อนุชา บุกตลาดนางเลิ้ง โชว์ใช้แอพพ์ รวม ‘ของดีเขตชั้นใน’ ฟื้นแหล่งอาหารระดับตำนาน ปูด ‘จัดซื้อเจาะจง’ ในกรุงเทพฯ 90% ส่อทุจริต พบพิรุธโครงการขนาดใหญ่ระดับ 4,000 ล้าน ผู้ประมูล 2 รายเสนอราคาต่างกันเพียงหลักล้าน ลั่นหากได้เป็นผู้ว่าฯกทม.ต้องปราบให้เด็ดขาด กรุงเทพฯต้องเลิกเป็นเมืองโกงกิน เตรียมเปิดนโยบายเพิ่มติม 19 มิ.ย. ณ ปาร์ค สีลมก่อนปราศัยใหญ่โค้งสุดท้าย
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 นำทีมลงพื้นที่หาเสียงย่าน “ตลาดนางเลิ้ง” เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งถือเป็นพื้นที่ฐานเสียงเดิมที่เหนียวแน่นของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และ น.ส.นิภาพรรณ จึงเลิศศิริ ผู้สมัคร ส.ก. เบอร์ 2 ร่วมเดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชน อย่างใกล้ชิด
โดยนายอนุชาได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับชาวบ้านเรื่องสถานการณ์เศรษฐกิจในพื้นที่ พร้อมชูแนวคิดการพัฒนาตลาดนางเลิ้งและย่านใกล้เคียง เช่น โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมธานี ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง


นายอนุชากล่าวว่า ตลาดนางเลิ้ง และพื้นที่ใกล้เคียงมีศักยภาพสูง ทั้งแหล่งอาหารระดับตำนานและสถานที่สำคัญ เช่น โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมธานี (โรงหนังนางเลิ้ง) ที่มีความสวยงามและทรงคุณค่า แต่ยังขาดการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ตนจึงตั้งเป้าสร้างแพลตฟอร์มรวมศูนย์ (One-Stop Platform) ให้คนกรุงสแกนปุ๊บรู้ปั๊บว่าเขตนั้นมีของดีอะไร เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้กลับมาคึกคัก ไม่ใช่แค่พึ่งพาคนในพื้นที่ แต่ต้องดึงนักท่องเที่ยวจากเขตอื่นและปริมณฑลให้เข้ามาร่วมสร้างรายได้ ไม่เพียงแต่เขตพื้นที่ป้อมปราบศัตรูพ่าย แต่มีเป้าหมายนำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาช่วยรวบรวมข้อมูลของดีในแต่ละเขตพื้นที่ให้เข้าถึงง่าย เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการท่องเที่ยวและการรับประทานอาหารได้ในแอพพลิเคชั่นเดียว
นายอนุชากล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นความตั้งใจในการนำพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมาได้รับความไว้วางใจจากชาวกรุงเทพฯอีกครั้ง โดยชูจุดเด่นเรื่องการเมืองที่สุจริตและยึดมั่นในการทำงานเพื่อประชาชนเป็นที่ตั้ง พร้อมเปิดเผยข้อมูลจากการประมวลผลผ่านระบบ “ส่องรัฐ” ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โครงการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม.กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นการใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นการหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคา รวมถึงพบพิรุธในโครงการขนาดใหญ่ที่ระดับ 4,000 ล้านบาท ที่ผู้ประมูล 2 รายเสนอราคาต่างกันเพียงหลักล้านบาท ซึ่งเป็นการประมูลและเสนอราคาใกล้เคียงกันแบบผิดปกติ



“หากผมได้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. จะจัดการเรื่องนี้ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด กทม. ต้องเลิกเป็นเมืองที่สงสัยกันว่ามีการโกงกิน แต่ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้จริง ผมจะปราบปรามปัญหาการทุจริตให้หมดสิ้นไปอย่างเด็ดขาด ผมจะไม่ทนให้เกิดการทุจริตใน กทม. อีกต่อไป พฤติกรรมแบบนี้ตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คนกรุงเทพฯ” นายอนุชากล่าว
สำหรับปัญหาเฉพาะหน้าในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย นายอนุชากล่าวว่า เรื่องการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยเพื่อป้องกันกลุ่มอิทธิพลและการเข้ามาสวมสิทธิของแรงงานต่างด้าวที่แย่งอาชีพคนไทย โดยจะใช้ระบบลงทะเบียนผ่านเทคโนโลยี QR Code เข้ามาควบคุมและตรวจสอบให้ชัดเจน
นายอนุชายังกล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ถนนทรุดตัวในพื้นที่กรุงเทพฯที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งว่า เกิดจากความบกพร่องในการกำกับดูแลผู้รับเหมา โดยเสนอว่า กทม.จะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการคัดเลือกบริษัทรับเหมาที่มีคุณภาพและประวัติการทำงานที่ดีแทนที่จะคำนึงถึงเพียงราคาที่ถูกที่สุด พร้อมกำชับวิศวกรประจำโครงการให้ตรวจสอบความปลอดภัยตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน
“ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมฟังการนำเสนอนโยบายเพิ่มเติมในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ณ ปาร์ค สีลม และจะมีการปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 28 มิ.ย. เพื่อแสดงวิสัยทัศน์เปลี่ยน กทม.ให้เป็นเมืองแห่งความหวัง ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาไปวันๆ” นายอนุชากล่าว
ทั้งนี้ ก่อนเดินทางกลับ นายอนุชาและทีมงานได้แวะกราบสักการะศาลเสด็จพ่อกรมหลวงชุมพรฯ ย่านนางเลิ้ง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยนายอนุชาขอพรว่า “ขอให้คนกรุงเทพฯ ได้พบกับสิ่งที่ดีที่สุด” ก่อนจะออกเดินสายหาเสียงต่อไป






