วิเคราะห์ : ‘ซักฟอก’ครั้งสุดท้าย ฝ่ายค้านทิ้งทวนถลก สะเทือนถึง‘เลือกตั้ง’

‘ซักฟอก’ครั้งสุดท้าย ฝ่ายค้านทิ้งทวนถลก สะเทือนถึง‘เลือกตั้ง’

‘ซักฟอก’ครั้งสุดท้าย

ฝ่ายค้านทิ้งทวนถลก

สะเทือนถึง‘เลือกตั้ง’

ญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ผ่านฉลุย ฝ่าด่านคำร้องญัตติเถื่อนที่ฝ่ายกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร

ตรวจสอบแล้ว จึงส่งเรื่องให้ประธานสภาบรรจุเป็นวาระด่วนรอเพียง วัน เวลา ที่คณะกรรมการประสานงาน (วิป) ทั้ง 3 ฝ่ายจะตกลงให้อภิปรายกันวันใด

ตามไทม์ไลน์ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งสัญญาณมาเบื้องต้น คือ พร้อมให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคมเป็นต้นไป หากเป็นไปตามเกมของฝ่ายรัฐบาล

คงให้ฝ่ายค้านได้เปิดศึกอภิปรายเต็มที่คงได้ 4 วัน จนถึง 22 กรกฎาคม ก่อนจะลงมติโหวตชี้ขาดในวันที่ 23 กรกฎาคมว่า นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีรวม 11 คน

ใครบ้างจะผ่านด่านการอภิปราย หรือรัฐมนตรีคนใด อาจเจอเซอร์ไพรส์โดนสอยตกเก้าอี้กลางสภา หากมีเสียงไม่ไว้วางใจของ ส.ส.เกินกว่ากึ่งหนึ่งของที่ประชุมสภา

ด้วยความที่เป็นศึกใหญ่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่สามารถตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร ในปีสุดท้ายก่อนที่รัฐบาลและสภา จะครบวาระ 4 ปี ในเดือนมีนาคม 2566

ทุกฝ่ายจึงโฟกัสการอภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้านให้สมกับการอภิปรายครั้งสุดท้าย ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านออกมาโหมโรงว่า จะจัดหนัก ใส่เต็ม ให้รัฐบาลถ้าไม่ตายกลางสภา

ก็ถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส กลับไปตายที่บ้าน คือ การเลือกตั้งครั้งต่อไป ที่ประชาชนเมื่อได้เห็นบาดแผลจากการอภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้าน จะไม่เลือกผู้แทนจากฝ่ายรัฐบาลกลับเข้ามาอีก

ขณะที่บทบาทการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคก้าวไกล (ก.ก.) สังคมต่างจับตารอดูว่าจะมีเนื้อหาสาระ หลักฐาน และใบเสร็จ ชนิดที่เป็น “หมัดเด็ด”

น็อกทั้ง 11 รัฐมนตรี ให้สมกับเป็นการอภิปรายครั้งสุดท้าย ได้หรือไม่ โดยเฉพาะการอภิปรายของพรรค ก.ก. ที่มักไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ตลอดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ในห้วง 3 ครั้งที่ผ่านมา ด้วยสไตล์ การทำงาน ที่เน้นในเนื้อหาสาระ อัดแน่นไปด้วยข้อมูล หลักฐาน ชนิดที่ไร้ข้อครหา “ข้อสอบรั่ว” ก่อนการอภิปราย หากอภิปรายด้วยเนื้อหา สาระ

ชนิดที่เรียกว่า “แลนด์สไลด์” ได้ จะยิ่งช่วยเพิ่มเรตติ้งของพรรคร่วมฝ่ายค้านไปในตัว ยิ่งรัฐบาลอยู่ในช่วงขาลง ยังฟื้นคะแนนนิยมไม่ขึ้น เนื่องจากเจอพิษปัญหาเศรษฐกิจ

เล่นงาน ทั้งเรื่องปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น สินค้าราคาแพง ชนิดที่สวนทางกับเงินในกระเป๋าของประชาชน อันเนื่องมาจากราคาน้ำมันที่พุ่งทะยาน

อีกทั้งยังไม่มีคำตอบสุดท้ายว่า จะปรับขึ้นไปถึงเท่าใด ขณะที่การแก้ปัญหาของภาครัฐยังแอ๊กชั่นให้ประชาชนยังจับต้องไม่ได้ ประเด็นเรื่องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสินค้าแพง หากพรรคร่วมฝ่ายค้าน อภิปรายสอนมวยรัฐบาล และชี้ให้เห็นถึงฝีมือของฝ่ายค้าน ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ จนทำให้ประชาชนเชื่อมั่นข้อมูลและเกิดความหวัง ต่อการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ย่อมจะส่งผลดีต่อคะแนนนิยมที่ประชาชนจะมอบให้ผ่านการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ส่วนความเป็นไปของรัฐบาลศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ด้วยความที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ในทางการเมืองหากรัฐบาลมีความเป็นเอกภาพ ย่อมผนึกเสียงโหวตให้ทั้ง 11 รัฐมนตรี

ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปไม่ยาก แต่ไม่ใช่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เนื่องจากยังมีความไม่ไว้วางใจกันเอง ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ที่มีความบาดหมางกันในปฏิบัติการณ์ล้มเก้าอี้นายกฯ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ 3

ยิ่งสัญญาณของ ร.อ.ธรรมนัส ที่ส่งผ่านการอภิปรายไว้วางใจครั้งล่าสุดที่ออกมาระบุว่า รัฐมนตรีหลายคนอาการน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับการทุจริตที่ชัดเจน

ของพรรคร่วมฝ่าย และพรรค ศท.คงจะฝืนความรู้สึกของประชาชนโหวตไว้วางใจให้ไม่ได้ ในส่วนของนายกฯขณะนี้ยังไม่เห็นสาระที่ฝ่ายค้านจะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์

แต่ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล หากรัฐมนตรีหลายรายโดนสอย หรือเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย แม้นายกฯจะยังอยู่ในหน้าที่ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบ

สัญญาณของ ร.อ.ธรรมนัส ในฐานะผู้กุม 16 เสียงของพรรค ศท. รวมทั้งยังมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับ ส.ส.พรรคเล็ก ในนาม “กลุ่ม 16” ที่พร้อมไปไหนไปกัน ที่ถูกมองว่าเป็นกลุ่มสะวิงโหวต

หากปล่อยให้กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส เดินหน้าปฏิบัติเพื่อสั่นคลอน เก้าอี้ของรัฐมนตรีบางคน ไปจนถึงเก้าอี้นายกฯ ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ในทางทฤษฎีอาจจะผนึกเสียงล้มฝ่ายรัฐบาลได้ยาก แต่ในทางปฏิบัติทั้ง 11 รัฐมนตรี คงจะประมาทไม่ได้ หากไม่คุย ไม่เคลียร์กันให้รู้เรื่องก่อนวันลงมติ ระวังอาจจะเจอเซอร์ไพรส์ได้

ถึงแม้จะผ่านการอภิปรายไปได้ แต่ผลคะแนนไม่ไว้วางใจที่รัฐมนตรีและคนจะได้รับนั้น คงไม่เท่ากัน รัฐมนตรีที่ได้คะแนนไม่ไว้วางใจในกลุ่มรั้งท้าย หรือ จมบ๊วย คงไม่เป็นผลดีในทางการเมือง เนื่องจากจะสะท้อนถึงความไว้วางใจของประชาชน ที่มอบอำนาจให้ ส.ส.เข้ามาตรวจสอบการทำหน้าของรัฐมนตรีคนนั้นๆ ซึ่งรัฐบาลคงทำทุกวิถีทาง

ให้ผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อเดินหน้าฟื้นคะแนนนิยมในช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนครบวาระการทำหน้าที่ และไปตัดสินกันผ่านการเลือกตั้งครั้งหน้า

ผ่านฉันทามติของประชาชนว่าจะมอบอำนาจให้ ฝ่ายไหนเข้ามาทำหน้าที่เป็น “รัฐบาล” หรือ “ฝ่ายค้าน”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon