การขับเคลื่อนคลองไทยของภาคประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 ที่รัฐบาลไม่ควรนิ่งเฉย

การขับเคลื่อนคลองไทยของภาคประชาชนภาคใต้ 5 จังหวัด มาตั้งแต่ปลายปี 2558 ภาคใต้สมาคมคลองไทยเพื่อการศึกษาและพัฒนา มุ่งเน้นให้ความรู้กับประชาชนปราศจากการชี้นำ ทั้งนี้ ต้องการให้รัฐบาลตั้งกรรมการศึกษาเชิงลึกว่าคุ้มทุนหรือไม่ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของประชาชนมากน้อยเพียงใด ถ้าไม่คุ้มทุนทางสมาคมก็จะหยุดกิจกรรมต่างๆ โดยสิ้นเชิง และพร้อมจะแจ้งให้ประชาชนได้ทราบต่อไป

ผลจากการดำเนินงานของสมาคมคลองไทย หลังจากได้ยื่นหนังสือพร้อมรายชื่อประชาชนและเลข 13 หลักเกือบ 100,000 คนผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา-พัทลุง-ตรัง-กระบี่-นครศรีธรรมราช และแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อเสนอนายกรัฐมนตรี ผลปรากฏว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาตามที่สำนักปลัดนายกรัฐมนตรีได้นำเสนอชื่อให้สภาการพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติและสภาความมั่นคงแห่งชาติ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามหนังสือ สำนักปลัดนายกรัฐมนตรีที่ นร.0105.04/45121 ลง 24 ตุลาคม 2561

ขั้นตอนต่อไปก็เป็นหน้าที่ของ 2 หน่วยงานที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้ดำเนินการต่อไป ซึ่งทางสมาคมคลองไทยพร้อมที่จะเป็นกำลังใจและยินดีให้การสนับสนุนตามกำลังที่สมาคมมี แต่อย่างไรก็ตามด้วยความห่วงใยของสมาคมคลองไทยของการขับเคลื่อนของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องมักจะล่าช้าด้วยเหตุผลต่างๆ นานา

และโดยเฉพาะการขับเคลื่อนโครงการสำคัญๆ ในเมืองไทยแต่ละโครงการจะมีกลุ่มคนที่คัดค้านอยู่เสมอจึงทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักจะขลาดกลัว หรือด้วยปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้การขับเคลื่อนล่าช้าออกไปจนประชาชนไม่ทราบสาเหตุ

ทางสมาคมคลองไทยได้ศึกษาบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 และในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้มีบทบัญญัติที่สนับสนุนและเอื้อต่อโครงการคลองไทยหลายหมวดหลายมาตรา ดังที่ท่านบุญเลิศ คชายุทธเดช สื่อมวลชนอิสระและสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติได้ให้รายละเอียดดังนี้

หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ มาตรา 58 การดำเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดำเนินการ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชน หรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการหรืออนุญาตตามที่กฎหมายบัญญัติ

บุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูล คำชี้แจงและเหตุผลจากหน่วยงานของรัฐก่อนการดำเนินการหรืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ในการดำเนินการหรืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง รัฐต้องระมัดระวังให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ชุมชน สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพน้อยที่สุด และต้องดำเนินการให้มีการเยียวยาความเดือดร้อนหรือเสียหายให้แก่ประชาชน หรือชุมชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรมและโดยไม่ชักช้า

มาตรา 58 อยู่ในหมวดหน้าที่ของรัฐ ซึ่งหมวดนี้เป็นบทบัญญัติให้รัฐต้องกระทำ เนื่องจากเป็นหน้าที่และต้องมีความรับผิดชอบควบคู่กันไป

มาตรานี้มี 3 ขั้นตอน หรือ 3 ช่วงสำหรับการพัฒนาประเทศด้วยการจัดทำโครงการที่รัฐดำเนินการเอง หรือรัฐให้อนุญาตให้ผู้ใดดำเนินการ แล้วโครงการนั้นอาจมีผลกระทบต่อ 1.รัฐต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและชุมชนก่อน 2.ขั้นรัฐดำเนินการหรืออนุญาตให้ผู้ใดดำเนินการ ขั้นตอนนี้จะเกิดขึ้นหลังผลการศึกษาและการประเมินผลกระทบนั้นสามารถป้องกันและแก้ไขได้ โดยต้องเยียวยาความเดือดร้อนและความเสียหายแก่ประชาชนและชุมชนอย่างเป็นธรรมโดยเร็ว 3.ขั้นลงมือดำเนินการโครงการ

หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา 64 บทบัญญัติในหมวดนี้เป็นแนวทางให้รัฐดำเนินการตรากฎหมายและกำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน

มาตรา 65 รัฐพึงให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาลเพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่างๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันเพื่อให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมาย การจัดทำ การกำหนดเป้าหมาย ระยะเวลาที่จะบรรลุเป้าหมายและสาระที่พึงมีในยุทธศาสตร์ชาติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ

ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมและการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืนด้วย ยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ปรากฏว่า คสช./รัฐบาล/และนิติบัญญัติแห่งชาติได้ พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560 มาใช้บังคับแล้วโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 จาก พ.ร.บ.นี้นำไปสู่การก่อเกิดคณะกรรมการยุทธศาสตร์ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ รับผิดชอบในการจัดทำยุทธศาสตร์

ยุทธศาสตร์ชาติได้จัดทำเสร็จสิ้นผ่าน ครม.และ สนช. นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายและได้มีพระราชโองการประเทศใช้เป็นยุทธศาสตร์ชาติโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2561

ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561-2580 เรียกกันว่ายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แบ่งเป็น 6 ด้าน ยุทธศาสตร์ชาติด้านที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับคลองไทยอยู่ในด้านที่ 2 ชื่อว่า ยุทธศาสตร์ชาติด้านความสามารถในการแข่งขัน และยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ซึ่งมีบทบัญญัติและการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง การรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งทางบกและทางทะเล เพื่อให้ผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งทางบกและทางทะเล สามารถดำรงอยู่ได้ มีความอุดมสมบูรณ์และเป็นประโยชน์ต่อประชาชน สังคม รวมถึงประเทศชาติอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมศักยภาพและความเข้มแข็งของกองทัพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคประชาชน ให้สามารถพัฒนาสมุททานุภาพของประเทศ ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมในกระบวนการสมุทราภิบาลในการบริหารจัดการ ปกป้องและดูแลรักษาผลประโยชน์ทั้งมวลของชาติ เสริมสร้างและบริหารจัดการความมั่นคงทั้งชายแดนทางบก ทะเลอาณาเขตเศรษฐกิจจำเพาะของไทยอย่างบูรณาการและเป็นระบบ

อธิบาย/ข้อสังเกต 1.ยุทธศาสตร์ชาติด้านการแข่งขัน กล่าวถึงการทำให้ประเทศไทยซึ่งอยู่ในจุดภูมิศาสตร์ที่ เอื้อต่อการท่องเที่ยว การให้ความสำคัญกับการคมนาคมทางทะเล 2.ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง ใช้คำว่าสมุททานุภาพ ซึ่งหมายถึง ความเป็นเจ้าทะเลนั้นคือ ให้ไทยมีพลังอำนาจทางด้านทะเล คือคลองไทยเชื่อมทะเลอันดามันและอ่าวไทยเพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางทะเลของโลกที่จะประหยัดเวลาการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และทำให้ประเทศมีรายได้มหาศาล รวมทั้งการมีงานให้คนไทยได้ทำ

การพัฒนาทางเศรษฐกิจจะเป็นไปอย่างก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของไทยซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน เกิดอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต การบริการขนส่งและโลจิสติกส์ ใช้ตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของประเทศให้คุ้มค่าและฉลาด ให้เป็นฐานการผลิตของประเทศและภูมิภาคเพื่อการส่งออกสู่ตลาดโลก และศูนย์กลางท่องเที่ยวในภูมิภาค ลดต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์และเพิ่มมูลค่าจากการเป็นศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ ส่งเสริมการสร้างศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ระดับภูมิภาคและเชื่อมต่อกับเครือข่ายโลจิสติกส์ของโลก

สร้างความหลากหลายด้านการท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มีทุกระดับและเพิ่มสัดส่วนของนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูง

มุ่งพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวให้มีมูลค่าสูงเพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วยอัตลักษณ์และวัฒนธรรมไทย ส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและนิทรรศการนานาชาติของโลก เนื่องจากไทยมีความได้เปรียบเชิงภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมแก่การเดินทางเพื่อประกอบธุรกิจและการท่องเที่ยว ทั้งยังมีความพร้อมด้านบริการที่เป็นเอกลักษณ์ โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ระบบขนส่ง ระบบดิจิทัลเพื่อการติดต่อสื่อสาร เพื่ออำนวยความสะดวกทั้งในการเดินทางเข้ามาเพื่อการประชุมและการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างกัน โดยเฉพาะมิตรประเทศอาเซียน ท่องเที่ยวสำราญทางน้ำ ส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสำราญทางทะเลและชายฝั่ง และเป็นแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมลุ่มน้ำที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ผ่านการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์จากเมืองหลักสู่เมืองรอง เพื่อรองรับการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวไทยกับอาเซียนและภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมไทย เชื่อมโลก และเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียในยุคของการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อรองรับการขนส่งและโลจิสติกส์ตลอดห่วงโซ่อุปทานทั้งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้น

พร้อมทั้งการวางโครงข่ายเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงสู่เมืองหลักของภูมิภาคอย่างไร้รอยต่อ สร้างและพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เช่นเขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC และเขตเศรษฐกิจพิเศษที่รัฐบาลประกาศทั่วประเทศ และถ้าให้ครอบคลุมในภายใต้ควรกำหนดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ SEC เขตเศรษฐกิจพิเศษคลองไทย Thai Canal Economic Corridor (TCEC)

ครับ รธน.เป็นกฎหมายสูงสุด กำหนดให้รัฐต้องศึกษาโครงการที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศว่ามีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมนุม รวมทั้งยุทธศาสตร์ชาติได้วางกรอบการพัฒนาประเทศสู่เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0

ดังนั้น รัฐบาลปัจจุบันจึงมีความชอบธรรมที่จะตอบสนองข้อเสนอของสมาคมคลองไทย ด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาเรื่องคลองไทยก่อนที่จะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศหลังการเลือกตั้ง และอยากกราบเรียนไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี พลอ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าปัญหาทางเศรษฐกิจของไทยที่วนเวียนอยู่ทุกรัฐบาลคือราคาผลผลิตทางการเกษตร และเกือบทุกรัฐบาลจะแก้โดยใช้เงินภาษีของประชาชนมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า คือ ประกันราคาหรือแจกเงิน ซึ่งเป็นวิธีการขายผ้าเอาหน้ารอด มีทางเดียวคือ แก้โดยการสร้าง Infartsuetoin… (frastructure) ขนาดใหญ่คือคลองไทยคู่ขนานไปกับโครงการอีอีซี

2 โครงการนี้จะเป็นโครงการนำไปสู่ศูนย์กลางการค้าขายทางทะเลที่สมบูรณ์ และยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยและท่านคือ วีรบุรุษ ผู้พลิกโฉมไทยสู่สากลอย่างแน่นอน

ณรงค์ ขุ้มทอง
ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
โรงเรียนนวมินทราชูทิศทักษิณ กรรมการที่ปรึกษาโรงเรียนดาวนายร้อย
กรรมการยุทธศาสตร์ศึกษาธิการจังหวัดสงขลา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เรียงคนมาเป็นข่าว/ภาพข่าวสังคม วันที่ 14 ธันวาคม 2561
บทความถัดไปทุกข์ของ‘หัวเว่ย’คือทุกข์ของ‘เมืองจีน’