โครงร่างตำนานคน : พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เดินให้ถึง‘ของแท้’

นั่งต่อเนื่องในเก้าอี้ “นายกรัฐมนตรี” เรียบร้อยโรงเรียน “รัฐธรรมนูญดีไซน์เพื่อพวกเรา” ไปแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่กล่อมหูประชาชน และคนทั้งโลกว่า “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน”   ในนามนายกรัฐมนตรีแห่งรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารมา 5 ปีเต็มก่อนหน้านั้น

การกลับมาใหม่รอบนี้เป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ด้วยการโหวตของ “รัฐสภา” อันมี 250 สมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการแต่งตั้งของ คสช.ตามรายชื่อของ “คณะกรรมการสรรหา” ที่จะเป็นตำนานเล่าขานกันไปอีกนานแสนนานนำเสนอมา

ความน่าสนใจอยู่ที่สเต็ปล่าสุดที่เป็นข่าวออกมา

ในการประชุมใหญ่ “พรรคพลังประชารัฐ” ในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ จะมีวาระการเลือกคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ โดยเริ่มจากการเลือก “หัวหน้าพรรค”

ในการนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เตรียมที่จะยื่นสมัครเป็นสมาชิกพรรค และเมื่อถึงวันนั้นจะได้รับการเสนอชื่อเป็น “หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ”

ซึ่งผลการเลือกตั้งในยุคสมัย “ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” เช่นนี้ คงไม่มีอะไรที่จะมาทำให้พลาดเป้า

ในเนื้อหาบอกว่าที่ “พล.อ.ประยุทธ์” มาเป็น “หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ” อันเป็นแกนนำรัฐบาลที่มีตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีก็เพราะต้องการให้เกิดการรับรู้ว่าเป็น “นักการเมือง” เต็มตัว

และตรงนี้เองที่น่าสนใจ เพราะหากคำว่า “นักการเมือง” มีความหมายว่า “บุคลากรของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งประชาชนเป็นผู้มีอำนาจเลือกเข้ามาทำหน้าที่แทนในศูนย์กลางอำนาจรัฐ” ในหลักการอำนาจ “ของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน” อย่างที่ “สากลโลกดีไซน์ไว้”

นี่เป็นเรื่องน่ายินดี เพราะเมื่อ “พล.อ.ประยุทธ์” ถอดตัวเองจากเครื่องแบบ “ผู้สืบทอดอำนาจจากรัฐประหาร” มาใส่เสื้อ “นักการเมือง” เต็มตัว

ย่อมหมายถึง ผู้ชายที่ชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ได้ประกาศตัวเปิดรับความเป็น “ผู้แทนอำนาจประชาชน” ตระหนักแล้วถึงอำนาจในรูปแบบ “ของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน”

เป็นผู้นำที่ยึดอำนาจจากประชาชนเป็นหลัก

สู่ความเป็น “ของแท้”

และนั่นหมายถึงท่าทีต่อ “สิ่งต่างๆ ที่สร้างขึ้นและถูกสถาปนาให้มีอำนาจ” โดยไม่ผ่านการเชื่อมโยงประชาชน

ไม่ว่าจะเป็น “คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ” ที่ “พล.อ.ประยุทธ์” นั่งเป็นประธาน

และ “วุฒิสภา” ที่สรรหาสมาชิกกันมาแบบ “ดีไซน์เพื่อพวกเรา”

ในสายตาของ “หัวหน้าพรรคการเมือง” อันเป็น “สถาบันของอำนาจประชาชน” ไม่ควรจะเอามาอ้างเพื่อพึ่งพิงสำหรับรักษาอำนาจของตัวเอง

ด้วยในสถานะ “หัวหน้าพรรคการเมือง” หากยังพึ่งพาอาศัยอำนาจนอกการเชื่อมโยงประชาชนเหล่านี้

สภาวะผู้นำ ย่อมหนีไม่พ้นจะถูกมองว่า ให้ “หัวหน้าพรรค” เป็น “ภาพลวงตา” ให้คนทั่วไปเห็นว่าเป็น “นักการเมืองจากประชาชน”

 

บทความก่อนหน้านี้สถานีคิดเลขที่12 : No future : โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
บทความถัดไปเดินไปในเงาฝัน : เมาธ์มอยเรื่องโลกของการศึกษา : โดย สาโรจน์ มณีรัตน์