คำเตือน ห่วงใย : ต่อ เดินคารวะ แผ่นดิน : อาทิตย์ อุไรรัตน์

เสียงเตือนอันมาจาก นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ ต่อปฏิบัติการ “เดินคารวะแผ่นดิน” ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เปี่ยมด้วยความปรารถนาดี

ไม่เพียงเตือน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

หากยังเตือนไปถึง ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล ไปถึง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ไปถึง นายสุริยะใส กตะศิลา

เป็นการเตือนให้ “ยุติ” เสีย

นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ มิได้เป็นนักการเมืองอย่างสามัญ ตรงกันข้าม ฉายา “วีรบุรุษประชาธิปไตย” อันได้มาจากหลังสถานการณ์เดือนพฤษภาคม 2535

เป็นเรื่องที่จำหลัก หนักแน่น

เหตุปัจจัยอะไรทำให้ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ เตือนปฏิบัติการ “เดินเพื่อแผ่นดิน” ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และพวก

แม้ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ มิได้บอก แต่ก็รู้ๆ กันอยู่

คําว่ารู้ๆ กันอยู่ในที่นี้เป็นไปในทาง “เสีย” มากกว่าได้ เป็นไปในทาง “ลบ” มากกว่าจะบวก และผลเสีย ผลลบที่ต่อเนื่องมานั้นกว้างไกล

มิได้จำกัดเฉพาะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

หากแต่ยังส่งผลสะเทือนไปยังพรรครวมพลังประชาชาติไทย และที่สำคัญยังส่งผลสะเทือนไปยัง คสช.อย่างมีนัยสำคัญ

เรื่องนี้ นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ มิได้ระบุ

แต่พลันที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พา ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล เดินย่ำ ซ้ำไปกับรอยเดียวกันกับที่เคยกระทำในห้วงแห่งการเคลื่อนไหวโดย “มวลมหาประชาชน”

อาการวูบไหว ย่อม “แว้บว้าบ” ตามมา

ในอีกด้านหนึ่งจึงเท่ากับเผยให้เห็นรายละเอียดหลายประการของ “แผนสมคบคิด” ก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

ตรงนี้ย่อมทำให้สะเทือนไปถึง “คสช.”

การเคลื่อนไหวนับแต่เดือนตุลาคม 2556 ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กระทั่งก่อรูปขึ้นเป็น กปปส.ในเดือนมกราคม 2557

ปรากฏ “วีรกรรม” อย่างอึกทึกครึกโครม

การเปิดเผยของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เองนั่นแหละที่ว่าการเคลื่อนไหวนี้ก่อรูปขึ้นตั้งแต่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553

เพียงเท่านี้แหละ ตัวละครทั้งหลายก็โดดเด่น ปรากฏ

ความพยายามของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในการรื้อฟื้นภาพแห่ง “มวลมหาประชาชน” ก็เพื่อเชื่อมต่อระหว่างมวลมหาประชาชนกับพรรครวมพลังประชาชาติไทย

แต่พรรครวมพลังประชาชาติไทยทำเพื่อใครเล่า

ความมั่นใจของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ว่าจะได้ร่วมรัฐบาลแน่ๆ และจองกระทรวงสำคัญๆ เอาไว้แล้วด้วย คือ ใบเสร็จ

ใบเสร็จส่งไปยังนายกรัฐมนตรี “หน้าเดิม”

จากปฏิบัติการ “เดินคารวะแผ่นดิน” ได้ฉายสะท้อนให้เห็นปฏิกิริยาอย่างแจ่มชัด ไม่ว่าจะที่ปากคลองตลาด ไม่ว่าจะที่เยาวราช ไม่ว่าจะที่สวนหลวง ไม่ว่าจะที่สีลม

ประวัติศาสตร์เหมือนกับจะ “ซ้ำรอย”

แต่ในเมื่อผ่านมาจากเดือนตุลาคม 2556 ผ่านเดือนตุลาคม 2561 เป็นเวลา 5 ปีที่คำตอบในความรู้สึกของ “มวลมหาประชาชน” แจ่มชัด

ประวัติศาสตร์จึง “ซ้ำรอย” ในลักษณะ “พัฒนา” และยกระดับ

บทความก่อนหน้านี้‘สามารถ’ ปูด หลายพื้นที่เริ่มแจกเงิน-หลอกล่อหาเสียง พากิน-เที่ยว เตือนอย่ายอมให้ใครซื้ออำนาจ
บทความถัดไปการ์ตูนอรุณ : หิน..