ความมืดของอินสตาแกรม : โดย ทีปกร วุฒิพิทยามงคล

สองปีก่อน, เพื่อนผมจำนวนหนึ่งผละจากเฟซบุ๊กไปยังอินสตาแกรม, พวกเขาให้เหตุผลว่า เฟซบุ๊กนั้นเลวร้ายเกินไป-เปี่ยมด้วยโทสะและโมหะเกินไป-ทุกวันที่พวกเขาเสพเนื้อหาจากเฟซบุ๊ก มันก็ยิ่งทำให้สุขภาพจิตถดถอย-เฟซบุ๊กเต็มไปด้วยดราม่าและดราม่า เต็มไปด้วยอคติและการด่าทอ

ต่างจากอินสตาแกรม พวกเขาบอกอย่างนั้น

พวกเขาบอกว่า อินสตาแกรมคือสถานที่ที่ทุกคนเอาความสุขมาอวด ไม่มีดราม่า ไม่มีจิตคิดร้าย พวกเขารู้สึกมีความสุขไปกับการได้ดูของสวยๆ งามๆ ได้ดูรูปกิจกรรมของคนอื่นๆ ที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและชีวิตที่ถูกดีไซน์มาแล้ว-หากเฟซบุ๊กคือสลัม อินสตาแกรมก็เหมือนคอนโดฯหรู พวกเขาเปรียบเทียบกับผมไว้อย่างนั้น

ตลกร้ายที่หลังจากนั้น ในช่วงสองปี เฟซบุ๊กก็หลอมรวมอินสตาแกรมเข้าไปมากขึ้นเรื่อยๆ คุณเห็นโฆษณาที่ข้ามแพลตฟอร์มไปมา เห็นคอนเทนต์จากที่หนึ่งไปโผล่อีกที่หนึ่ง ระหว่างนั้นตัวอินสตาแกรมเองก็มีผู้ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีผู้ใช้มาก ปัญหาก็มากตาม จากที่เคยเป็น “สถานที่ใสๆ ไร้พิษสง” วันนี้ดูเหมือนว่า            อินสตาแกรมจะเต็มไปด้วยความร้ายกาจและหนามแหลมที่พร้อมแทงคุณให้เป็นแผล

และบางครั้งการรังแกด้วยรูปภาพในอินสตาแกรมก็ร้ายกาจกว่าการรังแกด้วยข้อความอย่างในเฟซบุ๊ก    เสียอีก

ทั้งหมดนี้ขัดกับภาพที่อินสตาแกรมพยายามสร้างว่ามันเป็น “โซเชียลมีเดียอันเปี่ยมไปด้วยความสุข”

ผลการสำรวจของ Pew Research Center พบว่าวัยรุ่น Gen-Z จำนวนมากถึง 72 เปอร์เซ็นต์ ที่ใช้เครือข่ายสังคมเป็นอินสตาแกรมแทบอย่างเดียว (ปะปนกับโซเชียลเน็ตเวิร์กอื่นๆ เล็กน้อยเท่านั้น) สำหรับพวกเขา อินสตาแกรมเป็นเหมือนจัตุรัสใจกลางเมือง มันเชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับคนใหม่ๆ มันให้พื้นที่พวกเขาในการแสดงออกถึงความคิด ความฝัน ความเชื่อทางการเมือง และในอีกมุมหนึ่ง มันก็ให้พื้นที่พวกเขาในการซุบซิบนินทาคนอื่นๆ

ซึ่งทั้งหมดก็จะถือเป็นเรื่องสนุก หากพวกเขาไม่โดนซุบซิบนินทาเข้าเสียเอง

ด้วยความที่อินสตาแกรมนั้นมีความสามารถในการเปิดแอ๊กเคาต์ใหม่และสลับเปลี่ยนไปมาระหว่างแอ๊กเคาต์ใหม่กับแอ๊กเคาต์หลักได้ง่ายดาย มันจึงคลาคล่ำไปด้วย “แอ๊กฯ หลุม” หรือ “แอ๊กฯ ผี” จำนวนมาก  บางแอ๊กเคาต์ก็ถูกเปิดขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่โพสต์เรื่องนินทาในโรงเรียนเพียงอย่างเดียว ซีรีส์ Netflix อย่าง Vandal ซีซั่นสองนั้นวางโครงเรื่องโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริงนี้

ต่างจากซีรีส์ที่แอ๊กฯนินทาเป็นเรื่องตลกโปกฮา-แอ๊กฯนินทาในชีวิตจริงนั้นโหดร้ายเกินคาดคิด เช่น         แอ๊กเคาต์หนึ่งของโรงเรียน Richfield เป็นแอ๊กเคาต์ที่ไม่โพสต์รูปอะไรอื่นนอกจากแคปชั่นตัวหนังสือสีขาวบนพื้นหลังสีดำ เป็นข้อความรุนแรงคล้ายพาดหัวข่าวอย่างเช่น “ใครคิดว่ายัยรินเน่อ้วนเป็นตุ่มบ้าง” หรือ “ไหนมาเดาซิว่าอีแอบในปีนี้คือใครกัน” หรือ “ได้ข่าวว่าเดวิดได้กับอแมนด้าที่ปาร์ตี้ของเบลล่าแน่ะ” สำหรับคนเสพแล้ว เหล่านี้ต่างเป็นเรื่องสนุกสนานมันส์ปาก แต่สำหรับคนที่โดน (ซึ่งบางคนก็เป็นศัตรูกับแอดมินของแอ๊กเคาต์ดังกล่าว เลยโดนถล่มเสียยับ) ข้อความเหล่านี้คงทำให้ยิ้มไม่ออก

นอกจากแอ๊กเคาต์นินทาประจำโรงเรียนแล้ว สกู๊ปของ The Atlantic เรื่อง Teens are being bullied “constantly” on Insta-gram ยังเปิดเผยถึงวิธีกลั่นแกล้งแสน “สร้างสรรค์” แบบอื่นๆ ด้วย เช่นว่า          ผู้กลั่นแกล้งบางคนจะไม่โพสต์ด่าเป้าหมายตรงๆ บนแอ๊กเคาต์ของตน (เพราะนั่นดูไม่คูล) แต่พวกเขาจะใช้วิธีแท็กเป้าหมายในสตอรี่ (ที่จะลบตัวเองภายใน 24 ชั่วโมง) บ้าง หรือใช้วิธีบล็อกอันบล็อก แล้วบล็อกใหม่ เพื่อส่งข้อความไปด่ายังอินบ๊อกซ์ของเป้าหมาย โดยไม่ให้เป้าหมายโต้ตอบได้บ้าง หากโดนบล็อกกลับ   พวกเขาก็แค่สร้างแอ๊กเคาต์ใหม่ขึ้นมาเท่านั้นเอง (ซึ่งก็ทำได้ง่ายมาก)

อินสตาแกรมเองพยายามประกาศนโยบายสองสามข้อออกมาเพื่อแก้ปัญหา Cyberbullying บนแพลตฟอร์มของตนแล้ว หนึ่งในนั้นคือการใช้ปัญญาประดิษฐ์มาเพื่อตัดสินว่ารูปที่โพสต์เป็นรูปที่มีไว้เพื่อกลั่นแกล้งคนอื่นหรือไม่ และอีกหนึ่งในนั้นคือการเพิ่มฟีเจอร์ (ที่ดูน่าเหลวไหล) อย่างฟิลเตอร์แต่งรูปที่อินสตาแกรมบอกว่า “จะเป็นการช่วยแพร่กระจายความหวังดีต่อกัน” (มันเป็นฟิลเตอร์หัวใจวิ้งๆ เอาไว้ใช้ในสตอรี่)

ในไทย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เคยเปิดเผยว่าตัวเลขรายงานการกลั่นแกล้งในโรงเรียนนั้นมีแนวโน้มต่ำลงทุกปี โดยในปี 2560 สพฐ.ได้รับรายงานการกลั่นแกล้งไม่ถึง 100 ครั้งทั่วประเทศเท่านั้น (จากเมื่อสิบปีก่อนที่ตัวเลขเคยขึ้นหลักพันครั้ง)

คำถามก็คือ ตัวเลขรายงานที่ลดลงนั้นสะท้อนความจริงมากแค่ไหน? การกลั่นแกล้งบนโลกแห่งความเป็นจริง อย่างการใช้กำลังอาจลดลงจริง (หรืออาจถูก “รายงาน” น้อยลงจริง) แต่กับการกลั่นแกล้งออนไลน์         โดยเฉพาะในโลกที่ผู้ใหญ่อาจไม่เข้าใจนักนั้นลดลงตามไปด้วยหรือไม่ หรือมันกำลังเป็นมหันตภัยเงียบๆ     ที่คุกคามสภาพจิตวัยรุ่นโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว?

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon