ม.หอการค้าจับมือบช.น. อัพเกรด”นายสิบ-นายร้อย”เรียนนิติศาสตร์

การพัฒนาบุคลากรตำรวจจำเป็นต้องใช้การศึกษาและความเข้าใจในหลักกฎหมายที่มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย นอกจากนี้ยังต้องสร้างความมั่นใจต่อประชาชนในฐานะที่เป็นผู้รักษากฎหมาย

บททดสอบของข้าราชการตำรวจได้เกิดขึ้นภายใต้โครงการนี้ ซึ่งเป็นความร่วมมือในการลงนามความร่วมมือ ระหว่างมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ในวันที่ 5 สิงหาคม 2561 ซึ่งจะมีการลงนามเพิ่มเติมในวันที่ 7 สิงหาคม 2561 กับกองบังคับการตำรวจจราจร ในการจัดโครงการจัดการการศึกษาสำหรับข้าราชการตำรวจ ในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต เพื่อสร้างโอกาสให้ข้าราชการตำรวจที่มีจิตใจใฝ่เรียนรู้ได้เข้าสู่ชีวิตการเรียนปริญญาตรีในมหาวิทยาลัย นอกจากนี้เมื่อเรียนจบแล้วยังสามารถนำวุฒิการศึกษามาใช้สอบเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรได้

โดยโครงการนี้ เกิดจาก รศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้หารือร่วมกับ พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญ สำรวจกิจ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล1(ผบก.น.1) และ พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร(ผบก.จร.) จนได้รับความร่วมมือและใบเบิกทางจากผู้บังคับบัญชาภายใต้การกำกับดูแลของกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ที่เล็งเห็นถึงโอกาสและเปิดทางให้นายสิบและนายร้อยจำนวนกว่า 550 คน แบ่งเป็นกองบังคับการตำรวจนครบาล1 (บก.ช.1)กองบังคับการตำรวจจราจร(บก.จร) และ กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน(บก.อคฝ.)กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 (บก.191) ที่มีความสนใจอยากจะสมัครเข้าเรียนเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยจะสามารถพัฒนาตัวเองให้เป็นบุคคลากรผู้รักษากฎหมายที่มีความสามารถ และทำงานให้กับสังคมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

รศ.ดร.เสาวณีย์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยรู้สึกตื่นเต้นอย่างมากเพราะไม่เคยปรากฎมีลูกศิษย์เป็นตำรวจมากมายขนาดนี้ อยากจะทำมานานมากแล้วเพราะปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนไปเยอะมาก ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ตำรวจจะก้าวทันตามความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ขณะที่คณะนิติศาสตร์ขมีบุคคลากรที่เป็นระดับด็อกเตอร์หลายคน เราจึงคิดหาวิธีที่จะตอบแทนสังคมด้วยการสร้างบุคคลากรผู้รักษากฎหมายออกไปสู่สังคม การเรียนในระดับปริญญาตรี ถ้าปกติหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตของเอกชนแล้วต้องมีค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรถึง 3 แสนบาท เช่นเดียวกันกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยซึ่งเราก็คิดหาวิธีกับท่านผู้บังคับการตำรวจนครบาลภาค 1 จนสามารถลดราคาให้ได้เหลือ 37% จากราคาปกติ คือประมาณ 9 หมื่นบาทตลอดหลักสูตร และทุกคนจะได้เรียนหลักสูตรเดียวกันกับนักศึกษาปกติ แต่จะเป็นการเรียนตลอดทั้งวัน ในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์แล้วแต่ระเบียบการทำงานของแต่ล่ะหน่วยงาน

“เรายังจัดกิจกรรมเข้าค่ายรับน้อง ‘ลูกแม่ไทร’ ที่ตำรวจทุกคนที่เข้ามาจะได้เจอสังคมที่เป็นนักศึกษาปริญญาตรีอย่างแท้จริง มีรุ่นพี่คณะนิติศาสตร์มาดูแล มีการจับสายรหัสเหมือนกับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทุกคน ดังนั้นไม่ว่าหน้าที่การงานจะหนักแค่ไหนแต่ก็ถือว่าวันนี้ทุกคนที่เข้ามาและได้เรียนจบหลักสูตรของเราออกไปตลอด 3 ปีนี้ หลักจากนั้นทุกคนจะได้มีศักดิ์ และ ศรี ได้ชื่อว่าเป็นบัณทิตของคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งสิ่งเหล่านั้นจะไม่งดงามเลยหากทุกคนไม่ได้ตั้งใจและเรียนไม่จบ โครงการนี้จะสำเร็จได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวคนเรียนเอง ซึ่งคณะอาจารย์ประจำคณะจะชี้แจงให้ทราบถึงระเบียบการปฏิบัติระหว่างเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยของเรา”อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าว

รศ.ดร.เสาวณีย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เราไม่ได้ทอดทิ้งหน่วยงานอื่นๆที่อยากจะได้รับโอกาส ซึ่งข้าราชการตำรวจที่เป็นลูกศิษย์ของเราวันนี้ซึ่งถือเป็นรุ่นที่ 1 จะเป็นตัวตัดสินเองว่าโครงการจะขยายผลต่อไปได้หรือไม่ ถ้าทุกคนเข้ามาเรียน เข้ามาสอบและผ่านปีที่ 1ไปได้ รวมถึงการจ่ายค่าเล่าเรียนให้ครบตามกำหนด ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่าย และเข้าใจว่าตำรวจชั้นผู้น้อยเงินเดือนไม่สูง แต่ถ้าทุกคนทำได้ ก็จะทำให้รุ่นต่อๆไปเกิดขึ้นได้ และรวมไปถึงหน่วยงานอื่นๆก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน

ส.ต.ต.วสันต์ กัณพิทักษ์ อายุ 28 ปี สังกัดกองบังคับการจราจร สน.วิภาวดี กล่าวว่าตนเองมีความมุ่งมั่นที่อยากจะก้าวหน้าในหน้าที่การงานในอนาคต รู้่ว่ามีคนมาสมัครเยอะมากมายคิดว่าน่าจะเรียนยากแต่ก็อยากจะเรียนเพราะเขาเปิดโอกาสให้แล้ว ส่วนตัวเลือกเรียกวันเสาร์ แต่การทำงานก็มีวันหยุดที่ไม่แน่นอนแต่อาจจะขอสลับกับเพื่อนร่วมงานได้เพื่อจะมาเรียน

“ผมรู้สึกดีที่โครงการนี้เปิดโอกาสให้ตำรวจชั้นผู้น้อยได้มีโอกาสเรียนสูงๆ เพราะปกติผมเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เราก็ไม่มีคะแนนที่จะเก็บและต้องใช้คะแนนสอบ 100 เปอร์เซ็นต์ ผมเป็นข้าราชการตำรวจมีวันเวลาว่างน้อยไม่มีเวลาที่จะไปอ่านหนังสือ เรื่องไปนั่งเรียนกับมหาวิทยาลัยเหมือนคนอื่นยิ่งเป็นไปไม่ได้ มันเลยทำให้ลำบากที่จะไปสอบให้ได้คะแนนตามที่เราต้องการ แต่ตอนนี้มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดโอกาสให้เราเรียนเสาร์-อาทิตย์ มีอาจารย์ที่ปรึกษาดูแล มีเพื่อนตำรวจด้วยกันที่ทำให้อุ่นใจ มีความสุขที่มาเรียนพร้อมเพื่อนๆร่วมอุดมการณ์ และถ้ามีอะไรกันเราก็จะได้ช่วยเหลือกันได้ ก็อยากขอฝากขอบคุณ คณะอาจารย์ที่ทำโครงการนี้ขึ้นมา และผู้บังคับบัญชาที่เปิดทางให้เรา ผมดีใจมากที่เราได้ถือเป็นรุ่นแรกที่ได้มีโอกาสเข้ามา และจะพยายามเพื่อเป็นแบบอย่างแก่รุ่นอื่นๆต่อไป”ส.ต.ต.วสันต์บอก

จึงถือเป็นโอกาสที่สำคัญของข้าราชการตำรวจไทยชั้นผู้น้อย

และอีกมุมหนึ่งก็คือบททดสอบที่จะเป็นการชี้วัดคุณภาพในความต้องการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษาของตำรวจไทย กว่า550ชีวิตที่ได้เข้าร่วมโครงการ

ในอนาคตตำรวจไทยชั้นผู้น้อยจะได้ขึ้นชื่อเป็นบัณฑิต ที่จะมีโอกาสได้รับความก้าวหน้าในหน้าที่การงานและเป็นข้าราชการตำรวจ ในฐานะผู้รักษากฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่าง
แน่นอน

บทความก่อนหน้านี้‘สธ.จว.เขตฯ12’ เผยพบสถานที่ผลิตเครื่องสำอางจดแจ้งไม่ตรงความจริงกว่า400จากทั้งหมด505แห่ง
บทความถัดไป‘เทศบาลสังคม’ ตัวอย่างกำจัด ‘ขยะ’ แบบไม่พึ่งงบรัฐ