กลยุทธ์ ล้ำลึก ประวิตร วงษ์สุวรรณ พลังประชารัฐ

คอลัมน์หน้า 3 : กลยุทธ์ ล้ำลึก ประวิตร วงษ์สุวรรณ พลังประชารัฐ

ไม่ว่ากรณี “ขับ” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ 20 ส.ส.ให้พ้นไปจากพรรคพลังประชารัฐกำลังเป็นเคส สตัดดี้ หนึ่งที่สำคัญทางการเมือง

เพราะยิ่ง “เปิดปม” ยิ่งน่า “ตื่นตา”

ไม่น่าเชื่อว่า “ทหาร” ที่เพิ่งเข้าคลุกวงในทางการเมืองอย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะคิดประดิษฐ์สร้าง “กลยุทธ์” นี้ขึ้นได้

ไม่ว่าจะมาจาก “พล.อ.” ไม่ว่าจะมาจาก “ร.อ.”

อาจสร้างความพึงพอใจให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเบื้องต้นแต่ก็ไม่แน่ว่าในบั้นปลายจะยังสามารถยิ้มได้หรือไม่

เพราะกรณีนี้ดำเนินไปในแบบ “สมคบคิด”

เป็นการสมคบคิดตั้งแต่ “ต้นน้ำ” เข้าไปสู่ “กลางน้ำ” และมองเห็นอย่างเด่นชัดกระทั่งสถานี “ปลายทาง”
ที่รออยู่

เข้าข่าย “มวยล้ม” ที่ “ต้ม” คนดูครบถ้วน

ต้องยอมรับว่า นับแต่สถานการณ์การปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ด้วยอำนาจมาตรา 171 เมื่อวันที่ 8 กันยายน เป็นต้นมา

“การเมือง” ก็เข้าสู่อีก “มิติ” หนึ่ง

เห็นได้จากการเคลื่อนไหวเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ผ่าน “6 รัฐมนตรี” ที่ตบเท้าเข้าหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในทำเนียบรัฐบาล

ต้องการรุก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อย่างต่อเนื่อง

ข่าวและความเห็นที่ออกมาในเครือข่าย “สื่อ IO” มีความเด่นชัด นั่นคือ ต้องการรุกเข้าไปยึดกุมอำนาจในพรรคพลังประชารัฐ

ต้องการ “ปลด” เลขาธิการพรรค

ในเมื่อเป็นการเคลื่อนไหวผ่านเครือข่าย “สื่อ IO” มีหรือที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ ร.อ.ธรรมนัส
พรหมเผ่า จะไม่ “สำเหนียก”

จึงมีการตระเตรียมเพื่อ “รับมือ” อย่างเท่าทัน

น่าเชื่อว่าแผน “ขับ” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า น่าจะมีการจัดระบบเอาไว้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนตั้งแต่เดือนกันยายน 2564

เห็นได้จาก “พรรคการเมือง” สำรอง

จากเดือนกันยายน 2564 มายังเดือนมกราคม 2565 ต้องยอมรับว่าทุกจังหวะก้าวดำเนินไปอย่างเยือกเย็น สุขุมเปี่ยมด้วยคัมภีรภาพ

กระทั่งมาถึงการเลือกตั้ง “ซ่อม” ชุมพร สงขลา

แม้กระทั่งการแต่งตั้ง นายสุชาติ ชมกลิ่น เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งสงขลา การแต่งตั้ง นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งชุมพร

ก็ล้วนอยู่ใน “พิมพ์เขียว” อาฟเตอร์ช็อกอย่างแท้จริงอยู่ที่ผลสะเทือนจากความพ่ายแพ้ เห็นได้จากการขยายผลจากไลน์แชตของ 1 ใน “6 รัฐมนตรี”

กระทั่ง นำไปสู่การขับในคืนวันที่ 19 มกราคม

ผลที่ปรากฏออกมาเหมือนกับจะสะท้อนความพ่ายแพ้ เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และคณะ ถูกขับออกมาจากพรรคพลังประชารัฐ

เท่ากับตัด “เสี้ยนหนาม” ออกไป

ความหมายอาจหมายความถึงชัยชนะในการเปิดเกม “รุก” เข้าไปภายใน แต่ก็ดำรงอยู่ภายใต้กระบวนการที่มีการวางแผนอย่างรัดกุม

ที่คิดว่า “จบ” แท้จริงแล้วเป็นการ “เริ่มต้น”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon