เล็งยุบ ก้าวไกล อีกคลื่นร้อน การเมืองไทย

หน้า 3 วิเคราะห์ : เล็งยุบ ก้าวไกล อีกคลื่นร้อน การเมืองไทย

วิเคราะห์หน้า 3 : เล็งยุบ ก้าวไกล อีกคลื่นร้อน การเมืองไทย

คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าการกระทำของ นายอานนท์ นำภา นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ “ไมค์” และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ “รุ้ง” ที่ปราศรัยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งมีการเสนอข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ในการปฏิรูปสถาบัน รวมทั้งเครือข่ายที่ร่วม เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง นั้นมีผลสั่นสะเทือน

เพราะหลังจากคำวินิจฉัยประกาศออกมา โลกโซเชียลก็ร้อนแรง

ร้อนแรงถึงขนาด “มือแฮก” ได้เข้าไปดำเนินการกับเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ และยังมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง กระทั่งสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญสั่งเจ้าหน้าที่เก็บข้อมูล เพื่อดำเนินการต่อไป

ขณะเดียวกัน ผลจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญยังส่งผลไปถึงการเมืองด้วย

ส่งผลกระทบทั้งการเมืองในสภา และการเมืองนอกสภา

การเมืองในสภา เกิดคำถามเกี่ยวกับวาระที่พรรคการเมืองยื่นญัตติไว้ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับมาตรา 112

การเมืองนอกสภา มีคำถามเกี่ยวกับการชุมนุมหลังจากนี้ว่าจะเข้าข่าย “เครือข่าย” ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไว้หรือไม่

ขณะที่องค์กรนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ องค์กรนิสิตนักศึกษาด้านรัฐศาสตร์ออกแถลงการณ์แสดงความคิดเห็น

นี่เป็นแค่วันสองวันหลังจากการวินิจฉัยคดีดังกล่าวสิ้นสุดลง

ในบรรดาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่สภาผู้แทนราษฎร ดูเหมือนว่าพรรคก้าวไกลกลายเป็นเป้าหมายที่ต้องจับต้อง

ทั้งนี้ เพราะ นายณฐพร โตประยูร ผู้ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องดังกล่าว ได้รุกไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งให้พิจารณายุบพรรคก้าวไกลด้วย

ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายณฐพรได้ยื่นให้ กกต.พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล ในความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ในข้อหามีแนวคิดเป็นปฏิปักษ์กับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และสถาบันพระมหากษัตริย์

นายณฐพรเคยให้ความเห็นถึงสาเหตุการยื่นร้องว่า พรรคก้าวไกล มีการกระทำซึ่งเป็นการส่งเสริม ยุยง ให้มีการชุมนุม ทำให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง รวมถึงกรณีที่มีผู้ชุมนุมกระทำผิดตามมาตรา 112 และตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขมาตรา 112 ถือเป็นความผิดทั้งสิ้น

และหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยความคืบหน้าของคดีว่า คณะกรรมการไต่สวนกำลังดำเนินการ ซึ่งมีข้อเท็จจริงค่อนข้างมาก จึงต้องใช้เวลา

ล่าสุด ทราบว่าอยู่ระหว่างให้ผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจง และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า 3 แกนนำกลุ่มราษฎร กระทำการล้มล้างการปกครองฯ ทางสำนักงานจะขอคัดคำวินิจฉัยดังกล่าวเพื่อนำมาพิจารณาว่ามีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับที่มีการร้องหรือไม่อย่างไร

ผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ทำให้กระแสยุบพรรคก้าวไกลกระหึ่มขึ้น

นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค นำทีม ส.ส.พรรคก้าวไกล ออกโรงแถลงข่าวที่รัฐสภา เพราะเริ่มมีการผูกโยงพรรคก้าวไกลที่ไปร่วมชุมนุมและช่วยประกันตัวผู้ชุมนุมทางการเมืองที่ต้องข้อหา

ทั้งนี้ นายชัยธวัชยืนยันว่า ส.ส.ได้ใช้สิทธิและทำหน้าที่ในฐานะ ส.ส.ที่ดี เป็นการประกันสิทธิเสรีภาพที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ

ยืนยันว่า ไม่ว่าประชาชนจะถูกเเจ้งข้อกล่าวหาใด ทุกคนมีสิทธิขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรมที่จะได้รับการประกันตัวออกมาจนกว่าจะมีคำพิพากษาไปถึงที่สุด

ยืนยันว่า การเสนอกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภานิติบัญญัติในระบบปกติ ข้อกล่าวหาต่างๆ ที่กล่าวหาพรรคก้าวไกลมีเจตนาจะทำลายล้างทางการเมือง

ขณะเดียวกัน ยังแสดงความเป็นห่วงต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น

“พรรคก้าวไกลเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลให้การหาทางคลี่คลายทางการเมืองในปัจจุบันยิ่งแคบลง เพราะหลังจากนี้ รัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม จะนำเอาคำวินิจฉัยนี้ไปเป็นฐานในการกล่าวหาโจมตีการแสดงออกของประชาชนและเยาวชนจำนวนมากแบบเหมารวม

อาจเกิดการขีดเส้นแบ่งทางการเมืองแบบสุดขั้วรุนแรงขึ้น

ดูเหมือนว่าคลื่นความขัดแย้งระลอกใหม่กำลังเกิดขึ้นมาอีกครั้ง

ยังเป็นความขัดแย้งระหว่าง “รุ่นเก่า” กับ “รุ่นใหม่”

เป็นความขัดแย้งในลักษณาการเหมือนเมื่อครั้งที่พรรคอนาคตใหม่ประกาศตัวลงสู่เวทีการเมือง

แล้วในที่สุด นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ต้องหลุดพ้นจากเวทีไปด้วยคำวินิจฉัย

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ก็ต้องหลุดพ้นจากเวทีไปด้วยคำวินิจฉัย

รวมถึงพรรคอนาคตใหม่ที่ยุบลงตามคำวินิจฉัย

ผลที่เกิดขึ้นหลังจากยุบพรรคอนาคตใหม่ คือ การตื่นตัวทางการเมืองของเด็กและเยาวชนไทย ลุกฮือรวมตัวกันเป็นม็อบ

เกิดการเปิดประเด็นที่ล่อแหลม และสร้างรอยร้าวระหว่างวัยให้ถ่างออกไปเรื่อยๆ

กระทั่งเกิดการชุมนุมวันที่ 10 สิงหาคม 2563 อันเป็นจุดปะทุ

ดังนั้น เมื่อกระแสยุบพรรคก้าวไกล ซึ่งถือเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่กำลังเผชิญหน้ากับข่าวยุบพรรค

และถ้าเป็นการยุบพรรคเพราะเหตุจากการทำหน้าที่ ส.ส.

ย่อมพอมองเห็นอุณหภูมิความร้อนทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น

เป็นคลื่นลูกใหม่ที่ก่อตัว แต่ไม่รู้ว่าจะร้อนแรงน้อยหรือมากกว่าคลื่นลูกเดิม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon