Cloud Lovers : Omega Block คือต้นเหตุ ‘คลื่นความร้อน’ที่ยุโรป : โดย บัญชา ธนบุญสมบัติ

ช่วงที่ผ่านมา ไม่เพียงแค่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เท่านั้นที่โดน “คลื่นความร้อน” หรือ “heat wave” เล่นงาน ทางยุโรปเองก็ไม่ได้น้อยหน้า โดยเฉพาะสเปนและโปรตุเกสต่างก็ทำสถิติอุณหภูมิสูงสุด คือ 47.3 และ 47.4 องศาเซลเซียส ตามลำดับ

ภาพที่ 1 แสดงสถิติอุณหภูมิสูงสุดของอากาศในแต่ละประเทศ นับตั้งแต่มีการเก็บสถิติมา รวมเหตุการณ์คลื่นความร้อนครั้งนี้ถึงเดือนกรกฎาคม ค.ศ.2018 ด้วย

ภาพที่ 1 : สถิติอุณหภูมิสูงสุดของประเทศในยุโรป
ที่มา : https://jakubmarian.com/highest-recorded-temperature-by-country-in-europe/

ประเทศอื่นๆ ก็โดนหนักบ้างเบาบ้าง เช่น ออสเตรียเกิดภัยแล้งอย่างหนักแถบตอนเหนือและแถบตะวันตก สวีเดนเกิดไฟป่ากว่า 50 แห่ง ทำเอารัฐบาลสวีเดนต้องขอความช่วยเหลือจากนานาประเทศ เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์หนักหนาสาหัสขนาดนี้มาก่อน

ปรากฏการณ์อะไรที่เป็นสาเหตุของคลื่นความร้อนที่ยุโรปในครั้งนี้?

ภาพที่ 2 : แผนภาพแสดงโอเมก้าบล็อกเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ.2018
ที่มา : https://www.accuweather.com/en/weather-news/early-august-to-bring-dangerous-heat-wave-to-western-europe/70005642

ดูภาพรวมในภาพที่ 2 ครับ แนวเส้นโค้งบิดเบี้ยวสีเทาคือ กระแสลมกรด ฝรั่งเรียกว่า jet stream หรือ jet ส่วนตรงกลางที่แนวกระแสลมกรดโอบล้อมไว้มีความกดอากาศสูง (high) ซึ่งบ่งด้วยตัวอักษร H บริเวณนี้ถูกขนาบข้างทั้งซ้ายและขวาด้วยบริเวณความกดอากาศต่ำ (low) ซึ่งบ่งด้วยตัวอักษร L

สภาวะเช่นนี้มักจะคงตัวอยู่บริเวณเดิมนานหลายวัน หรือแม้แต่หลายสัปดาห์ และกีดกันระบบสภาพอากาศอื่นๆ ไม่ให้เคลื่อนผ่านบริเวณนี้ นั่นคือ กระแสอากาศที่เคลื่อนมาบริเวณนี้ต้องไหลอ้อมไปทางอื่น จะทะลุผ่านเข้าไปไม่ได้ จึงเรียกสภาวะอากาศเช่นนี้ว่า บล็อก (block)

คำว่า “block” ก็คือ “กีดกัน” แบบเดียวกับที่เราบล็อกคนที่ไม่พึงประสงค์ใน facebook นั่นแหละครับ!

เนื่องจากกระแสลมกรดมีรูปร่างคล้ายตัวอักษรกรีก Ω (Omega ตัวใหญ่) ปรากฏการณ์นี้จึงเรียกง่ายๆ ว่า โอเมก้าบล็อก (Omega block) นั่นเอง

ประเด็นสำคัญคือ บริเวณตรงกลางของโอเมก้าบล็อกมีความกดอากาศสูง (ตัวอักษร H) ซึ่งหมายถึงว่า อากาศระดับสูงกดอัดอากาศที่อยู่ต่ำกว่าลงไป ทำให้อากาศใกล้ผิวพื้นร้อนขึ้น คนที่อยู่บนพื้นจะรับรู้ความร้อนนี้และเรียกว่า “คลื่นความร้อน”

อุณหภูมิของอากาศที่สูงขึ้นยังเพิ่มโอกาสเกิดไฟป่า (ดังที่เกิดกับประเทศสวีเดน) แถมอากาศใกล้ผิวพื้นยังระบายออกไปได้ยาก แปลว่า หากมีฝุ่นควันและละอองลอยต่างๆ อยู่เดิม ฝุ่นควันพวกนี้ก็จะไม่ค่อยไปไหน คุณภาพอากาศก็แย่ตามไปด้วย

ส่วนบริเวณซ้ายขวาทั้งสองข้างที่เป็นความกดอากาศต่ำ (ตัวอักษร L) จะเย็นกว่าและอาจมีฝนได้ครับ

ถึงตรงนี้ต้องขอพูดถึงกระแสลมกรดไว้ซะหน่อย เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโอเมเก้าบล็อก ลมกรดเป็นกระแสลมแรงในบรรยากาศชั้นบน อยู่สูงในช่วง 7-16 กิโลเมตร ไหลเป็นกระแสคล้ายๆ งูเลื้อยไปรอบโลก โดยมีทิศทางหลักคือจากตะวันตกไปยังตะวันออก แต่กระแสลมกรดมักคดเคี้ยวเลี้ยวลดไปมา อาจวกขึ้นเหนือ หรือเลี้ยวลงใต้ บางทีก็แตกออกเป็นสองสายหรือมากกว่า และบางทีสองสายก็รวมกันเป็นสายเดียวได้เช่นกัน

ตามปกติลมกรดเป็นลมแรงเพราะมักจะเร็วกว่า 100 นอต (185.2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และอาจเร็วถึง 200 นอต (370.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ดูตัวเลขจะเห็นว่าเร็วกว่ารถซิ่งบนทางด่วนด้วยซ้ำ แต่ในกรณีที่เกิดโอเมก้าบล็อก กระแสลมกรดจะมีกำลังอ่อนกว่าปกติ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในฤดูร้อนของแถบเขตอบอุ่น

นี่เป็นครั้งแรกที่ยุโรปโดยฤทธิ์เดชของโอเมก้าบล็อกหรือเปล่า?

คำตอบคือ ไม่ใช่ครับ เพราะก่อนหน้าปีนี้ยุโรปเคยเกิดคลื่นความร้อนอันเนื่องมาจากโอเมก้าบล็อกแล้วอย่างน้อย 3 ครั้ง คือในปี ค.ศ.2003, 2006 และ 2015

ครั้งที่ถือว่าหนักหนาสาหัสที่สุด คือ ค.ศ.2003 เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตสูงอย่างน่าตื่นตระหนกถึงกว่า 70,000 คน แถมเกิดภัยแล้งยาวนานจนพืชบางชนิดมีผลผลิตลดลง เช่น ข้าวสาลี

ประเด็นทางวิชาการอย่างเช่น กระแสลมกรด และโอเมก้าบล็อก ที่เล่ามานี้ แม้อาจดูไกลตัว แต่ก็ควรเรียนรู้ไว้เพื่อให้เราสามารถติดตามข่าวสารได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้นครับ

ขุมทรัพย์ทางปัญญา
ขอแนะนำเรื่อง 2018 European heat wave ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/2018_European_heat_wave

บัญชา ธนบุญสมบัติ
www.facebook.com/buncha2509
buncha2509@gmail.com

บทความก่อนหน้านี้อดีตผอ.จิสด้า ผู้สังเกตการณ์โครงการธีออส 2 แจงไม่ได้บอกว่าคอร์รัปชัน แต่ลาออกเพราะกลิ่นไม่ดี
บทความถัดไปคุณภาพคือความอยู่รอด : ข่าวดีและข่าวร้าย