บทนำ : ประจำวันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2562 : ยกเลิก3สารเคมี

เป็นความคืบหน้าอีก 1 ก้าวของฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการยกเลิกการนำเข้า การส่งออก และการจำหน่ายสารเคมี 3 สาร ประกอบด้วย พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส โดย น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประชุม 4 ฝ่ายประกอบด้วย ภาครัฐ ผู้นำเข้าสารเคมี เกษตรกร และผู้บริโภค และมีมติเห็นชอบให้ยกระดับสารเคมีดังกล่าวเป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 จะต้องไม่มีการวางจำหน่ายทั้ง 3 สาร พร้อมทั้งเร่งให้ผู้จำหน่ายเก็บสต๊อกให้หมด เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่แก่ประชาชน

อันตรายจากสารเคมีดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์มานานแล้ว ล่าสุด นพ.อำพล จินดาวัฒนะ และนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ส.ว. เรียกร้องให้รัฐบาลแบนสารเคมี 3 ชนิด โดยให้เหตุผลว่า ข้อมูลประจักษ์ชัดแล้วว่าสารเคมีทั้ง 3 ชนิดนี้ ไม่ใช่แค่ตกค้างในสิ่งแวดล้อม ในผลิตภัณฑ์อาหารทางเกษตรเท่านั้น แต่ยังเข้าสู่ทารกในครรภ์มารดาและส่งผลเสียถึงผู้คนในรุ่นต่อๆ ไปด้วย และจากการวิจัยพบว่า ไทยนำเข้าสารเคมี 3 ชนิดนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในการกำจัดวัชพืชในเกษตรกรรมไร่อ้อยและยางพารา และสารพิษเคมีเหล่านี้ยังไปตกค้างอยู่ตามแหล่งน้ำชุมชน จนพบผู้ป่วยโรคเนื้อเน่ารุนแรง บางรายเสียชีวิตจากการสัมผัสสารเคมี กลายเป็นว่าเกษตรกรไทยใช้สารเคมีเกือบทั้งประเทศ

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตราย หากเห็นว่าควรยกเลิก หลังจากนั้นคณะกรรมการจะพิจารณา ยืนยันกระทรวงอุตสาหกรรมและผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรมที่อยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ต้องการให้ยกเลิกการใช้ และเมื่อทราบมติ 4 ฝ่ายแล้ว จะให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายนำเรื่องเข้าที่ประชุมและลงมติในสัปดาห์นี้หรืออย่างช้าต้นสัปดาห์หน้า

ก่อนหน้านี้มีการเสนอคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้ยกเลิกการใช้สารเคมีดังกล่าวมาแล้ว แต่ทุกครั้งก็มีเหตุผลให้เลื่อนการยกเลิกออกไป เพราะยังไม่มีสารเคมีใดที่จะใช้ทดแทน ขณะที่สารเคมีดังกล่าวยังคงส่งผลต่อเกษตรกรผู้ใช้และกลายเป็นข่าวอยู่เนืองๆ หวังว่าการประชุมของคณะกรรมการครั้งนี้ จะมีความเด็ดขาดในการยกเลิก และมีหนทางที่จะทดแทนสารเคมีอันตรายที่ยกเลิกไปเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ประธาน กกต.’ ไม่ห่วงเลือกตั้งนครปฐม จ่อสอบปม ‘ธนาธร’ ให้พรรคกู้เงิน
บทความถัดไปคอฟฟี่เบรก : กลัวไม่เห็น