรค์ โดยมีเป้าหมายที่จะบรรลุทางออกที่ผ่านการเจรจาและมีความเป็นธรรม โดยได้รับความช่วยเหลือจากคณะกรรมการ การไกล่เกลี่ยสามารถช่วยให้คู่กรณีระบุจุดที่มีความเห็นร่วมกัน จำกัดขอบเขตของจุดยืนทางกฎหมายที่แตกต่างกัน และเจรจาหาทางเดินหน้าต่อไปได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และเรามั่นใจว่า ด้วยคำแนะนำและการชี้แนะของคณะกรรมการ ทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุทางออกที่เป็นธรรม อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและสามารถปฏิบัติได้ และมีความยั่งยืนในระยะยาว สำหรับการกำหนดเขตแดนทางทะเล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประตูสำหรับการเจรจายังคงเปิดอยู่ ท้ายที่สุดแล้ว ภาระหน้าที่ในการหาหนทางเดินหน้าต่อไปยังคงอยู่ที่ทั้งสองประเทศของเรา ซึ่งจะต้องร่วมกันค้นหาทางออกด้วยความจริงจังและด้วยความสุจริต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่านประธาน สมาชิกคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติ และเพื่อนร่วมงานชาวกัมพูชา ขณะที่เราเริ่มต้นกระบวนการพิจารณาในวันนี้ เราจะต้องตระหนักว่าแนวทางที่คดีนี้จะดำเนินต่อไป รวมถึงผลลัพธ์ของกระบวนการไกล่เกลี่ยครั้งนี้ จะมีนัยสำคัญต่ออนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระบวนการนี้ไม่ใช่การดำเนินการทางการทูตแบบผลรวมเป็นศูนย์ ซึ่งฝ่ายหนึ่งจะได้ก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งเสีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขอให้ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ว่าไทยมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะยึดมั่นและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขอให้ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ว่าไทยจะปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของเราอย่างแน่วแน่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และขอให้ไม่มีข้อสงสัยใดๆ เช่นกันว่าไทยมีความมุ่งมั่นต่อสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านของเรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรื่องนี้ได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจนมาแล้วในอดีต เมื่อไทยได้ทำงานร่วมกับประเทศต่างๆ ที่มีแนวคิดสอดคล้องกันมาเป็นเวลาหลายปี เพื่อช่วยนำสันติภาพมาสู่กัมพูชา และช่วยฟื้นฟูประเทศเพื่อประชาชนชาวกัมพูชา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไทยยืนหยัดอย่างมั่นคงบนเส้นทางแห่งสันติภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเดินหน้าต่อไปจำเป็นต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองจากทั้งสองฝ่าย ดังที่เราได้เน้นย้ำมาหลายครั้งแล้วว่า ทางเลือกอยู่ที่กัมพูชาจะเป็นผู้ตัดสินใจ และเราหวังว่ากัมพูชาจะสามารถรวบรวมเจตจำนงทางการเมืองเพื่อเข้าร่วมกับเราบนเส้นทางนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกไม่นานหลังจากกระบวนการพิจารณาเหล่านี้สิ้นสุดลง ไทยและกัมพูชาก็จะยังคงเป็นประเทศเพื่อนบ้านกันต่อไป ภารกิจของเราคือการทำให้มั่นใจว่า มรดกที่เราทิ้งไว้เบื้องหลังจะเปิดโอกาสให้คนรุ่นต่อไปสามารถได้รับประโยชน์จากสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองระหว่างสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไทยพร้อมที่จะทำหน้าที่ของเราอย่างเต็มที่ และเราหวังว่ากัมพูชาจะทำเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5889185?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เปิดถ้อยแถลงฉบับเต็ม สีหศักดิ์ เปิดประชุมกมธ.ประนอม ไทย-เขมร ครั้งแรก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เปิดถ้อยแถลงฉบับเต็ม สีหศักดิ์ เปิดประชุมกมธ.ประนอม ไทย-เขมร ครั้งแรก</dc:alternative><dc:abstract>เปิดถ้อยแถลงฉบับเต็ม สีหศักดิ์ เปิดประชุมกมธ.ประนอม ไทย-เขมร ครั้งแรก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-15T02:44:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-15T02:44:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ส-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปธน.อินโด ปลดฟ้าผ่าขุนคลัง หลังปท.ยังจมวิกฤตศก. ตั้งมือรองกุมบังเหียนแทน ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888779]]></link><pubDate>2026-09-14T17:56:23+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5888779</guid><description>ปธน.อินโด ปลดฟ้าผ่าขุนคลัง หลังปท.ยังจมวิกฤตศก. ตั้งมือรองกุมบังเหียนแทน เมื่อวันที่ 14 กันยายน สำนักงานประธานาธิบดีอินโดนีเซียแถลงว่า ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ได้สั่งปลดนายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา พ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปธน.อินโด ปลดฟ้าผ่าขุนคลัง หลังปท.ยังจมวิกฤตศก. ตั้งมือรองกุมบังเหียนแทน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 กันยายน สำนักงานประธานาธิบดีอินโดนีเซียแถลงว่า ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ได้สั่งปลดนายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และได้แต่งตั้งนายซูอาฮาซิล นาซารา รัฐมนตรีช่วยฯ ขึ้นเป็นขุนคลังคนใหม่แทน การผลัดเก้าอี้ครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ อินโดนีเซีย ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นจากนักลงทุนและนักวิเคราะห์เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายซูอาฮาซิล ซึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลังมาตั้งแต่ปี 2019 เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลเพื่อร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง ขณะที่นายปูร์บายา วัย 61 ปีถูกพบเห็นว่าได้ออกจากทำเนียบรัฐบาลไปกลางคันระหว่างการประชุมรัฐสภา โดยขุนคลังอินโดนีเซียคนใหม่กล่าวหลังรับตำแหน่งว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการบริหารงบประมาณแผ่นดินให้น่าเชื่อถือ ซึ่งเขามุ่งมั่นที่จะรักษาระดับการขาดดุลงบประมาณให้ต่ำกว่าเพดานตามกฎหมาย ที่ 3% ของจีดีพี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ผมจะยังคงบริหารงบประมาณแผ่นดินอย่างน่าเชื่อถือ สร้างความมั่นใจในการสื่อสารกับประชาชนอย่างน่าเชื่อถือ และจะทำให้แน่ใจว่าการดำเนินการภายใต้งบประมาณของรัฐนั้น ช่วยสนับสนุนโครงการสำคัญของรัฐบาล&amp;#8221; ขุนคลังคนใหม่กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำสั่งปลดฟ้าผ่านายปูร์ยบายาพ้นขุนคลังมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากเขาดำรงตำแหน่งนี้มาครบ 1 ปี โดยในช่วงที่เขาอยู่ในตำแหน่งนั้น อินโดนีเซียเต็มไปด้วยวิกฤตเศรษฐกิจหลายประการ รวมถึงค่าเงินรูเปียห์ที่ตกลงอย่างรวดเร็วและการขาดดุลงบประมาณที่พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้นโยบายอัดฉีดสภาพคล่องอย่างรวดเร็วเข้าสู่ระบบธนาคารเพื่อกระตุ้นการเติบโตนั้นยังสร้างความขัดแย้งกับธนาคารกลางด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรณีความขัดแย้งล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับนายปูร์บายาคือการประกาศอย่างกะทันหันว่ากองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ ”ดานันทารา อินโดนีเซีย” จะโอนกำไรจำนวน 120 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 2.26 แสนล้านบาทให้กับรัฐบาลเพื่อช่วยให้บรรลุเป้าหมายการขาดดุลทางการคลังในปีนี้ อย่างไรก็ดีซีอีโอของกองทุนดานันทาราเปิดเผยในเวลาต่อมาว่าไม่มีการหารือเกี่ยวกับแผนดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สถาบันจัดอันดับเครดิต 2 แห่งได้ปรับลดแนวโน้มอันดับเครดิตของอินโดนีเซียจากบวกเป็นลบในปีนี้ โดยอ้างถึงความไม่แน่นอนทางนโยบายและแผนการใช้จ่ายทางการคลัง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อเศรษฐกิจอินโดนีเซียซึ่งมีมูลค่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นหนึ่งในกลุ่ม G20&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888779?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปธน.อินโด ปลดฟ้าผ่าขุนคลัง หลังปท.ยังจมวิกฤตศก. ตั้งมือรองกุมบังเหียนแทน &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปธน.อินโด ปลดฟ้าผ่าขุนคลัง หลังปท.ยังจมวิกฤตศก. ตั้งมือรองกุมบังเหียนแทน </dc:alternative><dc:abstract>ปธน.อินโด ปลดฟ้าผ่าขุนคลัง หลังปท.ยังจมวิกฤตศก. ตั้งมือรองกุมบังเหียนแทน </dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T10:56:23+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T10:56:23+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-14T095330Z_995600383_RC2XINAZ8KAW_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-14T095330Z_995600383_RC2XINAZ8KAW_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-14T095330Z_995600383_RC2XINAZ8KAW_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-14T095330Z_995600383_RC2XINAZ8KAW_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-14T095330Z_995600383_RC2XINAZ8KAW_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-14T095330Z_995600383_RC2XINAZ8KAW_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผลการศึกษาชี้ เทือกเขาหิมาลัยใกล้ถึงจุดวิกฤต ธารน้ำแข็งละลายเร็ว ผู้คนนับล้านเผชิญความเสี่ยง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888805]]></link><pubDate>2026-09-14T17:48:07+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5888805</guid><description>ผลการศึกษาชี้ เทือกเขาหิมาลัยใกล้ถึงจุดวิกฤต ธารน้ำแข็งละลายเร็ว ชีวิตผู้คนนับล้านเผชิญความเสี่ยง สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ข้อมูลจากผลการศึกษาล่าสุด พบว่า เทือกเขาหิมาลัย กำลังเข้าใกล้จุดวิกฤต เนื่อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ผลการศึกษาชี้ เทือกเขาหิมาลัยใกล้ถึงจุดวิกฤต ธารน้ำแข็งละลายเร็ว ชีวิตผู้คนนับล้านเผชิญความเสี่ยง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ข้อมูลจากผลการศึกษาล่าสุด พบว่า เทือกเขาหิมาลัย กำลังเข้าใกล้จุดวิกฤต เนื่องจากธารน้ำแข็งละลายเร็วกว่าเมื่อทศวรรษที่แล้ว ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางน้ำ ในขณะที่ภูมิภาคนี้กำลังเข้าสู่ภาวะ &amp;#8220;ปริมาณน้ำสูงสุด&amp;#8221; ภายในช่วงกลางศตวรรษนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การค้นพบนี้ มีขึ้นหลังจากเกิดเหตุธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัย พังทลายลง เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต ทำให้เกิดดินถล่มต่อเนื่อง และน้ำป่าไหลหลากลงสู่หุบเขาด้านล่าง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วอย่างน้อย 1,300 ราย และยังสูญหายอีกกว่า 5,300 ราย ทั้งในเนปาลและทิเบต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การศึกษานี้ จัดทำขึ้นโดย Systemiq ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านความยั่งยืน ร่วมกับ Integrated Mountain Initiative, International Centre for Integrated Mountain Development และ G.B. Pant National Institute of Himalayan Environment ของอินเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยผลการศึกษาชี้ว่า เมื่อธารน้ำแข็งลดน้อยลง จะทิ้งทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ไม่มั่นคงไว้เบื้องหลัง โดยทะเลสาบนี้กักเก็บน้ำไว้ด้วยเศษหินและน้ำแข็งที่เกาะตัวกันอย่างหลวมๆ ตั้งอยู่เหนือหุบเขาที่มีผู้คนอาศัยอยู่หลายล้านคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และว่า การสูญเสียมวลธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัย ทวีความรุนแรงมากขึ้นในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ในขณะนี้ปัจจุบันมีการเฝ้าติดตามธารน้ำแข็งในพื้นที่จริงเพียง 21 แห่ง จากจำนวนที่คาดการณ์ว่ามีอยู่ถึง 40,000 แห่งทั่วภูมิภาคฮินดูกูช-หิมาลัย ซึ่งเป็นระบบเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ทอดยาวครอบคลุม 8 ประเทศ ตั้งแต่อัฟกานิสถาน ไปจนถึงเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ มีการระบุว่า ทะเลสาบธารน้ำแข็งเกือบ 200 แห่งในอินเดีย มีความเสี่ยงสูง โดยในจำนวนนี้มี 56 แห่งที่จัดอยู่ในกลุ่ม &amp;#8220;ความเสี่ยงสูงมาก&amp;#8221; ซึ่งส่งผลให้ผู้คนนับล้านที่อาศัยอยู่บริเวณปลายน้ำต้องเผชิญกับความเสี่ยง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อภูมิภาคนี้เข้าใกล้ภาวะ &amp;#8220;ปริมาณน้ำสูงสุด&amp;#8221; ซึ่งเป็นจุดที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำหยุดเพิ่มขึ้นและเริ่มลดลง จะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความมั่นคงทางน้ำ เนื่องจากเทือกเขาหิมาลัยเป็นฐานรองรับมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของอินเดีย มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ภูมิภาคนี้จึงถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ซึ่งมีประชากรหลายร้อยล้านคนต้องพึ่งพาอาศัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และแม้ว่าพื้นที่บริเวณเทือกเขาหิมาลัยจะคิดเป็นสัดส่วนเพียงประมาณ 18 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมดในอินเดีย แต่กลับเป็นจุดที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติถึงประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ของภัยพิบัติทั้งหมดในประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888805?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผลการศึกษาชี้ เทือกเขาหิมาลัยใกล้ถึงจุดวิกฤต ธารน้ำแข็งละลายเร็ว ผู้คนนับล้านเผชิญความเสี่ยง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผลการศึกษาชี้ เทือกเขาหิมาลัยใกล้ถึงจุดวิกฤต ธารน้ำแข็งละลายเร็ว ผู้คนนับล้านเผชิญความเสี่ยง</dc:alternative><dc:abstract>ผลการศึกษาชี้ เทือกเขาหิมาลัยใกล้ถึงจุดวิกฤต ธารน้ำแข็งละลายเร็ว ผู้คนนับล้านเผชิญความเสี่ยง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T10:48:07+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T10:48:07+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Himalaya2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Himalaya2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Himalaya2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Himalaya2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Himalaya233.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Himalaya233-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สื่อปูด ศูนย์เคนเนดี จ่อล้มละลาย อาจปิดตัวเร็วสุดอังคารนี้ ฝ่ายบริหารได้ที บอกติดป้ายชื่อ ทรัมป์ ช่วยพ้นวิกฤตได้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888513]]></link><pubDate>2026-09-14T16:11:10+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5888513</guid><description>สื่อปูด ศูนย์เคนเนดี จ่อล้มละลาย อาจปิดตัวเร็วสุดอังคารนี้ ฝ่ายบริหารได้ที บอกติดป้ายชื่อ ทรัมป์ ช่วยพ้นวิกฤตได้ เดอะ วอชิงตันโพสต์ สื่อชั้นนำของสหรัฐอเมริกา รายงานเมื่อวันอาทิตย์(13 ก.ย.)ว่า สถาบันจอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สื่อปูด ศูนย์เคนเนดี จ่อล้มละลาย อาจปิดตัวเร็วสุดอังคารนี้ ฝ่ายบริหารได้ที บอกติดป้ายชื่อ ทรัมป์ ช่วยพ้นวิกฤตได้&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เดอะ วอชิงตันโพสต์ สื่อชั้นนำของสหรัฐอเมริกา รายงานเมื่อวันอาทิตย์(13 ก.ย.)ว่า สถาบันจอห์น เอฟ.เคนเนดี เพื่อศิลปะการแสดง หรือ ศูนย์เคนเนดี ซึ่งมีอายุมากกว่าครึ่งศตวรรษ กำลังเผชิญภาวะใกล้ล้มละลายและอาจต้องปิดตัวลงเร็วที่สุดภายในอังคาร(15 ก.ย.)นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ วอชิงตันโพสต์รายงานโดยอ้างอิงเอกสารที่ได้รับมาระบุว่า คณะกรรมการบริหารของศูนย์เคนเนดีที่ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ให้ความเห็นถึงการหาทางแก้ปัญหาว่า การนำชื่อของประธานาธิบดีทรัมป์ไปติดไว้ที่ด้านหน้าอาคาร อาจเป็นหนทางเดียวที่จะหลีกเลี่ยงภาวะล่มสลายทางการเงินที่กำลังจะเกิดขึ้นและหลีกเลี่ยงไม่ได้ พร้อมกันนี้ยังระบุว่าทางสถาบันจะไม่สามารถจ่ายเงินเดือนพนักงานหรือแบกรับค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอาคารได้ภายในเวลาอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยรายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อเตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมซึ่งจะมีขึ้นในวันอังคาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วอชิงตันโพสต์ระบุด้วยว่า ทรัมป์พร้อมจะให้ความช่วยเหลือแก่ศูนย์เคนเนดีฯ หากมีการยอมรับบทบาทของเขาในองค์กร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้รายงานของคณะกรรมการบริหารดังกล่าวสะท้อนให้เห็นพัฒนาการสำคัญในกระบวนการที่ทรัมป์พยายามเข้าไปมีอำนาจควบคุมศูนย์เคนเนดี ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤตทางการเงิน ความวุ่นวายในการบริหารและปัญหาการฟ้องร้องดำเนินคดีนับตั้งแต่ทรัมป์ตั้งตัวเองดำรงตำแหน่งประธานสถาบันเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี วอชิงตันโพสต์ตั้งข้อสังเกตว่าการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องของทรัมป์ภายในศูนย์เคนเนดี ซึ่งรวมถึงการออกคำสั่งให้เปลี่ยนป้ายชื่อศูนย์ไปใช้ชื่อทรัมป์แทนแต่ถูกศาลตีตกไปนั้น ได้ส่งผลกระทบในทางลบต่อการระดมทุนและการจำหน่ายบัตรเข้าชมของทางศูนย์เคนเนดี โดยยอดขายบัตรเข้าชมลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศูนย์ศิลปะการแสดงจอห์น เอฟ. เคนเนดี ซึ่งถือเป็นโรงละครแห่งชาติของสหรัฐ ได้ถูกสร้างขึ้นและตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่อดีตประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ของสหรัฐซึ่งถูกลอบสังหารในปีค.ศ.1963 โดยศูนย์ศิลปะการแสดงแห่งนี้ได้เริ่มเปิดการแสดงเป็นครั้งแรกเมื่อปีค.ศ.1971&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888513?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สื่อปูด ศูนย์เคนเนดี จ่อล้มละลาย อาจปิดตัวเร็วสุดอังคารนี้ ฝ่ายบริหารได้ที บอกติดป้ายชื่อ ทรัมป์ ช่วยพ้นวิกฤตได้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สื่อปูด ศูนย์เคนเนดี จ่อล้มละลาย อาจปิดตัวเร็วสุดอังคารนี้ ฝ่ายบริหารได้ที บอกติดป้ายชื่อ ทรัมป์ ช่วยพ้นวิกฤตได้</dc:alternative><dc:abstract>สื่อปูด ศูนย์เคนเนดี จ่อล้มละลาย อาจปิดตัวเร็วสุดอังคารนี้ ฝ่ายบริหารได้ที บอกติดป้ายชื่อ ทรัมป์ ช่วยพ้นวิกฤตได้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T09:11:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T09:11:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-29T193354Z_1514063883_RC2J8NA6ST7T_RTRMADP_3_USA-TRUMP-KENNEDY-CENTER.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-29T193354Z_1514063883_RC2J8NA6ST7T_RTRMADP_3_USA-TRUMP-KENNEDY-CENTER-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-29T193354Z_1514063883_RC2J8NA6ST7T_RTRMADP_3_USA-TRUMP-KENNEDY-CENTER.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-29T193354Z_1514063883_RC2J8NA6ST7T_RTRMADP_3_USA-TRUMP-KENNEDY-CENTER-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-29T193354Z_1514063883_RC2J8NA6ST7T_RTRMADP_3_USA-TRUMP-KENNEDY-CENTER-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-29T193354Z_1514063883_RC2J8NA6ST7T_RTRMADP_3_USA-TRUMP-KENNEDY-CENTER-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[วงถกอิหร่าน-ปท.อ่าวอาหรับ ปมช่องแคบฮอร์มุซ เจอเลื่อน กบฎฮูตีปะทะซาอุฯยังตึงเครียด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888259]]></link><pubDate>2026-09-14T14:30:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5888259</guid><description>วงถกอิหร่าน-ปท.อ่าวอาหรับ ปมช่องแคบฮอร์มุซ เจอเลื่อน กบฎฮูตีปะทะซาอุฯยังตึงเครียด สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเต็มไปด้วยความตึงเครียด ล่าสุด ความพยายามทางการทูตในการจัดเจรจาระหว่างอิหร่านกับชาติรัฐอ่าวอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;วงถกอิหร่าน-ปท.อ่าวอาหรับ ปมช่องแคบฮอร์มุซ เจอเลื่อน กบฎฮูตีปะทะซาอุฯยังตึงเครียด&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเต็มไปด้วยความตึงเครียด ล่าสุด ความพยายามทางการทูตในการจัดเจรจาระหว่างอิหร่านกับชาติรัฐอ่าวอาหรับ เพื่อให้ช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญแห่งหนึ่งของโลก กลับมาเปิดการสัญจรได้อีกครั้งนั้นได้ถูกเลื่อนออกไป ในขณะที่การโจมตีตอบโต้กันระหว่างกบฎฮูตีในเยเมน กับซาอุดีอาระเบีย ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก บริเวณริมทะเลแดงซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญอีกแห่งของโลกนั้น ได้จุดความกังวลเกี่ยวกับความตึงตัวของอุปทานพลังงานโลกเพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายซัยยิด บาเดอร์ อัลบูไซดี รัฐมนตรีต่างประเทศของโอมาน แถลงในกลางดึกคืนวันที่ 13 กันยายนว่า จำเป็นต้องเลื่อนการจัดประชุมหารือระหว่างอิหร่านและชาติรัฐอ่าวอาหรับเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ที่เดิมจะจัดขึ้นในกรุงมัสกัตในวันที่ 14 กันยายนออกไป โดยให้เหตุผลว่าเพื่อประโยชน์ในการสร้างฉันทามติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าวฟาร์สอ้างเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศอิหร่านระบุว่า การประชุมที่โอมานได้เลื่อนออกไปตามคำขอของชาติรัฐอ่าวอาหรับบางประเทศซึ่งตัดสินใจร่วมกับอิหร่านและโอมาน โดยอิหร่านจะประสานงานร่วมกับโอมานเพื่อกำหนดวันจัดประชุมเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซที่เหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเลื่อนประชุมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากซาอุดีอาระเบียตัดสินใจปิดท่อส่งน้ำมันสำคัญของตนเองที่มีระยะทางยาว 1,200 กม.ลงเป็นการชั่วคราวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากถูกกลุ่มฮูตีกองกำลังติดอาวุธที่มีอิหร่านสนับสนุนก่อเหตุโจมตี โดยซาอุดีอาระเบียใช้ท่อส่งน้ำมันนี้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านทะเลแดงที่เมืองท่ายานบู แทนช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงถูกอิหร่านปิดกั้นไว้อยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง โดยเมื่อวันที่ 13 กันยายน UKMTO ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางทะเลของอังกฤษรายงานว่ามีเรือลำหนึ่งถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และลูกเรือต้องอพยพออกจากเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่อิหร่านอ้างในวันเดียวกันว่าเรือพาณิชย์ของอิหร่านลำหนึ่งถูกโจมตีนอกชายฝั่งประเทศใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และลูกเรือได้รับบาดเจ็บ 4 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกบฎฮูตีในเยเมนระบุว่ากลุ่มตนได้ยิงโดรนและขีปนาวุธโจมตีซาอุดีอาระเบีย โดยพลจัตวา ยาห์ยา ซารี โฆษกกองกำลังฮูตี กล่าวว่า เป้าหมายโจมตีคือฐานทัพแห่งหนึ่งในจังหวัดชารูราห์ เขตนัจรัน แต่ไม่ได้แสดงหลักฐานหรือระบุเวลาที่แน่ชัดของการโจมตี&lt;br /&gt;
ขณะที่หน่วยป้องกันภัยพลเรือนของซาอุดีอาระเบียรายงานว่า มีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในจังหวัดชารูราห์เมื่อวันที่ 12 กันยายน แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือความเสียหาย นอกจากนี้ หน่วยป้องกันภัยพลเรือนยังรายงานเหตุการณ์ในช่วงข้ามคืนว่า มีวัตถุพุ่งตกในเขตอัล-ตาวาล ใกล้ชายแดนเยเมนและติดกับทะเลแดง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และสร้างความเสียหายแก่มัสยิดรวมถึงอาคารอื่นๆ อีกหลายแห่ง พร้อมอ้างว่าเป็นฝีมือของกลุ่มฮูตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปะทะกันดังกล่าวจุดความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ซื้อขายในวันที่ 14 กันยายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 107 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลล์ ขณะที่ผู้ค้าและผู้ซื้อน้ำมันเผยว่าซาอุดีอาระเบียมีน้ำมันสำรองที่ท่าเรือยานบูริมทะเลแดงเพียงพอที่จะรองรับการส่งออกได้เพียง 5-7 วันเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888259?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;วงถกอิหร่าน-ปท.อ่าวอาหรับ ปมช่องแคบฮอร์มุซ เจอเลื่อน กบฎฮูตีปะทะซาอุฯยังตึงเครียด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>วงถกอิหร่าน-ปท.อ่าวอาหรับ ปมช่องแคบฮอร์มุซ เจอเลื่อน กบฎฮูตีปะทะซาอุฯยังตึงเครียด</dc:alternative><dc:abstract>วงถกอิหร่าน-ปท.อ่าวอาหรับ ปมช่องแคบฮอร์มุซ เจอเลื่อน กบฎฮูตีปะทะซาอุฯยังตึงเครียด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T07:30:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T07:30:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-13T232207Z_1865172975_RC2HINATYBIZ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-PERIM-SATELLITE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-13T232207Z_1865172975_RC2HINATYBIZ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-PERIM-SATELLITE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-13T232207Z_1865172975_RC2HINATYBIZ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-PERIM-SATELLITE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-13T232207Z_1865172975_RC2HINATYBIZ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-PERIM-SATELLITE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-13T232207Z_1865172975_RC2HINATYBIZ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-PERIM-SATELLITE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-13T232207Z_1865172975_RC2HINATYBIZ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-PERIM-SATELLITE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปธน.สีดัน Greater BRICS เพิ่มบทบาทเวทีนานาชาติ ปูตินหวัง ขับเคลื่อนระเบียบโลกหลายขั้ว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888161]]></link><pubDate>2026-09-14T13:43:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5888161</guid><description>ปธน.สีดัน Greater BRICS เพิ่มบทบาทเวทีนานาชาติ ปูตินหวัง ขับเคลื่อนระเบียบโลกหลายขั้ว ะธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเปิดตัวโครงการริเริ่มด้านต่าง ๆ ในวันที่ 13 กันยายน บนเวทีการประชุมสุดยอด BRICS ตั้งแต่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ปธน.สีดัน Greater BRICS เพิ่มบทบาทเวทีนานาชาติ ปูตินหวัง ขับเคลื่อนระเบียบโลกหลายขั้ว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ะธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเปิดตัวโครงการริเริ่มด้านต่าง ๆ ในวันที่ 13 กันยายน บนเวทีการประชุมสุดยอด BRICS ตั้งแต่ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ไปจนถึงการค้า เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในนาม &amp;#8220;Greater BRICS&amp;#8221; ขณะที่จีนพยายามผลักดันให้กลุ่ม BRICS พัฒนาเป็นเวทีที่สามารถใช้ได้จริง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาของกลุ่มประเทศซีกโลกใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ตั้งแต่การเมืองและความมั่นคง ไปจนถึงเศรษฐกิจและการเงิน ถือเป็นประเด็นสำคัญของกลุ่ม BRICS โดยอินเดียซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มในปีนี้ และจีนจะรับตำแหน่งประธานในปี 2070 ต่างพยายามขยายความร่วมมือ เพื่อเพิ่มอิทธิพลของกลุ่มในเวทีโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า สี จิ้นผิง กล่าวต่อบรรดาผู้นำในการประชุมสุดยอดประจำปีของกลุ่ม BRICS ที่กรุงนิวเดลีว่า ความสำเร็จของ “โครงการริเริ่ม Greater BRICS” ขึ้นอยู่กับการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สี จิ้นผิงกล่าวในช่วงปิดการประชุมสุดยอดว่า ประเทศต่าง ๆ ใน “Greater BRICS” ควรเพิ่มพูนความร่วมมือ รักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนส่งเสริมการสร้างตลาดแบบบูรณาการที่มีความเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสีกล่าวว่า จีนจะเป็นผู้นำในการจัดตั้ง “เขตโอเพนซอร์สด้าน AI  ของ BRICS” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านโมเดลภาษาขนาดใหญ่ การฝึกฝน AI และระบบนิเวศ AI แบบเปิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้นำจีนยังเสนอให้จัดตั้งความร่วมมือในรูปแบบ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ BRICS” และระบุว่า จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้านการค้าบริการ BRICS ในปีหน้า เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่ม BRICS ได้ขยายสมาชิก โดยมีอิหร่าน อินโดนีเซีย อียิปต์ เอธิโอเปีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เข้าร่วม นอกเหนือจากสมาชิกดั้งเดิม ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ซึ่งรวมตัวกันเมื่อราว 2 ทศวรรษก่อน โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระเบียบโลกที่ในขณะนั้นถูกครอบงำโดยสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีประเทศหุ้นส่วนอีก 10 ประเทศ ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ในเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ส่งผลให้กลุ่มมีขอบเขตความร่วมมือครอบคลุมประเทศในกลุ่มซีกโลกใต้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยบางครั้งจีนและรัสเซียเรียกกลุ่มที่ขยายตัวนี้ว่า “Greater BRICS”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย กล่าวว่าประโยชน์จากแนวทางหรือแนวทางแก้ไขปัญหาที่พัฒนาขึ้นภายในกลุ่ม BRICS ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เฉพาะประเทศสมาชิก BRICS เท่านั้น แต่ควรสามารถนำไปปรับใช้และเปิดให้ประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มซีกโลกใต้เข้าถึงได้ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศเหล่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยกย่อง BRICS ว่าเป็นพลังขับเคลื่อนที่ทรงพลังในการสร้างระเบียบโลกใหม่ที่มีความเป็นธรรมและเป็นระบบหลายขั้วอำนาจมากขึ้น พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกหาทางผสมผสานหรือใช้ประโยชน์จากจุดแข็งด้านการแข่งขันของเศรษฐกิจแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888161?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปธน.สีดัน Greater BRICS เพิ่มบทบาทเวทีนานาชาติ ปูตินหวัง ขับเคลื่อนระเบียบโลกหลายขั้ว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปธน.สีดัน Greater BRICS เพิ่มบทบาทเวทีนานาชาติ ปูตินหวัง ขับเคลื่อนระเบียบโลกหลายขั้ว</dc:alternative><dc:abstract>ปธน.สีดัน Greater BRICS เพิ่มบทบาทเวทีนานาชาติ ปูตินหวัง ขับเคลื่อนระเบียบโลกหลายขั้ว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T06:47:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T06:47:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ ประกาศสหรัฐจะอยู่ในอิหร่าน ครอบครองน้ำมัน เหมือนที่ทำกับเวเนซุเอลา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888055]]></link><pubDate>2026-09-14T13:22:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5888055</guid><description>ทรัมป์ ประกาศสหรัฐจะอยู่ในอิหร่าน ครอบครองน้ำมัน เหมือนที่ทำกับเวเนซุเอลา สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 กันยายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาจะยังคงอยู่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทรัมป์ ประกาศสหรัฐจะอยู่ในอิหร่าน ครอบครองน้ำมัน เหมือนที่ทำกับเวเนซุเอลา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 กันยายน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า สหรัฐอเมริกาจะยังคงอยู่ในอิหร่าน และ &amp;#8220;ริบน้ำมันเอาไว้&amp;#8221; โดยเปรียบเทียบกับกรณีที่สหรัฐเข้าควบคุมพื้นที่ 1 ใน 5 ของคลังน้ำมันสำรองอันมหาศาลของเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ทรัมป์พูดเรื่องดังกล่าวระหว่างเดินทางเยือนไอร์แลนด์เพื่อเข้าร่วมการประชุมและชมการแข่งขันกอล์ฟ &amp;#8220;ไอริช โอเพ่น&amp;#8221; โดยทรัมป์ยืนยันว่า เขายังคงคาดหวังให้สงครามอิหร่านยุติลงภายในปีนี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า อาจเกิดขึ้นทันทีหลังจากการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐ ที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ กล่าวเสริมว่า ราคาน้ำมันเบนซินจะร่วงลงอย่างรวดเร็วปานดิ่งพสุธา ทันทีที่สงครามอิหร่านสิ้นสุดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ความวุ่นวายในตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบปั่นป่วนตลาดน้ำมันอย่างหนัก โดยบรรดาผู้ค้าเอกชนในตลาดน้ำมันคาดการณ์ว่า ราคาจะพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งในวันจันทร์ (14 ก.ย.) หลังจากเกิดเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทรัมป์ กล่าวว่า เขาจะยอมทำเฉพาะข้อตกลงที่ถูกต้องเท่านั้น และจะไม่ยอมทำตามข้อตกลงที่แย่ หรือไม่มีประโยชน์ พร้อมกับกล่าวว่า อิหร่านกำลังต่อสายโทรศัพท์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขอเปิดเจรจาสันติภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวอ้างดังกล่าว รัฐบาลเตหะรานได้เคยออกมาปฏิเสธและปัดตกไปแล้วในอดีต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็ยังได้เสนออีกทางเลือกหนึ่งขึ้นมา คือการคงการแทรกแซงในอิหร่านต่อไป โดยเขาได้เปรียบเทียบกับข้อตกลงของสหรัฐ ในเวเนซุเอลา ซึ่งได้ประกาศไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า &amp;#8220;ท้ายที่สุดเราก็คงจะถอนตัวออก (จากอิหร่าน) เว้นเสียแต่ว่า เราจะตัดสินใจอยู่ต่อ และยึดถือครอบครองน้ำมันไว้เหมือนกรณีเวเนซุเอลา และว่า รายได้ที่สหรัฐได้รับจากเวเนซุเอลานั้น คุ้มค่าจนครอบคลุมค่าใช้จ่ายทำสงครามไปหลายต่อหลายรอบแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5888055?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ ประกาศสหรัฐจะอยู่ในอิหร่าน ครอบครองน้ำมัน เหมือนที่ทำกับเวเนซุเอลา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ ประกาศสหรัฐจะอยู่ในอิหร่าน ครอบครองน้ำมัน เหมือนที่ทำกับเวเนซุเอลา</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ ประกาศสหรัฐจะอยู่ในอิหร่าน ครอบครองน้ำมัน เหมือนที่ทำกับเวเนซุเอลา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T06:22:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T06:22:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/C2IINA1K182_RTRMADP_3_USA-TRUMP-IRELAND.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/C2IINA1K182_RTRMADP_3_USA-TRUMP-IRELAND-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/C2IINA1K182_RTRMADP_3_USA-TRUMP-IRELAND.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/C2IINA1K182_RTRMADP_3_USA-TRUMP-IRELAND-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/RTRMADP_3_USA-TRUMP-IRELAND.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/RTRMADP_3_USA-TRUMP-IRELAND-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[รบ.เมียนมา ลุยถอนสถานะ-เอาผิด จอ โม ตุน ทูตเมียนมาประจำ UN ชี้ทำผิดกฎหมาย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887951]]></link><pubDate>2026-09-14T12:16:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5887951</guid><description>รบ.เมียนมา ลุยถอนสถานะ-เอาผิด จอ โม ตุน ทูตเมียนมาประจำ UN ชี้ทำผิดกฎหมาย รัฐบาลเมียนมาซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายนว่า นายจอ โม ตุน เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรเมียนมาป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;รบ.เมียนมา ลุยถอนสถานะ-เอาผิด จอ โม ตุน ทูตเมียนมาประจำ UN ชี้ทำผิดกฎหมาย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเมียนมาซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเผยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายนว่า นายจอ โม ตุน เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรเมียนมาประจำสหประชาชาติ (UN) ณ นครนิวยอร์ก ได้ทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ทำให้สถานะของเขาได้ถูกเพิกถอนและยกเลิกแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเมียนมาระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านสื่อของทางการว่า จอ โม ตุน ถูกไล่ออกจากราชการเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2021 เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2021 จอ โม ตุน กล่าวถ้อยแถลงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกต่อที่ประชุม UN โดยขอให้ประชาคมระหว่างประเทศไม่รับรองหรือให้ความชอบธรรมแก่กองทัพเมียนมา ที่ก่อรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จอ โม ตุน ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งโดยรัฐบาลเมียนมาชุดก่อน ซึ่งนำโดยนางออง ซาน ซู จี ก่อนที่รัฐบาลดังกล่าวจะถูกโค่นล้มจากการรัฐประหารของกองทัพในปี 2021 ซึ่งเป็นชนวนเหตุให้เกิดสงครามกลางเมืองที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานะของจอ โม ตุน ในฐานะผู้แทนถาวรของเมียนมาประจำ UN ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากคณะกรรมการพิจารณาตรวจสอบหนังสือแต่งตั้งผู้แทนของ UN ได้เลื่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับผู้แทนของเมียนมาออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่าคณะกรรมการรับรองผู้แทนจะประชุมกันหลังการประชุมสมัชชาใหญ่ (UNGA) ซึ่งจะจัดขึ้นที่นครนิวยอร์กในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งอาจมีการหารือเรื่องข้อพิพาทเกี่ยวกับผู้แทนเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ซึ่งเป็นกลุ่มประชาธิปไตยและรัฐบาลพลเรือนคู่ขนานของเมียนมา ได้ช่วยให้จอ โม ตุน สามารถรักษาตำแหน่งของเขาไว้ได้ ผ่านการรณรงค์ทางการทูตและการล็อบบี้ในระดับนานาชาติเพื่อสนับสนุนสถานะของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NUG ระบุในอีเมลที่ส่งถึงรอยเตอร์ว่า ตำแหน่งทางการทูตของชาติที่ปฏิบัติหน้าที่ใน UN ไม่อาจถูกเพิกถอนโดยฝ่ายเดียวจากกองทัพได้ หากปราศจากฉันทามติหรือการยอมรับอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการตรวจสอบหนังสือรับรองผู้แทนของ UN&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กองทัพเมียนมากล่าวหาจอ โม ตุนว่าใช้ทรัพย์สินของรัฐและงบประมาณของคณะผู้แทนถาวรโดยไม่ได้รับอนุญาต ระหว่างที่เขาทำงานร่วมกับ NUG อีกทั้งนายจอ โม ตุน ไม่ได้ตอบกลับอีเมลที่มีการสอบถามความเห็นในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเมียนมาระบุว่า กำลังดำเนินการผ่านองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (INTERPOL) สำนักกลางตำรวจแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (USNCB) หน่วยงานของสหรัฐ และผ่านช่องทางการทูต เพื่อดำเนินการทางกฎหมายกับจอ โม ตุน ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887951?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;รบ.เมียนมา ลุยถอนสถานะ-เอาผิด จอ โม ตุน ทูตเมียนมาประจำ UN ชี้ทำผิดกฎหมาย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>รบ.เมียนมา ลุยถอนสถานะ-เอาผิด จอ โม ตุน ทูตเมียนมาประจำ UN ชี้ทำผิดกฎหมาย</dc:alternative><dc:abstract>รบ.เมียนมา ลุยถอนสถานะ-เอาผิด จอ โม ตุน ทูตเมียนมาประจำ UN ชี้ทำผิดกฎหมาย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T05:16:33+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T05:16:33+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jmt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jmt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jmt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jmt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jmt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jmt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สื่อเปียงยางตีข่าว เกาหลีเหนือ ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง-ขีปนาวุธ-โดรน อวดพลังทำลายล้างมหาศาล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887802]]></link><pubDate>2026-09-14T11:45:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5887802</guid><description>สื่อเปียงยางตีข่าว เกาหลีเหนือ ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง-ขีปนาวุธ-โดรน อวดพลังทำลายล้างมหาศาล เมื่อวันที่ 14 กันยายน สำนักข่าวกลางเกาหลี(KCNA) กระบอกเสียงทางการเปียงยางรายงานว่า เกาหลีเหนือได้ทำการยิงขีปนา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สื่อเปียงยางตีข่าว เกาหลีเหนือ ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง-ขีปนาวุธ-โดรน อวดพลังทำลายล้างมหาศาล&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 กันยายน สำนักข่าวกลางเกาหลี(KCNA) กระบอกเสียงทางการเปียงยางรายงานว่า เกาหลีเหนือได้ทำการยิงขีปนาวุธหลายลูกเมื่อวันเสาร์(12 ก.ย.) เป็นส่วนหนึ่งของการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงที่มีหน่วยปืนใหญ่พิสัยไกลและหน่วยขีปนาวุธเข้าร่วมในการซ้อมรบที่แสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจทำลายล้างมหาศาลของคลังแสงอาวุธของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าว KCNA รายงานว่าการซ้อมโจมตีด้วยกำลังรบร่วมครั้งนี้เกี่ยวข้องกับหน่วยทหาร 5 หน่วยของกองทัพเกาหลีเหนือและการทดสอบระบบอาวุธหลายชนิด รวมถึงโดรนโจมตี ขีปนาวุธร่อนทางยุทธวิธี ขีปนาวุธข้ามทวีปทางยุทธวิธีและเครื่องยิงจรวดขนาดใหญ่หลายลำกล้อง ซึ่งผู้อำนวยหน่วยปืนใหญ่กล่าวว่า การซ้อมรบนี้จะช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจของทหารและพัฒนาขีดความสามารถในการทำลายล้างศัตรูอย่างราบคาบเมื่อได้รับคำสั่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ประธานเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้ออกมาเปิดเผยในวันเสาร์ว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้หลายลูกที่ทะยานออกไปราว 250 กม.ลงสู่ทะเลทางชายฝั่งตะวันออก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การซ้อมรบดังกล่าวของเกาหลีเหนือมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นได้เสร็จสิ้นการซ้อมรบร่วม 3 ฝ่ายที่ใช้ชื่อว่า “ฟรีดอม เอจ” รวม 5 วันซึ่งมีเป้าหมายเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ โดยรายงานข่าวของ KCNA มีขึ้นสองวันหลังจากการซ้อมยิงขีปนาวุธซึ่งเชื่อกันว่าเป็นครั้งที่ 13 แล้วในปีนี้ที่มีการตรวจพบการปล่อยขีปนาวุธนำวิถีของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายลิม อึลชอล ศาสตราจารย์ประจำสถาบันตะวันออกไกลศึกษาในกรุงโซล กล่าวให้ความเห็นถึงการซ้อมรบครั้งนี้ของเกาหลีเหนือว่านี่ไม่ใช่การทดสอบระบบอาวุธเพียงชนิดเดียว แต่เป็นการแสดงศักยภาพของเครือข่ายการโจมตีแบบบูรณาการ และดูเหมือนเกาหลีเหนือต้องการแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการประสานงานโดรน ขีปนาวุธร่อน ขีปนาวุธข้ามทวีปและปืนใหญ่จรวดผ่านระบบบัญชาการและควบคุมแบบรวมศูนย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายลิมกล่าวด้วยว่าการที่คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือไม่ปรากฏตัวและรายงานข่าวที่ล่าช้านี้ บ่งชี้ว่าเปียงยางพยายามทำให้เห็นว่าเหตุการณ์นี้เป็นการฝึกซ้อมทางทหารเชิงเทคนิคและเชิงปฏิบัติการ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการยกระดับความตึงเครียด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887802?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สื่อเปียงยางตีข่าว เกาหลีเหนือ ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง-ขีปนาวุธ-โดรน อวดพลังทำลายล้างมหาศาล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สื่อเปียงยางตีข่าว เกาหลีเหนือ ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง-ขีปนาวุธ-โดรน อวดพลังทำลายล้างมหาศาล</dc:alternative><dc:abstract>สื่อเปียงยางตีข่าว เกาหลีเหนือ ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง-ขีปนาวุธ-โดรน อวดพลังทำลายล้างมหาศาล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T04:45:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T04:45:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254862805257.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254862805257-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254862805257.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254862805257-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254862805257-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254862805257-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เรือโดยสารอินโดนีเซียล่ม ดับ 6 เร่งค้นหา 130 ผู้สูญหาย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887693]]></link><pubDate>2026-09-14T09:51:21+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5887693</guid><description>เรือโดยสารอินโดนีเซียล่ม ดับ 6 เร่งค้นหา 130 ผู้สูญหาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินโดนีเซียมากกว่า 600 คนระดมกำลังเร่งค้นหาผู้โดยสารเรือ 130 คนที่ยังคงสูญหาย หลังเรือโดยสารลำหนึ่งพลิกคว่ำในทะเลชวาเมื่อช่วงสุด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เรือโดยสารอินโดนีเซียล่ม ดับ 6 เร่งค้นหา 130 ผู้สูญหาย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินโดนีเซียมากกว่า 600 คนระดมกำลังเร่งค้นหาผู้โดยสารเรือ 130 คนที่ยังคงสูญหาย หลังเรือโดยสารลำหนึ่งพลิกคว่ำในทะเลชวาเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 6 ราย และมีผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 107 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานค้นหาและกู้ภัยอินโดนีเซียระบุว่า เรือโดยสาร เวอร์โก ทรานสปอร์ต 8 ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 243 คน สูญหายไปท่ามกลางสภาพอากาศเลวร้ายในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน เรือดังกล่าวกำลังเดินทางจากเมืองสุราบายาในจังหวัดชวาตะวันออก ไปยังเมืองบันจาร์มาซินในจังหวัดกาลิมันตันใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อี ปูตู สุทายานา หัวหน้าสำนักงานค้นหาและกู้ภัยเมืองบันจาร์มาซิน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เดินหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันจันทร์ โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 622 คน พร้อมเรืออีกราว 12 ลำเข้าร่วมภารกิจ อย่างไรก็ดี จนถึงช่วงเช้าวันจันทร์ ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่ม ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 6 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานค้นหาและกู้ภัยเผยแพร่วิดีโอที่แสดงให้เห็นเรือขนาดใหญ่สีแดงสลับดำพลิกคว่ำและจมอยู่ในน้ำบางส่วน ในน่านน้ำที่มีคลื่นลมแรง โดยสามารถมองเห็นท้องเรือที่ทาสีแดงโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา ในบริเวณใกล้เคียงยังมีเรือขนาดเล็ก 2 ลำที่มีคนอยู่บนเรือ ลอยอยู่ใกล้กับเรือที่พลิกคว่ำท่ามกลางคลื่นลมแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอ็ดดี ปราโกโซ เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งของสำนักงานค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติอินโดนีเซีย กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า เรือเอียงอย่างหนักไปด้านหนึ่ง หลังจากถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าทางกราบขวาของเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านดดี ปูร์วากันดี รัฐมนตรีคมนาคมอินโดนีเซีย กล่าวว่า เฮลิคอปเตอร์ที่บินผ่านบริเวณดังกล่าวเป็นผู้พบเห็นว่าเรือพลิกคว่ำ ขณะที่สาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อินโดนีเซียพึ่งพาเรือเฟอร์รี่ในการเดินทางระหว่างหมู่เกาะต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ราว 17,000 เกาะ เนื่องจากการเดินทางทางทะเลมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าและประชาชนเข้าถึงได้ง่ายกว่าการเดินทางโดยเครื่องบิน แต่ก็เกิดอุบัติเหตุทางเรือขึ้นบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแยกกันเมื่อเดือนที่แล้ว มีเรือเฟอร์รี่ 2 ลำซึ่งมีผู้โดยสารหลายร้อยคนเกิดไฟไหม้กลางทะเล โดยเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นนอกเกาะมาดูรา มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ขณะที่อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นบนเรือเฟอร์รี่ที่กำลังเดินทางออกจากเกาะบาหลี ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอินโดนีเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887693?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เรือโดยสารอินโดนีเซียล่ม ดับ 6 เร่งค้นหา 130 ผู้สูญหาย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เรือโดยสารอินโดนีเซียล่ม ดับ 6 เร่งค้นหา 130 ผู้สูญหาย</dc:alternative><dc:abstract>เรือโดยสารอินโดนีเซียล่ม ดับ 6 เร่งค้นหา 130 ผู้สูญหาย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T02:51:21+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T02:51:21+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ห่วงสถานการณ์ ตอ.กลาง ทำน้ำมันทะลุ 107 ดอลล์ หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงทันควัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887672]]></link><pubDate>2026-09-14T09:05:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5887672</guid><description>ห่วงสถานการณ์ ตอ.กลาง ทำน้ำมันทะลุ 107 ดอลล์ หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงทันควัน ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงทันทีที่เปิดซื้อขายในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งจากความกังวลเกี่ยวกับอ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ห่วงสถานการณ์ ตอ.กลาง ทำน้ำมันทะลุ 107 ดอลล์ หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงทันควัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงทันทีที่เปิดซื้อขายในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งจากความกังวลเกี่ยวกับอุปทาน หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ขณะที่นักลงทุนเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐและธนาคารกลางญี่ปุ่นจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 3% หลังเกิดการโจมตีครั้งใหม่ต่อซาอุดีอาระเบียและเรือหลายลำในพื้นที่ ส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลมากขึ้น ล่าสุดน้ำมันเบรนท์ปรับขึ้น 3.01% มาอยู่ที่ 107.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนปรับตัวขึ้นเกือบ 9% ขณะที่น้ำมันเวสต์เท็กซัสของสหรัฐปรับขึ้น 2.79% มาอยู่ที่ 102.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปรับขึ้นของราคาน้ำมันมีขึ้นหลังจากปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่งเกิดการโจมตีท่อส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย ทำให้ต้องปิดท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งเป็นเส้นทางส่งน้ำมันหลักจากตะวันออกกลางป้อนตลาดโลกในช่วงสงครามอิหร่าน ขณะที่กลุ่มฮูตีในเยเมนรุกคืบและยึดครองเมืองรวมถึงเกาะยุทธศาสตร์บริเวณช่องแคบบับเอลมันเดบ ปากทะเลแดง  ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์หยุดชะงักด้านการจัดหาพลังงานทั่วโลกที่เกิดขึ้นจากสงครามอิหร่านเลวร้ายลงไปอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การประชุมระหว่างอิหร่านกับชาติอาหรับในรัฐอ่าวที่มีกำหนดจะจัดขึ้นในโอมานวันจันทร์นี้ เพื่อหารือข้อตกลงเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ถูกเลื่อนออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางภัยคุกคามการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับเอลมันเดบที่ยังคงน่าวิตกกังวล นักวิเคราะห์แสดงความเป็นห่วงว่าราคาน้ำมันอาจอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐที่เผยแพร่ออกมาในวันศุกร์ที่สูงกว่าคาดการณ์ ทำให้ตลาดประเมินว่ามีโอกาส 86% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันพุธนี้ และจะปรับขึ้นอีกครั้งภายในเดือนธันวาคม ซึ่งหากเป็นไปตามการคาดการณ์ ก็จะถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่กลางปี 2023&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไมเคิล เฟโรลี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์สหรัฐของเจพีมอร์แกน กล่าวว่า ขณะนี้เราคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ คือในเดือนกันยายนและธันวาคม พร้อมเตือนว่า หากเฟดไม่ดำเนินการตามที่กล่าวไว้ อาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เฟโรลีกล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวจะเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนนโยบายในวงจำกัด หรือเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรการขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจในอนาคต แต่คาดการณ์ว่าสถานการณ์แรกมีแนวโน้มเกิดขึ้นมากกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นร่วงลง 1.7% ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้ลดลง 3.3% ส่วนดัชนีเอ็มเอสซีไอซึ่งครอบคลุมหุ้นเอเชียแปซิฟิกโดยรวม แต่ไม่รวมญี่ปุ่น ลดลง 0.8%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในยุโรป สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนียูโรสต็อกซ์ 50 ลดลง 0.5% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีแด็กซ์ของเยอรมนีลดลง 0.4% และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีฟุตซีของอังกฤษลดลง 0.1% ส่วนตลาดหุ้นวอลล์สตรีท สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 0.5% ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีแนสแด็กร่วงลง 1.1%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่ที่ 4.967% ลดลงเล็กน้อย หลังจากพันธบัตรถูกเทขายอย่างหนักในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เฉพาะสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 0.26% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 0.19% ส่งผลให้ส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นและระยะยาวแคบลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบน สนิดเดอร์ หัวหน้านักยุทธศาสตร์ด้านหุ้นสหรัฐของโกลด์แมน แซคส์ กล่าวว่า ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทต่าง ๆ น่าจะช่วยพยุงตลาดหุ้นวอลล์สตรีทได้ หากต้นทุนการกู้ยืมปรับตัวสูงขึ้น โดยทั่วไปตลาดหุ้นมักเผชิญแรงกดดันเมื่อเฟดเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่โกลด์แมน แซคส์คาดว่าภาวะตลาดกระทิง (หมายถึงภาวะตลากหุ้นขาขึ้น) จะยังเดินหน้าต่อไป โดยดัชนีเอสแอนด์พี 500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -2% ในช่วง 3 เดือนแรกของวงจรการขึ้นดอกเบี้ยทั้ง 7 ครั้งในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 9% ในช่วง 12 เดือนหลังจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลาดยังประเมินว่ามีโอกาสประมาณ 76% ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในการประชุมวันศุกร์นี้ นอกจากนี้ คาดว่า BOJ จะส่งสัญญานว่าจะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น เนื่องจากต้องพยายามสกัดกั้นไม่ให้เงินเยนอ่อนค่าลงอีก หลังจากการแทรกแซงตลาดก่อนหน้านี้ช่วยดึงค่าเงินเยนกลับขึ้นมาจากระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปีได้สำเร็จ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำลดลง 0.3% มาอยู่ที่ 4,336 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นทำให้ทองคำซึ่งไม่ให้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยมีความน่าดึงดูดลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887672?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ห่วงสถานการณ์ ตอ.กลาง ทำน้ำมันทะลุ 107 ดอลล์ หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงทันควัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ห่วงสถานการณ์ ตอ.กลาง ทำน้ำมันทะลุ 107 ดอลล์ หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงทันควัน</dc:alternative><dc:abstract>ห่วงสถานการณ์ ตอ.กลาง ทำน้ำมันทะลุ 107 ดอลล์ หุ้นเอเชียเปิดตลาดร่วงทันควัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T02:05:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T02:05:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/o19.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/o19-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/o19.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/o19-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/o19-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/o19-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สีหศักดิ์ ย้ำไทยพร้อมเจรจากัมพูชา ชี้ &#8216;ทวิภาคี&#8217; ยั่งยืนที่สุด ยืนยันเส้นตายคือ &#8216;เกาะกูด&#8217; กัมพูชาข้ามเส้นไม่ได้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887631]]></link><pubDate>2026-09-14T07:33:05+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5887631</guid><description>สีหศักดิ์ ย้ำไทยพร้อมเจรจากัมพูชา ชี้ &amp;#8216;ทวิภาคี&amp;#8217; ยั่งยืนที่สุด ยืนยันเส้นตายคือ &amp;#8216;เกาะกูด&amp;#8217; กัมพูชาข้ามเส้นไม่ได้ เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีแล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สีหศักดิ์ ย้ำไทยพร้อมเจรจากัมพูชา ชี้ &amp;#8216;ทวิภาคี&amp;#8217; ยั่งยืนที่สุด ยืนยันเส้นตายคือ &amp;#8216;เกาะกูด&amp;#8217; กัมพูชาข้ามเส้นไม่ได้&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 กันยายน &lt;strong&gt;นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว&lt;/strong&gt; รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์ไทย–กัมพูชา ภายหลังเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS ครั้งที่ 18 ว่า ไม่มีผู้นำหรือรัฐมนตรีต่างประเทศประเทศใดสอบถามหรือแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา แม้ทุกฝ่ายจะรับทราบสถานการณ์อยู่แล้ว โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ทั้งสองประเทศควรแก้ไขผ่านการพูดคุยกันโดยตรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ซึ่งเตรียมเดินทางไปยังสิงคโปร์ต่อเพื่อเข้าร่วมการนัดหมายครั้งแรกในกระบวนการประนอมข้อพิพาทภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ในประเด็นเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา ยืนยันว่า ไทยเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวด้วยความมั่นใจ เนื่องจากจุดยืนของไทยตั้งอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;strong&gt; อย่างไรก็ตาม ไทยยังเห็นว่าแนวทางที่เหมาะสมที่สุดควรเริ่มจากการเจรจาทวิภาคีก่อน หากไม่สามารถหาข้อสรุปได้ จึงค่อยพิจารณากลไกอื่นที่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับกรณีที่กัมพูชาระบุว่า การเข้าสู่กลไกดังกล่าวเป็นผลจากการที่ไทยยกเลิก MOU44 นายสีหศักดิ์ชี้แจงว่า MOU ดังกล่าวมีอายุประมาณ 26 ปี และที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้า ไทยจึงต้องการเริ่มต้นกระบวนการใหม่ โดยเสนอให้ทั้งสองฝ่ายลองกลับมาเจรจากันก่อน และอาจกำหนดกรอบเวลา เช่น 6 เดือน เพื่อดูว่าสามารถสร้างความคืบหน้าได้หรือไม่ ก่อนพิจารณากลไกอื่นต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ชี้ว่า &lt;strong&gt;วิธีการของกัมพูชาคือพยายามสร้างความได้เปรียบ สร้างแรงกดดัน แต่สำหรับเราไม่มีปัญหา เพราะไทยพร้อม&lt;/strong&gt; พร้อมย้ำว่า การที่ไทยให้ความสำคัญกับการเจรจาทวิภาคี ไม่ได้หมายความว่าไทยปฏิเสธกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ไทยมองตามความเป็นจริงว่า กฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาทุกมิติระหว่างสองประเทศได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone wp-image-5887633 size-full&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0.jpg&quot; alt=&quot;สีหศักดิ์&quot; width=&quot;1567&quot; height=&quot;1045&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0.jpg 1567w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-1536x1024.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1567px) 100vw, 1567px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้แต่กระบวนการประนอมข้อพิพาทภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ผลของกระบวนการก็ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย โดยผู้ประนอมจะเสนอแนวทางที่เห็นว่าสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและมีความเที่ยงธรรม ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องกลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อกระบวนการได้เดินมาถึงจุดนี้แล้ว นายสีหศักดิ์ยืนยันว่า ไทยมีความพร้อม รู้ว่าผลประโยชน์ของประเทศอยู่ตรงไหน และจะยืนอยู่บนหลักกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถามถึง&lt;strong&gt; “เส้นแดง”&lt;/strong&gt; ของไทยในกระบวนการประนอมข้อพิพาท โดยเฉพาะประเด็นเกาะกูด นายสีหศักดิ์ยืนยันอย่างชัดเจนว่า อธิปไตยเหนือเกาะกูดไม่ใช่ประเด็นที่มีข้อสงสัยหรือสามารถนำมาต่อรองได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;&amp;#8220;เรื่องเกาะกูดไม่ได้เด็ดขาด เราก็ยืนยันว่าเกาะกูดไม่มีปัญหาใด ๆ เกาะกูดเป็นของไทย&amp;#8221;&lt;/strong&gt; นายสีหศักดิ์กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสีหศักดิ์ระบุว่า เกาะกูดเป็นของไทยภายใต้อนุสัญญาที่จัดทำขึ้นตั้งแต่ช่วงที่กัมพูชาอยู่ภายใต้อาณานิคมของฝรั่งเศส ขณะที่ &lt;strong&gt;“Red Line”&lt;/strong&gt; ของไทยในการหารือเรื่องเขตแดนทางทะเล คือการอ้างสิทธิ์และเส้นเขตแดนต่าง ๆ จะต้องเป็นไปตามบรรทัดฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;จุดยืนของไทยจึงยังคงเป็นการเปิดกว้างต่อการเจรจา พร้อมเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายระหว่างประเทศ แต่เห็นว่าทางออกที่ยั่งยืนที่สุดของปัญหาไทย–กัมพูชา คือการฟื้นการพูดคุยโดยตรง สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และหาข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศยอมรับร่วมกัน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887631?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สีหศักดิ์ ย้ำไทยพร้อมเจรจากัมพูชา ชี้ &amp;#8216;ทวิภาคี&amp;#8217; ยั่งยืนที่สุด ยืนยันเส้นตายคือ &amp;#8216;เกาะกูด&amp;#8217; กัมพูชาข้ามเส้นไม่ได้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สีหศักดิ์ ย้ำไทยพร้อมเจรจากัมพูชา ชี้ ‘ทวิภาคี’ ยั่งยืนที่สุด ยืนยันเส้นตายคือ ‘เกาะกูด’ กัมพูชาข้ามเส้นไม่ได้</dc:alternative><dc:abstract>สีหศักดิ์ ย้ำไทยพร้อมเจรจากัมพูชา ชี้ ‘ทวิภาคี’ ยั่งยืนที่สุด ยืนยันเส้นตายคือ ‘เกาะกูด’ กัมพูชาข้ามเส้นไม่ได้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-14T05:33:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-14T05:33:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/thaiprompt1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/thaiprompt1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/S__164888600_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1567</mi:x1><mi:y1>1045</mi:y1><mi:x2>1567</mi:x2><mi:y2>1045</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/thaiprompt1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/thaiprompt1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/thaiprompt2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/thaiprompt2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สถานทูตไทยในแคนาดาผนึกกกท. จัดแข่งมวยไทยกระชับมิตร ฉลองสัมพันธ์ 65 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890146]]></link><pubDate>2026-09-14T07:00:04+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5890146</guid><description>สถานทูตไทยในแคนาดาผนึกกกท. จัดแข่งมวยไทยกระชับมิตร ฉลองสัมพันธ์ 65 ปี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออตตาวา ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และ Muaythai Canada ได้จัดการแข่งขันมวยไทยกระชับมิตร ไทย-แคนาดา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สถานทูตไทยในแคนาดาผนึกกกท. จัดแข่งมวยไทยกระชับมิตร ฉลองสัมพันธ์ 65 ปี&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออตตาวา ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และ Muaythai Canada ได้จัดการแข่งขันมวยไทยกระชับมิตร ไทย-แคนาดา “Thailand-Canada Muaythai Challenge” เพื่อเฉลิมฉลองโอกาส ครบรอบ 65 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-แคนาดา ณ Canadian War Museum กรุงออตตาวา โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ระหว่างเวลา 18.00-21.00 น. ซึ่งตรงกับเวลาไทย 05.00–08.00 น. ของวันจันทร์ที่ 14 กันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พิธีเปิดการแข่งขันชกมวยครั้งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้จะมีนายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานฝ่ายไทย และนาย Alin Halmagean ประธานสมาพันธ์มวยไทยแคนาดา  เป็นประธานฝ่ายแคนาดา โดยการแข่งขันจะประกอบด้วยคู่มวยจำนวน 5 คู่ โดยเป็นคู่มวยหญิง 2 คู่ และคู่มวยชาย 3 คู่  และจะชกกันคู่ละ 3 ยก คู่มวยชาย ชกยกละ 3นาที และคู่มวยหญิง ชกยกละ 2 นาที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5890167&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc1.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1080&quot; height=&quot;1452&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc1.jpg 1080w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc1-223x300.jpg 223w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc1-762x1024.jpg 762w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc1-768x1033.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc1-728x979.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc1-1068x1436.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc1-312x420.jpg 312w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc1-400x538.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc1-250x336.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1080px) 100vw, 1080px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายชื่อคู่มวยทั้ง 5 คู่ประกอบด้วย&lt;/p&gt;
&lt;ol&gt;
&lt;li&gt;รุ่นน้ำหนัก 105 ปอนด์ (หญิง) เสน่ห์งาม ศักดิ์ชำนิ (ไทย) พบกับ Regan Gowin (แคนาดา)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;รุ่นน้ำหนัก 112 ปอนด์ (หญิง) น่ารัก เกียรติรวมพลังชัย (ไทย) พบกับ Julianna McDermott (แคนาดา)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;รุ่นน้ำหนัก 126 ปอนด์ (ชาย) ชูใจ ชูใจมวยไทยยิม (ไทย) พบกับ Rafael Arteaga (แคนาดา)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;รุ่นน้ำหนัก 137–140 ปอนด์ (ชาย) ฟลุ๊คน้อย เกียรติฟ้าลิขิต (ไทย) พบกับ Mehena Yahiatene (แคนาดา)&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;รุ่นน้ำหนัก 122 ปอนด์ (ชาย) โปเย แอ๊ดสันป่าตอง (ไทย) พบกับ Aramiss Gadito (แคนาดา) การแข่งขันชกมวยในครั้งนี้จะมีการถ่ายทอดสดทาง Streaming ในระบบ Lifestream TV โดยผู้ชมสามารถ&lt;/li&gt;
&lt;/ol&gt;
&lt;p&gt;รับชมการแข่งขันได้ทางลิงก์นี้ https://millions.co/diamond-capital-promotions-ottawa/streams/thailand-vscanada-muay-thai-challenge-live-ppv-september-13-2026&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5890146?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สถานทูตไทยในแคนาดาผนึกกกท. จัดแข่งมวยไทยกระชับมิตร ฉลองสัมพันธ์ 65 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สถานทูตไทยในแคนาดาผนึกกกท. จัดแข่งมวยไทยกระชับมิตร ฉลองสัมพันธ์ 65 ปี</dc:alternative><dc:abstract>สถานทูตไทยในแคนาดาผนึกกกท. จัดแข่งมวยไทยกระชับมิตร ฉลองสัมพันธ์ 65 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-15T09:18:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-15T09:18:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mtc1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1080</mi:x1><mi:y1>1452</mi:y1><mi:x2>1080</mi:x2><mi:y2>1452</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต.ชี้ เขมรบิดเบือนข้อมูล โฆษก ปธน.เมียนมายัน ใช้ สันติวิธี-เจรจา แก้ปัญหาชายแดน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887264]]></link><pubDate>2026-09-13T16:00:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5887264</guid><description>กต.ชี้ เขมรบิดเบือนข้อมูล โฆษก ปธน.เมียนมายัน ใช้ สันติวิธี-เจรจา แก้ปัญหาชายแดน เมื่อวันที่ 13 กันยายน กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่า ตามที่มีสื่อมวลชนสอบถามถึงกรณีสื่อกัมพูชารายงานการแถลงข่าวของโฆษกว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;กต.ชี้ เขมรบิดเบือนข้อมูล โฆษก ปธน.เมียนมายัน ใช้ สันติวิธี-เจรจา แก้ปัญหาชายแดน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 13 กันยายน กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่า ตามที่มีสื่อมวลชนสอบถามถึงกรณีสื่อกัมพูชารายงานการแถลงข่าวของโฆษกวุฒิสภากัมพูชาเกี่ยวกับการเยือนกัมพูชาของประธานาธิบดีเมียนมา โดยระบุว่าเมียนมาสนับสนุนท่าทีของกัมพูชาอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาชายแดนกับไทย นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ควรพิจารณาบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง โดยเมื่อคืนวันที่ 12 กันยายน โฆษกประธานาธิบดีเมียนมาได้ชี้แจงประเด็นนี้ว่า ประธานาธิบดีเมียนมากล่าวว่า ในการแก้ไขประเด็นชายแดน แนวทางที่ดีที่สุดคือสันติวิธี และสิ่งสำคัญคือการเจรจาหารือให้ได้ทางออกที่ดีที่สุด นอกจากนี้ เมียนมาเรียกร้องให้กัมพูชาแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธี และให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ระดับภูมิภาคในภาพรวม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเป็นอีกครั้งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางของกัมพูชาที่มักจะบิดเบือนข้อมูลเพื่อประโยน์ของตน ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมบรรยากาศที่จะเอื้อต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887264?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต.ชี้ เขมรบิดเบือนข้อมูล โฆษก ปธน.เมียนมายัน ใช้ สันติวิธี-เจรจา แก้ปัญหาชายแดน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต.ชี้ เขมรบิดเบือนข้อมูล โฆษก ปธน.เมียนมายัน ใช้ สันติวิธี-เจรจา แก้ปัญหาชายแดน</dc:alternative><dc:abstract>กต.ชี้ เขมรบิดเบือนข้อมูล โฆษก ปธน.เมียนมายัน ใช้ สันติวิธี-เจรจา แก้ปัญหาชายแดน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-13T09:00:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-13T09:00:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/jt-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เรือโดยสารอินโดนีเซียอับปาง เร่งค้นหา 140 ผู้สูญหาย ดับแล้ว 1]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887000]]></link><pubDate>2026-09-13T15:19:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5887000</guid><description>เรือโดยสารอินโดนีเซียอับปาง เร่งค้นหา 140 ผู้สูญหาย ดับแล้ว 1 เจ้าหน้าที่กู้ภัยของอินโดนีเซียกำลังเร่งค้นหาผู้โดยสาร 140 คน หลังเรือโดยสารลำหนึ่งอับปางในทะเลชวาเมื่อวันที่ 13 กันยายน ขณะที่มีผู้ได้รับ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เรือโดยสารอินโดนีเซียอับปาง เร่งค้นหา 140 ผู้สูญหาย ดับแล้ว 1&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยของอินโดนีเซียกำลังเร่งค้นหาผู้โดยสาร 140 คน หลังเรือโดยสารลำหนึ่งอับปางในทะเลชวาเมื่อวันที่ 13 กันยายน ขณะที่มีผู้ได้รับการอพยพออกจากเรือแล้ว 103 คน และในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่าเรือโดยสารของอินโดนีเซีย ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 243 คน สูญหาย หลังขาดการติดต่อในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ ระหว่างเผชิญสภาพอากาศเลวร้าย สำนักงานค้นหาและกู้ภัยของอินโดนีเซียระบุว่า เรือดังกล่าวคือเรือเวอร์โก ทรานสปอร์ต 8 ซึ่งออกเดินทางเมื่อวันเสาร์จากเมืองสุราบายา จังหวัดชวาตะวันออก มุ่งหน้าไปยังเมืองบันจาร์มาซิน จังหวัดกาลิมันตันใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาในวันอาทิตย์ สำนักงานค้นหาและกู้ภัยระบุว่า เรือได้อับปางลงแล้ว แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมใดๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อี ปูตู สุทายานา หัวหน้าสำนักงานค้นหาและกู้ภัยประจำเมืองบันจาร์มาซิน กล่าวว่า มีการอพยพผู้ประสบภัยออกจากเรือแล้ว 103 คน โดยใช้เรือหลายลำเข้าช่วยเหลือ และผู้ประสบภัยบางส่วนจะถูกนำตัวไปยังท่าเรือในจังหวัดชวาตะวันออก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุทายานากล่าวว่า ทีมกู้ภัยได้เริ่มปฏิบัติการค้นหา โดยส่งทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัย เรือหลายลำ และเฮลิคอปเตอร์ไปยังตำแหน่งล่าสุดที่ทราบว่าตำแหน่งเรือโดยสารลำดังกล่าว ก่อนจะขาดการติดต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อินโดนีเซียเป็นประเทศหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ราว 17,000 เกาะ และพึ่งพาเรือเฟอร์รี่เป็นหลักในการเดินทาง เนื่องจากการเดินทางทางทะเลมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าและเข้าถึงได้ง่ายกว่าการเดินทางทางอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม มาตรฐานด้านความปลอดภัยในการเดินเรือไม่ได้ถูกบังคับใช้อย่างเข้มงวดเสมอไป ส่งผลให้อินโดนีเซียมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางเรืออยู่ค่อนข้างสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5887000?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เรือโดยสารอินโดนีเซียอับปาง เร่งค้นหา 140 ผู้สูญหาย ดับแล้ว 1&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เรือโดยสารอินโดนีเซียอับปาง เร่งค้นหา 140 ผู้สูญหาย ดับแล้ว 1</dc:alternative><dc:abstract>เรือโดยสารอินโดนีเซียอับปาง เร่งค้นหา 140 ผู้สูญหาย ดับแล้ว 1</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-13T08:19:08+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-13T08:19:08+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/is-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปฏิญญาร่วมผู้นำ BRICS กังวลสถานการณ์ ตอ.กลาง-ภาษีฝ่ายเดียว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886888]]></link><pubDate>2026-09-13T12:13:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5886888</guid><description>ปฏิญญาร่วมผู้นำ BRICS กังวลสถานการณ์ ตอ.กลาง-ภาษีฝ่ายเดียว ผู้นำกลุ่ม BRICS มีมติรับรอง “ปฏิญญานิวเดลี” ร่วมกันเมื่อวันที่ 12 กันยายน ซึ่งเป็นวันแรกของการประชุมผู้นำ BRICS โดยแสดง “ความวิตกอย่างยิ่ง”  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ปฏิญญาร่วมผู้นำ BRICS กังวลสถานการณ์ ตอ.กลาง-ภาษีฝ่ายเดียว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ผู้นำกลุ่ม BRICS มีมติรับรอง “ปฏิญญานิวเดลี” ร่วมกันเมื่อวันที่ 12 กันยายน ซึ่งเป็นวันแรกของการประชุมผู้นำ BRICS โดยแสดง “ความวิตกอย่างยิ่ง” ต่อสงครามในตะวันออกกลาง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด พร้อมสนับสนุน “แนวทางพหุภาคี” ที่เคารพมุมมองและจุดยืนของแต่ละประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิญญาดังกล่าวได้รับการรับรองด้วยมติเอกฉันท์ ท่ามกลางสถานการณ์ที่สหรัฐและอิหร่านกลับมาโจมตีตอบโต้กันอีกครั้ง หลังจากการสู้รบหยุดชะงักไปเกือบตลอดเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;BRICS มีทั้งอิหร่านและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐเป็นสมาชิก ทำให้ก่อนหน้านี้คาดว่าการบรรลุฉันทามติเพื่อออกแถลงการณ์ร่วมจะเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับอินเดียในฐานะเจ้าภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราขอแสดงความวิตกอย่างยิ่งต่อความตึงเครียดที่ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด หลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก” ปฏิญญานิวเดลีระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิญญาดังกล่าวยังย้ำถึงพันธกรณีของประเทศสมาชิกในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศโดยสันติ ผ่านการเจรจา การหารือ และการทูต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ประเทศสมาชิก BRICS ยังแสดงความวิตกต่อการเพิ่มขึ้นของ “มาตรการด้านภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษีฝ่ายเดียว” ซึ่งบิดเบือนกลไกการค้า ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่านจากสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน และมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่ม BRICS ประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน แอฟริกาใต้ อียิปต์ เอธิโอเปีย อินโดนีเซีย อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่ในส่วนของไทยซึ่งเป็นประเทศหุ้นส่วนของกลุ่มบริกซ์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางไปร่วมประชุมกับผู้นำ BRICS ในฐานะผู้แทนของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีอินเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5886975&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1200&quot; height=&quot;628&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-300x157.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-1024x536.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-768x402.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-728x381.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-1068x559.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-803x420.jpg 803w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-400x209.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-250x131.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-600x315.jpg 600w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1200px) 100vw, 1200px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เป้าประสงค์หลังของรองนายกฯ และรมว.กต.ในการเข้าร่วมการประชุม BRICS ครั้งนี้ คือการขับเคลื่อนความร่วมมือกับกลุ่ม BRICS ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศหุ้นส่วน และขับเคลื่อนความร่วมมือกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา หรือ Global South  เพื่อขับเคลื่อนประเด็นที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะการรับมือกับประเด็นท้าทายต่าง ๆ ในบริบทของความผันผวนของสถานการณ์โลก นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ ทั้งการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ ห่วงโซ่อุปทาน การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร และความมั่นคงทางด้านพลังงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รองนายกฯ และรมว.กต. ยังได้พบหารือกับภาคเอกชนไทยในอินเดีย โดยนางสาวใจไทยกล่าวว่า การพบหารือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการทูตเศรษฐกิจที่กระทรวงการต่างประเทศช่วยทำหน้าที่ส่งเสริมโอกาสการขยายการค้าการลงทุน รวมถึงรับฟังประเด็นที่อาจจะยังเป็นข้อติดขัดต่าง ๆ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐก็มีหน้าที่ในการช่วยเสริมสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งหลายบริษัทได้ให้ข้อมูลและมุมมองที่น่าสนใจ และกระทรวงการต่างประเทศจะนำข้อคิดเห็นต่าง ๆ ของภาคเอกชนไปช่วยประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสนับสนุนการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่อาจจะยังติดขัดอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5886993&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;1481&quot; height=&quot;778&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20.jpg 1481w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-300x158.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-1024x538.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-768x403.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-728x382.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-1068x561.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-800x420.jpg 800w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-400x210.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-250x131.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-600x315.jpg 600w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 1481px) 100vw, 1481px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้นายสีหศักดิ์ได้หารือทวิภาคีนายมักซิม รีเจนคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเบลารุส โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่า เป็นการหารือเพื่อสานต่อความพยายามของไทยในการผลักดันความคืบหน้าให้เกิดการเริ่มการเจรจา FTA ระหว่างไทยกับกลุ่มสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EAEU) ซึ่งก่อนหน้านี้ รองนายกฯ และรมว.กต. ได้ผลักดันเรื่องนี้ขณะเดินทางไปเยือนรัสเซีย ซึ่งเบลารุสเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิก EAEU จึงขอให้เบลารุสได้ช่วยสนับสนุนให้เกิดการเริ่มการเจรจาโดยเร็ว นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องกระชับความสัมพันธ์ผ่านกรอบกลไกการหารือทวิภาคี ส่งเสริมการค้าการลงทุน และความเชื่อมโยงระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการหารือทวิภาคีกับนางสาวมาเรีย เทเรซ่า พี. ลาซาโร่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ นางสาวใจไทยกล่าวว่า เป็นการหารือกระชับความร่วมมือในกรอบอาเซียน ซึ่งฟิลิปปินส์เป็นประธานอาเซียนในปีนี้ ตลอดจนได้พูดคุยถึงพัฒนาการความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์เมียนมา หลังจากที่เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยได้จัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการเพื่อให้รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5886995&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-scaled.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;2560&quot; height=&quot;1707&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-scaled.jpg 2560w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-300x200.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-768x512.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-1536x1024.jpg 1536w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-2048x1365.jpg 2048w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-728x485.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-1068x712.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-630x420.jpg 630w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-400x267.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-250x167.jpg 250w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-480x320.jpg 480w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 2560px) 100vw, 2560px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การหารือกับดร. เอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวียลา ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การการค้าโลก (WTO) ก็เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและระบบการค้าพหุภาคี ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความเข้มแข็งของระบบการค้าพหุภาคีที่ตั้งอยู่บนกฎกติกาในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886888?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปฏิญญาร่วมผู้นำ BRICS กังวลสถานการณ์ ตอ.กลาง-ภาษีฝ่ายเดียว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปฏิญญาร่วมผู้นำ BRICS กังวลสถานการณ์ ตอ.กลาง-ภาษีฝ่ายเดียว</dc:alternative><dc:abstract>ปฏิญญาร่วมผู้นำ BRICS กังวลสถานการณ์ ตอ.กลาง-ภาษีฝ่ายเดียว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-13T06:13:08+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-13T06:13:08+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bs-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bs-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/bsi-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>628</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>628</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b-20-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1481</mi:x1><mi:y1>778</mi:y1><mi:x2>1481</mi:x2><mi:y2>778</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/b1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1707</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1707</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โจมตีเรือในฮอร์มุซต่อเนื่อง หวั่นดันราคาน้ำมันพุ่ง จับตาอิหร่านถกชาติอาหรับ 14 ก.ย.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886842]]></link><pubDate>2026-09-13T11:42:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5886842</guid><description>โจมตีเรือในฮอร์มุซต่อเนื่อง หวั่นดันราคาน้ำมันพุ่ง จับตาอิหร่านถกชาติอาหรับ 14 ก.ย. UKMTO หน่วยงานติดตามสถานการณ์ทางทะเลของอังกฤษ ได้รับรายงานว่า เกิดเหตุโจมตีเรืออีกลำหนึ่งขณะกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;โจมตีเรือในฮอร์มุซต่อเนื่อง หวั่นดันราคาน้ำมันพุ่ง จับตาอิหร่านถกชาติอาหรับ 14 ก.ย.&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;UKMTO หน่วยงานติดตามสถานการณ์ทางทะเลของอังกฤษ ได้รับรายงานว่า เกิดเหตุโจมตีเรืออีกลำหนึ่งขณะกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน ซึ่งยิ่งเพิ่มความวิตกเกี่ยวกับภัยคุกคามต่อแหล่งพลังงานที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านเพิ่มสูงขึ้น หลังจากซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมันสำคัญ ที่เคยใช้ขนส่งน้ำมัน 4-5 ล้านบาร์เรลต่อวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;UKMTO ระบุว่า ได้รับรายงานว่าเหตุวัตถุพุ่งชนเรือลำหนึ่งขณะกำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในช่วงเช้าวันอาทิตย์ แต่ยังไม่ทราบขอบเขตความเสียหายและสถานะของลูกเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานของหน่วยงานดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากซาอุดีอาระเบียระบุว่า ได้สั่งปิดท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกเป็นการชั่วคราวเพื่อเป็นมาตรการป้องกัน หลังจากถูกโจมตีด้วยโดรน โดยทั้งอิรักและซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีดังกล่าวมีต้นทางมาจากอิรัก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กองกำลังติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านปฏิบัติการอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีที่ยังคงเกิดขึ้นท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างขึ้น อาจผลักดันราคาพลังงานให้สูงขึ้นอีก หลังจากในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งกลับขึ้นไปเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตก ซึ่งมีความยาว 1,200 กิโลเมตร และพาดผ่านคาบสมุทรอาหรับ เป็นเส้นทางหลักในการส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางออกสู่ตลาดโลกตลอดช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซส่วนใหญ่ถูกปิดกั้นจากสงคราม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่อส่งน้ำมันดังกล่าวเคยลำเลียงน้ำมัน 4-5 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นประมาณ 4-5% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก ทำให้ซาอุดีอาระเบียได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักน้อยกว่าประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและก๊าซรายอื่น ๆ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการหยุดชะงักของการส่งออก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จนถึงขณะนี้ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีท่อส่งน้ำมันดังกล่าว ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นจากพื้นที่บริเวณท่อส่งน้ำมันทางตอนใต้ของเมืองเมดินา กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและสร้างความเสียหาย โดยอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหาย แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าการโจมตีส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันมากน้อยเพียงใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งเดินทางเยือนไอร์แลนด์เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกอล์ฟที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งของเขา กล่าวว่า เป็นไปได้ว่าอิหร่านเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุโจมตีดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันเสาร์ หน่วยงานป้องกันภัยพลเรือนของซาอุดีอาระเบียระบุในแถลงการณ์ว่า กระสุนที่กลุ่มฮูตีเป็นผู้ยิงได้ทำให้ประชาชน 2 คนได้รับบาดเจ็บในภูมิภาคญีซาน และสร้างความเสียหายต่ออาคารหลายแห่ง รวมถึงมัสยิดแห่งหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในสหรัฐพุ่งทะลุระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6 ดอลลาร์ต่อแกลลอน หลังจากทั้งสหรัฐและอิหร่านต่างยิงโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน และกลุ่มฮูตีในเยเมนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่านรุกคืบและยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ตามแนวทะเลแดง ซึ่งอาจทำให้การหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งน้ำมันขยายไปยังเส้นทางสำคัญอีกแห่งหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้รัฐบาลวอชิงตันกำลังเผชิญภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกว่าจะช่วยซาอุดีอาระเบียต่อสู้กับกลุ่มฮูตีหรือไม่ เพราะการเข้าไปช่วยเหลืออาจทำให้สงครามขยายวงกว้างขึ้นอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยืนยันเมื่อวันเสาร์ว่า เขาได้พูดคุยกับมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ของซาอุดีอาระเบีย และกล่าวด้วยว่า กลุ่มฮูตีได้ติดต่อฝ่ายบริหารของเขาเช่นกัน พร้อมขอให้รัฐบาลวอชิงตันไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งโดยตรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่แหล่งข่าว 3 รายเเผยกับรอยเตอร์สว่า มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบียโทรศัพท์พูดคุยกับทรัมป์เมื่อวันพฤหัสบดี และขอความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐในการต่อสู้กับกลุ่มฮูตี แต่พระองค์ได้รับแจ้งว่าสหรัฐจะยังไม่เข้าแทรกแซงโดยตรงในขณะนี้ แต่จะให้ความช่วยเหลือด้านข่าวกรองกับซาอุดีอาระเบียแทน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากรัฐบาลเยเมน 4 รายบอกด้วยว่า กลุ่มฮูตีเข้ายึดเกาะเปริม ซึ่งเป็นเกาะยุทธศาสตร์ เมื่อวันศุกร์ โดยเกาะดังกล่าวตั้งอยู่กลางช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งอยู่ที่ปากทะเลแดง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่ข้อตกลงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ล่มสลายลงภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ยังไม่มีการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเพื่อยุติความขัดแย้ง อิบราฮิม อาซีซี ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่าน โพสต์บน X เมื่อวันเสาร์ว่า ตราบใดที่ฝ่ายสหรัฐไม่ยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดของอิหร่าน การพูดคุยและการเจรจาก็ไม่มีประโยชน์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า อิหร่านจะเข้าร่วมการประชุมกับประเทศอาหรับในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียที่ประเทศโอมานในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับอนาคตของช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านรายหนึ่ง ซึ่งให้สัมภาษณ์รอยเตอร์สเมื่อวันเสาร์ โดยลดความคาดหวังว่าการประชุมจะนำไปสู่ความคืบหน้าครั้งสำคัญ การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นตามความริเริ่มของโอมาน และมีเป้าหมายเพื่อหารือในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ แต่ไม่ได้คาดว่าจะนำไปสู่การลงนามในข้อตกลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวทัสนีมของอิหร่านรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า การประชุมวันจันทร์จะมีการเสนอข้อตกลงเกี่ยวกับเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซระหว่างอิหร่านกับโอมาน โดยอิรักจะเข้าร่วมการประชุมด้วย แต่ช่องแคบฮอร์มุซจะยังไม่เปิดอีกครั้งจนกว่าเงื่อนไข 7 ข้อที่อิหร่านส่งต่อให้สหรัฐจะได้รับการตอบสนอง แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านต้องการให้มีการรับรองสิทธิของตนในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะเปิดทางให้อิหร่านสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเรือที่ใช้เส้นทางดังกล่าวได้ ขณะที่สหรัฐปฏิเสธข้อเรียกร้องนี้ ส่วนโอมานซึ่งควบคุมพื้นที่ฝั่งตรงข้ามของช่องแคบฮอร์มุซระบุว่า กำลังเจรจาโดยได้รับความเห็นชอบจากประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886842?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โจมตีเรือในฮอร์มุซต่อเนื่อง หวั่นดันราคาน้ำมันพุ่ง จับตาอิหร่านถกชาติอาหรับ 14 ก.ย.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โจมตีเรือในฮอร์มุซต่อเนื่อง หวั่นดันราคาน้ำมันพุ่ง จับตาอิหร่านถกชาติอาหรับ 14 ก.ย.</dc:alternative><dc:abstract>โจมตีเรือในฮอร์มุซต่อเนื่อง หวั่นดันราคาน้ำมันพุ่ง จับตาอิหร่านถกชาติอาหรับ 14 ก.ย.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-13T04:46:15+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-13T04:46:15+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hms.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hms-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hms.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hms-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hms-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/hms-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ซีอีโอ Anthropic ร้องชะลอพัฒนาโมเดล AI หวั่นเสี่ยงด้านความปลอดภัย มัสก์-อัลต์แมน หนุน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886800]]></link><pubDate>2026-09-13T10:32:32+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5886800</guid><description>ซีอีโอ Anthropic ร้องชะลอพัฒนาโมเดล AI หวั่นเสี่ยงด้านความปลอดภัย มัสก์-อัลต์แมน หนุน ดาริโอ อโมเดอี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Anthropic เรียกร้องให้บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชะลออัตราการพัฒนาขีดค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ซีอีโอ Anthropic ร้องชะลอพัฒนาโมเดล AI หวั่นเสี่ยงด้านความปลอดภัย มัสก์-อัลต์แมน หนุน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ดาริโอ อโมเดอี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Anthropic เรียกร้องให้บริษัทด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชะลออัตราการพัฒนาขีดความสามารถของโมเดล  AI ท่ามกลางความวิตกที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการนำ  AI ไปใช้ในทางที่ผิด พร้อมเสนอกรอบแนวทาง 3 ขั้นตอน เพื่อชะลอการพัฒนาและให้เวลาเพิ่มเติมในการบริหารจัดการกับความเสี่ยงที่เกิดจาก  AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราต้องชะลอความเร็วในการยกระดับขีดความสามารถของโมเดล AI แม้ความก้าวหน้าจะยังคงดูรวดเร็วอยู่ แต่เราต้องใช้เวลาที่ได้มานี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” อโมเดอีเขียนในบทความขนาดยาวบน X เมื่อวันเสาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผน 3 ขั้นตอนของอโมเดอีประกอบด้วย การให้มีผู้ประเมินอิสระเข้ามาตรวจสอบภายในบริษัท โดยได้รับสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเสมือนเป็นพนักงานบริษัท เพื่อให้สามารถตรวจสอบมาตรการความปลอดภัยได้อย่างเป็นอิสระ การประสานงานระหว่างบริษัท AI ชั้นนำ เพื่อกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยและจำกัดการพัฒนา AI ที่ปราศจากการควบคุม และสุดท้ายคือความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงจาก AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัท x AI และแซม อัลต์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OpenAI ต่างเห็นด้วยกับข้อเสนอของอโมเดอี โดยโพสต์ข้อความบน X อัลต์แมนกล่าวว่า การให้คำมั่นว่าจะมีผู้ประเมินอิสระที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เสมือนเป็นพนักงานถือเป็นแนวคิดที่ยอดเยี่ยม และเราจะดำเนินการในลักษณะเดียวกัน พร้อมเสริมว่าจะมีการเปิดเผยข้มูลเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อโมเดอีเผยแพร่บทความดังกล่าวหลังจาก  Anthropic ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนครซานฟรานซิสโก เผยแพร่รายงานข่าวกรองภัยคุกคามเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน โดยระบุว่า มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีหลายกลุ่มนำโมเดล AI &amp;#8220;Claude&amp;#8221; ของบริษัทไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่การพัฒนาอาวุธและการปฏิบัติการทางไซเบอร์ ไปจนถึงการสอดแนมและการฉ้อโกง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อโมเดอีชี้ให้เห็นถึงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของ  AI ในการปรับปรุงตัวเอง โดยเน้นย้ำถึงความกังวลที่มีมานานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ AI อาจมีวิวัฒนาการที่เร็วกว่าที่มนุษย์จะควบคุมการทำงานของมันได้ รวมถึงเหตุการณ์ล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับ OpenAI และ Hugging Face ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาเห็นว่าควรชะลอการพัฒนาโมเดล AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความวิตกเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดจาก AI เพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ หลังจากเจค็อบ คอกซอน นักวิจัยของ  Anthropic ลาออก โดยระบุว่า ผู้คนที่กำลังสร้าง AI เชื่ออย่างจริงจังว่า AI อาจฆ่าพวกเราทุกคนได้ภายในสิ้นทศวรรษนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้บริหารหลายคนของ OpenAI ได้เสนอแนะเช่นกันว่า ห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำควรเต็มใจที่จะประสานงานกันเพื่อชะลอการพัฒนาโดยสมัครใจ หากจำเป็น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อมาตรการด้านความปลอดภัยของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Anthropic ที่ได้วางตำแหน่งตัวเองให้เป็นบริษัทพัฒนา AI ชั้นนำที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย แต่บริษัทก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความกังวลเหล่านี้ได้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทเปิดเผยกรณีใหม่อีกกรณีหนึ่งที่โมเดล AI  ของบริษัทเจาะระบบภายนอกได้ หลังจากเมื่อเดือนกรกฎาคม โมเดล Claude  บางตัวของบริษัท ได้เจาะระบบของบริษัท 3 แห่งระหว่างการทดสอบด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เมื่อพิจารณาจากอัตราการพัฒนาขีดความสามารถของ AI ที่รวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ  ผมกังวลว่าภายในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า กลุ่ม AI  เหล่านี้อาจมีศักยภาพมากพอที่จะเข้าควบคุมอินเทอร์เน็ตทั้งระบบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายหลายแสนล้านดอลลาร์” อโมเดอีระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อโมเดอีย้ำว่า เขาไม่ได้เรียกร้องให้ระงับการฝึกโมเดล  AI หรือหยุดยั้งความก้าวหน้าทางเทคนิค แต่ต้องการให้บริษัทต่าง ๆ ใช้เวลาอย่างเพียงพอในการทำให้โมเดล AI  มีเป้าหมายสอดคล้องกับความปลอดภัยและวางมาตรการป้องกันที่เหมาะสม รวมทั้งให้ผู้ประเมินจากภายนอกเข้ามาตรวจสอบและยืนยันว่าบริษัทได้ดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านั้นจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนหนึ่งของกรอบแนวทางที่เสนอ อโมเดอีระบุว่า Anthropic จะจัดให้มีผู้ตรวจสอบจากภายนอกเข้ามาประจำอยู่ภายบริษัทอย่างถาวร โดยผู้ตรวจสอบเหล่านี้จะสามารถเข้าถึงเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกระบวนการประเมินความเสี่ยงภายในขององค์กรได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า กลุ่ม AI agents ของ OpenAI ที่ทำงานเหนือการควบคุมได้เข้ายึดเว็บไซต์ของเยอรมนีแห่งหนึ่ง และเปลี่ยนเว็บไซต์ดังกล่าวให้กลายเป็นกระดานข่าวสำหรับ AI agent อื่น ๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่ของ OpenAI ซึ่งเป็นผู้พัฒนา ChatGPT ปกปิดเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ ขณะที่ผู้บริหารของบริษัทกำลังรับมือกับผลกระทบจากเหตุเจาะระบบ Hugging Face ที่เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์จำนวนมากที่ AI agent จากบริษัทพัฒนาเอไอ เช่น OpenAI สามารถเจาะระบบหรือพยายามเข้าถึงระบบภายนอก ได้กระตุ้นให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความสามารถของโมเดล AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความสามารถของบริษัทผู้พัฒนาในการควบคุมระบบเหล่านี้ให้อยู่ในขอบเขตที่ปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อโมเดอีระบุว่า บริษัท AI ควรร่วมมือกันโดยสมัครใจเพื่อกำหนดมาตรฐานร่วมกัน ขณะที่สมาชิกสภานิติบัญญัติของสหรัฐมากขึ้นเรื่อย ๆ กำลังเรียกร้องให้มีกฎระเบียบใหม่เพื่อกำกับดูแลระบบ  AI&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อโมเดอีเสริมว่า แนวทางที่ประสานงานกันจะช่วยให้บริษัท  AI ชั้นนำของสหรัฐสามารถดำเนินการวิจัยด้านความปลอดภัยและจัดทำมาตรการป้องกันที่จำเป็นได้ โดยไม่ทำให้บริษัทของตนเสียเปรียบในการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าแนวทางดังกล่าวอาจต้องอาศัยการรับการยกเว้นกฎหมายต่อต้านการผูกขาดในสหรัฐ เพื่อเปิดทางให้บริษัทต่าง ๆ สามารถร่วมมือกันในบางเรื่องได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อโมเดอียังระบุว่า การชะลอการพัฒนาใด ๆ โดยประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยควรมีขอบเขตจำกัด โดยต้องคำนึงถึงการรักษาความเป็นผู้นำที่บริษัท AI ของสหรัฐเหนือจีน เนื่องจากหากจีนมีความได้เปรียบด้าน AI ก็อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อโมเดอียังเรียกร้องให้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมชิป AI ขั้นสูง การกลั่นโมเดล และการขโมยน้ำหนักของโมเดล เพื่อป้องกันไม่ให้จีนลดช่องว่างด้านความสามารถทาง AI ที่มีอยู่กับสหรัฐลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผมเชื่อว่าบริษัท AI แนวหน้าทุกแห่งควรร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อทำให้แนวคิดเรื่องผู้ประเมินประจำอยู่ภายในองค์กรอย่างถาวร เพื่อช่วยป้องกันและบันทึกเหตุการณ์ความไม่สอดคล้องกับเป้าหมายและความปลอดภัยภายในบริษัท  เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาได้ดียิ่งขึ้น และเพื่อบังคับใช้กฎระเบียบที่มุ่งรักษาสมดุลระหว่างขีดความสามารถของ AI กับความปลอดภัย” อโมเดอีระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886800?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ซีอีโอ Anthropic ร้องชะลอพัฒนาโมเดล AI หวั่นเสี่ยงด้านความปลอดภัย มัสก์-อัลต์แมน หนุน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ซีอีโอ Anthropic ร้องชะลอพัฒนาโมเดล AI หวั่นเสี่ยงด้านความปลอดภัย มัสก์-อัลต์แมน หนุน</dc:alternative><dc:abstract>ซีอีโอ Anthropic ร้องชะลอพัฒนาโมเดล AI หวั่นเสี่ยงด้านความปลอดภัย มัสก์-อัลต์แมน หนุน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-13T12:59:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-13T12:59:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ai.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ai-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ai.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ai-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ai-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ai-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์ หลังสิ้นพิธี คิงฮารัลด์ที่ 5 เพียงไม่กี่วัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886062]]></link><pubDate>2026-09-12T09:01:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5886062</guid><description>เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์ หลังสิ้นพิธี คิงฮารัลด์ที่ 5 เพียงไม่กี่วัน เมื่อวันที่ 11 กันยายน รอยเตอร์ รายงานว่า เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์ พระเชษฐภคินี ของ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ผู [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์ หลังสิ้นพิธี คิงฮารัลด์ที่ 5 เพียงไม่กี่วัน&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 11 กันยายน รอยเตอร์ รายงานว่า &lt;strong&gt;เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์&lt;/strong&gt; พระเชษฐภคินี ของ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ผู้ล่วงลับ สิ้นพระชนม์ สิริพระชันษา 94 ปี จากการแถลงของสำนักพระราชวัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ พระอนุชาของเจ้าหญิงอัสตริด สิ้นพระชนม์เมื่อเดือนที่แล้วด้วยพระชนมายุ 89 พรรษา หลังจากครองราชย์มานานกว่า 35 ปี และ เจ้าหญิงได้ทรงปรากฏพระองค์ต่อสาธารณชนครั้งสุดท้าย ในงานพระราชพิธีศพของคิงฮารัลด์เมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 แห่งนอร์เวย์ ทรงพระราชอนุสรณ์ถึง เจ้าหญิงอัสตริด ว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ตลอดพระชนม์ชีพของเจ้าหญิงอัสตริดทรงเป็นตัวแทนของราชวงศ์ด้วยความอบอุ่นและทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยความรับผิดชอบ ตั้งแต่พระชันษา เพียง 22 ปี พระองค์ต้องรับบทบาทสตรีหมายเลขหนึ่งในการทรงงาน เมื่อสมเด็จย่าของข้าพเจ้าสวรรคต ทรงให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการดูแลผู้ด้อยโอกาสในสังคม ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยความมุ่งมั่น เอาพระทัยใส่ และมีพระอารมณ์ขันที่สร้างรอยยิ้มให้ทุกคนอยู่เสมอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรงเป็นกำลังสำคัญในการถวายงานสนับสนุน สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 และพวกเราทุกคนในราชวงศ์ พวกเราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากพระองค์มากมาย และพระองค์ไม่เคยลังเลที่จะตรัสเตือนหรือแนะแนวทางแก่พวกเรา การสิ้นพระชนม์ของพระองค์ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของพวกเรา พวกเราจะคิดถึงพระองค์ตลอดไป&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ระหว่างพระราชพิธีศพของคิงฮารัลด์ที่ 5 สำนักพระราชวังนอร์เวย์ ได้เผยแพร่ภาพ เจ้าหญิงอัสตริด ประทับบนรถเข็น เยี่ยมพระศพ ณ วิหารพระราชวังหลวง ในกรุงออสโล ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886062?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์ หลังสิ้นพิธี คิงฮารัลด์ที่ 5 เพียงไม่กี่วัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์ หลังสิ้นพิธี คิงฮารัลด์ที่ 5 เพียงไม่กี่วัน</dc:alternative><dc:abstract>เจ้าหญิงอัสตริด แห่งนอร์เวย์ สิ้นพระชนม์ หลังสิ้นพิธี คิงฮารัลด์ที่ 5 เพียงไม่กี่วัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-12T05:42:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-12T05:42:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/45247.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/45247-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T174101Z_1018795702_RC2T5U9OSVT5_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T174101Z_1018795702_RC2T5U9OSVT5_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T151011Z_1308726936_RC23DQ89151A_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T151011Z_1308726936_RC23DQ89151A_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>1018</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>1018</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T174103Z_1093384618_RC2B2LAFXDAB_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T174103Z_1093384618_RC2B2LAFXDAB_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T180912Z_2037864413_RC21HNAOJ31S_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T180912Z_2037864413_RC21HNAOJ31S_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-ASTRID-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>728</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>728</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/45247.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/45247-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ป่วน! น้ำมันแตะ 104 ดอลล์ ซาอุฯ ปิดท่อส่ง หลังถูกโจมตี ฮูตียึดเกาะยุทธศาสตร์ทะเลแดง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886037]]></link><pubDate>2026-09-12T08:11:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5886037</guid><description>ป่วน! น้ำมันแตะ 104 ดอลล์ ซาอุฯ ปิดท่อส่ง หลังถูกโจมตี ฮูตียึดเกาะยุทธศาสตร์ทะเลแดง แหล่งข่าวจากรัฐบาลเยเมน 4 รายบอกกับรอยเตอร์ว่า กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้เข้าถึงเกาะเปริม ซึ่งเป็นเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ป่วน! น้ำมันแตะ 104 ดอลล์ ซาอุฯ ปิดท่อส่ง หลังถูกโจมตี ฮูตียึดเกาะยุทธศาสตร์ทะเลแดง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากรัฐบาลเยเมน 4 รายบอกกับรอยเตอร์ว่า กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้เข้าถึงเกาะเปริม ซึ่งเป็นเกาะยุทธศาสตร์ในช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ช่องแคบตอนใต้ของทะเลแดง เมื่อวันที่ 11 การเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นความพยายามที่จะกระชับการควบคุมเส้นทางขนส่งทางทะเลที่สำคัญของโลก ท่ามกลางสงครามตะวันออกกลางที่กำลังขยายวงกว้างขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบียเผยว่า ท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาการขนส่งที่ติดขัดในช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดลงชั่วคราว หลังเกิดการโจมตีด้วยโดรนจากอิรัก เหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเส้นทางลำเลียงน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย ขณะที่ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติหรือผ่อนคลายสงครามยังคงชะงักงัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากกลุ่มฮูตีสามารถเข้าควบคุมช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งตั้งอยู่คนละด้านของคาบสมุทรอาหรับกับช่องแคบฮอร์มุซได้ ก็จะทำให้อิหร่านซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มฮูตีเกิดความได้เปรียบอย่างมากในสงครามกับสหรัฐ เนื่องจากอิหร่านจะสามารถจำกัดปริมาณการขนส่งผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์หลักแห่งที่ 2 และทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีและรุกคืบของกลุ่มฮูตีถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่เป็นอันตราย ด้านแหล่งข่าวระบุว่า ซาอุดีอาระเบียได้ขอความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐ ในขณะที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นจากสงครามกำลังส่งผลกระทบทางการเมืองต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และพรรครีพับลิกัน ก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสในเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าว 2 รายจากรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุดีอาระเบียและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ระบุว่า กองกำลังของรัฐบาลเยเมนได้ถอนกำลังออกจากเกาะเปริมแล้ว และกลุ่มฮูตียังสามารถเข้ายึดเมืองชายฝั่งทะเลแดงดุบบับบนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับเกาะดังกล่าวได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สงครามครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 6 เดือนก่อน จากการที่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณหนึ่งในห้าของโลกถูกปิดกั้นในทางปฏิบัติ นับแต่นั้นมา ซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นประเทศส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐต้องพึ่งพาเส้นทางขนส่งทางทะเลแดงมากขึ้น ขณะที่ประเทศในภูมิภาคอ่าว แหล่งข่าวในอุตสาหกรรม และทรัมป์ ต่างหารือกันถึงการขยายขีดความสามารถของระบบท่อส่งน้ำมันเพื่อเป็นหนึ่งในทางออกสำหรับปัญหาดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสื่อของทางการซาอุดีอาระเบียรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียว่า มีการระงับการใช้งานท่อส่งน้ำมันเป็นการชั่วคราว หลังเกิดการโจมตีหลายครั้งต่อท่อส่งน้ำมันสายตะวันออก-ตะวันตกในพื้นที่กรุงริยาดและเมืองมะดีนะห์ของซาอุดีอาระเบีย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ลงมือโจมตี โดยซาอุดีอาระเบียระบุเพียงว่า โดรนดังกล่าวบินมาจากอิรัก ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังติดอาวุธหลายกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาอุดีอาระเบียตัดสินใจยังไม่ตอบโต้การโจมตีในขณะนี้ หลังจากนายกรัฐมนตรีอิรักร้องขอให้ยับยั้งการตอบโต้ กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียระบุในแถลงการณ์ พร้อมย้ำว่า ซาอุดีอาระเบียยังสงวนสิทธิ์ที่จะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน ขณะที่รัฐบาลอิรักออกมาประณามการโจมตีดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าว 2 รายเผยกับรอยเตอร์ว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย ได้โทรศัพท์หาทรัมป์อย่างน้อย 2 ครั้งเมื่อวันที่ 10 กันยายน เพื่อขอความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐในการต่อสู้กับกลุ่มฮูตี โดยเป็นการยืนยันรายงานก่อนหน้านี้ของสำนักข่าวแอกซิออส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวทั้งสองระบุว่า สหรัฐแจ้งต่อซาอุดีอาระเบียว่า ขณะนี้ยังไม่พร้อมดำเนินการทางทหารโดยตรง แต่จะให้ความช่วยเหลือด้วยการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองและสนับสนุนด้านการกำหนดเป้าหมายโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่อส่งน้ำมันสายนี้มีความยาว 1,200 กิโลเมตร และเป็นเส้นทางทางเลือกสำคัญที่ช่วยให้ซาอุดีอาระเบียสามารถส่งน้ำมันไปยังตลาดโลกโดยไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ท่อส่งน้ำมันแห่งนี้สามารถลำเลียงน้ำมันได้วันละ 4 ล้านถึง 5 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็นประมาณ 4-5% ของอุปทานน้ำมันทั่วโลก ตามข้อมูลของบริษัทติดตามการเดินเรือและนักวิเคราะห์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบียระบุว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บบางส่วนและสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังประเมินผลกระทบอยู่ แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าการโจมตีส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันมากน้อยเพียงใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศระบุเมื่อวันศุกร์ว่า ปริมาณน้ำมันดิบที่ซาอุดีอาระเบียจัดหาให้ตลาดโลกลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบกว่า 30 ปี ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการโจมตีเรือที่แล่นผ่านช่องแคบบับ เอล-มันเดบโดยกลุ่มที่เชื่อมโยงกับฮูตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันศุกร์ แต่ยังมีแนวโน้มที่จะปิดตลาดรายสัปดาห์เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ล่าสุดราคาน้ำมันเบรนท์อยู่ที่ 104.6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสของสหรัฐอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยะห์ยา ซารี โฆษกฝ่ายทหารของกลุ่มฮูตี กล่าวว่า เส้นทางการเดินเรือทางทะเลยังคงปลอดภัยสำหรับเรือทุกลำ ยกเว้นเรือของซาอุดีอาระเบียซึ่งอยู่ภายใต้คำสั่งห้ามที่กลุ่มฮูตีประกาศไว้ก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกองกำลังรัฐบาลเยเมนส่งสัญญาณว่า จะพยายามยึดพื้นที่ที่กลุ่มฮูตีเข้ายึดครองกลับคืนมา หลังจากนักรบฮูตีซึ่งสามารถต้านทานการโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงของซาอุดีอาระเบียมาเป็นเวลาหลายปีในช่วงสงครามกลางเมืองเยเมน เปิดฉากการรุกอย่างรวดเร็วตามแนวชายฝั่งทะเลแดงในสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังรัฐบาลเยเมนประกาศว่าจะนำอาวุธและเครื่องบินเข้าสู่พื้นที่ เพื่อกำจัดการเคลื่อนไหวของกองกำลังฮูตีซึ่งรัฐบาลเยเมนเรียกว่า “กองกำลังติดอาวุธก่อการร้าย” ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ต่างๆ รวมถึงถนนที่มุ่งหน้าไปยังเมืองชายฝั่งโมคา ซึ่งกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวเข้ายึดได้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา พร้อมกับหมู่เกาะฮานิชในทะเลแดง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า การรุกคืบอย่างรวดเร็วและน่าตกตะลึงของกลุ่มฮูตีลงมาตามแนวชายฝั่งทะเลแดงของเยเมน เกิดขึ้นภายใต้คำแนะนำโดยตรงจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวชาวอิหร่าน 2 รายระบุว่า อิหร่านได้สั่งให้กลุ่มฮูตีเพิ่มระดับการโจมตีต่อซาอุดีอาระเบียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมให้คำมั่นว่าจะเพิ่มเงินทุน อาวุธ และส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มฮูตีในการดำเนินการดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในสุนทรพจน์เนื่องในวาระครบรอบ 25 ปีเหตุการณ์โจมตีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายน ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวหาอิหร่านว่าเป็น “ผู้สนับสนุนการก่อการร้ายอันดับหนึ่งของโลก” ขณะที่มัสอูด เปเซชกียาน ประธานาธิบดีอิหร่าน ตอบโต้ว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวมาจาก “พวกปีศาจกลุ่มเดียวกัน” ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่อิหร่านระบุว่าเป็นการโจมตีโรงเรียนโดยสหรัฐ ในช่วงเริ่มต้นของความขัดแย้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอิหร่านกล่าวว่าทำให้เด็กและครูเสียชีวิตมากกว่า 175 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านระบุว่ากลุ่มฮูตีเป็นพันธมิตร แต่ปฏิเสธต่อสาธารณะมาโดยตลอดว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งการทางทหารแก่กลุ่มฮูตี โดยยืนยันว่ากลุ่มฮูตี “ไม่ใช่ตัวแทน” ของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5886037?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ป่วน! น้ำมันแตะ 104 ดอลล์ ซาอุฯ ปิดท่อส่ง หลังถูกโจมตี ฮูตียึดเกาะยุทธศาสตร์ทะเลแดง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ป่วน! น้ำมันแตะ 104 ดอลล์ ซาอุฯ ปิดท่อส่ง หลังถูกโจมตี ฮูตียึดเกาะยุทธศาสตร์ทะเลแดง</dc:alternative><dc:abstract>ป่วน! น้ำมันแตะ 104 ดอลล์ ซาอุฯ ปิดท่อส่ง หลังถูกโจมตี ฮูตียึดเกาะยุทธศาสตร์ทะเลแดง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-12T01:14:07+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-12T01:14:07+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ps.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ps-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ps.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ps-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ps-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ps-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โครเอเชียผวา! นร.มัธยมก่อเหตุแทงเพื่อน-ภารโรง ในรร.กลางกรุง เจ็บ 2 ก่อนมือก่อเหตุถูกรวบ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885559]]></link><pubDate>2026-09-11T17:42:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5885559</guid><description>โครเอเชียผวา! นร.มัธยมก่อเหตุแทงเพื่อน-ภารโรง ในรร.กลางกรุง เจ็บ 2 ก่อนมือก่อเหตุถูกรวบ เกิดเหตุการณ์เขย่าขวัญขึ้นในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในกรุงซาเกร็บ เมืองหลวงของโครเอเชีย เมื่อวันศุกร์(11 ก.ย.)นี้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;โครเอเชียผวา! นร.มัธยมก่อเหตุแทงเพื่อน-ภารโรง ในรร.กลางกรุง เจ็บ 2 ก่อนมือก่อเหตุถูกรวบ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดเหตุการณ์เขย่าขวัญขึ้นในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง ในกรุงซาเกร็บ เมืองหลวงของโครเอเชีย เมื่อวันศุกร์(11 ก.ย.)นี้ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อนักเรียนคนหนึ่งได้ใช้อาวุธมีคมแทงเพื่อนและภารโรงทำให้ได้รับบาดเจ็บรวม 2 คน ก่อนเด็กที่ก่อเหตุจะถูกควบคุมตัวไว้ได้ โดยกระทรวงศึกษาธิการของโครเอเชียระบุว่าผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธที่มีลักษณะเป็น &amp;#8220;ของมีคม&amp;#8221; ในการก่อเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าเด็กนักเรียนที่ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาบาดแผลจากการถูกแทงหลายจุด แต่พ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนภารโรงได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวอินเด็กซ์รายงานว่าเหตุการณ์ทำร้ายดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกลุ่มนักเรียนที่เกี่ยวข้องมีปากเสียงกันเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ภาพวิดีโอจากจุดเกิดเหตุแสดงให้เห็นว่ามีการกั้นพื้นที่อาคารเรียนไว้ในระหว่างที่ตำรวจกำลังดำเนินการสอบสวน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุความรุนแรงครั้งนี้เป็นครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาของโครเอเชีย ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธันวาคมปี 2024 เคยเกิดเหตุอดีตนักเรียนชายคนหนึ่งพกพาอาวุธมีดบุกเข้าไปในโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงซาเกร็บ แล้วใช้มีดแทงเด็กหญิงวัย 7 ขวบเสียชีวิต รวมถึงทำให้เด็กอีก 3 คนและครูได้รับบาดเจ็บ โดยผู้ก่อเหตุถูกตัดสินว่ามีความผิดและได้รับโทษจำคุกเป็นเวลา 50 ปี เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้โรงเรียนทั้งในกรุงซาเกร็บและพื้นที่อื่นๆ ของโครเอเชีย หันมาจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยรักษาการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามาในโรงเรียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885559?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โครเอเชียผวา! นร.มัธยมก่อเหตุแทงเพื่อน-ภารโรง ในรร.กลางกรุง เจ็บ 2 ก่อนมือก่อเหตุถูกรวบ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โครเอเชียผวา! นร.มัธยมก่อเหตุแทงเพื่อน-ภารโรง ในรร.กลางกรุง เจ็บ 2 ก่อนมือก่อเหตุถูกรวบ</dc:alternative><dc:abstract>โครเอเชียผวา! นร.มัธยมก่อเหตุแทงเพื่อน-ภารโรง ในรร.กลางกรุง เจ็บ 2 ก่อนมือก่อเหตุถูกรวบ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T10:52:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T10:52:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254336566974.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254336566974-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254336566974.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254336566974-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254336566974-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26254336566974-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เมียนมา ปิดสนามบินมัณฑะเลย์ ป่วนสัญจรทางอากาศ หลังอ้างกลุ่มกบฎส่งโดรนพลีชีพโจมตี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885350]]></link><pubDate>2026-09-11T16:26:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5885350</guid><description>เมียนมา ปิดสนามบินมัณฑะเลย์ ป่วนสัญจรทางอากาศ หลังอ้างกลุ่มกบฎส่งโดรนพลีชีพโจมตี เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างสายการบินใหญ่เปิดเผยว่า สนามบินมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นท่าอากาศยานนานาชาติท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เมียนมา ปิดสนามบินมัณฑะเลย์ ป่วนสัญจรทางอากาศ หลังอ้างกลุ่มกบฎส่งโดรนพลีชีพโจมตี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างสายการบินใหญ่เปิดเผยว่า สนามบินมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่มีการสัญจรหนาแน่นเป็นอันดับ 2 ของประเทศเมียนมา ได้ปิดดำเนินงานเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 11-12 กันยายน ภายหลังจากเกิดเหตุโดรนพลีชีพโจมตีสนามบินขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลเมียนมากล่าวอ้างว่าเป็นฝีมือของกลุ่มกบฎต่อต้านรัฐบาลที่กำลังสู้รบกับกองทัพเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สายการบินเมียนมา แอร์เวย์ส อินเตอร์เนชันแนล โพสต์บนบัญชีเฟซบุ๊กช่วงกลางดึกคืนวันพฤหัสบดี(10 ก.ย.)ว่า เที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมดที่เข้าออกสนามบินนานาชาติตาดาอู อินเตอร์เนชันแนลในภูมิภาคมัณฑะเลย์ ได้ถูกระงับทำการบินเป็นการชั่วคราว ส่วนเที่ยวบินภายในประเทศกำลังถูกย้ายไปยังสนามบินใกล้เคียงจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง โดยมีสาเหตุมาจากเหตุผลด้านการปฏิบัติการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เที่ยวบินที่จะเดินทางไปยังเมืองมัณฑะเลย์ในวันที่ 11-12 กันยายน ถูกยกเลิก” เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานในกรุงเทพฯ ของสายการบินเมียนมาแอร์เวย์ส อินเตอร์เนชันแนล กล่าวในวันศุกร์(11 ก.ย.) และว่า สาเหตุที่มีการยกเลิกเที่ยวบินเป็นเพราะมีการปิดสนามบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมา สื่อทางการรายงานว่า กองกำลังฝ่ายความมั่นคงเมียนมาสามารถสกัดกั้นการโจมตีของกองกำลังพิทักษ์ประชาชน(PDF) ซึ่งเป็นกองกำลังติดอาวุธที่สนับสนุนประชาธิปไตยไว้ได้ โดยกองกำลังดังกล่าวได้ส่งโดรนพลีชีพ 6 ลำเข้าโจมตีสนามบิน และว่า การโจมตีดังกล่าวได้ส่งผลกระทบชั่วคราวต่อเที่ยวบินภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือความเสียหายต่อยานยนต์หรือรันเวย์ของสนามบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่าการโจมตีของกองกำลังต่อต้านรัฐบาลได้มุ่งเป้าโจมตีเครื่องบินรบของกองทัพเมียนมาที่จอดอยู่ที่สนามบินดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้เมียนมายังตกอยู่ในสงครามกลางเมืองนับจากเกิดเหตุรัฐประหารโค่นล้มอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2021 ส่งผลให้ประชาชนผู้ฝักใฝ่ประชาธิปไตยรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกองกำลังต่อต้านระบอบอำนาจเผด็จการทหาร รวมถึงกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อยที่จับอาวุธขึ้นสู้รบกับกองทัพเมียนมาจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองนองเลือดรุนแรงถึงวันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885350?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เมียนมา ปิดสนามบินมัณฑะเลย์ ป่วนสัญจรทางอากาศ หลังอ้างกลุ่มกบฎส่งโดรนพลีชีพโจมตี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เมียนมา ปิดสนามบินมัณฑะเลย์ ป่วนสัญจรทางอากาศ หลังอ้างกลุ่มกบฎส่งโดรนพลีชีพโจมตี</dc:alternative><dc:abstract>เมียนมา ปิดสนามบินมัณฑะเลย์ ป่วนสัญจรทางอากาศ หลังอ้างกลุ่มกบฎส่งโดรนพลีชีพโจมตี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T09:26:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T09:26:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-162155.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-162155-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-162155.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-162155-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-162155-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-162155-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มิน ออง ไลง์ เปิดฉากเยือนกัมพูชา 2 วัน พบหารือสองพ่อลูกตระกูลฮุน เร่งฟื้นสัมพันธ์อาเซียน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885224]]></link><pubDate>2026-09-11T15:45:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5885224</guid><description>มิน ออง ไลง์ เปิดฉากเยือนกัมพูชา 2 วัน พบหารือสองพ่อลูกตระกูลฮุน เร่งฟื้นสัมพันธ์อาเซียน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า พลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา เปิดฉากการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการเป็นเวล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มิน ออง ไลง์ เปิดฉากเยือนกัมพูชา 2 วัน พบหารือสองพ่อลูกตระกูลฮุน เร่งฟื้นสัมพันธ์อาเซียน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า พลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา เปิดฉากการเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วัน เมื่อวันที่ 11 กันยายน ในความพยายามล่าสุดผู้นำรัฐบาลเมียนมาในการมุ่งปรับความสัมพันธ์ระดับปกติกับชาติสมาชิกในกลุ่มอาเซียน หลังจากความสัมพันธ์ได้เสื่อมถอยลงไปนับจากเกิดเหตุรัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2021 และทำให้ประเทศตกอยู่ในสงครามกลางเมืองนับแต่นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ MRTV ของทางการเมียนมารายงานว่า พลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเตโช ในกรุงพนมเปญ ในช่วงเช้าวันศุกร์(11 ก.ย.)นี้ ก่อนที่เขาพร้อมคณะผู้ติดตามจะเข้าพบหารือทวิภาคีกับสมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ตามาด้วยนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชาต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กัมพูชา ถือเป็นประเทศ 4 ในกลุ่มอาเซียนที่พลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ เดินทางเยือนนับจากเขาขึ้นรับตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในความพยายามที่จะพื้นฟูสถานะของตนเองภายกลุ่มอาเซียน หลังจากมิน ออง ไลง์ ต้องเผชิญการถูกโดดเดี่ยวทางการทูตมาเป็นเวลาหลายปีนับตั้งแต่นำกองทัพยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจีในปี 2021 และถูกบอยคอตไม่ให้เข้าร่วมการประชุมระดับสูงของอาเซียน เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามแผนสันติภาพ 5 ข้อของอาเซียน ซึ่งเรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งรุนแรงในเมียนมา ให้จัดการเจรจาครอบคลุมทุกฝ่าย มีการไกล่เกลี่ยโดยผู้แทนพิเศษของอาเซียน เปิดทางให้นำความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และการให้ผู้แทนพิเศษอาเซียนสามารถหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีมิน ออง ไลง์ ได้เดินทางเยือนอินเดีย จีน ลาว ไทย คาซัคสถาน เบลารุส รัสเซีย และเวียดนามเมื่อเร็วๆ นี้ โดยได้พบปะหารือกับผู้นำประเทศต่างๆ และหารือกับภาคธุรกิจเพื่อดึงดูดให้เข้าไปลงทุนในประเทศเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี การเยือนกัมพูชาครั้งนี้ของมิน ออง ไลง์ ยังเผชิญการถูกประณามจาก ขบวนการเขมรเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นกลุ่มแนวร่วมที่จัดตั้งขึ้นโดยแกนนำฝ่ายค้านกัมพูชาที่ลี้ภัยทางการเมืองอยู่ ซึ่งออกมาระบุเมื่อวันพุธ(9 ก.ย.)ว่า การเยือนครั้งนี้จะต้องไม่กลายเป็นอีกหนึ่งก้าวในความพยายามของมิน ออง ไลง์ ที่จะหลีกเลี่ยงแรงกดดันทางการทูตจากอาเซียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่มฟอร์ติฟาย ไรท์ส ซึ่งเป็นองค์กรสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ได้เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชายกเลิกการเยือนดังกล่าวแทนที่จะมอบความชอบธรรมทางการเมืองให้กับมิน ออง ไลง์ นอกจากนี้ทางกลุ่มยังเรียกร้องให้ทางการกัมพูชาจับกุมเขาและส่งตัวไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศ(ICC)ด้วย เนื่องจากอัยการ ICC ในขณะนั้นได้ยื่นขอศาลออกหมายจับเขาเมื่อปี 2024 ในข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่กระทำต่อชาวโรฮีนจา ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในรัฐยะไข่ของเมียนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885224?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มิน ออง ไลง์ เปิดฉากเยือนกัมพูชา 2 วัน พบหารือสองพ่อลูกตระกูลฮุน เร่งฟื้นสัมพันธ์อาเซียน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มิน ออง ไลง์ เปิดฉากเยือนกัมพูชา 2 วัน พบหารือสองพ่อลูกตระกูลฮุน เร่งฟื้นสัมพันธ์อาเซียน</dc:alternative><dc:abstract>มิน ออง ไลง์ เปิดฉากเยือนกัมพูชา 2 วัน พบหารือสองพ่อลูกตระกูลฮุน เร่งฟื้นสัมพันธ์อาเซียน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T08:45:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T08:45:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_535642277_RC2SGNA6YW1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_535642277_RC2SGNA6YW1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_535642277_RC2SGNA6YW1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_535642277_RC2SGNA6YW1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_535642277_RC2SGNA6YW1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_535642277_RC2SGNA6YW1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064926Z_1919007102_RC2SGNARK3OQ_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064926Z_1919007102_RC2SGNARK3OQ_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_1235882973_RC2SGNA78F1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064936Z_1235882973_RC2SGNA78F1R_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064933Z_61540699_RC2SGNAOVS8U_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T064933Z_61540699_RC2SGNAOVS8U_RTRMADP_3_CAMBODIA-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อู้ฟู่! ไมครอน แจกโบนัสให้พนักงานในไต้หวัน สูงสุด 68 เดือน พ่วงโบนัสพิเศษอีก 1 ล้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885204]]></link><pubDate>2026-09-11T15:28:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5885204</guid><description>อู้ฟู่! ไมครอน แจกโบนัสให้พนักงานในไต้หวัน สูงสุด 68 เดือน พ่วงโบนัสพิเศษอีก 1 ล้าน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 กันยายน บริษัท ไมครอน เทคโนโลยี ผู้ผลิตชิปรายใหญ่จากสหรัฐ ประกาศว่า พนักงา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อู้ฟู่! ไมครอน แจกโบนัสให้พนักงานในไต้หวัน สูงสุด 68 เดือน พ่วงโบนัสพิเศษอีก 1 ล้าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 กันยายน บริษัท ไมครอน เทคโนโลยี ผู้ผลิตชิปรายใหญ่จากสหรัฐ ประกาศว่า พนักงานในสายการผลิตโดยตรงในไต้หวัน จะได้รับเงินโบนัสคิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 35 ถึง 68 เดือน สำหรับปีงบประมาณ 2026 พร้อมการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำที่เป็นเงินสดอย่างน้อย 1.7 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 1.7 ล้านบาท) หลังจากบริษัทประสบความสำเร็จอย่างงดงามในรอบปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไมครอนระบุว่า การจ่ายผลตอบแทนให้แก่พนักงาน ซึ่งครอบคลุมถึงพนักงานระดับปฏิบัติการ, ช่างเทคนิค และวิศวกรประจำกะ ในครั้งนี้ถือเป็นยอดจ่ายที่สูงที่สุดเท่าที่บริษัทเคยมีมา และจะมีพนักงานมากกว่า 60,000 คนทั่วโลก ได้รับรางวัลเป็นผลตอบแทนประจำปีงบประมาณ 2026 นี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า การประกาศมอบโบนัสก้อนโตนี้ มีขึ้นหลังจากสหภาพแรงงานซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานเกือบ 2 ใน 3 ของไมครอนในไต้หวัน ส่งสัญญาณว่าสมาชิกส่วนใหญ่พร้อมใจกันสนับสนุนให้มีการนัดหยุดงานประท้วง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไมครอน เทคโนโลยี ระบุด้วยว่า ผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าว ยังรวมถึงโบนัสพิเศษเป็นเงินสด 1 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน สำหรับพนักงานในไต้หวันทุกคนที่เริ่มงานก่อนวันที่ 29 สิงหาคม 2025 ประจำปีงบประมาณ 2026 อีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับวิศวกรระดับเริ่มต้น ผลตอบแทนรวมเฉลี่ยจะอยู่ที่ 3.4 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ซึ่งรวมถึงเงินสดเฉลี่ยคนละ 2.9 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน ส่วนที่เหลือจะอยู่ในรูปแบบของหุ้นบริษัท ตามราคาประเมิน ณ วันที่อนุมัติพร้อมยืนยันว่า พนักงานทุกคนจะได้รับสิทธิการจัดสรรหุ้นประจำปีเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไมครอนมีพนักงานอยู่ในไต้หวันราว 15,000 คน นับเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญที่สุดของบริษัท โดยลงนามลงทุนในเกาะไต้หวันไปแล้วกว่า 1.6 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยยักษ์ใหญ่ด้านการผลิตชิปหน่วยความจำจากสหรัฐ และสหภาพแรงงานเมืองเถาหยวน ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ ในการประชุมไกล่เกลี่ยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการนัดหมายเจรจาไกล่เกลี่ยรอบที่ 2&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ไมครอนเองพยายามอย่างหนักที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดวิกฤตการณ์ซ้ำรอยคู่แข่งจากเกาหลีใต้ อย่างซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ที่เคยเจอเหตุการณ์ขู่นัดหยุดงานยาว 18 วัน จากสมาชิกสหภาพกว่า 48,000 คน เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนจะยกเลิกในนาทีสุดท้าย หลังการเจรจาสำเร็จด้วยการจัดตั้งกองทุนโบนัสพิเศษ คิดเป็น 10.5 เปอร์เซ็นต์ของกำไรจากการดำเนินการแผนกชิป ซึ่งขึ้นอยู่กับเป้าหมายของผลกำไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว แนวโน้มการหยุดชะงักของสายการผลิตในบริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้สร้างความหวาดวิตกเกี่ยวกับภาวะขาดแคลนชิปทั่วโลก และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 4 ของเอเชีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ สหภาพแรงงานไต้หวันของไมครอนเคยออกมาระบุว่า ข้อตกลงการจัดสรรส่วนแบ่งกำไรของซัมซุง และเอสเค ไฮนิกซ์ ได้สร้างช่องว่างทางรายได้ที่กว้างขึ้น ระหว่างพนักงานบริษัทไมครอนกับเพื่อนร่วมอาชีพในเกาหลีใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5885204?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อู้ฟู่! ไมครอน แจกโบนัสให้พนักงานในไต้หวัน สูงสุด 68 เดือน พ่วงโบนัสพิเศษอีก 1 ล้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อู้ฟู่! ไมครอน แจกโบนัสให้พนักงานในไต้หวัน สูงสุด 68 เดือน พ่วงโบนัสพิเศษอีก 1 ล้าน</dc:alternative><dc:abstract>อู้ฟู่! ไมครอน แจกโบนัสให้พนักงานในไต้หวัน สูงสุด 68 เดือน พ่วงโบนัสพิเศษอีก 1 ล้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T08:47:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T08:47:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/micron3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/micron3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/micron3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/micron3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/micron4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/micron4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทูตไทยหารือ รมว.ทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก เชิญร่วมงาน Gastech 2026]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884932]]></link><pubDate>2026-09-11T14:35:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5884932</guid><description>ทูตไทยหารือ รมว.ทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก เชิญร่วมงาน Gastech 2026 เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต เข้าพบหารือกับนาย Estêvão Rafael Pale รัฐมนตรีว่าการก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทูตไทยหารือ รมว.ทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก เชิญร่วมงาน Gastech 2026&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต เข้าพบหารือกับนาย Estêvão Rafael Pale รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก (Ministry of Mineral Resources and Energy &amp;#8211; MIREME) ในห้วงการจัดงาน FACIM 2026 โดยเอกอัครราช&lt;br /&gt;
ทูตบัญชาฯ ได้เชิญรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานโมซัมบิก เข้าร่วมงาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นการประชุมและนิทรรศการด้านพลังงานระดับโลกที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ รวมทั้งเชิญเข้าร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรมระดับรัฐมนตรีภายในงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในโอกาสดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับศักยภาพของโมซัมบิกในการก้าวขึ้นเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรม LNG ของโลก โดยปัจจุบัน บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. สผ. ของไทย ได้ร่วมลงทุนในโครงการ Mozambique LNG ใน Area 1 จังหวัด Cabo Delgado ซึ่งเป็นโครงการพลังงานขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและภาคพลังงานของโมซัมบิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมา กระทรวงทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก ได้มอบหมายให้ Dr. Rudêncio Morais ประธานคณะกรรมการบริหาร Empresa Nacional de Hidrocarbonetos (ENH) ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติของโมซัมบิก เป็นหัวหน้าคณะผู้แทน รวม 11 คน เข้าร่วมงาน Gastech 2026 ที่ประเทศไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ปตท. สผ. มีกำหนดจัดให้คณะผู้แทนโมซัมบิก ซึ่งนำโดยประธานคณะกรรมการบริหาร ENH ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของ ปตท. สผ. ในโครงการ Area 1 เข้าเยี่ยมชมกิจการด้าน LNG ที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างไทยกับโมซัมบิกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884932?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทูตไทยหารือ รมว.ทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก เชิญร่วมงาน Gastech 2026&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทูตไทยหารือ รมว.ทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก เชิญร่วมงาน Gastech 2026</dc:alternative><dc:abstract>ทูตไทยหารือ รมว.ทรัพยากรแร่และพลังงานโมซัมบิก เชิญร่วมงาน Gastech 2026</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T07:35:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T07:35:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mzb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mzb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mzb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mzb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mzb-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/mzb-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลฮ่องกง สั่งโทษจำคุก 7 ปี สองนักต่อสู้ประชาธิปไตย ปมจัดงานรำลึกเหตุนองเลือดเทียนอันเหมิน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884726]]></link><pubDate>2026-09-11T12:38:10+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5884726</guid><description>ศาลฮ่องกง สั่งโทษจำคุก 7 ปี สองนักต่อสู้ประชาธิปไตย ปมจัดงานรำลึกเหตุนองเลือดเทียนอันเหมิน เมื่อวันที่ 11 กันยายน ศาลฮ่องกงได้ตัดสินโทษจำคุกเป็นเวลา 7 ปีต่อสองนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวฮ่องกง หล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ศาลฮ่องกง สั่งโทษจำคุก 7 ปี สองนักต่อสู้ประชาธิปไตย ปมจัดงานรำลึกเหตุนองเลือดเทียนอันเหมิน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 11 กันยายน ศาลฮ่องกงได้ตัดสินโทษจำคุกเป็นเวลา 7 ปีต่อสองนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยชาวฮ่องกง หลังจากจำเลยทั้งสองถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดการล้มล้างอำนาจรัฐ จากการร่วมจัดกิจกรรมจุดเทียนรำลึกถึงเหตุการณ์นองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จำเลยทั้งสองในคดีนี้ ได้แก่ นายลี ชุก-หยาน อายุ 69 ปี และน.ส.โจว ฮัง-ตง อายุ 41 ปี สองนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มจัดกิจกรรมจุดเทียนรำลึกเหตุการณ์ปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในกรุงปักกิ่งเมื่อปี ค.ศ. 1989 ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในฮ่องกง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการพิจารณาตัดสินโทษ ผู้พิพากษาศาลฮ่องกงได้เน้นย้ำถึงการที่จำเลยทั้งสองได้ใช้ถ้อยคำว่า “ยุติระบอบเผด็จการพรรคเดียว” ในระหว่างการทำกิจกรรมทางการเมืองดังกล่าวซึ่งถือเป็นการยุยงปลุกปั่นในการล้มล้างอำนาจรัฐ โดยนายลีถูกตัดสินโทษจำคุก 7 ปี ส่วนน.ส.โจว ได้รับโทษจำคุก 7 ปี 3 เดือน หลังจากทั้งคู่ถูกตัดสินว่ามีความผิดตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในการพิจารณาคดีเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งจำเลยทั้งสองปฏิเสธข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้นายลีและน.ส.โจว ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานกลุ่มพันธมิตรฮ่องกงเพื่อการสนับสนุนขบวนการประชาธิปไตยรักชาติของจีน(Hong Kong Alliance in Support of Patriotic Democratic Movements of China) ที่ปัจจุบันได้ยุบตัวไปแล้วนั้น ถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่ปี 2021&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนของนายอัลเบิร์ต โฮ อายุ 74 ปี จำเลยอีกคน ซึ่งเคยเป็นประธานกลุ่มดังกล่าวและเคยเป็นอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปไตย พรรคฝ่ายค้านใหญ่ที่สุดของฮ่องกง ได้ให้การรับสารภาพเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้น ถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 5 ปี 2 เดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ศาลยังมีคำสั่งให้กลุ่มพันธมิตรฮ่องกงฯจ่ายค่าปรับเป็นเงิน 1.5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 6.3 ล้านบาทด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อทนายความของจำเลยทั้ง 3 ในคดีนี้เพื่อขอความเห็นหลังคำตัดสินข้างต้นศาลของศาลได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่มีความเห็นจากเอเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียของกลุ่มฮิวแมนไรท์สวอท์ช กล่าวว่า การลงโทษนักกิจกรรมอย่างรุนแรงของศาลสูงฮ่องกงเพียงเพราะพวกเขาดำเนินกิจกรรมทางประชาธิปไตยตามปกติ ถือเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบของพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในอดีตการจัดกิจกรรมรำลึกถึงเหตุการณ์นองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในที่สาธารณะเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายและได้รับการยอมรับในฮ่องกง และถือเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงเสรีภาพของชาวฮ่องกงที่มีเมื่อเทียบกับจีนแผ่นดินใหญ่ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมดังกล่าวถูกสั่งห้ามโดยทางพฤตินัยในปี 2020 หลังจากกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติมีผลบังคับใช้ในฮ่องกงหลังจากเกิดเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านจีนครั้งใหญ่ในฮ่องกงขึ้นในปีก่อนหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884726?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลฮ่องกง สั่งโทษจำคุก 7 ปี สองนักต่อสู้ประชาธิปไตย ปมจัดงานรำลึกเหตุนองเลือดเทียนอันเหมิน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลฮ่องกง สั่งโทษจำคุก 7 ปี สองนักต่อสู้ประชาธิปไตย ปมจัดงานรำลึกเหตุนองเลือดเทียนอันเหมิน</dc:alternative><dc:abstract>ศาลฮ่องกง สั่งโทษจำคุก 7 ปี สองนักต่อสู้ประชาธิปไตย ปมจัดงานรำลึกเหตุนองเลือดเทียนอันเหมิน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T07:41:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T07:41:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T034328Z_152697244_RC2RGNAY6RJC_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-TIANANMEN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T034328Z_152697244_RC2RGNAY6RJC_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-TIANANMEN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T034328Z_152697244_RC2RGNAY6RJC_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-TIANANMEN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T034328Z_152697244_RC2RGNAY6RJC_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-TIANANMEN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T034328Z_152697244_RC2RGNAY6RJC_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-TIANANMEN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-11T034328Z_152697244_RC2RGNAY6RJC_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-TIANANMEN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สลด! อินฟลูฯจีนสายกินจุเสียชีวิตในวัย 24 ปี แพทย์เตือนอันตรายจากล้วงคออ้วก-กินยาระบาย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884557]]></link><pubDate>2026-09-11T11:18:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5884557</guid><description>สลด! อินฟลูฯสาวจีนสายกินจุเสียชีวิต ในวัย 24 ปี หลังโพแทสเซียมในเลือดต่ำรุนแรง แพทย์เตือนอันตรายจากล้วงคออ้วก-กินยาระบาย กานฟาน อิ๋งอิ๋ง หรือ เฉินจื่ออี๋ อินฟลูเอนเซอร์สายกินชาวจีน วัย 24 ปี เสียชีวิต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สลด! อินฟลูฯสาวจีนสายกินจุเสียชีวิต ในวัย 24 ปี หลังโพแทสเซียมในเลือดต่ำรุนแรง แพทย์เตือนอันตรายจากล้วงคออ้วก-กินยาระบาย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กานฟาน อิ๋งอิ๋ง หรือ เฉินจื่ออี๋ อินฟลูเอนเซอร์สายกินชาวจีน วัย 24 ปี เสียชีวิตอย่างกะทันหันเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เนื่องจากภาวะหัวใจหยุดเต้น สามวันหลังจากที่เธอโพสต์คลิปขณะนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง พร้อมกับบอกบรรดาผู้ติดตามว่า อย่าละเลยเรื่องการดูแลสุขภาพของตัวเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไชน่านิวส์เซอร์วิส รายงานเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมาว่า อิ๋งอิ๋ง เป็นอินฟลูฯสายกินจุชาวจีน เสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้น มีรายงานว่า เชื่อมโยงกับภาวะระดับโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ทำให้แพทย์ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงต่อสุขภาพจากการล้วงคออ้วกและการใช้ยาระบาย ในกลุ่มบรรดานักกินจุทั้งหลาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่พ่อแม่ของอิ๋งอิ๋ง ได้ประกาศข่าวการเสียชีวิตของลูกสาว ผ่านทางโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา โดยระบุว่า ลูกสาวซึ่งเป็นที่รู้จักกันบนโลกออนไลน์ ในชื่อ &amp;#8220;อิ๋งอิ๋ง&amp;#8221; แซ่เฉิน ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน ได้เสียชีวิตตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;aligncenter wp-image-5884608 size-full&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318-e1789099868427.png&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;459&quot; height=&quot;660&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318-e1789099868427.png 459w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318-e1789099868427-209x300.png 209w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318-e1789099868427-292x420.png 292w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318-e1789099868427-400x575.png 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318-e1789099868427-250x359.png 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 459px) 100vw, 459px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวิดีโอสุดท้ายของอิ๋งอิ๋ง ที่โพสต์เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม อิ๋งอิ๋งบอกว่า เธอกินอาหารปริมาณมากเกินไปซ้ำๆ เป็นเหตุให้ระดับโพแทสเซียมของเธอต่ำ จนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยอิ๋งอิ๋งบอกว่า ระดับโพแทสเซียมในเลือดของเธอ ต่ำลงถึง 2.3 พร้อมกับยอมรับว่า ภาวะดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการกินโชว์ผ่านสตรีมมิ่งของเธอ พร้อมกับเตือนผู้ติดตามชมว่า &amp;#8220;แม้ว่าการหาเงินจะสำคัญ แต่สุขภาพก็ควรมาเป็นอันดับแรกเสมอ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;รายงานแจ้งว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อิ๋งอิ๋งเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยสาเหตุเดียวกัน โดยในวิดีโอ อิ๋งอิ๋งยังบอกด้วยว่า ระดับโพแทสเซียมต่ำของเธอนั้น ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเป็นอินฟลูฯสายกินแหลก และพฤติกรรมล้วงคออ้วกที่ทำมาอย่างยาวนาน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิ๋งอิ๋งบอกด้วยว่า ยอดขายจากการกินจุโชว์ผ่านสตรีมมิ่งนั้น เป็นงานที่ต้องใช้ร่างกายอย่างหนัก และว่า เธอเคยต้องกินไข่เยี่ยวม้าถึง 60-70 ฟอง ระหว่างการไลฟ์สตรีมครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5884603&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5.jpeg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;920&quot; height=&quot;702&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5.jpeg 920w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5-300x229.jpeg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5-768x586.jpeg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5-728x555.jpeg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5-550x420.jpeg 550w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5-400x305.jpeg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5-250x191.jpeg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 920px) 100vw, 920px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สินค้าอื่นๆ ก็บีบให้เธอต้องกินอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เธอบอกว่า นักกินจุมักจะเผชิญแรงกดดันให้กินมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย แม้ว่าร่างกายของพวกนักกินจุอาจจะไม่สามารถทนต่อความหนักหน่วงนั้นได้ก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายแพทย์ ไช่ ฉีเฉิน จากแผนกเวชศาสตร์ทั่วไป โรงพยาบาลเจ้อเจียง อธิบายว่า ลำพังเพียงการกินจุอย่างเดียว ไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้สูญเสียโพแทสเซียมอย่างรุนแรง ประเด็นสำคัญอยู่ที่พฤติกรรม 2 ประการที่พบได้บ่อยในแวดวงนักกิน นั่นคือ การล้วงคออ้วก และการใช้ยาระบาย เพื่อรักษารูปร่างเอาไว้ในขณะที่ยังต้องกินอาหารปริมาณมากต่อไป นักกินจุบางคนจึงกินต่อหน้ากล้อง แล้วบังคับให้ตัวเองอ้วกออกหลังกล้อง หรือกินยาระบายเพื่อขับถ่ายอาหารที่กินเข้าไปให้ออกมาอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;wp-image-5884604 aligncenter&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;534&quot; height=&quot;1069&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-150x300.jpg 150w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-512x1024.jpg 512w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-768x1537.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-767x1536.jpg 767w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-1023x2048.jpg 1023w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-728x1457.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-1068x2138.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-210x420.jpg 210w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-400x801.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-250x500.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 534px) 100vw, 534px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายแพทย์ไช่บอกว่า ความเข้มข้นของโพแทสเซียมในน้ำย่อยและของเหลวในลำไส้นั้น มีสูงกว่าในเลือดมาก ดังนั้น การอ้วกหรือการท้องเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า อาจนำไปสู่การสูญเสียโพแทสเซียมจำนวนมาก และทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดลดต่ำลงเรื่อยๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเดอะเปเปอร์ รายงานว่า อิ๋งอิ๋ง ไม่ใช่อินฟลูฯรายเดียวที่เจอกับสถานการณ์เช่นนี้ นักกินบางคนได้ผลักดันตัวเองเข้าสู่วงจรอุบาทว์ของการกินเกินขนาดและการทำร้ายตัวเอง เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของ &amp;#8220;คนกินดุ&amp;#8221; และดึงดูดผู้ชม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;wp-image-5884606 aligncenter&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;489&quot; height=&quot;684&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-.jpg 1200w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--215x300.jpg 215w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--732x1024.jpg 732w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--768x1074.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--1098x1536.jpg 1098w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--728x1018.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--1068x1493.jpg 1068w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--300x420.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--400x559.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--250x350.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 489px) 100vw, 489px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีรายงานว่า บางรายบริโภคอาหารมากถึง 20-25 กิโลกรัม ภายในเวลา 2 ชั่วโมง บางคนกินเกี๊ยวซ่า 120 ชิ้น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 16 ซอง ในการไลฟ์สตรีมครั้งเดียว และต่อมามีน้ำหนักตัวสูงถึงประมาณ 190 กิโลกรัม จนต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับโรคอ้วน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เพาเพาหลง อินฟลูเอนเซอร์สายกิน วัย 29 ปี เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว หลังจากน้ำหนักตัวพุ่งสูงถึง 160 กิโลกรัม ขณะที่ &amp;#8220;เวินเว่ยเกอ&amp;#8221; ซึ่งป่วยเป็นโรคไตระยะสุดท้าย และต้องฟอกไตเป็นประจำ ยังคงต้องโชว์การกินอย่างเอาเป็นเอาตายก่อนที่เขาจะเสียชีวิต นอกจากนี้ ยังมี ซานฉีเกอ นักกินโชว์สายดื่ม ที่เสียชีวิตหลังจากดื่มเหล้าดีกรีแรงของจีนไป 4 ขวด ระหว่างการดวลกับสตรีมเมอร์รายอื่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประเทศจีน ได้บังคับใช้ข้อจำกัดทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับมานานแล้ว เพื่อปราบปรามคอนเทนต์สตรีมกินที่ไม่เหมาะสมและเกินพอดี ซึ่งยังคงเป็นเป้าหมายหลักใน &amp;#8220;ยุทธการชิงหลาง&amp;#8221; (Qinglang Operation) ของประเทศ (ปฏิบัติการจัดระเบียบโลกไซเบอร์ให้สะอาดบริสุทธิ์) โดยกฎหมายต่อต้านการสิ้นเปลืองอาหาร (Anti-Food Waste Law) ซึ่งผ่านร่างในปี 2021 โดยห้ามการผลิต เผยแพร่ และส่งต่อเนื้อหาทั้งในรูปแบบเสียงและวิดีโอ ที่ส่งเสริมการกินอาหารมากเกินขนาด และการกินแหลกอย่างชัดเชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ สำนักข่าวเปเปอร์รายงานว่า แนวทางปฏิบัติสำหรับสตรีมเมอร์ออนไลน์ ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2022 ได้ห้ามสตรีมเมอร์ที่ถ่ายทอดสด ทำพฤติกรรมต่างๆ อย่างชัดเจน เช่น การจัดฉากกินเท็จ การล้วงคออ้วก และการกินอาหารในปริมาณมากเกินปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884557?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สลด! อินฟลูฯจีนสายกินจุเสียชีวิตในวัย 24 ปี แพทย์เตือนอันตรายจากล้วงคออ้วก-กินยาระบาย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สลด! อินฟลูฯจีนสายกินจุเสียชีวิตในวัย 24 ปี แพทย์เตือนอันตรายจากล้วงคออ้วก-กินยาระบาย</dc:alternative><dc:abstract>สลด! อินฟลูฯจีนสายกินจุเสียชีวิตในวัย 24 ปี แพทย์เตือนอันตรายจากล้วงคออ้วก-กินยาระบาย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T04:39:40+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T04:39:40+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yingying111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yingying111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yingying111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yingying111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yingying111222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yingying111222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5.jpeg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ea223ef2-baf4-4a40-9653-25c63f19f8d5-150x150.jpeg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>920</mi:x1><mi:y1>702</mi:y1><mi:x2>920</mi:x2><mi:y2>702</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-heartbreaking-final-message-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>2402</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>2402</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting-.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/0_Mukbang-influencer-dies-aged-24-after-posting--150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>1678</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>1678</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-11-100318-e1789099868427-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>459</mi:x1><mi:y1>660</mi:y1><mi:x2>459</mi:x2><mi:y2>660</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันโลกทะลุ 109 ดอลล์ สูงสุดรอบ 4 เดือน หลังกลุ่มฮูตี รุกยึดเมืองท่าริมทะเลแดง หวั่นกระทบซาอุฯส่งออก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884514]]></link><pubDate>2026-09-11T11:00:16+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5884514</guid><description>น้ำมันโลกทะลุ 109 ดอลล์ สูงสุดรอบ 4 เดือน หลังกลุ่มฮูตี รุกยึดเมืองท่าริมทะเลแดง หวั่นกระทบซาอุฯส่งออก สถานการณ์บริเวณทะเลแดงทวีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น หลังกลุ่มฮูตี กองกำลังติดอาวุธในประเทศเยเมนซึ่ง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;น้ำมันโลกทะลุ 109 ดอลล์ สูงสุดรอบ 4 เดือน หลังกลุ่มฮูตี รุกยึดเมืองท่าริมทะเลแดง หวั่นกระทบซาอุฯส่งออก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานการณ์บริเวณทะเลแดงทวีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น หลังกลุ่มฮูตี กองกำลังติดอาวุธในประเทศเยเมนซึ่งมีอิหร่านให้การสนับสนุน สามารถยึดเมืองท่าโมคาของเยเมนไว้ได้เมื่อวันที่ 10 กันยายน และรุกคืบไปตามชายฝั่งทะเลแดงจนถึงหมู่เกาะยุทธศาสตร์ต่างๆ จากการเปิดเผยของแหล่งข่าวทางทหารที่ระบุด้วยว่าการรุกคืบลงมาตามแนวชายฝั่งของกลุ่มฮูตีนั้นมีขึ้นภายใต้คำแนะนำจากกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน(IRGC) และเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา กล่าวคาดหมายว่าสงครามกับอิหร่านจะยุติลงหลังจากการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐผ่านพ้นไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวทางทหารของรัฐบาลเยเมนระบุว่ากลุ่มฮูตีมีความได้เปรียบมากขึ้นในช่องแคบบับเอลมันเดบ ซึ่งเป็นทางออกทางตอนใต้ของทะเลแดงและเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งซาอุดีอาระเบีย ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกยังเลี่ยงมาใช้เส้นทางนี้ในการขนส่งน้ำมันหลังจากอิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้กลุ่มฮูตียังสามารถรุกคืบเข้าไปถึงหมู่เกาะฮานิชและเมืองดูบับ บริเวณช่องแคบบัลเอลมันเดบตรงข้ามเกาะเพริมไว้ได้ ซึ่งการเข้าควบคุมเมืองดูบับและเกาะดังกล่าวถือเป็นกุญแจสำคัญในการยึดครองช่องแคบบับเอลมันเดบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานข่าวระบุว่า หากกลุ่มฮูตีสามารถควบคุมเส้นทางน้ำแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของคาบสมุทรอาหรับจากช่องแคบฮอร์มุซได้ ก็อาจทำให้อิหร่านซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มฮูตีมีความได้เปรียบครั้งสำคัญในการทำสงครามกับสหรัฐ โดยจะทำให้การขนส่งต่างๆ ผ่านเส้นทางคมนาคมทางทะเลสายสำคัญแห่งที่ 2 นี้ลดลง และอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ยังอาจทำให้ทรัมป์หาทางลงในการยุติสงครามได้ยากขึ้น เนื่องจากสงครามในสมรภูมินี้ส่งผลกระทบต่อโอกาสในการเลือกตั้งของพรรครีพับลิกันในศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านศูนย์ประสานงานด้านมนุษยธรรมภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตีในเยเมนออกแถลงการณ์ระบุว่า การเดินเรือในทะเลแดงมีความปลอดภัยสำหรับบริษัทขนส่งสินค้าทุกแห่ง ยกเว้นเรือของซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายฮันส์ กรุนด์เบิร์ก ทูตพิเศษเยเมนประจำสหประชาชาติ กล่าวในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นเอสซี)เมื่อวันพฤหัสบดี(10 ก.ย.)ว่า ประชาคมโลกจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อรับมือกับ &amp;#8220;ระยะใหม่ที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม&amp;#8221; ของสงครามในเยเมน และว่า การที่กลุ่มฮูตียึดเมืองโมคาได้สำเร็จ ทำให้กลุ่มฮูตีมีฐานที่มั่นโดยตรงในเส้นทางเข้าสู่หนึ่งในช่องแคบที่มีความสำคัญที่สุดของโลกซึ่งก่อให้เกิดความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับเสรีภาพในการเดินเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงต่างประเทศของอิหร่านแถลงว่า ความขัดแย้งในเยเมนไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการปิดล้อมหรือปฏิบัติการทางทหารต่อกลุ่มฮูตี พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการเจรจา โดยไม่ได้กล่าวถึงบทบาทของอิหร่านเองในวงขัดแย้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ขยายวง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานราคาน้ำมันดิบหลักของโลก ได้พุ่งทะยานขึ้นแตะ 109.97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในการซื้อขายในวันศุกร์(11 ก.ย.)นี้ ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน หลังจากปรับตัวขึ้นถึง 6% ในช่วงข้ามคืน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นไปถึงเกือบ 13% แลัวในรอบสัปดาห์นี้ ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียตของสหรัฐ พุ่งแตะ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับจากเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ความผันผวนของราคาน้ำมันเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่าจะเกิดความชะงักของอุปทานน้ำมันโลก โดยการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกจำกัดท่ามกลางสถานการณ์การโจมตีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ประกอบกับกลุ่มกบฏฮูตี ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่านยังได้เข้ายึดครองท่าเรือโมคาในเยเมน ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียในพื้นที่ทะเลแดงด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884514?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันโลกทะลุ 109 ดอลล์ สูงสุดรอบ 4 เดือน หลังกลุ่มฮูตี รุกยึดเมืองท่าริมทะเลแดง หวั่นกระทบซาอุฯส่งออก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันโลกทะลุ 109 ดอลล์ สูงสุดรอบ 4 เดือน หลังกลุ่มฮูตี รุกยึดเมืองท่าริมทะเลแดง หวั่นกระทบซาอุฯส่งออก</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันโลกทะลุ 109 ดอลล์ สูงสุดรอบ 4 เดือน หลังกลุ่มฮูตี รุกยึดเมืองท่าริมทะเลแดง หวั่นกระทบซาอุฯส่งออก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-11T04:00:16+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-11T04:00:16+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T074020Z_1500194072_RC2UFNAGR8LS_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-SAUDI-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T074020Z_1500194072_RC2UFNAGR8LS_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-SAUDI-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T074020Z_1500194072_RC2UFNAGR8LS_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-SAUDI-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T074020Z_1500194072_RC2UFNAGR8LS_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-SAUDI-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T074020Z_1500194072_RC2UFNAGR8LS_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-SAUDI-1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T074020Z_1500194072_RC2UFNAGR8LS_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-YEMEN-SAUDI-1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไฟไหม้เรือสินค้าที่อู่ต่อเรือในชิงเต่า ดับแล้ว 20]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884126]]></link><pubDate>2026-09-10T18:36:40+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5884126</guid><description>ไฟไหม้เรือสินค้าที่อู่ต่อเรือในชิงเต่า ดับแล้ว 20 ซินหัวรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 รายจากเหตุเพลิงไหม้บนเรือบรรทุกสินค้าต่างชาติที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซมที่อู่ต่อเรือของรัฐในเมืองชิงเต่า ทางต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไฟไหม้เรือสินค้าที่อู่ต่อเรือในชิงเต่า ดับแล้ว 20&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ซินหัวรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 รายจากเหตุเพลิงไหม้บนเรือบรรทุกสินค้าต่างชาติที่อยู่ระหว่างการซ่อมแซมที่อู่ต่อเรือของรัฐในเมืองชิงเต่า ทางตะวันออกของจีน เมื่อวันที่ 10 กันยายน และยังมีรายงานผู้สูญหายอีก 5 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เพลิงไหม้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.15 น. ที่อู่ต่อเรือชิงเต่าเป่ยไห่ ระหว่างที่มีการดำเนินงานซ่อมแซมและตรวจสอบเรือ โดยขณะเกิดเหตุมีผู้ที่อยู่บนเรือรวม 42 คน ซึ่งในจำนวนนี้ 12 คนได้รับการอพยพออกมาอย่างปลอดภัย ขณะที่อีก 5 คนได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถดับเพลิงได้ภายในช่วงบ่ายวันเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรือที่เกิดเหตุ ซึ่งมีชื่อว่าเรือโอเชียน เมโลดี ขณะที่ข้อมูลติดตามเรือของ LSEG ระบุว่า เรือดังกล่าวเป็นเรือบรรทุกสินค้าเทกองที่มีอายุ 20 ปี จดทะเบียนชักธงไลบีเรีย และบริหารจัดการโดยบริษัท ยู่หยางคุนเผิง เซี่ยงไฮ้ ชิป เมเนจเมนต์ โดยมีบริษัท ฮุ่ยลี่ ชิปปิ้ง เป็นเจ้าของเรือที่จดทะเบียนไว้ โดยเรือดังกล่าวเดินทางมาถึงอู่ต่อเรือชิงเต่าเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม และจอดอยู่ที่อู่ต่อเรือแห่งนี้นับตั้งแต่นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซินหัวรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน สั่งการให้เร่งการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ รวมทั้งเร่งดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์ และดำเนินมาตรการเพื่อเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อู่ต่อเรือแห่งนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทไชน่า สเตต ชิปบิลดิ้ง คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน และเป็นหนึ่งในบริษัทต่อเรือที่ใหญ่ที่สุดของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5884126?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไฟไหม้เรือสินค้าที่อู่ต่อเรือในชิงเต่า ดับแล้ว 20&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไฟไหม้เรือสินค้าที่อู่ต่อเรือในชิงเต่า ดับแล้ว 20</dc:alternative><dc:abstract>ไฟไหม้เรือสินค้าที่อู่ต่อเรือในชิงเต่า ดับแล้ว 20</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T11:36:57+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T11:36:57+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[แอร์ฟอร์ซวัน ก็มีรวน! สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินที่กาตาร์มอบให้ &#8216;ทรัมป์&#8217; กางออกเอง!]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883956]]></link><pubDate>2026-09-10T17:33:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883956</guid><description>แอร์ฟอร์ซวัน ก็มีรวน! สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินที่กาตาร์มอบให้ &amp;#8216;ทรัมป์&amp;#8217; กางออกเอง! สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เกิดเหตุขัดข้องขึ้นกับเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ลำที่ราชว [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;แอร์ฟอร์ซวัน ก็มีรวน! สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินที่กาตาร์มอบให้ &amp;#8216;ทรัมป์&amp;#8217; กางออกเอง!&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เกิดเหตุขัดข้องขึ้นกับเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ลำที่ราชวงศ์กาตาร์ มอบให้เป็นของขวัญกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยในขณะที่เครื่องบินลำดังกล่าวจอดอยู่ที่ฐานทัพร่วมแอนดรูวส์ ในรัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา จู่ๆ สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินก็กางออกมาจากประตูทางออกด้านหน้าฝั่งขวา ทำให้การเดินทางไปเมืองดัลลัสของทรัมป์ ต้องล่าช้าออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ทรัมป์ ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์ มารีน วัน มาถึงฐานทัพร่วมแอนดรูวส์ ในรัฐแมริแลนด์ เมื่อช่วงบ่ายวันพุธที่ 9 กันยายน เพื่อเตรียมเดินทางไปยังเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัสเพื่อร่วมงานประชุมกลางเทอมของพรรครีพับลิกัน แต่ทรัมป์ต้องอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นานถึง 20 นาที ระหว่างรอเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศสหรัฐ เข้าจัดการกับเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ที่จู่ๆ สไลด์ฉุกเฉินได้กางออกมาจากประตูทางออกด้านหน้าฝั่งขวา ซึ่งเป็นคนละฝั่งกับที่ทรัมป์ใช้ขึ้นเครื่องบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเมื่อทรัมป์ เดินทางมาถึงฐานทัพ บรรดาผู้สื่อข่าวที่ร่วมเดินทางไปเท็กซัสด้วย ได้เฝ้ามองเครื่องบินลำเก่าสีฟ้าอ่อนสลับขาว ที่ประธานาธิบดีสหรัฐใช้กันมานานหลายทศวรรษ เคลื่อนตัวออกจากโรงเก็บเครื่องบิน และหยุดห่างจากเครื่องบินลำใหม่ที่กาตาร์ให้มา เพียงไม่กี่ร้อยหลา ซึ่งเครื่องบินลำใหม่นี้ ทรัมป์ได้ใช้เงินภาษีของประชาชนในการปรับปรุงใหม่ ทาสีใหม่เป็นสีแดง ขาว น้ำเงินเข้ม และทอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในที่สุด เมื่อทรัมป์ลงจากเฮลิคอปเตอร์ และได้กล่าวว่า สไลด์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการทดสอบ เมื่อถูกถามถึงสาเหตุ ทรัมป์บอกว่า พวกเขาต้องการให้แน่ใจว่า ทุกอย่างทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า สไลด์ฉุกเฉินนี้ ตั้งใจกางออกเพื่อทดสอบ หรือกางออกจากความผิดพลาดทางเทคนิค แต่ทรัมป์บอกว่า เขาไม่ได้กังวลแต่อย่างใด เมื่อถูกถามว่า มั่นใจในความปลอดภัยของเครื่องบินหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า &amp;#8220;ใช่ ผมมั่นใจ ไม่อย่างนั้น ผมคงไม่ขึ้นเครื่องบินลำนี้หรอก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สตีเวน เชียง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาว ออกแถลงการณ์ทีไม่ได้อธิบายละเอียดชัดเจนว่า สไลด์กางออกได้อย่างไร ระบุเพียงว่า &amp;#8220;อย่างที่ประธานาธิบดีกล่าวไป สไลด์ดังกล่าวได้รับการตรวจสอบเพื่อให้แน่ใจว่า ทุกอย่างทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ และขณะนี้แอร์ฟอร์ซวัน กำลังมุ่งหน้าไปยังดัลลัส เพื่อให้ท่านได้กล่าวสุนทรพจน์ที่หลายคนรอคอยต่อหน้าฝูงชนที่เนืองแน่นและตื่นเต้นเร้าใจ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่โฆษกของกองทัพอากาศสหรัฐ ระบุว่า เครื่องบินลำดังกล่าวได้เดินทางต่อไปตามเส้นทางที่วางแผนไว้อย่างปลอดภัย หลังจากเกิดเหตุการณ์ สไลด์ฉุกเฉินกางออก โดยแถลงการณ์ไม่ได้ระบุว่าการกางออกของสไลด์ฉุกเฉินนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบ หรือเป็นอุบัติเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทรัมป์ขึ้นเครื่องบินไปในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการปล่อยลม ถอด และขนย้ายสไลด์ดังกล่าวออกไป จากนั้นเครื่องบินจึงได้ทะยานขึ้นฟ้า และลงจอดที่ดัลลัสอย่างปลอดภัยในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า เมื่อเดือนกรกฎาคม ขณะที่ทรัมป์กำลังเตรียมเดินทางกลับสหรัฐ หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดนาโต ที่ประเทศตุรกี เขาได้เดินทางออกไปอย่างลับๆด้วยเครื่องบินลำที่ 3 ของกองทัพอากาศสหรัฐ หลังจากที่เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันที่ได้รับจากกาตาร์ ออกบินไปโดยไม่มีประธานาธิบดีทรัมป์อยู่บนเครื่อง เพื่อมุ่งหน้าไปยังฐานทัพในสหราชอาณาจักร ขณะที่เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเดิม ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องบินลวง ที่มีเพียงเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว คณะทำงาน และผู้สื่อข่าวโดยสารอยู่เพียงเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และเมื่อเดินทางไปถึงสหราชอาณาจักร ทรัมป์ได้ลงจากเครื่องบินลำที่ 3 และแอบไปขึ้นเครื่องบินลำที่ใช้ลวงสายตา ก่อนจะลงจากเครื่องพร้อมกับเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าว ราวกับว่าเดินทางมาด้วยกัน จากนั้นคณะทั้งหมดจึงขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำใหม่ เพื่อเดินทางไปต่อไปยังฐานทัพร่วมแอนดรูวส์ ก่อนที่ในอีกหลายสัปดาห์ต่อมา ทรัมป์จะบอกว่า หน่วยอารักขาประธานาธิบดีและกองทัพ ต้องการให้เขาเดินทางด้วยเครื่องบินลำอื่น เนื่องจากมีภัยคุกคามเกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883956?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แอร์ฟอร์ซวัน ก็มีรวน! สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินที่กาตาร์มอบให้ &amp;#8216;ทรัมป์&amp;#8217; กางออกเอง!&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แอร์ฟอร์ซวัน ก็มีรวน! สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินที่กาตาร์มอบให้ ‘ทรัมป์’ กางออกเอง!</dc:alternative><dc:abstract>แอร์ฟอร์ซวัน ก็มีรวน! สไลด์ฉุกเฉินของเครื่องบินที่กาตาร์มอบให้ ‘ทรัมป์’ กางออกเอง!</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T10:36:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T10:36:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-6.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-6-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-6.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-6-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-7.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-7-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/air-force-one3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1024</mi:x1><mi:y1>682</mi:y1><mi:x2>1024</mi:x2><mi:y2>682</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไอซ์แลนด์ ชงร่างกม. ห้ามล่าวาฬถาวร จ่อทิ้งเหลือ นอร์เวย์-ญี่ปุ่น ให้ล่าเชิงพาณิชย์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883866]]></link><pubDate>2026-09-10T17:06:37+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883866</guid><description>ไอซ์แลนด์ ชงร่างกม. ห้ามล่าวาฬถาวร จ่อทิ้งเหลือ นอร์เวย์-ญี่ปุ่น ให้ล่าเชิงพาณิชย์ รัฐบาลไอซ์แลนด์เตรียมจะเสนอร่างกฎหมายห้ามการล่าวาฬเข้าสู่สภาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งหากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ไอซ์แลนด์ ชงร่างกม. ห้ามล่าวาฬถาวร จ่อทิ้งเหลือ นอร์เวย์-ญี่ปุ่น ให้ล่าเชิงพาณิชย์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลไอซ์แลนด์เตรียมจะเสนอร่างกฎหมายห้ามการล่าวาฬเข้าสู่สภาในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ซึ่งหากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบ จะส่งผลให้ทั้งโลกเหลือเพียงนอร์เวย์และญี่ปุ่นเท่านั้นที่เป็นประเทศซึ่งยังคงทำการล่าวาฬเชิงพาณิชย์อยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลไอซ์แลนด์ซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ประกาศผ่านเว็บไซต์เมื่อคืนวันพุธ(9 ก.ย.)ว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะรวมถึงการห้ามล่าวาฬอย่างถาวร หลังกิจกรรมการล่าวาฬในไอซ์แลนด์ได้ก่อให้เกิดกระแสประท้วงต่อต้านมาอย่างยาวนานทั้งจากกลุ่มรณรงค์ด้านสวัสดิภาพสัตว์และเหล่าคนดังในวงการฮอลลีวูด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เวนดี ฮิกกินส์ โฆษกของกลุ่ม Humane World for Animals กล่าวว่า ร่างกฎหมายห้ามล่าวาฬเชิงพาณิชย์ฉบับนี้ได้รับเสียงสนับสนุนอย่างมากทั้งจากฝ่ายการเมืองและภาคประชาชน และมีเหตุผลอันหนักแน่นทั้งในด้านจริยธรรม สัตวแพทย์ กฎหมาย และการอนุรักษ์ ซึ่งเราหวังว่าร่างกฎหมายนี้จะประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจาก Humane World for Animals ซึ่งเป็นกลุ่มด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่คอยติดตามสถิติการล่าวาฬระบุว่า ในฤดูกาลล่าวาฬปีนี้ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนไปจนถึงราวปลายเดือนกันยายนนั้น ถึง ณ วันที่ 9 กันยายน มีการจับวาฬฟินไปแล้วจำนวน 80 ตัว โดยโควตาที่กำหนดไว้สำหรับฤดูกาลล่าในปีนี้อยู่ที่ 150 ตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ วาฬฟิน ซึ่งเป็นวาฬขนาดใหญ่ไม่มีฟันและตกเป็นเป้าหมายหลักของอุตสาหกรรมล่าวาฬในไอซ์แลนด์ ได้ถูกสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จัดสถานะว่าอยู่ในหมวดหมู่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในปี 2024 รัฐบาลรักษาการของไอซ์แลนด์ได้ออกใบอนุญาตระยะเวลา 5 ปี ให้กับบริษัทล่าวาฬเพียงแห่งเดียวที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่ ขณะที่ข้อมูลจากบัญชีรายชื่อการล่าวาฬของคณะกรรมาธิการการล่าวาฬระหว่างประเทศ (IWC) ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้เหลือเพียงประเทศไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และญี่ปุ่นเท่านั้นที่ยังคงทำการล่าวาฬเชิงพาณิชย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยนอร์เวย์ได้กลับมาล่าวาฬเชิงพาณิชย์อีกครั้งในปี 1993 และไอซ์แลนด์ในปี 2006 แม้ว่าจะมีการประกาศระงับการล่าวาฬทั่วโลก (moratorium) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 1986 เพื่อปกป้องประชากรวาฬก็ตาม ขณะที่ญี่ปุ่นได้ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของ IWC ในปี 2019 และกลับมาล่าวาฬเชิงพาณิชย์ในน่านน้ำของตนเองรวมถึงเขตเศรษฐกิจจำเพาะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในข้อกำหนดเรื่องการระงับการล่าวาฬนั้น ยังคงมีการอนุญาตให้ชนพื้นเมืองในบางพื้นที่ของโลก เช่น กรีนแลนด์และอะแลสกา สามารถล่าวาฬได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์จากวาฬยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตทั้งด้านโภชนาการและวัฒนธรรมของพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883866?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไอซ์แลนด์ ชงร่างกม. ห้ามล่าวาฬถาวร จ่อทิ้งเหลือ นอร์เวย์-ญี่ปุ่น ให้ล่าเชิงพาณิชย์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไอซ์แลนด์ ชงร่างกม. ห้ามล่าวาฬถาวร จ่อทิ้งเหลือ นอร์เวย์-ญี่ปุ่น ให้ล่าเชิงพาณิชย์</dc:alternative><dc:abstract>ไอซ์แลนด์ ชงร่างกม. ห้ามล่าวาฬถาวร จ่อทิ้งเหลือ นอร์เวย์-ญี่ปุ่น ให้ล่าเชิงพาณิชย์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T10:06:37+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T10:06:37+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/5IXKIA5LQZNBRDOI2UPXUFVO24.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/5IXKIA5LQZNBRDOI2UPXUFVO24-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/5IXKIA5LQZNBRDOI2UPXUFVO24.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/5IXKIA5LQZNBRDOI2UPXUFVO24-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/5IXKIA5LQZNBRDOI2UPXUFVO24-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/5IXKIA5LQZNBRDOI2UPXUFVO24-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนผนึกนานาชาติ ตั้งพันธมิตรต้าน &#8216;ฉ้อโกงโทรคมนาคม-ออนไลน์&#8217;]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883747]]></link><pubDate>2026-09-10T16:05:56+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883747</guid><description>จีนผนึกนานาชาติ ตั้งพันธมิตรต้าน &amp;#8216;ฉ้อโกงโทรคมนาคม-ออนไลน์&amp;#8217; สำนักข่าววซินหัว รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน พันธมิตรนานาชาติเพื่อต่อต้านการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและออนไลน์ ซึ่งริเริ่มโดยรัฐบา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;จีนผนึกนานาชาติ ตั้งพันธมิตรต้าน &lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;&amp;#8216;&lt;/strong&gt;&lt;strong&gt;ฉ้อโกงโทรคมนาคม-ออนไลน์&amp;#8217;&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าววซินหัว รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน พันธมิตรนานาชาติเพื่อต่อต้านการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและออนไลน์ ซึ่งริเริ่มโดยรัฐบาลจีน ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการโดยมีตัวแทนจากประเทศผู้ก่อตั้ง 46 ประเทศ ประเทศผู้สังเกตการณ์ 34 ประเทศ และองค์การระหว่างประเทศ 4 แห่ง ซึ่งรวมถึงองค์การสหประชาชาติ (UN) และองค์การตำรวจสากล (Interpol) เข้าร่วมการประชุมครั้งแรกในเมืองเหลียนอวิ๋นกั่ง มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พันธมิตรดังกล่าวเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม อาชญากรรมไซเบอร์ และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คณะผู้แทนจากจีนและกลุ่มสมาชิกผู้ก่อตั้ง อาทิ เวียดนาม ลาว เคนยา กัมพูชา ปากีสถาน และรัสเซียได้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงระหว่างการประชุม โดยคณะผู้เข้าร่วมประชุมได้ออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับการจัดตั้งพันธมิตร ซึ่งระบุว่าการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและอาชญากรรมไซเบอร์กลายเป็นความท้าทายระดับโลกที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การจัดตั้งองค์การระหว่างรัฐบาลที่มีเป้าหมายชัดเจน เป็นมืออาชีพ มีประสิทธิภาพ และเน้นลงมือปฏิบัติ โดยมีอนุสัญญาระหว่างประเทศเป็นพื้นฐาน จะช่วยประสานความร่วมมือในการปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคม อาชญากรรมไซเบอร์ และอาชญากรรมที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งรักษาความมั่นคง รวมถึงสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบุคคล นิติบุคคล และองค์กรอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883747?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนผนึกนานาชาติ ตั้งพันธมิตรต้าน &amp;#8216;ฉ้อโกงโทรคมนาคม-ออนไลน์&amp;#8217;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนผนึกนานาชาติ ตั้งพันธมิตรต้าน ‘ฉ้อโกงโทรคมนาคม-ออนไลน์’</dc:alternative><dc:abstract>จีนผนึกนานาชาติ ตั้งพันธมิตรต้าน ‘ฉ้อโกงโทรคมนาคม-ออนไลน์’</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T10:26:30+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T10:26:30+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/oc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/oc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/oc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/oc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/oc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/oc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โจลี นักแสดงดังฮอลลีวูด พาลูกชายฝึกมวยไทย กับทหารยูเครน ที่ค่ายมวยในคาร์คีฟ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883647]]></link><pubDate>2026-09-10T15:39:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883647</guid><description>โจลี นักแสดงดังฮอลลีวูด พาลูกชายฝึกมวยไทย กับทหารยูเครน ที่ค่ายมวยในคาร์คีฟ สื่อยูเครนอย่าง “เคียฟโพสต์” รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า แองเจลินา โจลี นักแสดงหญิงคนดังแห่งวงการฮอลลีวูด พร้อม “น็อกซ์” ลูกชายค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;โจลี นักแสดงดังฮอลลีวูด พาลูกชายฝึกมวยไทย กับทหารยูเครน ที่ค่ายมวยในคาร์คีฟ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อยูเครนอย่าง “เคียฟโพสต์” รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า แองเจลินา โจลี นักแสดงหญิงคนดังแห่งวงการฮอลลีวูด พร้อม “น็อกซ์” ลูกชายคนเล็กของเธอที่เกิดกับ แบรด พิตต์ นักแสดงชื่อดังร่วมวงการ ได้ปรากฎตัวอย่างไม่คาดคิดที่ค่ายมวยสปาดโคเยเมตส์ ในเมืองคาร์คีฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันจันทร์(7 ก.ย.)ที่ผ่านมา โดย น็อกซ์ ลูกชายของนักแสดงคนดังได้ไปฝึกมวยไทยที่ค่ายมวยนี้ร่วมกับทหารยูเครน ขณะที่โจลีได้พูดคุยกับสมาชิกของค่ายมวยและรับฟังประวัติความเป็นมาของทางค่ายมวย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเยี่ยมชมค่ายมวยของคุณแม่นักแสดงคนดังพร้อมลูกชายที่ร่วมการฝึกชกมวยไทย ได้รับการเปิดเผยจากทางค่ายมวยสปาดโคเยเมตส์ ซึ่งโพสต์เล่าเรื่องราวและรูปถ่ายการมาเยือนของโจลีและน็อกซ์ บนบัญชีอินสตาแกรมระบุว่า “เมื่อเร็วๆ นี้ แองเจลินา โจลี ได้แวะมาเยี่ยมพวกเราโดยบังเอิญ และน็อกซ์ ลูกชายของเธอก็ได้ฝึกมวยไทยร่วมกับเหล่ารั้วของชาติด้วย” พร้อมกันนี้ทางค่ายมวยยังขอบคุณโจลีที่เลือกค่ายมวยของพวกเขาในการให้ลูกชายฝึกชกมวยไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อยูเครนรายงานว่าการมาเยี่ยมชมค่ายมวยสปาดโคเยเมตส์ของโจลีและลูกชายครั้งนี้ไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้าและเกิดขึ้นในระหว่างที่นักแสดงหญิงฮอลลีวูดคนดังกล่าวได้เดินทางเยือนพื้นที่ต่างๆ ในประเทศยูเครน ที่ยังคงกำลังทำสงครามต่อสู้การรุกรานจากรัสเซียซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปีแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883647?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โจลี นักแสดงดังฮอลลีวูด พาลูกชายฝึกมวยไทย กับทหารยูเครน ที่ค่ายมวยในคาร์คีฟ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โจลี นักแสดงดังฮอลลีวูด พาลูกชายฝึกมวยไทย กับทหารยูเครน ที่ค่ายมวยในคาร์คีฟ</dc:alternative><dc:abstract>โจลี นักแสดงดังฮอลลีวูด พาลูกชายฝึกมวยไทย กับทหารยูเครน ที่ค่ายมวยในคาร์คีฟ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T08:39:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T08:39:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-10-152656.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-10-152656-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-10-152656.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-10-152656-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-10-152656-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-10-152656-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทูตไทย-เขมร ประจำยูเอ็น ปะทะคารมเรื่องข้อพิพาทชายแดน ในการประชุมที่เจนีวา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883587]]></link><pubDate>2026-09-10T15:06:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883587</guid><description>ทูตไทย-เขมร ประจำยูเอ็น ปะทะคารมเรื่องข้อพิพาทชายแดน ในการประชุมที่เจนีวา เมื่อวันที่ 9 กันยายน พนมเปญโพสต์ รายงานว่า เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทูตไทย-เขมร ประจำยูเอ็น ปะทะคารมเรื่องข้อพิพาทชายแดน ในการประชุมที่เจนีวา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 กันยายน พนมเปญโพสต์ รายงานว่า เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ของไทย และกัมพูชา เกิดการโต้แย้งกันเกี่ยวกับข้อพิพาทชายแดนกัน ในการประชุมเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา โดยทูตจากทั้งสองฝ่าย ต่างกล่าวหากันและกันว่า ไม่เคารพข้อตกลงหยุดยิงในปัจจุบัน และพยายามทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า หลังจากที่นายเก โสวันน์ เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรกัมพูชาประจำสหประชาชาติ ได้กล่าวต่อที่ประชุมอภิปรายทั่วไป เกี่ยวกับรายงานประจำปีของข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชน นางสาวอุศนา พีรานนท์ เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรไทย ประจำสหประชาชาติ ได้กล่าวต่อโต้นายเก โดยประกาศว่า &lt;strong&gt;ประเทศไทยไม่ได้อ้างสิทธิเหนือดินแดนใดๆ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางสาวอุศนา กล่าวว่า กัมพูชาได้แพร่กระจายเรื่องเล่าที่ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง ทั้งๆที่การหยุดยิงยังคงดำเนินอยู่ โดยนางสาวอุศนาได้เตือนว่า&lt;strong&gt; การกระทำของกัมพูชา เป็นการยกระดับความตึงเครียด และยังได้กล่าวหากัมพูชาว่า เป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พนมเปญโพสต์รายงานว่า คำแถลงของนางสาวอุศนา ดูเหมือนจะขัดแย้งกับสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งกระทรวงต่างประเทศกัมพูชาได้ยื่นหนังสือคัดค้านอย่างเป็นทางการหลายสิบครั้ง ต่อสิ่งที่เรียกว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายของกองทัพไทยในพื้นที่ครอบครอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พร้อมระบุว่า การกล่าวหาของนางสาวอุศนา ที่ว่า กัมพูชาเปิดฉากยิงก่อนเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ดูจะขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่ว่า ประเทศไทยได้ประกาศใช้แผน &amp;#8220;จักรพงษ์ภูวนาถ&amp;#8221; เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2025 ตามที่มีรายงานอย่างแพร่หลายโดยสื่อมวลชนไทย การกล่าวหาดังกล่าว ทำให้นายโสวันน์ ต้องออกมาชี้แจงเป็นครั้งที่ 2 ระหว่างการประชุม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยนายโสวันน์ กล่าวว่า กัมพูชาขอปฏิเสธข้อกล่าวหาของไทยที่มีต่อกัมพูชา เกี่ยวกับประเด็นดินแดน และผู้พลัดถิ่น กัมพูชายืนยันว่า การอ้างสิทธิฝ่ายเดียวของไทยไม่สามารถใช้แทนการตรวจสอบที่เป็นกลางได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พร้อมกับย้ำว่า กัมพูชาและไทย ต่างยอมรับเขตแดนระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับการกำหนดไว้อย่างชัดเจน ภายใต้อนุสัญญาปี ค.ศ.1904 และสนธิสัญญาปี 1907 ระหว่างฝรั่งเศสและสยาม พร้อมด้วยแผนที่มาตราส่วน 1 : 200,000 ที่จัดทำโดยคณะกรรมาธิการเขตแดน และศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ที่ใช้เป็นหลักในการพิจารณาคดีเมื่อปี 1962 และอีกครั้งในปี 2013 ในคดีปราสาทพระวิหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโสวันน์ กล่าวเสริมว่า พื้นฐานทางกฎหมายของเขตแดนไม่ใช่เรื่องใหม่ และไม่สามารถถูกแทนที่ด้วยแผนที่ฝ่ายเดียวของไทย หรือถูกเปลี่ยนแปลงโดยการใช้กำลัง หรือการสร้างสถานการณ์ให้เป็นผลสำเร็จแล้วได้ พร้อมย้ำว่า ประเด็นการสำรวจและปักปันเขตแดนที่เหลือนั้น จะต้องแก้ไขผ่านคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ที่ได้ตกลงกันไว้ ตามสนธิสัญญาและข้อตกลงที่มีอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโสวันน์ กล่าวอีกว่า &amp;#8220;กัมพูชาขอประท้วงอย่างรุนแรงต่อการรุกล้ำทีละน้อยของทหารไทย ผ่านการใช้ลวดหนามและตู้คอนเทนเนอร์ที่นำมาเป็นสิ่งกีดขวาง รวมถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและพลเรือน การกระทำแบบกลืนกินทีละนิดเช่นนี้ ไม่สามารถสร้างอธิปไตยได้ จุดยืนหลักของเราชัดเจน เขตแดนระหว่างประเทศไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือกำหนดได้ด้วยการใช้กำลัง หรือผ่านการสร้างสถานการณ์ให้เป็นผลสำเร็จแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโสวันน์ กล่าวว่า ชาวกัมพูชาที่เคยอยู่อย่างสงบในชุมชนของตนภายในดินแดนกัมพูชา จำเป็นต้องหลบหนีระหว่างการโจมตีโดยกองทัพไทย ในช่วงการสู้รบเมื่อปีที่แล้ว โดยมีพลเรือนกว่า 20,000 คนที่ยังคงไม่สามารถกลับบ้านได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ขนาดและผลกระทบทางมนุษยธรรมจากการพลัดถิ่นนี้ สะท้อนให้เห็นในรายงานด้านมนุษยธรรมของยูเอ็น การลงพื้นที่สำรวจของผู้รายงานพิเศษยูเอ็น และการประเมินของภาคประชาสังคม&amp;#8221; นายโสวันน์ กล่าว และยังได้เรียกร้องให้ประเทศไทย ปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2025 ตามที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ อย่างเต็มที่ มีประสิทธิภาพ และด้วยความสุจริตใจ ในทุกๆส่วน และร่วมมือกัน เพื่อมุ่งไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883587?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทูตไทย-เขมร ประจำยูเอ็น ปะทะคารมเรื่องข้อพิพาทชายแดน ในการประชุมที่เจนีวา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทูตไทย-เขมร ประจำยูเอ็น ปะทะคารมเรื่องข้อพิพาทชายแดน ในการประชุมที่เจนีวา</dc:alternative><dc:abstract>ทูตไทย-เขมร ประจำยูเอ็น ปะทะคารมเรื่องข้อพิพาทชายแดน ในการประชุมที่เจนีวา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T08:07:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T08:07:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/un-th-cm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/un-th-cm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/un-th-cm.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/un-th-cm-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/un-th-cm2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/un-th-cm2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นักวิทย์ชี้ สิงหาคม ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิพุ่ง ทั้งบนบก-ผิวน้ำทะเล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883239]]></link><pubDate>2026-09-10T13:26:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883239</guid><description>นักวิทย์ชี้ สิงหาคม ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิพุ่ง ทั้งบนบก-ผิวน้ำทะเล บริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัสของสหภาพยุโรป (อียู) ระบุว่า โลกเพิ่งเผชิญกับเดือนที่มีอุณหภูมิร้อนที่สุดร่วมก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;นักวิทย์ชี้ สิงหาคม ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิพุ่ง ทั้งบนบก-ผิวน้ำทะเล&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัสของสหภาพยุโรป (อียู) ระบุว่า โลกเพิ่งเผชิญกับเดือนที่มีอุณหภูมิร้อนที่สุดร่วมกันนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติ โดยเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงขึ้นกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมเกิน 1.5 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเดือนสิงหาคม เกิดสภาพอากาศสุดขั้วและภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศขึ้นทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศน่าจะมีส่วนทำให้เกิดดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันในเนปาลและทิเบตของจีน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนหลายร้อยราย แม้ว่ารายละเอียดเกี่ยวกับความเชื่อมโยงดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการศึกษา ขณะเดียวกัน ไฟป่าเพิ่มขึ้นตั้งแต่อินโดนีเซียไปจนถึงกรีซและเบลเยียม ในขณะที่ฮังการีและโรมาเนียเผชิญภัยแล้งรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุณหภูมิที่สูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม 1.5 องศาเซลเซียสมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากหากวัดเป็นค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาหลายทศวรรษ ถือเป็นระดับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่เกือบ 200 ประเทศให้คำมั่นว่าจะพยายามป้องกันไม่ให้เกิน ภายใต้ความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศปี 2015 เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่เลวร้ายที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เดือนสิงหาคมเป็นเดือนแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 ที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกสูงเกินระดับ 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยอุณหภูมิอากาศเฉลี่ยบริเวณพื้นผิวโลกอยู่ที่ 16.96 องศาเซลเซียส เดือนสิงหาคมจึงมีอุณหภูมิร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ร่วมกับเดือนกรกฎาคม 2023 โดยอุณหภูมิเมื่อเดือนสิงหาคม สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกในศตวรรษที่ 19 ถึง 1.65 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่มนุษย์จะเริ่มเผาไหม้น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซในระดับอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โคเปอร์นิคัสระบุว่า การปล่อยก๊าซจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาแมนธา เบอร์เกส หัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์ของศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางแห่งยุโรป กล่าวว่า เราได้เห็นผลกระทบอย่างชัดเจนทั่วยุโรปว่าเรายังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ดีเพียงใด ทั้งถนนที่ละลาย รางรถไฟที่บิดงอเนื่องจากความร้อน โรงเรียนที่ต้องปิด และโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยล้นจนเกินขีดความสามารถ รวมถึงไฟป่าที่ทำสถิติสูงสุดสำหรับช่วงเวลานี้ของปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้เปลี่ยนจากแนวคิดที่ค่อนข้างเป็นนามธรรม ซึ่งดูเหมือนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสถานที่ห่างไกล มาเป็นปัญหาที่เข้ามารบกวนชีวิตประจำวันของเราโดยตรง” เบอร์เกสระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลดังกล่าวยังยืนยันว่า ยุโรปตะวันตกกำลังผ่านพ้นฤดูร้อนที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา โดยหลายพื้นที่กำลังประสบปัญหาปริมาณน้ำในแม่น้ำต่ำผิดปกติและความชื้นในดินต่ำผิดปกติ ซึ่งยิ่งเพิ่มความยากลำบากให้กับเกษตรกร หลังจากคลื่นความร้อนรุนแรงหลายระลอกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมได้สร้างทำลายพืชผลทางการเกษตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในภาพรวม โลกยังไม่ได้ละเมิดเป้าหมายอุณหภูมิ 1.5 องศาเซลเซียสตามความตกลงปารีสในทางเทคนิค เนื่องจากเป้าหมายดังกล่าวหมายถึงอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงเวลาหลายทศวรรษ ไม่ใช่การพุ่งขึ้นของอุณหภูมิเป็นการชั่วคราว โดยปัจจุบันระดับอุณหภูมิโลกในระยะยาวเพิ่มขึ้นเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมที่ประมาณ 1.4 องศาเซลเซียส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;องค์การสหประชาชาติระบุเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า การรักษาเป้าหมายระยะยาวไม่ให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสนั้นไม่สามารถทำได้อีกต่อไป พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ เร่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เร็วขึ้น เพื่อจำกัดอุณหภูมิไม่ให้เพิ่มขึ้นเกินเป้าหมายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฐานข้อมูลของบริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัสมีข้อมูลย้อนหลังไปถึงปี 1940 และมีการตรวจสอบเปรียบเทียบกับบันทึกอุณหภูมิโลกที่ย้อนหลังไปถึงปี 1850&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความร้อนรุนแรงเมื่อเดือนสิงหาคม ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบนบกเท่านั้น มหาสมุทรทั่วโลกในพื้นที่นอกเขตขั้วโลกก็มีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายเดือน นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนมีอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากการก่อตัวของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งคาดว่าจะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883239?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นักวิทย์ชี้ สิงหาคม ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิพุ่ง ทั้งบนบก-ผิวน้ำทะเล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นักวิทย์ชี้ สิงหาคม ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิพุ่ง ทั้งบนบก-ผิวน้ำทะเล</dc:alternative><dc:abstract>นักวิทย์ชี้ สิงหาคม ร้อนสุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิพุ่ง ทั้งบนบก-ผิวน้ำทะเล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T06:26:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T06:26:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/skhw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/skhw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/skhw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/skhw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/skhw-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/skhw-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สืบบัลลังก์วุ่น! ยูกันดาตั้ง เจ้าชายผู้ประกาศข่าว เป็นกษัตริย์ราชอาณาจักรโตโรองค์ใหม่ แต่เจอค้าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883324]]></link><pubDate>2026-09-10T13:20:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883324</guid><description>สืบบัลลังก์วุ่น! ยูกันดาตั้ง เจ้าชายผู้ประกาศข่าว เป็นกษัตริย์ราชอาณาจักรโตโรองค์ใหม่ แต่เจอค้าน คณะกรรมการสืบทอดตำแหน่งแห่งราชอาณาจักรโบราณของยูกันดาได้ประกาศเลือก เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด รูกิดี คิยานังโกม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สืบบัลลังก์วุ่น! ยูกันดาตั้ง เจ้าชายผู้ประกาศข่าว เป็นกษัตริย์ราชอาณาจักรโตโรองค์ใหม่ แต่เจอค้าน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;คณะกรรมการสืบทอดตำแหน่งแห่งราชอาณาจักรโบราณของยูกันดาได้ประกาศเลือก เจ้าชายเอ็ดเวิร์ด รูกิดี คิยานังโกมา ผู้ประกาศข่าวและบรรณาธิการของสถานีโทรทัศน์ UBC สื่อรัฐบาล ขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่สืบราชบัลลังก์แห่งราชอาณาจักรโตโร หนึ่งในราชอาณาจักรโบราณ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของสาธารณรัฐยูกันดา ประเทศในแอฟริกาตะวันออก ซึ่งเคยเป็นอดีตอาณานิคมของสหราชอาณาจักร หลังการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์โอโย นยิมบา เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยพระชนมายุ 34 พรรษา หลังจากพระองค์ทรงสร้างประวัติศาสตร์เป็นกษัตริย์ที่มีอายุน้อยที่สุดในโลกขณะทรงขึ้นครองราชย์เมื่อพระชนมายุเพียง 3 พรรษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประกาศเลือกกษัตริย์องค์ใหม่แห่งราชอาณาจักรโตโรมีขึ้นในการแถลงข่าวที่เมืองฟอร์ต พอร์ทัล เมืองหลวงของราชอาณาจักรโตโร ซึ่งการเลือกดังกล่าวขัดแย้งกับคำประกาศของนายคาลวิน อาร์มสตรอง รโวมิอิเร นายกรัฐมนตรีของราชอาณาจักรโตโร ซึ่งกล่าวก่อนหน้านี้ว่ากษัตริย์โอโย นยิมบา ซึ่งมิได้เสกสมรสนั้น ทรงมีพระโอรสหนึ่งพระองค์ผู้ทรงเป็นทายาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากคณะกรรมการสืบทอดตำแหน่งประกาศผลการเลือกกษัตริย์องค์ใหม่แห่งราชอาณาจักรโตโร เจ้าหญิงรูธ โคมุนตาเล พระขนิษฐาเพียงพระองค์เดียวของกษัตริย์โอโย นยิมบา ออกแถลงข่าวว่า พระองค์และพระมารดาปฏิเสธการเลือกเจ้าชายคิยานังโกมาเป็นกษัตริย์องค์ใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พี่ชายของข้าพเจ้าได้ทำพินัยกรรมระบุไว้อย่างชัดเจนว่าผู้ที่จะสืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์คือพระโอรสของพระองค์” เจ้าหญิงโคมุนตาเลตรัส และว่า พินัยกรรมยังระบุถึงผู้สืบทอดตำแหน่งที่กษัตริย์โอโยทรงประสงค์ หากพระโอรสของพระองค์ไม่สามารถขึ้นครองราชย์ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้กษัตริย์โอโย นยิมบา สิ้นพระชนม์ลงเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ในขณะทรงพำนักรักษาพระอาการประชวรด้วยโรคมะเร็งในประเทศสหรัฐอเมริกา กษัตริย์โอโย นยิมบา ทรงเป็นทูตสันถวไมตรีของสหประชาชาติผู้ทรงรณรงค์ต่อสู้กับเชื้อเอชไอวีและโรคเอดส์ หลังจากกลายเป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ด้วยอายุน้อยที่สุดในปีค.ศ. 1995 ตามบันทึกของกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พระศพของพระองค์ได้ถูกส่งกลับมายังประเทศยูกันดาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาและขณะนี้กำลังมีการเตรียมการสำหรับพิธีฝังพระศพในวันเสาร์ที่จะถึง ณ สุสานหลวงใกลกับพระราชวังในเมืองฟอร์ท พอร์ทัล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883324?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สืบบัลลังก์วุ่น! ยูกันดาตั้ง เจ้าชายผู้ประกาศข่าว เป็นกษัตริย์ราชอาณาจักรโตโรองค์ใหม่ แต่เจอค้าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สืบบัลลังก์วุ่น! ยูกันดาตั้ง เจ้าชายผู้ประกาศข่าว เป็นกษัตริย์ราชอาณาจักรโตโรองค์ใหม่ แต่เจอค้าน</dc:alternative><dc:abstract>สืบบัลลังก์วุ่น! ยูกันดาตั้ง เจ้าชายผู้ประกาศข่าว เป็นกษัตริย์ราชอาณาจักรโตโรองค์ใหม่ แต่เจอค้าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T06:22:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T06:22:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26240259254820.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26240259254820-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26240259254820.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26240259254820-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26240259254820-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26240259254820-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T134134Z_1519245467_RC29CNA0P58T_RTRMADP_3_UGANDA-KING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-04T134134Z_1519245467_RC29CNA0P58T_RTRMADP_3_UGANDA-KING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>462</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>462</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เซเลนสกี ปธน.ยูเครน ระทึก! เครื่องบินโดยสารเกือบถูกโดรนของรัสเซียชน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883094]]></link><pubDate>2026-09-10T12:43:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883094</guid><description>เซเลนสกี ปธน.ยูเครน ระทึก! เครื่องบินโดยสารเกือบถูกโดรนของรัสเซียชน สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์ รายงานว่า โฆษกของรัฐบาลมอลโดวา เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า เครื่องบินที่จะนำประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เซเลนสกี ปธน.ยูเครน ระทึก! เครื่องบินโดยสารเกือบถูกโดรนของรัสเซียชน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์ รายงานว่า โฆษกของรัฐบาลมอลโดวา เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า เครื่องบินที่จะนำประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ออกเดินทางจากประเทศมอลโดวา ไปยังประเทศนอร์เวย์ ต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากทางการมอลโดวา ปิดน่านฟ้า เนื่องจากการแจ้งเตือนเรื่องโดรนรุกรานจากรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทางการมอลโดวา แจ้งเมื่อวันที่ 8 กันยายนว่า มีโดรนรัสเซีย 2 ลำ รุกล้ำเข้าไปในน่านฟ้าของมอลโดวา โดรนลำหนึ่งได้ตกลงทุ่งนา ทางตอนเหนือของกรุงคีชีเนา เมืองหลวงของมอลโดวา ทำให้เกิดไฟไหม้ และอีกลำหนึ่งได้บินต่อไปยังน่านฟ้าของโรมาเนีย ขณะที่ตำรวจมอลโดวา เปิดเผยว่า โดรนที่ตกในทุ่งดอกทานตะวัน ชานหมู่บ้านในเขตริสคานี เมื่อวันที่ 8 กันยายน ทำให้เกิดไฟไหม้ 4 จุด แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดูมิทรู ซิโอริซี โฆษกรัฐบาลมอลโดวากล่าวว่า มอลโดวา ได้ปิดน่านฟ้าเมื่อบ่ายวันที่ 8 กันยายน เพื่อปกป้องเครื่องบินที่บินอยู่เหนือประเทศในขณะนั้น ทำให้มีเที่ยวบินล่าช้า 3 เที่ยวบิน รวมถึงเที่ยวบินของประธานาธิบดีเซเลนสกีด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ทางการมอลโดวา ยืนยันว่า โดรนลำดังกล่าวตกและระเบิดห่างจากสนามบินนานาชาติคีซีเนา ราว 100 กิโลเมตร และข้อจำกัดน่านฟ้าได้ถูกยกเลิก ขณะที่เครื่องบินของประธานาธิบดียูเครนออกเดินทางล่าช้ากว่ากำหนด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายมาเอีย ซานดู ประธานาธิบดีแห่งมอลโดวา ประณามการรุกล้ำของโครนว่า &amp;#8220;เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อชีวิตประชาชน และประณามการโจมตีด้วยโดรนของรัสเซีย ที่ด่านชายแดนติดกับยูเครน ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า โดรนที่รุกล้ำน่านฟ้าของมอลโดวา เมื่อวันที่ 8 กันยายน ได้บินเข้าไปในประเทศโรมาเนีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของนาโต ขณะที่เซเลนสกี ได้เดินทางไปยังกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เพื่อร่วมพระราชพิธีศพของกษัตริย์แห่งนอร์เวย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายโจนาส กาห์ร สตอเร นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ เอ็นอาร์เค เมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า เครื่องบินของเซเลนสกี เกือบถูกโดรนชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เครื่องบินของเขาเกือบถูกโดรนชนขณะกำลังจะทะยานออกจากสนามบินมอลโดวา นั่นคือความเป็นจริงที่เขากำลังเผชิญอยู่&amp;#8221; สตอเร กล่าวโดยไม่ได้ระบุแหล่งที่มาของข้อมูล หรือระยะห่างที่โดรนเข้าใกล้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยูเครน มีพรมแดนติดกับประเทศโรมาเนียและมอลโดวา และนับตั้งแต่รัสเซีย รุกรานอย่างเต็มรูปแบบ ในปี 2022 ทั้งสองประเทศก็มีรายงานเหตุการณ์โดรนโจมตีหลายสิบครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กันยายน มีรายงานว่า โดรนของรัสเซีย ได้โจมตีจุดผ่านแดนระหว่างยูเครนกับมอลโดวา ในภูมิภาคโอเดสซา ทางตอนใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บอีก 20 ราย ในการโจมตีด้วยโดรนของรัสเซียที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง ขณะที่มอสโก มุ่งเป้าไปที่เส้นทางการค้าและโลจิสติกส์ เพื่อสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883094?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เซเลนสกี ปธน.ยูเครน ระทึก! เครื่องบินโดยสารเกือบถูกโดรนของรัสเซียชน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เซเลนสกี ปธน.ยูเครน ระทึก! เครื่องบินโดยสารเกือบถูกโดรนของรัสเซียชน</dc:alternative><dc:abstract>เซเลนสกี ปธน.ยูเครน ระทึก! เครื่องบินโดยสารเกือบถูกโดรนของรัสเซียชน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T05:43:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T05:43:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/UKRAINE-CRISIS-CANADA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/UKRAINE-CRISIS-CANADA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/UKRAINE-CRISIS-CANADA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/UKRAINE-CRISIS-CANADA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/UKRAINE-CRISIS-CANADA-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/UKRAINE-CRISIS-CANADA-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T025330Z_178328549_RC22GNABJG05_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-CANADA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T025330Z_178328549_RC22GNABJG05_RTRMADP_3_UKRAINE-CRISIS-CANADA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>667</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>667</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เผย 1 ในนักบินท้วง ความเร็วสูงเกิน ก่อนเครื่องบิน Amazon ลงจอด ไถลออกนอกรันเวย์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883122]]></link><pubDate>2026-09-10T11:48:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883122</guid><description>เผย 1 ในนักบินท้วง ความเร็วสูงเกิน ก่อนเครื่องบิน Amazon ลงจอด ไถลออกนอกรันเวย์ ข้อมูลของคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติสหรัฐ (NTSB) ระบุว่า นักบินคนหนึ่งของเครื่องบินขนส่งสินค้าของ Amazon P [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เผย 1 ในนักบินท้วง ความเร็วสูงเกิน ก่อนเครื่องบิน Amazon ลงจอด ไถลออกนอกรันเวย์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลของคณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติสหรัฐ (NTSB) ระบุว่า นักบินคนหนึ่งของเครื่องบินขนส่งสินค้าของ Amazon Prime ซึ่งประสบเหตุตกที่เมืองไมอามีเมื่อวันที่ 6 กันยายน ได้แสดงความคิดเห็นกับนักบินอีกคนซ้ำๆ เกี่ยวกับความเร็วของเครื่องบินที่สูงเกินไป ในช่วงเวลา 1 นาที 42 วินาทีสุดท้ายที่บันทึกเสียงในห้องนักบินไว้ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NTSB ระบุในรายงานความคืบหน้าการสอบสวนที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 กันยายน ว่า ไม่มีการตอบสนองด้วยวาจาที่ชัดเจนหรือสอดคล้องกันต่อคำทักท้วงเกี่ยวกับความเร็วของเครื่องบินดังกล่าว แต่รายงานไม่ได้ระบุว่านักบินคนใดเป็นผู้กล่าวถ้อยคำดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NTSB ระบุเพิ่มเติมว่า ก่อนที่เครื่องบินโบอิ้ง 767 จะแตะพื้นและไถลออกนอกทางวิ่ง ระบบยังแจ้งเตือนว่าระดับความสูงต่ำเกินไปหลายครั้ง โดยขณะลงจอด เครื่องบินได้ไถลออกนอกรันเวย์ราว 396 เมตร ก่อนพุ่งชนรถ 2 คน อุบัติเหตุดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บอีก 5 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;NTSB ระบุว่า 15 วินาทีก่อนสิ้นสุดการบันทึกเสียง นักบินคนหนึ่งได้สั่งยกเลิกการลงจอด และมีการปรับเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ขึ้นให้สอดคล้องกับแรงขับสำหรับการบินวนขึ้นใหม่ แต่ในอีก 4 วินาทีต่อมา คันเร่งถูกลดลงกลับมาอยู่ในระดับเดินเบา และตามด้วยเสียงคล้ายเครื่องบินวิ่งออกนอกพื้นผิวรันเวย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ในวันที่ 8 กันยายน NTSB แจ้งว่า ไม่พบข้อบ่งชี้จากข้อมูลว่า นักบินได้อุปกรณ์ช่วยลดความเร็วบนปีก หรือใช้ระบบย้อนแรงขับของเครื่องยนต์เพื่อช่วยชะลอความเร็วของเครื่องบิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สอบสวนของ NTSB ได้ใช้เวลาในวันพุธสัมภาษณ์กัปตันและนักบินผู้ช่วย ก่อนที่จะเปิดเผยรายละเอียดจากเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน โดยมีการเปิดเผยข้อมูลว่า กัปตันเครื่องบินวัย 55 ปี ได้รับใบรับรองคุณสมบัติสำหรับการบินเครื่องบินรุ่น 767 เมื่อเดือนพฤษภาคม และมีชั่วโมงบินสะสม 7,145 ชั่วโมง ขณะที่นักบินผู้ช่วยวัย 37 ปี ได้รับใบรับรองคุณสมบัติสำหรับเครื่องบินรุ่น 767 เมื่อเดือนเมษายน 2025 และมีชั่วโมงบินสะสม 2,655 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883122?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เผย 1 ในนักบินท้วง ความเร็วสูงเกิน ก่อนเครื่องบิน Amazon ลงจอด ไถลออกนอกรันเวย์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เผย 1 ในนักบินท้วง ความเร็วสูงเกิน ก่อนเครื่องบิน Amazon ลงจอด ไถลออกนอกรันเวย์</dc:alternative><dc:abstract>เผย 1 ในนักบินท้วง ความเร็วสูงเกิน ก่อนเครื่องบิน Amazon ลงจอด ไถลออกนอกรันเวย์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T04:48:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T04:48:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ap-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ล่อใจ! ทรัมป์ลั่น จ่ายปันผลอเมริกันชน 5,000 ดอลล์ หากรีพับลิกันคุมคองเกรสได้ต่อ ในศึกเลือกตั้งมิดเทอม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883092]]></link><pubDate>2026-09-10T11:45:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5883092</guid><description>ล่อใจ! ทรัมป์ลั่น จ่ายปันผลอเมริกันชน 5,000 ดอลล์ หากรีพับลิกันคุมคองเกรสได้ต่อ ในศึกเลือกตั้งมิดเทอม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศในการประชุมใหญ่กลางเทอมครั้งแรกของพรรครีพับลิกัน  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ล่อใจ! ทรัมป์ลั่น จ่ายปันผลอเมริกันชน 5,000 ดอลล์ หากรีพับลิกันคุมคองเกรสได้ต่อ ในศึกเลือกตั้งมิดเทอม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประกาศในการประชุมใหญ่กลางเทอมครั้งแรกของพรรครีพับลิกัน จัดที่เมืองดัลลัส ในรัฐเท็กซัส เมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า เขาจะจ่ายเงินจำนวน 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.64 แสนบาท ที่เรียกว่า “เงินปันผลทรัมป์” ให้กับชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ทุกคน หากพรรครีพับลิกันสามารถกุมเสียงข้างมากในทั้งสองสภาของสภาคองเกรสไว้ได้ต่อไปในศึกเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการกล่าวปราศรัยช่วงเวลาไพรม์ไทม์ซึ่งกินเวลานานราว 1 ชั่วโมง 45 นาที ทรัมป์ได้วางตัวเองเป็นศูนย์กลางของเลือกตั้ง แม้ว่าความนิยมของเขาจะลดลงอย่างมากก็ตาม โดยทรัมป์กล่าวโอ้อวดถึงความสำเร็จของตนเองว่าเขาได้ทำ&amp;#8221; 2 ปีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของตำแหน่งประธานาธิบดี&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวอีกว่า หากเราปล่อยให้อนาคตของอเมริกาตกไปอยู่ในมือของพรรคเดโมแครตฝ่ายซ้ายจัด ประเทศของเราจะต้องใช้เวลาอีกนับทศวรรษกว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้ แต่ถ้าเลือกพรรครีพับลิกัน เราจะทิ้งโลกทั้งใบไว้เบื้องหลังแบบไม่เห็นฝุ่นไปอีกหลายชั่วรุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ยังกล่าวขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจินตนาการว่าชื่อของเขาปรากฎอยู่บนบัตรเลือกตั้ง เป็นการแสดงความเชื่อมั่นว่าชื่อชั้นของตนเองจะสามารถระดมฐานเสียงกลุ่มเดิมของเขาเพื่อช่วยพรรครีพับลิกันให้ชนะเลือกตั้งได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ทรัมป์ยังเสนอแนวคิดในการแจก&amp;#8221;เงินปันผลทรัมป์&amp;#8221; ในความพยายามจูงใจเหล่าโหวตเตอร์ให้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดในทันทีว่าการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะดำเนินการอย่างไรหรือแผนการดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ขณะที่จำนวนประชากรวัยผู้ใหญ่ในสหรัฐมีอยู่ประมาณ 270 ล้านคน ซึ่งแนวคิดนี้ทำให้จะต้องใช้เงินงบประมาณราว 1.35 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อยางไรก็ดียังไม่แน่ชัดว่าการจูงใจหาเสียงดังกล่าวของทรัมป์จะสามารถดึงดูดใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกพรรคใด (swing voters) ซึ่งถือเป็นกลุ่มชี้ชะตาผลการเลือกตั้งได้หรือไม่ โดยผลสำรวจความคิดเห็นเมื่อเร็วๆ นี้ชี้ว่าคนกลุ่มนี้ได้หันหลังให้กับพรรคของทรัมป์ ท่ามกลางความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับค่าครองชีพและประเด็นสงครามกับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประชุมใหญ่ประจำปีของพรรครีพับลิกันครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน โดยทรัมป์ยังจะกล่าวปิดการประชุมพรรคในวันพฤหัสบดี(10 ก.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ได้กล่าวปราศรัยแล้วนั้น ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญที่ชะตากรรมของพรรครีพับลิกันถูกนำไปผูกติดอยู่กับทรัมป์เป็นอย่างมาก จนถึงขนาดทำให้ โจ กรูเตอร์ส ประธานคณะกรรมาธิการแห่งชาติของพรรครีพับลิกัน ตั้งฉายาให้งานนี้อย่างไม่เป็นทางการว่า “ทรัมป์ปาปาลูซา” ซึ่งเป็นการล้อเลียนเทศกาลดนตรี โลลาปาลูซา ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5883092?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ล่อใจ! ทรัมป์ลั่น จ่ายปันผลอเมริกันชน 5,000 ดอลล์ หากรีพับลิกันคุมคองเกรสได้ต่อ ในศึกเลือกตั้งมิดเทอม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ล่อใจ! ทรัมป์ลั่น จ่ายปันผลอเมริกันชน 5,000 ดอลล์ หากรีพับลิกันคุมคองเกรสได้ต่อ ในศึกเลือกตั้งมิดเทอม</dc:alternative><dc:abstract>ล่อใจ! ทรัมป์ลั่น จ่ายปันผลอเมริกันชน 5,000 ดอลล์ หากรีพับลิกันคุมคองเกรสได้ต่อ ในศึกเลือกตั้งมิดเทอม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T04:45:54+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T04:45:54+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T040248Z_1834734920_RC22GNAVYRK6_RTRMADP_3_USA-ELECTION-REPUBLICANS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T040248Z_1834734920_RC22GNAVYRK6_RTRMADP_3_USA-ELECTION-REPUBLICANS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T040248Z_1834734920_RC22GNAVYRK6_RTRMADP_3_USA-ELECTION-REPUBLICANS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T040248Z_1834734920_RC22GNAVYRK6_RTRMADP_3_USA-ELECTION-REPUBLICANS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T040248Z_1834734920_RC22GNAVYRK6_RTRMADP_3_USA-ELECTION-REPUBLICANS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-10T040248Z_1834734920_RC22GNAVYRK6_RTRMADP_3_USA-ELECTION-REPUBLICANS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เร่งหาสาเหตุ! ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ดับ 5 สูญหายกว่า 80]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5882938]]></link><pubDate>2026-09-10T09:17:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5882938</guid><description>เร่งหาสาเหตุ! ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ดับ 5 สูญหายกว่า 80 หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์เผยเมื่อวันที่ 10 กันยายน ว่า มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และสูญหายมากกว่า 80 คน หลังเกิดเหตุไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ลำหนึ่งบริเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เร่งหาสาเหตุ! ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ดับ 5 สูญหายกว่า 80&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์เผยเมื่อวันที่ 10 กันยายน ว่า มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และสูญหายมากกว่า 80 คน หลังเกิดเหตุไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ลำหนึ่งบริเวณนอกเกาะปาลาวัน ทางตะวันตกของฟิลิปปินส์ เมื่อคืนวันพุธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ระบุว่า สามารถช่วยเหลือผู้โดยสารและลูกเรือได้ 43 คนเมื่อคืนวันพุธ หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้บนเรือเอ็มวี จูน แอสเตอร์ ขณะเรืออยู่ในน่านน้ำนอกเมืองโครอน จังหวัดปาลาวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพที่หน่วยยามฝั่งเผยแพร่แสดงให้เห็นเปลวไฟกำลังลุกไหม้และปกคลุมบางส่วนของเรือ ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังนำร่างผู้เสียชีวิตใส่ถุงบรรจุศพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นาวาเอกหญิง โนมี คายาบียาบ โฆษกหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ ให้สัมภาษณ์ทางสถานีวิทยุดีแซดเอ็กซ์แอลว่า บัญชีรายชื่อผู้โดยสารและลูกเรือของเรือระบุว่า มีผู้โดยสารทั้งหมด 117 คน และลูกเรือ 17 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้รอดชีวิตและผู้เสียชีวิตที่มีการรายงาน ทำให้ยังมีผู้สูญหายหรือยังไม่สามารถติดต่อได้มากกว่า 80 คน อย่างไรก็ตาม คายาบียาบระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คายาบียาบกล่าวด้วยว่า เรือเฟอร์รี่ลำดังกล่าวออกเดินทางจากพื้นที่บาเซโก ในกรุงมะนิลา และมีจุดหมายปลายทางที่เมืองโครอนบนเกาะปาลาวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5882938?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เร่งหาสาเหตุ! ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ดับ 5 สูญหายกว่า 80&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เร่งหาสาเหตุ! ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ดับ 5 สูญหายกว่า 80</dc:alternative><dc:abstract>เร่งหาสาเหตุ! ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ดับ 5 สูญหายกว่า 80</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T02:17:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T02:17:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/fp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำมันทะลุ 101 ดอลล์ อิหร่าน-มะกัน ตอบโต้ครั้งใหญ่สุด โจมตีเรือ 15 ลำ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5882896]]></link><pubDate>2026-09-10T08:58:36+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5882896</guid><description>น้ำมันทะลุ 101 ดอลล์ อิหร่าน-มะกัน ตอบโต้ครั้งใหญ่สุด โจมตีเรือ 15 ลำ อิหร่านระบุเมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า ได้โจมตีเรือ 10 ลำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐจมเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำ นับเป็นการโ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำมันทะลุ 101 ดอลล์ อิหร่าน-มะกัน ตอบโต้ครั้งใหญ่สุด โจมตีเรือ 15 ลำ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านระบุเมื่อวันที่ 9 กันยายนว่า ได้โจมตีเรือ 10 ลำใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากสหรัฐจมเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำ นับเป็นการโจมตีต่อการเดินเรือครั้งใหญ่ที่สุดจากทั้งสองฝ่ายนับตั้งแต่สงครามที่ดำเนินมานาน 6 เดือนเริ่มต้นขึ้น ขณะที่มีรายงานว่า ลูกเรือบนเรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 1รายเสียชีวิต และอีก 1 คนสูญหาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น โดยสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงในตลาดโลก หลังจากที่หนึ่งวันก่อนหน้านี้ ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 3% ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นมากกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ล่าสุดน้ำมันเบรนท์พุ่งไปอยู่ที่ 101.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสของสหรัฐอยู่ที่ 96.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลกระทบที่รุนแรงยิ่งกว่าการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบ คือการพุ่งขึ้นของต้นทุนเชื้อเพลิงที่ผ่านกระบวนการกลั่นจากน้ำมันดิบ โดยราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลเฉลี่ยในสหรัฐ แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่เมื่อวันพุธ โดยทะลุ 5.94 ดอลลาร์ต่อแกลลอนแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า อิหร่านกำลังพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าพรรครีพับลิกันของเขา จะยังคงครองเสียงข้างมากในรัฐสภาหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปที่เมืองดัลลัส เพื่อเข้าร่วมการประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสงครามอิหร่านจะยังไม่ปรับตัวลดลงในช่วงเวลาก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม แต่ราคาน้ำมันจะลดลงทันทีหลังการเลือกตั้งกลางเทอมผ่านไป และอิหร่านจะยอมยุติการสู้รบในที่สุดในช่วงเวลาเดียวกันด้วย เนื่องจากอิหร่านไม่สามารถรับมือกับผลกระทบจากสงครามได้อีกแล้ว พวกเขากำลังพยายามอย่างสิ้นหวังที่จะทำให้มันส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงเริ่มต้นของสงคราม ทรัมป์เคยกล่าวว่าสงครามจะดำเนินอยู่เพียงเวลาไม่กี่สัปดาห์ ทว่า ความขัดแย้งได้เข้าสู่เดือนที่ 7 ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวของการขนส่งน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของปริมาณน้ำมันปิโตรเลียมทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กรณีดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลรีพับลิกันเผชิญกับแรงกดดันในการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันเบนซินที่สูงขึ้น โดยสมาชิกบางส่วนได้ออกมาแสดงความกังวลว่า ปัญหาสงครามมีแนวโน้มที่จะเป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านยังบอกด้วยว่า ได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีโจมตีฐานทัพทหารสหรัฐในจอร์แดน ขณะที่จอร์แดนระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธได้ 18 ลูก ส่วนอีก 2 ลูกตกลงในพื้นที่ไม่มีผู้คนอาศัยและไม่ก่อให้เกิดอันตราย เจ้าหน้าที่สหรัฐยืนยันว่า ทหารอเมริกันทุกนายปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เตือนว่าจะยกระดับการตอบโต้ให้รุนแรงขึ้น หากมีการโจมตีอิหร่านเพิ่ม และยังบอกด้วยว่า อิหร่านจะเผยแพร่แผนที่พื้นที่ต้องห้ามทางทะเลแห่งใหม่ ซึ่งจะมีขนาดใหญ่ขึ้นในเร็วๆ นี้ ซึ่งขยายไปไกลถึงเมืองชาบาฮาร์ บนชายฝั่งของอิหร่านใกล้กับปากีสถาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า ที่ปรึกษาระดับสูงของทำเนียบขาวหลายคน รวมถึงรองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ และรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โค รูบิโอ ได้เตือนทรัมป์เป็นการภายในว่า ความขัดแย้งอาจยืดเยื้อไปตลอดช่วงเวลาที่เหลือของวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของเขา ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมกราคม 2029&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา การสู้รบระหว่างซาอุดีอาระเบียกับกลุ่มฮูตีในเยเมนก็ทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน ซึ่งถือเป็นสมรภูมิอีกแห่งหนึ่งของสงครามที่กำลังคุกคามแหล่งพลังงานของโลกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐระบุว่า ได้ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำในช่วงข้ามคืน พร้อมเผยแพร่ภาพวิดีโอที่แสดงให้เห็นเรือเหล่านั้นถูกไฟไหม้ก่อนจมลงใต้ทะเล กองบัญชาการกลางของสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการตอบโต้ที่ IRGC โจมตีเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐด้วยขีปนาวุธนำวิถีถึง 2 ครั้ง พร้อมยืนยันว่าไม่มีชาวอเมริกันได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐได้ประกาศนโยบายใหม่ในการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน เพื่อเป็นการตอบโต้การยิงโจมตีที่เป็นภัยคุกคามต่อเรือรบของสหรัฐ และระบุว่า จนถึงขณะนี้ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านไปแล้ว 10 ลำในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างการเยือนโคลอมเบียว่า อิหร่านยังคงพยายามโจมตีเรือรบของสหรัฐ และทุกครั้งที่พวกเขาทำเช่นนั้นหรือพยายามทำเช่นนั้น พวกเขาจะต้องสูญเสียเรือบรรทุกน้ำมัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านอิหร่านระบุว่า ได้ยิงโจมตีเรือสหรัฐ 2 ลำ และเรือบรรทุกน้ำมันอีก 8 ลำ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐเคยแสดงความมั่นใจว่า พวกเขาประสบความสำเร็จมากขึ้นในการนำทางเรือบรรทุกน้ำมันให้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนสงครามจะเริ่มขึ้นเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็นประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณน้ำมันที่โลกใช้ อย่างไรก็ตาม ความพยายามที่จะค่อยๆ เปิดเส้นทางเดินเรือกลับมาให้เป็นปกติดูเหมือนจะประสบความล้มเหลว หลังการสู้รบกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งในเดือนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เคลาดิโอ กาลิมเบอร์ตี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบริษัทที่ปรึกษาริสตัด เอ็นเนอร์จี กล่าวว่า ปริมาณน้ำมันที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียงประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากระดับสูงสุดประมาณ 8–9 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงสัปดาห์ก่อนที่การสู้รบจะกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5882896?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำมันทะลุ 101 ดอลล์ อิหร่าน-มะกัน ตอบโต้ครั้งใหญ่สุด โจมตีเรือ 15 ลำ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำมันทะลุ 101 ดอลล์ อิหร่าน-มะกัน ตอบโต้ครั้งใหญ่สุด โจมตีเรือ 15 ลำ</dc:alternative><dc:abstract>น้ำมันทะลุ 101 ดอลล์ อิหร่าน-มะกัน ตอบโต้ครั้งใหญ่สุด โจมตีเรือ 15 ลำ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T01:58:36+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T01:58:36+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iu.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iu-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iu.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iu-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iu-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/iu-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เคาะ 15 ก.ย. ประชุมคณะประนอม UNCLOS ครั้งแรก &#8216;สีหศักดิ์&#8217; เตรียมนำทีมหารือที่สิงคโปร์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5882749]]></link><pubDate>2026-09-09T22:02:06+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5882749</guid><description>เคาะ 15 ก.ย. ประชุมคณะประนอม UNCLOS ครั้งแรก &amp;#8216;สีหศักดิ์&amp;#8217; เตรียมนำทีมหารือที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 9 กันยายน กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าตามที่ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (Permanent Co [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เคาะ 15 ก.ย. ประชุมคณะประนอม UNCLOS ครั้งแรก &amp;#8216;สีหศักดิ์&amp;#8217; เตรียมนำทีมหารือที่สิงคโปร์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 9 กันยายน กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าตามที่ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (Permanent Court of Arbitration : PCA) ได้ออกแถลงข่าวเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 เกี่ยวกับการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอม (Conciliation Commission) ในกระบวนการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea : UNCLOS) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-16 กันยายน 2569 ณ สิงคโปร์ นั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเทศไทยได้มีการเตรียมการและมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้อย่างเต็มที่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยคณะผู้แทนฝ่ายไทยจะนำโดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะตัวแทน (Agent) และเอกอัครราชทูตทรงชัย ชัยปฏิยุทธ ในฐานะรองตัวแทน (Deputy Agent) พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ได้แก่ กรมอุทกศาสตร์ และกรมยุทธการทหารเรือ กองทัพเรือ และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการประชุมครั้งแรก ได้กำหนดให้มีการถ่ายทอดสดการกล่าวถ้อยแถลงเปิดการประชุมของทั้งสองฝ่าย ในวันที่ 15 กันยายน 2569 ซึ่งจะเป็นโอกาสให้สาธารณชนได้รับทราบจุดยืนและแนวทางของแต่ละฝ่ายต่อกระบวนการประนอม นอกจากนี้ ที่ประชุมจะพิจารณารับรองข้อบังคับกระบวนการ (Rules of Procedure) ซึ่งจะกำหนดหลักเกณฑ์และกรอบการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการประนอม รวมทั้งแนวทางสำหรับการประชุมและการดำเนินกระบวนการในระยะต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฐานะรัฐภาคี UNCLOS ประเทศไทยพร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการประนอมอย่างเต็มที่ โดยกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังเพื่อปกป้องและรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อนึ่ง คาดว่ากระบวนการประนอมดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 12 เดือน หลังจากนั้น คณะกรรมาธิการประนอมจะจัดทำรายงาน รวมถึงข้อสรุปและข้อเสนอแนะ ซึ่งไม่มีผลผูกพันคู่กรณีทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5882749?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เคาะ 15 ก.ย. ประชุมคณะประนอม UNCLOS ครั้งแรก &amp;#8216;สีหศักดิ์&amp;#8217; เตรียมนำทีมหารือที่สิงคโปร์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เคาะ 15 ก.ย. ประชุมคณะประนอม UNCLOS ครั้งแรก ‘สีหศักดิ์’ เตรียมนำทีมหารือที่สิงคโปร์</dc:alternative><dc:abstract>เคาะ 15 ก.ย. ประชุมคณะประนอม UNCLOS ครั้งแรก ‘สีหศักดิ์’ เตรียมนำทีมหารือที่สิงคโปร์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-10T02:26:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-10T02:26:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/6262461.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/6262461-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/6262461.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/6262461-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/626461.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/626461-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item></channel></rss>
