หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าฯชุมพรค...

ผู้ว่าฯชุมพรค้านสถาบันพลศึกษา ขอใช้ป่าทุ่งเบี้ยขยายพื้นที่ เหตุมีไม้หวงห้ามควรอนุรักษ์ ขัด กม.ป่าไม้

7.09.17 | 15:55 น.

เมื่อวันที่ 7 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ 6 ก.ย. นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร พร้อมด้วย พล.ต.ฐิติ ติตถะสิริ ผบช.มทบ.44 รศ.ดร.เสนีย์ นิลทจันทร์ รองอธิการบดีสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร พ.ท.ดุสิต เกษรแก้ว หัวหน้าชุดเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน มทบ.44 นายสุชาติ ล้ำเลิศ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทส.จ.) ชุมพร และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชุมพร หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชุมพร เจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.44 เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก กก.ตชด.41 ชุมพร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบป่าทุ่งเบี้ย (ทุ่งเลี้ยงสัตว์ทุ่งเบี้ย) หมู่ 8 ต.ขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งอยู่ติดสถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตชุมพร และกก.ตชด.41 ชุมพร หลังเกิดข้อขัดแย้งระหว่างสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร กับหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบการบุกรุกที่ดินของรัฐคือ ชุดเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน มทบ.44 และ ทส.จ.ชุมพร เกี่ยวกับการขอใช้พื้นที่ป่าดังกล่าวที่ปัจจุบันเหลือพื้นที่อยู่ประมาณ 102 ไร่ เพื่อขยายพื้นที่ของสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร รองรับการยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยกีฬาจังหวัดชุมพร


ในระหว่างการตรวจสอบพื้นที่ป่า นายณรงค์ และ พล.ต.ฐิติ ได้รับฟังการบรรยายสรุปการขอใช้พื้นที่จาก นายนิวรณ์ งามขำ อายุ 76 ปี อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยพลศึกษาชุมพร (ก่อนยกฐานะเป็นสถาบันการพลศึกษา) รศ.ดร.เสนีย์ นิลทจันทร์ รองอธิการบดีสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพรในปัจจุบัน และบรรยายสรุปเกี่ยวกับการตรวจสอบพื้นที่ป่าผืนดังกล่าวจาก พ.ท.ดุสิต เกษรแก้ว หัวหน้าชุดเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดิน มทบ.44 และ นายสุชาติ ล้ำเลิศ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทส.จ.) ชุมพร แต่มีการปะทะคารมกับระหว่าง รศ.ดร.เสนีย์ กับ พ.ท.ดุสิต และนายสุชาติ เป็นระยะ จนนายณรงค์ และ พล.ต.ฐิติ ต้องพยายามไกล่เกลี่ย โดยขอให้แต่ละฝ่ายฟังการบรรยายของอีกฝ่ายให้จบก่อน โดยใช้เวลาในการฟังบรรยายสรุปประมาณ 40 นาที จากนั้นนายณรงค์ พล.ต.ฐิติ และคณะได้เดินสำรวจพื้นที่ป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ มีต้นไม้ขนาดใหญ่ เช่น ไม้เคี่ยม ไม้มะค่า ไม้กระถินเทพาฯ ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามเป็นจำนวนมาก

การตรวจสอบพื้นที่ป่าทุ่งเบี้ยใช้เวลาประมาณกว่า 1 ชั่วโมงก็ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า จังหวัดชุมพรคงไม่สามารถยอมให้สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร ขอใช้พื้นที่ป่าที่เหลืออีก 102 ไร่ได้ เพราะขัดกับข้อกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ เนื่องจากมีไม้หวงห้ามเป็นจำนวนมาก ส่วนที่สถาบันการพลศึกษาใช้พื้นที่ในการก่อสร้างอาคารต่างๆ ไปแล้วประมาณ 200 ไร่ (สถาบันการพลศึกษาได้ขอใช้พื้นที่ไว้ประมาณ 300 ไร่) ส่วนใดที่ไม่รุกเข้าในพื้นที่ป่าที่เหลืออยู่ก็ให้เดินหน้าต่อไป ส่วนใดที่รุกเข้ามาในพื้นที่ป่าต้องทำหนังสือขอใช้พื้นที่ป่าจากกรมป่าไม้และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ถูกต้อง แต่ต้องไม่รุกเข้ามาในพื้นที่ป่าทุ่งเบี้ยที่เหลืออีก 102 ไร่อีก หากจำเป็นต้องการขยายพื้นที่ของสถาบัน จริงๆ ก็ควรไปขอใช้พื้นที่ในที่อื่นก็ได้ เพราะมีสถานที่ราชการและสถาบันการศึกษาอีกหลายแห่งที่ยังถูกทิ้งร้างอยู่ ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ที่อยู่ติดกันซึ่งเป็นป่าดังกล่าวที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่เป็นจำนวนมากในการขยายพื้นที่ และควรรักษาป่าทุ่งเบี้ยผืนนี้มีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ของชุมชนชาว ต.ขุนกระทิง และเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติของเยาวชนต่อไปในอนาคต ซึ่ง รศ.ดร.เสนีย์และผู้แทนจากสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชุมพร ยอมที่จะปรับแก้ไขโครงการในการขอใช้พื้นที่ป่าในการขยายพื้นที่ของสถาบันซึ่งปัจจุบันมี 3 คณะ และมีนักศึกษาประมาณ 700 คน

Advertisement