บทนำ : เริ่มสับสน ประจำวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2561

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม คสช.ตอนหนึ่งว่า เรื่องการปลดล็อกการเมืองนั้น เป็นไปตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับ คสช. แต่เกี่ยวกับกฎหมายต่างๆ ที่ออกมา ฉะนั้นจะต้องมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ส.ส.ออกมาในเดือนธันวาคมนี้ จึงจะไปพูดคุยหารือเรื่องการปลดล็อกได้ ตรงนี้ไม่ได้เป็นเพราะ คสช. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯจะชี้แจงเพิ่มเติมกับสื่อในโอกาสต่อไป ถึงเรื่องกำหนดการต่างๆ ที่จะมีขึ้นก่อนและหลังการเลือกตั้งด้วย

คำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวทำให้เกิดความสับสนขึ้นมา เพราะเดิม พ.ร.ป.พรรคการเมืองที่บังคับใช้นั้น ถูกคำสั่ง คสช.ล็อกเอาไว้ ทำให้พรรคการเมืองไม่สามารถทำกิจกรรมทางการเมืองได้ แม้จะมีคำสั่ง “คลายล็อก” มาแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่พรรคการเมืองถูกดอง โดยเฉพาะเรื่องการหาเสียง ซึ่งที่ผ่านมา คสช.บอกให้รอการบังคับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ช่วงต้นเดือนธันวาคมก่อน แล้วจะมีคำสั่งปลดล็อก ทั้งนี้เป็นไปตามคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ส่งสัญญาณใหม่คือให้มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งก่อนจะปลดล็อก ทำให้เกิดความสับสน


ทั้งนี้ เพราะพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งย่อมออกหลังจาก พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ และหากพิจารณาตามโรดแมปการเลือกตั้งที่ คสช. ยืนยันว่าจะมีขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 ด้วยแล้ว เท่ากับว่าพรรคการเมืองซึ่งขณะนี้ถูกคำสั่ง คสช.ห้ามหาเสียง จะมีเวลาในการหาเสียงและทำกิจกรรมอื่นๆ ทางการเมืองได้น้อยลงไปกว่าเดิม อาจจะเป็นเดือนธันวาคมปีนี้ หรือเดือนมกราคมปีหน้าก็ได้

การส่งสัญญาณเช่นนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์อาจทำให้มองว่า คสช.มีความพยายามจะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีกครั้ง จากเดิมเดือนกุมภาพันธ์ปี 2562 อาจจะต้องเขยื้อนออกไปเป็นเดือนหลังจากนั้น ดังนั้น คสช. และรัฐบาล จำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นอีกครั้งให้โลกได้ทราบว่า ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งได้เมื่อใดกันแน่ เพราะประสบการณ์ที่มีการเลื่อนการเลือกตั้งมาเป็นลำดับ ประจวบเหมาะกับคำให้สัมภาษณ์เมื่อวันดังกล่าว เริ่มสร้างความสับสนเกี่ยวกับโรดแมปการเลือกตั้งที่ คสช. ยืนยันเอาไว้ว่าจะมีขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์