สถานีคิดเลขที่ 12 : อยู่ที่‘ใคร’ : โดย วรศักดิ์ ประยูรศุข

บรรยากาศการเมืองแปลกๆ เมื่อเกิดการแจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำฝ่ายค้าน และนักวิชาการที่ไปเปิดเวทีเสวนาที่ปัตตานี

ทำให้ภาพการเมืองอันเต็มไปด้วยข้อจำกัดเมื่อ 5 ปี ก่อนเลือกตั้ง ย้อนกลับมาอีกครั้ง

การเมืองหลังเลือกตั้ง มีสภา มีระบบที่ใกล้เคียงกับความเป็นสากล สังคมต้องสว่างไสวด้วยเสรีภาพ เปิดกว้างให้หายใจหายคอ ให้พูดจากันพอสมควร

ไม่ใช่อยู่กันแบบมืดๆ ผวา ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น กลัวถูกจับผิด ขยายผลกลายเป็นพลเมืองร้ายในสังคม พลาดท่าติดคุกติดตะรางได้อีก

รอบนี้ เกิดการใช้กฎหมายเล่นงาน แต่ทางฝ่ายค้านไม่ได้หวาดหวั่นอะไร ยกทีมไปแจ้งความดำเนินคดีทางฝ่ายทหาร เอาคืนบ้าง

รอดูกันว่า ขื่อแปในบ้านเมืองเราจะทำหน้าที่ จะแสดงบทบาทอย่างไร คดีความจะออกมาเป็นอย่างไร ใครจะถูกหรือผิด

การเมืองไทยในขณะนี้ ยังเป็นการต่อสู้ระหว่าง 2 ขั้วการเมือง

ยังเป็นสองขั้วที่มีแนวคิดแตกต่างกัน และมีความต่อเนื่องจากความแตกแยกรุนแรงที่ดำเนินมายาวนาน

มีความพยายามใช้รัฐประหารเข้ามาแก้ปัญหาการเมือง แก้ความแตกแยก แต่สุดท้ายไม่เป็นผล

จนต้องกลับมาสู่ระบบที่เราเคยอยู่กันมาก่อน แต่มีการปรับปรุงกฎกติกา ด้วยดีไซน์พิเศษ

เวทีการต่อสู้ในคราวนี้ คือรัฐสภา ซึ่งถูกปิดไป 5 ปี ประกอบด้วย สภาผู้แทนฯ จากเลือกตั้ง และ ส.ว.ที่มาจากแต่งตั้งโดย คสช.

ด้วยกฎกติกาที่ดีไซน์พิเศษ ทำให้รัฐบาลและฝ่ายค้านมีคะแนนเสียงสูสีกันมาก

และเป็นปัญหามาตลอด เร็วๆ นี้จะเข้าสู่สถานการณ์ที่ทำให้รัฐบาล ต้องดูแลเรื่องคะแนนเสียงในสภา มากเป็นพิเศษ

คือการอภิปราย การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563

ดูอาการแล้ว ทางรัฐบาลหนักใจอยู่เหมือนกัน

มีการสั่งให้ รมต.ไปร่วมโหวตสนับสนุน พ.ร.บ.งบประมาณด้วย แตกต่างจากที่ผ่านๆ มา ที่ไม่ต้องสั่งกันขนาดนี้

ไม่เฉพาะทางรัฐบาล ทางฝ่ายค้านเอง ก็กำชับให้ไปโหวต ตามมติพรรค

ทำให้เกิดบรรยากาศแบบแปลกๆ อีกเหมือนกัน

เข้าใจได้ว่า เมื่อเสียงปริ่ม เกิดความขาดแคลน เสียงไม่พอ บ่อเพื่อนปลาเยอะเลยเกิดการแอบตก แอบฉก

ขณะที่ปลาบางตัวในบ่อเพื่อน ได้กลิ่นอาหารหอมๆ ในอีกบ่อ ก็จัดแจงกระโดดข้ามไปเอง ไม่ต้องรอให้มีเบ็ดมาแกว่งล่อ

เป็นสภาพความยั่วยวน ที่กำลังท้าทายบรรดาท่านผู้แทนฯ ที่มาจากเลือกตั้งของประชาชนทั้งหลาย

ต้องขอบคุณกฎกติกาที่ดีไซน์กันมาอย่างพิสดารพันลึก คงไม่มีครั้งไหน ที่คะแนนเสียงของ ส.ส.จะมีคุณค่าความหมายมากเท่านี้

ทางสองแพร่ง เบื้องหน้า ส.ส. คือ จะเอาประโยชน์เฉพาะตนแล้วไหลไปกับกระแสข้อเสนออันยั่วยวน หรือจะยึดถือหลักการ แนวทางของระบบ

ระบบจะอยู่ได้หรือไม่ได้ ประเทศจะหวนกลับไปสู่สภาพแปลกๆ อีกหรือไม่ เบื้องต้นอยู่ตรงนี้เอง

บทความก่อนหน้านี้ชวน ชี้ ปมกมธ.เรียกบุรินทร์แจง หากคิดว่าแทรกแซงก็ร้องมาได้ ส่วนตัวยังไม่เห็นว่าแทรกแซง
บทความถัดไปแม่น้องต้นหนาว ลุ้นหมอขอนแก่นผ่าตัดนิ้วมือที่ถูกยางมะตอยลวก จนหายพิการ