บทนำ : ปัญหาจากจีเอสพี

รัฐบาลควรให้ความสนใจคำเตือนจาก นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต ส.ส. ในเรื่องสหรัฐตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรสินค้าจากประเทศไทย หรือจีเอสพี นายจาตุรนต์ชี้ว่า การตัดสิทธิครั้งนี้ จะมีผลอย่างไรข้อมูลยังไม่ตรงกันนัก ที่น่าเป็นห่วงมากกว่า คือ ท่าทีสับสนของบุคคลในรัฐบาลที่สะท้อนความไร้ทิศทางของนโยบายเศรษฐกิจ เมื่อผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบของรัฐบาลไทยมีท่าทีเช่นนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 6 เดือนข้างหน้าคงไม่พ้นไปจากการถูกตัดสิทธิจีเอสพี ซึ่งจะซ้ำเติมปัญหาการส่งออกของไทยที่ตกต่ำมากอยู่แล้วให้แย่ลงไปอีก นอกจากนั้น อาจมีผลกระทบต่อการลงทุนจากต่างประเทศ ในส่วนที่คาดหวังมาอาศัยสิทธิจีเอสพีของไทยอีกทางหนึ่งด้วย

นายจาตุรนต์วิจารณ์ท่าทีของรัฐบาลต่อการถูกตัดสิทธิจีเอสพี โดยเฉพาะการปลอบใจว่าสังคมไทยควรภูมิใจ ที่พ้นจากการเป็นผู้รับสิทธิจีเอสพี เพราะมีฐานะทางเศรษฐกิจดีแล้ว เป็นการพูดแบบแก้เกี้ยวเพียงเพื่อให้พันจากการถูกตำหนิ ส่วนการยืนยันว่าประเทศไทยไม่ค่อยมีเสรีภาพอยู่แล้ว และไม่ต้องแก้ไขปรับปรุงอะไรก็จะทำให้ประเทศไทยหยุดนิ่งอยู่กับที่ แทนที่จะปรับปรุงให้แข่งขันได้ดีขึ้น ที่น่าห่วงคือการที่รัฐบาลส่งเสริมให้เกิดกระแสโกรธแค้นมิตรประเทศโดยไม่อยู่กับเหตุผลและข้อเท็จจริง ซึ่งหากกระแสนี้ลุกลามบานปลายต่อไป ย่อมไม่เป็นผลดีต่อประเทศซึ่งจำเป็นต้องคบค้าสมาคมกับประเทศต่างๆ ให้มากที่สุด และกำลังอยู่ในสภาวะที่ต้องรักษาความสมดุลในความสัมพันธ์กับมหาอำนาจที่กำลังขัดแย้งกันอยู่ด้วย

สิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการในปัญหานี้ คือ การสื่อสารบอกกล่าวกับสังคมให้ตรงไปตรงมาให้มากที่สุด เบื้องต้น คือการส่งออกของไทยยังต้องการสิทธิพิเศษหรือจีเอสพีหรือไม่ เมื่อรัฐบาลบอกว่าจะหาเวทีเจรจากับสหรัฐ ก็เท่ากับยืนยันความจำเป็นโดยปริยาย สิ่งที่ตามมาคือการแก้ไขปัญหาอันเป็นสาเหตุของการตัดสิทธิ ได้แก่ การให้สิทธิแรงงานทั้งไทยและต่างด้าวตามมาตรฐานสากล รวมถึงการแบนสารเคมี 1 ใน 3 ชนิด ซึ่งในเรื่องหลัง เป็นกรณีละเอียดอ่อน ที่หากจะดำเนินการรัฐบาลจำเป็นต้องอธิบายเหตุผลต่อประชาชนและสังคม

บทความก่อนหน้านี้สัพเพเหระคดี 4พ.ย.2562 : เหตุไม่พอให้หย่า : โดย โอภาส เพ็งเจริญ
บทความถัดไปแหม่มแอนนา.. สอนภาษาอังกฤษในวัง เรียบเรียงโดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก