จากกรณี นางเรวดี หาแก้ว หรือ “ป้าติ้น” และนางวิไลพร รัตนติสร้อย หรือ “ป้าเล็ก” แจ้งความสภ.ดงเย็น จ.อุดรธานี กล่าวหานางจรูญ เฮด หรือป้าติ้ว ยักยอกลอตเตอรี่ รางวัลที่ 1 เลข 392785 จำนวน 5 คู่ งวดวันที่ 1 เมษายน 2560 มูลค่า 30 ล้านบาท โดยอ้างว่าได้ร่วมกันซื้อ ขณะที่ไปทำบุญที่คำชะโนด จ.อุดรธานี สุดท้ายพนักงานสอบสวนมีคำสั่งไม่ฟ้องนางจรูญ หลังตรวจสอบจากกองสลากฯ ไม่มีผู้ใดนำสลากตามคำที่กล่าวอ้างมาขึ้นรางวัลแต่อย่างใด ปัจจบุันทั้งสองคนถูกแจ้งความกลับ ในข้อหาแจ้งความเท็จกลั่นแกล้ง ผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญา และแจ้งเจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม รายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วงบ่าย นางเรวดี ได้เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.จักรี กุลแก้ว รอง สว.สอบสวน กก.1 บก.ป. ให้พนักงานสอบสวนกองปราบฯ เก็บตัวอย่างลายเซ็นชื่อของ นางเรวดี ที่อ้างว่าได้มีการเซ็นสลักชื่อหลังสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่อ้างว่าถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ก่อนถูก นางจรูญ ยักยอกไปเหตุเกิดพื้นที่ สภ.ดงเย็น จ.อุดรธานี เพื่อเตรียมนำส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจสอบเปรียบเทียบกับลายเซ็นบนสลากกินแบ่งรัฐบาลชุด ที่มีผู้นำไปขึ้นเงินรางวัลกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อใช้เป็นหลักฐานสืบหาข้อเท็จจริงว่าคำกล่าวอ้างของ นางเรวดี นั้นจริงเท็จมากน้อยเพียงใด
ด้าน พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผู้กำกับการ 1 กองปราบปราม (ผกก.1 บก.ป.) กล่าวถึง ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นางเรวดี ในส่วนของ สน.ประเวศ ที่ นางเรวดี แจ้งความดำเนินคดีกับ นางสุดารัตน์ น้อยนิตย์ หรือป้าดา ว่ายักยอกสลากฯรางวัลที่ 30 ล้านบาท ว่า ขณะนี้สำนวนการสืบสวนสอบสวนมีความคืบหน้าไปมากแล้ว กำลังอยู่ระหว่างเร่งทยอยสอบปากคำพยาน โดยพยานในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่ถูกรางวัลที่ 1 ในงวดดังกล่าวและคนขายสลากฯที่ถูกรางวัล นอกจากนี้จะส่งลายมือชื่อของ นางเรวดี ไปยัง สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อตรวจสอบลายมือชื่อที่ นางเรวดี อ้างว่าได้เซ็นลงบนสลากฯที่ถูกรางวัลด้วย และคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะพนักงานสอบสวน เพื่อประมวลเรื่องและรวบรวมพยานหลักฐานที่ได้มาทั้งหมด จากนั้นจะพิจารณาว่า นางเรวดี ซึ่งถูกแจ้งความดำเนินคดีว่ากลั่นแกล้งแจ้งความเท็จให้ นางสุดารัตน์ ได้รับโทษทางอาญานั้นมีความผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่ หากพบว่ามีความผิดก็จะนำสำนวนเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาออกหมายจับต่อไป ส่วนกรณีของ ร.ต.ท.สมประสงค์ ปสาทรัตน์ หรือหมวดโค้ก รองสารวัตรสอบสวน สน.ประเวศ พนักงานสอบสวนกองปราบฯได้สรุปสำนวนฐานกระทำความผิดทุจริตต่อหน้าที่ตาม กม.อาญา มาตรา 157 ต่อ ป.ป.ท. แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐานในเบื้องต้นพบว่าการแจ้งความของ นางเรวดี ที่ก่อนหน้านี้แจ้งความว่า นางสุดารัตน์ ยักยอกทรัพย์สลากฯที่ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 30 ล้านบาทนั้นมีพิรุธค่อนข้างชัดเจน เนื่องจากชุดสืบสวนกองปราบฯลงพื้นที่หาข้อมูลและประสานกับตำรวจ สน.ประเวศ ซึ่งเป็นเจ้าของคดีพบว่าสลากฯที่ถูกรางวัลที่ 1 ในพื้นที่ สน.ประเวศ งวดวันที่ 1 เมษายน 2559 นั้นมีผู้ถูกรางวัลจำนวน 3 คู่ เป็นของบุคคล 3 คน ในจำนวนนี้ไม่มีชื่อของ นางสุดารัตน์ จึงได้เชิญตัวผู้ที่ถูกรางวัล มาให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำในฐานะพยานเช่นเดียวกับแม่ค้าพ่อค้า ที่ขายสลากฯฉบับที่ถูกรางวัลก็ได้นำตัวมาสอบสวนแล้วด้วย ทั้งหมดให้การสอดคล้องกันว่ามีการซื้อขายสลากฯดังกล่าวตรงกัน โดยทั้งหมดไม่รู้จักกับ นางสุดารัตน์ ต่อย่างใด
นอกจากนี้ชุดสืบสวนกองปราบฯ ยังได้ประสานไปยังสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อขอตรวจสอบว่ารางวัลที่ 1 ของงวดวันที่ 1 เมษายน 2559 นั้น มีบุคคลใดบ้างที่มาขอขึ้นเงินรางวัลและมาขึ้นรางวัลครบทุกคนหรือไม่ ทั้งนี้สำนักงานสลากฯได้ตอบกลับมาแล้วว่า รางวัลที่ 1 ของงวดดังกล่าวนั้นมีผู้มาขอขึ้นรางวัลไปครบหมดแล้วจำนวน 120 คู่ และในจำนวนนี้ไม่มีชื่อของ นางสุดารัตน์ เป็นผู้ถูกรางวัลแต่อย่างใด ทั้งนี้จากหลักฐานทั้งหมดที่ชุดสืบสวนกองปราบฯได้มาในเบื้องต้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ นางสุดารัตน์ จะถูกรางวัลที่ 1 ในงวดดังกล่าวตามที่ นางเรวดี เคยแจ้งความดำเนินคดีกับ นางสุดารัตน์ ไว้ฐานยักยอกทรัพย์ ในขณะเดียวกันขณะนี้พนักงานสอบสวนก็กำลังเร่งรวบรวมหลักฐานเพื่อที่จะดำเนินคดีกับ นางเรวดี ตามฐานความผิดที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีไว้ต่อไป




