<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:atom="https://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/terms/" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/" xmlns:mi="http://schemas.ingestion.microsoft.com/common/" xmlns:content="https://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:dcterms="https://purl.org/dc/terms/" version="2.0"><channel><title>world</title><language>th-TH</language><version>1.23.2</version><link>https://www.matichon.co.th?feed=udgenfeedmsn&amp;slug=world</link><item><title><![CDATA[นอร์เวย์ ยึดเรือรัสเซีย ชดเชยให้บ.พลังงานยูเครน ตามคำสั่งอนุญาโตตุลาการ หลังมอสโกฮุบไครเมีย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5874023]]></link><pubDate>2026-09-03T15:11:55+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5874023</guid><description>นอร์เวย์ ยึดเรือรัสเซีย ชดเชยให้บ.พลังงานยูเครน ตามคำสั่งอนุญาโตตุลาการ หลังมอสโกฮุบไครเมีย เมื่อวันที่ 3 กันยายน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ทางการนอร์เวย์ได้ทำการยึดเรือของรัสเซียลำหนึ่งบริเวณหมู่เกาะสวา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นอร์เวย์ ยึดเรือรัสเซีย ชดเชยให้บ.พลังงานยูเครน ตามคำสั่งอนุญาโตตุลาการ หลังมอสโกฮุบไครเมีย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กันยายน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ทางการนอร์เวย์ได้ทำการยึดเรือของรัสเซียลำหนึ่งบริเวณหมู่เกาะสวาลบาร์ดในแถบอาร์กติก ตามคำร้องขอของ นาฟโตกาซ บริษัทพลังงานของยูเครน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามระดับโลกในการบังคับใช้คำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการ ณ กรุงเฮก ที่มีคำสั่งให้รัสเซียชดใช้ค่าเสียหายมูลค่า 4,220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.39 แสนล้านบาท ให้กับบริษัทพลังงานยูเครน หลังจากรัสเซียได้เข้ายึดครองทรัพย์สินด้านพลังงานของยูเครน ซึ่งรวมถึงแหล่งก๊าซและท่อส่งก๊าซ ที่อยู่ในดินแดนไครเมียซึ่งเคยเป็นของยูเครน แต่ถูกรัสเซียผนวกยึดดินแดนเป็นของตนเองในปี 2014&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ Naftogaz ยังคงพยายามเรียกร้องให้มีการดำเนินการตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ณ กรุงเฮกในปี 2023 ซึ่งมีคำสั่งให้รัสเซียจ่ายเงินจำนวน 4,220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับนาฟโตกาซ เพื่อชดเชยการที่รัสเซียได้ยึดทรัพย์สินของบริษัทนาฟโตกาซในดินแดนไครเมียไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยหลังจากที่รัสเซียปฏิเสธที่จะจ่ายเงินชดเชยตามคำตัดสินดังกล่าว บริษัท นาฟโตกาซ จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลในประเทศต่างๆ เพื่อขออำนาจศาลให้มีคำสั่งยึดทรัพย์สินเชิงพาณิชย์ของรัสเซียเมื่อมีการพบเจอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;นี่เป็นอีกก้าวสำคัญในการคืนความยุติธรรมในกรณีที่รัสเซียเข้ายึดทรัพย์สินของ นาฟโตกาซ ในไครเมียอย่างผิดกฎหมาย รัสเซียไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบเพียงแค่การปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้ เราจะเดินหน้าติดตามยึดทรัพย์สินของรัสเซียทั่วโลกต่อไป&amp;#8221; นายเซอร์กี เฟโดเรนโก ซีอีโอของนาฟโตกาซกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายลาร์ส เฟาส์ ผู้ว่าการหมู่เกาะ สวาลบาร์ด แถลงว่า การที่นอร์เวย์ทำการยึดเรือของรัสเซียลำดังกล่าว ซึ่งมีชื่อว่า Professor Molchanov นั้น เป็นผลมาจากคำสั่งของศาลแขวงนอร์ด-ทรอมส์ ที่ออกเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม และว่า ภายหลังการยึด เรือลำนี้จะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากจุดที่เรือจอดเทียบอยู่ในขณะนี้ที่เมืองบาเรนท์สเบิร์ก บนหมู่เกาะสวาลบาร์ดได้ โดยเรือลำนี้ของรัสเซียถูกใช้สำหรับการล่องเรือสำรวจเชิงพาณิชย์ ซึ่งรวมถึงเส้นทางที่เดินทางมายังหมู่เกาะสวาลบาร์ดด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5874023?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นอร์เวย์ ยึดเรือรัสเซีย ชดเชยให้บ.พลังงานยูเครน ตามคำสั่งอนุญาโตตุลาการ หลังมอสโกฮุบไครเมีย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นอร์เวย์ ยึดเรือรัสเซีย ชดเชยให้บ.พลังงานยูเครน ตามคำสั่งอนุญาโตตุลาการ หลังมอสโกฮุบไครเมีย</dc:alternative><dc:abstract>นอร์เวย์ ยึดเรือรัสเซีย ชดเชยให้บ.พลังงานยูเครน ตามคำสั่งอนุญาโตตุลาการ หลังมอสโกฮุบไครเมีย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-03T08:11:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-03T08:11:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26246257525164.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26246257525164-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26246257525164.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26246257525164-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26246257525164-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26246257525164-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีใต้ เปิดแผน ย้ายทำเนียบปธน.-หน่วยงานรัฐ ไปเซจง นครหลวงใหม่ฝ่ายบริหาร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873482]]></link><pubDate>2026-09-03T12:01:03+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5873482</guid><description>เกาหลีใต้ เปิดแผน ย้ายทำเนียบปธน.-หน่วยงานรัฐ ไปเซจง นครหลวงใหม่ฝ่ายบริหาร เมื่อวันที่ 3 กันยายน รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศว่าจะดำเนินการก่อสร้างทำเนียบประธานาธิบดีใหม่ขึ้นในนครเซจง ซึ่งเป็นเมืองหลวงทางฝ่า [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เกาหลีใต้ เปิดแผน ย้ายทำเนียบปธน.-หน่วยงานรัฐ ไปเซจง นครหลวงใหม่ฝ่ายบริหาร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 กันยายน รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศว่าจะดำเนินการก่อสร้างทำเนียบประธานาธิบดีใหม่ขึ้นในนครเซจง ซึ่งเป็นเมืองหลวงทางฝ่ายบริหารของประเทศ ตั้งอยู่ห่างจากกรุงโซลไปทางตอนใต้ราว 120 กม. ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมปี 2029 และจะทำการย้ายหน่วยงานภาครัฐเพิ่มเติมอีกราว 350 แห่งจากเขตนครบาลกรุงโซลและปริมณฑลไปยังนครเซจงซึ่งจะเริ่มดำเนินการในปี 2027 ส่วนหนึ่งของความพยายามลดความแออัดของกรุงโซลและกระจายอำนาจการบริหารประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายฮัน ซองซุก นายกรัฐมนตรีของเกาหลีใต้ กล่าวว่ามาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เพื่อรับมือกับการกระจุกตัวของประชากร เงินทุน ภาคธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐานในเขตเมืองหลวง ในขณะที่พื้นที่ส่วนอื่นๆ ของประเทศกำลังเผชิญกับภาวะจำนวนประชากรลดลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่าจะเริ่มทยอยย้ายหน่วยงานรัฐส่วนกลางไปยังนครเจซงในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2027 โดยจะให้ความสำคัญกับหน่วยงานที่มีขนาดใหญ่หรือมีผลกระทบสูงจากการย้ายที่ตั้งเป็นลำดับแรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันจะมีการแก้ไขกฎหมายที่กำกับดูแลการพัฒนาของนครเซจง เพื่อเปิดทางให้สามารถย้ายหน่วยงานระดับกระทรวงที่เดิมไม่อยู่ในข่ายการย้ายที่ตั้งได้ ซึ่งรวมถึงกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงความเสมอภาคทางเพศ ในส่วนของสำนักงานอัยการและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะย้ายที่ตั้งหลังจากอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในนครเซจงก่อสร้างแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้รัฐบาลยังมีแผนที่จะก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ในนครเซจงให้แล้วเสร็จภายในปี 2033 ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผนการข้างต้นถือเป็นการย้ายที่ตั้งหน่วยงานภาครัฐครั้งใหญ่ครั้งที่ 2 ของเกาหลีใต้ หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีการทยอยย้ายหน่วยงานรัฐส่วนกลาง 43 แห่ง มายังนครเซจงในช่วงระหว่างปี 2012-2021 มาแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเกาหลีใต้ยังมีแผนจะลดจำนวนหรือปรับโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐอีก 109 แห่ง ด้วยการยุบรวมหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนและรวมหน่วยงานขนาดเล็กเข้าด้วยกัน ซึ่งรวมถึงการควบรวมกิจการรัฐวิสาหกิจด้านการผลิตไฟฟ้าทั้ง 5 แห่ง และการท่าเรือ 4 แห่งของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้นครเซจงได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี 2012 เพื่อมุ่งให้เป็นศูนย์กลางอำนาจบริหารแห่งใหม่เพื่อลดความแออัดในกรุงโซล โดยปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกระทรวงต่างๆ จำนวนมาก แม้ว่าทำเนียบประธานาธิบดีจะยังคงตั้งอยู่ในกรุงโซลก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873482?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีใต้ เปิดแผน ย้ายทำเนียบปธน.-หน่วยงานรัฐ ไปเซจง นครหลวงใหม่ฝ่ายบริหาร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีใต้ เปิดแผน ย้ายทำเนียบปธน.-หน่วยงานรัฐ ไปเซจง นครหลวงใหม่ฝ่ายบริหาร</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีใต้ เปิดแผน ย้ายทำเนียบปธน.-หน่วยงานรัฐ ไปเซจง นครหลวงใหม่ฝ่ายบริหาร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-03T06:00:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-03T06:00:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-03-115611.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-03-115611-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-03-115611.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-03-115611-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-03-115611-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-03-115611-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์ลงนาม กม.เลี่ยงชัตดาวน์หน่วยงานรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873462]]></link><pubDate>2026-09-03T11:15:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5873462</guid><description>ทรัมป์ลงนาม กม.เลี่ยงชัตดาวน์หน่วยงานรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ลงนามในร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณชั่วคราวเมื่อวันที่ 2 กันยายน เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลก่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์ลงนาม กม.เลี่ยงชัตดาวน์หน่วยงานรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ลงนามในร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณชั่วคราวเมื่อวันที่ 2 กันยายน เพื่อหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานรัฐบาลก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม หลังจากสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้า และวุฒิสภาผ่านความเห็นชอบในเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์ได้ลงนามให้ร่างกฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สภาผู้แทนราษฎรลงมติด้วยคะแนนเสียง 370 ต่อ 48 เสียง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อผ่านร่างกฎหมายขยายการใช้งบประมาณตามกรอบเดิมออกไปจนถึงวันที่ 11 ธันวาคม ขณะที่วุฒิสภาผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กฎหมายฉบับนี้จะทำให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางสามารถดำเนินงานต่อไปได้หลังวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่งบประมาณที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจะหมดอายุลง พร้อมกับการเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการชั่วคราวดังกล่าวมีความจำเป็น เนื่องจากจนถึงขณะนี้สภาคองเกรสยังไม่สามารถดำเนินการจัดทำร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณทั้ง 12 ฉบับ ซึ่งใช้สำหรับจัดสรรงบประมาณให้โครงการต่าง ๆ ของรัฐบาลตลอดปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2027 ได้สำเร็จ โครงการเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ความมั่นคงภายในประเทศและการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลาง ไปจนถึงพลังงาน ที่อยู่อาศัย และกลาโหม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่เริ่มต้นวาระดำรงตำแหน่งสมัยที่สองของทรัมป์ สภาคองเกรสต้องเผชิญกับการต่อสู้ทางการเมืองที่ดุเดือดรุนแรงระหว่างพรรครีพับลิกันซึ่งเป็นฝ่ายควบคุมสภาคองเกรส กับพรรคเดโมแครตซึ่งเป็นเสียงข้างน้อยทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลที่ตามมาคือ การปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วนเกิดขึ้นแล้ว 3 ครั้ง รวมระยะเวลาสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 161 วัน เนื่องจากทั้งสองพรรคต่อสู้กันในประเด็นเงินอุดหนุนประกันสุขภาพและมาตรการตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในครั้งนี้ ทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตต่างไม่ต้องการให้เกิดการปิดหน่วยงานรัฐบาลครั้งที่ 4 ขึ้น ในช่วงที่สมาชิกของทั้งสองพรรคกำลังหาเสียงเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งอาจสร้างความไม่พอใจให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่กำลังไม่พอใจกับปัญหาราคาสินค้าที่สูงขึ้น สงครามระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลและอิหร่านที่ยืดเยื้อมาหลายเดือน และส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซปรับตัวสูงขึ้น ตลอดจนมาตรการภาษีศุลกากรต่อสินค้าจากต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรอย่างหนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวฉบับนี้ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาการคลังสำคัญของประเทศ หลังจากหนี้สาธารณะของสหรัฐพุ่งทะลุระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อเดือนสิงหาคม ขณะที่รัฐบาลในสหรัฐยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาค่าครองชีพ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญสูงสุดได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยิ่งไปกว่านั้น การที่กฎหมายฉบับนี้เลื่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับลำดับความสำคัญในการจัดสรรงบประมาณออกไปอีก 15 สัปดาห์ ทำให้สภาคองเกรสต้องเผชิญกับภารกิจที่ยากลำบากอย่างมาก ในการจัดทำและผ่านร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณสำหรับการใช้จ่ายตลอดปีทั้ง 12 ฉบับในเดือนธันวาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสในวันที่ 3 พฤศจิกายน จะเป็นการเลือกตั้งที่ชี้ชะตาว่าพรรคใดจะสามารถควบคุมสภาคองเกรสได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกำหนดว่าพรรครีพับลิกันหรือพรรคเดโมแครตจะเป็นฝ่ายได้เปรียบในการเจรจาจัดสรรงบประมาณที่จะเกิดขึ้นต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873462?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์ลงนาม กม.เลี่ยงชัตดาวน์หน่วยงานรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์ลงนาม กม.เลี่ยงชัตดาวน์หน่วยงานรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์ลงนาม กม.เลี่ยงชัตดาวน์หน่วยงานรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-03T04:15:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-03T04:15:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/t3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/t3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/t3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/t3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/t3-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/t3-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เตรียมรับมือวิกฤต! เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำหลายพันล้านดอลล์ จากอเมริกาเหนือไปลอนดอน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873348]]></link><pubDate>2026-09-03T09:53:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5873348</guid><description>เตรียมรับมือวิกฤต! เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำหลายพันล้านดอลล์ จากอเมริกาเหนือไปลอนดอน บีบีซีรายงานว่า ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ (DNB) ยืนยันว่าได้เคลื่อนย้ายทองคำมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐออกจากทวีปอเมริกา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เตรียมรับมือวิกฤต! เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำหลายพันล้านดอลล์ จากอเมริกาเหนือไปลอนดอน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ (DNB) ยืนยันว่าได้เคลื่อนย้ายทองคำมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐออกจากทวีปอเมริกาเหนือไปเก็บรักษาไว้ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ โดยอ้างถึง “ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มมากขึ้น”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;DNB เผยเมื่อวันที่ 2 กันยายน ว่า ทองคำจำนวน 86 ตันถูกนำออกจากสหรัฐและแคนาดาในการปฏิบัติการที่มีความซับซ้อนซึ่งใช้เวลาหลายเดือน ก่อนจะถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่ธนาคารกลางอังกฤษ ซึ่งทองคำสามารถซื้อขายได้ง่ายกว่าในกรณีที่เกิดสถานการณ์วิกฤต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โอลาฟ สไลจ์เปน ประธาน DNB กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวถือว่ามีความจำเป็น เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการรับมือและความพร้อมของเรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางข้อพิพาททางการค้าที่ยังคงดำเนินอยู่ระหว่างสหรัฐและแคนาดา โดยทั้งสองประเทศต่างประกาศเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อสินค้าของอีกฝ่าย หลังการเจรจาการค้าล้มเหลว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;DNB ระบุว่า การโยกย้ายทองคำซึ่งเกิดขึ้นระหว่างเดือนมีนาคมถึงสิงหาคมนั้น มีการย้ายทองคำแท่ง 27 ตันจากนครนิวยอร์กและกรุงออตตาวาไปยังเมืองไซสต์ ในประเทศเนเธอร์แลนด์ จากนั้น ทองคำที่มีปริมาณและคุณภาพเทียบเท่ากันก็ถูกขนส่งต่อไปยังกรุงลอนดอน โดยไม่จำเป็นต้องหลอมทองคำแท่งใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยว่า ทองคำปริมาณมหาศาลดังกล่าวถูกขนส่งข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกด้วยวิธีการใด สำหรับการโยกย้ายทองคำส่วนที่เหลือนั้น DNB ระบุว่า ได้ดำเนินการด้วยการขายทองคำในนครนิวยอร์ก แล้วซื้อทองคำกลับคืนมาในกรุงลอนดอน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของ DNB ระบุว่า การผสมผสานกระบวนการซื้อและขายเข้ากับการขนส่งทองคำ ทำให้ DNB สามารถกระจายความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายทองคำทางกายภาพ ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อนเช่นนี้ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;DNB ไม่ได้ยืนยันว่า สิ่งที่ธนาคารหมายถึงภายใต้คำว่า “ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์” นั้นหมายถึงสถานการณ์ใดเป็นการเฉพาะ แต่เศรษฐกิจสหรัฐยังคงอยู่ในภาวะไม่แน่นอน เนื่องจากสงครามที่ประเทศกำลังดำเนินอยู่กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน แคนาดาได้รับผลกระทบอย่างหนักจากมาตรการภาษีของสหรัฐที่เรียกเก็บต่ออุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ได้แก่ เหล็ก อะลูมิเนียม ไม้แปรรูป และรถยนต์ รวมทั้งการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมในอัตรา 50% ต่อสินค้าของแคนาดามูลค่าราว 28,000 ล้านดอลลาร์แคนาดา หรือประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 15,000 ล้านปอนด์ ซึ่งมีการประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;DNB กล่าวว่า ทองคำที่เก็บรักษาไว้กับธนาคารกลางอังกฤษ ถือเป็นทองคำที่สามารถซื้อขายได้ง่ายที่สุดในโลก และด้วยเหตุนี้จึงสามารถซื้อขายได้ง่ายกว่าในยามเกิดวิกฤต เมื่อเทียบกับการเก็บทองคำเหล่านี้ไว้ในสหรัฐหรือแคนาดา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนการประกาศเมื่อวันพุธ DNB เก็บทองคำสำรองของประเทศ 31.3% ไว้ในนครนิวยอร์ก และ 19.7% ไว้ในกรุงออตตาวา แต่หลังการโยกย้ายดังกล่าว สัดส่วนทองคำที่เก็บไว้ในทั้งสองประเทศลดลงเหลือแห่งละ 18.5%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;DNB ระบุว่า ณ สิ้นปี 2025 เนเธอร์แลนด์มีทองคำสำรองรวม 612.4 ตัน ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ 72,200 ล้านยูโร หรือราว 2.77 ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังการเคลื่อนย้ายทองคำครั้งนี้ สัดส่วนทองคำสำรองของเนเธอร์แลนด์ที่เก็บไว้ในกรุงลอนดอนเพิ่มขึ้นจาก 18.1% เป็น 32.1% ขณะที่ DNB ยังคงเก็บทองคำสำรองอีก 30.8% ไว้ในเนเธอร์แลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873348?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เตรียมรับมือวิกฤต! เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำหลายพันล้านดอลล์ จากอเมริกาเหนือไปลอนดอน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เตรียมรับมือวิกฤต! เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำหลายพันล้านดอลล์ จากอเมริกาเหนือไปลอนดอน</dc:alternative><dc:abstract>เตรียมรับมือวิกฤต! เนเธอร์แลนด์ย้ายทองคำหลายพันล้านดอลล์ จากอเมริกาเหนือไปลอนดอน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-03T02:53:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-03T02:53:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/gb-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยูนิเซฟสำรวจ 21 ปท. รวมไทย พบเด็ก 20 ล้านต่อปี ตกเป็นเหยื่อ ล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873301]]></link><pubDate>2026-09-03T08:49:39+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5873301</guid><description>ยูนิเซฟสำรวจ 21 ปท. รวมไทย พบเด็ก 20 ล้านต่อปี ตกเป็นเหยื่อ ล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์ กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) เผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่มีข้อมูลชวนตกตะลึงว่า เด็กที่ใช้อินเท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ยูนิเซฟสำรวจ 21 ปท. รวมไทย พบเด็ก 20 ล้านต่อปี ตกเป็นเหยื่อ ล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) เผยแพร่รายงานเมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่มีข้อมูลชวนตกตะลึงว่า เด็กที่ใช้อินเทอร์เน็ตราว 20 ล้านคนใน 21 ประเทศ ตกเป็นเหยื่อของการแสวงประโยชน์ทางเพศหรือการล่วงละเมิดทางเพศบนแพลตฟอร์มดิจิทัลในหนึ่งปี โดยกรณีส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานของยูนิเซฟประเมินว่า เด็กอายุ 12-17 ปีมากกว่า 1 ใน 5 คน ในประเทศต่าง ๆ ทั่วแอฟริกา เอเชีย ลาตินอเมริกา และยุโรปตะวันออก เคยประสบกับการล่วงละเมิดหรือการแสวงหาประโยชน์ทางเพศอย่างน้อยหนึ่งรูปแบบบนแพลตฟอร์มออนไลน์ในช่วงหนึ่งปีก่อนการสำรวจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานพบว่า เด็กราว 15 ล้านคนในประเทศที่ทำการสำรวจเคยเผชิญกับเนื้อหาทางเพศที่ไม่พึงประสงค์ เด็ก 9 ล้านคนถูกกดดันให้พูดคุยเรื่องทางเพศหรือให้ส่งภาพที่มีเนื้อหาทางเพศ ขณะที่เด็ก 4 ล้านคนมีภาพทางเพศของพวกเขาถูกเผยแพร่โดยไม่ได้รับความยินยอม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า จำนวนเด็กที่ตกเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะดังกล่าวทั่วโลก คาดว่าจะสูงถึงหลายสิบล้านคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งานวิจัยชิ้นนี้ ซึ่งยูนิเซฟอธิบายว่าเป็นหนึ่งในการศึกษาขนาดใหญ่ที่สุดในลักษณะเดียวกันที่เคยทำมา อ้างอิงจากการสำรวจตัวอย่างเด็กผู้ใช้อินเทอร์เน็ตราว 21,000 คน ใน 21 ประเทศ โดยเก็บรวบรวมระหว่างปี 2020-2025&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โดยใน 21 ประเทศ ที่ยูนิเซฟทำการสำรวจ มีประเทศในเอเชีย 7 ประเทศ ซึ่งรวมถึงไทย ขณะที่อีก 6 ประเทศที่เหลือได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา และปากีสถาน โดย 6 ประเทศแรกอยู่ในการวิจัยช่วงแรกที่ทำขึ้นในปี 2020-2021 ส่วนปากีสถานอยู่ในการวิจัยรอบที่สองในช่วง 2024-2025&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานพบว่า เกือบ 60% ของการล่วงละเมิดที่มีการรายงานเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ โดยแพลตฟอร์มที่ถูกระบุถึงมากที่สุด ได้แก่ Facebook, WhatsApp, Instagram, Snapchat และ TikTok ขณะที่ 14% ของเหตุการณ์เกิดขึ้นในเกมออนไลน์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของ META ซึ่งเป็นเจ้าของ Facebook, WhatsApp และ Instagram กล่าวว่า การสำรวจดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่บริษัทจะนำคุ้มครองป้องกันบางอย่างที่ยูนิเซฟแนะนำมาใช้ เช่น การตั้งค่าบัญชีของวัยรุ่นเป็นบัญชีส่วนตัวโดยอัตโนมัติ และการป้องกันไม่ให้ผู้ใหญ่ส่งข้อความถึงวัยรุ่นที่ไม่ได้มีรู้จักกันบนแพลตฟอร์ม และบริษัทกำหนดให้ WhatsApp เป็นแอปพลิเคชันสำหรับการส่งข้อความแบบส่วนตัว ไม่ใช่แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“แม้ว่ารายงานฉบับนี้จะไม่มีหลักฐานเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการล่วงละเมิด แต่เราจะยังคงต่อสู้กับการแสวงประโยชน์จากเด็กอย่างจริงจังในทุกแอปพลิเคชันของเรา และสนับสนุนเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในการดำเนินคดีกับอาชญากรที่อยู่เบื้องหลังการกระทำเหล่านี้” โฆษก META กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน Snapchat ชี้แจงกับรอยเตอร์ โดยอ้างถึงบทความในบล็อกของแจ็กเกอลีน บูเชอร์ หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยของแพลตฟอร์มซึ่งระบุว่า บริษัทกำลังดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อต่อสู้กับการขู่กรรโชกทางเพศออนไลน์ผ่านการตรวจจับเชิงรุก การลบบัญชีผู้ใช้ เครื่องมือสำหรับให้ผู้ใช้รายงานเหตุการณ์ และฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้ใช้งานที่มีความเปราะบาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;TikTok กล่าวว่า บริษัทได้สร้างมาตรการป้องกันหลากหลายรูปแบบเพื่อปกป้องผู้เยาว์ รวมถึงการจำกัดการใช้ฟีเจอร์บางอย่างสำหรับผู้ใช้อายุน้อย การกำหนดให้บัญชีของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีเป็นบัญชีส่วนตัวโดยอัตโนมัติ และการใช้เทคโนโลยีในการตรวจจับพฤติกรรมที่อาจเป็นการล่วงละเมิดทางเพศหรือแสวงประโยชน์จากเด็ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานของยูนิเซฟระบุว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของกรณีที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับบุคคลที่เด็กคุ้นเคยอยู่แล้ว ซึ่งรวมถึงเพื่อน ญาติ หรือคู่รัก ขณะที่เด็ก 38% พบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดทางออนไลน์เป็นครั้งแรก งานวิจัยพบว่า มีกรณีที่เกี่ยวข้องกับเด็กน้อยกว่า 1% ที่ถูกรายงานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ นักสังคมสงเคราะห์ หรือสายด่วนให้ความช่วยเหลือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานยังชี้ให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) โดยใน 9 ประเทศที่มีการเก็บข้อมูล พบว่าเด็กประมาณ 1.1 ล้านคนรายงานว่า มีการสร้างภาพหรือวิดีโอที่มีเนื้อหาทางเพศโดยใช้เอไอ ที่แสดงภาพของพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งานวิจัยยังพบว่า เด็กที่เคยประสบกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศผ่านการใช้เทคโนโลยี มีแนวโน้มรายงานถึงความคิดฆ่าตัวตายหรือการทำร้ายตัวเองมากกว่าเด็กทั่วไปประมาณ 4 เท่า และมีระดับความวิตกกังวลสูงกว่าเพื่อนในวัยเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แคเธอรีน รัสเซลล์ ผู้อำนวยการบริหารยูนิเซฟ กล่าวในแถลงการณ์ว่า ประสบการณ์เหล่านี้ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานทางอารมณ์และจิตใจอย่างลึกซึ้ง เด็กจำนวนมากต้องทนทุกข์อยู่เงียบ ๆ โดยไม่รู้ว่าจะหันไปขอความช่วยเหลือจากที่ใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยูนิเซฟเรียกร้องให้รัฐบาลและบริษัทเทคโนโลยีเสริมสร้างความเข้มแข็งของมาตรการด้านความปลอดภัยบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ปรับปรุงกฎหมายเพื่อรับมือกับรูปแบบการล่วงละเมิดที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงเนื้อหาที่สร้างขึ้นโดยเอไอ ตลอดจนปรับปรุงระบบการคุ้มครองเด็กและการแจ้งเหตุให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5873301?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยูนิเซฟสำรวจ 21 ปท. รวมไทย พบเด็ก 20 ล้านต่อปี ตกเป็นเหยื่อ ล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยูนิเซฟสำรวจ 21 ปท. รวมไทย พบเด็ก 20 ล้านต่อปี ตกเป็นเหยื่อ ล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์</dc:alternative><dc:abstract>ยูนิเซฟสำรวจ 21 ปท. รวมไทย พบเด็ก 20 ล้านต่อปี ตกเป็นเหยื่อ ล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-03T02:14:24+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-03T02:14:24+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yc.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yc-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yc-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/yc-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เยอรมันผวา! เกิดเหตุบึ้มใกล้สถานีรถไฟ ทำคนสัญจรเจ็บ 2]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872662]]></link><pubDate>2026-09-02T15:36:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5872662</guid><description>เยอรมันผวา! เกิดเหตุบึ้มใกล้สถานีรถไฟ ทำคนสัญจรเจ็บ 2 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุวัตถุไม่ทราบชนิดระเบิดขึ้นใกล้กับสถานีรถไฟในเมืองเอาส์บูร์ก ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ในช่วงเช้าตรู่วันพุธ(2 ก. [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เยอรมันผวา! เกิดเหตุบึ้มใกล้สถานีรถไฟ ทำคนสัญจรเจ็บ 2&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุวัตถุไม่ทราบชนิดระเบิดขึ้นใกล้กับสถานีรถไฟในเมืองเอาส์บูร์ก ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี ในช่วงเช้าตรู่วันพุธ(2 ก.ย.)ตามเวลาท้องถิ่น แรงระเบิดได้ส่งผลให้มีผู้สัญจรผ่านไปมา 2 ราย มีอายุ 17 และ 18 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รุดไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุและขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจรัฐบาวาเรียระบุว่าเหตุระเบิดเกิดขึ้นบริเวณทางเดินของอาคารแห่งหนึ่ง และผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองรายดังกล่าวเป็นชาวยูเครน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ตำรวจแจ้งว่าได้มีการสั่งปิดสถานีรถไฟหลักของเมือง หลังจากตรวจพบวัตถุต้องสงสัยอีกชิ้นหนึ่งในบริเวณดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;มีการระงับการให้บริการรถไฟแล้ว&amp;#8221; ตำรวจโพสต์แจ้งผ่านแพลตฟอร์ม X ขณะที่โฆษกตำรวจกล่าวว่า รายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุระเบิดดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักข่าว Bild รายงานว่า ในช่วงเช้าตรู่วันนี้ ระเบิดมือลูกหนึ่งได้เกิดระเบิดขึ้นที่หน้าร้านอัญมณีแห่งหนึ่ง และดูเหมือนว่าตัวสถานีรถไฟไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872662?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เยอรมันผวา! เกิดเหตุบึ้มใกล้สถานีรถไฟ ทำคนสัญจรเจ็บ 2&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เยอรมันผวา! เกิดเหตุบึ้มใกล้สถานีรถไฟ ทำคนสัญจรเจ็บ 2</dc:alternative><dc:abstract>เยอรมันผวา! เกิดเหตุบึ้มใกล้สถานีรถไฟ ทำคนสัญจรเจ็บ 2</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T08:36:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T08:36:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-02-153032.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-02-153032-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-02-153032.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/Screenshot-2026-09-02-153032-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ช็อก รองประธานธนาคาร Bank of America ถูกแทงดับ ที่ไทม์สแควร์ กลางวันแสกๆ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872645]]></link><pubDate>2026-09-02T15:28:00+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5872645</guid><description>ช็อก รองประธานธนาคาร Bank of America ถูกแทงดับ ที่ไทม์สแควร์ กลางวันแสกๆ เมื่อวันที่ 1 กันยายน รอยเตอร์ รายงานว่า Bank of America (BofA)ธนาคารรายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐ ได้เปิดเผยว่า รองประธานของธนาคารแ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;ช็อก รองประธานธนาคาร Bank of America ถูกแทงดับ ที่ไทม์สแควร์ กลางวันแสกๆ&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 กันยายน &lt;strong&gt;รอยเตอร์&lt;/strong&gt; รายงานว่า &lt;strong&gt;Bank of America&lt;/strong&gt; (BofA)ธนาคารรายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐ ได้เปิดเผยว่า รองประธานของธนาคารแห่งนี้ เสียชีวิตจากการถูกแทงที่ย่านไทม์สแควร์ ในนครนิวยอร์ก ซึ่งนับเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด และ ลงมือกลางวันแสกๆในใจกลางย่านท่องเที่ยวสำคัญของเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้การจราจรบนท้องถนนในย่านมิดทาวน์แมนฮัตตัน ต้องหยุดชะงักลงเมื่อวันจันทร์ ขณะที่รถของหน่วยฉุกเฉินจำนวนมาก ต่างรีบเข้าไปในพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจนครนิวยอร์กให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตคือ &lt;strong&gt;อิริน เพียเซนติ&lt;/strong&gt; วัย 32 ปี ขณะที่ Bank of America ยืนยันการเสียชีวิตของพนักงานรายหนึ่ง โดยบันทึกภายในที่สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รับข้อมูล ยืนยันตัวตนของเธอ ทั้งนี้ ข้อมูลจาก LinkedIn ระบุว่า Piacenti ดำรงตำแหน่งรองประธานในหน่วยงานด้านการคัดเลือกธุรกิจและความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของ Bank of America&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เรารู้สึกตกใจและเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียเพื่อนร่วมงานของเราไปอย่างน่าสลดใจ เธอเป็นเพื่อนร่วมทีมที่มีคุณค่าและจะเป็นที่จดจำอย่างยิ่ง เราขอส่งกำลังใจไปยังครอบครัวและบุคคลอันเป็นที่รักของเธอทุกคน&amp;#8221; ธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ที่ส่งทางอีเมลล์ถึงรอยเตอร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักงานของ Bank of America ตั้งอยู่ในย่านแมนฮัตตันที่อาคาร นฮัตตันตั้งอยู่ที่อาคาร One Bryant Park ซึ่งอยู่ใกล้กับไทม์สแควร์เพียงแค่ช่วงตึกเดียว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5872653&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735.jpg&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;874&quot; height=&quot;577&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735.jpg 874w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735-300x198.jpg 300w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735-768x507.jpg 768w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735-728x481.jpg 728w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735-636x420.jpg 636w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735-400x264.jpg 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735-250x165.jpg 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 874px) 100vw, 874px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ตำรวจนิวยอร์ก (NYPD) ยังระบุในแถลงการณ์ว่า มีชายวัย 68 ปีอีกรายหนึ่ง ซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ ได้รับบาดเจ็บจากการถูกแทงในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย โดยขณะนี้อาการของเขาอยู่ในระดับคงที่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจสสิกา ทิช ผู้บัญชาการตำรวจนิวยอร์กกล่าวว่า เหตุโจมตีซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ เวลาประมาณ 16.24 น. บริเวณจุดตัดของถนน West 42 Street และ Seventh Avenue ดูเหมือนจะเป็นการก่อเหตุแบบสุ่ม และไม่มีสาเหตุจูงใจหรือการยั่วยุมาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจนิวยอร์ก ระบุว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบหญิงวัย 49 ปีชื่อ พาเมลา ซิสเนรอส กำลังถือมีดขนาดใหญ่สองเล่มและเดินรุดหน้าเข้าหาเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงยิงซิสเนรอส และต่อมามีการยืนยันว่าเธอเสียชีวิตแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจสสิกา ทิช กล่าวว่า ซิสเนรอสมีประวัติปัญหาสุขภาพจิตที่ได้รับการบันทึกไว้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แมทธิว โคเดอร์ ประธานฝ่าย Global Corporate &amp;amp; Investment Banking ของธนาคาร Bank of America กล่าวถึงอิรินว่า เป็นเพื่อนร่วมทีมและเพื่อนที่รักยิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เอรินเป็นสมาชิกที่มีคุณค่าของทีมคัดเลือกธุรกิจและแก้ไขข้อขัดแย้ง โดยเธอเข้าร่วมงานกับธนาคารเมื่อ 18 เดือนที่แล้ว การสูญเสียของเธอสร้างความเสียใจอย่างสุดซึ้งแก่หลายๆ คน&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872645?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ช็อก รองประธานธนาคาร Bank of America ถูกแทงดับ ที่ไทม์สแควร์ กลางวันแสกๆ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ช็อก รองประธานธนาคาร Bank of America ถูกแทงดับ ที่ไทม์สแควร์ กลางวันแสกๆ</dc:alternative><dc:abstract>ช็อก รองประธานธนาคาร Bank of America ถูกแทงดับ ที่ไทม์สแควร์ กลางวันแสกๆ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T08:28:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T08:28:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/12103.0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/12103.0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/1788337052735-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>874</mi:x1><mi:y1>577</mi:y1><mi:x2>874</mi:x2><mi:y2>577</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/12103.0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/12103.0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/151.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/151-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ขี้เกียจจัด! ตร.เกาหลีใต้ก่อเหตุฉาว รับสารภาพ รีบปิดคดีคนหายโดยไม่สืบสวน เพื่อเลี่ยงงานงอก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872575]]></link><pubDate>2026-09-02T15:14:34+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5872575</guid><description>ขี้เกียจจัด! ตร.เกาหลีใต้ก่อเหตุฉาว รับสารภาพ รีบปิดคดีคนหายโดยไม่สืบสวน เพื่อเลี่ยงงานงอก ความคืบหน้ากรณีตำรวจเกาหลีใต้รายหนึ่งรีบปิดคดีคนหายหลายรายบนเกาะเชจูโดยไม่มีการสืบสวนใดๆ ซึ่งเป็นข่าวอื้อฉาวไ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ขี้เกียจจัด! ตร.เกาหลีใต้ก่อเหตุฉาว รับสารภาพ รีบปิดคดีคนหายโดยไม่สืบสวน เพื่อเลี่ยงงานงอก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ความคืบหน้ากรณีตำรวจเกาหลีใต้รายหนึ่งรีบปิดคดีคนหายหลายรายบนเกาะเชจูโดยไม่มีการสืบสวนใดๆ ซึ่งเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ ได้รับสารภาพว่าเหตุที่เขากระทำเช่นนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงภาระงานที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยสำนักงานตำรวจเชจูเปิดเผยว่า ตำรวจที่ก่อเหตุอื้อฉาวรายนี้มีนามสกุลว่า “บู” ซึ่งถูกจับเมื่อเร็วๆ นี้ และถูกส่งตัวมายังสำนักงานอัยการเขตเชจูเมื่อวันอังคาร (1 ก.ย.) ได้ทำการปิดคดีสำคัญอย่างน้อย 2 คดีโดยมิชอบ และเขาถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีในหลายข้อหา ได้แก่ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ การปลอมแปลงบันทึกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของทางราชการ และขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานด้วยวิธีการหลอกลวง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานตำรวจฯระบุว่าระหว่างการสอบสวน นายบูได้ให้การว่า บุคคลที่สูญหายเป็นผู้ใหญ่ทั่วไป เขาจึงไม่ได้ใส่กับคดีนี้อย่างจริงจัง หากไม่ปิดคดีก็คงมีภาระงานที่ต้องจัดการเพิ่มขึ้นอีกมาก และด้วยความรู้สึกกดดันเรื่องการส่งมอบงาน เขาจึงตัดสินใจปิดคดีไปทั้งที่ยังไม่เรียบร้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนึ่งในคดีคนสูญหายที่นายบูชิงปิดคดีโดยไม่ได้สืบสวน เป็นกรณีของ น.ส.จาง มีรัน หญิงชาวเกาหลีใต้ วัย 37 ปี ที่หายตัวไปในเดือนพฤษภาคม ซึ่งแฟนหนุ่มของเธอได้เข้าแจ้งความตำรวจว่าแฟนสาวหายตัวไป ในเวลานั้น นายบูได้แจ้งกับแฟนหนุ่มของจาง มีรันว่าเขาได้พูดคุยกับเธอแล้ว แต่เธอไม่ต้องการพบตำรวจหรือให้แฟนหนุ่มติดต่อหา ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ระบุว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่นายบูกุขึ้นเองทั้งสิ้น ทั้งยังได้บันทึกข้อมูลเท็จดังกล่าวลงในระบบ รวมถึงลงบันทึกว่า น.ส.จางเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ และได้ทำการปิดคดีไป ก่อนที่จะมีการพบศพของ น.ส.จาง ใกล้กับสวนปาล์มแห่งหนึ่งบนเกาะเชจูเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกคดีหนึ่งเป็นการแจ้งความชายอายุ 60 ปีรายหนึ่งหายตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งนายบูก็ปลอมแปลงข้อมูลเท็จในลักษณะเดียวกัน โดยอ้างว่าได้คุยกับชายคนดังกล่าวแล้ว ซึ่งเขาไม่ต้องการติดต่อกับใคร ก่อนจะมีการพบศพชายรายนี้เมื่อต้นเดือนสิงหาคม นอกจากนี้ ตำรวจยังเชื่อว่านายบูอาจปิดคดีคนหายในลักษณะนี้ไปอีก 25 คดี แม้ว่าในบางคดีจะมีการยืนยันในภายหลังว่าบุคคลเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่และปลอดภัยดีก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุอาชญากรรมรุนแรงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แม้จะมีรายงานผู้สูญหายในเกาหลีใต้มากกว่า 70,000 คนในแต่ละปี แต่ร้อยละ 99 ของกรณีเหล่านี้ได้รับการคลี่คลายภายในเวลาหนึ่งเดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คดีอื้อฉาวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางการเมืองในเกาหลีใต้เต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลเพิ่งผ่านกฎหมายโอนอำนาจการสอบสวนทั้งหมดจากอัยการไปยังตำรวจ ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ถูกมองว่าเป็นมาตรการที่มุ่งลดอิทธิพลทางการเมืองของอัยการ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวไม่เป็นที่นิยมในหมู่ประชาชน ซึ่งกล่าวหาตำรวจว่าทุจริตและไร้ประสิทธิภาพมานานหลายปีแล้ว ขณะที่เมื่อเร็วๆ นี้ ประธานาธิบดีอี แจมยอง ให้คำมั่นว่าจะปฏิรูปตำรวจภายหลังจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872575?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ขี้เกียจจัด! ตร.เกาหลีใต้ก่อเหตุฉาว รับสารภาพ รีบปิดคดีคนหายโดยไม่สืบสวน เพื่อเลี่ยงงานงอก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ขี้เกียจจัด! ตร.เกาหลีใต้ก่อเหตุฉาว รับสารภาพ รีบปิดคดีคนหายโดยไม่สืบสวน เพื่อเลี่ยงงานงอก</dc:alternative><dc:abstract>ขี้เกียจจัด! ตร.เกาหลีใต้ก่อเหตุฉาว รับสารภาพ รีบปิดคดีคนหายโดยไม่สืบสวน เพื่อเลี่ยงงานงอก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T08:22:05+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T08:22:05+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-26T013612Z_1909575873_RC216NAOUZXE_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLICE-MISSING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-26T013612Z_1909575873_RC216NAOUZXE_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLICE-MISSING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-26T013612Z_1909575873_RC216NAOUZXE_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLICE-MISSING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-26T013612Z_1909575873_RC216NAOUZXE_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLICE-MISSING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-26T013612Z_1909575873_RC216NAOUZXE_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLICE-MISSING-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-26T013612Z_1909575873_RC216NAOUZXE_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLICE-MISSING-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ข่าวดี! 5 นักท่องเที่ยวออสซี่ปลอดภัย ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มเนปาลพุ่ง 1.1 พัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872429]]></link><pubDate>2026-09-02T13:34:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5872429</guid><description>ข่าวดี! 5 นักท่องเที่ยวออสซี่ปลอดภัย ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มเนปาลพุ่ง 1.1 พัน นักท่องเที่ยวออสเตรเลียบางส่วนที่เคยถูกแจ้งว่าสูญหายสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้แล้ว สุนิล ชาร์มา โฆษกของคณะกรรมการการท่องเท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ข่าวดี! 5 นักท่องเที่ยวออสซี่ปลอดภัย ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มเนปาลพุ่ง 1.1 พัน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นักท่องเที่ยวออสเตรเลียบางส่วนที่เคยถูกแจ้งว่าสูญหายสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้แล้ว สุนิล ชาร์มา โฆษกของคณะกรรมการการท่องเที่ยวเนปาล กล่าวว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างน้อย 5 คน ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกแจ้งว่าสูญหาย สามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ได้ทางอีเมลหรือโทรศัพท์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายแอนโธนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย กล่าวว่า จำนวนชาวออสเตรเลียที่สูญหายจากภัยพิบัติครั้งนี้ลดลงจาก 43 คนเหลือ 38 คน หลังมีการยืนยันเมื่อคืนที่ผ่านมาว่าชาวออสเตรเลียอีก 5 คนปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ท่ามกลางโศกนาฏกรรมทั้งหมดนี้ เรากำลังได้รับข่าวดีบางอย่าง วันนี้ มีการยืนยันว่าชาวออสเตรเลียอีก 5 คนปลอดภัย” อัลบาเนซีกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ประเทศปาเลา ซึ่งเขากำลังเข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับภูมิภาค และว่า แน่นอนว่าเราหวังว่าจะมีข่าวดีเพิ่มเติม และเรากำลังทำทุกอย่างที่สามารถทำได้เพื่อทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ปฏิบัติการค้นหายังคงดำเนินต่อไป ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยครั้งร้ายแรงในเนปาลเพิ่มเป็น 1,118 ราย และยังมีผู้สูญหายมากกว่า 3,900 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศเนปาลระบุว่า จนถึงขณะนี้สามารถช่วยเหลือชาวต่างชาติได้แล้ว 324 คน ขณะที่ชาวต่างชาติจาก 39 ประเทศอีกราว 590 คน ยังคงสูญหาย หนึ่งสัปดาห์หลังเกิดอุทกภัยเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฝั่งของจีน CCTV รายงานเมื่อวันพุธว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้สร้างถนนชั่วคราวไปยังพื้นที่ประสบภัยบริเวณด่านชายแดนจี๋หรง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายแดนเนปาลเสร็จเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการเปิดเส้นทางเพื่อให้เครื่องจักรหนักสามารถเข้าพื้นที่และใช้เพื่อการค้นหาผู้สูญหายที่บริเวณศูนย์กลางด่านผ่านแดน ซึ่งถูกกระแสน้ำท่วมพัดทำลายเสียหายอย่างหนัก ถนนที่มุ่งหน้าไปยังด่านดังกล่าวถูกทำลายและถูกน้ำ โคลน และก้อนหินทับถมฝังอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จีนรายงานแยกต่างหากว่า ณ วันอาทิตย์ มีผู้เสียชีวิต 16 คน และมีผู้สูญหาย 546 คนจากภัยพิบัติครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872429?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ข่าวดี! 5 นักท่องเที่ยวออสซี่ปลอดภัย ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มเนปาลพุ่ง 1.1 พัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ข่าวดี! 5 นักท่องเที่ยวออสซี่ปลอดภัย ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มเนปาลพุ่ง 1.1 พัน</dc:alternative><dc:abstract>ข่าวดี! 5 นักท่องเที่ยวออสซี่ปลอดภัย ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มเนปาลพุ่ง 1.1 พัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T06:36:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T06:36:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n3-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n3-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผิดกม.มั่นคง! โจชัว หว่อง นักสู้เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง รับสารภาพ สมคบต่างชาติ มีโทษสูงสุด คุกตลอดชีวิต]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872225]]></link><pubDate>2026-09-02T11:45:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5872225</guid><description>ผิดกม.มั่นคง! โจชัว หว่อง นักสู้เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง รับสารภาพ สมคบต่างชาติ มีโทษสูงสุด คุกตลอดชีวิต โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยคนดังชาวฮ่องกง ในวัย 29 ปี ให้การรับสารภาพในข้อกล่าวหาสม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ผิดกม.มั่นคง! โจชัว หว่อง นักสู้เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง รับสารภาพ สมคบต่างชาติ มีโทษสูงสุด คุกตลอดชีวิต&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยคนดังชาวฮ่องกง ในวัย 29 ปี ให้การรับสารภาพในข้อกล่าวหาสมคบกับองค์กรต่างชาติ ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่มีโทษสูงสุดถึงจำคุกตลอดชีวิต ในการไต่สวนคดีที่มีขึ้นที่ศาลสูงเขตแอดมิรัลตีของฮ่องกง เมื่อวันที่ 2 กันยายน ซึ่งมีนักการทูตชาติตะวันตกได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมฟังการพิจารณาด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หว่อง สวมเสื้อสีน้ำเงินเข้มและแว่นตากรอบดำ โบกมือและพยักหน้าทักทายผู้เข้าร่วมฟังการไต่สวนคดีจากคอกจำเลย ซึ่งเขาสูดหายใจลึกเป็นระยะ ก่อนกล่าวคำรับสารภาพต่อผู้พิพากษาในห้องพิจารณาคดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โจชัว หว่อง กลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกตั้งแต่ยังวัยรุ่นจากการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง เขาเป็นหนึ่งในกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ลงถนนประท้วงต่อต้านรัฐบาลปักกิ่งซึ่งถูกตีตราในปี 2020 ว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกงซึ่งเป็นดินแดนใต้อาณัติจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในคำฟ้องของอัยการเน้นย้ำถึงสิ่งที่ระบุว่าเป็นการรณรงค์ทางการเมืองของพรรคเดโมซิสโต พรรคการเมืองที่มีนายหว่องเป็นหนึ่งในแกนนำซึ่งถูกยุบไปแล้ว ในการผลักดันให้นานาประเทศดำเนินการคว่ำบาตรฮ่องกงและจีนในช่วงปี 2019-2020&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เอกสารข้อกล่าวหาที่สำนักข่าวรอยเตอร์ได้เห็นก่อนหน้านี้ระบุว่า นายหว่องสมคบคิดกับนาธาน ลอว์ นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยอีกคนที่ลี้ภัยไปต่างประเทศแล้วและบุคคลอื่นๆ ได้รณรงค์เรียกร้องให้ประเทศ สถาบัน องค์กรหรือบุคคลภายนอกประเทศจีน ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรหรือปิดล้อม ซึ่งการกระทำที่เป็นการต่อต้านฮ่องกงและจีนในลักษณะนี้ รวมถึงกิจกรรมที่เป็นปฏิปักษ์อื่นๆ นั้นเกิดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคมถึงวันที่ 23 พฤศจิกายนปี 2020&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบัน นายหว่อง เคยเป็นแกนนำคนสำคัญในการเคลื่อนไหวที่ถูกเรียกขานว่า “ปฏิวัติร่ม” ในฮ่องกงเมื่อปี 2014 และการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยครั้งใหญ่ในปี 2019 นั้น กำลังรับโทษจำคุกเป็นเวลา 4 ปี 8 เดือน หลังจากเขาถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานบ่อนทำลายอำนาจรัฐ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความผิดภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในช่วงปลายปี 2024 โดยหว่องมีกำหนดจะพ้นโทษในคดีดังกล่าวนี้ในปี 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การไต่สวนคดีนายหว่องล่าสุดนี้เกิดขึ้นหลังจากนายลี ชึก-ยัน อายุ 69 ปี และนายโจว ฮัง-ตง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ถูกศาลฮ่องกงตัดสินเมื่อเดือนที่แล้วว่ามีความผิดฐานยุยงให้เกิดการล้มล้างรัฐบาลเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากทั้งสองได้ใช้คำว่า “ยุติเผด็จการพรรคเดียว” ในการจัดกิจกรรมทางการเมืองเขาพวกเพื่อรำลึกเหตุการณ์นองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในปี 1989&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของฮ่องกงที่ได้รับการอนุมัติจากจีนได้ผ่านเป็นกฎหมายเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนปี 2020 ซึ่งจีนและฮ่องกงอ้างว่าเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพของประเทศ แต่ถูกกลุ่มนักวิจารณ์มองว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปราบปรามผู้เห็นต่าง หลังจากเกิดการชุมนุมประท้วงรุนแรงหลายครั้งในฮ่องกงเมื่อปี 2019&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872225?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผิดกม.มั่นคง! โจชัว หว่อง นักสู้เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง รับสารภาพ สมคบต่างชาติ มีโทษสูงสุด คุกตลอดชีวิต&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผิดกม.มั่นคง! โจชัว หว่อง นักสู้เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง รับสารภาพ สมคบต่างชาติ มีโทษสูงสุด คุกตลอดชีวิต</dc:alternative><dc:abstract>ผิดกม.มั่นคง! โจชัว หว่อง นักสู้เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง รับสารภาพ สมคบต่างชาติ มีโทษสูงสุด คุกตลอดชีวิต</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T16:16:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T16:16:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26244195511694.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26244195511694-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26244195511694.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26244195511694-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T012346Z_261510610_RC2PANAQ4R84_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-JOSHUAWONG.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-09-02T012346Z_261510610_RC2PANAQ4R84_RTRMADP_3_HONGKONG-SECURITY-JOSHUAWONG-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26244195511694-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26244195511694-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐโจมตีอิหร่านซ้ำ เตหะรานสวนกลับ ถล่มฐานทัพมะกันในภูมิภาค]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872117]]></link><pubDate>2026-09-02T10:58:54+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5872117</guid><description>สหรัฐโจมตีอิหร่านซ้ำ เตหะรานสวนกลับ ถล่มฐานทัพมะกันในภูมิภาค สหรัฐเปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ใส่อิหร่านเมื่อวันที่ 1 กันยายน ทำให้อิหร่านตอบโต้กลับ ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สหรัฐโจมตีอิหร่านซ้ำ เตหะรานสวนกลับ ถล่มฐานทัพมะกันในภูมิภาค&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐเปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่ใส่อิหร่านเมื่อวันที่ 1 กันยายน ทำให้อิหร่านตอบโต้กลับ ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ของสงคราม ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกปรับสูงขึ้นมากกว่า 4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันอังคาร ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ และยังส่งผลกระทบต่อคะแนนความนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากทั้งสองฝ่ายปะทะกันในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนการโจมตีครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และหลังจากเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่กำลังออกจากช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันจันทร์ โดยช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกสำหรับการขนส่งน้ำมัน และอิหร่านได้ปิดกั้นเส้นทางเดินเรือผ่านบริเวณดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้สหรัฐจะทำการโจมตีรอบใหม่ แต่อิหร่านยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าว โดยเตือนว่าจะขัดขวางการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย แม้ทรัมป์จะขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรง และนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เตือนว่าวอชิงตันกำลังจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่านรายงานว่า มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และบาดเจ็บ 50 คนจากเหตุโจมตีงานแต่งงานแห่งหนึ่งใกล้เมืองซีริก ซึ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่งริมช่องแคบฮอร์มุซ ด้านสำนักข่าวเมห์รายงานว่า ผู้เสียชีวิตรวมถึงเด็กวัย 4 ขวบ ขณะที่สำนักข่าว IRNA ซึ่งอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัด ระบุจำนวนผู้บาดเจ็บที่ 68 คน ขณะที่สหรัฐยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ต่อรายงานดังกล่าวในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุในแถลงการณ์ว่า การโจมตีของสหรัฐจะทำให้การปิดล็อกช่องแคบฮอร์มุซเข้มงวดยิ่งขึ้น โดยก่อนเกิดสงคราม ช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่ออิหร่านรายงานโดยอ้างคำกล่าวของนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านว่า หากศัตรูต้องการไม่ให้เราส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย ก็จะไม่มีใครสามารถส่งออกน้ำมันได้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดูเหมือนว่าทั้งการขู่ว่าจะโจมตีและมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจชุดใหม่ของสหรัฐต่ออิหร่าน ยังไม่สามารถเปลี่ยนจุดยืนของเตหะราน ซึ่งเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอย่างหนักมานานเกือบครึ่งศตวรรษ อย่างมีนัยสำคัญได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีของสหรัฐระลอกที่สองภายในเวลา 3 วัน เกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาแห่งความสงบนานหนึ่งเดือน ซึ่งทั้งสองประเทศไม่ได้มีการโจมตีกันโดยตรง แม้จะยังคงแลกเปลี่ยนถ้อยคำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์กล่าวว่า การโจมตีในวันอังคาร เป็นการตอบโต้ความพยายามของอิหร่านในการวางทุ่นระเบิดทางทะเลในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากกองทัพสหรัฐประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าได้เคลียร์เส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์จากทุ่นระเบิดของอิหร่านแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นการตอบโต้กรณีที่อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐในจอร์แดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมามีรายงานว่าเสียงไซเรนดังขึ้นอีกครั้งในจอร์แดน ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ของรัฐ IRGC ระบุว่า ได้เปิดฉากโจมตีอย่างหนักด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลใส่ฐานทัพสหรัฐในจอร์แดน และอ้างว่าสังหารทหารสหรัฐไปเป็นจำนวนมาก สำนักข่าวฟาร์สของอิหร่านรายงานว่า ปฏิบัติการตอบโต้ครั้งนี้มีทั้งการยิงขีปนาวุธและใช้โดรน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 คนบอกกับรอยเตอร์ว่า ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านต่อสถานที่ตั้งของสหรัฐในจอร์แดน โดยเจ้าหน้าที่เตือนว่าข้อมูลดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ เนื่องจากการโจมตีของอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพจอร์แดนระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศได้จัดการกับขีปนาวุธ 13 ลูกที่รุกล้ำน่านฟ้าของจอร์แดน โดยสามารถสกัดและทำลายขีปนาวุธได้ 10 ลูก ขณะที่อีก 3 ลูกตกในพื้นที่ห่างไกลจากเขตชุมชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่ออิหร่านยังรายงานว่า กองทัพอิหร่านได้โจมตีฐานทัพสหรัฐในบาห์เรนด้วยโดรนครั้งใหญ่ ขณะที่กองทัพคูเวตรายงานว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศกำลังตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนจากฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ได้เตือนอิหร่านไม่ให้ดำเนินการตอบโต้อีกครั้งหลังการโจมตีเมื่อวันอังคาร โดยระบุว่า “หากประเทศอิหร่านที่ล้มเหลวตอบโต้การโจมตีที่ชอบธรรมอย่างยิ่งนี้ พวกเขาจะถูกโจมตีอีกครั้งในระดับที่รุนแรงและหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิมมาก แต่นั่นจะยังไม่ใช่การโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดที่กำลังรออยู่ และเมื่อทุกอย่างจบลง จะไม่มีอไรเหลือสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน!” ทรัมป์ระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดียของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ ทรัมป์ลดความเป็นไปได้ที่จะมีการหยุดยิงอีกครั้ง โดยสหรัฐและอิหร่านเคยบรรลุข้อตกลงกันเมื่อเดือนมิถุนายน แต่ข้อตกลงดังกล่าวล่มลงอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่เนื่องจากความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผมคิดว่าข้อตกลงกับพวกเขาไม่มีค่าพอแม้แต่กระดาษที่เขียนลงไป เราให้โอกาสพวกเขามามากแล้ว” ทรัมป์กล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า กองทัพสหรัฐได้เสร็จสิ้นการโจมตีระลอกหนึ่งต่อเป้าหมายของ IRGC ซึ่งรวมถึงฐานหรือจุดติดตั้งระบบป้องกันภัยทางอากาศ ระบบเรดาร์ ยุทโธปกรณ์และทรัพย์สินทางทะเล สิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิด และฐานสื่อสาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากความพยายามโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซของ IRGC ในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงความพยายามโจมตีกำลังพลของสหรัฐเมื่อไม่นานมานี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบันมีกำลังพลสหรัฐมากกว่า 50,000 นายปฏิบัติภารกิจอยู่ทั่วตะวันออกกลาง และยังคงอยู่ในภาวะเฝ้าระวัง มีขีดความสามารถในการตอบโต้ และพร้อมดำเนินปฏิบัติการตามคำสั่งของผู้บัญชาการทหารสูงสุดต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่ออิหร่านรายงานว่า เกิดการโจมตีหลายจุด รวมถึงการโจมตีด้วยขีปนาวุธของสหรัฐใกล้เมืองอาห์วาซ และที่สนามบินพลเรือนจีรอฟต์ทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน ขณะที่มีรายงานเสียงระเบิดในเมืองท่าชาบาฮาร์ทางตะวันออกเฉียงใต้ เมืองท่าบันดาร์อับบาสริมช่องแคบฮอร์มุซ และเมืองอาซาลูเยห์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรมก๊าซบนชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านยังรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดบนเกาะเกชมของอิหร่าน ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านเหนือของช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวฟาร์สอ้างคำกล่าวของโฆษก IRGC ว่า สหรัฐจะต้องเสียใจกับการโจมตีครั้งใหม่ของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872117?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐโจมตีอิหร่านซ้ำ เตหะรานสวนกลับ ถล่มฐานทัพมะกันในภูมิภาค&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐโจมตีอิหร่านซ้ำ เตหะรานสวนกลับ ถล่มฐานทัพมะกันในภูมิภาค</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐโจมตีอิหร่านซ้ำ เตหะรานสวนกลับ ถล่มฐานทัพมะกันในภูมิภาค</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T05:23:32+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T05:23:32+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ua.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ua-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ua.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ua-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ua-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/ua-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[UN เตือน เทือกเขาหิมาลัยเสี่ยงร้ายแรง เจอน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งซ้ำในอนาคต]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872003]]></link><pubDate>2026-09-02T09:04:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5872003</guid><description>UN เตือน เทือกเขาหิมาลัยเสี่ยงร้ายแรง เจอน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งซ้ำในอนาคต เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหประชาชาติเตือนว่า ภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัยเผชิญความเสี่ยงร้ายแรงจากน้ำท่วมที่เกิดจากธารน้ำแข็งในอนาคต ขณะท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;UN เตือน เทือกเขาหิมาลัยเสี่ยงร้ายแรง เจอน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งซ้ำในอนาคต&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหประชาชาติเตือนว่า ภูมิภาคเทือกเขาหิมาลัยเผชิญความเสี่ยงร้ายแรงจากน้ำท่วมที่เกิดจากธารน้ำแข็งในอนาคต ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในเนปาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีสาเหตุมาจากการพังทลายของธารน้ำแข็งเพิ่มสูงเกิน 1,000 รายแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คันนี วิญญาราจา ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า ไม่เพียงแต่ระบบผลิตไฟฟ้าพลังน้ำซึ่งประชาชนจำนวนมากต้องพึ่งพาจะตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคาม แต่พื้นที่ริมแม่น้ำทั้งหมดซึ่งมีประชาชนนับล้านคนอาศัยอยู่ อาจกลายเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เทคโนโลยีไม่สามารถพัฒนาได้รวดเร็วเพียงพอที่จะป้องกันความสูญเสียตามแนวระบบแม่น้ำขนาดใหญ่เหล่านี้ ที่ต้องรองรับน้ำที่ล้นออกมาจากทะเลสาบธารน้ำแข็ง” วิญญาราจากล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิจัยระบุว่า ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่อาจเป็นอันตรายได้ 47 แห่งในเนปาล จีน และอินเดียในปี 2020 แต่มีการประเมินว่าจำนวนที่แท้จริงคาดว่าจะสูงกว่านั้นมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิญญาราจา ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) กล่าวโดยอ้างข้อมูลล่าสุดที่ UNDP และองค์กรพันธมิตรรวบรวมไว้เมื่อเดือนมิถุนายนว่า จำนวนประชากรที่มีความเสี่ยง มีมากถึงระดับหลายล้านคน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุทกภัยร้ายแรงในเนปาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดขึ้นหลังส่วนหนึ่งของธารน้ำแข็งใกล้ยอดเขาลังตัง ลีรุง พังทลายลงสู่พื้นหุบเขา ทำให้เกิดดินถล่มและส่งมวลน้ำมหาศาลไหลบ่าลงมาตามแม่น้ำตรีศูลี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปรากฏการณ์น้ำจากทะเลสาบธารน้ำแข็งทะลักออกอย่างฉับพลัน หรือ  glacial lake outburst เป็นปรากฏการณ์ที่แตกต่างออกไป โดยเกิดขึ้นเมื่อน้ำจากธารน้ำแข็งที่ละลายสะสมอยู่ด้านหลังแนวกั้นตามธรรมชาติ และเมื่อแรงดันเพิ่มสูงขึ้นในที่สุด แนวกั้นอาจแตกหรือมีน้ำล้นออกมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหประชาชาติระบุว่า ภัยคุกคามทั้งสองรูปแบบกำลังเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เร่งให้ธารน้ำแข็งในภูมิภาคละลายเร็วขึ้น ทำให้หินและดินบริเวณโดยรอบเกิดความไม่มั่นคง และเพิ่มแรงกดดันต่อแนวกั้นของทะเลสาบธารน้ำแข็ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิญญาราจากล่าวว่า ภูเขาในภูมิภาคนี้ยังเป็นภูเขาที่มีอายุทางธรณีวิทยาค่อนข้างน้อย จึงมีแนวโน้มที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกได้ง่าย ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้ธารน้ำแข็งหรือแนวกั้นของทะเลสาบพังทลายลงอย่างฉับพลันได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ นักวิจัยพบทะเลสาบธารน้ำแข็งที่อาจเป็นอันตรายได้ในพื้นที่กว้างใหญ่ของภูมิภาคฮินดูกูช แต่วิญญาราจากล่าวว่า ไม่มีประเทศใดในภูมิภาคที่ต้องพึ่งพาธารน้ำแข็งทั้งในด้านแหล่งน้ำและรายได้มากเท่ากับเนปาล ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญกับ “ทางเลือกที่ยากลำบากอย่างยิ่ง” สำหรับประชาชนจำนวนมากที่อาศัยอยู่ตามแนวแม่น้ำ การย้ายไปอยู่บนพื้นที่สูงกว่าอาจไม่คุ้มค่าในทางการเงิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โครงสร้างพื้นฐานสำคัญก็จะยังคงมีความเปราะบางต่อภัยพิบัติเช่นกัน ความสูญเสียด้านกำลังการผลิตไฟฟ้าของเนปาลอาจรุนแรงกว่าที่การประเมินบางฉบับระบุไว้ โดย UNDP ระบุว่า เหตุอุทกภัยครั้งนี้ส่งผลให้โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 15 แห่งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างได้รับความเสียหายหรือไม่สามารถดำเนินการต่อได้ นอกเหนือจากโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินงานอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิญญาราจากล่าวว่า ระบบโครงข่ายไฟฟ้าและโรงไฟฟ้าพลังน้ำสามารถทำให้มีความทนทานต่ออุทกภัยมากขึ้นได้ด้วยเทคโนโลยีใหม่ แต่คลื่นยักษ์จากโคลนและน้ำแข็งที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีพลังรุนแรงจนสามารถเอาชนะระบบป้องกันส่วนใหญ่ที่มีอยู่ได้ และไม่มีสิ่งก่อสร้างใดที่จะสามารถหยุดยั้งเหตุการณ์ครั้งนี้ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5872003?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;UN เตือน เทือกเขาหิมาลัยเสี่ยงร้ายแรง เจอน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งซ้ำในอนาคต&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>UN เตือน เทือกเขาหิมาลัยเสี่ยงร้ายแรง เจอน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งซ้ำในอนาคต</dc:alternative><dc:abstract>UN เตือน เทือกเขาหิมาลัยเสี่ยงร้ายแรง เจอน้ำท่วมจากธารน้ำแข็งซ้ำในอนาคต</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T02:04:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T02:04:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n2-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n2-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หุ้นเอเชียร่วง น้ำมันพุ่งทะลุ 95 ดอลล์ หลังมะกันโจตีอิหร่านระลอกใหม่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871946]]></link><pubDate>2026-09-02T08:23:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5871946</guid><description>หุ้นเอเชียร่วง น้ำมันพุ่งทะลุ 95 ดอลล์ หลังมะกันโจตีอิหร่านระลอกใหม่ ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงทันทีในช่วงเปิดการซื้อขายเช้าวันพุธที่ 2 กันยายน หลังความตื่นตระหนกในตลาดโลกที่มีต้นตอมาจากความผันผวนและแรงเทขา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;หุ้นเอเชียร่วง น้ำมันพุ่งทะลุ 95 ดอลล์ หลังมะกันโจตีอิหร่านระลอกใหม่&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงทันทีในช่วงเปิดการซื้อขายเช้าวันพุธที่ 2 กันยายน หลังความตื่นตระหนกในตลาดโลกที่มีต้นตอมาจากความผันผวนและแรงเทขายในตลาดพันธบัตร ส่งผกระทบลุกลามเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย หลังสหรัฐกลับมาโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สอง หลังตลาดเอเชียกลับมาเปิดทำการซื้อขาย โดยเพิ่มขึ้น 0.7% มาอยู่ที่ 95.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังการโจมตีครั้งใหม่ของสหรัฐต่ออิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ราคาซื้อขายน้ำมันเบรนท์ล่วงหน้า เพิ่มขึ้น 4.16 ดอลลาร์ หรือ 4.6% ปิดที่ 94.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้น 4.46 ดอลลาร์ หรือ 5.2% ปิดที่ 90.22 ดอลลาร์ กลายเป็นราคาปิดสูงสุดสำหรับน้ำมันเบรนต์นับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม และสำหรับน้ำมัน WTI นับตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม ซึ่งถือว่าพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักวิเคราะห์ของเวสต์แพกระบุว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดการหยุดชะงักเพิ่มเติมต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้ก่อให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดแรงเทขายหุ้นในตลาดสำคัญส่วนใหญ่ และเกิดการเทขายอย่างหนักในตลาดพันธบัตรทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัชนี MSCI ที่วัดผลการดำเนินงานของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ไม่รวมญี่ปุ่น ลดลง 0.8% ในการซื้อขายช่วงแรก ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลง 3% ทันทีในช่วงเปิดตลาด และดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นลดลง 2.2% ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&amp;amp;P 500 ทรงตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 0.4 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ 4.798% ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใช้วัดความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุล เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 99.67&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การซื้อขายเมื่อคืนที่ผ่านมาในตลาดวอลล์สตรีท ดัชนี S&amp;amp;P 500 ลดลง 0.7% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลง 1% เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่พุ่งสูงขึ้นสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปรับตัวลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังข้อมูลจากสถาบันเพื่อการจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคาร แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมภาคการผลิตของสหรัฐชะลอตัวลงในเดือนสิงหาคม เนื่องจากคำสั่งซื้อใหม่ลดลง แม้จะยังคงอยู่ในช่วงขยายตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นักลงทุนเชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป ซึ่งจะมีขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ แม้ว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะยังไม่แน่นอนก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านราคาทองคำทรงตัวอยู่ที่ 4,328.59 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่บิตคอยน์ลดลง 0.2% อยู่ที่ 77,246.57 ดอลลาร์ และอีเธอร์ลดลง 0.3% อยู่ที่ 2,412.60 ดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871946?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หุ้นเอเชียร่วง น้ำมันพุ่งทะลุ 95 ดอลล์ หลังมะกันโจตีอิหร่านระลอกใหม่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หุ้นเอเชียร่วง น้ำมันพุ่งทะลุ 95 ดอลล์ หลังมะกันโจตีอิหร่านระลอกใหม่</dc:alternative><dc:abstract>หุ้นเอเชียร่วง น้ำมันพุ่งทะลุ 95 ดอลล์ หลังมะกันโจตีอิหร่านระลอกใหม่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-02T01:23:56+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-02T01:23:56+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/io.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/io-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/io.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/io-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/io-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/io-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ธารน้ำแข็งถล่มทำดับแล้วกว่า 1 พัน สูญหาย 4.4 พัน เนปาลช่วยได้แล้วกว่า 1.18 หมื่นคน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871423]]></link><pubDate>2026-09-01T15:49:42+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5871423</guid><description>ธารน้ำแข็งถล่มทำดับแล้วกว่า 1 พัน สูญหาย 4.4 พัน เนปาลช่วยได้แล้วกว่า 1.18 หมื่นคน สำนักงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลเผยเมื่อวันที่ 1 กันยายน ว่า พบผู้เสียชีวิตในประเทศแล้ว 987 ราย และยังมีผู้สูญหาย 3,91 [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ธารน้ำแข็งถล่มทำดับแล้วกว่า 1 พัน สูญหาย 4.4 พัน เนปาลช่วยได้แล้วกว่า 1.18 หมื่นคน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลเผยเมื่อวันที่ 1 กันยายน ว่า พบผู้เสียชีวิตในประเทศแล้ว 987 ราย และยังมีผู้สูญหาย 3,916 คน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 583 คน ขณะที่ทางการจีนรายงานข้อมูลล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีผู้เสียชีวิต 16 ราย และยังมีผู้สูญหาย 546 คน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 261 คน ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตรวม 2 ประเทศอยู่ที่ 1,003 ราย และสูญหายรวม 4,462 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ทีมกู้ภัยพร้อมสุนัขค้นหาและกู้ภัย ระดมค้นหาตามกองโคลน ก้อนหิน และซากปรักหักพังในเนปาลและจีนเมื่อวันอังคาร เพื่อตามหาผู้คนอีกหลายพันคนที่ยังคงสูญหาย หลังเกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงที่พัดถล่มชุมชนต่างๆ ทั่วบริเวณเทือกเขาหิมาลัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขนาดและความรุนแรงของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกำลังเป็นอุปสรรคต่อความพยายามกู้ภัยในทั้งสองพื้นที่ โดยดินถล่ม ถนนที่ถูกทำลาย และความเสียหายเป็นวงกว้าง ทำให้พื้นที่ห่างไกลหลายแห่งถูกตัดขาดจากโลกภายนอก เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเผชิญกับสภาพการณ์ที่ยากลำบาก ขณะค้นหาผู้สูญหายในพื้นที่ที่ไม่มั่นคงและกองซากปรักหักพังจำนวนมหาศาล ทำให้เกิดความกังวลว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก เมื่อทีมกู้ภัยสามารถเข้าถึงชุมชนที่ถูกตัดขาดได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเนปาล เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังแข่งกับเวลาเพื่อเข้าถึงคนงานหลายร้อยคนที่เชื่อว่าติดอยู่ภายในอุโมงค์ของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ทางการเนปาลระบุว่า มีคนงานจากโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ 12 แห่งสูญหายประมาณ 900 คน โดยในจำนวนนี้ราว 500 คนเชื่อว่าติดอยู่ภายในอุโมงค์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พลจัตวา ราชา ราม บาสเนต โฆษกกองทัพเนปาล กล่าวว่า ทีมกู้ภัยซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญต่างชาติกำลังปฏิบัติงานอยู่ที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่ง ภาพที่กองทัพเผยแพร่แสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปภายในอุโมงค์ที่มืดและเต็มไปด้วยเศษซาก ต้องลุยผ่านโคลนและน้ำ รวมทั้งปีนข้ามก้อนหิน ขณะค้นหาร่องรอยของผู้รอดชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการเนปาลระบุว่า จนถึงขณะนี้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้แล้วอย่างน้อย 11,814 คน โดยหน่วยฉุกเฉินใช้เฮลิคอปเตอร์และอากาศยานประเภทอื่นๆ เพื่อเข้าถึงชุมชนที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ ซึ่งถนนและสะพานถูกทำลายจากน้ำท่วมและดินถล่ม ทั้งยังเพิ่มความพยายามในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้รอดชีวิตในพื้นที่ที่ถนนและเส้นทางคมนาคมอื่นๆ ได้รับความเสียหายหรือถูกตัดขาด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฝั่งจีน ทีมกู้ภัยได้ออกค้นหาตามพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากดินถล่ม โดยเฉพาะบริเวณรอบด่านชายแดนจี๋หรง ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยบางส่วนใช้สุนัขค้นหาและกู้ภัยช่วยค้นหาสัญญาณของผู้รอดชีวิตตามช่องว่างระหว่างก้อนหินและกองซากปรักหักพัง ขณะที่ทีมอื่นๆ ใช้เครื่องจักรหนักเปิดเส้นทางหลวงสายสำคัญที่มุ่งหน้าไปยังด่านจี๋หรงอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการลำเลียงอุปกรณ์ เจ้าหน้าที่ และสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าสู่พื้นที่ประสบภัย ตามรายงานของหนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ ของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871423?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ธารน้ำแข็งถล่มทำดับแล้วกว่า 1 พัน สูญหาย 4.4 พัน เนปาลช่วยได้แล้วกว่า 1.18 หมื่นคน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ธารน้ำแข็งถล่มทำดับแล้วกว่า 1 พัน สูญหาย 4.4 พัน เนปาลช่วยได้แล้วกว่า 1.18 หมื่นคน</dc:alternative><dc:abstract>ธารน้ำแข็งถล่มทำดับแล้วกว่า 1 พัน สูญหาย 4.4 พัน เนปาลช่วยได้แล้วกว่า 1.18 หมื่นคน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-01T09:07:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-01T09:07:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/np1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปธน.อิหร่านย้ำ เตหะรานจะตอบสนอง หากสหรัฐปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871419]]></link><pubDate>2026-09-01T15:48:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5871419</guid><description>ปธน.อิหร่านย้ำ เตหะรานจะตอบสนอง หากสหรัฐปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้ สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 1 กันยายน ว่า ประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชกียาน ของอิหร่าน ประกาศว่าอิหร่านจะดำเนินการตอบสนองในทำนองเด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปธน.อิหร่านย้ำ เตหะรานจะตอบสนอง หากสหรัฐปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่อทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 1 กันยายน ว่า ประธานาธิบดีมัสอูด เปเซชกียาน ของอิหร่าน ประกาศว่าอิหร่านจะดำเนินการตอบสนองในทำนองเดียวกัน หากสหรัฐอเมริกากลับมาปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงชั่วคราวที่ได้ลงนามร่วมกันไว้เมื่อเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่าทีของประธานาธิบดีอิหร่านมีขึ้นในขณะที่เขาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCC) ที่กรุงบิชเคก ประเทศคีร์กีซสถาน โดยกล่าวว่า “ผมขอยืนยันอย่างชัดเจนว่า หากสหรัฐกลับมาปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) อิหร่านก็จะดำเนินการในลักษณะเดียวกันทันที”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้อยแถลงดังกล่าวอ้างถึงข้อตกลงชั่วคราวที่อิหร่านและสหรัฐลงนามกันไว้เมื่อเดือนมิถุนายน เพื่อมุ่งยุติสงครามสู้รบที่ปะทุขึ้นหลังจากสหรัฐและอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ทว่าข้อตกลงดังกล่าวล้มเหลวลงอย่างรวดเร็วจากความเห็นต่างเกี่ยวกับการนำข้อตกลงไปปฏิบัติจริง และมีขึ้นหลังจากสหรัฐและอิหร่านกลับมาโจมตีตอบโต้กันครั้งแรกนับจากปลายเดือนกรกฎาคม หลังสหรัฐได้โจมตีเกาะลารักของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านโจมตีฐานทัพของสหรัฐ 2 แห่งในจอร์แดนเป็นการโต้กลับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันจันทร์ ประธานาธิบดีเปเซชกียานกล่าวย้ำที่กรุงบิชเคกด้วยว่า สงครามไม่เป็นผลดีต่อฝ่ายใด และอิหร่านยังคงเปิดกว้างสำหรับการเจรจาเพื่อหาทางออกให้กับความขัดแย้งกับสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ผ่านมา อิหร่านยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะอนุญาตให้มีการเดินเรืออย่างเสรีผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าและพลังงานสำคัญแห่งหนึ่งของโลก หากสหรัฐปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อตกลงที่ทำกันไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871419?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปธน.อิหร่านย้ำ เตหะรานจะตอบสนอง หากสหรัฐปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปธน.อิหร่านย้ำ เตหะรานจะตอบสนอง หากสหรัฐปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้</dc:alternative><dc:abstract>ปธน.อิหร่านย้ำ เตหะรานจะตอบสนอง หากสหรัฐปฏิบัติตามข้อตกลงที่ให้ไว้</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-01T09:15:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-01T09:15:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-08T190306Z_41190565_RC2IUMAYIM5T_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-08T190306Z_41190565_RC2IUMAYIM5T_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-08T190306Z_41190565_RC2IUMAYIM5T_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-08T190306Z_41190565_RC2IUMAYIM5T_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-08T190306Z_41190565_RC2IUMAYIM5T_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-08T190306Z_41190565_RC2IUMAYIM5T_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่น ผ่อนปรนกฎคุมทำงานล่วงเวลา หวังกระตุ้นศก. เจอวิจารณ์ ถอยหลังกลับสู่วัฒนธรรมทำงานหนัก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871237]]></link><pubDate>2026-09-01T14:53:33+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5871237</guid><description>ญี่ปุ่น ผ่อนปรนกฎคุมทำงานล่วงเวลา หวังกระตุ้นศก. เจอวิจารณ์ ถอยหลังกลับสู่วัฒนธรรมทำงานหนัก ญี่ปุ่นได้ผ่อนปรนกฎระเบียบเรื่องการทำงานล่วงเวลา ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ในความพยายามที่มุ่งจะก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่น ผ่อนปรนกฎคุมทำงานล่วงเวลา หวังกระตุ้นศก. เจอวิจารณ์ ถอยหลังกลับสู่วัฒนธรรมทำงานหนัก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ญี่ปุ่นได้ผ่อนปรนกฎระเบียบเรื่องการทำงานล่วงเวลา ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ในความพยายามที่มุ่งจะกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทว่าก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการย้อนกลับไปสู่วัฒนธรรมการทำงานหนักที่ฝังรากลึกอยู่ในประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลภายใต้การนำของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรี ซึ่งประกาศตัวว่าเป็นคนทำงานหนัก ได้นำยุทธศาสตร์การเติบโตมาใช้เมื่อเดือนกรกฎาคม โดยเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎระเบียบการกำกับดูแลชั่วโมงการทำงานในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการสะท้อนส่วนหนึ่งของเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจบางส่วนที่ต้องการรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เนื่องจากพวกเขากำลังเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่รุนแรงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานระบุว่า ธุรกิจในญี่ปุ่นราว 40% ดำเนินงานภายใต้ข้อตกลงเฉพาะระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งอนุญาตให้มีการทำงานล่วงเวลาตามกฎหมายได้สูงสุดถึง 100 ชั่วโมงต่อเดือน อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงแนะนำให้บริษัทเหล่านั้นจำกัดชั่วโมงการทำงานล่วงเวลาไว้ที่ไม่เกิน 45 ชั่วโมงต่อเดือน โดยถือว่าคำแนะนำดังกล่าวมีสถานะเทียบเท่ากับกฎระเบียบข้อบังคับ เนื่องจากมองว่าการทำงานล่วงเวลาเกินเกณฑ์นั้น อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อ &amp;#8220;คาโรชิ&amp;#8221; หรือการเสียชีวิตจากการทำงานหนักเกินไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ภายใต้กฎระเบียบใหม่ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กันยายน สำนักงานตรวจสอบมาตรฐานแรงงานของญี่ปุ่นจะไม่กดดันให้ภาคธุรกิจ ปฏิบัติตามเพดานชั่วโมงการทำงานที่ 45 ชั่วโมงอีกต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ผลสำรวจของหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤษภาคมระบุว่า แรงกดดันดังกล่าวส่งผลให้การดำเนินงานของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในญี่ปุ่นราว 20% ต้องถูกจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้าง การขนส่ง และธุรกิจบริการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม บรรดานักวิจารณ์มองว่าการผ่อนปรนกฎระเบียบการทำงานล่วงเวลา ถือเป็นการถอยหลังกลับไปจากความพยายามของญี่ปุ่นในการปรับปรุงวัฒนธรรมองค์กรให้ทันสมัยขึ้น หลังจากยึดติดกับธรรมเนียมการทำงานต่อเนื่องยาวนานมาโดยตลอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5871237?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่น ผ่อนปรนกฎคุมทำงานล่วงเวลา หวังกระตุ้นศก. เจอวิจารณ์ ถอยหลังกลับสู่วัฒนธรรมทำงานหนัก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่น ผ่อนปรนกฎคุมทำงานล่วงเวลา หวังกระตุ้นศก. เจอวิจารณ์ ถอยหลังกลับสู่วัฒนธรรมทำงานหนัก</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่น ผ่อนปรนกฎคุมทำงานล่วงเวลา หวังกระตุ้นศก. เจอวิจารณ์ ถอยหลังกลับสู่วัฒนธรรมทำงานหนัก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-01T08:36:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-01T08:36:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-28T102930Z_1157575760_RC2UMMAU7YV1_RTRMADP_3_JAPAN-YEN-INTERVENTION-DATA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-28T102930Z_1157575760_RC2UMMAU7YV1_RTRMADP_3_JAPAN-YEN-INTERVENTION-DATA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-28T102930Z_1157575760_RC2UMMAU7YV1_RTRMADP_3_JAPAN-YEN-INTERVENTION-DATA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-28T102930Z_1157575760_RC2UMMAU7YV1_RTRMADP_3_JAPAN-YEN-INTERVENTION-DATA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-28T102930Z_1157575760_RC2UMMAU7YV1_RTRMADP_3_JAPAN-YEN-INTERVENTION-DATA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-28T102930Z_1157575760_RC2UMMAU7YV1_RTRMADP_3_JAPAN-YEN-INTERVENTION-DATA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เดินสายต่อ! มิน ออง ไลง์ เตรียมเยือนเวียดนาม 4-6 ก.ย. เดินหน้าฟื้นสัมพันธ์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870898]]></link><pubDate>2026-09-01T11:41:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5870898</guid><description>เดินสายต่อ! มิน ออง ไลง์ เตรียมเยือนเวียดนาม 4-6 ก.ย. เดินหน้าฟื้นสัมพันธ์ เมื่อวันที่ 1 กันยายน สื่อทางการเมียนมาและเวียดนามรายงานว่า พลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา จะเดินทางเยือนประเทศเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เดินสายต่อ! มิน ออง ไลง์ เตรียมเยือนเวียดนาม 4-6 ก.ย. เดินหน้าฟื้นสัมพันธ์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 กันยายน สื่อทางการเมียนมาและเวียดนามรายงานว่า พลเอกอาวุโสมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา จะเดินทางเยือนประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 4-6 กันยายนนี้ ตามคำเชิญของประธานาธิบดีโต เลิม แห่งเวียดนาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมารายงานว่า ในภารกิจการเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ ประธานาธิบดีมิน ออง ไลง์ มีกำหนดจะพบหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีโต เลิม พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรีและประธานสมัชชาแห่งชาติของเวียดนาม นอกจากนี้ เขาจะยังเข้าร่วมเวทีการประชุมภาคธุรกิจเมียนมา-เวียดนาม และพบปะกับผู้แทนองค์กรทางเศรษฐกิจต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เวียดนามจะเป็นชาติที่ 7 ที่มิน ออง ไลง์ เดินทางเยือนนับตั้งแต่เขาขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในขณะพยายามสร้างความชอบธรรมและกลับมามีปฏิสัมพันธ์ในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น ก่อนหน้านั้น มิน ออง ไลง์ ได้เยือนหลายประเทศรวมถึงรัสเซียและไทยในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยมุ่งหวังที่จะกระชับความสัมพันธ์กับนานาชาติเพื่อสร้างความชอบธรรมในเวทีโลกให้แก่รัฐบาลของตนเองมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้จะมีความพยายามผลักดันในเรื่องนี้จากเมียนมา แต่อาเซียนก็ยังไม่ได้อนุญาตให้ผู้แทนฝ่ายการเมืองของเมียนมาเข้าร่วมในเวทีการประชุมสุดยอด เนื่องจากเมียนมายังล้มเหลวในการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งเป็นแผนสันติภาพของอาเซียนเพื่อมุ่งยุติสงครามกลางเมืองในเมียนมาหลังเหตุการณ์รัฐประหารในปี 2021&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870898?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เดินสายต่อ! มิน ออง ไลง์ เตรียมเยือนเวียดนาม 4-6 ก.ย. เดินหน้าฟื้นสัมพันธ์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เดินสายต่อ! มิน ออง ไลง์ เตรียมเยือนเวียดนาม 4-6 ก.ย. เดินหน้าฟื้นสัมพันธ์</dc:alternative><dc:abstract>เดินสายต่อ! มิน ออง ไลง์ เตรียมเยือนเวียดนาม 4-6 ก.ย. เดินหน้าฟื้นสัมพันธ์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-01T04:41:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-01T04:41:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-18T130013Z_713019157_RC201NA5CPF6_RTRMADP_3_RUSSIA-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-18T130013Z_713019157_RC201NA5CPF6_RTRMADP_3_RUSSIA-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-18T130013Z_713019157_RC201NA5CPF6_RTRMADP_3_RUSSIA-MYANMAR.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-18T130013Z_713019157_RC201NA5CPF6_RTRMADP_3_RUSSIA-MYANMAR-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-18T130013Z_713019157_RC201NA5CPF6_RTRMADP_3_RUSSIA-MYANMAR-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/2026-08-18T130013Z_713019157_RC201NA5CPF6_RTRMADP_3_RUSSIA-MYANMAR-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์เฮ! ศาลสูงสุด ลงมติ 5 ต่อ 4 ไฟเขียวทำเนียบขาว เดินหน้าสร้างห้องบอลรูม มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบ.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870784]]></link><pubDate>2026-09-01T10:50:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5870784</guid><description>ทรัมป์เฮ! ศาลสูงสุด ลงมติ 5 ต่อ 4 ไฟเขียวทำเนียบขาว เดินหน้าสร้างห้องบอลรูม มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบ. เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาลงมติด้วยคะแนน 5 ต่อ 4 เสียง อนุญาตให้ทำเนียบ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ทรัมป์เฮ! ศาลสูงสุด ลงมติ 5 ต่อ 4 ไฟเขียวทำเนียบขาว เดินหน้าสร้างห้องบอลรูม มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบ.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกาลงมติด้วยคะแนน 5 ต่อ 4 เสียง อนุญาตให้ทำเนียบขาวดำเนินโครงการก่อสร้างห้องบอลรูม หรือห้องจัดเลี้ยง มีมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 13,282 ล้านบาท ที่ทำเนียบขาวต่อไปได้ ในขณะที่คดีความกำลังดำเนินอยู่ ซึ่งคำตัดสินครั้งนี้นับเป็นชัยชนะของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการแสดงอำนาจบริหารอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำตัดสินนี้ถือเป็นการแทนที่คำสั่งชั่วคราวที่ออกมาเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ไม่นานก่อนที่คำสั่งระงับการก่อสร้างตามคำสั่งศาลชั้นต้นจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งคำสั่งชั่วคราวนั้นลงนามโดยนายจอห์น โรเบิร์ตส์ ประธานศาลสูงสุด ผู้ได้รับมอบหมายให้ดูแลการอุทธรณ์จากวอชิงตัน อย่างไรก็ดี ประธานศาลสูงสุดก็ได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินล่าสุดเช่นเดียวกับผู้พิพากษาอีก 3 คนที่เอนเอียงไปทางฝ่ายเสรีนิยม โดยเขาเขียนคำคัดค้านอย่างหนักแน่นว่า โครงการนี้อาจไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะไม่ได้การอนุมัติจากสภาคองเกรส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในทางกลับกันเสียงส่วนใหญ่ที่โหวตเห็นชอบให้ดำเนินการก่อสร้างห้องจัดเลี้ยงต่อไปเห็นว่าองค์การอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ(National Trust for Historic Preservation) ซึ่งเป็นผู้ร้องคัดค้าน ไม่น่าจะมีสิทธิตามกฎหมายในการคัดค้านโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ได้แสดงความชื่นชมต่อคำตัดสินครั้งนี้ของศาลสูงสุด โดยระบุผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า &amp;#8220;ผมยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า ศาลสูงสุดสหรัฐเพิ่งมีคำตัดสินให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการ Ballroom/Military Complex ต่อไปได้โดยปราศจากเงื่อนไข ข้อกังขา หรือข้อข่มขู่ใดๆ เพิ่มเติม&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายเบรนท์ เลกส์ ประธานและซีอีโอขององค์กรอนุรักษ์มรดกทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ทางกลุ่มรู้สึกผิดหวังกับการตัดสินใจดังกล่าว แต่ก็พอใจกับความเห็นแย้งของประธานศาลสูงสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“นี่ไม่ใช่คำตัดสินชี้ขาดในเนื้อหาสาระของคดี และยังไม่ได้ข้อยุติในประเด็นข้อโต้แย้งหลักของเราที่ว่า ประธานาธิบดีแต่ละท่านเปรียบเสมือนผู้ดูแลรักษาทำเนียบขาวเพียงชั่วคราวเท่านั้น และไม่มีอำนาจตัดสินใจโดยลำพังที่จะรื้อถอนหรือออกแบบอาคารใหม่โดยปราศจากการอนุมัติจากสภาคองเกรส&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้คำสั่งของคณะผู้พิพากษาเสียงข้างมากไม่ได้ตัดสินโดยตรงในประเด็นความชอบด้วยกฎหมายของโครงการนี้และคดีจะถูกส่งกลับไปยังศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870784?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์เฮ! ศาลสูงสุด ลงมติ 5 ต่อ 4 ไฟเขียวทำเนียบขาว เดินหน้าสร้างห้องบอลรูม มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบ.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์เฮ! ศาลสูงสุด ลงมติ 5 ต่อ 4 ไฟเขียวทำเนียบขาว เดินหน้าสร้างห้องบอลรูม มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบ.</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์เฮ! ศาลสูงสุด ลงมติ 5 ต่อ 4 ไฟเขียวทำเนียบขาว เดินหน้าสร้างห้องบอลรูม มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบ.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-01T03:50:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-01T03:50:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26235740248058.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26235740248058-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26235740248058.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26235740248058-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26235740248058-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/AP26235740248058-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยอดดับจีน-เนปาลทะลุ 950 สูญหายกว่า 4.4 พัน UN ชี้คน 6.5 หมื่นต้องการช่วยเหลือเร่งด่วน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870559]]></link><pubDate>2026-09-01T08:58:57+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5870559</guid><description>ยอดดับจีน-เนปาลทะลุ 950 สูญหายกว่า 4.4 พัน UN ชี้คน 6.5 หมื่น ต้องการช่วยเหลือเร่งด่วน จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุธารน้ำแข็งถล่มในเนปาลและจีนเพิ่มสูงเกิน 950 ราย ขณะที่มีผู้สูญหายมากกว่า 4,400 คน ด้านสมา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ยอดดับจีน-เนปาลทะลุ 950 สูญหายกว่า 4.4 พัน UN ชี้คน 6.5 หมื่น ต้องการช่วยเหลือเร่งด่วน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุธารน้ำแข็งถล่มในเนปาลและจีนเพิ่มสูงเกิน 950 ราย ขณะที่มีผู้สูญหายมากกว่า 4,400 คน ด้านสมาคมภาคเอกชนที่เป็นตัวแทนบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าระบุว่า มีคนงานอย่างน้อย 900 คนที่ยังไม่สามารถติดต่อได้ในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ 12 แห่งที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลันในเขตราซูวาและนูวากอตของเนปาล ด้านครอบครัวของผู้สูญหายต่างออกตามหาบุคคลอันเป็นที่รักด้วยความหวังที่ริบหรี่ลงทุกขณะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในจำนวนดังกล่าว เชื่อว่าคนงานราว 500 คนติดอยู่ภายในอุโมงค์ ผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยหนึ่งคนกล่าวว่า คนงานบางส่วนอาจยังสามารถเข้าถึงออกซิเจนได้ แต่ก็มีผู้เตือนว่าโอกาสในการพบผู้รอดชีวิตนั้นลดลงเรื่อย ๆ ขณะที่ปฏิบัติการกู้ภัยทวีความเข้มข้น กองทัพเนปาลระบุว่า เจ้าหน้าที่พบศพ 4 ศพในอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยโคลน 3 แห่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อช่วยเหลือคนงานหลายร้อยคนที่เชื่อว่าติดอยู่ภายในอุโมงค์ของโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งถูกโคลนฝังกลบจากเหตุอุทกภัยครั้งร้ายแรงบริเวณชายแดนเนปาล-จีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศเนปาลกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ชาวต่างชาติอย่างน้อย 590 คนจาก 39 ประเทศสูญหายในเนปาล หลังอุทกภัยครั้งร้ายแรงในเทือกเขาหิมาลัย โดยล็อก บาฮาดูร์ เชตรี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ มีชาวต่างชาติได้รับการช่วยเหลือแล้ว 323 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โมฮัน กุมาร ดังกี ประธานสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระแห่งเนปาล (IPPAN) กล่าวว่า เมื่อภัยพิบัติเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม คนงานบางส่วนสามารถโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือได้ ขณะที่คนงานคนอื่น ๆ ที่สามารถหนีรอดออกมาได้ ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่และญาติว่าเพื่อนร่วมงานจำนวนมากยังคงติดอยู่ภายในอุโมงค์ แต่ก็บอกด้วยว่า หลังจากเกิดภัยพิบัติมาแล้ว 6 วัน ความกังวลเพิ่มมากขึ้นว่า คนงานบางส่วนอาจขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าทีมกู้ภัยสามารถติดต่อกับคนงานที่ติดอยู่ภายในได้อีกหรือไม่ นับตั้งแต่มีการโทรขอความช่วยเหลือครั้งแรก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อุโมงค์ขนาดใหญ่เหล่านี้สร้างขึ้นเพื่อควบคุมการไหลของน้ำ และความพยายามกู้ภัยกำลังมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในอุโมงค์ขนาดมหึมาดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยาค็อบ ชไตเนอร์ นักธรณีศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกราซในออสเตรีย ซึ่งประจำอยู่ที่กรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ กล่าว อุโมงค์เหล่านี้มีขนาดใหญ่พอที่จะขับรถบรรทุกเข้าไปได้ จากข้อมูลที่เราได้รับ พวกเขาสามารถส่งออกซิเจนเข้าไปให้คนบางส่วนที่ติดอยู่ข้างในได้ และขณะนี้กำลังพยายามช่วยเหลือพวกเขาออกมา แต่เป็นการแข่งขันกับเวลา เพราะผู้คนยังต้องการอาหารและน้ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดังกีกล่าวว่า ที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำอัปเปอร์ตรีศูลี-1 ในเขตราซูวา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีผู้สูญหายอย่างน้อย 576 คน เชื่อว่าราว 300 คนในจำนวนนี้ติดอยู่ภายในอุโมงค์ของโครงการ ด้านพลจัตวา ราชา ราม บาสเนต โฆษกกองทัพเนปาล กล่าวว่า ที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำตรีศูลี-3 เจ้าหน้าที่กำลังพยายามลงไปในอุโมงค์ลึกประมาณ 15 เมตร เพื่อเข้าถึงผู้ที่เชื่อว่าติดอยู่ข้างใน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คนงานที่กำลังช่วยกันตักโคลนออกจากสถานีไฟฟ้าแห่งหนึ่งในเขตธาดิงของเนปาล ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากน้ำท่วม บอกกับเอพีว่า สถานีแห่งนี้เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ประชาชนมากกว่า 20,000 คนในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อจีนได้รายงานถึงความพยายามของรัฐบาลใน การกู้ภัยและฟื้นฟูรวมถึงการซ่อมแซมถนนที่มุ่งหน้าไปยังด่านชายแดนท่าเรือจี๋หรง ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนที่ระหว่างจีนและเนปาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนเผยภาพรถบรรทุกที่ขนหินขนาดใหญ่ ขณะที่คนงานพยายามซ่อมแซมและปูผิวถนนบางช่วงใหม่ ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ซึ่งมีกำลังแรงขึ้นจากฝนที่ตกต่อเนื่องหลายวัน ปัจจุบันถนนสายนี้จมอยู่ใต้น้ำลึก 2-3 เมตร โดยพื้นที่ที่กำลังมีการซ่อมแซมถนนนั้นอยู่ห่างจากชายแดนเพียงเล็กน้อยกว่า 1 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ว่าทีมกู้ภัยบางส่วนจะสามารถเดินทางไปถึงบริเวณชายแดนได้แล้ว แต่กำลังเจ้าหน้าที่ที่ไปถึงพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกำลังทั้งหมดที่ถูกระดมเข้าร่วมปฏิบัติการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลเผยเมื่อวันจันทร์ว่า มีผู้เสียชีวิตในประเทศแล้ว 939 ราย และมีผู้สูญหาย 3,925 คน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 592 คน ขณะที่ทางการจีนรายงานข้อมูลล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีผู้เสียชีวิต 16 ราย และสูญหาย 546 คน สื่อจีนรายงานว่า ในจำนวนผู้สูญหายดังกล่าว มีชาวต่างชาติ 261 คน รวมถึงชาวเนปาลมากกว่า 100 คน ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า มีชาวอเมริกันสูญหาย 80 คน และมีผู้ได้รับการช่วยเหลือแล้ว 13 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ครอบครัวของผู้สูญหายต่างอยู่ในภาวะสิ้นหวังและพยายามทุกวิถีทางเพื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับชะตากรรมของบุคคลอันเป็นที่รักที่ยังสูญหายไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านองค์การสหประชาชาติระบุว่า เกือบหนึ่งสัปดาห์หลังเกิดภัยพิบัติ มีประชาชนราว 65,000 คนที่ต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินด้านน้ำสะอาด อุปกรณ์สุขาภิบาล และสิ่งของจำเป็นสำหรับการรักษาสุขอนามัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกสหประชาชาติ กล่าวว่า มีเด็กมากกว่า 22,000 คนที่ต้องการการคุ้มครอง เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีจำนวน 2,600 คนอาจต้องได้รับการรักษาภาวะผอมแห้งอย่างรุนแรง และสตรีมีครรภ์และมารดาที่ให้นมบุตรราว 10,500 คนต้องการความช่วยเหลือด้านโภชนาการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดูจาร์ริกกล่าวว่า โรงเรียน 19 แห่งได้รับความเสียหาย โดยในจำนวนนี้ 9 แห่งถูกทำลายเสียหายทั้งหมด ขณะที่โรงเรียนอีก 8 แห่งกำลังถูกใช้เป็นสถานที่พักพิงสำหรับครอบครัวที่ต้องพลัดถิ่นจากบ้านเรือน เด็กวัยเรียนมากกว่า 10,000 คนต้องการการสนับสนุนด้านจิตใจและสังคม และรายงานเบื้องต้นระบุว่า อาจมีเด็ก 107 คนที่พลัดพรากจากพ่อแม่หรือผู้ดูแล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870559?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยอดดับจีน-เนปาลทะลุ 950 สูญหายกว่า 4.4 พัน UN ชี้คน 6.5 หมื่นต้องการช่วยเหลือเร่งด่วน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยอดดับจีน-เนปาลทะลุ 950 สูญหายกว่า 4.4 พัน UN ชี้คน 6.5 หมื่นต้องการช่วยเหลือเร่งด่วน</dc:alternative><dc:abstract>ยอดดับจีน-เนปาลทะลุ 950 สูญหายกว่า 4.4 พัน UN ชี้คน 6.5 หมื่นต้องการช่วยเหลือเร่งด่วน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-09-01T02:14:00+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-09-01T02:14:00+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/09/n1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โตโยต้า ลงทุน 9.3 พันล้าน ตั้งโรงงานในเวียดนาม ผลิตรถยนต์อีวี คาดผลิตได้ปีละ 52,000 คัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870219]]></link><pubDate>2026-08-31T18:50:17+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5870219</guid><description>โตโยต้า ลงทุนกว่า 9.3 พันล้าน ตั้งโรงงานในเวียดนาม จ่อผลิตรถยนต์อีวี คาดผลิตได้ปีละ 52,000 คัน สื่อเวียดนาม รายงานว่า โตโยต้า มอเตอร์ เวียดนาม ได้รับอนุมัติโครงการลงทุนมูลค่ากว่า 283 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;โตโยต้า ลงทุนกว่า 9.3 พันล้าน ตั้งโรงงานในเวียดนาม จ่อผลิตรถยนต์อีวี คาดผลิตได้ปีละ 52,000 คัน&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;&lt;a href=&quot;https://news.tuoitre.vn/toyota-invests-additional-283mn-to-produce-electrified-vehicles-in-vietnam-103260831120230312.htm&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;สื่อเวียดนาม&lt;/a&gt; รายงานว่า &lt;strong&gt;โตโยต้า มอเตอร์ เวียดนาม&lt;/strong&gt; ได้รับอนุมัติโครงการลงทุนมูลค่ากว่า 283 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9382 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งรวมถึงยานยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 52,000 คัน ต่อปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัท ได้รับมติเห็นชอบการปรับปรุงนโยบายการลงทุนจากคณะกรรมการประชาชนจังหวัดฟูเถาะ (Phu Tho Province) และได้รับใบรับรองการจดทะเบียนการลงทุนฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 12 จากสำนักงานการคลังประจำจังหวัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;โตโยต้าเวียดนาม&lt;/strong&gt; จะดำเนินโครงการที่ครอบคลุมทั้งการประกอบและการผลิตรถยนต์ รวมถึงชิ้นส่วนยานยนต์หลากหลายประเภท ทั้งยังมีบริการประกันภัย ซ่อมแซมรถยนต์ และ การนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปทั้งคัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โครงการที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้ได้เพิ่มขอบเขตงานให้ครอบคลุมถึงการประกอบและการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปรับปรุงสายการผลิตให้ทันสมัย คาดว่าจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทและ สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ไปสู่เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โครงการนี้จะครอบคลุมพื้นที่ 28.6 เฮกเตอร์ หรือราว 178 ไร่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โตโยต้าเวียดนาม มีแผนที่จะเริ่มก่อสร้างโรงงานพ่นสีและโรงงานชิ้นส่วนโลหะ ในเดือนพฤษภาคม 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โรงงานทั้ง 2 แห่งจะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และระบบอัตโนมัติที่เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต รับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่าโรงงานทั้ง 2 แห่ง จะเริ่มผลิตได้ในปี 2029 ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานสำหรับผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ในรูปแบบ CKD (ชิ้นส่วนประกอบครบชุด) ในประเทศเวียดนาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โครงการนี้ เรียกได้ว่าเป็นหมุดหมายสำคัญในแผนการเตรียมความพร้อมเพื่อผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ในรูปแบบ CKD ในเวียดนาม ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฮบริดด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การขยายกำลังการผลิตในครั้งนี้ ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของโตโยต้าที่มีต่อการลงทุนและการพัฒนาในระยะยาวภายในประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโอซามุ ฮิราตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของโตโยต้า เวียดนาม ระบุว่า การรักษาเครือข่ายซัพพลายเออร์ของบริษัทและการเพิ่มสัดส่วนการผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมสนับสนุนด้านยานยนต์ของเวียดนาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังคาดว่าจะช่วยสร้างงาน ส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและเพิ่มรายได้จากภาษีพร้อมทั้งมีส่วนช่วยในการพัฒนาจ.ฟูเถาะ ให้เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ในภาคเหนือของเวียดนาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเดือนมีนาคม 2026 โตโยต้าเวียดนาม ได้จัดพิธีวางศิลาฤกษ์ สำหรับอาคารสำนักงานแห่งใหม่ ณ สำนักงานใหญ่จ.ฟูเถาะ นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงศูนย์ฝึกอบรม อาคารสำนักงานและสายการผลิตใหม่ โดยคาดว่าเริ่มเปิดใช้งานได้ในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่ได้รับใบอนุญาตการลงทุนครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กันยายน 1995 โตโยต้า เวียดนาม ได้ผลิตรถยนต์ไปแล้วกว่า 700,000 คัน มียอดจำหน่ายรถยนต์ 1 ล้านคัน และให้บริการแก่ลูกค้าจำนวน 20 ล้านราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870219?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โตโยต้า ลงทุน 9.3 พันล้าน ตั้งโรงงานในเวียดนาม ผลิตรถยนต์อีวี คาดผลิตได้ปีละ 52,000 คัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โตโยต้า ลงทุน 9.3 พันล้าน ตั้งโรงงานในเวียดนาม ผลิตรถยนต์อีวี คาดผลิตได้ปีละ 52,000 คัน</dc:alternative><dc:abstract>โตโยต้า ลงทุน 9.3 พันล้าน ตั้งโรงงานในเวียดนาม ผลิตรถยนต์อีวี คาดผลิตได้ปีละ 52,000 คัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-31T11:50:17+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-31T11:50:17+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/0750245-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/0750245-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/0750245-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/0750245-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/85063286.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/85063286-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มาดูโร แชร์ภาพแรกตัวเอง จากคุกมะกัน เป็นของขวัญลูกหลาน ลั่นเวเนซุเอลาจะกลับมาผงาดอีกครั้ง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870180]]></link><pubDate>2026-08-31T18:32:20+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5870180</guid><description>มาดูโร แชร์ภาพแรกตัวเอง จากคุกมะกัน เป็นของขวัญลูกหลาน ลั่นเวเนซุเอลาจะกลับมาผงาดอีกครั้ง เมื่อวันอาทิตย์(30 ส.ค.)ที่ผ่านมา นายนิโกลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ได้แชร์รูปถ่ายตัวเองเป็นครั้งแร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;มาดูโร แชร์ภาพแรกตัวเอง จากคุกมะกัน เป็นของขวัญลูกหลาน ลั่นเวเนซุเอลาจะกลับมาผงาดอีกครั้ง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์(30 ส.ค.)ที่ผ่านมา นายนิโกลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ได้แชร์รูปถ่ายตัวเองเป็นครั้งแรกลงบนแพลตฟอร์ม X นับตั้งแต่เขาถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากถูกกองกำลังปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐปฏิบัติการช็อกโลกด้วยการบุกเข้าไปจับกุมตัวเขาพร้อมภรรยาถึงกลางกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาว่าเขาลักลอบค้ายาเสพติดและมีอาวุธในครอบครอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการโพสต์ 2 ภาพแรกดังกล่าวบน X นับจากถูกควบคุมตัว มาดูโรได้เขียนข้อความเป็นภาษาสเปนระบุว่า “ผมขอส่งภาพถ่ายเหล่านี้เป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้แก่ลูกหลานผมทุกคน ทั้งเด็กชายและเด็กหญิง รวมถึงคนดีทุกคนที่รักเรา” และว่า “ผมอยากให้พวกคุณรู้ว่าเรายังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักจากพวกคุณ เราจะยังคงเข้มแข็ง สงบนิ่งและมั่นใจ เพราะพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเรา พระองค์จะทรงประทานสิ่งต่างๆ ให้ และเวเนซุเอลาจะกลับมาผงาดขึ้นอีกครั้ง”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img loading=&quot;lazy&quot; decoding=&quot;async&quot; class=&quot;alignnone size-full wp-image-5870205&quot; src=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156.png&quot; alt=&quot;&quot; width=&quot;586&quot; height=&quot;740&quot; data-has-syndication-rights=&quot;1&quot; data-portal-copyright=&quot;Matichon Public Co.,Ltd.&quot; srcset=&quot;https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156.png 586w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156-238x300.png 238w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156-333x420.png 333w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156-400x505.png 400w, https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156-250x316.png 250w&quot; sizes=&quot;auto, (max-width: 586px) 100vw, 586px&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพถ่าย 2 รูปดังกล่าวของมาดูโรที่โพสต์เผยให้เห็นเขาสวมชุดวอร์มสีเทาและยืนทำท่าชูสองนิ้ว ซึ่งดูเหมือนเขาซูบลงไปมากนับจากถูกจับกุม แต่ใบหน้ายังมีรอยยิ้ม โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ในวันอาทิตย์ แต่ข้อมูลเวลาที่ระบุในภาพทั้งสองบ่งชี้ว่าภาพถูกถ่ายไว้เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งวันหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงสองครั้งซ้อนเขย่าเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 6,500 ราย และสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับพื้นที่ตอนเหนือของเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การส่งสารข้างต้นของมาดูโรยังถูกเผยแพร่ 2 วันหลังจากที่ เดลซี โรดริเกซ รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ผู้สืบทอดตำแหน่งจากมาดูโร ได้ประกาศข้อตกลงด้านน้ำมันครั้งประวัติศาสตร์ซึ่งเปิดทางให้สหรัฐเข้าไปดำเนินกิจการในแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลาได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวใกล้ชิดกับอดีตผู้นำเวเนซุเอลารายนี้ระบุว่า มาดูโรไม่สามารถเข้าถึงหนังสือพิมพ์หรืออินเทอร์เน็ตในระหว่างถูกคุมขัง แต่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยทางโทรศัพท์กับครอบครัวและทนายความได้เป็นเวลาประมาณ 300 นาทีต่อเดือน โดยจำกัดเวลาการโทรแต่ละครั้งไว้ไม่เกิน 15 นาที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์กได้ประกาศเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า การพิจารณาคดีมาดูโรและภรรยาของเขาในสหรัฐจะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 มิถุนายนปี 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870180?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มาดูโร แชร์ภาพแรกตัวเอง จากคุกมะกัน เป็นของขวัญลูกหลาน ลั่นเวเนซุเอลาจะกลับมาผงาดอีกครั้ง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มาดูโร แชร์ภาพแรกตัวเอง จากคุกมะกัน เป็นของขวัญลูกหลาน ลั่นเวเนซุเอลาจะกลับมาผงาดอีกครั้ง</dc:alternative><dc:abstract>มาดูโร แชร์ภาพแรกตัวเอง จากคุกมะกัน เป็นของขวัญลูกหลาน ลั่นเวเนซุเอลาจะกลับมาผงาดอีกครั้ง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-31T11:32:20+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-31T11:32:20+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-181408.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-181408-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-181408.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-181408-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-181408-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-181408-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-31-182156-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>586</mi:x1><mi:y1>740</mi:y1><mi:x2>586</mi:x2><mi:y2>740</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ศาลเกาหลีใต้ สั่งโทษจำคุก 2 ปี ผู้นำโบสถ์แห่งความสามัคคี คดีทุจริต-ติดสินบนอดีตสตรีหมายเลข 1]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870038]]></link><pubDate>2026-08-31T16:42:04+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5870038</guid><description>ศาลเกาหลีใต้ สั่งโทษจำคุก 2 ปี ผู้นำโบสถ์แห่งความสามัคคี คดีทุจริต-ติดสินบนอดีตสตรีหมายเลข 1 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ศาลแขวงกลางกรุงโซลได้พิพากษาโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี ต่อนางฮัก จาฮัน ผู้นำโบสถ์แห่งความ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ศาลเกาหลีใต้ สั่งโทษจำคุก 2 ปี ผู้นำโบสถ์แห่งความสามัคคี คดีทุจริต-ติดสินบนอดีตสตรีหมายเลข 1&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ศาลแขวงกลางกรุงโซลได้พิพากษาโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี ต่อนางฮัก จาฮัน ผู้นำโบสถ์แห่งความสามัคคี อายุ 83 ปี จากการกระทำผิดฐานทุจริตและติดสินบนภรรยาของนายยุน ซอกยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานกิจการสาธารณะของศาลแขวงกลางกรุงโซล ระบุว่า ศาลได้ตัดสินว่านางฮัน ซึ่งเป็นภรรยาม่ายของนายซัน เมียงมุน ผู้ก่อตั้งโบสถ์แห่งความสามัคคี มีความผิดในข้อหาละเมิดกฎหมายว่าด้วยเงินทุนทางการเมือง ติดสินบน และยักยอกเงินของคริสตจักร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในคำวินิจฉัยระบุว่า ศาลพบว่านางฮันมีความเกี่ยวข้องกับการจัดหาเงินให้กับเหล่านักการเมือง และมอบของขวัญเป็นสินค้าหรูหราฟุ่มเฟือย เช่น กระเป๋าแบรนด์ Chanel และสร้อยคอเพชร ให้กับนางคิม กอนฮี สุภาพสตรีหมายเลข 1 ในขณะนั้นผู้เป็นภรรยาของนายยุน ซอกยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางฮัน ผู้นำโบสถ์แห่งความสามัคคี ได้ถูกอัยการสั่งฟ้องในเดือนตุลาคมปี 2025 หลังมีการสอบสวนในหลายข้อกล่าวหาที่อดีตประธานาธิบดียุนและนางคิมมีส่วนเกี่ยวข้อง ข้างต้นเป็นหนึ่งในหลายคดีที่การสอบสวนเริ่มต้นขึ้นภายหลังจากนายยุนถูกศาลรัฐธรรมนูญลงมติถอดถอนพ้นตำแหน่ง หลังจากนายยุนได้ประกาศใช้กฎอัยการศึกในประเทศเมื่อเดือนธันวาคมปี 2024 ซึ่งฉุดเกาหลีใต้ลงสู่วิกฤตขัดแย้งทางการเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การพิจารคดีในวันจันทร์(31 ส.ค.)นี้ ศาลได้ตัดสินโทษจำคุกนางฮันเป็นเวลา 1 ปี ฐานกระทำผิดกฎหมายเงินทุนทางการเมือง รวมถึงการจัดหาเงินทุน 100 ล้านวอน หรือราว 2.4 ล้านบาท ให้กับส.ส.พรรครัฐบาลก่อนหน้าการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในปี 2022 นอกจากนี้ ศาลยังสั่งโทษจำคุกนางฮันอีก 1 ปี ฐานติดสินบนนางคิม อดีตสตรีหมายเลข 1 ด้วยการมอบของขวัญราคาแพงให้โดยผ่านคนกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนางฮัน ซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นขณะถูกพามาขึ้นศาลเพื่อรับฟังการพิจารณาครั้งนี้ ขณะนี้ไม่ได้ถูกทางการควบคุมตัวแต่อย่างใด เนื่องจากทนายความของเธอได้ยื่นขอระงับการควบคุมตัวไว้ชั่วคราวด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวจะหมดอายุในวันพุธ(2 ก.ย.)นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ทีมอัยการพิเศษ ซึ่งได้ร้องขอต่อศาลให้ลงโทษนางฮันด้วยโทษจำคุก 13 ปี และทนายฝ่ายจำเลยมีเวลา 1 สัปดาห์ ในการยื่นอุทธรณ์คัดค้านโต้แย้งคำตัดสินข้างต้นของศาลแขวงกลางกรุงโซล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5870038?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ศาลเกาหลีใต้ สั่งโทษจำคุก 2 ปี ผู้นำโบสถ์แห่งความสามัคคี คดีทุจริต-ติดสินบนอดีตสตรีหมายเลข 1&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ศาลเกาหลีใต้ สั่งโทษจำคุก 2 ปี ผู้นำโบสถ์แห่งความสามัคคี คดีทุจริต-ติดสินบนอดีตสตรีหมายเลข 1</dc:alternative><dc:abstract>ศาลเกาหลีใต้ สั่งโทษจำคุก 2 ปี ผู้นำโบสถ์แห่งความสามัคคี คดีทุจริต-ติดสินบนอดีตสตรีหมายเลข 1</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-31T09:42:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-31T09:42:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-31T050417Z_1325441623_RC2G9NAWVYJ0_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLITICS-UNIFICATION-CHURCH.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-31T050417Z_1325441623_RC2G9NAWVYJ0_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLITICS-UNIFICATION-CHURCH-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-31T050417Z_1325441623_RC2G9NAWVYJ0_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLITICS-UNIFICATION-CHURCH.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-31T050417Z_1325441623_RC2G9NAWVYJ0_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLITICS-UNIFICATION-CHURCH-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-31T050417Z_1325441623_RC2G9NAWVYJ0_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLITICS-UNIFICATION-CHURCH-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-31T050417Z_1325441623_RC2G9NAWVYJ0_RTRMADP_3_SOUTHKOREA-POLITICS-UNIFICATION-CHURCH-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีเหนือซัด สหรัฐคงนโยบายปรปักษ์ไม่เปลี่ยน ลั่นเสริมแกร่งนิวเคลียร์ หลักประกันปกป้องอธิปไตย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5869743]]></link><pubDate>2026-08-31T14:36:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5869743</guid><description>เกาหลีเหนือซัด สหรัฐคงนโยบายปรปักษ์ไม่เปลี่ยน ลั่นเสริมแกร่งนิวเคลียร์ หลักประกันปกป้องอธิปไตย เกาหลีเหนือกร้าวใส่สหรัฐอเมริกาว่ายังคงดำเนินนโยบายที่เป็นปรปักษ์ต่อเปียงยางไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเกาหลีเหนื [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เกาหลีเหนือซัด สหรัฐคงนโยบายปรปักษ์ไม่เปลี่ยน ลั่นเสริมแกร่งนิวเคลียร์ หลักประกันปกป้องอธิปไตย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกาหลีเหนือกร้าวใส่สหรัฐอเมริกาว่ายังคงดำเนินนโยบายที่เป็นปรปักษ์ต่อเปียงยางไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเกาหลีเหนือจะเสริมสร้างกองกำลังนิวเคลียร์ของตนเองให้แข็งแกร่งต่อไป โดยชี้ว่าอาวุธนิวเคลียร์เป็นหลักประกันในการปกป้องอธิปไตยของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงต่างประเทศของเกาหลีเหนือเผยแพร่ถ้อยแถลงผ่านสำนักข่าวกลางเกาหลี(เคซีเอ็นเอ) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม โดยกล่าวหาสหรัฐว่ายังคงท่าทีเผชิญหน้าผ่านการมุ่งมั่นที่จะปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนืออย่างสิ้นเชิง วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหลือและยังคงแผนปฏิบัติการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“รัฐบาลทรัมป์ได้ยืนยันอย่างเต็มที่อีกครั้งถึงนโยบายที่เป็นปรปักษ์อย่างไม่เปลี่ยนแปลงในการละเมิดอธิปไตย ระบบการเมือง และผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของเกาหลีเหนืออย่างไม่ยั้งคิด” โฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือกล่าว พร้อมระบุว่า อาวุธนิวเคลียร์เป็นหลักประกันในการปกป้องอธิปไตยของเกาหลีเหนืออย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือบอกด้วยว่า การคาดหวังว่าจะมีการผ่อนคลายความตึงเครียดในภูมิภาคนั้นเป็นเรื่อง &amp;#8220;ไร้ประโยชน์&amp;#8221; โดยนโยบายของเกาหลีเหนือที่มีต่อสหรัฐนั้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่าทีข้างต้นเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้มีคำสั่งการเมื่อต้นเดือนนี้ให้ลดขนาดปฏิบัติการซ้อมรบร่วมประจำปีระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ที่ใช้ชื่อว่า “อุลชี ฟรีดอม ชิลด์” โดยให้เหตุผลว่าเขามีความสัมพันธ์อันดีกับ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และการซ้อมรบดังกล่าวนั้นยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและเป็นการส่งสัญญาณที่เป็นปรปักษ์ต่อเปียงยางโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้แสดงความประสงค์ที่จะฟื้นการพบปะสุดยอดครั้งใหม่กับผู้นำคิมด้วย หลังจากทั้งสองเคยพบปะสุดยอดกันมาแล้ว 3 ครั้ง ระหว่างปี 2018-2019&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม สหรัฐ เกาหลีใต้และญี่ปุ่นยังมีแผนจะปฏิบัติการซ้อมรบร่วมกันที่เรียกขานว่า &amp;#8220;ฟรีดอม เอดจ์&amp;#8221; ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงความร่วมมือในการต่อต้านภัยคุกคามจากนิวเคลียร์และขีปนาวุธระหว่างกัน ในระหว่างวันที่ 7-11 กันยายนนี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5869743?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีเหนือซัด สหรัฐคงนโยบายปรปักษ์ไม่เปลี่ยน ลั่นเสริมแกร่งนิวเคลียร์ หลักประกันปกป้องอธิปไตย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีเหนือซัด สหรัฐคงนโยบายปรปักษ์ไม่เปลี่ยน ลั่นเสริมแกร่งนิวเคลียร์ หลักประกันปกป้องอธิปไตย</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีเหนือซัด สหรัฐคงนโยบายปรปักษ์ไม่เปลี่ยน ลั่นเสริมแกร่งนิวเคลียร์ หลักประกันปกป้องอธิปไตย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-31T07:36:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-31T07:36:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T033955Z_64210829_RC2R2NAEF8PF_RTRMADP_3_USA-TRUMP-NORTHKOREA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T033955Z_64210829_RC2R2NAEF8PF_RTRMADP_3_USA-TRUMP-NORTHKOREA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T033955Z_64210829_RC2R2NAEF8PF_RTRMADP_3_USA-TRUMP-NORTHKOREA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T033955Z_64210829_RC2R2NAEF8PF_RTRMADP_3_USA-TRUMP-NORTHKOREA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T033955Z_64210829_RC2R2NAEF8PF_RTRMADP_3_USA-TRUMP-NORTHKOREA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T033955Z_64210829_RC2R2NAEF8PF_RTRMADP_3_USA-TRUMP-NORTHKOREA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปธน.สีชี้ จีนพยายามเต็มที่ ค้นหาผู้สูญหายทิเบต ดับพุ่ง 903 สูญหาย 4,247]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5869529]]></link><pubDate>2026-08-31T12:48:57+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5869529</guid><description>ปธน.สีชี้ จีนพยายามเต็มที่ ค้นหาผู้สูญหายทิเบต ดับพุ่ง 903 สูญหาย 4,247 สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนคีร์กีซสถานอย่างเป็นทางการ กล่าวระ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ปธน.สีชี้ จีนพยายามเต็มที่ ค้นหาผู้สูญหายทิเบต ดับพุ่ง 903 สูญหาย 4,247&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนคีร์กีซสถานอย่างเป็นทางการ กล่าวระหว่างหารือกับประธานาธิบดีซาดีร์ จาปารอฟ ของคีร์กีซสถาน ที่กรุงบิชเคก ว่า จีนกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการค้นหาผู้สูญหาย หลังเกิดภัยพิบัติดินโคลนถล่มบริเวณใกล้จุดผ่านแดนระหว่างทิเบตกับเนปาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ล่าสุดสำนักงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยครั้งรุนแรงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในพื้นที่ชายแดนเพิ่มขึ้นเป็น 903 ราย และมีผู้สูญหาย 4,247 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงานลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของเนปาล แจ้งเพิ่มเติมในรายงานฉบับล่าสุดว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยเหลือประชาชนออกมาได้แล้ว 10,451 คน พร้อมระบุว่า เชื่อมีคนงานอย่างน้อย 933 คนติดอยู่ในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำ 6 แห่งของเนปาลหลังเกิดน้ำท่วมฉับพลันและโคลนถล่มเมื่อสัปดาห์ก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยโรยตัวลงไปในอุโมงค์ของโครงการไฟฟ้าพลังน้ำในเนปาล เพื่อเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตจากน้ำท่วม ซึ่งเป็นการทำงานแข่งกับเวลาและเกิดขึ้นภายใต้ข้อจำกัดต่าง ๆ มากมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5869529?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปธน.สีชี้ จีนพยายามเต็มที่ ค้นหาผู้สูญหายทิเบต ดับพุ่ง 903 สูญหาย 4,247&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปธน.สีชี้ จีนพยายามเต็มที่ ค้นหาผู้สูญหายทิเบต ดับพุ่ง 903 สูญหาย 4,247</dc:alternative><dc:abstract>ปธน.สีชี้ จีนพยายามเต็มที่ ค้นหาผู้สูญหายทิเบต ดับพุ่ง 903 สูญหาย 4,247</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-31T05:51:51+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-31T05:51:51+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/xk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/xk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/xk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/xk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/xk-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/xk-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เบสเซนต์จ่อบี้ G20 กีดกันการค้าจีนเพิ่ม อ้างลดความไม่สมดุล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5869478]]></link><pubDate>2026-08-31T12:22:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5869478</guid><description>เบสเซนต์จ่อบี้ G20 กีดกันการค้าจีนเพิ่ม อ้างลดความไม่สมดุล นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า เขาจะสนับสนุนให้ประเทศสมาชิก G20 ทบทวนเงื่อนไขทางการค้ากับจีน เพื่อลดความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจแล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เบสเซนต์จ่อบี้ G20 กีดกันการค้าจีนเพิ่ม อ้างลดความไม่สมดุล&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า เขาจะสนับสนุนให้ประเทศสมาชิก G20 ทบทวนเงื่อนไขทางการค้ากับจีน เพื่อลดความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจและการค้าโลก พร้อมกับกดดันให้จีนปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยลดการพึ่งพาการส่งออกและหันมาให้ความสำคัญกับการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์กล่าวในการให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่ม G20 ซึ่งเป็นความร่วมมือของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่และเศรษฐกิจเกิดใหม่ 19 ประเทศรวมถึงสหภาพยุโรปว่า การส่งออกจำนวนมากจากจีนสู่ตลาดโลกในปัจจุบันเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน แม้ว่าสถานะการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนโดยตรงจะปรับตัวดีขึ้นอย่างรวดเร็วก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“โลกไม่อาจยอมรับจีนที่เกินดุลการค้า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ได้ เศรษฐกิจของจีนค่อนข้างอ่อนแอ และจีนกำลังพึ่งพาการส่งออกเพื่อแก้ปัญหาของตัวเอง แต่จีนจำเป็นต้องปรับสมดุลเศรษฐกิจ” เบสเซนต์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความพยายามของเบสเซนต์ในการระดมกำลังเพื่อตอบโต้จีนด้านการค้า เกิดขึ้นในขณะที่ที่ความพ่ายแพ้และล้มเหลวทางกฎหมายกำลังบีบบังคับให้สหรัฐต้องปรับนโยบายภาษีศุลกากร ซึ่งเคยลดการนำเข้าสินค้าจากจีนลงอย่างมาก แต่กลับทำให้สินค้าจีนไหลทะลักไปยังตลาดอื่น ๆ โดยเฉพาะยุโรปและลาตินอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐได้ใช้มาตรการปกป้องตลาดภายในประเทศจากสินค้าจีนหลายประเภทด้วยการเรียกเก็บภาษีในอัตราสูง รวมถึงการสั่งห้ามนำเข้าสินค้าบางชนิดโดยสิ้นเชิง เช่น รถยนต์ เบสเซนต์กล่าวว่า เมื่อปีที่แล้วเขาได้เตือนประเทศเศรษฐกิจอุตสาหกรรมอื่น ๆ ว่าประเทศเหล่านั้นจะต้องเผชิญแรงกดดันจากการทะลักเข้ามาของสินค้านำเข้าจากจีน และตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากอย่างมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์กล่าวว่า ประเทศอื่น ๆ จะต้องเป็นผู้สร้างแรงจูงใจให้จีนปรับเปลี่ยนทิศทางออกจากการพึ่งพาการส่งออก และเสริมสร้างอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอเรื้อรังของจีนให้แข็งแกร่งขึ้น ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกจะต้องทบทวนเงื่อนไขทางการค้าของตนกับจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐกำลังผลักดันให้กลุ่ม G20 ออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับการลดความไม่สมดุลทางการค้าและบัญชีเดินสะพัด ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนในกรุงวอชิงตันยังไม่สามารถติดต่อเพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับความพยายามดังกล่าวได้ในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนและผู้นำยุโรปจะเรียกร้องให้มีความพยายามร่วมกันเพื่อผลักดันให้เงินหยวนของจีนแข็งค่าขึ้น แต่เบสเซนต์ตั้งคำถามถึงประสิทธิผลของมาตรการดังกล่าว กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่า เงินหยวนอาจมีมูลค่าต่ำกว่าระดับที่เหมาะสมมากถึง 21%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์กล่าวว่า ข้อเสนอที่ให้จัดทำ “ข้อตกลงพลาซา” (Plaza Accord) ฉบับใหม่ ซึ่งเป็นการอ้างถึงข้อตกลงในปี 1985 ที่มีเป้าหมายทำให้สกุลเงินต่าง ๆ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ถือเป็นแนวทางที่ผิด เพราะเป็นวิธีง่าย ๆ ในการหลีกเลี่ยงที่จะจัดการกับปัญหาการค้าที่แท้จริง ซึ่งเขาระบุคือการที่จีนให้เงินอุดหนุนภาคอุตสาหกรรมมากเกินไป และความต้องการภายในประเทศที่อ่อนแอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับการประชุมสุดยอดสหรัฐ-จีนครั้งต่อไป เบสเซนต์กล่าวว่า ยังไม่แน่ชัดว่าเขาจะได้พบกับ เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งกำกับดูแลด้านเศรษฐกิจและเป็นคู่เจรจาของเบสเซนต์หรือไม่ ก่อนการพบหารือระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนที่ทำเนียบขาว ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์กล่าวว่า ก่อนการประชุมสุดยอดดังกล่าว เจ้าหน้าที่สหรัฐและจีนจะเดินหน้าหารือกันต่อในประเด็นที่อาจนำไปสู่การลดภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าที่ไม่ใช่สินค้ายุทธศาสตร์ รวมถึงการกำหนดมาตรการกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อป้องกันไม่ให้โมเดล AI ที่มีขีดความสามารถสูงตกไปอยู่ในมือของกลุ่มที่ไม่ใช่รัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผมคิดว่ามีสินค้าที่ไม่ใช่สินค้ายุทธศาสตร์และไม่ใช่สินค้าสำคัญ มูลค่าประมาณ 30,000 ล้านดอลลาร์ในแต่ละฝ่าย ซึ่งเราสามารถยกเลิกภาษีศุลกากรได้” เบสเซนต์กล่าว หมายถึงสินค้าของสหรัฐและจีนที่นำเข้าระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประชุมสุดยอดในเดือนกันยายนมีขึ้นในช่วงที่สหรัฐกำลังพยายามนำมาตรการภาษีของทรัมป์กลับมาใช้ใหม่ หลังศาลสูงสุดสหรัฐมีคำตัดสินล้มล้างการเรียกเก็บภาษีในวงกว้างที่อาศัยกฎหมายภาวะฉุกเฉิน รวมถึงภาษี 20% สำหรับสินค้านำเข้าจากจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษี 12.5% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนในเดือนกรกฎาคม ภายใต้การสอบสวนทางการค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานบังคับ และรัฐบาลสหรัฐกำลังเตรียมเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับปัญหากำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมส่วนเกินของจีน ภายใต้การสอบสวนอีกกรณีหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐมนตรีคลังสหรัฐยังกล่าวด้วยว่า เขามีแผนจะพบหารือทวิภาคีกับพัน กงเซิ่ง ผู้ว่าการธนาคารประชาชนจีน ระหว่างการประชุม G20 ที่เมืองแอชวิลล์ แต่ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดของการหารือดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5869478?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เบสเซนต์จ่อบี้ G20 กีดกันการค้าจีนเพิ่ม อ้างลดความไม่สมดุล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เบสเซนต์จ่อบี้ G20 กีดกันการค้าจีนเพิ่ม อ้างลดความไม่สมดุล</dc:alternative><dc:abstract>เบสเซนต์จ่อบี้ G20 กีดกันการค้าจีนเพิ่ม อ้างลดความไม่สมดุล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-31T05:22:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-31T05:22:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สนองทรัมป์! กูเกิลแมปส์ เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทรีโอ เป็นทะเลสาบอเมริกา สำหรับผู้ใช้งานแดนมะกัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5869444]]></link><pubDate>2026-08-31T12:21:07+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5869444</guid><description>สนองทรัมป์! กูเกิลแมปส์ เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทรีโอ เป็นทะเลสาบอเมริกา สำหรับผู้ใช้งานแดนมะกัน กูเกิลแมปส์ (Google Maps) แพลตฟอร์มบริการแผนที่ดิจิทัลและภาพถ่ายทางอากาศซึ่งพัฒนาโดยบริษัท กูเกิล ได้เปล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สนองทรัมป์! กูเกิลแมปส์ เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทรีโอ เป็นทะเลสาบอเมริกา สำหรับผู้ใช้งานแดนมะกัน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กูเกิลแมปส์ (Google Maps) แพลตฟอร์มบริการแผนที่ดิจิทัลและภาพถ่ายทางอากาศซึ่งพัฒนาโดยบริษัท กูเกิล ได้เปลี่ยนชื่อ “ทะเลสาบออนแทรีโอ” เป็น “ทะเลสาบอเมริกา” สำหรับผู้ใช้งานในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากคำแถลงของกูเกิลเมื่อสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นการขานรับท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ที่ได้เซ็นคำสั่งผู้บริหารไปเมื่อปลายสัปดาห์ก่อนให้เปลี่ยนชื่อทะเลสาบแห่งนี้ที่เป็น 1 ใน 5 ทะเลสาบในภูมิภาคเกรตเลกส์ ซึ่งทิศเหนืออยู่ติดกับรัฐออนแทรีโอของแคนาดา ส่วนด้านใต้ติดกับคาบสมุทรไนแองการาและรัฐนิวยอร์กของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กูเกิลโพสต์บนบล็อกเมื่อวันเสาร์(29 ส.ค.)ว่า เนื่องจากเราปรับปรุงข้อมูลใน กูเกิลแมปส์ ให้ตรงกับการเปลี่ยนชื่อตามแหล่งข้อมูลของภาครัฐ ซึ่งสำหรับสหรัฐคือ ระบบข้อมูลชื่อทางภูมิศาสตร์ (GNIS) ผู้ใช้งานแผนที่ในสหรัฐจึงจะเห็นชื่อ ทะเลสาบอเมริกา(Lake America) ส่วนผู้ใช้งานในแคนาดาจะยังคงเห็นชื่อ ทะเลสาบออนแทรีโอ(Lake Ontario) แต่สำหรับผู้ใช้งานที่อยู่นอกประเทศสหรัฐและแคนาดาจะเห็นชื่อทะเลสาบดังกล่าวในทั้งสองชื่อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานของนายมาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดาและสำนักงานของนายดั๊ก ฟอร์ด นายกเทศมนตรีรัฐออนแทรีโอ เมื่อวันอาทิตย์(30 ส.ค.) ยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อการปรับเปลี่ยนชื่อข้างต้นของบริษัทกูเกิล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ กูเกิลแมปส์ เคยดำเนินการในทำนองเดียวกันนี้มาแล้ว โดยเมื่อปีที่แล้วกูเกิลแมปส์ได้เปลี่ยนชื่อ อ่าวเม็กซิโก ( Gulf of Mexico) เป็น อ่าวอเมริกา (Gulf of America) หลังจากทรัมป์ลงนามในคำสั่งผู้บริหารในตั้งแต่วันแรกที่เขากลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัย 2 เพื่อให้เปลี่ยนชื่อ อ่าวเม็กซิโก เป็น อ่าวอเมริกา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การสั่งเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอของรัฐบาลทรัมป์มีขึ้นในขณะที่สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับแคนาดาเต็มดำเนินไปอย่างดุเดือด หลังจากรัฐบาลทรัมป์เปิดฉากเล่นงานแคนาดาด้วยมาตรการภาษี ทำให้แคนาดาตอบโต้ด้วยการปรับขึ้นภาษีในอัตราที่เท่ากันต่อสินค้าจากสหรัฐเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยังมีความเคลื่อนไหวในฝั่งแคนาดา โดยเมื่อวันเสาร์(29 ส.ค.) นายกเทศมนตรีรัฐออนแทรีโอได้ทำการเปิดป้ายขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่ริมทะเลสาบออนแทรีโอ เขียนข้อความเป็นภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสว่า “ทะเลสาบออนแทรีโอ ปัจจุบันและตลอดไป”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถเรียกชื่ออะไรก็ได้ตามที่เขาต้องการ แต่ผมบอกได้เลยว่าทั้งโลกจะเรียกทะเลสาบออนแทรีโอตลอดไป” นายกเทศมนตรีรัฐออนแทรีโอกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5869444?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สนองทรัมป์! กูเกิลแมปส์ เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทรีโอ เป็นทะเลสาบอเมริกา สำหรับผู้ใช้งานแดนมะกัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สนองทรัมป์! กูเกิลแมปส์ เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทรีโอ เป็นทะเลสาบอเมริกา สำหรับผู้ใช้งานแดนมะกัน</dc:alternative><dc:abstract>สนองทรัมป์! กูเกิลแมปส์ เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทรีโอ เป็นทะเลสาบอเมริกา สำหรับผู้ใช้งานแดนมะกัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-31T05:21:07+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-31T05:21:07+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-30T184227Z_1832482881_RC2Z8NABZSAI_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-GOOGLE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-30T184227Z_1832482881_RC2Z8NABZSAI_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-GOOGLE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-30T184227Z_1832482881_RC2Z8NABZSAI_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-GOOGLE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-30T184227Z_1832482881_RC2Z8NABZSAI_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-GOOGLE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-30T022244Z_1073451097_RC2J8NANG851_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-30T022244Z_1073451097_RC2J8NANG851_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-30T184227Z_1832482881_RC2Z8NABZSAI_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-GOOGLE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-30T184227Z_1832482881_RC2Z8NABZSAI_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-GOOGLE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์โว ทำลาย เกาะคาร์ก ราบ เบสเซนต์เผย คว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มทุกสัปดาห์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5869308]]></link><pubDate>2026-08-31T11:03:12+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5869308</guid><description>ทรัมป์โว ทำลาย เกาะคาร์ก ราบ เบสเซนต์เผย คว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มทุกสัปดาห์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โพสต์บนโซเชียลมีเดียของเขาว่า เกาะคาร์กของอิหร่านกำลังถูก “ทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง” แต่ไม่ได้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์โว ทำลาย เกาะคาร์ก ราบ เบสเซนต์เผย คว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มทุกสัปดาห์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ โพสต์บนโซเชียลมีเดียของเขาว่า เกาะคาร์กของอิหร่านกำลังถูก “ทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง” แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ ทั้งนี้ เกาะคาร์ก เป็นศูนย์กลางด้านพลังงานของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เกาะคาร์กกำลังถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง!!! ประธานาธิบดี DJT” ทรัมป์โพสต์ ขณะที่รอยเตอร์ตรวจสอบและยืนยันว่า คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ประกอบข้อความดังกล่าว ซึ่งแสดงภาพการระเบิดอย่างรุนแรงนั้น น่าจะเป็นภาพที่สร้างขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ โดยใช้ซอฟต์แวร์สำหรับตรวจจับภาพหรือวิดีโอที่ถูกดัดแปลงด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสื่ออิหร่านยังไม่มีปฏิกิริยาต่อคำกล่าวของทรัมป์ในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากสหรัฐโจมตีเกาะคาร์ก ซึ่งก่อนเกิดสงครามจากการโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เป็นพื้นที่รองรับการส่งออกน้ำมันของอิหร่านถึง 90% การโจมตีดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการค้าพลังงานของอิหร่าน และสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาลต่อเศรษฐกิจของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหมสหรัฐยังไม่ได้ตอบคำขอความเห็นจากรอยเตอร์ในทันที เนื่องจากเป็นช่วงนอกเวลาทำการตามปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;๐เบสเซนต์ชี้คว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มทุกสัปดาห์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า กระทรวงการคลังสหรัฐมีแนวโน้มจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อมชุดใหม่ต่ออิหร่านทุกสัปดาห์ เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน โดยในระยะแรกจะมุ่งเป้าไปที่ภาคธนาคารเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากสหรัฐประกาศเล่นงานสาขาของธนาคารมิสร์ของอียิปต์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากข้อกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงทางการเงินกับอิหร่าน เบสเซนต์กล่าวขณะให้สัมภาษณ์ว่า ขั้นตอนต่อไปอาจเป็นการตัดสถาบันการเงินนั้นๆ ออกจากระบบการเงินที่ใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นหลักอย่างสิ้นเชิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“คุณจะได้เห็นมาตรการในลักษณะนี้เพิ่มขึ้นอีกมากทุกสัปดาห์ เราเริ่มต้นจากธนาคาร และเรากำลังบอกธนาคารต่างๆ ว่า การถือครองเงินของอิหร่านและการให้ความช่วยเหลือแก่ระบอบการปกครองนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้” ” เบสเซนต์กล่าว ก่อนการประชุมของบรรดาผู้นำด้านการเงินจากกลุ่มประเทศ G20&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์กล่าวด้วยว่า เขาตั้งใจจะตอกย้ำข้อความนี้ต่อรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศกลุ่ม G20 โดยเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน มิฉะนั้นอาจต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อมจากสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5869308?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์โว ทำลาย เกาะคาร์ก ราบ เบสเซนต์เผย คว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มทุกสัปดาห์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์โว ทำลาย เกาะคาร์ก ราบ เบสเซนต์เผย คว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มทุกสัปดาห์</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์โว ทำลาย เกาะคาร์ก ราบ เบสเซนต์เผย คว่ำบาตรอิหร่านเพิ่มทุกสัปดาห์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-31T04:03:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-31T04:03:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t15.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t15-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t15.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t15-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t15-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t15-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มแตะ 800 กว่าครึ่งระบุตัวตนไม่ได้ เนปาลคาด 350 ชีวิต ติดในอุโมงค์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5869199]]></link><pubDate>2026-08-31T10:12:28+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5869199</guid><description>ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มแตะ 800 กว่าครึ่งระบุตัวตนไม่ได้ เนปาลคาด 350 ชีวิต ติดในอุโมงค์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยในเนปาลและจีนเร่งค้นหาผู้สูญหายหลายพันคนอย่างต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์ หลังธารน้ำแข็งถล่มทำให้เกิด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มแตะ 800 กว่าครึ่งระบุตัวตนไม่ได้ เนปาลคาด 350 ชีวิต ติดในอุโมงค์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยในเนปาลและจีนเร่งค้นหาผู้สูญหายหลายพันคนอย่างต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์ หลังธารน้ำแข็งถล่มทำให้เกิดดินโคลนถล่มครั้งใหญ่ตลอดแนวเทือกเขาหิมาลัย ขณะที่ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เลวร้ายและระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 800 ราย เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ขณะที่มีผู้สูญหายมากกว่า 3,000 คนทั้งสองฝั่งของพรมแดนเนปาล-จีน สำนักงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 781 ราย และสูญหาย 2,502 คน ขณะที่ทางฝั่งจีน เจ้าหน้าที่ระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 16 รายในเขตจี๋หลง และมีผู้สูญหาย 546 คน โดยรัฐบาลปักกิ่งระบุว่า มีชาวต่างชาติ 261 คนจาก 23 ประเทศที่ยังคงสูญหายในทิเบต ใกล้กับจุดผ่านแดนจี๋หรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเนปาล ปฏิบัติการกู้ภัยหันมาให้ความสำคัญมากขึ้นกับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ 5 แห่งที่ถูกน้ำท่วม รวมถึงโครงการตรีศูลีตอนบนซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า ได้รับข้อมูลว่าอาจมีประชาชนประมาณ 350 คนติดอยู่ภายในอุโมงค์แห่งหนึ่ง ทหารเนปาลราว 10,000 นายถูกส่งไปประจำการร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญจากจีนและอินเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพเนปาลลำเลียงเครื่องจักรกลหนักทางอากาศไปยังพื้นที่ห่างไกลแห่งนี้เมื่อวันอาทิตย์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถเดินทางไปถึงทางเข้าอุโมงค์แห่งหนึ่ง ก่อนเริ่มเคลื่อนย้ายเศษซากที่ปิดกั้นเส้นทางเข้า เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ทีมกู้ภัยที่นำถังออกซิเจนและกล้องติดตัวเข้าไปจะเข้าไปภายในทันทีที่สามารถเปิดเส้นทางเข้าสู่อุโมงค์ได้อย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ธรรม ราช อุเปรตี หัวหน้าหน่วยงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของเนปาล กล่าวว่า มันยากมาก เพราะมีเศษซากอยู่เป็นจำนวนมาก และเราไม่สามารถใช้การระเบิดเพื่อเปิดทางเข้าไปได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โลก บาฮาดูร์ เชตรี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเนปาล กล่าวว่า เนปาลต้องการความช่วยเหลือจากนานาชาติในด้านที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง รวมถึงการกู้ภัยผู้ติดอยู่ในอุโมงค์ การตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ การจัดหาสถานที่หรืออุปกรณ์ห้องเย็นสำหรับเก็บรักษาศพ และการพิสูจน์อัตลักษณ์ทางนิติวิทยาศาสตร์ของศพที่เริ่มเน่าเปื่อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลายวันหลังจากญาติของผู้ประสบภัยต่างเดินทางไปตามโรงพยาบาล ห้องเก็บศพ และศูนย์บรรเทาทุกข์เพื่อค้นหาบุคคลอันเป็นที่รัก เจ้าหน้าที่ในเนปาลได้เริ่มฝังศพหมู่ผู้เสียชีวิตที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้หลายร้อยราย เนื่องจากศพเริ่มเน่าเปื่อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเขตจิตวัน ซึ่งอยู่ห่างจากพื้นที่ประสบภัยราว 200 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ได้ขุดหลุมศพหลายร้อยหลุมในป่าที่เมืองเทวกาต เพื่อฝังศพที่ถูกกระแสน้ำพัดพามาจากเขตราซูวา ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอุทกภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กาเนช อารยัล หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของเขตจิตวัน กล่าวว่า เราไม่มีทางเลือกอื่นเแล้ว สิ่งที่เรากังวลคือความเสี่ยงด้านสาธารณสุขที่เกิดจากการเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็วของศพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ฝังศพที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ 96 ศพเมื่อวันเสาร์ และมีแผนจะฝังเพิ่มอีกกว่า 100 ศพในวันอาทิตย์ ขณะที่ทีมค้นหายังคงเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตจากแม่น้ำและกองเศษซากอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ และบันทึกตำแหน่งสถานที่ฝังศพอย่างละเอียด เพื่อหวังว่าครอบครัวจะยังสามารถระบุตัวผู้เสียชีวิตที่เป็นญาติของตนได้ในภายหลัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อานิล ทาปา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า จากศพที่เรากู้ขึ้นมาได้จนถึงขณะนี้ มากกว่าครึ่งอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้แล้ว หลายศพไม่มีใบหน้าที่มองเห็นได้ ในบางกรณีเหลือเพียงมือหรือขา ขณะที่บางกรณีพบเพียงชิ้นส่วนของร่างกายเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สภากาชาดประเมินว่า มีประชาชนมากกว่า 90,000 คนที่น่าจะได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ ซึ่งจีนเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนรายงานว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน กล่าวกับรัฐมนตรีต่างประเทศเนปาลระหว่างการหารือทางโทรศัพท์เมื่อวันเสาร์ว่า เหตุดินโคลนถล่มครั้งนี้ถือเป็น “ภัยพิบัติข้ามพรมแดนที่รุนแรงที่สุด” ของทั้งสองประเทศในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และปฏิบัติการกู้ภัยมีระดับความยากและความซับซ้อนสูงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ขนาดและความรุนแรงของภัยพิบัติทำให้ความพยายามกู้ภัยในภูมิประเทศอันขรุขระและทุรกันดารของเทือกเขาหิมาลัยมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจท้องถิ่นในเนปาลเผยกับรอยเตอร์ว่า ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เคลื่อนย้ายขึ้นไปยังพื้นที่สูง หลังระดับน้ำในแม่น้ำตรีศูลีเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เนื่องจากมีฝนตกลงมาอีกระลอก ทำให้เกิดความวิตกว่าจะเกิดน้ำท่วมเพิ่มเติม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิบัติการกู้ภัยต้องถูกระงับหลายครั้งตั้งแต่วันศุกร์ เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย รวมถึงความกังวลว่าทะเลสาบที่ก่อตัวขึ้นบริเวณพรมแดนเนปาล-จีนจากเหตุภัยพิบัติครั้งนี้ อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมระลอกใหม่ หลังน้ำเริ่มล้นไหลเข้าสู่แม่น้ำเลนเด โคลา และแม่น้ำตรีศูลีในเนปาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีซีทีวีรายงานว่า ทะเลสาบซึ่งคุกคามพื้นที่ที่อยู่ท้ายน้ำได้ระบายน้ำออกไปเกือบหมดแล้วในเย็นวันเสาร์ แต่โดรนตรวจพบเหตุดินถล่มอีกครั้งในช่วงดึกวันเสาร์ ห่างจากทะเลสาบดังกล่าวไปทางท้ายน้ำ 2.8 กิโลเมตร โดยดินถล่มได้ก่อตัวเป็นแนวกั้นน้ำใหม่ และทำให้เกิดแอ่งน้ำใหม่ขึ้นอีกแห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีซีทีวีรายงานว่า เหตุอุทกภัยครั้งนี้เกิดจากความเสถียรของธารน้ำแข็งภายใต้ผลกระทบระยะยาวของภาวะโลกร้อน โดยระบุว่าเป็นลักษณะใหม่ที่เด่นชัดของภัยพิบัติของธารน้ำแข็งบนที่ราบสูงทิเบต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีซีทีวีอ้างผลการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์จีนว่า มวลดินโคลนถล่มที่เกิดขึ้นจากฝั่งเนปาลใช้เวลาเพียง 6-7 นาทีในการเคลื่อนตัวไปถึงจุดผ่านแดนจี๋หลง ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เผยแพร่ไปทั่วโลกแสดงให้เห็นกระแสน้ำและเศษซากขนาดมหาศาลพัดเข้ากลืนอาคารต่าง ๆ ขณะที่ประชาชนพยายามวิ่งหนีเอาชีวิตรอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลจีนรายงานว่า จีนได้ระดมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 2,100 คน และจัดสรรงบประมาณอย่างน้อย 220 ล้านหยวน หรือประมาณ 1.08 พันล้านบาท เพื่อสนับสนุนการบรรเทาภัยพิบัติ ทั้งยังได้ส่งอุปกรณ์และสิ่งของบรรเทาทุกข์ทางอากาศไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยแนวหน้า ขณะที่ทหารใช้เครื่องมือตรวจจับสัญญาณสิ่งมีชีวิตในการค้นหาผู้สูญหาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5869199?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มแตะ 800 กว่าครึ่งระบุตัวตนไม่ได้ เนปาลคาด 350 ชีวิต ติดในอุโมงค์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มแตะ 800 กว่าครึ่งระบุตัวตนไม่ได้ เนปาลคาด 350 ชีวิต ติดในอุโมงค์</dc:alternative><dc:abstract>ยอดดับธารน้ำแข็งถล่มแตะ 800 กว่าครึ่งระบุตัวตนไม่ได้ เนปาลคาด 350 ชีวิต ติดในอุโมงค์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-31T03:15:32+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-31T03:15:32+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/n31.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/n31-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/n31.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/n31-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/n31-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/n31-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เดือด! อิหร่านถล่มฐานทัพมะกันในจอร์แดน หลังสหรัฐโจมตี ฐานยิงขีปนาวุธบนเกาะลารัก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5869158]]></link><pubDate>2026-08-31T08:56:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5869158</guid><description>เดือด! อิหร่านถล่มฐานทัพมะกันในจอร์แดน หลังสหรัฐโจมตี ฐานยิงขีปนาวุธบนเกาะลารัก สื่ออิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ทำการโจมตีฐานทัพสหรัฐ 2  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เดือด! อิหร่านถล่มฐานทัพมะกันในจอร์แดน หลังสหรัฐโจมตี ฐานยิงขีปนาวุธบนเกาะลารัก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สื่ออิหร่านรายงานเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ทำการโจมตีฐานทัพสหรัฐ 2 แห่งในจอร์แดน ได้แก่ ฐานทัพคิงฮุสเซน และฐานทัพอัลอัซรัก ด้วยขีปนาวุธพิสัยไกล เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐต่อเกาะลารักของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสถานีโทรทัศน์ของจอร์แดนรายงานโดยอ้างกองทัพจอร์แดนว่า พวกเขาได้ทำการสกัดกั้นขีปนาวุธ 8 ลูกที่รุกล้ำน่านฟ้าจอร์แดนเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่า กองกำลังสหรัฐได้โจมตีเครื่องยิงอาวุธของอิหร่าน 2 แห่งบนเกาะลารักเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม นับเป็นการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐ ที่เป็นที่รับทราบครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีกองกำลังสหรัฐที่ประจำการอยู่ในจอร์แดน ตามรายงานของผู้สื่อข่าวฟ็อกซ์นิวส์ซึ่งอ้างแหล่งข่าวสหรัฐ โดยโพสต์บน X ว่า ขีปนาวุธเกือบทั้งหมดถูกสกัดไว้ได้แล้วในขณะนี้ และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบที่ร้ายแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อการโจมตีครั้งแรกของสหรัฐ เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งระบุว่า สามารถยืนยันได้ว่า ก่อนหน้านี้กองกำลังสหรัฐได้โจมตีเครื่องยิงอาวุธของอิหร่าน 2 แห่งบนเกาะลารัก IRGC ถูกพบว่ากำลังเตรียมยิงจรวดพร้อมทุ่นระเบิดทางทะเลลงสู่ช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;IRGC กล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้ทหารและพลเรือนหลายคนเสียชีวิตและบาดเจ็บ และเตหะรานจะตอบโต้และลงโทษผู้ก่อเหตุ ด้านสำนักข่าวทัสนิม สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่า สหรัฐได้ใช้โดรนโจมตีเกาะลารัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทัพสหรัฐระบุว่า กองกำลังสหรัฐได้ดำเนินการอย่างจำกัดและแม่นยำ ต่อกองกำลังวางทุ่นระเบิดของ IRGC ที่ก่อให้เกิดภัยคุกคามที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ทุ่นระเบิดทั้งหมดในน่านน้ำสากลของช่องแคบฮอร์มุซถูกจุดระเบิดหรือเก็บกู้ไปหมดแล้ว และอิหร่านได้รับแจ้งแล้วว่า เรือหรือเรือลำใดก็ตามที่นำทุ่นระเบิดใหม่ไปวางจะถูกทำลาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การโจมตีอิหร่านครั้งล่าสุดที่สหรัฐดำเนินการและเป็นที่ทราบก่อนหน้านี้เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ขณะที่สงครามตกอยู่ในภาวะชะงักงันในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยวอชิงตันขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรที่สร้างต้นทุนอย่างหนักต่อประเทศต่าง ๆ ที่ให้การสนับสนุนอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5869158?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เดือด! อิหร่านถล่มฐานทัพมะกันในจอร์แดน หลังสหรัฐโจมตี ฐานยิงขีปนาวุธบนเกาะลารัก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เดือด! อิหร่านถล่มฐานทัพมะกันในจอร์แดน หลังสหรัฐโจมตี ฐานยิงขีปนาวุธบนเกาะลารัก</dc:alternative><dc:abstract>เดือด! อิหร่านถล่มฐานทัพมะกันในจอร์แดน หลังสหรัฐโจมตี ฐานยิงขีปนาวุธบนเกาะลารัก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-31T02:12:11+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-31T02:12:11+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/h31.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/h31-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/h31.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/h31-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/h31-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/h31-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ชาวไอซ์แลนด์โหวต NO ไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิก EU มองคุกคามอธิปไตยชาติ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5868553]]></link><pubDate>2026-08-30T15:55:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5868553</guid><description>ชาวไอซ์แลนด์โหวต NO ไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิก EU มองคุกคามอธิปไตยชาติ ชาวไอซ์แลนด์ลงประชามติเลือกที่จะไม่เข้าร่วมสหภาพยุโรป (EU) โดยสถานีโทรทัศน์ RUV ของไอซ์แลนด์รายงานเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ว่า ผู้มีสิทธ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ชาวไอซ์แลนด์โหวต NO ไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิก EU มองคุกคามอธิปไตยชาติ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ชาวไอซ์แลนด์ลงประชามติเลือกที่จะไม่เข้าร่วมสหภาพยุโรป (EU) โดยสถานีโทรทัศน์ RUV ของไอซ์แลนด์รายงานเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งปฏิเสธความพยายามของรัฐบาล ที่จะรื้อฟื้นการเจรจาเพื่อขอเข้าเป็นสมาชิกอียู และเลือกยืนอยู่ข้างฝ่ายที่เห็นว่าน่านน้ำประมงของไอซ์แลนด์มีความสำคัญเกินกว่าจะนำไปเสี่ยง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลการลงประชามติที่ออกมาเป็น “ไม่” น่าจะสร้างความผิดหวังให้กับอียู เนื่องจากเจ้าหน้าที่บางคนมองว่าไอซ์แลนด์เป็นกรณีที่มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งอาจช่วยลดความสงสัยเกี่ยวกับการขยายสมาชิกภาพของอียู และช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งเชิงยุทธศาสตร์ ในช่วงเวลาที่ประเด็นด้านความมั่นคงในภูมิภาคอาร์กติกกำลังเป็นประเด็นสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลไอซ์แลนด์เคยระบุว่า แผนการเข้าเป็นสมาชิกอียูครั้งนี้เป็นเกิดขึ้นในช่วงเวลา “ตอนนี้หรือไม่มีวันอีกแล้ว” โดยนางคริสตรุน ฟรอสตาดอตตีร์ นายกรัฐมนตรีไอซ์แลนด์ กล่าวกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งเมื่อเดือนสิงหาคมว่า หากผลการลงประชามติออกมาเป็น “ไม่” จะยุติการคาดการณ์และข้อถกเถียงทั้งหมดเกี่ยวกับการเข้าร่วมเป็นสมาชิกอียูลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มผู้สนับสนุนการลงคะแนน “เห็นชอบ” ระบุว่า การเข้าเป็นสมาชิกอียูอาจช่วยบรรเทาปัญหาอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง และสร้างความมั่นคงมากขึ้นในโลกที่กำลังเผชิญความไม่มั่นคงจากสงครามในยูเครน รวมถึงวาทกรรมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เกี่ยวกับการผนวกกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเกาะอีกแห่งหนึ่งในภูมิภาคอาร์กติก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่มผู้รณรงค์ให้ลงคะแนน “ไม่” เห็นว่า การเข้าเป็นสมาชิกอียูจะเป็นภัยคุกคามต่ออธิปไตยของประเทศเกาะแห่งนี้ รวมถึงสิทธิและการควบคุมน่านน้ำประมงของไอซ์แลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางฟรอสตาดอตตีร์กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังลงคะแนนในกรุงเรคยาวิก เมืองหลวงของไอซ์แลนด์ว่า การรณรงค์ก่อนการลงประชามติครั้งนี้ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับสถานะและบทบาทของไอซ์แลนด์ในโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“วันนี้เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ เรารอคอยมาหลายปีเพื่อที่จะได้มีโอกาสลงคะแนนเสียงในเรื่องนี้” นางฟรอสตาดอตตีร์กล่าว พร้อมระบุว่ารัฐบาลของเธอจะยังคงทำงานต่อไป ไม่ว่าผลการลงประชามติจะออกมาเช่นใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไอซ์แลนด์เคยยื่นขอสมัครเข้าเป็นสมาชิกอียูครั้งแรกในปี 2009 ในช่วงที่วิกฤตการเงินส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจขนาดเล็กและเปราะบางต่อปัจจัยภายนอกของประเทศ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลที่มีจุดยืนไม่สนับสนุนอียูได้ยุติการเจรจาในปี 2013&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความปั่นป่วนทางภูมิรัฐศาสตร์ในระยะหลัง ซึ่งรวมถึงสงครามในตะวันออกกลาง และมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ ได้เพิ่มความเร่งด่วนให้แก่ประเด็นการเข้าเป็นสมาชิกอียู ซึ่งชาวไอซ์แลนด์ถกเถียงกันมาเป็นระยะตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5868553?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ชาวไอซ์แลนด์โหวต NO ไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิก EU มองคุกคามอธิปไตยชาติ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ชาวไอซ์แลนด์โหวต NO ไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิก EU มองคุกคามอธิปไตยชาติ</dc:alternative><dc:abstract>ชาวไอซ์แลนด์โหวต NO ไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิก EU มองคุกคามอธิปไตยชาติ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-30T08:55:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-30T08:55:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/il.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/il-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/il.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/il-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/il-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/il-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สวิสสะพรึง! ไล่ล่ามือปืน หลังก่อเหตุกราดยิง ดับ 1 เจ็บ 5]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5868504]]></link><pubDate>2026-08-30T15:27:18+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5868504</guid><description>สวิสสะพรึง! ไล่ล่ามือปืน หลังก่อเหตุกราดยิง ดับ 1 เจ็บ 5 ตำรวจเผยว่า เกิดเหตุกราดยิงในภาคเหนือของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อคืนวันที่ 29 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สวิสสะพรึง! ไล่ล่ามือปืน หลังก่อเหตุกราดยิง ดับ 1 เจ็บ 5&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจเผยว่า เกิดเหตุกราดยิงในภาคเหนือของสวิตเซอร์แลนด์เมื่อคืนวันที่ 29 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 5 คน โดยบางคนมีอาการสาหัส ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งไล่ล่าตัวผู้ก่อเหตุซึ่งยังอยู่ระหว่างการหลบหนี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจรัฐอาร์เการะบุว่า ได้เปิดปฏิบัติการไล่ล่าตัวผู้ก่อเหตุแล้ว และขอให้ประชาชนที่มีภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอของเหตุการณ์ส่งมอบหลักฐานให้แก่เจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ดี แรงจูงใจในการก่อเหตุ ตลอดจนพฤติการณ์และรายละเอียดที่แน่ชัดของเหตุอาชญากรรม ยังไม่เป็นที่ชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตำรวจให้ข้อมูลกับสื่อสวิตเซอร์แลนด์ว่า เหตุยิงเกิดขึ้นใกล้กับสนามแข่งม้าในเขตชาเคินของเมืองอาเรา ซึ่งอยู่ห่างจากนครซูริกไปทางตะวันตกราว 46 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ Blick ของสวิตเซอร์แลนด์รายงานว่า เหตุยิงดังกล่าวเกิดขึ้นในงานปาร์ตี้ดนตรีแนว EDM ซึ่งจัดขึ้นบริเวณสนามแข่งม้า ตั้งแต่คืนวันที่ 29 สิงหาคม จนถึงเช้าวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิดีโอที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ดังกล่าวได้ยินเสียงปืนที่ดังขึ้นต่อเนื่องหลายนัด ขณะที่ตำรวจได้ปิดกั้นพื้นที่เป็นวงกว้างในเมืองอาเรา ซึ่งเป็นเมืองเอกของรัฐอาร์เกา และเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่นอกเขตตัวเมืองเพื่อเป็นมาตรการป้องกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ มีตำรวจจำนวนมากมาประจำการในพื้นที่ และยังมีรถหุ้มเกราะคันหนึ่งถูกนำมาขวางถนน สถานีโทรทัศน์ SRF รายงานว่า นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงแล้ว หน่วยรับมือภัยพิบัติระดับภูมิภาคก็ถูกส่งมายังพื้นที่เกิดเหตุด้วย นอกจากนี้ยังรายงานว่า พบเห็นเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพสวิสกำลังสำรวจพื้นที่ในช่วงเช้ามืด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีอัตราการครอบครองอาวุธปืนสูงที่สุดประเทศหนึ่งในประเทศยุโรป แม้ว่าเหตุกราดยิงและความรุนแรงจากอาวุธปืนจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และมีการอนุมัติกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดขึ้นในปี 2019&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5868504?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สวิสสะพรึง! ไล่ล่ามือปืน หลังก่อเหตุกราดยิง ดับ 1 เจ็บ 5&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สวิสสะพรึง! ไล่ล่ามือปืน หลังก่อเหตุกราดยิง ดับ 1 เจ็บ 5</dc:alternative><dc:abstract>สวิสสะพรึง! ไล่ล่ามือปืน หลังก่อเหตุกราดยิง ดับ 1 เจ็บ 5</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-30T08:37:34+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-30T08:37:34+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sc-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sc-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sc-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sc-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sc-4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sc-4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แม่เนปาลพบลูกวัย 8 ขวบ หลังปีนต้นไม้หนีน้ำท่วม UNICEF คาดกระทบเด็ก 1.7 หมื่น]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5868374]]></link><pubDate>2026-08-30T13:54:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5868374</guid><description>แม่เนปาลพบลูกวัย 8 ขวบ หลังปีนต้นไม้หนีน้ำท่วม UNICEF คาดกระทบเด็ก 1.7 หมื่น โซยัล กาเล เด็กชายวัย 8 ขวบ ซึ่งวิ่งเข้าไปในป่าและปีนต้นไม้เพื่อหนีเอาชีวิตรอดจากอุทกภัยฉับพลันครั้งร้ายแรงในเนปาล ได้กลับม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;แม่เนปาลพบลูกวัย 8 ขวบ หลังปีนต้นไม้หนีน้ำท่วม UNICEF คาดกระทบเด็ก 1.7 หมื่น&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;โซยัล กาเล เด็กชายวัย 8 ขวบ ซึ่งวิ่งเข้าไปในป่าและปีนต้นไม้เพื่อหนีเอาชีวิตรอดจากอุทกภัยฉับพลันครั้งร้ายแรงในเนปาล ได้กลับมาพบกับแม่ของเขาอีกครั้งเมื่อวันศุกร์ หลังจากที่เธอเริ่มเกรงว่าทั้งเขาและพี่ชายอาจเสียชีวิตที่โรงเรียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนึ่งวันก่อนหน้านั้น กาเลถูกนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ออกจากเขตราซูวาทางตอนเหนือที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักเพียงลำพัง โดยเขาขาขวาหักและมีบาดแผลตามใบหน้า ขณะที่มารดาของเขา มัตติ มายา ตามัง วัย 28 ปี เดินทางไปตามศูนย์พักพิงและจุดรวบรวมผู้ประสบภัยแห่งแล้วแห่งเล่า เพื่อตามหาลูกชายทั้งสองคนที่สูญหายไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามังกล่าวกับรอยเตอร์ว่า ที่จุดรอผลทั้ง 4 แห่งก็ยังไม่มีชื่อลูก ๆ ของเธออยู่ในรายชื่อ และพวกเขาก็ไม่ได้อยู่ที่นั่น และว่า “ฉันเริ่มทำใจแล้วว่าลูกทั้งสองคนคงไม่อยู่แล้ว สิ่งเดียวที่ฉันทำได้คือร้องไห้ ฉันไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลย”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ระบุว่า เด็กอย่างน้อย 17,000 คนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในเขตราซูวา นูวากอต และธาดิง ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงกาฐมาณฑุ และยูนิเซฟกำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลเนปาลเพื่อค้นหา ลงทะเบียน และช่วยให้เด็กที่พลัดพรากจากครอบครัวได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัวอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากพยายามค้นหาลูก ๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จหลายครั้ง ตามังได้เบอร์โทรศัพท์ของซาฮานา บัจราชารยา นักข่าวรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งเพิ่งพบกับกาเลที่โรงพยาบาลขนาดเล็กแห่งหนึ่งในเขตนูวากอตที่อยู่ใกล้เคียงเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บัจราชารยาและทีมงานรอยเตอร์เดินทางไปยังโรงพยาบาลดังกล่าว หลังได้รับแจ้งว่ามีเด็กชายคนหนึ่งถูกนำตัวมารักษาที่นั่น แต่เจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่าครอบครัวของเขาอยู่ที่ไหน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บัจราชารยากล่าวว่า เธอได้พูดคุยกับกาเลก่อนที่เขาจะถูกนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปรับการรักษาเพิ่มเติม และเด็กชายตกลงให้มีการบันทึกภาพของเขา โดยหวังว่าจะช่วยให้สามารถตามหาครอบครัวของเขาได้ และได้ทิ้งเบอร์โทรศัพท์ของเธอไว้ที่โรงพยาบาล อีกหลายชั่วโมงต่อมา ตามังได้โทรศัพท์หาเธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อบัจราชารยาบอกตามังว่า กาเลยังมีชีวิตอยู่และถูกส่งตัวไปยังกรุงกาฐมาณฑุแล้ว ตามังกล่าวว่าแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน “ตอนที่คุณบอกฉันว่าคุณรู้ว่าโซยัลอยู่ที่ไหน มันฟังดูไม่เหมือนเรื่องจริงเลย ฉันยอมแพ้ไปแล้วว่าคงไม่มีทางได้พบพวกเขาอีก”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้น ตามังก็พบลูกชายคนเล็กของเธอว่ายังมีชีวิตอยู่เช่นกัน และหลังจากพบลูกคนโต เธอรู้สึกเหมือนได้ชีวิตของตัวเองกลับคืนมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เด็กชายทั้งสองไปโรงเรียนในเช้าวันพุธ โดยนั่งรถของโรงเรียนไป และตามังก็กำลังทอผ้าอยู่ที่บ้าน จากนั้นเธอได้ยินเสียงที่ฟังดูคล้ายกับแผ่นดินไหว “ฉันเห็นทุกอย่างถูกกระแสน้ำกวาดหายไปต่อหน้าต่อตา ฉันคิดว่าลูก ๆ ของฉันก็คงถูกกวาดไปด้วย” ตามังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เธอพยายามเดินทางไปยังโรงเรียนของลูก ซึ่งโดยปกติแล้วใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 15-20 นาที แต่เธอกล่าวว่า สภาพพื้นที่เปลี่ยนแปลงไปจนแทบจำไม่ได้ อาคารเรียนถูกทำลายจนพังเสียหาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“คุณไม่สามารถรู้ได้เลยว่าโรงเรียนอยู่ตรงไหน ตลาดอยู่ตรงไหน” เธอกล่าว “ทุกหนทุกแห่งมีแต่น้ำ ก้อนหิน และโคลน”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อรอยเตอร์พบกับกาเลในเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันพฤหัสบดี ที่โรงพยาบาลจักระ เดฟ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาด 15 เตียงในเขตนูวากอต ดูเหมือนว่าไม่มีใครในโรงพยาบาลทราบว่าครอบครัวของเด็กชายอยู่ที่ไหน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขาขวาของเขาหัก ส่วนใบหน้ามีรอยขีดข่วนและฟกช้ำ แต่ในมือซ้ายของเขากำธนบัตรมูลค่า 10 รูปี 2 ใบไว้แน่น เจ้าหน้าที่เผยว่า ตำรวจที่ช่วยชีวิตเขาเป็นผู้มอบเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่เด็กชาย เพื่อโน้มน้าวให้เขายอมเดินทางไปโรงพยาบาลกับเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กาเลเล่าว่า เขากำลังเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนตอนที่น้ำท่วมเข้าถล่ม ทันใดนั้น “ทุกอย่างก็มืดสนิท มืดมาก ๆ” จากนั้นเขาวิ่งออกจากโรงเรียนเข้าไปในป่าพร้อมกับเพื่อนคนหนึ่ง และปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อหนีน้ำ เมื่อถูกถามว่ากลัวหรือไม่ เด็กชายส่ายหน้าและตอบว่า “ไม่”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในวันศุกร์ ตามังเดินทางไปถึงโรงพยาบาลในกรุงกาฐมาณฑุ ซึ่งกาเลถูกส่งตัวมารักษาต่อในระหว่างนั้น โดยโรงพยาบาลอยู่ห่างจากบ้านของพวกเขาใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง แต่เนื่องจากบริการรถโดยสารทั้งหมดหยุดให้บริการ บัจราชารยาจึงช่วยจัดรถให้ตามังเดินทางไปยังโรงพยาบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากใช้เวลาหลายวันอย่างกระวนกระวายใจในการตามหาลูก ตามังยืนเงียบ ๆ อยู่ข้างเตียงของลูกชาย ในขณะที่เธอกล่าวว่า บิดาของกาเลซึ่งทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้างอยู่ในญี่ปุ่นก็กำลังเดินทางมาหาเขาเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;น้ำท่วมที่เกิดขึ้นเมื่อวันพุธได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนในเขตราซูวาไปอย่างสิ้นเชิง แต่สำหรับตามัง อย่างน้อยชีวิตก็เริ่มกลับคืนสู่ภาวะปกติในระดับหนึ่งแล้ว ตามังกล่าวว่า ลูกของเธอเป็นเด็กซนอยู่เสมอ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขากระดูกหัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามังและครอบครัวถือว่าเป็นหนึ่งในผู้โชคดีจากภัยพิบัติครั้งนี้ โดยมีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้วอย่างน้อย 750 ราย และยังมีผู้สูญหายมากกว่า 3,044 คนในเนปาลและทิเบตของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5868374?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แม่เนปาลพบลูกวัย 8 ขวบ หลังปีนต้นไม้หนีน้ำท่วม UNICEF คาดกระทบเด็ก 1.7 หมื่น&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แม่เนปาลพบลูกวัย 8 ขวบ หลังปีนต้นไม้หนีน้ำท่วม UNICEF คาดกระทบเด็ก 1.7 หมื่น</dc:alternative><dc:abstract>แม่เนปาลพบลูกวัย 8 ขวบ หลังปีนต้นไม้หนีน้ำท่วม UNICEF คาดกระทบเด็ก 1.7 หมื่น</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-30T07:03:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-30T07:03:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/np.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/np-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/np.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/np-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/np-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/np-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผู้พิพากษาขวางทรัมป์ เลิกวีซ่า-เนรเทศ นศ.หนุนปาเลสไตน์ ชี้ละเมิด รธน.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5868315]]></link><pubDate>2026-08-30T13:23:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5868315</guid><description>ผู้พิพากษาขวางทรัมป์ เลิกวีซ่า-เนรเทศ นศ.หนุนปาเลสไตน์ ชี้ละเมิด รธน. ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางสหรัฐมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ว่า กฎหมายที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้ในการยกเลิกวีซ่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ผู้พิพากษาขวางทรัมป์ เลิกวีซ่า-เนรเทศ นศ.หนุนปาเลสไตน์ ชี้ละเมิด รธน.&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางสหรัฐมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ว่า กฎหมายที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้ในการยกเลิกวีซ่าและเริ่มกระบวนการเนรเทศนักศึกษาต่างชาติ โดยพิจารณาจากการเคลื่อนไหวสนับสนุนปาเลสไตน์และการวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คดีนี้เกิดจากการฟ้องร้องของหนังสือพิมพ์นักศึกษามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ซึ่งระบุว่า นักศึกษาที่ถือวีซ่านักศึกษาบางคนต้องเซ็นเซอร์ตัวเองและหลีกเลี่ยงการรายงานข่าวเกี่ยวกับการประท้วงของนักศึกษาสนับสนุนปาเลสไตน์ รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เนื่องจากนโยบายของรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โนเอล ไวส์ ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐในซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของพรรคเดโมแครต มีคำวินิจฉัยที่รุนแรงตำหนิกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ เกี่ยวกับวิธีที่หน่วยงานทั้งสองนำบทบัญญัติของกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางมาใช้ เพื่อมุ่งเป้าเนรเทศผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐเพียงเพราะแสดงความคิดเห็นที่รัฐบาลต้องการปิดกั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษาไวส์ระบุว่า ในสหรัฐ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งรวมถึงเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและผู้นำประเทศ ถือเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของระบอบประชาธิปไตยของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ความแข็งแกร่งดังกล่าวย่อมลดลง เมื่อสมาชิกในสังคมของเรา ไม่ว่าจะเป็นพลเมืองหรือผู้ที่ไม่ใช่พลเมือง ต้องเซ็นเซอร์ตัวเองและประพฤติตัวให้เหมาะสม มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับการตอบโต้จากรัฐบาล” ผู้พิพากษาระบุในคำวินิจฉัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำวินิจฉัยของไวส์มุ่งพิจารณาการดำเนินการของรัฐบาลทรัมป์ที่เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 ซึ่งเริ่มเพิกถอนวีซ่าและควบคุมตัวผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐ ซึ่งเข้าร่วมเคลื่อนไหวสนับสนุนปาเลสไตน์ในมหาวิทยาลัย โดยเริ่มจากการจับกุมมาห์มูด คาลิล บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ซึ่งขณะนี้กำลังต่อสู้เพื่อไม่ให้ตนเองถูกเนรเทศออกจากสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การจับกุมดังกล่าวเป็นพื้นฐานสำคัญของคดีความที่ The Stanford Daily หนังสือพิมพ์นักศึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ยื่นฟ้องในเดือนสิงหาคม 2025 โดยกล่าวหาว่า นักเขียนบางคนของหนังสือพิมพ์ที่มีวีซ่านักศึกษาได้หลีกเลี่ยงหรืองดเว้นการรายงานข่าวเกี่ยวกับการประท้วงของนักศึกษาที่สนับสนุนปาเลสไตน์ รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เนื่องจากนโยบายของรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทนายความของหนังสือพิมพ์โต้แย้งว่า บทบัญญัติ 2 ข้อของกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ ซึ่งรัฐบาลนำมาใช้เป็นเหตุผลในการยกเลิกวีซ่านักศึกษาและเริ่มกระบวนการเนรเทศนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญสหรัฐ โดยเฉพาะบทบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ 1 และครั้งที่ 5 เมื่อกฎหมายดังกล่าวถูกนำมาใช้กับการแสดงความเห็นที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บทบัญญัติดังกล่าวเปิดทางให้มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ สามารถเนรเทศผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐได้ หากเขาเป็นพิจารณาด้วยตนเองว่าการกระทำของบุคคลนั้น “กระทบต่อผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง” และยังให้อำนาจเขาเพิกถอนวีซ่าของบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ตามดุลพินิจของเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษาไวส์เห็นพ้องกับข้อโต้แย้งของหนังสือพิมพ์โดยระบุว่า เมื่อการแสดงความคิดเห็นของผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐ เป็นเหตุผลที่นำไปสู่การเพิกถอนวีซ่าและการตัดสินใจดำเนินกระบวนการเนรเทศ รัฐบาลกำลังเลือกปฏิบัติต่อการแสดงความคิดเห็นดังกล่าวโดยเฉพาะเจาะจง เพียงเพราะจุดยืนหรือเนื้อหาของความคิดเห็นนั้นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คอนเนอร์ ฟิตซ์แพทริก ซึ่งมูลนิธิเพื่อสิทธิส่วนบุคคลและการแสดงออกของเขา เป็นตัวแทนกฎหมายให้แก่หนังสือพิมพ์นักศึกษา กล่าวในแถลงการณ์ว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวพิสูจน์ให้เห็นว่า เสรีภาพในการแสดงความเห็นไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่เป็นสิทธิที่ไม่อาจละเมิดได้ของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาย หญิง หรือเด็ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในคำวินิจฉัยนี้ ผู้พิพากษาไวส์ยังแสดงความกังวลว่า ฝ่ายบริหารได้หันไปกำหนดเป้าหมายต่อผู้คน สำหรับการแสดงความคิดเห็นประเภทอื่นที่รัฐบาลไม่ชอบ และในที่สุดเป้าหมายอาจรวมถึงทุกคนในสหรัฐที่ใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็น เพื่อแสดงความคิดเห็นที่รัฐบาลไม่ชอบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;วงจรที่เลวร้ายลงนี้ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญของเราที่รับรองสิทธิของเราในการพูดอย่างเสรี ที่นี่คุณสามารถเกลียดชังเนื้อหาของคำพูดของบุคคลหนึ่งได้ ในเวลาเดียวกับที่คุณรักประเทศที่ให้คุณค่ากับเสรีภาพ และเปิดโอกาสให้บุคคลนั้นสามารถแสดงความคิดเห็นได้” ผู้พิพากษาไวส์ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิยังไม่ได้ตอบคำขอความเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำวินิจฉัยครั้งนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับคำตัดสินเมื่อปีที่แล้วของผู้พิพากษาวิลเลียม ยัง ของศาลแขวงสหรัฐประจำเมืองบอสตัน ซึ่งมีคำวินิจฉัยในทำนองเดียวกันว่า รัฐบาลดำเนินการขัดต่อรัฐธรรมนูญด้วยการกำหนดนโยบายเพิกถอนวีซ่า จับกุม ควบคุมตัว และเนรเทศนักศึกษาและอาจารย์ชาวต่างชาติที่เคลื่อนไหวสนับสนุนปาเลสไตน์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5868315?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผู้พิพากษาขวางทรัมป์ เลิกวีซ่า-เนรเทศ นศ.หนุนปาเลสไตน์ ชี้ละเมิด รธน.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผู้พิพากษาขวางทรัมป์ เลิกวีซ่า-เนรเทศ นศ.หนุนปาเลสไตน์ ชี้ละเมิด รธน.</dc:alternative><dc:abstract>ผู้พิพากษาขวางทรัมป์ เลิกวีซ่า-เนรเทศ นศ.หนุนปาเลสไตน์ ชี้ละเมิด รธน.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-30T06:23:01+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-30T06:23:01+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t12-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t12-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุน ทรงสดุดี พระราชบิดาผู้เป็นที่รัก ในพระราชดำรัสครั้งแรก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5868155]]></link><pubDate>2026-08-30T10:49:06+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5868155</guid><description>สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุน ทรงสดุดี พระราชบิดาผู้เป็นที่รัก ในพระราชดำรัสครั้งแรก สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 แห่งนอร์เวย์ ทรงรำลึกถึงสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 พระราชบิดาผู้ล่วงลับว่าเป็น “พระราชบิ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุน ทรงสดุดี พระราชบิดาผู้เป็นที่รัก ในพระราชดำรัสครั้งแรก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 แห่งนอร์เวย์ ทรงรำลึกถึงสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 พระราชบิดาผู้ล่วงลับว่าเป็น “พระราชบิดาที่ดีและเป็นที่รัก” ในพระราชดำรัสเป็นครั้งแรกต่อประชาชน นับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์ โดยพระสุรเสียงของพระองค์สั่นเครือด้วยความสะเทือนพระราชหฤทัยอยู่ชั่วขณะเมื่อทรงกล่าวถึงสมเด็จพระราชินีซอนยา พระราชมารดา ซึ่งทรงเป็นหม้ายภายหลังการสวรรคตของพระราชสวามี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ ซึ่งทรงก้าวออกจากเงาของพระราชบิดาของพระองค์เอง ซึ่งเป็นที่รักของประชาชนและมีพระอุปนิสัยเปิดเผย พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เป็นนักปฏิรูปประเทศตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษแห่งการครองราชย์ ก่อนเสด็จสวรรคตเมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม ขณะมีพระชนมายุ 89 พรรษา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุน ฉลองพระองค์สูทสีดำ เสื้อเชิ้ตสีขาว และเนกไทสีดำ ทรงยกย่องสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ว่าเป็นพระราชบิดาที่อบอุ่นและทรงให้ความสำคัญกับครอบครัว ในพระราชดำรัสที่บันทึกไว้ล่วงหน้าและถ่ายทอดทางโทรทัศน์จากพระราชวัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พระราชบิดาที่รัก ขอบพระทัยที่ทรงเป็นคุณพ่อที่แสนดีสำหรับมาร์ธากับผม” พระองค์ตรัส โดยทรงหมายถึงเจ้าหญิงมาร์ธา หลุยส์ พระขนิษฐา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผมจะคิดถึงพระองค์ ผมจะคิดถึงพระสรวลของพระองค์ ผมจะคิดถึงพระอุปนิสัยที่ทรงมีเมตตาและเป็นกันเองในการทรงพบปะผู้คนและทรงเผชิญกับสถานการณ์ต่าง ๆ” พระองค์ตรัสขณะประทับอยู่หลังโต๊ะ โดยมีพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ขณะทรงแย้มพระสรวลตั้งอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พระองค์ตรัสด้วยว่า วันเสาร์นี้เดิมควรเป็นวันเฉลิมฉลองครบรอบ 58 ปีแห่งการอภิเษกสมรสของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์และสมเด็จพระราชินีซอนยา ซึ่งยังทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ขอถวายพระพรเนื่องในวันครบรอบวันอภิเษกสมรส พระมารดาที่รัก” สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนตรัส โดยพระสุรเสียงสั่นเครือด้วยความสะเทือนพระราชหฤทัยอยู่ชั่วขณะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนทรงเน้นว่า พระองค์จะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในแบบของพระองค์เอง เช่นเดียวกับที่พระราชบิดาทรงปฏิบัติมาก่อน และทรงย้ำถึงรากฐานสำคัญของนอร์เวย์ในฐานะราชอาณาจักรภายใต้ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งสะท้อนผ่านคำถวายสัตย์ปฏิญาณที่พระองค์จะทรงมีต่อรัฐสภาในวันอังคาร เพื่อพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญและกฎหมายของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราเชื่อมั่นในระบบการปกครองตนเองของเรา และในระบอบประชาธิปไตย เราเชื่อมั่นในสังคมที่ตั้งอยู่บนหลักนิติธรรม ซึ่งทุกคนมีคุณค่าเท่าเทียมกัน” พระองค์ตรัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนเสด็จขึ้นครองราชย์โดยอัตโนมัติ ทันทีที่สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์เสด็จสวรรคต ตามระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญของนอร์เวย์ จะไม่มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เนื่องจากรัฐสภานอร์เวย์ได้ยกเลิกพระราชพิธีดังกล่าวไปตั้งแต่ปี 1908&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราเชื่อมั่นในนอร์เวย์ที่มีพื้นที่สำหรับทุกคน เราจะสัมผัสได้ถึงพลังของชุมชนของเรา และรู้สึกอย่างลึกซึ้งในใจว่า เราคือประชาชนหนึ่งเดียวกัน” สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนตรัส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อพระราชดำรัสสิ้นสุดลง ประชาชนที่มาร่วมไว้อาลัยอยู่ด้านนอกพระราชวัง ซึ่งรับชมการถ่ายทอดพระราชดำรัสผ่านโทรศัพท์มือถือ ต่างพร้อมใจกันปรบมือขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายโยนาส การ์ สเตอเร นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์เพียงไม่กี่นาทีก่อนการออกอากาศพระราชดำรัสวว่า สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนทรงมีพระลักษณะหลายประการคล้ายคลึงกับพระราชบิดา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พระมหากษัตริย์พระองค์นี้ทรงมีบางสิ่งจากพระราชบิดา นั่นคือความสามารถในการสร้างบรรยากาศแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” นายสเตอเรกล่าวในการให้สัมภาษณ์บริเวณด้านนอกพระราชวัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์เสด็จสวรรคต ประชาชนหลายหมื่นคนได้หลั่งไหลมายังพระราชวังหลวงเพื่อถวายความอาลัยแด่พระมหากษัตริย์ผู้ล่วงลับ ซึ่งประดิษฐานพระบรมศพเพื่อให้ประชาชนเข้าถวายความเคารพ โดยผู้มาถวายความอาลัยจำนวนมากต่างรำลึกถึงพระองค์ในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเปิดกว้าง ยอมรับความแตกต่าง และทรงมีขันติธรรมต่อผู้คนในสังคมทุกกลุ่ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั่วประเทศนอร์เวย์มีการลดธงลงครึ่งเสา ขณะที่พระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ในฉลองพระองค์เต็มยศสามารถพบเห็นได้ตามป้ายรถโดยสาร รถราง และสถานีรถไฟใต้ดิน ตลอดจนตามร้านค้า สำนักงาน และอาคารสาธารณะต่าง ๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถนนสายหลักคาร์ล โยฮัน ใจกลางกรุงออสโลเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากทุกสาขาอาชีพและทุกภาคส่วนของสังคมที่มุ่งหน้าไปยังพระราชวัง หลายคนถือดอกไม้ การ์ดที่เขียนข้อความด้วยลายมือ ภาพวาด และธงชาตินอร์เวย์ขนาดเล็กติดมือมาด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้มาถวายความอาลัยต่างกล่าวชื่นชมพระราชจริยวัตรของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ทรงเปิดกว้างและยอมรับผู้คนจากทุกกลุ่ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พระองค์มีความหมายอย่างมากต่อพวกเราที่เป็นผู้อพยพ เรารู้สึกว่าได้รับการยอมรับและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอย่างแท้จริง ดังนั้น ฉันจึงรู้สึกเป็นชาวนอร์เวย์ได้ก็เพราะพระองค์” เวเซลินา วิตาโนวา ครูวัย 43 ปี ซึ่งมาจากบัลแกเรียกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้มาถวายความอาลัยอีกรายหนึ่งกล่าวถึงพระราชดำรัสที่สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์พระราชทานไว้เมื่อปี 2016 ซึ่งกลายเป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดยพระองค์ตรัสว่า “ชาวนอร์เวย์คือผู้หญิงที่รักผู้หญิง ผู้ชายที่รักผู้ชาย และผู้หญิงกับผู้ชายที่รักกัน”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิธีที่พระองค์ทรงมองผู้คน และวิธีที่พระองค์ทรงต้องการให้พวกเราชาวนอร์เวย์มองและปฏิบัติต่อกัน” มารี ไอดส์วอก วัย 32 ปี กล่าว โดยเธอสวมเสื้อยืดที่มีข้อความดังกล่าว พร้อมภาพสายรุ้งและภาพวาดสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ และว่า “ฉันคิดว่านี่เป็นคำกล่าวที่สำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5868155?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุน ทรงสดุดี พระราชบิดาผู้เป็นที่รัก ในพระราชดำรัสครั้งแรก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุน ทรงสดุดี พระราชบิดาผู้เป็นที่รัก ในพระราชดำรัสครั้งแรก</dc:alternative><dc:abstract>สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุน ทรงสดุดี พระราชบิดาผู้เป็นที่รัก ในพระราชดำรัสครั้งแรก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-30T03:49:06+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-30T03:49:06+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/nw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/nw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/nw.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/nw-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/nw-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/nw-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนยังเฝ้าระวัง แม้โอกาสทะเลสาบยอดเขาหิมาลัยแตกซ้ำลด เนปาลฟื้นภารกิจกู้ภัย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5868063]]></link><pubDate>2026-08-30T09:27:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5868063</guid><description>จีนยังเฝ้าระวัง แม้โอกาสทะเลสาบยอดเขาหิมาลัยแตกซ้ำลด เนปาลฟื้นภารกิจกู้ภัย ทางการจีนระบุเมื่อวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ว่า ความเสี่ยงและภัยคุกคามจากทะเลสาบซึ่งก่อตัวขึ้นหลังการถล่มของธารน้ำแข็งใกล้กับพรม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;จีนยังเฝ้าระวัง แม้โอกาสทะเลสาบยอดเขาหิมาลัยแตกซ้ำลด เนปาลฟื้นภารกิจกู้ภัย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ทางการจีนระบุเมื่อวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม ว่า ความเสี่ยงและภัยคุกคามจากทะเลสาบซึ่งก่อตัวขึ้นหลังการถล่มของธารน้ำแข็งใกล้กับพรมแดนจีน-เนปาล ซึ่งเป็นจุดที่เกิดภัยพิบัติร้ายแรงเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จะแตกและปล่อยน้ำทะลักลงสู่พื้นที่ด้านล่างซ้ำได้ลดลงแล้ว หลังพบว่าขนาดของทะเลสาบดังกล่าวหดตัวลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีซีทีวีรายงานโดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนว่า ภาพถ่ายดาวเทียมตั้งแต่วันพฤหัสบดีถึงเช้าวันเสาร์บ่งชี้ว่า น้ำในทะเลสาบซึ่งอยู่คร่อมชายแดนระหว่างทิเบตของจีนและเนปาล ณ จุดบรรจบของแม่น้ำสองสาย ได้ไหลออกไปอย่างช้าๆ ส่งผลให้ปริมาณน้ำและขนาดของแหล่งกักเก็บน้ำดังกล่าวลดลงอย่างต่อเนื่อง ในช่วงบ่ายวันเสาร์ พื้นที่นางส่วนของท้องทะเลสาบเริ่มปรากฎให้เห็น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนระบุว่า ในช่วงเช้าวันเสาร์ ภาพถ่ายดาวเทียมของทะเลสาบในแม่น้ำปูเรปูซางโป แสดงให้เห็นว่า ในช่วงเช้าวันเสาร์ ทะเลสาบมีพื้นที่ 99,000 ตารางเมตร หรือประมาณสนามฟุตบอล 14 สนาม ลดลง 21,000 ตารางเมตรนับตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนหน่วยกู้ภัยที่ปฏิบัติงานอยู่บริเวณพื้นที่ตอนล่างได้ทันที หากเกิดความเสี่ยงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังพบแหล่งน้ำอีกแห่งหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งก่อตัวอยู่บริเวณด้านล่างของจุดที่ธารน้ำแข็งพังทลาย โดยวิศวกรรายหนึ่งระบุว่ามีพื้นที่มากกว่า 120,000 ตารางเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราประเมินว่ามีพื้นที่มากกว่า 120,000 ตารางเมตร แต่ในขณะนี้เรายังไม่ทราบความลึกของมัน” เฉิน หงฉี วิศวกรอาวุโสของศูนย์แนะแนวทางเทคนิคด้านภัยพิบัติทางธรณีวิทยา ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีนกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ได้เตือนถึงความเสี่ยงสูงอย่างยิ่งที่จะเกิดภัยพิบัติซ้อนในหุบเขา โดยเฉพาะจากทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากเศษซากของธารน้ำแข็ง ซึ่งอาจพังทลายและส่งมวลน้ำไหลทะลักลงสู่พื้นที่ด้านล่าง จนเป็นอันตรายต่อปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่น้ำกำลังระบายออกตามธรรมชาติ ผู้เชี่ยวชาญของกระทรวงทรัพยากรน้ำระบุว่า ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยในพื้นที่ตอนล่างสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างปลอดภัย หากปริมาณน้ำที่ไหลออกยังอยู่ในระดับต่ำหรืออยู่ในระดับที่สามารถควบคุมและรับมือได้ และหากน้ำระบายออกหมดภายในระยะเวลา 2-3 วัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญจีนยังระบุด้วยว่า หากตรวจพบความผิดปกติใด ๆ เกิดขึ้นที่ทะเลสาบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถได้รับแจ้งเตือนอย่างรวดเร็วเพื่ออพยพออกจากพื้นที่ โดยระบบสามารถออกคำเตือนได้ล่วงหน้ามากกว่า 30 นาที ตามรายงานของซีซีทีวี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บริษัท ไชน่า อันเหนิง ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านวิศวกรรมและกู้ภัยของจีน และได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ของทะเลสาบแห่งนี้มาตั้งแต่วันพฤหัสบดี ได้ติดตั้งระบบเรดาร์และนำโดรนมาใช้เฝ้าระวังพื้นที่รอบทะเลสาบตลอด 24 ชั่วโมง ซีซีทีวีรายงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ น้ำจากทะเลสาบเริ่มล้นออกมาในวันศุกร์ ส่งผลให้ต้องระงับปฏิบัติการกู้ภัยเป็นการชั่วคราว ก่อนที่การประเมินสถานการณ์ในเวลาต่อมาจะสรุปว่าความเสี่ยงยังอยู่ในระดับที่สามารถรับมือได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยกู้ภัยชุดแรกพร้อมสุนัขค้นหาและกู้ภัยของจีนสามารถเดินทางไปถึงบริเวณศูนย์กลางจุดผ่านแดนจีหลงในช่วงบ่ายวันศุกร์ และพบว่าพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเสียหายอย่างหนักจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สภาพการณ์อันตรายในพื้นที่ประสบภัยหลัก ประกอบกับถนนที่ได้รับความเสียหายและระบบการสื่อสารที่หยุดชะงัก ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามบรรเทาทุกข์และกู้ภัยของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พยากรณ์อากาศระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวยังมีแนวโน้มที่จะเกิดฝนตกเป็นระยะในช่วง 3 วันข้างหน้า ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเปิดเส้นทางหลวงสายสำคัญที่มุ่งหน้าไปยังด่านชายแดนอีกครั้ง โดยภายในช่วงบ่ายวันเสาร์ ทีมงานสามารถดำเนินการเข้าใกล้พื้นที่ดังกล่าวได้ในระยะห่างเพียงประมาณ 1.5 กิโลเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติในฝั่งจีนเพิ่มขึ้นเป็น 7 ราย และยังมีผู้สูญหาย 554 คน ในเวลาเดียวกัน ชาวบ้านและคนงานก่อสร้างเกือบ 500 คน รวมทั้งนักท่องเที่ยวอีก 555 คนที่อยู่ในพื้นที่ ได้รับการอพยพออกไปยังสถานที่ปลอดภัยแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่ามกลางสภาพอากาศที่มืดครึ้มและมีฝนตกในช่วงเช้าวันเสาร์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 50 คนได้ออกค้นหาท่ามกลางกองซากปรักหักพังที่เต็มไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่และโคลน โดยพยายามมองหาร่องรอยของผู้รอดชีวิต พร้อมตะโกนเรียกผู้ที่อาจยังมีชีวิตอยู่ใต้ซากต่าง ๆ ตามรายงานของซีซีทีวี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สาเหตุของการพังทลายของธารน้ำแข็งครั้งนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศระบุว่า ภาวะโลกร้อนอาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เรายังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่ชัดว่ามันเกิดจากแผ่นดินไหว หรือว่า&amp;#8230;เกิดจากอุณหภูมิที่อุ่นขึ้นจนทำให้ธารน้ำแข็งละลาย” เบนจามิน ฮอร์ตัน คณบดีคณะพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยซิตี้แห่งฮ่องกงกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิดีโอที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และได้รับการตรวจสอบยืนยันโดยรอยเตอร์ แสดงให้เห็นว่าส่วนล่างของธารน้ำแข็งใกล้กับยอดเขาลังตัง ลีรุง ได้แตกออกและร่วงลงสู่หุบเขาด้านล่าง ส่งผลให้เกิดการถล่มของน้ำแข็งและหิน รวมถึงดินถล่มขนาดใหญ่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮอร์ตันกล่าวว่า เหตุผลประการหนึ่งที่เรายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงกลไกที่ทำให้เกิดดินถล่ม ก็คือเรายังขาดแคลนข้อมูล ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ และจำเป็นต้องมีการลงทุนเพื่อสังคมด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลระบุว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมจะยังคงมีอยู่จนกว่าน้ำจากทะเลสาบทั้งสองแห่งจะระบายออกหมดโดยสมบูรณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เนปาลกลับมาดำเนินการค้นหาและกู้ภัยอีกครั้งในวันเสาร์ หลังต้องระงับภารกิจเป็นเวลาสั้น ๆ เนื่องจากสภาพอากาศ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังค้นหาผู้สูญหายเกือบ 3,000 คน โดยในจำนวนนี้อยู่ในเนปาลราว 2,426 คน และอีก 554 คนอยู่ในอำเภอจีหลงของทิเบต ในจำนวนผู้สูญหายทั้งหมดมีชาวต่างชาติอย่างน้อย 540 คน ซึ่งหลายคนเป็นผู้แสวงบุญชาวฮินดูจากอินเดีย นอกจากนี้ยังมีรายงานการพบศพที่พบเน่าเปื่อยและระบุตัวตนไม่ได้ในบางพื้นที่อีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เนปาล ซึ่งเป็นประเทศในเทือกเขาหิมาลัยที่มีประชากรราว 30 ล้านคนและยังมีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ร่ำรวย ได้เรียกร้องความช่วยเหลือเฉพาะทางจากต่างประเทศ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของเนปาลเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า ประเทศจะต้องใช้เงินราว 4,000 ล้านถึง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.32 ถึง 1.66 แสนล้านบาท ในการฟื้นฟูและบูรณะประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้เนปาลจะไม่เปิดรับนักกู้ภัยจากต่างประเทศให้เข้าร่วมในปฏิบัติการช่วยเหลือ แต่ได้ข้อความช่วยเหลือด้านเทคนิคจากต่างประเทศสำหรับการกู้ภัยในอุโมงค์ การตรวจดีเอ็นเอ และการฟื้นฟูระบบขนส่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5868063?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนยังเฝ้าระวัง แม้โอกาสทะเลสาบยอดเขาหิมาลัยแตกซ้ำลด เนปาลฟื้นภารกิจกู้ภัย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนยังเฝ้าระวัง แม้โอกาสทะเลสาบยอดเขาหิมาลัยแตกซ้ำลด เนปาลฟื้นภารกิจกู้ภัย</dc:alternative><dc:abstract>จีนยังเฝ้าระวัง แม้โอกาสทะเลสาบยอดเขาหิมาลัยแตกซ้ำลด เนปาลฟื้นภารกิจกู้ภัย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-30T02:27:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-30T02:27:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/nt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/nt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/nt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/nt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/nt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/nt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กู้ภัยเนปาล ยุติค้นหาชั่วคราว เหตุสภาพอากาศไม่อำนวย ยอดสูญหายพุ่งเกือบ 3 พัน ดับรวมกว่า 633 ราย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5867824]]></link><pubDate>2026-08-29T18:06:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5867824</guid><description>กู้ภัยเนปาล ยุติค้นหาชั่วคราว เหตุสภาพอากาศไม่อำนวย ยอดสูญหายพุ่งเกือบ 3 พัน ดับรวมกว่า 633 ราย ความคืบหน้าเหตุภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลากและโคลนถล่มในเนปาลและจีน ล่าสุด สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เนปาลได้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กู้ภัยเนปาล ยุติค้นหาชั่วคราว เหตุสภาพอากาศไม่อำนวย ยอดสูญหายพุ่งเกือบ 3 พัน ดับรวมกว่า 633 ราย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ความคืบหน้าเหตุภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลากและโคลนถล่มในเนปาลและจีน ล่าสุด สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เนปาลได้ระงับปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยลงชั่วคราวในวันเสาร์(29 ส.ค.) เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้ายและระบุว่าจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือด้านเทคนิคจากต่างประเทศเพื่อรับมือกับเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่ตอนเหนือของเนปาลติดกับทิเบต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยต้องหยุดลงชั่วคราว เนื่องจากมีฝนตกและสภาพอากาศมีหมอกหนา&amp;#8221; นายนเรนทรา ปาริยาร์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงประจำเขตราซูวา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักของเนปาล กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ และยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้กำลังมุ่งเน้นไปที่การจัดเตรียมการขนส่งทางบกเพื่อนำตัวผู้แสวงบุญที่ได้รับการช่วยเหลือมาได้แล้วไปยังกรุงกาฐมาณฑุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่มีการปรับตัวเลขผู้เสียชีวิตและสูญหายจากเหตุภัยพิบัติครั้งนี้ ซึ่งล่าสุดระบุว่ามีผู้สูญหายในทั้งสองประเทศรวมกันเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 3,000 ราย โดยแบ่งเป็นผู้สูญหายในเนปาลประมาณ 2,426 ราย และในอำเภอจี๋หลง เขตปกครองตนเองทิเบตของจีน อย่างน้อย 554 ราย ในจำนวนผู้สูญหายรวมกันนี้เป็นต่างชาติอย่างน้อย 540 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้แสวงบุญชาวฮินดูจากอินเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 633 ราย แบ่งเป็นผู้เสียชีวิตในเนปาลอย่างน้อย 626 ราย และอีก 7 รายในเขตทิเบตของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันเดียวกัน นายสวาร์นิม วากเล รัฐมนตรีคลังของเนปาล กล่าวว่า เนปาลต้องการเงินมากถึง 4,000- 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.32 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูหลังเกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงนี้ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันพุธ และว่า นี่เป็นเพียงการประมาณการเท่านั้น ในขณะที่กำลังมีการประเมินความเสียหายอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5867824?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กู้ภัยเนปาล ยุติค้นหาชั่วคราว เหตุสภาพอากาศไม่อำนวย ยอดสูญหายพุ่งเกือบ 3 พัน ดับรวมกว่า 633 ราย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กู้ภัยเนปาล ยุติค้นหาชั่วคราว เหตุสภาพอากาศไม่อำนวย ยอดสูญหายพุ่งเกือบ 3 พัน ดับรวมกว่า 633 ราย</dc:alternative><dc:abstract>กู้ภัยเนปาล ยุติค้นหาชั่วคราว เหตุสภาพอากาศไม่อำนวย ยอดสูญหายพุ่งเกือบ 3 พัน ดับรวมกว่า 633 ราย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-29T11:06:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-29T11:06:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T021440Z_643765981_RC228NARQF3P_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T021440Z_643765981_RC228NARQF3P_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T021440Z_643765981_RC228NARQF3P_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T021440Z_643765981_RC228NARQF3P_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26241298155448.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26241298155448.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>0</mi:x1><mi:y1>0</mi:y1><mi:x2>0</mi:x2><mi:y2>0</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>0</mi:licenseId><mi:licensorName>0</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26241298155448-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26241298155448-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T021440Z_643765981_RC228NARQF3P_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T021440Z_643765981_RC228NARQF3P_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เสียงปืน-ระเบิดดังสนั่น กลางเมืองหลวงไนเจอร์ ชี้ฝีมือก่อการร้าย มุ่งเป้าโจมตีสนามบิน-ทำเนียบปธน.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5867781]]></link><pubDate>2026-08-29T17:40:23+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5867781</guid><description>เสียงปืน-ระเบิดดังสนั่น กลางเมืองหลวงไนเจอร์ ชี้ฝีมือก่อการร้าย มุ่งเป้าโจมตีสนามบิน-ทำเนียบปธน. เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 29 สิงหาคมตามเวลาท้องถิ่น มีรายงานเสียงปืนและเสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นอย่างต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เสียงปืน-ระเบิดดังสนั่น กลางเมืองหลวงไนเจอร์ ชี้ฝีมือก่อการร้าย มุ่งเป้าโจมตีสนามบิน-ทำเนียบปธน.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 29 สิงหาคมตามเวลาท้องถิ่น มีรายงานเสียงปืนและเสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ของกรุงนีอาเม เมืองหลวงของประเทศไนเจอร์ หรือสาธารณรัฐไนเจอร์ ในแอฟริกาตะวันตก โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดในทันที&lt;br /&gt;
สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงของไนเจอร์ เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ก่อการร้ายได้ก่อเหตุโจมตีสนามบินนานาชาติดิโอรี ฮามานี และพยายามฝ่าด่านรักษาความปลอดภัยรอบทำเนียบประธานาธิบดี ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งกล่าวว่า ได้ยินเสียงปืนดังสนั่นในบริเวณใกล้กับทำเนียบประธานาธิบดี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายบานา วากานา อิบราฮิม สมาชิกสภาที่ปรึกษาของไนเจอร์ โพสต์บนเฟซบุ๊กว่า กลุ่มผู้ก่อการได้มุ่งเป้าโจมตีฐานทัพอากาศ Base 101 แต่กองกำลังฝ่ายความมั่นคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ผู้อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่ายังคงมีเสียงปืนดังขึ้นที่สนามบินและมีเสียงระเบิดรุนแรงในช่วงเวลาก่อนรุ่งสาง หลังจากที่นายอิบราฮิมได้โพสต์ข้อความข้างต้นดังกล่าวไป นอกจากนี้ สถานีโทรทัศน์ของทางการยังยุติออกอากาศในช่วงระหว่างเกิดเหตุโจมตีเมืองหลวง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงอีกรายเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่า กองกำลังความมั่นคงได้เริ่มปฏิบัติการกวาดล้างและสามารถจัดการ กลุ่มผู้ก่อเหตุได้แล้ว ในขณะที่ผู้ก่อเหตุบางส่วนได้หลบหนีไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมารัฐบาลทหารไนเจอร์แถลงว่า กองกำลังความมั่นคงกำลังระดมกำลังเพื่อรับมือกับเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุความไม่สงบนี้นี้นับเป็นครั้งที่ 3 แล้วในปีนี้ที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงของไนเจอร์ ประเทศในแอฟริกาตะวันตกที่อุดมด้วยทรัพยากรแร่ธาตุมากมาย รวมถึงยูเรเนียม น้ำมันและทองคำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่เป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติและฐานทัพอากาศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความไม่มั่นคงที่ยังคงดำเนินอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารที่ก่อรัฐประหารยึดอำนาจปกครองไนเจอร์เมื่อปี 2023 โดยให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูความสงบเรียบร้อยในประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างบูร์กินาฟาโซและมาลี ไนเจอร์ยังคงต่อสู้กับการก่อการร้ายของกลุ่มอิสลามิสต์ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายก่อการร้ายอัลเคดาและกลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม(ไอเอส) แม้ว่าผู้ปกครองทางทหารจะให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงความมั่นคงก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5867781?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เสียงปืน-ระเบิดดังสนั่น กลางเมืองหลวงไนเจอร์ ชี้ฝีมือก่อการร้าย มุ่งเป้าโจมตีสนามบิน-ทำเนียบปธน.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เสียงปืน-ระเบิดดังสนั่น กลางเมืองหลวงไนเจอร์ ชี้ฝีมือก่อการร้าย มุ่งเป้าโจมตีสนามบิน-ทำเนียบปธน.</dc:alternative><dc:abstract>เสียงปืน-ระเบิดดังสนั่น กลางเมืองหลวงไนเจอร์ ชี้ฝีมือก่อการร้าย มุ่งเป้าโจมตีสนามบิน-ทำเนียบปธน.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-29T10:40:23+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-29T10:40:23+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T100836Z_1553989182_RC2SBJAMCEA9_RTRMADP_3_NIGER-SECURITY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T100836Z_1553989182_RC2SBJAMCEA9_RTRMADP_3_NIGER-SECURITY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T100836Z_1553989182_RC2SBJAMCEA9_RTRMADP_3_NIGER-SECURITY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T100836Z_1553989182_RC2SBJAMCEA9_RTRMADP_3_NIGER-SECURITY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T100836Z_1553989182_RC2SBJAMCEA9_RTRMADP_3_NIGER-SECURITY-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T100836Z_1553989182_RC2SBJAMCEA9_RTRMADP_3_NIGER-SECURITY-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เจ้าหญิงอินกริด อเล็กซานดรา พระราชธิดาของคิงโฮกุนที่ 8 ขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารี รัชทายาทสืบบัลลังก์นอร์เวย์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5867637]]></link><pubDate>2026-08-29T15:56:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5867637</guid><description>เจ้าหญิงอินกริด อเล็กซานดรา พระราชธิดาของคิงโฮกุนที่ 8 ขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารี รัชทายาทสืบบัลลังก์นอร์เวย์ ภายหลังจากสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 แห่งนอร์เวย์ เสด็จขึ้นครองราชย์ในทันทีหลังการเสด็จสวรรคต [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เจ้าหญิงอินกริด อเล็กซานดรา พระราชธิดาของคิงโฮกุนที่ 8 ขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารี รัชทายาทสืบบัลลังก์นอร์เวย์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ภายหลังจากสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 แห่งนอร์เวย์ เสด็จขึ้นครองราชย์ในทันทีหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 พระราชบิดาของพระองค์ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้านเจ้าหญิงอิงกริด อเล็กซานดรา พระราชธิดาพระองค์ใหญ่พระพรรษา 22 พรรษา ของสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 และสมเด็จพระราชินีเมตเต-มาริต ได้ทรงขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารี รัชทายาทในการสืบราชบัลลังก์แห่งนอร์เวย์ต่อไปเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยนอร์เวย์ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อปี ค.ศ. 1990 ซึ่งเปิดทางให้สตรีมีสิทธิ์สืบราชบัลลังก์ได้ นั่นหมายความว่า เจ้าหญิงอิงกริด อเล็กซานดรา จะทรงสร้างประวัติศาสตร์ในการก้าวขึ้นเป็นกษัตริย์ที่เป็นสตรีพระองค์แรกของนอร์เวย์นับจากตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 เป็นต้นมา ต่อไปในภายภาคหน้า โดยกษัตริย์ที่ทรงเป็นสตรีพระองค์สุดท้ายในยุคก่อนคือ สมเด็จพระราชินีมาร์กาเร็ต ผู้ทรงครองราชย์ระหว่างปีค.ศ.1388 ถึงปีค.ศ. 1412&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหญิงอเล็กซานดรา ได้ทรงปรากฎพระองค์พร้อมกับสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 พระราชบิดา ในการเสด็จเข้าร่วมการประชุมกับคณะรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่รัฐบาลนอร์เวย์ เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการเสด็จสวรรคตของกษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 เพื่อทรงหารือถึงการเตรียมดำเนินการต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหญิงอเล็กซานดรา ทรงประสูติและเติบโตในกรุงออสโล และทรงเสร็จสิ้นการรับราชการทหารในปี ค.ศ. 2025 โดยทรงปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 15 เดือนในฐานะทหารช่างและพลปืนเล็ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเดือนพฤษภาคมปีค.ศ. 2025 มีการประกาศว่าพระองค์จะเสด็จไปยังประเทศออสเตรเลีย เพื่อศึกษาต่อด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเศรษฐศาสตร์การเมืองที่มหาวิทยาลัยซิดนีย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ข้อมูลบนเว็บไซต์ของราชวงศ์เคยระบุว่า การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นที่พระองค์ทรงให้ความสนพระทัยเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5867637?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เจ้าหญิงอินกริด อเล็กซานดรา พระราชธิดาของคิงโฮกุนที่ 8 ขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารี รัชทายาทสืบบัลลังก์นอร์เวย์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เจ้าหญิงอินกริด อเล็กซานดรา พระราชธิดาของคิงโฮกุนที่ 8 ขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารี รัชทายาทสืบบัลลังก์นอร์เวย์</dc:alternative><dc:abstract>เจ้าหญิงอินกริด อเล็กซานดรา พระราชธิดาของคิงโฮกุนที่ 8 ขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารี รัชทายาทสืบบัลลังก์นอร์เวย์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-29T08:56:08+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-29T08:56:08+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T095334Z_1470869931_RC2L7NA5AJJA_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T095334Z_1470869931_RC2L7NA5AJJA_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T095334Z_1470869931_RC2L7NA5AJJA_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T095334Z_1470869931_RC2L7NA5AJJA_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T095334Z_1470869931_RC2L7NA5AJJA_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T095334Z_1470869931_RC2L7NA5AJJA_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่น เผยแผนสร้างหลุมหลบภัยใต้ดิน ใกล้สถานีรถไฟโตเกียว รับมือหากถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5867552]]></link><pubDate>2026-08-29T14:57:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5867552</guid><description>ญี่ปุ่น เผยแผนสร้างหลุมหลบภัยใต้ดิน ใกล้สถานีรถไฟโตเกียว รับมือหากถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม สื่อญี่ปุ่นรายงานว่ารัฐบาลนครบาลกรุงโตเกียวได้เปิดเผยแผนการใช้พื้นที่ใต้ดินใกล้กับสถานีรถไ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่น เผยแผนสร้างหลุมหลบภัยใต้ดิน ใกล้สถานีรถไฟโตเกียว รับมือหากถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม สื่อญี่ปุ่นรายงานว่ารัฐบาลนครบาลกรุงโตเกียวได้เปิดเผยแผนการใช้พื้นที่ใต้ดินใกล้กับสถานีรถไฟโตเกียว สร้างเป็นศูนย์หลุมภัยสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวในกรณีเกิดการโจมตีญี่ปุ่นด้วยขีปนาวุธนำวิถี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้นางยูริโกะ โคอิเกะ ผู้ว่าการกรุงโตเกียว กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อต้นเดือนนี้ว่า จะเริ่มการสำรวจพื้นที่ภายในปีงบประมาณปัจจุบันไปจนถึงเดือนมีนาคม เพื่อเตรียมปรับปรุงลานจอดรถยาเอสุ ซึ่งตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ดินประมาณ 2-11 เมตร เพื่อใช้เป็นพื้นที่หลบภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางโคอิเกะกล่าวว่า เหตุผลที่เลือกลานจอดรถยาเอสุ เป็นเพราะทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟโตเกียว ซึ่งเปรียบเสมือน &amp;#8220;ประตูสู่เมืองหลวง&amp;#8221; และมีผู้คนสัญจรผ่านไปมาในบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นกรุงโตเกียวระบุล่าสุดว่า การปรับปรุงดังกล่าวคาดว่าจะรวมถึงการติดตั้งประตูนิรภัยที่ทนต่อแรงระเบิดและชั้นวางสำหรับเก็บเสบียงฉุกเฉิน โดยสถานที่หลบภัยแห่งนี้มีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 13,000 ตารางเมตร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กล่าวอีกว่า นี่จะเป็นศูนย์หลบภัยฉุกเฉินใต้ดินแห่งที่ 2 ของกรุงโตเกียว ซึ่งมาพร้อมด้วยพื้นที่จัดเก็บเสบียงสำหรับรับมือภัยพิบัติขนาดพื้นที่ 1,400 ตารางเมตรที่สถานีรถไฟใต้ดินอาซาบุ-จูบัง ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผนการนี้เกิดขึ้นในขณะที่เกาหลีเหนือทำการทดสอบยิงขีปนาวุธนำวิถีลงสู่ทะเลในภูมิภาค รวมถึงทะเลญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ควบคู่ไปกับการเดินหน้าโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งนางโคอิเกะชี้ว่า การยิงขีปนาวุธซ้ำแล้วซ้ำเล่าของประเทศเพื่อนบ้านถือเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงอย่างยิ่งซึ่งไม่อาจยอมรับได้ พร้อมกับเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของชาวกรุงโตเกียวจากการโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่ากำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จ ข้อกำหนดเฉพาะด้านการก่อสร้าง และงบประมาณของโครงการ จะมีการกำหนดรายละเอียดหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการสำรวจแล้ว ซึ่งมีแผนจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงปีงบประมาณ 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อปีที่แล้วรัฐบาลกลางญี่ปุ่นได้ประกาศแผนจัดตั้งศูนย์หลบภัยในลักษณะเดียวกันบนเกาะห่างไกลในจังหวัดโอกินาวา ทางตอนใต้ของประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันทางทหารที่เพิ่มขึ้นจากจีนที่มีต่อไต้หวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การก่อสร้างศูนย์หลบภัยบนเกาะโยนากุนิ ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ทางตะวันตกสุดของญี่ปุ่นและตั้งอยู่ห่างจากไต้หวันไปทางทิศตะวันออกประมาณ 110 กิโลเมตรนั้น มีกำหนดจะแล้วเสร็จในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2028&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5867552?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่น เผยแผนสร้างหลุมหลบภัยใต้ดิน ใกล้สถานีรถไฟโตเกียว รับมือหากถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่น เผยแผนสร้างหลุมหลบภัยใต้ดิน ใกล้สถานีรถไฟโตเกียว รับมือหากถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่น เผยแผนสร้างหลุมหลบภัยใต้ดิน ใกล้สถานีรถไฟโตเกียว รับมือหากถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-29T07:57:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-29T07:57:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/https___archive-images.prod_.global.a201836.reutersmedia.net_2015_09_02_2015-09-02T150547Z_18980_GM1DVGMLDRAA_RTRMADP_0_JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/https___archive-images.prod_.global.a201836.reutersmedia.net_2015_09_02_2015-09-02T150547Z_18980_GM1DVGMLDRAA_RTRMADP_0_JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/https___archive-images.prod_.global.a201836.reutersmedia.net_2015_09_02_2015-09-02T150547Z_18980_GM1DVGMLDRAA_RTRMADP_0_JAPAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/https___archive-images.prod_.global.a201836.reutersmedia.net_2015_09_02_2015-09-02T150547Z_18980_GM1DVGMLDRAA_RTRMADP_0_JAPAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/https___archive-images.prod_.global.a201836.reutersmedia.net_2015_09_02_2015-09-02T150547Z_18980_GM1DVGMLDRAA_RTRMADP_0_JAPAN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/https___archive-images.prod_.global.a201836.reutersmedia.net_2015_09_02_2015-09-02T150547Z_18980_GM1DVGMLDRAA_RTRMADP_0_JAPAN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นอร์เวย์ ไว้ทุกข์ทั่วปท. เคลื่อนพระบรมศพ คิงฮารัลด์ ประดิษฐานในพระราชวัง รอประกาศพิธีพระบรมศพ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5867284]]></link><pubDate>2026-08-29T11:53:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5867284</guid><description>นอร์เวย์ ไว้ทุกข์ทั่วปท. เคลื่อนพระบรมศพ คิงฮารัลด์ ประดิษฐานในพระราชวัง รอประกาศพิธีพระบรมศพ ภายหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ด้วยพระชนมพรรษา 89 พรรษา เมื่อเช้าวันท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;นอร์เวย์ ไว้ทุกข์ทั่วปท. เคลื่อนพระบรมศพ คิงฮารัลด์ ประดิษฐานในพระราชวัง รอประกาศพิธีพระบรมศพ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ภายหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ด้วยพระชนมพรรษา 89 พรรษา เมื่อเช้าวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา และเจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมารและพระราชโอรส ได้เสด็จครองราชย์สืบราชบัลลังก์ต่อในทันทีขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 นั้น ช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ทั่วประเทศของนอร์เวย์ได้เริ่มต้นขึ้น โดยสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศนอร์เวย์ ได้มีการลดธงชาติลงครึ่งเสา เพื่อถวายความอาลัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ประมุขฝ่ายบริหาร เหล่านักการเมือง และประชาชนชาวนอร์เวย์จากทั่วสารทิศ ซึ่งต่างอยู่ในความรู้สึกโศกเศร้าเสียใจ ต่างพร้อมใจกันนำช่อดอกไม้ ธงชาติและสิ่งของที่ระลึกมาร่วมวางเพื่อร่วมถวายความอาลัยแด่กษัตริย์ฮารัลด์ ที่บริเวณหน้าสำนักพระราชวังในกรุงออสโลเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เวลาเที่ยงตรง กองทัพนอร์เวย์ได้ยิงสลุตเพื่อถวายพระเกียรติแด่กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 15 จำนวน 21 นัด จากป้อมปราการอาเคอร์ฮุส ใจกลางกรุงออสโล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีโจนาส กาห์ร สเตอเรอ ของนอร์เวย์ ซึ่งนำช่อดอกไม้มาร่วมวางหน้าพระราชวังและลงนามในสมุดแสดงความเสียใจ หลังจากเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 กษัตริย์พระองค์ใหม่ กล่าวว่า ประเทศนอร์เวย์รวมใจเป็นหนึ่งในความโศกเศร้าและการแสดงความกตัญญู เขายังกล่าวถวายความอาลัยผ่านทางสถานีโทรทัศน์ในวันเดียวกันด้วยว่า &amp;#8220;มรดกของพระมหากษัตริย์ผู้ล่วงลับยังทรงดำรงอยู่&amp;#8221; พร้อมทั้งแสดงความเสียใจต่อพระราชวงศ์และสมเด็จพระราชินีโซเนีย พระมเหสีของกษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 ซึ่งยังจะทรงมีวาระวันอภิเษกสมรสครบรอบ 58 ปีกับกษัตริย์ฮารัลด์ในวันเสาร์(29 ส.ค.)นี้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาได้มีการอัญเชิญพระบรมศพของกษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 ซึ่งประทับอยู่ในโลงบรรจุพระบรมศพ เคลื่อนออกจากโบสถ์ที่โรงพยาบาลแห่งชาติ ในกรุงออสโล สถานที่พระองค์ทรงประทับรักษาพระวรกายเกี่ยวกับโรคพระโลหิตกระทั่งสิ้นพระชนม์ชีพ เพื่อมาประดิษฐานยังโบสถ์ภายในพระราชวังกรุงออสโล โดยตลอดเส้นทางในการเคลื่อนพระบรมศพ มีประชาชนราว 10,000 คน มายืนรับเสด็จเพื่อถวายความอาลัยตลอดเส้นทาง ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังไม่มีการประกาศวันจัดงานพิธีพระบรมศพของกษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 อย่างเป็นทางการ โดยสำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า พระบรมศพจะประดิษฐานอยู่ในโบสถ์ของพระราชวังเพื่อให้ประชาชนได้มาแสดงความเคารพและถวายความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงเวลาไว้ทุกข์ทั่วประเทศ ธงจะถูกลดลงครึ่งเสาทั่วประเทศนอร์เวย์ ขณะเดียวกันพระบรมฉายาลักษณ์ของกษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 จะถูกจัดวางไว้ มีการจุดเทียนรำลึก และการยืนสงบนิ่งในงานกิจกรรมต่างๆ ที่ยังจำเป็นต้องจัดต่อไป อย่างไรก็ดี กิจกรรมทางสังคมที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานทั้งหมดจะถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ซึ่งแม้แต่นางแอนน์ ลินด์โบ นายกเทศมนตรีกรุงออสโล ซึ่งมีกำหนดจะแต่งงานในวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังได้เลื่อนงานแต่งงานของเธอออกไป หลังทราบข่าวการสูญเสียครั้งใหญ่ดังกล่าวของชาวนอร์เวย์ทั้งประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5867284?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นอร์เวย์ ไว้ทุกข์ทั่วปท. เคลื่อนพระบรมศพ คิงฮารัลด์ ประดิษฐานในพระราชวัง รอประกาศพิธีพระบรมศพ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นอร์เวย์ ไว้ทุกข์ทั่วปท. เคลื่อนพระบรมศพ คิงฮารัลด์ ประดิษฐานในพระราชวัง รอประกาศพิธีพระบรมศพ</dc:alternative><dc:abstract>นอร์เวย์ ไว้ทุกข์ทั่วปท. เคลื่อนพระบรมศพ คิงฮารัลด์ ประดิษฐานในพระราชวัง รอประกาศพิธีพระบรมศพ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-29T04:53:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-29T04:53:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T194837Z_872773841_RC2M7NAKG4T3_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T194837Z_872773841_RC2M7NAKG4T3_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T194837Z_872773841_RC2M7NAKG4T3_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T194837Z_872773841_RC2M7NAKG4T3_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T212548Z_1593913374_RC2W7NAS5IQU_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T212548Z_1593913374_RC2W7NAS5IQU_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>800</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>800</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T173451Z_1948046790_RC2T7NA43Q9Y_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T173451Z_1948046790_RC2T7NA43Q9Y_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T194837Z_872773841_RC2M7NAKG4T3_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T194837Z_872773841_RC2M7NAKG4T3_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ยอดสูญหายพิบัติภัยเนปาล-จีน ทะลุ 2,400 ดับกว่า 600 เนปาลร้องขอความช่วยเหลือทางเทคนิค]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5867189]]></link><pubDate>2026-08-29T10:20:55+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5867189</guid><description>ยอดสูญหายพิบัติภัยเนปาล-จีน ทะลุ 2,400 ดับกว่า 600 เนปาลร้องขอความช่วยเหลือทางเทคนิค เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยผู้ประสบเหตุภัยพิบัติน้ำป่ามหึมาไหลหลาก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ยอดสูญหายพิบัติภัยเนปาล-จีน ทะลุ 2,400 ดับกว่า 600 เนปาลร้องขอความช่วยเหลือทางเทคนิค&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยผู้ประสบเหตุภัยพิบัติน้ำป่ามหึมาไหลหลากและโคลนถล่มในประเทศเนปาลและจีนดำเนินต่อไปเป็นวันที่ 4 ในขณะที่ยอดผู้สูญหายจากเหตุภัยพิบัติในทั้งสองประเทศรวมกันพุ่งขึ้นสูงกว่า 2,400 รายแล้ว ส่วนยอดผู้เสียชีวิตที่พบร่างแล้วเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 623 ราย โดยร่างของผู้เสียชีวิตบางส่วนถูกกระแสน้ำพัดพาไปไกลถึงอินเดีย ซึ่งตอกย้ำให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยพิบัติครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานด้านการจัดการภัยพิบัติของเนปาลระบุว่า ณ วันที่ 28 สิงหาคม ยังคงมีผู้สูญหายในเนปาลจำนวน 1,924 ราย ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 517 ราย โดยตัวเลขผู้สูญหายล่าสุดนี้มีขึ้นหลังจากหน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลได้เพิ่มคนงานในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำราว 933 คน เข้าไปในรายชื่อผู้สูญหาย รวมถึงนักเดินป่าและผู้แสวงบุญไปยังภูเขาไกรลาสอันศักดิ์สิทธิ์ในทิเบตด้วย ขณะที่ทีมกู้ภัยสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้ว 616 ศพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ข้อมูลล่าสุดจากคณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งเนปาล ระบุถึงชาวต่างชาติที่สูญหายในเหตุการณ์นี้ว่า ชาวอินเดียเป็นกลุ่มที่มีผู้สูญหายมากที่สุดจำนวน 178 คน รองลงมาคือ ชาวอเมริกัน 65 คน ชาวยูเครน 53 คน ชาวออสเตรเลีย 35 คน และชาวสหราชอาณาจักร 33 คน ตามลำดับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทางอินเดียระบุว่า ได้กู้ร่างผู้เสียชีวิต 7 รายขึ้นมาจากแม่น้ำที่ไหลมาจากเนปาลซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้ประสบภัยจากเหตุน้ำท่วม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทิเบต ซึ่งเป็นพื้นที่ประสบภัยอยู่ติดชายแดนและเป็นพื้นที่ที่ผู้สื่อข่าวต่างชาติเข้าถึงได้ยาก ทำให้ข้อมูลสถานการณ์ใดๆ จำเป็นต้องพึ่งจากทางการจีนเท่านั้น โดยสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 สิงหาคมว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุพิบัติครั้งนี้ 7 ราย และยังคงมีผู้สูญหายอีก 554 ราย นอกจากนี้ทางการยังระบุด้วยว่าได้อพยพนักท่องเที่ยวที่ติดค้างอยู่จำนวน 555 ราย และชาวจีนในพื้นที่อีก 499 รายออกจากทิเบตแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้มวลน้ำแข็งและโคลนจำนวนมหาศาลที่ถล่มไหลทะลักลงมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมนั้น ได้ก่อให้เกิดทะเลสาบขนาดใหญ่ 2 แห่งขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นกลายเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่กำลังระดมกำลังค้นหาผู้รอดชีวิตในพื้นที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตำรวจเนปาลได้เร่งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยทุกคนหลบไปยังพื้นที่ปลอดภัยโดยทันที โดยระบุว่าได้รับแจ้งข้อมูลว่าเขื่อนกั้นน้ำฝั่งทิเบตได้แตกออกอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ในทิเบต ทางการจำเป็นต้องระงับปฏิบัติการกู้ภัยในพื้นที่อำเภอจีหรง ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมซ้ำ ก่อนจะแจ้งในเวลาต่อมาว่าสถานการณ์ที่เป็นอันตรายดังกล่าวได้คลี่คลายลงแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของจีนรายงานว่า ทะเลสาบที่ก่อตัวขึ้นจากกองซากปรักหักพังจำนวนมหาศาลเริ่มเอ่อล้นไหลไปยังจุดที่ทีมกู้ภัยกำลังมุ่งหน้าไป แต่ในเวลาต่อมาได้ระบุว่าระดับน้ำในแหล่งน้ำดังกล่าวได้ลดลงแล้ว ส่งผลให้ปฏิบัติการกู้ภัยจึงดำเนินต่อไปได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านบรรดาญาติพี่น้องของผู้สูญหายต่างหลั่งไหลไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ในเมืองหลวงของเนปาลด้วยความทุกข์ใจเพื่อตามหาญาติพี่น้องของตนที่ยังไม่รู้ชะตากรรม ซึ่งตามโรงพยาบาลต่างๆ ได้มีการติดประกาศที่มีทั้งภาพถ่ายและชื่อของผู้สูญหายไว้ตามผนัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทางการเนปาลได้เปลี่ยนใจหันมาร้องขอความช่วยเหลือทางเทคนิคจากนานาชาติ โดยนายชิซีร์ คานาล รัฐมนตรีต่างประเทศของเนปาล กล่าวว่า ต้องการความช่วยเหลือในด้านเฉพาะทางและด้านเทคนิคที่ตนเองขาดความเชี่ยวชาญ เช่น การช่วยผู้คนที่ติดอยู่ในอุโมงค์ การเปิดเส้นทางคมนาคมและการสื่อสารในพื้นที่ที่สะพานถูกทำลาย การพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล การตรวจดีเอ็นเอ และการเก็บรักษาศพเป็นเวลานาน แต่ไม่ต้องการความช่วยเหลือด้านการค้นหาและกู้ภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังก่อนหน้านี้ กระทรวงต่างประเทศของเนปาลระบุว่า เนปาลสามารถรับมือภารกิจกู้ภัยด้วยตนเองได้ในขณะนี้และปฏิเสธความช่วยเหลือจากต่างชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5867189?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ยอดสูญหายพิบัติภัยเนปาล-จีน ทะลุ 2,400 ดับกว่า 600 เนปาลร้องขอความช่วยเหลือทางเทคนิค&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ยอดสูญหายพิบัติภัยเนปาล-จีน ทะลุ 2,400 ดับกว่า 600 เนปาลร้องขอความช่วยเหลือทางเทคนิค</dc:alternative><dc:abstract>ยอดสูญหายพิบัติภัยเนปาล-จีน ทะลุ 2,400 ดับกว่า 600 เนปาลร้องขอความช่วยเหลือทางเทคนิค</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-29T06:26:12+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-29T06:26:12+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T022004Z_1359753325_RC228NATW0QE_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T022004Z_1359753325_RC228NATW0QE_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T022004Z_1359753325_RC228NATW0QE_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T022004Z_1359753325_RC228NATW0QE_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T022004Z_1359753325_RC228NATW0QE_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-29T022004Z_1359753325_RC228NATW0QE_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[วังประกาศ กษัตริย์ใหม่นอร์เวย์ มีพระนาม สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 ตั้งพระปณิธาน &#8216;ทุกสิ่งเพื่อนอร์เวย์&#8217;]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5866864]]></link><pubDate>2026-08-28T18:31:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5866864</guid><description>วังประกาศ กษัตริย์ใหม่นอร์เวย์ มีพระนาม สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 ตั้งพระปณิธาน &amp;#8216;ทุกสิ่งเพื่อนอร์เวย์&amp;#8217; เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม สำนักพระราชวังของนอร์เวย์เผยแพร่คำประกาศบนบัญชีอินสตาแกรมว่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;วังประกาศ กษัตริย์ใหม่นอร์เวย์ มีพระนาม สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 ตั้งพระปณิธาน &amp;#8216;ทุกสิ่งเพื่อนอร์เวย์&amp;#8217;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม สำนักพระราชวังของนอร์เวย์เผยแพร่คำประกาศบนบัญชีอินสตาแกรมว่า กษัตริย์พระองค์ใหม่แห่งนอร์เวย์ทรงใช้พระนามว่า สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 นอกจากนี้พระองค์ทรงตั้งพระบรมราชปณิธานประจำพระองค์ว่า “ทุกสิ่งเพื่อนอร์เวย์” ซึ่งสอดคล้องกับพระบรมราชปณิธานที่พระราชบิดา พระอัยกา(ปู่) และพระปัยกา(ปู่ทวด)ของพระองค์เคยทรงเลือกไว้ใช้นับตั้งแต่มีการสถาปนาราชวงศ์นอร์เวย์ยุคใหม่ในปีค.ศ.1905&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 53 พรรษา พระราชโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ทรงขึ้นสืบราชบัลลังก์แห่งนอร์เวย์โดยอัตโนมัติในทันที หลังสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 พระราชบิดาของพระองค์เสด็จสวรรคตเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นอร์เวย์เคยมีกษัตริย์ที่ทรงพระนามว่า โฮกุน ถึง 6 พระองค์ในช่วงยุคกลาง แต่เมื่อมีการสถาปนาระบอบกษัตริย์ยุคใหม่ขึ้นในปีค.ศ.1905 กษัตริย์พระองค์แรกทรงเลือกพระนามว่า โฮกุนที่ 7&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 ทรงประสูติในพระนาม โฮกุน แม็กนัส เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมปีค.ศ.1973 ทรงเข้าศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาของรัฐ ตามธรรมเนียมของเชื้อพระวงศ์ในประเทศแถบสแกนดิเนเวียที่เน้นความเสมอภาค แม้ว่าโรงเรียนมัธยมของพระองค์จะเป็นโรงเรียนเอกชนก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พระองค์ทรงเข้าร่วมกองทัพเรือก่อนที่จะทรงศึกษาต่อด้านรัฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ และต่อมาทรงศึกษาด้านการพัฒนาที่โรงเรียนเศรษฐศาสตร์ลอนดอน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พระองค์ทรงโปรดดนตรีและการเล่นกระดานโต้คลื่นตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ พระองค์เคยตรัสว่าหากไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์ พระองค์คงใฝ่ฝันที่จะเป็นนักกระดานโต้คลื่นมืออาชีพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่พระองค์จะทรงพบรัก เม็ตเตอ-มาริต ฮอยบี หญิงสามัญชนที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่บาร์แห่งหนึ่งในงานเทศกาลดนตรีในเมืองคริสเตียนเซนด์ ตอนใต้ของนอร์เวย์ เมื่อปี 1999 ก่อนทั้งสองจะเข้าพิธีเสกสมรสกัน ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากสังคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เจ้าชายโฮกุน ในฐานะมกุฎราชกุมาร และ เจ้าหญิงเม็ตเตอ-มาริต พระชายา ยังเผชิญเรื่องอื้อฉาวรุมเร้าจากการที่มีการขุดสัมพันธ์ว่าเจ้าหญิงเม็ตเตอ-มาริต ทรงมีความสนิทสนมกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน มหาเศรษฐีนักการเงินผู้อื้อฉาวชาวอเมริกันและเป็นผู้ต้องหาในคดีล่วงละเมิดทางเพศ ทำให้พระองค์ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ จนเจ้าหญิงเม็ตเตอ-มาริต ทรงได้ออกมาขอโทษต่อพระราชวงศ์ที่ทำให้เสื่อมเสีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันทั้งสองพระองค์ยังเผชิญอื้อฉาวจาก มาริอุส บอร์ก ฮอยบี ลูกชายกับอดีตสามีเก่าของเจ้าหญิงเม็ตเตอ-มาริต ซึ่งถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนและทำร้ายร่างกายอดีตแฟนสาว ซึ่งศาลตัดสินโทษจำคุกเขาเป็นเวลา 4 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทว่าเจ้าชายโฮกุนยังคงยืนหยัดเคียงข้างพระชายาของพระองค์รวมทั้งแม้ในยามเจ็บป่วย จนถึงวันนี้วันที่เจ้าชายโฮกุน ขึ้นสืบราชบัลลังก์หลังการเสด็จสวรรคตของพระราชบิดา เป็นสมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 และเจ้าหญิงเม็ตเตอ-มาริต ทรงขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินีเม็ตเตอ-มาริตในที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5866864?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;วังประกาศ กษัตริย์ใหม่นอร์เวย์ มีพระนาม สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 ตั้งพระปณิธาน &amp;#8216;ทุกสิ่งเพื่อนอร์เวย์&amp;#8217;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>วังประกาศ กษัตริย์ใหม่นอร์เวย์ มีพระนาม สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 ตั้งพระปณิธาน ‘ทุกสิ่งเพื่อนอร์เวย์’</dc:alternative><dc:abstract>วังประกาศ กษัตริย์ใหม่นอร์เวย์ มีพระนาม สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 ตั้งพระปณิธาน ‘ทุกสิ่งเพื่อนอร์เวย์’</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-28T11:46:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-28T11:46:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T071313Z_193811407_RC2ZAKALB7RB_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-HAAKON.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T071313Z_193811407_RC2ZAKALB7RB_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-HAAKON-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T071313Z_193811407_RC2ZAKALB7RB_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-HAAKON.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T071313Z_193811407_RC2ZAKALB7RB_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-HAAKON-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T071313Z_193811407_RC2ZAKALB7RB_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-HAAKON-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-28T071313Z_193811407_RC2ZAKALB7RB_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-HAAKON-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปธน.สีจิ้นผิง นำประชุมผู้นำ CPC หารือกู้ภัย &#8216;โคลนถล่ม&#8217; ในอำเภอจี๋หลง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5866729]]></link><pubDate>2026-08-28T17:50:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5866729</guid><description>ปธน.สีจิ้นผิง นำประชุมผู้นำ CPC หารือกู้ภัย &amp;#8216;โคลนถล่ม&amp;#8217; ในอำเภอจี๋หลง สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปธน.สีจิ้นผิง นำประชุมผู้นำ CPC หารือกู้ภัย &amp;#8216;โคลนถล่ม&amp;#8217; ในอำเภอจี๋หลง&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) และประธานคณะกรรมาธิการการทหารส่วนกลางของจีน เป็นประธานการประชุมคณะผู้นำพรรคฯ เพื่อพิจารณาและวางแผนการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์เหตุโคลนถล่มรุนแรงในอำเภอจี๋หลง เขตปกครองตนเองซีจ้างทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ช่วงเริ่มต้นการประชุมกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคฯ สีจิ้นผิงและคณะผู้นำคนอื่นๆ ได้สงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยแก่ผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบริเวณด่านชายแดนจี๋หลงเมื่อวันพุธ (26 ส.ค.) ที่ผ่านมา&lt;br /&gt;
ที่ประชุมระบุว่ามีการกู้ภัยฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว เป็นระเบียบ และประสานงานกันอย่างดีภายใต้การนำของคณะกรรมการกลางพรรคฯ รวมถึงมีการจัดหาที่พักพิงชั่วคราวแก่ประชาชนผู้ประสบภัยและรับมือกับผลกระทบที่ตามมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นในภูมิภาคที่ราบสูงอากาศหนาวเย็น ที่ซึ่งมีหุบเขาสูงชัน สภาพอากาศแปรปรวน ธารน้ำแข็งและทะเลสาบธารน้ำแข็งหลายแห่งล้อมรอบ รวมถึงอันตรายทางธรณีวิทยาที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งก่อให้เกิดความท้าทายอย่างมากต่อการกู้ภัยฉุกเฉิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ประชุมเน้นย้ำว่าหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องดำเนินงานกู้ภัยอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด กำหนดแผนค้นหาและช่วยเหลือตามหลักการ และพยายามค้นหาและช่วยเหลือชาวจีนและชาวต่างชาติที่สูญหายทั้งหมดอย่างสุดกำลัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ จีนจะจัดสรรความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่พื้นที่ประสบภัยในเนปาลและดำเนินความร่วมมือด้านการกู้ภัยระหว่างประเทศด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5866729?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปธน.สีจิ้นผิง นำประชุมผู้นำ CPC หารือกู้ภัย &amp;#8216;โคลนถล่ม&amp;#8217; ในอำเภอจี๋หลง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปธน.สีจิ้นผิง นำประชุมผู้นำ CPC หารือกู้ภัย ‘โคลนถล่ม’ ในอำเภอจี๋หลง</dc:alternative><dc:abstract>ปธน.สีจิ้นผิง นำประชุมผู้นำ CPC หารือกู้ภัย ‘โคลนถล่ม’ ในอำเภอจี๋หลง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-28T10:50:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-28T10:50:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/105012026082800.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/105012026082800-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/105012026082800.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/105012026082800-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/10501202.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/10501202-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/105012026082800015462.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/105012026082800015462-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1368</mi:x1><mi:y1>1027</mi:y1><mi:x2>1368</mi:x2><mi:y2>1027</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/105012026082800015463.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/105012026082800015463-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1625</mi:x1><mi:y1>1220</mi:y1><mi:x2>1625</mi:x2><mi:y2>1220</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ประมุขราชวงศ์-ผู้นำโลก ร่วมอาลัย คิงฮารัลด์ แห่งนอร์เวย์ แซ่ซ้องเป็นกษัตริย์ผู้รับใช้ปชช.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5866668]]></link><pubDate>2026-08-28T17:24:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5866668</guid><description>ประมุขราชวงศ์-ผู้นำโลก ร่วมอาลัย คิงฮารัลด์ แห่งนอร์เวย์ แซ่ซ้องเป็นกษัตริย์ผู้รับใช้ ปชช. ภายหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ พระชนมพรรษา 89 พรรษา เมื่อช่วงเช้าวันที่  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ประมุขราชวงศ์-ผู้นำโลก ร่วมอาลัย คิงฮารัลด์ แห่งนอร์เวย์ แซ่ซ้องเป็นกษัตริย์ผู้รับใช้ ปชช.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ภายหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ พระชนมพรรษา 89 พรรษา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 สิงหาคม ซึ่งสร้างความเศร้าโศกอาดูรให้กับพระราชวงศ์นอร์เวย์และประชาชนชาวนอร์เวย์เป็นอย่างยิ่ง ด้านประมุขราชวงศ์อื่นๆ และผู้นำนานาประเทศต่างร่วมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของกษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ประมุขแห่งสหราชอาณาจักร ทรงเชิดชูคิงฮารัลด์ที่ 5 ว่า ตลอดระยะเวลา 35 ปี สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงรับใช้ประชาชนด้วยความทุ่มเทอย่างไม่ย่อท้อ ทรงนำพานอร์เวย์ผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยความอบอุ่นและอ่อนน้อมถ่อมตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ขณะที่นอร์เวย์กำลังโศกเศร้ากับการสูญเสียบุคคลสำคัญเช่นนี้ ครอบครัวของข้าพเจ้าขอร่วมระลึกถึงญาติและมิตรผู้เป็นที่รักยิ่ง ผู้ซึ่งเมตตา เห็นอกเห็นใจ และสำนึกในหน้าที่อย่างลึกซึ้งได้ดังก้องข้ามผืนทะเลและผ่านกาลเวลายาวนานหลายทศวรรษ สมเด็จพระราชินีและข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและจริงใจที่สุดต่อสมเด็จพระราชินีซอนยาและครอบครัวของพระองค์ ในขณะที่สหราชอาณาจักรขอแสดงความเสียใจกับนอร์เวย์ในช่วงเวลาแห่งการสูญเสียอันแสนเศร้าเช่นนี้”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ แห่งสวีเดน ตรัสว่า &amp;#8220;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กษัตริย์ฮารัลด์ทรงเป็นมิตรที่ดีต่อข้าพเจ้า ครอบครัวของข้าพเจ้า และประเทศสวีเดน ขณะนี้ประชาชนจำนวนมากในประเทศของเราต่างร่วมไว้อาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระองค์” พร้อมกันนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟ ยังตรัสขอให้สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 18 ซึ่งขึ้นสืบราชบัลลังก์เป็นพระประมุขแห่งรัฐของนอร์เวย์ต่อจากพระราชบิดา ทรงประสบความสำเร็จในการปฏิบัติการพระราชกรณียกิจอันสำคัญยิ่งเบื้องหน้าเพื่อรับใช้ประเทศชาติและประชาชนชาวนอร์เวย์สืบไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดอริกที่ 10 และสมเด็จพระราชินีแมรี แห่งเดนมาร์ก ทรงชื่นชมสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ ผู้เปรียบเสมือนเป็นพระปิตุลา(ลุง)ของพระองค์ว่า ตลอด 35 ปีที่ผ่านมา กษัตริย์ฮารัลด์ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจที่มั่นคงของประชาชนชาวนอร์เวย์ พระองค์ทรงผสานหน้าที่และความรับผิดชอบเข้ากับความใส่ใจและความเป็นมนุษย์ พระองค์ทรงเป็นที่รักยิ่งและจะเป็นที่คิดถึงของพสกนิกรจำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีวิลเลิม-อเล็กซานเดอร์ และสมเด็จพระราชินีมักซิมา แห่งเนเธอร์แลนด์ ทรงระบุว่า “ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งเมื่อทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ เราจะจดจำมิตรภาพอันพิเศษที่มีต่อพระองค์ไว้ในใจตลอดไป สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประเทศชาติด้วยความรัก ความภาคภูมิใจ และความทุ่มเท&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวว่า ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ได้ทราบข่าวการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ ผู้ซึ่งทรงงานอย่างต่อเนื่องตลอดรัชสมัยของพระองค์ เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนอร์เวย์และฝรั่งเศส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นางอัวร์ซูลา ฟอน เดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวแสดงความเสียใจต่อประชาชนชาวนอร์เวย์ ภายหลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ พร้อมกล่าวว่า พระองค์ทรงรับใช้ประเทศชาติมากว่า 3 ทศวรรษด้วยความอบอุ่น ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความรู้สึกรับผิดชอบอย่างไม่เปลี่ยนแปลง ในยามสุขและยามทุกข์ พระองค์ทรงรวมชาวนอร์เวย์ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน พระองค์ทรงเป็นชาวยุโรปที่แท้จริงและเป็นผู้รับใช้ประชาชนของพระองค์ตลอดพระชนม์ชีพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5866668?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ประมุขราชวงศ์-ผู้นำโลก ร่วมอาลัย คิงฮารัลด์ แห่งนอร์เวย์ แซ่ซ้องเป็นกษัตริย์ผู้รับใช้ปชช.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ประมุขราชวงศ์-ผู้นำโลก ร่วมอาลัย คิงฮารัลด์ แห่งนอร์เวย์ แซ่ซ้องเป็นกษัตริย์ผู้รับใช้ปชช.</dc:alternative><dc:abstract>ประมุขราชวงศ์-ผู้นำโลก ร่วมอาลัย คิงฮารัลด์ แห่งนอร์เวย์ แซ่ซ้องเป็นกษัตริย์ผู้รับใช้ปชช.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-28T10:34:42+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-28T10:34:42+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ปกข่าว-1200นอร์เวย์1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ปกข่าว-1200นอร์เวย์1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ปกข่าว-1200นอร์เวย์1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ปกข่าว-1200นอร์เวย์1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ปกข่าว-1200นอร์เวย์.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ปกข่าว-1200นอร์เวย์-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปิดฉาก &#8216;นักฆ่าแห่งบอสเนีย&#8217; อดีตนายพล &#8216;รัตโก มลาดิช&#8217; อาชญากรสงคราม เสียชีวิตในคุก ในวัย 84 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5866573]]></link><pubDate>2026-08-28T16:58:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5866573</guid><description>ปิดฉาก &amp;#8216;นักฆ่าแห่งบอสเนีย&amp;#8217; อดีตนายพล &amp;#8216;รัตโก มลาดิช&amp;#8217; อาชญากรสงคราม เสียชีวิตในคุก ในวัย 84 ปี สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัตโก มลาดิช ผู้ได้รับฉายา นักฆ่าแห่งบอสเนีย เสียชีวิตลง [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปิดฉาก &amp;#8216;นักฆ่าแห่งบอสเนีย&amp;#8217; อดีตนายพล &amp;#8216;รัตโก มลาดิช&amp;#8217; อาชญากรสงคราม เสียชีวิตในคุก ในวัย 84 ปี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัตโก มลาดิช ผู้ได้รับฉายา นักฆ่าแห่งบอสเนีย เสียชีวิตลงแล้วในวัย 84 ปี เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ขณะอยู่ในการควบคุมของสหประชาชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัตโก มลาดิช อดีตนายพลผู้ถูกตัดสินว่า ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในบอสเนีย จากการวางแผนสังหารหมู่ชาวมุสลิมอย่างน้อย 8,000 คน ใน &amp;#8220;เขตปลอดภัย&amp;#8221; ที่สหประชาชาติกำหนดไว้ในบอสเนีย เมื่อปี 1995 ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์โหดร้ายที่สุดในยุโรป นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การสังหารหมู่ที่สเรเบรนิตซา เมื่อปี 1995 เป็นจุดจบอันน่าสยดสยองของสงครามที่กินเวลายาวนานกว่า 3 ปี ซึ่งนายพลผู้นี้ได้ระดมยิงกรุงซาจาเยโว ที่ถูกปิดล้อมทุกวันด้วยปืนใหญ่ รถถัง ปืนครก และปืนกลหนักของกองทัพชาตินิยมเซิร์บของขา จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 10,000 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ร่างผู้เสียชีวิตจากสเรเบรนิตซา ถูกรถไถนำไปฝังในหลุมฝังศพขนาดใหญ่ ในช่วง 4 วัน ในเดือนกรกฎาคม 1995 บางส่วนถูกขุดขึ้นมา และย้ายไปไว้ในภูเขาห่างไกลเพื่อปกปิดหลักฐานการสังหาร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยศาลอาญาระหว่างประเทศ แห่งสหประชาชาติ สำหรับอดีตยูโกสลาเวีย (ICTY) กำหนดเป้าหมายไว้ คือ การล้างเผ่าพันธุ์ การขับไล่ชาวมุสลิมบอสเนีย ชาวโครเอเชีย และชนกลุ่มน้อยที่ไม่ใช่ชาวเซิร์บอื่นๆ ออกไปโดยใช้กำลัง เพื่อเคลียร์ดินแดนบอสเนียสำหรับเซอร์เบียที่ยิ่งใหญ่กว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ศาลพบว่า มลาดิช ร่วมกับอดีตประธานาธิบดีเซอร์เบีย สโลโบดัน มิโลเซวิช และผู้นำทางการเมืองชาวเซิร์บ ในบอสเนีย ราโดวานคาราจิช เป็นส่วนหนึ่งของการสมคบคิดทางอาญา เพื่อดำเนินการตามแผน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการพิจารณาคดีของ ICTY ในปี 2014 มลาดิช กล่าวเมื่อถูกฝ่ายตรงข้ามขนานนามว่า &amp;#8220;เพชฌฆาตแห่งบอสเนีย&amp;#8221; ว่า &amp;#8220;ผมไม่ยอมรับศาลนี้&amp;#8221; และเมื่อปี 2017 ที่เขาถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรสงคราม และอาชญากรต่อมนุษยชาติ  เขาได้ตะโกนว่า &amp;#8220;ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องโกหก พวกคุณทุกคนเป็นคนโกหก&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่ในวันที่ 8 มิถุนายน 2021 ผู้พิพากษายูเอ็น จะยืนคำตัดสินจำคุกตลอดชีวิต หลังฟังคำตัดสิน มลาดิช ซึ่งขณะนั้นอายุ 79 ปี ได้หลับตาและพยักหน้ายอมรับคำตัดสิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดราแกน อีเวติช ทนายความของมลาดิช กล่าวว่า มลาดิช เสียชีวิตในความควบคุมของยูเอ็น เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม โดยไม่ได้ระบุสาเหตุ และว่า มลาดิชใช้เวลาหลายเดือนสุดท้ายอยู่ในห้องผู้ป่วยของศูนย์กักกันของยูเอ็น (ICC) ซึ่งตั้งอยู่ชานกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5866573?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปิดฉาก &amp;#8216;นักฆ่าแห่งบอสเนีย&amp;#8217; อดีตนายพล &amp;#8216;รัตโก มลาดิช&amp;#8217; อาชญากรสงคราม เสียชีวิตในคุก ในวัย 84 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปิดฉาก ‘นักฆ่าแห่งบอสเนีย’ อดีตนายพล ‘รัตโก มลาดิช’ อาชญากรสงคราม เสียชีวิตในคุก ในวัย 84 ปี</dc:alternative><dc:abstract>ปิดฉาก ‘นักฆ่าแห่งบอสเนีย’ อดีตนายพล ‘รัตโก มลาดิช’ อาชญากรสงคราม เสียชีวิตในคุก ในวัย 84 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-28T09:58:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-28T09:58:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ratko8.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ratko8-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ratko8.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ratko8-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ratko9.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ratko9-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ratko10.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ratko10-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>667</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>667</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อาลัย &#8216;คิงฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์&#8217; เสด็จสวรรคต พระชนมพรรษา 89 พรรษา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5866234]]></link><pubDate>2026-08-28T14:00:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5866234</guid><description>อาลัย &amp;#8216;คิงฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์&amp;#8217; เสด็จสวรรคต พระชนมพรรษา 89 พรรษา สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์ รายงานว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ สวรรคตแล้ว เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ขณะมี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อาลัย &amp;#8216;คิงฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์&amp;#8217; เสด็จสวรรคต พระชนมพรรษา 89 พรรษา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์ รายงานว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ สวรรคตแล้ว เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ขณะมีพระชนมพรรษา 89 พรรษา โดยสำนักพระราชวังนอร์เวย์ออกแถลงการณ์ ระบุว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลแห่งชาติ (National Hospital) กรุงออสโล เมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม เวลา 06.35 น. ตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5864845&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;วังนอร์เวย์ แถลงคืบหน้า พระอาการประชวร คิงฮารัลด์ที่ 5 อยู่ในขั้นวิกฤตมาก ควีน-มกุฎราชกุมารเสด็จรพ. &lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860555&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;วังนอร์เวย์แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 พระอาการทรุดลง แพทย์ถวายยาปฏิชีวนะ รักษาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต &lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;โดยสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีพระชนมพรรษามากที่สุดในภูมิภาคยุโรป พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์อันเป็นที่รักของปวงชน และทรงปรับเปลี่ยนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความทันสมัย แต่พระองค์ทรงปฏิเสธที่จะดำเนินตามรอยพระบาทของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระเยาว์กว่า หรือมีพระชนมพรรษามากหลายพระองค์ในยุคปัจจุบันที่ทรงสละราชสมบัติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย เจ้าชายโฮกุน เจ้าฟ้าชายมกุฎราชกุมาร พระราชโอรส ทรงสืบราชสมบัติขึ้นเป็น สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 โดยอัตโนมัติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยังมีพระชนมพรรษามากที่สุดในยุโรป เสด็จเข้ารับการรักษาพระองค์เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม สำนักพระราชวังระบุว่าพระองค์ทรงได้รับการรักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในปี 2024 พระองค์เคยเสด็จเข้ารับการรักษาพระองค์เนื่องจากติดเชื้อ ขณะเสด็จพระราชดำเนินพักผ่อนในประเทศมาเลเซีย และทรงได้รับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจชั่วคราวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่นั่น พระองค์เสด็จกลับประเทศโดยกองทัพนอร์เวย์ และต่อมาทรงได้รับการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจถาวร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในปีเดียวกัน กษัตริย์ฮารัลด์ ประมุขแห่งรัฐในเชิงพิธีการของนอร์เวย์ตั้งแต่ปี 1991 กล่าวว่า พระองค์จะลดจำนวนภารกิจอย่างเป็นทางการที่เข้าร่วม แต่ทรงปฏิเสธที่จะสละราชสมบัติ โดยยืนยันว่าคำสาบานของพระองค์ในฐานะกษัตริย์นั้นมีผลตลอดพระชนม์ชีพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ประสูติเมื่อปี 1937 ที่เมืองอัสเกอร์ ใกล้กับกรุงออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์ ทรงเป็นเจ้าชายนอร์เวย์พระองค์แรกที่ประสูติในแผ่นดินนอร์เวย์ นับตั้งแต่พระเจ้าโอลาฟที่ 4 เมื่อปี 1370 ในช่วงศตวรรษต่อๆ มา นอร์เวย์ไม่มีพระมหากษัตริย์เป็นของตนเอง จนกระทั่ง สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุน ที่ 7 พระอัยกา (ปู่) ของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ ได้รับการถวายการเลือกตั้งให้ขึ้นครองราชย์ ภายหลังการสิ้นสุดสหภาพระหว่างสวีเดนและนอร์เวย์ ในปี 1905&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงมีพระชนมพรรษาเพียง 3 พรรษา เมื่อกองทัพนาซีเข้ายึดครองนอร์เวย์ในช่วงเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกควบคุมพระองค์ พระราชมารดาจึงทรงพาพระองค์ พร้อมด้วยเจ้าหญิงรักนิลด์ และเจ้าหญิงแอสตริด พระเชษฐภคินี (พี่สาว) เสด็จหลบหนีไปยังประเทศสวีเดนเป็นแห่งแรก ก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินทางเรือต่อไปยังสหรัฐอเมริกา ในขณะที่พระราชบิดาและพระอัยกาของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ เสด็จพระราชดำเนินไปลี้ภัย ณ สหราชอาณาจักร พร้อมกับรัฐบาลนอร์เวย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การที่สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 7 ทรงปฏิเสธที่จะยอมอ่อนข้อต่อข้อเรียกร้องของกองทัพเยอรมันในครั้งนั้น ส่งผลให้พระองค์ทรงได้รับความเคารพยำเกรงและความจงรักภักดีอย่างสูงยิ่งจากพสกนิกรของพระองค์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ เช่นเดียวกับพระราชวงศ์อื่นๆ ในยุโรป พระมหากษัตริย์แห่งนอร์เวย์ทรงดำรงพระอิสริยยศในฐานะศูนย์รวมจิตใจ โดยทรงได้รับความเคารพรักและเป็นที่สนใจของสาธารณชน ขณะที่อำนาจการบริหารราชการแผ่นดินที่แท้จริงในระบอบประชาธิปไตยของประชากร 5.5 ล้านคนนั้น อยู่ในมือของรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์เสด็จขึ้นครองราชย์หลังจากสมเด็จพระราชาธิบดีโอลาฟที่ 5 พระราชบิดาซึ่งมีพระกำเนิดในสหราชอาณาจักร เสด็จสวรรคตเมื่อเดือนมกราคม 1991 และทรงปกครองแผ่นดินในช่วงเวลาที่ประเทศเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลจากธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5866234?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อาลัย &amp;#8216;คิงฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์&amp;#8217; เสด็จสวรรคต พระชนมพรรษา 89 พรรษา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อาลัย ‘คิงฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์’ เสด็จสวรรคต พระชนมพรรษา 89 พรรษา</dc:alternative><dc:abstract>อาลัย ‘คิงฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์’ เสด็จสวรรคต พระชนมพรรษา 89 พรรษา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-28T12:53:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-28T12:53:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/king-norway2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/king-norway2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/king-norway2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/king-norway2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/king-norway3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/king-norway3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/King-Harald-V.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/King-Harald-V-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>667</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>667</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อินโดนีเซีย ยังตึงเครียด หลังม็อบชุมนุมครบ 1 ปี ประท้วงใหญ่ต้านรัฐบาล กลายเป็นเหตุจลาจลกลางดึก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5866090]]></link><pubDate>2026-08-28T13:03:44+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5866090</guid><description>อินโดนีเซีย ยังตึงเครียด หลังม็อบชุมนุมครบ 1 ปี ประท้วงใหญ่ต้านรัฐบาล กลายเป็นเหตุจลาจลกลางดึก บรรยากาศในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ยังคงตกอยู่ในความตึงเครียด โดยระบบข [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;อินโดนีเซีย ยังตึงเครียด หลังม็อบชุมนุมครบ 1 ปี ประท้วงใหญ่ต้านรัฐบาล กลายเป็นเหตุจลาจลกลางดึก&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บรรยากาศในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ยังคงตกอยู่ในความตึงเครียด โดยระบบขนส่งมวลชนทั้งทางรถไฟและรถบัสโดยสารได้ถูกระงับหรือต้องเปลี่ยนเส้นทางวิ่งให้บริการในบางเส้นทาง หลังจากการรวมตัวชุมนุมในวาระครบ 1 ปีของการลงถนนประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่เมื่อวันก่อนได้กลายเป็นเหตุจลาจลรุนแรงขึ้นในช่วงคืนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อท้องถิ่นรายงานว่าการเดินขบวนประท้วงของกลุ่มผู้ประท้วงจากหลากหลายกลุ่มเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันพฤหัสบดี (27 ส.ค.) ใกล้กับอาคารรัฐสภา ท่ามกลางการการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นในวันครบรอบ 1 ปีการประท้วงต่อต้านเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งยืดเยื้อต่อเนื่องนาน 2 สัปดาห์และถือเป็นบททดสอบสำคัญต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยตำรวจหลายพันนายได้วางกำลังรักษาการณ์ในกรุงจาการ์ตาก่อนการชุมนุมจะเริ่มขึ้น ในขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงได้แสดงออกถึงความไม่พอใจต่อการดำเนินนโยบายหลายประการของรัฐบาลปราโบโวพร้อมทั้งยังเรียกร้องให้มีการลงโทษสถานหนักต่อเจ้าหน้าที่ที่ก่อการทุจริต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทั่งการชุมนุมได้สลายตัวลงในช่วงเย็น ทว่าสื่อท้องถิ่นรายงานว่ามีกลุ่มคนสวมเสื้อยืดสีดำยังคงรวมตัวกันอยู่บนท้องถนน กระทั่งมีการจุดไฟเผาป้อมตำรวจและรถมอเตอร์ไซค์ 2 คัน มีการปิดถนน ปาก้อนหินและกิ่งไม้เข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งตอบโต้ด้วยการฉีดน้ำและยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ และได้มีการจับกุมผู้ประท้วงไปอีก 65 คน ในข้อกล่าวหาว่าพยายามก่อความไม่สงบด้วยปืนลม อุปกรณ์สื่อสารและยึดวัตถุที่ใช้ประกอบระเบิดขวดไว้ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พยานของรอยเตอร์เปิดเผยว่าได้ยินเสียงดังปังเกิดขึ้นใกล้กับพื้นที่ที่มีรายงานว่าเกิดเหตุความไม่สงบเกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ตอบสนองต่อการขอความเห็นไปในวันศุกร์ว่าเกิดอะไรขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีปราโบโว ที่เป็นอดีตนายพลซึ่งได้รับการเลือกตั้งมาด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนจำนวนมากในปี 2024 กำลังเผชิญกับความยากลำบากในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากประชาชน ภาคธุรกิจและนักลงทุนที่ต่างมีความวิตกกังวลกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโครงการประชานิยมอันทะเยอทะยานของปราโบโว ท่ามกลางความนิยมของปราโบโวที่ลดฮวบลงเหลือ 38% จากผลสำรวจในเดือนนี้ที่จัดทำโดยสำนักข่าวเทมโป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5866090?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อินโดนีเซีย ยังตึงเครียด หลังม็อบชุมนุมครบ 1 ปี ประท้วงใหญ่ต้านรัฐบาล กลายเป็นเหตุจลาจลกลางดึก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อินโดนีเซีย ยังตึงเครียด หลังม็อบชุมนุมครบ 1 ปี ประท้วงใหญ่ต้านรัฐบาล กลายเป็นเหตุจลาจลกลางดึก</dc:alternative><dc:abstract>อินโดนีเซีย ยังตึงเครียด หลังม็อบชุมนุมครบ 1 ปี ประท้วงใหญ่ต้านรัฐบาล กลายเป็นเหตุจลาจลกลางดึก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-28T08:06:49+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-28T08:06:49+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T154927Z_369435154_RC237NAERHO7_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-PROTESTS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T154927Z_369435154_RC237NAERHO7_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-PROTESTS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T154927Z_369435154_RC237NAERHO7_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-PROTESTS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T154927Z_369435154_RC237NAERHO7_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-PROTESTS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T154927Z_369435154_RC237NAERHO7_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-PROTESTS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T154927Z_369435154_RC237NAERHO7_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-PROTESTS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T154514Z_1440264581_RC237NAE547Q_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-PROTESTS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T154514Z_1440264581_RC237NAE547Q_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-PROTESTS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T162254Z_1856428679_RC217NAZJOKF_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-PROTESTS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T162254Z_1856428679_RC217NAZJOKF_RTRMADP_3_INDONESIA-POLITICS-PROTESTS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สอท.อิสราเอล แจงเหตุกินแล้วชักดาบที่ป่าตอง ไม่ใช่นทท.อิสราเอล ชี้ควรตรวจสอบก่อนเผยแพร่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5865904]]></link><pubDate>2026-08-28T12:06:26+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5865904</guid><description>สอท.อิสราเอล แจงเหตุกินแล้วชักดาบที่ป่าตอง ไม่ใช่นทท.อิสราเอล ชี้ควรตรวจสอบก่อนเผยแพร่ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่เหตุการณ์บนโซเชียลมีเดียว่ามีนักท่องเที่ย [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สอท.อิสราเอล แจงเหตุกินแล้วชักดาบที่ป่าตอง ไม่ใช่นทท.อิสราเอล ชี้ควรตรวจสอบก่อนเผยแพร่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่เหตุการณ์บนโซเชียลมีเดียว่ามีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งเป็นชาวอิสราเอลได้รับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในอำเภอป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา และได้ออกจากร้านไปโดยไม่ได้จ่ายเงินนั้น จากการชี้แจงของสถานีตำรวจภูธรป่าตองระบุแล้วว่านักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวไม่ใช่ชาวอิสราเอล แต่เป็นคนสัญชาติอื่น จึงขอให้มีการตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ เนื่องจากก่อให้เกิดความเข้าใจ สร้างความเสียหายและไม่เป็นธรรมต่อบุคคลและชุมชนอิสราเอลที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยถ้อยแถลงต่อเรื่องนี้ของสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม มีใจความระบุว่า ขอชี้แจงกรณีรายงานบนสื่อสังคมออนไลน์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในอำเภอป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยระบุว่ามีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งรับประทานอาหารมูลค่าราว 8,000 บาท และออกจากร้านไปโดยไม่ชำระเงิน โดยรายงานข่าวดังกล่าวระบุว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล และแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งได้รับความสนใจเป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2569 สถานีตำรวจภูธรป่าตองได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงสัญชาติของนักท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าบุคคลที่อ้างถึง ไม่ใช่บุคคลสัญชาติอิสราเอล แต่เป็นนักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียและโมร็อกโก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำชี้แจงดังกล่าวมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากรายงานข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ระบุว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องโดยปราศจากการตรวจสอบหรือยืนยันข้อเท็จจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและความเสียหายอย่างร้ายแรง ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดอคติและความเป็นปฏิปักษ์ต่อนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลและชุมชนชาวอิสราเอลโดยรวม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯเห็นว่ารายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกรณีที่มีการระบุสัญชาติ ควรได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะนำเสนอหรือเผยแพร่ต่อสาธารณะ การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของข้อมูลที่ไม่ได้รับการตรวจสอบบนสื่อสังคมออนไลน์ ส่งผลกระทบที่เกินจริงอย่างไม่เป็นธรรมต่อบุคคลและชุมชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯใคร่ขอความร่วมมือจากองค์กรสื่อ ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ และประชาชนทั่วไป โปรดใช้ความระมัดระวังให้มากขึ้นในการตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่หรือแบ่งปันรายงานในลักษณะดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากรายงานนี้ยังคงเผยแพร่อยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลของท่าน สถานเอกอัครราชทูตฯขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง หากจะพิจารณาลบรายงานดังกล่าวออก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยขอขอบพระคุณสำหรับความเข้าใจและความร่วมมือมา ณ โอกาสนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5865904?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สอท.อิสราเอล แจงเหตุกินแล้วชักดาบที่ป่าตอง ไม่ใช่นทท.อิสราเอล ชี้ควรตรวจสอบก่อนเผยแพร่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สอท.อิสราเอล แจงเหตุกินแล้วชักดาบที่ป่าตอง ไม่ใช่นทท.อิสราเอล ชี้ควรตรวจสอบก่อนเผยแพร่</dc:alternative><dc:abstract>สอท.อิสราเอล แจงเหตุกินแล้วชักดาบที่ป่าตอง ไม่ใช่นทท.อิสราเอล ชี้ควรตรวจสอบก่อนเผยแพร่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-28T05:27:22+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-28T05:27:22+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/israel1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/israel1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/israel1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/israel1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/israel12.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/israel12-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไต้ฝุ่นโซเดล พัดขึ้นชายฝั่งตะวันออกจีนแล้ว เจ้อเจียงยกระดับรับมือสูงสุด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5865852]]></link><pubDate>2026-08-28T11:07:57+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5865852</guid><description>ไต้ฝุ่นโซเดล พัดขึ้นชายฝั่งตะวันออกจีนแล้ว เจ้อเจียงยกระดับรับมือสูงสุด เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม สำนักข่าวซินหัวอ้างศูนย์อุตุนิยมวิทยาประจำมณฑลเจ้อเจียงของจีนรายงานว่า พายุไต้ฝุ่นโซเดล (Saudel) ซึ่งเป็น [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ไต้ฝุ่นโซเดล พัดขึ้นชายฝั่งตะวันออกจีนแล้ว เจ้อเจียงยกระดับรับมือสูงสุด&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม สำนักข่าวซินหัวอ้างศูนย์อุตุนิยมวิทยาประจำมณฑลเจ้อเจียงของจีนรายงานว่า พายุไต้ฝุ่นโซเดล (Saudel) ซึ่งเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 18 ของปีนี้ ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณชายฝั่งมณฑลเจ้อเจียง ทางภาคตะวันออกของจีนแล้วในเช้าวันศุกร์(28 ส.ค.)นี้ โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ 35 เมตรต่อวินาที (ระดับความรุนแรงที่ 12)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พายุโซเดลได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณชายฝั่งเมืองอวี้หวน ในมณฑลเจ้อเจียง เมื่อเวลาประมาณ 08.05 น.ของวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ มณฑลเจ้อเจียงได้ยกระดับมาตรการรับมือฉุกเฉินสำหรับพายุไต้ฝุ่นขึ้นสู่ระดับ 1 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ตั้งแต่เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยมีการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีประชาชน เรือ หรือกิจกรรมใดๆ หลงเหลืออยู่ในพื้นที่ทางทะเล คาดว่าไต้ฝุ่นลูกนี้จะถล่มมณฑลเจ้อเจียงและมณฑลฝูเจี้ยนที่อยู่ติดกันด้วยฝนตกกระหน่ำอย่างหนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5865852?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไต้ฝุ่นโซเดล พัดขึ้นชายฝั่งตะวันออกจีนแล้ว เจ้อเจียงยกระดับรับมือสูงสุด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไต้ฝุ่นโซเดล พัดขึ้นชายฝั่งตะวันออกจีนแล้ว เจ้อเจียงยกระดับรับมือสูงสุด</dc:alternative><dc:abstract>ไต้ฝุ่นโซเดล พัดขึ้นชายฝั่งตะวันออกจีนแล้ว เจ้อเจียงยกระดับรับมือสูงสุด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-28T04:07:57+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-28T04:07:57+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T135342Z_128015100_RC2U6NAB7G99_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T135342Z_128015100_RC2U6NAB7G99_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T135342Z_128015100_RC2U6NAB7G99_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T135342Z_128015100_RC2U6NAB7G99_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T135342Z_128015100_RC2U6NAB7G99_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T135342Z_128015100_RC2U6NAB7G99_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ป่วนไม่เลิก! รบ.ทรัมป์แจ้งมหา’ลัย จำกัดออกใบอนุญาตฝึกงาน นักศึกษาต่างชาติ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5865823]]></link><pubDate>2026-08-28T10:44:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5865823</guid><description>ป่วนไม่เลิก! รบ.ทรัมป์แจ้งมหา’ลัย จำกัดออกใบอนุญาตฝึกงาน นักศึกษาต่างชาติ รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกบันทึกถึงมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อจำกัดการออกใบอนุญาตทำงานฝึกงานบางประเภทส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ป่วนไม่เลิก! รบ.ทรัมป์แจ้งมหา’ลัย จำกัดออกใบอนุญาตฝึกงาน นักศึกษาต่างชาติ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกบันทึกถึงมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อจำกัดการออกใบอนุญาตทำงานฝึกงานบางประเภทสำหรับนักศึกษาต่างชาติ โดยเตือนว่ามหาวิทยาลัยที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ อาจสูญเสียการรับรองในการรับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บันทึกของรัฐบาลกลางลงวันที่ 24 สิงหาคม ระบุว่า โครงการนักศึกษาและผู้มาเยือนเพื่อการแลกเปลี่ยน (Student and Exchange Visitor Program หรือ SEVP) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐ (ICE) พบว่า มีการเพิ่มขึ้นของการอนุมัติการฝึกปฏิบัติงานตามหลักสูตร (Curricular Practical Training หรือ CPT) ที่ดูเหมือนว่าจะละเมิดข้อกำหนดตามกฎระเบียบ ซึ่งอนุญาตให้มีการฝึก CPT ได้เฉพาะในกรณีที่การฝึกดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่จำเป็นของหลักสูตรที่กำหนดไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“การไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของ SEVP อาจส่งผลให้สถาบันสูญเสียการรับรองในการรับนักศึกษาต่างชาติเข้าเรียน” บันทึกดังกล่าวระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการดังกล่าวส่งผลให้มหาวิทยาลัยบางแห่ง ซึ่งรวมถึงมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ระงับการดำเนินการคำขอใบอนุญาตทำงานบางประเภทสำหรับนักศึกษาต่างชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของ UCLA ระบุในอีเมลว่า UCLA ได้ระงับการอนุมัติการฝึกปฏิบัติงานตามหลักสูตร CPT บางประเภท ขณะที่กำลังตรวจสอบแนวทางล่าสุดของรัฐบาลกลางและพิจารณาขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานที่ดูแลนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ระบุว่า บันทึกของรัฐบาลกลางเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม มีขอบเขตที่แคบลง มีเนื้อหาที่ชัดเจน และเข้มงวดมากขึ้น โดยรัฐบาลกลางก็ได้ออกบันทึกอีกฉบับหนึ่งก่อนหน้านี้ ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานนักศึกษาต่างชาติของ UC Berkeley ระบุว่า กำลังขยายระยะเวลาการระงับใบอนุญาตทำงานบางประเภทสำหรับนักศึกษาต่างชาติไปจนกว่าจะเห็นเป็นอย่างอื่น หรือจนกว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในอนาคต โดยสำนักงานจะยังคงดำเนินการคำขอ CPT ที่เป็นข้อกำหนดเพื่อการสำเร็จการศึกษาตามปกติ และจะกลับมาดำเนินการคำขอ CPT สำหรับงานวิจัยวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกและวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานดังกล่าวยังระบุว่า จะหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเพื่อพัฒนากระบวนการใหม่ ที่สอดคล้องกับข้อกำหนดใหม่ของรัฐบาลกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ทรัมป์ได้มุ่งเป้าตรวจสอบมหาวิทยาลัยหลายแห่งผ่านการสอบสวนหลายกรณี รวมทั้งขู่ว่าจะตัดงบประมาณสนับสนุนของรัฐบาลกลางจากประเด็นต่างๆ มากมาย ซึ่งรวมถึงการประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์เพื่อต่อต้านการโจมตีฉนวนกาซาของอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐ ตลอดจนโครงการส่งเสริมความหลากหลาย แนวทางการรับนักศึกษาเข้าเรียน โครงการด้านสภาพภูมิอากาศ และนโยบายเกี่ยวกับบุคคลข้ามเพศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มรณรงค์ด้านสิทธิได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพทางวิชาการ และกระบวนการที่เป็นธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลทรัมป์ยังได้เพิกถอนวีซ่าของนักศึกษาที่เข้าร่วมการประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์ โดยรัฐบาลระบุว่าการประท้วงเหล่านี้มีลักษณะต่อต้านชาวยิวและแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อกลุ่มหัวรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกลุ่มผู้ประท้วงซึ่งรวมถึงกลุ่มชาวยิวบางกลุ่มกล่าวว่า การคัดค้านการโจมตีฉนวนกาซาของอิสราเอลและการยึดครองดินแดนปาเลสไตน์ ไม่ใช่การต่อต้านชาวยิว และการรณรงค์สนับสนุนสิทธิของชาวปาเลสไตน์ก็ไม่เหมือนกับการสนับสนุนกลุ่มหัวรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5865823?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ป่วนไม่เลิก! รบ.ทรัมป์แจ้งมหา’ลัย จำกัดออกใบอนุญาตฝึกงาน นักศึกษาต่างชาติ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ป่วนไม่เลิก! รบ.ทรัมป์แจ้งมหา’ลัย จำกัดออกใบอนุญาตฝึกงาน นักศึกษาต่างชาติ</dc:alternative><dc:abstract>ป่วนไม่เลิก! รบ.ทรัมป์แจ้งมหา’ลัย จำกัดออกใบอนุญาตฝึกงาน นักศึกษาต่างชาติ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-28T03:44:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-28T03:44:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t28.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t28-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t28.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t28-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t28-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/t28-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นายกฯกาตาร์เยือนเตหะราน ย้ำความสำคัญ เสรีภาพเดินเรือฮอร์มุซ ทรัมป์ปัดไม่คุยอิหร่าน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5865791]]></link><pubDate>2026-08-28T10:10:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5865791</guid><description>นายกฯกาตาร์เยือนเตหะราน ย้ำความสำคัญ เสรีภาพเดินเรือฮอร์มุซ ทรัมป์ปัดไม่คุยอิหร่าน เชค มุฮัมมัด บิน อับดุรเราะฮ์มาน บิน ญาสซิม อาล ษานี นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกาตาร์ เดินทางเยือนกรุงเตหะรานเ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;นายกฯกาตาร์เยือนเตหะราน ย้ำความสำคัญ เสรีภาพเดินเรือฮอร์มุซ ทรัมป์ปัดไม่คุยอิหร่าน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เชค มุฮัมมัด บิน อับดุรเราะฮ์มาน บิน ญาสซิม อาล ษานี นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศกาตาร์ เดินทางเยือนกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม เพื่อพยายามฟื้นการเจรจาทางการทูตที่หยุดชะงักไป ท่ามกลางสงครามที่ดำเนินมาเป็นเวลา 6 เดือน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐกล่าวว่า วอชิงตันไม่ได้กำลังเจรจากับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราไม่ต้องการพูดคุยกับพวกเขา เราไม่ได้ต้องการพบปะหรือทำอะไรทำนองนั้น” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ หลังทำเนียบขาวระบุว่า การรณรงค์กดดันอิหร่านทางเศรษฐกิจของสหรัฐจะดำเนินต่อไป จนกว่าอิหร่านจะตัดสินใจเข้าร่วมการเจรจาอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ระบุถึงการหารือที่กรุงเตหะรานว่า  นายกรัฐมนตรีกาตาร์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายกลับสู่การเจรจาทางการทูต ระหว่างการหารือกับโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจาระดับสูงของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุผ่านเทเลแกรมว่า อิหร่านเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคป้องกันไม่ให้สหรัฐใช้ดินแดนของพวกเขาเป็นฐานในการดำเนินการโจมตีอิหร่านทั้งทางทหารหรือทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่ออิหร่านรายงานว่า โมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กล่าวกับนายกรัฐมนตรีกาตาร์ว่า เตหะรานจะโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐทั้งทางทหารและเศรษฐกิจ หากวอชิงตันดำเนินการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรซาอีกล่าวว่า สหรัฐจะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขของอิหร่าน ก่อนที่เตหะรานจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยเงื่อนไขดังกล่าวรวมถึง การยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านโดยสหรัฐ การจ่ายค่าชดเชย และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร พร้อมย้ำว่า “เราไม่ไว้วางใจสหรัฐ เพราะสหรัฐทรยศต่อการทูตและการเจรจาซ้ำแล้วซ้ำเล่า”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านอาล ษานี ระบุผ่าน X ว่า เขาได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยเขาและรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยังได้หารือเกี่ยวกับข้อเสนอในการจัดตั้งเส้นทางเดินเรือร่วมระหว่างอิหร่านกับโอมานเป็นการชั่วคราวผ่านช่องแคบนี้ รวมทั้งโครงการร่วมกันเพื่อเก็บกู้และกำจัดทุ่นระเบิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านระบุเมื่อวันพุธว่า อิหร่านและโอมานได้บรรลุข้อตกลงในหลักการเกี่ยวกับการบริหารจัดการการสัญจรทางเรือในช่องแคบ และการแบ่งปันรายได้ แต่แหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่านรายหนึ่งกล่าวในเวลาต่อมาว่า ทั้งสองประเทศยังคงอยู่ระหว่างดำเนินการหารือรายละเอียดของข้อตกลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรซาอีกล่าวว่า อิหร่านกำลังจัดทำรายการเงื่อนไขสำหรับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากผู้ไกล่เกลี่ยร้องขอให้เตหะรานระบุเงื่อนไขเหล่านั้นอย่างชัดเจน และว่า เรือจะสามารถใช้ช่องทางเดินเรือกลางที่กำหนดไว้ได้ หากสหรัฐยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ทรัมป์ยังคงเปิดทางเลือกทุกทางไว้ในการดำเนินนโยบายต่ออิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราเคยมีปฏิบัติการ Epic Fury เพื่อทำลายขีดความสามารถทางทหารของพวกเขา ตอนนี้เรามีปฏิบัติการ Economic Outcast เพื่อทำลายเศรษฐกิจของพวกเขา ขณะนี้ยังไม่มีการเจรจาเกิดขึ้น และสิ่งนี้จะดำเนินต่อไป จนกว่าประธานาธิบดีจะเห็นว่า บางทีพวกเขาอาจยอมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอย่างจริงจังและมีความหมาย เรายังไม่เห็นสัญญาณเช่นนั้นในตอนนี้” ” เลวิตต์ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ปฏิบัติการสู้รบขนาดใหญ่จะหยุดชะงักลงมาหลายสัปดาห์แล้ว แต่ยังแทบไม่มีความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่กว้างขึ้นหรือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้รัฐบาลอิหร่านกำลังเผชิญกับการปิดล้อมและกดดันทางเศรษฐกิจอย่างหนัก แต่ยังคงรักษาอำนาจไว้ได้ และยังแสดงให้เห็นถึงท่าทีที่ไม่เร่งรีบในการเจรจา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์ ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศจากปัญหาราคาพลังงานที่สูงขึ้น ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน เลือกที่จะมุ่งเน้นการใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ แต่การบังคับใช้มาตรการเหล่านั้นอย่างจริงจังและเข้มงวด อาจทำให้สหรัฐจำเป็นต้องดำเนินมาตรการกับประเทศคู่ค้าของอิหร่าน เช่น จีนและอินเดีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5865791?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นายกฯกาตาร์เยือนเตหะราน ย้ำความสำคัญ เสรีภาพเดินเรือฮอร์มุซ ทรัมป์ปัดไม่คุยอิหร่าน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นายกฯกาตาร์เยือนเตหะราน ย้ำความสำคัญ เสรีภาพเดินเรือฮอร์มุซ ทรัมป์ปัดไม่คุยอิหร่าน</dc:alternative><dc:abstract>นายกฯกาตาร์เยือนเตหะราน ย้ำความสำคัญ เสรีภาพเดินเรือฮอร์มุซ ทรัมป์ปัดไม่คุยอิหร่าน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-28T05:12:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-28T05:12:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-5.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/iq-5-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[น้ำท่วมหิมาลัยดับ 469 สูญหายเฉียดพัน เนปาล-จีน เตือนอาจมาอีกระลอก ทิเบตเจอดินไหวซ้ำ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5865702]]></link><pubDate>2026-08-28T08:54:52+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5865702</guid><description>น้ำท่วมหิมาลัยดับ 469 สูญหายเฉียดพัน เนปาล-จีน เตือนอาจมาอีกระลอก ทิเบตเจอดินไหวซ้ำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยระดมค้นหาตามหุบเขาและพื้นที่ลาดเชิงเขาในเทือกเขาหิมาลัย หลังเกิดน้ำท่วมฉับพลันที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;น้ำท่วมหิมาลัยดับ 469 สูญหายเฉียดพัน เนปาล-จีน เตือนอาจมาอีกระลอก ทิเบตเจอดินไหวซ้ำ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยระดมค้นหาตามหุบเขาและพื้นที่ลาดเชิงเขาในเทือกเขาหิมาลัย หลังเกิดน้ำท่วมฉับพลันที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 469 ราย และมีผู้สูญหายเกือบ 1,000 คน ขณะที่เนปาลและจีนต่างเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหม่ จากน้ำที่ขังอยู่ในทะเลสาบ 2 แห่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสองประเทศระบุว่า ต้นเหตุของภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงนี้มีสาเหตุมาธารน้ำแข็งถล่มเมื่อเช้าวันพุธที่ 26 สิงหาคม ทำให้เกิดมวลน้ำขนาดใหญ่พัดพาหิน น้ำแข็ง โคลน และเศษซากจำนวนมหาศาลไหลทะลักลงมาตามระบบแม่น้ำในเทือกเขาหิมาลัย กวาดทำลายล้างหมู่บ้านและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญตลอดเส้นทางที่มีนักเดินป่าและผู้แสวงบุญใช้สัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงกาฐมาณฑุของเนปาลกับนครลาซาในเขตทิเบต โดยในจำนวนผู้สูญหายนั้น มีชาวต่างชาติอย่างน้อย 540 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการเนปาลใช้เฮลิคอปเตอร์ค้นหาผู้รอดชีวิตและลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังประชาชนหลายพันคนที่ติดอยู่ในเมืองและหุบเขาซึ่งถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินพบร่างผู้เสียชีวิตหลายสิบรายที่ถูกกระแสน้ำพัดพาลงไปสู่พื้นที่ราบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปริมาณน้ำและเศษซากจำนวนมหาศาลที่ถูกกวาดและพัดพามารวมกันในขณะนี้ ยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดภัยพิบัติเพิ่มเติมมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเนปาลเตือนว่า ทะเลสาบแห่งหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นจากเศษซากที่ปิดกั้นลำน้ำโภเตโกชีบริเวณที่เกิดน้ำท่วม ระดับน้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นและมีความเสี่ยงที่แนวกั้นน้ำจะแตก ขณะที่ฝั่งจีนระบุว่า คาดว่าจะมีน้ำราว 3 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเทียบเท่ากับสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐานโอลิมปิกประมาณ 1,200 สระ ไหลเข้าสู่ทะเลสาบอีกแห่งหนึ่งซึ่งถูกกั้นอยู่แล้วภายในช่วง 3 วันข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สื่อของรัฐบาลจีนรายงานโดยอ้างกระทรวงทรัพยากรน้ำว่า มีความเสี่ยงสูงที่แนวกั้นของทะเลสาบแห่งนี้จะพังหรือแตกออก โดยคาดว่าปริมาณน้ำที่ไหลผ่านจะสูงสุดราววันที่ 1 กันยายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จู จินเฟิง นักวิจัยจากแผนกอุทกวิทยาของกระทรวงทรัพยากรน้ำ กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ CCTV ของรัฐบาลจีนว่า ปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความเสี่ยงก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อคืนวันที่ 27 สิงหาคม ศูนย์วิจัยธรณีวิทยาแห่งเยอรมนี (GFZ) ระบุว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.0 แมกนิจูดในเขตทิเบต จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ระดับความลึก 10 กิโลเมตร ทางตอนเหนือของทิเบต และอยู่ห่างจากพื้นที่ของเนปาลและจีนที่เพิ่งเผชิญกับน้ำท่วมฉับพลันครั้งร้ายแรงเมื่อวันพุธ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานว่า ศูนย์เครือข่ายแผ่นดินไหวของจีนยังรายงานว่าเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.7 ริกเตอร์ในเมืองนาคฉู่ ทิเบต เมื่อวันพุธ ทำให้จีนประกาศใช้มาตรการรับมืออุทกภัยระดับ 4 ในทิเบต ท่ามกลางความเสี่ยงที่เขื่อนกั้นน้ำจะแตก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงทรัพยากรน้ำของจีนได้สั่งให้หน่วยงานท้องถิ่นเฝ้าระวังเขื่อนกั้นน้ำและปริมาณน้ำฝน และส่งทีมผู้เชี่ยวชาญไปยังอำเภอจีหรงแล้วเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตามรายงานจากสื่อจีน จนถึงเย็นวันที่ 27 สิงหาคม เจ้าหน้าที่กู้ภัยจีนยังไม่สามารถเดินทางไปถึงจุดผ่านแดนจีหลง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดทางฝั่งจีนได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเคลียร์เศษซากต่างๆ ออกจากถนนสายหลักที่ใช้เข้าถึงพื้นที่ดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ด่านชายแดนจีหลงมีบทบาทสำคัญในเครือข่ายโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road) ของจีนที่เชื่อมประเทศกับภูมิภาคเอเชียใต้ โดยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มีการสร้างเขตโลจิสติกส์และลานจอดรถในบริเวณดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานีโทรทัศน์ CCTV รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จำนวนผู้สูญหายในอำเภอจีหลงของทิเบตอยู่ที่ 558 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติ 260 คน ขณะที่จีนระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 3 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวซินหัวขรายงานว่า นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง ผู้นำอันดับ 2 ของจีน เดินทางถึงพื้นที่ประสบภัยในจีหลงเมื่อบ่ายวันพฤหัสบดี การเดินทางเยือนดังกล่าวสะท้อนว่า รัฐบาลปักกิ่งกำลังให้ความสำคัญกับภัยพิบัติครั้งนี้ในระดับสูงสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในฝั่งเนปาล สภากาชาดระบุว่า หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านถูกทำลาย ขณะที่ถนนและสะพานหลายแห่งไม่สามารถสัญจรผ่านได้ ส่งผลให้ชุมชนจำนวนมากถูกตัดขาด แต่ขนาดความเสียหายที่แท้จริงของภัยพิบัติครั้งนี้ยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สุธาน กูรุง รัฐมนตรีมหาดไทยเนปาล กล่าวว่า ภารกิจหลักในขณะนี้ยังคงมุ่งเน้นไปที่การค้นหาผู้รอดชีวิต โดยทีมกู้ภัยพบชาวอินเดีย 100 คนที่เคยสูญหาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้แสวงบุญ รวมทั้งแรงงานชาวจีน 25 คน ในพื้นที่รอบเมืองตรีศูลี ซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาวต่างชาติที่สูญหายในเนปาลมาจากกว่า 20 ประเทศ รวมถึงชาวอินเดีย 288 คน ชาวอเมริกัน 63 คน ชาวมาเลเซีย 51 คน ชาวออสเตรเลีย 34 คน ชาวอังกฤษ 33 คน และชาวแคนาดา 25 คน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คเณศ อารยาล ผู้บริหารเขตจิตวัน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่พบศพแล้ว 103 ศพจากระบบแม่น้ำในเขตของเขา ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ราบ ห่างจากเมืองตรีศูลีซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดประมาณ 100 กิโลเมตร เนื่องจากโรงพยาบาลในพื้นที่ไม่สามารถรองรับศพทั้งหมดได้ ทางเขตจึงกำลังจัดตั้งเต็นท์และเตรียมสถานที่เพื่อให้ครอบครัวสามารถมารับศพญาติของตนได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานของนายกรัฐมนตรีเนปาล ระบุผ่านโซเชียลว่า นายบาเลนทรา ชาห์ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางด้วยรถยนต์ไปประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในเขตนูวากอต ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภัยพิบัติครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับรัฐบาลของนายชาห์ ซึ่งเพิ่งเข้าบริหารประเทศมาได้ 5 เดือน แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่า เนปาลมีระบบและบุคลากรที่มีประสบการณ์ในการรับมือกับโศกนาฏกรรมลักษณะนี้ รวมถึงจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2558 ที่คร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 9,000 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5865702?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;น้ำท่วมหิมาลัยดับ 469 สูญหายเฉียดพัน เนปาล-จีน เตือนอาจมาอีกระลอก ทิเบตเจอดินไหวซ้ำ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>น้ำท่วมหิมาลัยดับ 469 สูญหายเฉียดพัน เนปาล-จีน เตือนอาจมาอีกระลอก ทิเบตเจอดินไหวซ้ำ</dc:alternative><dc:abstract>น้ำท่วมหิมาลัยดับ 469 สูญหายเฉียดพัน เนปาล-จีน เตือนอาจมาอีกระลอก ทิเบตเจอดินไหวซ้ำ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-28T15:15:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-28T15:15:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cj.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cj-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cj.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cj-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cj-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cj-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cj1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cj1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>900</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>900</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cj2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/cj2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1600</mi:x1><mi:y1>1200</mi:y1><mi:x2>1600</mi:x2><mi:y2>1200</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เปิดภาพมุมสูง &#8216;ด่านจี๋หลง&#8217; หลังโคลนถล่ม ทหารจีนบินสำรวจเส้นทางกู้ภัย-อพยพ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5865462]]></link><pubDate>2026-08-27T19:49:48+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5865462</guid><description>เปิดภาพมุมสูง &amp;#8216;ด่านจี๋หลง&amp;#8217; หลังโคลนถล่ม ทหารจีนบินสำรวจเส้นทางกู้ภัย-อพยพ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม สำนักข่าวซินหัว ได้เผยแพร่ภาพมุมสูงจากพื้นที่เกิดเหตุโคลนถล่มบริเวณด่านจี๋หลง ซึ่งเป็นด่านบ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เปิดภาพมุมสูง &amp;#8216;ด่านจี๋หลง&amp;#8217; หลังโคลนถล่ม ทหารจีนบินสำรวจเส้นทางกู้ภัย-อพยพ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม สำนักข่าวซินหัว ได้เผยแพร่ภาพมุมสูงจากพื้นที่เกิดเหตุโคลนถล่มบริเวณด่านจี๋หลง ซึ่งเป็นด่านบกแห่งสำคัญที่เชื่อมต่อจีนกับเนปาล ในเขตปกครองตนเองซีจ้าง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน  โดยเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำของกองบินทหารบกประจำเขตทหารซีจ้าง เดินทางถึงน่านฟ้าเหนือด่านจี๋หลงตอน 13.02 น. ของวันที่ 27 ส.ค. ก่อนบินวนค้นหาผู้ประสบภัย สำรวจความเสียหาย และประเมินเส้นทางสำหรับปฏิบัติการกู้ภัยและอพยพผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5865462?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เปิดภาพมุมสูง &amp;#8216;ด่านจี๋หลง&amp;#8217; หลังโคลนถล่ม ทหารจีนบินสำรวจเส้นทางกู้ภัย-อพยพ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เปิดภาพมุมสูง ‘ด่านจี๋หลง’ หลังโคลนถล่ม ทหารจีนบินสำรวจเส้นทางกู้ภัย-อพยพ</dc:alternative><dc:abstract>เปิดภาพมุมสูง ‘ด่านจี๋หลง’ หลังโคลนถล่ม ทหารจีนบินสำรวจเส้นทางกู้ภัย-อพยพ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-27T12:49:48+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-27T12:49:48+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jilong1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jilong1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jilong1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jilong1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jilong4.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jilong4-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>650</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>650</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jilong3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jilong3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>677</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>677</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jilong2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jilong2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1000</mi:x1><mi:y1>562</mi:y1><mi:x2>1000</mi:x2><mi:y2>562</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jilong5.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jilong5-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[วังนอร์เวย์ แถลงคืบหน้า พระอาการประชวร คิงฮารัลด์ที่ 5 อยู่ในขั้นวิกฤตมาก ควีน-มกุฎราชกุมารเสด็จรพ.]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5864845]]></link><pubDate>2026-08-27T15:42:55+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5864845</guid><description>วังนอร์เวย์ แถลงคืบหน้า พระอาการประชวร คิงฮารัลด์ที่ 5 อยู่ในขั้นวิกฤตมาก ควีน-มกุฎราชกุมารเสด็จรพ. สำนักพระราชวังแห่งนอร์เวย์ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ถึงพระอาการประชวรของสมเด็จพระราชาธ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;วังนอร์เวย์ แถลงคืบหน้า พระอาการประชวร คิงฮารัลด์ที่ 5 อยู่ในขั้นวิกฤตมาก ควีน-มกุฎราชกุมารเสด็จรพ.&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักพระราชวังแห่งนอร์เวย์ เผยแพร่แถลงการณ์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ถึงพระอาการประชวรของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ พระชนมายุ 89 พรรษา ว่า กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 ทรงมีพระอาการทรุดลงขณะประทับรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งชาติในกรุงออสโล และขณะนี้พระอาการทรงอยู่ในขั้นวิกฤตมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์สำนักพระราชวังระบุต่อว่า ในการนี้ สมเด็จพระราชินีซอนยา แห่งนอร์เวย์ พระมเหสีของพระองค์ และเจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์และพระราชโอรส ทรงได้ยกเลิกพระราชกรณียกิจที่วางแผนไว้ทั้งหมดแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สื่อนอร์เวย์รายงานว่า มีผู้พบเห็นสมาชิกในครอบครัวของกษัตริย์ฮารัลที่ 5 ซึ่งรวมถึงเจ้าชายโฮกุน พร้อมด้วยเจ้าหญิงเม็ตเตอมาริต พระชายา และสมเด็จพระราชินีซอนยา ได้เสด็จมายังโรงพยาบาลแห่งชาติด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้อยแถลงข้างต้นเป็นแถลงการณ์ฉบับล่าสุดหลังจากสำนักพระราชวังนอร์เวย์เผยแพร่อย่างต่อเนื่อง หลังจากกษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 ผู้ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐที่ทรงมีพระชนมายุมากที่สุดในยุโรป เสด็จประทับโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อทรงรับการถวายการรักษาพระอาการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสพระโลหิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อสัปดาห์ก่อน สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ว่ากษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 ทรงมีพระอาการโลหิตจางชนิดฮีโมไลติกและทรงได้รับการถวายพระโอสถกลุ่มยาคอร์ติโซน ซึ่งทำให้เกิดการสะสมของเหลวในพระวรกาย จนต้องทรงเข้ารับการถวายการรักษาในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 ทรงขึ้นครองราชย์ในปี 1991 แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ พระองค์ทรงเข้าประทับโรงพยาบาลหลายครั้งเนื่องจากพระอาการประชวร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในปี 2024 พระองค์ทรงประกาศว่าจะทรงลดพระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติลงเนื่องด้วยพระชนมพรรษาที่มากขึ้น แต่ทรงยืนยันว่าจะไม่สละราชสมบัติ โดยตรัสว่าพระราชสัตย์ปฏิญาณในฐานะกษัตริย์นั้นมีผลผูกพันไปตลอดพระชนมชีพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ในระหว่างที่ทรงรักษาพระวรกายครั้งนี้ เจ้าชายโฮกุน มกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ เป็นผู้ทรงปฏิบัติหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวจากนายโยนัส การ์ สเตอเรอ นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ที่กล่าวผ่านแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ประชาชนทั้งชาติร่วมส่งกำลังใจและความปรารถนาดีถวายแด่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายมาซูด การาห์คานี ประธานรัฐสภานอร์เวย์ ได้ยุติการเยือนไอซ์แลนด์อย่างเป็นทางการในทันทีและกำลังเดินทางกลับนอร์เวย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะที่คณะกรรมาธิการด้านการต่างประเทศและการป้องกันของนอร์เวย์ ระบุว่า สมาชิกของคณะกรรมาธิการดังกล่าวจะเดินทางกลับจากเกาหลีใต้เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ รายงานข่าวระบุว่า คณะบิชอปแห่งคริสตจักรลูเธอรันแห่งนอร์เวย์ ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนกรุงโรมเพื่อเข้าพบสมเด็จพระสันตะปาปาในโอกาสพิเศษ ก็ได้ประกาศว่าจะเดินทางกลับประเทศโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5864845?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;วังนอร์เวย์ แถลงคืบหน้า พระอาการประชวร คิงฮารัลด์ที่ 5 อยู่ในขั้นวิกฤตมาก ควีน-มกุฎราชกุมารเสด็จรพ.&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>วังนอร์เวย์ แถลงคืบหน้า พระอาการประชวร คิงฮารัลด์ที่ 5 อยู่ในขั้นวิกฤตมาก ควีน-มกุฎราชกุมารเสด็จรพ.</dc:alternative><dc:abstract>วังนอร์เวย์ แถลงคืบหน้า พระอาการประชวร คิงฮารัลด์ที่ 5 อยู่ในขั้นวิกฤตมาก ควีน-มกุฎราชกุมารเสด็จรพ.</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-27T09:10:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-27T09:10:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T080233Z_1712505677_RC2UTDAPR2KC_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T080233Z_1712505677_RC2UTDAPR2KC_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T080233Z_1712505677_RC2UTDAPR2KC_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T080233Z_1712505677_RC2UTDAPR2KC_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T080233Z_1712505677_RC2UTDAPR2KC_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T080233Z_1712505677_RC2UTDAPR2KC_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T081036Z_297562843_RC2V6NA3YH09_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T081036Z_297562843_RC2V6NA3YH09_RTRMADP_3_NORWAY-ROYALS-KING-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>485</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>485</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เกาหลีเหนือ ประณามสหรัฐ ขายอาวุธให้เกาหลีใต้ มูลค่า 4.1 พันล้านบ. กร้าวเจอตอบโต้หนักแน่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5864719]]></link><pubDate>2026-08-27T14:31:38+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5864719</guid><description>เกาหลีเหนือ ประณามสหรัฐ ขายอาวุธให้เกาหลีใต้ มูลค่า 4.1 พันล้านบ. กร้าวเจอตอบโต้หนักแน่ เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) กระบอกเสียงเปียงยางรายงานว่า กระทรวงต่างประเทศของเกาหลีเหนือแถ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เกาหลีเหนือ ประณามสหรัฐ ขายอาวุธให้เกาหลีใต้ มูลค่า 4.1 พันล้านบ. กร้าวเจอตอบโต้หนักแน่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) กระบอกเสียงเปียงยางรายงานว่า กระทรวงต่างประเทศของเกาหลีเหนือแถลงประณามสหรัฐอเมริกา ต่อกรณีอนุมัติการขายขีปนาวุธและยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มีมูลค่า 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,100 ล้านบาท ให้กับเกาหลีใต้ พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศอย่างแข็งกร้าวว่าเกาหลีเหนือจะตอบโต้อย่างรุนแรงและทันทีต่อการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ในด้านต่างๆ ของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราได้ตระหนักอย่างชัดเจนอีกครั้งถึงท่าทีของสหรัฐที่แสดงออกอย่างเปิดเผยว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) มาโดยตลอด” โฆษกกระทรวงต่างประเทศของเกาหลีเหนือกล่าว โดยระบุถึงชื่อประเทศของตนที่ใช้อย่างเป็นทางการ และว่า ในปีนี้สหรัฐได้อนุมัติการขายระบบอาวุธหลากหลายประเภทให้กับเกาหลีใต้ไปแล้ว ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธยิงจากอากาศสู่อากาศที่ทันสมัย เฮลิคอปเตอร์สำหรับกองทัพเรือ เฮลิคอปเตอร์โจมตี และระเบิดนำวิถีที่มีความแม่นยำสูง ทั้งยังสนับสนุนให้เกาหลีใต้เพิ่มขีดความสามารถในการทำสงคราม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ในขณะที่การบูรณาการทางทหารระหว่างสหรัฐและพันธมิตรในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เราไม่อาจมองข้ามผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นต่อสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในภูมิภาคจากการที่สหรัฐขายอาวุธให้กับเกาหลีใต้ได้” โฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ถ้อยแถลงข้างต้นเป็นการตอบโต้กรณีที่กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐได้อนุมัติการขายขีปนาวุธทางยุทธวิธีแบบอากาศสู่อากาศ AIM-9X Sidewinder พร้อมยุทโธปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มูลค่า 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่เกาหลีใต้ ซึ่งเกาหลีเหนือระบุว่าเป็นภัยคุกคามใหม่ต่อสถานการณ์ความมั่นคงของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้เกาหลีเหนือยังวิจารณ์แผนการของสหรัฐที่จะให้เงินทุนสนับสนุนกิจกรรมเกี่ยวกับการจัดทำข้อมูลสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนและการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประเทศเกาหลีเหนือ โดยมองว่าความพยายามดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ที่มุ่งเป้าสร้างความไร้เสถียรภาพให้กับระบบสังคมของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ท่าทีนี้ของเกาหลีเหนือยังมีขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ พยายามจะพื้นการเจรจากับนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนืออีกครั้ง โดยทรัมป์กล่าวอ้างเมื่อต้นเดือนนี้ว่า ผู้นำคิมได้ตอบรับการติดต่อของเขาแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นักวิเคราะห์กล่าวว่า ฝ่ายเกาหลีเหนือได้แสดงให้เห็นถึงความยินดีเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่จะกลับมาเจรจากับสหรัฐอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5864719?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เกาหลีเหนือ ประณามสหรัฐ ขายอาวุธให้เกาหลีใต้ มูลค่า 4.1 พันล้านบ. กร้าวเจอตอบโต้หนักแน่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เกาหลีเหนือ ประณามสหรัฐ ขายอาวุธให้เกาหลีใต้ มูลค่า 4.1 พันล้านบ. กร้าวเจอตอบโต้หนักแน่</dc:alternative><dc:abstract>เกาหลีเหนือ ประณามสหรัฐ ขายอาวุธให้เกาหลีใต้ มูลค่า 4.1 พันล้านบ. กร้าวเจอตอบโต้หนักแน่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-27T07:31:38+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-27T07:31:38+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T055910Z_1529522771_RC2B1MA3Y6HM_RTRMADP_3_NORTHKOREA-USA-SOUTHIKOREA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T055910Z_1529522771_RC2B1MA3Y6HM_RTRMADP_3_NORTHKOREA-USA-SOUTHIKOREA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T055910Z_1529522771_RC2B1MA3Y6HM_RTRMADP_3_NORTHKOREA-USA-SOUTHIKOREA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T055910Z_1529522771_RC2B1MA3Y6HM_RTRMADP_3_NORTHKOREA-USA-SOUTHIKOREA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T055910Z_1529522771_RC2B1MA3Y6HM_RTRMADP_3_NORTHKOREA-USA-SOUTHIKOREA-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T055910Z_1529522771_RC2B1MA3Y6HM_RTRMADP_3_NORTHKOREA-USA-SOUTHIKOREA-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เผยสาเหตุ ทำไมน้ำป่าเนปาล รุนแรง นักวิชาการเผยสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง แนะวิธีหลบภัย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5864273]]></link><pubDate>2026-08-27T12:14:07+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5864273</guid><description>เผยสาเหตุ ทำไมน้ำป่าเนปาล รุนแรง นักวิชาการเผยสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง แนะวิธีหลบภัย จากกรณี เกิดน้ำป่าไหลหลากครั้งใหญ่ในประเทศเนปาล ที่ตั้งอยู่ในแถบเทือกเขาหิมาลัย หมู่บ้านหลายแห่งถูกกระแสน้ำพัดหายไป  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เผยสาเหตุ ทำไมน้ำป่าเนปาล รุนแรง นักวิชาการเผยสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง แนะวิธีหลบภัย&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;จากกรณี เกิดน้ำป่าไหลหลากครั้งใหญ่ในประเทศเนปาล ที่ตั้งอยู่ในแถบเทือกเขาหิมาลัย หมู่บ้านหลายแห่งถูกกระแสน้ำพัดหายไป และสร้างความเสียหายแก่ถนน สะพาน และโครงการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ใกล้ชายแดนทิเบต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์อ้างสำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตใน &lt;strong&gt;ทิเบต&lt;/strong&gt; แล้วอย่างน้อย 3 ราย และ&lt;strong&gt;มีผู้สูญหาย 558 ราย&lt;/strong&gt; ขณะที่ตำรวจใน &lt;strong&gt;เนปาล&lt;/strong&gt; รายงานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในเนปาลอย่างน้อย 162 ราย ผู้สูญหายจำนวน 826 คน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติเกือบ 600 คน&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5864274&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;สูญหายเกือบ 1,500 เหตุโคลนถล่ม-น้ำท่วมฉับพลัน เขย่าทิเบต-เนปาล ชี้สาเหตุจากธารน้ำแข็งพังถล่ม&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5864057&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;น้ำป่าไหลหลากเนปาล ดับ 150 สูญหาย 484 คน รบ. เรียกประชุมฉุกเฉิน&lt;/a&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม &lt;strong&gt;นายสนธิ คชวัฒน์&lt;/strong&gt; นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก &lt;a href=&quot;https://www.facebook.com/sonthi.kotchawat&quot; target=&quot;_blank&quot; rel=&quot;noopener&quot;&gt;&lt;strong&gt;Sonthi Kotchawat&lt;/strong&gt;&lt;/a&gt; เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ระบุว่า &lt;strong&gt;ภาวะโลกร้อน&amp;#8230;สึนามิบนภูเขา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกิดเหตุการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากครั้งใหญ่บริเวณชายแดนเนปาลและทิเบต (ประเทศจีน) เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2569 พบรผู้เสียชีวิตรวมอย่างน้อย 160 ราย (โดยพบในฝั่งเนเปาล 157 ราย และฝั่งทิเบต/จีน 3 ราย) และคาดว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;สาเหตุของภัยพิบัติภัยพิบัติครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากฝนตกหนักเป็นหลัก&lt;/strong&gt; แต่เกิดจากปัจจัยทางธรณีวิทยาและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ดังนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1.แผ่นดินไหวและธารน้ำแข็งถล่ม&lt;/strong&gt; (Ice-Rock Avalanche) ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานธรณีวิทยา ระบุว่า เกิดแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวขนาดเล็กในพื้นที่ (ประมาณขนาด 4.4-5.2) ส่งผลให้ส่วนล่างของธารน้ำแข็งขนาดมหึมาบนเทือกเขาหิมาลัยแตกตัวและถล่มลงมาอย่างรุนแรง ทำให้ก้อนน้ำแข็งและหินปริมาณมหาศาลตกลงสู่ก้นหุบเขาและแม่น้ำเลนเดโคลา (Lhende Khola) ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต จนเกิดดินโคลนถล่ม ถล่มทับที่ท่าเรือจี๋หลง (Gyirong Port) ในฝั่งทิเบตและเกิดการกระตุ้นให้เกิดมวลน้ำป่าไหลหลาก (Flash Flood) ซัดเข้าท่วมหมู่บ้าน ถนนสะพานเชื่อมพรมแดนและโครงการเขื่อนไฟฟ้าในฝั่งเนปาลพังทลายลงในเวลาไม่กี่นาที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2.ผลกระทบมาจากภาวะโลกร้อน &lt;/strong&gt;โดย นักวิทยาศาสตร์และกลุ่มวิจัยสภาพภูมิอากาศ ICIMOD ระบุว่าเทือกเขาหิมาลัยกำลังเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้น จะทำให้ธารน้ำแข็งเปราะบางและเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติฉับพลันในลักษณะนี้บ่อยครั้งขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;h4&gt;&lt;strong&gt;ฝนตกหนัก อยู่ใกล้เชิงเขา..เอาตัวรอดอย่างไร?&lt;/strong&gt;&lt;/h4&gt;
&lt;p&gt;การอยู่อาศัยใกล้พื้นที่ภูเขาสูงหรือพื้นที่ลาดเชิงเขาในช่วงที่มีฝนตกหนัก จะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิดภัยพิบัติ คือ น้ำป่าไหลหลาก (Flash Flood) และ ดินโคลนถล่ม (Landslide)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1.สัญญาณเตือนภัยธรรมชาติที่ต้องเฝ้าระวัง!&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.1.ฝนตกหนักต่อเนื่องยาวนาน ฝนตกติดต่อกันนานมากกว่า 6 ชั่วโมงหรือมีปริมาณน้ำฝนสะสมมากกว่า 100 มิลลิเมตรต่อวัน ดินบนภูเขาจะอุ้มน้ำจนอิ่มตัวและพร้อมจะถล่มลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.2.สีของน้ำในลำห้วยเปลี่ยนไปโดย น้ำเปลี่ยนจากใสเป็นสีขุ่นเข้ม มีสีส้ม ขุ่นแดงหรือสีเดียวกับดินบนภูเขาแสดงว่ามวลดินด้านบนเริ่มพังทลายและไหลลงมาตามกระแสน้ำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.3.ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยระดับน้ำในทางน้ำ ลำธาร หรือห้วยใกล้บ้าน เพิ่มสูงขึ้นอย่างฉับพลันผิดปกติ ในทางกลับกันหากน้ำลดลงอย่างรวดเร็วก็อันตรายเพราะอาจมีเศษซากไม้ไปอุดกั้นทางน้ำด้านบนและพร้อมจะพัดทลายลงมาเป็นมวลน้ำขนาดใหญ่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.4. มีเศษซากธรรมชาติลอยมากับน้ำ มีกิ่งไม้ หิน ดินโคลน หรือต้นไม้ขนาดเล็กหักโค่นไหลปนมากับกระแส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.5.ได้ยินเสียงผิดปกติจากในป่าหรือภูเขา หากได้ยินเสียงดังกึกก้อง เสียงครืนๆ คล้ายพายุ หรือเสียงหินและต้น ไม้หักโค่นเลื่อนไถลมาจากทางต้นน้ำ รวมถึงเห็นพฤติกรรมสัตว์ป่าที่วิ่งแตกตื่นลงมาจากเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.6.พื้นดินหรือสิ่งปลูกสร้างเริ่มเคลื่อนตัว หากสังเกตเห็นรอยแยกบนพื้นดิน รอยร้าวบนผนังบ้านที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วหรือต้นไม้ เสาไฟฟ้า และรั้วบ้านเริ่มเอนเอียงโดยไม่มีสาเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2.การปฏิบัติตัวเมื่อพบสัญญาณเตือน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.1.เตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน (Grab- and -Go Bag)โดย บรรจุเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย และพาวเวอร์แบงก์ไว้ในที่ที่หยิบง่ายที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.2.รีบตัดไฟฟ้าทันที หากประเมินว่าน้ำจะเริ่มเข้าบ้าน ให้รีบสับคัตเอาต์หลักเพื่อป้องกันไฟฟ้ารั่วและดูด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.3.อพยพทันที รีบหนีขึ้นที่สูงหรือไปยังจุดปลอดภัยที่ทางราชการกำหนดทันที อย่ารอช้าหรือมัวแต่เก็บของ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.4.ห้ามลุยน้ำเชี่ยว หากต้องเดินลุยน้ำหรือถูกกระแสน้ำพัด ห้ามว่ายน้ำหนีเด็ดขาด ให้เกาะต้นไม้ใหญ่หรือหาที่ยึดเกาะที่มั่นคง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.5.เบอร์โทรสายด่วนฉุกเฉินที่ควรบัน ทึกไว้ 1784: สายด่วนนิรภัย ปภ. (แจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือภัยพิบัติ)&lt;/p&gt;
&lt;h4&gt;&lt;strong&gt;เตือนภัยอย่างไร?ให้ประชาชนใกล้เขาสูงรอดจากน้ำท่วม โคลนถล่ม!&lt;/strong&gt;&lt;/h4&gt;
&lt;p&gt;ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) จากพื้นที่สูงหรือภูเขาลงสู่ชุมชนที่ราบลุ่มด้านล่างเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งอาศัยการบูรณาการระหว่างเทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเข้าด้วยกัน..&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;strong&gt;องค์ประกอบหลักของระบบเตือนภัย ระบบสากลเขาทำกันอย่างไร?&lt;/strong&gt;&lt;/li&gt;
&lt;/ul&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1.การตรวจวัดและเฝ้าระวัง (Detection &amp;amp; Monitoring)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.1.ติดตั้ง สถานีวัดน้ำฝนบนภูเขา เพื่อตรวจจับปริมาณน้ำฝนสะสม หากฝนตกหนักเกินเกณฑ์เสี่ยง (เช่น เกิน 100 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง) ระบบจะเริ่มเฝ้าระวังเป็นพิเศษและส่งสัญญาณ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.2.ติดตั้งเซนเซอร์วัดระดับน้ำและอัตราการไหล โดยติดตั้งบริเวณต้นน้ำหรือลำห้วยบนภูเขา เพื่อดูว่าระดับน้ำยกระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.3.ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนตัวของดิน (Soil Moisture &amp;amp; Move ment Sensors) จะตรวจวัดความอิ่มตัวของน้ำในดินบนลาดเขา เพื่อคาดการณ์โอกาสเกิดดินโคลนถล่มที่อาจมาพร้อมกับน้ำป่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2.การวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินความเสี่ยง (Data Analysis &amp;amp; Forecasting)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.1.ข้อมูลจากเซนเซอร์บนเขาจะถูกส่งผ่านระบบสัญญาณดาวเทียมโทรมาตร (Telemetry) หรือเครือข่ายมือถือเข้าสู่ศูนย์ส่วนกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.2.คอมพิวเตอร์จะคำนวณระยะทาง ความเร็วของกระแสน้ำ และเวลาที่น้ำจะหลากลงมาถึงชุมชนด้านล่าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3.การกระจายข่าวสารและการแจ้งเตือน (Dissemination&amp;amp; Communica tion)&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.1.ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติโดยจะส่งข้อความสั้น (SMS) หรือระบบเตือนภัยฉุกเฉิน (Broadcast) เข้ามือถือของคน ในพื้นที่ทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.2 สัญญาณเตือนภัยในชุมชน หอเตือนภัยจะส่งเสียงไซเรน รวมถึงการใช้เสียงตามสายของหมู่บ้านเพื่อประ กาศให้ชาวบ้านทราบระดับความรุนแรง (เช่น ไฟสีเขียว = เฝ้าระวัง, สีเหลือง = เตรียมพร้อม, สีแดง = อพยพ)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;4.การตอบสนองของชุมชน&lt;/strong&gt; (Community Response Capability) ชุมชนต้องมีแผนการอพยพที่ชัดเจน รู้เส้นทางหนีน้ำ และต้องรู้ว่าจุดรวมพลที่ปลอดภัยอยู่ที่ไหน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;5.ตัวอย่างให้เห็นภาพ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;5.1.ให้จินตนาการว่าภูเขาสูงคือ &amp;#8220;หลัง คาบ้าน&amp;#8221; และชุมชนคือ &amp;#8220;คนที่ยืนอยู่ข้างล่าง&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;5.2.สถานการณ์ ถ้าฝนตกหนักมากบนหลังคา น้ำจะไหลลงรางน้ำลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว ระบบเตือนภัยเปรียบเสมือน &amp;#8220;ตา&amp;#8221; ที่คอยมองอยู่บนหลังคา พอเห็นน้ำเริ่มล้นรางปุ๊บก็จะตะโกนบอก คนที่อยู่ข้างล่างให้หลบได้ทัน ก่อนที่จะโดนน้ำสาดใส่ตัวนั่นเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยังได้โพสต์คลิปวิดีโอเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า &amp;#8220;น้ำป่าดินถล่มในเนปาล/ทิเบตเกิดขึ้นได้อย่างไร เกี่ยวกับโลกร้อนไหม เมืองไทยมีโอกาสเจอหรือเปล่า นำมาสรุปให้เพื่อนธรณ์ครับ&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยใจความในคลิปวิดีโอดังกล่าว ระบุว่า &amp;#8220;เราเห็นภาพเหตุการณ์แล้วว่ามันน่ากลัวมาก ทำไมมันถึงเกิดขึ้นอย่างนั้น อย่างแรกสุดมันเกี่ยวข้องกับเรื่องของโลกร้อน พื้นที่นั้นเป็นพื้นที่ภูเขา น้ำส่วนใหญ่มาจากกลาเซียร์ต่างๆ ที่อยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ปัญหาสำคัญคือโลกร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิสูงขึ้น กลาเซียร์หรือธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น ซึ่งเกิดในทั่วโลก เราจะเห็นภาพในยุโรปเห็นชัดมากว่ากลาเซียร์แอลป์หายไปเกือบหมด ตนไปดูมา ไม่ว่าจะเป็นที่ปาตาโกเนียก็หายหมดอย่างรวดเร็ว ที่แคนาดาก็หายไปอย่างเห็นได้ชัด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในหิมาลายันหรือเทือกเขาหิมาลัย กลาเซียร์ละลายเร็วมาก เทียบกับในอดีต เมื่อประมาณ 20-30 ปีก่อน กลาเซียร์ที่หิมาลัยละลายเร็วขึ้น 2 เท่าเป็นอย่างน้อย และยิ่งละลายมากขึ้นๆ จนคาดการณ์กันว่าถ้ายังเป็นอย่างนี้ต่อไปโลกเราใกล้จะแตะ 1.5 องศาเซลเซียส ถ้าไปถึง 2 องศาฯ กลาเซียร์ในหิมาลัยอาจจะละลายหายไปถึงครึ่งหนึ่งหรืออาจจะกว่านั้น การละลายของกลาเซียร์ทำให้เกิดน้ำปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในพื้นที่ต่างๆ ของหิมาลัยซึ่งเป็นเทือกเขาสูงชัน ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงฤดูมรสุมของพื้นที่แถวนั้นด้วย ฝนตก ดิน หิน ก็เต็มไปด้วยน้ำ เมื่อกลาเซียร์ละลายมากๆ และมีฝนตกมารวมกัน มันเกิดการพังทลายขึ้นมา เพราะฉะนั้นการพังทลายมันก็ถล่มโครมมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวหลายแห่งรายงานว่าเกิดแผ่นดินไหว กลาเซียร์ถึงพังทลาย หินถล่ม แต่จริงๆ แล้วทางสหรัฐอเมริกาบอกว่ามันเป็นเพราะว่ากลาเซียร์ถล่มทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน จนดูเหมือนแผ่นดินไหว มันกลับกันไม่ใช่แผ่นดินไหวแล้วทำให้กลาเซียร์ถล่ม แปลว่ามันถล่มใหญ่มาก เมื่อถล่มลงมาก็ลงมาบล็อกพื้นที่แถวนั้นเป็นวีเชปวัลเลย์ มันถล่มลงมาก็มาบล็อกส่วนที่เป็นตัววี จากนั้นน้ำข้างบนก็ละลายมาสะสมขึ้นเรื่อยๆ คล้ายเป็นทะเลสาบ เมื่อน้ำอัดเพิ่มมาเรื่อยๆ จนตัวเขื่อนธรรมชาติที่เกิดจากกลาเซียร์ถล่ม ก็ไม่มีทางไปต้านทานน้ำขนาดนั้นได้ เมื่อน้ำเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขื่อนธรรมชาติก็ถล่มในฉับพลัน เราจะเห็นในภาพข่าวคลิปต่างๆ ว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นร่องเขาสูงชันทั้งนั้น มีแม่น้ำอยู่ข้างล่าง น้ำก็วิ่งลงมา เขื่อนหรือบ้านเรือนชุมชน ที่อยู่ริมแม่น้ำ แม้จะสูงกว่าระดับน้ำปกติ แต่เมื่อน้ำลงมาในลักษณะกำแพงน้ำฉับพลันมันก็เกิดการท่วมและพุ่งไปตามเส้นทางเหล่านั้นลงมากลายเป็นภาพที่เราเห็น เมื่อแม่น้ำกว้างขึ้นน้ำก็จะกระจายออกไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลักษณะเช่นนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดเป็นครั้งแรก เมื่อ 2-3 ปีก่อนก็เคยเกิดในพื้นที่หิมาลัยเหมือนกัน และส่งผลกระทบยาวไปกว่า 300 กม. ปัญหาคือเหตุการณ์ลักษณะนี้จะเกิดบ่อยขึ้น อย่างที่เราทราบอยู่ว่าโลกร้อนขึ้น ตอนนี้เข้าสู่ซูเปอร์เอลนีโญด้วย อุณหภูมิของโลกในปีหน้าก็อาจจะเป็นปีที่ร้อนที่สุด เพราะฉะนั้นมันก็จะเกิดขึ้นอีก และในอนาคตก็จะเกิดขึ้นอีกเป็นระยะๆ โอกาสที่เราจะไปหาดูว่ากลาเซียร์อันไหนตรงไหนที่มันจะถล่มเพราะว่ามันละลายเร็วจัด คงเป็นไปอย่างลำบากมาก เพราว่าบนยอดเขาหิมาลัยมีกลาเซียร์อยู่เยอะแยะ และประเทศโดยรอบก็ไม่มีงบประมาณหรือเทคโนโลยีพอที่จะไปติดตั้งตามหาจุดถล่มให้ครบทุกที่ได้ จึงเป็นความเสี่ยงในพื้นที่แบบนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในขณะที่เมืองไทยเราไม่มีกลาเซียร์ แต่มีลักษณะของการบล็อกโดยเขื่อนธรรมชาติ เนื่องจากดินถล่มลงมา บริเวณต้นน้ำ ขณะที่ฝนตกลงมาในลักษณะของเรนบอมบ์ แล้วมาอัดกันทำให้กำแพงน้ำกำแพงธรรมชาติพังฉับพลัน ดินโคลนไหลลงมาโดยฉับพลัน เรามีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์อย่างนั้น จริงๆ ในอดีต หลายพื้นที่ก็เคยเกิดขึ้น ตามหุบเขาเทือกเขา ที่มีการถล่มของน้ำและโคลน เช่น อ.แม่สาย จ.เชียงราย ย้อนหลังไปไม่กี่ปีก่อน จึงเป็นเรื่องที่น่ากลัว เป็นภัยคุกคามของโลกร้อนในยุคนี้ซึ่งเกิดความแปรปรวนและเกิดผลกระทบในพื้นที่ต่างๆ ในรูปแบบแตกต่างกัน ของเราก็คงต้องระมัดระวังกันไว้ แต่เท่าที่ทราบในพื้นที่ที่มีโอกาสเสี่ยงดินถล่มต่างๆ ก็มีหลายหน่วยงานพยายามเข้าไปวางระบบเตือนภัยไว้ เพียงแต่ก็ขอว่าให้มันใช้ได้จริง และทันต่อเหตุการณ์ สุดท้ายก็คงต้องขอแสดงความเสียใจกับชาวเนปาล ชาวจีน และชาวทิเบตในพื้นที่ รวมถึงนักท่องเที่ยวที่บาดเจ็บสูญหายไป ขอแสดงความเสียใจไว้ ณ ที่นี้&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;iframe loading=&quot;lazy&quot; style=&quot;border: none; overflow: hidden;&quot; src=&quot;https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&amp;amp;href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Freel%2F2504981013249122%2F&amp;amp;show_text=false&amp;amp;width=267&amp;amp;t=0&quot; width=&quot;267&quot; height=&quot;476&quot; frameborder=&quot;0&quot; scrolling=&quot;no&quot; allowfullscreen=&quot;allowfullscreen&quot;&gt;&lt;/iframe&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5864273?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เผยสาเหตุ ทำไมน้ำป่าเนปาล รุนแรง นักวิชาการเผยสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง แนะวิธีหลบภัย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เผยสาเหตุ ทำไมน้ำป่าเนปาล รุนแรง นักวิชาการเผยสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง แนะวิธีหลบภัย</dc:alternative><dc:abstract>เผยสาเหตุ ทำไมน้ำป่าเนปาล รุนแรง นักวิชาการเผยสัญญาณเตือนที่ต้องระวัง แนะวิธีหลบภัย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-27T07:23:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-27T07:23:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/a40-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/a40-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/a39.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/a39-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/a40-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/a40-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สูญหายเกือบ 1,500 เหตุโคลนถล่ม-น้ำท่วมฉับพลัน เขย่าทิเบต-เนปาล ชี้สาเหตุจากธารน้ำแข็งพังถล่ม]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5864274]]></link><pubDate>2026-08-27T11:53:14+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5864274</guid><description>สูญหายเกือบ 1,500 เหตุโคลนถล่ม-น้ำท่วมฉับพลัน เขย่าทิเบต-เนปาล ชี้สาเหตุจากธารน้ำแข็งพังถล่ม เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์อ้างสำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติจากเหตุโคลน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สูญหายเกือบ 1,500 เหตุโคลนถล่ม-น้ำท่วมฉับพลัน เขย่าทิเบต-เนปาล ชี้สาเหตุจากธารน้ำแข็งพังถล่ม&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม สำนักข่าวเอพีและรอยเตอร์อ้างสำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติจากเหตุโคลนถล่มที่มีสาเหตุจากธารน้ำแข็งพังถล่มในทิเบต เขตปกครองตนเองของจีน ติดกับประเทศเนปาลว่า ได้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในทิเบตแล้วอย่างน้อย 3 ราย และมีผู้สูญหาย 558 ราย ขณะที่ตำรวจในเนปาลรายงานว่าเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในเนปาลอย่างน้อย 162 ราย สูญหายอีกกว่า 826 ราย หลังจากเกิดน้ำท่วมฉับพลันไหลบ่าถล่มชายแดนเนปาลและจีนเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีรายงานว่า ในจำนวนผู้สูญหายจากเหตุโคลนถล่มในทิเบต 558 รายนั้น เป็นชาวต่างชาติ 260 คน และมีการช่วยเหลือชาวบ้านได้ 2 คน ทั้งนี้ ข้อมูลในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี(27 ส.ค.)ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ในเนปาลระบุว่า มีรายงานผู้สูญหายจำนวน 826 คน ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติเกือบ 600 คน โดยนายสุนิล ชาร์มา โฆษกคณะกรรมการการท่องเที่ยวของเนปาล เปิดเผยว่า ในจำนวนผู้สูญหายนี้มีชาวอินเดีย 133 คน ที่เดินทางมาแสวงบุญยังภูเขาไกรลาส ในฝั่งทิเบต ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้สูญหายที่เป็นชาวอเมริกัน 47 ราย ชาวออสเตรเลีย 34 ราย ชาวอังกฤษ 33 ราย และชาวแคนาดา 24 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่าได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับชาวอเมริกันที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ เพนนี หว่อง รัฐมนตรีต่างประเทศของออสเตรเลีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ชาวออสเตรเลียอย่างน้อย 34 คน ที่เดินทางไปแสวงบุญและเดินป่าสูญหาย และว่า ขณะนี้รัฐบาลเนปาลยังไม่ได้ขอความช่วยเหลือ แต่ออสเตรเลียกำลังประสานงานกับเนปาล สหประชาชาติ สภากาชาด และองค์กรอื่นๆ ในการตอบสนองด้านมนุษยธรรม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนกระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซียได้แก้ไขตัวเลขผู้สูญหายเพิ่มขึ้นจากเหตุภัยพิบัติในเนปาลและทิเบตครั้งนี้ โดยระบุว่า ยังไม่สามารถติดต่อชาวมาเลเซีย 55 คน ในกาฐมาณฑุได้ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายอย่างหนักเป็นอุปสรรคต่อความพยายามในการติดต่อพวกเขา และว่า ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตชาวมาเลเซีย ซึ่งขณะนี้กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและที่อยู่ของพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพเหตุการณ์จากโดรนในเนปาลเผยให้เห็นสภาพถนนที่ถูกทำลายและอาคารบ้านเรือนจมอยู่ใต้กระแสน้ำเชี่ยวกราก ซึ่งมีสีขุ่นข้นคล้ายปูนเปียก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพถ่ายพื้นที่ประสบภัยยังเผยให้เห็นสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นอาคาร 2 ชั้นในเขตนูวาคอตของเนปาลซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยตัวอาคารเต็มไปด้วยคราบโคลนหลังจากกระแสน้ำไหลทะลักผ่านไป มีเศษซากปรักหักพังติดอยู่ตามกิ่งไม้และสายไฟ ยานพาหนะถูกฝังจมอยู่ใต้โคลน และผู้รอดชีวิตบางส่วนที่ยังอยู่ในอาการตื่นตระหนก มีสภาพเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ภัยพิบัติในเนปาลและทิเบตครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ระบบแม่น้ำเลนเดโขลา(Lhende Khola) ได้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน 2 ครั้งในเวลาเพียง 14 เดือน และระบบน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัยที่ไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อย ๆ กำลังคุกคามชุมชน โครงสร้างพื้นฐาน และแหล่งน้ำในภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภูมิภาคนี้เคยประสบกับน้ำท่วมฉับพลันในลักษณะเดียวกันเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เมื่อทะเลสาบธารน้ำแข็งในทิเบตล้นตลิ่งเนื่องจากอุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ รวมถึงสะพานที่เชื่อมระหว่างเนปาลและจีน ได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอพีรายงานว่า หลังเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติโคลนถล่ม-น้ำท่วมฉับพลัน สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) รายงานครั้งแรกว่าเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.4 แมกนิจูด เมื่อเช้าวันพุธ(26 ส.ค.) ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล ไปทางเหนือประมาณ 66 กิโลเมตร ใกล้ชายแดน ต่อมา USGS ได้ปรับการวิเคราะห์ใหม่ โดยระบุว่าแรงสั่นสะเทือนที่วัดได้ 5.2 แมกนิจูด เป็นการถล่มของธารน้ำแข็ง ซึ่งทำให้เศษซากน้ำแข็งไหลลงสู่ลำน้ำและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชนต่างๆ โดย USGS ระบุว่าการวิเคราะห์นี้อิงจากข้อมูลจากสถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวในบริเวณใกล้เคียง คลื่นแผ่นดินไหวระยะยาว และภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศ จาก International Centre for Integrated Mountain Development ในกรุงกาฐมาณฑุ กล่าวให้ความเห็นว่า การถล่มของธารน้ำแข็งอาจเป็นสาเหตุของน้ำท่วมฉับพลันที่เกิดขึ้นเมื่อวันพุธ โดยจากการสังเกตการณ์ทางอุทกวิทยาบ่งชี้ถึงความเร็วและขนาดของคลื่นน้ำท่วมที่ผิดปกติ โดยระดับน้ำในแม่น้ำตรีศุลีเพิ่มขึ้นถึง 9 เมตร ภายในเวลาครึ่งชั่วโมง และว่า แม่น้ำเลนเดโขลา ซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำโภเตโกชี มีระดับน้ำท่วมสูงสุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“แม่น้ำเลนเดโขลา เกิดน้ำท่วม 2 ครั้งในรอบ 14 เดือน ครั้งนี้เกิดจากหิมะถล่มจากธารน้ำแข็งทางฝั่งเนปาล ซึ่งปิดกั้นทางน้ำและทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันไหลลงสู่ปลายน้ำ” ซัสสวาตา ซานยาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติของกลุ่มวิจัยด้านสภาพภูมิอากาศกล่าว พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าในพื้นที่เทือกเขาหิมาลัยที่กำลังมีอุณหภูมิสูงขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5864274?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สูญหายเกือบ 1,500 เหตุโคลนถล่ม-น้ำท่วมฉับพลัน เขย่าทิเบต-เนปาล ชี้สาเหตุจากธารน้ำแข็งพังถล่ม&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สูญหายเกือบ 1,500 เหตุโคลนถล่ม-น้ำท่วมฉับพลัน เขย่าทิเบต-เนปาล ชี้สาเหตุจากธารน้ำแข็งพังถล่ม</dc:alternative><dc:abstract>สูญหายเกือบ 1,500 เหตุโคลนถล่ม-น้ำท่วมฉับพลัน เขย่าทิเบต-เนปาล ชี้สาเหตุจากธารน้ำแข็งพังถล่ม</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-27T05:20:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-27T05:20:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T040700Z_1429273603_RC2S6NAJGSBE_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T040700Z_1429273603_RC2S6NAJGSBE_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T040700Z_1429273603_RC2S6NAJGSBE_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-27T040700Z_1429273603_RC2S6NAJGSBE_RTRMADP_3_NEPAL-FLOODS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26238503532584.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26238503532584-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>798</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>798</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26238336532697.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26238336532697-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>486</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>486</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อาลัย ทิม เคอร์รี่ นักแสดงชาวอังกฤษในตำนาน เสียชีวิตในวัย 80 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/entertainment/interstars/news_5864176]]></link><pubDate>2026-08-27T10:52:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5864176</guid><description>อาลัย ทิม เคอร์รี่ นักแสดงชาวอังกฤษในตำนาน เสียชีวิตในวัย 80 ปี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม รอยเตอร์ รายงานว่า ทิม เคอร์รี่ นักแสดงชาวอังกฤษผู้โด่งดัง The Rocky Horror Picture Show ในปี 1975 เสียชีวิตแล้วด [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;อาลัย ทิม เคอร์รี่ นักแสดงชาวอังกฤษในตำนาน เสียชีวิตในวัย 80 ปี&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม รอยเตอร์ รายงานว่า &lt;strong&gt;ทิม เคอร์รี่&lt;/strong&gt; นักแสดงชาวอังกฤษผู้โด่งดัง &lt;strong&gt;The Rocky Horror Picture Show&lt;/strong&gt; ในปี 1975 เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 80 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยถึงสาเหตุการเสียชีวิต แต่มีรายงานว่า ทิม เคอร์รี่ ป่วยมาระยะหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้จัดการส่วนตัวของเขาระบุว่า เขาเสียชีวิตอย่างสงบในบ้านพักของเขาในลอสแองเจลิส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เคอร์รี่ แสดงในภาพยนตร์หลายเรื่อง โดยมักเล่นเป็นตัวร้ายที่แสดงเกินจริง โดยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโทนี 3 ครั้ง จากบทบาทในละครบรอดเวย์ และให้เสียงพากย์ในภาพยนตร์แอนิเมชั่นและรายการโทรทัศน์หลายเรื่อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บทบาทที่โด่งดังที่สุดของเขาคือ ดร. แฟรงค์ เอ็น. เฟอร์เตอร์ ซึ่งมาจากภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา คือภาพยนตร์แนวสยองขวัญ-ตลก-มิวสิคัลสุดฮาที่ได้รับความนิยมอย่างมากเรื่อง &amp;#8220;The Rocky Horror Picture Show&amp;#8221; โดยร่วมแสดงกับ ซูซาน ซารานดอน และ แบร์รี บอสต์วิก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ของเขารวมถึง &amp;#8220;Charlie&amp;#8217;s Angels&amp;#8221; , &amp;#8220;Muppet Treasure Island&amp;#8221; , &amp;#8220;The Shadow&amp;#8221;, &amp;#8220;The Three Musketeers&amp;#8221; , &amp;#8220;Home Alone 2: Lost in New York&amp;#8221; , &amp;#8220;Clue&amp;#8221;, &amp;#8220;Legend&amp;#8221; และ &amp;#8220;Annie&amp;#8221;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/entertainment/interstars/news_5864176?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อาลัย ทิม เคอร์รี่ นักแสดงชาวอังกฤษในตำนาน เสียชีวิตในวัย 80 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อาลัย ทิม เคอร์รี่ นักแสดงชาวอังกฤษในตำนาน เสียชีวิตในวัย 80 ปี</dc:alternative><dc:abstract>อาลัย ทิม เคอร์รี่ นักแสดงชาวอังกฤษในตำนาน เสียชีวิตในวัย 80 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-27T03:52:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-27T03:52:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/42014.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/42014-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-26T162710Z_1173093991_RC2G6NA93O6W_RTRMADP_3_PEOPLE-TIM-CURRY.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-26T162710Z_1173093991_RC2G6NA93O6W_RTRMADP_3_PEOPLE-TIM-CURRY-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1624</mi:x1><mi:y1>2200</mi:y1><mi:x2>1624</mi:x2><mi:y2>2200</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/42014.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/42014-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/410.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/410-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[Meta ยอมจ่าย 5.9 แสนล้าน ปิดคดีถูกยื่นฟ้องในสหรัฐ ทำเด็กเสพติดโซเชียล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5864046]]></link><pubDate>2026-08-27T09:39:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5864046</guid><description>Meta ยอมจ่าย 5.9 แสนล้าน ปิดคดีถูกยื่นฟ้องในสหรัฐ ทำเด็กเสพติดโซเชียล บีบีซีรายงานว่า Meta บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เจ้าของแพตลฟอร์ม Facebook (FB) และ Instagram (IG) ยินยอมจ่ายเงินสูงสุดถึง 18,000 ล้าน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;Meta ยอมจ่าย 5.9 แสนล้าน ปิดคดีถูกยื่นฟ้องในสหรัฐ ทำเด็กเสพติดโซเชียล&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า Meta บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เจ้าของแพตลฟอร์ม Facebook (FB) และ Instagram (IG) ยินยอมจ่ายเงินสูงสุดถึง 18,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 5.9 แสนล้านบาท ในช่วง 10 ปีหลังจากนี้ และจะจำกัดการใช้งาน FB และ IG ของวัยรุ่นอย่างเข้มงวด ภายใต้ข้อตกลงกับเกือบรัฐเกือบทั้งหมดสหรัฐ เพื่อยุติข้อกล่าวหาที่ว่าบริษัทออกแบบแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเหล่านี้ เพื่อให้เด็กเสพติดการใช้งาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อตกลงยอมความที่ประกาศเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม จะยุติการพิจารณาคดีในศาลรัฐบาลกลางเกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่าผลิตภัณฑ์ของ Meta เป็นอันตรายต่อเด็ก และบริษัทได้หลอกลวงสาธารณชนเกี่ยวกับความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม โดย 4 รัฐ ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด เคนทักกี และนิวเจอร์ซีย์ เดิมคาดว่าจะเรียกร้องค่าปรับทางแพ่งจาก Meta เป็นเงินเกือบ 200,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ Meta จะไม่ต้องปรับปรุงรูปแบบการดำเนินงานครั้งใหญ่ แต่ข้อตกลงดังกล่าวแสดงถึงความพยายามในวงกว้างครั้งสำคัญ ในการกำหนดแนวทางว่า บริษัทจะให้บริการแก่ผู้ใช้ที่เป็นเยาวชนอย่างไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อตกลงนี้อาจกลายเป็นต้นแบบสำหรับการยุติคดีความอื่นๆ อีกหลายพันคดีที่มีการฟ้องร้องบริษัทโซเชียลมีเดีย ขณะที่รัฐบาลทั่วโลกกำลังพยายามจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาออนไลน์ที่เป็นอันตรายของเด็ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟิล ไวเซอร์ อัยการสูงสุดรัฐโคโลราโด ระบุในแถลงการณ์ว่า จุดมุ่งหมายของคดีนี้คือการปกป้องเด็กๆ ของเรา การเยียวยาที่เราได้รับจากข้อตกลงนี้มีความหมายอย่างยิ่ง และไปไกลกว่าสิ่งที่ศาลใดเคยสั่งหรือมีแนวโน้มที่จะสั่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;META ตกลงว่า ในช่วง 10 ปีข้างหน้า จะจำกัดระยะเวลาการใช้ FB และ IG ของวัยรุ่นไว้ที่ 2 ชั่วโมงต่อวัน และจะบล็อกการใช้งานทั้งหมดตั้งแต่เที่ยงคืนถึง 06.00 น. เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อจำกัดเหล่านี้อาจเข้มงวดมากขึ้น หากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Snapchat, TikTok และ YouTube นำข้อกำหนดที่คล้ายคลึงกันมาใช้ นอกจากนี้ META จะปิดการแจ้งเตือนหรือ push notification ส่วนใหญ่สำหรับผู้ใช้ที่เป็นวัยรุ่นในช่วงเวลาเรียนตั้งแต่ 08.00 น. ถึง 15.00 น. และยังเพิ่มมาตรการป้องกันไม่ให้เด็กเข้าถึงเนื้อหาที่จำกัดตามอายุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้กำหนดให้ META ต้องยกเลิกระบบการแนะนำเนื้อหาเฉพาะบุคคล หรือการโฆษณาแบบกำหนดเป้าหมาย ทั้งยังไม่ได้ครอบคลุมถึงเนื้อหาบางประเภทที่นักวิจัยของ META พบว่ามีปัญหาเป็นพิเศษ รวมถึงโพสต์ที่ทำให้ผู้ใช้ IG รู้สึกไม่มั่นใจกับรูปร่างหรือภาพลักษณ์ของตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;META ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำผิด แม้จะตกลงยอมความ โดยเงินที่บริษัทอาจต้องจ่ายทั้งหมดนั้น คิดเป็นกำไรของเมตาประมาณ 3-4 เดือน หรือเทียบเท่ารายได้ของบริษัทประมาณ 1 เดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;META ระบุในบล็อกโพสต์ว่า การทำให้แน่ใจว่าวัยรุ่นมีประสบการณ์ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มของเรา เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับ META เราต้องการทำเรื่องนี้ให้ถูกต้องทั้งสำหรับผู้ปกครองและวัยรุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ หุ้นของเมตาปรับตัวขึ้นสูงสุด 4.1% ก่อนปิดตลาดเพิ่มขึ้น 1.1%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภายใต้ข้อตกลงยอมความดังกล่าว META จะจ่ายเงินสูงสุดราว 16,700 ล้านดอลลาร์ให้แก่ 47 รัฐของสหรัฐ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เปอร์โตริโก อเมริกันซามัว และหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐแคลิฟอร์เนียอาจได้รับเงินชดเชย 2,200 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รัฐนิวยอร์กอาจได้รับ 1,100 ล้านดอลลาร์ ส่วนรัฐเท็กซัสได้บรรลุข้อตกลงยอมความแยกต่างหากกับเมตา ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บางรัฐจะนำเงินดังกล่าวเข้ากองทุนหรือบัญชีงบประมาณทั่วไป ขณะที่บางรัฐจะกันเงินบางส่วนไว้เพื่อใช้แก้ไขปัญหาสุขภาพจิตของเด็ก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจมส์ สเปตา ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ต กล่าวว่า นี่เป็นเรื่องใหญ่ META และบริษัทอื่นๆ กำลังเผชิญแรงกดดันให้เปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าพวกเขาจะแพ้คดีหรือไม่ก็ตาม ทั้งจากสาธารณชน รัฐสภา และฝ่ายนิติบัญญัติของแต่ละรัฐ ข้อจำกัดเหล่านี้จะเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งาน IG และ FB และถูกออกแบบมาเพื่อลดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อตกลงที่ประกาศเมื่อวันพุธยังกำหนดให้ META จ่ายเงิน 459 ล้านดอลลาร์ เพื่อยุติข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวของรัฐต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดี Cambridge Analytica บริษัทที่ปรึกษาของอังกฤษอันอื้อฉาว ที่ได้รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ FB หลายล้านคนโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5864046?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;Meta ยอมจ่าย 5.9 แสนล้าน ปิดคดีถูกยื่นฟ้องในสหรัฐ ทำเด็กเสพติดโซเชียล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>Meta ยอมจ่าย 5.9 แสนล้าน ปิดคดีถูกยื่นฟ้องในสหรัฐ ทำเด็กเสพติดโซเชียล</dc:alternative><dc:abstract>Meta ยอมจ่าย 5.9 แสนล้าน ปิดคดีถูกยื่นฟ้องในสหรัฐ ทำเด็กเสพติดโซเชียล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-27T02:40:04+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-27T02:40:04+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/meta-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/meta-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/meta-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/meta-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/meta-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/meta-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เจ้าชายแฮร์รี่ พร้อม เมแกน เดินทางถึงอังกฤษแล้ว เตรียมนำ พระโอรส-พระธิดา เข้าโรงเรียน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863849]]></link><pubDate>2026-08-26T20:27:51+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5863849</guid><description>เจ้าชายแฮร์รี่ พร้อม เมแกน เดินทางถึงอังกฤษแล้ว เตรียมนำ พระโอรส-พระธิดา เข้าโรงเรียน เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม รอยเตอร์ รายงานว่า เจ้าชายแฮร์รี่ และ ครอบครัว เดินทางกลับถึงสหราชอาณาจักรแล้ว ตามรายงานของ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h2&gt;เจ้าชายแฮร์รี่ พร้อม เมแกน เดินทางถึงอังกฤษแล้ว เตรียมนำ พระโอรส-พระธิดา เข้าโรงเรียน&lt;/h2&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม รอยเตอร์ รายงานว่า เจ้าชายแฮร์รี่ และ ครอบครัว เดินทางกลับถึงสหราชอาณาจักรแล้ว ตามรายงานของบีบีซี หลังจากมีการเปิดเผยว่าทั้งคู่จะย้ายกลับอังกฤษ หลังสละพระราชภารกิจและย้ายไปสหรัฐอเมริกาเมื่อ 6 ปีก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สัปดาห์ที่แล้ว เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน สร้างความประหลาดใจ ที่แม้แต่คนในราชวงศ์ก็ยังไม่ทราบ เมื่อมีการเปิดเผยว่า พวกเข้าจะย้ายกลับมายังลอนดอนเป็นเวลานาน พร้อม เจ้าชายอาร์ชี พระชนมายุ 7 พรรษา และเจ้าหญิงลิลิเบธ พระชนมายุ 5 พรรษา ที่จะเข้าศึกษาในสหราชอาณาจักรในเดือนหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายละเอียดที่แน่ชัดเกี่ยวกับสถานที่ที่พวกเขาจะพำนักหรือโรงเรียนที่เด็กๆ จะเข้าเรียนนั้นยังคงเป็นความลับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า พวกเขาเดินทางถึงสหราชอาณาจักรแล้วหลังจากบินมาจากแคลิฟอร์เนียโดยเครื่องบินส่วนตัวในวันพุธ ยังไม่มีคำแถลงใดๆ จากโฆษกของเจ้าชายแฮร์รี่ในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863849?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เจ้าชายแฮร์รี่ พร้อม เมแกน เดินทางถึงอังกฤษแล้ว เตรียมนำ พระโอรส-พระธิดา เข้าโรงเรียน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เจ้าชายแฮร์รี่ พร้อม เมแกน เดินทางถึงอังกฤษแล้ว เตรียมนำ พระโอรส-พระธิดา เข้าโรงเรียน</dc:alternative><dc:abstract>เจ้าชายแฮร์รี่ พร้อม เมแกน เดินทางถึงอังกฤษแล้ว เตรียมนำ พระโอรส-พระธิดา เข้าโรงเรียน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T13:27:51+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T13:27:51+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/45.05213.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/45.05213-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-26T060025Z_93572067_RC2RQKAM9UD0_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRYMEGHAN-FUTURE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-26T060025Z_93572067_RC2RQKAM9UD0_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRYMEGHAN-FUTURE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>2560</mi:x1><mi:y1>1711</mi:y1><mi:x2>2560</mi:x2><mi:y2>1711</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/4502452.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/4502452-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/45.05213.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/45.05213-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กล้าชน! ทาคาอิจิ ลั่น ญี่ปุ่นจะปกป้อง ศาลอาญาโลก หลังปธ. ICC ถูกรบ.ทรัมป์คว่ำบาตร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863616]]></link><pubDate>2026-08-26T18:04:24+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5863616</guid><description>กล้าชน! ทาคาอิจิ ลั่น ญี่ปุ่นจะปกป้อง ศาลอาญาโลก หลังปธ. ICC ถูกรบ.ทรัมป์คว่ำบาตร นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกโรงประกาศว่าญี่ปุ่นจะปกป้องศาลอาญาระหว่างประเทศ(ICC) หรือศาลอาญาโลก ซึ่งตั้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กล้าชน! ทาคาอิจิ ลั่น ญี่ปุ่นจะปกป้อง ศาลอาญาโลก หลังปธ. ICC ถูกรบ.ทรัมป์คว่ำบาตร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ออกโรงประกาศว่าญี่ปุ่นจะปกป้องศาลอาญาระหว่างประเทศ(ICC) หรือศาลอาญาโลก ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลังจาก ICC เผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสหรัฐอเมริกา ชาติมหาอำนาจโลก ที่เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้ประกาศคว่ำบาตร ผู้พิพากษาโทโมโกะ อาคาเนะ ประธาน ICC ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การออกโรงเคลื่อนไหวครั้งนี้ของนางทาคาอิจิ ผู้นำชาติพันธมิตรที่ถือว่ามีไมตรีที่ดีกับทรัมป์ เกิดขึ้นในระหว่างการแถลงข่าวเมื่อกลางดึกคืนวันอังคาร(25 ส.ค.) โดยทาคาอิจิกล่าวว่า “ในฐานะผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่ที่สุดของ ICC เราจำเป็นต้องปกป้องสถาบันที่สำคัญแห่งนี้” ซึ่งเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยตรงเกี่ยวกับการประกาศคว่ำบาตรผู้พิพากษาอาคาเนะ ประธาน ICC ของรัฐบาลสหรัฐเมื่อสัปดาห์ก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้นางทาคาอิจิได้ออกมาแสดงความเสียใจต่อการกระทำดังกล่าวของสหรัฐแล้ว แต่ในการแถลงข่าวครั้งนี้ นางทาคาอิจิได้แสดงท่าทีที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาว่า เธอรู้สึกได้ถึง “ภาวะวิกฤต” เช่นเดียวกับอาคาเนะเกี่ยวกับการตัดสินใจดำเนินการดังกล่าวของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราได้ติดต่อสหรัฐหลายครั้งในหลายระดับจนถึงนาทีสุดท้าย เพื่อร้องขอไม่ให้คว่ำบาตร อาคาเนะ ประธานศาลอาญาระหว่างประเทศ” ทาคาอิจิกล่าวในการแถลงข่าว พร้อมกล่าวอีกว่า ญี่ปุ่นจะยังคงให้การสนับสนุนผู้พิพากษาอาคาเนะต่อไป ซึ่งขณะนี้เธอถูกสหรัฐระงับสิทธิ์ในการเข้าถึงระบบการเงินและห้ามเดินทางเข้าสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การคว่ำบาตรประธาน ICC และทนายความอาวุโสของ ICC ของสหรัฐนั้น ถือเป็นการยกระดับโจมตีครั้งล่าสุดของรัฐบาลทรัมป์ต่อศาลระหว่างประเทศแห่งนี้ ที่มีเขตอำนาจดำเนินคดีผู้กระทำผิดในความผิดอาญาระหว่างประเทศ 4 ฐาน ได้แก่ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ การก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ อาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมที่เป็นการรุกราน โดยสหรัฐอ้างว่า ICC ได้เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐและอิสราเอล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในถ้อยแถลงถึงการคว่ำบาตรดังกล่าวว่า ICC เป็นศาลเหนือรัฐอธิปไตยที่ฉ้อฉลและถูกครอบงำด้วยการเมืองอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังใช้อำนาจในทางมิชอบด้วยเจตนาร้ายและกระทำการเกินขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รูบิโอขู่ด้วยว่าจะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อยุบ ICC อย่างเป็นระบบ จนกว่าองค์กรดังกล่าวจะไม่สามารถคุกคามอธิปไตยของสหรัฐได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความตึงเครียดระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐในประเด็นเกี่ยวกับ ICC ถือเป็นจุดขัดแย้งที่เปิดเผยต่อสาธารณะซึ่งเกิดขึ้นได้ยากระหว่างพันธมิตรที่ใกล้ชิดทั้งสองประเทศ ก่อนหน้านี้ทรัมป์และชาติพันธมิตรของเขาอย่างอิสราเอล ได้กล่าวหา ICC มาอย่างยาวนานว่าได้แทรกแซงกิจการในสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก เขามีคำสั่งการให้ดำเนินการคว่ำบาตรอัยการ ICC และผู้ช่วยรายหนึ่ง เพื่อตอบโต้กรณีที่ดำเนินการสอบสวนสหรัฐในข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมสงครามในอัฟกานิสถาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ในปี 2024 ICC ยังได้ออกหมายจับนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของทรัมป์ด้วย ในข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมสงครามในฉนวนกาซา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863616?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กล้าชน! ทาคาอิจิ ลั่น ญี่ปุ่นจะปกป้อง ศาลอาญาโลก หลังปธ. ICC ถูกรบ.ทรัมป์คว่ำบาตร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กล้าชน! ทาคาอิจิ ลั่น ญี่ปุ่นจะปกป้อง ศาลอาญาโลก หลังปธ. ICC ถูกรบ.ทรัมป์คว่ำบาตร</dc:alternative><dc:abstract>กล้าชน! ทาคาอิจิ ลั่น ญี่ปุ่นจะปกป้อง ศาลอาญาโลก หลังปธ. ICC ถูกรบ.ทรัมป์คว่ำบาตร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T11:56:28+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T11:56:28+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T091907Z_499029931_RC2LXMAQ73WN_RTRMADP_3_RUSSIA-JAPAN-KURIL.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T091907Z_499029931_RC2LXMAQ73WN_RTRMADP_3_RUSSIA-JAPAN-KURIL-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T091907Z_499029931_RC2LXMAQ73WN_RTRMADP_3_RUSSIA-JAPAN-KURIL.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T091907Z_499029931_RC2LXMAQ73WN_RTRMADP_3_RUSSIA-JAPAN-KURIL-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T091907Z_499029931_RC2LXMAQ73WN_RTRMADP_3_RUSSIA-JAPAN-KURIL-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-13T091907Z_499029931_RC2LXMAQ73WN_RTRMADP_3_RUSSIA-JAPAN-KURIL-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปรับกลยุทธ์! ค่ายฮอนด้า เล็งสร้างโรงงานแดนมะกัน มุ่งเป้าหนุนกำลังผลิตรถไฮบริด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863221]]></link><pubDate>2026-08-26T15:20:53+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5863221</guid><description>ปรับกลยุทธ์! ค่ายฮอนด้า เล็งสร้างโรงงานแดนมะกัน มุ่งเป้าหนุนกำลังผลิตรถไฮบริด เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยานยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปรับกลยุทธ์! ค่ายฮอนด้า เล็งสร้างโรงงานแดนมะกัน มุ่งเป้าหนุนกำลังผลิตรถไฮบริด&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม สื่อญี่ปุ่นรายงานว่า บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยานยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดเผยเมื่อวันอังคาร(25 ส.ค.) ทางบริษัทกำลังพิจารณาที่จะสร้างโรงงานประกอบรถแห่งใหม่ขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมกำลังการผลิตรถยนต์ไฮบริดเพิ่มขึ้น อันเป็นส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านการผลิตและการขายใหม่ ภายหลังจากการปรับโครงสร้างธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยโฆษกของฮอนด้า กล่าวว่า เป็นความจริงที่บริษัทกำลังพิจารณาเรื่องการสร้างโรงงานประกอบแห่งใหม่ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปในขั้นสุดท้าย และว่า การตัดสินใจเรื่องการลงทุนจะขึ้นอยู่กับความคืบหน้าของการเจรจาเกี่ยวกับข้อตกลงสหรัฐอเมริกา-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ซึ่งเป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่รัฐบาลสหรัฐต้องการจะทบทวนแก้ไข&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สำนักข่าวเกียวโดอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับเรื่องนี้ เปิดเผยว่า ฮอนด้ามีแผนจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายในเรื่องนี้ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า และตั้งเป้าจะเริ่มดำเนินการผลิตภายในปี 2030 โดยบริษัทกำลังพิจารณาที่จะผลิตรถยนต์อเนกประสงค์(SUV) ระบบไฮบริด ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความต้องการสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัจจุบัน ฮอนด้า มองว่าการเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์กลุ่มรถไฮบริด เป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์บริษัท โดยฮอนด้ามีแผนจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จำนวน 15 รุ่น ซึ่งส่วนใหญ่จะวางจำหน่ายในตลาดอเมริกาเหนือภายในปีงบประมาณ 2029&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ฮอนด้าได้สร้างเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานครอบคลุมทั่วภูมิภาคอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมถึงแคนาดาและเม็กซิโก และอาจมีการทบทวนแผนการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐ โดยขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการเจรจาดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ประกาศจะเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งหมดจากแคนาดาเพิ่มขึ้นในอัตรา 50% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปีหน้า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกมองว่าเป็นความพยายามที่จะกดดันให้แคนาดายอมผ่อนปรนท่าทีให้กับสหรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์การตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีระหว่างทั้งสองประเทศที่ยังคงเป็นไปอย่างดุเดือด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863221?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปรับกลยุทธ์! ค่ายฮอนด้า เล็งสร้างโรงงานแดนมะกัน มุ่งเป้าหนุนกำลังผลิตรถไฮบริด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปรับกลยุทธ์! ค่ายฮอนด้า เล็งสร้างโรงงานแดนมะกัน มุ่งเป้าหนุนกำลังผลิตรถไฮบริด</dc:alternative><dc:abstract>ปรับกลยุทธ์! ค่ายฮอนด้า เล็งสร้างโรงงานแดนมะกัน มุ่งเป้าหนุนกำลังผลิตรถไฮบริด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T08:25:48+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T08:25:48+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T064417Z_1517147128_RC2E2DAO08WW_RTRMADP_3_HONDA-RESULTS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T064417Z_1517147128_RC2E2DAO08WW_RTRMADP_3_HONDA-RESULTS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T064417Z_1517147128_RC2E2DAO08WW_RTRMADP_3_HONDA-RESULTS.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T064417Z_1517147128_RC2E2DAO08WW_RTRMADP_3_HONDA-RESULTS-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T064417Z_1517147128_RC2E2DAO08WW_RTRMADP_3_HONDA-RESULTS-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-05T064417Z_1517147128_RC2E2DAO08WW_RTRMADP_3_HONDA-RESULTS-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เนปาลอ่วม! เจอน้ำป่าหลาก ท่วมฉับพลัน หมู่บ้านพัดหาย ถนน-สะพาน พัง]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863041]]></link><pubDate>2026-08-26T14:08:06+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5863041</guid><description>เนปาลอ่วม! เจอน้ำป่าหลาก ท่วมฉับพลัน หมู่บ้านพัดหาย ถนน-สะพาน พัง เกิดน้ำป่าไหลหลากครั้งใหญ่ในประเทศเนปาล ที่ตั้งอยู่ในแถบเทือกเขาหิมาลัย ส่งผลให้หมู่บ้านหลายแห่งถูกกระแสน้ำพัดหายไป และสร้างความเสียหา [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เนปาลอ่วม! เจอน้ำป่าหลาก ท่วมฉับพลัน หมู่บ้านพัดหาย ถนน-สะพาน พัง&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดน้ำป่าไหลหลากครั้งใหญ่ในประเทศเนปาล ที่ตั้งอยู่ในแถบเทือกเขาหิมาลัย ส่งผลให้หมู่บ้านหลายแห่งถูกกระแสน้ำพัดหายไป และสร้างความเสียหายแก่ถนน สะพาน และโครงการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ใกล้ชายแดนทิเบต ขณะที่เจ้าหน้าที่เตือนว่าอาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า พื้นที่เมืองซยาปรู เบซี และทิมูเร ในเขตราสูวา ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาและมีประชากรราว 50,000 คน ได้รับผลกระทบอย่างหนัก พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโภเต โกชี อพยพขึ้นไปอยู่ในพื้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นเรนทรา ปาริยาร์ ผู้บริหารเขตราสูวา กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าหมู่บ้านและพื้นที่โครงการสาธารณูปโภคถูกกระแสน้ำพัดหายไป อย่างไรก็ตาม ขณะนั้นยังไม่มีการประเมินตัวเลขผู้เสียชีวิตหรือมูลค่าความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“อาจมีผู้เสียชีวิตจำนวนมากหรือเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างหนัก แต่ตอนนี้ผมยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างแน่นอน” ปาริยาร์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของน้ำท่วมในทันที แต่เมื่อปีที่แล้ว เคยเกิดน้ำป่าไหลหลากรุนแรงและมีผู้เสียชีวิตจากแม่น้ำสายเดียวกัน โดยในเวลาต่อมาพบว่าสาเหตุเกิดจากการระบายน้ำออกจากทะเลสาบธารน้ำแข็ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงทรัพยากรน้ำของเนปาลระบุว่า โครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมครั้งนี้ เช่นเดียวกับถนนและสะพาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลเนปาลกล่าวเพิ่มเติมว่า ความเสียหายดังกล่าวยังส่งผลให้การจ่ายกระแสไฟฟ้าในพื้นที่ได้รับผลกระทบและเกิดไฟฟ้าขัดข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านบาเลนทรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีเนปาล กล่าวว่า รัฐบาลได้ส่งทีมกู้ภัยและบรรเทาทุกข์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว นอกจากนี้ยังมีคำสั่งให้เคลื่อนย้ายประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ต่ำไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาห์ยังแนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวแม่น้ำเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม่น้ำโภเต โกชี มีต้นกำเนิดในทิเบต ก่อนจะไหลเข้าสู่แม่น้ำตรีศูลีของเนปาล ก่อนที่แม่น้ำสายนี้จะไหลเข้าสู่อินเดีย โดยมีชื่อเรียกว่าแม่น้ำคันดัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;น้ำท่วมใหญ่ในแม่น้ำโภเต โกชีเมื่อปีที่แล้วทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย และสูญหายอีก 24 คน อีกทั้งกระแสน้ำยังพัดสะพานมิตรภาพ ซึ่งเชื่อมระหว่างเนปาลกับจีนจนได้รับความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อการค้าและการคมนาคมระหว่างสองประเทศเป็นเวลาหลายเดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคระบุว่า น้ำท่วมครั้งนั้นเกิดจากการระบายน้ำออกจากทะเลสาบเหนือธารน้ำแข็งในพื้นที่ทิเบต ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและก่อให้เกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5863041?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เนปาลอ่วม! เจอน้ำป่าหลาก ท่วมฉับพลัน หมู่บ้านพัดหาย ถนน-สะพาน พัง&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เนปาลอ่วม! เจอน้ำป่าหลาก ท่วมฉับพลัน หมู่บ้านพัดหาย ถนน-สะพาน พัง</dc:alternative><dc:abstract>เนปาลอ่วม! เจอน้ำป่าหลาก ท่วมฉับพลัน หมู่บ้านพัดหาย ถนน-สะพาน พัง</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T07:08:06+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T07:08:06+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[ว่าไปเรื่อย! ทรัมป์ ขู่เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทริโอ เป็น ทะเลสาบอเมริกา งัดแคนาดา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862740]]></link><pubDate>2026-08-26T12:22:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5862740</guid><description>ว่าไปเรื่อย! ทรัมป์ ขู่เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทริโอ เป็น ทะเลสาบอเมริกา งัดแคนาดา ขณะที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดากำลังเปิดศึกการค้ากันเข้าใส่กันอย่างดุเดือด ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกม [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ว่าไปเรื่อย! ทรัมป์ ขู่เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทริโอ เป็น ทะเลสาบอเมริกา งัดแคนาดา&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่สหรัฐอเมริกาและแคนาดากำลังเปิดศึกการค้ากันเข้าใส่กันอย่างดุเดือด ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ออกมางัดข้อกับแคนาดาอีก ด้วยการประกาศว่ากำลังพิจารณาจะเปลี่ยนชื่อ “ทะเลสาบออนแทรีโอ” (Lake Ontario)  1 ใน 5 ทะเลสาบในภูมิภาคเกรตเลกส์ ทิศเหนืออยู่ติดกับรัฐออนแทรีโอของแคนาดา ส่วนทางด้านใต้ติดกับคาบสมุทรไนแองการาและรัฐนิวยอร์กของสหรัฐ เป็นชื่อ “ทะเลสาบอเมริกา” (Lake America)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“สหรัฐอเมริกากำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะเปลี่ยนชื่อของ “ทะเลสาบออนแทรีโอ” เป็น “ทะเลสาบอเมริกา” เนื่องจากเราไม่คิดว่าจะมีการทำธุรกิจกับออนแทรีโอมากนักอีกต่อไป” ทรัมป์โพสต์บนบัญชีทรูธโซเชียลเมื่อวันอังคาร(25 ส.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามความเห็นถึงประเด็นข้างต้น นายโดมินิค เลอบลองก์ รัฐมนตรีกำกับดูแลการค้ากับสหรัฐของแคนาดา กล่าวว่า แคนาดาจะไม่ตอบโต้ต่อการโพสต์ใดๆ บนโซเชียลมีเดียของรัฐบาลสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“รัฐบาลกลางแคนาดาได้ตัดสินใจไปเมื่อหลายเดือนก่อนแล้วว่าจะไม่ตอบโต้โพสต์บนโซเชียลมีเดียที่มีออกมาแทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นของประธานาธิบดีหรือรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลก็ตาม” เลอบลองก์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำขู่เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้เขาเคยประกาศเปลี่ยนชื่อ อ่าวเม็กซิโก (Gulf of Mexico ) เป็น “อ่าวอเมริกา” (Gulf of America) มาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการแสดงความเป็นใหญ่และการทำตามอำเภอใจตัวเองอีกครั้งของผู้นำสหรัฐที่โลกคาดเดาไม่ได้ผู้นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862740?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ว่าไปเรื่อย! ทรัมป์ ขู่เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทริโอ เป็น ทะเลสาบอเมริกา งัดแคนาดา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ว่าไปเรื่อย! ทรัมป์ ขู่เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทริโอ เป็น ทะเลสาบอเมริกา งัดแคนาดา</dc:alternative><dc:abstract>ว่าไปเรื่อย! ทรัมป์ ขู่เปลี่ยนชื่อ ทะเลสาบออนแทริโอ เป็น ทะเลสาบอเมริกา งัดแคนาดา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T05:27:21+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T05:27:21+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-25T142155Z_1781528239_RC2I0MAYYWVA_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-LAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-25T142155Z_1781528239_RC2I0MAYYWVA_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-LAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-25T142155Z_1781528239_RC2I0MAYYWVA_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-LAKE.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-25T142155Z_1781528239_RC2I0MAYYWVA_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-LAKE-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-25T142155Z_1781528239_RC2I0MAYYWVA_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-LAKE-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-25T142155Z_1781528239_RC2I0MAYYWVA_RTRMADP_3_USA-TRUMP-CANADA-LAKE-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[หน่วยสืบราชการลับเร่งสอบ คลิปอิหร่าน ขู่ลอบสังหาร บาร์รอน ทรัมป์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862663]]></link><pubDate>2026-08-26T11:42:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5862663</guid><description>หน่วยสืบราชการลับเร่งสอบ คลิปอิหร่าน ขู่ลอบสังหาร บาร์รอน ทรัมป์ โฆษกของ U.S. Secret Service หน่วยงานซึ่งทำหน้าที่อารักขาประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า รับทราบถึงวิดีโอที่สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านเผยแพ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;หน่วยสืบราชการลับเร่งสอบ คลิปอิหร่าน ขู่ลอบสังหาร บาร์รอน ทรัมป์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของ U.S. Secret Service หน่วยงานซึ่งทำหน้าที่อารักขาประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่า รับทราบถึงวิดีโอที่สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านเผยแพร่ ซึ่งกล่าวถึงแผนการที่อาจมุ่งลอบสังหารบาร์รอน ทรัมป์ บุตรชายคนเล็กของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“หน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐรับทราบถึงวิดีโอดังกล่าว และจะตรวจสอบทุกเรื่องที่อาจถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อบุคคลที่อยู่ภายใต้การอารักขาของเรา เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการปฏิบัติภารกิจ เราจึงไม่หารือเกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข่าวกรองด้านการอารักขา” เนต เฮอร์ริง โฆษกของ U.S. Secret Service ระบุในอีเมล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิดีโอความยาว 3 นาที ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่าน กล่าวถึงแผนการที่อาจมุ่งลอบสังหารบาร์รอน ทรัมป์ วัย 20 ปี โดยอ้างว่าเขากำลังถูกติดตาม และกล่าวหาว่ามีการเสนอเงินรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สำหรับการสังหารบุตรชายคนเล็กของทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รอยเตอร์รายงานเมื่อต้นเดือนนี้โดยอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ว่า สหรัฐได้รับคำเตือนหลายครั้งจากอิสราเอลในช่วงปีที่ผ่านมาว่า อิหร่านตั้งใจจะลอบสังหารทรัมป์ ซึ่งรวมถึงคำเตือนที่เกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์ที่สหรัฐฯ ใช้แผนลวงเกี่ยวกับเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันอย่างลับ ๆ ในตุรกี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทรัมป์กล่าวถึงตัวเองว่าเป็น “หมายเลขหนึ่งในบัญชีรายชื่อผู้ที่อิหร่านต้องการสังหาร”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862663?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;หน่วยสืบราชการลับเร่งสอบ คลิปอิหร่าน ขู่ลอบสังหาร บาร์รอน ทรัมป์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>หน่วยสืบราชการลับเร่งสอบ คลิปอิหร่าน ขู่ลอบสังหาร บาร์รอน ทรัมป์</dc:alternative><dc:abstract>หน่วยสืบราชการลับเร่งสอบ คลิปอิหร่าน ขู่ลอบสังหาร บาร์รอน ทรัมป์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T04:42:43+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T04:42:43+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bt.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bt-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bt-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/bt-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สลด! ไฟไหม้รพ.ปากีสถาน ดับทารกแรกเกิดอย่างน้อย 15 ศพ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862660]]></link><pubDate>2026-08-26T11:35:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5862660</guid><description>สลด! ไฟไหม้รพ.ปากีสถาน ดับทารกแรกเกิดอย่างน้อย 15 ศพ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม สถานีโทรทัศน์ GEO TV รายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่โรงพยาบาลสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ (PIMS) ในกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สลด! ไฟไหม้รพ.ปากีสถาน ดับทารกแรกเกิดอย่างน้อย 15 ศพ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม สถานีโทรทัศน์ GEO TV รายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่โรงพยาบาลสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์ (PIMS) ในกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน ซึ่งมีสาเหตุมาจากระบบเครื่องปรับอากาศเกิดขัดข้อง ส่งผลให้เกิดไฟลุกลามเผาไหม้อาคาร เบื้องต้นเป็นผลให้มีทารกแรกเกิดเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าสลดแล้วอย่างน้อย 14 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านไทมส์ออฟอินเดียรายงานว่า เหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นที่แผนกนรีเวช ซึ่งจากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลระบุว่า แผนกนี้มีทารกแรกเกิดอยู่ในความดูแลจำนวน 16 คนขณะเกิดเหตุเพลิงไหม้ ในจำนวนนี้มีทารกเพียงรายเดียวที่ได้รับการช่วยเหลือออกมาได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;GEO TV รายงานว่าเหตุเพลิงไหม้เกิดขึ้นหลังจากคอมเพรสเซอร์ของเครื่องปรับอากาศที่แผนกนรีเวชเกิดระเบิดขึ้นจุดเปลวไฟลุกไหม้เมื่อเวลาประมาณ 07.00 น.ของเช้าวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังได้รับแจ้งเหตุ ทีมกู้ภัยได้นำกำลังรุดไปยังที่เกิดเหตุและทำการดับเพลิงขณะที่ได้มีการอพยพผู้คนออกจากโรงพยาบาลในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เป็นอีกเหตุการณ์ที่ทำให้มีความกังวลมากขึ้นต่อมาตรการด้านความปลอดภัยในแผนกที่เกี่ยวข้องกับมารดาและทารกแรกเกิดในโรงพยาบาลต่างๆ ของปากีสถาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862660?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สลด! ไฟไหม้รพ.ปากีสถาน ดับทารกแรกเกิดอย่างน้อย 15 ศพ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สลด! ไฟไหม้รพ.ปากีสถาน ดับทารกแรกเกิดอย่างน้อย 15 ศพ</dc:alternative><dc:abstract>สลด! ไฟไหม้รพ.ปากีสถาน ดับทารกแรกเกิดอย่างน้อย 15 ศพ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T04:36:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T04:36:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/02/Breaking_news_newnew-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content></item><item><title><![CDATA[ทรัมป์โว ฮอร์มุซปลอดทุ่นระเบิดแล้ว เตือนอย่าวางเพิ่ม โอมานถกอิหร่าน เปิดเส้นทางเดินเรือ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862530]]></link><pubDate>2026-08-26T10:33:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5862530</guid><description>ทรัมป์โว ฮอร์มุซปลอดทุ่นระเบิดแล้ว เตือนอย่าวางเพิ่ม โอมานถกอิหร่าน เปิดเส้นทางเดินเรือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ว่า ทุ่นระเบิดทั้งหมดในน่านน้ำสากลของช่องแคบฮอร์ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ทรัมป์โว ฮอร์มุซปลอดทุ่นระเบิดแล้ว เตือนอย่าวางเพิ่ม โอมานถกอิหร่าน เปิดเส้นทางเดินเรือ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ว่า ทุ่นระเบิดทั้งหมดในน่านน้ำสากลของช่องแคบฮอร์มุซถูกทำลายหรือเก็บกู้ไปหมดแล้ว พร้อมเตือนอิหร่านว่า เรือลำใดก็ตามที่นำทุ่นระเบิดไปวางใหม่จะถูกทำลาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทรัมป์โพสต์บน Truth Social ว่า สหรัฐกำลังใช้กองกำลังอวกาศเฝ้าดู “ทุกตารางนิ้ว” ของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญในห่วงโซ่อุปทานพลังงานของโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“นโยบายไม่ยอมรับต่อการวางทุ่นระเบิด กำลังถูกบังคับใช้อย่างเต็มที่และมีผลอยู่ในขณะนี้” ทรัมป์ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สหรัฐและอิหร่านไม่ได้โจมตีทางอากาศใส่กองกำลังของอีกฝ่ายมานานหลายสัปดาห์แล้ว แต่การโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังแข่งขันกันเพื่อควบคุมช่องแคล ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์แห่งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจาก Vortexa ซึ่งเป็นบริษัทติดตามการเดินเรือและการขนส่งทางทะเล ระบุว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซประมาณ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงจากระดับมากกว่า 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ก่อนเกิดสงคราม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่อิหร่านระบุว่า ได้กลับมาเจรจากับโอมาน ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านอีกครั้ง เพื่อจัดการเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านกำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจากสหรัฐที่ประกาศทำสงครามเศรษฐกิจเพื่อปิดล้อมอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านและโอมานได้เจรจากันเป็นระยะ ๆ มาหลายสัปดาห์แล้วเกี่ยวกับการควบคุมการเดินเรือผ่านเส้นทางน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้ ซึ่งก่อนเกิดสงครามในเดือนกุมภาพันธ์ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG คิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของการขนส่งทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านและโอมานระบุเมื่อวันอังคารว่า พวกเขาได้หารือเกี่ยวกับ “เส้นทางเดินเรือร่วมชั่วคราว” ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และตกลงที่จะเก็บกู้ทุ่นระเบิดออกจากช่องแคบดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแสดงท่าทีร่วมของสองประเทศมีขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ระบุว่า ทุ่นระเบิดทั้งหมดในช่องแคบฮอร์มุซได้รับการเก็บกู้แล้ว ซึ่งเป็นการย้ำคำกล่าวเดียวกับที่เขาเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862530?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ทรัมป์โว ฮอร์มุซปลอดทุ่นระเบิดแล้ว เตือนอย่าวางเพิ่ม โอมานถกอิหร่าน เปิดเส้นทางเดินเรือ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ทรัมป์โว ฮอร์มุซปลอดทุ่นระเบิดแล้ว เตือนอย่าวางเพิ่ม โอมานถกอิหร่าน เปิดเส้นทางเดินเรือ</dc:alternative><dc:abstract>ทรัมป์โว ฮอร์มุซปลอดทุ่นระเบิดแล้ว เตือนอย่าวางเพิ่ม โอมานถกอิหร่าน เปิดเส้นทางเดินเรือ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T03:33:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T03:33:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-6.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-6-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-6.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-6-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-7.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hms-7-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แลกหมัด! สงครามการค้าเดือด แคนาดาขึ้นภาษี ตอบโต้สหรัฐ 2 หมื่นล้านดอลล์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862387]]></link><pubDate>2026-08-26T09:43:02+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5862387</guid><description>แลกหมัด! สงครามการค้าเดือด แคนาดาขึ้นภาษี ตอบโต้สหรัฐ 2 หมื่นล้านดอลล์ แคนาดาโต้กลับสหรัฐด้วยการเรียกเก็บภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐมูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.45 แสนล้านบาทต่อปี โดยมีซึ่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;แลกหมัด! สงครามการค้าเดือด แคนาดาขึ้นภาษี ตอบโต้สหรัฐ 2 หมื่นล้านดอลล์&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;แคนาดาโต้กลับสหรัฐด้วยการเรียกเก็บภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐมูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.45 แสนล้านบาทต่อปี โดยมีซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากับภาษีล่าสุดที่รัฐบาลสหรัฐเรียกเก็บจากแคนาดาแบบดอลลาร์ต่อดอลลาร์ พร้อมประกาศมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจและแรงงานไปควบคู่กัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของรัฐบาลแคนาดาระบุว่า ภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐจะมีผลตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน โดยกำหนดอัตราภาษี 15%, 25% และ 50% สำหรับสินค้าประมาณ 700 รายการที่นำเข้าจากสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากภาษีใหม่ 50% ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากแคนาดามูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา หลังการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศล้มเหลว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเรียกเก็บภาษีตอบโต้กันครั้งใหม่ ถือเป็นจุดตกต่ำครั้งใหม่ในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมายาวนาน ขณะที่ก่อนหน้านี้ในวันอังคาร ทรัมป์ยังขู่ว่าจะเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอ ซึ่งตั้งอยู่คร่อมพรมแดนระหว่างทั้งสองประเทศ เป็นทะเลสาบอเมริกาอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟรองซัวส์-ฟิลิปป์ ชองปาญ รัฐมนตรีคลังแคนาดา กล่าวว่า ภาษีตอบโต้ของเราซึ่งใช้หลักดอลลาร์ต่อดอลลาร์และอัตราต่ออัตรา ยังรวมถึงมาตรการช่วยเหลือมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ จะช่วยปกป้องแรงงาน เกษตรกร ครอบครัว และภาคธุรกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านทำเนียบขาวและสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ยังไม่ได้ตอบคำขอให้แสดงความคิดเห็นในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่รัฐบาลแคนาดากล่าวว่า แคนาดาจะเรียกเก็บภาษี 50% สำหรับเหล็ก อะลูมิเนียม เฟอร์นิเจอร์ และเสื้อผ้า ขณะที่สินค้าประเภทชีส เครื่องใช้ไฟฟ้า และอาหารทะเลบางชนิด จะถูกเรียกเก็บภาษี 25% ส่วนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือบางประเภทจะถูกเรียกเก็บภาษี 15%&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาษีใหม่ของทรัมป์มีขอบเขตค่อนข้างจำกัด โดยส่งผลกระทบต่อสินค้าส่งออกของแคนาดาไปยังสหรัฐราว 5% เท่านั้น แต่บรรดานักวิเคราะห์ด้านการค้าระบุว่า ภาษีดังกล่าวอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและกระจุกตัวในบางภาคธุรกิจที่กำลังประสบปัญหาอยู่แล้ว เช่น ผลิตภัณฑ์ไม้ โดยเฉพาะผู้ผลิตตู้ครัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วนภาษีตอบโต้ของแคนาดา ซึ่งคำนวณจากข้อมูลการค้าในปี 2024 จะครอบคลุมสินค้าที่มีมูลค่าเกือบ 4.5% ของการนำเข้าจากสหรัฐทั้งหมดของแคนาดา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมลานี โจลี รัฐมนตรีอุตสาหกรรมแคนาดา กล่าวว่า มาตรการภาษีตอบโต้มีเป้าหมายหลักเพื่อปกป้องภาคธุรกิจของแคนาดา แต่ขณะเดียวกันก็มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมืองก่อนที่ชาวอเมริกันจะออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พฤศจิกายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราจำเป็นต้องทำให้แน่ใจว่าคู่แข่งจะไม่สามารถเข้าถึงตลาดแคนาดาได้ในเงื่อนไขที่ดีกว่าสินค้าของเราเอง และนั่นเป็นเหตุผลที่เราต้องการให้ผู้ค้าปลีกแสดงให้เห็นถึงเรื่องนี้จากฝั่งแคนาดา” โจลีกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐมนตรีอุตสาหกรรมแคนาดาระบุว่า ประการที่สอง เรายังมุ่งเป้าไปที่สินค้าที่จะส่งผลกระทบต่อรัฐต่างๆ ในสหรัฐ ดังนั้นเราจึงกำลังดำเนินการอย่างรอบคอบและมีกลยุทธ์เพื่อสร้างแรงกดดันทางการเมือง และนั่นคือเหตุผลที่เราคิดว่านี่เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่จะทำในเวลานี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาษีของแคนาดายังครอบคลุมสินค้าอาหารปรุงสำเร็จบางประเภท น้ำหอมและเครื่องใช้ในห้องน้ำ พลาสติก ไม้แปรรูป เยื่อไม้และผลิตภัณฑ์กระดาษ พรม และเสื้อผ้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอกสารของรัฐบาลแคนาดาระบุว่า รายการสินค้าที่ถูกเรียกเก็บภาษียังครอบคลุมสินค้าภาคอุตสาหกรรม เช่น เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม เครื่องมือช่าง และผลิตภัณฑ์โลหะอื่นๆ เครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงหัวรถจักร รถจักรยานยนต์ เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์สำหรับเล่นเกม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ แคนาดายังเปิดตัวมาตรการช่วยเหลือมูลค่า 7,500 ล้านดอลลาร์แคนาดา ซึ่งประกอบด้วยการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง การจัดสรรเงินทุนเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้แก่บริษัทต่างๆ รวมถึงการช่วยเหลือแรงงานที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากภาษีใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ธนาคารเพื่อการพัฒนาธุรกิจแห่งแคนาดา (BDC) ซึ่งเป็นสถาบันการเงินของรัฐบาลกลาง จะเป็นผู้จัดสรรเงินช่วยเหลือส่วนหนึ่งให้แก่ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ โดยเสนอเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยวงเงินระหว่าง 2.5 ล้านดอลลาร์แคนาดา ถึง 5 ล้านดอลลาร์แคนาดา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โจลีกล่าวว่า บริษัทต่างๆ จะยังไม่ต้องเริ่มชำระคืนเงินกู้เป็นเวลา 36 เดือน ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวจะครอบคลุมไปจนสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งของรัฐบาลทรัมป์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5862387?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แลกหมัด! สงครามการค้าเดือด แคนาดาขึ้นภาษี ตอบโต้สหรัฐ 2 หมื่นล้านดอลล์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แลกหมัด! สงครามการค้าเดือด แคนาดาขึ้นภาษี ตอบโต้สหรัฐ 2 หมื่นล้านดอลล์</dc:alternative><dc:abstract>แลกหมัด! สงครามการค้าเดือด แคนาดาขึ้นภาษี ตอบโต้สหรัฐ 2 หมื่นล้านดอลล์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T02:43:02+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T02:43:02+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mct.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mct-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mct.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mct-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mct-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mct-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ดอลลี พาร์ตัน วัย 80 ตำนานนักร้องคันทรีเสียชีวิต เผยต่อสู้มะเร็งช่วงสั้นๆ ทรัมป์สั่งลดธง 7 วัน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/entertainment/interstars/news_5862319]]></link><pubDate>2026-08-26T08:35:08+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5862319</guid><description>ดอลลี พาร์ตัน วัย 80 ตำนานนักร้องคันทรีเสียชีวิต เผยต่อสู้มะเร็งช่วงสั้นๆ ทรัมป์สั่งลดธง 7 วัน ดอลลี พาร์ตัน นักร้องเพลงคันทรีผู้เปี่ยมด้วยพลังและบุคลิกอันโดดเด่น ซึ่งตลอดเวลาเกือบ 6 ทศวรรษที่ผ่านมา เ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ดอลลี พาร์ตัน วัย 80 ตำนานนักร้องคันทรีเสียชีวิต เผยต่อสู้มะเร็งช่วงสั้นๆ ทรัมป์สั่งลดธง 7 วัน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ดอลลี พาร์ตัน นักร้องเพลงคันทรีผู้เปี่ยมด้วยพลังและบุคลิกอันโดดเด่น ซึ่งตลอดเวลาเกือบ 6 ทศวรรษที่ผ่านมา เธอได้ใช้เสน่ห์ส่วนตัว เนื้อเพลงที่เปี่ยมด้วยความรู้สึก และการสนับสนุนสาเหตุต่าง ๆ ที่เธอเชื่อมั่น จนสามารถครองใจผู้คนจำนวนมหาศาล เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ด้วยอายุ 80 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิต แต่โฆษกส่วนตัวของพาร์ตันกล่าวว่า เธอเสียชีวิตอย่างสงบในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นิตยสาร People รายงานว่า ศิลปินชื่อดังรายนี้ต่อสู้กับ “โรคมะเร็งในช่วงเวลาสั้น ๆ” โดยอ้างคำกล่าวของตัวแทนของเธอ ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน พาร์ตันบอกกับนิตยสารดังกล่าวว่า เธอกำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่ไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่ยังคงวางแผนที่จะทำงานต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไบรอัน ซีเวอร์ หลานชายของพาร์ตัน กล่าวว่า “เธอจากแบบอย่างที่เธอเป็น เราเชื่อว่าทุกสิ่งเป็นไปได้ เธอไม่เคยมองเห็นประตูบานไหนที่เธอเปิดไม่ได้ และประตูทุกบานที่เธอเปิดนั้นได้สร้างและเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยบทเพลงคลาสสิกอย่าง “Coat of Many Colors”, “Jolene” และ “I Will Always Love You” พาร์ตันก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดตลอดกาล โดยมียอดขายผลงานเพลงมากกว่า 100 ล้านชุด และได้รับรางวัลแกรมมี 11 รางวัล รวมถึงรางวัลความสำเร็จตลอดชีวิต หรือ Lifetime Achievement Award&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บุคลิกที่ดูเป็นมิตรและอบอุ่นของพาร์ตัน พร้อมทรงผมสีบลอนด์ขนาดใหญ่ เครื่องแต่งกายฉูดฉาด และความสนุกสนานอย่างเต็มที่กับการได้ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลต์ ทำให้ชาวอเมริกันจากทุกพื้นเพชื่นชอบเธอ และยังช่วยนำเพลงคันทรีไปสู่ผู้ฟังในต่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พาร์ตันเป็นพิธีกรรายการวาไรตี้ทางโทรทัศน์ แสดงภาพยนตร์หลายเรื่อง และถึงขั้นสร้างสวนสนุกชื่อ Dollywood ซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในรัฐเทนเนสซี บ้านเกิดของเธอ ทั้งหมดนี้นอกเหนือจากผลงานอันได้รับการยกย่องอย่างสูงในฐานะนักแต่งเพลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่คุณสมบัติที่ทำให้เธอเป็นดาราที่ได้รับความนิยมอย่างยาวนาน คือความสามารถในการเชื่อมโยงเข้าถึงผู้คน พาร์ตันมาจากครอบครัวที่เธอเรียกตัวเองว่า “ยากจนอย่างแสนสาหัส” และเธอมักเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของชาวอเมริกันชนชั้นแรงงาน อีกทั้งยังใช้ชื่อเสียงและเงินทองของตัวเองสนับสนุนสาเหตุต่างๆ ที่เธอเชื่อมั่นอยู่เสมอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การจากไปของพาร์ตันทำให้บุคคลจากหลากหลายวงการร่วมแสดงความเสียใจ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ แสดงความเศร้าเสียใจอย่างยิ่งที่ต่อการจากไปของพาร์ตัน หนึ่งในนักร้องเพลงคันทรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นมากกว่านั้นอีกมาก นี่คือความสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับผู้คนนับล้าน ไม่เคยมีใครเหมือนเธอ และจะไม่มีใครเหมือนเธออีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เพื่อเป็นเกียรติแก่เธอ ผมจะสั่งลดธงชาติทั่วทั้งสหรัฐเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. คืนนี้ ขอให้ดอลลีไปสู่สุคติ โลกทั้งโลกจะคิดถึงเธอ” ทรัมป์ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฮิลลารี คลินตัน อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า “ดอลลี พาร์ตันทำความดีทุกอย่างเท่าที่เธอจะทำได้ เพื่อผู้คนทุกคนเท่าที่เธอจะช่วยได้ ตราบเท่าที่เธอจะทำได้&amp;#8230; ดอลลี เราจะคิดถึงหัวใจอันยิ่งใหญ่ของคุณ”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจน ฟอนดา นักแสดงชาวอเมริกัน กล่าวว่า “รู้สึกใจสลายเมื่อทราบว่าดอลลีจากไปแล้ว ฉันรู้ว่าผู้คนนับล้านกำลังโศกเศร้า และฉันอยากจะบอกว่า ไม่มีใครที่ฉันเคยรู้จักจะยังคงอยู่กับพวกเราตลอดไปได้มากไปกว่าดอลลี เพราะเธอเป็นคนที่มีตัวตนอย่างเต็มเปี่ยม มีพลัง มีความเอื้อเฟื้อ และขี้เล่น เธอถักทออยู่ในชีวิตและหัวใจของพวกเราทุกคนตลอดไป”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซาราห์ เคต เอลลิส ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ GLAAD กล่าวว่า “ดอลลี พาร์ตันไม่ได้เป็นเพียง ‘ราชินีแห่งวงการเพลงคันทรี’ เท่านั้น แต่ยังเป็นราชินีแห่งความเท่าเทียมและการทำงานเพื่อสังคมด้วย การสนับสนุนกลุ่ม LGBTQ ของเธอดำเนินมายาวนานหลายทศวรรษ ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 จากเพลง ‘Family’ ซึ่งเธอแสดงจุดยืนว่าทุกคนควรได้รับการต้อนรับ ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดหรือมีรสนิยมทางเพศแบบใด ไปจนถึงเพลงบัลลาด ‘Travelin’ Thru’ ที่พาร์ตันเขียนขึ้นสำหรับภาพยนตร์เรื่อง ‘TransAmerica’ และทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ รวมถึงการสนับสนุนการสมรสของคนเพศเดียวกันตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่การสมรสของคนเพศเดียวกันจะได้รับการรับรองตามกฎหมายเสียอีก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“จิตใจที่อบอุ่น ความมีน้ำใจ และความสนุกกับชีวิตของพาร์ตัน สร้างความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับชุมชน LGBTQ และทำให้เธอกลายเป็นบุคคลสำคัญระดับโลกของชุมชนเควียร์ ผลงานของเธอเปิดพื้นที่ให้กับผู้คนที่ถูกมองว่าเป็นคนนอกสังคมมาโดยตลอด ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงใดก็ตาม ตลอดอาชีพของพาร์ตัน เธอยึดมั่นในความรักและความเคารพต่อทุกคน และการเป็นผู้สนับสนุนสิทธิของกลุ่มต่าง ๆ อย่างแน่วแน่ของเธอจะเป็นมรดกที่คงอยู่ตลอดไป” เอลลิสกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซินดี ลอเปอร์ นักร้องชื่อดัง กล่าวว่า “เป็นเรื่องยากสำหรับฉันที่จะจินตนาการถึงโลกที่ไม่มีดอลลี ดอลลีมีหัวใจที่ยิ่งใหญ่พอ ๆ กับพรสวรรค์ของเธอ เธอไม่เพียงเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง นักแสดง และดาราโทรทัศน์ผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่ดอลลียังใช้ชีวิตตามสิ่งที่เธอสร้างสรรค์ผ่านงานศิลปะ เธอใช้ศิลปะ ชื่อเสียง และเงินทองของเธอเพื่อช่วยเหลือผู้คนมากมาย ฉันไม่สามารถบอกได้ด้วยซ้ำว่ากี่ครั้งแล้วที่ฉันถามตัวเองว่า ‘ถ้าเป็นดอลลี เธอจะทำอย่างไร?’ เธอเป็นแบบอย่างที่ยอดเยี่ยมสำหรับพวกเราทุกคน”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/entertainment/interstars/news_5862319?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ดอลลี พาร์ตัน วัย 80 ตำนานนักร้องคันทรีเสียชีวิต เผยต่อสู้มะเร็งช่วงสั้นๆ ทรัมป์สั่งลดธง 7 วัน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ดอลลี พาร์ตัน วัย 80 ตำนานนักร้องคันทรีเสียชีวิต เผยต่อสู้มะเร็งช่วงสั้นๆ ทรัมป์สั่งลดธง 7 วัน</dc:alternative><dc:abstract>ดอลลี พาร์ตัน วัย 80 ตำนานนักร้องคันทรีเสียชีวิต เผยต่อสู้มะเร็งช่วงสั้นๆ ทรัมป์สั่งลดธง 7 วัน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-26T02:10:46+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-26T02:10:46+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สมาคมอุตสาหกรรมเพลงออสเตรเลีย แบนเพลง AI จากอันดับชาร์ตเพลง หนุนการสร้างโดยมนุษย์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861846]]></link><pubDate>2026-08-25T17:04:39+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5861846</guid><description>สมาคมอุตสาหกรรมเพลงออสเตรเลีย แบนเพลง AI จากอันดับชาร์ตเพลง หนุนการสร้างโดยมนุษย์ ยาฮู รายงานว่า ชาร์ตเพลงทางการของออสเตรเลีย จะไม่มีการรวมเพลงที่สร้างขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ เป็นส่วนใหญ่ หรือท [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สมาคมอุตสาหกรรมเพลงออสเตรเลีย แบนเพลง AI จากอันดับชาร์ตเพลง หนุนการสร้างโดยมนุษย์&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ยาฮู รายงานว่า ชาร์ตเพลงทางการของออสเตรเลีย จะไม่มีการรวมเพลงที่สร้างขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ เป็นส่วนใหญ่ หรือทั้งหมด เอาไว้ในชาร์ต ภายใต้กฎใหม่ที่ประกาศเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคมเป็นต้นไป แต่เพลงที่ใช้เอไอ เป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์ ยังคงมีสิทธิติดชาร์ตเพลงได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมาคมอุตสาหกรรมเพลงแห่งออสเตรเลีย (ARIA) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการจัดอันดับชาร์ตเพลงอย่างเป็นทางการของประเทศออสเตรเลีย ได้แก้ไขหลักเกณฑ์การปฏิบัติเพื่อกำหนดให้เพลงต้องสร้างขึ้นโดยมนุษย์เป็นส่วนใหญ่ และต้องไม่ถูกผลักดันขึ้นชาร์ตด้วยการสร้างขึ้นมาจากปัญญาประดิษฐ์ หรือการดัดแปลงอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ มีกระแสการพูดถึงการคัฟเวอร์เพลง &amp;#8220;Like a Prayer&amp;#8221; ของมาดอนน่า โดย จอช ฟาวาซ ดีเจและโปรดิวเซอร์ ชาวออสเตรเลีย และทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงที่ถูกเปิดทางสถานีวิทยุออสเตรเลียมากที่สุดในเดือนกรกฎาคม และขึ้นอันดับ 4 ในชาร์ต ARIA ก่อนที่ในเวลาต่อมา จะพบว่า เสียงร้องและเสียงกลอง ถูกสร้างขึ้นจากการช่วยเหลือของ เอไอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของ ARIA กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ เอบีซี ของออสเตรเลียว่า ภายใต้กฎใหม่ การใช้ &amp;#8220;เอไอ&amp;#8221; ในลักษณะดังกล่าว อาจจะทำให้เพลงนั้นไม่มีสิทธิติดอันดับชาร์ต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ARIA จะมีอำนาจในการปฏิเสธการรับเพลงที่ไม่เข้าเกณฑ์สำหรับการสำรวจชาร์ตเพลง ตัดออก หรือ ลบออกจากชาร์ต ทั้งในอนาคตหรือย้อนหลัง ปรับอันดับในชาร์ต และเพิกถอนการรับรองศิลปิน และตัวแทนของพวกเขา จะสามารถคัดค้านการตัดออกและให้หลักฐานสนับสนุนคุณสมบัติของบันทึกเสียงได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข่าวระบุว่า อุตสาหกรรมดนตรี มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมานานแล้ว เกี่ยวกับการใช้เสียงของศิลปิน เพื่อฝึกฝนระบบเอไอ โดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของลิขสิทธิ์แต่อย่างใด ขณะเดียวกัน เอไอ ก็กลายเป็นเครื่องมือที่ใช้กันทั่วไป สำหรับนักดนตรีหลายคน ในกระบวนการผลิต รวมถึงการแต่งเพลงและการเรียบเรียง และการมิกซ์เสียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ARIA ระบุด้วยว่า จะมีการทบทวนหลักเกณฑ์อย่างต่อเนื่อง ตามการพัฒนาของนโยบายและเทคโนโลยี เอไอ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861846?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สมาคมอุตสาหกรรมเพลงออสเตรเลีย แบนเพลง AI จากอันดับชาร์ตเพลง หนุนการสร้างโดยมนุษย์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สมาคมอุตสาหกรรมเพลงออสเตรเลีย แบนเพลง AI จากอันดับชาร์ตเพลง หนุนการสร้างโดยมนุษย์</dc:alternative><dc:abstract>สมาคมอุตสาหกรรมเพลงออสเตรเลีย แบนเพลง AI จากอันดับชาร์ตเพลง หนุนการสร้างโดยมนุษย์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T10:05:26+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T10:05:26+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/futuristic-musician-making-music-with-instrument111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/futuristic-musician-making-music-with-instrument111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/edworks-ai-generated-855821666.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/edworks-ai-generated-855821666-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/futuristic-musician-making-music-with-instrument111.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/futuristic-musician-making-music-with-instrument111-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/futuristic-musician-making-music-with-instrument111222.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/futuristic-musician-making-music-with-instrument111222-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐ ถอด ซีเรีย พ้นบัญชีปท.ให้การสนับสนุนก่อการร้าย หลังติดแบล็กลิสต์นาน 47 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861655]]></link><pubDate>2026-08-25T16:06:58+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5861655</guid><description>สหรัฐ ถอด ซีเรีย พ้นบัญชีปท.ให้การสนับสนุนก่อการร้าย หลังติดแบล็กลิสต์นาน 47 ปี สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า สหรัฐอเมริกาได้ปลดประเทศซีเรียออกจากบัญชีรายชื่อ “รัฐที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้าย”แล้วเมื่อวั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;สหรัฐ ถอด ซีเรีย พ้นบัญชีปท.ให้การสนับสนุนก่อการร้าย หลังติดแบล็กลิสต์นาน 47 ปี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า สหรัฐอเมริกาได้ปลดประเทศซีเรียออกจากบัญชีรายชื่อ “รัฐที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้าย”แล้วเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม หลังจากซีเรียติดแบล็กลิสต์ดังกล่าวมาเป็นเวลานานถึง 47 ปี ซึ่งนับเป็นการขจัดอุปสรรคสำคัญประการสุดท้ายสำหรับการลงทุนจากภาคเอกชนในประเทศซีเรียและเปิดทางให้ซีเรียกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพื่อรับรองการดำเนินการเชิงบวกของรัฐบาลซีเรียในการตัดขาดตนเองอย่างสิ้นเชิงจากการก่อการร้ายระดับสากล และจะช่วยเปิดหนทางสู่ความมั่งคั่งให้แก่ประชาชนชาวซีเรีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐ กล่าวว่า การดำเนินการในวันนี้จะช่วยสนับสนุนการลงทุนเพิ่มเติมในซีเรีย เพื่อส่งเสริมเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายอัสซาด ฮัสซัน อัล-ไชบานี รัฐมนตรีต่างประเทศของซีเรีย กล่าวขานรับท่าทีอันดีของสหรัฐนี้ โดยชี้ว่านี่ถือเป็นก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;เราจะยังคงเดินหน้าทำงานเพื่อขจัดผลกระทบจากการถูกโดดเดี่ยวและสร้างสภาพแวดล้อมที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความโปร่งใส ผลประโยชน์ร่วมกันและความเคารพซึ่งกันและกัน&amp;#8221; รัฐมนตรีต่างประเทศซีเรียกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้สหรัฐยังได้ถอดกลุ่มฮายัตตาห์รีร์ อัล-แชม (HTS) กองกำลังอิสลามิสต์ของอัล-ชารา ออกจากบัญชีรายชื่อองค์กรก่อการร้ายโลกของสหรัฐอีกด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทิศทางเชิงบวกข้างต้นต่อประเทศซีเรียมีขึ้นหลังจากรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ให้การยอมรับนายอาเหม็ด อัล-ชารา ในฐานะประธานาธิบดีซีเรียคนใหม่ หลังจากที่เขาเคยเป็นนักรบกลุ่มติดอาวุธที่ถูกสหรัฐตั้งค่าหัวนำจับในฐานะผู้นำกลุ่มที่แยกตัวออกมาจากเครือข่ายก่อการร้ายอัลกออิดะห์ โดยเกิดขึ้นหลังจากอัล-ชาราได้นำกลุ่มกบฎในซีเรียโค่นล้มอำนาจปกครองของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด อดีตผู้นำเผด็จการซีเรียขณะนั้นในช่วงปลายปี 2024&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การที่ซีเรียถูกถอดพ้นบัญชีรายชื่อประเทศที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายของสหรัฐหลังถูกขึ้นบัญชีดำมาตั้งแต่ปีค.ศ.1979 นั้น ส่งผลให้ขณะนี้เหลือเพียง 3 ประเทศที่ยังคงติดอยู่ในบัญชีดังกล่าวของสหรัฐ ได้แก่ คิวบา เกาหลีเหนือ และ อิหร่าน ซึ่งต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน ข้อจำกัดด้านความช่วยเหลือ และการถูกห้ามส่งออกและขายอาวุธยุทโธปกรณ์จากสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861655?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐ ถอด ซีเรีย พ้นบัญชีปท.ให้การสนับสนุนก่อการร้าย หลังติดแบล็กลิสต์นาน 47 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐ ถอด ซีเรีย พ้นบัญชีปท.ให้การสนับสนุนก่อการร้าย หลังติดแบล็กลิสต์นาน 47 ปี</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐ ถอด ซีเรีย พ้นบัญชีปท.ให้การสนับสนุนก่อการร้าย หลังติดแบล็กลิสต์นาน 47 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T09:06:58+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T09:06:58+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T192153Z_649812681_RC2R9MA87UDB_RTRMADP_3_USA-TRUMP-SYRIA-RESCIND.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T192153Z_649812681_RC2R9MA87UDB_RTRMADP_3_USA-TRUMP-SYRIA-RESCIND-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T192153Z_649812681_RC2R9MA87UDB_RTRMADP_3_USA-TRUMP-SYRIA-RESCIND.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T192153Z_649812681_RC2R9MA87UDB_RTRMADP_3_USA-TRUMP-SYRIA-RESCIND-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T192153Z_649812681_RC2R9MA87UDB_RTRMADP_3_USA-TRUMP-SYRIA-RESCIND-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T192153Z_649812681_RC2R9MA87UDB_RTRMADP_3_USA-TRUMP-SYRIA-RESCIND-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่านกร้าว โต้กลับมะกันคว่ำบาตร ศก. แน่ จีนย้ำไม่ช่วยอะไร ยันปกป้องผลประโยชน์ชาติ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861578]]></link><pubDate>2026-08-25T15:23:10+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5861578</guid><description>อิหร่านกร้าว โต้กลับมะกันคว่ำบาตร ศก. แน่ จีนย้ำไม่ช่วยอะไร ยันปกป้องผลประโยชน์ชาติ อิหร่านให้คำมั่นว่าจะตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรที่ขยายวงกว้างขึ้นของสหรัฐ หลังจากที่นายสก็อต เบสแซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อิหร่านกร้าว โต้กลับมะกันคว่ำบาตร ศก. แน่ จีนย้ำไม่ช่วยอะไร ยันปกป้องผลประโยชน์ชาติ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;อิหร่านให้คำมั่นว่าจะตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรที่ขยายวงกว้างขึ้นของสหรัฐ หลังจากที่นายสก็อต เบสแซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เพิ่งประกาศมาตรการดังกล่าว ซึ่งสหรัฐระบุว่าจะเป็นการตัดเส้นเลือดใหญ่ทางเศรษฐกิจของอิหร่าน ขณะที่เตหะรานแสดงความมั่นใจว่า ประเทศคู่ค้ารายใหญ่จะต่อต้านการกดดันของรัฐบาลสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนมีการประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งล่าสุด อิหร่านได้ขู่ว่าอาจตอบโต้ทางทหาร และอาจลดการส่งออกน้ำมันจากบริเวณอ่าวเปอร์เซียลงอีก หากสหรัฐดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจตอบโต้ ขณะที่หลังจากสหรัฐประกาศมาตรการล่าสุด อาลี มาดานิซาเดห์ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอิหร่านกล่าวว่า “เราพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาดานิซาเดห์กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า แน่นอนว่า ศัตรูมีเจตนาที่จะเปิดฉากการโจมตีทางเศรษฐกิจแบบก่อการร้ายต่อเรา แต่เราก็มีเครื่องมือของเราเอง และรู้ว่าจะเล่นเกมนี้อย่างไร การป้องกันของเราไม่ได้เป็นเพียงการตั้งรับอีกต่อไปแล้ว ศัตรูควรเตรียมรอรับการโจมตี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาดานิซาเดห์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งจีนและรัสเซียไม่ได้ “ยอมรับ” มาตรการของสหรัฐ และคาดการณ์ว่าประเทศอื่นๆ จะต่อต้านมาตรการดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักข่าวเพรสทีวีรายงานว่า พลจัตวาฮอสเซน โมเฮบบี โฆษกของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ให้คำมั่นว่าจะโจมตีผลประโยชน์สำคัญของสหรัฐและจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานอย่างหนัก หากโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านถูกคุกคาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรและกลยุทธ์กดดันไม่ได้ช่วยอะไร และจีนจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861578?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่านกร้าว โต้กลับมะกันคว่ำบาตร ศก. แน่ จีนย้ำไม่ช่วยอะไร ยันปกป้องผลประโยชน์ชาติ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่านกร้าว โต้กลับมะกันคว่ำบาตร ศก. แน่ จีนย้ำไม่ช่วยอะไร ยันปกป้องผลประโยชน์ชาติ</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่านกร้าว โต้กลับมะกันคว่ำบาตร ศก. แน่ จีนย้ำไม่ช่วยอะไร ยันปกป้องผลประโยชน์ชาติ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T08:23:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T08:23:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/i25.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/i25-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/i25.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/i25-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/i25-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/i25-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เลิกโดดเดี่ยว? รมต.เวียดนาม เตรียมเยือนเมียนมาพุธนี้ ครั้งแรกนับจากเหตุรัฐประหาร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861472]]></link><pubDate>2026-08-25T14:47:39+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5861472</guid><description>เลิกโดดเดี่ยว? รมต.เวียดนาม เตรียมเยือนเมียนมาพุธนี้ ครั้งแรกนับจากเหตุรัฐประหาร เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงต่างประเทศเวียดนามแถลงในวันเดียวกันว่า นายเล หว่าย จุง รัฐมนตร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เลิกโดดเดี่ยว? รมต.เวียดนาม เตรียมเยือนเมียนมาพุธนี้ ครั้งแรกนับจากเหตุรัฐประหาร&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงต่างประเทศเวียดนามแถลงในวันเดียวกันว่า นายเล หว่าย จุง รัฐมนตรีต่างประเทศเวียดนาม มีกำหนดจะเดินทางเยือนประเทศเมียนมาอย่างเป็นทางการในวันพุธ(26 ส.ค.)นี้ ซึ่งจะเป็นการเยือนเมียนมาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเวียดนามเป็นครั้งแรกนับจากเกิดเหตุการณ์รัฐประหารในเมียนมาเมื่อปี 2021 ที่จุดสงครามกลางเมืองนองเลือดขึ้นในดินแดนดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงต่างประเทศเวียดนามระบุว่า ในการเยือนครั้งนี้คาดว่านายเลจะเป็นประธานร่วมในการประชุมความร่วมมือทวิภาคีกับคู่เจรจาฝ่ายเมียนมา นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า เวียดนามมองว่าเมียนมาเป็นหนึ่งในชาติสมาชิกสำคัญของอาเซียน และถือว่าฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนเพื่อนำสันติสุขมาสู่เมียนมานั้น เป็นกรอบการทำงานสำคัญสำหรับการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของกลุ่มอาเซียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้กำหนดการเยือนดังกล่าวมีขึ้นหนึ่งเดือนหลังจากที่เวียดนามและเมียนมาได้แลกเปลี่ยนเอกอัครราชทูตคนใหม่ประจำประเทศของกันและกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้รัฐบาลเมียนมาได้ถูกอาเซียนโดดเดี่ยวทางการทูตมานับตั้งแต่เกิดเหตุกองทัพเมียนมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซูจี เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ปี 2021 อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยและลาวได้พยายามผลักดันให้มีการปฏิสัมพันธ์กับเมียนมามากขึ้น ซึ่งทำให้เห็นพลเอกอาวุโสมิน อ่อง ไลง์ ผู้นำคณะรัฐประหารในขณะนั้น ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ได้เดินทางเยือนลาวอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมและเยือนไทยในเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861472?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เลิกโดดเดี่ยว? รมต.เวียดนาม เตรียมเยือนเมียนมาพุธนี้ ครั้งแรกนับจากเหตุรัฐประหาร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เลิกโดดเดี่ยว? รมต.เวียดนาม เตรียมเยือนเมียนมาพุธนี้ ครั้งแรกนับจากเหตุรัฐประหาร</dc:alternative><dc:abstract>เลิกโดดเดี่ยว? รมต.เวียดนาม เตรียมเยือนเมียนมาพุธนี้ ครั้งแรกนับจากเหตุรัฐประหาร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T07:47:39+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T07:47:39+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Le-Hoai-Trung-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Le-Hoai-Trung-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Le-Hoai-Trung-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Le-Hoai-Trung-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Le-Hoai-Trung-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Le-Hoai-Trung-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ความไม่สง่างามของการหลบลงรถลำเลียงอาหารไปขึ้นเครื่องบินของประธานาธิบดีทรัมป์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/article/news_5860393]]></link><pubDate>2026-08-25T12:36:26+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5860393</guid><description>การเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกานั้นมีของประกอบตำแหน่งอยู่หลายอย่าง นอกจากทำเนียบขาวรถยนต์ Cadillac หุ้มเกราะที่เรียกกันว่า “The Beast” และเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับ (Secret Service) ซึ่งเดินตามก [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p class=&quot;p3&quot;&gt;&lt;span class=&quot;s1&quot;&gt;ก&lt;/span&gt;&lt;span class=&quot;s2&quot;&gt;ารเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกานั้นมีของประกอบตำแหน่งอยู่หลายอย่าง นอกจากทำเนียบขาวรถยนต์ Cadillac หุ้มเกราะที่เรียกกันว่า &lt;b&gt;“The Beast”&lt;/b&gt; และเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับ (Secret Service) ซึ่งเดินตามกันเป็นพรวนแล้ว สิ่งหนึ่งซึ่งเห็นจะเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจที่งามสง่าที่สุดก็คือ เครื่องบิน Air Force One เวลาเครื่องบินสีฟ้าขาวลำมหึมานี้จอดลง ณ สนามบินประเทศใด บันไดจะถูกนำมาเทียบ ประตูเปิด ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาจะปรากฏกายตรงประตู ยกมือโบกเสียเล็กน้อย แล้วเดินลงบันไดอย่างผู้เป็นประมุขของมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก ทั้งหมดนี้เป็นพิธีกรรมแห่งอำนาจ&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;p4&quot;&gt;&lt;span class=&quot;s2&quot;&gt;แต่เมื่อค่ำวันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2569 ที่ท่าอากาศยานอังการา เอเซนโบอา กรุงอังการา ประเทศตุรกี ภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสร็จภารกิจเข้าร่วมการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO พิธีกรรมแห่งอำนาจที่ว่านี้กลับมีตอนหนึ่งซึ่งหากนักเขียนบทละครเป็นผู้แต่งก็คงถูกตำหนิว่าแต่งเกินจริง เพราะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีเครื่องบินประจำตำแหน่งราคาหลายพันล้านดอลลาร์ มีเครื่องบินรบ มีระบบป้องกันภัยทางอากาศ มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดีที่สุดในโลก กลับต้องออกจาก Air Force One ทางประตูอีกด้านหนึ่ง แล้วเข้าไปอยู่ในรถลำเลียงอาหารขึ้นเครื่องบิน (Catering Truck) ก่อนที่รถคันนั้นจะลดกระบะลงแล้วพาประธานาธิบดีแล่นข้ามลานบินไปขึ้นเครื่องบินทหารอีกลำหนึ่งอย่างเป็นความลับเงียบๆ ฟังดูแล้วคล้ายเรื่องที่ฝรั่งเรียกว่า &lt;b&gt;“Black Comedy”&lt;/b&gt; คือจะหัวเราะก็ไม่เต็มปาก จะสงสารก็ไม่ถึงกับต้องร้องไห้&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;p4&quot;&gt;&lt;span class=&quot;s2&quot;&gt;รายงานเรื่องนี้ปรากฏต่อสาธารณชนภายหลังเมื่อหนังสือพิมพ์ The Washington Post เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม และสำนักข่าวใหญ่อื่นๆ ทั้ง Reuters, AP และ CBS ตรวจสอบและรายงานตามมา ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะยืนยันเองในภายหลังว่า การเปลี่ยนเครื่องบินนั้นเกิดขึ้นจริง และเป็นความต้องการของ Secret Service และฝ่ายทหารด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เรื่องมีอยู่ว่า ในค่ำวันนั้นรถยนต์ของประธานาธิบดีเดินทางมาถึงสนามบินราวสองทุ่มยี่สิบห้านาที ตามเวลาท้องถิ่น ทรัมป์เดินขึ้นบันไดเครื่องบิน Boeing 747 รุ่นเก่าซึ่งเคยใช้เป็น Air Force One ต่อหน้ากล้องโทรทัศน์ตามปกติ โบกมือให้ผู้คนตามธรรมเนียม ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนว่าประธานาธิบดีอเมริกันกำลังจะกลับประเทศ แต่สิ่งที่คนดูทางโทรทัศน์ไม่รู้ก็คือ อีกด้านหนึ่งของเครื่องบินมีรถลำเลียงอาหาร (Catering Truck) จอดเทียบประตูอยู่ รถชนิดนี้ตามปกติมีหน้าที่อันไม่สำคัญทางรัฐศาสตร์เลย คือเอาข้าว เอาปลา เอาเนื้อ เอาขนมปัง น้ำอัดลม และอาหารต่างๆ ขึ้นไปส่งบนเครื่องบิน ตัวตู้ด้านหลังสามารถยกสูงด้วยระบบไฮดรอลิกจนเสมอกับประตูเครื่องบิน พนักงานจึงเข็นรถอาหารเข้าไปได้โดยไม่ต้องแบกอาหารขึ้นบันได แต่ค่ำวันนั้นแทนที่จะขนอาหาร รถกลับขนประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาทรัมป์พร้อมด้วยคนใกล้ชิดจำนวนหนึ่งพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ของหน่วยสืบราชการลับ (Secret Service) เข้าไปอยู่ภายในตู้ซึ่งถูกเตรียมและทำความสะอาดไว้ก่อน จากนั้นตู้ถูกลดลง รถแล่นออกจาก Air Force One ข้ามลานบินไปยังเครื่องบิน C-32A ซึ่งเป็น Boeing 757 ดัดแปลงของกองทัพอากาศสหรัฐ แล้วจึงยกตู้ขึ้นเพื่อส่งประธานาธิบดีเข้าเครื่องบินลำนั้น รายงานของสำนักข่าว CNN ระบุว่า การแล่นข้ามลานบินใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ส่วนเครื่องบิน Air Force One ลำใหญ่ซึ่งนักข่าวและเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งยังเชื่อว่าประธานาธิบดีอยู่บนเครื่องก็ออกเดินทางในฐานะเครื่องลวง ถ้าถามว่าทำไมต้องเล่นละครกันถึงขนาดนี้ คำตอบก็ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ประธานาธิบดีทรัมป์เสียก่อน เพราะเรื่องนี้มิใช่ว่าทรัมป์ยืนอยู่บนลานบินแล้วเกิดใจฝ่อขึ้นมาเอง จึงร้องว่า “เอารถครัวมารับฉันที” ข่าวกรองของสหรัฐและตุรกีได้รับข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามที่เจ้าหน้าที่เห็นว่า น่าเชื่อถือและเร่งด่วน ว่าอาจมีความพยายามของฝ่ายอิหร่าน หรือกลุ่มที่เกี่ยวข้องในการโจมตีเครื่องบินของประธานาธิบดีด้วยขีปนาวุธ ในเวลานั้นความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิหร่านอยู่ในภาวะอันตรายอย่างยิ่ง หน่วย Secret Service ฝ่ายทหาร และหน่วยงานความมั่นคงจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนการเดินทางอย่างกะทันหัน&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;p4&quot;&gt;&lt;span class=&quot;s2&quot;&gt;ดังนั้น ถ้าจะกล่าวว่าทรัมป์ “หนี” อย่างคนขี้ขลาดก็ไม่เป็นธรรม ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาไม่มีสิทธิจะทำตัวกล้าหาญตามใจชอบเสียด้วยซ้ำ เพราะชีวิตของเขาไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด ถ้าประธานาธิบดีถูกสังหารขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องของคนชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ คนเดียว แต่หมายถึงวิกฤตของรัฐบาลสหรัฐ ความต่อเนื่องของอำนาจรัฐ ความมั่นคงของ NATO และอาจหมายถึงสงครามใหญ่ได้ เมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบอกให้ลงรถครัว ก็ต้องลงรถครัว จะให้ประธานาธิบดียืนเท้าสะเอวกลางสนามบินแล้วประกาศว่า &lt;b&gt;“ข้าพเจ้าไม่กลัวจรวดอิหร่าน”&lt;/b&gt; ก็อาจจะสง่างามดีอยู่ห้านาที และหลังจากนั้นโลกอาจต้องมีประธานาธิบดีคนใหม่ เรื่องอย่างนี้จึงต้องแยกคำว่า&lt;b&gt; “ความกล้าหาญ” &lt;/b&gt;ออกจากคำว่า&lt;b&gt; “ความโง่” &lt;/b&gt;ให้ดี แต่ถึงกระนั้น เรื่องนี้ก็มีสิ่งหนึ่งซึ่งน่าสนใจมากกว่าปัญหาความปลอดภัย คือ ความไม่สง่างามทางการเมือง ความไม่สง่างามนั้นมิได้อยู่ที่การนั่งรถ Catering Truck แต่อยู่ที่ความแตกต่างระหว่าง &lt;b&gt;“ภาพที่ผู้นำสร้างขึ้นเกี่ยวกับตนเอง”&lt;/b&gt; กับ &lt;b&gt;“ความเป็นจริงซึ่งโลกได้เห็น”&lt;/b&gt; โดนัลด์ ทรัมป์ สร้างบุคลิกทางการเมืองของตนมาหลายสิบปีบนภาพของชายผู้แข็งกร้าว ไม่ยอมใคร ชอบใช้คำว่า strong, tough และ weakness อยู่เป็นประจำ โลกในความคิดของทรัมป์แบ่งคนออกง่ายๆ เป็นคนแข็งแรงกับคนอ่อนแอ ผู้ชนะกับผู้แพ้ และผู้ที่ยอมถอยกับผู้ที่ไม่ยอมถอย เมื่อผู้นำสร้างมาตรวัดอย่างนี้ขึ้นมาวัดคนอื่นทุกวัน วันหนึ่งมาตรวัดนั้นย่อมย้อนกลับมาวัดตนเอง ภาพประธานาธิบดีผู้ยืนบนเวทีประกาศว่าศัตรูจะต้องเกรงกลัวสหรัฐอเมริกา ย่อมดูแตกต่างอย่างประหลาดกับภาพประธานาธิบดีคนเดียวกัน ซึ่งต้องถูกซ่อนตัวอยู่ในตู้รถขนอาหารเพราะศัตรูอาจกำลังตามล่าอยู่&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;p4&quot;&gt;&lt;span class=&quot;s2&quot;&gt;รัฐบาลอิหร่านและสื่ออิหร่านจึงไม่ปล่อยโอกาสทองนี้ให้ผ่านไปเฉยๆ สื่อของอิหร่านหยิบเรื่องรถ Catering Truck มาล้อเลียน และภาพตัดต่อก็แพร่กระจายอยู่ในโลกออนไลน์ เพราะในสงครามสมัยใหม่ การยิงขีปนาวุธใส่ศัตรูเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การทำให้ศัตรูดูน่าขันเป็นอาวุธอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งราคาถูกกว่าขีปนาวุธมาก นี่แหละเป็นปัญหาของ &lt;b&gt;“ภาพลักษณ์” &lt;/b&gt;คนธรรมดาหนีอันตรายไม่มีใครว่าอะไร แต่คนที่หาเสียงและปกครองประเทศด้วยบุคลิก &lt;b&gt;“ข้าไม่กลัวใคร”&lt;/b&gt; เมื่อวันหนึ่งปรากฏภาพว่าต้องใช้เครื่องบินลวง ปิดม่านหน้าต่าง และหลบขึ้นรถส่งอาหาร ความขัดแย้งระหว่างคำพูดกับภาพที่เห็นก็ย่อมกลายเป็นอาหารอันโอชะของฝ่ายตรงข้าม อันที่จริงการใช้กลลวงเพื่อรักษาความปลอดภัยประธานาธิบดีไม่ใช่สิ่งใหม่เลย เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2543 ประธานาธิบดีบิล คลินตัน จะเดินทางจากอินเดียไปปากีสถาน ซึ่งเวลานั้นมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูง ทาง Secret Service ก็จัดแผนลวงเช่นกัน มีเครื่องบินซึ่งดูเหมือนเครื่องประธานาธิบดีบินไป ขณะที่คลินตันเดินทางด้วยเครื่องบินอีกลำหนึ่งซึ่งไม่มีเครื่องหมายเด่นชัด เมื่อถึงกรุงอิสลามาบัดจึงปรากฏว่าประธานาธิบดีตัวจริงอยู่คนละเครื่องกับที่คนทั่วไปคิด จึงต้องย้ำว่าการใช้ &lt;b&gt;“เครื่องลวง”&lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;มิใช่เรื่องเสียเกียรติของประธานาธิบดีอเมริกัน และไม่ใช่สิ่งที่ทรัมป์เป็นผู้คิดค้น แต่ในกรณีของทรัมป์มีรายละเอียดชวนให้โลกจำ คือ รถขนอาหาร ถ้าเปลี่ยนจากเครื่องบิน Air Force One ไปขึ้นเครื่องบินทหารอีกลำโดยใช้รถยนต์หุ้มเกราะ เรื่องก็คงไม่ติดตาเท่าไร แต่การที่ชายซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด (Commander in Chief) แห่งกองทัพที่มีกำลังมากที่สุดในโลก ต้องเดินจากห้องโดยสารของ Air Force One เข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งตามปกติใช้ขนถาดอาหาร ไก่อบ ขนมปัง และกาแฟนั้น เป็นภาพที่นักเขียนการ์ตูนการเมืองจะคิดขึ้นเองก็คงคิดได้ไม่ดีเท่าความจริง บางครั้งประวัติศาสตร์ก็มีอารมณ์ขันของมันเอง เครื่องบิน Air Force One เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ แต่รถ Catering Truck เป็นสัญลักษณ์ของงานหลังบ้าน คนหนึ่งอยู่หน้าฉาก อีกคนหนึ่งอยู่หลังครัว ค่ำวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2569 ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาเดินจากหน้าฉากไปหลังครัวภายในเวลาไม่กี่นาที&lt;span class=&quot;Apple-converted-space&quot;&gt; &lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;p4&quot;&gt;&lt;span class=&quot;s2&quot;&gt;&lt;b&gt;กระนั้นก็ดี ผู้เขียนเห็นว่าความไม่สง่างามที่สุดของเรื่องนี้อาจไม่ใช่ตัวรถเสียด้วยซ้ำ แต่คือการที่รัฐบาลปล่อยให้เรื่องทั้งหมดถูกปิดบังอยู่กว่าหนึ่งเดือน ทั้งที่นักข่าวและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวจำนวนหนึ่งอยู่บน Air Force One ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องลวงโดยไม่รู้ว่าประธานาธิบดีไม่ได้อยู่กับตน การรักษาความลับระหว่างปฏิบัติการนั้นเข้าใจได้ แต่เมื่ออันตรายผ่านพ้นไปแล้ว คำถามเรื่องความรับผิดชอบต่อบุคคลที่อยู่ในเครื่องลวงย่อมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะในระบอบประชาธิปไตย “ความลับเพื่อความปลอดภัย” กับ “ความลับเพื่อไม่ให้ประชาชนรู้” นั้นหน้าตาคล้ายกันมาก แต่เป็นคนละเรื่องกันครับ&lt;span class=&quot;Apple-converted-space&quot;&gt; &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;p1&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 18pt;&quot;&gt;&lt;strong&gt;&lt;span class=&quot;s2&quot;&gt;โกวิท วงศ์สุรวัฒน์&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/article/news_5860393?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ความไม่สง่างามของการหลบลงรถลำเลียงอาหารไปขึ้นเครื่องบินของประธานาธิบดีทรัมป์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ความไม่สง่างามของการหลบลงรถลำเลียงอาหารไปขึ้นเครื่องบินของประธานาธิบดีทรัมป์</dc:alternative><dc:abstract>ความไม่สง่างามของการหลบลงรถลำเลียงอาหารไปขึ้นเครื่องบินของประธานาธิบดีทรัมป์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T11:56:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T11:56:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-ไม่สง่างามทรัมป์.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-ไม่สง่างามทรัมป์-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-ไม่สง่างามทรัมป์.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-ไม่สง่างามทรัมป์-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปากีสถาน เผยเจรจาอิหร่านมีความคืบหน้าสำคัญ มุ่งถกความขัดแย้ง-หนทางสู่สันติภาพ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861195]]></link><pubDate>2026-08-25T11:58:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5861195</guid><description>ปากีสถาน เผยเจรจาอิหร่านมีความคืบหน้าสำคัญ มุ่งถกความขัดแย้ง-หนทางสู่สันติภาพ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ปากีสถาน ซึ่งเป็นชาติตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าปากีสถานแล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ปากีสถาน เผยเจรจาอิหร่านมีความคืบหน้าสำคัญ มุ่งถกความขัดแย้ง-หนทางสู่สันติภาพ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ปากีสถาน ซึ่งเป็นชาติตัวกลางไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าปากีสถานและอิหร่านได้มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการเจรจาที่มุ่งเน้นถกประเด็นสงครามความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิสราเอลที่มีต่ออิหร่าน และหนทางสู่สันติภาพในภูมิภาคดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของกองทัพปากีสถานที่เผยแพร่หลังจากคณะเจรจานำโดยจอมพลอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถานเสร็จสิ้นการพบปะหารือกับผู้นำอิหร่านที่กรุงเตหะรานเสร็จสิ้นลง ระบุว่า การหารือระหว่างจอมพลมูนีร์กับผู้นำอิหร่านมุ่งเน้นไปที่มาตรการป้องกันไม่ให้สสถานการณ์ความขัดแย้งบานปลาย การให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดอีกครั้งและการยุติความขัดแย้งโดยเร็ว นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสันติภาพในภูมิภาคและหนทางสู่การเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;#8220;ประธานาธิบดีอิหร่านได้แบ่งปันมุมมองของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาและเราได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;#8221; โมห์ซิน นัควี รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของปากีสถาน ซึ่งร่วมอยู่ในคณะของจอมทัพมูนีร์ในการเยือนเตหะรานโพสต์ลงบัญชีบนแพลตฟอร์ม X&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้รอยเตอร์รายงานว่าจอมพลมูนีร์ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐก่อนหน้าที่คณะเจรจาของปากีสถานจะเยือนกรุงเตหะรานเมื่อวันจันทร์(24 ส.ค.)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วทรัมป์ได้ออกมาขู่เตือนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือ&amp;#8221;ในรูปแบบใดก็ตามแก่อิหร่าน&amp;#8221; ในขณะที่เขาพยายามโดดเดี่ยวอิหร่าน โดยอิหร่านก็ได้ประกาศตอบโต้ในทันทีว่าจะยุติการส่งออกน้ำมันทั้งหมดจากอ่าวเปอร์เซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861195?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปากีสถาน เผยเจรจาอิหร่านมีความคืบหน้าสำคัญ มุ่งถกความขัดแย้ง-หนทางสู่สันติภาพ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปากีสถาน เผยเจรจาอิหร่านมีความคืบหน้าสำคัญ มุ่งถกความขัดแย้ง-หนทางสู่สันติภาพ</dc:alternative><dc:abstract>ปากีสถาน เผยเจรจาอิหร่านมีความคืบหน้าสำคัญ มุ่งถกความขัดแย้ง-หนทางสู่สันติภาพ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T04:58:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T04:58:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T171848Z_1111940301_RC255NA2PQFJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-PAKISTAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T171848Z_1111940301_RC255NA2PQFJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-PAKISTAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T171848Z_1111940301_RC255NA2PQFJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-PAKISTAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T171848Z_1111940301_RC255NA2PQFJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-PAKISTAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T171848Z_1111940301_RC255NA2PQFJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-PAKISTAN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T171848Z_1111940301_RC255NA2PQFJ_RTRMADP_3_IRAN-CRISIS-PAKISTAN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[นิวซีแลนด์จ่อ ห้ามเด็กต่ำ 16 ใช้โซเชียล พรรคร่วมค้าน ชี้ทำไปก็ไม่ได้ผล]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861016]]></link><pubDate>2026-08-25T10:23:41+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5861016</guid><description>นิวซีแลนด์จ่อ ห้ามเด็กต่ำ 16 ใช้โซเชียล พรรคร่วมค้าน ชี้ทำไปก็ไม่ได้ผล บีบีซีรายงานว่า นิวซีแลนด์เตรียมเสนอร่างกฎหมายที่มีเป้าหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ภายใต้ข้อเสนอล่าสุด แพลตฟอร์ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;นิวซีแลนด์จ่อ ห้ามเด็กต่ำ 16 ใช้โซเชียล พรรคร่วมค้าน ชี้ทำไปก็ไม่ได้ผล&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า นิวซีแลนด์เตรียมเสนอร่างกฎหมายที่มีเป้าหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดีย ภายใต้ข้อเสนอล่าสุด แพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมถึง TikTok, Instagram, Snapchat และ Facebook จะต้องดำเนินมาตรการตรวจสอบว่าผู้ใช้งานมีอายุมากกว่า 16 ปี โดยแพลตฟอร์มที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดอาจถูกปรับสูงสุดถึง 10% ของรายได้ทั่วโลก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ กล่าวว่า สื่อสังคมออนไลน์กำลังทำให้เด็กๆ ต้องเผชิญกับเนื้อหาที่เป็นอันตราย เทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการเสพติด และแรงกดดันที่พวกเขายังไม่มีความพร้อมที่จะรับมือ อย่างไรก็ตาม พรรคการเมืองหลายพรรคระบุว่าจะลงมติคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นตามหลังออสเตรเลียที่ใช้มาตรการห้ามในลักษณะเดียวกัน ขณะที่หลายประเทศ รวมถึงสหราชอาณาจักรและกรีซ กำลังเตรียมออกมาตรการจำกัดการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของเด็กในปีหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลักซอนกล่าวว่า สื่อสังคมออนไลน์กำลังส่งผลกระทบต่อชีวิตครอบครัว สุขภาพจิต การนอนหลับ และการศึกษาของเด็กๆ เรามีมาตรการคุ้มครองเพื่อให้เด็กปลอดภัยในโลกแห่งความเป็นจริง และเราก็จำเป็นต้องมีมาตรการคุ้มครองพวกเขาในโลกเสมือนจริงด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลนิวซีแลนด์ยังไม่ได้ระบุว่า แพลตฟอร์มอื่นใดที่ถือว่ามีความเสี่ยงสูง จะได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวอีกบ้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ระบุว่า ภายใต้ร่างกฎหมายความปลอดภัยทางออนไลน์ซึ่งถูกเสนอเข้าสู่รัฐสภา บริษัทสื่อสังคมออนไลน์จะต้อง “ดำเนินมาตรการที่สมเหตุสมผล” เพื่อตรวจสอบว่าผู้ใช้งานมีอายุมากกว่า 16 ปี โดยสามารถใช้วิธีการต่างๆ รวมถึงข้อมูลที่มีอยู่ในบัญชีผู้ใช้ การประเมินอายุจากใบหน้า และการตรวจสอบตัวตนทางดิจิทัล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แพลตฟอร์มที่เด็กใช้เป็นประจำจะต้องประเมินความเสี่ยงที่แพลตฟอร์มของตนอาจก่อให้เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และรายงานว่ามีการระบุความเสี่ยงเหล่านั้นอย่างไร รวมถึงดำเนินการลดความเสี่ยงดังกล่าวอย่างไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ร่างกฎหมายไม่ได้เสนอให้มีบทลงโทษต่อเด็ก ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล หากมีการฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าว แต่มีการกำหนดค่าปรับสำหรับบริษัทสื่อสังคมออนไลน์อาจสูงกว่าของออสเตรเลียอย่างมาก โดยออสเตรเลียกำหนดค่าปรับสูงสุดไว้ที่ 99 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย แต่ค่าปรับของนิวซีแลนด์อาจสูงสุดถึง 10% จากรายได้ทั่วโลกของแพลตฟอร์ม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าร่างกฎหมายจะได้รับคะแนนเสียงมากพอที่จะผ่านรัฐสภาหรือไม่ หลังจากพรรค Act และพรรคนิวซีแลนด์เฟิร์สต์ (NZF) ซึ่งต่างเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ประกาศว่าจะคัดค้านร่างกฎหมายดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เดวิด ซีมัวร์ รองนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์และหัวหน้าพรรค Act กล่าวว่า การห้ามดังกล่าวจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านวินสตัน ปีเตอร์ส รัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคนิวซีแลนด์เฟิร์สต์ กล่าวแสดงความกังวลเกี่ยวกับร่างกฎหมายดังกล่าว รวมถึงทิศทางและแนวโน้มที่จะนำไปสู่การออกมาตรการจำกัดสิทธิเสรีภาพมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเขาเรียกมาตรการห้ามใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่ออสเตรเลียประกาศใช้เมื่อเดือนธันวาคมว่า เป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ออสเตรเลียประสบปัญหาในการบังคับใช้มาตรการดังกล่าว และเป็นที่ยอมรับกันว่า เด็กจำนวนมากที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปียังคงสามารถเข้าถึงและใช้แอปพลิเคชันที่ถูกห้ามได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อต้นเดือนนี้ ศาลสูงสุดของฝรั่งเศสได้สั่งยกเลิกร่างกฎหมายห้ามเด็กใช้สื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่ามาตรการดังกล่าวละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5861016?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;นิวซีแลนด์จ่อ ห้ามเด็กต่ำ 16 ใช้โซเชียล พรรคร่วมค้าน ชี้ทำไปก็ไม่ได้ผล&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>นิวซีแลนด์จ่อ ห้ามเด็กต่ำ 16 ใช้โซเชียล พรรคร่วมค้าน ชี้ทำไปก็ไม่ได้ผล</dc:alternative><dc:abstract>นิวซีแลนด์จ่อ ห้ามเด็กต่ำ 16 ใช้โซเชียล พรรคร่วมค้าน ชี้ทำไปก็ไม่ได้ผล</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T03:23:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T03:23:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/scb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/scb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/scb.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/scb-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/scb-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/scb-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[สหรัฐจ่อถอนวีซ่ามากสุดใน ปวศ. คาดกระทบต่างชาติ 2 แสน ขอสถานะผู้ลี้ภัย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860953]]></link><pubDate>2026-08-25T09:20:29+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5860953</guid><description>สหรัฐจ่อถอนวีซ่ามากสุดใน ปวศ. คาดกระทบต่างชาติ 2 แสน ขอสถานะผู้ลี้ภัย รัฐบาลทรัมป์กำลังเตรียมยกเลิกวีซ่าธุรกิจและวีซ่าท่องเที่ยวของชาวต่างชาติมากถึง 200,000 คน ที่ได้ยื่นขอหรือกำลังขอสถานะผู้ลี้ภัยในส [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;สหรัฐจ่อถอนวีซ่ามากสุดใน ปวศ. คาดกระทบต่างชาติ 2 แสน ขอสถานะผู้ลี้ภัย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลทรัมป์กำลังเตรียมยกเลิกวีซ่าธุรกิจและวีซ่าท่องเที่ยวของชาวต่างชาติมากถึง 200,000 คน ที่ได้ยื่นขอหรือกำลังขอสถานะผู้ลี้ภัยในสหรัฐ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง การดำเนินการครั้งนี้จะถือเป็นการเพิกถอนวีซ่าคราวเดียวครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ และมีแนวโน้มที่จะเผชิญการท้าทายทางกฎหมายตามมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากไม่มีการยื่นคัดค้านหรือแก้ไขนโยบาย คาดว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐจะประกาศในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ให้เพิกถอนวีซ่าประเภท B1 และ B2 ที่ออกระหว่างปี 2016-2026 สำหรับผู้ถือวีซ่าที่ได้ยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยหรือกำลังอยู่ระหว่างการขอสถานะดังกล่าว ตามเอกสารของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่สำนักข่าวเอพีได้รับ และข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 คน โดยการดำเนินการดังกล่าวจะทำร่วมกับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทอมมี พิกอตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า เรากำลังประสานงานกับ DHS เพื่อระบุและเพิกถอนวีซ่าประเภทชั่วคราวของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าสหรัฐโดยอ้างว่าจะมาพำนักระยะสั้น แต่จากนั้นกลับยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยเพื่อที่จะอยู่ในสหรัฐอย่างถาวร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พิกอตต์ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับจำนวนวีซ่าที่อาจถูกเพิกถอน โดยกล่าวว่า เนื่องจากกระบวนการนี้จะดำเนินต่อไป จำนวนวีซ่าที่ถูกเพิกถอนจึงยังคงเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และการเพิกถอนจะมีการดำเนินการเป็นระยะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า การเพิกถอนวีซ่าไม่ได้หมายความว่าบุคคลเหล่านั้นจะถูกเนรเทศทันที ผู้ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคำร้องขอสถานะผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่จะได้รับการจัดประเภทสถานะใหม่ แต่จะสูญเสียสถานะในฐานะผู้เดินทางเข้าสหรัฐเพื่อวัตถุประสงค์ด้านธุรกิจหรือการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งสมัยที่สองเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลของเขาได้เพิ่มความเข้มงวดต่อผู้ยื่นขอวีซ่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติการใช้สื่อสังคมออนไลน์ การกำหนดให้ผู้ยื่นขอวีซ่าวางหลักประกันในวงเงินสูงเพื่อดำเนินการขอวีซ่า ตลอดจนการห้ามออกวีซ่าให้แก่พลเมืองของบางประเทศโดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คริสโตเฟอร์ แลนเดา รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศสหรัฐ ในโพสต์บนโซเชียลเมื่อวันจันทร์ ถึงผู้ที่เขาระบุว่าพยายามใช้วีซ่าท่องเที่ยวและวีซ่าธุรกิจเพื่อเดินทางเข้าสหรัฐแล้วยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผู้คนในสหรัฐและทั่วโลกต่างเบื่อหน่ายกับการยื่นคำขอสถานะผู้ลี้ภัยที่ไม่มีมูล สถานะผู้ลี้ภัยไม่ควรเป็นช่องโหว่เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายคนเข้าเมือง” แลนเดาโพสต์บน X พร้อมยกกรณีชาวโคลอมเบียคนหนึ่ง ซึ่งเดินทางเข้าสหรัฐด้วยวีซ่าท่องเที่ยวในปี 2015 ก่อนที่จะยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เอกสารของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐที่เอพีได้รับระบุด้วยว่า การตรวจสอบผู้ถือวีซ่า B1 และ B2 ที่ยังมีผลอยู่ เริ่มต้นขึ้นหลังจากกระทรวงการต่างประเทศได้รับข้อมูลเกี่ยวกับคำขอสถานะผู้ลี้ภัยจากสำนักงานบริการตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยทั่วไป วีซ่า B1 ออกให้สำหรับการเดินทางเพื่อธุรกิจ ขณะที่วีซ่า B2 ออกให้สำหรับการท่องเที่ยว การเยี่ยมครอบครัว หรือการเข้ารับการรักษาพยาบาล อย่างไรก็ตาม จากเอกสารและข้อมูลของเจ้าหน้าที่ ยังไม่เป็นที่ชัดเจนในทันทีว่า ผู้ถือวีซ่าประเภทดังกล่าวมีจำนวนเท่าใดที่กำลังขอหรือเคยขอสถานะผู้ลี้ภัยในสหรัฐ และจะได้รับผลกระทบจากการเพิกถอนวีซ่าครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ที่กำลังยื่นขอวีซ่า B1 และ B2 ในปัจจุบันจะต้องยืนยันว่า พวกเขาจะไม่ยื่นขอสถานะผู้ลี้ภัยในสหรัฐ และต้องแสดงหลักฐานว่ามีเจตนาจะเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดของตน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้เพิกถอนวีซ่าประมาณ 175,000 ราย สำหรับผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดหรือถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรม ตั้งแต่การขับรถขณะมึนเมาไปจนถึงการข่มขืนและการปล้น รวมถึงผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะเพื่อต่อต้านนโยบายของสหรัฐ โดยเฉพาะนโยบายที่เกี่ยวข้องกับตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลทรัมป์ยังเดินหน้าปราบปรามสิ่งที่เรียกว่า “การท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตร” หรือ birth tourism ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลกล่าวหาว่า หญิงตั้งครรภ์ชาวต่างชาติใช้เพื่อเดินทางเข้าสหรัฐและคลอดบุตร เพื่อให้บุตรของตนได้รับประโยชน์จากสิทธิการเป็นพลเมืองสหรัฐโดยกำเนิด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860953?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;สหรัฐจ่อถอนวีซ่ามากสุดใน ปวศ. คาดกระทบต่างชาติ 2 แสน ขอสถานะผู้ลี้ภัย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>สหรัฐจ่อถอนวีซ่ามากสุดใน ปวศ. คาดกระทบต่างชาติ 2 แสน ขอสถานะผู้ลี้ภัย</dc:alternative><dc:abstract>สหรัฐจ่อถอนวีซ่ามากสุดใน ปวศ. คาดกระทบต่างชาติ 2 แสน ขอสถานะผู้ลี้ภัย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T02:20:29+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T02:20:29+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-3.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/dt2-3-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[มะกันขู่โลก ตัดสัมพันธ์ ศก.อิหร่าน ก่อนโดนคว่ำบาตรทางอ้อม กร้าวไม่มีชาติใดรอด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860897]]></link><pubDate>2026-08-25T08:09:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5860897</guid><description>มะกันขู่โลก ตัดสัมพันธ์ ศก.อิหร่าน ก่อนโดนคว่ำบาตรทางอ้อม กร้าวไม่มีชาติใดรอด กระทรวงการคลังสหรัฐเตือนประเทศต่างๆ ให้ยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอิหร่าน ภายใต้การประกาศ “วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ” ต่ออิหร่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;มะกันขู่โลก ตัดสัมพันธ์ ศก.อิหร่าน ก่อนโดนคว่ำบาตรทางอ้อม กร้าวไม่มีชาติใดรอด&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการคลังสหรัฐเตือนประเทศต่างๆ ให้ยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับอิหร่าน ภายใต้การประกาศ “วันดีเดย์ทางเศรษฐกิจ” ต่ออิหร่าน เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ตามเวลาในสหรัฐ มิฉะนั้นประเทศที่ไม่ดำเนินการตามอาจเผชิญมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อม โดยกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่าจะยังไม่ได้มีการใช้บทลงโทษในทันที แต่จะให้เวลาประเทศต่างๆ ในการปฏิบัติตามมาตรการของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านครั้งใหญ่ของสหรัฐ มีขึ้นในขณะที่สงครามกับอิหร่านกำลังใกล้เข้าสู่เดือนที่ 6 โดยนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐกำลังเปิดฉากการโจมตีทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาต่อเครือข่ายทางการเงินของอิหร่านทั่วโลก สหรัฐจะตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทั้งหมดกับประเทศนี้ และประเทศใดก็ตามที่ร่วมมือทางการเงินกับอิหร่านก็จะถูกโดดเดี่ยวเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์ปฏิเสธที่จะระบุว่าประเทศใดบ้างที่จะตกเป็นเป้าหมาย หรือเมื่อใดมาตรการลงโทษดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ โดยกระทรวงการคลังสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตรบุคคล นิติบุคคล และเรือจำนวน 60 รายการ แต่รายชื่อดังกล่าวไม่มีสถาบันการเงินของจีน ที่ต้องสงสัยว่าอำนวยความสะดวกในการซื้อขายน้ำมันของอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ทำไมผมถึงต้องการทำลายระบบการเงินโลก? เราเชื่อว่าสิ่งสำคัญคือการกำหนดกรอบให้ชัดเจนและให้เวลาผ่อนผันเพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตาม แต่พวกเขาควรรู้ว่าเรื่องนี้จะดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก และเราจริงจังกับเรื่องนี้” เบสเซนต์กล่าวระหว่างแถลงข่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามว่ากระทรวงการคลังพร้อมที่จะจัดการกับธนาคารจีนหรือไม่ เบสเซนต์กล่าวว่า ไม่มีประเทศใดจะรอดพ้นจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ และว่า “หากพวกเขาอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรม และเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศที่เปลี่ยนน้ำมันของอิหร่านให้กลายเป็นเงิน ซึ่งถูกนำไปใช้ในการปราบปราม พวกเขาจะตกเป็นเป้าหมาย”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่านมาหลายปีแล้ว และรัฐบาลสหรัฐได้เพิ่มความพยายามในการสกัดกั้นการซื้อน้ำมันจากอิหร่านของจีน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อธนาคารจีนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่ทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน มีกำหนดพบกันที่กรุงวอชิงตันในช่วงปลายเดือนกันยายน การคว่ำบาตรธนาคารจีนครั้งใหม่อาจส่งผลกระทบต่อความหวังในการต่ออายุข้อตกลงที่บรรลุเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้แร่หายากของจีนยังคงไหลเข้าสู่ตลาดสหรัฐ และจำกัดการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการเมื่อวันอังคารมุ่งเป้าไปที่ธุรกิจอื่นๆ ในจีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) สิงคโปร์ และอีกหลายประเทศ รวมถึงโรงกลั่นน้ำมันพืชแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์กล่าวว่า สหรัฐกำลังขยายขอบเขตกิจกรรมทางการค้าที่อาจถูกลงโทษด้วยมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อม โดยครอบคลุม 5 ภาคส่วนของเศรษฐกิจอิหร่าน ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล ทองคำ เทคโนโลยี การบิน และการเดินเรือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เขาส่งสัญญาณล่วงหน้าว่า กระทรวงการคลังสหรัฐจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ต่อสถาบันการเงินแห่งหนึ่งภายในสัปดาห์นี้ แต่โฆษกกระทรวงการคลังไม่ได้ตอบคำขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แดเนียล ฟรีด อดีตผู้ประสานงานด้านมาตรการคว่ำบาตรของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่ที่สถาบันแอตแลนติก เคาน์ซิล กล่าวว่า การประกาศครั้งนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่สมกับที่มีกล่าวอ้างไว้ แต่การใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจก็ยังดีกว่าการกลับไปสู่ความขัดแย้งทางทหารอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟรีดกล่าวว่า แคมเปญกดดันอิหร่านจะต้องใช้เวลาและอาศัยความอดทนจึงจะเห็นผล รวมทั้งอาจต้องมีการยอมผ่อนปรนบางอย่างจากรัฐบาลทรัมป์เพื่อให้ได้รับความร่วมมือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“คุณจะต้องทำให้ประเทศในอ่าวอาหรับเห็นพ้องด้วย และคุณต้องรับฟังว่าพวกเขาต้องการอะไร รวมทั้งต้องดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่องและไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา” ฟรีดกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สงครามระหว่างทรัมป์กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น กำลังจะเข้าสู่เดือนที่ 6 ในไม่ช้า แม้การสู้รบอย่างหนักจะลดลงแล้ว แต่ความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงครามกลับชะงักงัน ขณะที่การขนส่งน้ำมันและวัตถุดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น ส่งผลให้ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน คะแนนนิยมของทรัมป์ลดลงสู่ระดับต่ำสุด โดยผลสำรวจล่าสุดของรอยเตอร์/อิปซอสพบว่า มีชาวอเมริกันเพียง 33% ที่เห็นชอบกับผลงานของเขา อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า ต้นทุนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าอิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า นับตั้งแต่ทรัมป์เริ่มดำรงตำแหน่งสมัยที่สองในปี 2025 สหรัฐได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านต่อบุคคล เรือ และอากาศยานมากกว่า 1,000 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาตรการล่าสุดมุ่งเป้าไปที่กองเรือน้ำมันเงาของอิหร่าน บริษัทประกันภัยด้านการขนส่ง เครือข่ายจัดหาอาวุธ และแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยสามารถอายัดหรือระงับการใช้งานสินทรัพย์คริปโทเคอร์เรนซีที่เชื่อมโยงกับอิหร่านได้ประมาณ 500,000 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์ได้ยกกรณีของธนาคารเมลลีแห่งอิหร่านขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยธนาคารแห่งนี้ยังคงเปิดดำเนินงานสาขาในยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย ซึ่งเขาย้ำว่า ทุกสาขาของธนาคารเมลลีจะต้องถูกปิดและต้องถูกตัดขาดจากระบบโดยสิ้นเชิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860897?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;มะกันขู่โลก ตัดสัมพันธ์ ศก.อิหร่าน ก่อนโดนคว่ำบาตรทางอ้อม กร้าวไม่มีชาติใดรอด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>มะกันขู่โลก ตัดสัมพันธ์ ศก.อิหร่าน ก่อนโดนคว่ำบาตรทางอ้อม กร้าวไม่มีชาติใดรอด</dc:alternative><dc:abstract>มะกันขู่โลก ตัดสัมพันธ์ ศก.อิหร่าน ก่อนโดนคว่ำบาตรทางอ้อม กร้าวไม่มีชาติใดรอด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-25T03:28:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-25T03:28:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sb1-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[วังนอร์เวย์แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 พระอาการทรุดลง แพทย์ถวายยาปฏิชีวนะ รักษาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860555]]></link><pubDate>2026-08-24T18:06:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5860555</guid><description>วังนอร์เวย์แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 พระอาการทรุดลง แพทย์ถวายยาปฏิชีวนะ รักษาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต สำนักพระราชวังนอร์เวย์เผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่าพระพลานามัยของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 กษัตริย์แห่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;วังนอร์เวย์แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 พระอาการทรุดลง แพทย์ถวายยาปฏิชีวนะ รักษาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;สำนักพระราชวังนอร์เวย์เผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่าพระพลานามัยของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 กษัตริย์แห่งนอร์เวย์ พระชนมายุ 89 พรรษา ทรงมีพระอาการทรุดลงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ในขณะที่พระองค์ยังทรงประทับรักษาพระวรกายที่โรงพยาบาลแห่งชาติ ในกรุงออสโล ที่พระองค์ทรงเข้ารับการถวายการรักษาเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน จากพระอาการประชวรด้วยโรคโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก ซึ่งเป็นโรคเลือดที่พบได้ยาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในแถลงการณ์ของสำนักพระราชวัง ที่เผยแพร่เมื่อคืนวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมาระบุอีกว่า ขณะนี้สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 ทรงรับการถวายการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสพระโลหิตและทรงตอบสนองต่อการรักษา โดยขณะนี้พระอาการยังทรงตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อสัปดาห์ก่อน สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ว่ากษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 ทรงมีพระอาการโลหิตจางชนิดฮีโมไลติกและทรงได้รับการถวายพระโอสถกลุ่มยาคอร์ติโซน ซึ่งทำให้เกิดการสะสมของเหลวในพระวรกาย จนต้องทรงเข้ารับการถวายการรักษาในโรงพยาบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 ทรงขึ้นครองราชย์มาตั้งแต่ปี 1991 ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงเข้าประทับโรงพยาบาลหลายครั้งเนื่องจากพระอาการประชวร โดยในระหว่างที่ทรงรักษาพระวรกายครั้งนี้ เจ้าชายโฮกุน พระราชโอรสและมกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ เป็นผู้ทรงปฏิบัติหน้าที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860555?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;วังนอร์เวย์แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 พระอาการทรุดลง แพทย์ถวายยาปฏิชีวนะ รักษาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>วังนอร์เวย์แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 พระอาการทรุดลง แพทย์ถวายยาปฏิชีวนะ รักษาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต</dc:alternative><dc:abstract>วังนอร์เวย์แถลง คิงฮารัลด์ที่ 5 พระอาการทรุดลง แพทย์ถวายยาปฏิชีวนะ รักษาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T11:06:59+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T11:06:59+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26236249158835.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26236249158835-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26236249158835.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26236249158835-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26236249158835-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/AP26236249158835-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[กต. เตือนคนไทยในต่างแดน หรือมีแผนเดินทาง ศึกษา-เตรียมข้อมูลให้พร้อม เหตุภัยพิบัติทั่วโลกเกิดถี่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860391]]></link><pubDate>2026-08-24T16:37:21+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5860391</guid><description>กต. เตือนคนไทยในต่างแดน หรือมีแผนเดินทาง ศึกษา-เตรียมข้อมูลให้พร้อม เหตุภัยพิบัติทั่วโลกเกิดถี่ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงเตือ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;กต. เตือนคนไทยในต่างแดน หรือมีแผนเดินทาง ศึกษา-เตรียมข้อมูลให้พร้อม เหตุภัยพิบัติทั่วโลกเกิดถี่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นางสาวใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงเตือนชุมชนไทย คนไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ รวมทั้งคนไทยที่วางแผนจะเดินทางไปยังต่างประเทศในขณะนี้ ซึ่งกำลังเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ เช่น แผ่นดินไหวขึ้นในหลายพื้นที่บ่อยครั้งว่า ขอให้ประชาชนไทยเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทาง ศึกษาข้อมูลของประเทศที่กำลังจะเดินทางไป เตรียมเบอร์โทรศัพท์สายด่วนสำหรับติดต่อทั้งกรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ เพื่อให้พร้อมสำหรับติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทุกเมื่อ และหากต้องเผชิญเหตุฉุกเฉิน ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางการท้องถิ่น และปฏิบัติตามคำแนะนำต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด ขอให้ประชาชนไทยทุกคนเดินทางด้วยความปลอดภัยและด้วยความเตรียมพร้อมทุกเมื่อ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860391?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;กต. เตือนคนไทยในต่างแดน หรือมีแผนเดินทาง ศึกษา-เตรียมข้อมูลให้พร้อม เหตุภัยพิบัติทั่วโลกเกิดถี่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>กต. เตือนคนไทยในต่างแดน หรือมีแผนเดินทาง ศึกษา-เตรียมข้อมูลให้พร้อม เหตุภัยพิบัติทั่วโลกเกิดถี่</dc:alternative><dc:abstract>กต. เตือนคนไทยในต่างแดน หรือมีแผนเดินทาง ศึกษา-เตรียมข้อมูลให้พร้อม เหตุภัยพิบัติทั่วโลกเกิดถี่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T09:39:49+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T09:39:49+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__164102233.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__164102233-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__164102233.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__164102233-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__164102233-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__164102233-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ระทึก! เครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพฮังการี โหม่งโลก นายกฯเผย นักบินดีดตัวออกทัน ไร้เจ็บ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860352]]></link><pubDate>2026-08-24T16:21:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5860352</guid><description>ระทึก! เครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพฮังการี โหม่งโลก นายกฯเผย นักบินดีดตัวออกทัน ไร้เจ็บ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายเปเตอร์ มอจยอร์ นายกรัฐมนตรีของฮังการี โพสต์บนบัญชีเฟซบุ๊กเปิดเผยว่า เครื่องบินขั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ระทึก! เครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพฮังการี โหม่งโลก นายกฯเผย นักบินดีดตัวออกทัน ไร้เจ็บ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายเปเตอร์ มอจยอร์ นายกรัฐมนตรีของฮังการี โพสต์บนบัญชีเฟซบุ๊กเปิดเผยว่า เครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพฮังการี ประสบเหตุตกใกล้กับเมืองโซลนอค ทางตอนกลางของประเทศฮังการีในวันจันทร์นี้ อย่างไรก็ดี นักบินบนเครื่องบินขับไล่ลำดังล่าวสามารถดีดตัวออกจากเครื่องบินได้สำเร็จก่อนตกสู่พื้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีฮังการีระบุต่อว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ซึ่งกำลังมีการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อีกทั้งยังไม่มีความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายโรมูลูสซ์ รุสวิน-เซนดี รัฐมนตรีกลาโหมของฮังการี กำลังเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ คาดว่าจะมีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันรัฐมนตรีกลาโหมฮังการีได้กล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านคลิปวิดีโอทางเฟซบุ๊กว่า ขณะนี้นักบินอยู่ภายในรถพยาบาล แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากนักบินได้พยายามอย่างเต็มที่ในการนำเครื่องลงจอดในเขตพื้นที่ของกองทัพ พร้อมระบุว่ากำลังมีการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยตัวเขาและเสนาธิการทหารกำลังเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์ต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้เครื่องบินขับไล่กริพเพน เป็นเครื่องบินรบความเร็วเหนือเสียงขนาดเบาผลิตโดย Saab AB บริษัทอุตสาหกรรมการบินและกลาโหมของสวีเดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860352?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ระทึก! เครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพฮังการี โหม่งโลก นายกฯเผย นักบินดีดตัวออกทัน ไร้เจ็บ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ระทึก! เครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพฮังการี โหม่งโลก นายกฯเผย นักบินดีดตัวออกทัน ไร้เจ็บ</dc:alternative><dc:abstract>ระทึก! เครื่องบินขับไล่กริพเพน ของกองทัพฮังการี โหม่งโลก นายกฯเผย นักบินดีดตัวออกทัน ไร้เจ็บ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T09:21:13+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T09:21:13+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K7RASZKX5VNBTCDI2BSLD3SWQI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K7RASZKX5VNBTCDI2BSLD3SWQI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K7RASZKX5VNBTCDI2BSLD3SWQI.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K7RASZKX5VNBTCDI2BSLD3SWQI-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K7RASZKX5VNBTCDI2BSLD3SWQI-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/K7RASZKX5VNBTCDI2BSLD3SWQI-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แผ่นดินไหว 4.7 เขย่าจีน แต่เจอข้อความเตือนแรง 7.7 ทำปชช.ตื่นตระหนก สถาบันวิจัยโร่ขอโทษ เหตุผิดพลาด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860184]]></link><pubDate>2026-08-24T15:34:01+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5860184</guid><description>แผ่นดินไหว 4.7 เขย่าจีน แต่เจอข้อความเตือนแรง 7.7 ทำปชช.ตื่นตระหนก สถาบันวิจัยโร่ขอโทษ เหตุผิดพลาด เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สถาบันวิจัย Institute of Care-Life ซึ่งเป็นห้องปฏิบ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;แผ่นดินไหว 4.7 เขย่าจีน แต่เจอข้อความเตือนแรง 7.7 ทำปชช.ตื่นตระหนก สถาบันวิจัยโร่ขอโทษ เหตุผิดพลาด&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สถาบันวิจัย Institute of Care-Life ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการด้านการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ตั้งอยู่ในนครเฉิงตู ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ออกมาขอโทษต่อสาธารณชนจากการกระทำผิดพลาดด้วยการส่งข้อความประกาศเตือนภัยแผ่นดินไหวที่สูงกว่าความเป็นจริงจากที่หน่วยงานอื่นๆ ตรวจวัดได้ จนทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเกิดความตื่นตระหนก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านั้นในวันจันทร์ (24 ส.ค.) ศูนย์เครือข่ายแผ่นดินไหวของจีนรายงานว่า เมื่อเวลา 08.25 น.ของวันเดียวกันตามเวลาท้องถิ่น เกิดแผ่นดินไหววัดความรุนแรงได้ 4.7 แมกนิจูด ที่เมืองอี๋ปิน ในมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทว่าสถาบันวิจัย Institute of Care-Life ได้ส่งข้อความประกาศเตือนภัยแผ่นดินไหวครั้งดังกล่าวว่ามีขนาดความรุนแรงถึง 7.7 แมกนิจูด ภายในเวลาเพียง 5 วินาทีหลังเกิดเหตุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่ในเวลาต่อมาทางสถาบันดังกล่าวระบุว่า เพื่อจัดการกับความคลาดเคลื่อนครั้งสำคัญที่เกิดขึ้น ทางเครือข่ายได้ปรับลดตัวเลขประมาณการความรุนแรงลงเหลือ 6.4 ในวินาทีที่ 6, 3.7 ในวินาทีที่ 7, 4.1 ในวินาทีที่ 8 และ 3.9 ในวินาทีที่ 16 พร้อมกับระบุว่าจะเร่งตรวจสอบสาเหตุของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุดเพื่อปรับปรุงการให้บริการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านหนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรายงานว่า การแจ้งเตือนที่ผิดพลาดนี้ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้ใช้งานจำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5860184?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แผ่นดินไหว 4.7 เขย่าจีน แต่เจอข้อความเตือนแรง 7.7 ทำปชช.ตื่นตระหนก สถาบันวิจัยโร่ขอโทษ เหตุผิดพลาด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แผ่นดินไหว 4.7 เขย่าจีน แต่เจอข้อความเตือนแรง 7.7 ทำปชช.ตื่นตระหนก สถาบันวิจัยโร่ขอโทษ เหตุผิดพลาด</dc:alternative><dc:abstract>แผ่นดินไหว 4.7 เขย่าจีน แต่เจอข้อความเตือนแรง 7.7 ทำปชช.ตื่นตระหนก สถาบันวิจัยโร่ขอโทษ เหตุผิดพลาด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T08:44:10+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T08:44:10+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-24-152823.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-24-152823-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-24-152823.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-24-152823-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-24-152823-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-24-152823-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีน อพยพปชช.กว่าครึ่งแสน หนีน้ำท่วม หลังไต้ฝุ่นนาราพัดถล่ม จมบาดาลหลายพื้นที่]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859838]]></link><pubDate>2026-08-24T13:42:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5859838</guid><description>จีน อพยพปชช.กว่าครึ่งแสน หนีน้ำท่วม หลังไต้ฝุ่นนาราพัดถล่ม จมบาดาลหลายพื้นที่ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีรายงานว่า ประชาชนกว่า 54,000 คน ในเขตปกครองตนเองกว่างซี ทางตะวันตกเฉียงใต้ของป [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;จีน อพยพปชช.กว่าครึ่งแสน หนีน้ำท่วม หลังไต้ฝุ่นนาราพัดถล่ม จมบาดาลหลายพื้นที่&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีรายงานว่า ประชาชนกว่า 54,000 คน ในเขตปกครองตนเองกว่างซี ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ต้องอพยพหนีน้ำท่วมไปยังที่ปลอดภัย รวมถึงอีก 8,087 คน ที่อพยพไปอยู่ในที่พักพิงฉุกเฉิน หลังจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นนาราได้ก่อให้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้างในภูมิภาคดังกล่าวเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาพถ่ายทางอากาศเปิดเผยให้เห็นมวลน้ำสีน้ำตาลขุ่นคลั่กไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่บางส่วนของเมืองฉงจั่ว ในเขตปกครองตนเองกว่างซี โดยถนนหลายสายและกลุ่มอาคารที่ไม่สูงนักต่างจมอยู่ใต้น้ำ ท่ามกลางระดับน้ำที่สถานีตรวจวัด 20 แห่งในแม่น้ำ 15 สาย สูงเกินเกณฑ์เตือนภัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังเผยให้เห็นภาพเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังลุยน้ำท่วมสูงระดับเข่าพร้อมใช้เรือยางเพื่ออพยพประชาชนที่ติดค้างออกจากพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมขัง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ไต้ฝุ่นนาราได้เคลื่อนตัวเหนืออ่าวตังเกี๋ย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลจีนใต้ มาเป็นเวลาหลายวัน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในเขตปกครองตนเองกว่างซี รวมถึงมณฑลไห่หนานและมณฑลกวางตุ้งที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่าจะยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ตอนใต้ของจีนไปจนถึงวันพุธ(26 ส.ค.)นี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบครอบคลุมหลายพื้นที่ในเขตปกครองตนเองกว่างซี, มณฑลกวางตุ้ง, ไห่หนานและฝูเจี้ยน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859838?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีน อพยพปชช.กว่าครึ่งแสน หนีน้ำท่วม หลังไต้ฝุ่นนาราพัดถล่ม จมบาดาลหลายพื้นที่&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีน อพยพปชช.กว่าครึ่งแสน หนีน้ำท่วม หลังไต้ฝุ่นนาราพัดถล่ม จมบาดาลหลายพื้นที่</dc:alternative><dc:abstract>จีน อพยพปชช.กว่าครึ่งแสน หนีน้ำท่วม หลังไต้ฝุ่นนาราพัดถล่ม จมบาดาลหลายพื้นที่</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T06:42:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T06:42:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-23T160257Z_1957843514_RC244NAAQYTM_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-23T160257Z_1957843514_RC244NAAQYTM_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-23T160257Z_1957843514_RC244NAAQYTM_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-23T160257Z_1957843514_RC244NAAQYTM_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T055818Z_1950232041_RC2T4NA6RJ02_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-24T055818Z_1950232041_RC2T4NA6RJ02_RTRMADP_3_ASIA-WEATHER-CHINA-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>728</mi:x1><mi:y1>1298</mi:y1><mi:x2>728</mi:x2><mi:y2>1298</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เรียกคืน Tesla เกือบ 3 ล้านคัน หลังจีนสั่งห้ามใช้ มือจับประตูแบบซ่อน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859839]]></link><pubDate>2026-08-24T12:28:22+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5859839</guid><description>เรียกคืน Tesla เกือบ 3 ล้านคัน หลังจีนสั่งห้ามใช้ มือจับประตูแบบซ่อน บีบีซีรายงานว่า มือจับประตูแบบซ่อนที่พับเก็บเข้าไปในตัวรถที่ดูเรียบง่าย ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่การออกแบบที่เป็ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;เรียกคืน Tesla เกือบ 3 ล้านคัน หลังจีนสั่งห้ามใช้ มือจับประตูแบบซ่อน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า มือจับประตูแบบซ่อนที่พับเก็บเข้าไปในตัวรถที่ดูเรียบง่าย ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แต่การออกแบบที่เป็นข้อถกเถียงนี้กำลังเป็นศูนย์กลางของการเรียกคืนรถครั้งใหญ่ที่สุดของจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อรถยนต์มากกว่า 4 ล้านคัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเรียกคืนครั้งนี้ครอบคลุมรถ Tesla ที่ผลิตในจีนจำนวน 2.98 ล้านคัน หลังมีข้อกังวลด้านความปลอดภัยว่า มือจับประตูแบบซ่อนอาจหาได้ยากและเปิดออกได้ยากในสถานการณ์ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Tesla ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ว่า บริษัทกำลังเรียกคืนรถยนต์บางรุ่น ได้แก่ Model 3, Model Y, Model S และ Model X เนื่องจากมือจับประตูยากต่อการระบุและใช้งาน เพราะสีของมือจับคล้ายกับสีวัสดุตกแต่งภายใน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การออกแบบดังกล่าวถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด หลังเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง 2 ครั้งในจีน ซึ่งเกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้าของ Xiaomi โดยมีข้อสงสัยว่า ระบบไฟฟ้าขัดข้องอาจทำให้ไม่สามารถเปิดประตูรถได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นที่ได้รับผลกระทบจากการเรียกคืนครั้งนี้ ได้แก่ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ EV สัญชาติจีนอย่าง XPeng, Xiaomi และ Geely&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มือจับประตูแบบซ่อน ซึ่งได้รับความนิยมจาก Tesla บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของมหาเศรษฐีอีลอน มัสก์ ได้รับการออกแบบให้แนบสนิทไปกับแผงประตูรถ และจะยื่นออกมาเมื่อเจ้าของเดินเข้าใกล้รถ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มือจับแบบซ่อนที่มีสีคล้ายกับสีรถดังกล่าวอาจเป็นอุปสรรคต่อผู้โดยสารหรือเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทำให้ไม่สามารถเปิดประตูรถได้อย่างรวดเร็วในกรณีฉุกเฉิน เช่น ในกรณีที่เกิดการชนอย่างรุนแรงจนทำให้ระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำของรถขัดข้อง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;Tesla ระบุว่า บริษัทจะติดป้ายเตือนในรถยนต์ที่ถูกเรียกคืน และจะออก การอัปเดตซอฟต์แวร์ เพื่อให้กระจกรถลดลงโดยอัตโนมัติการชน แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบมีแผนจะดำเนินการเรียกคืนรถในลักษณะเดียวกันในประเทศอื่นๆ ทั่วโลกหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซียังได้ติดต่อ Tesla, XPeng, Xiaomi และ Geely เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางการจีนประกาศห้ามใช้มือจับประตูรถยนต์แบบซ่อน ภายใต้กฎระเบียบใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2027 รถยนต์จะได้รับอนุญาตให้วางจำหน่ายในจีนได้ก็ต่อเมื่อมี กลไกปลดล็อกเพื่อเปิดประตูทั้งบริเวณด้านในและด้านนอกของประตูรถเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มือจับประตูของ Tesla ยังเคยเป็นประเด็นในการตรวจสอบของหน่วยงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัยของสหรัฐ หลังมีรายงานว่ามือจับประตูหยุดทำงานกะทันหัน ทำให้เด็กติดอยู่ภายในรถ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักงานบริหารความปลอดภัยบนทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ (NHTSA) เสนอให้จัดทำ มาตรฐานความปลอดภัยอย่างเป็นทางการฉบับใหม่สำหรับผู้ผลิตรถยนต์ทุกราย โดยมีประเด็นเกี่ยวข้องกับระบบเปิดประตูรถในกรณีฉุกเฉิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859839?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เรียกคืน Tesla เกือบ 3 ล้านคัน หลังจีนสั่งห้ามใช้ มือจับประตูแบบซ่อน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เรียกคืน Tesla เกือบ 3 ล้านคัน หลังจีนสั่งห้ามใช้ มือจับประตูแบบซ่อน</dc:alternative><dc:abstract>เรียกคืน Tesla เกือบ 3 ล้านคัน หลังจีนสั่งห้ามใช้ มือจับประตูแบบซ่อน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T05:55:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T05:55:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tl.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tl-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tl.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tl-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tl-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/tl-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ฝนถล่มหนัก! ไต้หวัน ปิดรร.-สนง. ตอนใต้เกาะ เตรียมรับไต้ฝุ่นซาวเดลพัดกระหน่ำ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859694]]></link><pubDate>2026-08-24T11:52:59+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5859694</guid><description>ฝนถล่มหนัก! ไต้หวัน ปิดรร.-สนง. ตอนใต้เกาะ เตรียมรับไต้ฝุ่นซาวเดลพัดกระหน่ำ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทั่วภาคใต้ของไต้หวัน ส่งผลให้ต้องมีการปิดสำนักงานและโร [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ฝนถล่มหนัก! ไต้หวัน ปิดรร.-สนง. ตอนใต้เกาะ เตรียมรับไต้ฝุ่นซาวเดลพัดกระหน่ำ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทั่วภาคใต้ของไต้หวัน ส่งผลให้ต้องมีการปิดสำนักงานและโรงเรียนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในวันจันทร์นี้ ในขณะที่ทางการกำลังเตรียมรับมือกับพายุไต้ฝุ่นอีกลูกที่จะเคลื่อนตัวพัดถล่มพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะไต้หวันในช่วงปลายสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการท้องถิ่นในเมืองเกาสงและเมืองไถหนาน ซึ่งมีประชากรรวมกันกว่า 4 ล้านคน ได้สั่งปิดสำนักงานและโรงเรียน เช่นเดียวกับในเขตผิงตงและเจียอี้ รวมถึงเมืองไถตงและฮวาเหลียน ซึ่งเป็นพื้นที่แถบภูเขาทางตะวันออกของเกาะ หลังจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมพื้นที่ทางตอนใต้ของไต้หวันตลอดช่วงไม่กี่วันมานี้ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทางการเมืองเกาสงคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำฝนสะสมในช่วง 5 วัน ที่หย่อมความกดอากาศต่ำส่งผลกระทบนั้น จะสูงกว่า 1.3 เมตร (4.3 ฟุต) ซึ่งคิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณน้ำฝนที่เมืองแห่งนี้ได้รับโดยปกติในรอบหนึ่งปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านการรถไฟไต้หวันเปิดเผยว่าจะเกิดการหยุดชะงักในการเดินรถบนเส้นทางหลักชายฝั่งตะวันออก รวมถึงเส้นทางระหว่างเมืองเกาสงและไถตง โดยจะมีการยกเลิกขบวนรถด่วน ส่วนรถไฟธรรมดานั้นจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกันกรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวันระบุว่า พายุไต้ฝุ่นซาวเดล (Saudel) ซึ่งขณะนี้กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังเกาะโอกินาวา ทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น คาดว่าจะเคลื่อนผ่านพื้นที่ทางตอนเหนือของไต้หวันในช่วงเช้าตรู่วันศุกร์นี้ ก่อนจะเคลื่อนตัวไปถึงชายฝั่งตะวันออกของจีนต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859694?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ฝนถล่มหนัก! ไต้หวัน ปิดรร.-สนง. ตอนใต้เกาะ เตรียมรับไต้ฝุ่นซาวเดลพัดกระหน่ำ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ฝนถล่มหนัก! ไต้หวัน ปิดรร.-สนง. ตอนใต้เกาะ เตรียมรับไต้ฝุ่นซาวเดลพัดกระหน่ำ</dc:alternative><dc:abstract>ฝนถล่มหนัก! ไต้หวัน ปิดรร.-สนง. ตอนใต้เกาะ เตรียมรับไต้ฝุ่นซาวเดลพัดกระหน่ำ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T05:03:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T05:03:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1365x768_940155369266.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1365x768_940155369266-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1365x768_940155369266.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1365x768_940155369266-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1365x768_940155369266-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/1365x768_940155369266-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[จีนเลื่อนส่ง ฉางเอ๋อ-7 สำรวจดวงจันทร์ ชี้ประเมินรอบด้าน ยังทำไม่ได้ตามกรอบเวลา]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859756]]></link><pubDate>2026-08-24T11:51:09+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5859756</guid><description>จีนเลื่อนส่ง ฉางเอ๋อ-7 สำรวจดวงจันทร์ ชี้ประเมินรอบด้าน ยังทำไม่ได้ตามกรอบเวลา จีนประกาศเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เลื่อนการส่งยานอวกาศ ฉางเอ๋อ-7 ไปสำรวจดวงจันทร์ ซึ่งเดิมภารกิจดังกล่าวมีกำหนดปล่อยยานในช่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;จีนเลื่อนส่ง ฉางเอ๋อ-7 สำรวจดวงจันทร์ ชี้ประเมินรอบด้าน ยังทำไม่ได้ตามกรอบเวลา&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;จีนประกาศเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม เลื่อนการส่งยานอวกาศ ฉางเอ๋อ-7 ไปสำรวจดวงจันทร์ ซึ่งเดิมภารกิจดังกล่าวมีกำหนดปล่อยยานในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ดังกล่าวของจีนถือเป็นเป้าหมายใหญ่ที่มีความสำคัญของจีน ที่รวมถึงการค้นหาน้ำแข็งบนดวงจันทร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เดิมยานฉางเอ๋อ-7 เดิมมีกำหนดทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศจากศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง บนเกาะไหหลำทางตอนใต้ของจีน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก่อนที่จะมีการประกาศเลื่อนออกไป โดยไม่มีกำหนดเวลาชัดเจนว่าจะมีการส่งยานฉางเอ๋อ-7 เมื่อใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานอวกาศที่มีมนุษย์ควบคุมของจีนระบุในแถลงการณ์สั้นๆ ว่า ภารกิจฉางเอ๋อ-7 ยังไม่เป็นไปตามเงื่อนไขสำหรับการปล่อย และไม่สามารถดำเนินการได้ภายในช่วงเวลาที่วางแผนไว้ในปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งยังระบุเพิ่มเติมว่า การตัดสินใจเลื่อนภารกิจเกิดขึ้นหลังจากการประเมินอย่างรอบด้าน บนพื้นฐานของหลักการที่ยึดความรอบคอบ ความน่าเชื่อถือ และความสำเร็จของภารกิจอย่างแน่นอน แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การเตรียมการสำหรับภารกิจฉางเอ๋อ-7 ซึ่งเป็นภารกิจลำดับที่ 7 ในโครงการสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อของจีน ได้ดำเนินการมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง สำนักข่าวซินหัวของจีนรายงานก่อนหน้านี้ว่า ภารกิจดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะสร้างความก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยีสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานของซินหัวซึ่งอ้างสำนักงานอวกาศของจีนระบุว่า ภารกิจฉางเอ๋อ-7 มีเป้าหมายที่จะสำรวจหลุมอุกกาบาตบริเวณดวงจันทร์ที่ได้รับแสงอาทิตย์ไม่ถึงและอยู่ในความมืดถาวร รวมทั้งทำการสำรวจสภาพแวดล้อมและทรัพยากรบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ โดยหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการค้นหาน้ำแข็งที่อยู่ในสภาพเยือกแข็งบริเวณดังกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชื่อ “ฉางเอ๋อ” มาจากชื่อเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ในตำนานจีน ขณะที่ภารกิจฉางเอ๋อ-6 ซึ่งเป็นภารกิจก่อนหน้านี้ ประสบความสำเร็จในการนำตัวอย่างหินและดินจากด้านไกลของดวงจันทร์ กลับมายังโลกในปี 2567 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลก ที่สามารถนำตัวอย่างจากพื้นดังกล่าวกลับมายังโลกได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859756?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;จีนเลื่อนส่ง ฉางเอ๋อ-7 สำรวจดวงจันทร์ ชี้ประเมินรอบด้าน ยังทำไม่ได้ตามกรอบเวลา&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>จีนเลื่อนส่ง ฉางเอ๋อ-7 สำรวจดวงจันทร์ ชี้ประเมินรอบด้าน ยังทำไม่ได้ตามกรอบเวลา</dc:alternative><dc:abstract>จีนเลื่อนส่ง ฉางเอ๋อ-7 สำรวจดวงจันทร์ ชี้ประเมินรอบด้าน ยังทำไม่ได้ตามกรอบเวลา</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T04:51:09+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T04:51:09+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ce.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ce-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ce.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ce-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ce-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ce-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่นเจอแผ่นดินไหว 5.9 เจ็บกว่า 30 คนในกรุงโตเกียว]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859512]]></link><pubDate>2026-08-24T10:10:43+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5859512</guid><description>ญี่ปุ่นเจอแผ่นดินไหว 5.9 เจ็บกว่า 30 คนในกรุงโตเกียว เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 เขย่าพื้นที่ทางตะวันออกของญี่ปุ่น รวมถึงกรุงโตเกียว ในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 30  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ญี่ปุ่นเจอแผ่นดินไหว 5.9 เจ็บกว่า 30 คนในกรุงโตเกียว&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 เขย่าพื้นที่ทางตะวันออกของญี่ปุ่น รวมถึงกรุงโตเกียว ในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 30 คน ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดสึนามิ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้มีขนาดเบื้องต้น 5.9 และมีจุดศูนย์กลางอยู่ในพื้นที่ทางตอนใต้ของจังหวัดอิบารากิ ที่ระดับความลึก 70 กิโลเมตร ขณะที่สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ (USGS) วัดขนาดแผ่นดินไหวได้ 5.8&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 37 คนใน 5 จังหวัดของภูมิภาคดังกล่าว ได้แก่ กรุงโตเกียว 15 คน จังหวัดไซตามะ 9 คน จังหวัดคานางาวะ 8 คน จังหวัดชิบะ 4 คน และจังหวัดอิบารากิ 1 คน โดยข้อมูลดังกล่าวมาจากเจ้าหน้าที่ของจังหวัดต่างๆ และสำนักงานดับเพลิงและจัดการภัยพิบัติของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่เกิดจากการหกล้มหรือร่างกายกระแทกเข้ากับเฟอร์นิเจอร์หรือประตู เนื่องจากหลายคนกำลังนอนหลับและถูกแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวทำให้ตกใจจนรีบลุกออกจากเตียงด้วยความตื่นตระหนก ในจำนวนนี้ มีหญิงวัย 80 ปีเศษรายหนึ่งตกจากเตียงและได้รับบาดเจ็บรุนแรงบริเวณสะโพกในเมืองโยโกฮามา จังหวัดคานางาวะ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์โยมิอุริ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชายวัย 23 ปีรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์อาซาฮีว่า เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในแนวดิ่งเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากโทรศัพท์มือถือส่งสัญญาณเตือนแผ่นดินไหว ขณะที่เขากำลังเลือกซื้อของอยู่ในเขตไทโตะ ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว ทำให้หวาดกลัวว่าจะถูกสิ่งของที่ตกลงมาจากชั้นวางกระแทก ขณะที่อาคารกำลังสั่นไหว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แผ่นดินไหวส่งผลให้รถไฟด่วนที่ให้บริการระหว่างกรุงโตเกียวกับสนามบินนาริตะ รวมถึงรถไฟท้องถิ่นที่ให้บริการในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ต้องล่าช้า แต่รถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นยังคงให้บริการตามปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ระบุผ่าน X ว่า รัฐบาลได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อประเมินขอบเขตความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากแผ่นดินไหวครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเตือนประชาชนในพื้นที่ให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากอาจเกิดแผ่นดินไหวขนาดปานกลางตามมาอีกในช่วงหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวครั้งนี้ทำให้โทรศัพท์มือถือส่งสัญญาณเตือนภัยแผ่นดินไหวฉุกเฉิน และยังทำให้พื้นที่กรุงโตเกียวสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด สถานีโทรทัศน์สาธารณะเอ็นเอชเคเผยแพร่ภาพการจราจรบนถนนในเมืองใกล้เคียง รวมถึงเมืองมิโตะและจังหวัดไซตามะ ซึ่งดูเหมือนว่ายังคงเป็นไปตามปกติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเขตโคโต ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว ท่อน้ำใต้ดินแตก ส่งผลให้น้ำไหลทะลักขึ้นมาบนถนน อย่างไรก็ตาม ท่อดังกล่าวได้รับการซ่อมแซมแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสำนักงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นระบุว่า ยังไม่มีรายงานความผิดปกติจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ประมาณ 12 แห่ง รวมถึงสถานที่อื่นๆ ที่มีการจัดการหรือเก็บวัสดุนิวเคลียร์ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859512?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่นเจอแผ่นดินไหว 5.9 เจ็บกว่า 30 คนในกรุงโตเกียว&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่นเจอแผ่นดินไหว 5.9 เจ็บกว่า 30 คนในกรุงโตเกียว</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่นเจอแผ่นดินไหว 5.9 เจ็บกว่า 30 คนในกรุงโตเกียว</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-24T04:15:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-24T04:15:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jq.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jq-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jq-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/jq-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผบ.ทัพปากีฯเยือนเตหะรานจันทร์นี้ สานต่อสันติภาพ อิหร่านเตือนเพื่อนบ้าน โดนถล่มหากหนุนสหรัฐ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859052]]></link><pubDate>2026-08-23T16:11:26+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5859052</guid><description>ผบ.ทัพปากีฯเยือนเตหะรานจันทร์นี้ สานต่อสันติภาพ อิหร่านเตือนเพื่อนบ้าน โดนถล่มหากหนุนสหรัฐ นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ว่า นายอาซิม มูนีร์ ผู้ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ผบ.ทัพปากีฯเยือนเตหะรานจันทร์นี้ สานต่อสันติภาพ อิหร่านเตือนเพื่อนบ้าน โดนถล่มหากหนุนสหรัฐ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม ว่า นายอาซิม มูนีร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน จะเยือนกรุงเตหะรานในวันที่ 24 สิงหาคม เพื่อสานต่อความพยายามของปากีสถานในการเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปากีสถานรับบทบาทเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในการเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐ เพื่อยุติสงครามของทั้งสองประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่อิหร่านประณามแผนการของสหรัฐที่จะประกาศมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ในวันจันทร์นี้ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อเศรษฐกิจของสาธารณรัฐอิสลาม และส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าสำคัญของอิหร่าน รวมถึงจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ มีกำหนดแถลงข่าวดังกล่าวในเวลา 14.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐในวันจันทร์ หรือเวลา 01.00 น. วันอังคารที่ 25 สิงหาคม ตามเวลาในไทย หลังจากก่อนหน้านี้เขาได้ขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์กับอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์ยังเรียกร้องให้จีนให้ความร่วมมือกับสหรัฐ โดยข้อมูลปี 2025 จาก Kpler บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลระบุว่า จีนรับซื้อน้ำมันที่อิหร่านขนส่งทางเรือมากกว่า 80% ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งเรียกร้องให้ใช้แนวทางการทูตในการแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า การที่สหรัฐกำลังจะประกาศมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจครั้งใหม่ ถือเป็นการอ้างสิทธิอธิปไตยนอกดินแดนเหนือรัฐสมาชิกที่เป็นเอกราชทุกประเทศของสหประชาชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“มาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิดังกล่าวไม่มีพื้นฐานรองรับในกฎหมายระหว่างประเทศ” บากาอีโพสต์บน X&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าโมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า เตหะรานจะโจมตีผลประโยชน์ของประเทศต่างๆ ที่ให้ความช่วยเหลือแก่สหรัฐ และว่า เรากำลังบอกประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดว่าอย่าเข้าร่วมสงครามเศรษฐกิจของสหรัฐ มิฉะนั้นเราจะถือว่าพวกเขาเป็นศัตรู&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ซึ่งเคยเตือนว่าจะใช้มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือในรูปแบบใดๆ แก่อิหร่าน กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า สหรัฐกำลังจับตาดูว่า “จะเกิดอะไรขึ้น” ในความขัดแย้งครั้งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พวกเขาอยากทำข้อตกลง แต่ในความเห็นของผม พวกเขายังไม่พร้อมที่จะทำข้อตกลงที่ถูกต้อง” ทรัมป์กล่าวถึงอิหร่าน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หลังจากเกิดสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านมาเกือบ 6 เดือน นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ขณะนี้แม้ทั้งสองฝ่ายไม่ได้โจมตีกันอีก แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณว่ากำลังเดินหน้าเจรจาสันติภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงักโดยสิ้นเชิง โดยรัฐบาลอิหร่านขู่ว่าจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่พยายามเดินทางผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต และเศรษฐกิจของอิหร่านก็กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากมาตรการคว่ำบาตรอยู่แล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5859052?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผบ.ทัพปากีฯเยือนเตหะรานจันทร์นี้ สานต่อสันติภาพ อิหร่านเตือนเพื่อนบ้าน โดนถล่มหากหนุนสหรัฐ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผบ.ทัพปากีฯเยือนเตหะรานจันทร์นี้ สานต่อสันติภาพ อิหร่านเตือนเพื่อนบ้าน โดนถล่มหากหนุนสหรัฐ</dc:alternative><dc:abstract>ผบ.ทัพปากีฯเยือนเตหะรานจันทร์นี้ สานต่อสันติภาพ อิหร่านเตือนเพื่อนบ้าน โดนถล่มหากหนุนสหรัฐ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-23T09:11:26+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-23T09:11:26+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/th1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/th1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/th1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/th1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/th1-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/th1-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ปูตินฟาดยูเครน เจอตอบโต้หนัก หลังเปิดกล่องแพนดอรา โจมตีเป้าหมายศก. ก่อน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5858679]]></link><pubDate>2026-08-23T11:14:15+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5858679</guid><description>ปูตินฟาดยูเครน เจอตอบโต้หนัก หลังเปิดกล่องแพนดอรา โจมตีเป้าหมายศก. ก่อน ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวว่า ยูเครนได้เปิด “กล่องแพนดอรา” ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจของรัสเซีย พร้อมเตือ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ปูตินฟาดยูเครน เจอตอบโต้หนัก หลังเปิดกล่องแพนดอรา โจมตีเป้าหมายศก. ก่อน&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย กล่าวว่า ยูเครนได้เปิด “กล่องแพนดอรา” ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจของรัสเซีย พร้อมเตือนว่า รัสเซียจะตอบโต้ด้วยการโจมตี “ภาคเศรษฐกิจที่อ่อนไหวมากที่สุด” ของยูเครน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ระบอบเคียฟตั้งใจที่จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจของเรา แล้วเกิดอะไรขึ้น? พวกเขาเป็นฝ่ายเปิดกล่องแพนดอรานี้ขึ้นมาเอง ดังนั้นก็จงเตรียมรับมือกับการตอบโต้ที่จะมุ่งเป้าไปยังภาคเศรษฐกิจที่มีความอ่อนไหวมากที่สุดของพวกคุณ” ปูตินกล่าวในระหว่างให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์ของทางการรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปูตินกล่าวว่า การโจมตีของรัสเซียซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของยูเครน จะไม่ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนอาหารในตลาดโลก เนื่องจากรัสเซียจะสามารถเข้ามาทดแทนการส่งออกของยูเครนได้ แม้ว่ายูเครนจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งออกธัญพืชของรัสเซียก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เรากำลังเผชิญกับความท้าทายเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าของเราอยู่จริง แต่เราจะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ดังนั้นจึงจะไม่มีภาวะขาดแคลนในตลาดโลก” ปูตินกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ รัสเซียและยูเครนเคยปฏิบัติตามข้อตกลงที่ตุรกีเป็นคนกลางในการเจรจา เพื่อคุ้มครองการส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำ แต่รัสเซียถอนตัวออกจากข้อตกลงดังกล่าวในปี 2023&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในช่วงฤดูร้อนปีนี้ ยูเครนได้ยกระดับปฏิบัติการโจมตีด้วยโดรนต่อโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของรัสเซีย ซึ่งรวมถึงโรงกลั่นน้ำมันและคลังสินค้าของธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ โดยมีเป้าหมายทำลายโครงสร้างพื้นฐานที่ยูเครนระบุว่า เป็นส่วนสำคัญต่อความพยายามทำสงครามของรัสเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัสเซียได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของยูเครน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกธัญพืชของยูเครนผ่านทะเลดำ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้นำรัสเซียยังย้ำจุดยืนเดิมว่า มอสโกเปิดกว้างสำหรับการเจรจาสันติภาพ แต่การเจรจาจะต้องอยู่บนพื้นฐานของ “ความเป็นจริงในพื้นที่” หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในสนามรบ ไม่ใช่ข้อเสนอ “แปลกประหลาด” ที่ยูเครนได้เสนอผ่านคนกลาง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5858679?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ปูตินฟาดยูเครน เจอตอบโต้หนัก หลังเปิดกล่องแพนดอรา โจมตีเป้าหมายศก. ก่อน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ปูตินฟาดยูเครน เจอตอบโต้หนัก หลังเปิดกล่องแพนดอรา โจมตีเป้าหมายศก. ก่อน</dc:alternative><dc:abstract>ปูตินฟาดยูเครน เจอตอบโต้หนัก หลังเปิดกล่องแพนดอรา โจมตีเป้าหมายศก. ก่อน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-23T06:07:44+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-23T06:07:44+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vp.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vp-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vp-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/vp-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ผู้พิพากษาสหรัฐ สั่งเลิกระงับวีซ่าผู้อพยพ 75 ชาติ รวมไทย ชี้เกินอำนาจรูบิโอ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5858653]]></link><pubDate>2026-08-23T10:15:13+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5858653</guid><description>ผู้พิพากษาสหรัฐ สั่งเลิกระงับวีซ่าผู้อพยพ 75 ชาติ รวมไทย ชี้เกินอำนาจรูบิโอ ผู้พิพากษาสหรัฐมีคำตัดสินเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น สั่งยกเลิกนโยบายของรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนั [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ผู้พิพากษาสหรัฐ สั่งเลิกระงับวีซ่าผู้อพยพ 75 ชาติ รวมไทย ชี้เกินอำนาจรูบิโอ&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;ผู้พิพากษาสหรัฐมีคำตัดสินเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น สั่งยกเลิกนโยบายของรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระงับการออกวีซ่าผู้อพยพกับผู้สมัครจาก 75 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย โดยระบุว่า นโยบายดังกล่าวเกินขอบเขตอำนาจตามกฎหมายของมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจอแนตต์ วาร์กัส ผู้พิพากษาศาลแขวงสหรัฐเขตแมนฮัตตัน กล่าวว่า นโยบายที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐประกาศเมื่อวันที่ 21 มกราคมปีนี้ “ผิดกฎหมายอย่างชัดเจน” และขัดต่อกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลาง เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า รัฐมนตรีต่างประเทศไม่มีอำนาจในการควบคุมการดำเนินการของเจ้าหน้าที่กงสุลเกี่ยวกับการออกวีซ่าผู้อพยพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“นโยบายดังกล่าว ซึ่งห้ามการออกวีซ่าผู้อพยพอย่างเด็ดขาดโดยพิจารณาสัญชาติของผู้สมัครเป็นเกณฑ์ ถือเป็นการยกเลิกโครงสร้างทางกฎหมายที่กำหนดไว้โดยตรง” วาร์กัสระบุในคำวินิจฉัย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การระงับการดำเนินการขอวีซ่าผู้อพยพของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม ส่งผลกระทบต่อผู้สมัครจากประเทศต่างๆ ในลาตินอเมริกา รวมถึงบราซิล โคลอมเบีย และอุรุกวัย ประเทศในภูมิภาคบอลข่าน เช่น บอสเนียและแอลเบเนีย ประเทศในเอเชียใต้ ได้แก่ ปากีสถานและบังกลาเทศ รวมถึงผู้สมัครจากอีกหลายประเทศในแอฟริกา ตะวันออกกลาง และแคริบเบียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐให้เหตุผลว่า ผู้สมัครจากประเทศเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงที่จะกลายเป็นบุคคลที่ต้องพึ่งพาสวัสดิการหรือความช่วยเหลือจากภาครัฐ และต้องพึ่งพาทรัพยากรจากรัฐบาลระดับท้องถิ่น ระดับรัฐ และรัฐบาลกลางของสหรัฐ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้ตอบคำขอความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตัดสินดังกล่าวในทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วาร์กัส ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งโดยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต มีคำตัดสินดังกล่าวจากคดีที่ยื่นโดยกลุ่มสิทธิผู้อพยพ ได้แก่ Catholic Legal Immigration Network และ African Communities Together ร่วมกับผู้สมัครวีซ่าผู้อพยพ รวมถึงพลเมืองสหรัฐที่เป็นผู้สนับสนุนหรือผู้ยื่นคำร้องให้สมาชิกครอบครัวจากประเทศที่อยู่ในรายชื่อได้รับวีซ่าผู้อพยพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทรัมป์เดินหน้าใช้มาตรการเข้มงวดในการปราบปรามการเข้าเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า นโยบายดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความมั่นคงภายในประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิและเสรีภาพต่างๆ ระบุว่า มาตรการปราบปรามการเข้าเมืองของรัฐบาลทรัมป์ละเมิดสิทธิด้านเสรีภาพในการแสดงความออกและสิทธิในกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย อีกทั้งยังสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ ซึ่งได้แสดงความกังวลว่าเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5858653?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ผู้พิพากษาสหรัฐ สั่งเลิกระงับวีซ่าผู้อพยพ 75 ชาติ รวมไทย ชี้เกินอำนาจรูบิโอ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ผู้พิพากษาสหรัฐ สั่งเลิกระงับวีซ่าผู้อพยพ 75 ชาติ รวมไทย ชี้เกินอำนาจรูบิโอ</dc:alternative><dc:abstract>ผู้พิพากษาสหรัฐ สั่งเลิกระงับวีซ่าผู้อพยพ 75 ชาติ รวมไทย ชี้เกินอำนาจรูบิโอ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-23T05:46:41+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-23T05:46:41+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mrr.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mrr-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mrr.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mrr-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mrr-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mrr-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ถกการค้าล่ม! แคนาดากร้าว เก็บภาษีสหรัฐเท่ากับที่ถูกเก็บ คาร์นีย์ชี้ ทรัมป์คำนวนพลาด]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5858637]]></link><pubDate>2026-08-23T09:49:25+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5858637</guid><description>ถกการค้าล่ม! แคนาดากร้าว เก็บภาษีสหรัฐเท่ากับที่ถูกเก็บ คาร์นีย์ชี้ ทรัมป์คำนวนพลาด มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่นว่า แคนาดาจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ถกการค้าล่ม! แคนาดากร้าว เก็บภาษีสหรัฐเท่ากับที่ถูกเก็บ คาร์นีย์ชี้ ทรัมป์คำนวนพลาด&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่นว่า แคนาดาจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรต่อสินค้าบางประเภทจากสหรัฐเพื่อตอบโต้การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ สั่งขึ้นภาษีสินค้าจากแคนาดาในอัตรา 50% หลังการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านที่ทรัมป์เคยประกาศว่าจะบรรลุผลในปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาล่มอย่างไม่เป็นท่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาร์นีย์กล่าวว่า การที่สหรัฐประกาศขึ้นภาษีศุลกากรรอบใหม่ต่อแคนาดาเป็นการคำนวณผิดพลาด และมีเป้าหมายที่จะทำร้ายและสร้างความแตกแยก หลังการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศล่มในช่วงดึกของวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“พวกเขาเรียกร้องมากเกินไป และเสนอให้น้อยเกินไป” คาร์นีย์กล่าวกับชาวแคนาดาเมื่อเช้าวันเสาร์ พร้อมระบุว่า ขณะนี้แคนาดาถูกโจมตี และกำลังอยู่ใน “สงครามการค้า” หลังถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีศุลกากรรอบใหม่ในอัตราที่สร้างความเสียหายอย่างหนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีแคนาดายืนยันว่า แคนาดาจะตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีในอัตรา “ดอลลาร์ต่อดอลลาร์” หรือในมูลค่าเทียบเท่ากับภาษีที่สหรัฐเรียกเก็บ เพื่อปกป้องแรงงาน เกษตรกร ครอบครัว และภาคธุรกิจของแคนาดา โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ครอบคลุมสินค้า เช่น เหล็ก ผลิตภัณฑ์นม เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยรัฐบาลแคนาดาจะประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการตอบโต้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สหรัฐได้เสนอเงื่อนไขใหม่ที่ไม่สมเหตุสมผลในทางเศรษฐกิจ ไม่เป็นธรรม และบั่นทอนผลประโยชน์โดยรวมที่แคนาดาจะได้รับ ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของข้อตกลงใดๆ ที่จะเกิดขึ้น” คาร์นีย์กล่าว และว่า ข้อเรียกร้องเหล่านี้รวมถึงการจำกัดความสามารถของแคนาดาในการทำข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับประเทศอื่นๆ พร้อมย้ำว่า “เราไม่สามารถยอมรับสิ่งที่พวกเขาเสนอมา และเราจะไม่มอบสิ่งที่พวกเขาเรียกร้อง”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาร์นีย์กล่าวด้วยว่า แคนาดาจะประกาศมาตรการช่วยเหลือในสัปดาห์หน้าสำหรับอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐ และมาตรการช่วยเหลือดังกล่าวอาจดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การล่มสลายของการเจรจาการค้าครั้งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ทางการค้าที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งระหว่างสองประเทศที่เป็นพันธมิตรทางการค้าที่ใกล้ชิดกันอย่างมากยิ่งเลวร้ายลงไปอีก โดยไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่าจะแก้ไขข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ภาษีศุลกากรรอบใหม่ของทรัมป์ครอบคลุมสินค้าหลายภาคส่วน ได้แก่ ไวน์ เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์นม ปูนซีเมนต์ เสื้อผ้า คันเบ็ด และอุปกรณ์ฮอกกี้ โดยคิดเป็นมูลค่าสินค้าส่งออกจากแคนาดาไปยังสหรัฐ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.54 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาษีดังกล่าวไม่ได้ยกเว้นสินค้าของแคนาดาที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงการค้าระหว่าง 3 ประเทศ ซึ่งในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาได้ช่วยให้สินค้าส่งออกส่วนใหญ่จากแคนาดาไปยังสหรัฐได้รับการคุ้มครองจากภาษีศุลกากร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสหรัฐและแคนาดาต่างกล่าวโทษอีกฝ่ายว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้การเจรจาอย่างเข้มข้นตลอด 3 วันต้องล่มลง ความล้มเหลวครั้งนี้ยังทำให้อนาคตของข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐ เม็กซิโก และแคนาดา (USMCA) ทวีความซับซ้อนมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาร์นีย์ถือเป็นหนึ่งในผู้นำประเทศเพียงไม่กี่คนในโลกที่เลือกตอบโต้ภาษีศุลกากรของสหรัฐ และได้ให้คำมั่นว่าจะสร้างพันธมิตรด้านการค้าและความมั่นคงทางทหารกับประเทศอื่นๆ เพิ่มเติม แม้ว่าแคนาดาจะพึ่งพาสหรัฐในการส่งออกสินค้าถึงเกือบ 70% ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ กล่าวว่า การล่มสลายของการเจรจาครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่แคนาดาพลาดไปในการเป็นหุ้นส่วนกับสหรัฐ พร้อมระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะเปิดการเจรจากับแคนาดาอีกครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เรากำลังเดินหน้าด้วยมาตรการที่จะตอบโต้การที่แคนาดาขึ้นภาษีตอบโต้ พวกเขาได้รับข้อตกลงที่ดีที่สุดมาโดยตลอด และพวกเขายังคงสามารถได้รับข้อตกลงที่ดียิ่งกว่านั้นได้ แต่พวกเขาไม่ต้องการเช่นนั้น” เกรียร์กล่าวกับ Fox News&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านผู้นำพรรคการเมืองอื่นๆ ในแคนาดา รวมถึงพรรคอนุรักษ์นิยมฝ่ายค้าน ได้แสดงการสนับสนุนคาร์นีย์ เช่นเดียวกับผู้นำของหลายรัฐในแคนาดา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปิแอร์ ปัวลิเยฟร์ ผู้นำพรรคอนุรักษนิยมซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของแคนาดา ระบุในแถลงการณ์ว่า ชาวแคนาดาจะต้องยืนหยัดร่วมกันเพื่อปกป้องประเทศของเราจากการโจมตีที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่องานและธุรกิจของเรา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5858637?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ถกการค้าล่ม! แคนาดากร้าว เก็บภาษีสหรัฐเท่ากับที่ถูกเก็บ คาร์นีย์ชี้ ทรัมป์คำนวนพลาด&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ถกการค้าล่ม! แคนาดากร้าว เก็บภาษีสหรัฐเท่ากับที่ถูกเก็บ คาร์นีย์ชี้ ทรัมป์คำนวนพลาด</dc:alternative><dc:abstract>ถกการค้าล่ม! แคนาดากร้าว เก็บภาษีสหรัฐเท่ากับที่ถูกเก็บ คาร์นีย์ชี้ ทรัมป์คำนวนพลาด</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-23T02:49:25+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-23T02:49:25+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mk.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mk-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mk-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/mk-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[SONA: การแถลงนโยบายประจำปี ครั้งที่ 5 (2026) ของ Ferdinand Marcos Jr. ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/article/news_5856962]]></link><pubDate>2026-08-22T11:50:46+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5856962</guid><description>SONA: การแถลงนโยบายประจำปี ครั้งที่ 5 (2026) ของ Ferdinand Marcos Jr. ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ การแถลงนโยบายประจำปีของฟิลิปปินส์ได้กำหนดให้เป็นวันจันทร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม ในปีนี้กำหนดให้มี [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p&gt;&lt;strong&gt;SONA: การแถลงนโยบายประจำปี ครั้งที่ 5 (2026) ของ Ferdinand Marcos Jr. ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแถลงนโยบายประจำปีของฟิลิปปินส์ได้กำหนดให้เป็นวันจันทร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม ในปีนี้กำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 การแถลงนโยบายประจำปีนี้มีมาตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 1935 ในสมัยประธานาธิบดี Manuel L. Quezon ตามรัฐธรรมนูญ มาตราที่ 7 วรรคที่ 5 และในช่วงประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ ตามมาตราที่ 7 วรรคที่ 23 จะเห็นว่างานแถลงนโยบายนี้เป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องให้ประชาชนและรัฐสภาได้ทราบว่าที่สัญญาจะทำในปีก่อนหน้านี้มีอะไรบ้าง ประสบความสำเร็จหรือไม่ และในปัจจุบันจะสัญญาในปีต่อไปว่าจะทำอะไรบ้าง การแถลงนโยบายนี้จะมีการประชุมรัฐสภาก่อนในช่วงเช้าและช่วงบ่ายเป็นการแถลงนโยบาย ณ สภาผู้แทนราษฎร (Batasang Pambansa) มีตำรวจและเจ้าหน้าที่อารักขากว่า 21,000 คน เนื่องจากจะต้องจัดระเบียบผู้ที่มาฟังภายนอกสภาและผู้ประท้วงตามแบบประชาธิปไตยในฟิลิปปินส์ การแถลงนโยบายครั้งนี้ประมาณครึ่งชั่วโมง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในครั้งนี้ ประธานาธิบดีได้ออกคำสั่งให้สมาชิกทั้ง 2 สภา และแขกที่มาร่วมฟัง แต่งกายธรรมดาแต่ให้รักษาเกียรติยศของรัฐสภา จะเห็นว่าสมาชิกรัฐสภาผู้ชายทุกคนแต่งกายด้วยเสื้อบารอง ตากาล็อกสีขาวและสีครีมแขนยาว ส่วนผู้หญิงก็แต่งชุดยาวด้วยชุดบารอง ตากาล็อก ตามประเพณีของชาวฟิลิปปินส์ ไม่หวือหวาอย่างครั้งก่อนๆ ที่สมาชิกรัฐสภาจะแต่งกายตามวัฒนธรรมของแต่ละเมืองที่สังกัดอย่างหรูหรา มีสีสันอย่างสวยงาม ที่เรียกกันว่า SONA Red Carpet ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก แต่ในครั้งนี้เนื่องจากเป็นช่วงที่ทั้งภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งฟิลิปปินส์ด้วยประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจจึงต้องประหยัด นี่เป็นครั้งแรกของนโยบายมาร์กอส จูเนียร์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มาร์กอส จูเนียร์จะต้องแถลงนโยบายในปี 2025 ว่ามีความสำเร็จมากน้อยเพียงใด มีปัญหาที่ต้องแก้ในปี 2026 หรือไม่ และคำสัญญาในปี 2026 ว่าจะทำอะไรในปี 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ผลการดำเนินงานของมาร์กอส จูเนียร์ ในปี 2025&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;1.ผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ใน 2025-กลางปี 2026 เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ต้องเผชิญถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่เผชิญกับวิกฤตน้ำมัน เมื่อเทียบกับปี 2024 เช่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-อัตราเงินเฟ้อลดลงเมื่อเทียบกับปี 2024 ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีเสถียรภาพมากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-รัฐบาลยังคงดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากหลายประเทศ โดยออกกฎหมายเปิดเสรีการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยร่วมมือกับภาคเอกชน (PPP-Public and Private Partnership)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ ได้ดำเนินการตามโครงการ Build Better More ได้แก่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-ทางด่วนและทางหลวงสายหลัก&lt;/strong&gt; โดยมีทางด่วน 3 สาย สายแรกได้แก่ Central Luzon Link Expressway (CLLEX) ซึ่งสำเร็จแล้วในเดือนมีนาคม 2026 จากจังหวัด Tarlac-Nueva Ecija ทางด่วนนี้ลดเวลาการเดินทาง ทำให้การขนส่งสินค้าทางการเกษตรเร็วขึ้น ที่สำคัญคือเชื่อมโยงกับ Luzon ตอนกลาง สายที่ 2 ได้แก่ Cavite-Laguna Expressway (CALAX) สร้างปี 2025 เชื่อมโยงกับจังหวัด Cavite Laguna และ Expressway South Luzon (SLEX) ทางด่วนนี้ทำให้ลดการจราจรติดขัดบนทางหลวง Aguinaldo และทำให้การเดินทางระหว่าง Cavite กับ Laguna เร็วขึ้น ส่วนสายที่ 3 คือ NLEX-SLEX Connector Road เชื่อมต่อระหว่างเกาะลูซอนตอนเหนือกับตอนใต้ เป็นการ Bypass ถนนสายหลัง EDSA ซึ่งจราจรติดขัดมาก ทางด่วนนี้ข้ามโดยตรงไปที่นครมะนิลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-โครงการสร้างท่าอากาศยาน&lt;/strong&gt; 5 แห่ง ได้แก่ การปรับปรุงท่าอากาศยาน Ninoy Aquino ให้ทันสมัยขึ้นโดยร่วมมือกับภาคเอกชน จุดประสงค์เพื่อเพิ่มผู้โดยสาร 62 ล้านคนต่อปี ท่าอากาศยานนี้มี 40-48 สายการบินต่อชั่วโมง รวมทั้งเพิ่มการบริการต่างๆ ในสนามบินด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-สร้าง General Santos International Airport&lt;/strong&gt; เพื่อเพิ่มผู้โดยสารจากภายในและต่างประเทศ และรับนักลงทุนไปลงทุนในเมืองนี้ได้มาก เพราะที่นี่เป็นแหล่งการส่งปลาทูน่าออกนอกประเทศกว่า 96 ประเทศทั่วโลก เมืองได้ชื่อว่าเป็น TUNA CITY&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-Bicol International Airport&lt;/strong&gt; เป็นโครงการที่ขยายเพิ่มผู้โดยสารเพื่อการท่องเที่ยวและพัฒนาเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-Laguindingan Airport Expansion&lt;/strong&gt; สร้างในปี 2025 เป็นสนามบินที่ขยายการรับผู้โดยสารไปสู่มินดาเนาตอนเหนือที่กำลังพัฒนาเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;-Francisco Bangoy (Davao) International Airport&lt;/strong&gt; สร้างในปี 2025 เพื่อเพิ่มผู้โดยสารไปยังเมือง Davao ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากสร้างทางด่วนและท่าอากาศยานแล้ว ยังได้ปรับปรุงระบบรถไฟ โดยได้มีรถไฟฟ้า Light Rail (รางเบา) ที่มีขนาดกลาง ซึ่งเริ่มในปี 1972 สร้างโดยบริษัทจากประเทศเบลเยียม ฟิลิปปินส์ ถือได้ว่าเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่สร้างรถไฟฟ้ารางเบา เพื่อลดการจราจรติดขัด ทำให้การเดินทางเร็วขึ้นเป็นประโยชน์ต่อผู้ทำงานในเมืองต่างๆ และเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจด้วย เพราะไม่ต้องเสียเวลาจากการจราจรติดขัด ที่สำคัญจากปี 1984 เป็นต้นมา รัฐบาลได้พัฒนามามาก เพื่ออำนวยความสะดวกต่อโรงเรียน โรงพยาบาล ผู้ประกอบการ และได้มีโครงการสร้างต่อในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลนี้ยังได้สร้างท่าเรือในการติดต่อระหว่างเมืองหรือจังหวัดต่างๆ และโครงการป้องกันน้ำท่วม โครงการนี้ Marcos Jr. ได้พบการคอร์รัปชั่น ซึ่งอยู่ในระหว่างการสอบสวน เพราะมีโครงการหลายจังหวัดหลายพื้นที่ด้วยกัน และจะเปิดเผยให้ประชาชนทราบเมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;3.การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ผลงานที่รัฐบาลกล่าวถึง ได้แก่&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การขยายระบบชลประทานเพื่อช่วยเหลือการเกษตรเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรจากการพัฒนานี้ รัฐบาลได้เพิ่มงบประมาณให้กระทรวงเกษตร 300 พันล้านเปโซ ในปี 2026 ชาวนาใช้น้ำในเขื่อนสำหรับการปลูกข้าวและข้าวโพดแทนน้ำฝน อีกทั้งยังใช้ Digital Agriculture ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีในการเก็บ และส่งข้อมูลเป็น Big data ซึ่งอำนวยความสะดวกแก่เกษตรกร โครงการเหล่านี้ช่วยลดหนี้เกษตรกร เพราะมีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น สามารถขายได้มากและปลดหนี้ได้เร็วกว่าปกติ นอกจากนี้ ยังช่วยชาวนาจาก Farm to Market Road ด้วยเส้นทางในระยะที่เร็วและสั้นกว่าเดิม ที่สำคัญรัฐบาลนี้ได้ส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร และพยายามรักษาเสถียรภาพราคาข้าวและเพิ่มผลผลิตภายในประเทศให้มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;4.การศึกษา&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลมาร์กอสได้เน้นเรื่องการศึกษามาก ได้เพิ่มตำแหน่งครู 20,000 ตำแหน่ง ตามที่สัญญาไว้ในปี 2024 และเพิ่มเงินเดือนให้ครูตาม Executive no.64 ได้ผ่านสภาและดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 กรณีนี้ดำเนินการภายในปี 2022-2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เพิ่มอุปกรณ์การเรียนการสอน จากวงเงิน 5,000 ถึง 10,000 เปโซต่อโรงเรียน อุปกรณ์เหล่านี้ ได้แก่ ชอล์ก กระดาษ หมึกพิมพ์ ปากกา notebook และอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับแต่ละโรงเรียน สิ่งที่สำคัญคือลดภาระการสอนของครู เพราะรัฐบาลได้จัดหาครูเพิ่มขึ้น ทำให้วิถีชีวิตดีขึ้น นอกจากนั้นยังได้พัฒนาระบบการเรียนรู้ดิจิทัลทั่วประเทศ ทำให้คุณลดภาระงานด้านเอกสารลงไปมาก ส่วนการลงทุนการก่อสร้างห้องเรียนเพิ่มและทรัพยากรทางการศึกษาจะทำต่อมาเรื่อยๆ จาก 2025-2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;5.การสาธารณสุข&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลได้ขยายสถานพยาบาลของรัฐไปในจังหวัดต่างๆ และเมืองต่างๆ เพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยเพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามแนวคิด Build Better More เช่น เพิ่มพื้นที่ที่ Taguig City General Hospital ที่ Philippine General Hospital (UP-PGH) ได้จัดหาเตียงจากเดิม 1,334 เป็น 2,200 เตียง ที่ Regional 1 Medical Center เพิ่มเตียงจาก 600 เป็น 1,500 เตียง ที่ Southern Tagalog Regional Hospital เพิ่มเตียงจาก 100 เป็น 300 เตียง และยังมีอีกหลายเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่งเสริมระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าในหน่วยงาน SSS (Social Security System) และ GSIS (Government Service Insurance System) ภายใต้ PhilHealth โดยหน่วยงาน GSIS จะเพิ่มเงินบำนาญแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการที่เป็นสมาชิกจาก 17,809 เป็น 18,874.58 เปโซ ส่วน SSS ก็ได้เพิ่มให้ผู้ว่าจ้างงานเป็น 10% และ 5% จากพนักงานของบริษัทเอกชน ทั้งสองหน่วยงานนี้ก็ได้ช่วยรัฐบาลในการให้กู้ยืมเงิน และผ่อนการชำระเงินที่กู้ด้วย โครงการนี้จะดำเนินจนถึง 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;6.รัฐบาลดิจิทัล&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องคือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-การพัฒนาบริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-การขยายบริการภาครัฐผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้มีความเร็วในการสื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชน ได้แก่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-eGovPH Super App เพื่อติดต่อกับรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-eGovDX (Digital Exchange Platform)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-ID (PhilSys) เป็น Digital ID&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-eLGU System สำหรับหน่วยงานท้องถิ่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-ejobs สำหรับการหางาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-ePayments สำหรับการใช้จ่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-eHealth สำหรับสุขภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้เป็นการติดต่อระหว่างประชาชนกับรัฐบาล ส่วนแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้แก่ Cloud, AI และ Big data ที่รัฐบาลกับเอกชนต้องดำเนินการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;7.นโยบายต่างประเทศและความมั่นคง&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฟิลิปปินส์จะปกป้องอธิปไตยของประเทศใน West Philippines Sea ตามที่ UNCLOS ได้ตัดสินในปี 2016 และจะยึดถือตามแนวการเดินเรือเสรีระหว่างประเทศ รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย กลุ่มประเทศในยุโรป เพื่อช่วยปกป้องอธิปไตยของฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำมั่นสัญญาจากสิงหาคม 2026-กรกฎาคม 2027&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สิ่งที่ยังทำไม่เสร็จในปี 2025 ก็จะดำเนินการต่อในปี 2026-2027 เช่น โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ คือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;1.เปิดใช้บางช่วงในโครงการทางด่วน SLEX Toll Road 4 Extension ไปยังจังหวัดเกซอน (South Luzon Expressway Toll 4)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;2.เดินหน้าฟื้นฟูเส้นทางรถไฟ PNR Bicol Line (Philippine Bicol Line)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;3.การก่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างจังหวัด Bataan-Cavite Interlink Bridge&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;4.โครงการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในมินดาเนา โดยเฉพาะที่เกิดแผ่นดินไหวที่ General Santos (GenSan) ซึ่งเป็นเมืองที่ขยายตัวและมีประชากรมาก อยู่ในภูมิภาค 11 ในมินดาเนา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;5.รัฐบาลยังคงปรับปรุงโรงเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;6.ความโปร่งใสของโครงสร้างพื้นฐานจะดำเนินการเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นในโครงการน้ำท่วมซึ่งมีมานานแล้ว และเมื่อพบในรัฐบาลนี้จะเปิดเผยต่อประชาชนเมื่อได้สอบสวนเสร็จ ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทุกโครงการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;7.ด้านบริการสังคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการภาครัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-เพิ่มบุคลากรในการให้บริการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-ขยายการเข้าถึงบริการของประชาชนด้านสุขภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-เสริมสร้างมาตรการลดความยากจนด้วยการสร้างงานในภาคการเกษตร ให้การศึกษา ดูแลเรื่องสุขภาพ สร้างบ้าน และโครงสร้างพื้นฐานให้เข้าถึงภาคการเกษตร รวมทั้งจ้างผู้มีรายได้น้อยให้เข้าทำงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;คำมั่นสัญญานี้ต้องประเมินในปี 2027 ต่อไปว่าสำเร็จหรือไม่อย่างไร&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/article/news_5856962?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;SONA: การแถลงนโยบายประจำปี ครั้งที่ 5 (2026) ของ Ferdinand Marcos Jr. ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>SONA: การแถลงนโยบายประจำปี ครั้งที่ 5 (2026) ของ Ferdinand Marcos Jr. ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์</dc:alternative><dc:abstract>SONA: การแถลงนโยบายประจำปี ครั้งที่ 5 (2026) ของ Ferdinand Marcos Jr. ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-22T05:00:21+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-22T05:00:21+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-sonaMorcosJRฟิลิปปินส์ขึ้นเว็บ.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-sonaMorcosJRฟิลิปปินส์ขึ้นเว็บ-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-sonaMorcosJRฟิลิปปินส์ขึ้นเว็บ.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/ภป-sonaMorcosJRฟิลิปปินส์ขึ้นเว็บ-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ปรากฏการณ์ หนิวไหล สะท้อนอะไรในสังคมยุคโซเชียล-AI]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5857713]]></link><pubDate>2026-08-22T09:30:49+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5857713</guid><description>โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ปรากฏการณ์ ‘หนิวไหล’ สะท้อนอะไรในสังคมยุคโซเชียล-AI ในปัจจุบัน อิทธิพลของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทวีความสำคัญอย่างต่อเนื่องในหลากหลายมิติ เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เมื่อ AI กำล [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;p&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 18pt;&quot;&gt;&lt;strong&gt;โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ปรากฏการณ์ ‘หนิวไหล’ สะท้อนอะไรในสังคมยุคโซเชียล-AI &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในปัจจุบัน อิทธิพลของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทวีความสำคัญอย่างต่อเนื่องในหลากหลายมิติ เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เมื่อ AI กำลังปฏิวัติห่วงโซ่การผลิตจากต้นน้ำยันปลายน้ำ ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิดและเขียนบทภาพยนตร์ การสร้างภาพ การถ่ายทำ การตัดต่อ ไปจนถึงการทำการตลาดและการจัดจำหน่าย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในห้วงที่พลังของปัญญาประดิษฐ์สามารถรังสรรค์ความ ‘สมบูรณ์แบบ’ ให้เกิดขึ้นได้ภายในเสี้ยววินาที ภาพยนตร์แอนิเมชั่นจีนเรื่อง &lt;strong&gt;หนิวไหล (牛来)&lt;/strong&gt; ซึ่งมีภาพหยาบกระด้างและไม่สมบูรณ์แบบเมื่อเทียบกับมาตรฐานการผลิตแอนิเมชั่นของวงการภาพยนตร์ปัจจุบัน กลับสร้างความมหัศจรรย์ กวาดรายได้และประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง พร้อมกับสะท้อนพฤติกรรมมนุษย์ในยุคที่โซเชียลมีเดียและ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนิวไหลเป็นผลงานการสร้างของคู่แม่ลูก ซุน ลี่ฟาง และซิน อวี่เมิ่ง ใช้เวลาการผลิตนานถึง 5 ปี โดยมีรายงานว่าแอนิเมชั่นเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างเพียง 1,350 หยวน (ประมาณ 6,500 บาท) และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์จีนเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ปราศจากการประชาสัมพันธ์ตัวอย่างหรือโปรโมตภาพยนตร์ใดๆ อีกทั้ง โปสเตอร์หน้าโรงหนังยังถูกวาดด้วยมือของพนักงานโรงภาพยนตร์เอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้อมูลจากเมาเหยี่ยน แพลตฟอร์มจำหน่ายบัตรภาพยนตร์ในจีน ระบุว่า ในช่วง 9 วันแรกหลังจากที่หนิวไหลเข้าฉาย จากประชากรจีนราว 1.4 พันล้านคน มีผู้ชมแอนิเมชั่นเรื่องนี้เพียง 236 คนเท่านั้น สามารถทำรายได้ไปเพียงประมาณ 7,000 หยวน (ประมาณ 34,000 บาท) ก่อนที่จะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 33.06 ล้านหยวน (ประมาณ 160.5 ล้านบาท) ณ วันที่ 20 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อี้เจี้ยนไฟแนนซ์รายงานว่า ความนิยมของหนิวไหลส่งผลให้โรงภาพยนตร์หลายแห่งทั่วประเทศจีนต้องเพิ่มรอบฉายจากที่เคยน้อยกว่า 5 รอบต่อวัน เป็นมากกว่า 300 รอบ ท่ามกลางการแข่งขันกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง The Odyssey และ Spider-Man: Brand New Day&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความนิยมของหนิวไหลแสดงให้เห็นพฤติกรรมของมนุษย์บนโลกโซเชียล ซึ่งได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในโลกยุคดิจิทัล จากจุดเริ่มต้นที่มีผู้โพสต์คลิปภาพยนตร์พร้อมวิพากษ์วิจารณ์คุณภาพของภาพ เสียงพากย์ที่ไม่สอดคล้องกับการขยับปาก รวมถึงปัญหาด้านการตัดต่อ กลายเป็นชนวนให้เกิดกระแสไวรัล ตลอดจนความสงสัยและความต้องการพิสูจน์ว่า หนิวไหลแย่ขนาดนั้นจริงหรือไม่ ก่อนที่ผู้ใช้งานโซเชียลรายอื่นจะเข้ามามีส่วนร่วมผ่านการทำมีมล้อเล่นและสร้างคอนเทนต์ต่อยอด จนกระแสขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปรากฏการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด Social Proof ทางจิตวิทยา ซึ่งอธิบายว่ามนุษย์มีแนวโน้มที่จะมองว่าพฤติกรรมหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเหมาะสมและน่าสนใจมากขึ้น เมื่อเห็นว่าคนจำนวนมากกำลังให้ความสนใจหรือแสดงพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน ยิ่งมีคนทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่ หนิวไหลก็ยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้นเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความรู้สึก FOMO (Fear of Missing Out) เป็นอีกแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนกระแสของหนิวไหล ผู้ที่ดูภาพยนตร์สามารถเข้าร่วมบทสนทนาที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์และมีมที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้ดูอาจรู้สึกว่า ตนเองกำลังพลาดบางสิ่งบางอย่าง ไม่สามารถมีส่วนร่วมกับคนรอบข้างและถูกปฏิเสธจากสังคม บ่งชี้ว่า นิวไหลไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมเพื่อความบังเทิง แต่เป็นสิ่งที่ถูกใช้เพื่อแลกเปลี่ยนทางสังคม พร้อมสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอาจไม่ได้ต้องการภาพยนตร์ที่ดีที่สุด ไปมากกว่าภาพยนตร์ที่สามารถใช้เพื่อสร้างบทสนทนาและปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นบนโลกออนไลน์ ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในปัจจุบัน AI ถูกนำมาใช้ในการผลิตสื่อ Visual อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นละครแนวตั้ง การรายงานข่าวหรือคอนเทนต์อื่นๆ จนสื่อที่สร้างด้วย AI กลายเป็นเรื่องปกติและคุ้นเคยสำหรับผู้บริโภคไปแล้ว อย่างไรก็ดี มนุษย์มีแนวโน้มที่จะให้ความสนใจกับสิ่งที่ ขาดแคลนหรือพบเห็นได้ยาก และมักรับรู้ว่าสิ่งนั้นมีคุณค่ามากขึ้น หรือที่เรียกว่า Scarcity Effect&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลักษณะทางจิตวิทยา Novelty Seeking ที่อธิบายว่า มนุษย์ถูกกระตุ้นให้มีพฤติกรรมจากความต้องการสัมผัสความแปลกใหม่ หรือผิดจากความคุ้นเคย ก็เป็นอีกพฤติกรรมที่เห็นได้ชัดเจนจากปรากฏการณ์ในครั้งนี้ ทั้งหมดล้วนแสดงให้เห็นว่า ในยุคที่ผู้คนคุ้นชินกับผลผลิตที่ไร้ตำหนิจากการใช้ AI ความไม่สมบูรณ์แบบได้ถูกจัดให้เป็นจุดเด่นและทำให้เห็นความเป็นมนุษย์มากขึ้น ซึ่งหาได้ยากท่ามกลางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นิวยอร์กไทมส์ภาคภาษาจีนรายงานว่า ซูเผิง บล็อกเกอร์จากมณฑลเสฉวน กล่าวว่า การขาดการปรับแต่งด้วยระบบดิจิทัลกลับทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความจริงใจที่ดูไม่ปรุงแต่ง ซึ่งนับวันยิ่งหาได้ยากในภาพยนตร์ปัจจุบัน ไม่ว่าการผลิตด้วย AI จะก้าวหน้าเพียงใด ผลงานก็ยังดูไม่จริง ขณะที่หนิวไหล แม้จะดูหยาบเพียงไหน ก็สร้างขึ้นโดยมนุษย์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระแสที่เกิดขึ้นยังนำไปสู่ความสนใจในเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ การรายงานเบื้องหลังการผลิตได้ก่อให้เกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและความต้องการที่จะสนับสนุน เอทีวีนิวส์รายงานว่า ด้วยงบประมาณที่จำกัด ซิน อวี่เมิ่ง ต้องรับหน้าที่ผู้กำกับ ควบคู่กับผู้สร้างโมโดล คนจัดแสง นักตัดต่อและนักพากย์เสียง นอกจากนั้น เขาต้องซื้อคอมพิวเตอร์ธรรมดาจากตลาดมือสองมาใช้ในการสร้างผลงาน เมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ที่เคยซื้อมายังเคยไหม้เพราะทำงานหนักเกินไปด้วย &lt;strong&gt;ทั้งนี้ หนิวไหลถูกผลิตด้วยมือทั้งหมด เฟรมต่อเฟรม โดยไม่พึ่ง AI แม้แต่น้อย&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ซุน ลี่ฟาง ผู้เป็นแม่ ซึ่งเป็นอดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจที่เกษียณแล้วและไม่มีประสบการณ์ในการผลิตภาพยนตร์ เธอเรียนรู้การเขียนบทภาพยนตร์ตั้งแต่เริ่ม พากย์เสียงตัวละครหญิงทั้งหมด รวมถึงเรียนรู้ดนตรีด้วยตนเองจนสามารถแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ โดยเธอได้เขียนและร้องเพลงประกอบชื่อที่ว่า สายลมเย็นหลังฝนตกมีกลิ่นหอม (雨后清风有香) ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซิน อวี่เมิ่ง จบการศึกษาด้านการออกแบบภูมิทัศน์และเคยประกอบอาชีพด้านการตกแต่งอาคาร แต่หลังจากชมภาพยนตร์แอนิเมชั่นจำนวนมาก เขาเปลี่ยนสายงานในปี 2021 และเปลี่ยนชื่อบริษัท Dalian Jingyuan Decoration Engineering Co., Ltd. เป็น Dalian Jingyuan Culture Film and Television Media Co., Ltd. และจดทะเบียนกับสำนักงานภาพยนตร์ในปลายปีเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายงานประจำปีของบริษัทระบุว่า มีพนักงานที่ได้รับความคุ้มครองจากประกันสังคมเพียงคนเดียว และมีทุนจดทะเบียนเพียง 100,000 หยวน ทั้งนี้ ความเป็นไวรัลของหนิวไหลทำให้วิสาหกิจขนาดเล็กสามารถเป็นกำลังสำคัญในการสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งต่อยอดมาจากกระแสความนิยม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซีน่าไฟแนนซ์รายงานว่า หุ้น A-share จำนวน 4 บริษัทที่มีคำว่า ‘หนิว’ อยู่ในชื่อ รวมถึง Jinniu Chemical, Tongniu Information และ Luoniushan กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนและปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ขณะที่บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Taobao ก็มีการจำหน่ายสินค้ามากมายโดยใช้คาแรคเตอร์ของหนิวไหล รวมถึงตุ๊กตา พวงกุญแจและเสื้อผ้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;strong&gt;ปรากฎการณ์หนิวไหลเผยให้เห็นถึงพฤติกรรมมนุษย์ในยุคดิจิทัล ในวันที่โซเชียลมีเดียและ AI เข้ามามีอิทธิพลสำคัญ สิ่งที่ไม่สวยงามกลับกลายเป็นสิ่งที่งดงามที่สุด ผู้บริโภคในยุคนี้อาจไม่ได้มองหาความไร้ที่ติ แต่เป็นความจริงที่ว่า มีมนุษย์จริงๆ พยายามผลิตบางอย่างออกมาด้วยหัวใจ&lt;/strong&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5857713?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ปรากฏการณ์ หนิวไหล สะท้อนอะไรในสังคมยุคโซเชียล-AI&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ปรากฏการณ์ หนิวไหล สะท้อนอะไรในสังคมยุคโซเชียล-AI</dc:alternative><dc:abstract>โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ปรากฏการณ์ หนิวไหล สะท้อนอะไรในสังคมยุคโซเชียล-AI</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-22T07:22:55+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-22T07:22:55+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/image-8.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/image-8-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563653_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563653_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1002</mi:x1><mi:y1>1634</mi:y1><mi:x2>1002</mi:x2><mi:y2>1634</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563652_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563652_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>968</mi:x1><mi:y1>1290</mi:y1><mi:x2>968</mi:x2><mi:y2>1290</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563654_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563654_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>1200</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>1200</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563656_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563656_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>1200</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>1200</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563655_0.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/S__913563655_0-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>1200</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>1200</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/image-8.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/image-8-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[เมาธ์สนั่น! เมแกน อาจหวนคืนวงการแสดง หลังย้ายกลับอังกฤษ]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5857243]]></link><pubDate>2026-08-21T17:18:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5857243</guid><description>เมาธ์สนั่น! เมแกน อาจหวนคืนวงการแสดง หลังย้ายกลับอังกฤษ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า มีกระแสข่าวจากหลายแหล่งระบุว่า เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายาของเจ้าชายแฮร์รี แห่งราชวงศ์อังกฤ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;เมาธ์สนั่น! เมแกน อาจหวนคืนวงการแสดง หลังย้ายกลับอังกฤษ&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า มีกระแสข่าวจากหลายแหล่งระบุว่า เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายาของเจ้าชายแฮร์รี แห่งราชวงศ์อังกฤษ อาจหวนกลับสู่วงการแสดงอีกครั้ง หลังจากย้ายกลับมาพำนักในอังกฤษพร้อมกับพระสวามี พระโอรสและพระธิดา โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดกับดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ไม่ปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่าเมแกนได้รับข้อเสนอให้รับบทบาทการแสดงในประเทศอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;news.com.au สำนักข่าวออนไลน์ของออสเตรเลีย เป็นสื่อเจ้าแรกที่รายงานอ้างว่าหนึ่งในเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินพระทัยของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนในการพาครอบครัวย้ายกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษ ก็คือ เมแกน ได้รับการเสนองานโปรเจ็กต์หนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี บีบีซีระบุว่ายังไม่มีการยืนยันรายละเอียดเกี่ยวกับบทบาทหรือโปรเจ็กต์ใดๆ ของเมแกน ขณะที่คาดว่าครอบครัวซัสเซกซ์จะเดินทางกลับถึงอังกฤษก่อนสิ้นเดือนสิงหาคมนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนได้เป็นสะใภ้หลวง เมแกน เป็นนักแสดงสาวชาวอเมริกัน ที่มีผลงานดังจากการสวมบทบาท “ราเชล เซน” ทนายความสาวในซีรีส์ฮอตเรื่อง Suits รวม 7 ซีซั่น โดยตอนสุดท้ายที่เธอปรากฎตัวในซีรีส์เรื่องนี้ออกอากาศในปี 2018&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมแกน ได้หยุดพักการแสดงไปหลังจากเข้าพิธีเสกสมรสกับเจ้าชายแฮร์รี ในช่วงเวลานั้นเธอให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่าเธอไม่ได้คิดว่าการเลิกการแสดงไปเป็นการละทิ้งสิ่งใดไป แต่เหมือนเป็น “บทใหม่” ของชีวิตมากกว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อเร็วๆ นี้ เมแกนได้กลับมาแสดงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี ด้วยการรับบทรับเชิญเป็นตัวของเธอเองในภาพยนตร์แนวคอเมดีเรื่อง Close Personal Friends ซึ่งนำแสดงโดยลิลลี คอลลินส์ และบรี ลาร์สัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;บีบีซีรายงานว่า การกลับมาสู่วงการแสดงอีกครั้งอาจสร้างรายได้อย่างงดงามให้กับเมแกน และเป็นที่เข้าใจว่าในระหว่างที่พำนักอยู่ในอังกฤษ เมแกนยังหวังว่าอาจจะได้ขยายฐานธุรกิจไลฟ์สไตล์และการทำอาหารของเธอที่ตั้งขึ้นในสหรัฐภายใต้ชื่อแบรนด์ &amp;#8220;As Ever&amp;#8221; ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลกมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้กระแสข่าวนี้ปรากฎขึ้นหลังจากมีรายงานข่าวว่าเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนวางแผนจะย้ายครอบครัวจากสหรัฐกลับมายังอังกฤษ โดยจะพำนักในที่พักส่วนตัวที่ไม่ใช่ของราชวงศ์นอกกรุงลอนดอน โดยเจ้าชายอาร์ชี พระชันษา 7 ปี และเจ้าหญิงลิลิเบต พระชันษา 5 ปี พระโอรสและพระธิดา จะเข้าโรงเรียนที่นี่ในเดือนกันยายนด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การย้ายกลับมาพำนักในอังกฤษครั้งนี้ยังเกิดขึ้นหลังจากเจ้าชายแฮร์รีพร้อมครอบครัวได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชบิดาของพระองค์ ณ พระราชวังไฮโกรฟ ในกลอสเตอร์เชอร์ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นหลังจากเกิดรอยร้าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5857243?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;เมาธ์สนั่น! เมแกน อาจหวนคืนวงการแสดง หลังย้ายกลับอังกฤษ&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>เมาธ์สนั่น! เมแกน อาจหวนคืนวงการแสดง หลังย้ายกลับอังกฤษ</dc:alternative><dc:abstract>เมาธ์สนั่น! เมแกน อาจหวนคืนวงการแสดง หลังย้ายกลับอังกฤษ</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-21T10:25:27+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-21T10:25:27+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN-2.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-19T225250Z_194887265_RC2IG9ANP7TK_RTRMADP_3_BRITAIN-ROYALS-HARRY-AND-MEGHAN-2-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ญี่ปุ่น ประหารชีวิต มือเผาร้านปาจิงโกะดับ 5 ศพแล้ว ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856942]]></link><pubDate>2026-08-21T15:39:27+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5856942</guid><description>ญี่ปุ่น ประหารชีวิต มือเผาร้านปาจิงโกะดับ 5 ศพแล้ว ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ญี่ปุ่นได้ทำการประหารชีวิตนายซูนาโอะ ทาคามิ อายุ 58 ปี ผู้ต้องหาในคดีจุดไฟเผาร้านปาจิงโกะ เมื่อปี 2009  [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ญี่ปุ่น ประหารชีวิต มือเผาร้านปาจิงโกะดับ 5 ศพแล้ว ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ญี่ปุ่นได้ทำการประหารชีวิตนายซูนาโอะ ทาคามิ อายุ 58 ปี ผู้ต้องหาในคดีจุดไฟเผาร้านปาจิงโกะ เมื่อปี 2009 ซึ่งสังหารผู้บริสุทธิ์ไป 5 รายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นับเป็นการประหารชีวิตนักโทษครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปีของญี่ปุ่นที่ยังคงบังคับใช้โทษประหารอยู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายทาคามิได้ก่อเหตุราดน้ำมันเบนซินและจุดไฟเผาร้านปาจิงโกะ ร้านเกมตู้ยอดนิยมของคนญี่ปุ่นแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้บ้านของเขาในปี 2009 เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ลูกค้าในร้านเกมดังกล่าว 4 ราย และลูกจ้าง 1 รายเสียชีวิต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้คณะลูกขุน 6 คน และคณะผู้พิพากษา 3 คน ได้ปฏิเสธข้อโต้แย้งของฝ่ายจำเลยที่ระบุว่านายทาคามิมีอาการป่วยทางจิตขณะก่อเหตุ และได้ตัดสินลงโทษประหารชีวิตเขาด้วยการแขวนคอในไต่สวนคดีเมื่อปี ค.ศ.2011&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุดในวันเช้าศุกร์นี้ นายฮิโรชิ ฮิรากูจิ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งให้ประหารชีวิตนักโทษรายดังกล่าวแล้วหลังจากได้พิจารณาอย่างรอบคอบและถี่ถ้วนแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การประหารชีวิตนักโทษครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกภายใต้รัฐบาลนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรี ขณะที่ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา เป็นเพียง 2 ชาติในกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ชาติ หรือจี7 ที่ยังคงมีโทษประหารชีวิต ซึ่งโดยปกติแล้ว นักโทษประหารในญี่ปุ่นจะได้รับแจ้งเรื่องการประหารชีวิตด้วยการแขวนคอล่วงหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้การประหารชีวิตในญี่ปุ่นครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว โดยได้ประหารชีวิตนายทาคาฮิโระ ชิราอิชิ ซึ่งมีฉายา &amp;#8220;ฆาตกรทวิตเตอร์&amp;#8221; ผู้ก่อคดีฆ่าหั่นศพเหยื่อ 9 ราย เมื่อปี 2017 ซึ่งเหตุฆาตกรรมของฆาตกรต่อเนื่องรายนี้ถูกเปิดเผยขึ้นในเดือนตุลาคม 2017 หลังตำรวจพบชิ้นส่วนศพในเมืองซามะ ใกล้กับกรุงโตเกียวในระหว่างการค้นหาตัวเหยื่อรายหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผลสำรวจที่มีการจัดทำหลายครั้งก่อนหน้านี้ชี้ว่าบทลงโทษประหารชีวิตในประเทศญี่ปุ่นยังคงได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชนเป็นอย่างมาก ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่วิพากษ์รัฐบาลว่าได้ปล่อยให้นักโทษประหารต้องถูกขังเดี่ยวเป็นเวลานาน และยังขาดความโปร่งใสเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการประหารชีวิตผู้ต้องโทษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856942?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ญี่ปุ่น ประหารชีวิต มือเผาร้านปาจิงโกะดับ 5 ศพแล้ว ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ญี่ปุ่น ประหารชีวิต มือเผาร้านปาจิงโกะดับ 5 ศพแล้ว ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี</dc:alternative><dc:abstract>ญี่ปุ่น ประหารชีวิต มือเผาร้านปาจิงโกะดับ 5 ศพแล้ว ครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-21T12:13:52+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-21T12:13:52+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-21-152412.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-21-152412-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-21-152412.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-21-152412-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-21-152412-1.png" type="image/png" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/Screenshot-2026-08-21-152412-1-150x150.png" type="image/png"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ออท.บัญชา หารือผู้ช่วยทูตพาณิชย์สหรัฐ เชิญผู้แทนโมซัมบิกร่วมงาน Gastech 2026 ในไทย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856743]]></link><pubDate>2026-08-21T14:16:47+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5856743</guid><description>ออท.บัญชา หารือผู้ช่วยทูตพาณิชย์สหรัฐ เชิญผู้แทนโมซัมบิกร่วมงาน Gastech 2026 ในไทย เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโตหารือผู้ช่วยทูตฝ่ายการพาณิชย์สหรัฐฯ ประจำโมซัมบิกส่งเสริมการนำคณะจากโมซัมบิกเข้าร่วมงาน Gas [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ออท.บัญชา หารือผู้ช่วยทูตพาณิชย์สหรัฐ เชิญผู้แทนโมซัมบิกร่วมงาน Gastech 2026 ในไทย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโตหารือผู้ช่วยทูตฝ่ายการพาณิชย์สหรัฐฯ ประจำโมซัมบิกส่งเสริมการนำคณะจากโมซัมบิกเข้าร่วมงาน Gastech 2026 ที่ประเทศไทย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต ได้พบหารือกับนาย Hector M. Maldonado ที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ และนาย Daniel de Courlon Donato ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการค้า สังกัด International Trade Administration, U.S. Department of Commerce ประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในโมซัมบิก เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการส่งเสริมให้คณะผู้แทนระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนด้านพลังงานของโมซัมบิกเข้าร่วมงาน Gastech 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 ที่ กรุงเทพฯ โดยมีกระทรวงพลังงานของไทยเป็นเจ้าภาพ (Host Country)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;งาน Gastech 2026 เป็นเวทีสำคัญระดับโลกด้านก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รวมถึงเทคโนโลยีด้านพลังงานและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง โดยการจัดงานในประเทศไทยนับเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงหน่วยงานและบริษัทด้านพลังงานของโมซัมบิกกับภาคธุรกิจไทย สหรัฐฯ และบริษัทพลังงานชั้นนำจากทั่วโลก ทั้งนี้ สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับความร่วมมือในสาขาพลังงาน และส่งผู้แทนภาครัฐและภาคธุรกิจเข้าร่วมงาน Gastech เป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างเครือข่าย ติดตามพัฒนาการด้านเทคโนโลยี และส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมพลังงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการของอุตสาหกรรม LNG ในโมซัมบิกที่ทวีความสำคัญในฐานะแหล่งพลังงานสำคัญลำดับต้นๆ ของโลก รวมถึงการร่วมลงทุนของบริษัทพลังงานรายใหญ่ อาทิ โครงการร่วมลงทุนที่นำโดย ExxonMobil ของสหรัฐฯ และโครงการร่วมลงทุนที่นำโดย TotalEnergies ของฝรั่งเศส (มี ปตท.สผ. ถือหุ้น 8.5%) และเห็นพ้องว่าการขยายตัวของโครงการดังกล่าวจะสร้างโอกาสใหม่ในธุรกิจต่อเนื่อง เทคโนโลยี การผลิตไฟฟ้า และบริการสนับสนุนด้านพลังงาน รวมถึงการจ้างงานท้องถิ่นจำนวนมาก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ใช้โอกาสการจัดงาน Gastech 2026 ในไทยเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญของโมซัมบิก อาทิ Empresa Nacional de Hidrocarbonetos (ENH) และ Instituto Nacional de Petróleo (INP) ตลอดจนจากภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี และสำรวจโอกาสความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856743?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ออท.บัญชา หารือผู้ช่วยทูตพาณิชย์สหรัฐ เชิญผู้แทนโมซัมบิกร่วมงาน Gastech 2026 ในไทย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ออท.บัญชา หารือผู้ช่วยทูตพาณิชย์สหรัฐ เชิญผู้แทนโมซัมบิกร่วมงาน Gastech 2026 ในไทย</dc:alternative><dc:abstract>ออท.บัญชา หารือผู้ช่วยทูตพาณิชย์สหรัฐ เชิญผู้แทนโมซัมบิกร่วมงาน Gastech 2026 ในไทย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-21T07:16:47+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-21T07:16:47+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/b1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ออสซี่เปิดสอบ เหตุเครื่องบินหวิดชนกัน ที่สนามบินซิดนีย์ หน 4 ในเวลาไม่ถึงเดือน]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856468]]></link><pubDate>2026-08-21T12:48:45+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5856468</guid><description>ออสซี่เปิดสอบ เหตุเครื่องบินหวิดชนกัน ที่สนามบินซิดนีย์ หน 4 ในเวลาไม่ถึงเดือน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม สำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งของออสเตรเลีย(ATSB) เปิดเผยว่าทางหน่วยงานได้เริ่มสอบสวนเหตุการณ์ที่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;ออสซี่เปิดสอบ เหตุเครื่องบินหวิดชนกัน ที่สนามบินซิดนีย์ หน 4 ในเวลาไม่ถึงเดือน&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม สำนักงานความปลอดภัยด้านการขนส่งของออสเตรเลีย(ATSB) เปิดเผยว่าทางหน่วยงานได้เริ่มสอบสวนเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการจราจรทางอากาศที่สนามบินซิดนีย์เป็นครั้งที่ 4 ในรอบไม่ถึงหนึ่งเดือน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ หลังจากมีการสั่งการจนทำให้เครื่องบินโดยสาร 2 ลำ เคลื่อนที่มุ่งหน้าไปยังจุดตัดเดียวกันบนลานจอดเครื่องบิน ซึ่งมีความเสี่ยงจะทำให้เครื่องบินสองลำดังกล่าวเกิดการชนกันขึ้นได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แถลงการณ์ของ ATSB ระบุว่า เหตุการณ์ล่าสุดเกิดกับเครื่องบินแอร์บัส A321 ของสายการบินแควนตัส ซึ่งกำลังเตรียมจะออกเดินทางจากสนามบินซิดนีย์มุ่งหน้าไปยังเมืองโกลด์โคสต์ ต้องทำการเบรกเพื่อหลีกเลี่ยงเครื่องบินอีกลำของสายการบินแควนตัสซึ่งเป็นรุ่นโบอิ้ง 737 ที่เพิ่งเดินทางมาจากเมืองเมลเบิร์นเมื่อวันอังคาร(18 ส.ค.) อย่างไรก็ดี เครื่องบินโบอิ้งได้รับอนุญาตให้เคลื่อนตัวต่อไปตามทางขับ (taxiway) ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกับที่เครื่องบินแอร์บัสได้รับอนุญาตให้เลี้ยวเข้าไปในเส้นทางเดียวกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ATSB ระบุว่าไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดการชนกันในทันที แต่ทางหน่วยงานก็ได้เริ่มสอบสวนเพื่อหาสาเหตุว่ามีปัจจัยร่วมที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์อื่นอีก 3 ครั้งที่เกิดขึ้นในลักษณะคล้ายกันนี้ที่สนามบินซิดนีย์ในช่วงเดือนที่ผ่านมาหรือไม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ขั้นตอนการรวบรวมหลักฐานในการสอบสวนจะครอบคลุมถึงการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่หอควบคุมการจราจรทางอากาศและลูกเรือที่เกี่ยวข้อง การดึงข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลที่บันทึกไว้ ตลอดจนการรวบรวมข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;#8221; ATSB ระบุ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาดว่าจะมีการรายงานผลการสอบสวนเรื่องนี้ในเบื้องต้นได้ภายใน 6-8 สัปดาห์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การสอบสวนล่าสุดมีขึ้นหลังจากเกิดเหตุเครื่องบินของสายการบินแควนตัส 2 ลำ หลีกเลี่ยงการชนกันได้อย่างหวุดหวิดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากเครื่องบินแควนตัสลิงค์ รุ่น Dash 8 ซึ่งเพิ่งลงจอดเสร็จสิ้น กับเครื่องบินแควนตัส 737 ซึ่งนักบินรายงานว่าได้รับอนุญาตให้ข้ามทางวิ่งเดียวกันนั้น ได้เคลื่อนตัวเข้ามาในเส้นทางเดียวกัน โดยเครื่องบินรุ่น 737 สามารถหยุดเครื่องบินได้ทัน แต่ก็หลังจากได้เคลื่อนผ่านจุดหยุดรอเพื่อความปลอดภัยไปแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม เกิดเหตุเครื่องบิน A320 ของสายการบินเจ็ทสตาร์ ต้องเบรกกะทันหันบนลานจอด เพื่อหลีกเลี่ยงการชนกับเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ส ส่งผลให้มีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันเดียวกันยังมีเหตุเครื่องบินโบอิ้ง 737 ของสายการบินเวอร์จิน ออสเตรเลีย ซึ่งได้รับอนุญาตให้ขึ้นบินแล้ว ได้สังเกตเห็นเครื่องบินของสายการบินแควนตัสลำหนึ่งกำลังแล่นตัดผ่านรันเวย์อยู่ด้านหน้า จึงหยุดเครื่องบินในระยะห่างประมาณ 1 กิโลเมตร จากเครื่องบินลำดังกล่าว ซึ่งได้รับอนุญาตให้แล่นตัดผ่านรันเวย์เช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856468?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ออสซี่เปิดสอบ เหตุเครื่องบินหวิดชนกัน ที่สนามบินซิดนีย์ หน 4 ในเวลาไม่ถึงเดือน&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ออสซี่เปิดสอบ เหตุเครื่องบินหวิดชนกัน ที่สนามบินซิดนีย์ หน 4 ในเวลาไม่ถึงเดือน</dc:alternative><dc:abstract>ออสซี่เปิดสอบ เหตุเครื่องบินหวิดชนกัน ที่สนามบินซิดนีย์ หน 4 ในเวลาไม่ถึงเดือน</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-21T05:48:45+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-21T05:48:45+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T022540Z_2137745980_RC26UGAF5NVI_RTRMADP_3_AUSTRALIA-AVIATION.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T022540Z_2137745980_RC26UGAF5NVI_RTRMADP_3_AUSTRALIA-AVIATION-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T022540Z_2137745980_RC26UGAF5NVI_RTRMADP_3_AUSTRALIA-AVIATION.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T022540Z_2137745980_RC26UGAF5NVI_RTRMADP_3_AUSTRALIA-AVIATION-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T022540Z_2137745980_RC26UGAF5NVI_RTRMADP_3_AUSTRALIA-AVIATION-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/2026-08-21T022540Z_2137745980_RC26UGAF5NVI_RTRMADP_3_AUSTRALIA-AVIATION-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[ไต้หวันเพิ่มงบกลาโหม ปี’70 18% ทะลุ 1 ล้านล้าน ครั้งแรก]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856413]]></link><pubDate>2026-08-21T12:45:35+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5856413</guid><description>ไต้หวันเพิ่มงบกลาโหม ปี’70 18% ทะลุ 1 ล้านล้าน ครั้งแรก รัฐบาลไต้หวันเสนอเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมสำหรับปี 2570 ขึ้นอีก 18% ซึ่งรวมถึงงบประมาณสำหรับโดรนและขีปนาวุธ ส่งผลให้งบกลาโหมจะทะลุระดับ 1 ล้านล้าน [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;ไต้หวันเพิ่มงบกลาโหม ปี’70 18% ทะลุ 1 ล้านล้าน ครั้งแรก&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลไต้หวันเสนอเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมสำหรับปี 2570 ขึ้นอีก 18% ซึ่งรวมถึงงบประมาณสำหรับโดรนและขีปนาวุธ ส่งผลให้งบกลาโหมจะทะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวันเป็นครั้งแรก ขณะที่ไทเปเดินหน้าเสริมสร้างศักยภาพทางทหารเพื่อป้องกันตนเองจากจีน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลไต้หวันระบุในแถลงการณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณแผ่นดินประจำปี 2570 ว่า งบประมาณด้านกลาโหมในปีหน้าจะอยู่ที่ 1.1225 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 1.153 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เซียะ จื้อเซียน หัวหน้าสำนักบัญชาการและควบคุมงบประมาณของกระทรวงกลาโหมไต้หวัน กล่าวว่า แผนการใช้จ่ายของกระทรวงกลาโหมรวมถึงงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับโดรนและขีปนาวุธ ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลไม่สามารถผลักดันให้รัฐสภาอนุมัติงบประมาณดังกล่าวได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การปรับปรุงและยกระดับกองทัพให้ทันสมัยถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล ขณะที่ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ กำลังเผชิญความท้าทายจากรัฐสภาที่ฝ่ายค้านครองเสียงข้างมาก โดยรัฐสภาเพิ่งอนุมัติงบประมาณประจำปีของปีนี้เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากกระบวนการพิจารณางบประมาณล่าช้ามานานหลายเดือน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พรรคฝ่ายค้านหลัก 2 พรรคระบุว่า พวกเขาจะไม่อนุมัติงบประมาณให้รัฐบาลโดยไม่มีเงื่อนไขหรือโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียด หรือเขียนเช็คเปล่าให้รัฐบาล แม้ว่าทั้งสองพรรคจะย้ำหลายครั้งว่าสนับสนุนการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายละเอียดการเพิ่มงบประมาณดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่จีน ซึ่งมองว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตน ได้เพิ่มแรงกดดันทางทหารและการเมืองต่อไต้หวันอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อยืนยันการอ้างสิทธิ์ของตน ซึ่งไต้หวันปฏิเสธอย่างหนักแน่น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไต้หวันยังเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐให้เพิ่มการใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศของตนเอง ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับที่สหรัฐกดดันประเทศต่างๆ ในยุโรปให้เพิ่มงบกลาโหม โดยประธานาธิบดีไล่ตอบรับอย่างกระตือรือร้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856413?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;ไต้หวันเพิ่มงบกลาโหม ปี’70 18% ทะลุ 1 ล้านล้าน ครั้งแรก&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>ไต้หวันเพิ่มงบกลาโหม ปี’70 18% ทะลุ 1 ล้านล้าน ครั้งแรก</dc:alternative><dc:abstract>ไต้หวันเพิ่มงบกลาโหม ปี’70 18% ทะลุ 1 ล้านล้าน ครั้งแรก</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-21T05:45:35+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-21T05:45:35+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/twd.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/twd-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/twd.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/twd-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/twd-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/twd-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1202</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1202</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[แฮร์รี-เมแกน กลับอังกฤษ จุดคำถามซ้ำ ประเด็นรักษาความปลอดภัย]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856276]]></link><pubDate>2026-08-21T11:39:50+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5856276</guid><description>แฮร์รี-เมแกน กลับอังกฤษ จุดคำถามซ้ำ ประเด็นรักษาความปลอดภัย การประกาศเดินทางกลับมาพำนักอยู่ในอังกฤษอย่างไม่คาดคิดของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ได้จุดประเด็นคำถามขึ้นมาอีกครั้งเกี่ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;แฮร์รี-เมแกน กลับอังกฤษ จุดคำถามซ้ำ ประเด็นรักษาความปลอดภัย&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;การประกาศเดินทางกลับมาพำนักอยู่ในอังกฤษอย่างไม่คาดคิดของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ได้จุดประเด็นคำถามขึ้นมาอีกครั้งเกี่ยวกับระดับการรักษาความปลอดภัยที่ทั้งคู่จะได้รับในอังกฤษ ซึ่งมาจากเงินภาษีประชาชน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าชายแฮร์รีและเมแกนมีแผนย้ายจากสหรัฐกลับมาอาศัยอยู่ในบ้านพักส่วนตัวซึ่งไม่ได้เป็นทรัพย์สินของราชวงศ์นอกกรุงลอนดอน พร้อมกับพระโอรสและพระธิดา เจ้าชายอาร์ชี พระชนมายุ 7 พรรษา และเจ้าหญิงลิลิเบต พระชนมายุ 5 พรรษา ซึ่งมีกำหนดเข้าเรียนที่โรงเรียนในอังกฤษในเดือนกันยายนนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ระดับการรักษาความปลอดภัยของทั้งคู่อังกฤษถูกลดลง หลังจากทั้งสองยุติบทบาทสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูงที่ปฏิบัติพระกรณียกิจในปี 2020 และย้ายไปสหรัฐ ซึ่งที่นั่นทั้งคู่เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านการรักษาความปลอดภัยด้วยตนเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะนี้คณะกรรมการบริหารราชวงศ์และบุคคลสำคัญ (Ravec) ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทยอังกฤษ จะต้องพิจารณาเรื่องดังกล่าวและตัดสินใจใหม่ เนื่องจากมาตรการรักษาความปลอดภัยก่อนหน้านี้อิงจากสมมติฐานที่ว่า ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ไม่ได้พำนักอยู่ในอังกฤษเป็นการถาวร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ Ravec สรุปว่า เนื่องจากเจ้าชายแฮร์รีจะเดินทางมาเยือนอังกฤษเพียงครั้งคราว ความต้องการด้านการรักษาความปลอดภัยของพระองค์จึงจะได้รับการประเมินเป็นรายกรณี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายแอนดี เบิร์นแฮม นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า การจัดการเรื่องความปลอดภัยของทั้งคู่เป็นเรื่องส่วนตัว แม้ว่าเบิร์นแฮมจะไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้แก่สมาชิกราชวงศ์อังกฤษ แต่เขาก็กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องของแฮร์รีและเมแกน และเราขออวยพรให้พวกเขาโชคดีกับการย้ายที่อยู่ครั้งนี้”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทรวงมหาดไทยอังกฤษระบุว่า ระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลสำคัญของอังกฤษมีมาตรฐานที่เข้มงวดและเหมาะสม แต่นโยบายของเราที่มีมาอย่างยาวนานคือ จะไม่เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการเหล่านั้น เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลอาจทำให้ประสิทธิภาพของระบบเสียหาย และส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของบุคคลต่างๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การรักษาความปลอดภัยของแฮร์รีและเมแกนเป็นประเด็นที่ก่อให้เกิดความตึงเครียดมานานแล้ว โดยเมื่อปีที่แล้ว เจ้าชายแฮร์รีแพ้คดีความเกี่ยวกับระดับการรักษาความปลอดภัยที่พระองค์และครอบครัวควรได้รับเมื่อเดินทางมายังอังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประเด็นการรักษาความปลอดภัยของทั้งคู่ขึ้นอยู่กับผลการทบทวนของ Ravec เกี่ยวกับสถานการณ์ใหม่ของพวกเขา ซึ่งขณะนี้จะพำนักอยู่อังกฤษเป็นการถาวร ซึ่งแฮร์รีและเมแกนอาจได้รับการรักษาความปลอดภัยจากเงินภาษีของประชาชนในระดับที่พวกเขาต้องการมาโดยตลอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ไม่มีสัญญาณว่าทั้งคู่จะกลับมารับปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกราชวงศ์เต็มเวลาอีกครั้ง ดังนั้น พวกเขาอาจไม่มีสิทธิได้รับการรักษาความปลอดภัยในระดับเดียวกับที่ได้รับก่อนที่พระองค์และพระชายาจะย้ายออกจากอังกฤษเมื่อ 6 ปีก่อน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สมาชิกราชวงศ์ที่ไม่ได้ปฏิบัติพระกรณียกิจรายอื่นๆ ได้รับการรักษาความปลอดภัยในระดับจำกัด และหากเจ้าชายแฮร์รีได้รับการปฏิบัติในลักษณะเดียวกัน ก็อาจกลายเป็นต้นตอของความขัดแย้งเพิ่มเติมในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หากเจ้าชายแฮร์รีไม่ได้รับการรักษาความปลอดภัยที่ได้รับเงินสนับสนุนจากผู้เสียภาษีในระดับที่พระองค์เรียกร้องมาโดยตลอด นับตั้งแต่ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์ที่ปฏิบัติพระกรณียกิจ พระองค์ก็จะต้องออกค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากเงินส่วนพระองค์ เพื่อเสริมระดับการรักษาความปลอดภัยให้ได้ตามระดับที่ต้องการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ออกจากสหราชอาณาจักรและถอนตัวจากพระกรณียกิจในฐานะสมาชิกพระราชวงศ์เมื่อต้นปี 2020 ก่อนจะไปตั้งถิ่นฐานในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งทั้งคู่ได้ว่าจ้างทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวเพื่อคุ้มครองพวกเขา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สำหรับเหตุผลที่ทั้งคู่ตัดสินใจย้ายกลับมาในเวลานี้ แหล่งข่าวใกล้ชิดกับทั้งสองกล่าวว่า ทุกอย่างลงตัวพอดีในช่วงเวลานี้ ทำให้การย้ายกลับมาเหมาะสมกับครอบครัวของพวกเขา เพราะทั้งคู่เป็นคู่รักระดับนานาชาติที่ชื่นชอบการเดินทาง และในช่วงเวลาต่อจากนี้ พวกเขาจะพำนักอยู่ที่อังกฤษ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากสร้างความประหลาดใจให้กับสื่อทั่วโลกแล้ว ข่าวการย้ายกลับมายังเป็นข่าวใหม่สำหรับสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ด้วย โดยพระองค์เพิ่งได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม และมีรายงานว่าพระองค์ทรงตั้งตารอที่จะได้พบกับพวกเขาบ่อยขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเจ้าชายแฮร์รี เมแกน และพระโอรสธิดา เดินทางไปเยี่ยมสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ที่พระตำหนักไฮโกรฟในมณฑลกลอสเตอร์เชอร์เมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปีที่สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ได้พบพระราชนัดดาทั้งสองพระองค์ด้วยพระองค์เอง และยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 ที่แฮร์รีและเมแกนเดินทางอังกฤษพร้อมกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856276?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;แฮร์รี-เมแกน กลับอังกฤษ จุดคำถามซ้ำ ประเด็นรักษาความปลอดภัย&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>แฮร์รี-เมแกน กลับอังกฤษ จุดคำถามซ้ำ ประเด็นรักษาความปลอดภัย</dc:alternative><dc:abstract>แฮร์รี-เมแกน กลับอังกฤษ จุดคำถามซ้ำ ประเด็นรักษาความปลอดภัย</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-21T04:39:50+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-21T04:39:50+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hm1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hm1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hm1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hm1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hm1-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/hm1-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item><item><title><![CDATA[อิหร่านประณาม เบสเซนต์ชี้ เผยแผนคว่ำบาตรรุนแรงสุดในปวศ. 24 ส.ค. จีนยันไม่ช่วยอะไร]]></title><link><![CDATA[https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856104]]></link><pubDate>2026-08-21T10:04:31+0700</pubDate><guid isPermaLink="false">5856104</guid><description>อิหร่านประณาม เบสเซนต์ชี้ เผยแผนคว่ำบาตรรุนแรงสุดในปวศ. 24 ส.ค. จีนยันไม่ช่วยอะไร นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะใช้ “มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์” ต่ออิหร่าน ซ [&amp;hellip;]</description><content:encoded><![CDATA[&lt;h1&gt;&lt;strong&gt;อิหร่านประณาม เบสเซนต์ชี้ เผยแผนคว่ำบาตรรุนแรงสุดในปวศ. 24 ส.ค. จีนยันไม่ช่วยอะไร&lt;/strong&gt;&lt;/h1&gt;
&lt;p&gt;นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะใช้ “มาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์” ต่ออิหร่าน ซึ่งจะช่วยลดความจำเป็นที่สหรัฐจะต้องเปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ครั้งใหม่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คำกล่าวของเบสเซนต์มีขึ้นหนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมว่า จะใช้ “สงครามเศรษฐกิจ” กับอิหร่าน และเตือนถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลืออิหร่านไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม โดยเบสเซนต์ระบุว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์เมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากสหรัฐขู่ใช้มาตรการลงโทษทางการเงิน โดยมีเป้าหมายเพื่อกดดันให้อิหร่านยุติสงครามที่ดำเนินมาเกือบ 6 เดือน และส่งผลให้ปริมาณน้ำมันหลายล้านบาร์เรลจากตะวันออกกลางไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ผมไม่แน่ใจว่าทำไมราคาน้ำมันถึงปรับตัวขึ้นจากเรื่องนี้ หากเรากำลังใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ นั่นก็หมายความว่า มีแนวโน้มว่าจะไม่มีการกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหารในวงกว้างอีก” เบสเซนต์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เบสเซนต์กล่าวกับ CNBC ว่า เขาจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการคว่ำบาตรชุดใหม่ และจะพูดถึงสิ่งที่เรากำลังจะทำต่ออิหร่านอย่างละเอียดในการแถลงข่าววันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“มันเป็นการโจมตีแบบสองจังหวะ เรามีการปิดล้อม (อิหร่าน) และเราจะมีมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์” เบสเซนต์กล่าว โดยหมายถึงการปิดล้อมทางทะเลที่สหรัฐใช้กับอิหร่านตั้งแต่เดือนเมษายน ก่อนจะระงับมาตรการดังกล่าวเป็นเวลา 1 เดือนในช่วงกลางเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“มันจะได้ผลในอิหร่าน และเราจะทำให้ระบอบการปกครองนี้ล่มสลาย ถึงเวลาแล้วที่พันธมิตรของเราและส่วนที่เหลือของโลกจะต้องตัดสินใจ” รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนที่เบสเซนต์จะออกมาแสดงความคิดเห็น กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุว่า อิหร่านประณามมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐ โดยเรียกมาตรการดังกล่าวว่าเป็น “การก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ” และระบุว่า จะไม่สามารถทำให้ชาวอิหร่านลังเลแม้แต่น้อยในการปกป้องเอกราช ศักดิ์ศรี และอธิปไตยของชาติ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ อิหร่านเผชิญมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่รุนแรงและต่อเนื่องมาเกือบ 50 ปี นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้าน Kpler บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลระบุว่า ตามข้อมูลปี 2025 จีนรับซื้อน้ำมันที่อิหร่านขนส่งทางเรือมากกว่า 80% แต่การทำสงครามเศรษฐกิจกับจีน ซึ่งเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ไปยังสหรัฐเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงแร่หายากที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรม อาจทำให้จีนตอบโต้สหรัฐได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เมื่อถูกถามว่าสหรัฐสามารถกำหนดเป้าหมายคว่ำบาตรจีนจากการทำธุรกิจกับอิหร่านหรือไม่ เบสเซนต์กล่าวว่า การพูดคุยในประเด็นดังกล่าวหลายเรื่องควรดำเนินการเป็นการส่วนตัว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“อย่าลืมว่าพลังงาน 50% ที่ใช้ในจีนมาจากภูมิภาคอ่าว ดังนั้น การที่จีนเข้าร่วมกับเราในการดำเนินการตามแนวทางนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อพวเขาเอง” เบสเซนต์กล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันระบุว่า การคว่ำบาตรและการใช้แรงกดดันไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา โดยโฆษกสถานทูตจีนกล่าวว่า จีนเรียกร้องให้ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบ และแก้ไขปัญหาผ่านแนวทางทางการเมืองและการทูต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า คำกล่าวของทรัมป์ เป็นความพยายามที่จะเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนชาวอเมริกันออกจากปัญหาทางการเงินภายในประเทศ ซึ่งรวมถึงปัญหาหนี้สาธารณะที่พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อารักชีกล่าวด้วยว่า การที่สหรัฐยังคงยืนกรานใช้นโยบายที่เขามองว่าล้มเหลว จะนำไปสู่ความล้มเหลวมากยิ่งขึ้น และทำให้ชาวอิหร่านตีตัวออกห่างจากสหรัฐมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศบนโซเชียบมีเดียเมื่อว่า จะใช้ สงครามเศรษฐกิจและการโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกับอิหร่าน แต่เขาไม่ได้ระบุว่ามาตรการที่สหรัฐจะใช้มีอะไรบ้าง และไม่ได้ระบุชื่อประเทศใดเป็นการเฉพาะ แม้คำเตือนดังกล่าวดูเหมือนจะครอบคลุมไปถึงชาติพันธมิตรของสหรัฐ ที่มีส่วนช่วยเป็นคนกลางในการเจรจาสันติภาพด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ประเทศใดก็ตามที่อนุญาตให้สถาบันการเงิน บริษัท สนามบิน หรือหน่วยงานรัฐบาลของตนให้ความช่วยเหลือในรูปแบบใดก็ตามที่ช่วยให้อิหร่านอยู่รอดได้ จะต้องเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล” ทรัมป์เขียน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันภายในประเทศให้ยุติสงครามที่ไม่ได้รับความนิยม โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูงกำลังฉุดคะแนนนิยมของเขา และอาจส่งผลกระทบต่อการควบคุมเสียงข้างมากในสภาคองเกรสของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th/foreign/news_5856104?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;อิหร่านประณาม เบสเซนต์ชี้ เผยแผนคว่ำบาตรรุนแรงสุดในปวศ. 24 ส.ค. จีนยันไม่ช่วยอะไร&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่&lt;br /&gt;&amp;#8211; Website :  &lt;a href=&quot;https://www.matichon.co.th?utm_source=msn_news&amp;#038;utm_medium=footer_click&quot;&gt;https://www.matichon.co.th&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
]]></content:encoded><dc:alternative>อิหร่านประณาม เบสเซนต์ชี้ เผยแผนคว่ำบาตรรุนแรงสุดในปวศ. 24 ส.ค. จีนยันไม่ช่วยอะไร</dc:alternative><dc:abstract>อิหร่านประณาม เบสเซนต์ชี้ เผยแผนคว่ำบาตรรุนแรงสุดในปวศ. 24 ส.ค. จีนยันไม่ช่วยอะไร</dc:abstract><dc:publisher/><dc:creator/><dc:modified>2026-08-21T03:04:31+0700</dc:modified><mi:dateTimeWritten>2026-08-21T03:04:31+0700</mi:dateTimeWritten><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId>Matichon</mi:licenseId><mi:licensorName>Matichon</mi:licensorName></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content><media:content url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs-1.jpg" type="image/jpeg" medium="image"><media:thumbnail url="https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2026/08/sbs-1-150x150.jpg" type="image/jpeg"/><media:credit>Matichon</media:credit><media:copyright>Matichon</media:copyright><media:title>ภาพประกอบข่าว</media:title><media:text>ภาพประกอบข่าว</media:text><mi:focalRegion><mi:x1>1200</mi:x1><mi:y1>630</mi:y1><mi:x2>1200</mi:x2><mi:y2>630</mi:y2></mi:focalRegion><mi:hasSyndicationRights>1</mi:hasSyndicationRights><mi:licenseId/><mi:licensorName/></media:content></item></channel></rss>
