อาการไข้เศรษฐกิจ ตกต่ำ วิกฤต หรือแค่‘ถดถอย’

อาการไข้เศรษฐกิจ ตกต่ำ วิกฤต หรือแค่‘ถดถอย’

เหมือนนัดกันมาร้องเพลงประสานเสียง

ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ครม.เศรษฐกิจ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เลขาธิการรองนายกรัฐมนตรี

ไปจนกระทั่ง นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ล้วนพูดถึงปัญหาการตกต่ำทางเศรษฐกิจ และความเดือดร้อนของปากท้องประชาชนว่า

นี่ยังมิใช่ “วิกฤต” หรือ “เศรษฐกิจถดถอย”

เป็นแต่เพียงอาการ “เศรษฐกิจชะลอตัว” เท่านั้น

บางท่านถึงขนาดเปรียบเปรยว่า อาการของโรคเศรษฐกิจในปัจจุบันนั้น ไม่ใช่ “มะเร็ง” เป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา

กินยาก็หาย

ความหนักหนาสาหัสของปัญหาปากท้องและเศรษฐกิจ พิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด

อาทิ

การแถลงข่าวของสำนักงานสถิติแห่งชาติที่ระบุว่า ปัจจุบันอันดับหนี้ครัวเรือนของไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.3

ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 2 ของทวีปเอเชีย

และเป็นอันดับ 11 ของโลก

ขณะที่ระดับสินเชื่อมีปัญหา (เอ็นพีแอล) ของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบในไตรมาส 2 ของปีนี้ เพิ่มขึ้นมาร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีที่ผ่านมา

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับร้อยละ 0.52

และคาดว่าเงินเฟ้อทั้งปีจะอยู่ที่ร้อยละ 0.9

หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจฉบับที่ผ่านมา รายงานภาวะตลาดขายรถยนต์โดยรวมในเดือนกรกฎาคม

ว่าลดลงไปร้อยละ 2

สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแถลงข่าวว่าในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา การส่งออกหดตัวลงไปร้อยละ 2.4

ขัดกับที่รัฐบาลเพิ่งประกาศตัวเลขการส่งออกในช่วงเดียวกันว่าขยายตัวร้อยละ 1

สำนักงานสถิติแห่งชาติอีกเช่นกัน ระบุว่าตัวเลขการว่างงานในเดือนกรกฎาคม อยู่ที่ 436,000 คน เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 54,000 คน

นายอมรเทพ จาละวา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ระบุแนวโน้มว่า การลงทุนภาคเอกชนของไทยในช่วงครึ่งปีหลัง

จะอยู่ในภาวะติดลบ

ขณะที่สำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มิได้มีการแถลงตัวเลข “การลงทุนจริง” ภายหลังการยื่นขอสิทธิประโยชน์มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว

ส่วนรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนกรกฎาคม ของกระทรวงการคลัง ระบุว่า

การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนกรกฎาคม หดตัวร้อยละ 9.1

เป็นการหดตัวต่อเนื่องจากเดือนมิถุนายนที่หดตัวร้อยละ 5.6

หลังจากที่เพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนร้อยละ 5.0

นายอุตตมระบุว่า การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชะลอตัวเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจ

แต่โดยรวมที่ผ่านมา การจัดเก็บภาษียังเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ล่าสุด จากการพบปะกันระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชนเกาหลีใต้กับไทยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

ข้อมูลจากเกาหลีระบุว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีบริษัทจากเกาหลีเข้ามาลงทุนในประเทศเวียดนามเป็นจำนวนทั้งสิ้นกว่า 7,000 บริษัท

ในขณะที่ปัจจุบันมีธุรกิจเกาหลีใต้ที่ลงทุน อยู่ในประเทศไทยประมาณ 400 กิจการ

ขณะที่ตัวเลขการซื้อขายหลักทรัพย์จากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า

ในปี 2559 นักลงทุนต่างประเทศขายหุ้นไทยออกไปสุทธิประมาณ 200,000 ล้านบาท

และขายสุทธิอีกประมาณ 70,000 ล้านบาท ในปี 2560

รวมทั้งขายออกมากกว่าซื้อเข้า 230,000 ล้านบาท ในปี 2561

ในขณะที่ปี 2562 มียอดซื้อสุทธิอยู่ 3,757 ล้านบาท

ตัวเลข-สถิติทางเศรษฐกิจ ผนวกเข้ากับความรู้สึกจากการสัมผัสกับความเป็นจริงที่อยู่ในใจ

คงทำให้แต่ละคนมีคำตอบได้ว่า อาการไข้เศรษฐกิจปัจจุบันนั้นวิกฤตหรือเพียง “ถดถอย”

แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ

รัฐบาลกับชาวบ้านคิด-รู้สึกตรงกันหรือไม่?

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชป.เตือน! ลุ่มน้ำยมที่บางระกำ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แจ้ง ปชช.พื้นที่ลุ่มต่ำเตรียมรับมือ
บทความถัดไปภรรยา’พอละจี’ น้ำตาคลอ ดีเอสไอแจ้งผลตรวจDNA เศษกะโหลก อย่างเป็นทางการ (คลิป)