สถานีคิดเลขที่ 12 : เรื่องโกหก-เรื่องตลก : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

สถานีคิดเลขที่ 12 : เรื่องโกหก-เรื่องตลก : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

สถานีคิดเลขที่ 12 : เรื่องโกหก-เรื่องตลก : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

ยังมีเรื่องติดพันมาจากการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา กลายเป็นประเด็นทางการเมืองต่อเนื่องไม่จบลงง่ายๆ จากการที่ฝ่ายค้านได้อภิปรายเปิดแผลเอาไว้ เช่น การไม่ชี้แจงที่มาของงบประมาณซึ่งอาจจะขัดรัฐธรรมนูญ หรือการกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดเอาไว้ในรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

คงจะกลายเป็นการยื่นกระทู้ ยื่นญัตติ ไปจนถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อไป

เพราะถ้าจุดเริ่มต้นยังไม่ชัดเจน แล้วที่รัฐบาลจะทำงานต่อไปจากนี้ จะมีปัญหาย้อนหลังหรือไม่ ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่น่าคิด

นับได้ว่าเป็นรัฐบาลที่ต้องเจอกับปัญหาใหญ่ๆ ตั้งแต่วันที่กำลังจะเริ่มต้นเข้าบริหารราชการแผ่นดินเลยทีเดียว

เท่าที่เห็น วิธีการประคองตัวให้พ้นจากปัญหาหลายประการเหล่านี้ ฝ่ายรัฐบาลอาศัยการสร้างกระแสว่า ความเดือดร้อนของประชาชนรอการเข้ามาแก้ไขจากรัฐบาลอยู่ ขอให้ฝ่ายค้านหยุดเล่นการเมืองก่อนได้ไหม

มือไม่พายอย่าเอาเท้าราน้ำ ทำนองนั้น

แต่ในแง่ประชาชน ถ้าเข้าใจถึงหลักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยได้เป็นอย่างดี ว่าฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น อันเป็นการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอีกด้านหนึ่ง

อย่างนี้จะเข้าใจดีว่า รัฐบาลก็ต้องทำงานอย่างรวดเร็วและเต็มกำลัง ฝ่ายค้านไม่มีหน้าที่ไปร่วมช่วยอะไร เพราะต้องคอยตรวจสอบ ป้องกันการทำงานที่สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชน

การถ่วงดุล ไม่ได้แปลว่าเป็นตัวถ่วง

อีกเรื่องที่ยังไม่จบลงง่ายๆ เช่นกัน คือ ประเด็นที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อหัวหน้าพรรคประชาชาติ ถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไว้กลางสภา ว่าได้เคยพูดเอาไว้ในวันที่ประกาศยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 ว่าด้วยการเตรียมการมาก่อน 3 ปีกว่า

อันที่จริง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ตอบคำถามนี้ในสภาไปแล้ว โดยตอบในวันถัดมา ไม่ได้ตอบในทันทีทันใดที่โดนตั้งคำถาม

คำที่ พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงในสภาเรื่องเตรียมการมา 3 ปี ระบุว่า

“ผมพูดถึงว่าการเป็น ผบ.ทบ. มา 3 ปี ผมเผชิญอะไรมาบ้าง สถานการณ์ความขัดแย้ง ความรุนแรงที่เกิดขึ้นก็ไม่รู้พวกไหนเหมือนกัน ผมก็เตรียมการฝึกกำลังพลให้ระมัดระวัง จะดูแลประชาชนอย่างไร นั่นคือสิ่งที่เตรียมการ”

ไม่ปฏิเสธ แต่ก็ไม่ได้ยอมรับ ทำนองว่าเตรียมมา 3 ปีจริง แต่เป็นเรื่องการรับสถานการณ์ขัดแย้งรุนแรง

แต่ที่มาแรงสุดสุดก็คือ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งออกมาตอบโต้ฝ่ายค้านในเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องโกหก

โดยยืนยันว่าร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้พูดประโยคนี้ สิ่งไหนที่ท่านพูดก็ต้องบอกว่าท่านพูด สิ่งไหนท่านไม่ได้พูดก็ต้องบอกว่าท่านไม่ได้พูด จะไปโกหกกันทำไม และก็ไม่มีเหตุต้องไปปกป้องท่าน ปกป้องท่านทำไม เพราะโดนจับไปขังด้วย ยังโกรธอยู่เลย

คนที่ตามข่าวนี้ก็ได้ฮากันไป

เพราะคนตั้งคำถาม เขาถามอย่างเปิดเผยกลางสภา ต่อหน้าคณะรัฐบาล ไม่ใช่แอบไปปล่อยข่าวใส่ร้ายลับหลัง

ถ้าถามกันตรงๆ กลางสภาเช่นนั้น จะมีเจตนาใส่ร้าย เป็นไปไม่ได้แน่ๆ

และถ้าฝ่ายค้านกล่าวเท็จ รับรอง พล.อ.ประยุทธ์ ต้องอภิปรายตอบกลับทันทีทันควัน

ลงเอย พล.อ.ประยุทธ์ ก็ชี้แจงในสภาในวันถัดมา โดยไม่รับและไม่ปฏิเสธ

มีแต่รองหัวหน้าประชาธิปัตย์เท่านั้น ที่ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้พูด

เอ๊ะ หรือว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่รู้จริงเท่านายนิพิฏฐ์ ในเรื่องนี้

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

บทความก่อนหน้านี้น้ำเมยขึ้นเร็วมาก จ่อบ่อนกาสิโน ฝั่งเมียนมา
บทความถัดไปหวย “12 นักษัตร” ของเล่นใหม่นักเสี่ยง