แน่วแน่ มั่นคง ของ ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในทาง การเมือง

คอลัมน์หน้า 3 : แน่วแน่ มั่นคง ของ ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในทาง การเมือง

คอลัมน์หน้า 3 : แน่วแน่ มั่นคง ของ ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในทาง การเมือง

คำประกาศของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ว่าพรรคพลังประชารัฐจะต้องกำชัยในทุกสนามของการเลือกตั้ง “ซ่อม” มีความสำคัญ

เป็นคำประกาศในทาง “ยุทธศาสตร์”

นั่นก็คือ จะต้องชนะทั้งเขต 1 ชุมพร แม้จะต้องดับเครื่องชนกับพรรคประชาธิปัตย์ และอิทธิพลของบ้านใหญ่ตระกูล “จุลใส”

รวมทั้งจะต้องชนะทั้ง เขต 6 สงขลา

แม้จะรู้อยู่เป็นอันดีว่า ที่ยืนอยู่เบื้องหลัง น.ส.สุภาพร กำเนิดผล คือ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคใหม่หมาดของพรรคประชาธิปัตย์

ยิ่งเขต 9 จตุจักร หลักสี่ กทม. ยิ่งแพ้ไม่ได้

รู้ทั้งรู้ว่าไม่ว่าพรรคไทยภักดี ไม่ว่าพรรคกล้า ก็ยืนยันในการปักธงโดยไม่พรั่นพรึงต่อพรรคพลังประชารัฐ หรือพรรคเพื่อไทย

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็หงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง

อย่าคิดว่ามีแต่พรรคเพื่อไทยเท่านั้นที่ประกาศยุทธศาสตร์ที่จะ “แลนด์สไลด์” จากการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการทั่วไป

พรรคพลังประชารัฐก็เช่นเดียวกัน

แม้แฟนานุแฟนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีความเกรงใจต่อพรรคพันธมิตรอย่าง พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์

แต่มีหรือที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะยอมออมมือ

ความมุ่งมั่นของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต่อชัยชนะจากการเลือกตั้งซ่อมใน 3 พื้นที่ ชุมพร สงขลา กทม.

ย่อมเป็นความมุ่งมั่นของ “พลังประชารัฐ”

ไม่เคยมีข้อเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์ หลีกทาง ไม่เคยมีข้อเรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทยพึงรักษามารยาททางการเมือง

ไม่ว่าจะจาก “ประวิตร” ไม่ว่าจะจาก “ธรรมนัส”

ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีพรรษาทางการเมืองไม่ยาวนานเท่าใดนักในเชิงเปรียบเทียบ

กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อาจเคยสัมพันธ์กับการเมืองตั้งแต่เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยต่อเนื่องมายังพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ใหม่อย่างยิ่ง

อาจเคยไปเกาะโต๊ะนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร แห่งพรรคไทยรักไทยมาบ้าง แต่เพิ่งลิ้มรสการเมืองหลังรัฐประหาร 2549

เรียนรู้กับรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

แต่ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็ยืนยันใน “ยุทธศาสตร์” ทางการเมืองอย่างแน่วแน่ มั่นคง

ไม่ว่าเลือกตั้ง “ซ่อม” ไม่ว่าเลือกตั้ง “ทั่วไป”

ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างเดือนธันวาคม 2564 กับเดือนมกราคม 2565 จึงเป็นช่วงแห่งความร้อนแรงและแหลมคม

แหลมคมในการ “ตรวจสอบ” พิสูจน์ทราบ

ร้อนแรงเพราะแต่ละกลุ่ม แต่ละฝ่าย ต่างเดินเข้าสู่สมรภูมิทางการเมืองผ่านกระบวนการเลือกตั้งที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น

หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon