หน้าแรก การเมือง พริษฐ์ เปิดคล...

พริษฐ์ เปิดคลิปชัดๆ หลักฐานคดีฮั้วสว. ยันกกต.เห็นแล้ว มีโพย แถมยังเดินเก็บเองด้วย

13.06.26 | 12:32 น.

“พริษฐ์” เปิดคลิปหลักฐานคดีฮั้ว ส.ว. ชี้เสียง กก.วันเลือกระดับประเทศเห็นโพยแล้ว พร้อมตั้งคำถามเห็นอะไรในโพยถึงมีคำขอร้อง “กรุณาเถอะครับ จะเป็น ส.ว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะ” แนะ กกต.ไร้ข้อครหาฟังกรรมการไต่สวนชุด26 ชงศาลชี้ขาด

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์คลิปหลักฐานคดีฮั้วเลือก ส.ว. พร้อมข้อความระบุว่า คลิปนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ผมได้รับจากผู้ร้องเรียนที่ได้มายื่นหนังสือต่อสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทางผมและทีมได้พยายามเพิ่มความดังของเสียง (เพื่อให้ได้ยินบทสนทนาที่สำคัญชัดขึ้น) และเบลอหน้าผู้ที่เกี่ยวข้อง

เหตุการณ์ในคลิป คือการเลือก ส.ว.ระดับประเทศ ในวันที่ 26 มิถุนายน ช่วงเวลา 19.00 น. (รอบไขว้) โดยในคลิปจะปรากฏผู้หญิง 1 คน (เจ้าหน้าที่ กกต.) และผู้ชาย 1 คน (จากการตรวจสอบเบื้องต้นคือ 1 ใน 7 กรรมการการเลือกตั้ง) ที่ได้เดินตรวจสอบและเก็บ “โพย” จากผู้สมัคร พร้อมกล่าวถ้อยคำที่เสมือนเป็นการยอมรับว่าการเลือกในวันดังกล่าว มีความสุ่มเสี่ยงจะเป็นการเลือกโดยไม่สุจริต

ผมเข้าใจว่าการจดบันทึกตัวเลขจากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครเพื่อเตรียมไปเลือกในคูหา อาจไม่ได้เป็นความผิดเสมอไป แต่คำถามที่เรายังมีจากคลิปดังกล่าวคือ 1.กรรมการ กกต.เห็นอะไรในโพย หรือเห็นพฤติกรรมประกอบอะไรในวันเลือก ที่ทำให้มีการพูดระหว่างการเก็บโพยว่า “กรุณาเถอะครับ จะเป็น ส.ว.แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ”?

2.หลังจากเก็บโพยไปแล้ว ทางกรรมการ กกต. ได้มีการเรียกประชุมกันระหว่างคณะกรรมการ กกต. โดยทันทีหรือไม่ เพื่อตรวจสอบหลักฐานและพิจารณาดำเนินการตาม พ.ร.ป.ส.ว. มาตรา 59 ที่เปิดช่องให้ กกต. “สั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกการเลือกและสั่งให้ดําเนินการเลือกใหม่..” ได้ “หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม”?

3.หลังจากประกาศผลการเลือก ส.ว.ไปแล้ว ทางคณะกรรมการ กกต.ได้ดำเนินอย่างไรต่อกับโพยที่เก็บมา? ทาง กกต.ได้มีการตรวจสอบหลักฐานต่อหรือไม่ อาทิ เชื่อมโยงหลักฐานหรือชุดตัวเลขที่ปรากฏในโพย กับหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีฮั้ว ส.ว. (เช่น พยานปาก หลักฐานการนัดหมาย เส้นทางการเงิน)?

Advertisement

4.โพยเหล่านี้ที่เก็บไป และผลการตรวจสอบตามข้อ 3 (หากมี) ถูกรวมอยู่ในสำนวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 และกำลังถูกใช้เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ กกต. ที่จะชี้ขาดในเร็วๆ นี้ว่าจะส่งคดีดังกล่าวไปศาล ใช่หรือไม่?

ก่อนหน้านี้ ทาง กกต.ได้เคยออกแถลงการณ์ในปี 2568 โดยชี้แจงว่าการนำเอกสารที่จดหมายเลขเข้าไปในสถานที่เลือก ในตัวมันเอง อาจไม่ถือว่าเป็นความผิด แต่แถลงการณ์ดังกล่าว ยังไม่ได้ตอบคำถามหรือข้อสงสัยที่ผมมีเบื้องต้นตามโพสต์นี้ หากมองในภาพใหญ่ การทำหน้าที่ของ กกต.ส่งผลโดยตรงต่อชะตากรรมและกระบวนการยุติธรรมในคดีฮั้ว ส.ว.

ที่เราทราบกันดี หลังจากที่คณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 มีมติชี้มูลความผิดอย่างน้อย 229 คน (130+ คน ที่เป็น ส.ว. และ 90+ คนที่เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับพรรคการเมือง ซึ่งรวมถึงบางคนที่เป็น ส.ส. และอยู่ใน ครม.) กลุ่มบุคคลที่จะชี้ขาดว่าจะมีมติเห็นชอบตามคณะไต่สวนเพื่อส่งเรื่องทั้งหมดให้ศาลพิจารณาต่อ หรือจะมีมติเป่าคดีแล้วยกคำร้องของทั้ง 229 คน หรือบุคคลสำคัญบางคน เพื่อให้เรื่องไปไม่ถึงศาล ก็คือ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง” ซึ่งประกอบไปด้วย กรรมการ 7 คน

ที่ผ่านมาสังคมหลายส่วน เริ่มตั้งคำถามว่าเราสามารถไว้วางใจ กกต.ได้แค่ไหน ในการตรวจสอบและชี้ขาดเรื่องคดีฮั้ว ส.ว.อย่างตรงไปตรงมา เพราะ 1.กกต.ชุดปัจจุบัน มี 4 ใน 7 คน ที่เข้าสู่ตำแหน่งจากมติรับรองของ ส.ว. ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในสำนวนคดีนี้ – ประชาชนจึงกังวลว่าการตัดสินใจของ กกต. เป็นการตัดสินใจที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ และการถูกรับรองมาเป็น กกต.นั้น มีเงื่อนไขแอบแฝงหรือไม่ว่าจะต้อง “ช่วยน้ำเงินด้วย”?

2.กกต.ชุดปัจจุบัน ได้ใช้วิธีตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 เป็นการเฉพาะขึ้นมาเพื่อกลั่นกรองคดีฮั้ว ส.ว. แทนที่จะใช้คณะอนุกรรมการฯ 1 ใน 35 ชุดที่ กกต. มีอยู่แล้ว – ในเมื่ออนุฯที่ 36 ประกอบไปด้วยกรรมการหลายคนที่มีข้อครหาเรื่องคดีทุจริตคอร์รัปชั่นและความเป็นกลางทางการเมือง และได้มีมติให้ยกคำร้องทั้ง 229 คน (ซึ่งสวนทาง 100% กับคณะไต่สวนชุดที่ 26) ประชาชนจึงกังวลว่ากลไกดังกล่าวเป็นความพยายามฟอกขาวผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่?

3.หาก กกต.ไม่สามารถตอบคำถามต่อคลิปหลักฐานเพิ่มเติมในวันนี้ได้อย่างชัดเจน กกต.ชุดปัจจุบัน โดยเฉพาะกรรมการบางท่านที่ปรากฏอยู่ในคลิปจะถูกสังคมตั้งคำถามมากขึ้น ว่าได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบการฮั้ว ส.ว.อย่างเต็มที่หรือไม่?

หาก กกต.ต้องการหลุดพ้นจากข้อครหาดังกล่าว กกต.ควรมีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เพื่อส่งเรื่องทั้งหมดไปที่ศาล และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลในการพิจารณาตัดสินว่าทั้ง 229 คนดังกล่าวมีการกระทำความผิดจริงหรือไม่