จริต ‘การเมือง’ ต่อ 12.6 ล้าน ก้าวไกล ใน ประชาธิปัตย์

คอลัมน์หน้า 3 : จริต ‘การเมือง’ ต่อ 12.6 ล้าน ก้าวไกล ใน ประชาธิปัตย์

ผลสะเทือนจากการที่พรรคก้าวไกลได้รับบริจาคผ่านกระบวนการเสียภาษีเงินได้ประจำปี 2563 เป็นจำนวน 12.6 ล้านบาท

ลึกซึ้ง และ กว้างขวาง

ไม่เพียงแต่ได้เห็นปฏิกิริยาในเชิง “วิวาทะ” ระหว่าง นายเทพไท เสนพงศ์ กับกลุ่มยึดกุมอำนาจของพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น

หากยังสัมผัสได้ในความลิงโลดของ “พรรคกล้า”

ทั้งๆ ที่ปฏิกิริยาอันมาจาก นายเทพไท เสนพงศ์ เปี่ยมด้วยความห่วงหาอาทร เมื่อมองจากตัวเลขซึ่งเปลี่ยนไปของพรรคประชาธิปัตย์

แต่การตอบโต้ก็สะท้อน “จริต” ทางการเมือง

เป็นจริตที่ไม่เพียงแต่จะมองคนของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกันอย่างหวาดระแวงแคลงใจ หากแต่ยังระคนด้วยความวิตกต่อการเติบใหญ่ของ “ก้าวไกล”

รับไม่ได้ที่พรรคก้าวไกลได้มากถึง 12.6 ล้านบาท

จริตอันสะท้อนออกมาจากภายในพรรคประชาธิปัตย์จึงดำเนินไปเหมือนกับเป็นสงคราม “ตัวแทน” ดำเนินไปในแบบตีลูก “แคนนอน”

เหมือนกับเป้าหมาย คือ นายเทพไท เสนพงศ์

เหมือนกับยึดกุมเครือข่ายและสายสัมพันธ์ซึ่ง นายเทพไท เสนพงศ์ มีความแนบแน่นอยู่กับ นายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค

เสียง “สะท้อน” จึงฟังแล้วไม่รื่นหู

แต่ความหงุดหงิดอย่างแท้จริงอันเกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์ เป็นความหงุดหงิดเพราะว่าตัวเลข 12.6 ล้านบาท เป็นของพรรคก้าวไกล

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เพียง 3.2 ล้านบาท

แม้ว่าตัวแบ่งในลักษณะ “หารร่วม” ซึ่งลดทอนจำนวนของพรรคประชาธิปัตย์ คือ 2.5 ล้านบาทอันกลายเป็นของ “พรรคกล้า”

ทั้งหมดนี้ต่างหากคือความปวดร้าวของ “ประชาธิปัตย์”

หากมองอย่างองค์รวมก็ต้องยอมรับว่า มิได้มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่บังเกิดความร้าวรานอย่างลึกซึ้ง

พรรคพลังประชารัฐก็เจ็บ พรรคภูมิใจไทยก็เจ็บ

เพราะแม้จะรวม 3.2 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์ 2.5 ล้านบาท ของพรรคกล้า ผนวกเข้ากับกว่า
2 ล้านบาท ของพรรคพลังประชารัฐ

ยังได้เพียง 7 ล้านกว่าบาท เท่านั้น

เทียบไม่ได้เลยกับจำนวน 12.6 ล้านบาท ซึ่งพรรคก้าวไกลได้จากการหนุนเสริมของประชาชน

ทั้งๆ ที่พรรคก้าวไกลเพิ่งมีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563

หากจินตนาการว่าเมื่อใดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดกว้างในเรื่องการบริจาคและการระดมทุนเข้าพรรค

ตัวเลขของพรรคก้าวไกลจะทะยานไปสูงเพียงใด

ปฏิกิริยาในเชิง “วิวาทะ” อัน นายเทพไท เสนพงศ์ ได้จุดประเด็นขึ้นภายในพรรคประชาธิปัตย์ จึงเป็นความจริงในมิติใหม่

เป็น “มิติ” ของการเมือง “ใหม่”

เพียงแต่ความเป็นพรรคการเมือง “ใหม่” ได้รวมศูนย์ให้เห็นผ่านตัวตนของพรรคก้าวไกลซึ่งเป็นพัฒนาการและการต่อยอดมาจาก “อนาคตใหม่”

มิได้เกิดขึ้นและมีขึ้น ณ พรรคประชาธิปัตย์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้การ์ตูนอรุณ วัชระสวัสดิ์
บทความถัดไป‘อพท.’ ปลื้ม ‘สุโขทัย-น่าน’ ขึ้นสุดยอด 100 แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนโลก