หน้าแรก การเมือง เปิดโปรไฟล์ &...

เปิดโปรไฟล์ ‘มายมิ้น ศุกรียา’ นายกอบจ.จุฬาฯคนใหม่แทน ‘เนติวิทย์’ วีรกรรม(ปชต.)ไม่ธรรมดา

20.03.22 | 12:14 น.

จากกรณีสำนักบริหารกิจการนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดเลือกตั้งซ่อม กรรมการในองค์การบริหารสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประจำปี 2564 (ครั้งที่ 2) โดยมี น.ส.ศุกรียา วรรณายุวัฒน์ หรือมายมิ้น นิสิตคณะครุศาสตร์ ปี 4 เอกสังคมศึกษาและการศึกษานอกระบบ จากพรรคแนวร่วมต่อต้านวัฒนธรรมอำนาจนิยม (พรรค นตว.) ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.)คนใหม่แทนนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ที่ถูกสั่งปลด (อ่านข่าว ชาวจุฬาฯ เลือกผู้สมัคร พรรค นตว.นั่งนายก อบจ.คนใหม่ หลังผู้บริหารสั่งปลด ‘เนติวิทย์’)

ก่อนที่จะได้รับเลือกเป็นนายกอบจ.นั้น มายมิ้นมีวีรกรรมไม่ธรรมดา ร่วมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการ รวมถึงผลักดันประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเท่าเทียมทางเพศอย่างต่อเนื่อง ไม่มีหยุดยั้ง คุ้นหู คุ้นหน้า คุ้นตาจากการชุมนุมของม็อบคนรุ่นใหม่ทั้งม็อบเล็ก ม็อบใหญ่ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

มายมิ้น เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม ‘คณะจุฬาฯ’ ซึ่งเคลื่อนไหวทางการเมืองในมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง , แกนนำกลุ่ม ‘เสรีเทยย์พลัส’ และคณะประชาชนปลดแอก ถือได้ว่ามีผลงานและกิจกรรมมากมายในทางการเคลื่อนไหวทางการเมืองภาคประชาชนมากมาย อาทิ

25 ก.ค. 2563 มายมิ้นเป็นหนึ่งในแกนนำจัดกิจกรรม “ม็อบไม่มุ้งมิ้งแต่ตุ้งติ้งค่ะคุณรัฐบาล” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยกลุ่มเสรีเทยย์พลัส ร่วมกับ สิรภพ อัตโตหิ หรือ แรปเตอร์ นิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อติดตามความคืบหน้าข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ที่ผู้ชุมนุมกลุ่มเยาวชนปลดแอกเสนอแก่รัฐบาลหลังผ่านไป 1 สัปดาห์ รวมทั้งเรียกร้องขอให้มีการผลักดันการแก้ไข ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 มาตรา 1448 และ เพิ่มเติม มาตรการ 1448/1 ให้ครอบคลุมถึงบุคคลหลากหลายทางเพศ แทนการบังคับใช้ พ.ร.บ.คู่ชีวิต เพื่อแสดงออกถึงการรับรองสิทธิสภาพบุคคลอย่างเท่าเทียมกัน

Advertisement

14 ส.ค. 2563 มายมิ้น ร่วมกับแรปเตอร์ และ สิรินทร์ มุ่งเจริญ นิสิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ เป็นแกนนำจัดกิจกรรมการชุมนุมแบบแฟลชม็อบที่ลานใต้ถุนอาคารมหาจักรีสิรินธร คณะอักษรศาสตร์ นิสิตจุฬาฯ ในนามคณะจุฬาและกลุ่มสปริง มูฟเม้นท์

29 ตุลาคม 2563 จัดการชุมนุม #รัฐร้าวเราไม่ลืม ในนามคณะจุฬา ที่ลานสกายวอล์กหน้าหอศิลป์กรุงเทพเพื่อสื่อสารเรื่องความรุนแรงและวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดในไทย รวมทั้งเพื่อประนามเหตุสลายการชุมนุมที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2563 ตามด้วยการดำเนินคดีและจับกุมคุมขังแกนนำในการชุมนุม

27 พ.ย. 2563 ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก มายมิ้นและหนึ่งฤทัย กิจการศุภฤกษ์ กับพวกรวม 7 คน ตัวแทนกลุ่มนิสิตนักศึกษาและภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ยื่นฟ้องเรื่องละเมิดเรียกค่าเสียหายจำนวนทุนทรัพย์ 3,500,000 บาท ต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับพวกรวม 6 คน กรณีสืบเนื่องจากช่วงกลางเดือน ต.ค. 2563 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก

19 ก.พ. 2564 มายมิ้นท์เป็นหนึ่งในคณะผู้จัดงานกลุ่ม Mob Fest ตั้งเวทีปราศัยโดยใช้รถบรรทุกขยายเสียง บริเวณตรงข้าม บริษัทบุญรอดฯ ถนนสามเสน เพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีนอกสภา

10 มี.ค. 2564 มายมิ้น และ เบนจา อะปัญ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เผาตำรากฎหมาย 3 เล่มที่ลานจักรพงษ์ ในกิจกรรมเพื่อไว้อาลัยให้กระบวนการยุติธรรมไทย ที่จัดโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะจุฬา ร่วมกับ องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (อบจ.) และ สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย I Student Council of Chulalongkorn University

4 พ.ค. 2564 มายมิ้นท์ และแรปเตอร์ เป็นแกนนำจัดกิจกรรมยืนหยุดขัง ในนามของ‘คณะจุฬา’ ที่ประตูใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการยืนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 12 นาที เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยโดยคืนสิทธิการประกันตัวซึ่งเกิดขึ้นทั่วประเทศ

ทั้งนี้ มายมิ้น ปราศรัยในตอนหนึ่งขณะร่วมกิจกรรม แฟลชม็อบ #ถ้าไม่สู้ก็อยู่อย่างทาส ที่สกายวอล์ก หน้าศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ เมื่อ 8 สิงหาคม 2563 ว่า

‘เรามาตรงนี้เพื่อบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ชาติคืออะไร ชาติคือประชาชน มีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ หยุดคุกคามประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ยุบสภา ใครไม่สู้ก็อยู่อย่างทาสไป จงอย่าเกลียดแต่ประยุทธ์ แต่เกลียดโครงสร้างที่สร้างมายาวนานแล้วทำให้เรากลัว ไม่กล้าออกมาชุมนุม แต่ตราบใดที่เรากลัว ความกลัวจะเป็นเหยื่ออันโอชะของเผด็จการ จงบอกให้เขารู้ว่า เราไม่กลัว และไม่ทนอีกต่อไปแล้ว

ฝากถึงพี่น้องทางบ้าน นี่ไม่ใช่เรื่องการเมือง นี่คือเรื่องที่เราเห็นคนเท่ากัน ทุกคนมีสิทธิพูดตราบใดไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ขอให้ประชาพึงรู้ไว้ว่า สิทธิ เสรีภาพ เป็นของประชาชน รัฐมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของเรา

“ความรุนแรงทุกครั้งในประวัติศาสตร์ไม่ได้เกิดจากประชาชน มาจากเจ้าหน้าที่รัฐที่พยายามใช้กำลัง เรามาตรงนี้ต้องการประชาธิปไตย ไม่ได้ต้องการความรุนแรง’

นับเป็นหลากวีรกรรมในภารกิจประชาธิปไตยของคนรุ่นใหม่ ส่วนบทบาทในฐานะนายกอบจ.จุฬาฯ คนใหม่ จะเป็นอย่างไร ต้องจับตา!

 

(ภาพส่วนหนึ่งจากเฟซบุ๊กส่วนตัวของ มายมิ้น)