วิกฤตรอบใหม่ตะวันออกกลาง สหรัฐพลิกแผน รัสเซียเข้าแทน

พลันที่ทำเนียบขาวประกาศถอนทหารออกจากทางเหนือของซีเรีย และ “โดนัลด์ ทรัมป์” ได้โพสต์ลงในทวิตเตอร์อันเกี่ยวกับสหรัฐกำลังยุติสงครามที่ซีเรียเมื่อกลางเดือนตุลาคม

ประธานธิบดีแอร์โดอัน ตุรกี ก็ได้สั่งบุกทางเหนือของซีเรีย โดยโจมตีกองกำลังชาวเคิร์ดที่ถูกสหรัฐทอดทิ้ง เป็นการโจมตีที่รุนแรงและหนักหน่วง มีทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

เป็นวิกฤตรอบใหม่ในตะวันออกกลาง

การตัดสินใจของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ในครั้งนี้ นอกจากนำมาซึ่งพายุทางการเมืองระดับโลกอย่างร้อนแรง และยังเป็นที่โจษจัน และครหากันทั่วสหรัฐ

เมื่อสหรัฐพลิกแผน รัสเซียจึงเข้าแทน จัดสรรเรื่องบุคลากรใหม่ พร้อมกับเสริมจุดอ่อน

บัดนี้ รัสเซียกลายเป็นผู้กำกับ “เกมตะวันออก” อย่างแท้จริงแล้ว

แม้ “ไมก์ เพนซ์” รองประธานาธิบดีสหรัฐ ได้บินไปเจรจากับผู้นำตุรกี เพื่อขอให้ยุติการโจมตีชั่วคราว แต่ก็ดูเหมือนไม่สัมฤทธิผล

ต้องยอมรับว่า การถอนทหารออกจากซีเรียในครั้งนี้ เป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง

อันข้อความทวิตเตอร์ของ “โดนัลด์ ทรัมป์” พอสรุปเป็นสังเขปได้ว่า

“สหรัฐได้ใช้จ่ายเงินทำสงครามในตะวันออกกลางเป็นจำนวน 8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของภูมิภาค มีทหารหลายพันคนต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บจากการทำสงคราม…การเข้าสู่สมรภูมิที่ตะวันออกกลางถือเป็นการตัดสินใจที่แย่ที่สุดของสหรัฐ”

ข้อความทวิตเตอร์ก็คือเหตุผลที่แท้จริงในการถอนทหารออกจากตะวันออกกลาง

การบุกตุรกีครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 3 ในรอบหลายปี และเป็นการบุกรุกข้ามแดนขนาดใหญ่

หากพินิจเกี่ยวกับชาวเคิร์ด “รุ่ง” ก็เพราะสหรัฐ “ล่วง” ก็เพราะสหรัฐ

กล่าวโดยรวมคือ ชะตาชีวิตของชาวเคิร์ดล้วนอยู่ในกำมือของวอชิงตัน

ถิ่นฐานของชาวเคิร์ดอยู่ระหว่างพรมแดนของ 4 ประเทศ คือ ตุรกี ซีเรีย อิรัก และอิหร่าน

ความฝันที่ประสงค์เป็น “เอกราช” นั้น ได้ตราตรึงอยู่ในดวงใจทุกดวงเป็นเวลายาวนาน

สมัยที่สหรัฐโค่นล้มอำนาจซัดดัม ฮุสเซน ในเวลาเดียวกันก็ได้สนับสนุนชาวเคิร์ดในอิรัก

หลังสงครามอิรัก สหรัฐได้อุปโลกน์ให้ชาวเคิร์ดทางเหนือของอิรักให้อยู่ในฐานะ “กึ่งเอกราช” ต่อมาระหว่างสงครามกลางเมืองซีเรีย สหรัฐใช้มาตรการเดิมๆ สนับสนุนชาวเคิร์ดที่อยู่ทางเหนือของซีเรีย เพื่อตัดกำลังของรัฐบาลบัชชาร อัลอะซัด และโจมตีกลุ่มรัฐอิสลามในซีเรียอีกด้วย (ISIS=Islamic State-IS)

แต่ชาวเคิร์ดอิรักและซีเรียมากด้วยอำนาจ เป็นเหตุให้ชาวเคิร์ดในตุรกีแตกความสามัคคี

กรณีเสมือนตุรกีถูกแทงข้างหลัง

และแล้วการโจมตีชาวเคิร์ดทางเหนือของซีเรียจึงเกิดขึ้น

ย้อนมองอดีตเมื่อ 2014 “แอร์โดอัน” ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีตุรกี ยังไม่มีผลงานที่เป็นรูปธรรม เศรษฐกิจในประเทศตกต่ำ จะขอเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ก็ถูกต่อต้าน พรรคการเมืองของเขาลงเลือกตั้งท้องถิ่นก็พ่ายแพ้หมดรูป

ฉะนั้น จึงใช้มาตรการโจมตีข้ามแดน เพื่อเป็นการ “เรียกแขก”

สหรัฐเดิมมีแผนจะทำการโค่นล้มอำนาจบัชชาร อัลอะซัด แต่ภายใต้การค้ำจุนของรัสเซีย อิหร่าน และจีน สนามรบที่ซีเรียจึงเกิดขึ้นมิได้

“โดนัลด์ ทรัมป์” ไม่ประสงค์สิ้นเปลืองงบประมาณที่ตะวันออกกลางอีกต่อไป จึงได้รีบถอนทหารออกจากซีเรีย หลังจากนั้น กองกำลังชาวเคิร์ดก็ได้บรรลุข้อตกลงกับประธานาธิบดีแอร์โดอันแห่งตุรกี ทั้งนี้ เพื่อประสงค์บรรเทาความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับตุรกี และเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของตุรกีอีกด้วย แต่ในที่สุด ตุรกีก็โจมตีซีเรียจนได้

ฉะนั้น การโจมตีของตุรกีครั้งนี้ จึงอยู่นอกเหนือความคาดหมายของประชาคมโลก

“โดนัลด์ ทรัมป์” ได้แจ้งให้ “แอร์โดอัน” ยุติการโจมตี หากมิฉะนั้นสหรัฐจะทำการคว่ำบาตรตุรกีทางเศรษฐกิจ หรืออาจทำให้ภาวะเศรษฐกิจของตุรกีพังทลายลงโดยพลัน

พฤติกรรมของ “โดนัลด์ ทรัมป์” อันหุนหันพลันแล่น ถูกวิพากษ์ว่าเป็นการทรยศต่อทั้งพันธมิตรหลักของชาวเคิร์ด และตุรกี พันธมิตรองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO)

นโยบายที่ผิดพลาดของสหรัฐ เป็นเหตุให้บรรยากาศตะวันออกกลางขมุกขมัวยิ่งนัก

การหยุดยิงของตุรกี โอกาสน้อยมาก การยึดครองพื้นที่ซีเรียอาจเป็นเวลายาวนาน

และเมื่อสหรัฐถอนทัพออกจากซีเรีย รัสเซียก็เข้าแทนที่ โดยใช้ฐานทัพเก่าของสหรัฐ

นอกจากนี้ เมื่อกลางเดือนตุลาคม ประธานาธิบดีปูตินยังได้เยือนประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สำคัญยิ่งของสหรัฐ ทั้ง 2 ฝ่ายได้ลงนามในสัญญาข้อตกลงรวม 20 ฉบับ อันเกี่ยวแก่เทคโนโลยีอวกาศ และความร่วมมือในการประคองราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับที่มั่นคง

ต่อแต่นี้ไป รัสเซียได้กลายเป็น “พี่ใหญ่” ในตะวันออกกลาง บทบาทเริ่มเด่นชัดยิ่ง

และเชื่อโรตีกินได้ว่า “การเมืองภูมิภาคจักต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่”

บรรดาลูกหาบของทรัมป์ คงกินยาผิดคิดกันว่า การถอนทหารออกจากตะวันออกกลางจะเป็นผลดีต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีหน้า

และไม่พึงประสงค์ให้ตะวันออกกลางเกิดสงคราม และทหารอเมริกันก็ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป ทว่า

1 เมื่อไม่นานมานี้ โรงกลั่นน้ำมันซาอุดีอาระเบียถูกเครื่องบินไร้คนขับของเยเมนยิงถล่ม

1 ทหารตุรกีบุกโจมตีกองกำลังชาวเคิร์ดที่ทางเหนือของซีเรีย

1 เหตุการณ์ถล่มเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน อาจนำมาซึ่งสงครามร้อน “เตหะราน”

ความเพลี่ยงพล้ำของสหรัฐในครั้งนี้ เป็นเหตุให้รัสเซียโดดเด่นขึ้นมาให้เห็นเป็นประจักษ์ ประเทศจีนก็ได้ผลประโยชน์เช่นกัน เพราะว่า จีนและรัสเซียเดินไปในทิศทางเดียวกัน เป็นทิศทางที่สนับสนุนรัฐบาลบัชชารแห่งตุรกี

นอกจากนี้ จีนและรัสเซียยังมีความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับอิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย ตลอดจนอิสราเอล และตุรกี เป็นต้น

ฉะนั้น “โดนัลด์ ทรัมป์” จึงช้ำ

ปฏิเสธมิได้ว่า การตัดสินใจผิดพลาดของเขา เสมือนการเดินหมากรุก

เดินผิดตาเดียว แพ้ทั้งกระดาน

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เพียงแต่ตั้งใจ’แก้’คือแสงสว่างปลายอุโมงค์ : โดย เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์
บทความถัดไปคอฟฟี่เบรก : ชื่นมื่น