ชื่อชั้น ‘พี่ใหญ่’ ของ ประวิตร วงษ์สุวรรณ มั่นคง แข็งแกร่ง

สถานการณ์การตัดสินใจ “ปลด” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นไปจากการเป็นรัฐมนตรีอาจถือได้ว่าเป็นชัยชนะของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เมื่อร่างของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ทอดเป็น “ศพ”

แต่เมื่อมีความพยายามส่งแรงกดดันเข้าไป “ภายใน” พรรคพลังประชารัฐ ที่มองเห็นว่าเป็น “ชัยชนะ” ก็เริ่มไม่แน่นอนเนื่องจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่เห็นด้วย

ไม่เพียงแต่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะยังคงอยู่ในตำแหน่ง “เลขาธิการพรรค” หากแม้กระทั่ง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ก็ยังเป็น “เหรัญญิกพรรค”

แสดงว่า “อำนาจ” ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีข้อจำกัด

จากนั้น ปรากฏการณ์อย่างที่เห็นในวันที่ 22 กันยายน ไม่ว่าจะเป็นที่เพชรบุรี ไม่ว่าจะเป็นที่พระนครศรีอยุธยา ก็เด่นชัด

สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร

ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะเป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ล้วนมีรากฐาน “ทหาร”

ย่อมเรียนรู้เรื่องราว “การยุทธ์” จากทั้งโรงเรียนเตรียมทหารและโรงเรียนนายร้อย และผ่าน “ประสบการณ์” มาพอสมควร

ย่อมรู้ในเรื่อง “รุก” ย่อมรู้ในเรื่อง “ตั้งรับ”

หากสถานการณ์เมื่อวันที่ 8 กันยายน สะท้อนว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นฝ่ายรุกเป็นฝ่ายกระทำในฐานะนายกรัฐมนตรี

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็เป็นฝ่ายตั้งรับและถูกรุก

กระนั้น เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หลบไปอยู่ใต้ร่มเงาของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สภาพก็เริ่มแปรเปลี่ยน

รูปธรรมจึงสัมผัสได้ในวันที่ 22 กันยายน

ถามว่า จากสถานการณ์เมื่อวันที่ 8 กันยายน มายังสถานการณ์ในวันที่ 22 กันยายน อยู่ในความรับรู้ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือไม่

เด่นชัดว่า “อยู่”

เป็นการ “อยู่” ภายใต้การยืนยันอย่างหนักแน่นและมั่นคงว่า ความสัมพันธ์ของ “กลุ่ม 3 ป.” ที่ยืนระยะ
มาหลายสิบปียังมั่นคง

ถึงจะมีความพยายาม “เสี้ยม” อย่างไรก็ไม่สั่นคลอน

เพียงแต่เอกภาพและความมั่นคงนั้นจะดำรงอยู่ภายใต้ “การนำ” ของใคร ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ปฏิบัติการของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จึงเป็น “คำตอบ”

เป็นคำตอบอันเด่นชัดไม่เพียงแต่ต่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็มิอาจปัดปฏิเสธแต่ละฝ่ายจึงต้องกลืนเลือดกันไป

การดำรงอยู่ภายใน “กลุ่ม 3 ป.” จึงมิได้เป็นการดำรงอยู่อย่างเป็นเอกภาพ ตรงกันข้าม ภายในเอกภาพนั้นก็มีการต่อสู้

คำถามอยู่ที่ว่าใคร “นำ”

บทเรียนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ประสบระหว่างเพชรบุรีและพระนครศรีอยุธยา มีความเด่นชัด

อย่างไร พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ยังเป็น “พี่ใหญ่”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ขรรค์ชัย-สุจิตต์ คัดไฮไลต์ ‘ขวัญ วิญญาณ ผี’ ในวิถีอุษาคเนย์
บทความถัดไปกทม. จับมือทุกหน่วยงาน เตรียมแผนรับมือพายุโซนร้อน ‘เตี้ยนหมู่’