บทนำ วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2562 : สภาตรวจสอบ

สภาจะประชุมนัดแรกของสมัยสามัญที่สอง ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ในระเบียบวาระการประชุมมีเรื่องสำคัญ รวมถึง ญัตติด่วน เรื่องให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และการใช้อำนาจของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติตาม มาตรา 44 เสนอโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่และคณะ และญัตติ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เสนอโดย นายสุทิน คลังแสง ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน และนายปิยบุตร ฯลฯ

ประเด็นที่น่าสนใจในห้วงเปิดสมัยประชุมครั้งนี้ ได้แก่ การตั้งคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะมีคำพูดของแกนนำรัฐบาลระบุว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีไซน์เพื่อพวกเรา และทำให้เกิดปัญหาทางการเมืองอย่างมาก ภายหลังเลือกตั้ง 24 มี.ค. ส่วนเรื่องอื่นๆ ยังมีอาทิ การรับทราบรายงานการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ในรอบ 3 เดือน คือ เมษายน-มิถุนายน 62 ซึ่งมีข่าวว่าบรรดา ส.ส.ฝ่ายค้านสนใจที่จะอภิปรายอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะที่ผ่านมา มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐประหาร 2557 ที่เกิดขึ้นเพื่อปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แต่มีข้อสงสัยว่าการปฏิรูปได้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการตั้งคณะ กมธ.วิสามัญ ศึกษาผลกระทบจากการใช้อำนาจ คสช. ก็เป็นที่สนใจของสังคม เพราะการใช้อำนาจ คสช.ที่ผ่านมา โดยเฉพาะมาตรา 44 ก่อให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลต่างๆ จำนวนมาก

ในสมัยประชุมนี้ ฝ่ายค้านยังเตรียมการยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล โดยตั้งเป้าให้อภิปรายก่อนปีใหม่ 2563 ซึ่งถือว่าเป็นการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจที่รวดเร็วกว่าปกติ ซึ่งนายสุทิน คลังแสง ประธานวิปรัฐบาลกล่าวว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐบาลมาแล้ว 6 ปี ไม่ใช่ 3 เดือน ดังนั้น ความผิดพลาดอะไรที่ผ่านมายังไม่เคยได้รับการตรวจสอบ ดังนั้น อะไรที่ทำได้ก็จะทำ จากภาพรวมทั้งหมด การเมืองน่าจะมีอุณหภูมิร้อนแรงขึ้น แต่เป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตย ที่ฝ่ายนิติบัญญัติ นอกจากออกกฎหมายแล้ว ยังมีหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารต้องเข้าใจ และควรให้ความร่วมมือในกระบวนการตรวจสอบด้วย

บทความก่อนหน้านี้ระทึก!!นักโทษมะกันหนีศาลพัทยาใช้ปืนจ่อหัวเมียตัวเองเป็นตัวประกัน
บทความถัดไปเที่ยง ฝุ่น พีเอ็ม 2.5 เกินมาตรฐาน 19 สถานี หนักสุดที่เขตภาษีเจริญ 80 มคก./ลบ.ม.