คะแนน โพล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถดถอย ด้อยลง

ผลสำรวจเรื่อง “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน (ครั้งที่ 4)” ของศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจได้คะแนนสูงสุด ร้อยละ 29.66

ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้ร้อยละ 17.51 ขณะที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ร้อยละ 13.83 ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ร้อยละ 10.71

ความน่าสนใจมิได้อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ขณะเดียวกัน ความน่าสนใจมิได้อยู่ที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซึ่งมาเป็นที่ 2 หรือ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งมาเป็น 3

หากแต่อยู่ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

คะแนนของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่น้อยกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มิได้เป็นเรื่องแปลก

เรื่องแปลกอยู่ที่ทำไมจึงแพ้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ความเหลือเชื่อของเรื่องนี้ก็อีหรอบเดียวกับเมื่อตอนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำชัยเหนือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 นั่นแหละ

คือ ใช้เวลาเพียง 40 กว่าวันเท่านั้น

เป็นเวลาเพียง 40 วัน ทำให้สถานภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งไม่ประสีประสาในทางการเมืองมาก่อนเลยสามารถเอาชนะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเคยเป็น “ดาวรุ่ง” พุ่งแรงตั้งแต่ปี 2535

ความหมายอย่างแท้จริงอันเป็นชัยชนะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็คือ ชัยชนะของพรรคเพื่อไทยที่ได้รับความนิยมเหนือกว่าพรรคประชาธิปัตย์

ทั้งๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์ก่อตั้งตั้งแต่เดือนเมษายน 2489

ทั้งๆ ที่พรรคเพื่อไทยเพิ่งจัดตั้งภายหลังการยุบพรรคพลังประชาชนเมื่อเดือนธันวาคม 2551 อันเท่ากับยืนยันความเหนือกว่าอย่างสิ้นเชิงของพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย

ปรากฏการณ์ “ยิ่งลักษณ์” จะเกิดกับ “ธนาธร” ได้หรือไม่

เมื่อศึกษาผลสำรวจของ “นิด้าโพล” จะสัมผัสได้ถึงคะแนนที่ลดลงอย่างต่อเนื่องของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขณะเดียวกัน ก็จะสัมผัสได้ถึงคะแนนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ทั้งๆ ที่เพิ่งปรากฏชื่อมาเพียง 4 เดือน

ทั้งๆ ที่พรรคอนาคตใหม่ยังมิได้มีสถานภาพในฐานะแห่ง “พรรคการเมือง” ครบถ้วนตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560

ยิ่งหากดูสถานการณ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในเดือนกันยายน ยิ่งต้องเหน็ดเหนื่อย

ทาง 1 เหน็ดเหนื่อยจากการแยกตัวไปของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ทาง 1 เหน็ดเหนื่อยจากการที่มีพลังลึกลับบางพลังจัดการให้มีการแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ทาง 1 คนของพรรคประชาธิปัตย์ถูก “ดูด” อย่างรอบด้าน

ไม่ว่าจะเป็นการดูดจากพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะเป็นการดูดจากพรรคพลังชล ไม่ว่าจะเป็นการดูดจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย

ตรงนี้ย่อมส่งผลสะเทือนต่อ “ภาพลักษณ์” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

หากมองจากภูมิหลังความสัมพันธ์ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์กับรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 และการครองอำนาจของ คสช.

อาจทำให้ความน่าเชื่อถือของ “โพล” ลดน้อย ด้อยค่า

กระนั้น หากศึกษาจากคะแนนและความนิยมที่ลดลงจากครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 4 ของบางคน บางฝ่าย ก็จะมองเห็นแนวโน้มและความเป็นไปได้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะกรณีของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คืบหน้าหมาขย้ำเด็ก 4 ขวบหูแหว่ง ตร.บอกคดีไม่ซับซ้อน เผย เหยื่อผวา-แม่หวั่นลูกมีปมด้อย
บทความถัดไปยกฟ้อง ‘ธาริต-พงส.ดีเอสไอ’ คดี ‘มาร์ค-เทือก’ ฟ้องปฏิบัติหน้าที่มิชอบแจ้งข้อหาฆ่าคนตายสลายนปช.