ทิศทางเลือกตั้ง พื้นที่เขต 5 นครปฐม แสดงประชามติ

ทิศทางเลือกตั้ง พื้นที่เขต 5 นครปฐม แสดงประชามติ

ทิศทางเลือกตั้ง พื้นที่เขต 5 นครปฐม แสดงประชามติ

การเลือกตั้งซ่อม พื้นที่เขต 5 นครปฐม ก็อีหรอบเดียวกันกับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563

นั่นก็คือ เป็นการปะทะในทาง “ความคิด”

ความคิด 1 เสนอโดยพรรคอนาคตใหม่ เรียกร้องให้การเลือกตั้ง “ซ่อม” ที่เขต 5 นครปฐม เป็นการแสดงประชามติในทางการเมือง

ไม่เพียงเลือกเบอร์ 6 พรรคอนาคตใหม่

หากที่สำคัญทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เท่ากับเป็นการแสดงความไม่พอใจต่อรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อการบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

และแปรการเลือกตั้งให้เป็น “โดมิโน” ไปสู่การเปลื่ยนแปลงทางการเมือง

ขณะเดียวกัน ความคิด 1 เสนอโดยพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา ให้เป็นการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น เป็นเพียงจุดเล็กๆ เฉพาะสามพราน ไม่มีผลสะเทือนอะไรในทางการเมือง

2 ความคิดนี้อยู่ในการตัดสินใจของ “ชาวสามพราน”

หากมองจากความเคยชินเดิมในทางการเมืองคล้ายกับข้อเสนอจากพรรคอนาคตใหม่เป็นความเว่อร์ ขยายบทบาทและความหมายของเขต 5 นครปฐมเกินไป

เพราะพรรคอนาคตใหม่ “ใหม่” เหลือเกิน

ไม่เข้าใจความเป็นจริงของสามพราน ไม่เข้าใจความเป็นจริงของนครปฐม จะเป็นไปได้อย่างไรที่การเลือกตั้งเพียงเขต 5 เขตเดียว จะส่งผลสะเทือนไปในระดับประเทศ

ติดยึดกับความเชื่อ “บัตเตอร์ฟลาย เอฟเฟ็กต์” อย่างล้นเกิน

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เน้นความเป็นคนสามพรานของผู้สมัครของตน ขณะที่พรรคชาติไทยพัฒนาเน้นความเป็น “บ้านใหญ่” ซึ่งมากด้วยประสบการณ์ทางการเมือง

กระนั้น ข้อเสนอของพรรคอนาคตใหม่ก็ท้าทายอย่างแหลมคม

ส่งผลให้ไม่เพียงแต่จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา ต้องหวั่นไหว ตรงกันข้าม แม้กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ระทึก

ระทึกกับผลแพ้ ชนะที่เขต 5 นครปฐม

กระนั้น หากมองอย่างเห็น “องค์รวม” นั่นก็คือ การเลือกตั้ง “ซ่อม” มิได้มีแต่เพียงนครปฐมเท่านั้น หากเด่นชัดว่าจะต้องเกิดขึ้นอีก 3 แห่งตามมา

1 ขอนแก่น 1 กำแพงเพชร และ 1 สมุทรปราการ

ใน 4 เขตนี้อาจมี 2 เขตเป็นของพรรคฝ่ายค้านเดิม นั่นก็คือ นครปฐมกับขอนแก่น ขณะเดียวกัน ก็มี 2 เขตเป็นของพรรคร่วมรัฐบาลเดิม นั่นก็คือ กำแพงเพชร สมุทรปราการ

หากพรรคอนาคตใหม่ชนะที่นครปฐมก็เท่าเดิม

แต่ถามว่าหากแนวทางของนครปฐมประสบความสำเร็จจะนำไปสู่แนวทางขอนแก่น กำแพงเพชร และสมุทรปราการหรือไม่

ไม่ว่าฝ่ายค้านชนะ ไม่ว่าฝ่ายรัฐบาลชนะ ล้วนมีผล

ยิ่งฝ่ายค้านไม่ว่าพรรคการเมืองใดสามารถกุมโอกาส ไม่ว่าที่นครปฐม ไม่ว่าที่ขอนแก่น ไม่ว่าที่กำแพงเพชร ไม่ว่าที่สมุทรปราการ

นั่นเท่ากับ “ดุล” แห่ง “กำลัง” จะต้องเปลี่ยนตาม

พื้นที่เขต 5 นครปฐม จึงเป็นพื้นที่แรกในการทดลองและขับเคลื่อนสโลแกน “ทนลุงไม่ไหว กาอนาคตใหม่” ให้เป็นทางเลือกใหม่

เท่ากับเป็นการแสดง “ประชามติ”

ประชามติว่าจะเอากับรัฐบาล จะยังเอากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือว่าจะไม่เอากับรัฐบาล จะไม่เอากับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกแล้ว

คำตอบ “ประชามติ” นี้สัมผัสได้จากวันที่ 23 ตุลาคม

บทความก่อนหน้านี้ระวัง! “ชิคุนกุนยา” ภัยร้ายมากับยุงลาย แพทย์ชี้ไม่ถึงตายแต่ทรมาน แนะผู้ป่วยพักผ่อนให้เพียงพอ
บทความถัดไปสนุกกับบุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ใน DISCO IN TUXEDO คอนเสิร์ต