คำรามขู่‘ยุบสภา’ การเมืองในกติกาใหม่ ดีไซน์นี้-เพื่อใคร

ภาพของการเมืองที่ปรากฏตรงหน้าทุกคนอาจทำให้ชื่อของคณะผู้ออกแบบกฎกติกา มีผู้เอ่ยถึงอย่างดุเดือดเป็นพิเศษ

ไม่ว่าจะเป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ ผู้ยกร่างบรรดากฎหมายลูก

คำชมเชยเบื้องต้นมาจาก นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แห่งกลุ่มสามมิตร พรรคพลังประชารัฐ ที่เอ่ยออกมาว่า

รัฐธรรมนูญดีไซน์มาเพื่อพวกเรา !!

ทำให้สังคมลืมตาตื่นมารับรู้ว่า ใครคือพวกเรา และใครคือพวกเขา

ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าประชาชนคนไทยทุกคน ล้วนแต่สร้างมุมมองยั่วยุให้คอมเมนต์

ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง 24 มี.ค. ข้อกำหนดต่างๆ การรายงานผลคะแนน

ข้อกฎหมายว่าด้วยผู้ถือหุ้นสื่อ และข้อเท็จจริงว่าด้วยผู้ถือหุ้นสื่อ

สูตรการนับคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และสรุปจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ

และการให้ 250 ส.ว. ร่วมโหวตเลือกตัวนายกรัฐมนตรี แทนที่จะเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนฯ อย่างที่ผ่านมา

ด้วยผลของการดีไซน์ พรรคอันดับ 1 ที่ได้ ส.ส.เขต 136 คน จึงไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ แม้แต่คนเดียว

โอกาสเป็นของพรรคอันดับรองๆ ลงไป

ด้วยผลของการดีไซน์ แม้คำนวณออกมาแล้วว่า สัดส่วนประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งประเทศ น่าจะอยู่ที่ 70,000 เสียง ต่อ 1 ส.ส. แต่ก็กลับมี ส.ส.บัญชีรายชื่อ จากพรรคที่มีคะแนนเสียงรวมไม่ถึง 6 หมื่น เดินเข้าสภา และประกาศร่วมรัฐบาล

คำอธิบายปรากฏการณ์เหล่านี้ว่า “พิสดาร” ไม่ถือว่าเกินเลยไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อทำทุกอย่างตามกฎกติกาที่ดีไซน์มาเป็นพิเศษแล้ว ชัยชนะที่คาดหวังก็ยังมาไม่ถึง

คะแนนเสียงของ 2 ขั้วการเมือง ยังไปยันกันอยู่ที่ 250-250 บวกลบไม่เกิน 5 ถึง 10

เพื่อชัยชนะ จึงเกิดกระแสข่าวเรื่อง “งูเห่า” เพื่่อมาเพิ่มเติมเสียงให้กับขั้วที่ “แพ้ไม่ได้”

จาก “รายงานข่าว” และกระแสบอกเล่าของบรรดา “ผู้แทนฯ” ยืนยันว่ามี “งูเห่า” เกิดขึ้นแล้ว

โดยเฉพาะในการประชุมสภาผู้แทนฯ 25 พ.ค. และ 26 พ.ค.

ตัวเลขซื้อขาย มีตั้งแต่ 20 ล้านบาท ขึ้นไป

และนี่คืออีกผลิตผลของกฎกติกาที่ออกแบบมาอย่างพลิกแพลง สิ้นเปลืองเวลาและงบประมาณไปมากมาย

หน้าตาและเค้าโครงของรัฐบาลที่กำลังเจรจาจัดตั้งเริ่มมองเห็นแล้ว

ด้วยความร่วมมือจาก 19 พรรค นำโดย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคขนาดกลางและเล็ก

ระหว่างการเจรจาเกิดปัญหา ทำให้ล่าสุด พรรคประชาธิปัตย์ พักขบวนอยู่นอกเรือนหอ

เช่นเดียวกับพรรคชาติไทยพัฒนา ที่เข้ามาพักผ่อนอิริยาบถในเรือนหอมาพักใหญ่ ก็ทยอยกันเดินออกไปปักหลักข้างนอก

ขณะที่ภายในเรือนหอเอง มีบรรยากาศปั่นป่วน เพราะจ่ายสินสอดทองหมั้นไปหวิดจะหมดตัว

ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งประธานสภาผู้แทนฯ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรฯ

มีข่าวแว่วว่า แม้แต่กระทรวงมหาดไทย ที่เพื่อนนายกฯเตรียมคัมแบ๊ก ก็อยู่ในความสนใจของพรรคประชาธิปัตย์

การเมืองรอบนี้ ไม่ได้มีอะไร “ใหม่” จากเมื่อ 5 ปีก่อนมากนัก

ยังดีที่ในสภามี “เฟรชแอร์” จากการเข้ามาของพรรคการเมืองใหม่ๆ ที่ทำเอา ส.ส.รุ่นเก่าเกิดอาการแพ้อากาศไปหลายราย

ที่น่าสนใจก็คือ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ เกิดอาการ “มีปัญหา” จากการเจรจา

พลันก็มีเสียงจากคนในรัฐบาลว่า พร้อมเดินหน้าต่อแม้ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์

โดยจะใช้เสียง ส.ส. 18 พรรค ที่ไม่มีพรรคประชาธิปัตย์ รวม 191 คน กับ ส.ว. 250 คน เป็น 441 เสียง เกินครึ่งของรัฐสภา

โหวตรับรอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ

จากนั้นตั้ง ครม. แล้วยุบสภาให้ประชาชนตัดสินใจให้เด็ดขาดอีกครั้งว่าจะเลือกใครเป็นนายกฯ

ถือว่าไม่ธรรมดา สภาผู้แทนฯเพิ่งประชุมได้ 2 นัด จะ “ยุบสภา” กันแล้ว

เป็นอีกผลิตผลของกฎกติกาฉบับดีไซน์เป็นพิเศษ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon