สถานีคิดเลขที่ 12 : โฆษณาชวนเชื่อ-ล้างสมอง : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

สถานีคิดเลขที่ 12 : โฆษณาชวนเชื่อ-ล้างสมอง : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

สถานีคิดเลขที่ 12 : โฆษณาชวนเชื่อ-ล้างสมอง : โดย สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

ช่วงระยะนี้มีการพูดถึงการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในอดีต เพื่อเปรียบเทียบว่าเหมือนกับที่เรากำลังเผชิญกับวิธีโฆษณาชวนเชื่อทางอินเตอร์เน็ตในยุคนี้ ไปจนถึงการใช้เฟคนิวส์ โดยพรรคการเมืองที่เพิ่งตั้งใหม่ ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่กลุ่มคนรุ่นใหม่

ฟังคำกล่าวนี้แล้ว ต้องสงสัยว่าการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ในอดีตคืออะไร และเหมือนกับการโฆษณาชวนเชื่อทางอินเตอร์เน็ตในทุกวันนี้จริงหรือไม่

ถ้าย้อนไปในอดีต วันที่ 7 สิงหาคมของทุกปี จะตรงกับวันที่พรรคคอมมิวนิสต์ไทยประกาศเป็นวันเสียงปืนแตก ต่อสู้ด้วยอาวุธกับรัฐบาล สร้างความสูญเสียมากมาย

ยังดีที่สงครามนี้ยุติลงไปได้ หลังจากที่กองทัพยุคใช้สมอง นำแนวทางการเมืองนำการทหารมาใช้แก้ปัญหาคอมมิวนิสต์ไทย มีคำสั่งที่ 66/2523 เปิดทางให้คนในป่าวางอาวุธกลับคืนเมือง มาต่อสู้ด้วยแนวทางสันติวิธี และไม่มีความผิดทางอาญาใดๆ

สงครามคอมมิวนิสต์ที่เริ่มสู้รบในปี 2508 ก็จบลงในราวปี 2523-2525

ประเด็นสำคัญก็คือ กลุ่มนายทหารมันสมองของกองทัพยุคนั้นเห็นว่า พรรคคอมมิวนิสต์ก็คือคนไทยที่เข้าป่าต่อสู้กับกองทัพและรัฐบาล ด้วยความคิดและอุดมการณ์

เมื่อไม่มองแบบเก่าๆ ว่าเป็นพวกลัทธิอุบาทว์ เป็นศัตรูต่างชาติที่จ้องฮุบดินแดนไทย ก็ทำให้เข้าใจปัญหาได้ชัดเจน และพบทางแก้ที่ถูกทาง

ถ้ากองทัพในยุคนั้น ยังใช้ทัศนคติแบบเดิมๆ คือ มองว่าคนไทยที่แห่กันเข้าป่าไปร่วมกับคอมมิวนิสต์นั้น โดนพวกนี้ใช้วิธีโฆษณาชวนเชื่อ มีการล้างสมองเยาวชนให้หลงผิด

ถ้ายังคิดอยู่แบบนี้ ป่านนี้ก็คงรบกันไม่สิ้นสุด

สงสัยประวัติศาสตร์การต่อสู้กับคอมมิวนิสต์อาจจะจบลงนานเกินไปกระมัง ทำให้ผู้คนยุคนี้ลืมเลือนข้อเท็จจริงดังกล่าวไป

วันนี้เลยยังมีคนมองว่า สงครามคอมมิวนิสต์ในอดีต คือการต่อสู้กับการโฆษณาชวนเชื่อ การล้างสมอง ซึ่งก็คงเชื่อว่าคอมมิวนิสต์เป็นศัตรูร้ายที่จะต้องปราบปรามให้สิ้นซาก

โดยไม่ได้ศึกษาว่า สุดท้ายแล้วกองทัพในยุคนั้นประสบความสำเร็จด้วยอะไร

ขณะเดียวกัน การมองว่าภัยคุกคามประเทศชาติวันนี้ คือการต่อสู้กับสงครามไซเบอร์ รวมทั้งการใช้เฟคนิวส์ และการโฆษณาชวนเชื่อทางอินเตอร์เน็ตโดยพรรคการเมืองที่เพิ่งตั้งใหม่

ด้านหนึ่งก็เป็นเรื่องจริงว่า ในโลกออนไลน์มีเฟคนิวส์เกิดขึ้นมากมาย แต่อีกด้านต้องรู้ด้วยว่าคนรุ่นใหม่วัยเรียนหรือวัยเพิ่งทำงานทั้งหลาย เก่งกาจสามารถที่สุด ในการตรวจจับเฟคนิวส์

ยากที่สุด หากใครจะใช้ข้อมูลเท็จมาครอบงำหรือปลุกปั่นคนรุ่นใหม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองตั้งใหม่ หรือใครก็ตาม

ถ้าคนรุ่นใหม่ตื่นตัวทางการเมืองกันมาก ย่อมมาจากการเรียนรู้ที่เท่าทัน และจิตใจที่ใฝ่หาเสรี ต้องการความเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ที่ทันสมัยก้าวหน้า

อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงที่คนพวกนี้ต้องการ อย่าได้ตีความแง่ร้ายว่าจะเป็นการล้มล้างความเป็นสังคมไทยดั้งเดิมอะไรไปไกล

ส่วนพรรคการเมืองที่เพิ่งตั้งใหม่ที่ตกเป็นเป้านั้น ความจริงตั้งกันหลายพรรค เพื่อเข้าสู่การเลือกตั้งเมื่อต้นปี 2562

และทุกพรรคที่เพิ่งตั้งขึ้นมา ก็ล้วนเข้าสู่การเมืองตามวิถีทางประชาธิปไตย ลงสู่สนามให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน อยู่ภายใต้กฎหมายและรัฐธรรมนูญ

อย่าพยายามผลักพรรคการเมืองพรรคหนึ่งพรรคใดให้ออกไปจากระบอบประชาธิปไตยเลย

ในอดีตมีพรรคคอมมิวนิสต์ที่ตั้งขึ้นมาต่อสู้นอกกฎหมาย กว่าจะจบลงได้ก็เหนื่อยกันมากพอแล้ว

สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน

บทความก่อนหน้านี้นายกฯ เตรียมหอบคณะตรวจน้ำแล้ง สุรินทร์-บุรีรัมย์ ถกผู้ว่าฯอีสาน 20 จังหวัด จันทร์นี้
บทความถัดไปหุ้นภาคเช้าเด้งรับมาตรการแอลทีวีผ่อนคลาย ปิดบวก 11.30 จุด