สพฐ.วางมาตรการป้องกันไข้หวัดใหญ่ในร.ร.

เมื่อวันที่ 29 มกราคม นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สพฐ. ได้รับข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ถึงการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 7 พฤศจิกายน 2560 พบผู้ป่วย จำนวน 171,930 ราย อัตราป่วยเท่ากับ 262.78 ต่อแสนประชากร ผู้เสียชีวิตจำนวน 49 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตาย 28.5 ต่อแสนประชากร โดยพบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีปัจจัยเสี่ยง ซึ่งอยู่ในกลุ่ม ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงมีครรภ์ มีโรคประจำตัว ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สพฐ. จึงมีหนังสือไปยัง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาทุกเขตทั่วประเทศ และผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ในการป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่พร้อมทั้งขอความร่วมมือแจ้งสถานศึกษาในสังกัดเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ดำเนินการตามคำแนะนำในการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่สำหรับสถานศึกษา เนื่องจากสถานศึกษาเป็นแหล่งชุมชนที่มีความเสี่ยงสูง อาจมีการแพร่กระจายเชื้อได้ง่าย สถานศึกษาจึงจำเป็นต้องมีแนวทางในการป้องกัน ควรจัดให้มีระบบคัดกรองเด็กป่วยในช่วงเช้า หากพบว่าเด็กมีอาการเข้าได้กับโรคไข้หวัดใหญ่ เช่น มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ โรงเรียนควรทำการคัดแยกเด็ก ใส่หน้ากากอนามัยให้กับเด็ก ให้พักในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ ติดต่อผู้ปกครองมารับ และให้หยุดเรียนจนกว่าจะหาย หากพบการระบาดจำนวนมาก อาจพิจารณาปิดสถานศึกษาเพื่อลดการระบาดของโรคและการแพร่กระจายเชื้อ โดยใช้ดุลยพินิจร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา รวมทั้งเครือข่ายผู้ปกครอง

เลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อว่า สำหรับสถานที่สาธารณะซึ่งเป็นบริเวณที่นักเรียนต้องทำกิจกรรมร่วมกัน ควรจัดเตรียมสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ที่จุดล้างมือ โดยเฉพาะในห้องน้ำและโรงอาหาร สถานที่เรียนควรเป็นบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ต้องสัมผัสบ่อย จัดเตรียมหน้ากากอานามัยไว้ ณ ห้องพยาบาลหรือห้องพักครูประจำตึก จัดทำบอร์ดนิทรรศการให้ความรู้ ส่งเสริมการออกกำลังกาย ให้นักเรียนพกแก้วน้ำและช้อนรับประทานอาหารเป็นของตนเองหากรับประทานอาหารร่วมกันให้ใช้ช้อนกลาง จุดน้ำดื่มสาธารณะควรใช้แก้วน้ำชนิดที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง หากมีรถโรงเรียนให้ทำความสะอาดภายในรถเป็นประจำ หน้ากากอนามันที่ใช้แล้วควรมีการแยกถุงขยะสำหรับทิ้งโดยเฉพาะ สร้างทีมแกนนำนักเรียนหรืออาสาสมัคร เฝ้าสังเกตอาการนักเรียนที่ป่วย แล้วแจ้งครูอนามัย ครูพี่เลี้ยง เพื่อรับการรักษาต่อ อีกทั้งควรจัดให้มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารเป็นประจำสม่ำเสมอในเรื่องการดูแลและการป้องกันตนเองให้มีสุขภาพแข็งแรง รวมถึงเปิดศูนย์ข้อมูลข่าวสารให้ความรู้ในการเฝ้าระวังการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ โดยสถานศึกษาสามารถประสานขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://beid.ddc.moph.go.th/beid_2014 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 เพื่อขอรับคำแนะนำพร้อมทั้งแนวปฏิบัติที่ถูกต้องต่อไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image