‘แอลเอชแบงก์’คาดไตรมาส3 แบงก์ไต้หวันร่วมถือหุ้นใหญ่สำเร็จ ชะลอปล่อยกู้โครงการอสังหาฯเหตุซัพพลายล้น เศรษฐกิจยังไม่ฟื้น ลูกหนี้เริ่มทยอยขอลดผ่อนจ่ายรายเดือน

28.07.16 | 16:22 น.

นางศศิธร พงศธร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ หรือแอลเอชแบงก์ กล่าวว่า ซีทีบีซีแบงก์ของไต้หวันจะเข้ามาถือหุ้นในแอลเอชแบงก์ คาดว่าภายในไตรมาส 3 ปีนี้จะแล้วเสร็จ ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างการยื่นเอกสารขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) โดยธนาคารจะออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 7.54 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35.60% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ราคา 2.20 บาทต่อหุ้น มูลค่า 1.65 หมื่นล้านบาท เพื่อเสนอขายซีทีบีซีแบงก์ ขณะที่ซีทีบีซีแบงก์อยู่ระหว่างจัดเตรียมข้อมูลเพื่อขออนุญาตจากทางการไต้หวันเช่นกัน ซึ่งหากกระบวนการแล้วเสร็จจะทำให้ซีทีบีซีแบงก์ ถือหุ้นสัดส่วนเท่ากับบริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งของธนาคารที่ 35.60% โดยธนาคารจะมีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นวาระพิเศษเพื่อขออนุมัติกรณีธนาคารออกหุ้นสามัญเพื่อขายแก่ซีทีบีซีแบงก์โดยไม่ต้องทำคำเสนอซื้อ (ไวท์ วอช)

นางศศิธร กล่าวถึงแผนการดำเนินงานของธนาคารในช่วงครึ่งปีหลัง 2559 ว่ายังเดินหน้าปล่อยสินเชื่อ โดยเน้นการปล่อยอย่างระมัดระวังและเน้นการดูแลคุณภาพสินเชื่อเป็นหลัก และปรับเป้าขยายตัวของสินเชื่อลงเล็กน้อยที่ 10-12% ตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า จากเดิมคาดว่าจะโต 10-15% โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมาสินค้าของธนาคารขยายตัว 6% มียอดสินเชื่อคงค้าง 1.58 แสนล้านบาท ส่วนสินเชื่อทั้งระบบขยายตัว 1%

นางสุธารทิพย์ พิสิฐบัณฑูรย์ รองกรรมการผู้จัดการกลุ่มสินเชื่อ แอลเอชแบงก์ กล่าวว่า แนวโน้มสินเชื่อบ้านขณะนี้พบว่ามีการแข่งขันด้านดอกเบี้ยต่ำมากขึ้น บางธนาคารลงไปต่ำถึง 3% จากค่าเฉลี่ยที่ 4-5% เพราะในช่วงครึ่งปีหลังยังชะลอตัวเพราะเร่งปล่อยสินเชื่อไปในช่วงครึ่งปีแรกจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ในส่วนของธนาคารคาดว่าสินเชื่อบ้านจะขยายตัวประมาณ 5% โดยยอดสินเชื่อคงค้างปัจจุบันอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท จำนวนนี้เป็นกลุ่มแลนด์แอนด์เฮ้าส์และควอลิตี้เฮ้าส์ 40% “ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ความสามารถในการจ่ายหนี้ลดลง และพบว่าลูกค้าที่กู้ซื้อบ้านบางส่วนผ่อนไม่ไหว ซึ่งธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือโดยการลดอัตราการชำระหนี้ลง ในระยะ 3 ปี จากเดิมจ่ายเดือนละ 1 หมื่นบาท ลดลงเหลือ 6 พันบาท เมื่อภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น ก็จะให้ลูกค้ากลับมาชำระในอัตราเดิม ซึ่งขณะนี้มีจำนวนลูกที่ให้ความช่วยเหลือ 10-15 ราย ในส่วนผู้ประกอบการโครงการอสังหาฯธนาคารได้ชะลอการปล่อยสินเชื่อเพราะพบว่ายังมีซัพพลายสะสมเหลือขายในตลาดมาก