แผนลึกสุดลับ ชู‘พลัง’ประชาธิปัตย์ ต่อท่อ‘อำนาจ’

เห็นบรรยากาศการประกาศ “สนใจการเมือง” ดังมาจากทำเนียบรัฐบาล ประสานเข้ากับการเร่งฝีจักรในการหาเสียงสร้างคะแนนนิยมของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ในพรรคประชาธิปัตย์

ก็พอมองเห็น “โครงสร้าง” การต่อท่อ “อำนาจ” ได้เด่นชัด

เด่นชัดว่า หัวรถจักรในการนี้คือ พรรคพลังประชารัฐ และก็แวดล้อมด้วยพรรครวมพลังประชาชาติไทย และหาก นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แย่งยึดพรรคประชาธิปัตย์ได้

แนวโน้มที่จะมี “พลังประชาธิปัตย์” มายืนแถวหน้ากระดานอยู่ด้วยแน่นอน

บรรดาพรรคประเภทลูกแหล่งตีนมือในแบบ พลังชาติไทย พลังธรรมใหม่ หรือ “พลัง” อะไรอีกหลายพลัง ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะแหวกด่าน พลังประชารัฐ รวมพลังประชาชาติไทย และ “พลัง” ประชาธิปัตย์ เข้าไปได้

ขณะเดียวกัน ที่มิอาจปฏิเสธได้อย่างเด็ดขาดก็คือ หากชัยชนะเป็นของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม นั่นย่อมเป็นผลงานและความสำเร็จของ “รวมพลังประชาชาติไทย”

นี่คือ โจทย์ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องขบคิดอย่างจริงจัง

ต้องยอมรับว่าแผนและกลยุทธ์ในการบ่อนเซาะและก่อความอ่อนแอให้เกิดขึ้นกับพรรคประชาธิปัตย์มิได้เกิดขึ้นอย่างสะเปะสะปะ

หากแต่มาจากสมองก้อนโตของนักการทหาร

ขอให้ติดตามกระบวนการของ “พลังดูด” ไม่ว่าจะทะลวงเข้าไปในภาคตะวันออก ไม่ว่าจะทะลวงเข้าไปในภาคเหนือ ไม่ว่าจะทะลวงเข้าไปในภาคใต้

ล้วนมาจากการประสาน “พลัง” หลายพลัง

ทางภาคตะวันออกเป็น พลังประชารัฐ กับ พลังชล ทางภาคใต้เป็นรวมพลังประชาชาติไทย ขณะที่ทางภาคเหนือเป็นพลังประชารัฐ

ป้อมค่ายแรกที่แตกคือ ชลบุรี ต่อมาคือ ฉะเชิงเทรา

เท่านั้นยังไม่พอ นายถาวร เสนเนียม ยังดันหลัง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ออกมาปะทะกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

กลยุทธ์หลังนี้ต่างหากอำมหิต เหี้ยมโหด

หากถามว่าอะไรคือพลังที่หนุนหลัง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ภายในพรรคประชาธิปัตย์ พลันที่เห็นความคึกคักของ นายถาวร เสนเนียม ก็ร้องอ๋อกันเป็นแถว

อดีต ส.ส.สงขลา แพคทีมแข็งแกร่ง

มีเพียง นักเรียนนอกอย่าง นายศิริโชค โสภา เท่านั้นที่แตกแถวมายืนเรียงเคียงกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

การตัด นายรำรี มามะ ออกจาก “ไลน์” ก็เพราะเหตุนี้

ถ้าแผนนี้ประสบความสำเร็จ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้ชัยเหนือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และเข้าไปอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าพรรค

ธงที่พลังประชาธิปัตย์จะชูก็เหลือผืนเดียว

เพราะว่า พลังประชาธิปัตย์ย่อมจะเข้าไปต่อแถว พลังประชารัฐ รวมพลังประชาชาติไทย และชูเพียงธงต้าน “ระบอบทักษิณ” เท่านั้น

พันธมิตรในแนวร่วมแห่งการต่อท่อ “อำนาจ” ย่อมแข็งแกร่ง

พรรคประชาธิปัตย์ผ่านวิกฤตทางการเมืองมาแล้วหลายระลอก ไม่ว่าจะเป็นในยุค นายสมัคร สุนทรเวช ไม่ว่าจะเป็นในยุค นายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์

แต่ครานี้ถือว่าหนักหนาสาหัส

เพราะหากว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กำชัยเหนือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั่นหมายถึงประชาธิปัตย์จะกลายเป็นส่วนหนึ่งแห่ง “พลัง” รัฐประหารไปอย่างเต็มพิกัด

หรือว่าทั้งหมดนี้ นายชวน หลีกภัย มองไม่ออก อ่านไม่ทะลุ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผวา!!!ต่อหัวเสือไล่ต่อยชาวบ้าน ทำรังบนสัญญาณไฟจราจรโดนเผาทำลาย
บทความถัดไปกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินยื่นเอาผิด10 กระทรวง กล่าวหาทุจริตเครื่องหมายฮาลาล